สแกนเพื่อดาวน์โหลด
แพลตฟอร์มตรวจสอบ # และยืนยันการกำกับดูแลของตลาดการเงินทั่วโลก

บิตคอยน์ร่วงกว่า6%เคลื่อนไหวที่ 46,000 ดอลล์

การเคลื่อนไหวในแดนลบของราคาบิตคอยน์ช่วงเช้าวันนี้ สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นและตลาดน้ำมันโลกที่พากันปิดตลาดในแดนลบท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนที่มีต่อเศรษฐกิจโลกและอุปสงค์น้ำมัน  ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ ปรับตัวลง 320.04 จุด หรือ 0.89% ปิดที่ 35,650.95 จุด ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 43.05 จุด หรือ 0.91% ปิดที่ 4,668.97 จุด และดัชนีแนสแด็ก ลดลง 217.32 จุด หรือ 1.39% ปิดที่ 15,413.28 จุด  ขณะที่ สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ส่งมอบเดือนม.ค. ซึ่งมีการซื้อขายที่ตลาดไนเม็กซ์ ลดลง 38 เซนต์ ปิดที่ 71.29 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ส่งมอบเดือนก.พ. ลดลง 76 เซนต์ ปิดที่ 74.39 ดอลลาร์/บาร์เรล  นอกจากนี้ มีรายงานข่าวว่าธนาคาร Swissquote ธนาคารออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดของสวิตเซอร์แลนด์วางแผนเปิดตัวแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโตในปี 2565  “เราต้องการเปิดใช้งานการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีสกุลต่างๆ บนแพลตฟอร์มมากขึ้น”โฆษกธนาคารกล่าว  นอกจากนี้ แรงบันดาลใจของ Swissquote ทางด้านคริปโทฯยังรวมถึงการเป็นผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัลชั้นนำของสวิสด้วย โดยจะเพิ่มบริการทางด้านสกุลเงินดิจิทัล นอกเหนือไปจากเหรียญ stablecoins และบริการ staking ซึ่งขณะนี้เป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดสกุลเงินดิจิทัล

2021-12-14การวิเคราะห์เชิงลึก

‘Metakovan’ เศรษฐีบิทคอยน์ในความลับ จ่ายเงินซื้อภาพ NFT ไปด้วยเงิน 2 พันล้านบาท!!

‘Metakovan’ คือเศรษฐีบิทคอยน์ที่ไม่เคยเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง จนกระทั่งชื่อของเขาไปปรากฏในรายชื่อผู้ประมูลภาพศิลปะดิจิทัล NFT ไปด้วยเงินกว่า 2 พันล้านบาท ซึ่งถือเป็น NFT ที่แพงที่สุดในโลกในตอนนี้!  Metakovan (เมตาโคแวน) หรือ Vignesh Sundaresan เป็นชาวอินเดียที่อาศัยอยู่ในสิงคโปร์ เป็นนักเขียนโค้ด ผู้ประกอบการ และนักลงทุนที่โด่งดังจากการลงทุนมหาศาลในการซื้อผลงานศิลปะ NFT จากคอลเลกชันของ ‘Beeple’ ที่มีชื่อว่า Everydays: The First 5000 Days เป็นงานศิลปะที่ศิลปินสร้างไว้ติดต่อกัน 5000 วัน และรวมเข้าด้วยกันเป็นชิ้นเดียว โดยเขากล่าวว่า “บางครั้งสิ่งเหล่านี้ต้องใช้เวลาพอสมควรเพื่อให้ทุกคนรับรู้และตระหนัก ฉันโอเคกับสิ่งนั้น ฉันมีโอกาสได้เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญมากนี้ในการรับรู้ศิลปะมานานหลายศตวรรษ”  มหาเศรษฐีบิทคอยน์คนนี้เริ่มต้นจากศูนย์จริง ๆ เขาไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทองเหมือนคนอื่น ตอนนั้นเขาไม่มีปัญญาซื้อแล็ปท็อปซักเครื่องด้วยซ้ำ จนวันนึงเขาได้มารู้จัก ‘บิทคอยน์’ และเชื่อว่าวันนึงเทคโนโลยีนี้จะยิ่งใหญ่คับโลก เขาจึงใช้เงินเก็บทั้งหมดที่มีไปเริ่มซื้อบิทคอยน์ และอีเธอเรียมเมื่อ 8 ปีที่แล้ว จนถึงวันนี้ ไม่น่าเชื่อว่าบิทคอยน์เปลี่ยนวิศวกรง่อย ๆ คนนี้ให้กลายเป็นมหาเศรษฐีพันล้านไปแล้ว  Metakovan ได้ก่อตั้งบริษัทหลายแห่งที่เกี่ยวข้องกับ cryptocurrency เช่น Coins-E first และ BitAccess ที่มุ่งสร้างอนาคตโลกการเงิน และยังเป็นนักลงทุนใจดีที่ให้ทุนสนับสนุนโครงการใหม่ ๆ ของโลกคริปโต เช่น Ethereum, Polkadot, Dfinity, Flow และ Decentraland  แม้จะรวยล้นฟ้า แต่ไลฟ์สไตล์ชีวิตเขาไม่เหมือนเศรษฐีคนอื่นเลย Metakovan ไม่มีรถซักคัน ไม่มีบ้านซักหลัง ไม่มีหุ้นในบริษัทไหนทั้งนั้น เกือบทุกอย่างในชีวิตเขาอยู่ในคริปโตทั้งหมด! เพราะเขาเชื่อว่าทุกอย่างจะกลายเป็นโลกเสมือน ไม่ว่าเงิน ที่ดิน หรือแม้แต่งานศิลปะก็จะกลายเป็นของเสมือน  Metakovan ได้ตั้งกองทุนที่มีชื่อว่า Metapurse เพื่อสร้างอนุสาวรีขนาดใหญ่ในโลก Metaverse ซึ่งเป็นพื้นที่เสมือนที่มีที่ดินสำหรับจัดแสดงงานศิลปะ เพื่อให้ผู้คนเข้าไปดื่มดำกับศิลปะขนาด 440 ล้านพิกเซล และการใช้เงินไปกับการทำอะไรพวกนี้ไม่ใช่แค่การลงทุน แต่เป็นผลักดัน และสนับสนุนครีเอเตอร์ ศิลปิน นักร้อง นักดนตรี ผู้คนทั่วโลกในทุกเชื้อชาติ ทุกสีผิว เพื่อลดอคติจากการตัดสินภายนอก  หากสนใจเรื่องราวดี ๆ แบบนี้ กลับมาอ่านกันได้ทุกวันที่แอป WikiBit แอปนำเสนอข่าวสารวงการคริปโต พร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพียงแค่กดค้นหา ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบจัดเต็ม ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!

2021-12-13การวิเคราะห์เชิงลึก

เหรียญคริปโตฯ น่าจับตา: Global Social Chain

หากมองในแง่ของการลงทุน ตลาดสกุลเงินดิจิทัลได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ใช่ว่าเป็นผู้ปลดแอกพันธนาการจากรัฐบาล หรือเพราะเป็นตลาดขาขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่มีหลายคนเข้ามาเพื่อหวังทำกำไรในระยะสั้น และออกจากตลาดแห่งนี้ไป ก็พอจะเข้าใจได้อยู่ เพราะหากลงทุน $1 ในปี 2010 ลองคิดดูว่าตอนนี้ ที่บิทคอยน์มีราคาซื้อขายอยู่ที่ $66,000 มูลค่านั้นได้เติบโตขึ้นมาอย่างมากมายมหาศาลขนาดไหน  ในปัจจุบันนั้น สกุลเงินดิจิทัลถือว่ามีอยู่อย่างหลากหลาย และหลายๆ สกุลเงินต้องการเรียกร้องความสนใจด้วยการทำแบรนด์ หรือการตลาดของตัวเองขึ้นมา ผู้บริหารโฆษณา และผู้เชี่ยวชาญยอมรับว่าการสร้างแบรนด์เป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับความสำเร็จที่สำคัญ แบรนด์ช่วยเชื่อมโยงอารมณ์และแรงกระตุ้นภายในของแต่ละคนเข้ากับผลิตภัณฑ์  แบรนด์ที่ประสบความสำเร็จประกอบด้วยปัจจัยพื้นฐาน 9 ประการ ได้แก่ วัตถุประสงค์ วิสัยทัศน์ ค่านิยม ผู้ชมเป้าหมาย การวิเคราะห์ตลาด เป้าหมายการรับรู้ บุคลิกภาพ เสียง และสโลแกน แม้ว่าแบรนด์จะเป็นแค่ชื่อ แต่ชื่อมักจะเป็นสิ่งแรกที่ทุกคนเห็น และสามารถจุดประกายความสนใจในเบื้องต้นได้ เมื่อนำคำแบรนด์ มารวมเข้ากับสกุลเงินดิจิทัล ในสายตาเราตอนนี้ไม่มีสกุลเงินไหนโดดเด่นเท่า Global Social Chain อีกแล้ว   ใครคือ Global Social Chain?  หากคุณได้ยินใครก็ตามที่พูดเกี่ยวกับคริปโตฯ และพูดถึงเหรียญที่มีชื่อว่า “โกลบอล โซเชียล เชน” หรือ “จีเอสซี” บอกได้เลยว่านักลงทุนคนนั้นถือเป็นคนที่ต้องทำการบ้านมาดีอยู่พอสมควร หากถามว่าจีเอสซีคืออะไร พวกเขาได้เขียนนิยามตัวเองเอาไว้ในหน้าเว็บไซต์ว่า  “สินทรัพย์ดิจิทัลและระบบเครือข่ายผ่านแอปฯ ที่เชื่อมต่อกันเป็นโซ่ และมีความน่าเชื่อถือสูง พวกเราหวังจะเป็นผู้บุกเบิกนิเวศวิทยาของโลกดิจิทัล” แต่สำหรับตอนนี้ หากจะให้อธิบายจีเอสซีสั้นๆ คือพวกเราเป็นผู้ให้บริการประกันสินทรัพย์ดิจิทัล บนบล็อกเชนสำหรับนักพัฒนาโปรแกรม จีเอสซีใช้สิ่งที่เรียกว่า “Hove APP” เป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างบล็อกเชนกับอินเตอร์เน็ต สกุลเงินดิจิทัลตากแอปฯ อื่นๆ สามารถเปลี่ยนเป้นเหรียญจีเอสซีผ่าน Hive APP ได้  ผู้พัฒนาจีเอสซีเชื่อว่าการเชื่อมต่อแอปฯ ที่มีคุณลักษณะต่างกันเข้าด้วยกัน จะช่วยยกระดับการใช้งานของผู้บริโภค และจะเป็นการเพิ่มมูลค่าของแพลตฟอร์มของจีเอสซีไปในตัว ระบบนิเวศน์บน HIVE คาดว่าจะสามารถรองรับผู้ใช้งานได้ในหลักล้าน จีเอสซีถึงกับกล้าเรียกตัวเองว่าเป็น “ยุคใหม่” ของระบบเศรษฐกิจดิจิทัล ในวันที่ 15 พฤศจิกายน สกุลเงินจีเอสซีอยู่ในลำดับที่ 1,500 จากการจัดอันดับของ CoinMarketCap เปิดตัวในเดือนพฤษภาคมปี 2018 สร้างจุดสูงสุดเอาไว้ที่ $0.22 ในวันที่ 18 พฤษภาคมปี 2018  ที่มา: CoinMarketCap  กราฟด้านบนนี้แสดงให้เห็นจุดสูงสุดของเหรียญในตอนเปิดตัวปี 2018 ก่อนที่จะปรับตัวลดลงมาวิ่งอยู่ที่ $0.003 และกลับขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ได้ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2021 เหนือระดับราคา 4 เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม ราคาได้ย่อตัวกลับลงมาที่ $0.006 อีกครั้งในวันที่ 15 พฤศจิกายนปี 2021  ถึงแม้ว่าจีเอสซีจะทำได้ดีในแง่ของความคิดสร้างสรรค์ ที่เอาแบรนด์มาโฆษณาว่าตัวเองถือเป็นยุคใหม่ของโลกสกุลเงินดิจิทัล แต่จะไปได้ไกลแค่ไหน ก็ยังเป็นเรื่องในอนาคตที่ไม่อาจตอบได้ในตอนนี้ ณ ปัจจุบัน เรามีสกุลเงินดิจิทัลมากถึง 14,000 เหรียญ และทุกคนฝันว่าอยากจะเป็น “นิวบิทคอยน์” หรือ “นิวอีเธอเรียม” กันหมด เมื่อความเป็นจริงคือเราสนใจแค่เหรียญ 20 อันดับแรกจาก 14,000 เท่านั้น ดังนั้นการจะลงทุนในสกุลเงินอันดับที่ 1,500 จึงถือว่ายังมีความเสี่ยงสูง และไม่ควรนำเงินทั้งชีวิตมาลงทุน  บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำในการลงทุน เป็นเพียงบทวิเคราะห์เหรียญเท่านั้น การลงทุนมีความเสี่ยงโปรดศึกษาความเสี่ยงให้ดี และขอให้ผู้อ่าน WikiBit ทุกคนได้กำไรกันถ้วนหน้าในปี 2021 และ 2022

2021-12-13การวิเคราะห์เชิงลึก

รายได้นักขุด Dogecoin (Doge) พุ่งแตะหลักพันล้าน สร้างจุดสูงสุดใหม่

รายงานจาก CoinMetrics เผยนักขุด Dogecoin ทำรายได้ทะลุจุดสูงสุดใหม่ (All Time High) ในเดือนพฤศจิกายน 2021 ที่ผ่านมาโดย เมื่อวัน 13 พฤศจิกายน 2021 นักขุดเหรียญ Doge ทำเงินไปกว่า 1 พันล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก  ข้อมูลล่าสุดวันที่ 9 ธันวามคม 2021 ชี้ว่าการขุดเหรียญ Dogecoin มีมากขึ้นในปีนี้ รายได้ของนักขุด Dogecoin ก็เพิ่มมากขึ้นอยู่ที่ประมาณ 1.08 พันล้านดอลลาร์  กราฟด้านบนแสดงให้เห็นถึงรายได้เป็นเงินดอลลาร์ของนักขุด Dogecoin และค่าธรรมเนียม หากพิจารณาจากกราฟด้านบนจะเห็นว่ารายได้ของนักขุดเหรียญ Dogecoin นั้นเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ และเพิ่มขึ้นมาประมาณ 10 เท่าจากวันที่ 1 มกราคม 2021 ซึ่งในตอนนั้นรายได้นักขุดเหรียญ Dogecoin นั้นอยู่ที่ประมาณ 108 ล้านดอลลาร์  ราคา Dogecoin และมูลค่าตลาด (Market Cap)  ในขณะที่รายได้ของนักขุดเหรียญ Ethereum นั้นอยู่ที่ระดับ 18 พันล้านดอลลาร์ น้อยกว่าเหรียญ Dogecoin ค่อนข้างเยอะ อย่างไรก็ตามเหรียญ Ethereum ก็เป็นเหรียญที่มีมูลค่าตลาดมากกว่า Dogecoin โดยมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 477 พันล้านดอลลาร์ ในขณะที่เหรียญ Dogecoin นั้นมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ประมาณ 22 พันล้านดอลลาร์  รายได้ของนักขุดเริ่มเพิ่มขึ้นในเดือนเมษายนและพฤษภาคม ในช่วงที่ราคา Dogecoin พุ่ง นักลงทุนเริ่มสนใจ Dogecoin มากขึ้น นักขุดจึงได้เริ่มสนใจมาขุด Dogecoin มากขึ้น เพราะคิดว่าน่าจะทำกำไรได้ในช่วงที่ Dogecoin เป็นที่ต้องการและน่าจับตามองในตลาด  ในขณะนี้ราคาเหรียญ Dogecoin นั้นอยู่ที่ระดับ 0.167 ดอลลาร์ มีการเปลี่ยนแปลง 0.1% ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ลดลง -6.4% ใน 7 วันที่ผ่านมา อ้างอิงจาก CoinGecko ราคาเหรียญ Dogecoin ยังถือว่าอยู่ในเทรนด์ขาลงนับแต่พุ่งไปแตะที่ระดับ $0.7004 ได้เมื่อวันที่ 8 พ.ค. 2021  Dogecoin ติดท็อป 10 บน Google Search  หลังจากที่มีข่าวเรื่องอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ พุ่งสูงสุดในรอบ 40 ปี ผู้คนต่างกังวลปัญหาเศรษฐกิจ ตลาดคริปโตก็เริ่มกลายมาเป็นที่สนใจมากขึ้น โดยข่าวของเหรียญ Dogecoin ก็เข้ามาติดอันดับท็อป 10 ใน Google Search ด้วยในปี 2021 นี้  ปี 2021 ต้องยกความดีความชอบให้กับนาย Elon Musk ที่ช่วยเรียกกระแสให้ Dogecoin อยู่ตลอด ๆ ปฏิเสธไม่ได้ว่าบทบาทของนาย Elon Musk มีส่วนช่วยให้เหรียญ Dogecoin มีนักลงทุนเพิ่มมากขึ้น

2021-12-13การวิเคราะห์เชิงลึก

เว็บเทรดคริปโต AscendEX ถูกแฮ็ค สูญเงินกว่า 2.6 พันล้านบาท

แพลตฟอร์มให้บริการเทรด Crypto ชื่อดัง AscendEX ดูเหมือนว่าจะมีการถูกแฮ็คเกิดขึ้น ส่งผลทำให้พวกเขาต้องสูญเสียเงินไปถึง 77.7 ล้านดอลลาร์ โดยเหรียญที่พวกเขาสูญเสียไปนั้นถูกโอนผ่าน blockchain รายใหญ่อย่าง Ethereum (ETH), Binance Smart Chain (BSC) และ Polygon (MATIC) หลังจากที่พวกเขารับรู้ว่าถูกแฮ็ค ทาง AscendEX ได้เตือนผู้ใช้เกี่ยวกับเงินที่ถูกขโมยไป  โดยยืนยันว่าแฮกเกอร์ไม่สามารถเข้าถึงเงินสำรองหรือ Cold Wallet ของบริษัทได้ จากข้อมูลของ PeckShield บริษัทรักษาความปลอดภัยและวิเคราะห์ข้อมูลบล็อคเชน เผยว่าโทเค็นมูลค่าประมาณ 60 ล้านดอลลาร์ถูกโอนผ่านบล็อกเชน Ethereum โดยโทเค็นที่ถูกขโมยจาก Binance Smart Chain และ Polygon มีมูลค่า 9.2 ล้านดอลลาร์และ 8.5 ล้านดอลลาร์ตามลำดับ ตามหลักฐานจากข้อมูล EtherScan โทเค็นยอดนิยมบางส่วนที่ถูกขโมยในแฮ็คนี้  ได้แก่ USD Coin (USDC), Tether ( USDT) และ Shiba Inu (SHIB) อย่างไรก็ตาม AscendEX ยังไม่ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการถึงมูลค่าที่แท้จริงของโทเค็นที่ถูกแฮ็กเกอร์ขโมยไป บริษัทยังได้ประกาศเพื่อช่วยเหลือผู้ใช้ที่ได้รับผลกระทบด้วยการปกปิดความสูญเสียอันเนื่องมาจากการโจมตีครั้งนี้ สัปดาห์ที่แล้วเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ได้มีการโจมตีที่คล้ายกันในเว็บกระดานเทรด BitMart ส่งผลให้พวกเขาสูญเสียเงินเกือบ 200 ล้านดอลลาร์เนื่องจากช่องโหว่ของกระเป๋า hot wallet ที่โฮสต์บนบล็อกเชน Ethereum และ Binance Smart Chain ตามที่รายงานโดย Cointelegraph นักแฮ็คใช้เทคนิคการขโมยเหรียญและโอนออกมาแบบตรง ๆ ก่อนที่จะนำไป swap และฟอกเงินด้วย tornado ในขณะที่ CEO ของ BitMart นาย Sheldon Xia ได้ยืนยันการสูญเสียเงินของเขาบน Twitter เขาได้ประกาศหยุดการถอนและฝากเงินทั้งหมดชั่วคราวในขณะที่การสอบสวนเพิ่มเติมกำลังดำเนินการอยู่

2021-12-13การวิเคราะห์เชิงลึก

IMF เตือน Crypto อาจส่งผลกระทบต่อสเถียรภาพการเงินโลก

กองทุนการเงินระหว่างประเทศได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ cryptocurrencies อย่างรุนแรง ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาโดยกองทุนได้เรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ แบนการใช้สินทรัพย์ดิจิทัล จนกระทั่งการนำ Bitcoin ไปใช้ล่าสุดของเอลซัลวาดอร์และรวมถึงแผนการทำพันธบัตร Bitcoin ได้ส่งผลทำให้ IMF ได้ออกคำเตือนใหม่ ความเสี่ยงที่ยิ่งใหญ่ของ Cryptocurrencies ในบล็อกโพสต์ของ IMF ที่ถูกเผยแพร่ไม่กี่วันที่ผ่านมา  ทางกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (International Monetary Fund) เตือนว่ามูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดของ cryptocurrencies ที่มีมูลค่า 2.5 ล้านล้านดอลลาร์นั้นก่อให้เกิดความเสี่ยงที่สำคัญ เช่น “ฟองสบู่ในสภาพแวดล้อมของการประเมินมูลค่าที่ยืดเยื้อ” โดยทาง IMF เน้นย้ำความเสี่ยงนี้โดยการอ้างอิงถึงการเทขาย BTC ของรายย่อยจากข่าวการระบาดของไวรัสโควิดสายพันธุ์ใหม่อย่าง Omicron ที่ทำให้ราคา Bitcoin ร่วงลง 25% จากจุดสูงสุด นอกเหนือจากประเด็นในการพิจารณาการประเมินมูลค่าที่แท้จริงของ cryptocurrencies แล้ว  ทาง IMF ยังระบุถึงความเสี่ยงร้ายแรงอื่นๆ โดยกล่าวว่าสกุลเงินดิจิตอลนั้นยากสำหรับหน่วยงานกำกับดูแลในการตรวจสอบและให้การคุ้มครองนักลงทุน เนื่องมาจากการเปิดเผยข้อมูลที่ไม่ถูกต้องจากหน่วยงานต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ออกเหรียญ กองทุนยังระบุถึงปัญหาของกระแสคริปโตที่ระบาดในประเทศกำลังพัฒนาอีกด้วย “ยิ่งไปกว่านั้น ในตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา การถือกำเนิดของ crypto สามารถเร่งให้เกิดสิ่งที่เราเรียกว่า ”cryptoization“ – เมื่อสินทรัพย์เหล่านี้แทนที่สกุลเงินในประเทศและหลีกเลี่ยงข้อกฎหมายและข้อห้ามเกี่ยวกับการจัดการด้านบัญชีต่าง ๆ” ความเสี่ยงเหล่านี้รุนแรงขึ้นเนื่องจากขาดความพยายามในระดับสากลในการควบคุมเหรียญเหล่านี้  นอกจากนี้การไม่มีกฎหมายที่เป็นมาตรฐานโลกในการควบคุมมันจะส่งผลทำให้เงินในแต่ละประเทศไหลออกได้ ทำให้มีการกำกับดูแลทำงานในระดับสากล บล็อกโพสต์ของ IMF ได้เสนอองค์ประกอบ 3 ประการสำหรับการพัฒนากรอบการกำกับดูแลระดับโลก ประการแรกคือผู้บริษัทในอุตสาหกรรมคริปโตที่เป็นประเภทผู้ให้บริการเก็บ, โอน และแลกเปลี่ยนควรถูกกำกับดูแลโดยมีใบอนุญาตอย่างถูกกฎหมาย ข้อกำหนดที่สองคือพวกเขาควรได้รับการปรับแต่งให้เข้ากับยุคสมัยในตลาดดั้งเดิม ตัวอย่างเช่น stablecoin นั้นควรที่จะถูกกำกับดูแลในแบบเดียวกับผลิตภัณฑ์ด้านการเงินของธนาคาร และมีมาตรฐานเดียวกันกับโบรคเกอร์หลักทรัพย์ IMF ตั้งข้อสังเกตว่า “หน่วยงานควรให้ข้อกำหนดที่ชัดเจนเกี่ยวกับสถาบันการเงินที่มีการควบคุมเกี่ยวกับการเปิดเผยและการมีส่วนร่วมกับ crypto” เป็นข้อกำหนดที่สาม ขั้นตอนเสริมอื่น ๆ คือการปรับปรุงตามมาตรการการจัดการกระแสเงินทุนเพื่อยับยั้งผลกระทบของคริปโต นอกจากนี้ทาง IMF ยังได้กล่าวสรุปว่าพวกเขาจะทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงาน Financial Stability Board อีกด้วย

2021-12-13การวิเคราะห์เชิงลึก

อยากเป็นวัยรุ่นพันล้าน ทำไงดี ? ลงทุนอย่างไรไม่ให้เสี่ยง

2021-12-12การวิเคราะห์เชิงลึก

อดีตมิสซิสยูนิเวิร์ส พาเหยื่อลงทุนคริปโตฯแจ้งความ เสียหาย 500 ล้าน

วันที่ 27 ตุลาคม 2564 เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 27 ต.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) นางสาวกันธิชา หรือ ยุ้ย ฉิมศิริ อายุ 37 ปี อดีตมิสซิสยูนิเวิร์ส 2016 พร้อมแอดมินเพจ Chinese Asia Crypto Scams และกลุ่มผู้เสียหายกว่า 10 รายเดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.สุวรรณ สายยึด พนักงานสอบสวน บช.สอท. หลังถูกหลอกลงทุนเทรดดิจิทัลคริปโตเคอร์เรนซี มูลค่าความเสียหายกว่า 500 ล้านบาท  แอดมิน “เจนนี่” เจ้าของเพจ Chinese Asia Crypto Scams กล่าวว่า วันนี้พาผู้เสียหายที่ถูกหลอกชักชวนให้ลงทุนผ่านไฮบิทสแกรม ซึ่งจะมีการแชตด้วยภาษาอังกฤษ บอกหลักเกณฑ์ต่างๆ ซึ่งก็จะมีการโน้มน้าวด้วยผลกำไรต่างๆ โดยเมื่อเริ่มแรกจะมีการชักชวนให้ลงในจำนวนเงินไม่มาก และได้ผลกำไรคืนในเวลาอันสั้น เมื่อเหยื่อหลงเชื่อเพิ่มเงินลงทุนที่มากขึ้น ก็จะเริ่มมีการสร้างกฎเกณฑ์ในการถอนเงินออกมามากขึ้น เช่นอ้างว่าจะต้องลงทุนเพิ่มเท่านั้นเท่านี้ เมื่อเหยื่อหลงเชื่อลงทุนเพิ่มอีก ก็จะมีเงื่อนไขอื่นๆ เข้ามาให้ลงทุนเพิ่มไปอีก จนกระทั่งสูญเสียเงินจำนวนมากขึ้น  ในส่วนของเพจที่มีการรวบรวมมาพบมีผู้เสียหายที่ถูกหลอกในอินสตาแกรมแล้วกว่า 500 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 500 ล้านบาท และก็ยังมีเหยื่อถูกหลอกเพื่มมากขึ้นเรื่อยๆ ก่อนหน้านี้กลุ่มมิจฉาชีพมักจะใช้ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ในการเข้ามาพูดคุยกับเหยื่อ แต่ในปัจจุบันมีการพัฒนามาหลอกคนไทยโดยเฉพาะ ซึ่งจะมีคนไทยเป็นนกต่อในการเปิดบัญชีรับโอนเงิน และเป็นคอลเซนเตอร์ในการพูดคุยกับเหยื่อ ส่วนนี้ก็ได้นำหลักฐานเลขบัญชีที่รับโอนเงินให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจไว้แล้ว รวมถึงอยากจะให้เจ้าหน้าที่ช่วยติดตามไปยังต้นตอซึ่งมาในรูปแบบเพจ หรือแอพพิเคชั่นต่างๆ มาดำเนินคดีให้ได้เพื่อไม่ได้กลับมาหลอกคนอื่นๆอีก  ด้านนางสาวกันธิชา กล่าวว่า สำหรับกรณีที่เกิดขึ้น ตนมีการติดต่อมาทางไอจี โดยเริ่มแรกพูดคุยกันปกติ หลังๆ มีการคุยสอนเทรดเงิน BCH ETH BTC และบิทคอยทั่วไปที่นิยมเล่นกัน ครั้งเรกลงทุนไป 1 หมื่นบาทได้กำไรมา 1,400 บาทในเวลาข้ามคืน จากนั้นลงทุนเพิ่มเป็น 120,000 บาท ได้กำไร 120,000 บาท ก็ถอนได้ปกติ ครั้งที่ 3 ลงทุนไป 300,000 บาท ได้กำไร 320,000 บาท ซึ่งมีการชักชวนให้ลงทุนเพิ่มเพื่อจะให้ได้กำไรเพิ่มก็เลยลงเพิ่มไปอีก 500,000 บาท จากนั้นก็มาคอลเซนเตอร์ทักมาให้ลงทุนเพิ่มอีก 50% ซึ่งเงินจะเข้าบัญชีภายใน 3 วัน แต่ปรากฏว่าไม่สามารถถอนเงินได้ แต่มีอีเมล์ส่งกลับมาโดยระบุให้เติมเงินเพิ่ม จึงเริ่มหาข้อมูลและมาทราบว่าถูกหลอก อยากเตือนหลายๆ คนที่ชอบเล่นเฟสบุ๊ก ไอจี หากมีใครมาชักชวนให้ลงทุน เทรดเงิน โดยที่ไม่เคยเห็นหน้าอย่าหลงเชื่อ เพราะอาจจะสูญเสียเงินเป็นจำนวนมากๆ  ด้านพ.ต.ท.สุวรรณ กล่าวว่า เบื้องต้น หลัง ตำรวจรับเรื่องร้องเรียน จากนี้จะสอบปากคำผู้เสียหายทั้งหมด เนื่องจากมีผู้เสียหายเป็นจำนวนมากต้องรวบรวมพยานหลักฐานให้ครบถ้วน เพื่อเรียกเจ้าของบัญชีมาสอบสวน ก่อนจะดำเนินคดีต่อไป  อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคนเป็นคำที่พูดกันมาตั้งแต่โบราณ โดยเฉพาะเรื่องเงิน ถึงผู้อ่านทุกคน อยากเตือนภัยว่าการหลอกลงทุนในปี 2021 นั้นมีเกิดขึ้นเกือบทุกวัน โดยเฉพาะในตลาด Forex และ Crypto ก่อนที่คุณจะลงทุนต้องศึกษาให้ดี เช่น วิธีลงทุน ความเสี่ยง หรือ โบรกเกอร์ที่คุณกำลังเอาเงินไปฝาก ถ้าคุณเทรดได้กำไรดีแค่ไหน แต่ถ้าฝากเงินผิดโบรกเกอร์ยังไงกำไรที่ได้มาเท่ากับศูนย์อยู่ดี ฉะนั้นศึกษา ตรวจสอบ พิจารณาให้ดี แนะนำให้ใช้แอป WikiBit เพื่อดูข้อมูลแอปเทรดคริปโตที่น่าเชื่อถือ ฟรี ดาวน์โหลดเลย

2021-12-12การวิเคราะห์เชิงลึก

วงการแฟชั่นกำลังสั่นสะเทือนเพราะการมาของ NFTs!

กระแสของ Metaverse และ Web 3.0 ได้ลามมาถึงอุตสาหกรรมแฟชั่นระดับโลกที่มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์เรียบร้อยแล้ว ในขณะที่โลกเปลี่ยนไปสู่ยุคดิจิทัล การออกแบบแฟชั่นแบบดั้งเดิมสามารถเปลี่ยนเป็นอุปกรณ์สวมใส่เสมือนจริงที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งในเทคโนโลยีความจริงเสริม (AR) และในชีวิตจริง  Megan Kaspar กรรมการผู้จัดการของ Magnetic Capital และสมาชิกของ Red DAO ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่เน้นด้านแฟชั่น กล่าวว่าเธอเชื่อว่าโทเค็นแฟชั่นดิจิทัล nonfungible หรือ NFT จะเป็นหมวดหมู่ NFT ที่ใหญ่ที่สุดยุคต่อไป  “NFT แฟชั่นดิจิทัลรวมถึงเสื้อผ้า รองเท้า เครื่องประดับ เครื่องประดับ และอื่น ๆ ที่สามารถสวมใส่ได้เสมือนจริงหรือภายในระบบนิเวศของเกม ปัจจุบันอุปกรณ์สวมใส่ดิจิทัลเหล่านี้กำลังถูกใช้เพื่อการลงทุนและการสะสมเพื่อเก็งกำไร เพื่อสวมอวตารในเกมกระจายอำนาจ สวมใส่ในสภาพแวดล้อมเสมือนจริง และซ้อนทับบนภาพถ่ายและวิดีโอ”  Wear-to-earn กำลังเข้าสู่อุตสาหกรรมแฟชั่น  Kaspar กล่าวเพิ่มเติมว่าโมเดล “wear-to-earn” กำลังจะเติบโตในม AR โดยสังเกตว่านักออกแบบ แบรนด์ และผู้ค้าปลีกจะสร้างเสื้อผ้าเพื่อรองรับตู้เสื้อผ้าดิจิทัล เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับผู้บริโภค  “แบรนด์ต่าง ๆ จะทำให้ลูกค้าสวมใส่เสื้อผ้าโดยไอเท็มพิเศษหรือ airdropping ชิ้นส่วนแฟชั่นนั้น ๆ ไปยังกระเป๋าเงินเสมือนจริงของพวกเขา ตามรายงานของ Kaspar ห้าง Dolce & Gabbana เครือแฟชั่นสุดหรูของอิตาลีจะเปิดตัว ”D&G Family“ ซึ่งเป็นการดรอป NFT ในชุมชนที่เกิดขึ้นในตลาดที่ดูแลโดย UNXD และ Dolce & Gabbana ก็เพิ่งเปิดตัวคอลเลกชัน NFT ”Collezione Genesi เพื่อเน้นย้ำถึงพลังของอุปกรณ์สวมใส่ metaverse  สัปดาห์ที่ผ่านมาโลกเพิ่งได้สัมผัสแฟชั่นโชว์เสมือนจริง ที่พิสูจน์ให้เห็นถึงความยั่งยืนและเข้าถึงได้ง่ายกว่า ใน NFT Runway ซึ่งเป็นแฟชั่นโชว์แบบอินเทอร์แอคทีฟที่ถ่ายทอดสดใน Metaverse พร้อมไอเท็มทางกายภาพเวอร์ชัน NFT ที่สร้างขึ้นใหม่โดยใช้เทคโนโลยี 3DREALtm ที่จดสิทธิบัตร ซึ่งจะช่วยให้ผู้เข้าร่วมชมสามารถ กระโดดบน รันเวย์เพื่อดูแต่ละรายการในขณะที่บิดอวาตาร์ไปรอบ ๆ เพื่อดูเสื้อผ้าจากทุกมุม  ใครที่เป็นสายแฟชั่นก็ต้องไม่ตกเทรนด์ NFTs นะ เพราะนี่อาจจะเป็นประสบการณ์ใหม่ที่จะกลายมาเป็นกระแสหลักของวงการแฟชั่นเลยก็ได้! กลับมาติเเกาะข่าวสารแบบรวดเร็ว ถึงใจแบบนี้ ได้ที่ “WikiBit” แอปนำเสนอข่าวสารวงการคริปโต พร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพียงแค่กดค้นหา ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบจัดเต็ม ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!

2021-12-12การวิเคราะห์เชิงลึก

Crypto Predictions: จะเกิดอะไรขึ้นบ้างในโลกคริปโตปี 2022​

2021 เป็นปีที่ยิ่งใหญ่ของโลก crypto อีกปีนึง หลายสื่อต่างก็คาดว่าโมเมนตัมนี้จะดำเนินต่อไปจนถึงปีหน้า วันนี้เราจะขอพาทุกคนมาดูการคาดการณ์สิ่งต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นในปี 2022 กันบ้าง โลกคริปโตจะไปในทิศทางไหน ไปดูกัน!   1. NFT เข้าสู่วัฒนธรรมกระแสหลัก  ถึงแม้ NFTs จะมาแรงมากในปี 2021 แต่เราเชื่อว่ามันยังไม่สุด ในมุมมองของเรา มีสองสิ่งที่ทำให้ NFT ยังไม่ถูกใช้ในวงกว้าง อย่างแรกคืออินเทอร์เฟซผู้ใช้ (UI) สำหรับแพลตฟอร์ม NFT จะต้องทำให้คนที่ไม่ได้เล่นคริปโตเข้าถึงได้ เช่น โปรเจ็ค TopShot ของ NBA ซึ่งทำ NFT ที่คนทั่วไปก็สามารถเข้าถึงได้ง่าย ก้าวที่สองไปสู่การยอมรับอย่างแพร่หลาย คือกรณีการใช้งานที่นอกเหนือไปจากการถือสิ่งของในกระเป๋าเงินดิจิทัล เราเชื่อว่าการออกตั๋วกีฬา คะแนนสะสม และอีสปอร์ตจะกลายเป็น Product ยอดฮิตต่อไปใน NFTs   2. ETH อัปเกรดซอฟต์แวร์ครั้งใหญ่  ETH จะย้ายออกจากการขุดที่ใช้พลังงานมาก และเพิ่ม Network capacity จากที่ทั้ง Bitcoin และ Ethereum ใช้กลไก Proof-of-Work (PoW) เพื่อตรวจสอบความสมบูรณ์ของข้อกำหนดหรืองานที่ทำและป้องกันการโจมตีบางประเภท ในปี 2022 Ethereum วางแผนที่จะเปลี่ยนจาก PoW เป็น Proof-of-stake (PoS) ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญในวงการเลยทีเดียว เนื่องจาก PoS นั้นใช้ทรัพยากรพลังงานน้อยกว่า PoW มาก เพราะไม่จำเป็นต้องใช้พลังการคำนวณสูง ๆ เพื่อแก้โจทย์ทางคณิตศาสตร์อีกต่อไป อีกทั้งยังมีความปลอดภัย และสามารถใช้กับระบบขนาดใหญ่ที่มีธุรกรรมจำนวนมากได้ดีกว่าแบบเดิม โดยแทนที่จะแข่งกันแก้โจทย์ทางคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อน สมาชิกในเครือข่ายจะประมวลผลธุรกรรมอย่างปลอดภัยโดยการเดิมพันว่า Block ไหนจะเป็น Block ที่ถูกต้องและสมบูรณ์ และถ้าเดาถูกก็จะได้รางวัลเป็นผลตอบแทนไป ส่วนถ้าเดาผิดก็จะได้รับการลงโทษเช่นกัน ข้อเสียเปรียบหลักประการหนึ่งของการอัพเกรดคือ การขุด Ethereum จะไม่สร้างผลกำไรอีกต่อไป   3. บิทคอยน์จะยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง  BTC ยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องใน โดยเฉพาะการยอมรับของสถาบันในวงกว้าง เนื่องจากประเทศในตลาดเกิดใหม่อาจประกาศ BTC เป็นเงินที่ถูกกฎหมาย ดังเช่น El Salvador ในขณะที่ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในวงกว้างเติบโตขึ้น เราคาดว่าบริษัทจำนวนมากขึ้นจะนำ Bitcoin มาใช้เป็นสินทรัพย์ในงบดุลและตัวสร้างรายได้ที่อาจเกิดขึ้นจากการทำเหมือง จากหลักฐานของเอลซัลวาดอร์ ประเทศตลาดเกิดใหม่บางแห่งอาจพบว่า Bitcoin มีประโยชน์ในฐานะเครื่องมือทางการเงิน และเป็นทางเลือกที่เป็นไปได้ในการหลีกเลี่ยงผลกระทบด้านลบจากการพึ่งพา IMF หรือธนาคารโลกเพียงอย่างเดียวในการช่วยเหลือด้านหนี้   4. ธุรกิจเกี่ยวกับคริปโตจะเปิดตัวมากขึ้น  ในปี 2022 ธุรกิจที่เน้นเรื่องคริปโตจะถูกเปิดเผยต่อสาธารณะ ดูจากแนวโน้มที่ของบริษัทจดทะเบียนใหม่ในปี 2021 พบว่ามีธุรกิจที่หลากหลายที่บริษัทคริปโตสามารถเข้าร่วมได้ ตั้งแต่ Exchange ไปจนถึง ผู้ขุดสินทรัพย์ดิจิทัล ในขณะที่ตลาด crypto เติบโตและพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เราคาดว่าตลาดจะเติบโตด้วยบริษัทใหม่ ๆ และพวกเขาน่าจะช่วงชิงส่วนแบ่งการตลาดได้   5. บิทคอยน์เป็นตัวเร่งในการนำพลังงานสีเขียวมาใช้  ความกังวลเกี่ยวกับการใช้พลังงานในการขุด Bitcoin ยังเป็นพี่ถกเถียงต่อไป เราเชื่อว่านักขุดคริปโตจะเป็นผู้นำในด้านการนำพลังงานสีเขียวมาใช้ โดย Riot Blockchain ซึ่งเป็นบริษัทขุด Bitcoin ชั้นนำของสหรัฐ ได้เป็นผู้สนับสนุนในอุตสาหกรรมการขุด Bitcoin อย่างดุเดือด เป็นแรงผลักดันให้เกิดผลดีในการสนทนาเกี่ยวกับการใช้พลังงานที่ยั่งยืน Stronghold Digital Mining ซึ่งจดทะเบียนในไตรมาสที่ 4 ของปี 2021 เป็นอีกหนึ่งบริษัทขุด Bitcoin ที่เน้นพลังงานสีเขียว เราคาดว่าบริษัทขุดคริปโตจะเน้นความยั่งยืน และจะยังคงขยายส่วนแบ่งการตลาดของตัวเองต่อไป  ทิศทางของโลกคริปโตจะเป็นไปอย่างที่คาดการณ์หรือไม่? 2022 จะเป็นยังไง? มาเกาะข่าวสารแบบรวดเร็ว ถึงใจแบบนี้ ได้ที่ “WikiBit” แอปนำเสนอข่าวสารวงการคริปโต พร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพียงแค่กดค้นหา ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบจัดเต็ม ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!  [ขอบคุณข้อมูลจาก: vaneck.com]

2021-12-12การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
7577
...
142