ชาวเน็ตงง พบโปรเจกต์ DeFi ลุงพล Swap

ท่ามกลางกระแสของลุงพล ใน “คดีน้องชมพู่” ที่กำลังเป็นกระแสร้อนแรงในสังคมปัจจุบันนั้น ดูเหมือนว่าจะมีนักพัฒนาหัวใสนำเรื่องราวนี้มาทำเป็นมีม และเตรียมสร้างโปรเจกต์ Defi ขึ้นมาใหม่ในชื่อ “Pon Swap” เพื่อหวังเกาะความดังของกระแสนี้ไปด้วย  อ้างอิงโพสต์จากกลุ่ม DeFi Thai Club เมื่อช่วงไม่กี่ชม. ที่ผ่านมามีสมาชิกรายหนึ่งโพสต์ภาพโปรเจกต์ Defi ตัวใหม่ที่เป็นการทำมีมล้อเลียน “ลุงพล” ซึ่งภาพดังกล่าวทำให้หลายคนออกมาแสดงความคิดเห็นกันอย่างล้นหลามและเรียกเสียงฮาได้เป็นอย่างมาก บางคนถึงกับเอ่ยว่า “นี่มันฟาร์มลุงพลชัด ๆ”  อย่างไรก็ตามบางคนได้ตั้งข้อสังเกตโปรเจกต์ดูคล้ายกับโปรเจกต์ Defi ชื่อดังอย่าง Apeswap จนแทบแยกไม่ออก ซึ่งผู้โพสต์ก็ได้ออกมากล่าวยอมรับแล้วว่า เขาได้ทำการ Fork โปรเจกต์มาจาก Apeswap  ทั้งนี้ผู้โพสต์ภาพดังกล่าวว่า มันยังเป็นเพียงภาพ Mockup หรือแค่ภาพร่างตัวต้นแบบเท่านั้น ยังไม่มีพัฒนาหรือเปิดตัวจริง ๆ แต่โปรเจกต์ดังกล่าวก็ถือว่าได้รับความสนใจจากผู้คนไม่น้อยเลย ซึ่งเราก็คงต้องติดตามรอดูกันต่อไปว่า โปรเจกต์ดังกล่าวจะถูกนำมาสร้างจริง ๆ หรือไม่และหากถูกนำมาสร้างแล้วจะเปิดตัวเมื่อไหร่   ขอขอบคุณบทความจาก Siamblockchain By Thongchai  รู้ใช่ไหมว่า ‘Wikibit’ เรามี Feature ในการตรวจสอบ Exchange และ ข้อมูลของเหรียญต่างๆ ในวงการคริปโต ทั้งนี้เรามีทีมงานคอยเฝ้าระวังการโกง และตรวจสอบอัปเดตผลตลอด 24 ชั่วโมง ดังนั้นหากคุณอยากตรวจสอบข้อมูลต่างๆ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองก็จะกลายเป็นเรื่องที่ง่ายมาก เพียงแค่ไปค้นหาชื่อบนแอป ‘Wikibit’ เท่านี้ ทั้งใบอนุญาต รีวิวต่าง ๆ และข้อมูลที่คุณควรรู้ ก็จะปรากฏขึ้นอย่างครบถ้วน  ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-06-05การวิเคราะห์เชิงลึก

10 เหรียญหมาสายพันธ์ต่าง ๆ บนโลกคริปโต

2021-06-04การวิเคราะห์เชิงลึก

จีนคืบหน้า!! ทดลองแจก 40 หยวนดิจิทัล ผ่านลอตเตอรี่ แล้วไทยล่ะ?

ตอนนี้ธนาคารกลางของแต่ละประเทศเร่งพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลสัญชาติของตัวเอง หรือ CBDC เพื่อให้คนในประเทศใช้เงินดิจิทัลในการแลกเปลี่ยนได้อย่างสมบูรณ์ โดยล่าสุดสำนักงานกำกับดูแลและการบริหารกรุงปักกิ่งเปิดเผยว่า จีนจะมอบสกุลเงินหยวนดิจิทัลให้กับประชาชนในกรุงปักกิ่งเป็นมูลค่า 40 ล้านหยวน หรือประมาณ 6.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านการจับรางวัลลอตเตอรี่  ชาวกรุงปักกิ่งสามารถใช้แอปพลิเคชันธนาคาร 2 แห่งเพื่อชิงซองรางวัลจำนวน 200,000 ซอง โดยในแต่ละซองจะบรรลุเงินหยวนดิจิทัลจำนวน 200 หยวนหรือประมาณ 31 ดอลลาร์ ซึ่งผู้ชนะจะสามารถนำเงินดิจิทัลในซองไปใช้จ่ายในร้านค้าที่รัฐบาลกำหนดไว้ และมีกำหนดแลกได้จนถึงเที่ยงคืนของวันที่ 7 มิ.ย.นี้ ทั้งนี้ รัฐบาลจีนกำลังอยู่ในช่วงการทดลองใช้งานสกุลเงินหยวนดิจิทัล ผ่านการจัดแคมเปญต่างๆ ซึ่งรวมถึงการจับรางวัลลอตเตอรี่  สกุลเงินหยวนดิจิทัลได้รับการพัฒนาโดยธนาคารกลางจีนเพื่อนำมาใช้แทนเงินสดบางส่วนในระบบ (CBDC) โดยธนาคารกลางจีนมองว่า เงินหยวนดิจิทัลเป็นอีกหนทางหนึ่งในการส่งเสริมการชำระเงินแบบไร้เงินสด โดยธนาคารกลางจีนได้ทำการพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลมาตั้งแต่ปี 2557  ทางด้านนายหลี่ โป๋ รองผู้ว่าการธนาคารกลางจีนเปิดเผยว่า ธนาคารกลางจีนกำลังเตรียมการในด้านต่างๆ เพื่อให้นักกีฬาและผู้เข้าชมต่างชาติสามารถใช้สกุลเงินหยวนดิจิทัลได้ในช่วงการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาวปี 2565 ที่จะจัดที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งอาจเป็นครั้งแรกที่มีการทดลองใช้สกุลเงินซึ่งเป้าหมายของการพัฒนาสกุลเงินหยวนดิจิทัลหรือสกุลเงินหยวนในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์นั้น ไม่ใช่เพื่อใช้แทนที่สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐในการแลกเปลี่ยนเงินตราระหว่างประเทศ แต่เพื่อนำมาใช้แทนธนบัตรและเหรียญกษาปณ์ในระบบของจีน และกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายแบบไร้เงินสดภายในประเทศ ทั้งนี้สกุลเงินหยวนดิจิทัลไม่ใช่สกุลเงินคริปโตเคอเรนซี และไม่ได้ออกแบบมาในลักษณะเดียวกับสกุลเงินบิตคอยน์  ในส่วนของสกุลเงินบาทดิจิทัล จากประเทศไทยนั้น ทางธนาคารแห่งประเทศไทยได้กำลังเร่งพัฒนาอยู่เช่นกัน ซึ่งตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการวางแผนทดสอบ ในภาคส่วนต่างๆ เพื่อใช้ในการพัฒนาให้เหรียญดิจิทัลตัวนี้ออกมาดีที่สุด เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถเปิดให้ใช้งานได้จริงแบบสมบูรณ์ในอีก 4 – 5 ปีข้างหน้า  ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-06-04การวิเคราะห์เชิงลึก

มหาเศรษฐี Mike Novogratz อยากลงทุน100 ล้านดอลลาร์ในด้าน Crypto

Cryptology Asset Group บริษัทการลงทุนที่ก่อตั้งโดยมหาเศรษฐี Mike Novogratz และ Christian Angermayer มุ่งมั่นที่จะลงทุน 100 ล้านดอลลาร์ในกองทุนร่วมที่จะลงทุนในสินทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับคริปโตในช่วงสองปีข้างหน้า  จากการประกาศมื่อวันพฤหัสบดี Cryptology กล่าวว่า มีความตั้งใจที่จะลงทุนในกองทุนครั้งแรก ซึ่งมุ่งเน้นไปที่บล็อกเชนและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับคริปโตเคอร์เรนซี่ โดยบริษัท Cryptology จดทะเบียนในตลาดหุ้นเยอรมัน รวมถึง Borse Dusseldorf, Gettex และ Tradegate อีกด้วย Angermayer กล่าวว่า “เราอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการปฏิวัติคริปโตเท่านั้น และเรามุ่งมั่นที่จะเป็นหนึ่งในนักลงทุนชั้นนำระดับโลกในกลุ่มสินทรัพย์ที่เพิ่งเริ่มต้นนี้” Cryptology เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี 2018 โดยมีสินทรัพย์และพอร์ตโฟลิโอมูลค่ากว่า 548 ล้านดอลลาร์  รวมถึงบริษัทต่างๆ เช่น Block.one และ Northern Data Novogratz ซึ่งเป็นซีอีโอของบริษัทคริปโตอย่าง Galaxy Digital ซึ่งทำธุรกิจต่างๆ เกี่ยวกับคริปโตเคอร์เรนซี่ เช่น การซื้อขาย การจัดการสินทรัพย์ การลงทุน และการขุด ซึ่ง Galaxy Digital ได้จดทะเบียนในแคนาดา และคาดว่าจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ นอกจากนี้เมื่อเดือนที่แล้วบริษัทได้ซื้อ BitGo บริษัท custodiam คริปโตเป็นเงิน 1.2 พันล้านดอลลาร์อีกด้วย ที่มา: theblockcrypto

2021-06-04การวิเคราะห์เชิงลึก

ระวัง!! 9 สัญญาน อันตรายแชร์ลูกโซ่ ในวงการคริปโต

ปัจจุบันมีสกุลเงินดิจิทัลที่ถูกสร้างขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ล้วนแล้วแต่มีจุดประสงค์ที่แตกต่างกัน และมีอะไรที่เหมือนๆ กัน อย่างเช่น ใช้ ‘Blockchain’ เหมือนกัน ใช้ Proof of Work สำหรับการขุดเหมือนกัน หรือถูกใช้งานเหมือนเป็นสกุลเงินได้เหมือนกัน แต่ภัยร้ายที่มักแอบแฝงเข้ามาได้คือ ‘Cryptocurrency’ ปลอมที่อาจจะสร้างโดยองค์กรแชร์ลูกโซ่ที่จะล่อลวงให้คนมาเข้าร่วมกลุ่มและลงทุนในสิ่งนี้ ดังนั้นนักลงทุนทุกคนควรมีความรู้เท่าทัน เพื่อป้องกันการสูญเสีย ไม่ว่าจะเป็น เงิน และน้ำตา   โดยสัญญาณอันตรายจากการแชร์ลูกโซ่ในวงการคริปโตมีดังนี้  1. ไม่ชัดเจนว่าใครเป็นผู้สร้าง หรือใครเป็นเจ้าของ โดยมักจะมีการอ้างชื่อคนนู้นคนนี้ว่ามีชื่อเสียง เป็นนักลงทุนชื่อดังจากต่างประเทศ แต่ลองเสียเวลาหาข้อมูลเกี่ยวกับพวกเขาสักนิด อาจจะเจอข่าวไม่ดี พัวพันกับการฉ้อโกง  2. การได้กำไร หรือได้ผลตอบแทน มีการนำระบบของการเชื้อเชิญคนเพิ่มเข้ามาเกี่ยวข้องเป็นหลัก ทั้งนี้ อย่าสับสนระหว่างระบบ Affliate หรือ Referral ของเว็บเทรดต่างๆ ซึ่งเป็นแค่การตลาดของการเพื่อนชวนเพื่อนธรรมดา ที่เราจะได้ประโยชน์เพียงเล็กน้อยในฐานะผู้เชิญชวน แต่ถ้ารายได้หลักมาจากการเชิญชวน หรือยิ่งมีการสร้างลำดับขั้นแตกกิ่งแบ่งสายอัพไลน์ดาวน์ไลน์แล้วล่ะก็ ให้มั่นใจได้เลยว่านี่คือแชร์ลูกโซ่แน่นอน เพราะคริปโตมีมูลค่าได้จากการแลกเปลี่ยน และความเชื่อมั่นในเทคโนโลยี ไม่ใช่รูปแบบจากการเชื้อเชิญแบบนี้      3. อ้างว่าได้กำไรสูง สม่ำเสมอ และรวดเร็ว  4. ไม่มีแหล่งข้อมูลสาธารณะที่เข้าถึงง่าย เช่น เว็บไซต์แบบ Bitcoin.org จำเป็นต้องเข้าร่วมกลุ่มจึงจะได้ข้อมูล เพราะถ้าเปิดข้อมูลให้เข้าถึงได้ง่ายๆ เดี๋ยวก็รู้กันหมดว่าโกง  5. ‘Blockchain’ เป็น Closed Source หรือเป็น ‘Blockchain’ แบบส่วนตัว ถ้า Search Google ว่า “ชื่อเหรียญ source code” แล้วไม่เจอเว็บที่เก็บ Source Code ของโปรแกรม ‘Blockchain’ ของเหรียญนั้นๆ ให้ระวังไว้ และบางเหรียญใช้ Private ‘Blockchain’ ไม่เหมือน Public ‘Blockchain’ แบบ Bitcoin หรือ Ethereum ก็ให้ระวังไว้เช่นกัน เพราะเหตุผลที่พวกเขาไม่เปิดเผย Source Code หรือ ‘Blockchain’ สู่สาธารณะ เพราะพวกเขาอาจมีความลับบางอย่างอยู่ ว่าเหรียญนั้นอาจจะไม่ได้ทำงานแบบที่โฆษณาไว้จริงๆ  6. มีแต่ระบบแลกเปลี่ยนกันภายใน ไม่มีกระดานเทรดที่รองรับ   7. ไม่มีชื่อใน Coinmarketcap   8. BadBitcoinไม่มีการแจกแจงข้อมูลในการทำธุรกิจอย่างชัดเจนและโปร่งใส เช่น การโชว์เหมือง Cloud Mining ให้ดู หรือ การโชว์จำนวน และ Transaction ของเหรียญในกระดานเทรดนั้นๆ  9. ไม่มีการจดทะเบียนเป็นบริษัท หรือเพิ่งจดทะเบียนใหม่ๆ หรือจดทะเบียนมานานพอสมควรแต่ไม่เห็นผลประกอบการ สำหรับ Cryptocurrency ที่ถูกสร้างใหม่มักจะไม่มีใครจดบริษัทมาเป็นเจ้าของมันเนื่องมาจากความไร้ศูนย์กลาง แต่สำหรับ Cloud Mining หรือ เว็บเทรด แล้ว สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณา    หากคุณเจอสัญญาณแบบนี้ แอดบอกได้เลยว่าเลี่ยงได้เลี่ยง แต่ถ้าคุณต้องการความแน่ใจว่ามันเป็นอย่างที่คุณคิดไหมลองนำชื่อ Exchange หรือ Token ของคุณมาค้นหาให้แอป ‘Wikibit’ สิ รับรองทั้งใบอนุญาต รีวิวต่าง ๆ และข้อมูลที่คุณควรรู้ ก็จะปรากฏขึ้นอย่างครบถ้วนแน่นอน หากอันไหนไม่มีข้อมูล หรือมีคะแนนความน่าเชื่อถือต่ำ สิ่งเดียวที่คุณควรทำคือ หนีไป!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-06-04การวิเคราะห์เชิงลึก

แยกประเภท ‘วาฬ’ ในวงการคริปโต

2021-06-02การวิเคราะห์เชิงลึก

งานเข้า!! ‘Bitkub’ นักเทรดโวยเงินหาย โดนแฮกจริงหรือไม่?

ในโลกของคริปโตเคอเรนซี่นั้น ล้วนมีแต่ความไม่แน่นอนอะไรก็เกิดขึ้นได้ เพราะล่าสุด ‘Bitkub’ Exchang อันดับ 1 ในไทย ที่มีคนเลือกใช้งานมากที่สุด ก็งานเข้าสะแล้ว หลังจากมีนักเทรดคนหนึ่งโพสต์โวยร้องเรียนในกลุ่ม : ผู้เสียหายจาก Bitkub ถึงปัญหาเงินหายโดยไร้สาเหตุ  “ได้ระงับบัญชีไปแล้วแต่เหรียญยังถูกโอนออกไป 2FA Email ปกติทุกอย่างไม่โดนแฮกเมลและไม่มีการให้ยืนยันการโอนเหรียญ แต่เหรียญถูกโอนออก กว่าจะระงับได้ต้องโทรไปติดต่อ ถามข้อมูลเยอะมาก จนโดนโอนเหรียญออกไป”  โดยเบื้องต้นทางผู้เสียหายได้ติดต่อไปยังทาง ‘Bitkub’ แล้ว และได้รับการตอบกลับมาเพียงวิธีการตรวจสอบหาสาเหตุดังกล่าวไปตามขั้นตอนทางกฎหมาย ที่ยังไม่ได้ขอสรุปแน่ชัด ทั้งนี้เงินถูกโอนออกไปได้อย่างไร ระบบของ ‘Bitkub’ โดนแฮกจริงหรือไม่ ต้องติดตามผลสรุปกันต่อไป  จากการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของ ‘Bitkub’ บนแอปพลิเคชันของ ‘Wikibit’ พบว่า ‘Bitkub’ เป็น Exchange ที่มีความน่าเชื่อถืออยู่ที่ 8.44 คะแนน พร้อมได้รับใบอนุญาตสกุลเงินดิจิทัลจากประเทศไทยแล้ว อีกทั้งยังมีปริมาณการซื้อขายอยู่ที่ 3.3 พันล้านบาท ผ่านการเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่ ‘Wikibit’ จริงๆ มาแล้ว 1 ครั้ง ตรงตามการขออนุญาตจริง และมีคนเข้ามาร้องเรียนถึงปัญหาเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น (ในเรื่องของรูปรถขุดดินบนหน้าเว็บไซต์ ที่หมายถึงเว็บไซต์ล่ม  ทั้งนี้อาจอยู่ในช่วงการปรับปรุงของเว็บไซต์) ถือว่าเป็น Exchange ที่มีความน่าเชื่อถือมากในระดับหนึ่งเลยก็ว่าได้ ดังนั้นคงต้องรอติดตามกันต่อไปว่าเมื่อผู้ร้องเรียนไปทำตามคำแนะนำของ ‘Bitkub’ แล้ว จะเป็นยังไงต่อ เพราะตอนนี้ยังไม่มีข้อสรุปที่แน่ชัดว่าจริงๆ แล้ว ผิดพลาดที่ระบบของ Bitkub หรือผิดพลาดจากเทรดเดอร์  รู้ใช่ไหมว่า ‘Wikibit’ เรามี Feature ในการตรวจสอบ Exchange และ ข้อมูลของเหรียญต่างๆ ในวงการคริปโต ทั้งนี้เรามีทีมงานคอยเฝ้าระวังการโกง และตรวจสอบอัปเดตผลตลอด 24 ชั่วโมง ดังนั้นหากคุณอยากตรวจสอบข้อมูลต่างๆ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองก็จะกลายเป็นเรื่องที่ง่ายมาก เพียงแค่ไปค้นหาชื่อบนแอป ‘Wikibit’ เท่านี้ ทั้งใบอนุญาต รีวิวต่าง ๆ และข้อมูลที่คุณควรรู้ ก็จะปรากฏขึ้นอย่างครบถ้วน  ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-06-02การวิเคราะห์เชิงลึก

‘Coinbase Pro’ เป็นเหตุ!! ส่ง ‘Dogecoin’ พุ่งแรงแตะ 12 บาท

ล่าสุด ‘Coinbase Pro’ เว็บเทรดคริปโตเบอร์ 1 ของสหรัฐฯ ประกาศว่า เว็บจะเปิดให้เทรดเหรียญมีมดังขวัญใจแม่ยกนักลงทุน อย่าง ‘Dogecoin’ ในวันพฤหัสบดีที่ 3 มิถุนายน 2564 นี้ และตอนนี้ผู้ใช้สามารถฝากเหรียญ ‘Dogecoin’ ไปยัง ‘Coinbase Pro’ ก่อนที่จะเปิดให้มีการเทรดได้แล้ว  เบื้องต้นเว็บจะเปิดให้เทรดเหรียญ Doge ผ่าน 5 คู่เงินด้วยกันคือ DOGE-USD, DOGE-BTC, DOGE-EUR, DOGE-GBP และ DOGE- USDT ซึ่งการเทรดเหรียญ Doge จะเกิดขึ้นบน ‘Coinbase Pro’ เท่านั้น เพราะในส่วนของ Coinbase.com ยังไม่มีประกาศให้เทรดอย่างแน่ชัด “เราจะมีการอัปเดตข้อมูลเพิ่มเติม หากมีการเพิ่มการสนับสนุนเหรียญ” บริษัทเขียนระบุไว้ในบล็อกโพสต์  ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม Coinbase ได้ประกาศแผนการที่จะลิสต์เหรียญ Dogecoin ในระหว่างรายงานผลประกอบการรายงานไตรมาสที่ 1 โดยในช่วงเวลานั้นผู้บริหารกล่าวแนะนำว่าเว็บเทรดจะทำการลิสต์เหรียญ DOGE ภายใน 6 ถึง 8 สัปดาห์ข้างหน้า ทำให้นักลงทุนต่างคาดเดากันว่า Coinbase.com จะเปิดให้เทรดเหรียญ Doge ภายในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้  ต่อมาหลังจากข่าวการเปิดให้เทรดเหรียญของ ‘Coinbase Pro’ ส่งผลให้วันนี้ราคาของเหรียญ Doge พุ่งขึ้นถึง 12.14 จากเมื่อวาน 9.87 (อ้างอิงจากเว็บ BitKub) และพุ่งขึ้นถึง 11.83 จากเมื่อวาน 9.65 (อ้างอิงจากเว็บ Binance) คาดว่าราคาจะเกิดการผันผวนอย่างแน่นอนในวันพรุ่งนี้  ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-06-02การวิเคราะห์เชิงลึก

เหรียญ XRP เอาไง? อยู่หรือตาย

หลังจากที่ ก.ล.ต. สหรัฐ (Securities and Exchange Commission หรือ SEC) ยื่นฟ้องบริษัท Ripple ในข้อหาระดมทุนผ่านการออกเหรียญคริปโต XRP โดยไม่ได้รับอนุญาต SEC กล่าวว่า Ripple เสนอขายเหรียญ XRP เป็นมูลค่ารวม 1.3 พันล้านดอลลาร์นับตั้งแต่ปี 2013 เป็นต้นมา ซึ่งเหรียญทั้งหมดถือเป็นหลักทรัพย์ที่ไม่ได้จดทะเบียน (unregistered securities) ซึ่งขัดกับกฎหมายสหรัฐ เพราะถือว่าไม่ให้ข้อมูลที่เพียงพอกับนักลงทุน  ฝั่ง  หลังประกาศของ SEC ราคาของเหรียญ XRP ตกลงทันที 44% กองทุน Bitwise ที่ลงทุนในเหรียญคริปโตหลายตัว ก็ประกาศขาย XRP ทั้งหมดเพื่อไปลงทุนในเหรียญอื่นแทน, ตลาดซื้อขายเหรียญบางแห่งเริ่มถอด XRP ออก โดยเฉพาะเจ้าใหญ่ ๆ อย่าง Coinbase และ Binance  CEO Ripple ได้ทวิตข้อความบนทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า “เราพยายามที่จะหาทางออกกับศาลแล้ว แต่ไม่ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้น โดย Ripple จะไม่หยุดและพร้อมที่คุยกับรัฐบาลของ Biden” ทั้งนี้เพราะการฟ้องร้องเกิดขึ้นในยุคของทรัมป์นั่งเอง  Ripple ตั้งความหวังรัฐบาลของ Joe Biden และคาดว่ารัฐจะออกกฎหมายที่เอื้อต่อคริปโตมากขึ้น โดยมีข่าว่า Ripple กำลังเตรียมนักกฎหมายมากถึง 21 คนเพื่อสู้คดีนี้ งานนี้ไม่รู้สุดท้ายจะออกหัวหรือก้อย ยังไงก็ต้องติดเกาะประเด็นนี้ไว้ให้ดี  *XRP เป็นสกุลเงินดิจิตอลที่ได้รับความนิยมอย่างมาก มีการใช้อย่างแพร่หลาย เคยได้ชื่อว่าเป็นเหรียญคริปโตเบอร์ 4 ของตลาด เหตุการณ์ครั้งนี้จึงส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมคริปโตเป็นอย่างมาก

2021-01-28การวิเคราะห์เชิงลึก