สแกนเพื่อดาวน์โหลด
แพลตฟอร์มตรวจสอบ # และยืนยันการกำกับดูแลของตลาดการเงินทั่วโลก

‘GMM’ ประกาศชัด!! เร่งเตรียมออกเหรียญคริปโต ‘NFT’ ภายในปีนี้

ตอนนี้การเทรดคริปโตกำลังมาแรง จึงไม่แปลกที่ธุรกิจต่างๆ ในประเทศไทย จะปรับตัวโดยการนำคริปโตเข้ามาเป็นตัวแปร เพื่อหาโอกาสในการสร้างกำไร โดยล่าสุด ‘จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่’ ได้ออกมาประกาศชัดแล้วว่า จะเร่งศึกษาการออก Non Fungible Token หรือ NFT คาดได้ข้อสรุปและออกเหรียญได้ในปีนี้ มั่นใจผลการดำเนินการปีนี้ดีกว่าปีก่อน แม้โควิด-19 ระลอก 3 กดดันธุรกิจจัดคอนเสิร์ตและกิจกรรมบันเทิง ระบุแนวโน้มธุรกิจเพลงยังเติบโตได้ดี อีกทั้งยังมี O Shopping ช่วยเสริมมาร์จิ้น เตรียม M&A กับพันธมิตรอีก 2 รายเพื่อผลักดันการเติบโตในอนาคต  ธนากร มนูญผล รองกรรมการผู้อำนวยการ หน่วยงาน Group Investment บมจ.จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ หรือ GRAMMY ให้ข้อมูลผ่านกิจกรรม Opportunity Day ว่า GRAMMY อยู่ระหว่างศึกษาการออก Non Fungible Token หรือ NFT โดยอาศัยจุดเด่นของกลุ่มบริษัทที่เป็น Content Provider รายใหญ่ของประเทศ โดยครอบครองลิขสิทธิ์เพลงเกือบ 30,000 เพลง หรือคิดเป็น 60% ของตลาดเพลงรวมในประเทศไทย   “เราสนใจในเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) และกำลังศึกษาว่าจะสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมได้อย่างไรบ้างในฐานะที่เป็น Content Provider รายใหญ่ และสนใจในการทำธุรกิจใหม่ๆ ตลอดเวลา จึงได้ศึกษาร่วมกับพาร์ตเนอร์เรื่องการออก NFT คาดว่าจะได้ข้อสรุปและออกโทเคนภายในปีนี้”   สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานปี 2564 จะดีกว่าปี 2563 เนื่องจากธุรกิจหลักต่างๆ จะปรับตัวดีขึ้นทั้ง YoY และ QoQ หลังจากกลุ่มบริษัทได้ดำเนินการปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจมาตั้งแต่ปี 2563 ที่ต้องเผชิญกับการล็อกดาวน์ประเทศ 100% เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรง โดยกลุ่มบริษัทได้เร่งปรับตัวเข้าสู่ความเป็นดิจิทัลมากยิ่งขึ้น เพื่อสอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภค รวมถึงรองรับกับสภาวะอุตสาหกรรมเพลงและความบันเทิงทั่วโลกที่มุ่งเข้าสู่ยุคดิจิทัล     สำหรับงบลงทุน (CAPEX) โดยรวมในปีนี้ จัดสรรไว้ 300-400 ล้านบาท ซึ่งบริษัทจะทยอยลงทุนและใช้จ่ายเพื่อให้เกิดความคุ้มค่าที่สุด ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/64 GRAMMY มีรายได้จากการดำเนินงานเท่ากับ 981.8 ล้านบาท ลดลง 24.5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้การจัดกิจกรรมของบริษัทที่มีการรวมตัวของคนหมู่มากยังไม่สามารถดำเนินงานได้ตามปกติ   อย่างไรก็ดีบริษัทมีรายได้รวมเท่ากับ 1,365.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เป็นผลมาจากการรับรู้และการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงินสิทธิการซื้อหุ้น บมจ.โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล หรือ KISS จำนวน 369.5 ล้านบาท ส่วนกำไรสุทธิในไตรมาส 1/64 เท่ากับ 398.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่มีผลกำไรอยู่ที่ 41 ล้านบาท   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-06-09การวิเคราะห์เชิงลึก

3 ช่องโหว่สัญญา ที่คุณคิดว่าเป็น ‘DeFi Hack’ มีอะไรบ้าง?

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการลงทุนคริปโตในรูปแบบ ‘DeFi’ กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในประเทศไทย เพราะได้ผลกำไรดีๆ ใครๆ ก็อยากลอง แต่นักลงทุนส่วนใหญ่ที่ต้องการแต่ผลกำไร จนละเลยการศึกษาข้อมูลให้ดีนั้น เมื่อเกิดปัญหาขึ้นก็มักจะโทษว่าตนนั้น ‘DeFi Hack’   ก่อนอื่นอยากให้ทำความเข้าใจก่อนว่าการ ‘DeFi Hack’ นั้นไม่มีอยู่จริงเพราะทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการของ Smart Contract ทั้งหมด โดยพื้นฐานแล้ว Smart Contract นั้นก็คือโค้ดหรือคำสั่งทางคอมพิวเตอร์ตัวหนึ่งที่ทำงานอยู่บน Blockchain และด้วยการที่ Blockchain นั้นเป็นฐานข้อมูลที่แทบจะไม่สามารถแก้ไขได้ในทางปฏิบัตินั้นทำให้เงื่อนไขคำสั่งที่เขียนอยู่บน Blockchain จะมีความคงทนไม่สามารถแก้ไขได้คล้ายกับสัญญา เพราะฉะนั้นจริงๆสิ่งที่เราพูดว่า ‘DeFi Hack’ จึงไม่มีอยู่จริงครับ เพราะเวลาที่เราจะ Interact กับแพลตฟอร์ม DeFi ใดๆมันจะมีให้เรากด Accept เงื่อนไขสัญญา และเงินที่เป็นคริปโตก็คือการทำตามเงื่อนไขนั้น  ดังนั้นคำว่า ‘DeFi Hack’ ไม่มีอยู่จริง เป็นเพราะสิ่งที่เกิดขึ้นมันคือช่องโหว่ของสัญญาที่คุณเซ็นต์ มันไม่ใช่การที่คุณเซ็นต์สัญญาไปแล้ว คุณมาพบทีหลังว่าสัญญาที่คุณเซ็นต์นั้นถูกฉีกหรือแก้ไข ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ด้วยระบบ Smart Contract โดยเราจะแบ่งได้ดังนี้   1 การที่เจ้าของตั้งใจเขียน Contract แบบที่ล้วงเงินเราได้    กรณีแรกถ้าให้เปรียบเทียบกับชีวิตจริงคือการที่เรายอมเซ็นต์สัญญาแบบไม่อ่าน แล้วในสัญญาเขียนว่า เจ้าของโครงการสามารถเข้าถึงเงินของคุณได้ แน่นอนว่าในความเป็นจริงจะมีใครบ้างหละที่มีความสามารถในอ่าน Contract ได้จนจบ เรียกได้ว่ามีน้อยซะยิ่งกว่าน้อย หรือบางทีต่อให้คุณเป็นคนที่ความสามารถในการอ่านโค๊ดก็ไม่ได้แปลว่าคุณจะรอดเสมอไปเช่นในกรณี MeerKat ที่เจ้าของโครงการได้เปลี่ยนโค้ดแค่ตัวเดียวจาก “O” เป็น “0” ต่อให้คุณจะสามารถอ่านโค้ดได้คุณก็อาจจะพลาดได้ นั้นเป็นเหตุผลว่าทำไมแพลตฟอร์มที่ยังไม่มี audit ถึงอันตรายมากสำหรับคนหน้าใหม่   2 การที่เจ้าของเขียน Contract อย่างถูกต้องแต่ใช้การทุบเหรียญ    ถ้าคุณเคยได้ยินเรื่อง KubSwap ที่เพิ่ง Rug Pull ไปนี่คือลักษณะเดียวกันที่เกิดขึ้น คือโดยตัวแพลตฟอร์มนั้นเขียน Contract ขึ้นมาอย่างถูกต้องทุกอย่างทำให้ไม่มีทางที่เจ้าของจะขโมยเงินของเราได้ แต่แน่นอนว่าคนที่เล่นแพลตฟอร์มเหล่านี้ก็ยินดีที่จะเสียงซื้อเหรียญ Governance หรือทำการ Provide สภาพคล่องในคู่ที่เป็นเหรียญ Governance นั้นก็แปลว่าคุณมีความเสี่ยงในการที่เหรียญ Governance จะขึ้นหรือจะลง ซึ่งในส่วนนี้โครงการน้ำดีต่างๆก็จะมีการกำหนดระยะเวลาปล่อยเหรียญที่ทางผู้สร้างควรจะได้รับเป็น Smart Contract อย่างถูกต้อง ซึ่งถ้าเจ้าของโครงการไม่ทำมันก็คือความเสี่ยงแบบหนึ่งที่คุณต้องรู้ไว้ว่ามันสามารถเกิดขึ้นได้ว่าคุณต้องอาศัยความเชื่อใจเอาเอง  โดยส่วนใหญ่แล้วในกรณีแบบนี้จะทำคล้ายๆกันคือ Contract เขียนมาถูกพอมีคนลง LP เหรียญหรือซื้อเหรียญสักพักก็ทำการทุบเหรียญทิ้ง ถ้าหนักๆหน่อยอาจจะมีการปิดหน้าเว็บ เพื่อให้คนที่ไม่มีความรู้ กดถอน LP ไม่ทันตัวเองจะได้ทุบเหรียญก่อนใคร ซึ่งในรูปแบบนี้คุณอาจจะคิดว่ามันโกงก็ได้แต่จริงๆ มันคือกติกาที่กำหนดไว้ตั้งแต่ต้นแล้ว คุณสามารถตรวจสอบ Code ได้ถ้าคุณมีความรู้ คำถามคือ คุณรู้อยู่แล้วว่ากติกาเป็นแบบนี้ หรือคุณไม่รู้กติกาแต่ก็คิดจะใส่เงินเข้าไปโดยไม่รู้ความเสี่ยงกันแน่   3 เจ้าของมีความตั้งใจดีแต่ว่ามีช่องโหว่ของสัญญา    นี่เป็นกรณีสุดท้ายที่ต้องเรียกได้ว่าจริงๆแล้วอาจจะน่าเห็นใจด้วยซ้ำเนื่องจากโครงการน้ำมีความตั้งใจในการทำในการที่จะเขียน Contract อย่างถูกต้อง แต่สุดท้ายแล้วความผิดพลาดมันก็เป็นอะไรที่เกิดขึ้นได้ นั้นเป็นเหตุผลที่บนโลก ‘DeFi’ ไม่มีคำว่า 100% แพลตฟอร์มใดก็ตามที่มันไม่มี Bug ในวันนี้มันก็ไม่ได้แปลว่าในอนาคตมันจะไม่เกิด Bug เลยไม่ว่าจะมันจะทำงานอย่างราบรื่นเพียงใดก็ตาม เป็นไปได้ว่ายังไม่มีใครค้นพบช่องว่างเหล่านั้นก็เท่านั้น  ทั้งนี้แม้จะเป็นแพลตฟอร์มที่มีการ Audit แล้วก็ตามมันก็ไม่มีคำว่าเป็นไปไม่ได้ยิ่งถ้าเกิดโครงการนั้นเป็นโครงการที่มีแนวคิดใหม่ ที่บางทีมันใหม่มากจนตัว Audit เองก็ไม่ได้มีความรู้มากพอ ซึ่งในกรณีแบบนี้ไม่มีทางเลือกอื่นเลยนอกจากลองให้ Product ลงสนามจริงแล้วดูไปเรื่อยๆว่าจะมี Bug ไหม ซึ่งสาเหตุหนึ่งที่ Ethereum พัฒนาได้ช้ามากเพราะเหตุนี้คนที่พัฒนาโค้ดของ Ethereum คิดของใหม่ขึ้นมาแล้วใครหละที่จะมีความสามารถพอที่จะ Audit ของใหม่นี้คำตอบมันก็คือไม่มีนั่นแหละ ต้องทดสอบไปเรื่อยๆ  โดยในแพลตฟอร์มน้ำดีส่วนใหญ่จะมีการคาดการณ์ในจุดนี้ ในหลายแพลตฟอร์มมีเงินทุนสำรอง มีเงินประกัน หรือแม้แต่ในกรณีที่ไม่มีทีมก็หาหนทางในการกอบกู้โครงการและเยียวยานักลงทุนเท่าที่เป็นไปได้ไม่ได้ปล่อยให้ล้มหายตายจาก โครงการเหล่านี้ส่วนใหญ่ถ้าโดนโจมตีจะไม่ได้เกิดความเสียหายแบบ 100% แต่จะเป็นแค่บางส่วนแค่ 10-20% เท่านั้นเพราะได้มีการประเมินความเสี่ยงและช่องโหว่แล้วว่าไม่มีจุดไหนที่ถ้าพังขึ้นมาแล้วเงินทั้งโครงการจะหายไปนั่นเอง  และนี่แหละคือโลก Decentralized หากคุณอยากได้ผลตอบแทนที่สูงโดยไม่ยอมศึกษาอะไรสุดท้ายคุณก็จะผิดพลาดเข้าสักวัน และถ้าคุณคิดว่าคุณอยากจะได้ผลตอบแทนและจะไม่ศึกษาอะไร คุณไม่ควรยุ่งกับ DeFi แต่คุณควรกินดอกเบี้ยเงินฝาก 0.5% ของธนาคารแทน  แต่ถ้าคุณต้องการทำให้เรื่องนี้มันง่าย คุณก็แค่นำชื่อเหรียญที่คุณต้องการลงทุนในแบบ ‘DeFi’ มาค้นหาข้อมูลในแอป ‘Wikibit’ เพราะเรามีฟีเจอร์ดีๆ สำหรับนักลงทุนในการตรวจสอบข้อมูล DeFi, Excaheng และ Token เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลต่างๆ ที่คุณควรรู้ก็จะปรากฎขึ้นมาไม่ว่าจะเป็น คะแนนจากแอป การเยี่ยมชมสำนักงานจากเจ้าหน้าที่ว่ามีบริษัทนี้อยู่จริงไม่โมเมขึ้นมาแน่นอน ความน่าเชื่อถือ ข้อมูลโครงการต่างๆ มูลค่าในตลาด รวมไปถึงการร้องเรียนปัญหาจากเพื่อนนักลงทุนของคุณอีกด้วย เพียงเท่านี้คุณก็จะมีข้อมูลที่ใช้ประกอบการตัดสินใจในการลงทุนได้อย่างสบายใจแล้ว   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร

2021-06-09การวิเคราะห์เชิงลึก

กลโกง!! เด็ก 17 แฮก Twitter ชิ่ง Bitcoin เสียหายหลายล้าน

“การลงทุนมีความเสี่ยง” ประโยคนี้ได้เสมอในกลุ่มนักลงทุน โดยเฉพาะในตลาดคริปโตนั้น เมื่อคุณคิดที่จะลงทุนแล้ว คุณต้องยอมรับความเสี่ยงต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นให้ได้ เช่น เสี่ยงที่จะขาดทุน เสี่ยงที่ติดดอย ไม่เว้นแต่เสี่ยงที่จะโดนแฮก  อีกหนึ่งอุทาหรณ์ที่นักลุงทุนคริปโตหน้าใหม่ควรเรียนรู้ก็คือ ไม่ว่าจะเป็นแพลตฟอร์มที่มีความน่าเชื่อถือแค่ไหนก็มีความเสี่ยงที่จะโดนแฮกได้ทั้งนั้น อย่างปีที่แล้วมีข่าวเด็ดข่าวดังสะเทือนวงการคริปโตเป็นอย่างมาก เมื่อเหล่าคนดังบนโลกทวิตเตอร์โดนแฮกกันยกใหญ่ เพื่อทวิตข้อความสแปมขอเงิน ‘Bitcoin’ โดยอ้างว่าหากโอนเงิน ‘Bitcoin’ ให้ จะได้ผลตอบแทนคืน 2 เท่า ชิ่งเงินหนีไปจำนวนหลายล้านบาท ซึ่งผู้เสียหายนั้นมีแต่ผู้มีชื่อเสียงมากมาย เช่น Elon Musk, Bill Gate, Kanye West, Barack Obama และแม้แต่บัญชีทางการของ Apple เอง   ต่อมาตำรวจฟลอริดา และหน่วยงานรักษากฎหมายระดับประเทศของสหรัฐอเมริกา USSS ได้เข้าจับกุมนาย Graham Ivan Clark อายุเพียง 17 ปี เป็นหัวหน้ากลุ่ม ซึ่งเป็นคนวางแผนการแฮกครั้งใหญ่นี้ และตอนนี้โดนข้อหาไปทั้งหมดกว่า 30 กระทง  หลังจากนั้นไม่นาน Mason Sheppard อายุ 19 ปี หนึ่งในกลุ่มของอาชญากรรมครั้งนี้ก็ถูกจับกุมได้ในเมือง Bognor Regisประเทศอังกฤษ โดนจับในข้อหาสมรู้ร่วมคิดในการฉ้อโกง, ฟอกเงิน และเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้รับอนุญาต และสุดท้ายก็คือนาย Nima Fazeli อายุ 22 ปี ถูกจับในเมือง Orlando รัฐฟลอริดาเช่นกัน ถูกตั้งข้อหา สมรู้ร่วมคิด และเข้าถึงระบบคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้รับอนุญาต  โดย เชปพาร์ด และ เฟซิลี ดูเหมือนจะเป็นแค่นกต่อของอาชญากรรมครั้งนี้ ซึ่งทั้งสองคนนี้ถูกผู้ใช้งาน Discord ที่ชื่อ Kirk#5270 อ้างตัวว่าเป็นพนักงานของ Twitter เข้ามาติดต่อทั้งคู่เพื่อหาคนเข้ากลุ่ม แต่ถึงจะแบบนั้น ก็ยังไม่ชัดเจนว่า คลาร์ก นี้คือ Kirk#5270 จริง ๆ หรือเปล่า และ FBI ก็กำลังมองหาหลักฐาน และผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมคนเข้ากลุ่ม แต่ถึงจะแบบนั้น ก็ยังไม่ชัดเจนว่า คลาร์ก นี้คือ Kirk#5270 จริง ๆ หรือเปล่า และ FBI ก็กำลังมองหาหลักฐาน และผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีกด้วย   เมื่อจับกุมผู้ต้องหาได้แล้วทาง Twitter เองก็ออกมาพูดอะไรบางอย่างผ่านบัญชีทางการของตัวเองว่า “เรารู้สึกปลื้มมาก กับการจับกุมที่รวดเร็วในการสืบสวนครั้งนี้ และเราจะยังคงให้ความร่วมมือต่อความคืบหน้าของคดีต่อไป ส่วนในตอนนี้ เราต้องการให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และจะคอยอัปเดตข้อมูลต่อไป”  จากเหตุการณ์ครั้งนี้ถือว่าเป็นอุทาหรณ์ชั้นดี ที่ทำให้นักลุงทุกคนต่างตระหนักถึงกลโกงต่างๆ ในโลกคริปโตเคอเรนซี่ ดังนั้นนักลงทุนหน้าใหม่ที่กำลังเริ่มเทรดคริปโต นอกจากจะศึกษาข้อมูลต่างๆ ให้ดีแล้ว การศึกษากลโกงในรูปแบบต่างๆ จะทำให้คุณมีภูมิต้านทานในการลงทุนมากขึ้น หรือหากคุณเป็นหนึ่งในผู้เสียหายจากการโกงแล้วละก็ อย่าอยู่เฉย มาร่วมแฉ และแชร์ประสบการณ์การถูกโกงได้ที่แอป ‘Wikibit’   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….    App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)    Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-06-09การวิเคราะห์เชิงลึก

วาฬแห่ช้อน Bitcoin หลังเม่าน้อยตกใจเทขาย

ดูเหมือนว่ากลุ่มนักลงทุนรายใหญ่หรือที่เรามักเรียกว่าว่า “วาฬ” จะเริ่มช้อนซื้อ Bitcoin เพิ่มตั้งแต่ราคาร่วงทะลุต่ำกว่าระดับ 40,000 ดอลลาร์เมื่อเดือนที่แล้ว   และตอนนี้พวกเขาเก็บสะสม BTC ได้มูลค่าเกือบ 2 พันล้านดอลลาร์แล้ว หรือคิดเป็นจำนวน Bitcoin ประมาณ 50,000 BTC ตามข้อมูลของ Santiment กระเป๋าเงินที่ถือ BTC อยู่ที่ระหว่าง 100 ถึง 10,00 BTC ขึ้นไป (3.2 ล้านถึง 328 ล้านดอลลาร์) เริ่มเก็บสะสม Bitcoin เพิ่มหลังจากที่ราคาร่วงลงไปแตะ 37,000 – 39,000 ดอลลาร์ Santiment ชี้ให้เห็นว่า ในขณะที่วาฬกำลังเก็บสะสม BTC เพิ่มเติมอยู่นั้น นักลงทุนรายย่อยก็เริ่มตื่นตระหนกและแห่เทขายการถือครองพวกเขา   ตามข้อมูลของบริษัทระบุว่า กระเป๋าเงินที่ถือเหรียญมากกว่า 1,000 BTC ขึ้นไป ตอนนี้ถือครองมากกว่า 7.88 ล้าน BTC ซึ่งเป็นจำนวนที่มากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม และเป็นที่สังเกตว่าการเก็บสะสมของวาฬนั้นดูเหมือนว่าจะเกิดขึ้นพร้อมกับช่วงที่กระเป๋าเงินที่ถือ Bitcoin จำนวน 10 BTC หรือน้อยกว่า มีเหรียญสะสมน้อยกว่า 2.65 ล้าน BTC ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ต่ำที่สุดในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา   ซึ่งหลังจากที่ราคา Bitcoin ไม่สามารถฟื้นตัวกลับขึ้นไปยืนเหนือระดับ 40,000 ดอลลาร์ได้ ราคาก็ค่อย ๆ ลดกลับลงมาอยู่ที่ 33,000 ดอลลาร์อีกครั้ง ในขณะที่เขียนรายงานอยู่นี้ อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์บางคนเชื่อว่ามูลค่าของ Bitcoin ยังคงสามารถเพิ่มขึ้นไปเป็นตัวเลข 6 หลักได้ในปีนี้ โดยนักวิเคราะห์ของ JPMorgan กล่าวว่า แม้การปรับฐานราคาในครั้งนี้อาจยังไม่จบ แต่ในระยะยาวมูลค่าของ BTC จะสามารถเพิ่มขึ้นเป็น $ 145,000 ได้อย่างแน่นอน  บทความดี ๆ โดย Siam Blockchain

2021-06-09การวิเคราะห์เชิงลึก

‘บิทคอยน์’ ร่วงเกือบ 8% หลัง FBI ตามยึดค่าไถ่โคโลเนียล ไปป์ไลน์

บิทคอยน์ดิ่งลงเกือบ 8% ใกล้หลุดระดับ 1,000,000 บาทในวันนี้ หลังมีข่าวว่าสหรัฐสามารถยึดคืนบิทคอยน์ สกุลเงินดิจิทัลปลอดภัยที่สุดในโลกสำเร็จ กรณีบริษัทโคโลเนียล ไปป์ไลน์จ่ายเป็นค่าไถ่ให้กับกลุ่มแฮกเกอร์  การที่สหรัฐสามารถยึดคืนบิทคอยน์ที่บริษัทโคโลเนียล ไปป์ไลน์จ่ายเป็นค่าไถ่ให้กับกลุ่มแฮกเกอร์ ส่งแรงสะเทือนต่อความเชื่อมั่นในตลาดสกุลเงินคริปโต ซึ่งก่อนหน้านี้ถูกมองกันว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีความปลอดภัย และยากต่อการตรวจสอบ ทำให้เป็นที่ชื่นชอบของวงการแฮกเกอร์ เนื่องจากเชื่อมั่นว่าเจ้าหน้าที่จะไม่สามารถแกะรอยและยึดเงินคืนได้ เมื่อเวลา 17.30 น.ตามเวลาไทย บิตคอยน์ร่วงลงเกือบ 8% สู่ระดับ 32,817 ดอลลาร์ หรือราว 1,027,200 บาท ในการซื้อขายบนแพลตฟอร์ม Coin Metrics  กระทรวงยุติธรรมสหรัฐเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่จากสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐ (FBI) สามารถยึดบิตคอยน์มูลค่ากว่า 2.3 ล้านดอลลาร์ ซึ่งบริษัทโคโลเนียล ไปป์ไลน์จ่ายเป็นค่าไถ่ให้แก่กลุ่มแฮกเกอร์ที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีทางไซเบอร์ จากเงินค่าไถ่ทั้งหมดราว 4.4 ล้านดอลลาร์ โดยเจ้าหน้าที่สามารถเจาะรหัสผ่านเข้าไปยังเป๋าตัง (wallets) ที่ใส่เงินบิตคอยน์ของแฮกเกอร์ ท่อส่งน้ำมันโคโลเนียล ไปป์ไลน์ ขนส่งน้ำมันเชื้อเพลิงในปริมาณ 2.5 ล้านบาร์เรล/วัน หรือคิดเป็น 45% ของปริมาณการใช้น้ำมันดีเซล, น้ำมันเบนซิน และเชื้อเพลิงอากาศยานในฝั่งตะวันออกของสหรัฐ

2021-06-09การวิเคราะห์เชิงลึก

รวมคำทำนายราคา Bitcoin ปลายปี 2021 สุดช็อค

แม้ว่าหลายคนจะคาดการณ์กันว่า Bitcoin จะเป็นนวัตกรรมแห่งอนาคตอย่างแน่นอน แต่ช่วงเดือนที่ผ่านมาราคา Bitcoin กลับเป็นขาลงอย่างรุนแรง วันนี้ทาง WikiBit จึงได้รวบรวมคำทำนายราคา Bitcoin ปลายปี 2021 สุดช็อค

2021-06-08การวิเคราะห์เชิงลึก

ดราม่าหนัก!! เพจทำนายราคาคริปโตเจ้าหนึ่ง เหตุทายไม่ถูก100%

" />  ปฏิเสธไม่ได้ว่าสิ่งที่อยู่คู่กับคนไทยมายาวนานนั้นคือความเชื่อ โดยเฉพาะเรื่องดวงชะตา ทั้งการงาน การเงิน และความรัก ไม่เว้นแต่เรื่องของการลงทุนในตลาดคริปโต ล่าสุด!! มีข่าวดราม่าในเพจที่มีชื่อว่า ‘สำนักคริปโต ความรู้ไม่มีดวงล้วนๆ’ เกี่ยวกับผลการทำนายที่ไม่ตรง 100% จนทำให้นักลงทุนบางรายที่ขาดความรู้ความเข้าใจในจุดประสงค์ของเพจ ขาดทุนจากการลงทุนตามเพจนี้ และได้มีการแสดงความคิดเห็นในเชิงลบอย่างรุนแรง ไปจนถึงการขู่อุ้มอีกด้วย   ต่อมาเจ้าของเพจเองได้ออกมาโพสต์ข้อความสั้นๆว่า “หลายคนส่งความมาหากลัวดิฉันโดนอุ้ม ไม่ต้องห่วงนะคะ ดิฉันกินดีอยู่ดีสามีพาทานข้าวค่ะ” เพื่อยืนยันว่าตนสบายดีหลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว และจะทำหน้าตรงนี้ต่อไป   ทั้งนี้แอดขออธิบายก่อนว่า เพจทำนายส่วนใหญ่ เป็นเพียงการคาดเดา หรือการวิเคราะห์ราคาในตลาดจากความคิดส่วนบุคคลเท่านั้น ซึ่งหมายความว่ามีทั้งตรง และไม่ตรง ดังนั้นผู้ที่เข้ามาเสพข้อมูลข่าวสารควรมีวิจารณญาณในการรับข้อมูลข่าวสารเป็นอย่างมาก โดยในกรณีนี้การวิเคราะห์ของเจ้าของเพจอาจเกิดขึ้นจริงก็ได้ หากไม่มีข่าวสารต่างๆ เข้ามาเป็นตัวแปรให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด คุณควรเสพข้อมูลข่าวสารเพื่อประกอบการตัดสินใจในการลงทุน ควบคู่กับดวงชะตา หากคุณอยากเชื่อผลวิเคราะห์ หรือคำทำนาย จากเพจในลักษณะนี้   จริงๆ แล้วการลงทุนที่ดี และปลอดภัยที่สุด คือ การเชื่อในข้อมูลที่ตัวเองศึกษามา นักลงทุนคริปโตควรศึกษาข้อมูลต่างๆ ด้วยตนเองเพื่อเรียนรู้ เช่น ข้อมูลเหรียญ ใบอนุญาตกระดานเทรดที่คุณเลือก การอ่านกราฟ และข่าวสารบ้านเมืองที่ส่งผลต่อราคาตลาด จะทำให้คุณตัดสินใจในการลงทุนได้ดีมากขึ้น หากคุณจะล้มก็ล้มด้วยตัวเอง ไม่ใช่เพราะเชื่อคนอื่น ในทางกลับกันหากคุณสำเร็จ มันจะเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่น่าภาคภูมิใจที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ ดังนั้นจำไว้เพจการทำนายเชื่อได้แต่ไม่ 100%  สุดท้ายนี้ข้อมูลข่าวสารทั้งหมดที่คุณควรรู้ เรารวมไว้ให้คุณหมดแล้วใน แอป ‘Wikibit’ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบ Exchange หรือ ‘Token’ ว่าถูกต้องมีใบอนุญาตไหม มีความน่าเชื่อถือแค่ไหน และมีคนเข้ามาร้องเรียนในเรื่องอะไรบ้าง แถมยังมีข่าวสารบ้านเมืองที่ส่งผลต่อราคาตลาดให้อีกด้วย ทั้งหมดนี้เรามีทีมงานคอยอัปเดตข้อมูลอยู่ตลอดเวลา เพื่อให้คุณใช้ประกอบการการตัดสินใจในการลงทุนได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกลัวถูกโกง!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….    App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)    Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-06-08การวิเคราะห์เชิงลึก

ผู้เชี่ยวชาญเผย Crypto กำลังเป็นขาลงรุนแรง

รายงานล่าสุดจากบริษัทวิเคราะห์ข้อมูล CoinShares เผยให้เห็นว่า การไหลออกของผลิตภัณฑ์ด้านการลงทุน BTC ของสถาบันยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเราได้เห็นการไหลออกจากผลิตภัณฑ์ด้านการลงทุนของสถาบันเป็นมูลค่าที่สูงถึง $ 141,000,000 ข้อมูลดังกล่าวถูกจัดทำขึ้น   ท่ามกลางการล่มสลายของตลาดคริปโตในเดือนพฤษภาคม โดยในช่วงเวลาระหว่างวันที่ 10 พฤษภาคมถึง 16 พฤษภาคม สถาบันต่างพากันถอนเงินมูลค่าเกือบ 100 ล้านดอลลาร์ออกจากผลิตภัณฑ์ด้านคริปโต ก่อนที่การไหลออกจะชะลอตัวลงเมื่อช่วงปลายเดือนที่แล้ว วอลุ่มการซื้อขาย Bitcoin ก็ร่วงลดลงอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน โดยในสัปดาห์แรกของเดือนนี้พบว่ากิจกรรมการซื้อขายชะลอตัวลดลงกว่า 62% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยรายสัปดาห์ของเดือนพฤษภาคม  สิ่งนี้บ่งชี้ได้ว่าความเชื่อมั่นของสถาบันที่มีต่อ BTC นั้นเริ่มกลายเป็นขาลงนับตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม อย่างไรก็ตามทาง CoinShares ตั้งข้อสังเกตว่า การไหลออกยังมีมูลค่าที่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของการไหลเข้าในช่วงต้นปีนี้ : “การไหลออกคิดเป็น 8.3% ของการไหลเข้าที่เห็นในปีนี้และยังคงน้อยที่สุดเมื่อเทียบการไหลออกที่เห็นในช่วงต้นปี 2018” นับตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ผลิตภัณฑ์ Bitcoin มีเงินทุนไหลเข้ามากกว่า 4.2 พันล้านดอลลาร์  โดยปัจจุบัน BTC คิดเป็น 65.9% ของเงินทุนทั้งหมดที่ถูกล็อคในผลิตภัณฑ์การลงทุนด้านคริปโต ความต้องการลงทุน Bitcoin ของสถาบันที่ลดลง นั้นเกิดพร้อมกับความต้องการลงทุน ใน Ethereum ของสถาบันที่เพิ่มสูงขึ้น โดยสินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM)   ของสถาบันที่ถูกล็อกอยู่ในผลิตภัณฑ์การลงทุนคริปโต นั้นคิดเป็น ETH มากกว่า 26.8% หลังจากได้รับเงินทุนไหลเข้ามูลค่ากว่า 33 ล้านดอลลาร์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา CoinShares ยังตั้งข้อสังเกตอีกว่า นักลงทุนกำลังมองหาการเปิดรับผลิตภัณฑ์ด้านการลงทุนใหม่ ๆ เพิ่มเติมเช่น Ripple ( XRP) และ Cardano (ADA) โดยการไหลเข้าของ XRP มีมูลค่าอยู่ที่ 7 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการไหลเข้ารายสัปดาห์ที่มูลค่ามากที่สุดนับตั้งแต่เดือนเมษายน และการไหลเข้าของ ADA อยู่ที่ 4.5 ล้านดอลลาร์ตามลำดับ

2021-06-08การวิเคราะห์เชิงลึก

Elon Musk ยังคงตั้งเป้าแผนการส่ง Dogecoin ไปดวงจันทร์

ท่ามกลางความโกลาหลของตลาดคริปโตเคอร์เรนซีในช่วงเดือนที่ผ่านมา ส่งผลให้มูลค่าการซื้อขายของ BTC และ DOGE ต่างต้องประสบกับปัญหาอย่างหนักจากการเทขายยกใหญ่ ซึ่งทำให้ตลาดคริปโตสูญเสียมูลค่าโดยรวมไปกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์   อย่างไรก็ตามเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา มหาเศรษฐีผู้ดำรงตำแหน่ง CEO ของบริษัท Tesla อย่าง Elon Musk ได้ออกมาประกาศแผนการที่จะพา Dogecoin ไปดวงจันทร์ ขณะที่เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา Bitmex แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตเคอร์เรนซี ได้ออกมาประกาศว่าจะทำให้บิทคอยน์เอาชนะ Dogecoin ด้วยการพามันไปดวงจันทร์เช่นเดียวกัน ด้วยเหตุนี้สงครามแห่งอวกาศจึงได้อุบัติขึ้น ทาง Bitmex ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านทางเว็บไซต์ว่า “เราไม่ได้ต่อต้าน Dogecoin แต่เรารู้สึกว่าเป็นเรื่องถูกต้องที่จะช่วยให้บิทคอยน์ไปดวงจันทร์ก่อน ด้วยการสร้าง BTC ที่มีรูปแบบทางกายภาพ และส่งมันไปอวกาศ  โดยบริษัทหุ่นยนต์อวกาศ Astrobotic Technology ในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้” ซึ่งทาง Elon Musk ผู้ได้รับเลือกให้เป็น CEO ของ Dogecoin จากผลสำรวจในทวิตเตอร์ ได้ออกมาตอบโต้กับการประกาศศึกดังกล่าว “การแข่งขันในอวกาศครั้งใหม่ได้เริ่มขึ้นแล้ว” อีกทั้ง Elon Musk ยังกำลังวางแผนที่จะส่งดาวเทียม DOGE-1 สู่ดวงจันทร์ในต้นปีหน้า นอกจากนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว Elon Musk ได้ออกมาให้สัญญาณเกี่ยวกับการสนับสนุนจาก Vitalik Buterin ผู้ก่อตั้ง Ethereum ที่ได้ออกมาให้คำแนะนำให้ Dogecoin เชื่อมต่อกับ Ethereum เพื่อเพิ่มความเร็วในการทำธุรกรรมและลดค่าธรรมเนียม อีกทั้งในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา Elon Musk ยังได้เสนอการอัปเกรด Dogecoin ที่เขากล่าวว่าจำเป็นต่อ Dogecoin ในการเป็นสกุลเงินของโลก และหมายความว่ามันจะสามารถโค่นบิทคอยน์ลงได้

2021-06-08การวิเคราะห์เชิงลึก

ราคา Bitcoin ร่วงแตะระดับ 33,000 ดอลลาร์อย่างรุนแรง

ราคาของ Bitcoin นั้นดูเหมือนว่าจะมีการร่วงทะลุระดับ 34,000 ดอลลาร์ในช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาในวันนี้ ซึ่งคาดว่านักเทรดหลาย ๆ คนนั้นอาจจะตั้งตัวไม่ทันกันเลยทีเดียว  กราฟ BTCUSD นั้นเผยให้เห็นว่าการร่วงลงของราคา Bitcoin นั้นเกิดขึ้นตอนเวลาประมาณตี 3 ของวันนี้ ก่อนที่จะร่วงลงมาแตะจุดต่ำสุดของวันที่ 33,361 ดอลลาร์อย่างรุนแรงในช่วงเวลาประมาณ 7 โมงเช้า ก่อนหน้านี้ราคา BTC นั้นเคยร่วงลงไปแตะระดับ 29,000 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมาแล้ว ก่อนที่จะมีการฟื้นตัวกลับขึ้นมา และ sideway อยู่ที่ระดับ 31,000 ดอลลาร์ ถึงระดับ 40,000 ดอลลาร์ ซึ่งบ่งบอกว่าตลาดนั้นยังคงน่าเป็นห่วงอยู่  การร่วงลงของราคา BTC ครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะเกิดขึ้นหลังจากที่อดีตประธานาธิบดี Donald Trump ได้ออกมากล่าวโจมตี Bitcoin ว่าเป็นสิ่งหลอกลวง และมันควรถูกควบคุมโดยรัฐบาลอีกด้วย “Bitcoin…มันดูเหมือนเป็นการหลอกลวง ผมรู้สึกประหลาดใจ คุณรู้ไหม ตอนผมยังอยู่ในตำแหน่ง ราคามันอยู่ที่ 6,000 ดอลลาร์ (ต่ำกว่ามาก) ผมไม่ชอบมัน เพราะมันเป็นอีกสกุลเงินหนึ่งที่แข่งขันกับเงินดอลลาร์ โดยพื้นฐานแล้วมันคือสกุลเงินที่แข่งขันกับดอลลาร์” พร้อมเสริมว่า “ผมคิดว่าพวกเขาควรออกกฎหมายมาควบคุมมันอย่างเคร่งครัด แต่สกุลเงินหลักยังไงก็ควรเป็นดอลลาร์”  ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-06-08การวิเคราะห์เชิงลึก