สแกนเพื่อดาวน์โหลด
แพลตฟอร์มตรวจสอบ # และยืนยันการกำกับดูแลของตลาดการเงินทั่วโลก

ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีโปแลนด์ประกาศสนับสนุนการจัดตั้งคลังสำรอง Bitcoin ระดับประเทศตามรอยสหรัฐฯ - CryptoSiam

ข่าว Bitcoinผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีโปแลนด์ประกาศสนับสนุนการจัดตั้งคลังสำรอง Bitcoin ระดับประเทศตามรอยสหรัฐฯ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีโปแลนด์ ประกาศนโยบายสนับสนุนการจัดตั้งคลังสำรอง Bitcoin แห่งชาติ หากได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งปี 2025 พร้อมเปลี่ยนประเทศให้กลายเป็นเป็นศูนย์กลางคริปโทเคอร์เรนซีระดับโลก  Putawan Pulom  ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีโปแลนด์ ประกาศนโยบายสนับสนุนการจัดตั้งคลังสำรอง Bitcoin แห่งชาติ หากได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งปี 2025 พร้อมเปลี่ยนประเทศให้กลายเป็นเป็นศูนย์กลางคริปโทเคอร์เรนซีระดับโลก  ท่ามกลางกระแสการยอมรับ Bitcoin ที่เพิ่มขึ้นในระดับนานาชาติ Sławomir Mentzen ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีโปแลนด์ ได้ประกาศนโยบายสนับสนุนการจัดตั้งคลังสำรอง Bitcoin ระดับประเทศ หากได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งปีหน้า สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่คล้ายคลึงกับนโยบายที่ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ Donald Trump เคยให้คำมั่นไว้ระหว่างการหาเสียง  Mentzen ได้แสดงจุดยืนอย่างแข็งแกร่งผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน โดยประกาศว่า “โปแลนด์ควรจัดตั้งคลังสำรอง Bitcoin เชิงยุทธศาสตร์” พร้อมนำเสนอวิสัยทัศน์ที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็นศูนย์กลางของคริปโทเคอร์เรนซีระดับโลก ด้วยการวางรากฐานสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การสร้างกฎระเบียบข้อบังคับที่เป็นมิตรต่อธุรกิจคริปโต การกำหนดนโยบายภาษีที่เอื้อประโยชน์ต่อนักลงทุน และการสร้างความร่วมมือเชิงบวกจากภาคธนาคารและหน่วยงานกำกับดูแล  ( ที่มา : Sławomir Mentzen )  ความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญนี้ได้รับการพูดถึงอย่างมากในแวดวงคริปโทเคอร์เรนซีของโปแลนด์ โดย Lech Wilczynski CEO ของ Swap.ly แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซีชั้นนำของประเทศ ได้นำเสนอร่างนโยบายคลัง Bitcoin สำรองที่พัฒนาโดยกลุ่ม Satoshi Action Fund องค์กรที่มีชื่อเสียงด้านการผลักดันนโยบายคริปโทเคอร์เรนซี Wilczynski เน้นย้ำถึงความเร่งด่วนในการดำเนินการ โดยระบุว่า “แทนที่จะผ่านร่างกฎหมายที่ไม่มีประสิทธิภาพเกี่ยวกับสินทรัพย์คริปโท เราควรให้ความสำคัญกับการจัดตั้งคลังสำรองก่อนที่จะสายเกินไป”  การเลือกตั้งประธานาธิบดีโปแลนด์ที่จะจัดขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2025 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศ โดย Mentzen ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีแนวคิดเสรีนิยมและฝ่ายขวา ด้วยนโยบายที่มุ่งเน้นการปฏิรูปเศรษฐกิจและการเงินของประเทศ  การยอมรับ Bitcoin ในระดับนานาชาติ กำลังเกิดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในสหรัฐอเมริกา วุฒิสมาชิก Cynthia Lummis ได้นำเสนอร่างกฎหมาย เพื่อจัดตั้งคลังสำรอง Bitcoin ระดับชาติเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายในการได้มาซึ่ง Bitcoin จำนวน 1 ล้าน BTC ภายในระยะเวลา 5 ปี และกำหนดระยะเวลาถือครองขั้นต่ำ 20 ปี วัตถุประสงค์หลักคือการป้องกันความเสี่ยงจากหนี้สาธารณะที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง  การยอมรับ Bitcoin ในระดับประเทศได้เริ่มต้นขึ้นแล้วในหลายภูมิภาค โดยเอลซัลวาดอร์ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในฐานะประเทศแรกที่ประกาศให้ Bitcoin เป็นสกุลเงินที่ถูกต้องตามกฎหมายในปี 2021 ภายใต้วิสัยทัศน์ของประธานาธิบดี Nayib Bukele ประเทศยังคงดำเนินนโยบายสะสม Bitcoin อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมียอดถือครองอยู่ที่ 5,748.8 BTC  ในขณะเดียวกัน ราชอาณาจักรภูฏานได้ดำเนินการขุด Bitcoin อย่างเงียบๆ มาเป็นเวลาหลายปี โดยรายงานล่าสุดจาก Arkham Intelligence เปิดเผยตัวเลข ณ เดือนกันยายนที่ผ่านมา ภูฏานได้ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่ามากถึง 780 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  นักวิเคราะห์ในวงการการเงินระหว่างประเทศมองว่า การประกาศนโยบายของ Mentzen ไม่เพียงแต่สะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับ Bitcoin ที่เพิ่มขึ้นในระดับประเทศเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในแนวคิดการบริหารการเงินของรัฐ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่หลายประเทศกำลังเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ ภาวะเงินเฟ้อ และความไม่แน่นอนของระบบการเงินแบบดั้งเดิม  หากนโยบายนี้ได้รับการผลักดันอย่างเป็นรูปธรรม โปแลนด์อาจกลายเป็นประเทศแรกในยุโรปที่มีคลัง Bitcoin สำรองระดับประเทศอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะเป็นการส่งสัญญาณถึงการยอมรับเทคโนโลยีการเงินรูปแบบใหม่ และอาจเป็นแรงกระตุ้นให้ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคพิจารณาแนวทางที่คล้ายคลึงกัน เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

2024-11-18Bitcoin

สมาชิกวุฒิสภา Lummis เสนอให้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ แปลงทองคำสำรองของประเทศไปเป็น Bitcoin- CryptoSiam

ข่าว Bitcoinสมาชิกวุฒิสภา Lummis เสนอให้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ แปลงทองคำสำรองของประเทศไปเป็น Bitcoinสหรัฐอเมริกา ประเทศมหาอำนาจที่ครองตำแหน่งผู้ถือครองทองคำสำรองรายใหญ่ที่สุดในโลกด้วยปริมาณกว่า 8,000 ตัน กำลังเผชิญกับข้อเสนอที่อาจเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือครองสินทรัพย์สำรองครั้งสำคัญ  Putawan Pulom  สหรัฐอเมริกา ประเทศมหาอำนาจที่ครองตำแหน่งผู้ถือครองทองคำสำรองรายใหญ่ที่สุดในโลกด้วยปริมาณกว่า 8,000 ตัน กำลังเผชิญกับข้อเสนอที่อาจเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือครองสินทรัพย์สำรองครั้งสำคัญ  วุฒิสมาชิก Cynthia Lummis ตัวแทนจากรัฐไวโอมิง ผู้เป็นที่รู้จักในฐานะผู้สนับสนุนสกุลเงินดิจิทัลในสภาคองเกรส ได้นำเสนอแนวคิดที่ท้าทายด้วยการผลักดันให้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ พิจารณาแปลงสินทรัพย์ทองคำบางส่วนเป็น Bitcoin เพื่อจัดตั้งเป็นคลังเก็บ Bitcoin สำรองเชิงยุทธศาสตร์  ในการให้สัมภาษณ์เชิงลึกกับสำนักข่าว Bloomberg วุฒิสมาชิก Lummis ได้อธิบายถึงแนวคิดที่น่าสนใจว่า การแปลงใบรับรองทองคำ (Gold certificate) ที่กระทรวงการคลังถือครองอยู่เป็น Bitcoin อาจเป็นวิธีที่ชาญฉลาดกว่า เนื่องจากไม่ส่งผลกระทบต่องบดุลของรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งต่างจากทางเลือกอื่นที่ต้องใช้งบประมาณมหาศาลถึง 90,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในการซื้อ Bitcoin ตามราคาตลาดปัจจุบัน  ร่างกฎหมายการจัดตั้งคลัง Bitcoin สำรองเชิงยุทธศาสตร์ที่นำเสนอต่อวุฒิสภา มีรายละเอียดที่น่าสนใจหลายประการ โดยมีเป้าหมายหลักในการได้มาซึ่ง Bitcoin จำนวน 1 ล้าน Bitcoin หรือคิดเป็น 5% ของปริมาณ Bitcoin ทั้งหมดที่จะมีได้ในระบบ โดยกำหนดระยะเวลาถือครองยาวนานถึง 20 ปี วุฒิสมาชิก Lummis ย้ำถึงความจำเป็นเร่งด่วนของโครงการนี้ว่า “ในขณะนี้ครอบครัวทั่วรัฐไวโอมิงและทั่วประเทศกำลังดิ้นรนรับมือกับอัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง และหนี้สาธารณะของประเทศเพิ่มขึ้นสู่ระดับที่ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์”  สินทรัพย์และหนี้สินรวมของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาในปี 2023 ( ที่มา: กระทรวงการคลังของสหรัฐอเมริกา )  Anthony Pompliano นักลงทุนชื่อดังในวงการคริปโทเคอร์เรนซี ได้แสดงมุมมองที่น่าสนใจว่า กำลังเกิดการแข่งขันระดับโลกระหว่างรัฐบาลประเทศต่างๆ ในการสะสม Bitcoin โดยเขาชี้ให้เห็นว่างบประมาณ 90,000 ล้านดอลลาร์ที่จะใช้ในโครงการนี้ถือเป็นจำนวนเล็กน้อยมากเมื่อเทียบกับการใช้จ่ายของรัฐบาลในปัจจุบัน โดยยกตัวอย่างว่าในช่วง 90 วันที่ผ่านมา หนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ได้เพิ่มขึ้นถึง 850,000 ล้านดอลลาร์  “หากเราลองนำเงิน 850,000 ล้านดอลลาร์นี้ไปลงทุนใน Bitcoin จะเท่ากับครึ่งหนึ่งของมูลค่าตลาด Bitcoin ทั้งหมดในปัจจุบัน ดังนั้น การใช้เงินเพียง 50,000-100,000 ล้านดอลลาร์จึงถือเป็นเพียงตัวเลขเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการใช้จ่ายของรัฐบาล และผมเชื่อว่าคุ้มค่ากับความเสี่ยงอย่างยิ่ง” Pompliano กล่าว  อย่างไรก็ตาม Mike Novogratz CEO และผู้ก่อตั้ง Galaxy Digital บริษัทการลงทุนด้านสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำ ได้แสดงความเห็นในแง่มุมที่แตกต่างออกไป โดยมองว่าการจัดตั้งคลัง Bitcoin สำรองภายใต้การบริหารของว่าที่ประธานาธิบดี Donald Trump อาจเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยาก แต่เขาก็ยังเชื่อว่าหากโครงการนี้สามารถจัดตั้งได้สำเร็จภายใต้การบริหารของรัฐบาลชุดใหม่ จะส่งผลให้ราคา Bitcoin พุ่งทะยานสู่ระดับ 500,000 ดอลลาร์ต่อเหรียญ ซึ่งจะเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งประวัติศาสตร์ของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล  ร่างกฎหมายการจัดตั้งคลัง Bitcoin สำรองเชิงยุทธศาสตร์ได้จุดประกายการถกเถียงอย่างกว้างขวางในวงการการเงินและการลงทุน โดยมีทั้งฝ่ายที่สนับสนุนมองว่าเป็นก้าวสำคัญในการปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล และฝ่ายที่กังวลถึงความเสี่ยงและความผันผวนของสกุลเงินดิจิทัล  อ้างอิง : cointelegraph

2024-11-18Bitcoin

VanEck คาดการณ์ Bitcoin จะทำจุดสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่องในสองไตรมาสถัดไป- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่VanEck คาดการณ์ Bitcoin จะทำจุดสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่องในสองไตรมาสถัดไปMatthew Sigel หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินทรัพย์ดิจิทัลของ VanEck เผยว่า Bitcoin กำลังอยู่ในช่วง “ไร้ขีดจำกัด” และคาดว่าราคาจะพุ่งไปถึง 180,000 ดอลลาร์ในปี 2025  Putawan Pulom  Matthew Sigel หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินทรัพย์ดิจิทัลของ VanEck เผยว่า Bitcoin กำลังอยู่ในช่วง “ไร้ขีดจำกัด” และคาดว่าราคาจะพุ่งไปถึง 180,000 ดอลลาร์ในปี 2025  VanEck มองเห็นศักยภาพการเติบโตของ Bitcoin ที่จะทำลายสถิติใหม่สูงสุดอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าราคาไว้ที่ 180,000 ดอลลาร์ภายในปีหน้า ผลักดันโดยปัจจัยจากการเลือกตั้งในสหรัฐอเมริกาที่ส่งผลบวกต่อตลาดคริปโทเคอร์เรนซี  “นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น” Matthew Sigel กล่าวในรายการ Squawk Box ของ CNBC เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน พร้อมเสริมว่า “เราอยู่ในช่วงที่ไร้ขีดจำกัด ไม่มีแรงต้านทานทางเทคนิค และเราคิดว่า Bitcoin จะทำสถิติสูงสุดใหม่ซ้ำๆ ในช่วงสองไตรมาสถัดไป”  Matthew Sigel กล่าวในรายการ Squawk Box ของ CNBC เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน ( ที่มา : CNBC )  Bitcoin ปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 30% นับตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายน หลังจาก Donald Trump ผู้สนับสนุนคริปโทได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี ราคาของ Bitcoin ก็ยังคงทำสถิติสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยจุดสูงสุดล่าสุดอยู่ที่ระดับ 93,490 ดอลลาร์ในวันที่ 13 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ตามข้อมูลจาก TradingView อย่างไรก็ตาม ณ วันที่ 15 พฤศจิกายนนี้ การเติบโตได้ชะลอตัวลงเล็กน้อย โดยมีราคาซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 89,200 ดอลลาร์  Sigel ระบุว่า ความต้องการ Bitcoin จากนักลงทุนสถาบันเพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาที่ปรึกษาการลงทุนที่ยังไม่มี Bitcoin ในพอร์ตการลงทุน หรือต้องการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนใน Bitcoin ซึ่งบ่งชี้ถึงกระแสเงินทุนที่กำลังจะไหลเข้าสู่ตลาด Bitcoin  เขายังเปิดเผยว่า VanEck คาดการณ์การพุ่งขึ้นของตลาดหลังการเลือกตั้งเอาไว้แล้ว และขณะนี้ตลาดก็กำลังเป็นไปตามรูปแบบเดียวกับหลังการเลือกตั้งในปี 2020 ซึ่งราคาของ Bitcoin ได้เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในช่วงระหว่างวันเลือกตั้งจนถึงสิ้นปี  “เป้าหมายของเราอยู่ที่ 180,000 ดอลลาร์ เราคิดว่าจะไปถึงจุดนั้นในปีหน้า” Sigel กล่าวเสริม “นั่นจะเป็นผลตอบแทน 1,000% จากจุดต่ำสุดถึงจุดสูงสุดของรอบนี้ ซึ่งยังถือว่าเป็นรอบที่เล็กที่สุดของ Bitcoin”  ตัวชี้วัดหลายตัวที่ VanEck ติดตามยังคงส่งสัญญาณบวก โดย Sigel ชี้ว่าปริมาณการค้นหาคำว่า “Bitcoin” บน Google และอันดับของแอป Coinbase ในร้านค้าแอปของ Apple และ Google ยังคงอยู่ห่างไกลจากสี่ปีที่แล้วมาก แม้ว่าข้อมูลจาก Google Trends จะแสดงให้เห็นว่าการค้นหาคำว่า “Bitcoin” ได้เพิ่มขึ้นเกือบสามเท่านับตั้งแต่ต้นเดือนพฤศจิกายน  ปัจจุบัน Coinbase ครองอันดับหนึ่งในหมวดแอปการเงินบน US Apple App Store และอยู่ในอันดับที่ 16 ของแอปทั้งหมด และบน Google Play Store อยู่ในอันดับที่ 5 ของแอปการเงินและอันดับที่ 66 ของแอปทั้งหมด ตามข้อมูลจาก Appfigures  อ้างอิง : cointelegraph

2024-11-15Bitcoin

Michael Saylor เผย! ไม่มีทางที่ Bitcoin จะร่วงกลับลงไปที่ 60,000 ดอลลาร์- CryptoSiam

???????? United StatesMichael Saylor เผย! ไม่มีทางที่ Bitcoin จะร่วงกลับลงไปที่ 60,000 ดอลลาร์Michael Saylor ผู้ก่อตั้ง MicroStrategy และนักลงทุนผู้เชื่อมั่นใน Bitcoin ได้ออกมาปฏิเสธความเป็นไปได้ที่ราคา Bitcoin จะลดลงไปที่ระดับ 60,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับราคาสำคัญในปี 2024  Putawan Pulom  Michael Saylor ผู้ก่อตั้ง MicroStrategy และนักลงทุนผู้เชื่อมั่นใน Bitcoin ได้ออกมาปฏิเสธความเป็นไปได้ที่ราคา Bitcoin จะลดลงไปที่ระดับ 60,000 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับราคาสำคัญในปี 2024  ในการให้สัมภาษณ์กับ CNBC เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน Saylor กล่าวว่า “ผมไม่คิดว่าราคาจะกลับลงไปที่ 60,000 ดอลลาร์ หรือ 30,000 ดอลลาร์ ผมคิดว่าราคาจะปรับตัวสูงขึ้นจากจุดนี้” โดยปัจจุบัน Bitcoin มีการซื้อขายที่ราคาประมาณ 88,163 ดอลลาร์ ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap  รายละเอียดของ Bitcoin ในปัจจุบัน ( ที่มา : CoinMarketCap )  เขายังกล่าวว่าชัยชนะของ Donald Trump มีส่วนสำคัญในการกำหนดอนาคตของคริปโทและ Bitcoin ในสหรัฐอเมริกา พร้อมเสริมว่า “ผมไม่เห็นปัจจัยลบใดๆ ในระยะสั้น”  “จะแปลกใจมากถ้า Bitcoin ไม่ถึง 100,000 ดอลลาร์ก่อนปี 2025”  “ผมกำลังวางแผนจัดปาร์ตี้ฉลองราคา 100,000 ดอลลาร์” Saylor กล่าว “ผมคิดว่าน่าจะเป็นคืนวันส่งท้ายปีที่บ้านผม ผมจะแปลกใจมากถ้าราคาไม่ทะลุ 100,000 ดอลลาร์ในเดือนพฤศจิกายนหรือธันวาคมนี้”  Keith Alan ผู้ร่วมก่อตั้ง Material Indicators เห็นด้วยกับ Saylor โดยกล่าวว่ามีความเป็นไปได้ที่ Bitcoin จะแตะระดับ 100,000 ดอลลาร์ภายในวันที่ 28 พฤศจิกายน หรือวันขอบคุณพระเจ้าในสหรัฐอเมริกา  อย่างไรก็ตาม Ki Young Ju CEO ของบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบนบล็อกเชน CryptoQuant ได้ออกมาเตือนเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายนว่าราคาของ Bitcoin อาจจบปีนี้ที่ระดับต่ำกว่า 59,000 ดอลลาร์ โดยอ้างถึงตลาดฟิวเจอร์สที่ร้อนแรงเกินไปอาจเป็นหนึ่งในสาเหตุหลัก  ในส่วนของร่างกฎหมาย US Strategic Bitcoin Reserve Bill ที่หากผ่านจะกำหนดให้รัฐบาลสหรัฐสะสม Bitcoin จำนวน 1 ล้านเหรียญ (ประมาณ 5% ของปริมาณ Bitcoin ทั้งหมด) ภายในระยะเวลา 5 ปีนั้น Saylor มองว่าเป็น “ดีลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในศตวรรษที่ 21” โดยเขาประเมินว่าหากร่างกฎหมายนี้ผ่าน จะสร้างประโยชน์ให้สหรัฐฯ มูลค่าถึง 16 ล้านล้านดอลลาร์ในระยะเวลา 21 ปี  อย่างไรตาม Mike Novogratz ผู้ก่อตั้ง Galaxy Digital มองว่ามีความเป็นไปได้ต่ำที่ว่าที่ประธานาธิบดี Trump จะทำตามสัญญาในการจัดตั้งคลังเก็บ Bitcoin สำรองของประเทศในระหว่างที่ดำรงตำแหน่ง  อ้างอิง : cointelegraph

2024-11-15Bitcoin

ก้าวสู่โลกอนาคตทางการเงินและสินทรัพย์ดิจิทัลกับงาน Thailand Blockchain Week 2024 ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในไทย ภายใต้แนวคิด Invest, Innovate, Interconnect- CryptoSiam

Eventsก้าวสู่โลกอนาคตทางการเงินและสินทรัพย์ดิจิทัลกับงาน Thailand Blockchain Week 2024 ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในไทย ภายใต้แนวคิด “Invest, Innovate, Interconnect”จบกันไปแล้วกับงาน Thailand Blockchain Week 2024 งานอีเว้นท์บล็อกเชนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ภายใต้ แนวคิด “Invest, Innovate, Interconnect”  จบกันไปแล้วกับงาน Thailand Blockchain Week 2024 งานอีเว้นท์บล็อกเชนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ภายใต้ แนวคิด “Invest, Innovate, Interconnect”  ก้าวสู่โลกอนาคตทางการเงินและสินทรัพย์ดิจิทัลอัพเดทความรู้และร่วมมือกันผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางของวงการบล็อกเชนของเอเชียกับงาน Thailand Blockchain Week 2024 งานอีเว้นท์บล็อกเชนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในไทยงานนี้จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 ภายใต้แนวคิด “Invest, Innovate, Interconnect” พบกับผู้เชี่ยวชาญกว่า 150 คนทั้งระดับประเทศและระดับโลกพร้อมรับของที่ระลึกและสิทธิ์ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Quest Hunting ภายในงาน  นายประเสริฐจันทรรวงทองรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) เปิดเผยว่า ในยุคปัจจุบัน เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในทุกมิติของ ชีวิตเรา ตั้งแต่การทำงาน การเรียนรู้ ไปจนถึงการดำเนินชีวิตประจำวัน หนึ่งในเทคโนโลยีที่น่าจับตามอง และมีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงโลก คือ เทคโนโลยีบล็อกเชน เทคโนโลยีนี้ไม่เพียงแต่จะปฏิวัติวงการ การเงินเท่านั้น แต่ยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม เช่น การจัดเก็บข้อมูลประชาชน การออกใบอนุญาต การซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ การสาธารณสุข เป็นต้น  นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE)  ซึ่งประเทศไทยเป็นประเทศที่มีความพร้อมที่จะเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีบล็อกเชนระดับโลก ด้วยศักยภาพด้านทรัพยากรบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ มีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมากและมีโครงสร้างพื้น ฐานด้านดิจิทัลที่แข็งแกร่ง ที่จะดึงดูดนักลงทุน นักพัฒนา และผู้ประกอบการจากทั่วโลกให้มาลงทุนและ สร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ ในประเทศไทย  เมื่อประเทศไทยยกระดับเทคโนโลยีเทียบเท่าระดับสากลแล้ว ก็จะสามารถดึงดูดทรัพยากรมนุษย์ และ Digital Nomad จากหลายหลายวงการ เข้ามาในประเทศเพิ่มมากขึ้น ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญใน การขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย เนื่องจากเหล่าผู้ประกอบการ บุคลากร และ Digital Nomad เหล่านี้จะนำเงินทุน ความรู้ และทักษะใหม่ๆ เข้ามาสู่ประเทศ และยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในท้อง ถิ่นอีกด้วย  จากปัจจัยที่กล่าวมา เชื่อว่าจะสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจไทยอย่างมหาศาล ไม่เพียง แต่จะเพิ่มรายได้จากการลงทุนและการบริโภคของกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้เท่านั้น ยังจะสร้างงานและโอกาส ทางธุรกิจใหม่ๆ ให้กับคนไทยอีกด้วย  นายสัญชัยปอปลีผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทคริปโตมายด์กรุ๊ปโฮลดิ้งส์จำกัดกล่าวเพิ่มเติมว่า Thailand Blockchain Week 2024 ถือเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบปี จัดต่อเนื่องมาโดยตลอดเพื่อส่งเสริมและผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านบล็อกเชนในระดับโลก  นายสัญชัย ปอปลี ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คริปโตมายด์ กรุ๊ปโฮลดิ้งส์จำกัด  ในปีนี้ THBW จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 7 ภายใต้แนวคิด “Invest, Innovate, Interconnect” มุ่งเน้นการส่ง เสริมการลงทุน นวัตกรรม และการเชื่อมโยงเครือข่ายในอุตสาหกรรมบล็อกเชนของประเทศไทย และเป็นเวที ในการรวมพลังของคนไทยทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนและพัฒนาอุตสาหกรรมบล็อกเชนของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายที่จะสร้างให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการพัฒนาและเติบโตของเทคโนโลยี บล็อกเชนในระดับภูมิภาคและนานาชาติ  จากการประกาศเป้าหมายการเป็นศูนย์กลางบล็อกเชนของเอเชียในปีที่ผ่านมา ในปีนี้ประเทศไทย ก้าวข้ามผ่านเป้าหมายไปอีกขั้น ด้วยการเป็นเจ้าภาพจัดงานระดับโลกอย่าง DevCon งานประชุมนักพัฒนา เครือข่าย Ethereum ในระดับโลก และ ETH Global งานแข่งขัน Hackatron ทั่วโลก ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้ง ใหญ่นี้ได้เปิดโอกาสให้ประเทศไทยได้ก้าวกระโดดไปข้างหน้า และพร้อมสำหรับการเป็นผู้นำในภูมิภาคอาเซียน  ทั้งนี้ งาน Thailand Blockchain Week 2024 เป็นเวทีสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการ นักลงทุน นักพัฒนา และหน่วยงานภาครัฐเข้าด้วยกัน เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ สร้างพันธมิตรทางธุรกิจ และร่วมกันผลักดันให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมบล็อกเชนในระดับสากล  ภายในงานรวบรวมผู้เชี่ยวชาญกว่า 150 คนจากทั่วโลก โดยมีหัวข้อสัมมนาที่น่าสนใจและให้ความรู้ มากกว่า 50 หัวข้อซึ่งครอบคลุมถึงประเด็นสำคัญต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมบล็อกเชน อัดแน่นไปด้วยเนื้อหาสุด เข้มข้นกับ 3 เวที ตลอดทั้ง 2 วัน พร้อมโปรโมชั่นจากบริษัทชั้นนำด้านธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งไทยและต่างชาติ พร้อมรับของที่ระลึกและสิทธิ์ร่วมลุ้นรางวัลจากกิจกรรม Quest Hunting ภายในงาน  เกี่ยวกับ บริษัท คริปโตมายด์ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด และ บริษัท เมอร์เคิล แคปปิตอล จำกัด  บริษัท คริปโตมายด์ กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จํากัด เป็นกลุ่มบริษัทที่ประกอบธุรกิจให้คำปรึกษาด้านบล็อกเชนและการลงทุนใน สินทรัพย์ดิจิทัล ประกอบไปด้วย บริษัท เมอร์เคิล แคปปิตอล

2024-11-12Defi

ตลาดคริปโตร่วงหนัก เทรดเดอร์ถูกล้างพอร์ต 350 ล้านดอลลาร์ หลัง Bitcoin ดิ่งต่ำกว่า $69,000 - CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่ตลาดคริปโตร่วงหนัก เทรดเดอร์ถูกล้างพอร์ต 350 ล้านดอลลาร์ หลัง Bitcoin ดิ่งต่ำกว่า $69,000 ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีเผชิญกับการล้างพอร์ตครั้งใหญ่มูลค่าเกือบ 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังราคา Bitcoin ร่วงลงต่ำกว่าระดับ 69,000 ดอลลาร์ ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ  Putawan Pulom  ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีเผชิญกับการล้างพอร์ตครั้งใหญ่มูลค่าเกือบ 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังราคา Bitcoin ร่วงลงต่ำกว่าระดับ 69,000 ดอลลาร์ ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ  เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ข้อมูลจาก CoinGlass รายงานว่า ตลาด Crypto Futures มีการล้างพอร์ต (Liquidations) รวมทั้งสิ้น 349.78 ล้านดอลลาร์ แบ่งเป็นสถานะซื้อ (Long) 259.7 ล้านดอลลาร์ และสถานะขาย (Short) 90.08 ล้านดอลลาร์ นับเป็นการล้างพอร์ตครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม ที่ Bitcoin ไม่สามารถรักษาระดับเหนือ 70,000 ดอลลาร์ได้  สัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นสัปดาห์แห่งความผันผวนสำหรับ ฺBitcoin โดยเริ่มจาก 67,700 ดอลลาร์ในวันที่ 28 ตุลาคม ก่อนพุ่งขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่เกือบ 73,300 ดอลลาร์ในวันที่ 29 ตุลาคม และร่วงลงมาแตะจุดต่ำสุดที่ 67,719 ดอลลาร์ ในวันที่ 3 พฤศจิกายน อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันราคาได้ฟื้นตัวกลับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 68,933 ดอลลาร์ ตามข้อมูลจาก CoinGecko  BTC/USD ใน 7วันที่ผ่านมา ( ที่มา : CoinGecko)  ความผันผวนของราคาเกิดขึ้นพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของอัตราการทำนายผลการเลือกตั้งระหว่าง Donald Trump และ Kamala Harris บนแพลตฟอร์มการเดิมพันคริปโต Polymarket โดยในช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านนมา Trump มีโอกาสชนะสูงถึง 67% แต่ล่าสุดก็ลดกลับลงมาอยู่ที่ 56%  อัตราการทำนายผลการเลือกตั้งระหว่าง Donald Trump และ Kamala Harris ( ที่มา : Polymarket )  วงการคริปโตมองว่า Trump เป็นตัวเลือกที่เป็นมิตรต่ออุตสาหกรรมมากกว่า เนื่องจากเขาสัญญาว่าจะปลด Gary Gensler ประธาน SEC คนปัจจุบันและทำให้สหรัฐฯ กลายเป็น “เมืองหลวงแห่งคริปโต” ในขณะที่ Harris จากพรรคเดโมแครตดูมีท่าทีที่ระมัดระวังมากกว่า โดยกล่าวว่าจะสนับสนุนกฎการกำกับดูแลอุตสาหกรรมคริปโตอย่างเหมาะสม  นักวิเคราะห์จาก Bernstein คาดการณ์ว่าหาก Trump ชนะการเลือกตั้ง ราคา Bitcoin อาจพุ่งแตะ 100,000 ดอลลาร์ แต่หาก Harris ชนะ ราคาอาจปรับตัวลงอย่างมีนัยสำคัญภายในสิ้นปีนี้ ด้านนักวิเคราะห์บนแพลตฟอร์ม X Daan Crypto Trades คาดว่าราคา Bitcoin อาจเคลื่อนไหวขึ้นลงได้ถึง 10% ทันทีหลังจากประกาศผลการเลือกตั้ง  อ้างอิง : Cointelegraph  ติดตาม CryptoSiam  เพื่อให้ไม่พลาด ทุกข่าวสาร วงการคริปโต  ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง  ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล  Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว  LiquidateFutureBitcoin FuturesDonald Trump

2024-11-04Bitcoin

นักวิเคราะห์ เผย! Ethereum อาจไม่ใช่ผู้ชนะในสงคราม Layer 1 หลังมีราคาลดลงถึง 36% ใน 7 เดือนที่ผ่านมา - CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่นักวิเคราะห์ เผย! Ethereum อาจไม่ใช่ผู้ชนะในสงคราม Layer 1 หลังมีราคาลดลงถึง 36% ใน 7 เดือนที่ผ่านมา การแข่งขันกันอย่างดุเดือดในตลาดคริปโตและบล็อกเชนส่งผลกระทบต่อราคาของสกุลเงินดิจิทัลอันดับสองของโลก อย่าง Ethereum ที่ปัจุบันยังคงอยู่ในแนวโน้มขาลงต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า 7 เดือน  Putawan Pulom  การแข่งขันกันอย่างดุเดือดในตลาดคริปโตและบล็อกเชนส่งผลกระทบต่อราคาของสกุลเงินดิจิทัลอันดับสองของโลก อย่าง Ethereum ที่ปัจุบันยังคงอยู่ในแนวโน้มขาลงต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า 7 เดือน  ข้อมูลจาก Cointelegraph เผยว่า การแข่งขันในตลาดคริปโตส่งผลให้ราคาของ Ethereum ต้องเผชิญกับแนวโน้มขาลงต่อเนื่อง โดยราคาได้ร่วงลงไปกว่า 36% จากระดับสูงสุดในรอบปีที่ 4,111 ดอลลาร์ในเดือนมีนาคม เหลือเพียง 2,600 ดอลลาร์ ในปัจจุบัน  กราฟ ETH/USD ระยะเวลา 1 ปี ( ที่มา : Cointelegraph )  นักวิเคราะห์ที่มีชื่อผู้ใช้งาน Ignas ชี้ว่า การที่ Ethereum กำลังสูญเสียความได้เปรียบในการแข่งขันด้านนวัตกรรมบล็อกเชน Layer-1 (L1) อาจเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ราคาของเหรียญร่วงลงอย่างต่อเนื่อง โดยเขาได้เขียนในโพสต์บนแพลตฟอร์ม X เมื่อวันที่ 16 ตุลาคมว่า  “โดยรวมแล้ว Ethereum ไม่ใช่ผู้ชนะในสงคราม Layer-1 และการสะสมมูลค่าจาก L2 ทั้งหมดนั้นก็ยังคงไม่ชัดเจน”  Ignas ยังเสริมว่า “นี่เป็นสิ่งที่ดี” สำหรับอุตสาหกรรมคริปโต เพราะยังคงเปิดโอกาสให้เครือข่าย L1 อื่น ๆ ที่อาจเหมาะสมกับกรณีการใช้งานที่แตกต่างกัน ได้มีโอกาศเติบโตมากยิ่งขึ้น  โดยสงคราม Layer-1 (L1) หมายถึงการแข่งขันระหว่างเครือข่ายบล็อกเชนชั้นนำเช่น Ethereum, Solana, Avalanche และ Fantom เพื่อแก้ไขปัญหาสามด้านของบล็อกเชน ซึ่งเป็น ความท้าทายในการรักษาสมดุลระหว่าง 1.ความปลอดภัยและ 2.ความสามารถในการขยายตัว โดยไม่ลดทอน 3.การกระจายอำนาจลง  Solana เริ่มเข้ามาแย่งส่วนแบ่งทางการตลาดของ Ethereum?  Ignas มองว่าการเติบโตของเครือข่าย L2 ทำให้มูลค่าตลาดของ Ethereum เริ่มกระจายออกไปสู่โทเค็น L2 อื่นๆ ส่งผลให้ราคา Ethereum ชะลอตัวลง การแข่งขันของเครือข่าย L2 ทำให้เกิดปัญหาการกระจายสภาพคล่องและปัญหาประสบการณ์การใช้งานแพลตฟอร์ม Ethereum ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดให้นักลงทุนหันไปสนใจ Solana มากยิ่งขึ้น เนื่องจาก Solana มีโครงสร้างและการใช้งานที่เรียบง่ายกว่ามาก  กราฟผลตอบแทนของ SOL และ ETH ระยะเวลา 1 ปีผ่านมา ( ที่มา : Cointelegraph )  เมื่อเครือข่าย L2 ทำให้นักลงทุนหันไปกระจายพอร์ตการลงทุนไปยังโทเค็นต่างๆ เช่น Solana (SOL) หรือเครือข่ายอื่นๆ มากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ความต้องการของ Ethereum ลดลงตามที่ Ignas วิเคราะห์  เมื่อเทียบกับ Ethereum ที่เติบโตเพียง 57% ในปีที่ผ่านมา Solana กลับทำผลกำไรได้สูงถึง 552% แต่อย่างไรก็ตาม ทั้งสองสกุลเงินต่างเผชิญกับแรงกดดันจากตลาดในช่วง 7 เดือนที่ผ่านมาเช่นเดียวกัน  Ethereum จะปรับตัวลงไปถึง 2,400 ดอลลาร์หรือไม่?  ราคาของ ETH อาจเตรียมตัวสำหรับการปรับฐานตามรูปแบบการเทรดทางเทคนิค โดยจาก diamond reversal pattern ที่กำลังเกิดขึ้นบนกราฟรายชั่วโมง นักเทรดคริปโต Justin Bennet คาดการณ์ว่า ETH อาจมีการปรับตัวลงไปที่ระดับ 2,400 ดอลลาร์  โดยเขาได้เขียนในโพสต์บนแพลตฟอร์ม X เมื่อวันที่ 17 ตุลาคมว่า  “แม้ไม่ใช่รูปแบบที่ผมมักจะเทรด แต่ ETH อาจกำลังสร้างรูปแบบเพชรแบบกลับหัว (diamond reversal pattern) โดยมีเป้าหมายที่ 2,485 ดอลลาร์ หากราคาปิดต่ำกว่าระดับแนวรับ”  กราฟ ETH/USD รายชั่วโมง ( ที่มา : Justin Bennett )

2024-10-17Ethereum

นักวิเคราะห์คาดราคา Bitcoin อาจพุ่งสูงขึ้น หลังวาฬเก็บสะสมเพิ่มอีก 1.5 ล้าน BTC- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่นักวิเคราะห์คาดราคา Bitcoin อาจพุ่งสูงขึ้น หลังวาฬเก็บสะสมเพิ่มอีก 1.5 ล้าน BTCขณะที่นักเก็งกำไรต่างพากันเทขาย Bitcoin ออกมาอย่างรวดเร็ว ผู้ถือครองหรือวาฬรายใหญ่กลับยังคงสะสมเหรียญอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในระยะยาวที่มีต่อ Bitcoin  Putawan Pulom  ขณะที่นักเก็งกำไรต่างพากันเทขาย Bitcoin ออกมาอย่างรวดเร็ว ผู้ถือครองหรือวาฬรายใหญ่กลับยังคงสะสมเหรียญอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในระยะยาวที่มีต่อ Bitcoin  ขณะที่ตลาด Bitcoin กำลังเผชิญกับความผันผวน ผู้ถือครอง Bitcoin รายใหญ่กลับฉวยโอกาสเข้าซื้อสะสมอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลจาก Axel Adler Jr นักวิเคราะห์ของ CryptoQuant เผยให้เห็นว่าวาฬ Bitcoin ได้เพิ่มการถือครอง Bitcoin เข้าไปเก็บไว้แล้วกว่า 1.5 ล้านเหรียญในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา  แม้ราคา Bitcoin จะปรับตัวลดลงจากจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนมีนาคม แต่ผู้ถือครอง Bitcoin รายใหญ่กลับยังคงมองเห็นโอกาสในการซื้อสะสมอย่างต่อเนื่อง โดยเพิ่มการถือครอง Bitcoin เข้าสู่บัญชีของพวกเขาอย่างสม่ำเสมอ  Axel Adler Jr. พบว่า ปัจจุบันนักลงทุนรายใหญ่ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับธุรกิจคริปโตโดยตรง กำลังเพิ่มสัดส่วนการถือครอง Bitcoin อย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการคาดการณ์ว่าราคา Bitcoin จะปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต  เขากล่าวว่า “วาฬ (บัญชีที่มีมากกว่า 1,000 BTC ในกระเป๋า) ได้สะสม Bitcoin เพิ่มขึ้นกว่า 1.5 ล้าน BTC ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา”  การถือครองรวมกันของบัญชีที่ถือครองมากกว่า 1,000 BTC ( ที่มา : Axel Adler Jr )  นอกจากกลุ่มวาฬรายใหญ่แล้ว Adler ยังพบว่า มีนักลงทุนรายย่อยจำนวนหนึ่งที่ถือครอง Bitcoin น้อยกว่า 1,000 เหรียญ ได้ทำการขาย Bitcoin ถึงแม้จะยังขาดทุนอยู่ก็ตาม  โดยเฉพาะ นักลงทุนระยะสั้นซึ่งถือครอง Bitcoin น้อยกว่า 155 วัน มีแนวโน้มที่จะตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของราคา Bitcoin อย่างรวดเร็ว โดยมักจะทำการซื้อขายตามทิศทางของตลาด เช่น เมื่อราคา Bitcoin พุ่งสูงขึ้นแตะระดับ 66,000 ดอลลาร์ กลุ่ม STH ก็จะเข้ามาซื้อตาม ที่มักซื้อขาย Bitcoin อยู่บ่อยครั้ง ซึ่งได้รับผลกระทบอย่างหนักจากความผันผวนของตลาดในปี 2024 โดยต้องเผชิญกับการขาดทุนจากการขาย Bitcoin หลายครั้ง แตกต่างจากนักลงทุนระยะยาวที่มักถือครอง Bitcoin อย่างไม่เป็นกังวล  การลดลงของราคา Bitcoin สู่ระดับ 60,000 ดอลลาร์ ทำให้เกิดแรงขายจากนักลงทุนรายย่อยจำนวนมาก ตามข้อมูลที่ Axel Adler Jr. ได้นำเสนอ ซึ่งสอดคล้องกับพฤติกรรมของวาฬ Bitcoin ที่มักจะเข้ามาซื้อสะสมเหรียญในช่วงที่ตลาดมีความผันผวน  “หากคุณไม่เชื่อว่าวาฬได้สะสม Bitcoin ไปถึง 1.5 ล้าน BTC หากสงสัยว่าพวกเขาไปเอาเหรียญมาจากที่ไหน ลองดูที่ยอดการขายขาดทุนบนกระดานเทรดดูสิ”  “ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มี Bitcoin จำนวน 24,100 BTC ที่ถูกขายถึงแม้จะขาดทุน”  การขาดขาดทุนของ Bitcoin Short-Term Hoder ( ที่มา : Axel Adler Jr )  นักลงทุนระยะสั้น (Short-Term Holders หรือ STH) ซึ่งถือครอง Bitcoin น้อยกว่า 155 วัน มักจะตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของราคา Bitcoin อย่างรวดเร็ว เมื่อราคา Bitcoin พุ่งสูงขึ้นแตะระดับ 66,000 ดอลลาร์ กลุ่ม STH ก็จะเข้ามาซื้อตาม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของกลุ่มนักลงทุนประเภทนี้ที่มีต่อตลาด Bitcoin

2024-10-11Bitcoin

ยอดขาย NFT รายสัปดาห์พุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่ยอดขาย NFT รายสัปดาห์พุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมายอดขายของ NFT ทั้งหมดในสัปดาห์แรกของเดือนตุลาคม รวมมูลค่าเกือบ 85 ล้านดอลลาร์ ถือเป็นสัปดาห์ที่มียอดขายสูงสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคม  Putawan Pulom  ยอดขายของ NFT ทั้งหมดในสัปดาห์แรกของเดือนตุลาคม รวมมูลค่าเกือบ 85 ล้านดอลลาร์ ถือเป็นสัปดาห์ที่มียอดขายสูงสุดนับตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคม  ยอดขายรายสัปดาห์ของ Non-Fungible Tokens (NFTs) มีมูลค่าสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนสิงหาคม หลังจากที่มียอดซื้อขายซบเซาเป็นเวลาหลายสัปดาห์ ท่ามกลางการชะลอตัวของตลาดโดยรวม  ข้อมูลจาก CryptoSlam แพลตฟอร์มที่ติดตามข้อมูลของตลาด NFT เผยว่ายอดขายรายสัปดาห์ระหว่างวันที่ 30 กันยายน ถึง 6 ตุลาคม ของ NFT ทั้งหมดบนทุกเครือข่ายได้ทำยอดขายรวมกันถึง 84.9 ล้านดอลลาร์  ถือเป็นยอดขายรายสัปดาห์ที่สูงที่สุดนับตั้งแต่สัปดาห์ของวันที่ 19-25 สิงหาคม ซึ่งขณะนั้นมียอดขายของ NFT ทั้งหมดสูงถึง 93 ล้านดอลลาร์  ยอดขายรายสัปดาห์ของ NFT ทั้งหมดตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคม ( ที่มา : CryptoSlam! )  ตามข้อมูลจาก CryptoSlam ในช่วงที่ตลาด NFT ได้รับความนิยมสูงที่สุดในช่วงวันที่ 23-29 สิงหาคม ปี 2021 ยอดขายรายสัปดาห์ของ NFT ทั้งหมดในตลาดเคยมีมูลค่าสูงถึง 2.2 พันล้านดอลลาร์  แต่ในปัจจุบันสามในห้าของเครือข่ายบล็อกเชนชั้นนำสำหรับการซื้อขาย NFT อย่าง Ethereum, Bitcoin และ Solana ได้มียอดขาย NFT ที่ลดลงเมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา  Mythos Chain เป็นเครือข่ายที่มียอดขายเพิ่มขึ้นมากที่สุด โดยพุ่งขึ้นมาอยู่ในอันดับที่สองรองจาก Ethereum ด้วยยอดขายกว่า 15 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 6,000% ในช่วง 7 วันที่ผ่านมา  ในขณะเดียวกัน Polygon ก็มียอดขายรายสัปดาห์เพิ่มขึ้นถึง 210%  ยอดขายรายสัปดาห์ของ NFT บนเครือข่ายบล็อกเชนชั้นนำ ( ที่มา : CryptoSlam! )  นอกจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นแล้ว จำนวนผู้ซื้อ NFT ก็เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน ข้อมูลจาก CryptoSlam ระบุว่ามีผู้ซื้อ NFT กว่า 839,000 รายในช่วง 7 วันที่ผ่านมา ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 22% จากสัปดาห์ที่ผ่านมา จำนวนการทำธุรกรรมก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีจำนวนการทำธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับ NFT ถึง 2 ล้านรายการ ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 71% จากสัปดาห์ก่อน

2024-10-07NFT

Ethereum ร่วงหนักจากวิกฤตตะวันออกกลาง แม้พบว่ามีการ Staking ETH เพิ่มมากขึ้น- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่Ethereum ร่วงหนักจากวิกฤตตะวันออกกลาง แม้พบว่ามีการ Staking ETH เพิ่มมากขึ้นวิกฤตในตะวันออกกลางส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาดคริปโต โดยเฉพาะ Ethereum ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่เป็นอันดับสอง ซึ่งมีราคาลดลงถึง 15% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ในครั้งนี้ได้สร้างความกังวลให้แก่นักลงทุนและสั่นสะเทือนตลาดคริปโตโดยรวม  Putawan Pulom  วิกฤตในตะวันออกกลางส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อตลาดคริปโต โดยเฉพาะ Ethereum ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่เป็นอันดับสอง ซึ่งมีราคาลดลงถึง 15% ในสัปดาห์ที่ผ่านมา เหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์ในครั้งนี้ได้สร้างความกังวลให้แก่นักลงทุนและสั่นสะเทือนตลาดคริปโตโดยรวม  ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์กระตุ้นการเทขายในตลาด  วิกฤตในตะวันออกกลางที่เริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมา ได้สั่นคลอนตลาดทุนทั่วโลก โดยส่งผลกระทบอย่างหนักต่อตลาดคริปโตฯ เหรียญอันดับ 2 ของตลาดอย่าง Ethereum ร่วงจาก 2,719 ดอลลาร์ เหลือเพียง 2,319 ดอลลาร์ภายในเวลา 6 วัน การลดลง 15% ของ ETH ในครั้งนี้รุนแรงกว่าการปรับตัวลงของตลาดคริปโตทั้งหมดที่ประมาณ 11.2%  แม้ราคาเหรียญจะลดลง แต่การ Staking เหรียญ Ethereum ในระบบกลับเพิ่มขึ้น โดยมี 68,000 ETH มูลค่าประมาณ $1.57 พันล้านดอลลาร์ ถูกนำไป Stake ในช่วง 6 วันที่ผ่านมา สะท้อนว่านักลงทุนรายใหญ่ยังคงเชื่อมั่นในอนาคตของ Ethereum  ปัจจุบัน Ethereum กำลังทดสอบระดับราคาที่มีนัยสำคัญ โดยพบว่านักลงทุนในตลาดได้เปิดสัญญาซื้อ หรือ Long positions เป็นมูลค่ากว่า 91 ล้านดอลลาร์ ที่ระดับราคา 2,300 ดอลลาร์ แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการยับยั้งการร่วงลงของราคา  มุมมองราคาในระยะสั้น  หาก Ethereum สามารถรักษาระดับราคาให้ยืนเหนือ $2,300 ดอลลาร์ได้ และตลาดมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ราคาอาจฟื้นตัวกลับไปที่ 2,500 ดอลลาร์ แต่ถ้าหากกลับลงไปต่ำกว่า 2,300 ดอลลาร์ อาจร่วงต่อไปจนถึง 2,100 ดอลลาร์  สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงส่งผลกระทบต่อตลาดคริปโตอย่างต่อเนื่อง นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวระดับโลกอย่างใกล้ชิด แม้ว่าการเพิ่มขึ้นของกิจกรรมการ Staking Ethereum และสัญญาณทางเทคนิคจะเริ่มส่งสัญญาณบวกบ้างแล้วก็ตาม

2024-10-04Ethereum
1
...
2628
...
1000