ประสบการณ์เทรดหมื่นครั้ง ของเทรดเดอร์แสนล้านในตำนาน ‘Paul Tudor Jones’

‘Paul Tudor Jones’ สุดยอดผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ (กองทุนบริหารความเสี่ยง) ในยุคนี้ เจ้าของประสบการณ์เทรดมานับเป็นหมื่น ๆ ครั้ง ล้มบ้าง ดีบ้าง แต่วันนี้เขาคือหนึ่งในเทรดเดอร์ที่ร่ำรวยที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยมีมูลค่าสุทธิ 6 พันล้านดอลลาร์ หรือราว ๆ 1.8 แสนล้านบาท Paul เป็นผู้ก่อตั้งกองทุนทูดอร์ ฟิวเจอร์ (Tudor Futures Fund) ในเหตุการณ์ Black Monday เมื่อปี 1987 เป็นปีที่ล่มสลายของตลาดหุ้น แต่กองทุนของ พอล ทูดอร์ โจนส์ กลับบันทึกผลกำไรในปีนั้นถึง 62% จากการ Short หุ้น และ ซื้อพันธบัตร  Paul เป็นผู้จัดการกองทุนที่ใช้การผสมผสานระหว่าง การวิเคราะห์ทางพื้นฐานและเทคนิค ได้อย่างลงตัว ด้วยสไตล์การเทรดที่แตกต่างกับเทรดเดอร์คนอื่นอย่างสิ้นเชิง ทำให้เขาสามารถสร้างผลตอบแทนได้ 3 หลัก (+xxx%) ติดต่อกันถึง 5 ปี ในปัจจุบันกองทุนของเขา การนำเงินไปลงทุนของเขาแบ่งไปในหลายสินค้า Paul เริ่มต้นจากการทำธุรกิจโบรกเกอร์จนประสบความสำเร็จ โดยทำรายได้มากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ จากนั้นได้ผันตัวไปเป็นเทรดเดอร์โดยเริ่มต้นจากตลาด “ฝ้าย” ที่นิวยอร์ก และเขาก็ประสบความสำเร็จในการเทรดอีกครั้ง โดยสามารถทำเงินได้หลายล้านดอลลาร์    Paul เกิดในปี 2497 และได้รับปริญญาเศรษฐศาสตร์ในปี 2519 ที่น่าสนใจคือ Paul ปฏิเสธโอกาสในการศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยอันดับหนึ่งของสหรัฐอเมริกาอย่าง ‘ฮาร์วาร์ด’ และเริ่มทำงานเป็นเทรดเดอร์สินค้าโภคภัณฑ์ใน New York Cotton Exchange (NYSE) แทน ต่อมา Paul ได้ก่อตั้ง บริษัท Tudor Investment Corporation ของตัวเองและสามารถสร้างผลกำไรในช่วงที่ตลาดกำลังหมุนตัวลง ว่ากันว่า Paul ชอบเดิมพันกับความผันผวนของอัตราดอกเบี้ย การเป็นหนึ่งในคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกนั้นไม่เพียงพอสำหรับ Paul เขายังเป็นคนใจบุญอีกด้วย โดยได้ก่อตั้งองค์กรการกุศล มูลนิธิโรบินฮู้ด ที่มุ่งเน้นไปที่การลดความยากจนทั่วโลก    Paul เล่าว่า กว่าจะมีวันนี้คนอย่างเขาก็เคยผิดพลาด “ในตลาดฝ้ายในปี 1979 ผมจำมันได้เพราะผมคิดว่าคนเราจะเรียนรู้ได้มากที่สุดจากความผิดพลาดไม่ใช่ความสำเร็จนะ” ในตอนนั้นผมยังเป็นโบรกเกอร์อยู่ เรามีบัญชีเก็งกำไรอยู่หลายบัญชีและผมได้เปิด long ไป 400 สัญญาในฝ้ายของเดือนกรกฎาคม ตลาดเทรดกันอยู่ในช่วงระหว่าง 82-86 เซนต์ และผมซื้อทุกๆ ครั้งเลยที่มันตกลงมาถึงบริเวณต่ำสุดของกรอบราคานั้น วันหนึ่ง ตลาดทะลุลงมาทำจุดต่ำสุดใหม่ กินจุดตัดขาดทุนแล้วรีบาวกลับขึ้นไปทันที 30-40 จุด ผมคิดว่าเหตุผลที่ตลาดมีพฤติกรรมแบบนั้นเพราะว่าความผันผวนของราคามันอยู่ใกล้กับจุดตัดขาดทุนที่ทุกคนเห็นได้ชัดเจน พอผมเห็นว่าราคาร่วงจนแตะจุดตัดขาดทุน มันก็คงถึงเวลาที่ตลาดจะวิ่งขึ้นไปแล้ว    ด้วยความบ้าบิ่น ผมบอกโบรกเกอร์ที่ฟลอร์ให้เข้าซื้อที่ 82.90 เซนต์เป็นจำนวน 100 สัญญาของเดือนกรกฎาคม ซึ่งในเวลานั้นถือว่าเป็นคำสั่งซื้อขนาดใหญ่มาก ผมจำได้ว่าโบรกเกอร์ของอีกบริษัทวิ่งมาพร้อมกับตะโกนว่า “ขาย” ผมรู้ทันทีว่าพวกเขาตั้งใจที่จะส่งมอบสัญญาเดือนกรกฎาคมที่กำลังเทรดกันอยู่ และยังทำให้ผมรู้ด้วยว่ารูปแบบราคาทั้งหมดที่เกิดขึ้นเริ่มบอกถึงการลงของตลาดครั้งต่อไป ผมมองเห็นทันทีว่าราคาฝ้ายกำลังจะลงไปที่ 78 เซนต์ และมันจะเป็นผมเองที่ต้องเลือดออกจนตาย ผมมีสัญญา long อยู่แล้ว 400 สัญญา เปิดเพิ่มไปอีก 100 สัญญาในการเล่นเดย์เทรด และก็อีก 100 สัญญาล่าสุดอันบ้าบิ่นที่ผมไม่ควรจะทำเลย  ประสบการณ์ทำให้พื้นฐานสไตล์การเทรดของเขาเปลี่ยนไป “ตอนนี้ผมใช้เวลาแต่ละวันพยายามจะทำให้ตัวเองมีความสุขและผ่อนคลายให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ้าผมมีสถานะที่เคลื่อนไหวไปในทิศทางตรงข้ามกับผม ผมก็จะออกมา ถ้ามันยังไปได้ดีอยู่ ผมก็จะเก็บมันไว้” ทุกวันนี้ชื่อของ Paul ยังโลดแล่นอยู่ในตลาดการลงทุน และเขายังเป็นนักลงทุนที่น่าจับตามองเป็นอันดับต้น ๆ และกลายเป็นต้นแบบของเทรดเดอร์หลาย ๆ คน และหากคุณชอบที่จะเรียนรู้ชีวิตของไอดอลนักลงทุน เราพร้อมที่จะคัดสรรค์มานำเสนอให้ได้อ่านกันทุกวัน ดาวน์โหลด App WikiFX พี่รับเรื่องราวแบบนี้ได้ฟรี โหลดกันนะ : )

2021-06-13การวิเคราะห์เชิงลึก

เจ้ามือ Bitcoin รายใหญ่ที่สุดในโลกช้อนซื้อ BTC เพิ่มอีก 4.4 พันล้านบาท

ดูเหมือนว่าเจ้ามือ Bitcoin รายใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์จะเริ่มทำการเก็บสะสมเหรียญ BTC เพิ่มมากขึ้นแล้ว หลังจากที่ตลาดได้มีการปรับฐานราคาร่วงลงอย่างรุนแรงในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ตามข้อมูลของเว็บไซต์ Blockchain.com พบว่า กระเป๋าเงินที่เป็นเจ้าของ Bitcoin หลายหมื่น BTC เพิ่งได้รับเหรียญเพิ่มอีกกว่า 3,720 BTC และนี่อาจเป็นกลยุทธ์การช้อนซื้อเหรียญเพิ่มเมื่อราคาย่อตัวของนักลงทุนรายใหญ่   ที่น่าสนใจก็คือ การโอนเงินจากฝั่งกระเป๋าเงินต้นทางจ่ายค่าธรรมเนียมเพียงแค่ 0.005 BTC หรือประมาณ 189.6 ดอลลาร์ เท่านั้น ปัจจุบันกระเป๋าเงินดังกล่าวติดโผอยู่ในรายชื่อกระเป๋าเงินที่ถือครอง Bitcoin มากที่สุดเป็นอันดับ 4 โดยมีการถือครอง Bitcoin อยู่ที่จำนวน 112,593.6 BTC หรือคิดเป็นประมาณ 0.6% ของ BTC ที่หมุนเวียนอยู่ในระบบทั้งหมด นอกจากนี้กระเป๋าเงินดังกล่าวยังเป็นกระเป๋าเงินที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับเว็บเทรดคริปโตเลยอีกด้วย ต่างจากกระเป๋าเงิน Bitcoin อีก 3 ใบที่เหลือที่ส่วนใหญ่นั้นเป็นเจ้าของโดยเว็บเทรด Binance, Bitfinex และ Huobi ตามลำดับ

2021-06-12การวิเคราะห์เชิงลึก

เปิดวีรกรรมกร้านโลกของกลุ่มแฮกเกอร์ ‘Anonymous’ ผู้ขู่ว่าจะเล่นงานอีลอน มัสก์!

วันนี้เราจะพาทุกคนไปรู้จักกลุ่มแฮกเกอร์ระดับโลกอย่าง ‘Anonymous’ ผู้ประกาศกร้าวว่าพวกเขาวางแผนจะโจมตี Elon Musk โทษฐานที่ทำให้ “มูลค่าของคริปโตดิ่งลงเพราะทวีตของเขา” นี่ไม่ใช่การโจมตีครั้งแรกของพวกเขา แฮกเกอร์สุดเกรียนนี้มีวีรกรรมมากมายทั่วโลก รวมทั้งในไทยของเราด้วย มารู้จักพวกเขาได้ในบทความนี้ 5 มิถุนายน ที่ผ่านมา Anonymous ได้โพสต์วิดีโอขู่โจมตีนี้ และมียอดผู้เข้าชมสูงกว่า 1 ล้านครั้งภายใน 24 ชั่วโมง โดยเป็นคลิปความยาว 3 นาที 47 วินาที โดยมีจึวามคำขู่ที่ว่า  “ดูเหมือนว่าเกมที่นายเล่นในตลาดคริปโตได้ทำลายชีวิตหลายชีวิต นายอาจคิดว่านายเป็นคนที่ฉลาดที่สุดในห้องนี้ แต่ตอนนี้นายได้เจอคู่แข่งแล้ว เราคือ Anonymous เรามาเป็นกลุ่ม รอคอยเราได้เลย!”อย่างไรก็ตาม หลายแหล่งข่าวก็ออกมาบอกว่า คลิปนี้ไม่ใช่ความจริง เพราะบัญชีทวิตเตอร์ @YourAnonNews ซึ่งเป็นบัญชีทวิตเตอร์ที่อ้างว่าเป็นของกลุ่ม Anonymous และมีผู้ติดตามกว่า 6.7 ล้านบัญชี ได้ออกมากล่าวว่า วิดีโอดังกล่าวไม่ได้ถูกโพสต์โดยพวกเขา  คลิปวิดีโอนี้จะเชื่อถือได้จริงหรือไม่ต่างก็ไม่มีใครรู้คำตอบ เพราะกลุ่ม Anonymous เป็นกลุ่มอิสระที่มีแฮกเกอร์หลายกลุ่มมารวมกัน ฉะนั้นถึงแม้หนึ่งในกลุ่ม Anonymous จะออกมาปฏิเสธ แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่คลิปนี้จะเป็นฝีมือของกลุ่มแฮกเกอร์อีกกลุ่มได้อยู่ดี Anonymous คือกลุ่มแฮกเกอร์นิรนาม เป็นเครือข่ายนักเจาะระบบคอมพิวเตอร์ระหว่างประเทศ ที่เคลื่อนไหวโดยมีจุดประสงค์ทางการเมือง มีฉายาว่าเป็น “โรบินฮู้ดแห่งศตวรรษ 21” จากตำนานโรบินฮู้ด ปล้นคนรวย ช่วยเหลือคนจน ทวงคืนอิสรภาพด้วยธนู Anonymous ก็ทำเช่นกันแต่เป็นการปล้นสิ่งมีค่าในโลกออนไลน์  - 2003 กลุ่มแฮกเกอร์รวมตัวกันผ่านเว็บบอร์ด 4chan เป้าหมายแฮกเพื่อความบันเทิง  - 2008 เริ่มมีส่วนร่วมทางการเมือง โจมตีบริษัทรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ VISA – MASTER CARD – PayPal – NASA  - 2009 ปิดเว็บไซต์รัฐบาลอิหร่านในขณะมีการเลือกตั้ง และปิดเว็บไซต์ ปธน.ออสเตรเลีย ต่อต้านนโยบายกรองเว็บไซต์ของรัฐบาล  - 2011 ปิดเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์ตูนีเซีย ต่อต้านนโยบายการเซ็นเซอร์ที่เกินกว่าเหตุ  - 2015 เจาะฐานข้อมูล CAT Telecom เข้าถึงบัญชีลูกค้ามากกว่าพันราย ต่อต้านนโยบายซิงเกิล เกตเวย์    - 2016 ออกแถลงการณ์ต่อต้านรัฐบาลไทย “เราได้ติดตามสถานการณ์ในไทยมาตลอดหลายเดือนมีการจำกัดสิทธิในการแสดงความคิดเห็นการประท้วง และสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานต่อใครก็ตามที่ออกมาวิจารณ์คณะทหาร โครงการล่าสุดของรัฐบาลคือการเตรียมนำระบบซิงเกิลเกตเวย์มาใช้เพื่อควบคุม ดักข้อมูล และจับกุมใครก็ตามที่ไม่ยอมปฏิบัติตามคำสั่งของคณะทหาร และสิ่งที่เรียกเอาเองว่าศีลธรรม”  - 2020 แฮกเว็บไซต์ของสหประชาชาติ (UN) และสร้างเพจสำหรับไต้หวัน ซึ่งเป็นประเทศที่ไม่มีที่นั่งใน UN มาตั้งแต่ปี 1971 หน้าที่ถูกแฮกนั้นมีธงชาติไต้หวัน สัญลักษณ์ KMT ธงอิสรภาพของไต้หวัน และโลโก้นิรนามพร้อมคำบรรยาย  - 2020 ปฏิบัติการไนจีเรีย ปฏิบัติการเพื่อสนับสนุนขบวนการ #EndSARS ในไนจีเรีย การโจมตีของกลุ่มนี้ถูกทวีตโดยสมาชิกของกลุ่มนิรนามที่เรียกว่า LiteMods เว็บไซต์ของ EFCC, INEC และเว็บไซต์รัฐบาลไนจีเรียอื่น ๆ ถูกลบออกด้วยการโจมตี DDoS เว็บไซต์ของธนาคารบางแห่งถูกบุกรุก    ยังมีวีรกรรมอีกมากมายของ Anonymous ดูเหมือนว่าพวกเขาทำเพราะความหวังดี เขาทวงคืนสิทธิเสรีภาพในการเข้าถึงข้อมูลแก่ประชาชน การออกมาขู่อีลอนครั้งนี้ก็เป็นเหมือนการออกมาปกป้องนักลงทุนรายย่อยในโลกคริปโต แต่สุดท้ายนี่ก็เป็นการละเมิดข้อกฎหมาย ใช้คล้ายศาลเตี้ยที่ชี้ถูกผิดเพียงคนกลุ่มเดียว อันนี้จะมองมุมไหนก็ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคุณเอง วงการคริปโตทั่วโลกยังคงร้อนแรงไม่หยุดจริง นักลงทุนอย่างจึงต้องไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหว ตอนนี้คุณสามารถติดตามข่าวสารในวงการคริปไทย และทั่วโลกได้ง่าย ๆ ผ่าน Facebook page: WikiBit.th ที่จะรันวงการไปกับคุณ พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อนก่อนลงุทน ผ่านแอป ‘WikiBit’ ที่ ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!

2021-06-12การวิเคราะห์เชิงลึก

ทำความรู้จัก อะไรคือ Defi ?

2021-06-12การวิเคราะห์เชิงลึก

มือใหม่ควรรู้!! 3 ปัจจัยที่ทำให้นักเทรดพอร์ตล่มง่ายๆ

ปัจจุบันมักมีนักลงทุนมือใหม่หลายคนที่เข้ามาเก็งกำไร โดยปราศจากการศึกษาความรู้พื้นฐานที่แน่นพอ ประกอบกับสถานการณ์การผันผวนของราคาตลาดอย่างรุนแรงเมื่อไม่นานมานี้ ส่งผลให้พอร์ตล่มกันไปหลายต่อหลายราย ดังนั้นในบทความนี้แอดขอนำเสนอ 3 ปัจจัยหลัก ที่ทำให้นักลงทุนพลาดจนทำให้เกิดความเสียหายกับพอร์ตการลงทุน  1. Poor Money Management หรือบริหารจัดการเงินลงทุนไม่เป็น    อันดับหนึ่งเลยคือเรื่องของการจัดการเงินลงทุน (Money Management) สำหรับการซื้อขายในตลาดคริปโต เช่น การแบ่งไม้ซื้อและแบ่งไม้ขาย ไม่ลงทุนแบบทุ่มหมดหน้าตัก หรือกู้เงินมาลงทุน ควรแบ่งเงินรายได้มาลงทุนทีละเล็กทีละน้อย และควรจะมีแนวทางวางไว้เรียบร้อยก่อน มีการแบ่งสัดส่วนการลงทุน ซื้อ ขายทำกำไร และซื้อระยะยาวให้ชัดเจน ไม่ใช่เข้าเพราะอารมณ์ หรือมองว่าตลาดมันขึ้นแล้ว รีบซื้ออย่าง FOMO หรือกลัวการพลาดโอกาสตามกระแส ซึ่งมันจะดอยยาว การใช้เทคนิคในการดูวอลุ่ม หรือราคาเริ่มนิ่ง เป็นตัวประกอบกับระบบที่คอยตรวจสอบและแจ้งเตือนหรือ Whale Alert ถึง Transaction ใหญ่ๆ ที่มีการโอนย้ายระหว่างกระเป๋า (Wallet) และ Exchange  2. ไม่รู้ทันถึง Technology, Keyword และเหตุการณ์ต่างๆ ในวงการคริปโตฯ    นอกเหนือจากราคาที่พุ่งขึ้น และร่วงลงจากการแห่ซื้อและเทขายแล้ว ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาของเหรียญคริปโต ดังนั้นเราควรจะรู้จัก Technology ของแต่ละเหรียญ รวมไปถึง Keyword ในวงการ และเหตุการณ์สำคัญ เช่น การ Fork ของเหรียญ การ Halving ซึ่งความเคลื่อนไหวในวงการคริปโต มักจะมาเร็วไปเร็วเสมอ และทุกความเคลื่อนไหวเหล่านั้นก็มักจะส่งผลกระทบต่อเนื่องกัน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ถูกเตือนมาตลอด ว่าพื้นฐานยังไม่อ่านกันเลย ลงทุนแบบไม่ศึกษาความรู้อะไรเลย แห่ตามกระแสแล้ว All in จะเจ็บหนัก ต้องเข้าใจว่าการเลือกลงทุนในเหรียญคริปโต ไม่ได้พิจารณาจากผลประกอบการทางธุรกิจ แต่เป็นการลงทุนที่จะต้องพิจารณาในเทคโนโลยี และผลิตภัณฑ์ที่จะเกิดขึ้นจากการนำเหรียญสกุลนั้นๆ มาใช้  3. ไม่ศึกษาผู้พัฒนาเหรียญนั้นๆ หลงเชื่อการชวนเชิญของทีมงานโปรเจกต์เหรียญบนเว็บไซต์ออนไลน์    การเทรดเหรียญเล็กๆ ที่ถูกลิสต์เพียงไม่กี่กระดานเทรด ซึ่งอาจเป็นเหรียญปั่นราคาก็เป็นได้ โดยให้สังเกตจากวอลุ่มที่สูงผิดปกติ หรือราคาผันผวนอย่างรุนแรง โดยนักลงทุนมือใหม่ควรเทรดเหรียญบนกระดานเทรดที่เชื่อถือได้ หรือเทรดเหรียญที่ถูกลิสต์บนหลายกระดานเทรดที่มีความน่าเชื่อถือจะดีกว่า อะไรที่ยังไม่ได้เริ่มศึกษา ไม่ควรรีบลงทุน โดยเฉพาะโปรเจกต์เหรียญต่างๆ บนเว็บไซต์ที่อ้างอิงถึงทีมงานที่เก่งๆ จบจากมหาวิทยาลัยชื่อดังของโลก ซึ่งเราไม่สามารถตรวจสอบได้เลยว่าโปรเจกต์นั้นจะให้ผลตอบแทนเราอย่างไร มีความน่าเชื่อถือมากน้อยเพียงใด มีแผนระยะยาวอย่างไร โปรเจกต์เหล่านี้มักจะเชิญชวนในลักษณะที่ว่าเทคโนโลยีของเขาดีกว่า Ethereum หรือดีกว่าบิตคอยน์ ซึ่งเป็นคำพูดเชิงมาร์เก็ตติ้งทั้งหมด โดยไม่มีหลักฐานทางวิชาการสนับสนุน  ช่วงที่ตลาดคริปโตฯ ร้อนแรง มีมิจฉาชีพมากมายที่ใช้โอกาสจากความไม่รู้ ไม่เข้าใจเรื่องการลงทุนในคริปโตฯ ดีพอ หลอกลวงนักลงทุน ดังนั้นจะต้องระมัดระวังให้มาก การลงทุนสินทรัพย์ทุกอย่างย่อมมีความเสี่ยง ควรศึกษาหาความรู้ให้เข้าใจเพื่อป้องกันความเสี่ยง ที่สำคัญคือต้องใช้สติ และวิจารณญาณในการลงทุน และจะซื้อขายให้ปลอดภัย ต้องผ่านเว็บเทรดที่ได้รับใบอนุญาตศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลจาก ก.ล.ต ซึ่งคุณสามารถตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้ได้ทางแอป ‘Wikibit’ เพียงแค่ค้นหา ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้น รับรองโหลดแอปนี้ไว้! ลงทุนได้อย่างอุ่นใจแน่นอน!  ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Thestandard

2021-06-12การวิเคราะห์เชิงลึก

‘WikiBit’ แอปช่วยนักเทรดคริปโต ข้อมูลครบ ตัดสินใจง่าย กำไรเพียบ!!

" />   ยุคนี้การเทรดคริปโตกำลังมาแรง ดังนั้นแอปพลิเคชันที่กำลังมาแรงด้วยเช่นกันคงหนีไม่พ้น ‘Wikibit’ แอปตรวจสอบอุตสาหกรรมบล็อกเชน พร้อมช่วยสืบค้นข้อมูลต่างๆ ที่นักเทรดคริปโตทุกคนควรรู้ก่อนลงทุน และยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ‘Wikibit’ ยังมีฟีเจอร์เด็ดๆ โดนๆ ที่จัดขึ้นมาเสิร์ฟให้นักลงทุนทุกคนได้เลือกใช้กันอีกเพียบ อย่ามัวช้าไปดูกันเลย!!  1. ตรวจสอบ Exchange และ Token     การลงทุนที่ดีควรเริ่มจากการศึกษาข้อมูลนะหนูๆ ดังนั้น ก่อนจะเลือก Exchange ควรตอบสอบให้ดีก่อนทุกครั้งว่ามีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน ดังนั้นเพียงแค่คุณเข้ามากดค้นหาชื่อ Exchange Token หรือ Defi ที่คุณสนใจ ข้อมูลต่างๆ ที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นคะแนนความน่าเชื่อถือ ใบอนุญาต การร้องเรียน และอื่นๆ ซึ่งฟีเจอร์นี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจในการเลือกกระดานเทรดได้ง่ายขึ้น  2 การจัดอันดับ   สำหรับคนที่ยังไม่มี Exchange หรือ เหรียญในใจ ทางแอปได้ทำการจัดอันดับไว้ให้คุณเลือกแล้ว ตั้งแต่ดีที่สุด ยันห่วยที่สุด หากคุณเลือกได้แล้วอย่าลืมคลิ้กเข้าไปตรวจสอบ และศึกษาข้อมูลกันด้วยนะ " />  3. เว็บบอร์ด  สายเมาท์ สายมอยห้ามพลาดกับฟีเจอร์นี้ ไม่ว่าคุณจะไปเจกับอะไรมา หรือมีเทคนิคดีๆ ที่อยากจะนำเสนอ คุณก็สามารถมาร่วมแชร์ประสบการณ์ และพูดคุยไปกับเพื่อนๆ นักลงทุนของคุณได้ทั่วโลกที่ฟีเจอร์นี้ " />  4. ออกสำรวจไปกับ Wikibit   บอกเลยฟีเจอร์นี้ดี ไม่มีใครเทียมมาก เพราะแอปจะพาทุกคนไปสำรวจและเยี่ยมชมบริษัทของ Exchange ทั่วโลก โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ทุกคนได้รู้การมีตัวตนอยู่จริงของบริษัทนั้นๆ เพราะการที่ Exchange จะขอใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ได้จะต้องส่งที่อยู่บริษัทเพื่อยืนยันตัวตน หากเข้าไปกดค้นหาชื่อ Exchange แล้วไม่พบข้อมูลการสำรวจเยี่ยมชม แสดงว่าไม่มีตัวตนอยู่จริง เลี่ยงได้เลี่ยง ไม่อย่างนั้นระวังจะถูกโกง เตือนแล้วนะ!!    5. ข้อมูลข่าวสาร   ที่บอกว่าโหลดแอปนี้แล้วครบจบในแอปเดียวไม่ได้พูดเล่นนะ เพราะ ‘Wikibit’ นั้นได้มีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร รวมถึงความรู้พื้นฐานต่างๆ ในวงการคริปโตไว้ให้คุณด้วย เพื่อให้คุณได้เสพ และศึกษาข้อมูลไว้ใช้ประกอบการตัดสินใจในการลงทุนนั่นเอง " />  6. การเปิดเผย หรือการร้องเรียน   ใครที่พบเจอปัญหาจากการลงทุนคริปโต อย่างการถูกโกง สามารถเข้ามาร้องเรียน หรือแฉ Exchange ที่ทำร้ายคุณได้ที่นี่ ความสำคัญของฟีเจอร์นี้ก็คือ มันสามารถทำให้คนที่เข้ามาตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ได้มองเห็นถึงข้อเสียจากประสบการณ์จริงของคนที่เคยใช้งาน เพื่อใช้ในการพิจารณาก่อนตัดสินใจลงทุน  นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของฟีเจอร์ดีๆ ในแอป ‘Wikibit’ เท่านั้น หากคุณอยากรู้ว่ามันสามารถช่วยคุณในการเทรดคริปโตได้มากน้อยแค่ไหน อย่ามัวรอโหลดเลย รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….    App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-06-11การวิเคราะห์เชิงลึก

ทำความรู้จักขอแตกต่างระหว่างเทรดแบบ Spot VS Future

2021-06-11การวิเคราะห์เชิงลึก

จีนจับ 1,100 คน ทลายเครือข่ายฟอกเงินดิจิทัล

รัฐบาลจีนยังคงบังคับใช้การปราบปรามคริปโตอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากได้มีการจับกุมผู้มีส่วนร่วมในการฟอกเงินผ่านคริปโต ตามรายงานจาก The Times of India นั้นผู้ถูกคุมขังได้ใช้ผลกำไรจากอาชญากรรมต่างๆ เพื่อซื้อสกุลเงิน   กระทรวงความมั่นคงสาธารณะของประเทศเปิดเผยว่าได้จับกลุ่มอาชญากร 1,100 คนที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ซึ่งเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากลูกค้าระหว่าง 1.5% – 5% เพื่อแลกเปลี่ยนเงินที่ผิดกฎหมายเป็นคริปโต ผ่านการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ได้เปิดเผยจำนวนเงินที่แน่นอน หรือการแลกเปลี่ยนที่ใช้ในการทำธุรกรรมดังกล่าว  นอกจากนี้ กระทรวงยังกล่าวอีกว่ากำไรที่ผิดกฎหมายส่วนใหญ่ที่ฟอกผ่านสกุลเงินดิจิทัลนั้นมาจากการหลอกลวงทางโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต ตามคำแถลงที่เผยแพร่ในบัญชี WeChat ของกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ การปราบปรามจึงเกิดขึ้นท่ามกลางจุดยืนที่เข้มงวดมากขึ้นซึ่งจีนได้เสริมความแข็งแกร่งให้กับกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับคริปโต เช่น การขุดและการค้าในปีนี้   อีกทั้งยังได้มีการเสนอให้มีการรณรงค์ในวงกว้างขึ้นเพื่อยุติการดำเนินการขุด Bitcoin ทั้งหมด และปรับปรุงคำตัดสินที่มีอยู่เกี่ยวกับคริปโตยักษ์ใหญ่ในเอเชีย ซึ่งอันที่จริงแล้วอุตสาหกรรมการขุดคริปโตของจีนนั้น เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก  คุณเองก็สามารถติดตามข่าวสารดีๆ เกี่ยวกับวงการคริปโตได้ง่ายๆ เพียงกดติดตามเพจติดตามเพจ Wikibit แล้วโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token ไว้ให้อีกด้วย เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแต่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดไว้! อุ่นใจ! ไม่โดนโกง!  ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….    App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)    Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  

2021-06-11การวิเคราะห์เชิงลึก

ช่อง YouTube ของไทยรัฐออนไลน์ถูก HACK โปรโมทคริปโต

เหมือนว่าช่อง youtube ของสำนักข่าวชื่อดังในไทยอย่าง Thairath Online นั้นจะถูกแฮ็กเมื่อไม่นานมานี้ และนักแฮ็กนั้นใช้มันเพื่อโปรโมทเหรียญ Algorand (ALGO)   โดยอ้างอิงจากช่อง Youtube ของ Thairath Online นั้นเผยให้เห็นว่าแฮกเกอร์ได้ทำการเปลี่ยนชื่อ video ทั้งหมดในช่องเป็น : “Algo & Algorand – Could They Break New Highs?” หรือแปลว่า “ราคาของ Algorand และ Algho จะทำสูงสุดใหม่หรือไม่ ?”   อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ช่อง Youtube ของสำนักข่าวในไทยถูกแฮ็ก โดยก่อนหน้านี้ช่อง Youtube ของ Amarin TV ก็ถูกแฮ็กเพื่อใช้โปรโมทเหรียญ Cardano (ADA) ด้วยเช่นกัน แต่ทั้งนี้เราก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าทางสำนักข่าวไทยรัฐจะออกมาชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร ปัจจุบันราคาของเหรียญ Algo นั้นอยู่ที่ 1 ดอลลาร์ โดยเพิ่มขึ้นมากว่า 2% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา อ้างอิงข้อมูลจาก coinmarketcap

2021-06-11การวิเคราะห์เชิงลึก

บริษัทยักษ์ใหญ่ JBS ถูกโจมตีเรียกค่าไถ่เป็น Bitcoin 342 ล้านบาท!

วันที่ 30 พฤษภาคม Andre Nogueira ผู้ดำรงตำแหน่ง CEO ของบริษัท JBS USA Holdings บริษัทขายเนื้อสัตว์ที่มีอุปทานเนื้อมากถึง 1 ใน 5 ของประเทศสหรัฐฯ ได้รับแจ้งถึงความผิดปกติทางเซิร์ฟเวอร์ของบริษัท หลังจากตรวจสอบเพิ่มเติมก็ปรากฎข้อความเรียกร้องค่าไถ่เพื่อเอาการควบคุมระบบคืน   จากนั้น Nogueira ได้ติดต่อกับทาง FBI และสั่งปิดระบบเพื่อชะลอความเสียหาย ถึงแม้ว่าการวิเคราะห์เบื้องต้นจะไม่สามารถตรวจพบวิธีที่แฮ็กเกอร์ใช้ในการเข้ามาในระบบ แต่ FBI ชี้ว่าการโจมตีดังกล่าวเป็นฝีมือของกลุ่มแฮ็กเกอร์ที่ชื่อ REvil อย่างไรก็ตามที่ปรึกษาที่ดูแลการกู้ระบบคืนได้เตือน Nogueira ว่าแฮ็กเกอร์อาจจะยังสามารถเข้าถึงระบบได้อยู่ จึงแนะนำให้มีการเจรจาต่อไป Nogueira กล่าวว่าเขายอมจ่ายค่าไถ่เป็นบิทคอยน์   เพื่อให้บริษัทกลับมาดำเนินการได้อีกครั้งและลดผลกระทบที่อาจกระจายไปในวงกว้าง “มันเจ็บปวดมากที่ต้องจ่ายค่าไถ่ให้กับอาชญากร แต่เราได้ทำเพื่อผลประโยชชน์ของลูกค้าของเรา” ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ JBS ไม่ใช่เหตุการณ์การโจมตีทางไซเบอร์เพียงครั้งเดียวที่ถูกพูดถึง เมื่อปลายเดือนเมษายนกลุ่มแฮ็กเกอร์ที่มีชื่อว่า DarkSide ได้ทำการแฮ็กระบบของบริษัท Colonial Pipeline ที่มีหน้าที่ขนส่งเชื้อเพลิงน้ำมันส่วนใหญ่ไปยังทางตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ   ต่อมา FBI ประกาศว่าได้ทำการกู้คืนค่าไถ่บางส่วนที่จ่ายให้กับกลุ่ม DarkSide เป็นจำนวน 75 BTC แต่ทาง FBI ก็ไม่ได้ออกมาให้รายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการในการกู้คืนค่าไถ่เหล่านั้น จนนำไปสู่ทฤษฎีสมคบคิดต่าง ๆ มากมาย แม้จะมีการรายงานจากทาง FBI ว่าพวกเขาได้ทำการยึดเซิร์ฟเวอร์ Cloud ที่กลุ่มแฮ็กเกอร์เก็บ Private Keys สำหรับกระเป๋าบิทคอยน์ของพวกเขาไว้ แต่ก็ตามมาซึ่งคำถามว่าทำไม FBI จึงสามารถกู้คืนค่าไถ่มาได้แค่บางส่วน และทำไมกลุ่มแฮ็กเกอร์ที่มีประสบการณ์จึงเก็บ Private Keys ของพวกเขาไว้ในเซิร์ฟเวอร์ Cloud และไม่มีการป้องกันเพิ่มเติม   บางคนได้แสดงความคิดเห็นว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการจัดฉากที่ไม่สมเหตุสมผล โดยอธิบายว่าบิทคอยน์ส่วนที่กู้คืนมาได้นั้นเป็นส่วนของหน้าม้าที่มีการจัดฉากขึ้น และส่วนที่ไม่สามารถกู้คืนมาได้เป็นส่วนของ DarkSide จริง ๆ เงินค่าไถ่ใด ๆ ที่เหยื่อจ่ายให้จะถูกแบ่งให้กับผู้เกี่ยวข้องและนักพัฒนา ในกรณีของ Colonial Pipeline บิทคอยน์จำนวน 63.75 BTC ที่เป็นส่วนของค่าไถ่ 85%

2021-06-11การวิเคราะห์เชิงลึก