สแกนเพื่อดาวน์โหลด
แพลตฟอร์มตรวจสอบ # และยืนยันการกำกับดูแลของตลาดการเงินทั่วโลก

แบงก์ชาติสั่ง ! ธนาคารไทยห้ามซื้อขาย Crypto

ธนาคารแห่งประเทศไทยระบุว่าไม่ต้องการให้ธนาคารพาณิชย์เข้ามาเกี่ยวข้องโดยตรงในการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล  คำสั่งดังกล่าวมาจาก น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายบริหารการสื่อสารองค์กร ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่กล่าวไว้เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม โดยอ้างถึงความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับความผันผวนของสกุลเงินดิจิทัล  “เราไม่ต้องการให้ธนาคารเข้ามาเกี่ยวข้องโดยตรงในการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล เนื่องจากธนาคาร (จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ) สำหรับเงินฝากของลูกค้าและประชาชนที่อาจมีความเสี่ยง”  ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้แสดงจุดยืนที่เข้มงวดมากขึ้นต่อสินทรัพย์ดิจิทัล แม้ว่าสิ่งนี้จะได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้นในหมู่บุคคล บริษัท และธนาคารเองก็ตาม  เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นาย ศักดิ์ภพ ปัญญานุกูล ผู้อำนวยการอาวุโสของ ธปท. ได้แจ้งเตือนไปยังธุรกิจต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับคริปโต โดยกล่าวว่า “หากสกุลเงินดิจิทัลเริ่มถูกใช้กันอย่างแพร่หลายมากขึ้น สิ่งนี้อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพระบบการเงินและเสถียรภาพระบบชำระเงินของประเทศ”  นอกจากนี้แล้วแบงก์ชาติยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับการนำสกุลเงินดิจิทัลมาใช้เพื่อชำระค่าสินค้าและบริการ ตามรายงานที่เกี่ยวข้องเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม โดยนายชัยอนันต์กล่าวให้ความเห็นว่า สินทรัพย์ดิจิทัลนั้นอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค เนื่องจาก “มันเกี่ยวข้องกับความผันผวนของราคาและความเสี่ยงจากการโจรกรรมทางไซเบอร์ การรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล การฟอกเงินและอื่น ๆ ”  คำเตือนของแบงก์ชาติเกิดขึ้นเพียงสองสัปดาห์ หลังจากที่กระทรวงการท่องเที่ยวของประเทศไทยได้เพิ่มความพยายามในการสนับสนุนให้นักท่องเที่ยวที่ร่ำรวยจากการลงทุนในคริปโตเดินทางมาเยือนประเทศ โดยททท. ได้ประกาศว่าประเทศนี้ “จะเป็นมิตรกับคริปโต” แต่เห็นได้ชัดแล้วว่าธนาคารกลางไม่ต้องการให้มันเป็นมิตรมากจนเกินไป

2021-12-08การวิเคราะห์เชิงลึก

เจ้ามือยักษ์ใหญ่เข้าสะสม Bitcoin กว่า 67,000 BTC ตอนราคาเข้าใกล้ 42,000 ดอลลาร์

เจ้ามือ Bitcoin ยักษ์ใหญ่ยังไม่แสดงสัญญาณชะลอตัวในการเข้าสะสม BTC หลังจากตลาด crypto เข้าสู่โซนสีแดงในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยพวกเขาได้เข้าซื้อเหรียญไปกว่า 3.5 พันล้านดอลลาร์ ดูเหมือนว่าการเคลื่อนไหวของราคา Bitcoin ในปี 2021 ยังคงไม่สิ้นสุดเนื่องจากมีการเปิดเผยว่าเจ้ามือยักษ์ใหญ่ได้เข้าซื้อ BTC มากกว่า 3.5 พันล้านดอลลาร์หรือประมาณ 67,000 BTC ซึ่งเป็นช่วงที่ราคา Bitcoin นั้นอยู่ราว 42,000 ดอลลาร์  เมื่อวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมาราคา Bitcoin ได้ลดลงเหลือ 42,000 ดอลลาร์บน Bitstamp ซึ่งถือเป็นจุดที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นมา นอกจากนี้ยังพบความผิดพลาดจากการเทขายครั้งใหญ่บนกระดานเทรดอื่นอย่างเช่น Huobi กระดานเทรดยักษ์ใหญ่จากประเทศจีนประสบปัญหาความผิดพลาดด้านราคาโดย BTC ตกลงไปที่ 28,800 ดอลลาร์ทันทีก่อนดีดตัวกลับเข้าสู่ระดับราคาปกติ ด้วยเหตุนี้ทำให้นักลงทุนแบบ Long หลายบัญชีถูกล้างพอร์ตไปมูลค่ากว่าหลายพันล้านดอลลาร์ และต่างวิตกกังวลและเกิดความโกลาหลจำนวนมาก  ทั้งนี้ดูเหมือนว่าเจ้ามือยักษ์ใหญ่รายนี้จะเริ่มกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้งเมื่อราคาร่วงลงทั้งนี้ “เพื่อเข้าสู่ความสมบูรณ์แบบ” ตามข้อมูลจาก Santiment อย่างไรก็ตามบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการวัดผลแบบ on-chain และโซเชียลของ cryptocurrencies มากกว่า 2,000 สกุลเปิดเผยว่ากระเป๋าเงินที่ถือ BTC ระหว่าง 100 ถึง 10,000 BTC ซื้อ BTC มูลค่ากว่า 3.44 พันล้านดอลลาร์ ในขณะเดียวกัน เมื่อวันก่อนยังได้มีรายงานว่าเจ้ามือ BTC ที่ใหญ่เป็นอันดับสามก็ใช้ประโยชน์จากการลดลงและซื้อมากกว่า 2,700 เหรียญในหนึ่งวันที่ประมาณ 50,000 ดอลลาร์ หลังจากการร่วงลงในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา Bitcoin ได้ฟื้นตัวกลับมาที่ 51,000 ดอลลาร์ในช่วงบ่ายของวันอังคาร โดยในขณะนี้ยังคงระดับอยู่ที่ราคา 50,970 ดอลลาร์ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่า 1% ใน 24 ชั่วโมงและ 3.19% ใน 7 วันที่ผ่านมา

2021-12-08การวิเคราะห์เชิงลึก

รัฐมนตรีคลังอินเดียชี้แจงคำถามสงสัยเกี่ยวกับคริปโต

รัฐบาลอินเดียได้ตอบคำถาม 3 ข้อเกี่ยวกับการทำธุรกรรมบิทคอยน์, การฉ้อโกงบิทคอยน์ใน Karnataka และการซื้อขายเหรียญคริปโตและการก่อตั้งบริษัทซื้อขายเหรียญคริปโตอย่างถูกกฎหมาย  รัฐมนตรีคลังอินเดียตอบข้อสงสัยเกี่ยวกับคริปโต  ในขณะเดียวกันทางด้านรัฐสภาของประเทศอินเดียได้เริ่มมีการพิจารณาร่างกฎหมายเกี่ยวกับคริปโตที่คาดว่าจะมีการรู้ผลเร็ว ๆ นี้  ในช่วงที่ผ่านมาทางรัฐบาลได้ส่งตัวแทนโดยให้ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ออกมาชี้แจงเกี่ยวกับคำถาม 3 ข้อเกี่ยวกับการซื้อขายเหรียญคริปโตและบิทคอยน์ โดยคำถามแรกเป็นเรื่องของการทำธุรกรรมบิทคอยน์  Nirmala Sitharaman ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้มีการตอบคำถามประเด็นการทำธุรกรรมคริปโตที่ว่า รัฐบาลมีความตระหนักดีหรือไม่ว่า การทำธุรกรรมบิทคอยน์เป็นที่นิยมในประเทศอินเดียเมื่อไม่กี่ปีมานี้ และรัฐมนตรีได้ยืนยันว่า ทางรัฐบาลจะไม่มีการเก็บบันทึกข้อมูลการทำธุรกรรมคริปโตแต่อย่างใด  ย้ำไม่มีทางทำให้บิทคอยน์เป็นสกุลเงินหลักของประเทศ  ในส่วนของคำถามที่ว่า รัฐบาลจะทำให้บิทคอยน์กลายเป็นสกุลเงินหลักในประเทศหรือไม่นั้น ทางรัฐมนตรียืนยันว่า ไม่มีทางทำแบบนั้นอย่างแน่นอน  ในส่วนเรื่องการฉ้อโกงบิทคอยน์นั้น ตอนนี้ทางรัฐมนตรีกล่าวว่า เรื่องนี้ยังคงสืบสวนหารายละเอียดต่าง ๆ เพิ่มเติม  คำถามสุดท้ายเกี่ยวกับเหรียญคริปโตนั้น รัฐมนตรีได้ถูกถามในกรณีเดียวกัน และยืนกรานว่า รัฐบาลจะไม่เก็บรวบรวมข้อมูลการซื้อขายคริปโตแต่อย่างใด ส่วนเรื่องของการผลักดันให้มีการซื้อขายคริปโตได้อย่างเสรีนั้น รัฐมนตรีกล่าวว่า ตอนนี้กำลังศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับการซื้อขายและการก่อตั้งบริษัทซื้อขายคริปโตอยู่  รัฐบาลอินเดียยังคงไม่ได้มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับร่างกฎหมายคริปโต ซึ่งทำให้ใครหลายคนต่างคาดการณ์กันว่า ภายในรัฐบาลเริ่มมีการเสียงแตกเกี่ยวกับเรื่องที่ว่า จะทำการแบนเหรียญคริปโตหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นเหรียญบิทคอยน์หรือ ethereum ก็ตาม

2021-12-08การวิเคราะห์เชิงลึก

ธนาธรบุกสวิตฯ พารีวิว ‘ตู้ ATM บิทคอยน์’ ของแท้!!!

วันนี้ WikiBit ขอตามธนาธร และช่อพรรณิการ์ จากคณะอนาคตใหม่ ไปที่ “เมืองซุก” เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงแห่งคริปโต ศูนย์กลางการพัฒนา Crypto Valley ในสวิตเซอร์แลนด์ ไปลองใช้ตู้ ATM บิทคอยน์แบบเก๋ ๆ ลองซื้อจริง ๆ ลองขายจริง ๆ แบบไม่ต้องแตะโทรศัพท์เลย!  ย้อนไปเมื่อ 2019 คุณธนาธรและคุณช่อได้เดินทางไปยุโรปเพื่อศึกษาดูงานการพัฒนาทางด้านต่าง ๆ โดยพาไปที่ “เมืองซุก” ที่มีประชากรเพียง 3 หมื่นคน แต่สามารถสร้างอุตสาหกรรมคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปได้! และได้ไปทดลองซื้อ Bitcoin ที่เครื่อง ATM Crypto ทั้งหมด 0.01 BTC ในราคา 50 ยูโร ณ ตอนนั้น! พอซื้อเสร็จคุณธนาธรก็อยากขายทันที ลองทำอยู่นานสองนานแต่ก็ยังขายผ่านตู้ไม่ได้ เลยได้คุยกับพนักงานที่นั่นให้ช่วยแก้ปัญหา ซึ่งจนจบคลิปก็ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าตกลงตอนนั้นคุณธนาธรขาย 0.01 BTC ไปรึยัง!  นอกจากได้ลองใช้ตู้ ATM Crypto พวกเค้ายังไปเยี่ยมชม (CVVC Crypto Valley Venture Capital) ซึ่งเป็นที่ตั้งบริษัทที่เกี่ยวข้องกับบล็อคเชนกว่า 130 บริษัท ไม่ว่าจะเป็นบริษัทอสังหาฯ บริษัทด้านการเงิน หรือบางบริษัทที่ต้องการพัฒนาโมเดลธุรกิจด้วยเทคโนโลยี โดยที่นี่สามารถจ่ายค่าเช่าพื้นที่เป็น Bitcoin ได้ด้วย จากนั้นก็ได้คุยกับทีมงานของที่นั่นเกี่ยวกับเรื่องราวของคริปโต ซึ่งคุณธนาธรกล่าวทิ้งท้ายว่า การเดินทางครั้งนี้มาเพื่อเก็บเกี่ยวความรู้ ประสบการณ์ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาในบ้านเมืองของเรา ใครสนใจก็ไปตามดูคลิปเต็มได้ที่ช่อง Youtube: อนาคตใหม่ - Future Forward กันได้นะ!  คุณสามารถติดตามข่าวสารที่สดใหม่ รวดเร็ว ถึงใจ พร้อมบทความเกร็ดความรู้ในโลกคริปโตแบบนี้ ได้ที่ “WikiBit” แอปนำเสนอข่าวสารวงการคริปโต พร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพียงแค่กดค้นหา ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบจัดเต็ม ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!  ขอบคุณข้อมูลจาก: https://youtu.be/Cq9epY9tSwM

2021-12-07การวิเคราะห์เชิงลึก

เมื่อตลาด Bitcoin เข้าสู่ช่วงความกลัวขั้นสูง เราควรทำอย่างไรต่อไป

หลังจากที่ Bitcoin (BTC) ทำราคาสูงสุดที่ 69,000 ดอลลาร์ก็ตกอยู่ในตลาดหมีอย่างต่อเนื่องในช่วงเดือนที่ผ่านมา โดยเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายนที่ผ่านมา BTC ได้เข้าสู่ขาลงอย่างรุนแรงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ตลาดล่มในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ส่งผลให้นักลงทุนทั้งตลาดต่างวิตกกังวลตามกันไป แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาจะมีการดีดตัวกลับอย่างรวดเร็วจากระดับใกล้ 40,000 ดอลลาร์สู่ระดับ 48,000 ดอลลาร์ทำให้เกิดความมั่นใจในหมู่นักลงทุนอย่างมากในสัปดาห์ทีผ่านมา  จากการเทขายครั้งใหญ่ทำให้ดัชนี Crypto Fear and Greed Index กลับเข้าสู่แดนแห่งความกลัวอีกครั้ง เนื่องจาก Bitcoin มีการซื้อขายต่ำกว่า MA-100 อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณามุมมองในระยะสั้นแล้วนั้นจะเห็นถึงแนวโน้มขาขึ้นที่ก่อตัวขึ้นใกล้ 48,500 ดอลลาร์จำนวนมาก ตอนนี้ตลาด Bitcoin กำลังเป็นอย่างไร? ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา Bitcoin HODLers ตระหนักถึงการสูญเสียครั้งใหญ่เป็นอันดับสามในประวัติศาสตร์ โดยมีมูลค่าขาดทุนกว่า 2.18 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งการสูญเสียมูลค่านี้พบเจอครั้งสุดท้ายที่เดือนมีนาคม 2020 และเดือนมิถุนายนปีนี้  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง HODLers ระยะสั้นมีการขายหรือย้าย Bitcoin ของพวกเขามากขึ้นแม้ว่าจะขาดทุนก็ตาม ซึ่งหมายความว่าผู้ถือครองระยะสั้นมีการขายมากขึ้นแม้ขาดทุนขาดทุน หรือนี่อาจะเป็นสัญญาณของการเทขายก่อนขาดทุนมากกว่าเดิมก็เป็นได้ อย่างไรก็ตาม ด้วยราคาของ BTC ที่ยังคงต่ำกว่า 50,000 ดอลลาร์ทำให้ความเสี่ยงจากความผันผวนมีลดน้อยลงตามคำแนะนำของนักลงทุน ทั้งนี้ควรศึกษาความเสี่ยงของตลาดคริปโตอยู่สม่ำเสมอ

2021-12-07การวิเคราะห์เชิงลึก

Google เตือนภัย ผู้ใช้บัญชีจะต้องระวังการใช้ซอฟต์แวร์ขุดเหมืองคริปโต

Google ได้ออกมาเตือนผู้ใช้งานทุกคนเกี่ยวกับการใช้แพลตฟอร์ม Google Cloud ที่อาจมีภัยคุกคามในส่วนของการขุดเหมืองคริปโต  Google เตือนภัยผู้ใช้งานแพลตฟอร์ม  เรื่องนี้ทาง Google ได้ทำเอกสารรายงานในชื่อของ “Threat Horizons” ซึ่งเป็นรายงานเกี่ยวกับความปลอดภัยของผู้ใช้งาน โดยบริษัทได้ระบุว่า ตอนนี้ประมาณ 86 % ของแพลตฟอร์ม Google Cloud ส่วนใหญ่มีการใช้ในการขุดเหมืองคริปโต และบัญชีผู้ใช้ส่วนใหญ่มีการตั้งรหัสผ่านที่เข้าถึงง่าย  บัญชีของ Google Cloud ได้ที่มีการเข้าถึงส่วนใหญ่เป็นเรื่องง่ายที่จะเจาะเข้าถึงจนเป็นเรื่องง่ายที่สร้างปัญหาต่าง ๆ ขึ้นมา ในรายงานได้ระบุว่า ตอนนี้ทาง Google รับรู้ถึงความปลอดภัยที่เปราะบางของแพลตฟอร์มแล้ว เช่นกันรายงานได้กล่าวว่า ตอนนี้การขุดเหมืองคริปโตเคอร์เรนซี่เป็นสาเหตุที่ทำให้มีการใช้พลังงานในส่วนของ CPU และ/หรือ GPU มากขึ้น  เหตุผลหลักที่ทำให้ Google ออกมาเตือนเกี่ยวกับเรื่องนี้นั้น มาจากการที่ Google Cloud ยังคงมีระบบความปลอดภัยในระดับที่ต่ำ เนื่องจากปัญหาหลายอย่าง ซึ่งปัญหานั้นมาจากการที่มีบัญชีผู้ใช้หลายรายตั้งรหัสผ่านที่เอื้อต่อการเข้าถึงง่าย หรือขาดการเข้าถึงของ API ซึ่งหากไม่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยที่ดีมากพอ ก็อาจเป็นเรื่องง่ายที่ผู้ไม่หวังดีจะเข้ามาใช้แพลตฟอร์มกันมากขึ้น โดยที่แพลตฟอร์ม Cloud ส่วนอื่น ๆ ต่างก็เจอปัญหาในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน  ชี้ระบบถูกโจมตีได้ง่าย  จากการวิจัยที่ได้มีการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ขุดเหมืองคริปโตเคอร์เรนซี่นั้น ชี้ให้เห็นว่าระบบถูกโจมตีอันเนื่องมาจากความปลอดภัย ซึ่งระบบนี้ทำให้ผู้ไม่หวังดีสามารถเข้าถึงการใช้งานได้ง่าย ดูเหมือนว่าผู้ไม่หวังดีจะมีการติดตามความไร้ซึ่งความปลอดภัยตรงนี้อย่างต่อเนื่อง  Google ได้กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับการเข้าถึงการตรวจสอบ IP address ของผู้ไม่หวังดี แต่ประเด็นก็คือ พวกเขาได้ทำการเจาะหาข้อมูล IP address เมื่อไร

2021-12-07การวิเคราะห์เชิงลึก

บิตคอยน์ดีดขึ้นเหนือ 50,000 ดอลลาร์ หลังคลายกังวลผลกระทบโอมิครอน

ราคาบิตคอยน์ดีดตัวขึ้นเกือบ 1.5% ในการซื้อขายที่ตลาดเอเชียช่วงเช้านี้ โดยราคาฟื้นตัวขึ้นมายืนเหนือระดับ 50,000 ดอลลาร์หลังนักลงทุนเริ่มคลายความกังวลเกี่ยวกับโรคโควิด-19สายพันธุ์โอมิครอน  เมื่อเวลา 10.09 น.ตามเวลาไทย ราคาบิตคอยน์ปรับตัวขึ้น 742 ดอลลาร์ หรือ 1.48% แตะที่ 50,749 ดอลลาร์  เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ราคาบิตคอยน์ร่วงลงรุนแรงถึง 22% สู่ระดับต่ำกว่า 42,000 ดอลลาร์ เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไร รวมทั้งถูกกดดันจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจมหภาคแต่ราคาบิตคอยน์เริ่มฟื้นตัวขึ้นในวันจันทร์ (6 ธ.ค.) โดยดีดตัวขึ้น 2.2%  นายเอดิสัน ปัน นักวิเคราะห์จากบริษัท Saxo Markets ในฮ่องกงกล่าวว่า “ความเชื่อมั่นโดยทั่วไปที่มีต่อสกุลเงินคริปโทฯยังคงอยู่ในระดับสูง และบรรยากาศการซื้อขายเริ่มกลับสู่ภาวะปกติ เมื่อพิจารณาจากการที่นักลงทุนเข้าซื้อสินทรัพย์เสี่ยงมากขึ้นในวันจันทร์ หลังมีรายงานว่าผลกระทบจากไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนรุนแรงน้อยกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้”

2021-12-07การวิเคราะห์เชิงลึก

"ลงทุนคริปโต" กำลังยั่วยวน มือสมัครเล่นควรเสี่ยงไหม?

นับวัน “คริปโตเคอร์เรนซี” (Cryptocurrency) ก็ยั่วยวน ดึงดูดบรรดานักลงทุนกระเป๋าหนักกระโจนเข้าตลาด ตั้งแต่ “เศรษฐี” ยัน “คนดัง” กระตุ้นให้ “มือสมัครเล่น” อยากลองมาร่วมวงกับเขาบ้าง ซึ่งนั่นย่อมเกิดคำถามตามมาว่า “แล้วมันควรเสี่ยงไหม?”  ปฏิเสธไม่ได้ว่า “ตลาดคริปโตเคอร์เรนซี” ตอนนี้ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามส่วนหนึ่งเป็นผลมาจาก“โฆษณาชวนเชื่อ” ของบรรดาเศรษฐีและคนดังระดับโลกทั้งหลาย ที่ปลุกเร้าอารมณ์ให้ “นักลงทุน” อยากควักเงินก้อนโตทุ่มลงไปในนี้ เพื่อหวังจะได้ “ผลตอบแทน” อย่างที่ท่านๆ เขาอวยไว้  เชื่อว่า พวกคุณที่สนใจย่อมรู้กันอยู่แล้วว่าคืออะไร จึงขอข้ามไปที่ “ราคา” แน่นอนว่า สำหรับคนที่เฉียดไปเฉียดมาอยู่หน้าปากทางเข้าตลาดย่อมสงสัยอยู่ลึกๆ ง่ายๆ คือ ราคาของคริปโตเคอร์เรนซีอยู่บนพื้นฐานของความต้องการซื้อ และความต้องการขาย นั่นหมายความว่า อัตราการแลกเปลี่ยนคริปโตเคอร์เรนซีกับสกุลเงินอื่นๆ สามารถแปรผันได้ค่อนข้างกว้าง  สำหรับ “ตลาดคริปโตเคอร์เรนซี” ความนิยมสูงสุดคงหนีไม่พ้นเจ้ากระทิง “บิตคอยน์” ที่มีการเปรียบเป็น “หลุมหลบภัย” ของการลงทุนเช่นเดียวกับ “ทองคำ” ด้วยอ้างว่า “บิตคอยน์” เป็นเครื่องป้องกันที่ดีจาก “เงินเฟ้อ”  การมาของ “บิตคอยน์” กระตุ้นให้ “โทเคนดิจิทัล” อื่นๆ ดีดตัวขึ้นตามไปด้วย เช่น “อีเธอเรียม” (Ethereum) คริปโตเคอร์เรนซีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของโลก หรืออย่าง “มีมคอยน์” (Memecoin) ที่ช่วงนี้น่าจะคุ้นหูกันดีกับชื่อ Dogecoin เหรียญที่สร้างขึ้นมาแบบขำๆ    แล้วมาถึงคำถามที่ว่า “คริปโตเคอร์เรนซี” คือ การลงทุนที่ใช่สำหรับพวกคุณหรือไม่?  ก็ต้องขอย้ำว่า “มือสมัครเล่น” หรือนักลงทุนที่เข้าสู่ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีครั้งแรก ควรก้าวเดินด้วยความระมัดระวัง เพราะเส้นทางนี้ยังมีความไม่แน่นอนสูง และมีการผันผวนรุนแรง ความเสี่ยงยังมีสูงมาก ใครที่วางเงินไว้กับ บิตคอยน์ ช่วงปีที่ผ่านมาอาจได้ผลตอบแทนมหาศาล แต่หลังจากนั้นก็อาจลดลงอย่างคาดไม่ถึงได้เช่นกัน  ฉะนั้น คนที่ชอบความเสี่ยงและหวังเก็งกำไรก็ลองมาเผชิญความท้าทายได้ แต่สำหรับ “มือสมัครเล่น” งบน้อยและอยากเก็บหอมรอมริบเรื่อยๆ “คริปโตเคอร์เรนซี” อาจไม่ใช่สำหรับคุณ  อย่างไรก็ตาม ยังมีคำแนะนำจาก “ที่ปรึกษาการลงทุน” ว่า หาก “พวกคุณ” เป็น “มือสมัครเล่น” ที่เพิ่งจะเริ่มต้น ก็ขอให้ใจเย็นอย่าเพิ่งลงทุนแบบปุ๊บปั๊บ ลองเข้าไปศึกษาตาม “กรุ๊ปคริปโต” อื่นๆ ที่เรียงรายอยู่เต็มโซเชียลมีเดียดูก่อน หรือแม้นแต่เข้ามาศึกษาหาข้อมูลที่ Wikibit แอปที่คอยเสนอข่าวสารวงการคริปโต พร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ได้ทั่วโลก ฟรี! แหล่งรวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพื่อที่จะได้เข้าใจตลาดและเรียนรู้จากประสบการณ์ของคนอื่นๆ ซึ่งสิ่งสำคัญ คือ อย่าพยายาม “ขาย” ตอนที่กำลังเสีย และอย่ากระโจนเข้าไปตอนที่ “จรวดกำลังบิน”

2021-12-06การวิเคราะห์เชิงลึก

ตร. เตือนระวัง "แอปเทรดคริปโตปลอม" ระบาด ชี้คล้ายแชร์ลูกโซ่

พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. และ โฆษก บช.สอท. เปิดเผยถึงกรณีในปัจจุบันมีการลงทุนสกุลเงินดิจิทัล“คริปโต” แพร่หลายมากขึ้นว่า การลงทุนคริปโตเคอร์เรนซีไม่ใช่เรื่องผิดกฎหมาย เพราะเป็นรูปแบบหนึ่งของตลาดการลงทุน แต่เป็นสิ่งที่เหล่ามิจฉาชีพเห็นว่าเป็นแหล่งลงทุน จึงไปตั้งแอปพลิเคชัน หรือออกเหรียญขึ้นมาหลอกๆ เพื่อให้นักลงทุนเอาไปลงทุน และหลอกว่ามีความน่าเชื่อถือ จะให้ผลกำไรที่ค่อนข้างสูง แต่ในความเป็นจริงเมื่อมีคนไปลงทุนแล้วก็หนีหายไป เป็นลักษณะเหมือนแชร์ลูกโซ่  การขายระบบเครือข่าย หรือเป็นการตั้งแอปฯ หลอกดึงข้อมูลส่วนบุคคล และไม่มีการเทรดฯเกิดขึ้นจริงในช่วงที่ผ่านมา บช.สอท. ได้รับแจ้งความถูกหลอกลวงในลักษณะนี้พอสมควร ซึ่งการทำหน้าที่ของ สอท. พบว่าคดีที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงประชาชนส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องการหลอกให้คนไปลงทุน มีการอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนที่สูง ช่วงแรกอาจได้รับผลตอบแทนตามจริง แต่สุดท้ายก็จะปิดแอปฯ หนีไป ทั้งนี้ยืนยันว่า สอท. มีทีมงานพร้อมทำคดีหากมีผู้ถูกหลอกลงทุนเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์ เอาผิดผู้หลอกลงทุนในข้อหาฉ้อโกง,พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ รวมถึงกฎหมายเกี่ยวกับพ.ร.บ.ตลาดหลักทรัพย์  พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวอีกว่า การลงทุนคริปโตเคอร์เรนซี เป็นอีกหนึ่งช่องทางในการลงทุนรูปแบบใหม่ แต่อยากฝากเตือนผู้ที่ลงทุนว่า ขอให้ศึกษาให้ดี หากอยากทราบว่ามีแอปฯใดหรือยี่ห้อใดเป็นการลงทุนที่น่าเชื่อถือ สามารถเข้าตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ของ ก.ล.ต. อีกส่วนเป็นเรื่องการติดตามข่าวสารทั่วไปจะมีบอกว่าแอปฯ ตัวใดสุ่มเสี่ยงกระทำความผิดเราก็อย่าไปตกเป็นเหยื่อ ซึ่งในเรื่องการลงทุนขอให้ตระหนักว่า อัตราการตอบแทนที่สูงเกินไป อาจตั้งข้อสังเกตและใช้ความระมัดระวังเป็นกรณีพิเศษ

2021-12-06การวิเคราะห์เชิงลึก

จับตาดูคดีของเหรียญ Ripple กับ กลต.

ทั้ง Ripple Labs INC และ ก.ล.ต ของสหรัฐอเมริกามีเวลา 3 วันในการให้ข้อโต้แย้งเพิ่มเติมเพื่อเสริมรูปคดีของพวกเขา นักเทรด XRP ควรจับตาดูรูปคดีในอีก 3 วัน โดยอ้างอิงจากไฟล์สแกนเอกสารที่อัยการ Filan เสนอต่อผู้พิพากษา Sarah Netburn ของสหรัฐอเมริกา ได้มีการออกคำสั่งให้ Ripple Labs Inc และ ก.ล.ต. ยื่นเอกสารข้อโต้แย้งพร้อมกัน   โดยเดดไลน์นั้นก็คือวันที่ 8 ธันวาคม 2021 เอกสารใหม่ของทาง Ripple นั้นจะถูกยื่นเพื่อใช้ส่งเสริมข้อโต้แย้งของพวกเขา ด้านผู้ติดตามของนาย Filan มั่นใจว่าการให้ข้อมูลใหม่ในชั้นศาลในครั้งนี้จะส่งผลทำให้ Ripple ชิงความได้เปรียบขึ้นมาเล็กน้อย “การเปลี่ยนแปลงกฎหมายเล็กน้อยเอื้อประโยชน์ให้ ก.ล.ต” ในเวลาเดียวกันทนายความ Jeremy Hogan เปิดเผยว่าเอกสารพิเศษที่เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงกฎหมายนี้ ถือเป็นการเอื้อให้ ก.ล.ต สหรัฐฯได้ประโยชน์   อย่างไรก็ตามนักวิจารณ์ควรรอการเปิดตัวเอกสารข้อโต้แย้งใหม่นี้ก่อนด่วนสรุป ในขณะเดียวกันนาย Hogan ได้เปรียบเทียบคำสั่งศาลว่าไม่ต่างจากพฤติกรรมของ “พ่อ” ที่ชอบเปลี่ยนเวลานอนลูก คดีการฟ้องร้องของ ก.ล.ต. สหรัฐฯ นี้กินเวลายืดเยื้อมาจะครบ 1 ปีแล้ว โดยหากย้อนไปเมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคม 2020 ที่ผ่านมา ช่วงนั้นเป็นช่วงที่ทาง Ripple เริ่มต่อสู้คดีในเรื่อง XRP กับทางผู้ออกกฎหมายดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตาม CEO ของ Ripple ก็คาดการณ์ว่าคดีนี้อาจจบลงได้ในช่วงปีหน้า แต่ก็ต้องรอดูกันต่อไป

2021-12-06การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
7779
...
142