สแกนเพื่อดาวน์โหลด
แพลตฟอร์มตรวจสอบ # และยืนยันการกำกับดูแลของตลาดการเงินทั่วโลก

รัฐบาลสหรัฐฯ สั่นคลอนวงการคริปโต หลังโอน Bitcoin มูลค่า 1.9 พันล้านดอลลาร์- CryptoSiam

???????? United Statesรัฐบาลสหรัฐฯ สั่นคลอนวงการคริปโต หลังโอน Bitcoin มูลค่า 1.9 พันล้านดอลลาร์รัฐบาลสหรัฐอเมริกาสร้างความตื่นตัวในวงการคริปโตเคอร์เรนซีหลังโอน Bitcoin มูลค่ากว่า 1.9 พันล้านดอลลาร์ไปยังแพลตฟอร์ม Coinbase เมื่อวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา  Putawan Pulom  รัฐบาลสหรัฐอเมริกาสร้างความตื่นตัวในวงการคริปโตเคอร์เรนซีหลังโอน Bitcoin มูลค่ากว่า 1.9 พันล้านดอลลาร์ไปยังแพลตฟอร์ม Coinbase เมื่อวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา  เมื่อวันที่ 2 ธันวาคมที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐฯ โอน Bitcoin มูลค่า 1.9 พันล้านดอลลาร์ไปยังกระดานเทรดคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐฯ อย่าง Coinbase ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซี  โดยธุรกรรมการโอนเงินในครั้งนี้ของรัฐบาลสหรัฐฯ ประกอบด้วย Bitcoin จำนวน 19,800 BTC ซึ่งอาจมีการเทขายก่อนการเข้ารับตำแหน่งของ Donald Trump ผู้เชี่ยวชาญด้านคริปโตและนายทหารกองทัพอวกาศสหรัฐฯ Jason Lowery ได้ออกมาวิจารณ์ว่าการกระทำนี้อาจเป็น “ความผิดพลาดเชิงยุทธศาสตร์”  Lowery ซึ่งเป็นผู้เขียนหนังสือ “Softwar” ได้ระบุในโพสต์ว่า “ไม่มีราคาไหนที่สมเหตุสมผลที่สหรัฐฯ จะขาย Bitcoin ที่มีอยู่ภายใต้การควบคุม” และเขายังได้เคยเตือนถึงความเป็นไปได้ที่รัฐบาลอาจจะออกกฎหมายสั่งยึด Bitcoin ของประชาชนในอนาคตคล้ายกับคำสั่งการสั่งยึดทองคำในอดีต  ( ที่มา : Jason Lowery )  ปัจจุบันรัฐบาลสหรัฐฯ ครอบครอง Bitcoin ราว 183,850 BTC มูลค่าประมาณ 1.77 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยในปีนี้รัฐบาลสหรัฐฯได้โอนBitcoin ไปแล้วทั้งสิ้น 25,999 BTC มูลค่าราว 2.49 พันล้านดอลลาร์  การเคลื่อนไหวครั้งนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้เชี่ยวชาญในวงการ Brian Armstrong CEO ของ Coinbase เห็นด้วยกับความคิดเห็นของ Lowery ที่ว่ารัฐบาลไม่ควรขาย Bitcoin และ Toby Cunningham นักการศึกษาด้านคริปโตยังได้กล่าวว่า “หากรัฐบาลโง่พอที่จะขาย Bitcoin (ซึ่งเราทุกคนรู้ว่ารัฐบาลโง่) อุปทานเหล่านั้นจะถูกซื้อต่อในทันที”  ( ที่มา : Brian Armstrong )  Gabor Gurbacs ที่ปรึกษาด้านกลยุทธ์ของบริษัท Tether มองว่ายังมีรายละเอียดที่ไม่ชัดเจน และไม่อาจรับประกันได้ว่าจะมีการเทขายจากรัฐบาลสหรัฐฯ โดยเขาระบุว่าการโอนครั้งนี้อาจเป็นเพียงการจัดการกระเป๋าเงินดิจิทัลหรือการอัปเกรดกระเป๋าเงินเก่า  ในช่วงการโอนครั้งนี้ราคา Bitcoin ร่วงลงเกือบ 3% แต่ก็กลับขึ้นมาที่ระดับประมาณ 96,000 ดอลลาร์ในเวลาต่อมา Julio Moreno หัวหน้านักวิจัยจาก CryptoQuant คาดว่าอาจมีการขายเพียง 10,000 BTC โดยอีก 9,800 BTC จะถูกส่งไปยังที่อยู่ใหม่  นักวิเคราะห์หลายรายมองว่าการเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความไม่แน่นอนของรัฐบาลในการจัดการสินทรัพย์ดิจิทัล และอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นใน Bitcoin ในระยะยาว  การเคลื่อนไหวครั้งนี้ยังคงสร้างความสงสัยถึงกลยุทธ์ของรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อสินทรัพย์ดิจิทัล และหลายฝ่ายต่างจับตามองว่ารัฐบาลจะมีการดำเนินการต่อไปอย่างไร

2024-12-03Bitcoin

NYDFS จ่ออนุมัติ Stablecoin RLUSD ของ Ripple ในวันที่ 4 ธันวาคม- CryptoSiam

XRPNYDFS จ่ออนุมัติ Stablecoin RLUSD ของ Ripple ในวันที่ 4 ธันวาคมหน่วยงานกำกับดูแลการเงินรัฐนิวยอร์กเตรียมไฟเขียว RLUSD Stablecoin จาก Ripple Labs โดยประกาศความร่วมมือกับกระดานเทรดชั้นนำหลายแห่ง เช่น Uphold และ Bitstamp เพื่อสนับสนุนการใช้งาน RLUSD พร้อมใช้ XRP เพิ่มสภาพคล่อง  Putawan Pulom  หน่วยงานกำกับดูแลการเงินรัฐนิวยอร์กเตรียมไฟเขียว RLUSD Stablecoin จาก Ripple Labs โดยประกาศความร่วมมือกับกระดานเทรดชั้นนำหลายแห่ง เช่น Uphold และ Bitstamp เพื่อสนับสนุนการใช้งาน RLUSD พร้อมใช้ XRP เพิ่มสภาพคล่อง  หน่วยงานกำกับดูแลการเงินของรัฐนิวยอร์ก (NYDFS) เตรียมอนุมัติ Stablecoin ที่มีชื่อว่า RLUSD ของ Ripple Labs ผู้ผลิตและให้บริการเหรียญ XRP ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แหล่งข่าวจาก Fox Business ระบุว่ามีความเป็นไปได้สูงที่จะอนุมัติในวันที่ 4 ธันวาคม  ( รายงานจาก : Fox Business )  Ripple Labs เริ่มประกาศแผนพัฒนา RLUSD ในเดือนเมษายน 2024 ด้วยเป้าหมายที่จะแข่งขันกับผู้นำตลาดอย่าง USD Coin (USDC) และ Tether (USDT) โดยผู้บริหารของ Ripple มีความเชื่อมั่นอย่างมากในศักยภาพของตลาด Stablecoin และคาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดของอุตสาหกรรมนี้จะสูงถึง 2 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปี 2028 ปัจจุบันมูลค่าตลาดรวมของ Stablecoin ทั่วโลกอยู่ที่ 1.96 แสนล้านดอลลาร์ตามข้อมูลจาก CoinGecko  บริษัทได้เริ่มทดสอบ RLUSD อย่างจริงจังบนเครือข่ายของ XRP Ledger และ Ethereum mainnet พร้อมได้ให้สัญญาว่าจะดำเนินการตรวจสอบโดยองค์กรภายนอกอย่างสม่ำเสมอ และจัดทำรายงานประจำเดือนเกี่ยวกับทุนสำรองอย่างโปร่งใส  อ่าน : Ripple Labs ก้าวสู่ยุคใหม่ด้วยการเปิดตัว Stablecoin “RLUSD” บนเครือข่าย Mainnet  ในเดือนตุลาคม Ripple ได้ประกาศความร่วมมือกับกระดานเทรดยักษ์ใหญ่หลายแห่ง ประกอบไปด้วย Uphold, Bitstamp, Bitso, MoonPay, Independent Reserve, CoinMENA และ Bullish เพื่อช่วยสนับสนุนการใช้งานและการยอมรับ RLUSD ให้เพิ่มมากยิ่งขึ้นในอนาคต  Brad Garlinghouse ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Ripple Labs ย้ำถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีอยู่อย่าง XRP เพื่อเพิ่มสภาพคล่องสำหรับ RLUSD และอำนวยความสะดวกสำหรับการชำระเงินผ่าน Stablecoin ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น  นอกจากนี้บริษัทยังได้เน้นย้ำถึงความมุ่งมั่นในการปฏิบัติตามกฎระเบียบภายใต้ใบอนุญาตบริษัทแห่งรัฐนิวยอร์ก โดยมุ่งเน้นการสร้าง Stablecoin ที่มีความน่าเชื่อถือ มีเสถียรภาพ และใช้งานง่าย  เมื่อ RLUSD พร้อมใช้งาน Ripple จะใช้ทั้ง RLUSD และ XRP ในการให้บริการชำระเงินข้ามพรมแดน เพื่อให้บริการแก่ลูกค้าทั่วโลกและปรับปรุงประสบการณ์การทำธุรกรรมให้ดียิ่งขึ้น  การพัฒนาในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรมสกุลเงินดิจิทัล ที่แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างความน่าเชื่อถือ ความโปร่งใส และประสิทธิภาพในระบบการเงินสมัยใหม่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางต่อวงการการเงินในอนาคต  อ้างอิง : Cointelegraph  ติดตาม CryptoSiam  เพื่อให้ไม่พลาด ทุกข่าวสาร วงการคริปโต  ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง  ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล  Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว

2024-11-30อุตสาหกรรม

Spot Ethereum ETF สร้างสถิติใหม่ เงินทุนไหลเข้าทะลุ $332.9 ล้านดอลลาร์ ดึงดูดเม็ดเงินสูงกว่า Bitcoin ETF- CryptoSiam

ข่าว EthereumSpot Ethereum ETF สร้างสถิติใหม่ เงินทุนไหลเข้าทะลุ $332.9 ล้านดอลลาร์ ดึงดูดเม็ดเงินสูงกว่า Bitcoin ETFกองทุน Spot Ethereum ETF ในสหรัฐฯ ทำลายสถิติด้วยเม็ดเงินไหลเข้าสูงถึง $332.9 ล้านในวันที่ 29 พฤศจิกายน นับเป็นครั้งแรกที่กองทุน Ethereum ETF มีเม็ดเงินไหลเข้าสูงกว่ากองทุน Bitcoin ETF  Putawan Pulom  กองทุน Spot Ethereum ETF ในสหรัฐฯ ทำลายสถิติด้วยเม็ดเงินไหลเข้าสูงถึง $332.9 ล้านในวันที่ 29 พฤศจิกายน นับเป็นครั้งแรกที่กองทุน Ethereum ETF มีเม็ดเงินไหลเข้าสูงกว่ากองทุน Bitcoin ETF  ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เมื่อกองทุน Spot Ethereum ETF ในสหรัฐอเมริกาสร้างสถิติใหม่ ด้วยเม็ดเงินไหลเข้ากองทุนสูงถึง 332.9 ล้านดอลลาร์ในวันที่ 29 พฤศจิกายน ซึ่งสูงกว่าสถิติเดิมที่ 295.5 ล้านดอลลาร์ถึง 37.4 ล้านดอลลาร์  BlackRock บริษัทจัดการสินทรัพย์รายใหญ่ที่สุดของโลก มีบทบาทสำคัญกับเม็ดเงินไหลเข้ากว่า 250.4 ล้านดอลลาร์ โดย Nate Geraci ประธานของ ETF Store ระบุว่า กองทุน iShares Ethereum Trust (ETHA) ของ BlackRock มีเม็ดเงินไหลเข้าสะสมทะลุ 2 พันล้านดอลลาร์แล้วนับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อ 23 กรกฎาคม ซึ่งถือเป็นความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ในวงการการลงทุนคริปโตเคอร์เรนซี  Spot Ether ETFs พบการไหลเข้า $332.9 ล้านดอลลาร์ ( ที่มา : CoinGlass )  ล่าสุด Ethereum มีราคาซื้อขายอยู่ที่ 3,697.35 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 1.88% นับจากวันที่ 28 พฤศจิกายน ซึ่งสะท้อนถึงแนวโน้มเชิงบวก Pentoshi นักเทรดคริปโตรายหนึ่งมองว่า นี่คือสัญญาณเริ่มต้นของการไหลเข้าของเงินทุน ซึ่งอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงในตลาดคริปโต  สิ่งที่น่าสนใจและสร้างความตื่นเต้นให้กับนักลงทุนคือ วันที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมาเป็นครั้งแรกที่กองทุน Ethereum ETF มีเม็ดเงินไหลเข้าสูงกว่ากองทุน Bitcoin ETF โดย Felix Hartmann ผู้ก่อตั้ง Hartmann Capital มองว่านี่คือสัญญาณที่วอลล์สตรีทกำลัง “เข้าร่วมการเล่นเกมนี้อย่างเป็นทางการ” ซึ่งอาจส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อตลาดคริปโตเคอร์เรนซีในอนาคต  ( ที่มา : Felix Hartmann )  นับตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน Spot Ethereum ETF ในสหรัฐฯ มีเม็ดเงินไหลเข้าสุทธิ 224.9 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ Bitcoin ETF มีเพียง 35.2 ล้านดอลลาร์ ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการไหลออกในวันที่ 25 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ความแตกต่างของเม็ดเงินที่ไหลเข้าสู่กองทุนสะท้อนให้เห็นถึงความสนใจที่เปลี่ยนไปยัง Ethereum อย่างเห็นได้ชัด  การเติบโตของ Ethereum ETF นี้ไม่เพียงแต่สร้างความตื่นเต้นในวงการคริปโตเคอร์เรนซี แต่ยังเป็นสัญญาณสำคัญของการยอมรับและความน่าเชื่อถือที่เพิ่มมากขึ้นของสินทรัพย์ดิจิทัลในตลาดการเงินโลก นักวิเคราะห์หลายรายมองว่านี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในวงการการลงทุน

2024-11-30Ethereum

หุ้นบริษัท SOS ของผู้ประกอบการชาวจีนในสหรัฐฯ พุ่งทะยานขึ้นกว่า 40% หลังประกาศแผนการลงทุนใน Bitcoin- CryptoSiam

ข่าวต่างประเทศหุ้นบริษัท SOS ของผู้ประกอบการชาวจีนในสหรัฐฯ พุ่งทะยานขึ้นกว่า 40% หลังประกาศแผนการลงทุนใน Bitcoinบริษัท SOS ผู้ประกอบการชาวจีนที่ดำเนินธุรกิจทางการเงินและเหมืองขุด Bitcoin ในสหรัฐอเมริกา ประกาศแผนลงทุนใน Bitcoin มูลค่า 50 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้หุ้นของบริษัทพุ่งขึ้นกว่า 40%  Putawan Pulom  บริษัท SOS ผู้ประกอบการชาวจีนที่ดำเนินธุรกิจทางการเงินและเหมืองขุด Bitcoin ในสหรัฐอเมริกา ประกาศแผนลงทุนใน Bitcoin มูลค่า 50 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้หุ้นของบริษัทพุ่งขึ้นกว่า 40%  บริษัท SOS ผู้ประกอบการชาวจีนที่ดำเนินธุรกิจบริการทางการเงินในจีนและเหมืองขุด Bitcoin ในสหรัฐอเมริกา ได้ส่งสัญญาณที่น่าสนใจต่อตลาดคริปโทเคอร์เรนซีด้วยการประกาศแผนลงทุนใน Bitcoin มูลค่าสูงถึง 50 ล้านดอลลาร์ ซึ่งส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทพุ่งทะยานขึ้นกว่า 40% ในทันที  รายละเอียดจากการแถลงอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน เผยให้เห็นถึงกลยุทธ์ที่ชัดเจนของบริษัท โดย นายหยางไต หวัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานกรรมการ ระบุว่าการตัดสินใจครั้งนี้เกิดจาก “ความเชื่อมั่นระยะยาวในบทบาทของ Bitcoin ในฐานะทรัพย์สินสำรองและสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์”  หุ้นของ SOS ปิดการซื้อขายโดยมีราคาเพิ่มขึ้นเกือบ 43% ที่ระดับราคา 9.93 ดอลลาร์ในวันที่ 27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา และเพิ่มขึ้นอีก 14.5% ในช่วงหลังตลาดปิดไปแตะ 11.36 ดอลลาร์  หุ้น SOS แตะระดับสูงสุดที่ 15.35 ดอลลาร์ในช่วงวันที่ 27 พฤศจิกายน ( ที่มา: Google Finance )  กลยุทธ์การลงทุนของ SOS จะมุ่งเน้นไปที่การใช้วิธีการลงทุน การซื้อขาย และการใช้สัญญาอนุพันธ์ (Derivatives) เพื่อสร้างผลตอบแทนสูงสุดควบคู่ไปกับการลดความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาด  ภาพรวมของตลาด Bitcoin ในขณะนี้ดูค่อนข้างสดใส โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลายประการ อาทิ การเปิดตัวกองทุน Spot Bitcoin ETF และพัฒนาการทางกฎระเบียบของสหรัฐอเมริกาที่เอื้อต่อสินทรัพย์ดิจิทัล Bitcoin ได้พุ่งขึ้นอย่างก้าวกระโดดกว่า 40% ในเดือนพฤศจิกายนนี้ จากเพียง 70,000 ดอลลาร์ พุ่งขึ้นสู่ระดับ 99,860 ดอลลาร์  อย่างไรก็ตาม ประวัติการดำเนินงานของบริษัท SOS ดูไม่ค่อยราบรื่นนัก โดยหุ้นของบริษัทได้ร่วงลงถึง 86.5% ในปีนี้ ซึ่งนำไปสู่การได้รับจดหมายแจ้งการไม่ปฏิบัติตามเกณฑ์จากตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก (NYSE) ในเดือนสิงหาคม  SOS ไม่ได้เป็นบริษัทเดียวที่กระโจนเข้าสู่ตลาดคริปโทเคอร์เรนซี่ โดยเมื่อเร็วๆ นี้ แพลตฟอร์มวิดีโอ Rumble ก็ได้ประกาศซื้อ Bitcoin มูลค่า 20 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้หุ้นพุ่งขึ้นเกือบ 13% ในขณะที่ Genius Group บริษัทการศึกษาที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ ก็ได้ซื้อ Bitcoin มูลค่า 10 ล้านดอลลาร์ และมีแผนที่จะถือครอง Bitcoin ถึง 90% ของทรัพย์สินสำรองภายในบริษัท  การเคลื่อนไหวครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจที่เพิ่มมากขึ้นจากบริษัทต่างๆ ต่อสกุลเงินดิจิทัลที่กำลังได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว แม้ว่าจะยังคงมีความผันผวนและความไม่แน่นอนก็ตาม  ตลาดการเงินและนักลงทุนต่างจับตามองว่าแนวโน้มนี้จะดำเนินต่อไปอย่างไร และ Bitcoin จะสามารถรักษาระดับราคาที่สูงขึ้นได้หรือไม่ในระยะยาวบริษัท SOS ผู้ประกอบการชาวจีนที่ดำเนินธุรกิจทางการเงินและเหมืองขุด Bitcoin ในสหรัฐอเมริกา ประกาศแผนลงทุนใน Bitcoin มูลค่า 50 ล้านดอลลาร์ ส่งผลให้หุ้นของบริษัทพุ่งขึ้นกว่า 40%

2024-11-28Bitcoin

สภาบราซิลเตรียมพิจารณาการจัดตั้ง คลังสำรอง Bitcoin แห่งชาติ เช่นเดียวกันกับสหรัฐฯ และเอลซัลวาดอร์ - CryptoSiam

ข่าว Bitcoinสภาบราซิลเตรียมพิจารณาการจัดตั้ง “คลังสำรอง Bitcoin แห่งชาติ” เช่นเดียวกันกับสหรัฐฯ และเอลซัลวาดอร์ ร่างกฎหมายใหม่ในบราซิลเสนอให้มีการจัดตั้ง “คลังสำรอง Bitcoin แห่งชาติ” เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจและรองรับการเติบโตของเทคโนโลยีบล็อกเชน โดยมีกลไกการบริหารจัดการที่โปร่งใสและมีมาตรการควบคุมความเสี่ยง  Putawan Pulom  ร่างกฎหมายใหม่ในบราซิลเสนอให้มีการจัดตั้ง “คลังสำรอง Bitcoin แห่งชาติ” เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจและรองรับการเติบโตของเทคโนโลยีบล็อกเชน โดยมีกลไกการบริหารจัดการที่โปร่งใสและมีมาตรการควบคุมความเสี่ยง  สภาคองเกรสของบราซิลกำลังพิจารณาร่างกฎหมายใหม่ที่เสนอให้จัดตั้ง “Sovereign Strategic Bitcoin Reserve (RESBit) ” หรือคลังสำรอง Bitcoin เชิงกลยุทธ์แห่งชาติ โดยเป็นแนวคิดที่รัฐบาลบางประเทศนำมาใช้ในการถือครอง Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์สำรองทางการเงินของประเทศ โดยเปรียบเสมือนทองคำที่เคยถูกใช้เป็นทุนสำรองมาก่อน  ซึ่งอาจปรับโฉมแนวทางของประเทศในการบริหารสินทรัพย์ดิจิทัล ร่างกฎหมายดังกล่าวถูกเสนอเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร Eros Biondini มีเป้าหมายเพื่อปกป้องทุนสำรองของประเทศจากความผันผวนของค่าเงินและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ รวมถึงใช้เป็นหลักประกันสำหรับเงินดิจิทัลของธนาคารกลางที่กำลังจะเปิดตัวในชื่อ Real Digital (Drex)  บทบาทของทุนสำรองในระบบเศรษฐกิจ  ทุนสำรองแห่งชาติคือกลุ่มสินทรัพย์ที่ถือโดยธนาคารกลางของประเทศ ซึ่งมักใช้สนับสนุนค่าเงินประจำชาติ รักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ และส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดย ณ เดือนธันวาคม 2023 บราซิลมีทุนสำรองมูลค่า 355,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งส่วนใหญ่หนุนโดยสินทรัพย์ที่เชื่อมโยงกับสกุลเงินหลักทั่วโลก เช่น ดอลลาร์สหรัฐ และทองคำ  การจัดการและการดำเนินงานของ Bitcoin Reserve  ภายใต้ร่างกฎหมายดังกล่าว ทุนสำรอง Bitcoin จะเสริมสินทรัพย์การเงินที่มีอยู่ในอัตราไม่เกิน 5% ของทุนสำรองทั้งหมด ธนาคารกลางบราซิลจะยังคงบริหารจัดการสินทรัพย์เหล่านี้ผ่านระบบสาธารณะที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชนและปัญญาประดิษฐ์ พร้อมทั้งมีคณะกรรมการที่ปรึกษาทางเทคนิคซึ่งประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยคอยให้คำแนะนำ  ร่างกฎหมาย RESBit ( ที่มา : Câmara dos Deputados )อย่างจากเอลซัลวาดอร์  ร่างกฎหมายยังชี้ถึงตัวอย่างความก้าวหน้าของประเทศเอลซัลวาดอร์ ซึ่งในปี 2021 ได้นำ Bitcoin มาใช้เป็นเงินที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมายควบคู่กับดอลลาร์สหรัฐ เพื่อเพิ่มการเข้าถึงบริการทางการเงินและดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ ปัจจุบันรัฐบาลเอลซัลวาดอร์ถือครอง Bitcoin เกือบ 6,000 BTC คิดเป็นมูลค่า 542 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ข้อมูล ณ วันที่ 26 พฤศจิกายน) โดยร่างกฎหมายที่กำลังได้รับการพิจารณาะบุว่า Bitcoin ได้ช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจของเอลซัลวาดอร์ในช่วงสี่ปีที่ผ่านมา  นอกจากนี้ ร่างกฎหมายยังมีข้อกำหนดเกี่ยวกับบทลงโทษในกรณีที่มีการบริหาร RESBit อย่างไม่เหมาะสมหรือฝ่าฝืนกฎระเบียบ โดยผู้กระทำผิดอาจเผชิญกับบทลงโทษทางอาญา  ปัจจุบันร่างกฎหมายกำลังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบโดยประธานสภาผู้แทนราษฎรของบราซิล และหากได้รับอนุมัติ จะถูกส่งต่อไปยังคณะกรรมาธิการต่างๆ เพื่ออภิปรายและพิจารณาต่อไป  พัฒนาการด้านสินทรัพย์ดิจิทัลของบราซิล  บราซิลมีความก้าวหน้าในการวางแนวทางเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล โดยในเดือนมิถุนายน 2023 ประเทศได้บังคับใช้กรอบกฎหมายที่ให้อำนาจธนาคารกลางกำกับดูแลผู้ให้บริการด้านสินทรัพย์ดิจิทัล ขณะที่เหรียญที่มีคุณสมบัติเป็นหลักทรัพย์ยังคงอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ของประเทศ

2024-11-27Bitcoin

Van Eck ยืนยันเป้า Bitcoin ที่ 180,000 ดอลลาร์ พร้อมเตือนถึงสัญญาณที่บ่งบอกว่าตลาดกำลังร้อนแรงเกินไป- CryptoSiam

การลงทุนVan Eck ยืนยันเป้า Bitcoin ที่ 180,000 ดอลลาร์ พร้อมเตือนถึงสัญญาณที่บ่งบอกว่าตลาดกำลังร้อนแรงเกินไปบริษัทจัดการการลงทุนระดับโลก Van Eck ได้ออกมายืนยันการคาดการณ์ราคา Bitcoin ที่ระดับ 180,000 ดอลลาร์ ณ จุดสูงสุดของตลาดในรอบปัจจุบัน ท่ามกลางการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของราคาสินทรัพย์ดิจิทัล  Putawan Pulom  บริษัทจัดการการลงทุนระดับโลก Van Eck ได้ออกมายืนยันการคาดการณ์ราคา Bitcoin ที่ระดับ 180,000 ดอลลาร์ ณ จุดสูงสุดของตลาดในรอบปัจจุบัน ท่ามกลางการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของราคาสินทรัพย์ดิจิทัล  Nathan Frankovitz และ Matthew Sigel นักวิเคราะห์ด้านสินทรัพย์ดิจิทัลของ Van Eck บริษัทจัดการการลงทุนระดับโลกที่เป็นเจ้าของ VanEck Bitcoin ETF (HODL) และ VanEck Ethereum ETF (ETHV) ระบุในรายงานล่าสุดเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า ตลาดขาขึ้นของ Crypto รอบใหม่เพิ่ง “เริ่มต้นขึ้น” เท่านั้น  ทั้งสองคาดการณ์ว่าปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากอสภาพแวดล้อมด้านกฎระเบียบในสหรัฐฯ ที่เป็นมิตรมากขึ้น และความสนใจที่เพิ่มขึ้นจากนักลงทุนสถาบัน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้อาจผลักดันให้ราคา Bitcoin พุ่งแตะ 180,000 ดอลลาร์สหรัฐภายในอีก 18 เดือนข้างหน้า  เช่นเดียวกับนักวิเคราะห์ตลาดรายอื่นๆ ทีมวิเคราะห์ของ Van Eck ระบุว่าชัยชนะในการเลือกตั้งของ Trump เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาหลักที่ทำให้ราคา Bitcoin พุ่งทะยานสูงถึง 99,800 ดอลลาร์สหรัฐในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อนโยบายที่เป็นมิตรกับอุตสาหกรรม Crypto มากขึ้น  BTC/USD ( ที่มา : CoinMarket Cap )  ข้อมูลจาก TradingView แสดงให้เห็นว่า Bitcoin มีราคาซื้อขายอยู่ที่ระดับ 98,600 ดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบัน ห่างเพียง 1.3% จากการทำลายสถิติที่ระดับ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นจุดสำคัญทางจิตวิทยาของตลาด  อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ได้เตือนถึงสัญญาณ “ความร้อนแรงที่มากเกินไป” ของตลาด โดยระบุว่าตั้งแต่วันที่ 11 พฤศจิกายน Bitcoin ได้เข้าสู่ “สถานะใหม่” ที่น่าจับตามอง เมื่ออัตราค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม (funding rates) ในสัญญา perpetual futures พุ่งสูงเกิน 10%  “การเปลี่ยนแปลงนี้ชี้ให้เห็นถึงแรงส่งที่แข็งแกร่งในระยะสั้นถึงกลาง เนื่องจากในอดีต อัตราค่าธรรมเนียมที่สูงมักเชื่อมโยงกับราคาที่สูงขึ้นในช่วง 30 ถึง 90 วัน สะท้อนความเชื่อมั่นและความต้องการในเชิงบวกที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น” ทีมนักวิเคราะห์อธิบาย  แต่นักวิเคราะห์ก็ได้เตือนอีกว่า เมื่ออัตราค่าธรรมเนียมยังคงอยู่ในระดับสูง ตลาดจะเริ่มเข้าสู่ช่วงที่ไม่เอื้อต่อนักลงทุนที่มองหาผลตอบแทนในระยะยาว โดยเฉพาะในกรอบเวลา 1-2 ปี  “จากข้อมูลในอดีต การเข้าซื้อในวันที่อัตราค่าธรรมเนียม (funding rates) สูงกว่า 10% มักจะขาดทุนเมื่อถือครองนานเกินกว่า 180 วัน และแนวโน้มนี้ยิ่งชัดเจนขึ้นในช่วงการถือครอง 1 ปีและ 2 ปี” พวกเขากล่าว พร้อมแนะนำให้นักลงทุนระยะยาวระมัดระวังการเข้าซื้อในช่วงที่ตลาดกำลังได้รับความสนใจมากจนเกินไป  funding rates ที่สูงมักเชื่อมโยงกับราคาที่สูงขึ้นในช่วง 30 ถึง 90 วัน ( ที่มา : Van Eck )  นักวิเคราะห์หลายรายได้ให้ความเห็นกับ Cointelegraph ว่า Bitcoin จะมีราคาซื้อขายที่ระดับ 100,000 ดอลลาร์หรือ “สูงกว่านั้น” ภายในสิ้นปี และด้วยสภาวะตลาดที่คึกคักในปัจจุบัน นักวิเคราะห์บางรายถึงกับระบุว่า Bitcoin มีโอกาสทะลุ 100,000 ดอลลาร์ได้ภายในสัปดาห์หน้า ซึ่งจะเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล  การเคลื่อนไหวของ Bitcoin ในช่วงนี้ได้รับการจับตามองอย่างใกล้ชิดจากทั้งนักลงทุนรายย่อยและสถาบัน โดยเฉพาะในบริบทของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองและกฎระเบียบในสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลต่อทิศทางของตลาดในระยะยาว

2024-11-23Bitcoin

Bitcoin พลิกเกม! MicroStrategy กำไรพุ่งทะลุเพดาน แซงหน้า Apple, Amazon- CryptoSiam

การลงทุนBitcoin พลิกเกม! MicroStrategy กำไรพุ่งทะลุเพดาน แซงหน้า Apple, AmazonMicroStrategy สร้างปรากฏการณ์! Bitcoin พาหุ้นทะยาน 94% ในปีนี้ กำไรพุ่งสูงกว่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ แซงหน้าบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ  Putawan Pulom  MicroStrategy สร้างปรากฏการณ์! Bitcoin พาหุ้นทะยาน 94% ในปีนี้ กำไรพุ่งสูงกว่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ แซงหน้าบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ  บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลธุรกิจ MicroStrategy ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนที่ถือครอง Bitcoin มากที่สุด สร้างผลตอบแทนให้นักลงทุนอย่างน่าประทับใจ ด้วยการปรับตัวสูงขึ้นถึง 94% ในปี 2024 จากการที่ราคาของ Bitcoin พุ่งสูงขึ้นแตะระดับ 98,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์  ด้วยการถือครอง Bitcoin จำนวนถึง 331,200 BTC คิดเป็นมูลค่าประมาณ 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ MicroStrategy มีกำไรที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง (Unrealized Gains) สูงถึง 1.551 หมื่นล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลจาก Dropstab  จากการเปรียบเทียบผลการดำเนินงานของหุ้น MSTR (MicroStrategy) พบว่า มีเพียง Nvidia เท่านั้นที่สามารถสร้างผลตอบแทนเกินกว่า MicroStrategy ด้วยการปรับตัวสูงขึ้นถึง 180% ภายในปีนี้  การปรับตัวสูงขึ้นของหุ้น MicroStrategy สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัวของสกุลเงินดิจิทัลที่กำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงระบบการเงินแบบดั้งเดิม และแสดงให้เห็นถึงความต้องการของนักลงทุนที่มีต่อหุ้นที่อิงกับ Bitcoin เพิ่มมากขึ้น  กราฟมูลค่าของ Bitcoin ที่บริษัท MicroStrategy ถือครองทั้งหมด ( ที่มา : Dropstab )  ในปีนี้ ผลการดำเนินงานของ MicroStrategy ไม่เพียงแต่เหนือกว่า Bitcoin เท่านั้น แต่ยังแซงหน้าบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอื่นๆ อย่างชัดเจน โดยสร้างผลตอบแทนสูงกว่า Apple 21% Amazon 24% และ Tesla 6%  หุ้นของ MicroStrategy เทียบกับหุ้นของบริษัทชั้นนำในตลาด ( ที่มา : MSTR Tracker )  อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนถึงความเสี่ยงจากการที่บริษัทพึ่งพิง Bitcoin มากเกินไป หากราคาปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มูลค่าของบริษัทและราคาหุ้นอาจได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็ว  เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน มูลค่าตลาดของ MicroStrategy แตะระดับ 1 แสนล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก และมีแนวโน้มจะแซงหน้า Intel ซึ่งมีมูลค่าตลาด 1.02 แสนล้านดอลลาร์ ณ วันที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา  Michael Saylor CEO ของบริษัท ยังได้ประกาศว่าจะนำเสนอข้อดีของการลงทุนใน Bitcoin ต่อคณะกรรมการบริหารของ Microsoft ในเวลาเพียง 3 นาที สะท้อนให้เห็นถึงความมั่นใจในกลยุทธ์การลงทุนของเขาเป็นอย่างมาก  แม้จะมีความเสี่ยง แต่ความสำเร็จของ MicroStrategy ในปีนี้ยังคงสร้างความประหลาดใจให้กับวงการเทคโนโลยีและการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่บริษัทสามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงกว่าบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอื่นๆ ท่ามกลางความผันผวนของตลาดคริปโตเคอร์เรนซีMicroStrategy สร้างปรากฏการณ์! Bitcoin พาหุ้นทะยาน 94% ในปีนี้ กำไรพุ่งสูงกว่า 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์ แซงหน้าบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำ

2024-11-21Bitcoin

BlackRock Bitcoin ETF Options สร้างสถิติใหม่! มียอดซื้อขายวันแรกทะลุ 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์ - CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่BlackRock Bitcoin ETF Options สร้างสถิติใหม่! มียอดซื้อขายวันแรกทะลุ 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์ BlackRock Bitcoin ETF Options ภายใต้กองทุน iShares Bitcoin Trust ETF (IBIT) สร้างปรากฏการณ์ในวันเปิดซื้อขายวันแรก ด้วยมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด 1.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ราคา Bitcoin พุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ระดับ 94,000 ดอลลาร์  Putawan Pulom  BlackRock Bitcoin ETF Options ภายใต้กองทุน iShares Bitcoin Trust ETF (IBIT) สร้างปรากฏการณ์ในวันเปิดซื้อขายวันแรก ด้วยมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด 1.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ราคา Bitcoin พุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ระดับ 94,000 ดอลลาร์  James Seyffart นักวิเคราะห์ ETF จาก Bloomberg รายงานว่า มีการซื้อขาย BlackRock Bitcoin ETF Options ทั้งหมดถึง 354,000 สัญญาในวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ โดยมีมูลค่าการซื้อขายรวม 1.9 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเขาเชื่อว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาของ Bitcoin พุ่งทำจุดสูงสุดใหม่ที่ 94,105 ดอลลาร์บนแพลตฟอร์ม Coinbase เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายนที่ผ่านมา  Eric Balchunas นักวิเคราะห์อาวุโสด้าน ETF ของ Bloomberg กล่าวว่า “มูลค่าการซื้อขาย 1.9 พันล้านดอลลาร์ในวันแรกนั้นไม่เกิดขึ้นมาก่อน” โดยเปรียบเทียบกับกองทุน ProShares Bitcoin Strategy ETF (BITO) ซึ่งเป็น ETF ตัวแรกในสหรัฐฯ ที่มีมูลค่าการซื้อขายเพียง 363 ล้านดอลลาร์ในวันแรก  Bitcoin ETF Options นี้เปิดโอกาสให้นักลงทุนสามารถซื้อขายหุ้นของ ETF ในราคาที่กำหนดไว้ล่วงหน้า เปรียบเสมือนการ “จองสิทธิ์” ที่จะซื้อหรือขายในอนาคต ที่ราคาที่กำหนดไว้ตั้งแต่วันนี้ ทำให้สามารถเดิมพันการเคลื่อนไหวของราคาได้ โดยความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น (Notional exposure) คือการวัดระดับความเสี่ยงในตลาดที่เกิดจากการถือครองออปชัน จะวัดจากการเปลี่ยนแปลงของราคาเมื่อเทียบกับ Bitcoin และมูลค่ารวมของ Bitcoin ทั้งหมดที่อยู่ภายใต้การควบคุมของสัญญาออปชันนั้นๆ  หมือนการ “จองสิทธิ์” ซื้อหรือขายในอนาคต โดยที่เรารู้ราคาที่จะทำการซื้อขายตั้งแต่วันนี้ และความเสี่ยงของเราจะขึ้นอยู่กับว่าราคา Bitcoin เปลี่ยนแปลงไปมากน้อยแค่ไหนเมื่อถึงวันที่สัญญาหมดอายุ  อัตราส่วน put/call ในวันแรกอยู่ที่ 0.225 สะท้อนว่านักลงทุนส่วนใหญ่เลือกซื้อ call option ซึ่งเป็นการเดิมพันว่าราคา Bitcoin จะปรับตัวสูงขึ้น มากกว่า put option ที่เดิมพันว่าราคาจะลดลง โดย Balchunas มองว่าเป็นสัญญาณที่ “ค่อนข้างบวก” โดยเฉพาะสัญญาที่จะหมดอายุในอีกหนึ่งเดือน ซึ่งเท่ากับเป็นการเดิมพันว่าราคา Bitcoin จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าภายในเดือนหน้า  ( ที่มา : James Seyffart )  Joe Consorti ผู้บริหารในอุตสาหกรรมคริปโต มองว่าการเปิดตัวของ BlackRock Bitcoin ETF Options ในครั้งนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาด เนื่องจากเป็นการเชื่อมโยงกับตลาดการเงินกระแสหลักที่มีเม็ดเงินหมุนเวียนมหาศาล นอกจากนี้ เขายังแสดงความเชื่อมั่นว่าราคา Bitcoin มีโอกาสที่จะทะลุ 100,000 ดอลลาร์ได้ภายในสิ้นปีนี้  Ran Neuner อดีตผู้ดำเนินรายการของ CNBC Africa อธิบายกลไกการซื้อขายของ Bitcoin ETF Options ไว้ว่าเมื่อนักเก็งกำไรทำการซื้อ BlackRock Bitcoin ETF Options ผู้ดูแลสภาพคล่องก็จะต้องซื้อ ETF เพื่อป้องกันความเสี่ยง ส่งผลให้เกิดแรงซื้อสุทธิจำนวนมากทั้งใน ETF และ Bitcoin โดยตรง  ทั้งนี้ Grayscale บริษัทจัดการสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำ ก็กำลังเตรียมเปิดตัว BlackRock Bitcoin ETF Options ของตนในวันพุธที่ 20 พฤศจิกายนนี้ในสหรัฐอเมริกา ซึ่งคาดว่าจะยิ่งเพิ่มความคึกคักให้กับตลาด Bitcoin มากขึ้นไปอีก

2024-11-20Bitcoin

MicroStrategy เตรียมระดมทุน 1.75 พันล้านดอลลาร์ผ่านหุ้นกู้ดอกเบี้ย 0% เพื่อซื้อ Bitcoin เพิ่ม- CryptoSiam

การลงทุนMicroStrategy เตรียมระดมทุน 1.75 พันล้านดอลลาร์ผ่านหุ้นกู้ดอกเบี้ย 0% เพื่อซื้อ Bitcoin เพิ่มMicroStrategy บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านซอฟต์แวร์ และผู้ถือครอง Bitcoin รายใหญ่สุดในโลก ประกาศระดมทุนมหาศาลถึง 1.75 พันล้านดอลลาร์ เพื่อซื้อ Bitcoin เพิ่ม ย้ำจุดยืนเป็นผู้นำในการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล ขณะที่หุ้นพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์  Putawan Pulom  MicroStrategy บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านซอฟต์แวร์ และผู้ถือครอง Bitcoin รายใหญ่สุดในโลก ประกาศระดมทุนมหาศาลถึง 1.75 พันล้านดอลลาร์ เพื่อซื้อ Bitcoin เพิ่ม ย้ำจุดยืนเป็นผู้นำในการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล ขณะที่หุ้นพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์  บริษัท MicroStrategy ผู้ถือครอง Bitcoin รายใหญ่ที่สุดในกลุ่มบริษัทจดทะเบียน ประกาศแผนระดมทุนครั้งใหม่มูลค่า 1.75 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านการออกหุ้นกู้แปลงสภาพอาวุโสที่ไม่มีดอกเบี้ย (Senior Convertible Notes) เพื่อเดินหน้าสะสม Bitcoin เพิ่มเติม สะท้อนความเชื่อมั่นต่อสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีมูลค่าสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ( ที่มา : Michael Saylor )  การออกหุ้นกู้แปลงสภาพครั้งนี้มีลักษณะพิเศษ คือ ผู้ถือหุ้นกู้จะไม่ได้รับดอกเบี้ยระหว่างทาง แต่จะได้รับส่วนต่างจากราคาขายที่ต่ำกว่ามูลค่าที่กำหนดไว้ (Face Value) เมื่อครบกำหนดไถ่ถอนในปี 2029 หากไม่มีการแปลงสภาพเป็นหุ้นก่อนกำหนด นอกจากนี้ ผู้ถือหุ้นกู้ชนิดนี้จะมีสิทธิ์ได้รับชำระหนี้ก่อนผู้ถือหุ้นกู้ประเภทอื่นๆ หากบริษัทล้มละลายหรือถูกบังคับชำระบัญชี ซึ่งเป็นการลดความเสี่ยงให้แก่นักลงทุน  ตามแถลงการณ์เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน บริษัทระบุชัดเจนว่าจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนครั้งนี้ไปใช้ในการซื้อ Bitcoin เพิ่มเติมเป็นหลัก และส่วนที่เหลือจะนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทั่วไปขององค์กร โดยหากพิจารณาจากราคา Bitcoin ในปัจจุบัน เงินระดมทุนจำนวนนี้สามารถซื้อ Bitcoin ได้เพิ่มอีกประมาณ 19,065 Bitcoin  ปัจจุบัน MicroStrategy ถือครอง Bitcoin อยู่ 331,200 BTC คิดเป็นมูลค่ามหาศาลกว่า 3.03 หมื่นล้านดอลลาร์ หลังจากที่เพิ่งทุ่มซื้อเพิ่มมูลค่า 4.6 พันล้านดอลลาร์เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เฉพาะในปี 2024 นี้ บริษัทได้ซื้อ Bitcoin ไปแล้วถึง 142,050 BTC คิดเป็นมูลค่าประมาณ 12.8 พันล้านดอลลาร์ที่ราคาปัจจุบัน  กลยุทธ์การลงทุนใน Bitcoin ของ Michael Saylor ประธานบริหารและผู้ก่อตั้งของ MicroStrategy ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยบริษัทมีกำไรที่ยังไม่ได้ขายจากการลงทุนใน Bitcoin แล้วกว่า 133% เมื่อเทียบกับราคาซื้อเฉลี่ยที่ 39,292 ดอลลาร์  จุดซื้อทั้งหมดของ MicroStrategy ( ที่มา : Saylor Tracker )  ความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อกลยุทธ์ของบริษัทส่งผลให้ราคาหุ้นของ MicroStrategy พุ่งขึ้นเกือบ 13% แตะระดับสูงสุดใหม่ที่ 374.80 ดอลลาร์ในวันที่ 18 พฤศจิกายน แม้ว่าจะมีการปรับตัวลงเล็กน้อย 0.7% ในช่วงหลังเวลาทำการ ตามข้อมูลจาก Google Finance  ที่น่าสนใจคือ เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา บริษัทได้เปิดเผยแผนการณ์ใหญ่ภายใต้ชื่อ “21/21” ซึ่งตั้งเป้าระดมทุนมหาศาลถึง 42 พันล้านดอลลาร์ภายในระยะเวลา 3 ปี เพื่อสะสม Bitcoin เพิ่มเติม โดยแบ่งเป็นการระดมทุนผ่านตราสารทุน 21 พันล้านดอลลาร์ และตราสารหนี้อีก 21 พันล้านดอลลาร์ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการเป็นผู้นำด้านการลงทุนใน Bitcoin  ในด้านราคาของ Bitcoin ปัจจุบันอยู่ที่ 91,700 ดอลลาร์ ต่ำกว่าราคาสูงสุดตลอดกาลที่ 93,477 ดอลลาร์ ซึ่งทำไว้เมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน เพียง 2% ตามข้อมูลจาก CoinGecko แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในช่วงที่ผ่านมา  การเคลื่อนไหวครั้งนี้ของ MicroStrategy ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อ Bitcoin เท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์ทางเลือกสำหรับการลงทุนระยะยาวของบริษัทขนาดใหญ่ ซึ่งอาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและบริษัทอื่นๆ ในการพิจารณาลงทุนใน Bitcoin ในอนาคตMicroStrategy ยักษ์ใหญ่ด้านซอฟต์แวร์ และผู้ถือครอง Bitcoin รายใหญ่สุดในโลก ประกาศระดมทุนมหาศาล 1.75 พันล้านดอลลาร์ เพื่อซื้อ Bitcoin เพิ่ม ย้ำจุดยืนเป็นผู้นำในการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล ขณะที่ราคาหุ้นพุ่งสูงสุดเป็นประวัติการณ์

2024-11-19Bitcoin

ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีโปแลนด์ประกาศสนับสนุนการจัดตั้งคลังสำรอง Bitcoin ระดับประเทศตามรอยสหรัฐฯ - CryptoSiam

ข่าว Bitcoinผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีโปแลนด์ประกาศสนับสนุนการจัดตั้งคลังสำรอง Bitcoin ระดับประเทศตามรอยสหรัฐฯ ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีโปแลนด์ ประกาศนโยบายสนับสนุนการจัดตั้งคลังสำรอง Bitcoin แห่งชาติ หากได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งปี 2025 พร้อมเปลี่ยนประเทศให้กลายเป็นเป็นศูนย์กลางคริปโทเคอร์เรนซีระดับโลก  Putawan Pulom  ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีโปแลนด์ ประกาศนโยบายสนับสนุนการจัดตั้งคลังสำรอง Bitcoin แห่งชาติ หากได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งปี 2025 พร้อมเปลี่ยนประเทศให้กลายเป็นเป็นศูนย์กลางคริปโทเคอร์เรนซีระดับโลก  ท่ามกลางกระแสการยอมรับ Bitcoin ที่เพิ่มขึ้นในระดับนานาชาติ Sławomir Mentzen ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีโปแลนด์ ได้ประกาศนโยบายสนับสนุนการจัดตั้งคลังสำรอง Bitcoin ระดับประเทศ หากได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งปีหน้า สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มที่คล้ายคลึงกับนโยบายที่ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ Donald Trump เคยให้คำมั่นไว้ระหว่างการหาเสียง  Mentzen ได้แสดงจุดยืนอย่างแข็งแกร่งผ่านแพลตฟอร์ม X เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน โดยประกาศว่า “โปแลนด์ควรจัดตั้งคลังสำรอง Bitcoin เชิงยุทธศาสตร์” พร้อมนำเสนอวิสัยทัศน์ที่จะเปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็นศูนย์กลางของคริปโทเคอร์เรนซีระดับโลก ด้วยการวางรากฐานสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ การสร้างกฎระเบียบข้อบังคับที่เป็นมิตรต่อธุรกิจคริปโต การกำหนดนโยบายภาษีที่เอื้อประโยชน์ต่อนักลงทุน และการสร้างความร่วมมือเชิงบวกจากภาคธนาคารและหน่วยงานกำกับดูแล  ( ที่มา : Sławomir Mentzen )  ความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญนี้ได้รับการพูดถึงอย่างมากในแวดวงคริปโทเคอร์เรนซีของโปแลนด์ โดย Lech Wilczynski CEO ของ Swap.ly แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโทเคอร์เรนซีชั้นนำของประเทศ ได้นำเสนอร่างนโยบายคลัง Bitcoin สำรองที่พัฒนาโดยกลุ่ม Satoshi Action Fund องค์กรที่มีชื่อเสียงด้านการผลักดันนโยบายคริปโทเคอร์เรนซี Wilczynski เน้นย้ำถึงความเร่งด่วนในการดำเนินการ โดยระบุว่า “แทนที่จะผ่านร่างกฎหมายที่ไม่มีประสิทธิภาพเกี่ยวกับสินทรัพย์คริปโท เราควรให้ความสำคัญกับการจัดตั้งคลังสำรองก่อนที่จะสายเกินไป”  การเลือกตั้งประธานาธิบดีโปแลนด์ที่จะจัดขึ้นในเดือนพฤษภาคม 2025 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประเทศ โดย Mentzen ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มผู้มีแนวคิดเสรีนิยมและฝ่ายขวา ด้วยนโยบายที่มุ่งเน้นการปฏิรูปเศรษฐกิจและการเงินของประเทศ  การยอมรับ Bitcoin ในระดับนานาชาติ กำลังเกิดขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในสหรัฐอเมริกา วุฒิสมาชิก Cynthia Lummis ได้นำเสนอร่างกฎหมาย เพื่อจัดตั้งคลังสำรอง Bitcoin ระดับชาติเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยมีเป้าหมายในการได้มาซึ่ง Bitcoin จำนวน 1 ล้าน BTC ภายในระยะเวลา 5 ปี และกำหนดระยะเวลาถือครองขั้นต่ำ 20 ปี วัตถุประสงค์หลักคือการป้องกันความเสี่ยงจากหนี้สาธารณะที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง  การยอมรับ Bitcoin ในระดับประเทศได้เริ่มต้นขึ้นแล้วในหลายภูมิภาค โดยเอลซัลวาดอร์ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในฐานะประเทศแรกที่ประกาศให้ Bitcoin เป็นสกุลเงินที่ถูกต้องตามกฎหมายในปี 2021 ภายใต้วิสัยทัศน์ของประธานาธิบดี Nayib Bukele ประเทศยังคงดำเนินนโยบายสะสม Bitcoin อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมียอดถือครองอยู่ที่ 5,748.8 BTC  ในขณะเดียวกัน ราชอาณาจักรภูฏานได้ดำเนินการขุด Bitcoin อย่างเงียบๆ มาเป็นเวลาหลายปี โดยรายงานล่าสุดจาก Arkham Intelligence เปิดเผยตัวเลข ณ เดือนกันยายนที่ผ่านมา ภูฏานได้ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลมูลค่ามากถึง 780 ล้านดอลลาร์สหรัฐ  นักวิเคราะห์ในวงการการเงินระหว่างประเทศมองว่า การประกาศนโยบายของ Mentzen ไม่เพียงแต่สะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับ Bitcoin ที่เพิ่มขึ้นในระดับประเทศเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในแนวคิดการบริหารการเงินของรัฐ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่หลายประเทศกำลังเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ ภาวะเงินเฟ้อ และความไม่แน่นอนของระบบการเงินแบบดั้งเดิม  หากนโยบายนี้ได้รับการผลักดันอย่างเป็นรูปธรรม โปแลนด์อาจกลายเป็นประเทศแรกในยุโรปที่มีคลัง Bitcoin สำรองระดับประเทศอย่างเป็นทางการ ซึ่งจะเป็นการส่งสัญญาณถึงการยอมรับเทคโนโลยีการเงินรูปแบบใหม่ และอาจเป็นแรงกระตุ้นให้ประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคพิจารณาแนวทางที่คล้ายคลึงกัน เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

2024-11-18Bitcoin
1
...
2527
...
1000