ซื้อสินค้าด้วยคริปโต คนซื้ออาจต้องเสียภาษีเอง?

หลายเดือนมานี้ เรามักเห็นแบรนด์ต่าง ๆ ออกมาประกาศรับชำระสินค้าด้วย ‘คริปโต’ ดูเหมือนจะเป็นอะไรที่น่าตื่นเต้น แต่หลายคนอาจลืมไปว่าซื้อขายสินค้า ก็ต้องมีเรื่องของภาษีมาเกี่ยวข้อง แล้วในสมการนี้ภาษีจะจัดการยังไง ใครเป็นคนจ่าย?  ดร.ยุทธนา ศรีสวัสดิ์ เจ้าของ iTAX ซึ่งเป็นแอปช่วยคำนวณและวางแผนภาษี ได้ออกมาตั้งข้อสังเกต และให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับกฎหมายภาษีคริปโตนี้ โดยสรุปได้ว่า  1. โดยปกติ กฎหมายภาษีไทยกำหนดให้สิ่งที่ทำให้เรารวยขึ้นจะต้องเสียภาษีเงินได้ ซึ่งเราเรียกสิ่งที่ทำให้เรารวยขึ้นว่า “เงินได้” ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่แค่เงิน แต่หมายความรวมถึงทรัพย์สิน และสิทธิประโยชน์ที่ตีมูลค่าเป็นตัวเงินได้ด้วย  2. คริปโตไม่ใช่เงินตามกฎหมายไทยแน่นอน แต่เป็น “ทรัพย์สินไม่มีรูปร่าง” ที่มีมูลค่าและถือครองเป็นเจ้าของได้  3. ถ้าเราซื้อ bitcoin มา 1 BTC ในราคา 1 ล้านบาท แล้วราคาตลาดขึ้นเป็น 1.5 ล้านบาท เลยทิ้งขายเป็นเงินสดได้ ได้กำไร 5 แสนบาท กำไรส่วนนี้จะเป็น “เงินได้” ที่คนขายต้องนำไปเสียภาษีเงินได้ของตัวเอง แต่ตราบเท่าที่เรายังไม่ขาย bitcoin ที่ซื้อมาด้วยต้นทุน 1 ล้านบาทนั้น ต่อให้มูลค่า bitcoin พุ่งขึ้นไปเป็น 2 ล้านบาท ในทางกฎหมายภาษีจะยังไม่นับว่าเรามีรายได้ เพราะยังไม่เกิดการขายขึ้น ถ้า HODL ต่อไปก็ยังไม่ต้องเสียภาษี  4. ถ้าสมมติแบบเดิมว่า เราซื้อ bitcoin มา 1 BTC ในราคา 1 ล้านบาท แล้วราคาตลาดขึ้นเป็น 1.5 ล้านบาท แต่คราวนี้แทนที่จะขายเป็นเงินสด เราเลือกเอา 1 BTC ไปแลกนาฬิกา Rolex 1 เรือน ราคา 1.5 ล้านบาท ธุรกรรมแบบนี้ ทางกรมสรรพากรยังไม่เคยมี guideline ออกมา แต่ถ้าให้เทียบเคียงกับหลักกฎหมายไทย คงจะพอตอบได้ว่าเกิดการแลกเปลี่ยนขึ้น และ “คนซื้อ” มีเงินได้ที่ต้อง ‘เสียภาษี’ ของตัวเองจากการซื้อนาฬิกา Rolex ครั้งนี้ด้วย  เมื่อเราซื้อ bitcoin ในราคา 1 ล้านบาท แต่กลับสามารถนำไปแลกของที่มีมูลค่า 1.5 ล้านบาทได้ นั่นหมายความว่า เจ้าของ bitcoin จะมี “กำไร” 5 แสนบาท จากการเอาของที่ตัวเองเก็บมาในราคา 1 ล้านบาท ไปแลกของที่มีมูลค่า 1.5 ล้านบาทได้สำเร็จ ทำให้ตอนจบ “คนซื้อ” เลยกลายเป็นคนที่มีรายได้ไปด้วยโดยที่ตัวเองอาจไม่รู้ตัว  ทั้งนี้ นี่ก็เป็นข้อสังเกตจาก ดร.ยุทธนา เท่านั้น ส่วนประเด็นที่ว่าจะคำนวณยังไงว่ามีกำไร? ใช้ต้นทุนราคาที่ซื้อครั้งไหน? จะรู้ได้ไงว่าซื้อขายกันจริง? ก็ต้องรอรายละเอียดจา  กจากกรมสรรพากรต่อไป  ถ้าได้ข้อมูลเพิ่มเติม WikiBit จะรีบมารายงานทุกความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นเลย คุณสามารถติดตามข่าวสารที่สดใหม่ รวดเร็ว ถึงใจ พร้อมบทความเกร็ดความรู้ในโลกคริปโตแบบนี้ ได้ที่ “WikiBit” แอปนำเสนอข่าวสารวงการคริปโต พร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพียงแค่กดค้นหา ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบจัดเต็ม ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!  (ของคุณข้อมูลจาก: Mickey Yutthana Srisavat)

2021-12-03การวิเคราะห์เชิงลึก

พบเครื่องขุดบิทคอยน์ถูกไฟใหม้จำนวนมาก⁣ ที่จังหวัดเชียงใหม่

วันที่ 3 ธ.ค.64 ผู้สื่อข่าวรยางานว่า ช่วงเที่ยงที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ดับเพลิงงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลนครเชียงใหม่เข้าควบคุมเหตุเพลิงไหม้บริเวณอาคารเลขที่ 359 ถนนมหิดล ตำบลหนองหอย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ที่เกิดเหตุเป็นอาคาร 3 ชั้น โดยเพลิงได้ลุกไหม้บริเวณชั้นที่ 3 ของตัวอาคาร ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ระดมรถดับเพลิงช่วยกันดับ โดยใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง จึงจะสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้  จากการสอบถามผู้ดูแลอาคาร เล่าว่า อาคารหลังดังกล่าวเปิดให้บริษัทแห่งหนึ่งได้เช่า โดยผู้เช่าก็ได้เช่าอยู่ประมาณ 2 อาทิตย์ ซึ่งได้มีการตั้งเครื่องอุปกรณ์อิเล็กโทรนิกส์เอาไว้จำนวนมาก โดยก่อนเกิดเหตุได้มีคนได้ยินเสียงคล้ายระเบิด ก่อนจะมีกลุ่มควันเป็นจำนวนมากลอยออกจากอาคาร ผู้เห็นเหตุการณ์จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาให้การช่วยเหลือ  ภายหลังจากเหตุการณ์สงบ ทางเจ้าหน้าที่ได้เข้าไปตรวจสอบบริเวณด้านในอาคาร พบว่า อุปกรณ์ที่ถูกไฟไหม้เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ประเภทคอมพิวเตอร์ ใช้ในการขุด บิทคอยน์ วางเรียงกันประมาณ 70 เครื่อง คาดว่าต้นเพลิงน่าจะมาจากบริเวณสายไฟ ก่อนจะมีการลุกลาม  ภายหลังจากเกิดเหตุ ทางพนักงานสอบสวนได้กันพื้นที่เกิดเหตุเอาไว้ ก่อนที่จะประสานตำรวจพิสูจน์หลักฐานเข้ามาตรวจสอบหาสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้งหนึ่ง ส่วนมูลค่าความเสียหายประเมินแล้วไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท

2021-12-03การวิเคราะห์เชิงลึก

แพลตฟอร์ม Defi ชื่อ MonoX โดนแฮกสูญเงินกว่า 31 ล้านดอลลาร์

ในสัปดาห์นี้แพลตฟอร์ม Defi จำนวนมากได้ถูกแฮกและได้สูญเสียเงินรวมกันเป็นมูลค่ากว่า 150 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นล่าสุดถูกพบเห็นในโปรเจกต์ Defi ชื่อดังอย่าง MonoX และ BadgerDAO แพลตฟอร์มเว็บเทรดกระจายอำนาจ MonoX (MONO) ได้ถูกโจมตีเมื่อวันที่ 30 พ.ย. ส่งผลให้สูญเงินไปกว่า 31 ล้านดอลลาร์ และในช่วงเวลาต่อมาเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม BadgerDAO (BADGER) ก็ถูกโจมตีแบบ front-end  โดยมีการประเมินความเสียหายอยู่ที่มากกว่า 120 ล้านดอลลาร์ สื่อข่าว Rekt News รายงานว่า แฮกเกอร์ได้ผลักดันราคาให้กับ MONO ผ่านทางช่องโหว่สัญญา Smart contract จากนั้นจึงใช้ MONO เพื่อทำการ Swap เป็นไปสินทรัพย์อื่น ๆ บนโปรโตคอล ในแถลงการณ์ที่เผยแพร่ล่าสุดเมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ทีมงาน MonoX ได้ออกมาสรุปความเสียหายจากการถูกโจมตีอยู่ที่ประมาณ 31 ล้านดอลลาร์ พร้อมกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า : มันเป็นวันที่แสนเลวร้าย ช่องโหว่ในสัญญา Smart contract ได้ถูกใช้เพื่อหาผลประโยชน์และผู้คนต่างก็สูญเสียเงินทุน  มีผู้สนับสนุนมากมายที่เชื่อมั่นในโครงการของเรา และเราก็ทำให้พวกเขาผิดหวัง“ การแฮกแพลตฟอร์มของ MonoX นั้นดูเหมือนว่าจะเกิดขึ้น หลังจากที่ทางโปรเจกต์เพิ่งได้ลิสต์เหรียญ MONO ขึ้นบนกระดานแลกเปลี่ยนของ Huobi ได้เพียงแค่ 5 วัน และต่อมาการแฮกแพลตฟอร์ม Defi ยังได้ถูกพบเห็นบน BadgerDAO ด้วย ซึ่งเป็นโปรโตคอลที่มุ่งเน้นการให้ผลตอบแทนเป็น bitcoin BadgerDAO ได้รับรายงานการถอนเงินของผู้ใช้รายหนึ่งโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะที่วิศวกรของ Badger กำลังเร่งตรวจสอบเรื่องนี้ ซึ่งในระหว่างโปรโตคอลจะทำปิดการสัญญา smart contract ทั้งหมดไว้ชั่วคราวเพื่อป้องกันการถอนเงินเพิ่มเติม” BadgerDAO กล่าวบนทวีตในช่วงเมื่อวาน

2021-12-03การวิเคราะห์เชิงลึก

Cardano (ADA) ประสบความสำเร็จไปอีกขั้น

(ADA) ประสบความสำเร็จไปอีกขั้น เนื่องจากเครือข่ายมียอดการทำธุรกรรมเฉลี่ยต่อวันพุ่งทะลุ 20 ล้านรายการเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน โดยไม่มีการหยุดทำงานเลยแม้แต่วันเดียว ในช่วงเวลาที่เครือข่ายบล็อคเชนคู่แข่งล่มในหลาย ๆ โอกาส และตัวอย่างที่เห็นล่าสุดก็คือ Solana ซึ่งได้ออฟไลน์ไปนานเกือบ 24 ชั่วโมง เหตุการณ์สำคัญนี้ถูกค้นพบเห็นครั้งแรกโดยผู้ใช้บน Reddit ที่ได้สังเกตเห็นว่า เครือข่ายของ Cardano ไม่ได้หยุดการทำงานเป็นเวลานานกว่า 1,500 วันนับตั้งแต่เปิดตัว  ตามที่ CryptoGlobe รายงาน ข้อมูลข้างต้นแสดงให้เห็นว่าจำนวนที่อยู่ Address ที่มีการใช้งาน เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้เพิ่มขึ้นจากประมาณ 150,000 Address ต่อวันเป็นมากกว่า 480,000 Address ก่อนที่จะลดลงเหลือ 200,000 Address ในช่วงเวลาต่อมา ในทำนองเดียวกัน จำนวน Address ที่มีการ Staking บนเครือข่ายได้เพิ่มขึ้นกว่า 100,000 Address ในช่วงเวลาเพียงแค่ 2 เดือน เนื่องจากนักลงทุนจำนวนมากกำลังเดิมพันในสกุลเงินดิจิทัลและระบบนิเวศของมัน ข้อมูลดังกล่าวนี้ยังแสดงให้เห็นด้วยว่ามี ADA มูลค่า ประมาณ 37,670 ล้านดอลลาร์ที่มีการใช้งานอยู่ในพูลมากกว่า 2,957 พูล  ซึ่งคิดเป็น 72% ของอุปทานเหรียญทั้งหมด เมื่อช่วงต้นปีนี้ ราคาของ ADA ได้ปรับตัวพุ่งสูงขึ้นต้อนรับการเปิดตัว Hardfork Alonzo ซึ่งเป็นการนำสัญญา Smart contract มาปรับใช้บนเครือข่ายและช่วยให้สามารถแข่งขันได้กับเชนอื่น ๆ เช่น Binance Smart Chain (BSC), Ethereum (ETH) และ Solana (SOL) อย่างไรก็ตามราคาของ ADA ดูเหมือนเริ่มร่วงลดลงท่ามกลางการปรับฐานของตลาด และถึงแม้ว่าเหรียญคริปโตบางส่วนจะเริ่มมีการฟื้นตัวกลับมาบ้างแล้ว แต่ข้อมูลจาก CryptoCompare แสดงให้เห็นว่าราคาของ ADA ยังลดลงอย่างต่อเนื่องและในขณะนี้มีการซื้อขายกันอยู่ที่ระดับ $1.67

2021-12-03การวิเคราะห์เชิงลึก

กูรู [เจ้าของ Bitkub-ลูกชายลุงโฉลก] เตือน! เงินเฟ้อครั้งใหญ่กำลังจะมา!

ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำครั้งใหญ่หลัง COVID-19 ส่งผลให้โลกมีความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง โดยเฉพาะในโลกการเงินที่ปั่นป่วนจนน่าหนักใจ โลกกำลังจะเจอภาวะเงินเฟ้อครั้งใหญ่หรือไม่ อนาคตการเงินจะเป็นอย่างไร มาดูคำตอบจาก 2 กูรูแห่งการเงินแห่งยุค “จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา” ผู้ก่อตั้ง Bitkub.com และ “พิริยะ สัมพันธารักษ์” Managing Director จาก Chaloke Dot Com  ท๊อป จิรายุส เล่าว่า “ตอนนี้เรากำลังใช้ระบบ Fiat currency ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่มี Intensive Value หรือไม่มีมูลค่าที่แท้จริง ถ้าดูที่ธนบัตรดอลลาร์ จะเห็นเลยว่ามันเขียนว่านี่ไม่ใช่เงิน แต่เป็นธนบัตรที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ที่ไปแลกคืนกับรัฐเมื่อไหร่ก็ได้ แปลว่าหลังจากปี 1971 (ปีที่เริ่มให้ Fiat currency) เราใช้คูปองมาตั้งนานแล้ว เงินมันกลายเป็นสิ่งแลกเปลี่ยนเท่านั้น”  “หลังจาก 1971 ถ้าเราดูกราฟเศรษฐกิจ จะเห็นว่ามันเกิดการระเบิด ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือการเงินต่าง ๆ แต่ขณะเดียวกัน รายได้ของคนกลับไม่เพิ่มขึ้นตาม สิ่งที่เกิดขึ้นคือ (เหมือนปี 1929) ที่เกิดการพิมพ์เงินมหาศาลโดยไม่จำกัด คนที่อยู่ใกล้เงินก็ได้ประโยชน์ก่อน ส่งผลให้ราคาสินค้าในตลาดสูงขึ้น ของราคาแพงขึ้น ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคมที่สูงขึ้น เกิดการแบ่งชนชั้นที่ชัดเจน เกิดแรงงานทาสโดยไม่รู้ตัว” คุณพิริยะกล่าว  มาถึงปัญหาในยุคนี้ หลังโควิด-19 มันเป็นปัญหาที่มาจากชีวภาพ จากโรคที่ทำให้คนป่วย ไม่ใช่โครงสร้างพื้นฐาน รัฐจึงประกาศ Shutdown บริษัทขาดทุนโดยไม่ได้ตั้งตัว ทำให้คนมากมายตกงาน ตรงนี้อยู่ที่รัฐบาลจะตัดสินใจแก้ปัญหายังไง  เศรษฐกิจเราเหมือนเปลือกไข่บาง ๆ เนื่องจากการออมมันไม่มี คนไม่สามารถอยู่ได้โดยไม่มีรายได้ คนต้องการกระแสเงินสด การ Shutdown การปิดห้างร้านส่งผลต่อเศรษฐกิจมากมายขณะนี้ เงินเก็บก็หดหาย ตอนนี้เราต้องสงสัยแล้วนะว่าระบบเงินที่เราใช้มาเป็นร้อยปีเนี่ย มันมีความผิดพลาดอะไรรึเปล่า จึงทำให้คนจะอดตายทั้งโลก ปัญหาเหล่านี้แหละทำให้เกิดการมาของ ‘บิทคอยน์’  เงินเฟ้อเป็นปัญหาที่ใกล้ตัวเข้ามาเรื่อย ๆ ทำให้ตัวเราเองก็ต้องพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ ทาง WikiBit ยืนยันเลยว่าจะรีบรายงานทุกความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นเลย คุณสามารถติดตามข่าวสารที่สดใหม่ รวดเร็ว ถึงใจ พร้อมบทความเกร็ดความรู้ในโลกคริปโตแบบนี้ ได้ที่ “WikiBit” แอปนำเสนอข่าวสารวงการคริปโต พร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพียงแค่กดค้นหา ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบจัดเต็ม ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!  (ของคุณข้อมูลจาก: beartai แบไต๋)

2021-12-02การวิเคราะห์เชิงลึก

ก.ล.ต. ลุยสอบ 3 เหรียญ ‘KUB-JFIN-SIX ห้ามปั่นราคา!

ช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ราคาเหรียญคริปโตเคอร์เรนซีสัญชาติไทยอย่างน้อย 3 เหรียญคือ Bitkub Coin (KUB), JFIN Coin (JFIN) และ Six Coin (SIX) มีการเคลื่อนไหวที่ร้อนแรงผิดปกติ โดยคนในแวดวงการลงทุนต่างมีความเห็นไปในทางเดียวกันว่าน่าจะมีผู้ที่พยายาม ‘ปั่น’ ราคาเหรียญขึ้นไปแล้ว ‘ทุบ’ ลงมา ทำให้ผู้ลงทุนที่กลัวตกรถ หรือ FOMO (Fear of Missing Out) ซึ่งเข้าไปลงทุนในช่วงปลายขาขึ้น ได้รับบาดเจ็บอย่างหนักจากการที่ราคาเหรียญถูกทุบลงมา  การที่ราคาเหรียญทั้ง 3 ซึ่งซื้อขายอยู่บนแพลตฟอร์มของ บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด หรือ Bitkub ซึ่งเป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตจากทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) นั้น ทำให้เกิดคำถามจากนักลงทุนบางส่วนในแวดวงตลาดคริปโตเคอร์เรนซีว่า ก.ล.ต. ได้เข้าไปตรวจสอบการซื้อขายและสามารถเอาผิดกับผู้ที่พยายาม ‘ปั่น’ เหรียญเหล่านี้ได้หรือไม่  ทีมข่าว THE STANDARD ได้สอบถามเรื่องนี้ไปยัง รื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งเธอให้คำตอบว่า พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 หรือ พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัล ได้นำเอาบทบัญญัติการกระทำอันไม่เป็นธรรมจากพระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 หรือ พระราชบัญญัติหลักทรัพย์ มาใช้ ดังนั้น ก.ล.ต. ได้ติดตามและตรวจสอบตามขั้นตอนว่ามีการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกิดขึ้นหรือไม่ โดยที่ผ่านมา ก.ล.ต. ได้ติดตามและพบว่าราคาของ 3 เหรียญ (KUB, JFIN, SIX) มีความผันผวนอย่างมากในช่วงเวลาสั้นๆ  ทั้งนี้กฎหมายกำหนดให้ผู้ที่ได้รับใบอนุญาตเป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลมีหน้าที่ตรวจสอบการซื้อขายทำนองเดียวกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และเป็น Front Line Regulator มีหน้าที่ให้คำเตือนกับผู้ซื้อขาย หากมีราคาผันผวนสูงตามระดับที่ศูนย์กำหนดใน Listing และศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลมีหน้าที่ต้องรายงานผลการตรวจสอบให้ ก.ล.ต. โดยปกติแล้ว ก.ล.ต. มีอำนาจในการตรวจสอบการซื้อขายและการทำหน้าที่ของศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล  ส่วนคำถามที่ว่า หากตรวจพบว่ามีผู้ที่กระทำผิดโดยปั่นหรือบิดเบือนราคา ก.ล.ต. สามารถดำเนินการเอาผิดได้หรือไม่นั้น รื่นวดีกล่าวว่า ด้วย พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัล ได้เอาบทบัญญัติการกระทำอันไม่เป็นธรรมจาก พ.ร.บ. หลักทรัพย์ มาใช้ จึงมีบทบัญญัติเรื่องการปั่นหุ้น การใช้ข้อมูลภายใน การให้ข้อเท็จจริงที่ไม่ถูกต้อง หากมีการกระทำในกรณีดังกล่าวกับสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทที่กำหนด จะเข้าข่ายเป็นการกระทำผิดกฎหมาย ซึ่ง ก.ล.ต. จะดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังในการซื้อขายหรือให้ข้อมูลดังกล่าว  นอกจากนี้ รื่นวดี กล่าวด้วยว่า ก.ล.ต. ขอแนะนำให้ประชาชนระมัดระวังในการลงทุน ตามที่ ก.ล.ต. ได้ให้คำเตือนมาตลอด โดยก่อนลงทุนควรปฏิบัติ ดังนี้  1. ศึกษาข้อมูลให้เข้าใจลักษณะความเสี่ยงและผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัล และอย่าหลงเชื่อคำโฆษณา ที่ชักชวนลงทุนโดยอ้างว่าจะได้ผลตอบแทนสูง  2. สำรวจว่าตนเองสามารถรับความผวนสูงได้ เพราะสินทรัพย์ดิจิทัลมีความผันผวนสูง ประเมินมูลค่าได้ยาก และอาจเป็นเพียงการลงทุนเพื่อเก็งกำไร  3. ประเมินตนเองว่าสามารถยอมรับการสูญเสียของเงินลงทุนได้มากน้อยแค่ไหน  4. หากไม่เคยลงทุนในหลักทรัพย์มาก่อน ควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ  5. ควรลงทุนในสัดส่วนที่เหมาะสม โดยไม่เป็นภาระต่อตนเองและครอบครัว เพราะมีโอกาสสูญเสียเงินลงทุนทั้งก้อน  6. หมั่นติดตามบัญชีลงทุนอยู่เสมอ

2021-12-02การวิเคราะห์เชิงลึก

คัตโตะเตือน ระวังหมดตัวเพราะเล่นเกมคริปโต!!

หนุ่มคัตโตะ ลิปตา นักร้องชื่อดังที่ปี 2021 ได้พ่วงตำแหน่งเจ้าพ่อคริปโตไทยไปอีกคน ได้ออกมาเผยว่าช่วงนี้แฟน ๆ ตื่นเต้นกับเกมคริปโตกันเยอะ หลังไมค์มารัว ๆ ว่ามันทำเงินได้เป็นแสนเป็นล้านอย่างที่พูดกันรึป่าว งานนี้จึงมาตอบคำถามจากประสบการณ์แบบตรง ๆ ไม่จกตา แถมเตือนสติไปอีกหนึ่งว่าเล่นมั่ว ๆ ไม่ดูให้ดี มีหมดตัวแน่!  เมื่อคืนนี้ เพจ ‘ไม่มีmoon หมาไม่ซื้อ’ ของหนุ่มคัตโต๊ะได้โพสต์คำตอบที่แฟน ๆ ถามมานี้ ซึ่งอ่านแล้วกระจ่างเลย เราขออนุญาตสรุปมาให้เพื่อน ๆ ดูกันนะ   1. เกมคริปโตทำเงินล้านได้จริงไหม?  ได้และไม่ได้: เกมที่แฟน ๆ ถามถึงส่วนมากเป็นแบบ ‘click2earn’ (คือเกมที่ไม่ได้เล่น ไม่ได้แข่งขันอะไร เข้าไปกด ๆ แล้วก็ได้ตังค์ อาศัยดวงมากกว่า) ที่ผ่านมาเคยมี click2earn ระดับตำนานหลายเกมที่ทำให้หลายคนรวยจนเปลี่ยนชีวิตไปแล้ว แต่หลายคนก็ขาดทุนย่อยยับ ทุกเกมมันมีรอบวัฏจักรของมัน พอถึงจุดนึงที่เงินคนเข้าใหม่น้อยลง หรือโดนวาฬทุบรัว ๆ มันก็แตกไปตาม ๆ กันหมด และถึงทุกวันนี้หลายเกมก็ไม่ได้ฟื้นกลับมาที่เดิม   2. การมาของระบบ Oracle จะทำให้เกมไม่แตกจริงเหรอ?  ช่วยได้ส่วนหนึ่ง แต่ไม่ทั้งหมด: ระบบ Oracle price คือระบบที่คนที่เริ่มเล่นเกมก่อน กับคนที่เข้ามาทีหลัง ‘ก็ยังใช้เงินในการลงทุนเท่ากัน’ ทำให้ไม่ต้องกังวลว่า เข้าทีหลังจะน่ากลัว เพราะราคา moon ไปเยอะแล้ว  ระบบ oracle เวลาที่เหรียญเป็นขาขึ้น ระบบก็ปล่อยเหรียญออกมาน้อยลง เพื่อตรึงให้ผู้เล่นมีรายได้เท่าเดิม แต่เวลาที่เหรียญเป็นขาลง ระบบจะต้องผลิตเหรียญมากขึ้นเพื่อตรึงให้รายได้เท่าเดิม พอภาพเป็นแบบนี้ระบบมันจะค่อย ๆ เดินไปถึงจุดนึงที่ทำให้เหรียญรางวัลในระบบเริ่มขาดแคลน นำไปสู่ความเสี่ยงในการ “แตก” ในที่สุด   3. จะเลือกเกม click2earn ต้องดูอะไรบ้าง  1. ดูที่ระบบของเกม ระบบเศรษฐกิจภายในเกม (Tokenomic) และ ecosystem ของเกมว่าเป็นยังไง ตอนนี้พัฒนาถึงเฟสไหน แล้วในอนาคตมีอะไรน่าสนใจรึเปล่า? เพราะถ้าเราอยากเข้าไปลงทุนในเกมส์ซักเกมนึง ก็คงอยากขึ้นรถขาไป ไม่ใช่ขึ้นรถขากลับ  2. หาข้อมูลเกี่ยวกับทีมพัฒนาเกมส์ ดูความน่าเชื่อถือ [สำคัญมาก เพราะถ้าเกมปิดไป เราเอาเงินออกมาไม่ได้นะ] หลัก ๆ คือเช็ค Whitepaper ก่อนเลย ดูว่า partner เป็นใคร ดู launchpad ที่ทีมใช้ระดมทุน หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ  [ซึ่งข้อมูลเหล่านี้คุณก็สามารถตรวจสอบได้ง่าย ๆ เพียงแค่เอาชื่อไปค้นหาในแอป WikiBit แอปของเราพร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!]  คัตโต๊ะปิดท้ายโพสต์นี้ด้วยการเตือนสติแฟน ๆ แบบแรง ๆ ว่า “เวลาเห็นคนอื่นเค้ากล้าเล่นอะไรเสี่ยง ๆ รวยไว ๆ แล้วอยากเล่นตาม ก็ไม่แปลกหรอกครับ จะมีใครไม่อยากรวย แค่ต้องอย่าลืมว่า บางคนเค้าเล่นมาตั้งแต่ต้นน้ำ หรือบางคนอาจเข้ากลางน้ำ ปลายน้ำ แต่พอร์ทเค้าใหญ่ เอาเศษเงินหลังตู้เย็นมาเล่น สมมติขาดทุนไปเค้าก็ไม่ได้เดือดร้อน อยากให้เพื่อนมือใหม่เรียนรู้ในโลกคริปโตไปด้วยกันนาน ๆ ไม่ต้องรีบรวยไวไป เดี๋ยวจะไม่มีไรทำจนซึมเศร้าเอา” ยังไงก็ต้องมีสตินะทุกคน!!!  ขอบคุณข้อมูลจากเพจ: ไม่มีmoon หมาไม่ซื้อ

2021-12-02การวิเคราะห์เชิงลึก

แบงค์ชาติไทยย้ำไม่สนับสนุนสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้ชำระสินค้า เพราะผันผวนเกินไป

ตามประกาศจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ฉบับที่ 90/2564 เรื่อง ธปท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหารือแนวทางการกำกับการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลในการชำระค่าสินค้าและบริการ นางสาวสิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายระบบการชำระเงินและเทคโนโลยีทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท. ได้ติดตามการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้ในรูปแบบต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง  ทั้งเพื่อการลงทุนและการพัฒนานวัตกรรมการให้บริการทางการเงิน รวมถึงการนำสินทรัพย์ดิจิทัลไปใช้ในรูปแบบที่เป็นสื่อกลางในการชำระค่าสินค้าและบริการที่คาดว่าจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ที่ผ่านมา ธปท. ได้มีการแจ้งเตือนเป็นระยะ และขอย้ำว่า ธปท. ไม่สนับสนุนการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้ชำระค่าสินค้าและบริการ เนื่องจากราคาสินทรัพย์ดิจิทัลมีความผันผวนสูง อีกทั้งยังมีความเสี่ยงจากการถูกโจรกรรมทางไซเบอร์ ความเสี่ยงข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล หรือการถูกใช้เป็นเครื่องมือของการฟอกเงิน ที่จะส่งผลต่อร้านค้า ผู้ประกอบธุรกิจ รวมถึงประชาชนผู้ใช้บริการให้ได้รับความเสียหาย ในระยะต่อไป  หากมีการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้ชำระค่าสินค้าและบริการในวงกว้างอย่างแพร่หลาย โดยความเสี่ยงข้างต้นอาจส่งผลต่อเสถียรภาพของระบบการชำระเงิน เสถียรภาพระบบการเงินของประเทศ และความเสียหายแก่สาธารณชนทั่วไปได้ ซึ่งเป็นมุมมองที่สอดคล้องกับผู้กำกับดูแลในหลายประเทศ เช่น อังกฤษ สหภาพยุโรป เกาหลีใต้ และมาเลเซีย โดยที่ผ่านมา มีบางประเทศจำกัดการใช้สินทรัพย์ดิจิทัลในขอบเขตเพื่อการลงทุนเป็นหลัก เช่น อินโดนีเซีย และเวียดนาม ขณะที่หลายประเทศอยู่ระหว่างการพิจารณาการกำกับดูแลที่เหมาะสม  ปัจจุบัน ธปท. ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำลังพิจารณารูปแบบการกำกับดูแลการให้บริการรับชำระค่าสินค้าและบริการด้วยสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อจำกัดความเสี่ยงข้างต้น โดยจะยังให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีมาพัฒนานวัตกรรมทางการเงิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยของระบบการชำระเงิน รวมถึงการรักษาเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจการเงินโดยรวม โดยเนื้อความดังกล่าวสามารถสรุปได้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยไม่สนับสนุนให้นำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้ชำระค่าสินค้าและบริการเนื่องจากเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง และเสี่ยงต่อการถูกโจรกรรม รวมถึงขาดความปลอดภัยในการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลและฟอกเงิน

2021-12-02การวิเคราะห์เชิงลึก

ททท.หวังหารายได้เข้าไทยจากกลุ่มเศรษฐีคริปโต

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ผนึกกำลังร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลสกุลเงินดิจิทัลของประเทศ เพื่อสนับสนุน และ ส่งเสริมให้เกิดการนำตัวเหรียญดิจิทัลไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวมากขึ้น หวังดึงเศรษฐีคริปโตเข้าประเทศ เพื่อชดเชยรายได้ที่หายไปกว่า 80 พันล้านดอลลาร์สหรัฐจากการเกิดโรคระบาด COVID-19  ผู้ว่าฯททท.ผุดไอเดียเศรษฐีคริปโต  ย้อนกลับไปเมื่อ 2 ปีก่อนประเทศไทยสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวเกือบ 40 ล้านรายที่สร้างรายได้ให้กับประเทศได้มากถึง 6 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2019 แต่ทว่าโรคติดต่อร้ายแรงได้แพร่ระบาดไปทั่วทุกพื้นที่ ทำให้ทางรัฐบาลจำเป็นต้องสั่งปิดประเทศมากกว่า 1 ปี ก่อนที่จะกลับมาเปิดประเทศอีกครั้งเมื่อไม่นานมานี้  นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเล็งเห็นถึงผลกระทบร้ายแรงที่เกิดขึ้น จึงได้พยายามร่วมมือกับภาคเอกชนหลายแห่งเพื่อมองหาแนวทางที่จะมาชดเชยรายได้กว่า 80% ที่หายไปในช่วงปิดประเทศให้ได้ภายในปี 2023 ซึ่งททท.พยายามหาแนวทางในการช่วยโปรโมตประเทศด้วยวิธีต่าง ๆ เช่น การโปรโมตประเทศผ่านดาราฮอลลีวู้ดชื่อดังอย่าง รัสเซล โครว์ ที่โพสต์ทวิตเตอร์บรรยายถึงความประทับใจที่มีต่อประเทศไทยจนเกิดเป็นกระแส และสร้างความสนใจให้กับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกได้อย่างมาก เป็นต้น  แต่ทว่าทางด้านผู้ว่ากลับเล็งเห็นถึงอีกหนทางหนึ่งที่สำคัญ นั่นก็คือการเกาะกระแสนิยมจากตลาดการลงทุนทั่วโลกด้วยการดึงดูกลุ่มนักลงทุนถือคริปโตอย่างทิม คุก ให้เข้ามาใช้สกุลเงินดิจิทัลในไทย  ทำไมต้องเจาะกลุ่มนักลงทุนคริปโต?  นายยุทธศักดิ์ได้ออกมาเผยผ่านการให้สัมภาษณ์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 25 พฤศจิกายนว่า ปัจจุบันมีคนจำนวนมากที่กลายเป็นมหาเศรษฐีจากการถือครองเหรียญดิจิทัล และ กลุ่มคนเหล่านี้ก็ต้องการที่จะใช้คริปโตที่พวกเขาหามาได้ในการซื้อสินค้า และ บริการต่าง ๆ ด้วยเช่นเดียวกัน โดยเขาได้กล่าวเสริมว่า  “หากพวกเขาสามารถใช้สกุลเงินดิจิทัลชำระค่าสินค้า และ บริการในประเทศได้โดยที่ไม่ต้องแลกเปลี่ยนเป็นเงินสด หรือ ต้องเผชิญกับค่าภาษีจากทางรัฐบาล ก็จะช่วยอำนวยความสะดวกให้กับทางเราอย่างมากเลยทีเดียว”  อย่างไรก็ตาม โปรเจกต์ดังกล่าวอาจต้องใช้เวลาในการพัฒนาอีกสักระยะหนึ่งก่อนที่บรรดานักท่องเที่ยวจะสามารถเริ่มใช้สกุลเงินดิจิทัลอย่าง Bitcoin (BTC), Ethereum (ETH) และ เหรียญสกุลอื่น ๆ ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศได้ เนื่องจากประเทศไทยยังไม่ได้ให้การยอมรับว่าสกุลเงินดิจิทัลเป็นสินทรัพย์ที่สามารถใช้ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย  ปัจจุบันการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเตรียมจัดตั้งหน่วยงานใหม่ขึ้นภายในช่วงปีหน้าเพื่อมากำกับดูแลการออกสกุลเงินดิจิทัลของประเทศ, การสร้าง Wallet ดิจิทัล และ การช่วยเสริมสร้างระบบนิเวศรูปแบบใหม่ให้กับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยล่าสุดทางหน่วยงานกำลังอยู่ในระหว่างการเจรจาหารือร่วมกับทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของประเทศ, ธนาคารแห่งประเทศไทย และ บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในประเทศ เพื่อพัฒนา และ หาแนวทางในการนำสกุลเงินดิจิทัลเข้าใช้ในภายภาคหน้า  นอกจากนี้ททท.ยังได้ตั้งเป้าดึงดูดมหาเศรษฐีชาวต่างชาติให้ได้จำนวน 1 ล้านรายภายในช่วงไตรมาสแรกของปี 2022 โดยนายยุทธศักดิ์ก็ได้ออกมาเดิมพันว่าหากการร่วมมือกันในครั้งนี้สำเร็จไปได้ด้วยดีจะส่งผลให้มีกลุ่มเศรษฐีที่ลงทุนคริปโตเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยกว่า 10% อย่างแน่นอน

2021-12-02การวิเคราะห์เชิงลึก

วิธี ‘เทรดยังไงไม่ให้ติดดอย’ by ‘คุณท็อป จิรายุส เจ้าของ bitkub’

วันนี้ WikiBit จะพาไปดูวิธี ‘เทรดคริปโตยังไงไม่ให้ติดดอย’ จากคุณท็อป จิรายุส เจ้าของ Bitkub แพลตฟอร์มเทรดคริปโตอันดับ 1 ของไทย และยังเป็นเจ้าของเหรียญ Bitkub coin ที่กำลังถูกพูดถึงตอนนี้อีกด้วย!  ครั้งนึง คุณท็อปได้ให้สัมภาษณ์กับรายการ ‘ชั่วโมงทำเงินสุดสัปดาห์’ ทางช่อง TNN เพื่ออธิบายเรื่องบิทคอยน์ ให้คนทั่วไปเข้าใจมากขึ้น และช่วงนึงของการสัมภาษณ์ก็ได้แนะนำวิธีเทรดยังไงไม่ให้ติดดอย และเราสรุปมาให้อ่านกันแล้ว!  1. เงินลงทุนต้องเป็นเงินเย็น  ตลาดคริปโตมีความผันผวนมาก การขึ้นลง 20% ต่อวันถือเป็นเรื่องปกติ อะไรขึ้นแรงก็ลงแรง ไม่มีอะไรที่ขึ้นตลอด ตอนนี้ยิ่งตลาดปรับตัวขึ้นมาสูงมาก ๆ ยิ่งต้องระวัง เงินที่เอามาลงทุนนั้นจึงต้องเป็นเงินที่เสี่ยงได้ เราอาจจะต้องรอตลาดมากถึง 4 ปี ก็ได้ ถ้านั่นเป็นเงินร้อนคุณอาจจะรอตลาดไม่ไหว ถ้าไปเจอจุดที่ตลาดการปรับฐาน หรือ Correction คุณอาจจะแย่ ขายทิ้งก็ขาดทุน  2. ห้ามเก็งกำไรเกินตัว  ไม่แนะนำให้ขายบ้าน ขายรถ กู้เงินมาลงทุนคริปโต เพราะมันเป็นตลาดที่มีความเสี่ยง บางคนอาจเห็นว่าเหรียญราคาเพิ่มยิ่งมั่นใจ ยิ่งลงเงิน แต่อย่าลืมคิดถึงวันที่ราคาตกนะ ลองคิดว่าถ้าวันนึงเหรียญราคาลงมา 80% คุณรับไหวมั้ย ชีวิตคุณจะเปลี่ยนไปรึเปล่า ถ้าชีวิตจะพังก็อย่าเกินตัว จำไว้ว่าเงินก้อนนั้น ต้องเป็นเงินที่เอาไปเก็งกำไรแล้ว แม้เหลือ 0 บาทคุณก็จะไม่เดือดร้อน  3. กระจายพอร์ตการลงทุน  ขอแนะนำให้มีการจัดพอร์ตเพื่อกระจายความเสี่ยง ไม่ใช่แค่บิทคอยน์เพียงอย่าเดียว แบ่งบางส่วนไปซื้อหุ้น บางส่วนไปที่ทองคำ บางส่วนไปที่บิทคอยน์ (เน้นว่าบิทคอยน์ควรเป็นเงินเย็น) หรือแบ่งไปสินทรัพย์อื่น ๆ ที่ความเสี่ยงมากน้อยต่างกันด้วย หากอันไหนราคาไปที่พอใจก็อาจจะขายทำกำไรออกมาบ้าง  คำแนะนำของคุณท็อปหลัก ๆ คือเตือนให้นักลงทุนมีสติ อย่าโลภกับตลาดนี้ ยังไงก็นำไปปรับใช้กันได้นะจ๊ะ และที่สำคัญ ลงทุนคริปโตเนี่ย จะซื้อเหรียญอะไรก็อย่าลืมดูให้ดีด้วยนะ ศึกษาข้อมูลเยอะ ๆ ก่อนตัดสินใจ และควรเลือกเทรดบนแพลตฟอร์มมีใบอนุญาตเท่านั้น ไม่งั้นมีหวังหมดตัวแน่!  คุณสามารถติดตามข่าวสารที่สดใหม่ รวดเร็ว ถึงใจ พร้อมบทความเกร็ดความรู้ในโลกคริปโตแบบนี้ ได้ที่ “WikiBit” แอปนำเสนอข่าวสารวงการคริปโต พร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพียงแค่กดค้นหา ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบจัดเต็ม ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!

2021-12-01การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
7981
...
142