มารู้จัก Somdejcoin เหรียญสมเด็จดิจิทัลรุ่นแรกของโลก

จากกรณีนักลงทุน Cryptocurrency ไทยได้มีการพูดถึง เหรียญสมเด็จดิจิทัล หรือ Somdejcoin ที่ใช้ตัวย่อว่า SDC ซึ่งเป็น DeFi Token ถูกสร้างขึ้นมาจากบล็อกเชน หรือ Blockchain ระบบ Binance Smart Chain หรือ BSC โดยผู้พัฒนา Somdejcoin ตั้งใจให้เป็นเหรียญดิจิทัลในการสะสมให้คนไทยและคนทั่วโลกสามารถเข้าถึงเหรียญสมเด็จดิจิทัลเหรียญรุ่นแรกของโลก นอกจากนี้ทีมพัฒนาเหรียญ SDC ตั้งใจแจกฟรีให้กับคนไทยทุกคนอีกด้วย (อ่านทั้งหมดที่นี่)  ล่าสุด เมื่อวันที่ 17 พ.ย. 64 ผู้สื่อข่าวของไทยรัฐได้มีการสอบถามไปยังสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ Somdejcoin ซึ่ง ก.ล.ต. ระบุว่า ผู้ประสานงานวัดป่ามหาญาณ มีหนังสือถึง ก.ล.ต. 2 ฉบับเพื่อหารือว่าเหรียญดังกล่าวเข้าข่ายเป็นเหรียญสินทรัพย์ดิจิทัล 4 ประเภท ซึ่งห้ามมิให้ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลนำมาให้บริการซื้อขายในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ตามข้อ 39/1 ของประกาศคณะกรรมการ ก.ล.ต. ที่ กธ. 19/2561 เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล หรือไม่  อย่างไรก็ดี ก.ล.ต. ได้มีหนังสือขอข้อมูลเพิ่มเติมจากวัดป่ามหาญาณแล้ว เมื่อวันที่ 30 ส.ค. 64 เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาให้ความเห็นต่อไป ดังนี้  1. การใช้ชื่อสมเด็จมาเป็นชื่อเหรียญ รวมทั้งมีแผนจะนำเหรียญดังกล่าวไปซื้อขายในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งโดยทั่วไปมีลักษณะเก็งกำไรนั้น การดำเนินการดังกล่าวมีความเหมาะสมที่อาจกระทบต่อพระพุทธศาสนา จึงให้ผู้ออกหารือและนำหนังสือความเห็นจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติหรือหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ มาเพื่อประกอบการพิจารณาว่า เหรียญดังกล่าว ไม่ขัดต่อกฎหมาย  2. ข้อมูลเกี่ยวกับเหรียญเพื่อให้เกิดความชัดเจนขึ้น เช่น กลไกในการใช้สิทธิประโยชน์ของเหรียญมีลักษณะการดำเนินการอย่างไร อัตราในการนำเหรียญเพื่อใช้ในการแลกสิทธิประโยชน์เป็นอย่างไร รวมทั้งแผนที่จะเพิ่มเติม เปลี่ยนแปลงสิทธิประโยชน์ต่างๆ ในอนาคต จะมีหรือไม่ และหากมีการเปลี่ยนแปลงจะดำเนินการอย่างไร  3. การเปิดให้มีการซื้อขายเหรียญโดยหักค่าธรรมเนียมในอัตราร้อยละ 9 ในทุกครั้งที่มีการแลกเปลี่ยนซื้อขาย ซึ่งแบ่งเป็น 3 ส่วนที่เท่ากันเพื่อนำไปทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาและช่วยเหลือสังคม นำไปเสริมสภาพคล่องในระบบ และนำไปเพิ่มเหรียญให้แก่ผู้ถือเหรียญ อันอาจมีลักษณะเป็นการสร้างแรงจูงใจให้มีการถือครองเหรียญเพื่อการลงทุนมากกว่าการทำบุญ จึงมีข้อสังเกตว่ามีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของเหรียญในการทำนุบำรุงศาสนาและช่วยเหลือสังคม รวมทั้งถูกต้องตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับวัดหรือไม่   ทั้งนี้ เหรียญ 4 ประเภทตามประกาศข้างต้น ได้แก่  - เหรียญที่ออกโดยไม่มีวัตถุประสงค์หรือสาระชัดเจนหรือไม่มีสิ่งใดรองรับโดยมีราคาขึ้นอยู่กับกระแสในโลกโซเชียล หรือ Meme Token  - เหรียญที่ออกโดยมีลักษณะเกิดจากกระแสความชื่นชอบส่วนบุคคล หรือ Fan Token  - โทเคนดิจิทัลที่เกิดจากการนำเทคโนโลยีมาใช้แสดงความเป็นเจ้าของหรือให้สิทธิในสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือที่เฉพาะเจาะจง โดยไม่สามารถใช้โทเคนดิจิทัลประเภทและชนิดเดียวกันและจำนวนเท่ากันแทนกันได้ หรือ Non-Fungible Token หรือ  - โทเคนดิจิทัลที่ออกโดยผู้ประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลเองหรือบุคคลซึ่งมีความเกี่ยวข้องเพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้ประโยชน์สำหรับธุรกรรมที่เกิดขึ้นบนบล็อกเชน  ส่วนประเด็นว่ามีการแจกฟรีคนละ 1 เหรียญ และมีเทรดด้วยนั้นทำได้หรือไม่ ทาง ก.ล.ต. ระบุว่า การจัดสรรเหรียญให้แก่ผู้ถือด้วยการแจกสามารถทำได้ (เป็นการให้ฟรี ไม่มีการเสนอขาย) ในส่วนของการเทรด ปัจจุบันยังไม่มีการเทรดกับผู้ประกอบการสินทรัพย์ดิจิทัลในไทย  อย่างไรก็ดี หากผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องการนำเหรียญดังกล่าวเข้ามาซื้อขายในกระดานจะต้องเป็นไปตามข้อกำหนด listing rule ของศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต.  ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า ก.ล.ต. มีความเห็นอย่างไรกับเหรียญดังกล่าว ทาง ก.ล.ต. ระบุว่า เนื่องจากจากข้อมูลในเบื้องต้นลักษณะของเหรียญไม่เข้าข่ายเป็นเหรียญที่ต้องได้รับอนุญาตให้เสนอขายจาก ก.ล.ต. และข้อมูลยังมีความไม่ชัดเจนในบางเรื่อง  ดังนั้นจึงขอให้ผู้สนใจศึกษาข้อมูลและใช้ความระมัดระวังในการตัดสินใจซื้อขาย ทั้งนี้ เนื่องจากเหรียญดังกล่าวใช้ชื่อสมเด็จ และเป็นกิจกรรมของวัด จึงอาจมีความเกี่ยวข้องและต้องได้รับอนุญาตจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ด้วย โดย ก.ล.ต. ได้แจ้งผู้พัฒนาไปก่อนหน้านี้แล้ว

2021-11-17การวิเคราะห์เชิงลึก

โลก Metaverse จะเป็น ‘ตัวผลักดันขนาดใหญ่’ สำหรับ Crypto

ในระหว่างพูดคุยในรายการ พอดคาสต์ Thinking Crypto ที่ออกอากาศเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน Charles Hoskinson ผู้ก่อตั้ง Cardano ได้แชร์มุมมองของเขาเกี่ยวกับเรื่อง Metaverse Hoskinson กล่าวว่า ทุกอย่างกำลังเริ่มมีการเปลี่ยนแปลง ทั้ง HTC Vive และ Apple กำลังลงทุนอย่างหนักเพื่อสร้างโลก Metaverse ขึ้นมาใหม่  Hoskinson เชื่อว่าแนวโน้มที่เป็นไปได้มากที่สุดสำหรับตอนนี้ก็คือแว่นตา Apple glasses ที่คาดว่าจะเปิดตัวภายในปี 2025 และเมื่อสิ่งนั้นเกิดขึ้น Samsung จะพัฒนามีการระบบ Metaverse ในเวอร์ชันของตัวเอง และการปฏิวัติเทคโนโลยี VR ที่ผสมผสานกับ AR ก็จะอุบัติขึ้น Metaverse จะซ้อนทับกับโลกแห่งความเป็นจริง คุณสามารถซ้อนทับบนฟีเจอร์ดิจิทัลในโลกทางกายภาพได้ เช่น เมื่อคุณมองดูที่อาคารต่าง ๆ เช่น ร้านอาหาร มันก็จะแสดงภาพให้คุณเห็นบนแว่นตา AR ของคุณว่าเปิดหรือปิดกี่โมง  และนั่นก็การก้าวเข้าสู่โลกดิจิทัลอย่างสมบูรณ์“ Hoskinson กล่าว ”เมื่อพื้นที่คริปโตเคอเรนซีมาถึง คุณจะต้องมีการแบ่งชั้น Layer ควบคุม Logic ของสิ่งเหล่านี้และฐานข้อมูลสำหรับสิ่งต่าง ๆ เพื่อบังคับใช้ความเป็นเอกลักษณ์ นั้นความหมายว่า NFT จะเริ่มเข้ามามีบทบาทที่สำคัญ Facebook และ Metaverse หนึ่งสัปดาห์หลังจาก Facebook ได้ประกาศเปลี่ยนชื่อเป็น Meta เหรียญคริปโตที่เกี่ยวข้องกับ ‘Metaverse’ ส่วนใหญ่ล้วนมีมูลค่าพุ่งสูงขึ้น แม้ว่าดูเหมือนว่า crypto และ non-fungible token (NFTs) จะมีบทบาทในการสร้าง Metaverse ของ Meta แต่ชุมชน crypto ยังคงไม่พอใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ Metaverses นั้นยอดเยี่ยมจริง ๆ มันเป็นของจริง มันไม่ใช่เพียงแค่ทฤษฏีอีกต่อไป คุณต้องใช้คริปโตเพื่อใส่ ‘โมเดลความไว้วางใจ’ และ ‘โมเดลความหายาก’  WikiBit คือแอปพลิเคชั่นตรวจสอบข้อมูลวงการ Exchange เหรียญ เว็บฟาร์ม Defi ต่าง ๆ รวมถึงแจ้งข้อมูลข่าวสารแชร์ลูกโซ่วงการคริปโต ดาวน์โหลดเลย ฟรี!!

2021-11-17การวิเคราะห์เชิงลึก

Bitcoin ดิ้นรนอยู่แถว 60,000 ดอลลาร์ ท่ามกลางปัจจัยลบมากมาย

Bitcoin ยังคงเผชิญต่อสู้เพื่อยึดฐานแนวรับที่สำคัญที่ 60,000 ดอลลาร์ในวันอังคาร เนื่องจากนักลงทุนดูเหมือนจะยื้อเดิมพันเชิงบวกในสกุลเงินดิจิตอลที่ได้รับความนิยมท่ามกลางพาดหัวข่าวเชิงลบจำนวนมาก  BTC/USD ลดลง 5.3% มาที่ 59,739.4 ร่วงลงมาต่ำกว่า 60,000 ดอลลาร์ในช่วงสั้น ๆ  สาเหตุของการร่วงลงของ Bitcoin ยังไม่ชัดเจนในทันที แม้ว่านักลงทุนจะชี้ไปที่การขายทำกำไร เนื่องจากได้รับความนิยมมากกว่า 100% เนื่องจากราคาต่ำกว่า 30,000 ดอลลาร์เมื่อต้นปีนี้  ในขณะเดียวกัน ภาคส่วนอื่น ๆ ตำหนิการปราบปรามในประเทศจีนเกี่ยวกับเหมืองขุด BTC รวมถึงการเก็บภาษีที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ถือ Bitcoin หลังจากที่ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ลงนามในร่างกฎหมายโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ในกฎหมาย  มีรายงานว่าคณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติของจีนกล่าวว่าจะพิจารณา “ลงโทษค่าไฟฟ้า” ที่ใช้สำหรับเหมืองคริปโตบางแห่งเพื่อกีดกันกิจกรรมการขุดเพิ่มเติม  แต่การปราบปรามผู้ขุดในจีนไม่ใช่เรื่องใหม่ และนักขุดชาวจีนได้สูญเสียอิทธิพลในโลกของคริปโตเนื่องจากอำนาจการขุดได้เปลี่ยนจากตะวันออกไปตะวันตก  สหรัฐฯ แซงหน้าจีนในฐานะผู้นำในเครือข่ายการขุด Bitcoin ทั่วโลก ตามข้อมูลจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ที่เผยแพร่เมื่อเดือนที่แล้ว  ท่ามกลางกระแสพาดหัวข่าวเชิงลบ มีข่าวเชิงบวกอยู่บ้าง ตามที่ Square กล่าวว่าแพลตฟอร์มการเงินบนมือถือ Cash App จะเพิ่มการรองรับการอัปเกรด Taproot Bitcoin ภายในเดือนธันวาคม  การอัปเกรด Taproot ซึ่งรวมกันประกอบด้วยการอัปเดตสามรายการ หรือข้อเสนอการปรับปรุง Bitcoin - Schnorr Signatures, Taproot และ Tapscript ซึ่งเริ่มใช้งานในวันที่ 14 พฤศจิกายน และพยายามปรับปรุงการจุดแข็งของ Bitcoin หลักสามประการ ได้แก่ ความเร็ว ความเป็นส่วนตัว และความสามารถในการตั้งโปรแกรม  WikiBit คือแอปพลิเคชั่นตรวจสอบข้อมูลวงการ Exchange เหรียญ เว็บฟาร์ม Defi ต่าง ๆ รวมถึงแจ้งข้อมูลข่าวสารแชร์ลูกโซ่วงการคริปโต ดาวน์โหลดเลย ฟรี!!

2021-11-17การวิเคราะห์เชิงลึก

เหรียญคริปโตขยับลงทั้งกระดาน มีเหรียญไรบ้าง

ราคาซื้อขายล่าสุดของ บิทคอยน์ อยู่ที่ $59,068.4 เมื่อเวลา 17:10 (10:10 GMT) ของวันอังคาร ตาม Investing.com Index ขยับลง 10.47% ในวันเดียวกัน และนับเป็นการปรับลงมากที่ภายใน 1 วันนับตั้งแต่ September 7  แรงขายที่ทำให้ราคาขยับลงนี้ ยังส่งผลให้มูลค่าซื้อขายรวมของ บิทคอยน์ ลดลงเหลือ $1,136.8B หรือคิดเป็น 42.74% ของมูลค่าตลาดสกุลเงินคริปโตทั้งหมด ทั้งนี้ มูลค่ารวมของ บิทคอยน์ นั้นเคยแตะระดับสูงสุดที่ $1,275.5B  ราคาซื้อขายล่าสุดของ Cardano อยู่ที่ $1.8140 เมื่อเวลา 17:13 (10:13 GMT) ของวันอังคาร ตาม Investing.com Index ขยับลง 11.97% ในวันเดียวกัน และนับเป็นการปรับลงมากที่ภายใน 1 วันนับตั้งแต่ November 16  แรงขายที่ทำให้ราคาขยับลงนี้ ยังส่งผลให้มูลค่าซื้อขายรวมของ Cardano ลดลงเหลือ $61.8669B หรือคิดเป็น 2.40% ของมูลค่าตลาดสกุลเงินคริปโตทั้งหมด ทั้งนี้ มูลค่ารวมของ Cardano นั้นเคยแตะระดับสูงสุดที่ $94.8001B  ราคาซื้อขายล่าสุดของ XRP อยู่ที่ $1.07836 เมื่อเวลา 17:06 (10:06 GMT) ของวันอังคาร ตาม Investing.com Index ขยับลง 10.89% ในวันเดียวกัน และนับเป็นการปรับลงมากที่ภายใน 1 วันนับตั้งแต่ September 20  แรงขายที่ทำให้ราคาขยับลงนี้ ยังส่งผลให้มูลค่าซื้อขายรวมของ XRP ลดลงเหลือ $52.08503B หรือคิดเป็น 1.98% ของมูลค่าตลาดสกุลเงินคริปโตทั้งหมด ทั้งนี้ มูลค่ารวมของ XRP นั้นเคยแตะระดับสูงสุดที่ $83.44071B  ราคาซื้อขายล่าสุดของ Ethereum อยู่ที่ $4,240.71 เมื่อเวลา 16:53 (09:53 GMT) ของวันอังคาร ตาม Investing.com Index ขยับลง 10.20% ในวันเดียวกัน และนับเป็นการปรับลงมากที่ภายใน 1 วันนับตั้งแต่ September 20  แรงขายที่ทำให้ราคาขยับลงนี้ ยังส่งผลให้มูลค่าซื้อขายรวมของ Ethereum ลดลงเหลือ $506.04B หรือคิดเป็น 19.38% ของมูลค่าตลาดสกุลเงินคริปโตทั้งหมด ทั้งนี้ มูลค่ารวมของ Ethereum นั้นเคยแตะระดับสูงสุดที่ $569.58B  ราคาซื้อขายล่าสุดของ EOS อยู่ที่ $4.4736 เมื่อเวลา 11:15 (04:15 GMT) ของวันอังคาร ตาม Investing.com Index ขยับลง 10.08% ในวันเดียวกัน และนับเป็นการปรับลงมากที่ภายใน 1 วันนับตั้งแต่ October 27  แรงขายที่ทำให้ราคาขยับลงนี้ ยังส่งผลให้มูลค่าซื้อขายรวมของ EOS ลดลงเหลือ $4.3754B หรือคิดเป็น 0.16% ของมูลค่าตลาดสกุลเงินคริปโตทั้งหมด ทั้งนี้ มูลค่ารวมของ EOS นั้นเคยแตะระดับสูงสุดที่ $17.5290B  ราคาซื้อขายล่าสุดของ Litecoin อยู่ที่ $245.800 เมื่อเวลา 08:05 (01:05 GMT) ของวันอังคาร ตาม Investing.com Index ขยับลง 11.01% ในวันเดียวกัน และนับเป็นการปรับลงมากที่ภายใน 1 วันนับตั้งแต่ September 7  แรงขายที่ทำให้ราคาขยับลงนี้ ยังส่งผลให้มูลค่าซื้อขายรวมของ Litecoin ลดลงเหลือ $17.411B หรือคิดเป็น 0.64% ของมูลค่าตลาดสกุลเงินคริปโตทั้งหมด ทั้งนี้ มูลค่ารวมของ Litecoin นั้นเคยแตะระดับสูงสุดที่ $25.609B

2021-11-16การวิเคราะห์เชิงลึก

ประธานาธิบดี Biden เซ็นอนุมัติกฎหมาย Crypto ให้ชาวสหรัฐฯ

หลังจากหลายเดือนของการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนจากทั้งวุฒิสภาสหรัฐอเมริกาและสภาผู้แทนราษฎร ร่างกฎหมายโครงสร้างพื้นฐานซึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์จากผู้สนับสนุนคริปโตหลายคน ได้กลายเป็นกฎหมายของแผ่นดินอย่างเป็นทางการแล้ว ในพิธีที่หน้าทำเนียบขาวเมื่อคืนที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้ลงนามในร่างกฎหมายโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ ต่อหน้านักข่าว, สมาชิกสภานิติบัญญัติ และคนงานสหภาพแรงงาน  ในขณะที่กฎหมายของพรรคสองฝ่ายมีเป้าหมายเพื่อให้เงินทุนสำหรับถนน, สะพาน, การเข้าถึงอินเทอร์เน็ต, แผงโซลาร์เซลล์, สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า และโครงการโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญอื่นๆ ฝ่ายนิติบัญญัติได้รวมกฎหมายด้าน cryptocurrencies เข้าไปในนั้นด้วยก่อนการผ่านรัฐสภาทั้งสองแห่ง ร่างดังกล่าวจะมีการบังคับใช้กฎเกณฑ์ที่เข้มงวดยิ่งขึ้นสำหรับธุรกิจที่จัดการ cryptocurrencies และขยายข้อกำหนดในการรายงานสินทรัพย์สำหรับโบรกเกอร์ ร่างกฎหมายกำหนดให้ประชาชนต้องมีการรายงานธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่ามากกว่า 10,000 ดอลลาร์ต่อกรมสรรพากร เดิมทีกลุ่มสมาชิกวุฒิสภาเสนอให้มีการแก้ไขร่างกฎหมายซึ่งจะชี้แจงข้อกำหนดในการรายงานภาษี crypto แต่ข้อเสนอไม่ได้รับการอนุมัติในเดือนสิงหาคม  ในงานการเซ็นร่างกฎหมาย โฆษกได้มีการประกาศว่าพรรคเดโมแครตและรีพับลิกันทำงานร่วมกันเพื่อผ่านร่างกฎหมายดัวกล่าว ไบเดนขอบคุณวุฒิสมาชิก Kyrsten Sinema และ Rob Portman เป็นการส่วนตัวรวมถึงผู้นำชนกลุ่มน้อย Mitch McConnell สำหรับบทบาทของพวกเขาในการออกกฎหมายผ่านวุฒิสภา “นานเกินไปแล้วที่เราพูดถึงการมีเศรษฐกิจที่ดีที่สุดในโลก วันนี้ในที่สุดเราก็ทำสิ่งนี้เสร็จแล้ว” ประธานาธิบดีสหรัฐกล่าว “อเมริกากำลังเคลื่อนไหวอีกครั้ง และชีวิตของคุณจะเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น” วุฒิสมาชิกส่วนใหญ่ที่อยู่เบื้องหลังความพยายามที่จะแก้ไขร่างกฎหมาย crypto ในฉบับดังกล่าวในที่สุดก็โหวต ‘ใช่’ แต่ Pat Toomey วิพากษ์วิจารณ์กฎหมายว่า “แพงเกินไป, กว้างขวางเกินไป, ไม่มีการจ่ายค่าจ้าง, และคุกคามต่อเศรษฐกิจสกุลเงินดิจิทัลที่เป็นนวัตกรรม” มากเกินไป  เมื่อร่างดังกล่าวถูกผ่านเข้าไปใน วุฒิสภา เขาเรียกข้อกำหนดในการรายงานภาษีของ crypto ว่า “ใช้การไม่ได้” ในขณะที่ตอนนี้เป็นเรื่องยากสำหรับผู้ร่างกฎหมายของสหรัฐฯ ที่จะเปลี่ยนใจเกี่ยวกับข้อกฎหมายเรื่องคริปโตที่จะมีกำหนดมีผลบังคับใช้ในปี 2567 คนอื่น ๆ ได้ใช้ข้อความของร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นการเรียกร้องให้ดำเนินการ Shannon Bray ผู้สมัครเสรีนิยมสำหรับหนึ่งในที่นั่งของ North Carolina ในวุฒิสภา สนับสนุนให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง “เลือกตัวแทนที่เป็นมิตรกับคริปโต” ที่จะมาช่วยต่อสู้ในด้านกฎหมาย Biden ลงนามในร่างกฎหมายโครงสร้างพื้นฐานแม้จะมีการรายงานความพยายามครั้งสุดท้ายโดยวุฒิสมาชิก Ron Wyden และ Cynthia Lummis ในการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดในการรายงานภาษีเพื่อ “ไม่นำไปใช้กับบุคคลที่พัฒนาเทคโนโลยีบล็อคเชนและกระเป๋าเงิน” แต่ก็ไม่ชัดเจนว่าร่างกฎหมายที่เสนอโดย Wyden และ Lummis จะส่งผลกระทบต่อกฎหมายโครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบันซึ่งต้องผ่านทั้งวุฒิสภาและสภาก่อนที่จะไปถึงโต๊ะของประธานาธิบดี

2021-11-16การวิเคราะห์เชิงลึก

‘บิตคอยน์’ร่วงที่ เคลื่อนไหว63,751.3 ดอลล์

‘บิตคอยน์’ยังคงเคลื่อนไหวในช่วงขาลง โดยช่วงเช้าวันนี้ ปรับตัวร่วงลงเกือบ 1% เคลื่อนไหวที่ 63,751.3 ดอลลาร์ ราคาบิตคอยน์ เทรดที่เว็บไซต์อินเวสต์ติง ดอท คอม เมื่อเวลา 05.05 น.ของวันนี้ (16พ.ย.)ปรับตัวร่วงลง 0.88% เคลื่อนไหวที่ 63,751.3 ดอลลาร์

2021-11-16การวิเคราะห์เชิงลึก

WikiBit แนะนำ ‘5 แอปเทรดคริปโตแบบฟิวเจอร์ส’ ที่น่าหนีไปซบมากที่สุด!

สายเทรดฟิวเจอร์สช็อคไปยกใหญ่! เมื่อ Binance ได้ประกาศยุติการให้บริการภาษาไทย เพื่อให้สอดคล้องกับข้อปฏิบัติตามกฎระเบียบของแต่ละประเทศ และจะมีผลตั้งแต่ 19 พฤศจิกายนนี้ ทำเอาเทรดเดอร์คริปโตชาวไทยกังวลหนักมากว่าในอนาคต Binance จะถูกยกเลิกให้บริการหรือไม่ ยิ่งสายเทรดฟิวเจอร์สนี่วุ่นเลยว่าถ้า Binance ปิดจริง ๆ จะย้ายไปเทรดที่แอปไหน? แต่ไม่ต้องเครียดไป เพราะ WikiBit ไม่รอช้า รวบรวม Exchange คริปโตที่เปิดให้เทรดแบบฟิวเจอร์สมาให้เลือกแล้ว!  1. Exchange: Capital.com  Capital.com ได้ชื่อว่าเป็นผู้ให้บริการ CFD สกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุด มีสกุลเงินดิจิทัลหลายร้อยรายการให้ซื้อขายแลกเปลี่ยน โดย Capital.com ถือใบอนุญาต 2 ใบ จากหน่วยงาน FCA และ CySEC (FCA ห้ามไม่ให้มีการซื้อขาย CFD สำหรับเทรดเดอร์รายย่อย คนที่จะได้รับอนุญาตให้เทรด ต้องถูกจัดประเภทให้เป็นลูกค้ามืออาชีพตามข้อกำหนดของ ESMA)  Capital.com จัดเป็น Exchange ระดับ AA และมีคะแนนบน WikiBit อยู่ที่ 7.15/10  2. Exchange: Kraken  Kraken คืออันดับ 1 ด้าน Margin Trading ของคนสหรัฐฯ เป็น Exchange Crypto ที่มีผู้ใช้กว่า 6 ล้านคนและเปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2011 Kraken ให้บริการซื้อขายแบบสปอต มาร์จิ้น และฟิวเจอร์สภายใต้แพลตฟอร์มที่สะดวกและใช้งานง่าย  Kraken ถือใบอนุญาตจากหน่วยงาน FSA ของประเทศญี่ปุ่น จัดเป็น Exchange ระดับ AAA และมีคะแนนจาก WikiBit อยู่ที่ 6.93/10  3. Exchange: FTX  FTX คือ Exchange crypto แบบมาร์จิ้นที่ดีที่สุดสำหรับเทรดเดอร์ชั้นเซียน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากทั้ง Alameda Research และ Binance โดย FTX ถูกสร้างขึ้นโดยเทรดเดอร์ เพื่อเทรดเดอร์ และออกแบบมาเพื่อนำการเทรดไปสู่อีกระดับ  FTX ถือใบอนุญาตจากหน่วยงาน MSB ของรัฐสหรัฐอเมริกา (มีการแจ้งเตือนว่าได้ละเมิดสิทธิ์เกินขอบเขตที่กำหนด) จัดเป็น Exchange ระดับ AAA และมีคะแนนจาก WikiBit อยู่ที่ 6.66/10  4. Exchange: Bybit  Bybit คือ Exchange crypto แบบมาร์จิ้นที่ดีที่สุดในภาพรวม ก่อตั้งขึ้นเมื่อต้นปี 2018 ให้บริการผู้ใช้มากกว่า 2 ล้านคน และมีการซื้อขายกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้มั่นใจได้ถึงสภาพคล่องที่สูงมากสำหรับเทรดเดอร์ระยะสั้น  Bybit ถือใบอนุญาตจากหน่วยงาน FINTRAC ของแคนาดา (มีการแจ้งเตือนว่าได้ละเมิดสิทธิ์เกินขอบเขตที่กำหนด) จัดเป็น Exchange ระดับ AAA และมีคะแนนจาก WikiBit อยู่ที่ 6.60/10  5. Exchange: Phemex  Phemex คือ Exchange crypto ชั้นยอด ที่มาพร้อม welcome bonus ก้อนโต โดยเปิดตัวในสิงคโปร์ในปี 2019 ก่อนที่จะไต่อันดับอย่างรวดเร็วเพื่อเป็นหนึ่งใน Exchange crypto ที่น่าเชื่อถือที่สุด ให้บริการเลเวอเรจตั้งแต่ 5x ไปจนถึง 100x  Phemex ถือใบอนุญาตจากหน่วยงาน MSB ของสหรัฐอเมริกา (มีการแจ้งเตือนว่าได้ละเมิดสิทธิ์เกินขอบเขตที่กำหนด) จัดเป็น Exchange ระดับ AA และมีคะแนนจาก WikiBit อยู่ที่ 6.04/10  บน WikiBit ยังมีข้อมูล Exchange คริปโตอีกมากมายทั่วโลกให้คุณได้ค้นหา ซึ่งมาพร้อมกับบริการตรวจสอบข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพียงแค่กดค้นหาชื่อ ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบจัดเต็ม ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!

2021-11-15การวิเคราะห์เชิงลึก

Bloomberg กล่าว Bitcoin เป็นตัวป้องกันความเสี่ยงด้านการเงินที่ดีที่สุด

เมื่อเร็ว ๆ นี้สื่อด้านการเงินระดับโลก Bloomberg พบว่านักลงทุนกำลังป้องกันสินทรัพย์ของพวกเขาจากความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อโดยใช้ Bitcoin โดยในทวิตเตอร์ บริษัท เรียกมันว่าเป็น “ตัวป้องกันเงินเฟ้อที่ดีที่สุด” แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่าใครจะมองอย่างไร Bitcoin เอาชนะเงินเฟ้อ หลังจากวิเคราะห์ตัวเลขแล้ว John Authers แห่ง Bloomberg Opinion พบว่า Bitcoin ประสบภาวะเงินฝืดถึง 99.996% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ราคา Bitcoin หนึ่ง BTC ในปี 2011 ตอนนี้มีราคาเพียง 0.004% ของราคา Bitcoin ในปัจจุบันเท่านั้น  ในขณะเดียวกัน CPI ได้เพิ่มขึ้น 28% ในรูปแบบดอลลาร์ เมื่อไม่กี่วันก่อนราคา Bitcoin พุ่งขึ้นสู่ระดับใหม่ตลอดเวลาหลังจากตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐในเดือนตุลาคมคลอดออกมา ตั้งแต่ปีที่แล้ว CPI เพิ่มขึ้น 6.2% ทั่วประเทศ โดยเพิ่มขึ้นเร็วที่สุดนับตั้งแต่ปี 1990 ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อใช้การวัด CPI ของปี 1980 อัตราเงินเฟ้อก็เพิ่มขึ้นเกือบ 15% นักเศรษฐศาสตร์ของ Bloomberg ประเมินว่าประมาณครึ่งหนึ่งของราคา Bitcoin ที่เพิ่มขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ เกิดจากความกลัวเรื่องเงินเฟ้อ อีกครึ่งหนึ่งเกิดจากการซื้อขายแบบโมเมนตัม:  “แบบจำลองของเราแสดงให้เห็นว่าสำหรับ Bitcoin ความสำคัญของอัตราเงินเฟ้อและการป้องกันความเสี่ยงต่อความไม่แน่นอนกลายเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป โดยคิดเป็น 50% ของการเคลื่อนไหวของราคาในรอบล่าสุดเมื่อเทียบกับ 20% ในปี 2560” Björn van Roye และ Tom Orlik กล่าว ทำไม Bitcoin ถึงป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ? การรับรู้ของสาธารณชนเกี่ยวกับ Bitcoin ว่าเป็นการป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อกำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง เมื่อเดือนที่แล้ว Paul Tudor Jones ผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ของมหาเศรษฐีพันล้านเรียกสินทรัพย์ดังกล่าวว่าเป็นสินทรัพย์ที่ป้องกันความเสี่ยงได้ดีกว่าทองคำ นอกจากนี้ JP Morgan มองว่า Bitcoin มีค่าด้วยเหตุผลเดียวกัน

2021-11-15การวิเคราะห์เชิงลึก

ตัวเลขการลงทุน Crypto ในอาเซียนเพิ่มขึ้นถึง 424 % ในปี 2564

ในขณะที่ยุคดิจิทัลกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วธนาคารกลางและธนาคารเอกชนทั่วไปกำลังทดลองใช้เทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมการทำธุรกรรมทางเศรษฐกิจที่รวดเร็ว คล่องตัว และปลอดภัยมากยิ่งขึ้นในภูมิภาคอาเซียน (สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) การเปลี่บนแปลงเหล่านี้มีแนวโน้มที่ดี รายงานจาก Fintech ในอาเซียนปี 2021 โดย UOB Pwc Singapore และบริษัท crypto ของ Singapore Fintech Association (SFA) ให้ความกระจ่างเกี่ยวกับสถิติเหล่านี้บางส่วน การลงทุนในบริษัท Fintechเห็นได้อย่างทั่วถึงว่ามีมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 3.5 พันล้านดอลลาร์ในช่วงเก้าเดือนแรกของปี 2564 ซึ่งมากกว่าสามเท่าเมื่อเทียบกับปี 2020 ซึ่งเพิ่มขึ้น 424% เมื่อเทียบกับปีที่แล้วกล่าวเพิ่มเติมได้ว่าการลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีและคริปโตก็มีการเติบโตที่แข็งแกร่งเช่นกัน   ซึ่งมีการเติบโตขึ้น 6 สำหรับรุ่นก่อน และ 5 เท่าสำหรับรุ่นหลัง แม้ว่ากลุ่ม crypto จะแซงหน้าการให้กู้ยืมทางเลือก (แพลตฟอร์มการกู้ยืมแบบ peer-to-peer) จากสามอันดับแรกเป็นครั้งแรกในรอบหกปี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิงคโปร์ เป็นผู้นำด้านการจัดหาเงินทุนที่เกี่ยวกับ Fintech เป็นอันดับต้น ๆ ในอาเซียนปีนี้คิดเป็น 44% ของจำนวนเงินทั้งหมดและอินโดนิเซียเป็นอันดับที่สองซึ่งมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายเดียวกัน CBDC ในก้าวต่อไป เมื่อไปดูในส่วนสกุลเงินดิจิทัลเกือบ 9 ใน 10 ของผู้ตอบแบบสำรวจกว่า 3,000 คน มีมุมมองที่ดีต่อสินทรัพย์ดิจิทัล พวกเขาได้ใช้สกุลเงินดิจิทัลในอนาคตแม้ว่าผู้ร่วมแบบสอบถามเพียง 14% เท่านั้นที่ใช้สกุลเงินดิจิทัล   สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า crypto เหล่านี้ยังมีหนทางอีกยาวไกลในแง่ของการยอมรับแต่ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เปิดรับที่จะใช้สกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) ผู้ที่แสดงความชอบในแนวทางเดียวกันก็มีมากถึง 61% ตามรายงานกล่าวว่า “คนส่วนใหญ่ยินดีที่จะ ‘รอดู’ การได้รับการสนับสนุนโดยการยอมรับสกุลเงินดิจิทัลเพิ่มมากขึ้นโดยบริษัทที่จัดตั้งขึ้นรวมถึงการซื้อขาย crypto ที่ได้รับการยินยอมจากหน่วยงานที่กำกับดูแล” อย่างไรก็ตามการศึกษาเหล่านี้ยังคงมุ่งเน้นไปที่ศักยภาพที่แท้จริงของ crypto เช่นเดียวกับชุมชนบล็อกเชน Tan Yinglan ผู้ก่อตั้งหุ้นส่วนผู้จัดการที่ Insignia Ventures Partners ได้กล่าวย้ำถึงแงดีในลักษณะที่คล้ายคลึงกันเขาคิด “พวกเราเห็นกฎระเบียบด้าน Fintech ในอาเซียนกำลังพัฒนาไปสู่การสร้าง sandbox และกรอบงานรอบ ๆ โครงสร้างพื้นฐานที่เกิดขึ้นใหม่เช่นเทคโนโลยีกระจายอำนาจ ( บล็อกเชน) เนื่องจากแพลตฟอร์มที่ใช้ crypto และสตาร์ทอัพบล็อกเชนได้รับเงินทุนเพิ่มขึ้นและเติบโตจากการได้รับความสนใจจากผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นในด้านการเงินแบบกระจายอำนาจ” ดังที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ข้อมูลเชิงลึกที่คล้ายคลึงกันถูกเน้นไปที่การที่

2021-11-15การวิเคราะห์เชิงลึก

ย้อนรอย การต่อสู้ระหว่าง Binance และ กลต. ประเทศไทย

จากกรณีที่ Binance แพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล หรือคริปโตเคอเรนซี่ เช่น บิตคอยน์ และเหรียญ หรือโทเคนดิจิทัลอื่นๆอีกมากมาย ได้ประกาศยกเลิกให้บริการ “ภาษาไทย” ตั้งแต่วันที่ 19 พ.ย.64 ในเวลา 13.00 น.เป็นต้นไป (ตามเวลาประเทศไทย) ให้เหตุผลว่าเนื่องจากขัดต่อกฎหมายของไทยนั้น  –Binance คือใคร?  Binance หรือ ไบแนนซ์ เป็นแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2017 จัดตั้งโดย Changpeng Zhao ชาวไต้หวัน ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและซีอีโอ Binance ในปัจจุบัน... สามารถติดตามต่อได้ที่  –Binance ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจในไทยหรือไม่?  ที่ผ่านมา Binance ได้เคยถูกสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวโทษ เพราะเป็นแพลตฟอร์มที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมายในประเทศไทย  โดย ก.ล.ต. ได้ออกแถลงการณ์ อ้างอิงจาก เมื่อวันที่ 5 เม.ย.64 ฉบับที่ 70/2564 ระบุว่า “ก.ล.ต. เปิดเผย Binance ยังไม่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในไทย พร้อมเตือนประชาชนและผู้ลงทุนควรระมัดระวังหากถูกชักชวนให้ใช้บริการ เนื่องจากจะไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย”  สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับแจ้งเบาะแสข้อมูลและตรวจพบว่าได้มีการประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนใช้บริการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลของ Binance ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์ของ Binance แอพพลิเคชั่น และเฟซบุ๊ก BinanceThaiCommunity  ก.ล.ต. ขอแจ้งว่า Binance ยังไม่ได้เป็นผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตตามพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 (พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ) จึงขอให้ประชาชนและผู้ลงทุนใช้ความระมัดระวัง หากถูกชักชวนซื้อขาย แลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล รับฝาก โอน ถอนเงิน หรือทำธุรกรรมที่เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล เนื่องจากไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. และจะไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายดังกล่าว ก.ล.ต. จึงมีหนังสือไปยัง Binance และผู้ที่เกี่ยวข้องให้ชี้แจงข้อมูลต่อ ก.ล.ต.  ก.ล.ต. ขอย้ำว่า ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นธุรกิจที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลตาม พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ผู้ที่โฆษณา ประชาสัมพันธ์ หรือแสดงตนต่อบุคคลทั่วไปในการชักชวน หรือให้บริการซื้อขาย แลกเปลี่ยน รับฝาก โอน ถอนเงิน หรือทำธุรกรรมที่เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล ต้องเป็นบุคคลที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายดังกล่าว ซึ่งผู้ที่ฝ่าฝืนอาจต้องรับโทษตามกฎหมาย  ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตได้ที่ www.sec.or.th และแอพพลิเคชั่น “SEC Check First” นอกจากนี้ หากมีข้อสอบถามหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการดำเนินการที่น่าสงสัย โปรดแจ้งที่สายด่วนศูนย์บริการประชาชน ก.ล.ต. โทร. 1207 เพื่อการตรวจสอบในเชิงลึก และในกรณีที่ตรวจพบว่ามีการกระทำอันเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ อาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งมีโทษทั้งจำคุกและปรับ และหากเข้าข่ายการกระทำที่อาจผิดกฎหมายอื่น ก.ล.ต. มีกระบวนการในการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการต่อไป  –ย้อนคำ ก.ล.ต.กล่าวโทษ Binance  ในเวลาต่อมา เมื่อวันที่ 2 ก.ค.64 ฉบับที่ 125/2564 ระบุว่า “ก.ล.ต. กล่าวโทษ Binance ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กรณีกระทำความผิดตามพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 (พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล)”  สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับแจ้งเบาะแสและตรวจพบว่า Binance ได้มีการให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล โดยการจับคู่หรือหาคู่สัญญาให้ หรือการจัดระบบหรืออำนวยความสะดวกให้ผู้ซึ่งประสงค์จะซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลสามารถทำความตกลงหรือจับคู่กันได้ผ่านเว็บไซต์ของ Binance โดยมีการชักชวนให้ประชาชนและผู้ลงทุนไทยเข้าใช้บริการไม่ว่าจะทางเว็บไซต์ของ Binance และเพจเฟซบุ๊ก Binance Thai Community และเมื่อวันที่ 5 เม.ย.64 ก.ล.ต. ได้มีหนังสือไปยัง Binance ให้ชี้แจงข้อมูลต่อ ก.ล.ต. แต่ Binance ไม่ได้ชี้แจงภายในระยะเวลาที่กำหนด  การกระทำของ Binance ข้างต้นเข้าข่ายเป็นการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับใบอนุญาต อันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 26 ซึ่งเป็นความผิดและมีโทษตามมาตรา 66 แห่ง พ.ร.ก.ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ปีถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000 บาทถึง 500,000 บาท และปรับอีกไม่เกินวันละ 10,000 บาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน ก.ล.ต. จึงกล่าวโทษ Binance ต่อ บก.ปอศ. เพื่อให้สอบสวนและดำเนินคดีต่อไป  อนึ่ง การกล่าวโทษของ ก.ล.ต. เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการบังคับใช้กฎหมายทางอาญาเท่านั้น ภายใต้กระบวนการนี้ การพิจารณาวินิจฉัยว่าบุคคลใดเป็นผู้กระทำผิดกฎหมายเป็นขั้นตอนในอำนาจการสอบสวนของพนักงานสอบสวนและการสั่งฟ้องคดีของพนักงานอัยการ ตลอดจนดุลพินิจของศาลยุติธรรม ตามลำดับ  ก.ล.ต. ขอย้ำว่า ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นธุรกิจที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลตาม พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ผู้ที่ให้บริการซื้อขาย แลกเปลี่ยน

2021-11-15การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
8486
...
142