สแกนเพื่อดาวน์โหลด
แพลตฟอร์มตรวจสอบ # และยืนยันการกำกับดูแลของตลาดการเงินทั่วโลก

ผู้ก่อตั้ง Ethereum Vitalik Buterin กลับมาใช้งาน X อีกครั้ง! โดยมากกว่าช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่ผู้ก่อตั้ง Ethereum Vitalik Buterin กลับมาใช้งาน X อีกครั้ง! โดยมากกว่าช่วง 18 เดือนที่ผ่านมาหลังจากที่ Vitalik Buterin ได้ย้ายไปใช้ Farcaster แพลตฟอร์ม Decentralized Social Media ที่สร้างบน Ethereum Layer 2 Optimism ดูเหมือนว่าปัจจุบันเขาจะกลับมาใช้งาน X อีกครั้ง โดยมีโพสต์และการตอบกลับมากกว่า 150 ครั้งในเดือนที่ผ่านมา  Putawan Pulom  หลังจากที่ Vitalik Buterin ได้ย้ายไปใช้ Farcaster แพลตฟอร์ม Decentralized Social Media ที่สร้างบน Ethereum Layer 2 Optimism ดูเหมือนว่าปัจจุบันเขาจะกลับมาใช้งาน X อีกครั้ง โดยมีโพสต์และการตอบกลับมากกว่า 150 ครั้งในเดือนที่ผ่านมา  Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum ได้มีกิจกรรมการใช้งานบน X ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากในเดือนที่ผ่านมา โดยมีจำนวนโพสต์ในเดือนสิงหาคมมากกว่าช่วง 18 เดือนก่อนหน้านี้รวมกัน หลังจากที่นักลงทุนในตลาดคิดว่าเขาอาจเลิกใช้แพลตฟอร์มนี้ไปเสียแล้ว  ผู้ใช้งานและนักเศรษฐศาสตร์บน X Alex Krüger ได้เผยในโพสต์เมื่อวันที่ 12 กันยายนซึ่งแสดงให้เห็นว่า ตลอดเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา Vitalik Buterin ได้โพสต์หรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ Ether, บล็อกเชนของ Ethereum และหัวข้ออื่นๆ รวมถึง 158 ครั้ง ซึ่งจากสถิติในเดือนมกราคมถึงกรกฎาคม 2024 เขาได้โพสต์ไปทั้งหมดเพียง 44 ครั้ง และในปี 2023 เขาได้โพสต์บนแพลตฟอร์ม X ไปทั้งหมดเพียง 13 ครั้งเท่านั้น  ( ที่มา : x.com/krugermacro )  Vitalik Buterin โพสต์บนแพลตฟอร์ม X เมื่อวันที่ 20 สิงหาคมว่า มีคนบอกให้เขา “ลดการพูดเรื่องปรัชญาลงและโพสต์เชียร์เหรียญ Ethereum ให้มากขึ้น”  ( ที่มา : Vitalik Buterin)  เขายังถูกวิพากษ์วิจารณ์อีกว่าได้ละทิ้งแพลตฟอร์ม X ไปใช้ Farcaster ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มขนาดเล็กที่มีผู้ติดตามน้อยกว่า โดยเฉพาะผู้ใช้งานบน X ที่มีผู้ติดตามกว่า 3.4 แสนคน “Autism Capital” ที่ได้เรียกร้องให้ Vitalik กลับมาใช้ X อีกครั้งเพื่อช่วยสนับสนุนและผลักดันเครือข่ายของ Ethereum  Autism Capital ได้ตอบกลับข้อความของ Elon Musk โดยคาดว่าเหตุผลที่ Vitalik ย้ายจาก X ไปใช้ Farcaster นั้นอาจเป็นเพราะ Farcaster ช่วยให้เขาสามารถพูดคุยกับกลุ่มคนที่มีความคิดคล้ายๆ กันได้ในวงแคยๆ และไม่ถูกตรวจสอบข้อเท็จจริง  ( ที่มา : Autism Capital )  ในเดือนกันยายนกิจกรรมการใช้งานบน X ของเขายังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยภายในเดือนนี้เขาได้โพสต์หรือแสดงความคิดเห็นไปแล้วกว่า 30 ครั้ง

2024-09-13Ethereum

Brad Garlinghouse CEO ของ Ripple(XRP) เชื่อมั่นตลาด StableCoin ในญี่ปุ่นมีศักยภาพสูง- CryptoSiam

ข่าวต่างประเทศBrad Garlinghouse CEO ของ Ripple(XRP) เชื่อมั่นตลาด StableCoin ในญี่ปุ่นมีศักยภาพสูงCEO ของ Ripple บริษัทผู้ออกเหรียญ XRP กล่าวในบทสัมภาษณ์ว่า ความชัดเจนทางด้ายกฎระเบียบของรัฐบาลญี่ปุ่นได้ช่วยให้ “การเป็นผู้ประกอบการและการลงทุนในประเทศนั้น เติบโตได้อย่างมาก”  Putawan Pulom  CEO ของ Ripple บริษัทผู้ออกเหรียญ XRP กล่าวในบทสัมภาษณ์ว่า ความชัดเจนทางด้ายกฎระเบียบของรัฐบาลญี่ปุ่นได้ช่วยให้ “การเป็นผู้ประกอบการและการลงทุนในประเทศนั้น เติบโตได้อย่างมาก”  Brad Garlinghouse มองว่าตลาด StableCoin ในญี่ปุ่นยังมีโอกาสเติบโตสูง และคาดว่า StableCoin ที่ผูกกับค่าเงินเยนจะได้รับความนิยมอย่างมากในอนาคต แต่ปัจจุบันบริษัท Ripple ยังไม่มีแผนที่จะเปิดตัว StableCoin ในญี่ปุ่น โดยเน้นการเปิดตัวในสหรัฐอเมริกาก่อน  “ผู้คนจะต้องการถือครอง StableCoin ที่ผูกกับเงินเยน ผมเชื่อว่าเป็นเพียงเรื่องของเวลา” Garlinghouse กล่าวในบทสัมภาษณ์กับ Bloombergs The China Show เมื่อวันที่ 7 กันยายน  ความก้าวหน้าด้านกฎระเบียบของญี่ปุ่น  Garlinghouse อธิบายว่า ถึงแม้ญี่ปุ่นจะเป็นตลาดที่ออกแนว “อนุรักษ์นิยมในบางด้าน” แต่ในมุมอื่น ๆ ตลาดก็มีความ “แข็งแกร่ง” เขายังกล่าวอีกว่า เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ญี่ปุ่นได้ให้ความสำคัญในการสร้างความชัดเจนทางกฎระเบียบและการออกกฎหมายทั้งสำหรับ StableCoin และสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ  Garlinghouse คาดว่า StableCoin ที่ผูกกับเงินเยนจะได้รับความนิยมในอนาคต ( ที่มา : Bloomberg )  “นั่นช่วยให้การเป็นผู้ประกอบการและการลงทุนในญี่ปุ่นเติบโตได้ดีจริง ๆ” Garlinghouse กล่าวย้ำ พร้อมเสริมว่าสหรัฐฯ ยังมีความชัดเจนทางด้านกฎระเบียบตามหลังประเทศอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็น ญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และสวิตเซอร์แลนด์  Ripple มุ่งเน้นการเปิดตัว StableCoin ตัวในสหรัฐฯ ก่อน  เขากล่าวว่า Ripple จะมุ่งเน้นที่การเปิดตัวในสหรัฐฯ ก่อนที่บริษัทจะพิจารณาการเปิดตัว StableCoin ในตลาดญี่ปุ่น โดยเขาอธิบายว่า “ปัญหาสำคัญที่เราจะทำต่อไปคือการร่วมมือกับหน่วยงานกำกับดูแลในสหรัฐฯ ก่อนที่เราจะเปิดตัว StableCoin... เราจะออก StableCoin สหรัฐฯ ก่อน แต่เราก็คิดว่ายังมีโอกาสในตลาดโลก และแน่นอนรวมถึงญี่ปุ่นด้วย”  อ่าน Ripple Labs ก้าวสู่ยุคใหม่ด้วยการเปิดตัว Stablecoin “RLUSD” บนเครือข่าย Mainnet!  โดยเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม Ripple Labs ได้ประกาศเริ่มทดสอบ StableCoin ที่ผูกกับดอลลาร์สหรัฐฯ ที่มีชื่อว่า Ripple USD (RLUSD) อยู่บนเครือข่ายของ XRP Ledger (XRPL) และ Ethereum mainnet และมีแผนที่จะนำ StableCoin เหล่านี้ไปใช้บนเครือข่ายบล็อกเชนอื่นๆ ในอนาคต

2024-09-08อุตสาหกรรม

BlackRock ขยายผลิตภัณฑ์การลงทุนในตลาดต่างประเทศ เดินหน้าเปิดตัว Ethereum ETF ในบราซิล- CryptoSiam

ข่าวต่างประเทศBlackRock ขยายผลิตภัณฑ์การลงทุนในตลาดต่างประเทศ เดินหน้าเปิดตัว Ethereum ETF ในบราซิลBlackRock บริษัทจัดการการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ขยายผลิตภัณฑ์การลงทุนคริปโตในบราซิลด้วยการเปิดตัว iShares Ethereum Trust ผ่านใบฝากหลักทรัพย์ (Depositary Receipt)  Putawan Pulom  BlackRock บริษัทจัดการการลงทุนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ขยายผลิตภัณฑ์การลงทุนคริปโตในบราซิลด้วยการเปิดตัว iShares Ethereum Trust ผ่านใบฝากหลักทรัพย์ (Depositary Receipt)  BlackRock ยังคงขยายอาณาจักรการลงทุนในตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 28 สิงหาคมที่ผ่านมา บริษัทได้จดทะเบียน Ethereum ETF บนตลาดหลักทรัพย์ B3 ของประเทศบราซิลผ่านใบฝากหลักทรัพย์ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการขยายผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เชื่อมโยงกับคริปโตเคอร์เรนซีในตลาดละตินอเมริกา  ตามการรายงานของสื่อในบราซิล นักลงทุนทั้งสถาบันและรายย่อยสามารถซื้อขาย iShares Ethereum Trust (ETHA) ของ BlackRock ภายใต้ชื่อผลิตภัณฑ์ ETHA39  ใบรับฝากหลักทรัพย์ (Depositary Receipt) เป็นหลักทรัพย์ที่ใช้แทนหุ้นในบริษัทหรือกองทุนต่างประเทศ โดยมักซื้อขายในสกุลเงินท้องถิ่นและมีสินทรัพย์ต้นฉบับเป็นหลัก ในกรณีของ BlackRock ที่กำลังเปิดตัว Ethereum ETF ในตลาดบราซิล หุ้นจะถูกเสนอขายในราคาเทียบเท่าหนึ่งในสามของมูลค่าดั้งเดิม ซึ่งหมายความว่านักลงทุนในบราซิลจะสามารถซื้อหุ้นของ ETF Ethereum ได้ในราคาที่ต่ำกว่าราคาตลาดทั่วไป เพื่อดึงดูดนักลงทุนในท้องถิ่นให้เข้ามาลงทุนใน ETF Ethereum หรือเพื่อปรับราคาให้เหมาะสมกับสภาพตลาดและกำลังซื้อของนักลงทุนในประเทศ  ค่าธรรมเนียมการดูแลของ iShares Ethereum Trust (ETHA) จะอยู่ที่ 0.25% ต่อปี ซึ่งสอดคล้องกับค่าธรรมเนียมของ Spot Ethereum ETF ในสหรัฐอเมริกา แต่สำหรับนักลงทุนในประเทศบราซิล ค่าธรรมเนียมนี้จะลดลงเหลือเพียง 0.12% ในปีแรก หรือจนกว่ากองทุนจะมียอดสินทรัพย์ภายใต้การจัดการเกินกว่า 2.5 พันล้านดอลลาร์  การเปิดตัว Ethereum ETF นี้เกิดขึ้นหลังจากที่ BlackRock ประสบความสำเร็จในการเปิดตัว iShares Bitcoin Trust ในบราซิลไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อน Cristiano Castro ผู้อำนวยการ BlackRock ในบราซิล เผยในการสัมภาษณ์กับสื่อท้องถิ่นว่า  IBIT เป็น ETF ที่เติบโตเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ภายในระยะเวลาเพียงสามเดือน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความต้องการที่เหลือล้นของผลิตภัณฑ์นี้ ( Bitcoin ETF) กลยุทธ์ของ BlackRock คือการตอบสนองความต้องการนี้และทำให้นักลงทุนเข้าถึงผลิตภัณฑ์การลงทุนดิจิทัลได้ง่ายยิ่งขึ้นในตลาดทุน  Cristiano Castro ผู้อำนวยการของ BlackRock ในบราซิล  บราซิลถือเป็นหนึ่งในประเทศแรกๆ ที่อนุญาตให้มีการซื้อขายผลิตภัณฑ์คริปโตในตลาดหลักทรัพย์ ด้วยกองทุนใหม่ของ BlackRock นักลงทุนชาวบราซิลจะมีทางเลือกในการลงทุนใน ETF หรือใบฝากหลักทรัพย์ที่ให้การเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลถึง 15 กองทุน และในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา หน่วยงานกำกับดูแลภายในประเทศได้อนุมัติการเปิดตัว Spot Solana ETF เป็นครั้งแรกของโลก ซึ่งคาดว่าจะเริ่มซื้อขายในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า  สัดส่วนปริมาณการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในประเทศบลาซิล ( ที่มา : Kaiko )  ตามข้อมูลจาก Felipe Gonçalves ผู้อำนวยการตลาดหลักทรัพย์ B3 ของบราซิล ปัจจุบันมีนักลงทุนกว่า 180,000 รายถือครองผลิตภัณฑ์คริปโตรวมมูลค่าประมาณ 5.5 พันล้านเรียลบราซิล หรือประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมูลค่าการซื้อขายคริปโตในประเทศพุ่งสูงถึง 6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในช่วงห้าเดือนแรกของปี 2024 ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 30% จากปีที่แล้ว

2024-08-29Ethereum

Vitalik Buterin เผยงบประมาณของ Ethereum Foundation ประจำปี 2023 หลังมีข้อสงสัยจากชุมชน- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่Vitalik Buterin เผยงบประมาณของ Ethereum Foundation ประจำปี 2023 หลังมีข้อสงสัยจากชุมชนVitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum เปิดเผยรายละเอียดการใช้จ่ายของกองทุน Ethereum Foundation ประจำปี 2023 ผ่านโซเชียลมีเดีย หลังจากมีความเห็นของคนในชุมชนเกี่ยวกับการบริหารงบประมาณ  Putawan Pulom  Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum เปิดเผยรายละเอียดการใช้จ่ายของกองทุน Ethereum Foundation ประจำปี 2023 ผ่านโซเชียลมีเดีย หลังจากมีความเห็นของคนในชุมชนเกี่ยวกับการบริหารงบประมาณ  จากโพสของ Vitalik Buterin ที่ได้เผยงบประมาณประจำปี 2023 ของ Ethereum Foundation รายละเอียดที่มีความน่าสนใจคือหมวด “new institutions” ซึ่งหมายถึงค่าใช้จ่ายที่กองทุนใช้สำหรับสนับสนุนองค์กรหรือหน่วยงานที่ช่วยเสริมสร้างระบบนิเวศของ Ethereum ที่ใช้ประมาณของกองทุนมากที่สุดถึง 36.5% รองลงมาคืองบประมาณสำหรับการวิจัยและพัฒนา Layer 1 (L1) หรือ Layer พื้นฐานของระบบ Ethereum ที่คิดเป็น 24.9% ของงบประมาณทั้งหมด  งบประมาณประจำปี 2023 ของ Ethereum Foundation ( ที่มา : Vitalik Buterin )  Josh Stark ตัวแทนจาก Ethereum Foundation ชี้แจงว่า งบประมาณที่ใช้วิจัยและพัฒนา Layer 1 นี้ ครอบคลุมถึงการสนับสนุนทีมพัฒนาภายนอกและการวิจัยภายในกองทุนเอง เช่น ทุนสนับสนุนแก่ผู้พัฒนา Go-Ethereum (Geth) ซึ่งเป็นไคลเอ็นต์หลักของ Ethereum และการวิจัยและพัฒนาภาษา Solidity ที่ใช้เขียนสัญญาอัจฉริยะบนเครือข่าย Ethereum รวมถึงการงบประมาณสำหรับจัดงาน Devcon (งานประชุมนักพัฒนาอีเธอเรียม) และอื่นๆ  ค่าใช้จ่ายอันดับ 3 ของ Ethereum Foundation คือหมวด การพัฒนาชุมชน (Community development) คิดเป็น 12.7% ส่วนที่เหลืออีก 25.9% แบ่งเป็น 4 หมวดย่อยได้แก่ ทุนสำหรับพัฒนาเทคโนโลยี Zero-Knowledgezero 10.4% การบริหารจัดการภายใน 7.7% การวิจัยและพัฒนา Layer 2 (L2) 1.4% และแพลตฟอร์มสำหรับนักพัฒนาอีก 6.5%  จุดเริ่มต้นของการออกมาชี้แจ้งในครั้งนี้คือ ก่อนหน้านี้ Kain Warwick นักพัฒนาแพลตฟอร์ม DeFi ชื่อดัง กล่าวหาว่า Vitalik Buterin และ Ethereum Foundation ไม่สนับสนุนระบบการเงินแบบไร้ศูนย์กลางหรือ DeFi (Decentralized Finance) โดยอ้างว่ากองทุนใช้งบประมาณเพียงเล็กน้อยในการพัฒนาและส่งเสริมการใช้งาน DeFi และใช้งบประมาณส่วนใหญ่ไปกับ “เรื่องไร้สาระ”  ทาง Vitalik Buterin ก็ได้ออกมาชี้แจงว่า ตัวเขาเองก็เป็นผู้ใช้งานและอยากสนับสนุนการใช้งาน DeFi แต่อยากให้มุ่งเน้นไปที่โครงการที่ยั่งยืนในระยะยาว และหลีกเลี่ยงโครงการที่เน้นผลลัพธ์ในระยะสั้นหรือไม่ยั่งยืน เช่น การฟาร์มสภาพคล่อง (liquidity farming) หรือโครงการที่สร้างขึ้นมาชั่วคราวเพื่อเสกเหรียญขึ้นมาแล้วเทขายในตลาด  นอกจากการเปิดเผยงบประมาณในครั้งนี้แล้ว Ethereum Foundation ยังได้ร่วมกับ ETH Kipu เพื่อจัดเวิร์คช็อปสอนนักเรียนมัธยมปลายในกรุง Buenos Aires ประเทศอาร์เจนตินา เกี่ยวกับเทคโนโลยีบล็อกเชน ETH Kipu ยังได้ประกาศโครงการฝึกงานในสายงานบล็อกเชน และหลักสูตรออนไลน์สำหรับการเรียนภาษา Solidity ซึ่งเป็นภาษาที่ใช้เขียนสัญญาอัจฉริยะบนเครือข่าย Ethereum

2024-08-28Ethereum

NFT เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว! หลังยอดขายรายสัปดาห์กลับมาเป็นบวกอีกครั้ง- CryptoSiam

ข่าว NFTNFT เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว! หลังยอดขายรายสัปดาห์กลับมาเป็นบวกอีกครั้งตลาด NFT เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว หลังจากประสบกับการลดลงขอยอดการซื้อขายตลอดปี 2024 โดยเฉพาะบนเครือข่าย Polygon ซึ่งในปัจจุบันมียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 123.20% ภายใน 7 วันที่ผ่านมา  Putawan Pulom  ตลาด NFT เริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว หลังจากประสบกับการลดลงขอยอดการซื้อขายตลอดปี 2024 โดยเฉพาะบนเครือข่าย Polygon ซึ่งในปัจจุบันมียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 123.20% ภายใน 7 วันที่ผ่านมา  ข้อมูลปริมาณการซื้อขาย NFTบน 5 BlockChian ที่ใช้สำหรับ NFT ( ที่มา : CryptoSlam )จำนวนผู้ซื้อ NFT ที่เพิ่มขึ้น  นอกจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณยอดขายรายสัปดาห์แล้ว จำนวนผู้ซื้อ NFT ก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นเช่นกัน ข้อมูลจาก CryptoSlam แสดงให้เห็นว่ามีผู้ซื้อ NFT มากกว่า 500,000 คน ตลอดช่วง 7 วันที่ผ่านมา โดยเพิ่มขึ้น 37.97% จากสัปดาห์ก่อนหน้า  ทั้ง 10 เครือข่ายหลักสำหรับซื้อขาย NFT ล้วนมีการเพิ่มขึ้นของยอดผู้ซื้อ NFT ในสัปดาห์ที่ผ่านมา โดย Solana อยู่ที่อันดับ 1 ด้วยจำนวนผู้ซื้อ 220,304 ราย รองลงมาคือ Polygon ที่มีผู้ซื้อ 89,498 ราย และ Ethereum ที่มีผู้ซื้อ 44,188 ราย  ปริมาณการซื้อขายรายเดือนยังคงลดลง  แม้ว่าปริมาณยอดขาย NFT จะแสดงสัญญาณของการฟื้นตัว แต่การเพิ่มขึ้นเล็กน้อยของยอดขายรายสัปดาห์นั้น ไม่สามารถชดเชยแนวโน้มที่ลดลงของปริมาณยอดขายรายเดือนในตลาด NFT ได้  ตลาด NFT ได้แสดงให้เห็นถึงปริมาณยอดขายที่ลดลงถึง 45% ในไตรมาสที่สองของปี 2024 โดยมียอดขาย NFT อยู่ที่ 2.24 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ไตรมาสที่สามของปี 2023  ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ปริมาณยอดขายรายเดือนของ NFT ทั้งหมดลดลงต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2023 แต่จำนวนการทำธุรกรรมบนบล็อกเชนทั้งหมดกลับเพิ่มขึ้นถึง 73% และในช่วง 30 วันที่ผ่านมา ข้อมูลจาก CryptoSlam แสดงให้เห็นถึงปริมาณยอดขายของ NFT ทั้งหมดได้ลดลงกว่า 40%

2024-08-27NFT

Arkham เผย! การเทขาย ETH จาก Foundation Ethereum เคยทำให้ราคาเพิ่มขึ้นถึง 6 เท่า หลังพบการโอนออกอีกครั้งเมื่อ 3 วันที่ผ่านมา- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่Arkham เผย! การเทขาย ETH จาก Foundation Ethereum เคยทำให้ราคาเพิ่มขึ้นถึง 6 เท่า หลังพบการโอนออกอีกครั้งเมื่อ 3 วันที่ผ่านมาArkham เผยสถิติในปี 2020 โดยหลังจากที่ Ethereum Foundation ได้ทำการเทขาย 100,000 ETH ราคาของเหรียญ ETH ก็ได้พุ่งขึ้นมากกว่า 500% ภายในเวลาเพียง 1 เดือน ปัจจุบัน Ethereum Foundation ได้ทำการโอนย้ายเหรียญ ETH อีกครั้งเมื่อวันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม ที่ผ่านมา  Putawan Pulom  Arkham เผยสถิติในปี 2020 โดยหลังจากที่ Ethereum Foundation ได้ทำการเทขาย 100,000 ETH ราคาของเหรียญ ETH ก็ได้พุ่งขึ้นมากกว่า 500% ภายในเวลาเพียง 1 เดือน ปัจจุบัน Ethereum Foundation ได้ทำการโอนย้ายเหรียญ ETH อีกครั้งเมื่อวันศุกร์ที่ 23 สิงหาคม ที่ผ่านมา  เมื่อวันที่ 23 สิงหาคมที่ผ่านมา Ethereum Foundation ได้ทำการโอนเหรียญ Ethereum (ETH) จำนวน 35,000 ETH มูลค่าประมาณ 96 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปยังกระเป๋าเงินที่เชื่อมโยงกับกระดานเทรด Kraken  เหตุการณ์นี้ทำให้นักลงทุนต่างคาดเดาและวิเคราะห์เกี่ยวกับกลยุทธ์การบริหารจัดการทรัพย์สินของ Ethereum Foundation  คำชี้แจงจาก Ethereum Foundation  Aya Miyaguchi ผู้อำนวยการบริหารของ Ethereum Foundation ได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับการโอน ETH ครั้งนี้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมการบริหารจัดการทรัพย์สินขององค์กร เธอระบุว่าการโอนนี้เพื่อช่วยปรับสมดุลงบประมาณและไม่ถือเป็นการขาย  Miyaguchi กล่าวว่า Ethereum Foundation มีงบประมาณประจำปีอยู่ที่ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งประกอบด้วยเงินทุนสำหรับการสนับสนุนโครงการและค่าจ้างพนักงาน แต่บางโครงการสามารถรับเงินชำระเป็นสกุลเงิน fiat เท่านั้น  ประวัติการขาย ETH ของ Ethereum Foundation  Arkham บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบนบล็อกเชนเผยว่า Ethereum Foundation เคยทำการขาย ETH จำนวน 100,000 ETH เมื่อเดือนธันวาคมปี 2020 ในราคาประมาณ 635 ดอลลาร์สหรัฐต่อเหรียญ หลังจากนั้นเพียง 5 เดือน ราคา ETH ได้พุ่งขึ้นสูงถึง 4,182 ดอลลาร์สหรัฐ และในเดือนพฤศจิกายนปีเดียวกัน ราคาได้แตะระดับสูงสุดในรอบปีที่ 4,891.70 ดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นผลตอบแทนถึง 770% ภายในระยะเวลาประมาณ 1 ปี  จุดที่มีการโอนย้ายเหรียญ ETH จาก Ethereum Foundation เทียบกับราคาราคา ETH  หลังจากการโอน ETH ของ Ethereum Foundation ราคาของ ETH ได้มีความผันผวนเล็กน้อย โดยแตะระดับต่ำสุดที่ 2,656 ดอลลาร์สหรัฐ ก่อนที่จะปรับตัวขึ้นเป็น 2,808 ดอลลาร์สหรัฐ และปิดที่ระดับ 2,743 ดอลลาร์สหรัฐต่อ ETH ในวันที่ 26 สิงหาคม  ภาพรวมของเหรียญ ETH ในปัจจุบัน ( ที่มา : coinmarketcap )  ในเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา Ethereum Foundation ได้ทำการโอน ETH จำนวน 92,000 ETH มูลค่ากว่า 253 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปยังกระเป๋าเงินที่ไม่ระบุตัวตน ปัจจุบันทางองค์กรยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการโอนครั้งนี้  ปัจจุบัน Ethereum Foundation ยังคงถือครอง ETH อยู่ประมาณ 273,000 ETH มูลค่ากว่า 751 ล้านดอลลาร์สหรัฐ การโอนย้าย ETH ของ Ethereum Foundation ในครั้งนี้ยังคงเป็นประเด็นที่น่าติดตามต่อไป สุดท้ายแล้วเหรียญเหล่านี้ถูกโอนไปใช้ทำอะไรอาจเป็นประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อราคาของ ETH ในอนาคต

2024-08-26Ethereum

กองทุน Bitcoin ETF ของฮ่องกงมีมูลค่าสินทรัพย์รวมแตะหลัก 2 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกงแล้ว!- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่กองทุน Bitcoin ETF ของฮ่องกงมีมูลค่าสินทรัพย์รวมแตะหลัก 2 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกงแล้ว!ตลาดการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิตอลของฮ่องกงมีข่าวดีอีกครั้ง เมื่อสินทรัพย์รวมของกองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยน Bitcoin ETF ของฮ่องกงมีมูลค่าทะลุ 2 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 256 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  Putawan Pulom  ตลาดการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิตอลของฮ่องกงมีข่าวดีอีกครั้ง เมื่อสินทรัพย์รวมของกองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยน Bitcoin ETF ของฮ่องกงมีมูลค่าทะลุ 2 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือประมาณ 256 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  ข้อมูลจาก SoSo Value แสดงให้เห็นว่ากองทุน Spot Bitcoin ETF ทั้งสามกองในฮ่องกงได้รับเงินไหลเข้าสุทธิประมาณ 247 BTC ในสัปดาห์นี้ ทำให้มูลค่ารวมของสินทรัพย์อยู่ที่ประมาณ 4,450 BTC ซึ่งเพิ่มขึ้น 5.9% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ที่ผ่านมา มูลค่าของสินทรัพย์ภายใต้การดูแลของ Bitcoin ETF เหล่านี้ในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 2.113 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกงแล้ว  มูลค่าการถือครองของ Spot Bitcoin ETF ในฮ่องกง ( ที่มา : SoSo Value)  เมื่อดูที่ยอดการซื้อขายสินทรัพย์ของกองทุน Spot Bitcoin ETF เหล่านี้จะพบว่าสองในสามของกองทุน Bitcoin ETF ทั้งหมดซึ่งเป็นกองทุนที่ถูกจัดการโดยบริษัท China Asset Management และ Harvest Asset Management ได้กลายเป็นผู้เล่นหลักในตลาด เนื่องจากกองทุน ETF ของ 2 บริษัทนี้ได้ดำเนินการร่วมกับแพลตฟอร์มซื้อขายสินทรัพย์ดิจิตอลที่มีชื่อว่า OSL และมีมูลค่าสินทรัพย์ย์ภายใต้การดูแลใน Bitcoin ETF รวมกันถึง 1.337 พันล้านดอลลาร์ฮ่องกง คิดเป็นส่วนแบ่งกว่า 63% ของตลาด Bitcoin ETF ทั้งหมดในฮ่องกง กองทุน Bitcoin ETF อันดับสามที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับแพลตฟอร์ม OSL มีชื่อว่า BOSERA HASHKEY BTC ETF HKD ปัจจุบันมีมูลค่าสินทรัพย์อยู่ที่ 776 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง คิดเป็นประมาณ 42% ของตลาด  ตำแหน่งเจ้าตลาดที่แข็งแกร่งของ OSL บ่งบอกถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนในความสามารถในการบริหารจัดการและการดำเนินงานของบริษัท และแสดงให้เห็นถึงตัวเลือกที่ค่อนข้างน้อยสำหรับนักลงทุนในตลาด Bitcoin ETF ของฮ่องกง  แม้จะมีข่าวดีในครั้งนี้ แต่ Bitcoin ETF ของฮ่องกงก็ยังมีผลงานที่ต่ำกว่ามาตรฐานมากเมื่อเปรียบเทียบกับสหรัฐฯ โดยเมื่อ Bitcoin ETF ของฮ่องกงเปิดตัวเมื่อวันที่ 30 เมษายน พวกเขาก็สามารถดึงดูดสินทรัพย์ภายใต้การดูแลไปได้กว่า 262 ล้านดอลลาร์สหรัฐในสัปดาห์แรก ซึ่งส่วนใหญ่ของสินทรัพย์จำนวนนี้ถูกนักลงทุนจองล่วงหน้าก่อนที่กองทุนจะเปิดให้ซื้อขายจริง  แต่เงินทุนที่ไหลเข้าในสัปดาห์แรกนั้นกลับมีเพียงแค่ 14 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งแตกต่างอย่างมากจาก Spot Bitcoin ETF ของสหรัฐอเมริกาที่มีการไหลเข้าหลักหลายพันล้านดอลลาร์ ในช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา  ความแตกต่างนี้เน้นย้ำถึงความท้าทายที่ฮ่องกงเผชิญในการวางตำแหน่งตัวเองให้เป็นศูนย์กลางการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิตอลระดับโลก

2024-08-25อุตสาหกรรม

มูลค่าสินทรัพย์ BlackRock แซงหน้า Grayscale ครองตำแหน่งผู้นำตลาดกองทุนคริปโต- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่มูลค่าสินทรัพย์ BlackRock แซงหน้า Grayscale ครองตำแหน่งผู้นำตลาดกองทุนคริปโตสถาบันให้ความเชื่อมั่น! BlackRock แซงหน้า Grayscale ด้วยกองทุน IBIT และ ETHA ที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนสถาบันรายใหญ่ เช่น Morgan Stanley และ Goldman Sachs  สถาบันให้ความเชื่อมั่น! BlackRock แซงหน้า Grayscale ด้วยกองทุน IBIT และ ETHA ที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนสถาบันรายใหญ่ เช่น Morgan Stanley และ Goldman Sachs  BlackRock บริษัทจัดการสินทรัพย์ยักษ์ใหญ่ของโลก ได้ขึ้นแท่นเป็นผู้นำตลาดกองทุนคริปโตแล้ว โดยกองทุน IBIT และ ETHA ของ BlackRock ที่ลงทุนใน Bitcoin และ Ethereum ตามลำดับ มีมูลค่าสินทรัพย์รวมสูงกว่ากองทุนทั้งหมดของ Grayscale ที่เคยครองตำแหน่งผู้นำตลาดมานาน  ข้อมูลจาก Arkham เผยว่าในปัจจุบัน กองทุนของ BlackRock มีมูลค่าสินทรัพย์รวมกว่า 21.6 พันล้านดอลลาร์ แซงหน้า Grayscale เล็กน้อย แม้ว่า Grayscale จะมีกองทุนให้เลือกหลากหลายกว่าก็ตาม การเติบโตอย่างรวดเร็วของกองทุน BlackRock สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนสถาบันรายใหญ่ที่มีต่อตลาดคริปโต และการยอมรับ Bitcoin และ Ethereum ในฐานะสินทรัพย์หลักในพอร์ตการลงทุน  ( ที่มา : Arkham )  การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่สถาบันการเงินรายใหญ่หลายแห่งหันมาลงทุนในกองทุนของ BlackRock มากขึ้น เช่น Morgan Stanley ที่ขายหุ้น GBTC ของ Grayscale ออกไปทั้งหมด และหันมาลงทุนใน IBIT แทน ขณะที่ Goldman Sachs ก็ถือครองหุ้น IBIT เป็นจำนวนมากเช่นกัน  ข้อมูลการยอดการซื้อขายรายวันของ IBIT Bicoin ETF ของ BlackRock ( ที่มา : Nate Geraci )  Nate Geraci ผู้เชี่ยวชาญด้าน ETF จาก The ETF Store ได้ยืนยันผ่าน X ว่า IBIT ของ BlackRock มีความน่าสนใจสำหรับนักลงทุน โดยมีข้อมูลจาก SoSoValue สนับสนุนว่ากองทุนมีการไหลออกสุทธิเพียงวันเดียว นับตั้งแต่เปิดตัว  อย่างไรก็ตาม แม้ว่ากองทุน IBIT ของ BlackRock จะประสบความสำเร็จอย่างมาก แต่กองทุน ETHA ยังไม่สามารถแซงหน้าคู่แข่งรายใหญ่ในตลาด Ethereum ETF ได้ แม้ว่าจะยังไม่มีการไหลออกของเงินทุนก็ตาม  อันดับ Spot Ethereum ETF ในสหรัฐฯ ที่มีสินทรัพย์มากที่สุด ( ที่มา : SoSoValue )  ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ BlackRock ประสบความสำเร็จ ส่วนหนึ่งคือชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือจากการที่ BlackRock เป็นบริษัทจัดการสินทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทำให้นักลงทุนสถาบันมีความเชื่อมั่นในการลงทุนกับกองทุนของบริษัท อีกส่วนหนึ่งก็คือผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เพราะถึงแม้ว่าจะมีกองทุนให้เลือกน้อยกว่า Grayscale แต่กองทุนของ BlackRock ก็ได้ครอบคลุมสินทรัพย์หลักในตลาดคริปโตคือ Bitcoin และ Ethereum  การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อตลาดคริปโตอย่างมาก โดยสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตและการพัฒนาของตลาดกองทุนคริปโตที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และบ่งชี้ว่าสถาบันการเงินรายใหญ่ให้ความสำคัญกับ Bitcoin และ Ethereum มากขึ้น การที่ BlackRock แซงหน้า Grayscale และกลายเป็นผู้นำตลาดกองทุนคริปโต ถือเป็นก้าวสำคัญของตลาดคริปโต และบ่งชี้ถึงการเติบโตและการพัฒนาของตลาดในระยะยาว

2024-08-18Bitcoin

รายงานผลประกอบการ เผย! Goldman Sachs ทุ่มเงินกว่า 418 ล้านดอลลาร์ เข้าสู่ตลาด Bitcoin ETF- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่รายงานผลประกอบการ เผย! Goldman Sachs ทุ่มเงินกว่า 418 ล้านดอลลาร์ เข้าสู่ตลาด Bitcoin ETFGoldman Sachs ทุ่มเงินมหาศาลลงทุน Bitcoin ETF สัญญาณบ่งชี้ว่าสถาบันการเงินหันมาสนใจคริปโตมากขึ้น  Goldman Sachs ทุ่มเงินมหาศาลลงทุน Bitcoin ETF สัญญาณบ่งชี้ว่าสถาบันการเงินหันมาสนใจคริปโตมากขึ้น  ธนาคารยักษ์ใหญ่ Goldman Sachs สร้างความฮือฮาในวงการคริปโต ด้วยการเปิดเผยการถือครองหุ้นกองทุน Bitcoin ETF มูลค่ากว่า 418 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งสัญญาณชัดเจนว่าสถาบันการเงินรายใหญ่เริ่มหันมาให้ความสนใจและลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น  จากการเปิดเผยในรายงาน 13F พบว่า Goldman Sachs ได้ถือครองหุ้นในกองทุน iShares Bitcoin Trust ของ BlackRock มากที่สุด โดยคิดรวมกันเป็นมูลค่ากว่า 238 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ ยังมีการลงทุนในกองทุน Bitcoin ETF ของผู้ให้บริการรายอื่นๆ อีกมากมาย เช่น Fidelity, Grayscale, Invesco Galaxy และอื่นๆ แบ่งเป็น  $238.6 ล้านดอลลาร์ ใน iShares Bitcoin Trust (6,991,248 หุ้น)  $79.5 ล้านดอลลาร์ ใน Fidelity Bitcoin ETF (1,516,302 หุ้น)  $35.1 ล้านดอลลาร์ ใน Grayscale BTC (660,183 หุ้น)  $56.1 ล้านดอลลาร์ ใน Invesco Galaxy Bitcoin (940,443 หุ้น)  $8.3ล้านดอลลาร์ ใน Bitwise Bitcoin ETF (253,961 หุ้น)  $749,469 ดอลลาร์ ใน WisdomTree Bitcoin (11,773 หุ้น)  $299,900 ดอลลาร์ ใน ARK 21Shares Bitcoin ETF (5,000 หุ้น)  ข้อมูลภาพรวมของ Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ (ที่มา : Coinglass)  การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของ Goldman Sachs ได้สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการของนักลงทุนสถาบันที่ต้องการเข้าถึงตลาด Bitcoin อย่างถูกกฎหมายและง่ายขึ้น โดยผ่านการลงทุนในกองทุน ETF ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการกำกับดูแลจากหน่วยงานรัฐ  ปัจจัยที่ผลักดันให้สถาบันการเงินหันมาสนใจ Bitcoin ETFผลตอบแทนที่น่าสนใจ: Bitcoin สร้างผลตอบแทนที่สูงมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้นักลงทุนสถาบันมองเห็นโอกาสในการสร้างผลกำไรความต้องการของลูกค้า: ลูกค้าจำนวนมากแสดงความสนใจในการลงทุนใน Bitcoin และสถาบันการเงินจึงต้องตอบสนองความต้องการนี้การลดความเสี่ยง: การลงทุนใน Bitcoin ETF ช่วยให้นักลงทุนสามารถกระจายความเสี่ยงได้ดีกว่าการลงทุนใน Bitcoin โดยตรง  การเข้ามาของ Goldman Sachs สู่ตลาด Bitcoin ETF มีนัยสำคัญต่อตลาดคริปโตเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นการยอมรับจากสถาบันการเงินรายใหญ่ ซึ่งจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือและดึงดูดนักลงทุนรายย่อยให้เข้าสู่ตลาดมากขึ้น  การเติบโตของกองทุน Bitcoin ETF ทำให้เราเห็นถึงความสนใจที่เพิ่มขึ้นของนักลงทุนสถาบันในตลาดคริปโต โดยในปี 2024 มีกองทุน Bitcoin ETF ใหม่เปิดตัวจำนวนมาก และกองทุนที่มีอยู่เดิมก็มีมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในอนาคตอาจมีสถาบันการเงินรายใหญ่รายอื่นๆ เข้ามาลงทุนใน Bitcoin ETF เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ตลาด Bitcoin มีความแข็งแกร่งและเติบโตอย่างยั่งยืน  การที่ธนาคารยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง Goldman Sachs ทุ่มเงินมหาศาลเข้าสู่ตลาด Bitcoin ETF นับเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมคริปโต และสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลภายในสหรัฐอเมริกา

2024-08-14Bitcoin

ยอดซื้อขายรายสัปดาห์ของ Ethereum ETF กลับมาเป็นบวกครั้งแรก! นับตั้งแต่เปิดตัว- CryptoSiam

ข่าว Ethereumยอดซื้อขายรายสัปดาห์ของ Ethereum ETF กลับมาเป็นบวกครั้งแรก! นับตั้งแต่เปิดตัวกองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยน Spot Etherume ETFs ของทั้ง 9 บริษัทที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ มียอดการซื้อขายสุทธิเป็นบวก รวมกันทั้งสิ้น 105 ล้านดอลลาร์ ในสัปดาห์ที่ 3 หลังจากเปิดตัว  กองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยน Spot Etherume ETFs ของทั้ง 9 บริษัทที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ มียอดการซื้อขายสุทธิเป็นบวก รวมกันทั้งสิ้น 105 ล้านดอลลาร์ ในสัปดาห์ที่ 3 หลังจากเปิดตัว  กองทุนซื้อขายแลกเปลี่ยน Spot Ethereum ETFs ในสหรัฐอเมริกา พบการไหลเข้าของยอดซื้อขายรายสัปดาห์เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่การเปิดตัวเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคมที่ผ่านมา  ข้อมูลของ SoSoValue ซึ่งเป็นตัวติดตามข้อมูลการซื้อขายของ Spot Ethereum ETFs พบว่าทั้งเก้ากองทุนมียอดซื้อขายสุทธิเป็นบวก รวมกันทั้งสิ้น 104.8 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ที่ 3 หลังจากการเปิดตัว หรือก็คือสัปดาห์เริ่มต้นด้วยวันจันทร์ที่ 5 สิงหาคม  Spot Ethereum ETF 3 สัปดาห์แรกหลังการเปิดตัว (ที่มา: SoSoValue)  จากข้อมูลระบุว่ามูลค่ารวมของการซื้อขายทั้งหมดของกองทุนเหล่านี้ตั้งแต่ วันที่ 5 สิงหาคม ถึง วันที่ 9 สิงหาคม อยู่ที่ 1.87 พันล้านดอลลาร์ ทำให้สินทรัพย์สุทธิของ Spot Ethereum ETFs เพิ่มขึ้นเป็น 7.3 พันล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็น 2.34% ของมูลค่าตลาดรวมของ Ethereum ในปัจจุบัน  ตัวเลขการไหลเข้าดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการปรับฐานครั้งใหญ่ของราคาเหรียญ Ethereum ซึ่งลดลงถึง 23% นับตั้งแต่ วันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา  ในบรรดากองทุน Spot Ethereum ETFs ทั้งหมด มีอยู่หกกองทุนที่มีกระแสเงินไหลเข้าสุทธิเป็นบวก โดยกองทุน iShares Ethereum Trust ของ BlackRock ขึ้นนำเป็นอันดับ 1 ด้วยมูลค่าการไหลเข้า ถึง 188.4 ล้านดอลลาร์ ในสัปดาห์ล่าสุด และยังมียอดการซื้อขายเป็นบวกสะสมกันเป็นมูลค่าถึง 900 ล้านดอลลาร์ ใน 13 วันของการซื้อขายและยังไม่มีวันที่มีการไหลออกเลยแม้แต่วันเดียว  คู่แข่งที่ใกล้เคียงที่สุดของ BlackRock คือกองทุน Fidelity Ethereum Fund  ซึ่งมีการไหลเข้ามูลค่ากว่า 44.65 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้มียอดการซื้อขายเป็นบวกสะสมกันเป็นมูลค่า 342 ล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่การเปิดตัว  ส่วนกองทุนอีก 4 กองที่พบการไหลเข้าภายในสัปดาห์ที่ผ่านมาประกอบด้วย Grayscales Mini Ethereum Trust มียอดการไหลเข้ามูลค่า 19.8 ล้านดอลลาร์, VanEck Ethereum ETF มียอดการไหลเข้ามูลค่า 16.6 ล้านดอลลาร์, Bitwise Ethereum ETF มียอดการไหลเข้ามูลค่า 11.7 ล้านดอลลาร์ และ Franklin Ethereum ETF มียอดการไหลเข้ามูลค่า 3.7 ล้านดอลลาร์  กองทุน 21Shares Core Ethereum ETF และ Invesco Galaxy Ethereum ETF ไม่มีกระแสเงินไหลเข้าสุทธิในสัปดาห์นี้ หากไม่นับการไหลออกมูลค่ากว่า 180 ล้านดอลลาร์จาก Grayscales Ethereum Trust ในสัปดาห์ที่ผ่านมา การไหลเข้าสุทธิของกองทุนทั้ง 9 กองทุนน่าจะสูงกว่านี้มาก  ตามข้อมูลจาก Farside Investors การไหลออกของสินทรัพย์จากกองทุน Spot Ethereum ETF ของ Grayscale ยังคงดำเนินต่อไป โดยมูลค่าสินทรัพย์ที่ไหลออกจากกองทุนนี้ปัจจุบันรวมแล้ว 2.3 พันล้านดอลลาร์ ทำให้การไหลออกสุทธิรวมของกองทุนทั้งเก้าแห่งมีมูลค่าทั้งสิ้น 406.4 ล้านดอลลาร์ นับตั้บแต่การเปิดตัว  ที่มา : cointelegraph

2024-08-12Ethereum
1
...
2729
...
1000