Google เตือนภัย ผู้ใช้บัญชีจะต้องระวังการใช้ซอฟต์แวร์ขุดเหมืองคริปโต

Google ได้ออกมาเตือนผู้ใช้งานทุกคนเกี่ยวกับการใช้แพลตฟอร์ม Google Cloud ที่อาจมีภัยคุกคามในส่วนของการขุดเหมืองคริปโต  Google เตือนภัยผู้ใช้งานแพลตฟอร์ม  เรื่องนี้ทาง Google ได้ทำเอกสารรายงานในชื่อของ “Threat Horizons” ซึ่งเป็นรายงานเกี่ยวกับความปลอดภัยของผู้ใช้งาน โดยบริษัทได้ระบุว่า ตอนนี้ประมาณ 86 % ของแพลตฟอร์ม Google Cloud ส่วนใหญ่มีการใช้ในการขุดเหมืองคริปโต และบัญชีผู้ใช้ส่วนใหญ่มีการตั้งรหัสผ่านที่เข้าถึงง่าย  บัญชีของ Google Cloud ได้ที่มีการเข้าถึงส่วนใหญ่เป็นเรื่องง่ายที่จะเจาะเข้าถึงจนเป็นเรื่องง่ายที่สร้างปัญหาต่าง ๆ ขึ้นมา ในรายงานได้ระบุว่า ตอนนี้ทาง Google รับรู้ถึงความปลอดภัยที่เปราะบางของแพลตฟอร์มแล้ว เช่นกันรายงานได้กล่าวว่า ตอนนี้การขุดเหมืองคริปโตเคอร์เรนซี่เป็นสาเหตุที่ทำให้มีการใช้พลังงานในส่วนของ CPU และ/หรือ GPU มากขึ้น  เหตุผลหลักที่ทำให้ Google ออกมาเตือนเกี่ยวกับเรื่องนี้นั้น มาจากการที่ Google Cloud ยังคงมีระบบความปลอดภัยในระดับที่ต่ำ เนื่องจากปัญหาหลายอย่าง ซึ่งปัญหานั้นมาจากการที่มีบัญชีผู้ใช้หลายรายตั้งรหัสผ่านที่เอื้อต่อการเข้าถึงง่าย หรือขาดการเข้าถึงของ API ซึ่งหากไม่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ดีมากพอ ก็อาจเป็นเรื่องง่ายที่ผู้ไม่หวังดีจะเข้ามาใช้แพลตฟอร์มกันมากขึ้น โดยที่แพลตฟอร์ม Cloud ส่วนอื่น ๆ ต่างก็เจอปัญหาในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน  ชี้ระบบถูกโจมตีได้ง่าย  จากการวิจัยที่ได้มีการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ขุดเหมืองคริปโตเคอร์เรนซี่นั้น ชี้ให้เห็นว่าระบบถูกโจมตีอันเนื่องมาจากความปลอดภัย ซึ่งระบบนี้ทำให้ผู้ไม่หวังดีสามารถเข้าถึงการใช้งานได้ง่าย ดูเหมือนว่าผู้ไม่หวังดีจะมีการติดตามความไร้ซึ่งความปลอดภัยตรงนี้อย่างต่อเนื่อง  Google ได้กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับการเข้าถึงการตรวจสอบ IP address ของผู้ไม่หวังดี แต่ประเด็นก็คือ พวกเขาได้ทำการเจาะหาข้อมูล IP address เมื่อไร

2021-12-07การวิเคราะห์เชิงลึก

บิตคอยน์ดีดขึ้นเหนือ 50,000 ดอลลาร์ หลังคลายกังวลผลกระทบโอมิครอน

ราคาบิตคอยน์ดีดตัวขึ้นเกือบ 1.5% ในการซื้อขายที่ตลาดเอเชียช่วงเช้านี้ โดยราคาฟื้นตัวขึ้นมายืนเหนือระดับ 50,000 ดอลลาร์หลังนักลงทุนเริ่มคลายความกังวลเกี่ยวกับโรคโควิด-19สายพันธุ์โอมิครอน  เมื่อเวลา 10.09 น.ตามเวลาไทย ราคาบิตคอยน์ปรับตัวขึ้น 742 ดอลลาร์ หรือ 1.48% แตะที่ 50,749 ดอลลาร์  เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ราคาบิตคอยน์ร่วงลงรุนแรงถึง 22% สู่ระดับต่ำกว่า 42,000 ดอลลาร์ เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไร รวมทั้งถูกกดดันจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจมหภาคแต่ราคาบิตคอยน์เริ่มฟื้นตัวขึ้นในวันจันทร์ (6 ธ.ค.) โดยดีดตัวขึ้น 2.2%  นายเอดิสัน ปัน นักวิเคราะห์จากบริษัท Saxo Markets ในฮ่องกงกล่าวว่า “ความเชื่อมั่นโดยทั่วไปที่มีต่อสกุลเงินคริปโทฯยังคงอยู่ในระดับสูง และบรรยากาศการซื้อขายเริ่มกลับสู่ภาวะปกติ เมื่อพิจารณาจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้นในวันจันทร์ หลังมีรายงานว่าผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนรุนแรงน้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้”

2021-12-07การวิเคราะห์เชิงลึก

"ลงทุนคริปโต" กำลังยั่วยวน มือสมัครเล่นควรเสี่ยงไหม?

นับวัน “คริปโตเคอร์เรนซี” (Cryptocurrency) ก็ยั่วยวน ดึงดูดบรรดานักลงทุนกระเป๋าหนักกระโจนเข้าตลาด ตั้งแต่ “เศรษฐี” ยัน “คนดัง” กระตุ้นให้ “มือสมัครเล่น” อยากลองมาร่วมวงกับเขาบ้าง ซึ่งนั่นย่อมเกิดคำถามตามมาว่า “แล้วมันควรเสี่ยงไหม?”  ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ตลาดคริปโตเคอร์เรนซี” ตอนนี้ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามส่วนหนึ่งเป็นผลมาจาก“โฆษณาชวนเชื่อ” ของบรรดาเศรษฐีและคนดังระดับโลกทั้งหลาย ที่ปลุกเร้าอารมณ์ให้ “นักลงทุน” อยากควักเงินก้อนโตทุ่มลงไปในนี้ เพื่อหวังจะได้ “ผลตอบแทน” อย่างที่ท่านๆ เขาอวยไว้  เชื่อว่า พวกคุณที่สนใจย่อมรู้กันอยู่แล้วว่าคืออะไร จึงขอข้ามไปที่ “ราคา” แน่นอนว่า สำหรับคนที่เฉียดไปเฉียดมาอยู่หน้าปากทางเข้าตลาดย่อมสงสัยอยู่ลึกๆ ง่ายๆ คือ ราคาของคริปโตเคอร์เรนซีอยู่บนพื้นฐานของความต้องการซื้อ และความต้องการขาย นั่นหมายความว่า อัตราการแลกเปลี่ยนคริปโตเคอร์เรนซีกับสกุลเงินอื่นๆ สามารถแปรผันได้ค่อนข้างกว้าง  สำหรับ “ตลาดคริปโตเคอร์เรนซี” ความนิยมสูงสุดคงหนีไม่พ้นเจ้ากระทิง “บิตคอยน์” ที่มีการเปรียบเป็น “หลุมหลบภัย” ของการลงทุนเช่นเดียวกับ “ทองคำ” ด้วยอ้างว่า “บิตคอยน์” เป็นเครื่องป้องกันที่ดีจาก “เงินเฟ้อ”  การมาของ “บิตคอยน์” กระตุ้นให้ “โทเคนดิจิทัล” อื่นๆ ดีดตัวขึ้นตามไปด้วย เช่น “อีเธอเรียม” (Ethereum) คริปโตเคอร์เรนซีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของโลก หรืออย่าง “มีมคอยน์” (Memecoin) ที่ช่วงนี้น่าจะคุ้นหูกันดีกับชื่อ Dogecoin เหรียญที่สร้างขึ้นมาแบบขำๆ    แล้วมาถึงคำถามที่ว่า “คริปโตเคอร์เรนซี” คือ การลงทุนที่ใช่สำหรับพวกคุณหรือไม่?  ก็ต้องขอย้ำว่า “มือสมัครเล่น” หรือนักลงทุนที่เข้าสู่ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีครั้งแรก ควรก้าวเดินด้วยความระมัดระวัง เพราะเส้นทางนี้ยังมีความไม่แน่นอนสูง และมีการผันผวนรุนแรง ความเสี่ยงยังมีสูงมาก ใครที่วางเงินไว้กับ บิตคอยน์ ช่วงปีที่ผ่านมาอาจได้ผลตอบแทนมหาศาล แต่หลังจากนั้นก็อาจลดลงอย่างคาดไม่ถึงได้เช่นกัน  ฉะนั้น คนที่ชอบความเสี่ยงและหวังเก็งกำไรก็ลองมาเผชิญความท้าทายได้ แต่สำหรับ “มือสมัครเล่น” งบน้อยและอยากเก็บหอมรอมริบเรื่อยๆ “คริปโตเคอร์เรนซี” อาจไม่ใช่สำหรับคุณ  อย่างไรก็ตาม ยังมีคำแนะนำจาก “ที่ปรึกษาการลงทุน” ว่า หาก “พวกคุณ” เป็น “มือสมัครเล่น” ที่เพิ่งจะเริ่มต้น ก็ขอให้ใจเย็นอย่าเพิ่งลงทุนแบบปุ๊บปั๊บ ลองเข้าไปศึกษาตาม “กรุ๊ปคริปโต” อื่นๆ ที่เรียงรายอยู่เต็มโซเชียลมีเดียดูก่อน หรือแม้นแต่เข้ามาศึกษาหาข้อมูลที่ Wikibit แอปที่คอยเสนอข่าวสารวงการคริปโต พร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ได้ทั่วโลก ฟรี! แหล่งรวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพื่อที่จะได้เข้าใจตลาดและเรียนรู้จากประสบการณ์ของคนอื่นๆ ซึ่งสิ่งสำคัญ คือ อย่าพยายาม “ขาย” ตอนที่กำลังเสีย และอย่ากระโจนเข้าไปตอนที่ “จรวดกำลังบิน”

2021-12-06การวิเคราะห์เชิงลึก

ตร. เตือนระวัง "แอปเทรดคริปโตปลอม" ระบาด ชี้คล้ายแชร์ลูกโซ่

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. และ โฆษก บช.สอท. เปิดเผยถึงกรณีในปัจจุบันมีการลงทุนสกุลเงินดิจิทัล“คริปโต” แพร่หลายมากขึ้นว่า การลงทุนคริปโตเคอร์เรนซีไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย เพราะเป็นรูปแบบหนึ่งของตลาดการลงทุน แต่เป็นสิ่งที่เหล่ามิจฉาชีพเห็นว่าเป็นแหล่งลงทุน จึงไปตั้งแอปพลิเคชัน หรือออกเหรียญขึ้นมาหลอกๆ เพื่อให้นักลงทุนเอาไปลงทุน และหลอกว่ามีความน่าเชื่อถือ จะให้ผลกำไรที่ค่อนข้างสูง แต่ในความเป็นจริงเมื่อมีคนไปลงทุนแล้วก็หนีหายไป เป็นลักษณะเหมือนแชร์ลูกโซ่  การขายระบบเครือข่าย หรือเป็นการตั้งแอปฯ หลอกดึงข้อมูลส่วนบุคคล และไม่มีการเทรดฯเกิดขึ้นจริงในช่วงที่ผ่านมา บช.สอท. ได้รับแจ้งความถูกหลอกลวงในลักษณะนี้พอสมควร ซึ่งการทำหน้าที่ของ สอท. พบว่าคดีที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงประชาชนส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องการหลอกให้คนไปลงทุน มีการอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนที่สูง ช่วงแรกอาจได้รับผลตอบแทนตามจริง แต่สุดท้ายก็จะปิดแอปฯ หนีไป ทั้งนี้ยืนยันว่า สอท. มีทีมงานพร้อมทำคดีหากมีผู้ถูกหลอกลงทุนเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ เอาผิดผู้หลอกลงทุนในข้อหาฉ้อโกง,พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ รวมถึงกฎหมายเกี่ยวกับพ.ร.บ.ตลาดหลักทรัพย์  พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวอีกว่า การลงทุนคริปโตเคอร์เรนซี เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการลงทุนรูปแบบใหม่ แต่อยากฝากเตือนผู้ที่ลงทุนว่า ขอให้ศึกษาให้ดี หากอยากทราบว่ามีแอปฯใดหรือยี่ห้อใดเป็นการลงทุนที่น่าเชื่อถือ สามารถเข้าตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ของ ก.ล.ต. อีกส่วนเป็นเรื่องการติดตามข่าวสารทั่วไปจะมีบอกว่าแอปฯ ตัวใดสุ่มเสี่ยงกระทำความผิดเราก็อย่าไปตกเป็นเหยื่อ ซึ่งในเรื่องการลงทุนขอให้ตระหนักว่า อัตราการตอบแทนที่สูงเกินไป อาจตั้งข้อสังเกตและใช้ความระมัดระวังเป็นกรณีพิเศษ

2021-12-06การวิเคราะห์เชิงลึก

จับตาดูคดีของเหรียญ Ripple กับ กลต.

ทั้ง Ripple Labs INC และ ก.ล.ต ของสหรัฐอเมริกามีเวลา 3 วันในการให้ข้อโต้แย้งเพิ่มเติมเพื่อเสริมรูปคดีของพวกเขา นักเทรด XRP ควรจับตาดูรูปคดีในอีก 3 วัน โดยอ้างอิงจากไฟล์สแกนเอกสารที่อัยการ Filan เสนอต่อผู้พิพากษา Sarah Netburn ของสหรัฐอเมริกา ได้มีการออกคำสั่งให้ Ripple Labs Inc และ ก.ล.ต. ยื่นเอกสารข้อโต้แย้งพร้อมกัน   โดยเดดไลน์นั้นก็คือวันที่ 8 ธันวาคม 2021 เอกสารใหม่ของทาง Ripple นั้นจะถูกยื่นเพื่อใช้ส่งเสริมข้อโต้แย้งของพวกเขา ด้านผู้ติดตามของนาย Filan มั่นใจว่าการให้ข้อมูลใหม่ในชั้นศาลในครั้งนี้จะส่งผลทำให้ Ripple ชิงความได้เปรียบขึ้นมาเล็กน้อย “การเปลี่ยนแปลงกฎหมายเล็กน้อยเอื้อประโยชน์ให้ ก.ล.ต” ในเวลาเดียวกันทนายความ Jeremy Hogan เปิดเผยว่าเอกสารพิเศษที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกฎหมายนี้ ถือเป็นการเอื้อให้ ก.ล.ต สหรัฐฯได้ประโยชน์   อย่างไรก็ตามนักวิจารณ์ควรรอการเปิดตัวเอกสารข้อโต้แย้งใหม่นี้ก่อนด่วนสรุป ในขณะเดียวกันนาย Hogan ได้เปรียบเทียบคำสั่งศาลว่าไม่ต่างจากพฤติกรรมของ “พ่อ” ที่ชอบเปลี่ยนเวลานอนลูก คดีการฟ้องร้องของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ นี้กินเวลายืดเยื้อมาจะครบ 1 ปีแล้ว โดยหากย้อนไปเมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคม 2020 ที่ผ่านมา ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ทาง Ripple เริ่มต่อสู้คดีในเรื่อง XRP กับทางผู้ออกกฎหมายดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตาม CEO ของ Ripple ก็คาดการณ์ว่าคดีนี้อาจจบลงได้ในช่วงปีหน้า แต่ก็ต้องรอดูกันต่อไป

2021-12-06การวิเคราะห์เชิงลึก

ราคาเหรียญ LUNA พุ่งทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์กว่า 2,700%

ในขณะที่ตลาด crypto ในวงกว้างยังคงดิ้นรนกับแนวโน้มขาลงจากสัปดาห์ที่แล้ว LUNA ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลดั้งเดิมของระบบนิเวศ Terra ปัจจุบันเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพด้านราคาที่ดีที่สุดในตลาด จากข้อมูลของ CoinGecko พบว่า LUNA ได้มีอัตรากำไรมากกว่า 50% ภายในเจ็ดวันที่ผ่านมา และถึงแม้ราคาตลาดคริปโตจะร่วงอย่างรุนแรงในวันหยุดที่ผ่านมา  แต่มันก็ทำสถิติสูงสุดใหม่ตลอดกาล (ATH) ที่ $77.7 ก่อนหน้านี้ในวันนี้ แนวโน้มขาขึ้นของ LUNA ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมานั้นน่าประทับใจและน่าประหลาดใจ เนื่องจากมันเป็นหนึ่งในสกุลเงินดิจิตอลที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดในช่วงการเทขายครั้งใหญ่ในเดือนพฤษภาคม ราคา LUNA เพิ่มขึ้น 2700% นับตั้งแต่การร่วงของราคา ราคาเหรียญ LUNA ร่วงต่ำลงอย่างมากในเดือนพฤษภาคม 2021 โดยราคาของมันลดลงประมาณ 81% เนื่องมาจากการเทขาย ซึ่งทำให้เหรียญ TerraUST (UST) หลุดจากการ peg  อย่างไรก็ตาม ราคา LUNA นั้นก็เด้งคืนกลับคืนมาอย่างน่าทึ่ง โดยทำสถิติสูงสุดหลังจากทำจุดสูงสุด และทำผลงานได้ดีกว่า ETH ที่ใหญ่เป็นอันดับสองรองลงมาคือ 10 เท่า ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม LUNA มีมูลค่าเพิ่มขึ้น 2700% ในขณะที่ ETH เพิ่มขึ้นเพียง 270% เท่านั้น LUNA ยังแซงหน้าเหรียญที่กำลังมาแรงในตลาด รวมถึงเหรียญที่ได้รับแรงบันดาลใจจากมีม DOGE และ Shiba Inu ในขณะที่เขียนนี้ LUNA เป็นสกุลเงินดิจิตอลที่ใหญ่เป็นอันดับ 10 โดยซื้อขายที่ 67 ดอลลาร์ โดยมีมูลค่าตลาด 2.65 หมื่นล้านดอลลาร์ TVL ของ Terra มีมูลค่า 13.9 พันล้านดอลลาร์ Terra ซึ่งเป็นระบบนิเวศบล็อกเชนดั้งเดิมของ LUNA ก็ไม่ตกเทรนด์เช่นกัน เครือข่ายบล็อคเชนทางการเงินแบบกระจายอำนาจ ( DeFi) ชั้นนำตัวนี้เพิ่งประสบความสำเร็จในก้าวใหม่ ตามทวีตล่าสุดโดย Wu Blockchain มูลค่ารวมของ Terra ที่ถูกล็อค (TVL) เพิ่งแตะ 1.39

2021-12-06การวิเคราะห์เชิงลึก

ทำไม Evergrande อาจชำระหนี้ไม่ไหวถึงถล่มตลาดคริปโตได้เมื่อวานนี้

Evergrande บ.อสังหายักษ์ใหญ่ของจีน ประกาศว่า ‘อาจจะไม่สามารถชำระหนี้ได้ไหว’ หลังมีหนี้ท่วมหัว 10 ล้านล้านบาท หลายฝ่ายกังวลว่าจะส่งผลให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหม่ และตลาดคริปโทก็ดูท่าจะหนีไม่พ้น  ในวันศุกร์ที่ผ่านมา ‘Evergrande’ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่แถวหน้าของจีน ประกาศว่าทางบริษัทจะ “ไม่การันตีว่าจะมีเงินพอสำหรับปฎิบัติตามคำสั่งทางการเงินอีกต่อไป” สำหรับมาจ่ายหนี้ท่วมหัวมูลค่ากว่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว ‘10 ล้านล้านบาท’  ถึงแม้ว่า Evergrande จะเป็นเพียงบริษัทบริษัทหนึ่งเท่านั้น แต่ด้วยขนาดของ Evergrande ที่มีขนาดใหญ่มหึมาอย่างมาก จึงทำให้ถ้าหากบริษัทล้มละลายขึ้นมาจริงๆ อาจจะก่อเกิดให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจในสเกลระดับโลก ส่งผลกระทบต่อหลากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งอุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซีก็ไม่น่าจะหนีพ้น  แล้วเกี่ยวอะไรกับ Crypto..?  เฟสบุ๊คชื่อผู้ใช้ Niran Pravithana ได้แสดงความคิดเห็นที่น่าสนใจคือ USDT เป็น stablecoin ที่ตรึงค่ากับดอลล่าร์แบบ 1:1 โดยบริษัท Tether เป็นผู้ออกเหรียญ หลักการตรึงค่าเงินของ USDT คือ มีสินทรัพย์ที่เทียบเท่าเงินดอลล่าร์สำรองทำปริมาณการ mint USDT  ซึ่งผมเคยพูดไว้หลายครั้งว่า USDT ≠ USD  ความเสี่ยงของ USDT ขึ้นกับผู้ออกเหรียญก็คือบริษัท Tether ว่าเก็บทุนสำรองในรูปแบบไหน  USDT ไม่ได้มีดอลล่าร์สำรองแบบ 1:1 นะครับ แต่ทุนสำรองกว่าครึ่ง ไปถือตราสารหนี้ระยะสั้น/หุ้นกู้ของบริษัทเอกชน  ดอลล่าร์ที่ฝากธนาคาร ธนาคารก็ล้มละลายได้ แบบที่เคยเกิดกับ Lehman Brothers  หุ้นกู้บริษัทเอกชน บริษัทเอกชนก็ล้มละลาย หนี้สูญได้  ซึ่งคนเชื่อกันว่า Tether นั้นมีทุนสำรองส่วนนึง ที่ถือหุ้นกู้ของ Evergrade ซึ่งถ้า Evergrade ไม่มีปัญญาจ่ายหนี้ ก็แปลว่าทุนสำรองส่วนนั้นอาจจะกลายเป็นหนี้สูญ และกระทบกับความมั่นคงของ USDT ในที่สุด  วิธีที่ดีที่สุดในการ peg ค่าเงิน แบบในอุดมคติเลย คือ ต้องเอาทุนสำรองดอลล่าร์ใส่ตุ่มฝังไว้ใต้ดินครับ ไม่ใช่เอาไปฝากธนาคาร หรือเอาไปซื้อหุ้นกู้  กรณีนี้ Tether ออกมาปฏิเสธแล้ว ว่าไม่มีหุ้นกู้ Evergrade ใน portfolio แต่สุดท้าย ในโลกของ decentralization ที่เราฝันกันนักฝันกันหนา เราต้องมาเชื่อถือสกุลเงินที่ออกโดยคนกลางบริษัทนึง ที่กล่าวอ้างว่าทำทุกอย่างถูกต้อง โดยเราตรวจสอบไม่ได้จริงหรือ  ทำไม Tether แค่เปิดเผย portfolio ของตัวเองให้โลกรับรู้ไม่ได้ล่ะ..? เรื่องง่ายๆ สร้างความโปร่งใส แต่กลับไม่ทำ  สุดท้ายแล้วผมเลยมั่นใจในสกุลเงินที่ peg ด้วย algorithm บางประเภทมากกว่า เพราะอย่างน้อย มันก็ตรวจสอบได้ และไม่ต้องไปยึดติดกับ “trust” ที่เราต้องมีให้ “ตัวกลาง” อย่าง Tether, Coinbase, Binance

2021-12-05การวิเคราะห์เชิงลึก

Bitkub สอบ 3 เหรียญดัง ‘KUB-JFIN-SIX’ เหตุปั่นราคา

การปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างร้อนแรงและร่วงหล่นลงมาอย่างรวดเร็วของเหรียญคริปโตเคอร์เรนซีสัญชาติไทยทั้ง 3 เหรียญ คือ Bitkub Coin (KUB), JFIN Coin (JFIN) และ SIX Coin (SIX) ซึ่งคนในแวดวงการลงทุนต่างตั้งข้อสังเกตว่า น่าจะมีผู้ที่พยายาม ‘ปั่น’ ราคาเหรียญขึ้นไปก่อนจะ ‘ทุบ’ ราคาลงมา ทำให้นักลงทุนที่กลัวตกรถ หรือ FOMO (Fear of Missing Out) ที่เข้าไปลงทุนในช่วงปลายขาขึ้น ได้รับบาดเจ็บอย่างหนักจากการที่ราคาเหรียญถูกทุบลงมา  ล่าสุด รื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ยืนยันกับทาง THE STANDARD แล้วว่า พฤติกรรมดังกล่าวถือว่ามีความผิดตามพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 (พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล) เพราะกฎหมายนี้ได้นำเอาบทบัญญัติการกระทำอันไม่เป็นธรรมจากพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (พระราชบัญญัติหลักทรัพย์) มาใช้  ทั้งนี้ ตัวกฎหมายดังกล่าวยังได้กำหนดให้ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตเป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลมีหน้าที่ตรวจสอบการซื้อขายทำนองเดียวกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเป็น Front Line Regulator มีหน้าที่ให้คำเตือนกับผู้ซื้อขาย หากมีราคาผันผวนสูงตามระดับที่ศูนย์กำหนดใน Listing และศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลมีหน้าที่ต้องรายงานผลการตรวจสอบให้ ก.ล.ต.  ทีมข่าว THE STANDARD ได้สอบถามเรื่องนี้ไปยังผู้บริหารของ บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (Bitkub) เจ้าของแพลตฟอร์มที่ให้บริการซื้อขายในทั้ง 3 เหรียญดังกล่าว  โดยทีมผู้บริหารของ Bitkub ตอบคำถามของทีมข่าว THE STANDARD ว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการกำกับดูแลกลไกการซื้อขายให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ลงทุนทุกราย โดยบริษัทจัดให้มีหน่วยงาน Market Surveillance ทำหน้าที่ติดตามเฝ้าระวังพฤติกรรมการซื้อขายที่อาจเข้าข่ายผิดปกติตลอด 24 ชั่วโมง เช่น พฤติกรรมการผลักดันราคา การส่งคำสั่งเพื่อสร้างราคาหรือปริมาณ การจับคู่ซื้อขายกันเอง (Wash Trade) เป็นต้น  หากตรวจสอบพบพฤติกรรมที่อาจเข้าข่ายดังกล่าว บริษัทจะพิจารณาดำเนินการลงโทษผู้กระทำการตามเกณฑ์การพิจารณาของบริษัท ซึ่งเริ่มตั้งแต่การตักเตือนไปจนถึงการปิดบัญชีของผู้กระทำการ โดยหากพบพฤติกรรมที่มีเจตนาและสร้างความเสียหายที่มีนัยสำคัญ บริษัทก็อาจพิจารณาดำเนินการทางกฎหมายที่เหมาะสมเพิ่มเติมด้วย  “บริษัทเป็น Exchange ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงาน ก.ล.ต. ดังนั้นหากบริษัทตรวจสอบพบพฤติกรรมการซื้อขายที่ผิดปกติ ก็จะรายงานผลการตรวจสอบและการดำเนินการให้สำนักงาน ก.ล.ต. ทราบ”  นอกจากนี้ในกรณีการซื้อขายเป็นไปอย่างปกติ บริษัทก็ยังทำหน้าที่ติดตาม (Monitor) สภาวะตลาดและจัดทำสรุปผลการตรวจสอบประจำวันส่งให้สำนักงาน ก.ล.ต. รับทราบด้วยเป็นประจำทุกวัน ซึ่งการดำเนินการทั้งหมดที่กล่าว ประกอบกับการประสานงานและความร่วมมือกัน มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ลงทุนและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลโดยรวม  ทีมผู้บริหาร Bitkub ระบุด้วยว่า บริษัทได้ตรวจสอบสาเหตุหรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ราคาเหรียญของทั้ง 3 เหรียญปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญแล้ว ในเบื้องต้นพบว่า ช่วงเวลาดังกล่าวนักลงทุนให้ความสนใจเกี่ยวกับข่าวการพัฒนาหรือโปรเจกต์ที่กำลังจะเกิดขึ้นของเหรียญทั้ง 3 เหรียญ ตามที่เผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆ รวมถึงเป็นช่วงเวลาที่เหรียญทั้ง 3 เหรียญได้รับความสนใจจากผู้ลงทุน จึงทำให้มีปริมาณความต้องการซื้อและมูลค่าการซื้อขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ  อย่างไรก็ดี กรณีที่ราคาเหรียญทั้ง 3 เหรียญปรับตัวลงมาในเวลาใกล้เคียงกันนั้น จากการตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่า อาจจะมาจากการเทขายทำกำไรของผู้ลงทุนรายใหญ่ ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างติดตามตรวจสอบต่อไป ว่ามีผู้ลงทุนหรือกลุ่มผู้ลงทุนที่มีพฤติกรรมที่ส่งคำสั่งซื้อขายที่อาจเข้าข่ายเป็นคำสั่งที่ไม่เหมาะสมหรือผิดปกติด้วยหรือไม่  ผู้บริหารของ Bitkun ย้ำว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการให้ข้อมูลและการแจ้งเตือนต่างๆ แก่ผู้ลงทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยงในการลงทุนที่อาจเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่เกิดความผันผวนของการซื้อขาย ดังนั้นบริษัทจึงพัฒนาระบบการแจ้งเตือนให้ผู้ลงทุนทราบถึงความผันผวนดังกล่าว  ทั้งนี้ สำหรับกรณีเหรียญทั้ง 3 เหรียญนั้น ก่อนที่ผู้ลงทุนจะส่งคำสั่งซื้อขายเหรียญ จะมีข้อความแจ้งให้ผู้ลงทุนทราบถึงความเสี่ยงเมื่อราคาล่าสุดของสินทรัพย์มีความแตกต่างตั้งแต่ร้อยละ 30 เมื่อเปรียบเทียบกับราคาปิดของวันก่อนหน้า (ณ เวลา 23.59 น.) (สัญลักษณ์ P30) เพื่อให้ผู้ลงทุนพิจารณาถึงความเสี่ยงจากราคาที่มีความผันผวนก่อนส่งคำสั่งซื้อขาย รวมถึงผู้ลงทุนจะต้องกดปุ่มยอมรับความเสี่ยงดังกล่าวก่อนส่งคำสั่งซื้อหรือขาย  นอกจากนี้บริษัทกำหนดให้มีหน่วยงาน Market Surveillance คอยติดตามเฝ้าระวังพฤติกรรมการซื้อขายที่ผิดปกติด้วย  “บริษัทในฐานะที่เป็น Exchange ตระหนักถึงความเสี่ยงของผู้ลงทุน และการกำกับดูแลให้สภาพการซื้อขายบนแพลตฟอร์มเป็นไปอย่างเป็นธรรมและเป็นระเบียบเรียบร้อย บริษัทจึงมีทีม Market Surveilance ติดตามเฝ้าระวังเรื่องดังกล่าวตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งทำหน้าที่ติดตามพฤติกรรมการซื้อขายที่เกิดขึ้นเพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีผู้ลงทุนหรือกลุ่มผู้ลงทุนแสวงหาผลประโยชน์หรือเอาเปรียบผู้ลงทุนรายอื่น รวมถึงพฤติกรรมการ Pump and Dump ด้วย โดยหากพบการกระทำดังกล่าวบริษัทจะพิจารณาดำเนินการลงโทษผู้กระทำการตามมาตรการที่บริษัทกำหนด เพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสียหายกับผู้ลงทุนและตลาดซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยรวม”  นอกจากนี้บริษัทได้แจ้งเตือนให้ผู้ลงทุนใช้ความระมัดระวังในการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีความผันผวนสูง รวมถึงให้ความรู้เกี่ยวกับพื้นฐานและข้อมูลเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล ผ่านช่องทางการสื่อสารต่างๆ ของบริษัทอย่างสม่ำเสมออีกด้วย

2021-12-05การวิเคราะห์เชิงลึก

ชุดลาดตระเวนจับผู้ต้องหาหลอกเป็นจนท.Bitkub โกงเงินผู้เสียหายกว่า 1.5 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบก.สส.บช.น. , พ.ต.อ.ธีระชัย ชำนาญหมอ , พ.ต.อ.สุรพงษ์ ชาติสุทธิ์ รอง ผบก สส.ฯ , พ.ต.อ.ฤตวีร์ สุขเจริญ พ.ต.ท.เฉลิมพงษ์ ธรรมมียะ พ.ต.ต.สมพงษ์ เกตุระติ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สส.บช.น. ร่วมกันจับกุม นายฉัตรธวัช ศรีทรงเมือง อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 2003/2564 ลงวันที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ.2564 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ปลอมไม่ว่าทั้งหมด หรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือประชาชน และร่วมกันฉ้อโกง โดยแสดงตนเป็นคนอื่น ” ได้ที่หน้าบ้านสวนไม่มีเลขที่ ซอยฟากน้ำ 2 ต.แม่ต๋ำ อ.เมืองพะเยา จ.พะเยา นำส่ง พงส.สน.พญาไท ดำเนินคดีตามกฎหมาย  พล.ต.ต.นพศิลป์ กล่าวว่าผู้ต้องหามีพฤติการณ์อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ของบริษัท บิทคัพ ออนไลน์ โดยโทรศัพท์ ไปหลอกลวงผู้เสียหายว่าบัญชีของผู้เสียหายมีปัญหาในการเข้าสู่ระบบ กระทั่งผู้เสียหายหลงเชื่อแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับบัญชีกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์รวมถึงรหัสโอทีพีของบัญชีธนาคารตัวเองให้กับผู้ต้องหา จากนั้นผู้ต้องหาเข้าสู่ระบบกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ของผู้เสียหาย และดูดเงินในบัญชีของผู้เสียหายไปสู่บัญชีของตัวเองแทน มูลค่าความเสียหายกว่า 1,500,000 บาท โดยผู้เสียหายเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.พญาไท ต่อมาพนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับ ประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. สืบสวนจับกุม โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา นายฉัตรธวัช ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจภาค 5 จับกุมในข้อหาเดียวกันในครั้งนั้นมูลค่าความเสียหายกว่า 97,000 บาท  พล.ต.ต.นพศิลป์ กล่าวอีกว่า ตามนโยบายของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ให้จัดชุดลาดตระเวนออนไลน์ ซึ่งโดยปกติตำรวจมีสายตรวจออนกราวด์ คือ สายตรวจออกลาดตระเวนตรวจสอบบุคคลที่มีพิรุธต้องสงสัย ตามท้องถนน ที่จะก่อเหตุ ลัก วิ่งชิงปล้น แต่ยุคปัจจุบัน จำเป็นต้องมีชุดลาดตระเวนออนไลน์ สืบสวนติดตามคนร้ายที่เป็นภัยออนไลน์ สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นจำนวนมาก ซึ่งยังก่อเหตุต่อเนื่อง ดังนั้นฝากเตือนไปยังประชาชนอย่าหลงเชื่อในการแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ต่างๆ เพื่อให้ประชาชนบอกรหัสลับบัญชีต่างๆของตนเอง ซึ่งคนร้ายจะใช้ในเข้าถึงบัญชีของประชาชนแล้วโอนเงินเข้าบัญชีของตนเองแทน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจขอแจ้งเตือนและจะเฝ้าลาดตระเวนออนไลน์ติดตามจับกุมกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้อย่างถึงที่สุด นำส่ง พงส.สน.พญาไท ดำเนินคดีตามกฎหมาย  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-12-05การวิเคราะห์เชิงลึก

5 Influencer สายคริปโต ติดตามไว้ไม่ตกรถ!

5 Influencer สายคริปโต ฟอลโลว์ไว้ไม่ตกรถ!  ตลาดคริปโตโลดโผนสุด เทรดแต่ละวันยิ่งกว่าขึ้นรถไฟเหาะ! วันนี้เราจึงมาแนะนำ Influencer คริปโต ให้คุณเกาะติดไว้ให้สบายใจขึ้น ฟอลโลว์ไว้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยว ติดตามความเคลื่อนไหวทิศทางตลาด แถมยังได้แรงบันดาลใจและความรู้จากพวกเค้าด้วยนะ ฟอลโลว์ไม่เลยไม่ตกรถแน่!  1. Plan B  Plan B หรือนามแฝงเต็ม Plan BTC จากทวิตเตอร์ชื่อ @100trillionUSD ชายที่ไม่เปิดเผยตัวตนจริง แต่เคยให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อแบบเสียงว่าเขาเป็นอดีตผู้บริหารในวงการสถาบันการเงินการลงทุนมานานกว่า 25 ปี ชื่อเสียงของ Plan B มาจาก S2F Model ที่เอามาประยุกต์ใช้กับ Bitcoin ซึ่งที่น่าทึ่งคือเขาเคยทายราคา Bitcoin ถูกต้องติดกัน 3 เดือนซ้อน (แม้กการทำนายราคาช่วงปลายปี 2021 จะผิดพลาดไปบ้าง แต่เขาก็ยังเชื่อมั่นในโมเดล S2F) และก็ยังเป็น Influencer คนนึงที่น่าจับตามองอยู่ดี ขณะนี้ Plan B มีผู้ติดตามบนทวิตเตอร์กว่า 1.6 ล้านคน  2. Elon Musk  Elon Musk CEO ของ Tesla, SpaceX เจ้าของทวิตเตอร์ที่มีผู้ติดตามกว่า 65.3 ล้านคน เป็นคนที่มีอิทธิพลต่อตลาดคริปโตมาก ออกมาพูดอะไรนิด ๆ หน่อย ๆ ราคาปั่นป่วนทั้งตลาด ผลงานดีเด่นคือช่วงที่ Elon Musk ได้เพิ่ม #bitcoin ที่โปรไฟล์ทวิตเตอร์ของเขาซึ่งเพียงแค่คำนั้นคำเดียว ทำให้ราคาบิตคอยน์พุ่งสูงถึง 20% ในระยะเวลาหนึ่งเลย หลังจากนั้นเขายังเคยทวิตเพียงคำว่า ‘Doge’ ก็ทำเอามูลค่าของ Dogecoin พุ่งถึง 299,330 เหรียญ ภายใน 30 นาทีเท่านั้น เกรียงไกรเบอร์นี้ไม่ฟอลโลว์ไงไหว!  3. Vitalik Buterin (ผู้สร้าง Ethereum)  Vitalik Buterin เป็นหนึ่งในมหาเศรษฐีคริปโตที่อายุน้อยที่สุดในโลก เขามีส่วนร่วมใน Community Bitcoin ในฐานะนักเขียนและนักพัฒนา นอกจากนี้เขายังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งนิตยสาร Bitcoin อีกด้วย ด้วยความโด่งดังและความรอบรู้ในเรื่องคริปโตของเขา ทำให้ปัจจุบันเขามีผู้ติดตามบน Twitter ประมาณ 2.8 ล้านคน  4. ท๊อป จิรายุส  คนไทยคนแรกในโผนี้ เขาคือผู้บริหารของเว็บเทรดคริปโตอันดับ 1 ของไทยอย่าง bitkub เป็นหนึ่งในคนที่ขับเคลื่อนวงการคริปโตไทยเลยแหละ เรียกได้ว่าถ้าคนไทยคิดถึงคริปโต หน้าของเขาก็คงขึ้นมาคนแรก ๆ คุณท็อปให้นิยามตัวเองในแฟนเพจที่มีคนติดตามกว่า 9.9 แสนคนไว้ว่า “One of Thailands leading bitcoin & open blockchain experts”  5. ลุงโฉลก  คนไทยอีกคนในโผนี้ เป็นลุงที่นักลงทุนไทยหลายคนรักมาก และเป็นปรมาจารย์แห่งการลงทุนชื่อดัง ได้รับการยอมรับว่าเป็น ‘เซียนเหนือเซียน’ ลุงโฉลกคือนักเทรดสินค้าโภคภัณฑ์รายแรก ๆ ของไทย เป็นที่รู้จักจากการบอกต่อกันบนโลกออนไลน์ ด้วยเว็บ Chaloke.com ที่พีคคือลุงเคยออกมาเชียร์บิทคอยน์ตั้งแต่ปี 2013 ตอนที่ราคาบิทคอยน์อยู่ที่ 3,000 บาทเท่านั้น มาถึงยุคนี้ลุงก็ยังคงออกมาวิเคราะห์ตลาด และให้คำแนะนำนักลงทุนอย่างเฉียบคมผ่านการสัมภาษณ์ตามสื่อต่าง ๆ และช่อง YouTube ของลุงเอง  ชอบใครก็ตามไปฟอลโลว์กันนะ แต่มีอีกหนึ่งช่องทางที่ไม่ฟอลโลว์เลยไม่ได้นะคือ #WikiBit นี่แหละ! เพราะนี่คือแอปที่นำเสนอข่าวสารวงการคริปโตแบบรวดเร็วถึงใจ พร้อมบทความเกร็ดความรู้ในโลกคริปโตมากมาย แถมยังพร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพียงแค่กดค้นหา ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบจัดเต็ม ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!

2021-12-04การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
7880
...
142