เหรียญมีมที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก Elonmusk ราคาร่วงลดลงกว่า 95%

Elonomics (ELONOM) เหรียญมีมตัวใหม่ที่เพิ่งแจ้งเกิดไปเมื่อไม่นานมานี้) ได้เห็นมูลค่าที่ผันผวนอย่างบ้าคลั่ง โดยมีราคาพุ่งขึ้นเกือบ 20 เท่า แตะจุดสูงสุดที่ระดับ 77 ดอลลาร์ในวันจันทร์ที่ 8 พ.ย. ทำให้เหรียญดังกล่าวกลายเป็นกระแสถูกพูดถึงกันอย่างรวดเร็วบนทวีตเตอร์ อย่างไรก็ตามเช่นเดียวกับเหรียญมีมที่มีลักษณะเก็งกำไรตัวอื่น ๆ ราคาเหรียญ Elonomic ได้ร่วงลดลงอย่างรวดเร็ว ไม่นานหลังจากนั้น ซึ่งในขั้นต้นราคาได้ร่วงลดลงกว่า 45% และมีการซื้อขายกันยู่ที่ 27.35 ดอลลาร์ ในวันที่ 9 พ.ย ก่อนที่ราคาจะฟื้นตัวกลับขึ้นมาเล็กน้อยประมาณ 20% ในวันที่ 10 และร่วงลงอีกครั้งในช่วงเมื่อวานนี้  คิดเป็นมูลค่าที่ลดลงราว ๆ 95% ELONOM เป็นเหรียญคริปโตที่มีกลไกอุปทานเหรียญแบบยืดหยุ่น ที่มีการตั้งค่าโปรแกรมให้อุปทานเหรียญถูกปรับเพิ่มขึ้นหรือลดลง ขึ้นอยู่กับราคาที่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งในทางทฤษฏีกลไกนี้ควรจะช่วยลดความผันผวนให้กับราคาของเหรียญ แต่เห็นได้ชัดจากมันไม่เป็นไปอย่างที่คาดการณ์เอาไว้ เนื่องจากอัลกอริธึมดังกล่าวนี้ยังคงอยู่ในระหว่างการพัฒนา ในขณะที่เขียนรายงานอยู่นี้ราคาเหรียญที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Elon musk มีมูลค่าการซื้อขายกันอยู่ที่ $5.03 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา อ้างอิงข้อมูลจาก Coinmarketcap

2021-11-11การวิเคราะห์เชิงลึก

Bitcoin ถอยจากระดับสูงสุด ท่ามกลางเงินเฟ้อที่คุมไม่อยู่

Bitcoin ร่วงลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในวันพุธ เนื่องจากนักลงทุนดูเหมือนจะยุติการเดิมพันขาขึ้นของพวกเขา แม้ว่าสกุลเงินดิจิตอลที่ได้รับความนิยมดูเหมือนจะสะสมชื่อเสียงในฐานะทรัพย์สินป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ  Bitcoin ลดลง 0.40% สู่ 66,528.4 ดอลลาร์ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ทำสถิติสูงสุดถึง 68,990 ดอลลาร์  การเพิ่มขึ้นของ BTC ในช่วงก่อนหน้านี้เกิดขึ้นจากความกังวลเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นหลังจากข้อมูลแสดงให้เห็นว่าราคาผู้บริโภคในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่ปี 2533  “ไม่ต้องสงสัยเลยว่ารายงานอัตราเงินเฟ้อเมื่อคืนนี้ยืนยันว่าราคาผู้บริโภคไม่สามารถควบคุมได้อีกต่อไป” สติเฟล กล่าวในหมายเหตุ  จากภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น ชื่อเสียงของ bitcoin ในฐานะตัวเก็บมูลค่าหรือ “ทองคำดิจิตอล” - ด้วยอุปทานที่จำกัดและผลตอบแทนที่เกินมาตรฐานมาเป็นเวลานาน - ได้เสริมความแข็งแกร่งในฐานะทรัพย์สินป้องกันความเสี่ยงจากแรงกดดันด้านราคาที่สูงขึ้น  การถอยจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เกิดขึ้นแม้ว่าจะมีสัญญาณปรากฏขึ้นเมื่อต้นสัปดาห์นี้ว่านักลงทุนยังคงย้าย BTC จากการแลกเปลี่ยนไปยังที่เก็บข้อมูลส่วนตัว ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความต้องการของนักลงทุนที่ต้องการถือคริปโตยอดนิยมในระยะยาว  “แม้จะอยู่ต่ำกว่าระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์(ATH) แต่กิจกรรมบนเครือข่ายยังคงสูงกว่าช่วงภาวะตลาดหมีเพียงเล็กน้อย นอกจากนี้ อัตราการแลกเปลี่ยนยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง และรายรับจากการขุดและรายได้เป็นดอลลาร์กำลังเข้าใกล้ระดับสูงสุดใหม่” Glassnode กล่าวในรายงานประจำสัปดาห์ที่เผยแพร่เมื่อต้นสัปดาห์นี้  ในขณะเดียวกัน คนอื่น ๆ ระบุว่าการเพิ่มขึ้นของ Bitcoin เมื่อเร็ว ๆ นี้เป็นไปตามความคาดหวังจากเงินที่ไหลเข้ามาซื้อกองทุนสัญญาซื้อขายล่วงหน้า Bitcoin ซึ่งจะมีการพิจารณาอนุมัติเพิ่มเติมจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ในวันที่ 14 พฤศจิกายน  “การมองโลกในแง่ดีในตลาดคริปโตกำลังเติบโต … แต่ปัจจัยบวกนี้อาจเกิดจากความคาดหวังที่เกิดจาก ETF ดังนั้นโปรดระวังเส้นตายของสำนักงาน ก.ล.ต. ในวันที่ 14 พฤศจิกายน” Arcane Research กล่าวเสริม

2021-11-11การวิเคราะห์เชิงลึก

รวม 5 เหรียญคริปโตที่ ‘เติบโตมากที่สุด’ ในปี 2021

ถ้าคุณคิดว่าปีที่แล้ว Crypto มาแรงสุด ๆ แล้ว บอกเลยว่าปีนี้เติบโตแบบยิ่งใหญ่กว่าเดิมมาก! บทความนี้ เราจะพาคุณไปสำรวจ 5 สกุลเงินดิจิทัลที่เติบโตเร็วที่สุดในปี 2021 ซึ่งคุ้มค่าที่จะจับตาดูอย่างแน่นอน!!   1. Cardano (ADA) – เติบโต 1,700%  Cardano เป็นแพลตฟอร์ม Proof of Stake ที่นักพัฒนาสามารถสร้างแอปพลิเคชันที่ใช้บล็อกเชนได้ แพลตฟอร์มนี้เป็น “บล็อคเชนที่มีหลักฐานเป็นฐาน” เนื่องจากต้องผ่านการทดสอบทางวิชาการอย่างเข้มงวดก่อนที่จะมีการอัพเกรดเครือข่าย  แม้ว่า Cardano จะมีฟังก์ชันการทำงานที่คล้ายคลึงกับ Ethereum แต่ก็ทำงานแตกต่างกันและมีเป้าหมายหลักในการเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้น ไม่นานหลังจากเปิดตัวในปี 2560 มูลค่าตามราคาตลาดของสกุลเงินดิจิทัลเพิ่มขึ้นจาก 600 ล้านดอลลาร์เป็น 1 หมื่นล้านดอลลาร์ในเวลาไม่กี่เดือน วันนี้บริษัทมีมูลค่า 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์และได้ก้าวเข้าสู่ 5 อันดับแรกของสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดโดยพิจารณาจากมูลค่าตลาด  ต้นปีเหรียญ ADA เปิดที่ราคา $0.17 ค่าสูงสุดตลอดกาลของเหรียญนี้อยู่ที่ $3.10 บันทึกเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2021 หลังจากทะลุระดับสูงสุดตลอดกาลหลายครั้งตลอดปี แสดงการเติบโตในปีนี้ที่ 17 เท่า   2. Ethereum (ETH) - เติบโต 560%  ไม่แปลกที่ Ethereum เติบโตมากขนาดนี้ เนื่องจากการอัปเกรดเครือข่ายหลายครั้งและอุตสาหกรรม DeFi ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง สกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่เป็นอันดับสองทำสถิติสูงสุดตลอดกาลหลายครั้งในปีนี้ ด้วยเป้าหมายของการกระจายอำนาจทางอินเทอร์เน็ต การอัพเกรดเครือข่าย ไม่เพียงแต่ทำให้ราคาสูงขึ้นเท่านั้น แต่ยังได้รับความสนใจจากสื่อในวงกว้างอีกด้วย  Ethereum แตะระดับสูงสุดที่ $4,837.59 ในวันที่ 9 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา Ethereum ขณะที่ต้นปีเปิดการซื้อขายที่ $730 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตกว่า 560% ตั้งแต่ต้นปี   3. Polkadot (DOT) - เติบโต 500%  Polkadot เป็นเครือข่ายที่สร้างขึ้นเพื่อเปิดใช้งานการถ่ายโอนสินทรัพย์และข้อมูล cross-chain ทำให้เครือข่ายบล็อคเชนสามารถทำงานร่วมกันได้ แพลตฟอร์มได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างเว็บที่มีการกระจายอำนาจ ซึ่งช่วยให้แต่ละเครือข่ายสามารถควบคุมแยกกันได้ สามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างง่ายดาย ทำให้กระบวนการสร้างแอปพลิเคชัน บริการ และแม้แต่สถาบันใหม่ง่ายขึ้น  DOT การเปิดราคาต้นปีที่ $9.14 และแตะระดับสูงสุดตลอดกาลที่ $55 เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา จากต้นปี DOT มีมูลค่าเพิ่มขึ้น 500%   4. Chainlink (LINK) - เติบโต 345%  Chainlink พร้อมที่จะเป็นสะพานเชื่อมระหว่าง blockchain และโลก “ภายนอก” เนื่องจากความสามารถในการเชื่อมต่อข้อมูลในโลกแห่งความเป็นจริงกับสัญญาอัจฉริยะ ผ่านเครือข่าย oracle แพลตฟอร์มอำนวยความสะดวกในการรวมฟีดข้อมูลภายนอก เหตุการณ์ และวิธีการชำระเงินด้วยสัญญาอัจฉริยะที่ซับซ้อน Chainlink เป็นผู้บุกเบิกในพื้นที่นี้และยังคงเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มแรกๆ ที่ทำสิ่งนี้  LINK เปิดตัวในปีนี้ที่ $11.87 ทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนพฤษภาคมปีนี้ โดยแตะระดับ $52.88 เพิ่มขึ้น 345% ในเวลาเพียง 5 เดือน   5. Bitcoin (BTC) - เติบโต 224%  สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด Bitcoin มีการเติบโตอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ในปีนี้ Bitcoin ยังคงครองตลาดและมีมูลค่าสูงสุด สกุลเงินดิจิทัลยังคงเป็นที่ชื่นชอบในหมู่นักลงทุนหน้าใหม่และผู้มีประสบการณ์ และเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางที่สุด  เปิดปีที่ $21,148 Bitcoin เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง (โดยมีการตกลงมาหลายครั้ง) สู่ระดับสูงสุดใหม่ตลอดกาลที่ $68,530.34 ในวันที่ 9 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เติบโตขึ้น 224% ในปี 2021  ในขณะที่โลกของบล็อคเชนยังคงพัฒนาต่อไป ศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัดของการกระจายอำนาจนั้นชัดเจนยิ่งขึ้น คริปโตเคอเรนซี่ที่เติบโตเร็วที่สุด 5 อันดับแรกเหล่านี้ล้วนมีการใช้งานที่เป็นประโยชน์อย่างมาก และได้พิสูจน์แล้วว่าเหรียญเหล่านี้กลายเป็นส่วนสำคัญของระบบคริปโต  นอกจาก 5 เหรียญนี้ คุณยังสามารถดูข้อมูลเชิงลึกของเหรียญอื่น ๆ อีกมากมายในโลกคริปโต พร้อมติดตามข่าวสารที่สดใหม่ รวดเร็ว ถึงใจ พร้อมบทความเกร็ดความรู้ในโลกคริปโตแบบนี้ ได้ที่ “WikiBit” แอปนำเสนอข่าวสารวงการคริปโต พร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพียงแค่กดค้นหา ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบจัดเต็ม ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!

2021-11-10การวิเคราะห์เชิงลึก

เหรียญคริปโตตัวหนึ่งมีราคาพุ่งขึ้นกว่า 800 % หลัง Elon Musk เปลี่ยนชื่อทวีต

เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา Elon Musk ซีอีโอของ Tesla ได้เปลี่ยนชื่อ Twitter ของเขาเป็น “Lorde Edge” ส่งผลทำให้เหรียญคริปโตตัวหนึ่งมีราคาพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงกว่า 800% ตามรายงานของ Insider การเคลื่อนไหวทวีตล่าสุดของ Elon Musk ทำให้มีกระแสการเก็งกำไรเกิดขึ้นในตลาดเป็นจำนวนมาก และเหรียญคริปโต Lorde Edge ก็เพิ่งเปิดตัวได้ไม่นานหลังจากนั้นและมีมูลค่าเพิ่มขึ้นกว่า 800% จากระดับ 0.000003192 ดอลลาร์ ไปจุดสูงสุดที่ 0.00002954 ดอลลาร์   ก่อนที่จะร่วงลดลงเหลือ 0.000001934 ดอลลาร์ในเวลาต่อมา บัญชีที่เกี่ยวข้องกับเหรียญตัวใหม่นี้ เปิดเผยบน Twitter ว่า ปัจจุบันมีกระเป๋าเงิน Ethereum จำนวนมากกว่า 2,000 ใบที่ถือครองเหรียญนี้อยู่ และเหรียญดังกล่าวมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ประมาณ 20.3 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตามหลายคนตั้งข้อสังเกต Elon Musk ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับโปรเจกต์เหรียญดังกล่าว เนื่องจากเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา Musk ได้คำถามผู้ใช้ทวีตรายหนึ่งที่ถามเขาว่าได้ถือเหรียญ $FLOKI หรือไม่ Musk กล่าวสั้น ๆว่า เขาถือเพียง BTC, ETH และ DOGE ในขณะที่ Tesla บริษัทของเขาลงทุนใน Bitcoin เพียงอย่างเดียว

2021-11-10การวิเคราะห์เชิงลึก

CEO ของ Apple นาย Tim Cook ออกมาเปิดเผยว่าถือเหรียญคริปโตอยู่

Tim Cook CEO ของบริษัทด้านเทคโนโลยีระดับโลก Apple (NASDAQ:AAPL) เปิดเผยว่าเขาลงทุนใน Bitcoin หรือ Ethereum เป็นการส่วนตัว ด้วยมูลค่าตลาดปัจจุบันที่ 2.476 ล้านล้านดอลลาร์ทำให้ปัจจุบัน Apple อยู่ในอันดับที่ 2 ของบริษัทที่ใหญ่เป็นอันดับสองของโลก Tim Cook ได้ออกมากล่าวในการประชุม DealBook เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา โดยเปิดเผยว่าเขาลงทุนใน Bitcoin หรือ Ethereum ใน Wallet ส่วนตัวของเขา  เมื่อถูกถามว่าเขาเป็นเจ้าของทั้งสองอย่างหรือไม่ เขากล่าวว่า: “ผมมีอยู่ ผมคิดว่ามันสมเหตุสมผลที่จะเป็นเจ้าของมันโดยเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตโฟลิโอการลงทุนที่หลากหลาย แต่ผมก็ไม่ได้ให้คำแนะนำการลงทุนแก่ใครเลย” Tim กล่าวว่าเขาสนใจ crypto มาระยะหนึ่งแล้วและเขาก็กำลังค้นคว้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วย ก่อนหน้านี้มีการคาดการณ์กันอย่างมากมายว่า Apple จะเข้ามามีส่วนร่วมในอุตสาหกรรมนี้ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แต่นาย Tim ก็ออกมาปฏิเสธความเป็นไปได้ที่ Apple จะซื้อคริปโตด้วยเงินทุนขององค์กรเพื่อการลงทุน นอกจากนี้เขายังปฏิเสธข้อเสนอที่ว่าบริษัทอาจยอมรับคริปโตเป็นหนึ่งในช่องทางการใช้จ่ายอีกด้วย “ผมจะไม่ไปลงทุนใน crypto ไม่ใช่เพราะว่าผมจะไม่ลงทุนด้วยเงินของตัวเอง แต่เพราะผมไม่คิดว่ามีคนซื้อหุ้น Apple เพื่อเข้าถึง crypto”

2021-11-10การวิเคราะห์เชิงลึก

แบงก์ชาติสิงคโปร์เตือนแมงเม่าเสี่ยงลงทุนคริปโต

ธนาคารกลางสิงคโปร์ออกโรงเตือนในวันอังคาร(9พ.ย.)ว่า นักลงทุนรายย่อยมีความเสี่ยงอย่างมากในการนำเงินไปลงทุนในสกุลเงินคริปโต เนื่องจากมีความผันผวนสูงจากการเก็งกำไร  “ราคาสกุลเงินคริปโตไม่ได้อ้างอิงอยู่บนปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ และมีแนวโน้มแกว่งตัวรุนแรงจากการเก็งกำไร” นายราวี เมนอน กรรมการผู้จัดการของธนาคารกลางสิงคโปร์กล่าวในงานสิงคโปร์ ฟินเทค เฟสติวัล  ทั้งนี้ บิตคอยน์ทะยานขึ้น 130% ในปีนี้ ขณะที่อีเธอร์เรียมทะยานขึ้น 550% แต่ทั้งสองสกุลเงินต่างก็มีการปรับตัวอย่างผันผวน  อย่างไรก็ดี นายเมนอนกล่าวว่า บล็อกเชนและสกุลเงินคริปโตยังคงมีประโยชน์ในการช่วยทำให้การชำระเงินมีราคาถูกลงและรวดเร็วขึ้น  สำหรับในประเด็นการพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (ซีบีดีซี) นั้น นายเมนอนกล่าวว่า ธนาคารกลางสิงคโปร์มองว่าเรื่องดังกล่าวยังไม่ถือเป็นประเด็นเร่งด่วน โดยธนาคารกลางจะทำงานร่วมกับภาคเอกชนในการพัฒนาเทคโนโลยีและปัจจัยพื้นฐานสำหรับซีบีดีซี หากมีการตัดสินใจที่จะดำเนินการดังกล่าวในอนาคต  ธนาคารกลางสิงคโปร์เตือนความเสี่ยงของการลงทุนในสกุลเงินคริปโต หลังจากบิตคอยน์พุ่งขึ้นทะลุระดับ 68,000 ดอลลาร์ ยืนเหนือ 2,250,000 บาทในวันนี้ ทำสถิติสูงสุดตลอดกาลครั้งใหม่  เมื่อเวลา 17.12 น.ของวันอังคาร ตามเวลาไทย บิตคอยน์พุ่งขึ้น 3.2% สู่ระดับ 68,214.75 ดอลลาร์ ในการซื้อขายบนแพลตฟอร์ม Coinbase  นายวิกรม บัณฑิต อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารของซิตี้กรุ๊ป กล่าวว่า ในไม่ช้า ธนาคารขนาดใหญ่ทุกแห่งจะทำการพิจารณาอย่างจริงจังในการเข้าทำธุรกรรมซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล  “ภายในเวลา 1-3 ปี ธนาคารขนาดใหญ่ทุกแห่ง รวมทั้งบริษัทหลักทรัพย์จะพิจารณาอย่างจริงจังว่า ‘เราควรเข้าทำการซื้อขายสกุลเงินคริปโตหรือไม่’” นายบัณฑิตกล่าว  คำกล่าวของนายบัณฑิตถือเป็นสัญญาณล่าสุดที่บ่งชี้ว่าอุตสาหกรรมธนาคารกำลังสนใจเข้าลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล หลังจากที่เมื่อปีที่แล้ว สถาบันการเงินหลายแห่ง ซึ่งรวมถึง ธนาคาร BNY Mellon, บริษัทแบล็คร็อค และมาสเตอร์การ์ดประกาศเข้าลงทุนในธุรกิจดังกล่าว  Revelio ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลในตลาดการเงิน เปิดเผยว่า ธนาคารขนาดใหญ่ในตลาดหุ้นวอลล์สตรีทกำลังว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านสกุลเงินดิจิทัลจำนวนมากเพื่อรองรับกระแสความสนใจในธุรกิจดังกล่าว  Revelio เปิดเผยว่า โกลด์แมน แซคส์ได้ว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญสกุลเงินคริปโตจำนวน 82 ตำแหน่ง, เวลส์ ฟาร์โกว่าจ้าง 74 ตำแหน่ง, ฟิเดลิตี้ 68 ตำแหน่ง และเจพี มอร์แกน 63 ตำแหน่ง  ข้อมูลจาก CoinGecko ระบุว่า สกุลเงินดิจิทัลมีมูลค่าตลาดพุ่งขึ้นสู่ระดับ 3.007 ล้านล้านดอลลาร์เมื่อวานนี้ โดยทำสถิติมากกว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ขณะที่สกุลเงินคริปโตได้รับความสนใจมากขึ้นจากนักลงทุนสถาบัน  ทั้งนี้ CoinGecko เป็นแหล่งข้อมูลสกุลเงินดิจิทัลใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีการรวบรวมข้อมูลสกุลเงินดิจิทัลมากกว่า 10,000 สกุลทั่วโลก  “สกุลเงินคริปโตกำลังได้รับการยอมรับเข้าสู่ระบบการเงินแบบดั้งเดิม ขณะที่นักลงทุนทุกคนต่างก็จะเข้าร่วมลงทุน” นายไอเปค ออสคาร์เดสกายา นักวิเคราะห์จาก SwissQuote กล่าว  นอกจากนี้ สกุลเงินคริปโตยังได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนมองว่าสกุลเงินดังกล่าวถือเป็นสินทรัพย์ประกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ  ด้านนายพอล ทิวดอร์ โจนส์ ซึ่งเป็นผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์รายใหญ่ กล่าวก่อนหน้านี้ว่า เขาชื่นชอบบิตคอยน์มากกว่าทองคำในฐานะเครื่องมือประกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ  ที่ผ่านมา บริษัท ProShares ได้เปิดตัวกองทุน ETF บิตคอยน์เป็นครั้งแรกในตลาดหุ้นนิวยอร์กในเดือนต.ค.

2021-11-10การวิเคราะห์เชิงลึก

ลุงโฉลกออกโรงเตือน ‘เหรียญชิบะ (Shiba)’ ถึงจุดจบแล้ว ไม่มีเวฟต่อไป?

เดือนตุลาคมที่ผ่านมามูลค่าของเหรียญ SHIB หรือ Shiba Inu มาแรงแซงทางโค้งมาก! พุ่งสูงขึ้นกว่า 1000% จนติดอันดับ 1 ใน 10 ของเหรียญที่มีมูลค่าสูงสุดของตลาดคริปโตมาแล้ว ทั้ง ๆ ที่เป็นเหรียญมีม ไม่ได้มีเหตุผลเฉพาะใด ๆ ให้เหรียญเติบโตก็ตาม ล่าสุดลุงโฉลก ปรมาจารย์แห่งการลงทุนชื่อดังของไทย ก็ได้ออกมาวิเคราะห์อนาคตเจ้าเหรียญนี้ไว้ด้วย จะเป็นอย่างไรไปดูกัน!  มีแฟน ๆ ฝากคำถามถึงลุงโฉลกให้ช่วยวิเคราะห์กราฟเหรียญชิบะหน่อยว่าจะมีเวฟต่อไปไหม? ลุงไม่รอช้ามาตอบคำถามผ่านช่อง Youtube: ChalokeDotCom ลุงเล่าว่า ตอนเข้าตลาด เหรียญนี้เหมือนจะเป็นหมาอีกตัวนึงที่ทำผลงานได้ดี ลุงพาย้อนกลับดูแต่ละเวฟของเหรียญที่ผ่านมา ว่ามีจังหวะที่ควรเข้าซื้อ ซึ่งน่าสนุกนะ ดู ๆ ไปกำไรนับไม่ไหว แต่ ๆ ๆ ๆ สำหรับ ‘เวฟ 4’ เวฟต่อไป ลุงไม่เจอ “เหรียญหมาจบแค่นี้”  สำหรับคนที่เข้าซื้อตามสัญญาณก่อนหน้านี้ก็เป็นมหาเศรษฐี ดีใจด้วย! ส่วนคนที่ไม่ได้ซื้อจะมาเข้าตอนนี้เข้าไม่ได้นะ เพราะ Stop Loss ไกลเกินไป จบแล้ว สำหรับคนที่ซื้อไปแล้วก็อาจจะ Take profit ซักครึ่งนึง ที่เหลือก็ปล่อยให้มันรันไป  ไม่รู้ว่าราคาเหรียญนี้จะเป็นไปตามที่ลุงคาดหรือไม่ แต่ต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ราคาเหรียญชิบะก็ร่วงลงมาเรื่อย ๆ ขณะนี้อยู่ที่ราคา $0.00005696 ซึ่งร่วงลงจากจุดสูงสุดในวันที่ 28 ต.ค. แล้วกว่า 34% โดยมีข่าวลือว่านักลงทุนรายใหญ่กำลังเทขายเหรียญชิบะ ซึ่งสร้างความปั่นป่วนแก่นักลงทุนรายย่อยที่ถือเหรียญชิบะอยู่ไม่น้อย ขณะที่ในต่างประเทศ ก็มีผู้เชี่ยวชาญสองท่านได้ออกมากล่าวว่าเหรียญ Shiba Inu อาจพังในไม่ช้า  Peter Mallouk ซีอีโอด้านการวางแผนสร้างสรรค์กล่าวว่า เหรียญ Shiba Inu จะไม่ประสบผลสำเร็จมากนัก แต่กลับพังทลายลงหลังจากราคาพุ่งสูงขึ้น “ชิบะอินุกำลังจะเป็นศูนย์” “มันอาจจะไปดวงจันทร์ก่อน แต่มันจะเป็นการเดินทางไปกลับพร้อมกับการลงจอดที่ผิดพลาด”  เจฟฟ์ ลูอิส ผู้ก่อตั้ง Bedrock Capital เปรียบเทียบเหรียญ Shiba Inu กับ Pets.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่เชื่อมโยงกับความผิดพลาดทางอินเทอร์เน็ตในช่วงต้นทศวรรษ 2000 Shiba Inu คือ Pets.com เวอร์ชัน 2021 ขณะนั้น เว็บไซต์ดังกล่าวได้รับความนิยมอย่างล้นหลามเมื่ออินเทอร์เน็ตเริ่มล้นหลามกับธุรกิจ บริษัท และเว็บไซต์ใหม่ๆ แต่ในที่สุดฟองสบู่นั้นก็ระเบิด ทำให้เกิดความผิดพลาดครั้งใหญ่  ทั้งนี้ ข้อมูลทั้งหมดก็รวบรวมจากผู้เชี่ยวชาญในไทย และต่างประเทศ ซึ่งมันไม่สามารถการันตีทิศทางของเหรียญชิบะได้ 100% และบทความนี้ก็ไม่ได้มีเจตนาชี้นำการลงทุนแต่อย่างใด การลงทุนมีความเสี่ยง นักลงทุนต้องศึกษารายละเอียดด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุน  คุณสามารถติดตามข่าวสารที่สดใหม่ รวดเร็ว ถึงใจ พร้อมบทความเกร็ดความรู้ในโลกคริปโตแบบนี้ ได้ที่ “WikiBit” แอปนำเสนอข่าวสารวงการคริปโต และพร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพียงแค่กดค้นหา ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบจัดเต็ม ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!  

2021-11-09การวิเคราะห์เชิงลึก

Elon Musk กล่าวถึงการอัพเกรด Dogecoin ครั้งใหม่ว่าเป็นเรื่องที่ ‘สำคัญ’

CEO ของ Tesla และแฟนตัวยงของเหรียญ Doge Coin นาย Elon Musk ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการอัพเกรดเหรียญครั้งใหม่ พร้อมเน้นย้ำให้ผู้ติดตามทุกคนบนทวีตของเขาเห็นว่า “มันมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง” ความคิดเห็นของ Musk เกิดขึ้นไม่นาน หลังจากที่ทีมนักพัฒนามีการประกาศทวีตว่า Dogecoin Core เวอรชัน 1.14.5 นั้นใกล้พร้อมที่จะเปิดตัวแล้ว   เป็นที่สังเกตว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Musk พยายามชี้ให้ทุกคนเห็นถึง “ความสำคัญ” ของการตัวเกรด โดยย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ในเดือนสิงหาคมเขาก็เคยได้พูดคำ ๆ นี้ไว้ด้วยเช่นกัน ด้วยการอัปเกรดใหม่นี้ ค่าธรรมเนียมในการสร้างบล็อกจะถูกปรับตั้งใหม่อยู่ที่ 0.01 DOGE หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 0.002 ดอลลาร์ต่อหนึ่งกิโลไบต์บน Core Wallet

2021-11-09การวิเคราะห์เชิงลึก

บิตคอยน์พุ่งทะลุ 67,000 ดอลล์หนุนมาร์เก็ตแคปเงินคริปโตทะยาน

ราคาบิตคอยน์พุ่งขึ้นทะลุระดับ 67,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกและทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงเช้านี้ ขณะที่ราคาอีเธอร์เรียมดีดตัวขึ้นเหนือระดับ 4,800 ดอลลาร์ โดยได้แรงหนุนจากมุมมองเชิงบวกที่ว่า ธุรกิจในภาคส่วนต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงภาคธนาคารจะให้ความสนใจสกุลเงินดิจิทัลกันอย่างคึกคัก  เมื่อเวลา 07.34 น.ตามเวลาไทย ราคาบิตคอยน์พุ่งขึ้น 1,372 ดอลลาร์ หรือ 2.07% แตะที่ 67,547 ดอลลาร์ ขณะที่ราคาอีเธอร์เรียม ปรับตัวขึ้น 29.92 ดอลลาร์ หรือ 0.63% แตะที่ 4,803.77 ดอลลาร์  ข้อมูลบนแพลตฟอร์ม CoinGecko ระบุว่า ราคาบิตคอยน์และอีเธอร์เรียมต่างก็พุ่งขึ้นกว่า 2 เท่านับตั้งแต่เดือนมิ.ย.ปีนี้ ซึ่งส่งผลให้มูลค่าตลาดของสกุลเงินคริปโตพุ่งขึ้นเหนือระดับ 3 ล้านล้านดอลลาร์แล้วในขณะนี้  Revelio ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลในตลาดการเงิน เปิดเผยว่า ธนาคารขนาดใหญ่ในตลาดหุ้นวอลล์สตรีทกำลังทำการว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านสกุลเงินดิจิทัลจำนวนมากเพื่อรองรับกระแสความสนใจในธุรกิจดังกล่าว  Revelio เปิดเผยว่า โกลด์แมน แซคส์ได้ว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญสกุลเงินคริปโตจำนวน 82 ตำแหน่ง, เวลล์ ฟาร์โกว่าจ้าง 74 ตำแหน่ง, ฟิเดลิตี้ 68 ตำแหน่ง และเจพี มอร์แกน 63 ตำแหน่ง  ด้านนายวิกรม บัณฑิต อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารของซิตี้กรุ๊ป คาดการณ์ว่า ในไม่ช้า ธนาคารขนาดใหญ่ทุกแห่งจะทำการพิจารณาอย่างจริงจังในการเข้าทำธุรกรรมซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล  “ภายในเวลา 1-3 ปี ธนาคารขนาดใหญ่ทุกแห่ง รวมทั้งบริษัทหลักทรัพย์จะพิจารณาอย่างจริงจังว่า เราควรเข้าทำการซื้อขายสกุลเงินคริปโตหรือไม่” นายบัณฑิตกล่าว  คำกล่าวของนายบัณฑิตถือเป็นสัญญาณล่าสุดที่บ่งชี้ว่าอุตสาหกรรมธนาคารกำลังสนใจเข้าลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล หลังจากที่เมื่อปีที่แล้ว สถาบันการเงินหลายแห่ง ซึ่งรวมถึง ธนาคาร BNY Mellon, บริษัทแบล็คร็อค และมาสเตอร์การ์ดประกาศเข้าลงทุนในธุรกิจดังกล่าว

2021-11-09การวิเคราะห์เชิงลึก

สรุปดราม่า ‘หลัง SCBs ประกาศซื้อหุ้น Bitkub’

เรียกได้ว่าสะเทือนไปทั้งวงการคริปโต หลังจากที่สัปดาห์ที่แล้วบริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBs) ประกาศว่าได้เข้าถือหุ้น 51% ของ Bitkub ด้วยเม็ดเงินลงทุนกว่า 17,850 ล้านบาท งานนี้ทำเอาชาวเน็ตออกมาดราม่า เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากมายถึงกรณีดังกล่าว พวกเขาคิดยังไงกันบ้าง เราสรุปมาให้แล้ว!   1. ดราม่า ‘กังวลเรื่องการจ่ายภาษี’  หลังธนาคารใหญ่เข้ามาซื้อหุ้นในกระดานเทรดของพวกเขา ชาวเน็ตก็กังวลใจว่า SCB นี่มาเพื่อเก็บภาษีรึเปล่า? และเกิดเป็นประเด็นถกกันเรื่องกฎหมายการหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% จากกำไรที่ขายคริปโต แต่ทาง Bitkub ก็ไม่รอช้า ออกมาไขข้อข้องใจเรื่องนี้ว่าความจริงกฎหมายนี้มีมานานแล้ว แต่ยังไม่มีการบังคับใช้  “สำหรับภาษีนั้น ตามกฎหมายต้องหักกรณีกำไร 15% แต่เนื่องจากไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นกำไรหรือขาดทุนจึงยังไม่มีการหักแต่อย่างใด แต่เพื่อป้องกันการเรียกเก็บจากสรพากรย้อนหลังสามารถทำการดาวน์โหลดประวัติเพื่อทำการส่งให้สรรพากรได้ครับ”  ขณะที่เทรดเดอร์คริปโตก็ออกมาแสดงความเห็นไว้ว่า “การหักภาษี 15% นี้ เป็นกฎหมายในประเทศไทย เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะเล่นแพลตฟอร์มใดของประเทศไทยที่ขึ้นตรงกับ กลต. จะต้องใช้กฎหมายเดียวกัน ไม่ใช่เพียง Bitkub เท่านั้น แต่หากมองอีกมุมหนึ่งก็ถือว่าเป็นการปูฐานให้ทุนของ Bitkub หนาแน่นขึ้นเพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดสิ่งใหม่ แต่เมื่อนักเทรดจะย้ายไปซื้อขายในแพลตฟอร์มของต่างประเทศ ทางรัฐบาลก็อาจจะออกกฎหมายใหม่มาขัดขวางได้”  จากความกังวัลนี้ก็ทำให้เทรดเดอร์เริ่มหาลู่ทางย้ายไปเทรดกับ Exchange คริปโตในต่างประเทศ ซึ่งก็เป็นทางเลือกนึงที่สามารถทำได้ในขณะนี้ แต่ก็ต้องเลือก Exchange ที่มีมาตรฐาน มีใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลเท่านั้น ไม่งั้นจะกังวัลใจหนักกว่าเดิมแน่ หากไม่รู้จะย้ายไป Exchange ไหนก็ไปดูบนแอป WikiBit ได้ เค้ามีข้อมูลเชิงลึกของ Exchange ทั่วโลกแหละ โหลดฟรีด้วยนะ!   2. ดราม่า ‘Bitkub โดนบังคับขายรึเปล่า’  เนื่องจาก Bitkub ยอมขายหุ้นไปกว่า 51% ทำให้ชาวเน็ตคอมเมนท์กันว่า ทำไมถึงยอมขายไปมากมายขนาดนี้ SCBs แทบจะเป็นเจ้าของ Bitkub อยู่แล้ว ซึ่งขัดกับวิสัยทัศน์ที่เจ้าของ Bitkub เคยกล่าวไว้ว่าภาคภูมิใจในความ decentralized มาก งานนี้ชาวเน็ตก็สงสัยว่าคุณท็อปโดนกดกันจากเบื้องหลังใด ๆ หรือไม่?  ขณะที่ทาง Bitkub ก็ไม่ปล่อยให้ดราม่านาน ออกมาเคลียร์ว่า “เนื่องจากเรามีวิสัยทัศน์ที่ยิ่งใหญ่และการที่ SCBs ได้มาถือหุ้น 51% เราจะได้รับคำแนะนำที่ดี แนวทางการปฏิบัติงาน การให้บริการ ที่สามารถเข้าถึงตลาดได้กว้างและมีความเข้าใจความหลากหลายของผู้ใช้งานเพิ่มมากขึ้นจากประสบการณ์ในการให้บริการทางการเงินของ SCB ที่มีมาอย่างยาวนาน ทาง Bitkub กำลังจะได้พาร์ทเนอร์ที่มีความตั้งใจ มุ่งมั่นที่จะสร้าง Finance 3.0 แพลตฟอร์มที่ยังคงเป็นของคนไทย ไม่เหมือนกับวงการอื่น ๆ ที่ได้กลายเป็นของต่างชาติไปหมดแล้วครับ”  งานนี้ก็ต้องรอดูว่าอนาคตของ Bitkub จะเป็นอย่างไรต่อไป จะยิ่งใหญ่ขึ้นอย่างที่หมายใจไว้หรือไม่ ระบบจะยิ่งโปร่งใสมากขึ้นและไวขึ้นอย่างที่กล่าวไว้รึเปล่า? เราก็ต้องเกาะติดสถานการณต่อไป มีอัพเดตอย่างไง WikiBit จะรีบมารายงานแน่นอน  แล้วกลับมาติดตามข่าวสารที่สดใหม่ รวดเร็ว ถึงใจ พร้อมบทความเกร็ดความรู้ในโลกคริปโตแบบนี้ ได้ที่ “WikiBit” แอปนำเสนอข่าวสารวงการคริปโต และพร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพียงแค่กดค้นหา ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบจัดเต็ม ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!

2021-11-08การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
8688
...
142