สแกนเพื่อดาวน์โหลด
แพลตฟอร์มตรวจสอบ # และยืนยันการกำกับดูแลของตลาดการเงินทั่วโลก

วัฏจักร 4 ปีครั้งของ ‘Bitcoin’ สู่แนวโน้มราคาตลาดคริปโต 2022

" />   ดูเหมือนว่าในปัจจุบันนี้ตลาดคริปโตจะมีความครึกครื้นเป็นอย่างมาก ไม่ว่าราคาที่พุ่งสูงขึ้น หรือดิ่งลง ก็สามารถทำให้นักลงทุนต่างเสียวสันหลังกันไปเป็นแทบๆ อาจเป็นเพราะ ‘Bitcoin’ มีวัฎจักรสำคัญที่เกิดขึ้นทุกๆ 4 ปี โดยเรียกว่า “The Halving” ซึ่งเป็นการลดอัตราการเกิดของเหรียญ Bitcoin ใหม่ลงครึ่งหนึ่งทุกๆ 4 ปี เพื่อป้องกันไม่ให้เหรียญ Bitcoin ที่ถูกขุดได้มีมากเกินไป เริ่มจาก 50 เหรียญทุกๆ 10 นาที โดยจำนวนเหรียญ Bitcoin มีทั้งหมด 21 ล้านเหรียญ และคาดว่าจะถูกขุดจนหมดในปี 2140 หรืออีกร้อยปีต่อจากนี้  สรุปก็คือ ในหนึ่งวัฏจักรของ ‘Bitcoin’ จะประกอบไปด้วย 4 ปี ซึ่งในระยะเวลา 3 ปีแรกนั้นราคาของ ‘Bitcoin’ จะค่อยๆ ดิ่งลง แต่เมื่อเข้าสู่ปลายปีที่ 3 และ ต้นปีที่ 4 ราคาของ ‘Bitcoin’ จะดีดตัวสูงขึ้น สังเกตจากภาพวงกลมวงแรกคือปลายปี 2013 ไปยังวงที่ 2 คือปลายปี 2017 ราคาจะค่อยดีดตัวขึ้นสูงในปีที่4 ดังนั้นในปี 2018 ราคา ‘Bitcoin’ จึงตกลงตลอดเพราะถือเป็นปีแรกของวัฏจักรใหม่ แต่พอเข้าปี 2021 ที่ถือเป็นปีที่ 4 ของวัฏจักรใหม่ครั้งนี้ ราคา ‘Bitcoin’ จะขึ้นและปีหน้าจะตกวนซ้ำไปเรื่อยๆนั่นเอง    โดยเป็นที่รู้กันดีว่าเหรียญแม่อย่าง ‘Bitcoin’ นั้น มีอิทธิพลส่งผลกระต่อราคาตลาดคริปโตมากแค่ไหน หากราคาของ ‘Bitcoin’ พุ่งสูงขึ้น ราคาเหรียญอื่นๆ ในตลาดก็จะพุ่งสูงขึ้นด้วย ในทางกลับกันหากราคาดิ่งลง ‘Bitcoin’ ก็จะลากราคาเหรียญอื่นๆ ดิ่งลงมาด้วยเช่นกัน สังเกตได้จากการทวิตของ ‘Elon Musk’ ที่ส่งผลให้ราคาของ ‘Bitcoin’ ตกลงมาในเดือนทีแล้ว ทำให้ราคาเหรียญอื่นๆ ตกตามลงมาด้วย  ทั้งนี้ทุกคนไม่ต้องตกใจเพราะถ้าหากนับเวลาตามวัฏจักรของ ‘Bitcoin’ แล้ว ปี 2021 นี้ ราคาของ ‘Bitcoin’ จะฟื้นฟูขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงครึ่งปีหลัง ถึงแม้จะอยู่ในเกณฑ์ที่ค่อนข้างน้อย แต่เพิ่มขึ้นแน่นอน   เมื่อไม่นานมานี้มีนักวิเคราะห์ชื่อดัง Willy Woo ได้อธิบายในทวีตว่า หนึ่งในโมเดลทำนายราคาของเขาคาดการณ์ว่า เรากำลังจะได้เห็นโมเมนตัมราคา ‘Bitcoin’ ที่เพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล โดยโมเดลของเขาได้คาดการณ์ว่า ราคา ‘Bitcoin’ อาจมีการซื้อขายกันอยู่ในช่วงระหว่าง 200,000 ถึง 300,000 ดอลลาร์ภายในสิ้นปี 2022  “โมเดลทำนายราคาของผมชี้ให้เห็นว่าราคา Bitcoin ที่ระดับ $200,000 ภายในช่วงสิ้นปี 2021 นั้นยังถือว่าค่อนข้างน้อยไปหน่อยและมันอาจมีมูลค่าสูงถึง $300,000 อ้างอิงตามการซื้อขายเฉลี่ยอยู่ที่ $7,456 ” ทั้งนี้หากราคาของ ‘Bitcoin’ สูงขึ้น คุณคงรู้แล้วนะว่าราคาเหรียญอื่นๆ ในตลาดคริปโตจะเป็นอย่างไร   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….    App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-06-07การวิเคราะห์เชิงลึก

‘Bitkub’ ออกแถลงการณ์ หลังนักลงทุนไทยถูก ‘Rug pull’ จาก KubSwaps เจ็บหนัก!!

ดูเหมือนว่า ‘DeFi’ จะทำพิษอีกแล้ว เพราะล่าสุดนั้นมีกลุ่มผู้เสียหายชาวไทยที่กำลังรวมตัวกันเพื่อหาทางฟ้องร้องเจ้าของโปรเจกต์ที่มีชื่อว่า ‘KubSwaps’ หลังจากที่พวกเขาถูก ‘rug pull’ จนเสียหาย ต่อมาทาง ‘Bitkub’ หรือผู้สร้าง Bitkub Chain ที่เปิดให้ทุกคนสามารถเข้ามาสร้างเหรียญและโปรเจกต์ได้อย่างอิสระ ต้องออกมาประกาศออกตัวว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าว  **DeFi Scams หรือ Rug Pull คือ การโปรโมทโครงการระดมทุนผ่านคริปโตในรูปแบบต่างๆ กระทั่งมีการระดมเงินลงทุนจากนักลงทุนที่ต้องการผลกำไรตอบแทน และโอนเงินลงทุนใส่เข้าไปในระบบ ซึ่งแสดงเป็นตัวเลขในบัญชีบน Decentralize Finance Platform ที่ตั้งขึ้นเพื่อการหลอกลวง หรือ Scams ก่อนจะถึงวันที่นักลงทุนจะได้เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ Defi Scams Platform ก็ปิดตัวหายไป พร้อมคริปโตมูลค่ามหาศาลจากนักลงทุนมากมาย**  โดยอ้างอิงจากโพสต์บน Facebook ของทาง Bitkub Chain นั้น พวกเขาประกาศว่า สืบเนื่องจากที่มีข่าวการดำเนินการของโปรเจกต์ KubSwaps บนแพลตฟอร์ม kubswaps.com เกิดเหตุการณ์ผิดปกติบน Bitkub Chain บริษัท บิทคับ บล็อคเชน เทคโนโลยี จำกัด ขอแจ้งว่าทางบริษัทและกลุ่มบริษัทบิทคับไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับโปรเจกต์ดังกล่าว บริษัทไม่เคยอนุญาตให้โปรเจกต์ดังกล่าวใช้ชื่อทางการค้า ‘บิทคับ’ หรือ ‘Bitkub’ รวมถึง KUB ของเหรียญ KUB Coin ของกลุ่มบริษัทบิทคับแต่อย่างใด และเจ้าของโปรเจกต์ดังกล่าวไม่ได้มีการติดต่อเข้ามาเพื่อยืนยันตัวตนกับทางบริษัท  ทั้งนี้บริษัทไม่ได้นิ่งนอนใจ และขอเรียนว่าบริษัทกำลังดำเนินการตรวจสอบการกระทำดังกล่าวอย่างใกล้ชิด ได้มีการติดต่อผู้เชี่ยวชาญคือ Inspex* ให้ตรวจสอบ ซึ่งมีผลการตรวจสอบเบื้องต้นปรากฏรายละเอียดตามลิงค์นี้ :  https://www.facebook.com/111739337763909/posts/120022286935614  บริษัทขอเรียนแจ้งให้ทราบอีกครั้งถึงความเสี่ยงในการลงทุนในโปรเจกต์ DeFi ต่าง ๆ เช่น การสร้างราคา (Price Manipulation) และการ Rug pull ของเจ้าของโปรเจกต์ ผู้ลงทุนควรทำการตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วนก่อนการลงทุน ซึ่งบริษัทได้จัดให้มีระบบยืนยันตัวตนของเจ้าของโปรเจกต์ใน Bitkub Chain และการตรวจสอบ Source code โดยบริษัท (Verified by Bitkub) เพื่อความโปร่งใสและเป็นตัวช่วยในการตรวจสอบเบื้องต้นของผู้ลงทุน และจะมีประกาศสู่สาธารณะเมื่อโปรเจกต์นั้นผ่านเกณฑ์ที่กำหนดไว้  อย่างไรก็ตาม การดำเนินการของโปรเจกต์ DeFi ในบางลักษณะอาจเข้าข่ายการออกเสนอขายโทเคนดิจิทัล และการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่จะต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้ลงทุนควรตรวจสอบว่าโปรเจกต์ที่ตนพิจารณาลงทุนเป็นผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลหน่วยงานกำกับดูแลตามกฎหมายหรือไม่อีกประการหนึ่ง ดังประกาศตามลิงค์นี้ :  https://www.sec.or.th/TH/Pages/News_Detail.aspx?SECID=8976&fbclid=IwAR1nKQRAYuETENSvBioEzV9zgyDdA5BL3XSFZsD4hKMnUZ2akGwhb2egA9A  จากการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของ ‘Bitkub’ บนแอปพลิเคชันของ ‘Wikibit’ พบว่า ‘Bitkub’ เป็น Exchange ที่มีความน่าเชื่อถืออยู่ที่ 8.44 คะแนน พร้อมได้รับใบอนุญาตสกุลเงินดิจิทัลจากประเทศไทยแล้ว อีกทั้งยังมีปริมาณการซื้อขายอยู่ที่ 3.3 พันล้านบาท ผ่านการเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่ ‘Wikibit’ จริงๆ มาแล้ว 1 ครั้ง ตรงตามการขออนุญาตจริง และมีคนเข้ามาร้องเรียนถึงปัญหาเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น (ในเรื่องของรูปรถขุดดินบนหน้าเว็บไซต์ ที่หมายถึงเว็บไซต์ล่ม ทั้งนี้อาจอยู่ในช่วงการปรับปรุงของเว็บไซต์) ถือว่าเป็น Exchange ที่มีความน่าเชื่อถือมากในระดับหนึ่งเลยก็ว่าได้  ขอให้ทุกท่านโปรดใช้วิจารณญาณในการลงทุน  ทั้งนี้ทาง ‘Bitkub’ แนะนำวิธีการสังเกตโครงการที่น่าเชื่อถือ และได้รับการรับรองจากทางบริษัทอย่างง่าย ๆ นั่นก็คือพวกเขาจะมีการ audit source code ของโครงการนั้น ๆ ก่อนที่จะให้ตราสัญลักษณ์ ‘Verified by Bitkub’ ที่บ่งบอกว่าโครงการดังกล่าวได้ถูกตรวจสอบอย่างถี่ถ้วนโดย ‘Bitkub’ แล้วนั่นเอง  ถือว่าเป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์ชั้นดีสำหรับสายฟาร์มชาวไทยที่สอนให้รู้การลงทุนใน ‘DeFi’ นั้นมีความเสี่ยง ซึ่งจริงๆ แล้วทุกการลงทุนนั้นมีความเสี่ยงสูงเช่นกัน ดังนั้นก่อนการลงทุนทุกครั้งต้องตรวจสอบข้อมูลให้ดี แอดแนะนำให้โหลดแอป ‘Wikibit’ และค้นหาชื่อ ‘Exchange’ หรือ ‘Token’ ที่คุณสนใจ เพื่อตรวจสอบข้อมูล ประกอบการตัดสินใจในการลงทุน รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน!!  ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-06-07การวิเคราะห์เชิงลึก

Ethereum จ่อแย่งซีน Bitcoin ในฐานะสกุลเงินป้องกันเงินเฟ้อ

Ethereum ยังคงต่ำกว่าระดับสูงสุดในเดือนพ.ค. แต่การคาดการณ์ล่าสุดอาจทำให้มันแซงหน้า Bitcoin ในฐานะสกุลเงินที่สถาบันการเงินซื้อเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ  “เป้าหมายหลักของข้อเสนอการปรับปรุงนโยบายค่าธรรมเนียมของ Ethereum (1559) หรือที่เรียกว่า London fork [คาดว่าจะเริ่มในเดือนกรกฎาคม] คือ การเปลี่ยนวิธีทำธุรกรรมบนเครือข่าย Ethereum และเราเชื่อว่ามันจะส่งผลเชิงบวกต่อราคาของ Ethereum” แอมเบอร์ กักการ์ ผู้ก่อตั้ง AllianceBlock กล่าว  กลุ่มผู้ชื่นชอบ Ethereum กำลังเดิมพันอย่างสูงว่า นโยบายนี้จะทำให้สกุลเงิน Ethereum ซึ่งเป็นเหรียญที่ใช้ในการดำเนินการบนเครือข่าย Ethereum เกิดการขาดแคลนจากอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นของสถาบันการเงินและทำให้มันได้รับกระแสนิยมแบบเดียวกับที่ Bitcoin เคยได้รับ  โดยพื้นฐานแล้ว นโยบายใหม่จะแบ่งค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมบน Ethereum เป็นค่าธรรมเนียมพื้นฐานและค่าธรรมเนียมพิเศษ ค่าธรรมเนียมพื้นฐานจะถูกลบทิ้ง โดยลดปริมาณอุปทานของ Ethereum ซึ่งช่วยรักษาระดับเงินเฟ้อ  “มีความหวังว่า London fork ที่จะเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคมจะทำให้ Ethereum กลายเป็นสินทรัพย์เงินฝืด” กัดดาร์กล่าว “Ethereum บางส่วนกำลังจะถูกทำลายและทำให้น่าสนใจยิ่งขึ้นในฐานะแหล่งสะสมความมั่งคั่ง ทำให้ Ethereum สามารถขยายตลาดเป้าหมายได้”  แม้ว่าคุณลักษณะเงินฝืดจากการปรับปรุงครั้งนี้จะทำให้หลายคนตื่นเต้น แต่ค่าธรรมเนียมที่สูงบนเครือข่าย Ethereum ซึ่งเป็นผลมาจากธุรกรรมอันหนาแน่น ทำให้การขยายตัวเป็นไปได้ยาก Ethereum เป็นโปรโตคอลที่นักพัฒนาทุกคนเข้าถึงได้และเป็นที่นิยมในหมู่สกุลเงินแบบกระจายศูนย์กลาง แต่คู่แข่งอย่าง Cardano, Binance และ Polkadot ต่างก็กำลังแข่งขันในด้านนี้เช่นกัน  แม้ว่า London fork จะทำให้ Ethereum เปิดกว้างขึ้น ลดความแออัดของธุรกรรมและช่วยลดค่าธรรมเนียม แต่ก็ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่แท้จริง ทางออกที่แท้จริงคือการเปิดช่องทางการขุดเหรียญให้มากขึ้น และโครงงการ Ethereum 2.0 ก็ถือเป็นกุญแจสำคัญในเรื่องนี้  “London fork จะทำให้มีการขุดเหรียญมากขึ้น แต่คุณต้องสร้างช่องทางเพิ่มเติม และสิ่งนี้จะเกิดขึ้นกับ Ethereum 2.0 เท่านั้น” กัดดาร์กล่าวเสริม  ไทม์ไลน์ไม่แน่ชัดว่าการอัปเกรดเป็น Ethereum 2.0 จะแล้วเสร็จเมื่อใด โดยบางส่วนคาดว่าจะเป็นช่วงต้นปี 2022   ความสำคัญของการจัดการกับค่าธรรมเนียมที่ผันผวนนั้น มีอิทธิพลต่อการยอมรับ Ethereum ในวงกว้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุนรายย่อยที่ถูกทิ้งไว้เบื้องหลัง  “แนวคิดทั้งหมดของบล็อคเชนคือการลดค่าธรรมเนียม และทำให้การเข้าถึงทุนเป็นมีอธิปไตย แต่ ณ ขณะนี้เรายังอยู่ห่างไกลจากสิ่งดังกล่าวมาก เนื่องจากปัญหาที่เรามีเกี่ยวกับวิธีการตั้งค่าบล็อคเชน” กัดดาร์กล่าวเสริม  รู้ใช่ไหมว่า ‘Wikibit’ เรามี Feature ในการตรวจสอบ Exchange และ ข้อมูลของเหรียญต่างๆ ในวงการคริปโต ทั้งนี้เรามีทีมงานคอยเฝ้าระวังการโกง และตรวจสอบอัปเดตผลตลอด 24 ชั่วโมง ดังนั้นหากคุณอยากตรวจสอบข้อมูลต่างๆ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองก็จะกลายเป็นเรื่องที่ง่ายมาก เพียงแค่ไปค้นหาชื่อบนแอป ‘Wikibit’ เท่านี้ ทั้งใบอนุญาต รีวิวต่าง ๆ และข้อมูลที่คุณควรรู้ ก็จะปรากฏขึ้นอย่างครบถ้วน

2021-06-07การวิเคราะห์เชิงลึก

'เอลซัลวาดอร์'จ่อใช้ Bitcoin ถูกกฎหมาย‘ประเทศแรกของโลก’

ประธานาธิบดีนายิบ บูเคเล ของเอลซัลวาดอร์กล่าวในเวทีประชุม “บิทคอยน์ 2021” ที่เมืองไมอามีของสหรัฐเมื่อวันเสาร์ (5 มิ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่นว่า เร็วๆ นี้เขาจะเสนอร่างกฎหมายอนุญาตให้ใช้บิทคอยน์ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย เท่ากับว่า ประเทศในอเมริกากลางแห่งนี้จะเป็นประเทศแรกของโลกที่ยอมรับอย่างเป็นทางการให้เงินเสมือนเท่ากับเงินถูกกฎหมาย เปิดช่องให้ประชาชนอีกหลายแสนคนที่ยังอยู่ในเศรษฐกิจนอกระบบ  ร่างกฎหมายดังกล่าวมีเป้าหมายเพิ่มการจ้างงานในประเทศ ที่ประชากร 70% ไม่มีบัญชีธนาคารและทำงานในภาคส่วนเศรษฐกิจที่ไม่เป็นทางการ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังไม่มีรายละเอียดร่างกฎหมาย ที่ต้องอาศัยการอนุมัติจากสภาซึ่งส่วนใหญ่เป็นพันธมิตรของประธานาธิบดี  ทั้งนี้ การส่งเงินกลับบ้านของชาวเอลซัลวาดอร์ที่ไปทำงานต่างแดนคิดเป็นสัดส่วนสำคัญ ราว 22% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปีก่อนมียอดรวมถึง 5.9 พันล้านดอลลาร์  ด้าน “สไตรค์” แอพพลิเคชันชำระเงินผ่านมือถือที่เพิ่งเปิดตัวในประเทศไปเมื่อเดือน มี.ค. แถลงว่า ยินดีกับกฎหมายฉบับนี้และจะร่วมมือกับรัฐบาลทำการใช้เทคโนโลยีบิทคอยน์ให้ประสบความสำเร็จ  รู้ใช่ไหมว่า ‘Wikibit’ เรามี Feature ในการตรวจสอบ Exchange และ ข้อมูลของเหรียญต่างๆ ในวงการคริปโต ทั้งนี้เรามีทีมงานคอยเฝ้าระวังการโกง และตรวจสอบอัปเดตผลตลอด 24 ชั่วโมง ดังนั้นหากคุณอยากตรวจสอบข้อมูลต่างๆ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองก็จะกลายเป็นเรื่องที่ง่ายมาก เพียงแค่ไปค้นหาชื่อบนแอป ‘Wikibit’ เท่านี้ ทั้งใบอนุญาต รีวิวต่าง ๆ และข้อมูลที่คุณควรรู้ ก็จะปรากฏขึ้นอย่างครบถ้วน  ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-06-07การวิเคราะห์เชิงลึก

รู้แล้วรวย!! 8 วิธีสร้างรายได้ จากการเทรดคริปโต

ใครอยากเป็นเศรษฐี ฉันน่ะสิ ฉันน่ะสิ ช่วงนี้วงการคริปโตกำลังครึกครื้นเป็นอย่างมาก เพราะราคาของเหรียญนั้น พุ่งบ้าง ล่วงบ้าง พอหอมปากหอมคอให้นักลงทุนหลายๆ คน ใจหายใจคว่ำกันอย่างถ้วนหน้า แต่คุณรู้หรือไม่ว่าการเทรดคริปโตธรรมดาอย่างเดียวไม่ได้ทำให้ทุกคนรวยได้เหมือนกันหมด มันขึ้นอยู่กับดวง และวิธีการศึกษาข้อมูลของแต่ละคนด้วย ดังนั้นวันนี้แอดจะมาบอก 9 วิธีสร้างรายได้จากการเทรดคริปโตให้ทุกคนทราบ!!  1. ซื้อและถือมันซะ    ซื้อถูกขายแพงนั้นเป็นหลักการที่สามารถใช้ในการลงทุนในทุกๆแบบ ด้วยการที่คุณซื้อสินทรัพย์ใดๆสำหรับการลงทุน แล้วถือมันจนกว่ามันจะมีมูลค่าที่จนคุณจะพอใจและขายมันเพื่อทำกำไรในตลาด ซึ่งมันก็เป็นแนวคิดเดียวกันกับการลงทุนในคริปโต แต่คำถามคือผลตอบแทนต้องมากแค่ไหนคุณถึงจะพอใจ ซึ่งมันก็ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงที่แต่ละบุคคลจะรับได้ เพราะฉะนั้นถ้าคุณชอบวิธีนี้คุณก็แค่ซื้อและถือไว้จนกว่าคุณจะพอใจในผลตอบแทนและขายมันซะ  2. กินปันผล    มีคริปโตบางชนิดที่คุณสามารถได้ปันผลด้วยการถือมันเป็นเวลาหนึ่ง ซึ่งมันเป็นวิธีที่ค่อนข้างปลอดภัยโดยวิธีนี้ถูกเรียกว่า Staking โดยคุณสามารถทำได้โดยการถือคริปโตไว้ใน Wallet (กระเป๋าเงินดิจิทัล) ที่รองรับในระยะเวลาหนึ่งคุณก็จะได้ปันผล คล้ายๆกับการที่คุณได้เงินปันผลจากหุ้น  3. Arbitrage (อาร์บิทราจ)    เป็นวิธีที่ง่ายและรวดเร็วในการทำกำไรจากการลงทุนในคริปโต ด้วยการซื้อเหรียญที่มีราคาถูกในตลาดหนึ่งและนำไปขายอีกตลาดหนึ่งที่ราคาสูงกว่า ซึ่งเป็นวิธีที่สามารถทำกำไรอย่างง่ายดายโดย   4. ลงทุนในเหรียญหลายชนิด    ในขณะที่ ‘Bitcoin’ นั้นเหมือนเหรียญแม่ในวงการคริปโต ถึงกระนั้นก็ยังมีเหรียญอื่นๆ ที่มีแนวทางของตัวเอง อย่าง Ethereum หรือ Ripple ที่น่าลิ้มลองในการลงทุนคริปโตของคุณ  5. การขุด    การลงทุนในอุปกรณ์คอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ในการขุดคริปโต อาจจะเป็นเป็นสิ่งที่หนักหนาสำหรับเงินในกระเป๋าของคุณ แต่มันก็คุ้มค่าถ้าคุณต้องการจะหาผลกำไรจากคริปโต โดยพื้นฐานของการขุดคือการที่คุณมีส่วนร่วมในการสร้างธุรกรรมที่จะบันทึกลงบน ‘Blockchain’ และได้รับรางวัลในการมีส่วนร่วมกับระบบคริปโต   6. การอ่านกราฟ    มันอาจจะเป็นสิ่งที่ยากสำหรับมือใหม่ แต่มันก็คุ้มที่คุณจะเรียนรู้การอ่านกราฟและมองหาโอกาส เป็นเรื่องธรรมชาติของคริปโตที่จะมีความผันผวนและมูลค่าของมันมีความผันผวนอย่างมากในทุกๆวัน ทำให้คุณสามารถอ่านกราฟและหาจุดเข้าซื้อและจุดที่ต้องการจะขายที่ถูกต้องได้  7. เหรียญที่ถูกแจก (Airdrop)    แน่นอนว่าเราไม่ได้กำลังพูดถึงการลงทุนแบบ Snoop Dog แต่เรากำลังพูดถึง Airdrop ซึ่งมันคือเหรียญคริปโตจำนวนหนึ่งที่จะแจกให้แบบฟรีๆ โดยทั่วไปคนที่แจกคือ Start up ที่มีโปรเจกต์คริปโต เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้คนสนใจในตัวโปรเจกต์ มันคล้ายกับการที่บริษัทนั้นออกโปรโมชั่นสำหรับบริการหรือผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าติดตามแต่อย่าลืมระวังเหรียญ Airdrop ที่มาจาก Scam ด้วย  8. รูปแบบการระดมทุน (ICO)    เราอาจจะได้เคยยินสิ่งที่เรียกว่า IPO ในโลกของธุรกิจซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่คล้ายๆกันในคริปโต นี้แต่เราจะเรียกมันว่า ICO ลองหาเหรียญที่เพิ่งเริ่มระดมทุนและมีมูลค่าต่ำกว่าที่ควรจะเป็นหรืออยู่ในอันดับต่ำและลงทุนกับมัน คุณอาจจะได้เจอเหรียญที่มีคุณภาพโดยที่ยังมี Demand (ความต้องการซื้อ) ต่ำกว่าที่ควรจะเป็น  อย่างไรก็ตามก่อนลงทุนคริปโตทุกครั้ง ควรศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับเหรียญ หรือ Exchange ให้ดีก่อนทุกครั้ง เพื่อป้องกันการสูญเสียจากการถูกโกง ซึ่งเป็นพื้นฐานที่นักลงทุนทุกคนไม่ควรละเลย โหลดแอป ‘Wikibit’ และตรวจสอบข้อมูลที่คุณอยากรู้ได้แล้วันนี้ฟรี!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-06-06การวิเคราะห์เชิงลึก

ชาวเน็ตงง พบโปรเจกต์ DeFi ลุงพล Swap

ท่ามกลางกระแสของลุงพล ใน “คดีน้องชมพู่” ที่กำลังเป็นกระแสร้อนแรงในสังคมปัจจุบันนั้น ดูเหมือนว่าจะมีนักพัฒนาหัวใสนำเรื่องราวนี้มาทำเป็นมีม และเตรียมสร้างโปรเจกต์ Defi ขึ้นมาใหม่ในชื่อ “Pon Swap” เพื่อหวังเกาะความดังของกระแสนี้ไปด้วย  อ้างอิงโพสต์จากกลุ่ม DeFi Thai Club เมื่อช่วงไม่กี่ชม. ที่ผ่านมามีสมาชิกรายหนึ่งโพสต์ภาพโปรเจกต์ Defi ตัวใหม่ที่เป็นการทำมีมล้อเลียน “ลุงพล” ซึ่งภาพดังกล่าวทำให้หลายคนออกมาแสดงความคิดเห็นกันอย่างล้นหลามและเรียกเสียงฮาได้เป็นอย่างมาก บางคนถึงกับเอ่ยว่า “นี่มันฟาร์มลุงพลชัด ๆ”  อย่างไรก็ตามบางคนได้ตั้งข้อสังเกตโปรเจกต์ดูคล้ายกับโปรเจกต์ Defi ชื่อดังอย่าง Apeswap จนแทบแยกไม่ออก ซึ่งผู้โพสต์ก็ได้ออกมากล่าวยอมรับแล้วว่า เขาได้ทำการ Fork โปรเจกต์มาจาก Apeswap  ทั้งนี้ผู้โพสต์ภาพดังกล่าวว่า มันยังเป็นเพียงภาพ Mockup หรือแค่ภาพร่างตัวต้นแบบเท่านั้น ยังไม่มีพัฒนาหรือเปิดตัวจริง ๆ แต่โปรเจกต์ดังกล่าวก็ถือว่าได้รับความสนใจจากผู้คนไม่น้อยเลย ซึ่งเราก็คงต้องติดตามรอดูกันต่อไปว่า โปรเจกต์ดังกล่าวจะถูกนำมาสร้างจริง ๆ หรือไม่และหากถูกนำมาสร้างแล้วจะเปิดตัวเมื่อไหร่   ขอขอบคุณบทความจาก Siamblockchain By Thongchai  รู้ใช่ไหมว่า ‘Wikibit’ เรามี Feature ในการตรวจสอบ Exchange และ ข้อมูลของเหรียญต่างๆ ในวงการคริปโต ทั้งนี้เรามีทีมงานคอยเฝ้าระวังการโกง และตรวจสอบอัปเดตผลตลอด 24 ชั่วโมง ดังนั้นหากคุณอยากตรวจสอบข้อมูลต่างๆ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองก็จะกลายเป็นเรื่องที่ง่ายมาก เพียงแค่ไปค้นหาชื่อบนแอป ‘Wikibit’ เท่านี้ ทั้งใบอนุญาต รีวิวต่าง ๆ และข้อมูลที่คุณควรรู้ ก็จะปรากฏขึ้นอย่างครบถ้วน  ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-06-05การวิเคราะห์เชิงลึก

10 เหรียญหมาสายพันธ์ต่าง ๆ บนโลกคริปโต

2021-06-04การวิเคราะห์เชิงลึก

จีนคืบหน้า!! ทดลองแจก 40 หยวนดิจิทัล ผ่านลอตเตอรี่ แล้วไทยล่ะ?

ตอนนี้ธนาคารกลางของแต่ละประเทศเร่งพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลสัญชาติของตัวเอง หรือ CBDC เพื่อให้คนในประเทศใช้เงินดิจิทัลในการแลกเปลี่ยนได้อย่างสมบูรณ์ โดยล่าสุดสำนักงานกำกับดูแลและการบริหารกรุงปักกิ่งเปิดเผยว่า จีนจะมอบสกุลเงินหยวนดิจิทัลให้กับประชาชนในกรุงปักกิ่งเป็นมูลค่า 40 ล้านหยวน หรือประมาณ 6.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านการจับรางวัลลอตเตอรี่  ชาวกรุงปักกิ่งสามารถใช้แอปพลิเคชันธนาคาร 2 แห่งเพื่อชิงซองรางวัลจำนวน 200,000 ซอง โดยในแต่ละซองจะบรรลุเงินหยวนดิจิทัลจำนวน 200 หยวนหรือประมาณ 31 ดอลลาร์ ซึ่งผู้ชนะจะสามารถนำเงินดิจิทัลในซองไปใช้จ่ายในร้านค้าที่รัฐบาลกำหนดไว้ และมีกำหนดแลกได้จนถึงเที่ยงคืนของวันที่ 7 มิ.ย.นี้ ทั้งนี้ รัฐบาลจีนกำลังอยู่ในช่วงการทดลองใช้งานสกุลเงินหยวนดิจิทัล ผ่านการจัดแคมเปญต่างๆ ซึ่งรวมถึงการจับรางวัลลอตเตอรี่  สกุลเงินหยวนดิจิทัลได้รับการพัฒนาโดยธนาคารกลางจีนเพื่อนำมาใช้แทนเงินสดบางส่วนในระบบ (CBDC) โดยธนาคารกลางจีนมองว่า เงินหยวนดิจิทัลเป็นอีกหนทางหนึ่งในการส่งเสริมการชำระเงินแบบไร้เงินสด โดยธนาคารกลางจีนได้ทำการพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลมาตั้งแต่ปี 2557  ทางด้านนายหลี่ โป๋ รองผู้ว่าการธนาคารกลางจีนเปิดเผยว่า ธนาคารกลางจีนกำลังเตรียมการในด้านต่างๆ เพื่อให้นักกีฬาและผู้เข้าชมต่างชาติสามารถใช้สกุลเงินหยวนดิจิทัลได้ในช่วงการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2565 ที่จะจัดที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งอาจเป็นครั้งแรกที่มีการทดลองใช้สกุลเงินซึ่งเป้าหมายของการพัฒนาสกุลเงินหยวนดิจิทัลหรือสกุลเงินหยวนในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์นั้น ไม่ใช่เพื่อใช้แทนที่สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐในการแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ แต่เพื่อนำมาใช้แทนธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ในระบบของจีน และกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายแบบไร้เงินสดภายในประเทศ ทั้งนี้สกุลเงินหยวนดิจิทัลไม่ใช่สกุลเงินคริปโตเคอเรนซี และไม่ได้ออกแบบมาในลักษณะเดียวกับสกุลเงินบิตคอยน์  ในส่วนของสกุลเงินบาทดิจิทัล จากประเทศไทยนั้น ทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำลังเร่งพัฒนาอยู่เช่นกัน ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการวางแผนทดสอบ ในภาคส่วนต่างๆ เพื่อใช้ในการพัฒนาให้เหรียญดิจิทัลตัวนี้ออกมาดีที่สุด เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถเปิดให้ใช้งานได้จริงแบบสมบูรณ์ในอีก 4 – 5 ปีข้างหน้า  ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-06-04การวิเคราะห์เชิงลึก

มหาเศรษฐี Mike Novogratz อยากลงทุน100 ล้านดอลลาร์ในด้าน Crypto

Cryptology Asset Group บริษัทการลงทุนที่ก่อตั้งโดยมหาเศรษฐี Mike Novogratz และ Christian Angermayer มุ่งมั่นที่จะลงทุน 100 ล้านดอลลาร์ในกองทุนร่วมที่จะลงทุนในสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับคริปโตในช่วงสองปีข้างหน้า  จากการประกาศมื่อวันพฤหัสบดี Cryptology กล่าวว่า มีความตั้งใจที่จะลงทุนในกองทุนครั้งแรก ซึ่งมุ่งเน้นไปที่บล็อกเชนและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอร์เรนซี่ โดยบริษัท Cryptology จดทะเบียนในตลาดหุ้นเยอรมัน รวมถึง Borse Dusseldorf, Gettex และ Tradegate อีกด้วย Angermayer กล่าวว่า “เราอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการปฏิวัติคริปโตเท่านั้น และเรามุ่งมั่นที่จะเป็นหนึ่งในนักลงทุนชั้นนำระดับโลกในกลุ่มสินทรัพย์ที่เพิ่งเริ่มต้นนี้” Cryptology เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี 2018 โดยมีสินทรัพย์และพอร์ตโฟลิโอมูลค่ากว่า 548 ล้านดอลลาร์  รวมถึงบริษัทต่างๆ เช่น Block.one และ Northern Data Novogratz ซึ่งเป็นซีอีโอของบริษัทคริปโตอย่าง Galaxy Digital ซึ่งทำธุรกิจต่างๆ เกี่ยวกับคริปโตเคอร์เรนซี่ เช่น การซื้อขาย การจัดการสินทรัพย์ การลงทุน และการขุด ซึ่ง Galaxy Digital ได้จดทะเบียนในแคนาดา และคาดว่าจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ นอกจากนี้เมื่อเดือนที่แล้วบริษัทได้ซื้อ BitGo บริษัท custodiam คริปโตเป็นเงิน 1.2 พันล้านดอลลาร์อีกด้วย ที่มา: theblockcrypto

2021-06-04การวิเคราะห์เชิงลึก

ระวัง!! 9 สัญญาน อันตรายแชร์ลูกโซ่ ในวงการคริปโต

ปัจจุบันมีสกุลเงินดิจิทัลที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ล้วนแล้วแต่มีจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน และมีอะไรที่เหมือนๆ กัน อย่างเช่น ใช้ ‘Blockchain’ เหมือนกัน ใช้ Proof of Work สำหรับการขุดเหมือนกัน หรือถูกใช้งานเหมือนเป็นสกุลเงินได้เหมือนกัน แต่ภัยร้ายที่มักแอบแฝงเข้ามาได้คือ ‘Cryptocurrency’ ปลอมที่อาจจะสร้างโดยองค์กรแชร์ลูกโซ่ที่จะล่อลวงให้คนมาเข้าร่วมกลุ่มและลงทุนในสิ่งนี้ ดังนั้นนักลงทุนทุกคนควรมีความรู้เท่าทัน เพื่อป้องกันการสูญเสีย ไม่ว่าจะเป็น เงิน และน้ำตา   โดยสัญญาณอันตรายจากการแชร์ลูกโซ่ในวงการคริปโตมีดังนี้  1. ไม่ชัดเจนว่าใครเป็นผู้สร้าง หรือใครเป็นเจ้าของ โดยมักจะมีการอ้างชื่อคนนู้นคนนี้ว่ามีชื่อเสียง เป็นนักลงทุนชื่อดังจากต่างประเทศ แต่ลองเสียเวลาหาข้อมูลเกี่ยวกับพวกเขาสักนิด อาจจะเจอข่าวไม่ดี พัวพันกับการฉ้อโกง  2. การได้กำไร หรือได้ผลตอบแทน มีการนำระบบของการเชื้อเชิญคนเพิ่มเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นหลัก ทั้งนี้ อย่าสับสนระหว่างระบบ Affliate หรือ Referral ของเว็บเทรดต่างๆ ซึ่งเป็นแค่การตลาดของการเพื่อนชวนเพื่อนธรรมดา ที่เราจะได้ประโยชน์เพียงเล็กน้อยในฐานะผู้เชิญชวน แต่ถ้ารายได้หลักมาจากการเชิญชวน หรือยิ่งมีการสร้างลำดับขั้นแตกกิ่งแบ่งสายอัพไลน์ดาวน์ไลน์แล้วล่ะก็ ให้มั่นใจได้เลยว่านี่คือแชร์ลูกโซ่แน่นอน เพราะคริปโตมีมูลค่าได้จากการแลกเปลี่ยน และความเชื่อมั่นในเทคโนโลยี ไม่ใช่รูปแบบจากการเชื้อเชิญแบบนี้      3. อ้างว่าได้กำไรสูง สม่ำเสมอ และรวดเร็ว  4. ไม่มีแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เข้าถึงง่าย เช่น เว็บไซต์แบบ Bitcoin.org จำเป็นต้องเข้าร่วมกลุ่มจึงจะได้ข้อมูล เพราะถ้าเปิดข้อมูลให้เข้าถึงได้ง่ายๆ เดี๋ยวก็รู้กันหมดว่าโกง  5. ‘Blockchain’ เป็น Closed Source หรือเป็น ‘Blockchain’ แบบส่วนตัว ถ้า Search Google ว่า “ชื่อเหรียญ source code” แล้วไม่เจอเว็บที่เก็บ Source Code ของโปรแกรม ‘Blockchain’ ของเหรียญนั้นๆ ให้ระวังไว้ และบางเหรียญใช้ Private ‘Blockchain’ ไม่เหมือน Public ‘Blockchain’ แบบ Bitcoin หรือ Ethereum ก็ให้ระวังไว้เช่นกัน เพราะเหตุผลที่พวกเขาไม่เปิดเผย Source Code หรือ ‘Blockchain’ สู่สาธารณะ เพราะพวกเขาอาจมีความลับบางอย่างอยู่ ว่าเหรียญนั้นอาจจะไม่ได้ทำงานแบบที่โฆษณาไว้จริงๆ  6. มีแต่ระบบแลกเปลี่ยนกันภายใน ไม่มีกระดานเทรดที่รองรับ   7. ไม่มีชื่อใน Coinmarketcap   8. BadBitcoinไม่มีการแจกแจงข้อมูลในการทำธุรกิจอย่างชัดเจนและโปร่งใส เช่น การโชว์เหมือง Cloud Mining ให้ดู หรือ การโชว์จำนวน และ Transaction ของเหรียญในกระดานเทรดนั้นๆ  9. ไม่มีการจดทะเบียนเป็นบริษัท หรือเพิ่งจดทะเบียนใหม่ๆ หรือจดทะเบียนมานานพอสมควรแต่ไม่เห็นผลประกอบการ สำหรับ Cryptocurrency ที่ถูกสร้างใหม่มักจะไม่มีใครจดบริษัทมาเป็นเจ้าของมันเนื่องมาจากความไร้ศูนย์กลาง แต่สำหรับ Cloud Mining หรือ เว็บเทรด แล้ว สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณา    หากคุณเจอสัญญาณแบบนี้ แอดบอกได้เลยว่าเลี่ยงได้เลี่ยง แต่ถ้าคุณต้องการความแน่ใจว่ามันเป็นอย่างที่คุณคิดไหมลองนำชื่อ Exchange หรือ Token ของคุณมาค้นหาให้แอป ‘Wikibit’ สิ รับรองทั้งใบอนุญาต รีวิวต่าง ๆ และข้อมูลที่คุณควรรู้ ก็จะปรากฏขึ้นอย่างครบถ้วนแน่นอน หากอันไหนไม่มีข้อมูล หรือมีคะแนนความน่าเชื่อถือต่ำ สิ่งเดียวที่คุณควรทำคือ หนีไป!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-06-04การวิเคราะห์เชิงลึก