ฤดู Altcoin อาจกำลังจะมา เพราะ Bitcoin ทรงไม่ดี

ดูเหมือนว่าส่วนแบ่งตลาด Bitcoin จะยังคงร่วงลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยสัปดาห์นี้ส่วนแบ่งตลาดของ Bitcoin ได้ร่วงลงแตะจุดต่ำสุดที่ระดับ 40% ซึ่งใกล้เคียงกับจุดต่ำสุดตลอดกาลที่ระดับ 36.7% ในเดือนมกราคม 2018 อ้างอิงตามข้อมูลจาก Tradingview นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ส่วนแบ่งตลาด Bitcoin ร่วงลดลงในปีนี้ โดยย้อนกลับไปในเดือนพฤษภาคม มีรายงานว่าส่วนแบ่งตลาด ของ Bitcoin ได้ปรับลดลงเหลือแค่เพียง 40.3%  เมื่อเทียบกับเหรียญ Crypto ตัวอื่น ๆ รวมกัน นักวิจารณ์ Bitcoin ฝีปากกล้า Peter Schiff ได้ทวีตถึงเหตุการณ์ดังกล่าวในวันนี้ โดยชี้ให้เห็นว่า Bitcoin กำลัง “สูญเสียข้อได้เปรียบในการเป็นผู้เสนอญัตติรายแรก” งานวิจัยที่เผยแพร่โดย TradingPlatforms เมื่อวันที่ 27 ธันวาคมระบุว่า ข้อมูลนี้อาจส่งสัญญาณถึง “ฤดู Altcoin” ที่กำลังจะมาถึง โดยในช่วง 7 ปีที่ผ่านมา ส่วนแบ่งตลาด Altcoin ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึงสามเท่าจาก 21% ในปี 2014 เป็น 60% ในเดือนนี้ ในขณะเดียวกันส่วนแบ่งตลาดของ Ethererum ( ETH ) ก็ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นยืนเหนือระดับ 20% ด้วยมูลค่าตลาดเกือบ 5 แสนล้านดอลลาร์  หรือคิดเป็นมูลค่าที่เพิ่มขึ้นสองเท่าจากช่วงปีที่ผ่านมา เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม นักวิเคราะห์ Crypto ชื่อดัง “Altcoin Sherpa” ชี้ให้เห็นว่า “ฤดู altcoin” นั้นได้เกิดขึ้นตลอดทั้งปีนี้ โดยเขาอิงกราฟส่วนแบ่งตลาดของ Bitcoin ที่ยังคงอยู่ในแนวโน้มขาลง ในระหว่างการให้สัมภาษณ์กับ CNBC เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม นาง Noelle Acheson หัวหน้าฝ่ายข้อมูลเชิงลึกของตลาด Genesis Trading กล่าวว่า เธอสามารถสังเกตเห็น “สัญญาณที่ชัดเจน” สำหรับการลงทุนคริปโตของสถาบันที่เร่งตัวขึ้นในปี

2021-12-30การวิเคราะห์เชิงลึก

แม่นมาก! ทายนิสัยการลงทุน Crypto จาก ‘กรุ๊ปเลือด’

รู้มั้ยว่า กรุ๊ปเลือดของคนเราบอกอะไรได้มากมาย และมันก็บอก ‘นิสัยการลงทุน’ ได้ด้วย! วันนี้ #WikiFX จะพาไปเจาะลึก 4 กรุ๊ปเลือดว่ามีนิสัยการลงทุนแบบไหน รู้ไว้ เผื่อนำไปปรับใช้ให้ปังรับปีใหม่กันนะ   1. นิสัยการลงทุนกรุ๊ปเลือด A  คนกรุ๊ปนี้ชอบความสมบูรณ์แบบ จะทำอะไรก็ต้องวางแผน มีความรอบคอบ มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง จะลงทุนอะไรก็จะศึกษาให้ดีที่สุด เมื่อพบว่าอะไรดีแล้วก็จะทุ่มไปซื้อสุดตัว ซึ่งหากไม่มีวินัยทางการเงินที่ดี ก็อาจมีปัญหาตามมาภายหลังได้ ลึก ๆ แล้วกรุ๊ป A จะรวยช้ากว่าคนอื่นหน่อย เพราะไม่ค่อยชอบความเสี่ยง แนะนำให้ลองซื้อคริปโตที่มีฐานมั่นคง แล้วถือยาว ๆ น่าจะทำกำไรให้อย่างสบายใจ ฟีลช้าแต่ชัวร์เลยล่ะคนกรุ๊บ A   2. นิสัยการลงทุนกรุ๊ปเลือด B  คนเลือดกรุ๊ป B เป็นคนรักอิสระ ชอบอะไรก็จะชอบสุด ๆ ทำอะไรตามใจ คือติ๊สสุด ๆ ทำให้ต้องระวังเรื่องการใช้เงินแบบไม่วางแผน กรุ๊ป B ไม่ชอบการนำเงินไปทิ้งไว้ยาว ๆ เพราะเหมือนเอาเงินไปขัง ไม่มีอิสระ จึงเหมาะกับการซื้อมาขายไปในจังหวะสั้น ๆ อาจจะเป็น Forex คริปโต การลงทุนที่ผันผวนหน่อย แต่คุณต้องวางแผนหน่อยนะ เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ จะตามใจไม่ได้ ศึกษาหาข้อมูล ดูแนวโน้มตลาดด้วย หรือใครที่สนใจศิลปะมาก ๆ ลองลงทุนใน NFT ดูสิ   3. นิสัยการลงทุนกรุ๊ปเลือด AB  ชาว AB เป็นคนที่เก็บเงินเก่ง สามารถจัดการหมุนเงินใช้จ่ายได้ดีอย่างมีระเบียบ วางแผนดี จะลงทุนอะไรคิดแล้วคิดออก แต่เพราะความคิดเยอะนี่แหละ ทำให้ไม่กล้าลงทุนอะไรซักที จนบางทีก็พลาดโอกาสไป ดังนั้นเราขอแนะนำให้ลงทุนเลยตอนนี้ โดยเริ่มจากเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อน ลองเชิงตลาดดูกว่าเราชอบมั้ย Forex กับคริปโตเนี่ย มีเงินหลักร้อยก็ลงทุนได้แล้ว ค่อยเป็นค่อยไป เช็คข่าว ดูเกร็ดความรู้จาก WikiFX และ WikiBit อยู่เสมอ ลองดูซักตั้งนะ AB   4. นิสัยการลงทุนกรุ๊ปเลือด O  กรุ๊ป O เป็นคนมีสติในการลงทุน วางแผนได้รอบคอบพอสมควร นิสัยเป็นคนชอบซื้อของ ทีละเล็ก ทีละน้อย แต่รวม ๆ แล้วก็เยอะ จนบางทีไม่เหลือเงินไปลงทุน แนะนำว่าพอเงินเดือนออก ให้แบ่งก้อนลงทุนออกมาเลย จะลงทุนเท่าไหร่กันไว้ก่อน และด้วยนิสัยส่วนตัวที่ชอบอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ลองซื้อคริปโตทีละนิดมั้ย แบ่งซื้อเหรียญพื้นฐาน เหรียญที่ดูอนาคตไกล เหรียญตามหัวใจ กระจายความเสี่ยงกันไป  จะเลือกกรุ๊ปไหน ลงทุนเมื่อไหร่ก็มีความเสี่ยงเหมือนกัน ดังนั้นก่อนลงทุนก็ควรศึกษาข้อมูลให้ชัดเจน รอบคอบมากที่สุด จะได้ไม่มานั่งเสียใจทีหลังนะ! สาย #Forex ไปตามข่าวสาร พร้อมตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex อ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูลหมดไส้หมดพุง แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex  ส่วนสาย #คริปโต เราขอแนะนำ #WikiBit แอปนำเสนอข่าวสารวงการคริปโต พร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน #ทั้ง2แอปดาวน์โหลดฟรีการันตีความปัง

2021-12-29การวิเคราะห์เชิงลึก

นักลงทุนคริปโตโดนหลอกกว่า 88,000 ดอลลาร์หลังเจอข่าวลือของ MetaMask

ผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรม cryptocurrency คงไม่มีใครไม่รู้จัก MetaMask โดยล่าสุดได้มีข่าวลือเกี่ยวกับการออกโทเคน MASK ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ MetaMask แต่อย่างไรก็ตามเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม ผู้ถือครอง Ethereum ได้ออกมารายงานต่อชุมชนคริปโตว่าโทเคนดังกล่าวสามารถซื้อได้เพียงเท่านั้นแต่ไม่สามารถ “ขายได้” ผู้ใช้งาน Twitter ชื่อว่า lindyape ได้แชร์ภาพถ่ายหน้าจอของประวัติการทำธุรกรรมของผู้ถือครอง Ethereum ที่ซื้อโทเคน MASK ในราคา 22 ETH หรือมูลค่าเกือบ 88,000 ดอลลาร์  และไม่สามารถทำการขายใด ๆ ได้ในขณะนี้ ตาม Etherscan ได้เผยข้อมูลว่ามีเหยื่อที่ได้รับผลกระทบจากการหลอกลวงนี้กว่า 400 ราย ซึ่งโทเคนดังกล่าวออกโดย “MaskDAO” ซึ่งลงทะเบียนเว็บไซต์เมื่อวานนี้ และดูเหมือนว่าช่วง 2-3 ชั่วโมงแรกของโทเคน MASK จะเปิดให้ผู้ใช้งานสามารถซื้อขายได้ตามปกติก่อนจะมีทำการขายอย่างเป็นทางการ นั่นทำให้ผู้มีอิทธิพล NFT บางรายที่ได้ออกมาเชียร์ให้ซื้อโทเคนดังกล่าวนั้นถูกโจมตีอย่างหนัก MASK คือ SCAM Cobynft  ผู้ใช้งาน Twitter และผู้ที่ชื่นชอบคริปโตเป็นชีวิตจิตใจได้ออกมาอธิบายว่าผู้ออกโทเคน MASK ได้รับการตรวจสอบบนแอปพลิเคชัน DeFi อย่าง DexTool ได้อย่างไรในเมื่อสิ่งนี้คือการหลอกลวง ทั้งนี้มีรายงานว่าแฮกเกอร์ได้ทำการแทรกโค้ดที่เป็นอันตรายลงในคำอธิบายของโทเคนที่เว็บไซต์ดำเนินการ ส่งผลให้มีป้าย “ยืนยัน” สีน้ำเงิน อย่างไรก็ตาม cobynft เปิดเผยว่าตัวเลือกการขายถูกล็อคหลังจากมีสภาพคล่องภายในระบบมากถึง 1 ล้านดอลลาร์ และขณะนี้ MASK ถูกระบุว่าเป็น “honeypot” หรือการถูกหลอกลวงที่หอมหวานสำหรับนักลงทุนเนื่องจากในตอนนี้ยังไม่ได้รับการอนุญาตให้ทำการขาย

2021-12-29การวิเคราะห์เชิงลึก

Elon Musk บอกความลับเกี่ยวกับตัวตนของผู้สร้าง Bitcoin

เมื่อเร็ว ๆ นี้ Musk ได้ออกมาเปิดเผยทฤษฏีใหม่เกี่ยวกับตัวตนของผู้สร้าง Bitcoin ในตำนาน Satoshi Nakamoto พร้อมโต้แย้งว่าตัวตนที่แท้จริงของผู้สร้าง bitcoin นั้นไม่สำคัญเท่ากับวิวัฒนาการของความคิดที่นำไปสู่มัน “คุณสามารถดูวิวัฒนาการของแนวคิดนี้ได้ก่อนที่จะมีการเปิดตัว bitcoin และดูว่าใครเป็นคนเขียนเกี่ยวกับความคิดเหล่านั้น” Musk กล่าวให้สัมภาษณ์ในรายการ podcaster ของ Lex Fridman ผู้ซึ่งถามว่า มันถือเป็นข้อบกพร่องหรือไม่ ? ที่ตัวตนของ Satoshi Nakamoto นั้นไม่เป็นที่รู้จัก  “มันอีกเป็นเรื่องหนึ่งที่น่าสนใจในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ที่มีเทคโนโลยีอันล้ำยุคแต่เราไม่รู้ว่าใครเป็นผู้สร้าง” “ผมไม่รู้ว่าใครเป็นผู้สร้าง bitcoin แต่ดูเหมือนว่า Nick Szabo จะเข้าข่ายเป็นเค้าคนนั้นมากกว่าใคร ๆ และเขาเป็นผู้ที่รับผิดชอบวิวัฒนาการของความคิดเหล่านั้น” Musk กล่าวเสริม “แม้เขาอ้างว่า ไม่ใช่ Nakamoto แต่ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นผู้รับผิดชอบแนวคิดที่อยู่เบื้องหลังมันมากกว่าคนอื่น ๆ ” Szabo เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีในฐานะผู้สร้าง Bit Gold ในรุ่นก่อน ๆ และสัญญา Smart contract ซึ่งในที่สุดมันก็ถูกพัฒนาจนกลายเป็นชิ้นส่วนสำคัญของบล็อกเชน Ethereum ก่อนหน้านี้ Szabo เคยปฏิเสธว่าเขาไม่ใช่ Satoshi Nakamoto โดยบอกกับ Dominic Frisby สื่อข่าวด้านการเงินในปี 2014 ว่า  “ผมเกรงว่าคุณจะเข้าใจผิดคิดว่าผมเป็น Satoshi แต่ผมชินแล้ว” Musk ยังบอกกับ Fridman ด้วยว่าเขาไม่เข้าใจในเรื่องสัญญา Smart contract ที่ถูกใช้กันบน ethereum ซึ่งเป็นสัญญาที่สามารถดำเนินการได้ด้วยตนเองบนเครือข่ายบล็อคเชนและจะทำงานก็ต่อเมื่อตรงตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ล่วงหน้า “ผมไม่เคยเข้าใจว่าสิ่งที่เป็นสัญญา Smart contract ทั้งหมดนี้คืออะไร” Musk พูดติดตลก “ผมโง่เกินกว่าจะเข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับสัญญา Smart contract” อย่างไรก็ตาม Musk ได้ทำนายต่อไปว่า Dogecoin จะกลายเป็นคู่แข่งคนสำคัญของ bitcoin ในแบบฉบับของมีม และในที่สุดมันจะกลายเป็นสกุลเงินหลักที่ถูกใช้บนดาวอังคาร โดยก่อนหน้านี้ Musk ได้บอกใบ้ถึงโครงการที่เขาเสนอ

2021-12-29การวิเคราะห์เชิงลึก

นักวิเคราะห์คาดการณ์ตลาดคริปโตจะพังในปี 2022!

2021 นับตั้งแต่ต้นปี มูลค่ารวมของตลาดคริปโตเพิ่มขึ้น 176% เป็น 2.14 ล้านล้านเหรียญ นักลงทุนได้รับแรงผลักดันจากอะไรใหม่ ๆ แอป DeFi การมาของ NFTs และศักยภาพมหาศาลของเกมบนบล็อคเชนใน metaverse แต่สำหรับปีหน้า กลับมีกูรูออกมาวิเคราะห์ว่า ตลาดคริปโตอาจไม่ได้ปังอีกต่อไป ออกไปทางพังซะมากว่า!? เพราะอะไรมาดูกัน   1. ประวัติศาสตร์อาจซ้ำรอย  ประวัติศาสตร์ชี้ให้เห็นว่าตลาดคริปโตกำลังมีปัญหา การแกว่งตัวครั้งใหญ่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา การพลิกกลับหลังจากการขึ้นลงเหล่านี้ก็เป็นเรื่องธรรมดาเช่นกัน  นับตั้งแต่จุดต่ำสุดของเดือนมีนาคม 2020 มูลค่ารวมของสกุลเงินดิจิทัลทั้งหมดได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 14 เท่า ซึ่งค่อนข้างคล้ายกับการเพิ่มขึ้น 35 เท่าของมูลค่าตลาดโดยรวมในช่วง 10 เดือนระหว่างเดือนมีนาคม 2017 ถึงมกราคม 2018 หลังจากการเพิ่มขึ้นของเดือนมกราคม 2018 มูลค่ารวมของตลาดคริปโตทั้งหมดลดลง 90% ในช่วง 11 เดือนต่อมา   2. Blockchain ไปไกล แต่คนใช้มีน้อย  นักลงทุนอาจประเมินค่าสูงไปว่าเทคโนโลยีหรือบริการใหม่ ๆ จะถูกนำมาใช้โดยเร็ว เห็นได้จากการถือกำเนิดของอินเทอร์เน็ต จีโนม การพิมพ์ 3 มิติ และตอนนี้ เทคโนโลยีบล็อกเชน  แม้ว่าบล็อคเชนจะน่าตื่นเต้น แต่ก็ยังไม่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวาง หรือนำไปใช้ในวงกว้าง ธุรกิจไม่น่าจะกระโดดคว้าโอกาสที่จะสนับสนุนโครงการขนาดใหญ่จนกว่าจะมีหลักฐานของประสิทธิผลในโลกแห่งความเป็นจริง แต่เราจะไม่ได้รับหลักฐานนี้จนกว่าธุรกิจจะต้อนรับ blockchain อย่างเปิดกว้าง   3. คริปโตไม่สามารถแยกตัวออกจากตลาดหุ้นได้  อีกเหตุผลหนึ่งที่คริปโตอาจล้มเหลวในปี 2565 ก็คือการที่พวกเขาไม่สามารถแยกตัวออกจากตลาดหุ้นได้ คริปโตถูกมองว่าเป็นสินทรัพย์อิสระและเป็นการป้องกันความเสี่ยงให้กับตลาดในวงกว้าง เช่น ปริมาณเงินในสหรัฐฯ ที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้นักลงทุนมองว่า Bitcoin เป็นการลงทุนที่ปลอดภัยซึ่งจะช่วยจัดเก็บและเพิ่มความมั่งคั่ง ดีกว่าดอลลาร์สหรัฐ  ปัญหาคือคริปโตเคอเรนซี่ยังไม่ดีขึ้นเมื่อตลาดหุ้นเกิดความผิดพลาดหรือการแก้ไข ในช่วงไตรมาสที่สี่ของปี 2018 ดัชนี S&P 500 ลดลง 20% ในขณะเดียวกันมูลค่ารวมของตลาดคริปโต ลดลงจากประมาณ 2.22 แสนล้านดอลลาร์เป็น 1.3แสนล้านดอลลาร์ในช่วงเวลาเดียวกัน (ลดลง 41%) คือลดลงไปตาม ๆ กัน   4. หนี้จากมาร์จิ้นสร้างหายนะ  Margin หมายถึงจำนวนเงินที่นักลงทุนกู้ยืมโดยมีดอกเบี้ยเพื่อซื้อหรือขายหลักทรัพย์ ในบางกรณี นักลงทุนที่ใช้มาร์จิ้นเพื่อยกระดับการซื้อขายของพวกเขาทำให้ผลตอบแทนมาขึ้น แต่ถ้าหลักทรัพย์ที่ซื้อด้วยมาร์จิ้นไม่เคลื่อนที่ไปในทิศทางที่คาดหวังในระยะสั้น โบรกเกอร์อาจให้นักลงทุนเพิ่มทุนเป็นหลักประกัน หรืออาจบังคับขายสินทรัพย์ ที่เป็นหลักประกัน  เมื่อต้นปีนี้ นักลงทุนบางรายอาจใช้ประโยชน์จากสถานะเงินสด 100 เท่าเมื่อทำการซื้อขาย Bitcoin ด้วยเลเวอเรจมหาศาล แม้แต่การเคลื่อนไหว 1% หรือ 2% ใน Bitcoin (ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยครั้งในชั่วพริบตา) อาจนำไปสู่การเรียกหลักประกันและการบังคับชำระบัญชี   5. เหรียญ Meme หมดมนต์ขลัง  ปีนี้แทบทุกเหรียญที่ตั้งชื่อตามสุนัขพันธุ์ชิบะอินุของญี่ปุ่นคือพุ่งแบบเว่อมากกก Shiba Inu พุ่งกว่า 45,000,000% ในขณะที่ Dogecoin และ Floki Inu สูงขึ้น 3,119% และ 2,763% ตามลำดับ เหรียญเหล่านี้ล้วนเป็นมีมคอยน์ที่เติบโตตามกระแส ซึ่งไม่ได้แปลว่าจะสามารถดึงดูดใจในโลกแห่งความเป็นจริงหรือศักยภาพในระยะยาว และพลังของมันอาจสิ้นสุดในปีหน้า  ทั้งนี้ นี่ก็เป็นเพียงการวิเคราะห์จากสื่อต่างประเทศเท่านั้น เหตุการณ์อาจจะเป็นจริงตามนี้ หรือไม่ใกล้เคียงกับที่วิเคราะห์เลยก็ได้ โปรดใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ เหตุการณ์จะเป็นอย่างไร ก็ต้องเกาะติดกันไป  คุณสามารถติดตามข่าวสารที่สดใหม่ รวดเร็ว ถึงใจ พร้อมบทความเกร็ดความรู้ในโลกคริปโตแบบนี้ ได้ที่ “WikiBit” แอปนำเสนอข่าวสารวงการคริปโต และพร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพียงแค่กดค้นหา ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบจัดเต็ม ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!  [ขอบคุณข้อมูลจาก www.fool.com/investing]

2021-12-28การวิเคราะห์เชิงลึก

อุปสรรค 3 ประการที่ BTC และ ETH ต้องเจอในปี 2022

ผ่านไปเพียงครู่เดียว เราก็เดินทางมาถึงสัปดาห์สุดท้ายของปี 2021 กันแล้ว ในปีนี้หลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นมากมายในตลาดสกุลเงินดิจิทัล ในช่วงต้นปี การเติบโตของ DeFi เฟื่องฟูเป็นอย่างมาก ตามมาด้วยขาขึ้นของสกุลเงินดิจิทัลอีเธอเรียม ที่ปีนี้เติบโตแซงหน้าบิทคอยน์ได้อย่างขาดรอย ก่อนที่จะมาปิดท้ายด้วยการลงทุนในโลก GameFi โลกที่เกมกับการทำงานสามารถกลายเป็นเรื่องเดียวกัน  ปี 2021 เป็นปีที่สกุลเงินดิจิทัลบิทคยอน์และอีเธอเรียมได้รับการยอมรับมากขึ้น การถือกำเนิดขึ้นของกองทุน ETF บิทคอยน์ได้ทำให้มูลค่าของบิทคอยน์ฟิวเจอร์สเคยสามารถขึ้นมายืนเหนือ $50,000 ในขณะที่อีเธอเรียมฟิวเจอร์สสามารถขึ้นมา $4,000 นี่คือช่วงเวลาที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้ เพราะถ้าย้อนกลับไปทศวรรษก่อน แต่พูดชื่อบิทคอยน์ก็ยังแทบไม่มีใครรู้จักเลย  จากวันนี้ไม่มีใครรู้จักคริปโตฯ มาถึงวันนี้การเติบโตของสกุลเงินดิจิทัลในปี 2021 กลายเป็นเรื่องที่ผู้คนทั่วไปพูดถึงกันราวกับว่าได้เป็นเจ้าของสกุลเงินดิจิทัลกันทุกคนแล้ว บรรยากาศเช่นนี้เหมือนจะเป็นเรื่องที่ดี แต่ยิ่งโลกคริปโตฯ เติบโตขึ้นมากเท่าไหร่ ความเสี่ยงที่จะกลายเป็นผู้ร้ายในสังคม และถูกจำกัดจากภาครัฐก็มีมากยิ่งขึ้น เรย์ ดาริโอ นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังเจ้าของหนังสือ The Principles เคยกล่าวเอาไว้ว่า “การกำจัดสกุลเงินดิจิทัลของภาครัฐเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ง่ายมาก” ดังนั้นในปี 2022 ปีที่สกุลเงินดิจิทัลจะยิ่งเติบโตไปไกลมากกว่านี้ มีอุปสรรคอะไรบ้างที่รอโลกไร้พรมแดนแห่งนี้อยู่ ในบทความนี้เราจะพาไปดูกัน  ภาพรวมตลาดสกุลเงินดิจิทัล  ใครก็ตามที่ถือบิทคอยน์และอีเธอเรียมมาตั้งแต่วันที่วันที่ 31 ธันวาคมปี 2020 มาจนถึงตอนนี้เชื่อได้เลยว่าคงจะกลายเป็นเศรษฐีไปแล้ว  BTCUSD Monthly 2010-2021  ที่มา: Barchart  รูปนี้คือกราฟบิทคอยน์ที่ปรับตัวขึ้นจาก $28,986.74 ในวันที่ 31 ธันวาคมปี 2020 ขึ้นมายัง $50,818 ในวันที่ 27 ธันวาคม 2021 จากวันนั้นจนถึงวันนี้ คิดเป็นมูลค่าการเติบโตมากกว่า 75%  ETHUSD Monthly 2010-2021  ที่มา: Barchart  หากคิดว่าบิทคอยน์ปรับตัวขึ้นมาเยอะแล้ว เราอยากให้ดูกราฟอีเธอเรียมในรูปนี้ก่อน ในช่วงสิ้นปี 2020 มูลค่าของสกุลเงินอีเธอเรียมเคยมีตัวเลขอยู่ที่ $738.912 แต่เมื่อมาถึงวันที่ 27 ธันวาคมปี 2021 มูลค่าของสกุลเงินอีเธอเรียมได้เปลี่ยนจาก $700 กว่า กลายมาเป็น $4,060 คิดเป็นการเติบโตมากกว่า 449%  ถามว่าข้อมูลนี้สามารถบอกอะไรกับนักลงทุนได้บ้าง? ในปี 2020 บิทคอยน์เคยเติบโตขึ้นจาก $20,000 กว่าเหรียญขึ้นมายืนเหนือ $60,000 ได้ แสดงให้เห็นถึงการเข้าสู่โลกสกุลเงินดิจิทัลของนักลงทุนรายย่อยมากขึ้น แต่มาปีนี้ การที่มูลค่าของอีเธอเรียมสามารถเติบโตนำบิทคอยน์ได้นั้น แสดงให้เห็นว่าคนที่เข้ามาแล้ว ได้ศึกษาจนทราบว่าบิทคอยน์และอีเธอเรียมมีจุดประสงค์ในการใช้งานต่างกัน และมีโอกาสที่ในอนาคตโลกสกุลเงินดิจิทัลมากกว่า 16,000 เหรียญจะถูกต่อยอดผ่านอีเธอเรียมได้ง่ายกว่า  ถือเป็นเรื่องดีที่เราได้เห็นสกุลเงินดิจิทัลมีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ในขณะเดียวกัน ความเสี่ยงที่ตลาดทุนแห่งนี้จะถูกควบคุมก็เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว ในความเห็นของผม ความเสี่ยงที่สกุลเงินดิจิทัลจะต้องเจอในปี 2022 มีดังนี้  1. ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถดูแลกระเป๋าเงินดิจิทัลได้  สำหรับคนที่มีความรู้คอมพิวเตอร์ และคุ้นชินกับการทำธุรกรรมกับสกุลเงินดิจิทัลเป็นอย่างดี เชื่อว่าพวกเขาคงจะไม่มีปัญหาอะไรกับการรักษาเงินในกระเป๋าดิจิทัล เพราะเรื่องนี้ถือเป็นพื้นฐานที่คงลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลจำเป็นต้องมี แต่หากสกุลเงินดิจิทัลคิดที่เป็นสกุลเงินกลางของโลก หมายความว่ามันต้องสามารถเข้าถึงแม้คนที่ไม่มีความรู้ด้านการเงินหรือเทคโนโลยีเลยก็ตาม  เพื่อแก้ไขปัญหานี้ แจ็ค ดอร์ซีย์ อดีต CEO ของทวิตเตอร์ที่ได้หันมาอุทิศชีวิตให้กับการสร้างกระเป๋ษสำหรับสกุลเงินดิจิทัลได้พยายามอย่างเต็มที่เพื่อพัฒนาระบบการชำระเงินด้วยสกุลเงินดิจิทัลให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ในตอนนี้เขาให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยของกระเป๋าเงินดิจิทัลมากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีความรู้ด้านคริปโตฯ หรือคนที่ไม่มีความรู้ด้านการเงิน ต้องสามารถใช้กระเป๋าเงินของแจ็ค ดอร์ซีย์ได้ นั่นคือสิ่งที่เขาหวังเอาไว้  ในแง่ของการลงทุน ถึงภาครัฐจะไม่ได้ขัดขวางการลงทุนในตลาดสกุลเงินดิจิทัล แต่พวกเขาก็รู้ดีว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะเข้าใจความซับซ้อนของการทำธุรกรรมผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัลได้ ดังนั้นรัฐจึงอนุญาตให้ลงทุนในบิทคอยน์ผ่านกองทุน ETF สำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลทางอ้อม แต่ไม่ต้องการรับความเสี่ยงตรงๆ สามารถลงทุนผ่านกองทุน ETF ได้ ในปี 2022 ปีที่เราเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ไม่มีใครตั้งคำถามว่าคริปโตฯ คืออะไรอีกแล้ว การถือครองสกุลเงินดิจิทัลไว้ในกระเป๋าเงินดิจิทัลควรที่จะทำได้ง่ายมากกว่านี้  2. ความปลอดภัยยังคงเป็นประเด็นที่ถูกโจมตีอันดับหนึ่ง  การเติบโตทางเทคโนโลยีทำให้โลกของเราเติบโตได้เร็วขึ้นก็จริง แต่ก็แลกมาด้วยการโจมตีรูปแบบใหม่ที่มาในรูปแบบของการโจมตีไซเบอร์ หากยังจำกันได้ ในปี 2021 ได้มีกรณีแฮกเกอร์เข้าโจมตีท่อส่งน้ำมันของสหรัฐอเมริกา และเรียกเงินค่าไถ่เป็นสกุลเงินดิจิทัล ความปลอดภัยจึงเป็นเรื่องที่สกุลเงินดิจิทัลมักจะถูกกล่าวหามาโดยตลอด และฝั่งที่สนับสนุนคริปโตฯ ก็ไม่เคยที่จะปฏิเสธได้เลย  เราจึงยังคงเชื่อว่าประเด็นเรื่องความสามารถในการรักษาความปลอดภัยของผู้ครอบครองสกุลเงินดิจิทัลยังคงจะเป็นประเด็นต่อไปในปี 2022 หากปีหน้า แฮกเกอร์มีส่วนเกี่ยวข้องกับการโจมตีฐานอำนาจของภาครัฐมากขึ้น และยิ่งเรียกค่าไถ่เป็นสกุลเงินดิจิทัล เชื่อได้เลยว่าภาครัฐจะต้องออกมาดำเนินการบางอย่างอย่างจริงจัง สำหรับตอนนี้ ความร่วมมือกันระหว่างรัฐบาล บริษัทตัวการการแลกเปลี่ยน และลูกค้าที่มีความรู้เกี่ยวกับการรักษาเงินในกระเป๋าดิจิทัลตัวเองจึงเป็นวิธีที่ทรงประสิทธิภาพมากที่สุด  3. การควบคุมจากภาครัฐ  สองประเด็นที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้เป็นปัญหาทางเทคนิคที่ยังพอจะสามารถใช้ความรู้ ความชำนาญในการแก้ไขปัญหา แต่สำหรับการควบคุมของรัฐบาลนั้นเป็นปัญหาทางการเมือง ที่แตกต่างออกไปตามสภาพเศรษฐกิจ สังคม วิถีชีวิตของคนในประเทศนั้นๆ บางประเทศอย่างเช่นจีนเลือกที่จะห้ามใช้สกุลเงินดิจิทัลโดยเด็ดขาด ในขณะที่เอล ซัลลาดอร์เลือกที่จะใช้บิทคอยน์เป็นสกุลเงินประจำชาติ  ระบบการเงินถือเป็นการใช้อำนาจรูปแบบหนึ่ง ภาครัฐมีสิทธิ์ที่จะกำหนดปริมาณเงินและสภาพคล่องในระบบได้ด้วยตัวของพวกเขาเอง และนั่นคือที่มาของความเสี่ยงทางการเงินในปัจจุบัน การที่เราต้องเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อในตอนนี้ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของระบบการเงินที่ถูกทำให้ผิดเพี้ยนจากรัฐบาล เมื่อการกู้ยืมสามารถทำได้อย่างไม่จำกัด เงินในระบบก็ยิ่งมีแต่จะเสื่อมค่าลงเรื่อยๆ แต่รัฐก็ไม่เคยคิดที่จะยอมรับความผิดพลาดในการบริหารนี้  นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมผู้สร้างสกุลเงินดิจิทัลบิทคอยน์ ถึงกำนดให้บิทคอยน์มีจำนวนอยู่เพียง 21 ล้านเหรียญเท่านั้น และมอบอำนาจการมีส่วนร่วมในระบบการเงินให้ผู้ที่ใช้งานมีสิทธิ์ได้ตัดสินใจ ไม่ใช่การตัดสินใจที่เป็นของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และมีเมื่อทราบดีว่าประชาชนในอานัติของตนเริ่มมองเห็นกลลวงของพวกเขาแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่รัฐอยากจะกำจัดสกุลเงินดิจิทัลในฐานะคู่แข่งโดยตรงของพวกเขา  คริปโตฯ จะยังคงอยู่ต่อไป แต่จะมีความท้าทายที่ต้องเจอมากขึ้น  สัปดาห์ที่แล้ว มูลค่ารวมของตลาดสกุลเงินดิจิทัลทั้งหมดมีตัวเลขอยู่ที่ $2.38 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ตัวเลขนี้คือมูลค่าตลาดที่เติบโตขึ้นมากกว่าสามเท่าจากตัวเลขในปี 2020 และมูลค่าตลาดในปี 2020 ก็เติบโตเพิ่มขึ้นมากกว่าปี 2019 เกือบสี่เท่า หากเอาโมเดลการเติบโตนี้มาจับกับการความเป็นไปได้ที่จะเติบโตของตลาดสกุลเงินดิจิทัลในปี 2022 มีความเป็นไปได้ที่เราอาจจะได้เห็นตัวเลขมูลค่าตลาดสูงเกือบ $5 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ  แม้ว่าบางคนจะไม่เห็นด้วยกับสกุลเงินดิจิทัล แต่พวกเขาเหล่านั้นกลับโอบรับบล็อกเชน ที่สามารถนำไปต่อยอดกับการเก็บข้อมูล ไฟล์เอกสาร หรือข้อมูลสำคัญต่างๆ ได้

2021-12-28การวิเคราะห์เชิงลึก

ผู้เชี่ยวชาญเผยแนวโน้ม Metaverse ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2022

Yat Siu ผู้ก่อตั้งและประธานของ Animoca Brands เกมบล็อคเชนยูนิคอร์นในฮ่องกงได้เปิดเผยคำคาดการณ์ของเขาเกี่ยวกับทิศทางของ Metaverse ที่เขาเชื่อว่าจะเกิดขึ้นในปี 2022 การก้าวเข้าสู่โลก Metaverse ของผู้คนนับล้าน เมื่อ Facebook ประกาศรีแบรด์เปลี่ยนชื่อเป็น Meta เพื่อแสดงให้เห็นถึงเจตจำนงของบริษัทในการสร้างโลกเสมือนจริง metaverse ผู้คนต่างก็เริ่มตื่นตัวและทุ่มความสนใจให้กับเรื่องนี้  กราฟทั้งหมดชี้ไปในทิศทางเดียวกันว่า เรากำลังอยู่ในวัฏจักรของ early adopter และเรากำลังก้าวไปสู่วัฏจักรนั้นในอัตราที่รวดเร็วอย่างน่าตก แม้กระทั่งผู้คนที่ไม่ได้อยู่แวดวงการเงิน ยังได้มีการพูดถึงศักยภาพของ metaverse ด้วยเช่นกัน ดังนั้นในปี 2022 ผมคาดว่าจะเห็นได้ผู้คนนับล้านที่ก้าวเข้ามาสู่ภาคส่วนนี้ และโดยพื้นฐานแล้วผมเชื่อว่า metaverse จะเป็นโลกที่เปิดกว้างบนเครือข่ายบล็อกเชน“ Siu กล่าว จะไม่มีใครเป็นเจ้าของ Metaverse ได้ทั้งหมด ”ผมไม่คิดว่าจะมีใครหรือองค์กรใดหนึ่งเป็นเจ้าของ Metaverse ได้ทั้งหมด เพราะมันจะเป็นเรื่องที่น่าสลดใจ ถ้าหากมันเป็นเช่นนั้นจริง และนั่นหมายความว่ามันอาจจะส่งผลกระทบต่อสิ่งต่าง ๆ เช่น ทางเลือก ความหลากหลาย และการทำงานร่วมกัน“ ”  สิ่งเหล่านี้จะตกอยู่ในความทุกข์ทรมาน หากสภาพแวดล้อม Metaverse มีเพียงแค่แห่งเดียวเท่านั้น และสิ่งหนึ่งที่เรากังวลอยู่ก็คือเรื่องความเป็นเจ้าของดิจิทัลที่แท้จริง เพราะถ้าหากคุณมีสิทธิในสินทรัพย์ที่ปลอดภัยในพื้นที่ดิจิทัล ไม่ว่าคุณจะอยู่บนเครือข่ายใดหรือ metaverse ใด จากที่นั่นรากฐานจะถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นประเภทของสังคมที่มีสินทรัพย์อยู่จริง ซึ่งสิ่งนั้นจะก่อให้เกิดธุรกิจและนวัตกรรมใหม่ ๆ“ ความเป็นเจ้าของทางดิจิทัลจะเป็นตัวกำหนด Metaverse แบบเปิด ”สำหรับผมนั่นคือคำมั่นสัญญาที่ยิ่งใหญ่ของ Metaverse แบบเปิด ซึ่งเป็นที่ที่เราสามารถสร้างโลกได้ในแบบเดียวกับโลกทางกายภาพ ทั้งในแง่ของนวัตกรรม ความคิด และการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ “ผมเชื่อว่าความเป็นเจ้าของนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญ มันปลอดภัยและได้รับการพิสูจน์แล้ว และนั่นคือสัญลักษณ์ของ metaverse แบบเปิด ซึ่งบริษัท Metaverse แบบปิดจะไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ และเราคิดว่าท้ายที่สุดแล้วพวกเขาจะล้มเหลว” ผมคิดว่าหัวข้อนี้เป็นกลายเป็นประเด็นที่ถกเถียงกันในปีต่อ ๆ ไป ซึ่งจะมีผู้ที่พยายามสร้าง metaverse แบบปิด และบริษัทอย่างเรา ๆ ที่พยายามสร้าง metaverse แบบเปิด และจะเป็นเช่นนั้นต่อไป

2021-12-28การวิเคราะห์เชิงลึก

นักลงทุนมหาเศรษฐี Ray Dalio กล่าวราคา Bitcoin ไปไม่ถึง 1 ล้านดอลลาร์แน่นอน

Bitcoin ได้กลายเป็นหัวข้อหลักที่ถูกกล่าวถึงอยากมากของอุตสาหกรรม cryptocurrency ด้วยเหตุผลหลายประการตั้งแต่การเพิ่มขึ้นของราคาจนไปถึงการยอมรับจากทั่วโลก ทั้งนี้ มหาเศรษฐี Ray Dalio ผู้ก่อตั้ง Bridgewater Associates ได้กล่าวว่า “ Bitcoin อาจะเป็นหนึ่งในสิ่งที่น่าตื่นเต้นที่สุด” ในขณะที่พอดแคสต์ของ Lex Fridman มหาเศรษญี Dalio ได้เน้นย้ำถึงการสนับสนุนอันยาวนานของเขาใน Bitcoin และกล่าวว่าตนเองเป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกคริปโทเคอร์เรนซี่  ทั้งนี้เขาได้ตั้งข้อสังเกตว่า Bitcoin จะชนะใจเขาได้หากสามารถพิสูจน์ตนเองให้เห็นได้ ความจริงที่ว่าโปรโตคอลนี้ยังไม่เคยถูกแฮกได้กล่าวเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อย ๆ สิ่งนี้ทำให้ Dalio จัดอันดับ Bitcoin ไว้สูงมากเหนือสินทรัพย์อื่นที่เขาสนใจอย่างทองคำ นอกจากนี้ความจริงที่ว่า Bitcoin ได้รับมูลค่าอย่างมากจนมากกว่า Facebook และ Tesla (NASDAQ:TSLA) นั้นเกินกว่าที่เขาคาดไว้อย่างมาก และกลายเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นหากเราไม่สามารถคาดเดาได้ว่ามูลค่าของมันจะไปได้สูงขนาดไหน Bitcoin เป็นส่วนหนึ่งของอนาคต อีกแง่มุมหนึ่ง Bitcoin และ Cryptocurrency ได้กลายเป็นเงินทางเลือกตามการเน้นย้ำของ Dalio  โดยเขาได้เปิดเผยว่าโลกกำลังเอียงไปสู่การแข่งขันทางด้านการเงินไม่ใช่แค่สกุลเงินทั่วไปและสิ่งที่เกิดจากสถานการณ์ปัจจุบันที่มีการพิมพ์เงินที่มากจเกินไป “ผมคิดว่าเรากำลังเข้าสู่ยุคที่มีการแข่งขันด้านการเงินเนื่องจากการพิมพ์เงินและค่าเสื่อมราคาที่มากเกินไป ซึ่ง Bitcoin ก็เป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันนี้เช่นกัน รวมถึงสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทอื่นเช่น CBDC และ NFT ด้วย” อย่างไรก็ตาม มหาเศรษฐยังคงเชื่อว่า Bitcoin จะกลายเป็นรูปแบบสูงสุดของเงินในการแข่งขันครั้งนี้ เนื่องจากแม้ว่าเขาจะยังคงถือทองคำอยู่บ้างในตอนนี้ก็ตาม แต่สำหรับ Dalio เขาคิดว่าทองคำมีคุณสมบัติบางอย่างที่ทำให้ดีกว่า Bitcoin เนื่องจากไม่ต้องตรวจสอบย้อนหลังและไม่ต้องเชื่อมต่อกับเครือข่ายให้ยุ่งยาก ทั้งนี้เขาเชื่อว่า Bitcoin ไม่มีทางที่ราคาจะถึง 1 ล้านดอลลาร์หรือมีมูลค่าตลาดเกินทองคำที่ 10 ล้านล้านดอลลาร์

2021-12-28การวิเคราะห์เชิงลึก

Bitcoin มีโอกาสราคาร่วงไปที่ 0 บาทไหม ?

Bitcoin มีโอกาสราคาร่วงไปที่ 0 บาทไหม ? อาจเป็นคำถามที่หลายคนกำลังสงสัยว่ามีโอกาสเกิดขึ้นได้ไหม เพราะ Bitcoin อาจจะยังไม่มีมูลค่าที่เห็นได้ชัดจริงๆ วันนี้ WikiBit จะมาอธิบายแบบเข้าใจง่ายว่าราคาไป 0 บาทนั้นยากมาก  1. โครงสร้างพื้นฐานของบล็อคเชน (Blockchain) ที่เป็นรากฐานของ Bitcoin นั้นแข็งแกร่งขึ้น  Bitcoin และสกุลเงินดิจิตอลเข้ารหัสทั้งหมดนั้นใช้เทคโนโลยีบล็อคเชนซึ่งถือเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่แข็งแกร่งที่สุด สามารถโต้แย้งได้ว่าธนาคารกลางไม่สามารถควบคุมการสร้างสกุลเงินได้ แต่นั่นเป็นแนวคิดของ Bitcoin แนวคิดจริง ๆ แล้วคือการยกเลิกการพิมพ์สกุลเงินตามคำสั่ง นอกจากนี้เมื่อบางสิ่งถูกป้อนเข้าไปในบล็อคเชนแล้ว จะไม่สามารถลบออกได้ตลอดชีวิต ในอนาคตจะถูกควบคุมอย่างไรต้องดูกันต่อไป!  2. ในที่สุด Bitcoin อาจกลายเป็นทางเลือกดิจิทัลแทนทองคำ  ทำไมทองคำถึงได้รับความนิยมในช่วงหลายปีที่ผ่านมา? มีสามเหตุผล ข้อแรกคือ ทองคำที่เคยขุดในโลกนี้ยังคงมีอยู่ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง มันทำลายไม่ได้ซึ่งทำให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ข้อที่สอง แม้ว่าทองคำจะไม่ใช่สินทรัพย์พอร์ตโฟลิโอ แต่ก็เป็นแหล่งสะสมมูลค่าที่ดีเยี่ยม หากคุณดูทองคำในช่วงหลายปีที่ผ่านมา อย่างน้อยก็สามารถเอาชนะเงินเฟ้อได้และสินทรัพย์อื่นๆ อีกจำนวนมากไม่สามารถทำตามได้ ข้อที่สาม ทองคำมีอุปทานจำกัด หากคุณนำมาเปรียบเทียบกับ Bitcoin แล้วจะพบว่ามันคล้ายกัน Bitcoin ถูกสร้างขึ้นในฐานข้อมูลที่ไม่สามารถทำลายได้ ดังนั้น Bitcoin ทั้งหมดจึงยังคงอยู่และอุปทานจึงถูกจำกัดโดยอัตโนมัติและมีหลักฐานการตรวจสอบที่เข้มงวด ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา Bitcoin ให้ผลตอบแทนที่เพิ่มมากขึ้น ที่สำคัฐนอกจากนี้ Bitcoin สามารถจัดเก็บและโอนได้ง่ายกว่าเมื่อเทียบกับทองคำ  3. Bitcoin ไม่ใช่แค่อิสระเท่านั้น แต่ยังหายากมากอีกด้วย..  Bitcoin เป็นเพียงเครือข่ายที่ทรงพลังและกระจายอำนาจซึ่งเป็นจุดแข็งพื้นฐานของสกุลเงิน ไม่มีธนาคารกลางใดสามารถมีอิทธิพลต่อจำนวน Bitcoiทั้งหมดได้ จนถึงปัจจุบันมีเพียง 21 ล้าน Bitcoin เท่านั้นที่ถูกสร้างขึ้นและเป็นการจะขาดตลาดมากขึ้นจนทำให้ Bitcoin มีค่า เมื่อเทียบกับรูปแบบสกุลเงินอื่น ๆ นั้นบิทคอยน์จะหายากกว่ามาก ตัวเหรียญจึงมีแนวโน้มที่จะรักษาคุณค่าไว้ได้ตลอดไป นอกเหนือจากนั้นเนื่องจาก Bitcoin ไม่ได้รับการสนับสนุนจากธนาคารกลางหรือรัฐบาล จึงไม่มีความเสี่ยงต่อเงินเฟ้อมากนัก  4. Bitcoin กำลังได้เป็นสกุลเงินในโลกความจริง  แม้ว่าธนาคารกลางจะพยายามอย่างหนักที่จะต่อต้านสกุลเงินดิจิตอล แต่ก็มีเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซหรือร้านค้า โรงแรม ร้านอาหารที่ยินดีรับเงินเป็น Bitcoin มากขึ้นเรื่อยๆ ธนาคารต่างๆ ถึงแม้จะเริ่มออกเงินดิจิตอลในประเทศเอง (CBDC) แต่ยังมีนักลงทุนรายใหญ่มากมายที่แสดงตัวว่าเขานั้นชอบ Bitcoin รวมถึงกองทุนระดับโลกด้วย นั้นอาจจะทำให้ความคิดว่า Bitcoin จะลงไปที่ราคา 0 บาทนั้นมีโอกาสเกิดได้ยากขึ้น

2021-12-27การวิเคราะห์เชิงลึก

เหรียญคริปโตตัวหนึ่งมีราคาพุ่งขึ้นกว่า 4,000% หลัง Elon Musk โพสทวีต

ในขณะที่ ‘ปีแห่งมีม’ กำลังใกล้ถึงจุดสิ้นสุด ดูเหมือนว่ายังมีเหรียญมีมอีกเหรียญที่จู่ ๆ ก็กลายเป็นกระแสฮือฮาขึ้นมา หลังจาก Elon Musk ได้ออกมาโพสทวีตในวันเทศกาลคริสมาส Santa Floki (HOHOHO) ซึ่งเป็นเหรียญ BEP20 บน Binance Smart Chain ได้เห็นราคาที่พุ่งขึ้นกว่า 3,944% เมื่อช่วงไม่กี่วันก่อนหน้านี้ ราคาเหรียญที่พุ่งขึ้นอย่างรุนแรง เกิดหลังจาก Elon Musk CEO ของ Tesla ได้โพสต์รูป Floki ลูกสุนัข Shiba Inu ของเขาบนทวีต  ทวีตของ Musk กลายเป็นกระแสไวรัลในทันที และมียอดไลค์กว่า 240,000 ไลค์ในขณะที่รายนี้ รูปภาพนี้มาพร้อมกับคำบรรยายใต้ภาพที่ระบุว่า “Floki Santa” ซึ่งสอดคล้องกับชื่อของเหรียญคริปโตดังกล่าว Santa Floki ถูกสร้างโดยนักพัฒนาที่ใช้นามแฝงว่า Parabolic8 โดยมีมุ่งจุดหมายที่จะสร้างเหรียญคริปโตเหรียญนี้ให้กลายเป็นโปรเจกต์เกี่ยวกับการกุศลบนเครือข่าย Binance Smart Chain

2021-12-27การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
7072
...
142