สแกนเพื่อดาวน์โหลด
แพลตฟอร์มตรวจสอบ # และยืนยันการกำกับดูแลของตลาดการเงินทั่วโลก

แบงก์ชาติสิงคโปร์เตือนแมงเม่าเสี่ยงลงทุนคริปโต

ธนาคารกลางสิงคโปร์ออกโรงเตือนในวันอังคาร(9พ.ย.)ว่า นักลงทุนรายย่อยมีความเสี่ยงอย่างมากในการนำเงินไปลงทุนในสกุลเงินคริปโต เนื่องจากมีความผันผวนสูงจากการเก็งกำไร  “ราคาสกุลเงินคริปโตไม่ได้อ้างอิงอยู่บนปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ และมีแนวโน้มแกว่งตัวรุนแรงจากการเก็งกำไร” นายราวี เมนอน กรรมการผู้จัดการของธนาคารกลางสิงคโปร์กล่าวในงานสิงคโปร์ ฟินเทค เฟสติวัล  ทั้งนี้ บิตคอยน์ทะยานขึ้น 130% ในปีนี้ ขณะที่อีเธอร์เรียมทะยานขึ้น 550% แต่ทั้งสองสกุลเงินต่างก็มีการปรับตัวอย่างผันผวน  อย่างไรก็ดี นายเมนอนกล่าวว่า บล็อกเชนและสกุลเงินคริปโตยังคงมีประโยชน์ในการช่วยทำให้การชำระเงินมีราคาถูกลงและรวดเร็วขึ้น  สำหรับในประเด็นการพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (ซีบีดีซี) นั้น นายเมนอนกล่าวว่า ธนาคารกลางสิงคโปร์มองว่าเรื่องดังกล่าวยังไม่ถือเป็นประเด็นเร่งด่วน โดยธนาคารกลางจะทำงานร่วมกับภาคเอกชนในการพัฒนาเทคโนโลยีและปัจจัยพื้นฐานสำหรับซีบีดีซี หากมีการตัดสินใจที่จะดำเนินการดังกล่าวในอนาคต  ธนาคารกลางสิงคโปร์เตือนความเสี่ยงของการลงทุนในสกุลเงินคริปโต หลังจากบิตคอยน์พุ่งขึ้นทะลุระดับ 68,000 ดอลลาร์ ยืนเหนือ 2,250,000 บาทในวันนี้ ทำสถิติสูงสุดตลอดกาลครั้งใหม่  เมื่อเวลา 17.12 น.ของวันอังคาร ตามเวลาไทย บิตคอยน์พุ่งขึ้น 3.2% สู่ระดับ 68,214.75 ดอลลาร์ ในการซื้อขายบนแพลตฟอร์ม Coinbase  นายวิกรม บัณฑิต อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารของซิตี้กรุ๊ป กล่าวว่า ในไม่ช้า ธนาคารขนาดใหญ่ทุกแห่งจะทำการพิจารณาอย่างจริงจังในการเข้าทำธุรกรรมซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล  “ภายในเวลา 1-3 ปี ธนาคารขนาดใหญ่ทุกแห่ง รวมทั้งบริษัทหลักทรัพย์จะพิจารณาอย่างจริงจังว่า ‘เราควรเข้าทำการซื้อขายสกุลเงินคริปโตหรือไม่’” นายบัณฑิตกล่าว  คำกล่าวของนายบัณฑิตถือเป็นสัญญาณล่าสุดที่บ่งชี้ว่าอุตสาหกรรมธนาคารกำลังสนใจเข้าลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล หลังจากที่เมื่อปีที่แล้ว สถาบันการเงินหลายแห่ง ซึ่งรวมถึง ธนาคาร BNY Mellon, บริษัทแบล็คร็อค และมาสเตอร์การ์ดประกาศเข้าลงทุนในธุรกิจดังกล่าว  Revelio ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลในตลาดการเงิน เปิดเผยว่า ธนาคารขนาดใหญ่ในตลาดหุ้นวอลล์สตรีทกำลังว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านสกุลเงินดิจิทัลจำนวนมากเพื่อรองรับกระแสความสนใจในธุรกิจดังกล่าว  Revelio เปิดเผยว่า โกลด์แมน แซคส์ได้ว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญสกุลเงินคริปโตจำนวน 82 ตำแหน่ง, เวลส์ ฟาร์โกว่าจ้าง 74 ตำแหน่ง, ฟิเดลิตี้ 68 ตำแหน่ง และเจพี มอร์แกน 63 ตำแหน่ง  ข้อมูลจาก CoinGecko ระบุว่า สกุลเงินดิจิทัลมีมูลค่าตลาดพุ่งขึ้นสู่ระดับ 3.007 ล้านล้านดอลลาร์เมื่อวานนี้ โดยทำสถิติมากกว่า 3 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ขณะที่สกุลเงินคริปโตได้รับความสนใจมากขึ้นจากนักลงทุนสถาบัน  ทั้งนี้ CoinGecko เป็นแหล่งข้อมูลสกุลเงินดิจิทัลใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีการรวบรวมข้อมูลสกุลเงินดิจิทัลมากกว่า 10,000 สกุลทั่วโลก  “สกุลเงินคริปโตกำลังได้รับการยอมรับเข้าสู่ระบบการเงินแบบดั้งเดิม ขณะที่นักลงทุนทุกคนต่างก็จะเข้าร่วมลงทุน” นายไอเปค ออสคาร์เดสกายา นักวิเคราะห์จาก SwissQuote กล่าว  นอกจากนี้ สกุลเงินคริปโตยังได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนมองว่าสกุลเงินดังกล่าวถือเป็นสินทรัพย์ประกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ  ด้านนายพอล ทิวดอร์ โจนส์ ซึ่งเป็นผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟันด์รายใหญ่ กล่าวก่อนหน้านี้ว่า เขาชื่นชอบบิตคอยน์มากกว่าทองคำในฐานะเครื่องมือประกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ  ที่ผ่านมา บริษัท ProShares ได้เปิดตัวกองทุน ETF บิตคอยน์เป็นครั้งแรกในตลาดหุ้นนิวยอร์กในเดือนต.ค.

2021-11-10การวิเคราะห์เชิงลึก

ลุงโฉลกออกโรงเตือน ‘เหรียญชิบะ (Shiba)’ ถึงจุดจบแล้ว ไม่มีเวฟต่อไป?

เดือนตุลาคมที่ผ่านมามูลค่าของเหรียญ SHIB หรือ Shiba Inu มาแรงแซงทางโค้งมาก! พุ่งสูงขึ้นกว่า 1000% จนติดอันดับ 1 ใน 10 ของเหรียญที่มีมูลค่าสูงสุดของตลาดคริปโตมาแล้ว ทั้ง ๆ ที่เป็นเหรียญมีม ไม่ได้มีเหตุผลเฉพาะใด ๆ ให้เหรียญเติบโตก็ตาม ล่าสุดลุงโฉลก ปรมาจารย์แห่งการลงทุนชื่อดังของไทย ก็ได้ออกมาวิเคราะห์อนาคตเจ้าเหรียญนี้ไว้ด้วย จะเป็นอย่างไรไปดูกัน!  มีแฟน ๆ ฝากคำถามถึงลุงโฉลกให้ช่วยวิเคราะห์กราฟเหรียญชิบะหน่อยว่าจะมีเวฟต่อไปไหม? ลุงไม่รอช้ามาตอบคำถามผ่านช่อง Youtube: ChalokeDotCom ลุงเล่าว่า ตอนเข้าตลาด เหรียญนี้เหมือนจะเป็นหมาอีกตัวนึงที่ทำผลงานได้ดี ลุงพาย้อนกลับดูแต่ละเวฟของเหรียญที่ผ่านมา ว่ามีจังหวะที่ควรเข้าซื้อ ซึ่งน่าสนุกนะ ดู ๆ ไปกำไรนับไม่ไหว แต่ ๆ ๆ ๆ สำหรับ ‘เวฟ 4’ เวฟต่อไป ลุงไม่เจอ “เหรียญหมาจบแค่นี้”  สำหรับคนที่เข้าซื้อตามสัญญาณก่อนหน้านี้ก็เป็นมหาเศรษฐี ดีใจด้วย! ส่วนคนที่ไม่ได้ซื้อจะมาเข้าตอนนี้เข้าไม่ได้นะ เพราะ Stop Loss ไกลเกินไป จบแล้ว สำหรับคนที่ซื้อไปแล้วก็อาจจะ Take profit ซักครึ่งนึง ที่เหลือก็ปล่อยให้มันรันไป  ไม่รู้ว่าราคาเหรียญนี้จะเป็นไปตามที่ลุงคาดหรือไม่ แต่ต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ราคาเหรียญชิบะก็ร่วงลงมาเรื่อย ๆ ขณะนี้อยู่ที่ราคา $0.00005696 ซึ่งร่วงลงจากจุดสูงสุดในวันที่ 28 ต.ค. แล้วกว่า 34% โดยมีข่าวลือว่านักลงทุนรายใหญ่กำลังเทขายเหรียญชิบะ ซึ่งสร้างความปั่นป่วนแก่นักลงทุนรายย่อยที่ถือเหรียญชิบะอยู่ไม่น้อย ขณะที่ในต่างประเทศ ก็มีผู้เชี่ยวชาญสองท่านได้ออกมากล่าวว่าเหรียญ Shiba Inu อาจพังในไม่ช้า  Peter Mallouk ซีอีโอด้านการวางแผนสร้างสรรค์กล่าวว่า เหรียญ Shiba Inu จะไม่ประสบผลสำเร็จมากนัก แต่กลับพังทลายลงหลังจากราคาพุ่งสูงขึ้น “ชิบะอินุกำลังจะเป็นศูนย์” “มันอาจจะไปดวงจันทร์ก่อน แต่มันจะเป็นการเดินทางไปกลับพร้อมกับการลงจอดที่ผิดพลาด”  เจฟฟ์ ลูอิส ผู้ก่อตั้ง Bedrock Capital เปรียบเทียบเหรียญ Shiba Inu กับ Pets.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่เชื่อมโยงกับความผิดพลาดทางอินเทอร์เน็ตในช่วงต้นทศวรรษ 2000 Shiba Inu คือ Pets.com เวอร์ชัน 2021 ขณะนั้น เว็บไซต์ดังกล่าวได้รับความนิยมอย่างล้นหลามเมื่ออินเทอร์เน็ตเริ่มล้นหลามกับธุรกิจ บริษัท และเว็บไซต์ใหม่ๆ แต่ในที่สุดฟองสบู่นั้นก็ระเบิด ทำให้เกิดความผิดพลาดครั้งใหญ่  ทั้งนี้ ข้อมูลทั้งหมดก็รวบรวมจากผู้เชี่ยวชาญในไทย และต่างประเทศ ซึ่งมันไม่สามารถการันตีทิศทางของเหรียญชิบะได้ 100% และบทความนี้ก็ไม่ได้มีเจตนาชี้นำการลงทุนแต่อย่างใด การลงทุนมีความเสี่ยง นักลงทุนต้องศึกษารายละเอียดด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุน  คุณสามารถติดตามข่าวสารที่สดใหม่ รวดเร็ว ถึงใจ พร้อมบทความเกร็ดความรู้ในโลกคริปโตแบบนี้ ได้ที่ “WikiBit” แอปนำเสนอข่าวสารวงการคริปโต และพร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพียงแค่กดค้นหา ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบจัดเต็ม ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!  

2021-11-09การวิเคราะห์เชิงลึก

Elon Musk กล่าวถึงการอัพเกรด Dogecoin ครั้งใหม่ว่าเป็นเรื่องที่ ‘สำคัญ’

CEO ของ Tesla และแฟนตัวยงของเหรียญ Doge Coin นาย Elon Musk ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการอัพเกรดเหรียญครั้งใหม่ พร้อมเน้นย้ำให้ผู้ติดตามทุกคนบนทวีตของเขาเห็นว่า “มันมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง” ความคิดเห็นของ Musk เกิดขึ้นไม่นาน หลังจากที่ทีมนักพัฒนามีการประกาศทวีตว่า Dogecoin Core เวอรชัน 1.14.5 นั้นใกล้พร้อมที่จะเปิดตัวแล้ว   เป็นที่สังเกตว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Musk พยายามชี้ให้ทุกคนเห็นถึง “ความสำคัญ” ของการตัวเกรด โดยย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ในเดือนสิงหาคมเขาก็เคยได้พูดคำ ๆ นี้ไว้ด้วยเช่นกัน ด้วยการอัปเกรดใหม่นี้ ค่าธรรมเนียมในการสร้างบล็อกจะถูกปรับตั้งใหม่อยู่ที่ 0.01 DOGE หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 0.002 ดอลลาร์ต่อหนึ่งกิโลไบต์บน Core Wallet

2021-11-09การวิเคราะห์เชิงลึก

บิตคอยน์พุ่งทะลุ 67,000 ดอลล์หนุนมาร์เก็ตแคปเงินคริปโตทะยาน

ราคาบิตคอยน์พุ่งขึ้นทะลุระดับ 67,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกและทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงเช้านี้ ขณะที่ราคาอีเธอร์เรียมดีดตัวขึ้นเหนือระดับ 4,800 ดอลลาร์ โดยได้แรงหนุนจากมุมมองเชิงบวกที่ว่า ธุรกิจในภาคส่วนต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงภาคธนาคารจะให้ความสนใจสกุลเงินดิจิทัลกันอย่างคึกคัก  เมื่อเวลา 07.34 น.ตามเวลาไทย ราคาบิตคอยน์พุ่งขึ้น 1,372 ดอลลาร์ หรือ 2.07% แตะที่ 67,547 ดอลลาร์ ขณะที่ราคาอีเธอร์เรียม ปรับตัวขึ้น 29.92 ดอลลาร์ หรือ 0.63% แตะที่ 4,803.77 ดอลลาร์  ข้อมูลบนแพลตฟอร์ม CoinGecko ระบุว่า ราคาบิตคอยน์และอีเธอร์เรียมต่างก็พุ่งขึ้นกว่า 2 เท่านับตั้งแต่เดือนมิ.ย.ปีนี้ ซึ่งส่งผลให้มูลค่าตลาดของสกุลเงินคริปโตพุ่งขึ้นเหนือระดับ 3 ล้านล้านดอลลาร์แล้วในขณะนี้  Revelio ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการข้อมูลในตลาดการเงิน เปิดเผยว่า ธนาคารขนาดใหญ่ในตลาดหุ้นวอลล์สตรีทกำลังทำการว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญด้านสกุลเงินดิจิทัลจำนวนมากเพื่อรองรับกระแสความสนใจในธุรกิจดังกล่าว  Revelio เปิดเผยว่า โกลด์แมน แซคส์ได้ว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญสกุลเงินคริปโตจำนวน 82 ตำแหน่ง, เวลล์ ฟาร์โกว่าจ้าง 74 ตำแหน่ง, ฟิเดลิตี้ 68 ตำแหน่ง และเจพี มอร์แกน 63 ตำแหน่ง  ด้านนายวิกรม บัณฑิต อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารของซิตี้กรุ๊ป คาดการณ์ว่า ในไม่ช้า ธนาคารขนาดใหญ่ทุกแห่งจะทำการพิจารณาอย่างจริงจังในการเข้าทำธุรกรรมซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล  “ภายในเวลา 1-3 ปี ธนาคารขนาดใหญ่ทุกแห่ง รวมทั้งบริษัทหลักทรัพย์จะพิจารณาอย่างจริงจังว่า เราควรเข้าทำการซื้อขายสกุลเงินคริปโตหรือไม่” นายบัณฑิตกล่าว  คำกล่าวของนายบัณฑิตถือเป็นสัญญาณล่าสุดที่บ่งชี้ว่าอุตสาหกรรมธนาคารกำลังสนใจเข้าลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล หลังจากที่เมื่อปีที่แล้ว สถาบันการเงินหลายแห่ง ซึ่งรวมถึง ธนาคาร BNY Mellon, บริษัทแบล็คร็อค และมาสเตอร์การ์ดประกาศเข้าลงทุนในธุรกิจดังกล่าว

2021-11-09การวิเคราะห์เชิงลึก

สรุปดราม่า ‘หลัง SCBs ประกาศซื้อหุ้น Bitkub’

เรียกได้ว่าสะเทือนไปทั้งวงการคริปโต หลังจากที่สัปดาห์ที่แล้วบริษัทหลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ จำกัด (SCBs) ประกาศว่าได้เข้าถือหุ้น 51% ของ Bitkub ด้วยเม็ดเงินลงทุนกว่า 17,850 ล้านบาท งานนี้ทำเอาชาวเน็ตออกมาดราม่า เป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์มากมายถึงกรณีดังกล่าว พวกเขาคิดยังไงกันบ้าง เราสรุปมาให้แล้ว!   1. ดราม่า ‘กังวลเรื่องการจ่ายภาษี’  หลังธนาคารใหญ่เข้ามาซื้อหุ้นในกระดานเทรดของพวกเขา ชาวเน็ตก็กังวลใจว่า SCB นี่มาเพื่อเก็บภาษีรึเปล่า? และเกิดเป็นประเด็นถกกันเรื่องกฎหมายการหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% จากกำไรที่ขายคริปโต แต่ทาง Bitkub ก็ไม่รอช้า ออกมาไขข้อข้องใจเรื่องนี้ว่าความจริงกฎหมายนี้มีมานานแล้ว แต่ยังไม่มีการบังคับใช้  “สำหรับภาษีนั้น ตามกฎหมายต้องหักกรณีกำไร 15% แต่เนื่องจากไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นกำไรหรือขาดทุนจึงยังไม่มีการหักแต่อย่างใด แต่เพื่อป้องกันการเรียกเก็บจากสรพากรย้อนหลังสามารถทำการดาวน์โหลดประวัติเพื่อทำการส่งให้สรรพากรได้ครับ”  ขณะที่เทรดเดอร์คริปโตก็ออกมาแสดงความเห็นไว้ว่า “การหักภาษี 15% นี้ เป็นกฎหมายในประเทศไทย เพราะฉะนั้น ไม่ว่าจะเล่นแพลตฟอร์มใดของประเทศไทยที่ขึ้นตรงกับ กลต. จะต้องใช้กฎหมายเดียวกัน ไม่ใช่เพียง Bitkub เท่านั้น แต่หากมองอีกมุมหนึ่งก็ถือว่าเป็นการปูฐานให้ทุนของ Bitkub หนาแน่นขึ้นเพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดสิ่งใหม่ แต่เมื่อนักเทรดจะย้ายไปซื้อขายในแพลตฟอร์มของต่างประเทศ ทางรัฐบาลก็อาจจะออกกฎหมายใหม่มาขัดขวางได้”  จากความกังวัลนี้ก็ทำให้เทรดเดอร์เริ่มหาลู่ทางย้ายไปเทรดกับ Exchange คริปโตในต่างประเทศ ซึ่งก็เป็นทางเลือกนึงที่สามารถทำได้ในขณะนี้ แต่ก็ต้องเลือก Exchange ที่มีมาตรฐาน มีใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลเท่านั้น ไม่งั้นจะกังวัลใจหนักกว่าเดิมแน่ หากไม่รู้จะย้ายไป Exchange ไหนก็ไปดูบนแอป WikiBit ได้ เค้ามีข้อมูลเชิงลึกของ Exchange ทั่วโลกแหละ โหลดฟรีด้วยนะ!   2. ดราม่า ‘Bitkub โดนบังคับขายรึเปล่า’  เนื่องจาก Bitkub ยอมขายหุ้นไปกว่า 51% ทำให้ชาวเน็ตคอมเมนท์กันว่า ทำไมถึงยอมขายไปมากมายขนาดนี้ SCBs แทบจะเป็นเจ้าของ Bitkub อยู่แล้ว ซึ่งขัดกับวิสัยทัศน์ที่เจ้าของ Bitkub เคยกล่าวไว้ว่าภาคภูมิใจในความ decentralized มาก งานนี้ชาวเน็ตก็สงสัยว่าคุณท็อปโดนกดกันจากเบื้องหลังใด ๆ หรือไม่?  ขณะที่ทาง Bitkub ก็ไม่ปล่อยให้ดราม่านาน ออกมาเคลียร์ว่า “เนื่องจากเรามีวิสัยทัศน์ที่ยิ่งใหญ่และการที่ SCBs ได้มาถือหุ้น 51% เราจะได้รับคำแนะนำที่ดี แนวทางการปฏิบัติงาน การให้บริการ ที่สามารถเข้าถึงตลาดได้กว้างและมีความเข้าใจความหลากหลายของผู้ใช้งานเพิ่มมากขึ้นจากประสบการณ์ในการให้บริการทางการเงินของ SCB ที่มีมาอย่างยาวนาน ทาง Bitkub กำลังจะได้พาร์ทเนอร์ที่มีความตั้งใจ มุ่งมั่นที่จะสร้าง Finance 3.0 แพลตฟอร์มที่ยังคงเป็นของคนไทย ไม่เหมือนกับวงการอื่น ๆ ที่ได้กลายเป็นของต่างชาติไปหมดแล้วครับ”  งานนี้ก็ต้องรอดูว่าอนาคตของ Bitkub จะเป็นอย่างไรต่อไป จะยิ่งใหญ่ขึ้นอย่างที่หมายใจไว้หรือไม่ ระบบจะยิ่งโปร่งใสมากขึ้นและไวขึ้นอย่างที่กล่าวไว้รึเปล่า? เราก็ต้องเกาะติดสถานการณต่อไป มีอัพเดตอย่างไง WikiBit จะรีบมารายงานแน่นอน  แล้วกลับมาติดตามข่าวสารที่สดใหม่ รวดเร็ว ถึงใจ พร้อมบทความเกร็ดความรู้ในโลกคริปโตแบบนี้ ได้ที่ “WikiBit” แอปนำเสนอข่าวสารวงการคริปโต และพร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพียงแค่กดค้นหา ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบจัดเต็ม ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!

2021-11-08การวิเคราะห์เชิงลึก

เจาะทุกมุมในโพสต์เดียว ‘Crypto vs Forex’ เหมือนกันจุดไหน ต่างกันยังไง?

วันนี้เราจะพามาสำรวจโลกการลงทุนแห่งยุค ‘Forex & Crypto’ ว่ามีความคล้าย และแตกต่างกันยังไงบ้าง? แม้กรกระแส Forex ลดลง จากการที่สกุลเงินดิจิทัลได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น แต่ตลาด Forex ก็ยังถือว่าใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ดี ตอนนี้เทรดเดอร์หลายคนลังเลว่าควรโฟกัสไปที่ตลาดไหนดี ถ้ายังคิดไม่ออก มาหาคำตอบได้ในบทความนี้  สิ่งที่ตลาด Crypto และ Forex เหมือนกัน  ใครก็ตามที่ต้องการเริ่มต้นซื้อขายจะต้องมีบัญชีซื้อขาย และอุปกรณ์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก่อน เช่น สมาร์ทโฟน แล็ปท็อป หรือแท็บเล็ต ผู้ที่เข้าใจพื้นฐานของการซื้อขาย Crypto แล้ว จะพบว่าการเปลี่ยนไปใช้การซื้อขาย Forex เป็นเรื่องง่าย และเช่นเดียวกันกับเทรดเดอร์ Forex ที่ต้องการลองซื้อขาย Crypto  ตลาดทั้งสองแห่งถูกกำหนดโดยความสมดุลของอุปสงค์และอุปทาน ราคาจะเพิ่มขึ้นเมื่อมีเทรดเดอร์ที่ซื้อมากกว่าขาย และราคาจะลดลงเมื่อเทรดเดอร์ขายมากกว่าซื้อ สิ่งนี้ทำให้เทรดเดอร์เปลี่ยนจาก Crypto เป็น Forex ได้ง่ายเนื่องจากตัวบ่งชี้และกราฟมีความคล้ายคลึงกัน    สิ่งที่ตลาด Crypto และตลาด Forex ต่างกัน  1. ความแตกต่างในตราสารที่เปิดให้ซื้อขาย  เทรดเดอร์ Forex มักจะเน้นที่คู่สกุลเงินหลักตามเวลาตลาด แต่ Cryptocurrencies มีมากกว่า 11,000 สกุล การซื้อขาย Crypto ส่วนใหญ่จะซื้อขายใน Bitcoin หรือ Ethereum เพราะเป็นไปไม่ได้ที่จะไปติดตามทุกสกุลเงินดิจิทัล ดังนั้นเทรดเดอร์ส่วนใหญ่จะเลือกแค่เหรียญสองสามเหรียญเพื่อติดตามเท่านั้น  2. สภาพคล่อง  ด้วยปริมาณการซื้อขายที่มากกว่า 6.6 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2019 ตลาด Forex จึงมีสภาพคล่องสูง ขณะที่ Cryptocurrencies มีมูลค่าตลาดรวมของทั้งหมดน้อยกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์ และ Bitcoin กินพื้นที่มากกว่า 45% ของมูลค่าตลาดนี้ ด้วยเหตุนี้สกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ จึงมีการซื้อขายน้อยกว่าเมื่อเทียบกับ Bitcoin  3. ความผันผวน  สกุลเงินดิจิทัลอาจมีความผันผวนสูง ในขณะที่ตลาด Forex มักจะมีเสถียรภาพมากกว่า อาทิ Bitcoin ที่เริ่มต้นปีที่ 29,000 ดอลลาร์และขยับขึ้นไปที่ระดับ 65,000 ดอลลาร์ก่อนที่จะดึงกลับไปที่ 30,000 ดอลลาร์ และดีดตัวขึ้นสู่ 45,000 ดอลลาร์ รวมทั้ง Cryptocurrencies ขนาดเล็กเป็นที่รู้จักกันว่ามีความผันผวนสูงภายในระยะเวลาอันสั้น ซึ่งแตกต่างจากตลาด Forex ที่ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในคู่ที่แปลกใหม่ ทำให้การจัดการความเสี่ยงง่ายกว่ามากเมื่อเทียบกับคริปโต  4. ชั่วโมงการซื้อขาย  ตลาด Crypto เปิดให้ซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ และในขณะที่ตลาด Forex เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันศุกร์เท่านั้น ทำไมสิ่งนี้จึงสร้างความแตกต่าง?  นักเทรด Forex สามารถใช้เวลาช่วงสุดสัปดาห์อย่างผ่อนคลาย แต่นักเทรดคริปโตมักจะติดต่อกับตลาดเนื่องจากวันหยุดสุดสัปดาห์มักจะเป็นช่วงที่สกุลเงินดิจิทัลเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ เนื่องจากการซื้อขาย Forex นั้นขับเคลื่อนโดยสถาบันขนาดใหญ่ซึ่งนำไปสู่กิจกรรมในตลาด Forex สิ่งนี้แตกต่างอย่างมากจากตลาด Crypto เนื่องจากเหรียญจำนวนมากถูกขับเคลื่อนโดยเทรดเดอร์รายย่อยหรือบริษัทลงทุน Crypto ขนาดเล็ก แทนที่จะเป็นสถาบันที่จัดตั้งขึ้น  5. ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย  เนื่องจากตลาดคริปโตยังค่อนข้างใหม่ กฎระเบียบจำนวนมากจึงยังคงได้รับการพัฒนาทั่วโลก นั่นหมายความว่าผู้ค้า Crypto อาจเผชิญกับความเสี่ยงจากคู่สัญญา เช่น การหลอกลวงและการแฮ็ก  ในทางตรงกันข้าม อุตสาหกรรมการซื้อขาย Forex ได้รับการพัฒนามาเป็นอย่างดีและมีการควบคุมอย่างเข้มงวด เป็นผลให้การซื้อขาย Forex เผชิญกับความเสี่ยงน้อยลง และการหลอกลวงได้ถูกกำจัดออกไปเป็นส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม การควบคุมนี้จะมีผลกับการเทรดกับโบรกเกอร์ที่ได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลเท่านั้นนะ ซึ่งคุณสามารถไป ตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex อ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูลหมดไส้หมดพุง แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex ดาวน์โหลดฟรีด้วยนะ!  แล้วสรุปคุณควรเลือกแบบไหน?  คำตอบคือขึ้นอยู่กับเป้าหมายทางการเงิน เงินทุนที่มีอยู่ รูปแบบการซื้อขาย และความต้องการในไลฟ์สไตล์ของคุณ สิ่งที่สมเหตุสมผลที่ควรทำคือ ‘ลองทั้งการซื้อขาย Crypto และ Forex’ ด้วยบัญชีขั้นต่ำ เพื่อดูว่าบัญชีใดเหมาะกับคุณที่สุด เพื่อที่จะตัดสินใจเลือกอย่างมีข้อมูล คุณสามารถตัดสินใจซื้อขายทั้งสองตลาดได้หากคุณพร้อม!  สำหรับสายคริปโต แอปพลิเคชัน WikiBit ก็พร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพียงแค่กดค้นหา ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบจัดเต็ม ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรีเช่นกัน!

2021-11-08การวิเคราะห์เชิงลึก

Bitcoin ฟื้นตัวยืนเหนือ $65,000 ตลาดมีความหวัง

ตลาดคริปโตเริ่มกลับกลายเป็นสีเขียวอีกครั้ง ในวันจันทร์แรกของสัปดาห์ ส่งผลให้มูลค่าตลาดคริปโตโดยรวมพุ่งขึ้นแตะระดับ 2.8 ล้านล้านดอลลาร์อย่างเป็นทางการ หรือคิดเป็นมูลค่าเพิ่มขึ้นประมาณ 3% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ตลาดคริปโตมีความผันผวนอย่างรุนแรง อันเป็นผลมาจากข่าวการประชุมของ Fed ที่ส่งผลทำให้ราคา Bitcoin ร่วงลดลงถึงระดับ 60,000 ดอลลาร์ ในช่วงสั้น ๆ ก่อนที่ฟื้นตัวกลับขึ้นมาในวันนี้  แม้จะมีความกังวลว่าบางส่วนที่มองว่าราคา Bitcoin จะร่วงลงต่ำกว่าระดับ 60,000 ดอลลาร์ แต่วอลุ่มตลาดคริปโตทั้งหมดก็ยังสามารถฟื้นตัวกลับมาได้อย่างน่าประทับใจ โดยมีมูลค่าเพิ่มขึ้นกว่าเกือบ 2 แสนล้านดอลลาร์ในวันนี้ อ้างอิงข้อมูลตาม CoinMarketCap Bitcoin พบแนวรับสำคัญที่ระดับ $60,000 หลังจากเผชิญกับการปรับฐานราคาอย่างรุนแรงเมื่อช่วงวันหยุดที่ผ่านมา Bitcoin ก็ได้ค้นพบแนวรับสำคัญที่ประมาณ 60,000 ดอลลาร์  ก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์ชื่อดัง Michael van de Poppe ได้มีคาดการณ์ว่า ราคา Bitcoin มีแนวโน้มที่ปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับ 60,000 ดอลลาร์เล็กน้อย ก่อนที่ภายหลังจากนั้นมันจะกลับเข้าสู่ช่วงขาขึ้นครั้งใหญ่และมุ่งหน้าไปสู่ระดับ 90,000 ดอลลาร์ต่อไป ในขณะที่เขียนรายงานอยู่นี้ Bitcoin มีการซื้อขายกันอยู่ที่ระดับ 65,125 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 5% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา อ้างอิงข้อมูลจาก Coinmarketcap

2021-11-08การวิเคราะห์เชิงลึก

FBI ออกคำเตือน ! ระวังถูกหลอกให้โอน Bitcoin ผ่านตู้ ATM

เมื่อไม่นานมานี้สำนักงานสืบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (FBI) ได้เตือนสาธารณชนว่า ผู้กระทำผิดกำลังใช้ตู้ Bitcoin ATM (BTC) และรหัส QR Code เพื่อหลอกเอาเงินจากเหยื่อ ตามประกาศระบุว่า หน่วยงานได้เห็นเหตุการณ์ที่เพิ่มขึ้นของนักต้มตุ๋นที่หลอกให้เหยื่อไปที่ตู้ Crypto ATM และฝากเงิน โดยใช้รหัส QR Code ที่เชื่อมโยงอยู่กับกระเป๋าเงินดิจิทัลของนักต้มตุ๋น  FBI กล่าวว่า ผู้ไม่หวังดีเหล่านี้ได้เรียกร้องเงินจากเหยื่อของพวกเขาผ่านแผนการฉ้อโกงต่าง ๆ เช่น แผนการแอบอ้างเป็นบุคคลดังผ่านสื่อโซเซียล แผนการหลอกด้วยเสน่ห์หา หรือแผนการหลอกด้วยเงินรางวัลจากลอตเตอรี่ จากนั้นนักต้มตุ๋นจะให้เหยื่อไปที่ตู้ Crypto ATM เพื่อฝากเงิน ซื้อสกุลเงินดิจิทัล และใช้รหัส QR Code ที่ให้มาเพื่อกรอก Address ของผู้รับโดยอัตโนมัติ  บ่อยครั้งที่นักต้มตุ๋นจะสื่อสารกับเหยื่อทางออนไลน์ในขณะที่ดำเนินการและให้คำแนะนำทีละขั้นตอนจนกว่าการชำระเงินจะเสร็จสิ้น“ ”หน่วยงานกล่าวว่า คุณสมบัติของการกระจายอำนาจที่มีอยู่ในสินทรัพย์ดิจิทัล ทำให้เป็นเรื่องยากที่จะกู้เงินคืนให้กับเหยื่อ เนื่องจากเงินที่ถูกขโมยไปส่วนใหญ่จะถูกส่งไปยังต่างประเทศทันที“ ”สิ่งนี้แตกต่างจากการโอนเงินผ่านธนาคารแบบดั้งเดิมหรือการโอนเงินผ่านวิธีของธนาคาร ที่ต้องใช้เวลา 1 ถึง 2 วันก่อนที่การดำเนินการชำระเงินจะเสร็จสมบูรณ์ ทำให้กระบวนการกู้เงินคืนของผู้บังคับใช้กฎหมายนั้นทำได้ยากมากขึ้นและอาจทำให้มีเหยื่อเป็นจำนวนมากต้องสูญเสียเงินทางการเงิน

2021-11-08การวิเคราะห์เชิงลึก

“จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา” ชี้ NFT เครื่องมือใหม่ “สร้างเงินในอากาศ”

“กฎของโลกธุรกิจ” ในอนาคตเปลี่ยนไปแล้ว หลังจาก “บล็อกเชน” ซึ่งเป็นอินเทอร์เน็ตเจนเนอร์เรชั่นที่มาดิสรับ “อินเทอร์เน็ต” เมื่อ 20 ปีที่ผ่านมา ทำให้เกิดการถ่ายโอนมูลค่าทุกอย่างรอบตัวเราเข้าไปในโลกดิจิทัล โดย “NFT” เป็นเครื่องมือสร้างเงินให้กับธุรกิจในโลกใหม่  สำหรับในโลกดิจิทัล ที่เรียกว่า “โลกยุคใหม่” หรือ “โทเคนไนเซชั่น” และ“โลกเสมือน” จะมาแน่นอนในอีก 10 ปีข้างหน้า และ ในโลกอนาคต “เศรษฐกิจกิจิทัล” ก็จะใหญ่กว่า เศรษฐกิจปัจจุบัน และเงินจะหมุนเร็วขึ้นมากกว่าปัจจุบันมาก  และเมื่ออินฟราสตักเตอร์เทคโนโลยีใหม่ ปกติจะเกิดขึ้นทุก 10 ปี เข้ามาทำให้ทุกวงการทุกอุตสาหกรรมเปลี่ยนเปลง แล้วตอนนี้ “ทุกอุตสาหกรรมเรียลเซ็กเตอร์จะต้องปรับตัวอย่างไรบ้าง” นั้น  “จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา” Group CEO ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด กล่าวว่า ด้วยกฎของธุรกิจที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงไปสู่โลกยุคใหม่  แน่นอนสิ่งที่เรียกว่า “NFT” หรือ Non-Fungible Token จะเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นมากในโลกอนาคต 5-10 ปีข้างหน้า ที่ภาคธุรกิจไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้  “NFT” ซึ่งเป็นชื่อเรียกของ คริปโทเคอเรนซี่ประเภทหนึ่ง เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก ไม่สามารถทำซ้ำหรือคัดลอกได้ ต่อให้มีการก๊อบปี้ไป แต่ต้นฉบับของจริงจะมีอยู่เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น ส่วนโทเคน NFT ก็เป็นเหมือนโฉนด เพื่อแสดงความเป็นเจ้าของสินทรัพย์ชิ้นนี้  “จิรายุส” กล่าวว่า ส่วนตัวชื่นชอบ NFT มาก เนื่องจากมองว่า “ NFT” เป็นเครื่องมือใหม่ที่ไม่ได้เป็นการไปแย่งเงินจากใคร แต่เป็นการ “สร้างเงินในอากาศ” เหมือนเราหยิบเพชรในอากาศ โดยมี NFT เป็นตัวขัดเพรชนั้นให้มีมูลค่าเกิดขึ้นออก โดยที่ไม่มีใครเสียเปรียบหรือได้เปรียบ ทุกฝ่าย WIN-WIN  ตัวอย่างที่เกิดขึ้นชัดเจนแล้วในปัจจุบัน อย่างเช่น บิทคับ ร่วมมือ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ (Miss Universe Thailand 2021) เพื่อออก “NFT Card” โดยมองว่า NFT สามารถต่อยอดไปยังอุตสาหกรรมอื่นๆ นอกเหนือจากอุตสาหกรรมบันเทิง เช่น ในสิงคโปร์ที่ใช้ NFT ในลักษณะสัญญาซื้อขายบ้าน รถยนต์ รวมถึงตราสารเครดิต (ใบ L/C) ต่างๆ ที่เป็นสินทรัพย์ที่มีลักษณะเฉพาะตัว (Unique Asset)  ขณะเดียวกันมองว่า NFT สามารถช่วยสร้างอาชีพใหม่ เช่น คนดูโฆษณา คนเล่นเกม หรือคนไปทำกิจกรรมต่างๆ หรือเกิด Use case NFT ในแง่ของการระดมทุนให้กับศิลปิน เช่น การปั้นศิลปินหน้าใหม่ ที่มีแววเป็นซุปตาร์ในอนาคต ก็สามารถออก NFT Card ซึ่งจะมีการเก็งกำไรในชื่อเสียงล่วงหน้า นี่คือจุดเปลี่ยของนวงการเอ็นเทอร์เทนเม้นต์ที่เกิดขึ้นอย่างแน่อน  อีกทั้ง NFT ยังเข้ามาเปฏิวัติวงการเกม และในปีหน้า จะเป็นปีทองของ NFT เกม ที่สามารถซื้อขายเกมไอเทม ข้ามเซิฟเวอร์ ตอนนี้เกมทุกเจ้ามาติดต่อบิทคับ ดังนั้นเมื่อวงการเกม จะเป็นฟรอนเอ็นท์ สิ่งสร้างมูลค่าเพิ่มได้ต่อไป เช่น การเชื่อมกับวงการการเงิน ในระบบหลังบ้าน ก็สามารถปล่อยกู้กับผู้เล่นเกม  และล่าสุด เมตาเวิร์ส (Metaverse) กลายเป็นคำที่ถูกพูดถึงอย่างรวดเร็วในกลุ่มนักลงทุนและบริษัทต่าง ๆ หลังเฟซบุ๊กประกาศรีแบรนด์ ลุยสร้างเมตาเวิร์ส จริงๆ แล้วตอนนี้โลกเสมือนจริงเกิดขึ้นแล้ว ไม่ว่าจะเป็น การซื้อขายที่ดิน แมว หรือแม้แต่หิน ใครจะเชื่อว่า มูลค่าการซื้อขายหินในโลกเสมือนจริงมีมูลค่ากว่า 33 ล้านบาทหรือ มากกว่าในโลกปัจจุบันแล้ว ดังนั้นหลังจากโลกเสมือนจริงจะมาสร้างการเติบโตให้กับโลก 5-10 ปีข้างหน้า ด้วยอัตราการเติบโตยกกำลังสองทุกๆ สองปี  “ ในโลกยุคอนาคต 5-10 ปีข้างหน้า NFT จะมาสร้างธุรกิจใหม่ให้กับประเทศไทย ภาคธุรกิจต้องเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ ส่วนตัวยอมรับตื่นเต้นมากกับ NFT ที่จะเข้ามาปฏิวัติในหลากหลายวงการ หรือแม้แต่ธุรกิจที่เป็นเรียลเซ็กเตอร์ ”  สิ่งที่ทุกคนต้องเจอ คือ “โลกดิจิทัล” จะมาเชื่อมกับ “ โลกเรียลเซ็กเตอร์” และ คนเราจะมีสองชีวิต ใน “โลกความเป็นจริง” และ “โลกเสมือน” สิ่งที่กล่าวมานั้นจะเกิดขึ้นทั้งหมด ไม่ใช่จิตนาการ ตอนนี้เริ่มเกิดขึ้นแล้วและการเกิดจะเร็วขึ้นอีกหลังจากนี้ด้วย NFT

2021-11-07การวิเคราะห์เชิงลึก

โปรโตคอล DeFi ชื่อดัง bZx ถูกแฮ็ค

bZx ซึ่งเป็นโปรโตคอล DeFi ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ได้สูญเสียเงิน 55 ล้านดอลลาร์ให้กับแฮ็กเกอร์ที่ไม่รู้จัก โดยพวกเขาอ้างว่าแฮ็คเกอร์รายดังกล่าวนี้สามารถเข้าถึง private key ของพวกเขาได้ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าได้ไปได้อย่างไร นักแฮ็คถอนเงินออก หลังได้ Private Key ไป bZx ซึ่งเป็นโครงการ DeFi แบบ multi-chain นั้นได้รายงานว่า private key ที่รักษาความปลอดภัยสัญญาอัจฉริยะบน Polygon และ Binance Smart Chain (BSC) ถูกขโมยไป ดูเหมือนว่า private key ที่ควบคุมการปรับใช้ Polygon และ BSC นั้นถูกบุกรุก  ซึ่งทำให้เงินนั้นถูกขโมยไป ทีมงานยืนยันในโพสต์ Twitter หลังจากขโมย pricate key ไปได้แล้ว แฮ็กเกอร์ดังกล่าวก็ได้ทำการระบายทรัพย์สินมูลค่า 55 ล้านดอลลาร์จาก liquidity pool ตามการคาดการณ์ของ Slow Mist ประมาณ 25% ของจำนวนเงินนี้หายไปจาก wallet และส่วนที่เหลือเป็นของผู้ใช้งาน ภายหลังจากนั้นทางทีมงานได้ขอให้ผู้ใช้เพิกถอน permission ออกจาก wallet เพื่อป้องกันการสูญเสียเพิ่มเติม ทีมเสริมว่าสัญญาอัจฉริยะ Ethereum ไม่ได้รับผลกระทบจากการแฮ็ก  เนื่องจาก private key ในการปรับใช้ Ethereum ของ bZx นั้นได้รับการคุ้มครองโดยสัญญาหลายฝ่ายและควบคุมผ่าน DAO ทีมงานยังไม่ได้อธิบายว่าแฮกเกอร์ขโมย private key เพื่อไปควบคุมสัญญา Polygon และ BSC ได้อย่างไร โดยคาดการณ์ว่าพวกเขาจะออกมาเผยรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในอีกไม่นาน เป็นที่น่าสังเกตว่า bZx ถูกโจมตีเมื่อปีที่แล้วเช่นกัน ต่อมาทางทีมงานอ้างว่าสามารถกู้เงินคืนได้ในขณะนั้น เหตุการณ์เช่นการแฮ็ก bZx ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับโครงการที่สร้างบน Binance Smart Chain และ Polygon เนื่องจากทั้งสองเป็นบล็อกเชนที่ใช้ EVM และถูกโจมตีหลายครั้งในปีที่แล้ว

2021-11-07การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
8688
...
142