สแกนเพื่อดาวน์โหลด
แพลตฟอร์มตรวจสอบ # และยืนยันการกำกับดูแลของตลาดการเงินทั่วโลก

‘WikiBit’ แอปช่วยนักเทรดคริปโต ข้อมูลครบ ตัดสินใจง่าย กำไรเพียบ!!

" />   ยุคนี้การเทรดคริปโตกำลังมาแรง ดังนั้นแอปพลิเคชันที่กำลังมาแรงด้วยเช่นกันคงหนีไม่พ้น ‘Wikibit’ แอปตรวจสอบอุตสาหกรรมบล็อกเชน พร้อมช่วยสืบค้นข้อมูลต่างๆ ที่นักเทรดคริปโตทุกคนควรรู้ก่อนลงทุน และยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ‘Wikibit’ ยังมีฟีเจอร์เด็ดๆ โดนๆ ที่จัดขึ้นมาเสิร์ฟให้นักลงทุนทุกคนได้เลือกใช้กันอีกเพียบ อย่ามัวช้าไปดูกันเลย!!  1. ตรวจสอบ Exchange และ Token     การลงทุนที่ดีควรเริ่มจากการศึกษาข้อมูลนะหนูๆ ดังนั้น ก่อนจะเลือก Exchange ควรตอบสอบให้ดีก่อนทุกครั้งว่ามีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน ดังนั้นเพียงแค่คุณเข้ามากดค้นหาชื่อ Exchange Token หรือ Defi ที่คุณสนใจ ข้อมูลต่างๆ ที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็นคะแนนความน่าเชื่อถือ ใบอนุญาต การร้องเรียน และอื่นๆ ซึ่งฟีเจอร์นี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจในการเลือกกระดานเทรดได้ง่ายขึ้น  2 การจัดอันดับ   สำหรับคนที่ยังไม่มี Exchange หรือ เหรียญในใจ ทางแอปได้ทำการจัดอันดับไว้ให้คุณเลือกแล้ว ตั้งแต่ดีที่สุด ยันห่วยที่สุด หากคุณเลือกได้แล้วอย่าลืมคลิ้กเข้าไปตรวจสอบ และศึกษาข้อมูลกันด้วยนะ " />  3. เว็บบอร์ด  สายเมาท์ สายมอยห้ามพลาดกับฟีเจอร์นี้ ไม่ว่าคุณจะไปเจกับอะไรมา หรือมีเทคนิคดีๆ ที่อยากจะนำเสนอ คุณก็สามารถมาร่วมแชร์ประสบการณ์ และพูดคุยไปกับเพื่อนๆ นักลงทุนของคุณได้ทั่วโลกที่ฟีเจอร์นี้ " />  4. ออกสำรวจไปกับ Wikibit   บอกเลยฟีเจอร์นี้ดี ไม่มีใครเทียมมาก เพราะแอปจะพาทุกคนไปสำรวจและเยี่ยมชมบริษัทของ Exchange ทั่วโลก โดยมีจุดประสงค์เพื่อให้ทุกคนได้รู้การมีตัวตนอยู่จริงของบริษัทนั้นๆ เพราะการที่ Exchange จะขอใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ได้จะต้องส่งที่อยู่บริษัทเพื่อยืนยันตัวตน หากเข้าไปกดค้นหาชื่อ Exchange แล้วไม่พบข้อมูลการสำรวจเยี่ยมชม แสดงว่าไม่มีตัวตนอยู่จริง เลี่ยงได้เลี่ยง ไม่อย่างนั้นระวังจะถูกโกง เตือนแล้วนะ!!    5. ข้อมูลข่าวสาร   ที่บอกว่าโหลดแอปนี้แล้วครบจบในแอปเดียวไม่ได้พูดเล่นนะ เพราะ ‘Wikibit’ นั้นได้มีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร รวมถึงความรู้พื้นฐานต่างๆ ในวงการคริปโตไว้ให้คุณด้วย เพื่อให้คุณได้เสพ และศึกษาข้อมูลไว้ใช้ประกอบการตัดสินใจในการลงทุนนั่นเอง " />  6. การเปิดเผย หรือการร้องเรียน   ใครที่พบเจอปัญหาจากการลงทุนคริปโต อย่างการถูกโกง สามารถเข้ามาร้องเรียน หรือแฉ Exchange ที่ทำร้ายคุณได้ที่นี่ ความสำคัญของฟีเจอร์นี้ก็คือ มันสามารถทำให้คนที่เข้ามาตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ได้มองเห็นถึงข้อเสียจากประสบการณ์จริงของคนที่เคยใช้งาน เพื่อใช้ในการพิจารณาก่อนตัดสินใจลงทุน  นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของฟีเจอร์ดีๆ ในแอป ‘Wikibit’ เท่านั้น หากคุณอยากรู้ว่ามันสามารถช่วยคุณในการเทรดคริปโตได้มากน้อยแค่ไหน อย่ามัวรอโหลดเลย รับรองไม่ผิดหวังแน่นอน   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….    App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-06-11การวิเคราะห์เชิงลึก

ทำความรู้จักขอแตกต่างระหว่างเทรดแบบ Spot VS Future

2021-06-11การวิเคราะห์เชิงลึก

จีนจับ 1,100 คน ทลายเครือข่ายฟอกเงินดิจิทัล

รัฐบาลจีนยังคงบังคับใช้การปราบปรามคริปโตอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากได้มีการจับกุมผู้มีส่วนร่วมในการฟอกเงินผ่านคริปโต ตามรายงานจาก The Times of India นั้นผู้ถูกคุมขังได้ใช้ผลกำไรจากอาชญากรรมต่างๆ เพื่อซื้อสกุลเงิน   กระทรวงความมั่นคงสาธารณะของประเทศเปิดเผยว่าได้จับกลุ่มอาชญากร 1,100 คนที่เกี่ยวข้องกับการฟอกเงิน ซึ่งเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากลูกค้าระหว่าง 1.5% – 5% เพื่อแลกเปลี่ยนเงินที่ผิดกฎหมายเป็นคริปโต ผ่านการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งเจ้าหน้าที่ไม่ได้เปิดเผยจำนวนเงินที่แน่นอน หรือการแลกเปลี่ยนที่ใช้ในการทำธุรกรรมดังกล่าว  นอกจากนี้ กระทรวงยังกล่าวอีกว่ากำไรที่ผิดกฎหมายส่วนใหญ่ที่ฟอกผ่านสกุลเงินดิจิทัลนั้นมาจากการหลอกลวงทางโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต ตามคำแถลงที่เผยแพร่ในบัญชี WeChat ของกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ การปราบปรามจึงเกิดขึ้นท่ามกลางจุดยืนที่เข้มงวดมากขึ้นซึ่งจีนได้เสริมความแข็งแกร่งให้กับกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับคริปโต เช่น การขุดและการค้าในปีนี้   อีกทั้งยังได้มีการเสนอให้มีการรณรงค์ในวงกว้างขึ้นเพื่อยุติการดำเนินการขุด Bitcoin ทั้งหมด และปรับปรุงคำตัดสินที่มีอยู่เกี่ยวกับคริปโตยักษ์ใหญ่ในเอเชีย ซึ่งอันที่จริงแล้วอุตสาหกรรมการขุดคริปโตของจีนนั้น เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก  คุณเองก็สามารถติดตามข่าวสารดีๆ เกี่ยวกับวงการคริปโตได้ง่ายๆ เพียงกดติดตามเพจติดตามเพจ Wikibit แล้วโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token ไว้ให้อีกด้วย เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแต่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดไว้! อุ่นใจ! ไม่โดนโกง!  ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….    App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)    Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  

2021-06-11การวิเคราะห์เชิงลึก

ช่อง YouTube ของไทยรัฐออนไลน์ถูก HACK โปรโมทคริปโต

เหมือนว่าช่อง youtube ของสำนักข่าวชื่อดังในไทยอย่าง Thairath Online นั้นจะถูกแฮ็กเมื่อไม่นานมานี้ และนักแฮ็กนั้นใช้มันเพื่อโปรโมทเหรียญ Algorand (ALGO)   โดยอ้างอิงจากช่อง Youtube ของ Thairath Online นั้นเผยให้เห็นว่าแฮกเกอร์ได้ทำการเปลี่ยนชื่อ video ทั้งหมดในช่องเป็น : “Algo & Algorand – Could They Break New Highs?” หรือแปลว่า “ราคาของ Algorand และ Algho จะทำสูงสุดใหม่หรือไม่ ?”   อย่างไรก็ตามนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ช่อง Youtube ของสำนักข่าวในไทยถูกแฮ็ก โดยก่อนหน้านี้ช่อง Youtube ของ Amarin TV ก็ถูกแฮ็กเพื่อใช้โปรโมทเหรียญ Cardano (ADA) ด้วยเช่นกัน แต่ทั้งนี้เราก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าทางสำนักข่าวไทยรัฐจะออกมาชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร ปัจจุบันราคาของเหรียญ Algo นั้นอยู่ที่ 1 ดอลลาร์ โดยเพิ่มขึ้นมากว่า 2% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา อ้างอิงข้อมูลจาก coinmarketcap

2021-06-11การวิเคราะห์เชิงลึก

บริษัทยักษ์ใหญ่ JBS ถูกโจมตีเรียกค่าไถ่เป็น Bitcoin 342 ล้านบาท!

วันที่ 30 พฤษภาคม Andre Nogueira ผู้ดำรงตำแหน่ง CEO ของบริษัท JBS USA Holdings บริษัทขายเนื้อสัตว์ที่มีอุปทานเนื้อมากถึง 1 ใน 5 ของประเทศสหรัฐฯ ได้รับแจ้งถึงความผิดปกติทางเซิร์ฟเวอร์ของบริษัท หลังจากตรวจสอบเพิ่มเติมก็ปรากฎข้อความเรียกร้องค่าไถ่เพื่อเอาการควบคุมระบบคืน   จากนั้น Nogueira ได้ติดต่อกับทาง FBI และสั่งปิดระบบเพื่อชะลอความเสียหาย ถึงแม้ว่าการวิเคราะห์เบื้องต้นจะไม่สามารถตรวจพบวิธีที่แฮ็กเกอร์ใช้ในการเข้ามาในระบบ แต่ FBI ชี้ว่าการโจมตีดังกล่าวเป็นฝีมือของกลุ่มแฮ็กเกอร์ที่ชื่อ REvil อย่างไรก็ตามที่ปรึกษาที่ดูแลการกู้ระบบคืนได้เตือน Nogueira ว่าแฮ็กเกอร์อาจจะยังสามารถเข้าถึงระบบได้อยู่ จึงแนะนำให้มีการเจรจาต่อไป Nogueira กล่าวว่าเขายอมจ่ายค่าไถ่เป็นบิทคอยน์   เพื่อให้บริษัทกลับมาดำเนินการได้อีกครั้งและลดผลกระทบที่อาจกระจายไปในวงกว้าง “มันเจ็บปวดมากที่ต้องจ่ายค่าไถ่ให้กับอาชญากร แต่เราได้ทำเพื่อผลประโยชชน์ของลูกค้าของเรา” ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับ JBS ไม่ใช่เหตุการณ์การโจมตีทางไซเบอร์เพียงครั้งเดียวที่ถูกพูดถึง เมื่อปลายเดือนเมษายนกลุ่มแฮ็กเกอร์ที่มีชื่อว่า DarkSide ได้ทำการแฮ็กระบบของบริษัท Colonial Pipeline ที่มีหน้าที่ขนส่งเชื้อเพลิงน้ำมันส่วนใหญ่ไปยังทางตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ   ต่อมา FBI ประกาศว่าได้ทำการกู้คืนค่าไถ่บางส่วนที่จ่ายให้กับกลุ่ม DarkSide เป็นจำนวน 75 BTC แต่ทาง FBI ก็ไม่ได้ออกมาให้รายละเอียดเกี่ยวกับวิธีการในการกู้คืนค่าไถ่เหล่านั้น จนนำไปสู่ทฤษฎีสมคบคิดต่าง ๆ มากมาย แม้จะมีการรายงานจากทาง FBI ว่าพวกเขาได้ทำการยึดเซิร์ฟเวอร์ Cloud ที่กลุ่มแฮ็กเกอร์เก็บ Private Keys สำหรับกระเป๋าบิทคอยน์ของพวกเขาไว้ แต่ก็ตามมาซึ่งคำถามว่าทำไม FBI จึงสามารถกู้คืนค่าไถ่มาได้แค่บางส่วน และทำไมกลุ่มแฮ็กเกอร์ที่มีประสบการณ์จึงเก็บ Private Keys ของพวกเขาไว้ในเซิร์ฟเวอร์ Cloud และไม่มีการป้องกันเพิ่มเติม   บางคนได้แสดงความคิดเห็นว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นการจัดฉากที่ไม่สมเหตุสมผล โดยอธิบายว่าบิทคอยน์ส่วนที่กู้คืนมาได้นั้นเป็นส่วนของหน้าม้าที่มีการจัดฉากขึ้น และส่วนที่ไม่สามารถกู้คืนมาได้เป็นส่วนของ DarkSide จริง ๆ เงินค่าไถ่ใด ๆ ที่เหยื่อจ่ายให้จะถูกแบ่งให้กับผู้เกี่ยวข้องและนักพัฒนา ในกรณีของ Colonial Pipeline บิทคอยน์จำนวน 63.75 BTC ที่เป็นส่วนของค่าไถ่ 85%

2021-06-11การวิเคราะห์เชิงลึก

ข่าวดี!! ‘Defi DoubleMoon Fintech’ จับมือ ‘Seeder.finance’

สายฟาร์มเตรียมเฮ!! เมื่อไม่นานมานี้ ได้มีการเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ของ DoubleMoon Fintech ที่ช่วยให้นักลงทุนสามารถฟาร์มเหรียญ DBM (DoubleMoon) รวมถึงเหรียญอื่น ๆ บนแพลตฟอร์มของ Moon Farms เพื่อรับเหรียญ DMC (DoubleMoon Cat) เป็นรางวัลและสร้างรายได้แบบ Passive Income กันได้แล้ว  และล่าสุดทาง Double moon ยังคงมีการอัพเดตความคืบหน้าของโปรเจกต์อย่างต่อเนื่อง โดยพวกเขาได้ประกาศจับมือกับโปรเจกต์ Defi น้องใหม่อีกเจ้า seeder.finance ฟาร์มน้องกระทิงชื่อไมค์ แสนน่ารักที่เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อไม่นานมานี้ เพื่อเน้นย้ำความแข็งแกร่งของ Double Moon Ecosystem  สำหรับการร่วมมือกันในครั้งนี้ทาง DoubleMoon Fintech เปิดเผยว่า มันเป็นความพยายามที่จะช่วยให้นักลงทุน Defi ชาวไทยที่มีเหรียญ LEAF token มาเล่นบน Moon Lucky Stake Pool ได้เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับนักลงทุน และเพิ่มการใช้งานเหรียญ DBM ให้มากขึ้นด้วยเช่นกัน  นอกเหนือจากการร่วมมือกับทาง seeder.finance แล้ว ทางแพลตฟอร์ม DoubleMoon ยังได้สร้างความร่วมมือจากฟาร์มอื่น ๆ อีกหลายเจ้า ไม่ว่าจะเป็น DINO Park หรือแม้แต่ Safe BSC Farm เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโปรดักส์และผู้ให้บริการ DEFI Platfrom ที่แข็งแกร่งในอนาคต  ต่อให้จะมีข่าวดีแบบนี้อีกกี่ครั้ง แต่สิ่งที่นักลงทุนทีดีควรทำอยู่เสมอนั้นก็คือ การตรวจสอบข้อมูลก่อนลงทุนทุกครั้ง ดังนั้นแอดขอแนะนำแอป ‘Wikibit’ เพราะสามารถใช้ดูข้อมูล Defi ได้ แถมยังใช้ตรวจสอบข้อมูล Exchange และ Token เพื่อประกอบการตัดสินใจในการลงทุนได้อีกด้วย เพียงแค่คุณกดค้นหา ข้อมูลต่างๆ ที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นไม่ว่าจะเป็น คะแนนจากแอป ใบอนุญาต โครงการต่างๆ เป็นต้น ถ้าไม่อยากเสียน้ำตา โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-06-10การวิเคราะห์เชิงลึก

ระวัง!! 6 ข้อผิดพลาดที่มักจะเกิดขึ้นกับนักเทรดคริปโต Spot

ส่วนใหญ่นักเทรดคริปโตมือใหม่ ที่เข้าวงการนี้มาเพื่อหวังแต่ผลกำไร โดยไม่ได้ศึกษาข้อมูล และคำนึงถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น มักจะเกิดความผิดพลาดขึ้นมากกว่าสิ่งที่หวัง ดังนั้นเรามาเช็คกันดีกว่าว่าคุณมีลักษณะของนักลงทุนที่มักทำผิดพลาดในการเทรดคริปโต 6 ข้อนี้ไหม ถ้ามีรีบปรับตัวสะ!! ก่อนจะหาว่าแอดไม่เตือน!!   1. เทรดโดยไม่มีแผนล่วงหน้า : เมื่อคุณจะทำการซื้อขาย Bitcoin คุณต้องมีกฎที่คุณจะต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เช่น จุดเข้า , stops และจุดที่จะออก ซึ่งสิ่งที่จำเป็นก็คือคุณควรยึดมั่นตามแผนที่วางเอาไว้และอย่าเบี่ยงเบนไปจากมัน การวางแผนการซื้อขายจะช่วยเพิ่มความสามารถในการตัดสินใจของคุณให้มีจุดหมายที่แน่นอนและไม่โลภจนมากเกินไป   2.ชอบ FOMO : FOMO ย่อมาจาก Fear Of Missing Out ซึ่งผลของมันมักจะนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาด นักเทรดมือใหม่มักโดดเข้าไปซื้อเมื่อเห็นราคากำลังพุ่งขึ้น จากนั้นก็จะสูญเสียเงินเมื่อเทรนด์มันตีกลับ ตลาด Bitcoin เป็นตลาดที่ซื้อขายกัน 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด ดังนั้นคุณสามารถรอเวลาที่เหมาะสมในการทำการซื้อขายของคุณได้ ดังนั้นอย่า FOMO   3.นั่งดูราคาตลอด 24 ชั่วโมงจนเครียด : หากคุณนั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์อย่างต่อเนื่องเพื่อดูกราฟ Bitcoin อาจทำให้มีแนวโน้มที่จะทำให้ตัวเองเครียด ซึ่งความเครียดนั้นไม่ดีสำหรับคุณและคนรอบข้าง และนั่นก็จะวกกลับมาที่ข้อ 1 อีกแล้ว นั่นคือหากคุณมีการวางแผนการเทรด และไม่วอกแวก คุณก็สามารถออกไปเดินเล่นรับอากาศข้างนอกบ้าน หรือใช้เวลากับคนที่คุณรักเพื่อให้คุณผ่อนคลาย และไม่เสี่ยงต่อการสูญเสียเงินอีกด้วย  4.ชอบสวนเทรนด์ : นักเทรดมือใหม่จำนวนมากมักชอบสวนเทรนด์ ซึ่งการเทรดลักษณะนี้มีความเสี่ยงค่อนข้างมาก นักเทรดที่มีประสบการณ์มักจะรู้ว่าตอนไหนควรออกหรือควรเข้าซึ่งมือใหม่มักไม่ทราบ และชอบลองของสวนเทรนด์และมักจะจบลงด้วยการโดน liquidated ไปตามระเบียบ   5.ปล่อยให้ความกลัวหรือความโลภเข้าครอบงำ : นักเทรดมือใหม่มักมีความวิตกกังวลหรือมีความโลภเกี่ยวกับ position ปัจจุบันของตน ซึ่งนี่เป็นสัญญาณที่อาจทำให้คุณตัดสินใจผิดพลาดได้ และนี่จึงเหตุผลที่เราต้องมีข้อ 1 นั่นคือการวางแผน เพื่อไม่ให้อารมณ์เข้าครอบงำเราจนทำอะไรลงไปโดยไม่คิด  6.ขาดความอดทน : เมื่อตลาดเข้าสู่ช่วง sideways มักไม่สามารถจะทำกำไรได้ตามต้องการ สิ่งที่ควรทำคือการรอเวลาให้เกิดการ breakout เสียก่อนที่จะเริ่มทำการซื้อขายครั้งต่อไป อย่า overtrade และอย่าซื้อขายในสภาวะตลาดที่ไม่ค่อยดี เพราะมันอาจทำให้มือใหม่ขาดทุนไปทีละน้อย ๆ ได้   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-06-10การวิเคราะห์เชิงลึก

จะเกิดอะไรขึ้น หากราคาบิทคอยน์แซงทองคำได้?

บิทคอยน์ถูกสถาปนาจากนักลงทุนหลายคนว่าเป็น ‘ทองคำดิจิทัล’ แม้ว่าบิทคอยน์จะเป็นตลาดที่มีความผันผวนบ้าง แต่ก็ดูเหมือนว่าจะมีเสถียรภาพ และคนเชื่อมั่นในเหรียญนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ จนส่งผลกระทบต่อตลาดโลหะมีค่า โดยเฉพาะทองคำ น่าคิดว่านอกเหนือจากการเพิ่มหรือลดความสนใจในทองแล้ว บิทคอยน์ยังส่งผลกระทบต่อราคาทองคำด้วยหรือไม่ แล้วถ้าหากบิทคอยน์ชนะในเกมส์นี้ และมาแทนที่ทองคำได้จริง ๆ ทองคำจะเป็นยังไงต่อไป?  Bitcoin ยังห่างไกลจากมูลค่าตามราคาตลาดของทองคำ แต่ผู้เชี่ยวชาญบางคนเชื่อว่าบิทคอยน์มี “ความแข็งแกร่ง” ที่จะมาแทนที่ทองคำในวันหนึ่งในฐานะ Store of value จากสถิติของปีก่อน ตอนนั้นค่าเงินเฟียตกำลังอ่อนตัวลง จากการเคลื่อนไหวทางด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลสหรัฐ เนื่องจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐดูเหมือนจะมีมูลค่าลดลง ในขณะนั้น Bitcoin และทองคำกลับมีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น สิ่งนี้เห็นได้ชัดจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสในทั่วโลกและความไม่แน่นอนทางด้านเศรษฐกิจ  เมื่อพิจารณาจากการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของราคา Bitcoin สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในเชิงบวกเกี่ยวกับการซื้อขายเหรียญในอนาคตและมีความเป็นไปได้ที่มูลค่าของตลาด Bitcoin จะแซงหน้าตลาดทองคำได้ทันเวลา (ก่อนปี 2029) ถ้าแซงได้แล้วไงต่อ? แน่นอนว่าทองคำอาจเสียสถานะ Store of value ทางด้าน Mark Cuban มหาเศรษฐีชาวอเมริกัน เคยออกบอกว่า “อย่าลืมว่าทองเป็น Store of value ที่สร้างขึ้นจากเทคโนโลยีตั้งแต่พลั่วไปจนถึงการขุด ใครก็ตามที่สามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อค้นหาและขุดได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดก็จะได้รับรางวัลมากที่สุด เช่นเดียวกับ Crypto ตอนนี้ทองคำตายไปแล้ว”  Store of value คือ เครื่องรักษามูลค่า มันมีมูลค่าได้เพราะผู้คนเห็นว่ามันมีค่า มันเป็นสินทรัพย์ที่คนจำนวนมากต้องการมันเลยมีค่า ถ้าวันนึงทองเสียสถานะนี้ไป ราคาตกลงเรื่อย ๆ ผู้คนไม่ศรัทธาที่จะเก็บมูลค่าไว้ที่ทองแล้ว ทองอาจจะหายไปจากตลาด จากสินทรัพย์ที่มีค่าอาจกลายเป็นหินธรรมดา ๆ ที่มีความแวววาวเฉย ๆ ก็เป็นได้ ต้องบอกว่าที่เล่าไปคือเป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนนะ ไม่ได้ชี้นำใด ๆ และที่พูดถึงข้างต้นน่ะ แค่ยกตัวอย่างกรณีที่เลวร้ายที่สุดนะ เพราะจริง ๆ ต้องยอมรับว่ามันมีโอกาสขึ้นน้อยมากกกกกกกกกกกกกก ทองอยู่คู่กับมนุษย์มาเป็นหมื่น ๆ ปี ทองผ่านมาเยอะ เจ็บมาเยอะ ต้องเผชิญกับปัญหาของตัวเองในอดีต ไม่ว่าจะเป็นช่วงปลายทศวรรษปี 1933 ยุค bimetallism การผูกเงินดอลลาร์สหรัฐกับมาตรฐานทองคำหรือกฎหมายปี 1974 ที่แยกมูลค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐออกจากมาตรฐานทองคำ เรียกได้ว่าทองคำผ่านมาทุกยุค ก็อยู่รอดทุกยุค และอยู่แบบดีด้วย  ในท้ายที่สุด ตอนนี้ Bitcoin อาจส่งผลกระทบเล็กน้อยต่อราคาทองคำ แต่ก็ไม่ได้เป็นสาเหตุให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมูลค่าขนาดนั้น ในฐานะน้องใหม่ในโลกการลงทุน Bitcoin ก็ยังคงต้องต่อสู้พอสมควร การที่ Bitcoin จะล้มทองได้จริง ๆ ถือเป็นเรื่องที่ยากมาก แม้จะล้มไม่ได้ในเร็ว ๆ นี้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดขึ้นไม่ได้ ดังนั้นนักลงทุนต้องคอยติดตามอย่างใกล้ชิด ราคาทองเป็นยังไง มีแววจะล้มหรือไม่? แต่ไม่ว่าราคาทองคำจะขึ้นหรือลง นักเทรดทองก็ไม่หวั่น เพราะเราเทรดได้ทั้งสองทาง! ตลาด Forex เราได้มีการนำ ‘ราคาทองคำ’ มาใช้เก็งกำไร โดยไม่ต้องครอบครองทองคำจริง ๆ ซึ่งเรียกสิ่งนี้ว่า ‘การเทรดทอง’ โดยใช้ส่วนต่างของราคาซื้อ-ขายในมาเก็งกำไร น่าสนใจใช่มั้ยล่ะ?  หากอยากลงทุนเทรดทองต้องเริ่มจากการศึกษาข้อมูล และเลือกโบรกเกอร์ Forex ที่เปิดให้บริการเทรดทองด้วย ต้องเลือกโบรกที่มีใบอนุญาต มีค่าสเปรดที่คุ้มค่ากับการลงทุนของคุณซึ่ง WikiFX มีข้อมูลเปรียบเทียบให้เห็นจะจะเลย ว่าค่าสเปรดโบรกไหนปังโบรกไหนพัง คุณสามารถดูได้ง่าย ๆ เพียงแค่เปิดแอป WikiFX แล้วเข้าไปที่ “ตารางเปรียบเทียบค่าสเปรด” ก็จะมีรายชื่อทุกโบรกพร้อมกับค่าสเปรดแบบเรียลไทม์เลย ดาวน์โหลด WikiFX แล้วไปดูเลยตอนนี้ โหลดฟรี!  

2021-06-10การวิเคราะห์เชิงลึก

การลงพื้นที่สำรวจ ‘Crypto Exchange’ มีความสำคัญอย่างไร?

นักลงทุนทุกคนทั้งหน้าใหม่ และหน้าเก่า มักสงสัยว่าความสำคัญของการเข้าเยี่ยมชมสำนักงาน หรือบริษัท ‘Crypto Exchange’ มีความสำคัญอย่างไร ส่งผลต่อการตัดสินใจในการลงทุนมากน้อยแค่ไหน วันนี้แอดจะมาแถลงให้ฟัง   ก่อนอื่นคุณต้องเข้าใจก่อนว่าการลงทุนทุกครั้งของคุณนั้นล้วนต้องใช้ ‘เงินทุน’ และทุกคนต่างหวังใน ‘ผลกำไร’ กันทั้งนั้น ดังนั้นการตรวจสอบข้อมูลให้ชัดเจนว่ามีความน่าเชื่อมากพอต่อการลงทุนหรือไม่ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ไม่อย่างนั้นหากเกิดการฉ้อโกงเกิดขึ้นผลตอบแทนที่คุณจะได้รับก็คือ ‘เสียเงิน’ และ ‘น้ำตา’ แทนกำไรนั่นเอง  การสำรวจเยี่ยมชมสำนักงานหรือบริษัท ‘Crypto Exchange’ มีจุดประสงค์เพื่อเช็คให้ชัวร์ว่าบริษัทนั้นๆ มีอยู่จริงในโลกนี้ไม่โมเมขึ้นมา เพราะเวลาที่บริษัทขอใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จะต้องส่งตำแหน่งที่อยู่ เพื่อยืนยันตัวตนว่ามีอยู่จริง ทั้งนี้การเยี่ยมชมจึงเป็นอีก 1 ทาง ที่จะสามารถยืนยันให้นักลงทุนมั่นใจได้ว่าบริษัทนี้มีอยู่จริง ไม่มีการโมเม และยืนยันว่าใบอนุญาตที่บริษัทนั้นๆ ได้มาเป็นของจริงไม่ใช่ของปลอม ดังนั้นหากตรวจสอบแล้วว่ามีใบอนุญาต อย่าลืมตรวจสอบการเยี่ยมชม เพื่อความชัวร์ในการตัดสินใจลงทุน  เมื่อรู้แบบนี้แล้วหลายๆ คนอาจเกิดคำถามว่า “แล้วเราจะดูข้อมูลการสำรวจเยี่ยมชมได้จากที่ไหน” คำตอบคือง่ายมาก เพราะการสำรวจเยี่ยมชมบริษัท ‘Crypto Exchange’ นั้นเป็นหนึ่งในฟีเจอร์ของแอป ‘Wikibit’ ที่คอยให้ข้อมูลข่าวสาร เกี่ยวกับ ‘Exchange’ และ ‘Token’ รวมไปถึงการเปิดโปงเว็บเถื่อน ให้คนที่ประสบพบเจอเรื่องราวเลวร้าย มาร้องเรียนกับทาง ‘Wikibit’ ได้ โดยปัจจุบันมีบริษัท ‘Crypto Exchange’ ในประเทศไทยที่รับการเยี่ยมชมจาก ‘Wikibit’ แล้วมากมาย บางบริษัทมีตัวตนอยู่จริงถูกต้องตามกฎหมาย อาทิ ‘Bitkub’ ผ่านการเยี่ยมชมมาแล้ว 1 ครั้ง ‘Stang’ ผ่านเยี่ยมชมมาแล้ว 1 ครั้ง และ ‘Crypto Exchange’ อื่นๆ   (ภาพการเยี่ยมชมบริษัท ‘Crypto Exchange’ ของ Stang และ Bitkub)   ทั้งนี้คุณรู้ไหมว่าไม่ใช่ทุกครั้งที่ทาง ‘Wikibit’ ไปสำรวจเยี่ยมชมบริษัท ‘Crypto Exchange’ แล้วจะเจอบริษัทนั้นจริงๆ เพราะหลายครั้งที่ไปสำรวจบริษัท ‘Crypto Exchange’ ชื่อดังมากมายตามที่อยู่ในใบอนุญาต แต่กลับไม่พบ ซึ่งแสดงถึงการไม่มีตัวตนอยู่จริง หรือการให้ข้อมูลเทจเสี่ยงต่อการฉ้อโกง แถมแอป ‘Wikibit’ ยังครอบคลุมพื้นที่การสำรวจ ‘Crypto Exchange’ ไปทั่วโลกอีกด้วย ดังนั้นถ้าไม่อยากเสียน้ำตา อย่าลืมไปตรวจสอบให้ดีก่อนลงทุน  วิธีตรวจสอบการสำรวจเยี่ยมชมบริษัทบนแอป ‘Wikibit’  Step 1 : ค้นหาชื่อ ‘Exchange’ ที่คุณสนใจแล้วกดค้นหา Step 2 : เลือกรายการ ‘Exchange’ ที่คุณต้องการ หลังจากนั้นแอปจะขึ้นข้อมูลมาให้ ไม่ว่าจะเป็นคะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ปริมาณมูลค่าตลาด ใบอนุญาต โครงการต่างๆ เป็นต้น  Step 3 : ไปที่การเยี่ยมชมบริษัท (หากไม่มีการเยี่ยมชม แอปจะไม่ขึ้นข้อมูลให้) เราสามารถเข้าไปดูข้อมูลการเยี่ยมชมเพิ่มเติมได้ Step 4 : ขอต้อนรับรับเข้าสู่ข้อมูลการเยี่ยมชม ในนี้จะบอกข้อมูลที่ตั้งของบริษัททั้งหมด ว่าเป็นอย่างไร เป็นตึกแบบไหน มีกี่ชั้น มีพนักงานกี่คน เป็นต้น    ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-06-10การวิเคราะห์เชิงลึก

บิทคอยน์พุ่ง 13% ‘รับข่าวดี’จากเอลซัลวาดอร์

บิทคอยน์ราคาพุ่งขึ้น 13% ทะยานเหนือ 37,000 ดอลลาร์ หลังเอลซัลวาดอร์ออกกฎหมายอนุญาตให้ใช้ได้ถูกต้องตามกฎหมาย  ข้อมูลจากเว็บไซต์คอยน์เดสก์ เมื่อเวลา 23.42 น. วันพุธ (9 มิ.ย.) ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐ หรือ 10.42 น. ตามเวลาประเทศไทย ราคาซื้อขายบิทคอยน์อยู่ที่ 37,176.44 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 13% จาก 24 ชั่วโมงก่อนหน้านั้น อานิสงส์จากเมื่อวันพุธ ส.ส.เอลซัลวาดอร์ ประเทศในอเมริกากลางผ่านกฎหมายอนุญาตให้ใช้บิทคอยน์ได้ หมายความว่าตอนนี้ราคาสินค้าแสดงเป็นหน่วยบิทคอยน์ และสามารถชำระภาษีด้วยเงินเสมือนสกุลนี้ได้

2021-06-10การวิเคราะห์เชิงลึก