เปิด Dark side โลกคริปโต ภัยร้ายที่คุณอาจคาดไม่ถึง!

ไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ เราได้เห็นการเติบโตของ Cryptocurrency มาโดยตลอด บริษัทและองค์กรขนาดใหญ่หลายแห่งกำลังเข้าสู่ตลาดคริปโต สถาบันการเงินหลายแห่งโดยเฉพาะธนาคารต่างยอมรับคริปโตมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไม่เว้นแม้แต่ Amazon, Microsoft, Square, BMW, Google, Citigroup หรือ PayPal  นับตั้งแต่ปี 2009 บิทคอยน์เริ่มเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนในปีนี้บิทคอยน์กลายเป็นสินทรัพย์ที่มาพลังมากเหลือเกิน มีสาวกจากทั้งโลกที่รู้สึกว่าเหรียญนี้มีศักยภาพที่จะเป็นสกุลเงินหลักของโลกการเงินดิจิทัล ท่ามกลางการยกย่องก็ยังเห็นการต่อต้านจากผู้คลางแคลงใจใน Cryptocurrency จากข่าวกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย หรือแม้กระทั้งอาชญกรรมที่เกี่ยวข้องกับคริปโต  ด้านมืดของ Cryptocurrency  โดยทั่วไป ไม่ค่อยมีใครพูดถึงด้านมืดของ Cryptocurrency นัก แต่อย่างที่รู้กัน เหรียญมี 2 ด้าน และเหรียญคริปโตไม่ได้มีแค่ด้านเดียวแน่นอน และต่อไปนี้คือด้านมือของคริปโตที่คุณควรระวังไว้ให้ดี   1. ขาดการรักษาความปลอดภัยเมื่อเกิดการสูญเสีย  Bitcoin เป็นการลงทุนที่ปลอดภัยมาก การแก้ไขข้อมูลเป็นไปไม่ได้ระบบ Blockchain แต่ถ้าแฮ็กเกอร์คนใดบังเอิญขโมยเงินของไปได้เนี่ย คุณจะไม่มีทางได้เงินคืน ซึ่งไม่เหมือนกับสกุลเงินที่มีอยู่จริง เพราะคริปโตไม่ได้อยู่ภายใต้การจัดการโดยหน่วยงานกลางใด ๆ  2. ตลาดไม่ได้รับการควบคุม  การซื้อขาย Crypto ไม่อยู่ภายใต้อำนาจควบคุมจากส่วนกลาง จนถึงขณะนี้ยังไม่มีกฎระเบียบของตลาดทางกฎหมายในการจัดการกับ Cryptocurrencies รัฐบาลส่วนใหญ่ของโลกไม่มั่นใจในความเป็นไปได้ ยกเว้นบางประเทศที่เริ่มออกมา Take Action ในปีหลัง ๆ นี้  3. ตลาด Crypto กำลังผันผวน  ราคาของ crypto ผันผวนมาก เราได้เห็นการล่มสลายอย่างกะทันหันของราคาหลังจากการที่พุ่งแรงต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือน แนวโน้มแบบนี้เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า สำหรับบางคนมันเป็นช่องทางการลงทุน แต่สำหรับคนส่วนใหญ่ มันยังคงเป็น “สกุลเงินที่ไม่เป็นทางการ”  4. Crypto ยากที่จะเข้าใจ  นักลงทุนรายย่อยจำนวนมากไม่มีความเข้าใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับ Cryptocurrency การทำงานของ crypto และ Blockchain นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับหลาย ๆ คน  สกุลดิจิทัลเคยถูกใช้เพื่อการฟอกเงิน การก่อการร้าย และกิจกรรมที่ผิดกฎหมายอื่น ๆ มากมาย แต่ก็ต้องยอมรับตลาดนี้กำลังเติบโต และดูมีอนาคตชนิดที่ยังไม่มีสินทรัพย์ไหนมาแซงได้ หากประเมินดู คริปโตก็ยังน่าลงทุนอยู่ดี เพียงแต่ต้องตรวจสอบให้รอบด้านก่อนลงทุน ถ้าไม่รู้จะไปพึ่งที่ไหน แอป WikiBit พร้อมซัพพอร์ตคุณแล้ว!  คุณสามารถติดตามข่าวสารที่สดใหม่ รวดเร็ว ถึงใจ พร้อมบทความเกร็ดความรู้ในโลกคริปโตแบบนี้ ได้ที่ “WikiBit” แอปนำเสนอข่าวสารวงการคริปโต พร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพียงแค่กดค้นหา ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบจัดเต็ม ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!  ขอบคุณข้อมูลจาก coinmercury.com, mantralabsglobal.com

2021-11-14การวิเคราะห์เชิงลึก

รวมเหตุผลที่ทำให้ ‘เทรดเดอร์ Forex’ เป็นอาชีพที่น่าอิจฉาที่สุดในโลก!

คิดจะเปลี่ยนงานกันอยู่รึเปล่า? อึดอัดกับเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้ากันอยู่ใช่ไหม? ถ้าใช่ วันนี้เราจะมาแนะนำเส้นทางอาชีพที่น่าอิจฉาที่สุด ทั้งเป็นอิสระ รายได้ดี มีเวลาเหลือเฟือ และนี่คือ 5 เหตุผลที่คุณควรทำอาชีพเทรดเดอร์ Forex   1. ทำงานไปด้วย เที่ยวไปด้วย ก็รวยมากมาย  มีเพียงไม่กี่อาชีพที่ให้คุณเดินทางได้ในขณะที่คุณทำงาน และการเทรด Forex คืออาชีพนั้น คุณสามารถทำงานออนไลน์ได้ เนื่องจากสิ่งที่คุณทำงานด้วยส่วนใหญ่เป็นแอป อยู่ได้ทุกที่ สามารถเลือกที่จะอยู่ในเมืองได้ชั่วขณะหนึ่ง หลังจากนั้นคุณสามารถไปนั่งอยู่บนเนินเขาในภาคเหนือ หรือเกาะในภูเก็ต มีข้อแม้เดียวคือ ที่นั่นต้องมีไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ต   2. ทำงานคนเดียว เป็นนายตัวเอง ไม่มีใครมาวุ่นวายใจ  ใครที่ไม่ชอบทำงานเป็นกลุ่ม คิดว่าอยู่คนเดียวสบายใจ เหมาะกับอาชีพนี้มาก เพราะการเทรด Forex คุณวิเคราะห์ เลือกเทรด และการจัดการเงินเพียงคนเดียว คุณจะไม่มีหัวหน้างานที่มาบ่นให้คุณเครียด แถมคุณสามารถโฟกัสได้ดีขึ้น ไม่ต้องกังวลกับการรบกวนจากการแชทกับเพื่อนร่วมงาน และคุณจะไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับความรับผิดชอบใด ๆ นอกจากรับผิดชอบตัวเอง  3. ถ้าตั้งใจฝึกฝน เรียนรู้ไป ใคร ๆ ก็ไปถึงจุดหมาย  การซื้อขายเป็นทักษะ ทักษะฝึกฝนได้ เพียงแต่ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ ต้องใช้เวลา โดยเฉพาะกับการบริหารความเสี่ยงและจิตวิทยา แต่สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ทำไปก็คุ้มค่าแน่นอน เพราะตลาด Forex จะไม่หายไปในเร็ว ๆ นี้ ตราบใดที่เรามีสกุลเงิน Forex ก็ยังคงอยู่  4. มีทักษะการลงทุนประดับชีวิต  เอาล่ะ เมื่อเวลาผ่านไป สมมติว่าคุณต้องการทำงานประจำ อยากเก็บเงิน คุณจะทำอย่างไรกับเงินออมเหล่านั้น? คุณจะเก็บมันไว้ในธนาคารหรือไม่? หรือคุณจะซื้อสินทรัพย์? อาจไม่มีตัวเลือกใดที่เหมาะกับคุณ ถ้าเป็นเช่นนั้น Forex ก็ทำงานได้ดี คุณต้องการวิธีการเพิ่มทุนของคุณ คุณไม่สามารถประหยัดเงินและปล่อยให้เน่าเปื่อยในธนาคารได้ และสิ่งนี้จะทำได้ก็ต่อเมื่อพยายามลงทุนอย่างแข็งขันเท่านั้น   5. กลายเป็นนักลงทุนที่เชื่อถือได้  มีบริษัทการค้าหลายแห่งที่จัดการเงินของผู้อื่น คุณสามารถเป็นผู้จัดการเงินได้เช่นกัน แต่ก็ต้องใช้เวลา อาจเป็นหลายสิบปีกว่าที่สิ่งนี้จะเกิดขึ้น ดังนั้นความอดทนจึงเป็นสิ่งจำเป็น และการอุทิศก็เช่นกัน คุณต้องเชี่ยวชาญในศิลปะการซื้อขาย Forex ก่อนที่นักลงทุนรายใดจะส่งเงินให้คุณ แต่เมื่อคุณทำสำเร็จแล้ว คุณก็สามารถสร้างธุรกิจที่ใหญ่กว่าที่คนส่วนใหญ่จัดการได้ ถ้าอยากมีชีวิตแบบเทรดเดอร์ Forex ก็ต้องลองเข้ามาในตลาด Forex นะ แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องขอเตือนอยู่ดีว่า “การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน” ไม่งั้นจะที่จะมีชีวิตในฝัน จะกลายเป็นชีวิตในฝันร้ายแทน!  ใครที่จะเริ่มเทรด Forex เราขอแนะนำให้โหลดแอป WikiFX ติดมือถือไว้ด่วน ๆ นี่คือแอปเดียวที่จะพาไปเรียนรู้ เจาะลึกทุกเรื่องราวของตลาด Forex ไม่ว่าจะเป็นบทความเทคนิคร้อยแปดพันเก้า บทวิเคราะห์แนวโน้มตลาด เกร็ดความรู้ต่าง ๆ นา ๆ แล้วยังมีปฏิทินข่าวให้อ่านแบบฟรี ๆ แถมยังสามารถตรวจสอบข้อมูลโบรกเกอร์ Forex ได้ทั่วโลกเลยนะ! มีรึยัง? ถ้าไม่มี โหลดเลย โหลดฟรี!

2021-11-14การวิเคราะห์เชิงลึก

สรรพากรแจงแล้ว รูปแบบการเสียภาษีสินทรัพย์ดิจิทัลต้องทำอะไรบ้าง

โฆษกกรมสรรพากรเผยรูปแบบการเสียภาษีสินทรัพย์ดิจิทัล ระบุ หากมีผลกำไรจากการขายกำหนดให้เป็นเงินได้ตามกฎหมาย ซึ่งผู้ซื้อต้องมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย 15%  นางสมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกิจพลังงาน) ในฐานะโฆษกกรมสรรพากรเปิดเผยถึงรูปแบบการเสียภาษีจากสินทรัพย์ดิจิทัลว่า โดยปกติหากมีการขายแล้วมีกำไร ถือเป็นเงินได้ตามมาตรา40(4)(ฌ)ซึ่งผู้จ่ายเงินได้(ผู้ซื้อ) มีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตรา 15%  นอกจากนี้ ตามข้อกฎหมาย ผู้ขายสินทรัพยดิจิทัล หากมีกำไร มีหน้าที่ต้องนำกำไรจากการขายไปคำนวณรวมกับเงินได้อื่น ในการยื่นเสียภาษีประจำปี ตามปีที่ได้รับกำไร  เนื่องจาก กฎหมายไม่ได้ให้เลือกว่า จะนำมาคำนวณรวมหรือไม่ต้องนำมาคำนวณรวม เช่นเดียวกับการที่ถูกหักภาษีณที่จ่าย แบบดอกเบี้ยหรือเงินปันผล ที่ถูกหักณที่จ่ายในอัตรา15% และ 10% แล้วได้สิทธิ์ให้เลือกว่า จะรวมหรือไม่รวมกับเงินได้ตอนยื่นประจำปีได้

2021-11-14การวิเคราะห์เชิงลึก

เกิดอะไรขึ้น Binance ยุติให้บริการภาษาไทย เพราะขัดกฎระเบียบ

โดยเมื่อคืนนี้ทาง Binance ได้ประกาศออกมาว่าต้องยุติการให้บริการภาษาไทยในประเทศไทยแล้ว ซึ่งหลังจากที่ประกาศออกมานั้นทำให้หลายคนกังวลว่าจะเกิดอะไรไม่ดีตามมาหรือเปล่า  โดยประกาศนี้ Binance แจ้งว่า ทางบริษัทได้ทำการประเมินผลิตภัณฑ์ และบริการอยู่ตลอดเพื่อให้ปฏิบัติไปตามกฎระเบียบของแต่ละประเทศ ทำให้บริษัทต้องหยุดให้การสนับสนุนภาษาไทย โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน 2021 ทางบริษัทเข้าใจว่าเรื่องนี้จะมีผลกระทบต่อผู้ใช้งานคนไทย แต่เราก็กำลังพยายามทำงานพูดคุยกับผู้กำกับดูแลในประเทศไทยเพื่อแก้ไขในเรื่องนี้  ทำให้เทรดเดอร์ชาวไทยหลายคนรู้สึกกังวลอย่างมากว่าในอนาคตแอปเทรดคริปโตอย่าง Binance จะถูกยกเลิกให้บริการหรือไม่ ทางทีมงาน WikiBit ได้สำรวจความคิดเห็นของเทรดเดอร์ชาวไทยจึงพบว่าหลายคนมีความคิดเห็นดังนี้  1. เนื่องด้วย Binance เป็นกระดานเทรดนอก กลต. ไม่สามารถควบคุมการทำงานหรือระบบของ Binance ได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังไม่ได้รับใบอนุญาตจาก กลต. จึงทำให้ถูกกดดันเป็นเหตุที่ Binance จำเป็นต้องยกเลิกภาษาไทย  2. หลายคนมองว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะการที่ถูก กลต. กดดันแต่ถ้า Binance ไม่ยอมถอยหนึ่งก้าว อาจจะโดนแบนถาวร ไม่สามารถใช้หรือเข้าเว็บไซต์ของ Binance ได้อีกต่อไป  ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลอะไร คงต้องให้เวลาเป็นคำตอบ สำหรับใครที่กังวลว่าจะไม่สามารถเทรดคริปโตโดยใช้กระดานต่างประเทศไทย ให้ใช้แอป WikiBit ช่วยคุณสิ แอป WikiBit จะมีข้อมูลของแอปเทรดคริปโตทั่วโลกที่คุณสามารถตรวจสอบความน่าเชื่อถือได้ อีกทั้งยังมีข้อมูลของเหรียญ, Defi , โครงการต่าง ๆ เพื่อป้องกันคุณไปลงทุนแชร์ลูกโซ่ด้วยนะ!

2021-11-13การวิเคราะห์เชิงลึก

รู้จัก ‘FALSE BREAKOUT’ กราฟหลอกที่เทรดเดอร์คนไหนก็ไม่อยากเจอ!!

วันนี้ WikiFX พาคุณมารู้จักสิ่งที่เรียกว่า ‘False Breakout หรือ Fake Breakout’ ดูจากชื่อแล้วไม่น่าใช่เรื่องดีนัก เพราะสิ่งนี้แหละที่หลอกให้เทรดเดอร์เข้าใจตลาดผิด เงินหาย กระเป๋าหดกันไปเยอะแล้ว False Breakout คืออะไร? ทำไมใคร ๆ ไม่อยากเจอ หาคำตอบได้ในบทความนี้  ก่อนที่จะไปถึง False Breakout เรามาทวนกันก่อนว่า Breakout คืออะไร? Breakout คือการที่กราฟ มีราคาทะลุแนวรับ หรือแนวต้านที่เราตั้งไว้ เมื่อราคาของคู่เงินนั้น ๆ วิ่งมาจนสามารถทะลุแนวรับ หรือแนวต้านได้นั้น เราจะเรียกลักษณะอาการของกราฟช่วงนี้ว่าเกิดการ Breakout (เบรก-เอ้าท์)  โดยปกติกราฟราคาที่ได้ Breakout ออกมาแล้ว มักจะเคลื่อนที่ต่อในแนวโน้มเดิม เราก็ซื้อขายตามแนวโน้มนั้น ๆ แต่บางครั้งมันเกิดเรื่องไม่คาดฝัน คือกรณีที่ราคากลับ ‘สวนทาง’ กับที่คาดไว้ แล้วหวนกลับเข้าแนวโน้มเดิม พูดง่าย ๆ คือกราฟหลอกเราว่าราคาจะไปทางนึง แต่สุดท้ายกับไปทางตรงข้าม ทำให้การลงทุนไม่เป็นอย่างที่เราคิด และอาจสร้างความเสียหายตามมา ซึ่งนี่แหละคือ ‘False Breakout’  False Breakout สามารถแบ่งออกได้เป็นสองประเภทหลัก ๆ ตามทิศทางของการ Breakout  1. Bull Trap (กับดักขาขึ้น) คือลักษณะ False Breakout ที่เกิดขึ้นเมื่อกราฟราคาได้ Breakout ออกจากแนวต้านขึ้นไป แล้วถดถอยลงมาอยู่ในช่วงราคาเดิมในระยะเวลาอันสั้น  2. Bear Trap (กับดักขาลง) คืออีกลักษณะหนึ่งของ False Breakout เป็นสัญญาณหลอกว่าแนวโน้มในตลาดกำลังจะเป็นขาลง เนื่องจากกราฟราคาได้ Breakout ออกจากแนวรับ อย่างไรก็ตาม หลังเวลาได้ผ่านไปสักพัก กราฟราคาก็กลับเข้าไปอยู่ในแนวโน้มเดิม  วิธีหลีกเลี่ยง False Breakout  วิธีหลีกเลี่ยง False Breakout ไม่ได้ยากนัก แทนที่คุณจะดำเนินการซื้อขายแบบเรียลไทม์ทันทีที่ราคาทะลุแนวรับแนวต้าน เราควรรอจนกว่าแท่งเทียนจะปิดเพื่อยืนยันความแข็งแกร่งของ Breakout ดังนั้น แนวคิดในการตั้งค่าคำสั่งซื้อเข้าให้สูงหรือต่ำกว่าระดับแนวรับหรือแนวต้านเพื่อให้เราเข้าสู่การซื้อขายแบบ Breakout โดยอัตโนมัติจึงไม่ใช่แนวคิดที่ดีนัก เพราะคำสั่งแบบนั้นอาจฆ่าเรา ทำให้เราไปเจอ False Breakout ก็ได้  เราขอแนะนำให้ใช้การแจ้งเตือนราคาปิดของแท่งเทียนแต่ละอันเป็นหลัก คือคุณจะได้รับการแจ้งเตือนก็ต่อเมื่อแนวรับหรือแนวต้านทะลุผ่านการปิดของแท่งเทียนนั้น ๆ นี้ คุณจะได้รับการแจ้งเตือน เมื่อเข้าสู่ระบบบนคอมพิวเตอร์ หรือแอปพลิเคชันมือถือ เมื่อเลือกแล้ว เราจะได้รับการแจ้งเตือนก็ต่อเมื่อแท่งเทียนปิดเกินระดับราคาที่เราเลือก แทนที่จะได้รับการแจ้งเตือนทันทีที่ราคาทะลุแบบเรียลไทม์สำหรับกราฟรายชั่วโมง  อีกกลยุทธ์หนึ่งในการหลีกเลี่ยง False Breakout คือลองเช็คกราฟใน Timeframe อื่น ๆ ถ้าอยู่ที่ Timeframe สั้น ๆ 4 ชั่วโมง ก็อาจขยายไปยัง Timeframe ที่กว้างขึ้น เช่น รายวัน หรือรายสัปดาห์ และดูแนวโน้มโดยรวมได้ หากราคา breaks down ใน Timeframe ที่เล็กกว่า แต่ไม่ได้อยู่ในกราฟ Timeframe ที่ยาว ๆ นั่นอาจจะเป็น False Breakout  False Breakout เป็นศัพท์ทางเทคนิคที่ยากพอสมควร สำหรับมือใหม่ เราแนะนำให้ค่อย ๆ ศึกษาไปทีละขั้นนะ และซักวันคุณจะเซียนในตลาดนี้แน่นอน! ถ้าอยากเรียนรู้เทคนิค กลยุทธ์ ข่าวสารในตลาด Forex พร้อมประสบการณ์ดี ๆ จากกูรูทั่วโลก ก็ต้องดาวน์โหลดแอป WikiFX ติดมือถือไว้เลย โหลดฟรี มีให้อ่านทุกวันนะ!  ขอบคุณข้อมูลจาก: dailyfx.com, daytradetheworld.com, konlenforex.com และ protradingnow.com

2021-11-12การวิเคราะห์เชิงลึก

WikiBit คอนเฟิร์ม ‘กระดานเทรดคริปโต’ แบบนี้ดีแน่นอน!

สำหรับสายคริปโตคงรู้กันดีว่า ‘กระดานเทรด แอปเทรด หรือ Exchange’ กับ ‘เทรดเดอร์คริปโต’ เนี่ย เป็นของคู่กันแบบแยกขาดกันไม่ได้เลย! เพราะถ้าไม่มีพวกเค้าคุณคงไม่สามารถซื้อหรือขายสินทรัพย์ดิจิทัลได้แบบสบายใจแน่ กระดานเทรดนี่จะเข้ามาจัดการการซื้อขายทั้งหมดเลยนะ จะเลือกโบ๊ ๆ เบ๊ ๆ ไม่ได้ วันนี้เราจึงสรุปมาให้ว่ากระดานเทรดที่ดีเนี่ย ควรเป็นยังไง!   1. กระดานเทรดคริปโตที่ดีด้านด้านกฎหมาย  - ต้องเป็นกระดานเทรดที่ได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลเท่านั้น ถ้าในไทยก็ต้องถูกรับรองโดย กลต.  - กระดานเทรดที่ดีมักมีการรับประกันเงินของพวกเขา ซึ่งหมายความว่าในกรณีที่พวกเขาสูญเสียเงิน ไม่ได้รับความเป็นธรรม คุณจะได้รับเงินคืน  2. กระดานเทรดคริปโตที่ดีด้านการบริการ  - ควรมี Customer Support ที่พร้อมช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาให้ลูกค้าตลอดเวลา 7 วัน 24 ชั่วโมง และต้องมีเจ้าหน้าที่มากพอสำหรับความต้องการอีกด้วย  3. กระดานเทรดคริปโตที่ดีด้านความโปร่งใส  - กระดานเทรดที่ดี ควรเปิดเผยว่าใครเป็นเจ้าของ มีที่อยู่สำนักงานใหญ่ที่ไหน และสมาชิกในทีมมากแค่ไหน?  - กระดานเทรดที่โปร่งใสควรเผยแพร่ Cold storage address หรือการตรวจสอบเงินสำรองด้วยวิธีต่าง ๆ  4. กระดานเทรดคริปโตที่ดีด้านสภาพคล่อง  ยิ่งปริมาณการซื้อขายสูงเท่าไหร่ กระดานเทรดก็จะมีสภาพคล่องมากขึ้นเท่านั้น สภาพคล่องทำให้การทำธุรกรรมเสร็จสมบูรณ์เร็วขึ้น ง่ายขึ้น และไม่ต้องรับมือกับความผันผวนของราคา นอกจากนี้ ดูว่ากระดานเทรดเสนอราคาแบบ “locked-in” หรือไม่ เพราะนั่นจะรับประกันราคา ณ เวลาที่ทำธุรกรรมของคุณ แม้ว่าจะไม่ชำระในทันที  5. กระดานเทรดคริปโตที่ดีด้านค่าธรรมเนียม  - ค่าธรรมเนียมของกระดานเทรดไม่ควรแพงหรือถูกเกินไป โดยปกติแล้วจะน้อยกว่า 1% ต่อธุรกรรม และอาจลดลงหากปริมาณการซื้อขายของคุณเพิ่มขึ้น  - ตรวจสอบค่าธรรมเนียมการถอนด้วยนะ เพราะกระดานเทรดบางแห่งมีค่าธรรมเนียมการถอนสูงมากสำหรับ altcoins ที่เฉพาะเจาะจง และก็ต้องดูค่าธรรมเนียมการฝากด้วย กระดานเทรดหลายแห่งเสนอวิธีที่รวดเร็วและสะดวกในการซื้อคริปโต ด้วยบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต แต่การซื้อดังกล่าวยังมีค่าธรรมเนียม 5% ขึ้นไป   6. กระดานเทรดคริปโตที่ดีด้านด้านประสบการณ์ของผู้ใช้งาน  - กระดานเทรดที่ดีควรอินเทอร์เฟซผู้ใช้เรียบง่ายและใช้งานง่าย ทั้งบนเดสก์ท็อป แท็ปเล็ตและอุปกรณ์มือถือ  - คุณควรเลือกกระดานเทรดที่เป็นที่รู้จักในหมู่คนทั่วไป อาจตามไปดูรีวิวในกลุ่มต่าง ๆ หรือในแอป WikiBit ก็มีให้ดูเช่นกันนะ  เมื่อรู้แล้วว่ากระดานเทรดแบบไหนเรียกว่าดี ตอนนี้ก็ถึงเวลาไปตามหากระดานเทรดที่ได้มาตรฐานเหล่านั้นแล้วแหละ! บอกเลยว่าบนแอป WikiBit มีข้อมูลเชิงลึกของ กระดานเทรดคริปโตมากมายทั่วโลกให้คุณได้ค้นหา ซึ่งมาพร้อมกับบริการตรวจสอบข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพียงแค่กดค้นหา ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบจัดเต็ม ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!

2021-11-12การวิเคราะห์เชิงลึก

บิตคอยน์ปรับตัวลงเคลื่อนไหวที่ 65,091.4 ดอลล์

บิตคอยน์ เทรดที่เว็บไซต์อินเวสต์ติง ดอท คอม เมื่อเวลา 06.07 น.ของวันนี้ (12พ.ย.)ปรับตัวลง 0.05% เคลื่อนไหวที่ 65,091.4 ดอลลาร์  ทั้งนี้ บิตคอยน์ ร่วงลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันพุธ(10พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเลิกเดิมพันขาขึ้นของบิตคอยน์ แม้ว่าสกุลเงินดิจิทอลนี้จะได้รับความนิยมในฐานะเป็นทรัพย์สินป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ  บิตคอยน์ ปรับตัวลดลง 0.40% สู่ 66,528.4 ดอลลาร์ จากก่อนหน้านี้ที่ทำสถิติสูงสุดถึง 68,990 ดอลลาร์  การเพิ่มขึ้นของบิตคอยน์ในช่วงก่อนหน้านี้เกิดขึ้นจากความกังวลเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นหลังจากข้อมูลแสดงให้เห็นว่าราคาผู้บริโภคในสหรัฐ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่ปี 2533

2021-11-12การวิเคราะห์เชิงลึก

การใช้งาน ‘เงินหยวนดิจิทัล’ กำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วประเทศจีน

การเปิดตัวเงินสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางจีน (CBDC) ยังคงดำเนินต่อไปอย่างรวดเร็ว โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ Yi Gang ผู้ว่าการธนาคารประชาชนจีน และ Mu Changchun ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารรายงานว่า ปริมาณการทำธุรกรรม e-CNY รายสัปดาห์เฉลี่ยเติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 3 พันล้านหยวน (469 ล้านเหรียญสหรัฐ) และผู้บริโภคกำลังเปิดใช้งานกระเป๋าเงินเพิ่มขึ้นในอัตรารายสัปดาห์เฉลี่ยอยู่ที่ 8.5 ล้านกระเป๋า  ตามตัวเลขในเดือนตุลาคม ในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ในงานประชุม Fintech เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นาย Changchun กล่าวเน้นย้ำว่า จีนยังไม่มีกำหนดอย่างเป็นทางการสำหรับการเปิดตัวหยวนดิจิทัล แม้ว่าจะมีข่าวลือว่า หยวนดิจิทัลจะการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงโอลิมปิกฤดูหนาวของปี 2022 เมื่อวันที่ 22 ต.ค. ผู้บริโภคได้เปิดใช้กระเป๋าเงินดิจิทัลครบจำนวน 140 ล้านกระเป๋า โดยมีปริมาณธุรกรรมรวมอยู่ที่ 6.2 หมื่นล้านหยวน (9.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ปริมาณธุรกรรมและการเปิดใช้งานกระเป๋าเงินที่เกี่ยวข้องกับหยวนดิจิทัล ได้เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงฤดูใบไม้ร่วงของปีนี้ ในช่วงระยะเวลา 17 สัปดาห์ระหว่างวันที่ 15 มิถุนายนจนถึงวันที่ 8 ต.ค. ปริมาณธุรกรรมเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 12.6 ล้านหยวนต่อสัปดาห์  ในขณะที่การดาวน์โหลดกระเป๋าเงินเฉลี่ยเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 6 ล้านกระเป๋าต่อสัปดาห์ การส่งเสริมการใช้ e-CNY ครั้งใหญ่ในเดือนตุลาคมมีส่วนทำให้ปริมาณการทำธุรกรรมเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยนับตั้งแต่วันที่ 12 ต.ค. ผู้โดยสารรถไฟใต้ดินของปักกิ่งจะได้รับบริการค่าโดยสารฟรี 1 ครั้งเพื่อแลกกับการติดตั้งกระเป๋าเงิน e-CNY และประชากรชาวปักกิ่งจำนวนกว่า 21 ล้านคนล้วนมีสิทธิ์สำหรับโปรโมชั่นนี้ ปริมาณการทำธุรกรรมของ e-CNY ได้เร่งตัวขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2021 นับตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายนจนถึงวันที่ 22 ต.ค. โดยปริมาณธุรกรรมเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 275 ล้านหยวนภายใน 4 เดือน เทียบกับการเติบโตเพิ่มขึ้นเพียง 235 ล้านหยวนใน 9 เดือนนับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2020 ถึงเดือนมิถุนายน 2021 นอกจากนี้ การเปิดใช้งานกระเป๋าเงินก็เร่งตัวขึ้นเช่นกัน ในช่วง 4 เดือนตั้งแต่เดือนมิถุนายน

2021-11-12การวิเคราะห์เชิงลึก

เหตุผลที่ผู้สร้างบิทคอยน์ ‘Satoshi Nakamoto’ ไม่ยอมเผยตัวตน คืออะไรกันแน่!?

การเคลื่อนไหวของ ‘Satoshi Nakamoto’ ผู้ให้กำเนิด Bitcoin ครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ตอนที่เขาได้ส่งอีเมลฉบับสุดท้ายถึงผู้คน และเราก็ติดต่อเขาไม่ได้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทิ้งเป็นปริศนาให้คนทั่วโลกสงสัยว่าเขาคือใครกันแน่ และจะปิดบังตัวตนเพื่ออะไร? ยิ่งวันที่ Bitcoin ได้รับความสนใจจนยิ่งใหญ่คับโลก ความอยากรู้อยากเห็นของคนยิ่งทวีคูณ  Bitcoin ปรากฏในโดเมนสาธารณะครั้งแรกในเดือนตุลาคม 2008 ซึ่งมีคนที่เรียกตัวเองว่า Satoshi Nakamoto เผยแพร่บทความชื่อ “Bitcoin: A Peer-To-Peer Electronic Cash system” ไปยังลิสต์อีเมล Cypherpunk (กลุ่มนักปฏิวัติแห่งเงินดิจิทัล) บทความนี้ถูกถกเถียงกันโดยกลุ่มนักคริปโตกลุ่มเล็กๆ ซึ่งมีเพียงไม่กี่คนที่เชื่อว่าจะมีโอกาสประสบความสำเร็จ  ในช่วงแรก ๆ ของ Bitcoin Satoshi ทำหน้าที่เป็นเหมือนนักเขียนออนไลน์ คอยตอบคำถามผ่านอีเมล งานเขียนเหล่านี้ได้รับการเก็บรักษาไว้ และทำให้ชัดเจนว่าหนึ่งในแรงจูงใจหลักของ Satoshi คือการสร้างสกุลเงินดิจิทัลแบบกระจายอำนาจที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของธนาคารกลาง  ก่อนปี 2008 ไม่มีเคยมีบันทึกว่ามีโปรแกรมเมอร์ชื่อ Satoshi Nakamoto นอกจากนี้ ทั้งที่อยู่อีเมลและเว็บไซต์ที่ใช้ไม่สามารถติดตามกลับไปยังแหล่งใดแหล่งหนึ่งได้ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องน่าแปลกที่ว่าทำไมบุคคลที่มีความรู้มากมายเช่นนี้จึงเลือกที่จะไม่เปิดเผยตัวตนและพยายามอย่างเต็มที่เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของเขา  ในเดือนเมษายน 2011 วันที่ Bitcoin เริ่มประสบความสำเร็จ Satoshi ส่งอีเมลสุดท้ายไปยังกลุ่มผู้สนับสนุนคริปว่า “ฉันได้ย้ายไปทำอย่างอื่นแล้ว และทุกคนอยู่ในมือที่ดี Gavin Andresen (นักพัฒนา Bitcoin รุ่นบุกเบิก)” Satoshi มอบซอร์สโค้ดให้ และหายตัวไปอย่างถาวร  สาเหตุที่ Satoshi Nakamoto ไม่เปิดเผยตัวตนคืออะไร?   1. สกุลเงินแบบกระจายอำนาจ ต้องเติบโตโดยไม่มีผู้นำ  Nakamoto ดูเหมือนจะมองการณ์ไกล รู้ว่าหาก Bitcoin ประสบความสำเร็จในฐานะ decentralized currency มันจะต้องเติบโตแบบออร์แกนิก โดยไม่มีผู้นำหรือหัวคิด การประกาศหรือความเห็นใด ๆ ของ Satoshi อาจถูกเข้าใจผิดหรือตีความว่าเป็นคำแนะนำในการลงทุนที่นำไปสู่การเคลื่อนไหวของราคา   2. เหตุผลเรื่องความปลอดภัย  มีความจริงที่ว่าผู้สร้างสกุลเงินทางเลือก มักจะดึงดูดความสนใจจากหน่วยงาน สถาบันการเงิน ธนาคารและอาชญากร ด้วยความที่บิทคอยน์เข้ามาเปลี่ยนแปลงระบบการเงินของโลก เป็นไปได้ที่องค์กรที่เกี่ยวข้องกับการเงิน อาจกดดันให้เขากำหนดข้อบังคับบางอย่างในการทำธุรกรรม ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่ความต้องการของเขา และการที่คนคนนึงสร้างสินทรัพย์ที่มหาศาลขนาดนี้ ก็ย่อมทำให้ผลประโยชน์ของบางองค์กรถูกด้อยค่าลงไป ทำให้ Satoshi อาจโดนลอบทำร้าย เพื่อขจัดเสี้ยนหนามตรงนี้  อนาคต Satoshi จะเปิดเผยตัวตนหรือไม่  Jill Carlson กล่าวว่า “ความไม่ความสมบูรณ์แบบนี้ เป็นหนึ่งในคุณค่าหลักของ Bitcoin ไม่มีผู้นำที่สามารถตอบคำถามนั้นได้ ไม่มีใครตัดสินใจได้ว่าบิทคอย์จะไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งได้ ดังนั้นวัตถุประสงค์ของเครือข่าย และมูลค่าของสินทรัพย์จึงไม่มีทางเสียหายตามเจตนาของใคร คนชอบบอกว่าการที่เขาไม่เปิดเผยตัวตนเป็นปัญหา แต่จริง ๆ นี่อาจเป็นคุณสมบัติที่จะรับประกันพลังของ Bitcoin”  Satoshi ตระหนักดีว่าเพื่อให้ Bitcoin ยังคงกระจายอำนาจอยู่นั้น มันไม่สามารถมีผู้นำหรือจุดศูนย์กลาง ศรัทธาในเทคโนโลยีจำเป็นต้องอยู่บนพื้นฐานของการประเมินอย่างเป็นกลาง ไม่ใช่คำกล่าวของผู้นำที่มีเสน่ห์หรือองค์กร จากการไม่เปิดเผยตัวตน Satoshi ได้ให้อิสระแก่บุคคลในการตัดสินเทคโนโลยีของตนเอง และกำหนดมูลค่าของทรัพย์สินที่เป็นอิสระจากผู้สร้าง ซึ่งนั่นคงจะทำให้คุณพอเดาได้ว่าสุดท้ายแล้วเขาจะเปิดเผยตัวตนหรือไม่?  คุณสามารถติดตามข่าวสารที่สดใหม่ รวดเร็ว ถึงใจ พร้อมบทความเกร็ดความรู้ในโลกคริปโตแบบนี้ ได้ที่ “WikiBit” แอปนำเสนอข่าวสารวงการคริปโต พร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพียงแค่กดค้นหา ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบจัดเต็ม ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!

2021-11-11การวิเคราะห์เชิงลึก

โอกาสที่ชาวเทรดเดอร์ทั่วโลกรอคอยมาถึงแล้ว การแข่ง EA

WikiFX ขอแนะนำศึกชิงแชมป์การเทรดระดับโลก ‘EA WORLD CUP 2021’ การแข่งขันชิงแชมป์สุดยอด EA ระดับนานาชาติ ที่ผู้แข่งขันทุกคน จะได้โชว์ความสามารถภายใต้ระบบการซื้อขายที่ยุติธรรมและเท่าเทียมกัน!! รวมถึงของรางวัลมากมายแบบจุใจ เอาใจคนรักการเทรดแบบชาวเรา!  เงินสด พร้อมเงินในพอร์ต Forex เทรดฟรีกว่า 4.4 ล้านบาท!!  iPhone 13 Pro จุก ๆ ไปเลย 20 เครื่อง!!  แถมบินลัดฟ้าไปดูงานในต่างประเทศฟรี! พร้อมโอกาสอีกมากมายที่อาจเปลี่ยนคุณทั้งชีวิต!!  เปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้ - 28 พฤศจิกายน 2564 ผ่าน https://www.eawikifx.com/th  ถ้าคุณเป็นคนนึงที่ใช้ EA เทรด อย่าปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป!! มาประลองฝีมือ EA Forex ให้โลกสะเทือน #ผู้ชนะอาจเป็นคุณ ของรางวัลมากมายรออยู่ รีบไปสมัครกันเลย ก่อนหมดเขตนะคะ ดูรายละเอียดวิธีการสมัครได้ที่ https://www.eawikifx.com/th

2021-11-11การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
8587
...
142