สแกนเพื่อดาวน์โหลด
แพลตฟอร์มตรวจสอบ # และยืนยันการกำกับดูแลของตลาดการเงินทั่วโลก

‘บิตคอยน์’ร่วงที่ เคลื่อนไหว63,751.3 ดอลล์

‘บิตคอยน์’ยังคงเคลื่อนไหวในช่วงขาลง โดยช่วงเช้าวันนี้ ปรับตัวร่วงลงเกือบ 1% เคลื่อนไหวที่ 63,751.3 ดอลลาร์ ราคาบิตคอยน์ เทรดที่เว็บไซต์อินเวสต์ติง ดอท คอม เมื่อเวลา 05.05 น.ของวันนี้ (16พ.ย.)ปรับตัวร่วงลง 0.88% เคลื่อนไหวที่ 63,751.3 ดอลลาร์

2021-11-16การวิเคราะห์เชิงลึก

WikiBit แนะนำ ‘5 แอปเทรดคริปโตแบบฟิวเจอร์ส’ ที่น่าหนีไปซบมากที่สุด!

สายเทรดฟิวเจอร์สช็อคไปยกใหญ่! เมื่อ Binance ได้ประกาศยุติการให้บริการภาษาไทย เพื่อให้สอดคล้องกับข้อปฏิบัติตามกฎระเบียบของแต่ละประเทศ และจะมีผลตั้งแต่ 19 พฤศจิกายนนี้ ทำเอาเทรดเดอร์คริปโตชาวไทยกังวลหนักมากว่าในอนาคต Binance จะถูกยกเลิกให้บริการหรือไม่ ยิ่งสายเทรดฟิวเจอร์สนี่วุ่นเลยว่าถ้า Binance ปิดจริง ๆ จะย้ายไปเทรดที่แอปไหน? แต่ไม่ต้องเครียดไป เพราะ WikiBit ไม่รอช้า รวบรวม Exchange คริปโตที่เปิดให้เทรดแบบฟิวเจอร์สมาให้เลือกแล้ว!  1. Exchange: Capital.com  Capital.com ได้ชื่อว่าเป็นผู้ให้บริการ CFD สกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุด มีสกุลเงินดิจิทัลหลายร้อยรายการให้ซื้อขายแลกเปลี่ยน โดย Capital.com ถือใบอนุญาต 2 ใบ จากหน่วยงาน FCA และ CySEC (FCA ห้ามไม่ให้มีการซื้อขาย CFD สำหรับเทรดเดอร์รายย่อย คนที่จะได้รับอนุญาตให้เทรด ต้องถูกจัดประเภทให้เป็นลูกค้ามืออาชีพตามข้อกำหนดของ ESMA)  Capital.com จัดเป็น Exchange ระดับ AA และมีคะแนนบน WikiBit อยู่ที่ 7.15/10  2. Exchange: Kraken  Kraken คืออันดับ 1 ด้าน Margin Trading ของคนสหรัฐฯ เป็น Exchange Crypto ที่มีผู้ใช้กว่า 6 ล้านคนและเปิดดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2011 Kraken ให้บริการซื้อขายแบบสปอต มาร์จิ้น และฟิวเจอร์สภายใต้แพลตฟอร์มที่สะดวกและใช้งานง่าย  Kraken ถือใบอนุญาตจากหน่วยงาน FSA ของประเทศญี่ปุ่น จัดเป็น Exchange ระดับ AAA และมีคะแนนจาก WikiBit อยู่ที่ 6.93/10  3. Exchange: FTX  FTX คือ Exchange crypto แบบมาร์จิ้นที่ดีที่สุดสำหรับเทรดเดอร์ชั้นเซียน ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากทั้ง Alameda Research และ Binance โดย FTX ถูกสร้างขึ้นโดยเทรดเดอร์ เพื่อเทรดเดอร์ และออกแบบมาเพื่อนำการเทรดไปสู่อีกระดับ  FTX ถือใบอนุญาตจากหน่วยงาน MSB ของรัฐสหรัฐอเมริกา (มีการแจ้งเตือนว่าได้ละเมิดสิทธิ์เกินขอบเขตที่กำหนด) จัดเป็น Exchange ระดับ AAA และมีคะแนนจาก WikiBit อยู่ที่ 6.66/10  4. Exchange: Bybit  Bybit คือ Exchange crypto แบบมาร์จิ้นที่ดีที่สุดในภาพรวม ก่อตั้งขึ้นเมื่อต้นปี 2018 ให้บริการผู้ใช้มากกว่า 2 ล้านคน และมีการซื้อขายกว่า 10,000 ล้านดอลลาร์ ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้มั่นใจได้ถึงสภาพคล่องที่สูงมากสำหรับเทรดเดอร์ระยะสั้น  Bybit ถือใบอนุญาตจากหน่วยงาน FINTRAC ของแคนาดา (มีการแจ้งเตือนว่าได้ละเมิดสิทธิ์เกินขอบเขตที่กำหนด) จัดเป็น Exchange ระดับ AAA และมีคะแนนจาก WikiBit อยู่ที่ 6.60/10  5. Exchange: Phemex  Phemex คือ Exchange crypto ชั้นยอด ที่มาพร้อม welcome bonus ก้อนโต โดยเปิดตัวในสิงคโปร์ในปี 2019 ก่อนที่จะไต่อันดับอย่างรวดเร็วเพื่อเป็นหนึ่งใน Exchange crypto ที่น่าเชื่อถือที่สุด ให้บริการเลเวอเรจตั้งแต่ 5x ไปจนถึง 100x  Phemex ถือใบอนุญาตจากหน่วยงาน MSB ของสหรัฐอเมริกา (มีการแจ้งเตือนว่าได้ละเมิดสิทธิ์เกินขอบเขตที่กำหนด) จัดเป็น Exchange ระดับ AA และมีคะแนนจาก WikiBit อยู่ที่ 6.04/10  บน WikiBit ยังมีข้อมูล Exchange คริปโตอีกมากมายทั่วโลกให้คุณได้ค้นหา ซึ่งมาพร้อมกับบริการตรวจสอบข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพียงแค่กดค้นหาชื่อ ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบจัดเต็ม ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!

2021-11-15การวิเคราะห์เชิงลึก

Bloomberg กล่าว Bitcoin เป็นตัวป้องกันความเสี่ยงด้านการเงินที่ดีที่สุด

เมื่อเร็ว ๆ นี้สื่อด้านการเงินระดับโลก Bloomberg พบว่านักลงทุนกำลังป้องกันสินทรัพย์ของพวกเขาจากความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อโดยใช้ Bitcoin โดยในทวิตเตอร์ บริษัท เรียกมันว่าเป็น “ตัวป้องกันเงินเฟ้อที่ดีที่สุด” แต่นั่นก็ขึ้นอยู่กับว่าใครจะมองอย่างไร Bitcoin เอาชนะเงินเฟ้อ หลังจากวิเคราะห์ตัวเลขแล้ว John Authers แห่ง Bloomberg Opinion พบว่า Bitcoin ประสบภาวะเงินฝืดถึง 99.996% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ราคา Bitcoin หนึ่ง BTC ในปี 2011 ตอนนี้มีราคาเพียง 0.004% ของราคา Bitcoin ในปัจจุบันเท่านั้น  ในขณะเดียวกัน CPI ได้เพิ่มขึ้น 28% ในรูปแบบดอลลาร์ เมื่อไม่กี่วันก่อนราคา Bitcoin พุ่งขึ้นสู่ระดับใหม่ตลอดเวลาหลังจากตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐในเดือนตุลาคมคลอดออกมา ตั้งแต่ปีที่แล้ว CPI เพิ่มขึ้น 6.2% ทั่วประเทศ โดยเพิ่มขึ้นเร็วที่สุดนับตั้งแต่ปี 1990 ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อใช้การวัด CPI ของปี 1980 อัตราเงินเฟ้อก็เพิ่มขึ้นเกือบ 15% นักเศรษฐศาสตร์ของ Bloomberg ประเมินว่าประมาณครึ่งหนึ่งของราคา Bitcoin ที่เพิ่มขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ เกิดจากความกลัวเรื่องเงินเฟ้อ อีกครึ่งหนึ่งเกิดจากการซื้อขายแบบโมเมนตัม:  “แบบจำลองของเราแสดงให้เห็นว่าสำหรับ Bitcoin ความสำคัญของอัตราเงินเฟ้อและการป้องกันความเสี่ยงต่อความไม่แน่นอนกลายเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป โดยคิดเป็น 50% ของการเคลื่อนไหวของราคาในรอบล่าสุดเมื่อเทียบกับ 20% ในปี 2560” Björn van Roye และ Tom Orlik กล่าว ทำไม Bitcoin ถึงป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ? การรับรู้ของสาธารณชนเกี่ยวกับ Bitcoin ว่าเป็นการป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อกำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง เมื่อเดือนที่แล้ว Paul Tudor Jones ผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์ของมหาเศรษฐีพันล้านเรียกสินทรัพย์ดังกล่าวว่าเป็นสินทรัพย์ที่ป้องกันความเสี่ยงได้ดีกว่าทองคำ นอกจากนี้ JP Morgan มองว่า Bitcoin มีค่าด้วยเหตุผลเดียวกัน

2021-11-15การวิเคราะห์เชิงลึก

ตัวเลขการลงทุน Crypto ในอาเซียนเพิ่มขึ้นถึง 424 % ในปี 2564

ในขณะที่ยุคดิจิทัลกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วธนาคารกลางและธนาคารเอกชนทั่วไปกำลังทดลองใช้เทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมการทำธุรกรรมทางเศรษฐกิจที่รวดเร็ว คล่องตัว และปลอดภัยมากยิ่งขึ้นในภูมิภาคอาเซียน (สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) การเปลี่บนแปลงเหล่านี้มีแนวโน้มที่ดี รายงานจาก Fintech ในอาเซียนปี 2021 โดย UOB Pwc Singapore และบริษัท crypto ของ Singapore Fintech Association (SFA) ให้ความกระจ่างเกี่ยวกับสถิติเหล่านี้บางส่วน การลงทุนในบริษัท Fintechเห็นได้อย่างทั่วถึงว่ามีมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 3.5 พันล้านดอลลาร์ในช่วงเก้าเดือนแรกของปี 2564 ซึ่งมากกว่าสามเท่าเมื่อเทียบกับปี 2020 ซึ่งเพิ่มขึ้น 424% เมื่อเทียบกับปีที่แล้วกล่าวเพิ่มเติมได้ว่าการลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีและคริปโตก็มีการเติบโตที่แข็งแกร่งเช่นกัน   ซึ่งมีการเติบโตขึ้น 6 สำหรับรุ่นก่อน และ 5 เท่าสำหรับรุ่นหลัง แม้ว่ากลุ่ม crypto จะแซงหน้าการให้กู้ยืมทางเลือก (แพลตฟอร์มการกู้ยืมแบบ peer-to-peer) จากสามอันดับแรกเป็นครั้งแรกในรอบหกปี โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สิงคโปร์ เป็นผู้นำด้านการจัดหาเงินทุนที่เกี่ยวกับ Fintech เป็นอันดับต้น ๆ ในอาเซียนปีนี้คิดเป็น 44% ของจำนวนเงินทั้งหมดและอินโดนิเซียเป็นอันดับที่สองซึ่งมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายเดียวกัน CBDC ในก้าวต่อไป เมื่อไปดูในส่วนสกุลเงินดิจิทัลเกือบ 9 ใน 10 ของผู้ตอบแบบสำรวจกว่า 3,000 คน มีมุมมองที่ดีต่อสินทรัพย์ดิจิทัล พวกเขาได้ใช้สกุลเงินดิจิทัลในอนาคตแม้ว่าผู้ร่วมแบบสอบถามเพียง 14% เท่านั้นที่ใช้สกุลเงินดิจิทัล   สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า crypto เหล่านี้ยังมีหนทางอีกยาวไกลในแง่ของการยอมรับแต่ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เปิดรับที่จะใช้สกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) ผู้ที่แสดงความชอบในแนวทางเดียวกันก็มีมากถึง 61% ตามรายงานกล่าวว่า “คนส่วนใหญ่ยินดีที่จะ ‘รอดู’ การได้รับการสนับสนุนโดยการยอมรับสกุลเงินดิจิทัลเพิ่มมากขึ้นโดยบริษัทที่จัดตั้งขึ้นรวมถึงการซื้อขาย crypto ที่ได้รับการยินยอมจากหน่วยงานที่กำกับดูแล” อย่างไรก็ตามการศึกษาเหล่านี้ยังคงมุ่งเน้นไปที่ศักยภาพที่แท้จริงของ crypto เช่นเดียวกับชุมชนบล็อกเชน Tan Yinglan ผู้ก่อตั้งหุ้นส่วนผู้จัดการที่ Insignia Ventures Partners ได้กล่าวย้ำถึงแงดีในลักษณะที่คล้ายคลึงกันเขาคิด “พวกเราเห็นกฎระเบียบด้าน Fintech ในอาเซียนกำลังพัฒนาไปสู่การสร้าง sandbox และกรอบงานรอบ ๆ โครงสร้างพื้นฐานที่เกิดขึ้นใหม่เช่นเทคโนโลยีกระจายอำนาจ ( บล็อกเชน) เนื่องจากแพลตฟอร์มที่ใช้ crypto และสตาร์ทอัพบล็อกเชนได้รับเงินทุนเพิ่มขึ้นและเติบโตจากการได้รับความสนใจจากผู้บริโภคที่เพิ่มขึ้นในด้านการเงินแบบกระจายอำนาจ” ดังที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ข้อมูลเชิงลึกที่คล้ายคลึงกันถูกเน้นไปที่การที่

2021-11-15การวิเคราะห์เชิงลึก

ย้อนรอย การต่อสู้ระหว่าง Binance และ กลต. ประเทศไทย

จากกรณีที่ Binance แพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล หรือคริปโตเคอเรนซี่ เช่น บิตคอยน์ และเหรียญ หรือโทเคนดิจิทัลอื่นๆอีกมากมาย ได้ประกาศยกเลิกให้บริการ “ภาษาไทย” ตั้งแต่วันที่ 19 พ.ย.64 ในเวลา 13.00 น.เป็นต้นไป (ตามเวลาประเทศไทย) ให้เหตุผลว่าเนื่องจากขัดต่อกฎหมายของไทยนั้น  –Binance คือใคร?  Binance หรือ ไบแนนซ์ เป็นแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เริ่มก่อตั้งเมื่อปี 2017 จัดตั้งโดย Changpeng Zhao ชาวไต้หวัน ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและซีอีโอ Binance ในปัจจุบัน... สามารถติดตามต่อได้ที่  –Binance ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจในไทยหรือไม่?  ที่ผ่านมา Binance ได้เคยถูกสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) กล่าวโทษ เพราะเป็นแพลตฟอร์มที่ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมายในประเทศไทย  โดย ก.ล.ต. ได้ออกแถลงการณ์ อ้างอิงจาก เมื่อวันที่ 5 เม.ย.64 ฉบับที่ 70/2564 ระบุว่า “ก.ล.ต. เปิดเผย Binance ยังไม่ได้รับใบอนุญาตให้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในไทย พร้อมเตือนประชาชนและผู้ลงทุนควรระมัดระวังหากถูกชักชวนให้ใช้บริการ เนื่องจากจะไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย”  สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับแจ้งเบาะแสข้อมูลและตรวจพบว่าได้มีการประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนใช้บริการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลของ Binance ผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์ของ Binance แอพพลิเคชั่น และเฟซบุ๊ก BinanceThaiCommunity  ก.ล.ต. ขอแจ้งว่า Binance ยังไม่ได้เป็นผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตตามพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 (พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ) จึงขอให้ประชาชนและผู้ลงทุนใช้ความระมัดระวัง หากถูกชักชวนซื้อขาย แลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล รับฝาก โอน ถอนเงิน หรือทำธุรกรรมที่เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล เนื่องจากไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. และจะไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายดังกล่าว ก.ล.ต. จึงมีหนังสือไปยัง Binance และผู้ที่เกี่ยวข้องให้ชี้แจงข้อมูลต่อ ก.ล.ต.  ก.ล.ต. ขอย้ำว่า ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นธุรกิจที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลตาม พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ผู้ที่โฆษณา ประชาสัมพันธ์ หรือแสดงตนต่อบุคคลทั่วไปในการชักชวน หรือให้บริการซื้อขาย แลกเปลี่ยน รับฝาก โอน ถอนเงิน หรือทำธุรกรรมที่เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล ต้องเป็นบุคคลที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายดังกล่าว ซึ่งผู้ที่ฝ่าฝืนอาจต้องรับโทษตามกฎหมาย  ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตได้ที่ www.sec.or.th และแอพพลิเคชั่น “SEC Check First” นอกจากนี้ หากมีข้อสอบถามหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการดำเนินการที่น่าสงสัย โปรดแจ้งที่สายด่วนศูนย์บริการประชาชน ก.ล.ต. โทร. 1207 เพื่อการตรวจสอบในเชิงลึก และในกรณีที่ตรวจพบว่ามีการกระทำอันเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ อาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งมีโทษทั้งจำคุกและปรับ และหากเข้าข่ายการกระทำที่อาจผิดกฎหมายอื่น ก.ล.ต. มีกระบวนการในการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการต่อไป  –ย้อนคำ ก.ล.ต.กล่าวโทษ Binance  ในเวลาต่อมา เมื่อวันที่ 2 ก.ค.64 ฉบับที่ 125/2564 ระบุว่า “ก.ล.ต. กล่าวโทษ Binance ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) กรณีกระทำความผิดตามพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 (พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล)”  สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับแจ้งเบาะแสและตรวจพบว่า Binance ได้มีการให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล โดยการจับคู่หรือหาคู่สัญญาให้ หรือการจัดระบบหรืออำนวยความสะดวกให้ผู้ซึ่งประสงค์จะซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลสามารถทำความตกลงหรือจับคู่กันได้ผ่านเว็บไซต์ของ Binance โดยมีการชักชวนให้ประชาชนและผู้ลงทุนไทยเข้าใช้บริการไม่ว่าจะทางเว็บไซต์ของ Binance และเพจเฟซบุ๊ก Binance Thai Community และเมื่อวันที่ 5 เม.ย.64 ก.ล.ต. ได้มีหนังสือไปยัง Binance ให้ชี้แจงข้อมูลต่อ ก.ล.ต. แต่ Binance ไม่ได้ชี้แจงภายในระยะเวลาที่กำหนด  การกระทำของ Binance ข้างต้นเข้าข่ายเป็นการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับใบอนุญาต อันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 26 ซึ่งเป็นความผิดและมีโทษตามมาตรา 66 แห่ง พ.ร.ก.ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 2 ปีถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000 บาทถึง 500,000 บาท และปรับอีกไม่เกินวันละ 10,000 บาทตลอดเวลาที่ยังฝ่าฝืน ก.ล.ต. จึงกล่าวโทษ Binance ต่อ บก.ปอศ. เพื่อให้สอบสวนและดำเนินคดีต่อไป  อนึ่ง การกล่าวโทษของ ก.ล.ต. เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการบังคับใช้กฎหมายทางอาญาเท่านั้น ภายใต้กระบวนการนี้ การพิจารณาวินิจฉัยว่าบุคคลใดเป็นผู้กระทำผิดกฎหมายเป็นขั้นตอนในอำนาจการสอบสวนของพนักงานสอบสวนและการสั่งฟ้องคดีของพนักงานอัยการ ตลอดจนดุลพินิจของศาลยุติธรรม ตามลำดับ  ก.ล.ต. ขอย้ำว่า ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นธุรกิจที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลตาม พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ผู้ที่ให้บริการซื้อขาย แลกเปลี่ยน

2021-11-15การวิเคราะห์เชิงลึก

เปิด Dark side โลกคริปโต ภัยร้ายที่คุณอาจคาดไม่ถึง!

ไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ เราได้เห็นการเติบโตของ Cryptocurrency มาโดยตลอด บริษัทและองค์กรขนาดใหญ่หลายแห่งกำลังเข้าสู่ตลาดคริปโต สถาบันการเงินหลายแห่งโดยเฉพาะธนาคารต่างยอมรับคริปโตมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ไม่เว้นแม้แต่ Amazon, Microsoft, Square, BMW, Google, Citigroup หรือ PayPal  นับตั้งแต่ปี 2009 บิทคอยน์เริ่มเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ จนในปีนี้บิทคอยน์กลายเป็นสินทรัพย์ที่มาพลังมากเหลือเกิน มีสาวกจากทั้งโลกที่รู้สึกว่าเหรียญนี้มีศักยภาพที่จะเป็นสกุลเงินหลักของโลกการเงินดิจิทัล ท่ามกลางการยกย่องก็ยังเห็นการต่อต้านจากผู้คลางแคลงใจใน Cryptocurrency จากข่าวกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย หรือแม้กระทั้งอาชญกรรมที่เกี่ยวข้องกับคริปโต  ด้านมืดของ Cryptocurrency  โดยทั่วไป ไม่ค่อยมีใครพูดถึงด้านมืดของ Cryptocurrency นัก แต่อย่างที่รู้กัน เหรียญมี 2 ด้าน และเหรียญคริปโตไม่ได้มีแค่ด้านเดียวแน่นอน และต่อไปนี้คือด้านมือของคริปโตที่คุณควรระวังไว้ให้ดี   1. ขาดการรักษาความปลอดภัยเมื่อเกิดการสูญเสีย  Bitcoin เป็นการลงทุนที่ปลอดภัยมาก การแก้ไขข้อมูลเป็นไปไม่ได้ระบบ Blockchain แต่ถ้าแฮ็กเกอร์คนใดบังเอิญขโมยเงินของไปได้เนี่ย คุณจะไม่มีทางได้เงินคืน ซึ่งไม่เหมือนกับสกุลเงินที่มีอยู่จริง เพราะคริปโตไม่ได้อยู่ภายใต้การจัดการโดยหน่วยงานกลางใด ๆ  2. ตลาดไม่ได้รับการควบคุม  การซื้อขาย Crypto ไม่อยู่ภายใต้อำนาจควบคุมจากส่วนกลาง จนถึงขณะนี้ยังไม่มีกฎระเบียบของตลาดทางกฎหมายในการจัดการกับ Cryptocurrencies รัฐบาลส่วนใหญ่ของโลกไม่มั่นใจในความเป็นไปได้ ยกเว้นบางประเทศที่เริ่มออกมา Take Action ในปีหลัง ๆ นี้  3. ตลาด Crypto กำลังผันผวน  ราคาของ crypto ผันผวนมาก เราได้เห็นการล่มสลายอย่างกะทันหันของราคาหลังจากการที่พุ่งแรงต่อเนื่องเป็นเวลาหลายเดือน แนวโน้มแบบนี้เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า สำหรับบางคนมันเป็นช่องทางการลงทุน แต่สำหรับคนส่วนใหญ่ มันยังคงเป็น “สกุลเงินที่ไม่เป็นทางการ”  4. Crypto ยากที่จะเข้าใจ  นักลงทุนรายย่อยจำนวนมากไม่มีความเข้าใจที่ชัดเจนเกี่ยวกับ Cryptocurrency การทำงานของ crypto และ Blockchain นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับหลาย ๆ คน  สกุลดิจิทัลเคยถูกใช้เพื่อการฟอกเงิน การก่อการร้าย และกิจกรรมที่ผิดกฎหมายอื่น ๆ มากมาย แต่ก็ต้องยอมรับตลาดนี้กำลังเติบโต และดูมีอนาคตชนิดที่ยังไม่มีสินทรัพย์ไหนมาแซงได้ หากประเมินดู คริปโตก็ยังน่าลงทุนอยู่ดี เพียงแต่ต้องตรวจสอบให้รอบด้านก่อนลงทุน ถ้าไม่รู้จะไปพึ่งที่ไหน แอป WikiBit พร้อมซัพพอร์ตคุณแล้ว!  คุณสามารถติดตามข่าวสารที่สดใหม่ รวดเร็ว ถึงใจ พร้อมบทความเกร็ดความรู้ในโลกคริปโตแบบนี้ ได้ที่ “WikiBit” แอปนำเสนอข่าวสารวงการคริปโต พร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพียงแค่กดค้นหา ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบจัดเต็ม ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!  ขอบคุณข้อมูลจาก coinmercury.com, mantralabsglobal.com

2021-11-14การวิเคราะห์เชิงลึก

รวมเหตุผลที่ทำให้ ‘เทรดเดอร์ Forex’ เป็นอาชีพที่น่าอิจฉาที่สุดในโลก!

คิดจะเปลี่ยนงานกันอยู่รึเปล่า? อึดอัดกับเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้ากันอยู่ใช่ไหม? ถ้าใช่ วันนี้เราจะมาแนะนำเส้นทางอาชีพที่น่าอิจฉาที่สุด ทั้งเป็นอิสระ รายได้ดี มีเวลาเหลือเฟือ และนี่คือ 5 เหตุผลที่คุณควรทำอาชีพเทรดเดอร์ Forex   1. ทำงานไปด้วย เที่ยวไปด้วย ก็รวยมากมาย  มีเพียงไม่กี่อาชีพที่ให้คุณเดินทางได้ในขณะที่คุณทำงาน และการเทรด Forex คืออาชีพนั้น คุณสามารถทำงานออนไลน์ได้ เนื่องจากสิ่งที่คุณทำงานด้วยส่วนใหญ่เป็นแอป อยู่ได้ทุกที่ สามารถเลือกที่จะอยู่ในเมืองได้ชั่วขณะหนึ่ง หลังจากนั้นคุณสามารถไปนั่งอยู่บนเนินเขาในภาคเหนือ หรือเกาะในภูเก็ต มีข้อแม้เดียวคือ ที่นั่นต้องมีไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ต   2. ทำงานคนเดียว เป็นนายตัวเอง ไม่มีใครมาวุ่นวายใจ  ใครที่ไม่ชอบทำงานเป็นกลุ่ม คิดว่าอยู่คนเดียวสบายใจ เหมาะกับอาชีพนี้มาก เพราะการเทรด Forex คุณวิเคราะห์ เลือกเทรด และการจัดการเงินเพียงคนเดียว คุณจะไม่มีหัวหน้างานที่มาบ่นให้คุณเครียด แถมคุณสามารถโฟกัสได้ดีขึ้น ไม่ต้องกังวลกับการรบกวนจากการแชทกับเพื่อนร่วมงาน และคุณจะไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับความรับผิดชอบใด ๆ นอกจากรับผิดชอบตัวเอง  3. ถ้าตั้งใจฝึกฝน เรียนรู้ไป ใคร ๆ ก็ไปถึงจุดหมาย  การซื้อขายเป็นทักษะ ทักษะฝึกฝนได้ เพียงแต่ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ ต้องใช้เวลา โดยเฉพาะกับการบริหารความเสี่ยงและจิตวิทยา แต่สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ทำไปก็คุ้มค่าแน่นอน เพราะตลาด Forex จะไม่หายไปในเร็ว ๆ นี้ ตราบใดที่เรามีสกุลเงิน Forex ก็ยังคงอยู่  4. มีทักษะการลงทุนประดับชีวิต  เอาล่ะ เมื่อเวลาผ่านไป สมมติว่าคุณต้องการทำงานประจำ อยากเก็บเงิน คุณจะทำอย่างไรกับเงินออมเหล่านั้น? คุณจะเก็บมันไว้ในธนาคารหรือไม่? หรือคุณจะซื้อสินทรัพย์? อาจไม่มีตัวเลือกใดที่เหมาะกับคุณ ถ้าเป็นเช่นนั้น Forex ก็ทำงานได้ดี คุณต้องการวิธีการเพิ่มทุนของคุณ คุณไม่สามารถประหยัดเงินและปล่อยให้เน่าเปื่อยในธนาคารได้ และสิ่งนี้จะทำได้ก็ต่อเมื่อพยายามลงทุนอย่างแข็งขันเท่านั้น   5. กลายเป็นนักลงทุนที่เชื่อถือได้  มีบริษัทการค้าหลายแห่งที่จัดการเงินของผู้อื่น คุณสามารถเป็นผู้จัดการเงินได้เช่นกัน แต่ก็ต้องใช้เวลา อาจเป็นหลายสิบปีกว่าที่สิ่งนี้จะเกิดขึ้น ดังนั้นความอดทนจึงเป็นสิ่งจำเป็น และการอุทิศก็เช่นกัน คุณต้องเชี่ยวชาญในศิลปะการซื้อขาย Forex ก่อนที่นักลงทุนรายใดจะส่งเงินให้คุณ แต่เมื่อคุณทำสำเร็จแล้ว คุณก็สามารถสร้างธุรกิจที่ใหญ่กว่าที่คนส่วนใหญ่จัดการได้ ถ้าอยากมีชีวิตแบบเทรดเดอร์ Forex ก็ต้องลองเข้ามาในตลาด Forex นะ แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องขอเตือนอยู่ดีว่า “การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลให้รอบคอบก่อนตัดสินใจลงทุน” ไม่งั้นจะที่จะมีชีวิตในฝัน จะกลายเป็นชีวิตในฝันร้ายแทน!  ใครที่จะเริ่มเทรด Forex เราขอแนะนำให้โหลดแอป WikiFX ติดมือถือไว้ด่วน ๆ นี่คือแอปเดียวที่จะพาไปเรียนรู้ เจาะลึกทุกเรื่องราวของตลาด Forex ไม่ว่าจะเป็นบทความเทคนิคร้อยแปดพันเก้า บทวิเคราะห์แนวโน้มตลาด เกร็ดความรู้ต่าง ๆ นา ๆ แล้วยังมีปฏิทินข่าวให้อ่านแบบฟรี ๆ แถมยังสามารถตรวจสอบข้อมูลโบรกเกอร์ Forex ได้ทั่วโลกเลยนะ! มีรึยัง? ถ้าไม่มี โหลดเลย โหลดฟรี!

2021-11-14การวิเคราะห์เชิงลึก

สรรพากรแจงแล้ว รูปแบบการเสียภาษีสินทรัพย์ดิจิทัลต้องทำอะไรบ้าง

โฆษกกรมสรรพากรเผยรูปแบบการเสียภาษีสินทรัพย์ดิจิทัล ระบุ หากมีผลกำไรจากการขายกำหนดให้เป็นเงินได้ตามกฎหมาย ซึ่งผู้ซื้อต้องมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย 15%  นางสมหมาย ศิริอุดมเศรษฐ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์การจัดเก็บภาษี (กลุ่มธุรกิจพลังงาน) ในฐานะโฆษกกรมสรรพากรเปิดเผยถึงรูปแบบการเสียภาษีจากสินทรัพย์ดิจิทัลว่า โดยปกติหากมีการขายแล้วมีกำไร ถือเป็นเงินได้ตามมาตรา40(4)(ฌ)ซึ่งผู้จ่ายเงินได้(ผู้ซื้อ) มีหน้าที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย ในอัตรา 15%  นอกจากนี้ ตามข้อกฎหมาย ผู้ขายสินทรัพยดิจิทัล หากมีกำไร มีหน้าที่ต้องนำกำไรจากการขายไปคำนวณรวมกับเงินได้อื่น ในการยื่นเสียภาษีประจำปี ตามปีที่ได้รับกำไร  เนื่องจาก กฎหมายไม่ได้ให้เลือกว่า จะนำมาคำนวณรวมหรือไม่ต้องนำมาคำนวณรวม เช่นเดียวกับการที่ถูกหักภาษีณที่จ่าย แบบดอกเบี้ยหรือเงินปันผล ที่ถูกหักณที่จ่ายในอัตรา15% และ 10% แล้วได้สิทธิ์ให้เลือกว่า จะรวมหรือไม่รวมกับเงินได้ตอนยื่นประจำปีได้

2021-11-14การวิเคราะห์เชิงลึก

เกิดอะไรขึ้น Binance ยุติให้บริการภาษาไทย เพราะขัดกฎระเบียบ

โดยเมื่อคืนนี้ทาง Binance ได้ประกาศออกมาว่าต้องยุติการให้บริการภาษาไทยในประเทศไทยแล้ว ซึ่งหลังจากที่ประกาศออกมานั้นทำให้หลายคนกังวลว่าจะเกิดอะไรไม่ดีตามมาหรือเปล่า  โดยประกาศนี้ Binance แจ้งว่า ทางบริษัทได้ทำการประเมินผลิตภัณฑ์ และบริการอยู่ตลอดเพื่อให้ปฏิบัติไปตามกฎระเบียบของแต่ละประเทศ ทำให้บริษัทต้องหยุดให้การสนับสนุนภาษาไทย โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 19 พฤศจิกายน 2021 ทางบริษัทเข้าใจว่าเรื่องนี้จะมีผลกระทบต่อผู้ใช้งานคนไทย แต่เราก็กำลังพยายามทำงานพูดคุยกับผู้กำกับดูแลในประเทศไทยเพื่อแก้ไขในเรื่องนี้  ทำให้เทรดเดอร์ชาวไทยหลายคนรู้สึกกังวลอย่างมากว่าในอนาคตแอปเทรดคริปโตอย่าง Binance จะถูกยกเลิกให้บริการหรือไม่ ทางทีมงาน WikiBit ได้สำรวจความคิดเห็นของเทรดเดอร์ชาวไทยจึงพบว่าหลายคนมีความคิดเห็นดังนี้  1. เนื่องด้วย Binance เป็นกระดานเทรดนอก กลต. ไม่สามารถควบคุมการทำงานหรือระบบของ Binance ได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังไม่ได้รับใบอนุญาตจาก กลต. จึงทำให้ถูกกดดันเป็นเหตุที่ Binance จำเป็นต้องยกเลิกภาษาไทย  2. หลายคนมองว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะการที่ถูก กลต. กดดันแต่ถ้า Binance ไม่ยอมถอยหนึ่งก้าว อาจจะโดนแบนถาวร ไม่สามารถใช้หรือเข้าเว็บไซต์ของ Binance ได้อีกต่อไป  ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลอะไร คงต้องให้เวลาเป็นคำตอบ สำหรับใครที่กังวลว่าจะไม่สามารถเทรดคริปโตโดยใช้กระดานต่างประเทศไทย ให้ใช้แอป WikiBit ช่วยคุณสิ แอป WikiBit จะมีข้อมูลของแอปเทรดคริปโตทั่วโลกที่คุณสามารถตรวจสอบความน่าเชื่อถือได้ อีกทั้งยังมีข้อมูลของเหรียญ, Defi , โครงการต่าง ๆ เพื่อป้องกันคุณไปลงทุนแชร์ลูกโซ่ด้วยนะ!

2021-11-13การวิเคราะห์เชิงลึก

รู้จัก ‘FALSE BREAKOUT’ กราฟหลอกที่เทรดเดอร์คนไหนก็ไม่อยากเจอ!!

วันนี้ WikiFX พาคุณมารู้จักสิ่งที่เรียกว่า ‘False Breakout หรือ Fake Breakout’ ดูจากชื่อแล้วไม่น่าใช่เรื่องดีนัก เพราะสิ่งนี้แหละที่หลอกให้เทรดเดอร์เข้าใจตลาดผิด เงินหาย กระเป๋าหดกันไปเยอะแล้ว False Breakout คืออะไร? ทำไมใคร ๆ ไม่อยากเจอ หาคำตอบได้ในบทความนี้  ก่อนที่จะไปถึง False Breakout เรามาทวนกันก่อนว่า Breakout คืออะไร? Breakout คือการที่กราฟ มีราคาทะลุแนวรับ หรือแนวต้านที่เราตั้งไว้ เมื่อราคาของคู่เงินนั้น ๆ วิ่งมาจนสามารถทะลุแนวรับ หรือแนวต้านได้นั้น เราจะเรียกลักษณะอาการของกราฟช่วงนี้ว่าเกิดการ Breakout (เบรก-เอ้าท์)  โดยปกติกราฟราคาที่ได้ Breakout ออกมาแล้ว มักจะเคลื่อนที่ต่อในแนวโน้มเดิม เราก็ซื้อขายตามแนวโน้มนั้น ๆ แต่บางครั้งมันเกิดเรื่องไม่คาดฝัน คือกรณีที่ราคากลับ ‘สวนทาง’ กับที่คาดไว้ แล้วหวนกลับเข้าแนวโน้มเดิม พูดง่าย ๆ คือกราฟหลอกเราว่าราคาจะไปทางนึง แต่สุดท้ายกับไปทางตรงข้าม ทำให้การลงทุนไม่เป็นอย่างที่เราคิด และอาจสร้างความเสียหายตามมา ซึ่งนี่แหละคือ ‘False Breakout’  False Breakout สามารถแบ่งออกได้เป็นสองประเภทหลัก ๆ ตามทิศทางของการ Breakout  1. Bull Trap (กับดักขาขึ้น) คือลักษณะ False Breakout ที่เกิดขึ้นเมื่อกราฟราคาได้ Breakout ออกจากแนวต้านขึ้นไป แล้วถดถอยลงมาอยู่ในช่วงราคาเดิมในระยะเวลาอันสั้น  2. Bear Trap (กับดักขาลง) คืออีกลักษณะหนึ่งของ False Breakout เป็นสัญญาณหลอกว่าแนวโน้มในตลาดกำลังจะเป็นขาลง เนื่องจากกราฟราคาได้ Breakout ออกจากแนวรับ อย่างไรก็ตาม หลังเวลาได้ผ่านไปสักพัก กราฟราคาก็กลับเข้าไปอยู่ในแนวโน้มเดิม  วิธีหลีกเลี่ยง False Breakout  วิธีหลีกเลี่ยง False Breakout ไม่ได้ยากนัก แทนที่คุณจะดำเนินการซื้อขายแบบเรียลไทม์ทันทีที่ราคาทะลุแนวรับแนวต้าน เราควรรอจนกว่าแท่งเทียนจะปิดเพื่อยืนยันความแข็งแกร่งของ Breakout ดังนั้น แนวคิดในการตั้งค่าคำสั่งซื้อเข้าให้สูงหรือต่ำกว่าระดับแนวรับหรือแนวต้านเพื่อให้เราเข้าสู่การซื้อขายแบบ Breakout โดยอัตโนมัติจึงไม่ใช่แนวคิดที่ดีนัก เพราะคำสั่งแบบนั้นอาจฆ่าเรา ทำให้เราไปเจอ False Breakout ก็ได้  เราขอแนะนำให้ใช้การแจ้งเตือนราคาปิดของแท่งเทียนแต่ละอันเป็นหลัก คือคุณจะได้รับการแจ้งเตือนก็ต่อเมื่อแนวรับหรือแนวต้านทะลุผ่านการปิดของแท่งเทียนนั้น ๆ นี้ คุณจะได้รับการแจ้งเตือน เมื่อเข้าสู่ระบบบนคอมพิวเตอร์ หรือแอปพลิเคชันมือถือ เมื่อเลือกแล้ว เราจะได้รับการแจ้งเตือนก็ต่อเมื่อแท่งเทียนปิดเกินระดับราคาที่เราเลือก แทนที่จะได้รับการแจ้งเตือนทันทีที่ราคาทะลุแบบเรียลไทม์สำหรับกราฟรายชั่วโมง  อีกกลยุทธ์หนึ่งในการหลีกเลี่ยง False Breakout คือลองเช็คกราฟใน Timeframe อื่น ๆ ถ้าอยู่ที่ Timeframe สั้น ๆ 4 ชั่วโมง ก็อาจขยายไปยัง Timeframe ที่กว้างขึ้น เช่น รายวัน หรือรายสัปดาห์ และดูแนวโน้มโดยรวมได้ หากราคา breaks down ใน Timeframe ที่เล็กกว่า แต่ไม่ได้อยู่ในกราฟ Timeframe ที่ยาว ๆ นั่นอาจจะเป็น False Breakout  False Breakout เป็นศัพท์ทางเทคนิคที่ยากพอสมควร สำหรับมือใหม่ เราแนะนำให้ค่อย ๆ ศึกษาไปทีละขั้นนะ และซักวันคุณจะเซียนในตลาดนี้แน่นอน! ถ้าอยากเรียนรู้เทคนิค กลยุทธ์ ข่าวสารในตลาด Forex พร้อมประสบการณ์ดี ๆ จากกูรูทั่วโลก ก็ต้องดาวน์โหลดแอป WikiFX ติดมือถือไว้เลย โหลดฟรี มีให้อ่านทุกวันนะ!  ขอบคุณข้อมูลจาก: dailyfx.com, daytradetheworld.com, konlenforex.com และ protradingnow.com

2021-11-12การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
8486
...
142