สแกนเพื่อดาวน์โหลด
แพลตฟอร์มตรวจสอบ # และยืนยันการกำกับดูแลของตลาดการเงินทั่วโลก

WikiBit คอนเฟิร์ม ‘กระดานเทรดคริปโต’ แบบนี้ดีแน่นอน!

สำหรับสายคริปโตคงรู้กันดีว่า ‘กระดานเทรด แอปเทรด หรือ Exchange’ กับ ‘เทรดเดอร์คริปโต’ เนี่ย เป็นของคู่กันแบบแยกขาดกันไม่ได้เลย! เพราะถ้าไม่มีพวกเค้าคุณคงไม่สามารถซื้อหรือขายสินทรัพย์ดิจิทัลได้แบบสบายใจแน่ กระดานเทรดนี่จะเข้ามาจัดการการซื้อขายทั้งหมดเลยนะ จะเลือกโบ๊ ๆ เบ๊ ๆ ไม่ได้ วันนี้เราจึงสรุปมาให้ว่ากระดานเทรดที่ดีเนี่ย ควรเป็นยังไง!   1. กระดานเทรดคริปโตที่ดีด้านด้านกฎหมาย  - ต้องเป็นกระดานเทรดที่ได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลเท่านั้น ถ้าในไทยก็ต้องถูกรับรองโดย กลต.  - กระดานเทรดที่ดีมักมีการรับประกันเงินของพวกเขา ซึ่งหมายความว่าในกรณีที่พวกเขาสูญเสียเงิน ไม่ได้รับความเป็นธรรม คุณจะได้รับเงินคืน  2. กระดานเทรดคริปโตที่ดีด้านการบริการ  - ควรมี Customer Support ที่พร้อมช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาให้ลูกค้าตลอดเวลา 7 วัน 24 ชั่วโมง และต้องมีเจ้าหน้าที่มากพอสำหรับความต้องการอีกด้วย  3. กระดานเทรดคริปโตที่ดีด้านความโปร่งใส  - กระดานเทรดที่ดี ควรเปิดเผยว่าใครเป็นเจ้าของ มีที่อยู่สำนักงานใหญ่ที่ไหน และสมาชิกในทีมมากแค่ไหน?  - กระดานเทรดที่โปร่งใสควรเผยแพร่ Cold storage address หรือการตรวจสอบเงินสำรองด้วยวิธีต่าง ๆ  4. กระดานเทรดคริปโตที่ดีด้านสภาพคล่อง  ยิ่งปริมาณการซื้อขายสูงเท่าไหร่ กระดานเทรดก็จะมีสภาพคล่องมากขึ้นเท่านั้น สภาพคล่องทำให้การทำธุรกรรมเสร็จสมบูรณ์เร็วขึ้น ง่ายขึ้น และไม่ต้องรับมือกับความผันผวนของราคา นอกจากนี้ ดูว่ากระดานเทรดเสนอราคาแบบ “locked-in” หรือไม่ เพราะนั่นจะรับประกันราคา ณ เวลาที่ทำธุรกรรมของคุณ แม้ว่าจะไม่ชำระในทันที  5. กระดานเทรดคริปโตที่ดีด้านค่าธรรมเนียม  - ค่าธรรมเนียมของกระดานเทรดไม่ควรแพงหรือถูกเกินไป โดยปกติแล้วจะน้อยกว่า 1% ต่อธุรกรรม และอาจลดลงหากปริมาณการซื้อขายของคุณเพิ่มขึ้น  - ตรวจสอบค่าธรรมเนียมการถอนด้วยนะ เพราะกระดานเทรดบางแห่งมีค่าธรรมเนียมการถอนสูงมากสำหรับ altcoins ที่เฉพาะเจาะจง และก็ต้องดูค่าธรรมเนียมการฝากด้วย กระดานเทรดหลายแห่งเสนอวิธีที่รวดเร็วและสะดวกในการซื้อคริปโต ด้วยบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต แต่การซื้อดังกล่าวยังมีค่าธรรมเนียม 5% ขึ้นไป   6. กระดานเทรดคริปโตที่ดีด้านด้านประสบการณ์ของผู้ใช้งาน  - กระดานเทรดที่ดีควรอินเทอร์เฟซผู้ใช้เรียบง่ายและใช้งานง่าย ทั้งบนเดสก์ท็อป แท็ปเล็ตและอุปกรณ์มือถือ  - คุณควรเลือกกระดานเทรดที่เป็นที่รู้จักในหมู่คนทั่วไป อาจตามไปดูรีวิวในกลุ่มต่าง ๆ หรือในแอป WikiBit ก็มีให้ดูเช่นกันนะ  เมื่อรู้แล้วว่ากระดานเทรดแบบไหนเรียกว่าดี ตอนนี้ก็ถึงเวลาไปตามหากระดานเทรดที่ได้มาตรฐานเหล่านั้นแล้วแหละ! บอกเลยว่าบนแอป WikiBit มีข้อมูลเชิงลึกของ กระดานเทรดคริปโตมากมายทั่วโลกให้คุณได้ค้นหา ซึ่งมาพร้อมกับบริการตรวจสอบข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพียงแค่กดค้นหา ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบจัดเต็ม ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!

2021-11-12การวิเคราะห์เชิงลึก

บิตคอยน์ปรับตัวลงเคลื่อนไหวที่ 65,091.4 ดอลล์

บิตคอยน์ เทรดที่เว็บไซต์อินเวสต์ติง ดอท คอม เมื่อเวลา 06.07 น.ของวันนี้ (12พ.ย.)ปรับตัวลง 0.05% เคลื่อนไหวที่ 65,091.4 ดอลลาร์  ทั้งนี้ บิตคอยน์ ร่วงลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันพุธ(10พ.ย.) เนื่องจากนักลงทุนเลิกเดิมพันขาขึ้นของบิตคอยน์ แม้ว่าสกุลเงินดิจิทอลนี้จะได้รับความนิยมในฐานะเป็นทรัพย์สินป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ  บิตคอยน์ ปรับตัวลดลง 0.40% สู่ 66,528.4 ดอลลาร์ จากก่อนหน้านี้ที่ทำสถิติสูงสุดถึง 68,990 ดอลลาร์  การเพิ่มขึ้นของบิตคอยน์ในช่วงก่อนหน้านี้เกิดขึ้นจากความกังวลเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นหลังจากข้อมูลแสดงให้เห็นว่าราคาผู้บริโภคในสหรัฐ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่ปี 2533

2021-11-12การวิเคราะห์เชิงลึก

การใช้งาน ‘เงินหยวนดิจิทัล’ กำลังเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วทั่วประเทศจีน

การเปิดตัวเงินสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางจีน (CBDC) ยังคงดำเนินต่อไปอย่างรวดเร็ว โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ Yi Gang ผู้ว่าการธนาคารประชาชนจีน และ Mu Changchun ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารรายงานว่า ปริมาณการทำธุรกรรม e-CNY รายสัปดาห์เฉลี่ยเติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 3 พันล้านหยวน (469 ล้านเหรียญสหรัฐ) และผู้บริโภคกำลังเปิดใช้งานกระเป๋าเงินเพิ่มขึ้นในอัตรารายสัปดาห์เฉลี่ยอยู่ที่ 8.5 ล้านกระเป๋า  ตามตัวเลขในเดือนตุลาคม ในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ในงานประชุม Fintech เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นาย Changchun กล่าวเน้นย้ำว่า จีนยังไม่มีกำหนดอย่างเป็นทางการสำหรับการเปิดตัวหยวนดิจิทัล แม้ว่าจะมีข่าวลือว่า หยวนดิจิทัลจะการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงโอลิมปิกฤดูหนาวของปี 2022 เมื่อวันที่ 22 ต.ค. ผู้บริโภคได้เปิดใช้กระเป๋าเงินดิจิทัลครบจำนวน 140 ล้านกระเป๋า โดยมีปริมาณธุรกรรมรวมอยู่ที่ 6.2 หมื่นล้านหยวน (9.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ปริมาณธุรกรรมและการเปิดใช้งานกระเป๋าเงินที่เกี่ยวข้องกับหยวนดิจิทัล ได้เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงฤดูใบไม้ร่วงของปีนี้ ในช่วงระยะเวลา 17 สัปดาห์ระหว่างวันที่ 15 มิถุนายนจนถึงวันที่ 8 ต.ค. ปริมาณธุรกรรมเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 12.6 ล้านหยวนต่อสัปดาห์  ในขณะที่การดาวน์โหลดกระเป๋าเงินเฉลี่ยเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 6 ล้านกระเป๋าต่อสัปดาห์ การส่งเสริมการใช้ e-CNY ครั้งใหญ่ในเดือนตุลาคมมีส่วนทำให้ปริมาณการทำธุรกรรมเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยนับตั้งแต่วันที่ 12 ต.ค. ผู้โดยสารรถไฟใต้ดินของปักกิ่งจะได้รับบริการค่าโดยสารฟรี 1 ครั้งเพื่อแลกกับการติดตั้งกระเป๋าเงิน e-CNY และประชากรชาวปักกิ่งจำนวนกว่า 21 ล้านคนล้วนมีสิทธิ์สำหรับโปรโมชั่นนี้ ปริมาณการทำธุรกรรมของ e-CNY ได้เร่งตัวขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2021 นับตั้งแต่วันที่ 15 มิถุนายนจนถึงวันที่ 22 ต.ค. โดยปริมาณธุรกรรมเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 275 ล้านหยวนภายใน 4 เดือน เทียบกับการเติบโตเพิ่มขึ้นเพียง 235 ล้านหยวนใน 9 เดือนนับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2020 ถึงเดือนมิถุนายน 2021 นอกจากนี้ การเปิดใช้งานกระเป๋าเงินก็เร่งตัวขึ้นเช่นกัน ในช่วง 4 เดือนตั้งแต่เดือนมิถุนายน

2021-11-12การวิเคราะห์เชิงลึก

เหตุผลที่ผู้สร้างบิทคอยน์ ‘Satoshi Nakamoto’ ไม่ยอมเผยตัวตน คืออะไรกันแน่!?

การเคลื่อนไหวของ ‘Satoshi Nakamoto’ ผู้ให้กำเนิด Bitcoin ครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ตอนที่เขาได้ส่งอีเมลฉบับสุดท้ายถึงผู้คน และเราก็ติดต่อเขาไม่ได้ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทิ้งเป็นปริศนาให้คนทั่วโลกสงสัยว่าเขาคือใครกันแน่ และจะปิดบังตัวตนเพื่ออะไร? ยิ่งวันที่ Bitcoin ได้รับความสนใจจนยิ่งใหญ่คับโลก ความอยากรู้อยากเห็นของคนยิ่งทวีคูณ  Bitcoin ปรากฏในโดเมนสาธารณะครั้งแรกในเดือนตุลาคม 2008 ซึ่งมีคนที่เรียกตัวเองว่า Satoshi Nakamoto เผยแพร่บทความชื่อ “Bitcoin: A Peer-To-Peer Electronic Cash system” ไปยังลิสต์อีเมล Cypherpunk (กลุ่มนักปฏิวัติแห่งเงินดิจิทัล) บทความนี้ถูกถกเถียงกันโดยกลุ่มนักคริปโตกลุ่มเล็กๆ ซึ่งมีเพียงไม่กี่คนที่เชื่อว่าจะมีโอกาสประสบความสำเร็จ  ในช่วงแรก ๆ ของ Bitcoin Satoshi ทำหน้าที่เป็นเหมือนนักเขียนออนไลน์ คอยตอบคำถามผ่านอีเมล งานเขียนเหล่านี้ได้รับการเก็บรักษาไว้ และทำให้ชัดเจนว่าหนึ่งในแรงจูงใจหลักของ Satoshi คือการสร้างสกุลเงินดิจิทัลแบบกระจายอำนาจที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของธนาคารกลาง  ก่อนปี 2008 ไม่มีเคยมีบันทึกว่ามีโปรแกรมเมอร์ชื่อ Satoshi Nakamoto นอกจากนี้ ทั้งที่อยู่อีเมลและเว็บไซต์ที่ใช้ไม่สามารถติดตามกลับไปยังแหล่งใดแหล่งหนึ่งได้ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องน่าแปลกที่ว่าทำไมบุคคลที่มีความรู้มากมายเช่นนี้จึงเลือกที่จะไม่เปิดเผยตัวตนและพยายามอย่างเต็มที่เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวของเขา  ในเดือนเมษายน 2011 วันที่ Bitcoin เริ่มประสบความสำเร็จ Satoshi ส่งอีเมลสุดท้ายไปยังกลุ่มผู้สนับสนุนคริปว่า “ฉันได้ย้ายไปทำอย่างอื่นแล้ว และทุกคนอยู่ในมือที่ดี Gavin Andresen (นักพัฒนา Bitcoin รุ่นบุกเบิก)” Satoshi มอบซอร์สโค้ดให้ และหายตัวไปอย่างถาวร  สาเหตุที่ Satoshi Nakamoto ไม่เปิดเผยตัวตนคืออะไร?   1. สกุลเงินแบบกระจายอำนาจ ต้องเติบโตโดยไม่มีผู้นำ  Nakamoto ดูเหมือนจะมองการณ์ไกล รู้ว่าหาก Bitcoin ประสบความสำเร็จในฐานะ decentralized currency มันจะต้องเติบโตแบบออร์แกนิก โดยไม่มีผู้นำหรือหัวคิด การประกาศหรือความเห็นใด ๆ ของ Satoshi อาจถูกเข้าใจผิดหรือตีความว่าเป็นคำแนะนำในการลงทุนที่นำไปสู่การเคลื่อนไหวของราคา   2. เหตุผลเรื่องความปลอดภัย  มีความจริงที่ว่าผู้สร้างสกุลเงินทางเลือก มักจะดึงดูดความสนใจจากหน่วยงาน สถาบันการเงิน ธนาคารและอาชญากร ด้วยความที่บิทคอยน์เข้ามาเปลี่ยนแปลงระบบการเงินของโลก เป็นไปได้ที่องค์กรที่เกี่ยวข้องกับการเงิน อาจกดดันให้เขากำหนดข้อบังคับบางอย่างในการทำธุรกรรม ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่ความต้องการของเขา และการที่คนคนนึงสร้างสินทรัพย์ที่มหาศาลขนาดนี้ ก็ย่อมทำให้ผลประโยชน์ของบางองค์กรถูกด้อยค่าลงไป ทำให้ Satoshi อาจโดนลอบทำร้าย เพื่อขจัดเสี้ยนหนามตรงนี้  อนาคต Satoshi จะเปิดเผยตัวตนหรือไม่  Jill Carlson กล่าวว่า “ความไม่ความสมบูรณ์แบบนี้ เป็นหนึ่งในคุณค่าหลักของ Bitcoin ไม่มีผู้นำที่สามารถตอบคำถามนั้นได้ ไม่มีใครตัดสินใจได้ว่าบิทคอย์จะไปในทิศทางใดทิศทางหนึ่งได้ ดังนั้นวัตถุประสงค์ของเครือข่าย และมูลค่าของสินทรัพย์จึงไม่มีทางเสียหายตามเจตนาของใคร คนชอบบอกว่าการที่เขาไม่เปิดเผยตัวตนเป็นปัญหา แต่จริง ๆ นี่อาจเป็นคุณสมบัติที่จะรับประกันพลังของ Bitcoin”  Satoshi ตระหนักดีว่าเพื่อให้ Bitcoin ยังคงกระจายอำนาจอยู่นั้น มันไม่สามารถมีผู้นำหรือจุดศูนย์กลาง ศรัทธาในเทคโนโลยีจำเป็นต้องอยู่บนพื้นฐานของการประเมินอย่างเป็นกลาง ไม่ใช่คำกล่าวของผู้นำที่มีเสน่ห์หรือองค์กร จากการไม่เปิดเผยตัวตน Satoshi ได้ให้อิสระแก่บุคคลในการตัดสินเทคโนโลยีของตนเอง และกำหนดมูลค่าของทรัพย์สินที่เป็นอิสระจากผู้สร้าง ซึ่งนั่นคงจะทำให้คุณพอเดาได้ว่าสุดท้ายแล้วเขาจะเปิดเผยตัวตนหรือไม่?  คุณสามารถติดตามข่าวสารที่สดใหม่ รวดเร็ว ถึงใจ พร้อมบทความเกร็ดความรู้ในโลกคริปโตแบบนี้ ได้ที่ “WikiBit” แอปนำเสนอข่าวสารวงการคริปโต พร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพียงแค่กดค้นหา ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบจัดเต็ม ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!

2021-11-11การวิเคราะห์เชิงลึก

โอกาสที่ชาวเทรดเดอร์ทั่วโลกรอคอยมาถึงแล้ว การแข่ง EA

WikiFX ขอแนะนำศึกชิงแชมป์การเทรดระดับโลก ‘EA WORLD CUP 2021’ การแข่งขันชิงแชมป์สุดยอด EA ระดับนานาชาติ ที่ผู้แข่งขันทุกคน จะได้โชว์ความสามารถภายใต้ระบบการซื้อขายที่ยุติธรรมและเท่าเทียมกัน!! รวมถึงของรางวัลมากมายแบบจุใจ เอาใจคนรักการเทรดแบบชาวเรา!  เงินสด พร้อมเงินในพอร์ต Forex เทรดฟรีกว่า 4.4 ล้านบาท!!  iPhone 13 Pro จุก ๆ ไปเลย 20 เครื่อง!!  แถมบินลัดฟ้าไปดูงานในต่างประเทศฟรี! พร้อมโอกาสอีกมากมายที่อาจเปลี่ยนคุณทั้งชีวิต!!  เปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้ - 28 พฤศจิกายน 2564 ผ่าน https://www.eawikifx.com/th  ถ้าคุณเป็นคนนึงที่ใช้ EA เทรด อย่าปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป!! มาประลองฝีมือ EA Forex ให้โลกสะเทือน #ผู้ชนะอาจเป็นคุณ ของรางวัลมากมายรออยู่ รีบไปสมัครกันเลย ก่อนหมดเขตนะคะ ดูรายละเอียดวิธีการสมัครได้ที่ https://www.eawikifx.com/th

2021-11-11การวิเคราะห์เชิงลึก

เหรียญมีมที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Elonmusk ราคาร่วงลดลงกว่า 95%

Elonomics (ELONOM) เหรียญมีมตัวใหม่ที่เพิ่งแจ้งเกิดไปเมื่อไม่นานมานี้) ได้เห็นมูลค่าที่ผันผวนอย่างบ้าคลั่ง โดยมีราคาพุ่งขึ้นเกือบ 20 เท่า แตะจุดสูงสุดที่ระดับ 77 ดอลลาร์ในวันจันทร์ที่ 8 พ.ย. ทำให้เหรียญดังกล่าวกลายเป็นกระแสถูกพูดถึงกันอย่างรวดเร็วบนทวีตเตอร์ อย่างไรก็ตามเช่นเดียวกับเหรียญมีมที่มีลักษณะเก็งกำไรตัวอื่น ๆ ราคาเหรียญ Elonomic ได้ร่วงลดลงอย่างรวดเร็ว ไม่นานหลังจากนั้น ซึ่งในขั้นต้นราคาได้ร่วงลดลงกว่า 45% และมีการซื้อขายกันยู่ที่ 27.35 ดอลลาร์ ในวันที่ 9 พ.ย ก่อนที่ราคาจะฟื้นตัวกลับขึ้นมาเล็กน้อยประมาณ 20% ในวันที่ 10 และร่วงลงอีกครั้งในช่วงเมื่อวานนี้  คิดเป็นมูลค่าที่ลดลงราว ๆ 95% ELONOM เป็นเหรียญคริปโตที่มีกลไกอุปทานเหรียญแบบยืดหยุ่น ที่มีการตั้งค่าโปรแกรมให้อุปทานเหรียญถูกปรับเพิ่มขึ้นหรือลดลง ขึ้นอยู่กับราคาที่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งในทางทฤษฏีกลไกนี้ควรจะช่วยลดความผันผวนให้กับราคาของเหรียญ แต่เห็นได้ชัดจากมันไม่เป็นไปอย่างที่คาดการณ์เอาไว้ เนื่องจากอัลกอริธึมดังกล่าวนี้ยังคงอยู่ในระหว่างการพัฒนา ในขณะที่เขียนรายงานอยู่นี้ราคาเหรียญที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Elon musk มีมูลค่าการซื้อขายกันอยู่ที่ $5.03 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา อ้างอิงข้อมูลจาก Coinmarketcap

2021-11-11การวิเคราะห์เชิงลึก

Bitcoin ถอยจากระดับสูงสุด ท่ามกลางเงินเฟ้อที่คุมไม่อยู่

Bitcoin ร่วงลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันพุธ เนื่องจากนักลงทุนดูเหมือนจะยุติการเดิมพันขาขึ้นของพวกเขา แม้ว่าสกุลเงินดิจิตอลที่ได้รับความนิยมดูเหมือนจะสะสมชื่อเสียงในฐานะทรัพย์สินป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ  Bitcoin ลดลง 0.40% สู่ 66,528.4 ดอลลาร์ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ทำสถิติสูงสุดถึง 68,990 ดอลลาร์  การเพิ่มขึ้นของ BTC ในช่วงก่อนหน้านี้เกิดขึ้นจากความกังวลเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นหลังจากข้อมูลแสดงให้เห็นว่าราคาผู้บริโภคในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่ปี 2533  “ไม่ต้องสงสัยเลยว่ารายงานอัตราเงินเฟ้อเมื่อคืนนี้ยืนยันว่าราคาผู้บริโภคไม่สามารถควบคุมได้อีกต่อไป” สติเฟล กล่าวในหมายเหตุ  จากภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น ชื่อเสียงของ bitcoin ในฐานะตัวเก็บมูลค่าหรือ “ทองคำดิจิตอล” - ด้วยอุปทานที่จำกัดและผลตอบแทนที่เกินมาตรฐานมาเป็นเวลานาน - ได้เสริมความแข็งแกร่งในฐานะทรัพย์สินป้องกันความเสี่ยงจากแรงกดดันด้านราคาที่สูงขึ้น  การถอยจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เกิดขึ้นแม้ว่าจะมีสัญญาณปรากฏขึ้นเมื่อต้นสัปดาห์นี้ว่านักลงทุนยังคงย้าย BTC จากการแลกเปลี่ยนไปยังที่เก็บข้อมูลส่วนตัว ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความต้องการของนักลงทุนที่ต้องการถือคริปโตยอดนิยมในระยะยาว  “แม้จะอยู่ต่ำกว่าระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์(ATH) แต่กิจกรรมบนเครือข่ายยังคงสูงกว่าช่วงภาวะตลาดหมีเพียงเล็กน้อย นอกจากนี้ อัตราการแลกเปลี่ยนยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง และรายรับจากการขุดและรายได้เป็นดอลลาร์กำลังเข้าใกล้ระดับสูงสุดใหม่” Glassnode กล่าวในรายงานประจำสัปดาห์ที่เผยแพร่เมื่อต้นสัปดาห์นี้  ในขณะเดียวกัน คนอื่น ๆ ระบุว่าการเพิ่มขึ้นของ Bitcoin เมื่อเร็ว ๆ นี้เป็นไปตามความคาดหวังจากเงินที่ไหลเข้ามาซื้อกองทุนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า Bitcoin ซึ่งจะมีการพิจารณาอนุมัติเพิ่มเติมจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ในวันที่ 14 พฤศจิกายน  “การมองโลกในแง่ดีในตลาดคริปโตกำลังเติบโต … แต่ปัจจัยบวกนี้อาจเกิดจากความคาดหวังที่เกิดจาก ETF ดังนั้นโปรดระวังเส้นตายของสำนักงาน ก.ล.ต. ในวันที่ 14 พฤศจิกายน” Arcane Research กล่าวเสริม

2021-11-11การวิเคราะห์เชิงลึก

รวม 5 เหรียญคริปโตที่ ‘เติบโตมากที่สุด’ ในปี 2021

ถ้าคุณคิดว่าปีที่แล้ว Crypto มาแรงสุด ๆ แล้ว บอกเลยว่าปีนี้เติบโตแบบยิ่งใหญ่กว่าเดิมมาก! บทความนี้ เราจะพาคุณไปสำรวจ 5 สกุลเงินดิจิทัลที่เติบโตเร็วที่สุดในปี 2021 ซึ่งคุ้มค่าที่จะจับตาดูอย่างแน่นอน!!   1. Cardano (ADA) – เติบโต 1,700%  Cardano เป็นแพลตฟอร์ม Proof of Stake ที่นักพัฒนาสามารถสร้างแอปพลิเคชันที่ใช้บล็อกเชนได้ แพลตฟอร์มนี้เป็น “บล็อคเชนที่มีหลักฐานเป็นฐาน” เนื่องจากต้องผ่านการทดสอบทางวิชาการอย่างเข้มงวดก่อนที่จะมีการอัพเกรดเครือข่าย  แม้ว่า Cardano จะมีฟังก์ชันการทำงานที่คล้ายคลึงกับ Ethereum แต่ก็ทำงานแตกต่างกันและมีเป้าหมายหลักในการเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้น ไม่นานหลังจากเปิดตัวในปี 2560 มูลค่าตามราคาตลาดของสกุลเงินดิจิทัลเพิ่มขึ้นจาก 600 ล้านดอลลาร์เป็น 1 หมื่นล้านดอลลาร์ในเวลาไม่กี่เดือน วันนี้บริษัทมีมูลค่า 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์และได้ก้าวเข้าสู่ 5 อันดับแรกของสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดโดยพิจารณาจากมูลค่าตลาด  ต้นปีเหรียญ ADA เปิดที่ราคา $0.17 ค่าสูงสุดตลอดกาลของเหรียญนี้อยู่ที่ $3.10 บันทึกเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2021 หลังจากทะลุระดับสูงสุดตลอดกาลหลายครั้งตลอดปี แสดงการเติบโตในปีนี้ที่ 17 เท่า   2. Ethereum (ETH) - เติบโต 560%  ไม่แปลกที่ Ethereum เติบโตมากขนาดนี้ เนื่องจากการอัปเกรดเครือข่ายหลายครั้งและอุตสาหกรรม DeFi ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง สกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่เป็นอันดับสองทำสถิติสูงสุดตลอดกาลหลายครั้งในปีนี้ ด้วยเป้าหมายของการกระจายอำนาจทางอินเทอร์เน็ต การอัพเกรดเครือข่าย ไม่เพียงแต่ทำให้ราคาสูงขึ้นเท่านั้น แต่ยังได้รับความสนใจจากสื่อในวงกว้างอีกด้วย  Ethereum แตะระดับสูงสุดที่ $4,837.59 ในวันที่ 9 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา Ethereum ขณะที่ต้นปีเปิดการซื้อขายที่ $730 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตกว่า 560% ตั้งแต่ต้นปี   3. Polkadot (DOT) - เติบโต 500%  Polkadot เป็นเครือข่ายที่สร้างขึ้นเพื่อเปิดใช้งานการถ่ายโอนสินทรัพย์และข้อมูล cross-chain ทำให้เครือข่ายบล็อคเชนสามารถทำงานร่วมกันได้ แพลตฟอร์มได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างเว็บที่มีการกระจายอำนาจ ซึ่งช่วยให้แต่ละเครือข่ายสามารถควบคุมแยกกันได้ สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างง่ายดาย ทำให้กระบวนการสร้างแอปพลิเคชัน บริการ และแม้แต่สถาบันใหม่ง่ายขึ้น  DOT การเปิดราคาต้นปีที่ $9.14 และแตะระดับสูงสุดตลอดกาลที่ $55 เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา จากต้นปี DOT มีมูลค่าเพิ่มขึ้น 500%   4. Chainlink (LINK) - เติบโต 345%  Chainlink พร้อมที่จะเป็นสะพานเชื่อมระหว่าง blockchain และโลก “ภายนอก” เนื่องจากความสามารถในการเชื่อมต่อข้อมูลในโลกแห่งความเป็นจริงกับสัญญาอัจฉริยะ ผ่านเครือข่าย oracle แพลตฟอร์มอำนวยความสะดวกในการรวมฟีดข้อมูลภายนอก เหตุการณ์ และวิธีการชำระเงินด้วยสัญญาอัจฉริยะที่ซับซ้อน Chainlink เป็นผู้บุกเบิกในพื้นที่นี้และยังคงเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มแรกๆ ที่ทำสิ่งนี้  LINK เปิดตัวในปีนี้ที่ $11.87 ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนพฤษภาคมปีนี้ โดยแตะระดับ $52.88 เพิ่มขึ้น 345% ในเวลาเพียง 5 เดือน   5. Bitcoin (BTC) - เติบโต 224%  สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด Bitcoin มีการเติบโตอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ในปีนี้ Bitcoin ยังคงครองตลาดและมีมูลค่าสูงสุด สกุลเงินดิจิทัลยังคงเป็นที่ชื่นชอบในหมู่นักลงทุนหน้าใหม่และผู้มีประสบการณ์ และเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางที่สุด  เปิดปีที่ $21,148 Bitcoin เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง (โดยมีการตกลงมาหลายครั้ง) สู่ระดับสูงสุดใหม่ตลอดกาลที่ $68,530.34 ในวันที่ 9 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เติบโตขึ้น 224% ในปี 2021  ในขณะที่โลกของบล็อคเชนยังคงพัฒนาต่อไป ศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัดของการกระจายอำนาจนั้นชัดเจนยิ่งขึ้น คริปโตเคอเรนซี่ที่เติบโตเร็วที่สุด 5 อันดับแรกเหล่านี้ล้วนมีการใช้งานที่เป็นประโยชน์อย่างมาก และได้พิสูจน์แล้วว่าเหรียญเหล่านี้กลายเป็นส่วนสำคัญของระบบคริปโต  นอกจาก 5 เหรียญนี้ คุณยังสามารถดูข้อมูลเชิงลึกของเหรียญอื่น ๆ อีกมากมายในโลกคริปโต พร้อมติดตามข่าวสารที่สดใหม่ รวดเร็ว ถึงใจ พร้อมบทความเกร็ดความรู้ในโลกคริปโตแบบนี้ ได้ที่ “WikiBit” แอปนำเสนอข่าวสารวงการคริปโต พร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพียงแค่กดค้นหา ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบจัดเต็ม ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!

2021-11-10การวิเคราะห์เชิงลึก

เหรียญคริปโตตัวหนึ่งมีราคาพุ่งขึ้นกว่า 800 % หลัง Elon Musk เปลี่ยนชื่อทวีต

เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา Elon Musk ซีอีโอของ Tesla ได้เปลี่ยนชื่อ Twitter ของเขาเป็น “Lorde Edge” ส่งผลทำให้เหรียญคริปโตตัวหนึ่งมีราคาพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงกว่า 800% ตามรายงานของ Insider การเคลื่อนไหวทวีตล่าสุดของ Elon Musk ทำให้มีกระแสการเก็งกำไรเกิดขึ้นในตลาดเป็นจำนวนมาก และเหรียญคริปโต Lorde Edge ก็เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นานหลังจากนั้นและมีมูลค่าเพิ่มขึ้นกว่า 800% จากระดับ 0.000003192 ดอลลาร์ ไปจุดสูงสุดที่ 0.00002954 ดอลลาร์   ก่อนที่จะร่วงลดลงเหลือ 0.000001934 ดอลลาร์ในเวลาต่อมา บัญชีที่เกี่ยวข้องกับเหรียญตัวใหม่นี้ เปิดเผยบน Twitter ว่า ปัจจุบันมีกระเป๋าเงิน Ethereum จำนวนมากกว่า 2,000 ใบที่ถือครองเหรียญนี้อยู่ และเหรียญดังกล่าวมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ประมาณ 20.3 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตามหลายคนตั้งข้อสังเกต Elon Musk ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับโปรเจกต์เหรียญดังกล่าว เนื่องจากเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา Musk ได้คำถามผู้ใช้ทวีตรายหนึ่งที่ถามเขาว่าได้ถือเหรียญ $FLOKI หรือไม่ Musk กล่าวสั้น ๆว่า เขาถือเพียง BTC, ETH และ DOGE ในขณะที่ Tesla บริษัทของเขาลงทุนใน Bitcoin เพียงอย่างเดียว

2021-11-10การวิเคราะห์เชิงลึก

CEO ของ Apple นาย Tim Cook ออกมาเปิดเผยว่าถือเหรียญคริปโตอยู่

Tim Cook CEO ของบริษัทด้านเทคโนโลยีระดับโลก Apple (NASDAQ:AAPL) เปิดเผยว่าเขาลงทุนใน Bitcoin หรือ Ethereum เป็นการส่วนตัว ด้วยมูลค่าตลาดปัจจุบันที่ 2.476 ล้านล้านดอลลาร์ทำให้ปัจจุบัน Apple อยู่ในอันดับที่ 2 ของบริษัทที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก Tim Cook ได้ออกมากล่าวในการประชุม DealBook เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยเปิดเผยว่าเขาลงทุนใน Bitcoin หรือ Ethereum ใน Wallet ส่วนตัวของเขา  เมื่อถูกถามว่าเขาเป็นเจ้าของทั้งสองอย่างหรือไม่ เขากล่าวว่า: “ผมมีอยู่ ผมคิดว่ามันสมเหตุสมผลที่จะเป็นเจ้าของมันโดยเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตโฟลิโอการลงทุนที่หลากหลาย แต่ผมก็ไม่ได้ให้คำแนะนำการลงทุนแก่ใครเลย” Tim กล่าวว่าเขาสนใจ crypto มาระยะหนึ่งแล้วและเขาก็กำลังค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย ก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์กันอย่างมากมายว่า Apple จะเข้ามามีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมนี้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่นาย Tim ก็ออกมาปฏิเสธความเป็นไปได้ที่ Apple จะซื้อคริปโตด้วยเงินทุนขององค์กรเพื่อการลงทุน นอกจากนี้เขายังปฏิเสธข้อเสนอที่ว่าบริษัทอาจยอมรับคริปโตเป็นหนึ่งในช่องทางการใช้จ่ายอีกด้วย “ผมจะไม่ไปลงทุนใน crypto ไม่ใช่เพราะว่าผมจะไม่ลงทุนด้วยเงินของตัวเอง แต่เพราะผมไม่คิดว่ามีคนซื้อหุ้น Apple เพื่อเข้าถึง crypto”

2021-11-10การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
8587
...
142