สรุปเหตุการณ์สำคัญในตลาดคริปโตของปี 2021 โดย WikiBit แอปตรวจสอบข้อมูล Crypto

ในปี 2021 นับว่าเป็นปีที่คริปโตฯ ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากหลายฝ่าย ทั้งนักลงทุน บริษัทและองค์กรต่าง ๆ รวมถึงรัฐบาล ทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนั้น ยังได้เห็นการนำคริปโตฯ และ Blockchain ไปปรับใช้ในหลายอุตสาหกรรม อีกทั้งยังมีเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นและเป็นที่จับตามองในปีนี้มากมาย วันนี้ WikiBit แอปตรวจสอบข้อมูล Crypto จะมาสรุปเหตุการณ์ที่สำคัญในตลาดคริปโตของปี 2021 ให้ฟังกันครับ  1. เอลซัลวาดอร์ยอมรับเงินบิทคอยต์ชาติแรกของโลก  เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาประเทศเอลซัลวาดอร์ได้บังคับใช้กฎหมายอนุญาตให้บิทคอยน์ เป็นสิ่งที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ซึ่งส่งผลให้หน่วยงานภาครัฐ และภาคธุรกิจเริ่มมีการปรับตัวกันอย่างคึกคัก กับการรับชำระค่าสินค้าและบริการต่าง ๆ ด้วยบิทคอยน์  นโยบายของรัฐบาลเอลซัลวาดอร์ยังทำให้ประชาชนในประเทศสามารถจ่ายภาษี ชำระค่าสาธารณูปโภค จ่ายซื้อสินค้าและอาหาร ฯลฯ ด้วยเงินคริปโตได้ นอกเหนือจากเงินสกุลดอลล่าร์สหรัฐที่เป็นสกุลเงินหลักของประเทศ  2. กระแสของ NFT  NFT ค่อยๆมีอิทธิพลกับตลาด เนื่องจากมีการซื้อขาย NFT ระหว่างกันด้วยมูลค่าที่สูงมาก หลายคนจึงเริ่มหันมาศึกษาอย่างจริงจังว่า NFT คืออะไรกันแน่ หลังจากนั้นก็มี Use Case ของ NFT เกิดขึ้นหลายรูปแบบ และดูเหมือนจะเปิดกว้างในเกือบทุกวงการ ขณะเดียวกันก็มีองค์กรใหญ่ ๆ เริ่มหันเข้ามาสนใจ NFT มากขึ้นเพราะสามารถสร้างรายได้เพิ่ม, ต่อยอดธุรกิจ, สร้างโอกาสและฐานลูกค้าใหม่ ยิ่งมีการนำ NFT ไปผสมกับเกม ผสมกับโลกเสมือน (Metaverse) ยิ่งทำให้ NFT น่าสนใจมากขึ้น และแน่นอนว่าจะยังมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสแรกของปี 2022 นี้ด้วย  3. การจับมือของ Bitkub กับ SCB X  เพราะคู่แข่งในโลกข้างหน้ามีแต่ยักษ์ใหญ่ แถมรุกได้อย่างรวดเร็ว ผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล บริษัทไทยที่ต้องการก้าวไปสู่การเป็น Tech Company ก็ต้องเร่งเครื่องในการเพิ่มศักยภาพตัวเอง และต้องหาพันธมิตรที่เหมาะสม ซึ่งในปีที่ผ่านมา การประกาศลงทุนของยานแม่อย่าง SCB X ใน Bitkub เพื่อเข้าถือหุ้น 51% ด้วยมูลค่ารวม 17,850 ล้านบาท ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ดี นอกจากการลงทุนครั้งนี้ ทาง SCB X ยังมีแผนที่จะพัฒนาธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลด้านต่าง ๆ ผ่านโมเดลทางธุรกิจรูปแบบใหม่ร่วมกับ Bitkub เพื่อวางรากฐานในการเข้าสู่โลกการเงินแห่งอนาคตต่อไปด้วย  4. Metaverse  นับตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2021 คุณ Mark Zuckerberg ได้มีการประกาศเปลี่ยนชื่อบริษัทจาก Facebook เป็น Meta เพื่อมุ่งมั่นสู่การเป็นบริษัท Metaverse ปลุกกระแสธีมการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ Metaverse กลับมาอีกครั้ง ทำให้เหรียญที่เกี่ยวข้องกับ Metaverse ปรับตัวขึ้นมาอย่างทันที ตัวอย่างเช่น เหรียญ SAND, เหรียญ ENJ, เหรียญ MANA, เหรียญ GALA เป็นต้น  5. Play-to-Earn  กระแส Play-to-Earn คือการเล่นเกมแล้วได้เงิน การสร้างรายได้จากเกม ซึ่งอุตสาหกรรมเกมเป็นอีกอุตสาหกรรมหนึ่งที่มีการนำ Blockchain ไปใช้ในหลายมิติ ทั้งการออกเหรียญที่ใช้ภายในแพลตฟอร์ม และ NFT ที่ใช้ภายในเกม ทั้งที่ดิน ตัวละคร และอุปกรณ์ต่าง ๆ บางแพลตฟอร์มสามารถให้ผู้ใช้งานออกแบบตัวละครและอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ตามความต้องการ  แน่นอนว่า ความน่าสนใจของ Cryptocurrency น่าจะยังมีมาเรื่อยๆ หากคริปโตฯได้รับการยอมรับกันอย่างวงกว้างแล้ว กลต จะมีมาตรการดูแลอย่างไร และ ด้วยพัฒนาการที่ก้าวกระโดดของตลาดนี้ เราเชื่อว่าจะมีอะไรใหม่ๆให้ได้ติดตามกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในปีหน้า 2022 จะยังเป็นอีกปีที่น่าติดตาม และน่าจะมีอะไรให้ได้เซอร์ไพรส์กันเรื่อยๆแน่นอน  หากสนใจเรื่องราวแบบนี้ กลับมาอ่านกันได้ทุกวันที่แอป WikiBit แอปนำเสนอข่าวสารวงการคริปโต พร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพียงแค่กดค้นหา ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบจัดเต็ม ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!

2022-01-03การวิเคราะห์เชิงลึก

มือใหม่ควรรู้ ใช้ leverage คือพลังและอำนาจของ Crypto

เสน่ห์อย่างหนึ่งของตลาดการลงทุนคือการทำกำไรเพื่อกินส่วนต่างระหว่างการซื้อและการขายหลักทรัพย์ ค่าเงินหรือทองคำ โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนสูง หากแต่นักลงทุนจะต้องรู้จักการใช้เครื่องมือต่างๆ ในการเทรดได้อย่างดีเยี่ยมจึงจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่มหาศาลได้ ถือเป็นการสร้างความแตกต่างให้กับเทรดเดอร์ในตลาดจำนวนมากได้ นั่นคือการใช้ค่า leverag เป็น เครื่องมือทำงาน เจ้าตัวนี้คืออะไร ทำงานอย่างไร ไปดูกันครับ  leverage คือ เครื่องมือทางการเงินที่ทำให้ผู้ใช้งานมีอำนาจและพลังทางการเงินมากขึ้นกว่าเดิม เช่น มีเงินทุน 20,000 บาท เมื่อทำการ leverage จะได้รับเงินเพิ่มเป็น 100,000 บาท เป็นต้น ซึ่งก็คือการยืมเงินมาซื้อหลักทรัพย์ หรือลงทุนในทางการเทรดฟอเร็กซ์จะเป็นการยืมเงินจากโบรกเกอร์มาใช้ในการเทรดนั่นเอง ซึ่งมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป โดยเฉพาะการ เลเวอเรจ สําหรับมือใหม่ ที่ต้องศึกษาและทำความเข้าใจให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจ เพราะถ้าถูกทางอาจทำกำไรมหาศาลได้ ในขณะที่ผิดทางก็ขาดทุนมหาศาลได้เช่นกัน  ทำไมต้องใช้ leverage ในการเทรด Forex  หากใครที่เข้าใจระบบแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศจะรู้ได้ในทันทีว่าส่วนต่างหรือสเปรดของราคานั้นน้อยมาก การที่จะเทรดเพื่อทำกำไรในปริมาณมากๆ ต้องใช้เงินทุนมหาศาล ดังนั้นจึงต้องใช้เครื่องมือทางการเงินอย่าง เลเวอเรจ มาใช้งาน ซึ่งก่อนที่จะไปใช้เครื่องมือนี้ได้เทรดเดอร์จะต้องวางเงินหลักประกันตามมูลค่าสินทรัพย์ที่ทางโบรกเกอร์กำหนดเสียก่อน  แล้วมือใหม่อย่างเรา leverage เท่าไหร่ดี จึงจะมีความเหมาะสม  สําหรับมือใหม่ จะต้องดูในส่วนของเงินลงทุนและคู่เงินที่จะเทรดเสียก่อน โดยคู่เงินหลักที่นิยมเทรดกันในตลาดฟอเร็กซ์ประกอบไปด้วย 4 คู่เงิน ดังนี้  EUR/USD : คู่เงินยูโรและดอลล่าร์สหรัฐอเมริกา  GBP/USD : คู่เงินปอนด์สเตอริงและดอลล่าร์สหรัฐอเมริกา  USD/JPY : คู่เงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกาและเงินเยนญี่ปุ่น  USD/CHF : คู่เงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกาและเงินฟรังก์สวิส  สำหรับมือใหม่เพิ่งหัดเทรดแนะนำให้เรียนรู้เกี่ยวกับ lot ในการเทรด หรือถ้าอยากเทรดจริงๆ ควรเริ่มที่ size Nano และ Micro ก่อนเท่านั้น แม้ในส่วนของผลกำไรจะน้อย แต่ผลขาดทุนก็จะน้อยด้วยเช่นกัน  ดังนั้นในการเทรดฟอเร็กซ์สำหรับมือใหม่ที่จะต้องศึกษาในเรื่องของการเลเวอเรจแล้ว ยังต้องศึกษาในส่วนของ lot size ในการเทรดอีกด้วย เพราะถ้าเทรดถูกทางก็จะสามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างมหาศาล แต่ถ้าผิดทางและไม่ทำการ stop loss เอาไว้ก็ทำเอาเจ๊งและเสียหายได้อย่างมโหฬารได้เช่นเดียวกัน จึงควรมีสติและวินัยในการเทรดที่ดี ตั้งจุด stop loss ทุกครั้งที่เข้าทำการซื้อ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะตามมาได้  

2022-01-03การวิเคราะห์เชิงลึก

มือใหม่ต้องรู้ก่อนลงทุนซื้อ Bitcoin

หลายคนที่เริ่มสนใจลงทุนใน Cryptocurrency คงคุ้นเคยกันดีกับคำว่า Bitcoin แต่สงสัยกันหรือไม่ ว่าทำไมใคร ๆ ก็ต่างแนะนำให้มือใหม่เริ่มศึกษาจากบิตคอยน์ หรือเริ่มลงทุนกับบิตคอยน์ก่อน? วันนี้ Wikibit จะมาสรุปให้ฟัง ว่าทำไมต้องทำความเข้าใจถึงจุดเด่นหรือเรื่องที่ต้องรู้ก่อนเริ่มลงทุนในบิตคอยน์  Bitcoin เป็นคริปโตสกุลแรกของโลก  บิตคอยน์ (Bitcoin) คือ“สกุลแรกของโลก” และมีมูลค่าสูงที่สุดในตลาดคริปโต ณ ปัจจุบัน สามารถใช้แลกเปลี่ยนสินค้าและบริการได้โดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง หมายความว่า แม้จะอยู่ประเทศไหนบนโลกก็สามารถทำธุรกรรมทางการเงินข้ามประเทศได้ เพียงแค่มีอินเทอร์เน็ต  เป็นคริปโตที่มีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดเป็นอันดับที่ 1  เรียกได้ว่าเป็นเจ้าแห่งวงการคริปโตเลยก็ว่าได้ สาเหตุที่บิตคอยน์ได้ฉายาเช่นนั้น เพราะปัจจุบันส่วนแบ่งทางการตลาดของบิตคอยน์ (อ้างอิงจากเว็บไซต์ coinmarketcap.com) มีส่วนแบ่งสูงถึง 46.69% แม้จะลดลงจากเดิมเล็กน้อย แต่เมื่อเทียบกับสัดส่วนในตลาดแล้วถือว่าบิตคอยน์ยังครองตลาดเป็นอันดับที่ 1 และทิ้งห่างเหรียญสกุลอื่นอย่างไม่เห็นฝุ่น  ใช้บล็อกเชนในการทำงาน  บิตคอยน์ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน ในการบันทึกธุรกรรม โดยบล็อกเชนเป็นเทคโนโลยีในการเก็บข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือและปลอดภัยมากที่สุด มีหลักการทำงานแบบกระจายศูนย์ (Decentralized) ที่สำเนาของข้อมูลจะถูกเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในเครือข่าย และระบบจะมีการตรวจสอบให้ข้อมูลทุกเครื่องตรงกันอยู่เสมอ จึงยากต่อการปลอมแปลงข้อมูล และสามารถตรวจสอบได้อย่างโปร่งใส  ไม่มีใครทราบตัวตนผู้สร้าง Bitcoin  บิตคอยน์ถือกำเนิดขึ้นในปี 2009 โดยผู้สร้างที่ใช้นามแฝงว่า “ซาโตชิ นากาโมโต (Satoshi Nakamoto)” จุดประสงค์ของเขาคือต้องการสร้างสกุลเงินที่เป็นอิสระ ไม่ขึ้นตรงต่อรัฐบาลหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีใครทราบตัวตนที่แท้จริงของเขา ไม่สามารถบอกได้ชัดเจนว่าซาโตชิเป็นบุคคลหรือเป็นกลุ่มบุคคลกันแน่  มีหลายคนตั้งข้อสงสัยในตัวซาโตชิด้วยเหตุผลต่าง ๆ ข้อสงสัยนี้ทำให้เหล่านักสืบออนไลน์จากทั่วทุกมุมโลกพยายามสืบหาตัวตนที่แท้จริงของซาโตชิ แต่ก็ยังมีไม่ใครทำสำเร็จ แม้จะมีบางคนที่อ้างตนว่าคือซาโตชิตัวจริง แต่ก็ไม่มีหลักฐานหรือข้อมูลยืนยันที่ชัดเจนและยังไม่เป็นที่ยอมรับอย่างเป็นทางการ ทำให้ปริศนานี้ยังไม่ถูกเปิดออกแม้จะผ่านมากว่า 12 ปีแล้วก็ตาม  บิตคอยน์มีจำกัดเพียง 21 ล้านเหรียญ  บิตคอยน์ถูกสร้างขึ้นมาให้มีจำกัดที่ 21 ล้านเหรียญ เพราะว่าผู้สร้างบิตคอยน์ได้คาดการณ์ไว้แล้วว่า หากบิตคอยน์มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่มีจำกัด อาจทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ และจะทำให้มูลค่าของบิตคอยน์ลดลงจนหายไปจากตลาดได้ ปัจจุบัน บิตคอยน์ถูกขุดขึ้นมาแล้วกว่า 18 ล้านเหรียญ เหลืออีกเพียงไม่ถึง 3 ล้านเหรียญเท่านั้น โดยคาดการณ์ว่าจะถูกขุดขึ้นมาครบ 21 ล้านเหรียญ ในปี ค.ศ. 2140 หรืออีก 119 ปีนั่นเอง  เป็นต้นแบบให้คริปโตสกุลอื่น ๆ  ต้องยอมรับว่าความสำเร็จของบิตคอยน์ได้เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดเหรียญดิจิทัลสกุลอื่น ๆ มากมายหลายพันสกุลทั่วโลก ที่เรียกกันว่า “Altcoin” (Alternative Coin) หรือเป็นสกุลเงินทางเลือกที่มีขึ้นมาสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงในเหรียญสกุลอื่นนอกจากบิตคอยน์ ปัจจุบัน Altcoin หลายสกุลก็เป็นที่โด่งดังในตลาดคริปโตและได้รับความสนใจไม่แพ้บิตคอยน์ เช่น Ethereum (ETH), Tether (USDT), Dogecoin (DOGE) ก็ได้รับความนิยมตามกันมาติด ๆ  หากสนใจเรื่องราวแบบนี้ กลับมาอ่านกันได้ทุกวันที่แอป WikiBit แอปนำเสนอข่าวสารวงการคริปโต พร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพียงแค่กดค้นหา ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบจัดเต็ม ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!

2022-01-02การวิเคราะห์เชิงลึก

เปิดตำนาน เต้นจนได้ดี! ‘จากแดนเซอร์สุดฮอต สู่เทรดเดอร์เงินล้าน’

วันนี้เราจะพาไปรู้จัก นักเต้นชาวฮังการี ‘Nicolas Darvas’ ผู้ทำเงินได้ประมาณ 2 ล้านดอลลาร์ (66 ล้านบาท) จากการลงทุนเพียง 25,000 ถึง 33,000 ดอลลาร์ในช่วงระหว่างปี 1957-1959 ในตลาดหุ้น  ย้อนเวลากลับไปในปี 1952 เมื่อ Nicolas Darvas กำลังเป็นนักเต้นดาวรุ่งใน Latin Quarter ในเมืองแมนฮัตตันในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ขณะอยู่ที่นั่น Smith Brothers ซึ่งเป็นเจ้าของ Toronto Club ได้ชวนให้ Nicolas เข้ามาที่ตลาดหุ้นโดยบังเอิญ ผ่านข้อเสนอบางอย่าง...  ข้อเสนอที่ Smith Brothers เสนอให้กับ Nicolas คือ ถ้าทำการแสดงเต้นรำที่ Toronto Club พวกเขาจะไม่จ่ายเงินให้ด้วยการให้เงิน แต่โดยการให้หุ้นแก่ใน Brillund Company ซึ่งเป็นบริษัทเหมืองแร่ของแคนาดา ฟังดูแปลกใช่ไหม Nicolas Darvas ก็คิดว่ามันแปลก แต่ในที่สุดก็ยอมรับข้อเสนอ  ต่อมา ด้วยเหตุผลบางอย่าง นิโคลัสจึงไม่สามารถแสดงที่สโมสรได้ ต่อมาเขามีความรู้สึกผิดและด้วยเหตุนี้เขาจึงเสนอขอซื้อหุ้น Brillund Companies จาก Smith Brothers Smith Brothers พวกเขาขายหุ้นเหล่านั้นให้กับ Nicholas ในราคา 3,000 ดอลลาร์  Nicolas ยุ่งกับงานที่ได้รับมอบหมายเป็นเวลาสองเดือน แล้ววันหนึ่งขณะอ่านหนังสือพิมพ์ นิโคลัสก็พบกับโชคก้อนใหม่ หุ้นของบริษัท Brilund ที่เขาซื้อในราคาหุ้นละ 50 เซนต์เพิ่มขึ้นเป็น 1.90 ดอลลาร์ ดังนั้นการลงทุนรวมของเขาจำนวน 3,000 ดอลลาร์ในหุ้นของบริษัท Brilund จึงเพิ่มขึ้นเป็น 11,000 ดอลลาร์  หมายความว่า Nicolas มีกำไร 8,000 ดอลลาร์จากการลงทุนของใน 2 เดือน เขาคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนมาจากเวทมนตร์บางอย่าง เขาคิดว่าเราทุกคนทำงานเพื่อให้ได้เงิน แล้วเงินทำงานให้เราได้อย่างไร?  หากเราลงทุนในหุ้นที่ถูกต้องและมูลค่าของหุ้นเพิ่มขึ้น หมายความว่าเงินของเราทำงานได้อย่างมหัศจรรย์! สิ่งนี้ทำให้เขาตัดสินใจที่จะลงทุนในตลาดหุ้นแบบทุ่มสุดชีวิต  เพื่อที่จะเป็นเทรดเดอร์และนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จในตลาดหุ้น Nicolas เริ่มตัดสินใจใช้กลยุทธ์ที่เรียบง่าย เขาคิดว่าเขาเป็นคนใหม่ในตลาด ดังนั้นทำไมไม่ทำความรู้จักผู้ที่มีประสบการณ์ในสาขานี้และทำตามคำแนะนำของพวกเขา  ต่อมาผลงานของ Nicolas ไม่ดีนัก เขาเข้าใจดีว่าการที่ใครสักคนเชื่อและลงทุนในหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าหุ้นนั้นจะทำงานได้ดีในตลาด ต่อมา เขาคิดออกว่าเขาจะหันไปใช้ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเท่านั้น ดังนั้นเขาจึงสมัครรับจดหมายข่าวและนิตยสารที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับส่วนแบ่งการตลาด เป็นอีกครั้งที่ Nicolas Darvas ทำตามขั้นตอนทีละขั้นตอนและลงทุนในหุ้นตามคำแนะนำ และประสบกับความสูญเสียครั้งใหญ่อีกครั้ง  Nicolas Darvas เข้าใจดีว่าคำแนะนำของใครหรือคำแนะนำด้านการตลาดเกี่ยวกับส่วนแบ่งการตลาดไม่มีผลในตลาดหุ้น เขาจึงคิดว่าตลาดหุ้นของแคนาดาแห่งนี้อยู่ในสภาวะที่ผันผวนตลอดเวลาเนื่องจากมีการเคลื่อนไหวเป็นประจำซึ่งเกิดจากข่าวของยูเรเนียมและทองคำพุ่ง เขารู้สึกว่าตลาดในแคนาดานั้นอ่อนแอเกินไป ดังนั้น เขาจึงย้ายไปเทรดในวอลล์สตรีท ล้มลุกคลุกคลาน พลาดบ้าง ได้บ้าง แต่สุดท้าย ประสบการณ์ก็ทำให้เขาประสบความสำเร็จในถนนสายนี้  เรื่องราวของ Nicolas Darvas เป็นทั้งแรงบันดาลใจและกำลังใจในเวลาเดียวกัน เขาไม่ได้เป็นเศรษฐีเทรดเดอร์เพียงเพราะโชค แต่เพราะการมุ่งศึกษาหาความรู้ การวางแผน และความมุ่งมานะสุด ๆ ยังไงอ่านแล้วก็นำไปปรับใช้ในการลงทุนกันนะ! แอป WikiFX ได้รวบรวมเกร็ดความรู้เกี่ยวกับการลงทุน โดยเฉพาะตลาด Forex เอาไว้ให้คุณอ่านเพื่อพัฒนาตัวเอง และหากคุณพร้อมลงทุนแล้วเราก็มีฟังก์ชันตรวจสอบโบรกเกอร์ Forex เถื่อนด้วย ให้เราเป็นตัวช่วยในการลงทุนของคุณนะ โหลดได้เลยตอนนี้ ฟรี!

2022-01-01การวิเคราะห์เชิงลึก

สรรพากรประกาศ วันที่นักลงทุนต้องยื่นภาษีคริปโท

วันนี้( 25 ธ.ค.64) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า สำหรับการจัดเก็บภาษี “สินทรัพย์ดิจิทัล” (digital asset) อย่างคริปโทเคอร์เรนซีนั้น มีพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 ระบุชัดเจนว่า สินทรัพย์ดิจิทัลหากมีกำไรหรือมีผลตอบแทนจากส่วนนี้จะต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายร้อยละ 15 ของกำไร และบุคคลที่มีเงินได้จากการซื้อขายคริปโทจะต้องยื่นแบบแสดงการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา  ดังนั้นในการยื่นแบบภาษีเงินได้ในเดือนมีนาคม 2565 สรรพากรจึงมีช่องให้เลือกสำหรับผู้ที่มีกำไรจากการซื้อขายคริปโทเพื่อให้ผู้เสียภาษีสำแดงเงินได้ ซึ่งหากใครมีรายได้แล้วหลบเลี่ยงไม่ยอมยื่นทางกรมมีระบบ data analytics เพื่อตรวจสอบข้อมูล รวมทั้งยังมีอำนาจในการออกหมายเรียกพยานได้ เช่น หากสรรพากรมีข้อมูลที่เชื่อว่าบุคคลดังกล่าวมีกำไรจากการซื้อขายคริปโทก็มีอำนาจเรียกเข้ามาให้ข้อมูลได้  นอกจากนี้กรมกำลังศึกษาเรื่องการเก็บภาษีจากธุรกรรมการขายหุ้น (financial transaction tax) อัตรา ร้อยละ 0.1 จากมูลค่าการขาย ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเก็บปีหน้า และทำให้มีรายได้กว่า 1 หมื่นล้านบาทต่อปี ซึ่งเหตุผลที่ต้องจัดเก็บเนื่องจากต้องสร้างความเป็นธรรม และลดความเหลื่อมล้ำ  สำหรับภาษีหุ้นทั่วโลกมีเก็บ 2 รูปแบบ คือ transaction tax และ capital gain tax (ภาษีกำไรจากการขายหุ้น) หลายประเทศเก็บทั้ง 2 รูปแบบ แต่ไทยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนศึกษาเพื่อจัดเก็บ transaction tax ซึ่งเป็นภาษีธุรกิจเฉพาะ และมีการยกเว้นมาตั้งแต่ปี 2534

2022-01-01การวิเคราะห์เชิงลึก

How to ‘เปลี่ยนตัวเองให้เป็นนักเทรดสุดปัง รับปี 2022’

สวัสดี ปี ใหม่แล้วววววว! ได้เวลาเริ่มต้นอะไรใหม่ ๆ เปลี่ยนตัวเองให้ปังขึ้นกว่าเดิม! วันนี้ WikiBit และ WikiFX จะมาเสนอ 5 วิธีพัฒนาตัวเองให้ปีหน้าให้รวยขึ้น เทรดปังขึ้น! จะบิทคอยน์ Forex อะไรใช้ได้หมด!   1. ปีหน้าต้องกล้าลงทุน  ถ้าปีที่แล้ว คิดดีแล้ว ศึกษามาแน่นพอแล้ว ปีนี้ต้องกล้าสู้ในสนามนะ การตัดสินใจว่าจะลงทุนเงินของคุณที่ไหนและอย่างไร เป็นเรื่องสำคัญมาก การลงทุนที่ประสบผลสำเร็จคือกุญแจที่จะทำให้คุณไปถึงเป้าหมายระยะยาวของคุณได้ คุณต้องคอยมองหาว่าทางใดที่จะให้ผลตอบแทนได้อย่างมากมายเกินคุ้ม จะหุ้น คริปโต หรือ Forex มีให้เลือกเยอะแยะไปหมด  เราแนะนำให้ลองลงทุนอย่างหลากหลาย “ไม่ควรเดิมพันกับม้าตัวเดียว” ควรกระจายความเสี่ยงของเราออกไปหลาย ๆ ทาง และรักษางานหลักของคุณไปพร้อม ๆ กับการพยายามทำตามเป้าหมายที่คุณตั้งเอาไว้ แต่จะลงทุนอะไรก็ต้องศึกษาได้ดีพอนะ ถ้ายังตัดสินใจไม่ได้ก็ลองดาวน์โหลดแอป WikiFX เพื่อไปอ่านความรู้โลกการลงทุนสิ โหลดฟรีนะ!   2. ใช้ชีวิตอย่างมีเป้าหมาย  กระบวนการตั้งเป้าหมายในชีวิตของคุณ คือ การอนุญาตให้ตัวคุณเองได้เลือกว่าอยากเป็น อยากทำ อยากมีแค่ไหน อยากเทรดได้กำไรเท่าไหร่ ในเวลาเท่าไหร่ เขียนไว้ให้ชัดเจน และเมื่อคุณตัดสินใจเป้าหมายได้แล้ว ให้เริ่มต้นเดินหน้าเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่คุณตั้งไว้ให้ได้ อย่าพยายามทำทุกอย่างให้สำเร็จในครั้งเดียว เพราะมีน้อยคนมากที่จะทำเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ได้สำเร็จโดยที่ไม่เคยล้ม ให้ตั้งเป้าหมายเล็ก ๆ และทำให้สำเร็จเป็นขั้นขึ้นไปเรื่อย ๆ นอกจากนี้ยังจะต้องไม่ลืมกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจนให้พอเหมาะพอควรโดยอยู่บนพื้นฐานของความจริง   3. ปีหน้าต้องเทรดพร้อมสติ  การมีสติจะทำให้เรารู้ตัวว่ากำลังทำอะไรอยู่ หากเรารู้ตัวว่าความโลภกำลังเข้าครอบงำ การมีสติที่ครบถ้วนจะช่วยระงับความโลภที่เกิดขึ้นให้ลดลงได้ เช่น เราเห็นว่าราคาในกำไรมีแนวโน้มจะพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนใกล้จะถึงเส้น TP ของเราแล้ว หากเราขยับเพิ่มขึ้น การเทรดครั้งนี้จะทำให้เราได้กำไรมากอย่างแน่นอน แต่หากเรามีสติรู้ตัว และไม่โลภทำกำไรให้มากขึ้นทันที เราเลือกที่จะได้กำไรเท่านี้ก่อน แล้วค่อยหาโอกาสเทรดให้ได้กำไรในรอบต่อไป   4. ตั้งใจเรียนรู้มากขึ้น  ถ้าคุณอยากจะประสบความสำเร็จในโลกลงทุน คุณต้องเต็มใจที่จะอุทิศเวลาส่วนใหญ่ในชีวิตของคุณไปกับการศึกษาเรียนรู้ รู้มากยิ่งได้เปรียบมาก คุณอาจจะวางแผนเข้าคอร์สอบรม ซื้อหนังสือ หรืออ่านข่าวสารทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งตอนนี้มีให้อ่านฟรี ๆ มากมาย ไม่รู้จะอ่านที่ไหนก็โหลดแอป WikiFX และ WikiBit เลยจ้า   5. ไม่ยุ่งกับโบรกเกอร์เถื่อน Exchange ปลอม  ปีที่แล้วคนพังเพราะโบรกเกอร์เถื่อน Exchange ปลอมกันเยอะมาก จะสาขาอาชีพไหน รวยเท่าไหร่ เก่งแค่ไหนก็โดนหลอก แพลตฟอร์มเหล่านี้มักจะหลอกล่อผ่านการชักชวนปากต่อปาก ผ่านคนใกล้ชิด ทำให้เราไว้ใจว่าปลอดภัย ซึ่งจริง ๆ เขาจำทำทุกทางให้คุณไม่ได้กำไร ต่อให้เก่งแค่ไหน คุณก็มีแต่เทรดเสีย ยิ่งเสียก็ยิ่งโลภ ยิ่งอยากแก้มือ หรือเทรดได้กำไรก็ถอนกันไม่ได้อยู่ดี ทางที่ดี ปีหน้าอย่ายุ่งกับโบรกเกอร์เถื่อน! Exchange ปลอม!  สาย #Forex ไปตามข่าวสาร พร้อมตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex อ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูลหมดไส้หมดพุง แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex  ส่วนสาย #คริปโต เราขอแนะนำ #WikiBit แอปนำเสนอข่าวสารวงการคริปโต พร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน #ทั้ง2แอปดาวน์โหลดฟรีการันตีความปัง

2022-01-01การวิเคราะห์เชิงลึก

อุทาหรณ์นักลงทุน ตอน ‘หนึ่งเดือนกับการหลงรัก Scammer และเงินห้าแสนที่ปลิวไป’

นี่ไม่ใช่ละคร ไม่ใช่เรื่องแต่ง แต่เป็นเรื่องเล่าจากชีวิตจริงของเทรดเดอร์สาว ที่ถูกหลอกด้วยความรัก และสูญเงินด้วยความโลภ ใครกำลังถูกชวนไปลงทุน หรือใครกำลังมีความรัก โปรดหยุด แล้วอ่านเรื่องนี้ก่อน เผื่อว่าคุณจะได้เจอเรื่องคล้าย ๆ กัน  เจ้าของเรื่องเป็นสายโสด ขี้เหงา อยากมีใครซักคนจึงเปิดแอปหาคู่ โดยเปิดโลเคชันไว้ไกล ๆ เพราะไม่อยากเจอตัวจริง ๆ หาแค่คนคุย เคยมีประสบการณ์เจอ Scammer บ่อย ๆ แต่จับได้ เขาหลอกมา ก็หลอกกลับ  จุดพีค ของเหตุการณ์นี้คือ เจ้าของเรื่องได้เจอผู้ชายคนนึง โปรไฟล์ธรรมดา ๆ ดูจับต้องได้ ไม่ได้หล่อปานเทพบุตรตามแบบฉบับ Scammer ชื่อ ‘อีธาน’ เป็นลุกครึ่งไทย-สิงคโปร์ อีธาน กับเธอ keep contact กันอยู่ตลอด เป็นระยะเวลาประมาณเดือนกว่า ๆ เขาทำให้เธอหลงรักมาก ๆ  อาของอีธาน เป็นสมาชิกอยู่ในกองทุนกลุ่มคริปโต โดยแต่ละวันอาจะโทรมาส่งข้อมูลให้อีธานทำการซื้อ หรือขาย คริปโต โดยแจ้งว่าเค้าเป็นกลุ่มวาฬ ที่คอยรวบซื้อหรือขายเหรียญ เพื่อเปลี่ยนทิศทางของตลาด  อีธานสอนเธอเรื่องหุ้น กองทุน ฟังดูดีมีการศึกษามาก จนเธอละเลยคำว่า สแกมเมอร์ไปเลย เวลาคุยกับอีธาน โทรไปจะไม่รับ ต้องรอให้เขาโทรกลับ ขอวิดีโอคอลไม่ได้ อ้างว่าเขาคุยไม่เก่ง เธอเคยขอที่อยู่ เค้าส่งให้ พอไปเสิร์ชดู เจอบ้านเดี่ยว หลังใหญ่ ชื่อจริงนามสกุลจริง เจ้าของเรื่องไม่เคยรู้ แต่รายละเอียดพวกนี้ เธอสงสัยและเอ๊ะ แต่เหมือนตาบอดไปเลย เพราะคำพูดที่ใส่ใจเธอเสมอ  หลังจากนั้นมีการชวนลงทุนผ่านแอปที่ เป็น Coinbase wallet ที่คิดว่าเชื่อถือได้ แต่สิ่งที่เพิ่มเติมคือ เขาส่งลิงค์นึงมาให้เรา โดยบอกว่าเป็นบัตรเชิญการขุด mining มันเป็นบัตรเชิญจากคุณอาของเค้า ที่ทำงานอยู่ในกลุ่มคริปโต  เธอยอมเสี่ยงในจำนวนเงินที่คิดว่า ถ้าสูญไป จะเสียใจน้อย โดยลงไปแสนนึง และมันได้จริง ถอนกำไรออกจริงสองรอบ สามหมื่นบาท แล้วเธอก็ลงเรื่อย ๆ จนถึงห้าแสน แต่พอตอนที่เธอกำลังถอนกำไรรอบที่สาม กลับพบว่าเงิน15,000 USDT ถูกดูดหายออกไปจาก coinbase wallet เธอคิดในใจ ‘โดนแล้วแหละ’  เธอเอาเรื่องนี้ไปปรึกษาเพื่อนร่วมงาน เค้าเช็คให้บอกว่าตัวลิงค์นั้นคือ fishing เหมือนเป็นสะพานเชื่อมให้ third party เข้ามายุ่งเกี่ยวกับกระเป๋าตัง electronic ของเราได้ โดยแอปลิงค์ที่ว่านี้ชื่อ ‘GMD coin’ ซึ่งเธอเคยค้นหาแล้ว แต่มันไม่มีข้อมูลอะไรเลย แต่ก็โลภหลงเชื่อไป ไม่ถอยหลัง  เมื่อไปค้นหาความจริง ปรากฏว่าอีธานไม่มีตัวตนใด ๆ ทั้งสิ้น หลังจากที่เขาได้เงินเราไปแล้ว และเขาก็รู้ตัวแล้วว่าเธอรู้ความจริงทั้งหมด เขาก็หายไปเลยประมาณสองวัน จากนั้นก็ทักมาบอกขอโทษ และบอกว่าเขาทำอะไรไม่ได้ จำเป็นต้องทำ สรุปคือเขาไม่ใช่ผู้ชาย แต่เป็นผู้หญิง และเวลาโทรคุยกันเสียงผู้ชาย เพราะต้องให้อีกคนคุย  เธอพยายามคิดว่าจะทำยังไงที่จะได้เงินคืน จะแจ้งความก็น่าจะยุ่งยากมั้ย ตัวเธอเองก็อยู่ ต่างประเทศ การดำเนินเรื่องต่าง ๆสุดท้ายจะได้คุ้มกับเสียมั้ย สุดท้ายเลยไม่ได้ทำอะไรเลย  เจ้าของเรื่องปิดท้ายว่า จริง ๆ เรื่องพวกแสกมเมอร์พวกนี้ มีให้อ่านเยอะแยะมากมาย แต่ครั้งพอมันเกิดขึ้นกับตัวเราเอง แม้คนรอบข้างจะคอยเตือนแต่สุดท้าย อารมณ์ และความรู้สึก มันอยู่เหนือเหตุผล เพราะพวกนี้มันเล่นกับความรู้สึก มันจับทาง จับจุดอ่อน ของคนได้  เราขอเป็นกำลังใจให้เจ้าของเรื่อง และขอให้เหตการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์สอนใจทุกคน ให้ระมัดระวังในการลงทุน อย่าให้ความโภคครอบงำ ท่องไว้ว่าเงินต้องได้มาอย่างปลอดภัยเท่านั้น เบื้องต้นเราขอย้ำให้ทุกคนตรวจสอบแพลตฟอร์มที่จะเอาเงินไปลงไว้ให้ดีว่ามีที่มาที่ไปยังไง มีใบอนุญาตหรือไม่ ถ้าไม่น่าไว้ใจ เขาเอาเงินของเราให้เขาทำไม  สำหรับสาย #Forex ต้องไม่ลืมตรวจสอบใบอนุญาตโบรกเกอร์ Forex และอ่านรีวิวข้อมูลต่าง ๆ ก่อนลงทุน โดยทำได้ง่าย ๆ ผ่านแอป WikiFX เพียงแค่ไปค้นหาชื่อก็เจอข้อมูลหมดไส้หมดพุง แอปเดียวที่จบครบเรื่อง Forex  ส่วนสาย #คริปโต เราขอแนะนำ #WikiBit แอปนำเสนอข่าวสารวงการคริปโต พร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน #ทั้ง2แอปดาวน์โหลดฟรีการันตีความปัง  [ขอบคุณเจ้าของเรื่อง: https://pantip.com/topic/41177210]

2021-12-31การวิเคราะห์เชิงลึก

Bitkub เผย Roadmap ปี 2022 สุดยิ่งใหญ่

Bitkub Blockchain Technology ผู้ก่อตั้งและดำเนินการสร้าง Bitkub Chain เครือข่าย Blockchain ของคนไทย ได้ออกมาเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับ Roadmap ในปี 2022 ที่จะมุ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างแข็งแกร่งให้กับเชน และต่อยอดโปรเจกต์ต่าง ๆ พร้อมต่อสู้ในเวทีระดับโลก สำหรับในปี 2022 Bitkub Chain จะถูกพัฒนาให้มีโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีที่แข็งแกร่ง และมีประสิทธิภาพสูง  เพื่อให้รองรับปริมาณ transaction ในระดับที่สูงขึ้น โดยจะมีการพัฒนาในภาคหลายส่วน ดังต่อไปนี้ Bitkub chain การเปลี่ยนระบบ Consensus จาก Proof of Authority (POA) ไปเป็น Proof of Stake Authority (POSA) โดยได้เริ่มดำเนินการเตรียมความพร้อมบน Bitkub Chain Testnet ไปแล้วส่วนหนึ่งและกำลังเตรียมนำมาปรับใช้บน Bitkub Chain Mainnet ภายในไตรมาสที่ 1 ของปีหน้า  การสร้าง Bitkub Chain Layer-2 เพื่อให้สามารถรองรับปริมาณการใช้งานที่เพิ่มขึ้นสูงและย้ายเอาการใช้งานบางส่วนไปอยู่บน layer-2 เพื่อแบ่งเบาภาระการทำงานบนเชนหลัก การเปิดตัว Bitkub Chain SDK และ APIs ที่จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับนักพัฒนาในการสร้างโปรเจกต์บน Bitkub Chain ได้ การนำเหรียญ KUB ไปลิสต์บนตลาดทั่วโลก เพื่อขยายระบบนิเวศ และเปิดรับผู้ใช้งานใหม่ ๆ ในวงกว้าง Bitkub NEXT การเปิดตัว Bitkub NEXT บน Mobile Application ที่มีฟังก์ชันการเข้าถึงแบบ biomatric ที่ช่วยให้การเข้าใช้งานกระเป๋ามีความปลอดภัยสูงขึ้นอีกระดับ การนำ KYC มาปรับใช้บน Bitkub NEXT ที่จะเป็นอีกหนึ่งกระบวนการที่ช่วยให้ทุกคนสามารถเข้าใช้งาน Bitkub NEXT ได้อย่างทั่วถึง Bitkub NEXT

2021-12-31การวิเคราะห์เชิงลึก

Dogecoin Foundation เตรียมพัฒนา Staking ให้กับเหรียญ Doge

มูลนิธิ Dogecoin Foundation องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนาเหรียญ Doge ได้ประกาศความร่วมมือกับนาย Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum เพื่อเตรียมสร้างกลไกการ Staking ให้กับเหรียญ Dogecoin ตามรายงานเมื่อวันที่ 24 ธันวาคม “Dogecoin Trailmap” ซึ่งเป็นโร้ดแมพเกี่ยวกับการพัฒนาครั้งแรกของมูลนิธิ Dogecoin Foundation  เปิดเผยว่า องค์กรมีแผนที่จะพัฒนากลไกการ Staking ให้กับเหรียญ Doge ด้วยความช่วยเหลือจากนาย Vitalik Buterin มูลนิธิกล่าวว่าพวกเขากำลังทำงานอย่างแข็งขันเพื่อสร้าง “ข้อเสนอ Doge ที่ไม่เหมือนใคร” สำหรับกลไกการ Staking ซึ่งเป็นเวอร์ชันเดียวกันกับ Proof-of-Stake (PoS) ของ Ethereum ภายใต้กลไกใหม่นี้ ผู้ใช้ Dogecoin จะสามารถทำการ Stake เหรียญ DOGE เพื่อช่วยปรับปรุงฟังก์ชั่นบนเครือข่าย และได้รับรางวัลเล็กน้อยเป็นการตอบแทน “กลไกใหม่นี้จะช่วยให้ทุกคนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมเพื่อรับรางวัลบนเครือข่ายไม่ใช่เพียงแค่ผู้เล่นรายใหญ่เท่านั้น”  แม้ว่าจะถูกเรียกว่าเป็นโปรเจกต์เหรียญคริปโตที่ตายไปแล้ว และไม่มีการพัฒนาเลยในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา แต่ถึงกระนั้นทางมูลนิธิ Dogecoin ก็กำลังพยายามฟื้นคืนชีพกระบวนการพัฒนาเหรียญขึ้นมาใหม่ในเดือนสิงหาคม โดยประกาศทีมนักพัฒนาใหม่จะประกอบด้วยสมาชิกคณะกรรมการที่ปรึกษา Vitalik Buterin และ Billy Markus ผู้ร่วมก่อตั้งเหรียญ Dogecoin และผู้เชี่ยวชาญคนอื่น ๆ อีกมากมาย

2021-12-30การวิเคราะห์เชิงลึก

นักวิเคราะห์กล่าวเตือน นักเทรดควรระวังการลงทุนในเหรียญ Cardano

นักวิเคราะห์ Crypto ชื่อดังได้ออกมากล่าวเตือนนักลงทุนเกี่ยวกับเหรียญ Cardano (ADA) โดยเขาชี้ให้เห็นว่า มันมีสัญญาณอันตรายที่บ่งชี้ถึงจุดอ่อนแอสำหรับปัจจัยพื้นฐานของโปรเจกต์ พิธีรายการ InvestAnswers ได้กล่าวเตือนในวิดีโอ YouTube ตอนล่าสุดว่า กราฟราคาของ Cardano กำลังบ่งชี้ให้เห็นถึง ‘สัญญาณอันตราย’ โดยเขาได้ทำการเปรียบเทียบนักลงทุนระยะยาวกับนักเก็งกำไรในระยะสั้นสำหรับเหรียญ ADA  และมองว่าข้อมูลนี้ยังคงน่าเป็นห่วง นักวิเคราะห์กล่าวว่า มีเพียง 6.95% ของนักลงทุน ADA ที่ถือครองเหรียญระยะยาว (เช่นถือ ADA มานานกว่าหนึ่งปี) ในขณะที่ 70% อยู่ในหมวด “Cruisers” หรือผู้ที่ถือเหรียญมาน้อยกว่าหนึ่งปี ส่วนที่เหลือเป็นนักเทรดรายวันที่ส่วนใหญ่ต้องการเก็งกำไรในระยะสั้น และนักวิเคราะห์ยังได้เปรียบเทียบข้อมูลดังกล่าวนี้กับ Ethereum ซึ่งพบว่ามีนักลงทุนประมาณ 60% ที่ถือ ETH ไว้ในระยะยาว ในขณะที่ ADA มีสัดส่วนนี้เพียงแค่ 6.95% เท่านั้น นักวิเคราะห์ยังเน้นย้ำด้วยว่า การลดลงของจำนวน Address ที่มีการใช้งานบนเครือข่ายของ  Cardano นั้นถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณอันตรายสำหรับโปรเจกต์ “อีกหนึ่งสถิติที่น่าสนใจที่คุณควรต้องพิจารณาไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของจำนวน Address เท่านั้น ปัจจุบันเครือข่าย Cardano มี Address อยู่ทั้งหมด 3 ล้าน Address แต่ Address ที่มีการใช้งานอยู่จริง ๆ มีเพียงแค่ 4% และเมื่อคุณนำข้อมูลเหล่านี้มาเปรียบเทียบกับ Ethereum คุณจะเห็นว่าพวกเขามี Address อยู่จำนวนทั้งหมด 66 ล้าน Address และมีผู้ถือครองระยะยาวเป็นจำนวนมาก รวมถึงระดับกิจกรรมบนเครือข่ายที่อยู่ในระดับสูงมากเช่นกัน” นักวิเคราะห์กล่าว ซ้ำร้ายข้อมูลจาก Google (NASDAQ:GOOGL) Trends ยังเผยให้เห็นว่า นักลงทุนเริ่มสนใจใน Cardano ลดน้อยลงจนถึงระดับที่น่าเป็นห่วง โดยปัจจุบันการค้นหาคำว่า ‘ADA’ ได้ร่วงลดลงแตะจุดต่ำสุดในรอบหนึ่งปี

2021-12-30การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
6971
...
142