สแกนเพื่อดาวน์โหลด
แพลตฟอร์มตรวจสอบ # และยืนยันการกำกับดูแลของตลาดการเงินทั่วโลก

นักลงทุนในตำนาน Peter Brandt เชื่อ “การปรับฐานราคาของ Bitcoin ยังไม่จบ”

นักลงทุนในตำนาน Peter Brandt ซึ่งเป็นผู้ที่ทุกคนรู้จักกันดีสำหรับการทำนายราคา Bitcoin ในช่วงขาลงอย่างแม่นยำในอดีต เมื่อเร็ว ๆ นี้เขาได้ออกมาตั้งข้อสังเกตว่า “การปรับฐานราคาของ Bitcoin นั้นอาจจะยังไม่จบ” เนื่องจากเขายังไม่เห็นว่ามีจุดต่ำสุดที่เกิดขึ้นจากแรงเทขายในวอลุ่มจำนวนมาก ๆ ในโพสทวีตที่แชร์กับผู้ติดตามกว่า 600,000  Peter ได้อ้างอิงไปถึงทวีตเก่าที่เขาเคยเผยแพร่ไว้เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2021 โดยตั้งข้อสังเกตว่า ราคา Bitcoin อาจมีการปรับฐานร่วงลดลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นจากแรง “panic sell” ในรอบนี้ อย่างไรก็จาม หากดูจากการเคลื่อนไหวของราคาในปัจจุบันและการวิเคราะห์กราฟของเขา Peter กล่าวว่า ‘เขายังไม่เห็นสิ่งนั้นเกิดขึ้น’ Peter Brandt เป็นที่รู้จักกันดีในฐานะนักวิเคราะห์กราฟด้านเทคนิคและเป็นผู้ที่ผ่านสมรภูมิจากตลาดหุ้น Wallstreet มาอย่างโชกโชน อย่างไรก็ตามแม้ว่าเขามองโลกในแง่ร้ายสำหรับทิศทางราคาของ Bitcoin ในปัจจุบัน แต่ก่อนหน้านี้เขาเคยคาดการณ์ไว้ว่าราคา Bitcoin จะสามารถพุ่งขึ้นไปแตะที่ระดับราคา $200,000 ในช่วงขาขึ้นรอบนี้ได้ แต่อาจต้องทนกับการปรับฐานอีกหลายครั้งตลอดเส้นทาง ที่มา cryptoglobe

2022-01-05การวิเคราะห์เชิงลึก

มหาเศรษฐีหลายคนเริ่มหันมาซื้อ Crypto เนื่องจากกลัววิกฤตเงินเฟ้อ

ก่อนหน้านี้นักลงทุนที่ต่อต้านคริปโตเริ่มหันมาใช้ Bitcoin และคริปโต กันมากขึ้นเพื่อป้องกันปัญหาเงินเฟ้อของสกุลเงินหลัก ตัวอย่างเช่นเคสของ Thomas Peterffy มหาเศราฐรชาวฮังการีในรายงานของ Bloomberg เมื่อวันที่ 1 มกราคมได้กล่าวว่าควรระมัดระวังในการลงทุนโดยควรมีสินทรัพย์ดิจิทัลติดพอร์ตไว้ 2-3% ในกรณีที่เงิน Fiat “ดิ่งลงนรก” มีเขาได้บอกว่าเขามีทรัพย์สินในครอบครอง 25,000 ล้านดอลลาร์  Interacttive Brokers Gruop Inc. บริษัทของ Thomas ประกาศว่าจะเสนอการซื้อขายคริปโตให้กับลูกค้าเมื่อช่วงกลางปี 2020 ตามความต้องการที่มีต่อคริปโตที่เพิ่มมากขึ้นปัจจุบันนั้นทางบริษัทมีการให้บริการ Bitcoin, Ethereum, Litecoin และ Bitcoin Cash แต่จะเพิ่มทางเลือกอีก 5-10 เหรียญในเดือนนี้ ในช่วงธันวาคม Thomas นั้นคาดการณ์ว่า Bitcoin นั้นอาจจะพุ่งไปถึง $100,000 ก่อนจะตลาดจะเริ่มถดถอย Ray Dalio ผู้ก่อตั้ง Bridgewater Associate มหาเศรษฐีอีกคนที่เผยว่าในพอร์ทของเขามี Bitcoin และ Ethereum อยู่บ้างในปีที่แล้วการเปิดเผยในครั้งนี้นั้นเกิดขึ้นหลังจากที่เขาถูกถามเกี่ยวกับคริปโตว่ามันนั้นควรเป็นเครื่องจัดเก็บมูลค่าหรือไม่  ตอนนี้เขาได้เปลี่ยนจุดยืนดังกล่าวเและมี คริปโต “เป็นเงินทางเลือก” ในโลกที่ “เงินสดนั้นเป็นขยะ” ด้วยอัตราเงินเฟ้อที่กัดเซาะกำลังซื้อ ในปลายเดือนธันวาคม Ray Dalio แสดงความเห็นว่าเขารู้สึกประทับใจในคริปโตก่อนที่จะกล่าวถึง “เงินสดซึ่งนักลงทุนคิดว่าเป็นการลงทุนที่ปลอดภัยแต่สำหรับผมมันเป็นการลงทุนที่แย่ที่สุด” Paul Tudor Jones ผู้จัดการกองทุนป้องกันความเสี่ยงของมหาเศราษฐียังซื้อ Bitcoin เมื่อปีที่แล้วโดยระบุว่าการที่เขาซื้อก็เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ นโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจที่เกิดจากการระบาดของ COVID-19 ก่อให้เกิดความวุ่นวายไปทั่วโลกซึ่งผลกระทบที่จะตามมาอาจส่งผลไปนานอีกหลายทศวรรษในสหรัฐอเมริกานั้นอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 6.8% ซึ่งสูงสุดในรอบ 4 ทศวรรษ  สิ่งนี้ส่งผลให้ดัชนี้ราคาผู้บริโภค (CPI) เพิ่มขึ้นเนื่องจากต้นทุนสินค้ารายวันนั้นเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง มหาเศรษฐีนั้นเริ่มเห็นถึงอันตรายของสกุลเงินดอลลาร์และการบิดเบือนของธนาคารกลางและพวกเขาก็เริ่มให้มาใช้คริปโตกันมากขึ้นเรื่อย ๆ ในปี 2022 อาจเห็นนักลงทุนที่มีความมั่งคั่งนั้นเข้าร่วมกับมหาเศรษฐีเหล่านี้มากขึ้นหาแนวโน้มของเงินเฟ้อยังคงเป็นแบบนี้ต่อไป

2022-01-05การวิเคราะห์เชิงลึก

ชี้เป้า 10 ประเทศเทรดคริปโตได้ ไม่ต้องจ่ายภาษี!

#เป็นข่าวใหญ่รับปีใหม่ เมื่อกรมสรรพากรแจ้งว่า ‘กำไรจากคริปโต ต้องยื่นภาษีให้ถูกต้อง’ ทำเอาคนออกมาวีนกันใหญ่เลย บ้างก็ว่าเก็บแพงเกินไป ไม่แฟร์กับเทรดเดอร์ บ้างก็บอกว่าอะไร ๆ ยังไม่ชัดเจน ถ้าขาดทุนจะเอามาลดหย่อนได้รึป่าว ยังไม่มีคำตอบ เพื่อเป็นการดับร้อน วันนี้ WikiBit จะพาไปรู้จักเหล่าประเทศที่เทรดคริปโตได้แบบไม่ต้องจ่ายภาษี เผื่อใครแพลนจะย้ายไป ลองไปดูกันนะจ๊ะ!   1. เปอร์โตริโก้  เปอร์โตริโกมีกฎหมายภาษีที่ชิลมาก ธุรกิจต่าง ๆ ไม่ต้องจ่ายเงินเพิ่มจากสินทรัพย์ที่ได้รับหลังจากย้ายมาที่นี่ นักลงทุนแทบไม่ต้องจ่ายภาษีกำไรจากคริปโตของพวกเขาเลย   2. หมู่เกาะเคย์เเมน  หมู่เกาะเคย์แมน เป็นเขตอำนาจศาลที่เสนอการยกเว้นภาษีสำหรับกิจกรรม crypto ทุกประเภท ทำให้ที่นี่กลายเป็นศูนย์กลางทางการเงินที่สำคัญ พร้อมทั้งเป็นมิตรกับธุรกิจอีกด้วย   3. แอนติกา  รัฐบาล Antiguan วาง Position ประเทศให้เป็นศูนย์กลางบล็อคเชนและสกุลเงินดิจิทัล ร่างกฎหมายทรัพย์สินดิจิทัลปี 2020 แสดงถึงท่าทีผ่อนปรนของเกี่ยวกับภาษีกำไรจากเงินลงทุน ภาษีเงินได้ และภาษีความมั่งคั่งทำให้ ทำให้ที่นี่กลายเป็นปลายทางยอดฮิตของนักเทรดคริปโต   4. บาร์เบโดส  บาร์เบโดสเป็นจุดสนใจสำหรับนักลงทุนสกุลเงินดิจิทัล เป็นมิตรต่อภาคธุรกิจเกิดใหม่ มีกฎหมายภาษีที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน crypto ประเทศกำหนดอัตราภาษีตั้งแต่ 0% ถึง 5.5% สำหรับผลกำไรสำหรับบริษัทนอกอาณาเขต และอัตราภาษีจะลดลงเมื่อผลกำไรเพิ่มขึ้น   5. สวิตเซอร์แลนด์  สวิตเซอร์แลนด์เป็นหนึ่งในแหล่งเก็บภาษีที่รู้จักกันดีที่สุดในโลก เนื่องจากภาษีที่หละหลวม ขณะที่มีกฎหมายความเป็นส่วนตัวที่เข้มงวด โดยได้อนุญาตให้คนที่ร่ำรวยจ่ายภาษีต่ำ ๆ มาเป็นเวลานาน สำหรับธุรกรรม Crypto ก็ได้รับการปฏิบัติในลักษณะเดียวกับการทำธุรกรรมแบบดั้งเดิม กำไรและขาดทุนจากการ crypto ทั้งหมดได้รับการยกเว้นจากการรายงานภาษี   6. เยอรมนี  เยอรมันไม่ได้เก็บภาษีจากการลงทุนสกุลเงินดิจิทัลที่ถือครองมานานกว่าหนึ่งปี นอกจากนี้ยังมีการยกเว้นภาษี 600 ยูโรสำหรับสกุลเงินดิจิทัลที่แลกเปลี่ยนเป็นเงินเฟียตหรือสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ   7. เบลารุส  ด้วยกฎหมายที่เป็นมิตรกับ crypto ที่ประกาศใช้ในปี 2018 เพื่อให้กิจกรรม crypto ถูกกฎหมาย และยกเว้นภาษีที่เกี่ยวข้องเป็นเวลาห้าปีจนถึงปี 2023 ถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้เริ่มต้นและเทรดเดอร์ในอุตสาหกรรม crypto ด้วยความมุ่งมั่นในการส่งเสริมภาคการเงินดิจิทัลที่กำลังเติบโต จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ประเทศนี้จะอยู่ในอันดับที่ 20 ของโลกในด้านการซื้อขายคริปโต   8. สิงคโปร์  สิงคโปร์เนื่องมีระบบการเงินที่พัฒนามากและกฎหมายและอัตราภาษีที่เอื้ออำนวย บุคคลและธุรกิจที่ถือสินทรัพย์ crypto เพื่อการลงทุนระยะยาวไม่จำเป็นต้องจ่ายภาษีกำไรจากการขาย เนื่องจากสิงคโปร์ไม่ได้กำหนดภาษีประเภทนี้เลย   9. ฮ่องกง  ฮ่องกงเป็นเขตบริหารพิเศษ (SAR) ที่เป็นศูนย์กลางทางการเงินชั้นนำที่มีกฎหมายการเก็บภาษีคริปโตที่เป็นมิตร สินทรัพย์ดิจิทัลในฮ่องกงที่ซื้อและถือไว้เป็นการลงทุนระยะยาวไม่ต้องเสียภาษีใด ๆ   10. มาเลเซีย  มาเลเซียไม่ถือว่าสกุลเงินดิจิทัลเป็นทรัพย์สิน หรือเงินที่ถูกกฎหมาย ด้วยเหตุนี้ ธุรกรรมสกุลเงินดิจิทัลจึงไม่ต้องเสียภาษี และสินทรัพย์ดิจิทัลได้รับการยกเว้นภาษีกำไรจากการขายหลักทรัพย์ กฎหมายนี้ใช้เฉพาะกับบุคคลเท่านั้น ธุรกิจที่เกี่ยวกับคริปโต ต้องปฏิบัติตามกฎภาษีเงินได้ของมาเลเซีย  โลกยังไม่ได้มีกรอบกฎหมายที่ยึดร่วมกัน ทำให้เราจะเห็นได้ว่า กฎหมายเกี่ยวกับภาษีคริปโตในแต่ละประเทศล้วนแตกต่างกันไป บางประเทศที่อาจไม่ได้ส่งเสริมด้านนี้ก็อาจมีนโยบายเรียกเก็บภาษี ขณะที่ประเทศที่อยากให้คริปโตเป็นจุดดึงดูดนักลงทุนก็อาจกำหนดภาษีที่เอื้ออำนวยต่อพวกเขา  กลับมาติดตามข่าวสารที่สดใหม่ รวดเร็ว ถึงใจ พร้อมบทความเกร็ดความรู้ในโลกคริปโตแบบนี้ ได้ที่ “WikiBit” แอปนำเสนอข่าวสารวงการคริปโต พร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพียงแค่กดค้นหา ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบจัดเต็ม ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!

2022-01-04การวิเคราะห์เชิงลึก

5 สัญญาณเกี่ยวกับตลาด Bitcoin ที่ควรจับตาดูในสัปดาห์นี้

Bitcoin (BTC) เริ่มต้นสัปดาห์แรกในปี 2022 ด้วยราคาเดิมที่แถว ๆ ต่ำกว่า $50,000 หลังจากที่ปิดราคาในเดือนธันวาคมที่ $47,200 ซึ่งต่ำกว่าที่มีการคาดการณ์กันเอาไว้มาก Bitcoin นักวิเคราะห์กล่าวว่า Wall Street จะกลับมาอีกครั้งหลังจากที่หุ้นปิดท้ายปีด้วยอัตราเงินเฟ้อที่สูงมากขึ้นและอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้นด้วยในไม่ช้าปี 2022  สภาพแวดล้อมทางตลาดนั้นน่าจะเป็นสิ่งที่น่าจับตามอง อย่างไรก็ดีตอนนี้ทุกอย่างยังคงทรง ๆ BTC ไม่ได้สร้างเซอร์ไพรส์ใด ๆ มาหลายสัปดาห์แล้ว หุ้น “ขึ้นอย่างเดียว” เป็นเวลา 6 เดือน S&P 500 ซึ่งเป็นของทางสหรัฐฯ ดัชนีแตะระดับ all time high ไม่ต่ำกว่า 70 ครั้งในปี 2021 มาโดยตลอดทั้งปีแม้ว่าจะดูไม่น่าลงทุนมากเท่าไหร่ Bitcoin ก็เป็นหนึ่งในนั้นโดยราคาที่อยู่ต่ำกว่า $50,000 โดยมีเหตุการณ์ที่เกิดเพียงอย่างเดียวนั่นคือการลงจากจุดสูงสุดและลงมาพักฐานในช่วงวันหยุด  อีกไม่กี่เดือนข้างหน้าธนาคารกลางก็จะต้องประกาศเพิ่มอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้และความสามารถของตลาดในการรับมือกับอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นก็ถือเป็นอีกหนึ่งบททดสอบที่สำคัญของคริปโต อย่างไรก็ตามในช่วงแรกของปีอาจเป็นความต่อเนื่องของ “ธุรกิจตามปกติ” ล่าสุดหุ้นนั้นก็ทำ all time high Charles Edwards ผู้ก่อตั้งบริษัทผู้จัดการสินทรัพย์ Capriole ตั้งข้อสังเกตใน ทวีตของเขาในสัปดาห์นี้ “การเริ่มขึ้นอัตราดอกเบี้ยส่งผลให้ตลาดหุ้นมีความแข็งแกร่งเป็นเวลา 6 เดือน” 10 จาก 13 ครั้ง (77%) ตั้งแต่ทศวรรษ 1950 มีผลตอบแทนจากตลาดหุ้นในเชิงบวกช่วง 6 เดือนแรกเฉลี่ย +5.1%  เรากำลังเข้าใกล้สู้ระบบนี้อีกครั้ง“ Charles กล่าวว่าแม้ว่าสถานการณ์ทั่วไปดังกล่าวจะ ”ดี“ ต่อ Bitcoin แต่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อาจหมายความว่าหุ้นจะดีดกลับไปในระยะยาวเนื่องจากการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ”หากปราศจากการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (ที่ยังไม่มีใครเห็น) ก็ไม่น่าเป็นไปได้ที่การขึ้นอัตราดอกเบี้ยใด ๆ ของ FED จะมีระยะเวลาที่ยาวนาน“ เขากล่าวต่อ ”Bitcoin จะมีความผันผวนมากในช่วงเวลานี้ทั้งผลกระทบจากความผันผวนตลาดหุ้นและมาจากมาตรการปรับอัตราดอกเบี้ยของ FED ด้วย แนวรับสำคัญที่ $40,000 การเคลื่อนไหวของราคา Bitcoin มีสัญญาณที่น่าสนใจเล็กน้อยเมื่อเร็ว ๆ นี้โดยอยู่ในช่วงราคาที่มีการกำหนดเอาไว้ได้ดี

2022-01-04การวิเคราะห์เชิงลึก

ผู้บริหาร Coinbase ชี้ SOL และ AVAX จะยังคงเติบโตต่อไปใน 2022

ผู้บริหารระดับสูงของ Coinbase บริษัทกระดานแลกเปลี่ยนคริปโตเบอร์หนึ่งของสหรัฐฯ กำลังเปิดเผยคำนายใหม่สำหรับสิ่งที่เขาเชื่อว่าจะเกิดขึ้นกับตลาด crypto ในปี 2022 ตามบล็อกโพสต์ล่าสุด นาย Surojit Chatterjee หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Coinbase กล่าวว่าคู่แข่งของ Ethereum (ETH) อย่าง Avalanche (AVAX) และ Solana (SOL) น่าจะได้เห็นการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปีนี้ และโซลูชั่นเลเยอร์-1 (L1) ใหม่ ๆ จะทยอยเปิดตัวกันอย่างคับคั่ง  “เรายินดีต้อนรับผู้ใช้หลายร้อยล้านคนที่กำลังจะก้าวเข้ามาสู่พื้นที่ crypto และ Web3 ความท้าทายด้านความสามารถในการปรับขนาดของ ETH มีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นต่อไป” แรงฉุดของ Solana, Avalanche และเครือช่าย Layer 1 ตัวอื่น ๆ แสดงให้เห็นแล้วว่า เรากำลังก้าวเข้าสู่โลก multi-chain ในอนาคต และเรายังจะได้เห็นเครือข่าย L1 ตัวใหม่ ๆ ที่มุ่งเน้นกรณีการใช้งานในเรื่องของเกมหรือสื่อโซเชียลมีเดียโดยเฉพาะอีกด้วย Chatterjee ยังกล่าวด้วยว่าเขาเชื่อว่า  โปรโตคอลการกระจายอำนาจทางการเงิน ( DeFi) จะเริ่มปฏิบัติกฎระเบียบและสถาบันขนาดใหญ่จะเข้ามามีบทบาทใน DeFi มากขึ้น เพราะแพลตฟอร์ม DeFi ที่ยอมรับในกฎระเบียบนั่นหมายถึงพวกเขาพร้อมจะปฏิบัติตามมาตรฐานการยืนยันตัวตนของลูกค้า (KYC) และสิ่งนี้จะช่วยดึงดูดนักลงทุนที่ลังเลให้ก้าวเข้ามาสู่ภาคส่วนนี้ “ ยังคงลังเลที่จะเข้าร่วมใน DeFi สถาบันต้องการยืนยันว่า พวกเขากำลังทำธุรกรรมกับคู่สัญญาที่ผ่านกระบวนการ KYC แล้วเท่านั้น การเติบโตของ DeFi ที่ได้รับการกำกับดูแลและการรับรองจาก KYC จะช่วยให้สถาบันต่าง ๆ ได้รับความมั่นใจใน DeFi เพิ่มมากขึ้น” ผู้บริหารยังคาดการณ์ด้วยว่า แบรนด์สินค้าที่ชื่อดังรายอื่น ๆ จะเดินตามรอย Coca-Cola และ Charmin ด้วยการก้าวเข้ามามีส่วนร่วมกับ Metaverse และ NFTs เราจะได้เห็นความคิดริเริ่มของแบรนด์ต่าง ๆ ในการนำ NFT และ metaverse มาปรับใช้ในการแง่ของตลาด

2022-01-04การวิเคราะห์เชิงลึก

สรุปเหตุการณ์สำคัญในตลาดคริปโตของปี 2021 โดย WikiBit แอปตรวจสอบข้อมูล Crypto

ในปี 2021 นับว่าเป็นปีที่คริปโตฯ ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากจากหลายฝ่าย ทั้งนักลงทุน บริษัทและองค์กรต่าง ๆ รวมถึงรัฐบาล ทั้งในประเทศและต่างประเทศ นอกจากนั้น ยังได้เห็นการนำคริปโตฯ และ Blockchain ไปปรับใช้ในหลายอุตสาหกรรม อีกทั้งยังมีเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นและเป็นที่จับตามองในปีนี้มากมาย วันนี้ WikiBit แอปตรวจสอบข้อมูล Crypto จะมาสรุปเหตุการณ์ที่สำคัญในตลาดคริปโตของปี 2021 ให้ฟังกันครับ  1. เอลซัลวาดอร์ยอมรับเงินบิทคอยต์ชาติแรกของโลก  เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาประเทศเอลซัลวาดอร์ได้บังคับใช้กฎหมายอนุญาตให้บิทคอยน์ เป็นสิ่งที่ชำระหนี้ได้ตามกฎหมาย ซึ่งส่งผลให้หน่วยงานภาครัฐ และภาคธุรกิจเริ่มมีการปรับตัวกันอย่างคึกคัก กับการรับชำระค่าสินค้าและบริการต่าง ๆ ด้วยบิทคอยน์  นโยบายของรัฐบาลเอลซัลวาดอร์ยังทำให้ประชาชนในประเทศสามารถจ่ายภาษี ชำระค่าสาธารณูปโภค จ่ายซื้อสินค้าและอาหาร ฯลฯ ด้วยเงินคริปโตได้ นอกเหนือจากเงินสกุลดอลล่าร์สหรัฐที่เป็นสกุลเงินหลักของประเทศ  2. กระแสของ NFT  NFT ค่อยๆมีอิทธิพลกับตลาด เนื่องจากมีการซื้อขาย NFT ระหว่างกันด้วยมูลค่าที่สูงมาก หลายคนจึงเริ่มหันมาศึกษาอย่างจริงจังว่า NFT คืออะไรกันแน่ หลังจากนั้นก็มี Use Case ของ NFT เกิดขึ้นหลายรูปแบบ และดูเหมือนจะเปิดกว้างในเกือบทุกวงการ ขณะเดียวกันก็มีองค์กรใหญ่ ๆ เริ่มหันเข้ามาสนใจ NFT มากขึ้นเพราะสามารถสร้างรายได้เพิ่ม, ต่อยอดธุรกิจ, สร้างโอกาสและฐานลูกค้าใหม่ ยิ่งมีการนำ NFT ไปผสมกับเกม ผสมกับโลกเสมือน (Metaverse) ยิ่งทำให้ NFT น่าสนใจมากขึ้น และแน่นอนว่าจะยังมีความน่าสนใจมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสแรกของปี 2022 นี้ด้วย  3. การจับมือของ Bitkub กับ SCB X  เพราะคู่แข่งในโลกข้างหน้ามีแต่ยักษ์ใหญ่ แถมรุกได้อย่างรวดเร็ว ผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล บริษัทไทยที่ต้องการก้าวไปสู่การเป็น Tech Company ก็ต้องเร่งเครื่องในการเพิ่มศักยภาพตัวเอง และต้องหาพันธมิตรที่เหมาะสม ซึ่งในปีที่ผ่านมา การประกาศลงทุนของยานแม่อย่าง SCB X ใน Bitkub เพื่อเข้าถือหุ้น 51% ด้วยมูลค่ารวม 17,850 ล้านบาท ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ดี นอกจากการลงทุนครั้งนี้ ทาง SCB X ยังมีแผนที่จะพัฒนาธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลด้านต่าง ๆ ผ่านโมเดลทางธุรกิจรูปแบบใหม่ร่วมกับ Bitkub เพื่อวางรากฐานในการเข้าสู่โลกการเงินแห่งอนาคตต่อไปด้วย  4. Metaverse  นับตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม 2021 คุณ Mark Zuckerberg ได้มีการประกาศเปลี่ยนชื่อบริษัทจาก Facebook เป็น Meta เพื่อมุ่งมั่นสู่การเป็นบริษัท Metaverse ปลุกกระแสธีมการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับ Metaverse กลับมาอีกครั้ง ทำให้เหรียญที่เกี่ยวข้องกับ Metaverse ปรับตัวขึ้นมาอย่างทันที ตัวอย่างเช่น เหรียญ SAND, เหรียญ ENJ, เหรียญ MANA, เหรียญ GALA เป็นต้น  5. Play-to-Earn  กระแส Play-to-Earn คือการเล่นเกมแล้วได้เงิน การสร้างรายได้จากเกม ซึ่งอุตสาหกรรมเกมเป็นอีกอุตสาหกรรมหนึ่งที่มีการนำ Blockchain ไปใช้ในหลายมิติ ทั้งการออกเหรียญที่ใช้ภายในแพลตฟอร์ม และ NFT ที่ใช้ภายในเกม ทั้งที่ดิน ตัวละคร และอุปกรณ์ต่าง ๆ บางแพลตฟอร์มสามารถให้ผู้ใช้งานออกแบบตัวละครและอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้ตามความต้องการ  แน่นอนว่า ความน่าสนใจของ Cryptocurrency น่าจะยังมีมาเรื่อยๆ หากคริปโตฯได้รับการยอมรับกันอย่างวงกว้างแล้ว กลต จะมีมาตรการดูแลอย่างไร และ ด้วยพัฒนาการที่ก้าวกระโดดของตลาดนี้ เราเชื่อว่าจะมีอะไรใหม่ๆให้ได้ติดตามกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในปีหน้า 2022 จะยังเป็นอีกปีที่น่าติดตาม และน่าจะมีอะไรให้ได้เซอร์ไพรส์กันเรื่อยๆแน่นอน  หากสนใจเรื่องราวแบบนี้ กลับมาอ่านกันได้ทุกวันที่แอป WikiBit แอปนำเสนอข่าวสารวงการคริปโต พร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพียงแค่กดค้นหา ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบจัดเต็ม ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!

2022-01-03การวิเคราะห์เชิงลึก

มือใหม่ควรรู้ ใช้ leverage คือพลังและอำนาจของ Crypto

เสน่ห์อย่างหนึ่งของตลาดการลงทุนคือการทำกำไรเพื่อกินส่วนต่างระหว่างการซื้อและการขายหลักทรัพย์ ค่าเงินหรือทองคำ โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนสูง หากแต่นักลงทุนจะต้องรู้จักการใช้เครื่องมือต่างๆ ในการเทรดได้อย่างดีเยี่ยมจึงจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่มหาศาลได้ ถือเป็นการสร้างความแตกต่างให้กับเทรดเดอร์ในตลาดจำนวนมากได้ นั่นคือการใช้ค่า leverag เป็น เครื่องมือทำงาน เจ้าตัวนี้คืออะไร ทำงานอย่างไร ไปดูกันครับ  leverage คือ เครื่องมือทางการเงินที่ทำให้ผู้ใช้งานมีอำนาจและพลังทางการเงินมากขึ้นกว่าเดิม เช่น มีเงินทุน 20,000 บาท เมื่อทำการ leverage จะได้รับเงินเพิ่มเป็น 100,000 บาท เป็นต้น ซึ่งก็คือการยืมเงินมาซื้อหลักทรัพย์ หรือลงทุนในทางการเทรดฟอเร็กซ์จะเป็นการยืมเงินจากโบรกเกอร์มาใช้ในการเทรดนั่นเอง ซึ่งมีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันไป โดยเฉพาะการ เลเวอเรจ สําหรับมือใหม่ ที่ต้องศึกษาและทำความเข้าใจให้ละเอียดถี่ถ้วนก่อนตัดสินใจ เพราะถ้าถูกทางอาจทำกำไรมหาศาลได้ ในขณะที่ผิดทางก็ขาดทุนมหาศาลได้เช่นกัน  ทำไมต้องใช้ leverage ในการเทรด Forex  หากใครที่เข้าใจระบบแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศจะรู้ได้ในทันทีว่าส่วนต่างหรือสเปรดของราคานั้นน้อยมาก การที่จะเทรดเพื่อทำกำไรในปริมาณมากๆ ต้องใช้เงินทุนมหาศาล ดังนั้นจึงต้องใช้เครื่องมือทางการเงินอย่าง เลเวอเรจ มาใช้งาน ซึ่งก่อนที่จะไปใช้เครื่องมือนี้ได้เทรดเดอร์จะต้องวางเงินหลักประกันตามมูลค่าสินทรัพย์ที่ทางโบรกเกอร์กำหนดเสียก่อน  แล้วมือใหม่อย่างเรา leverage เท่าไหร่ดี จึงจะมีความเหมาะสม  สําหรับมือใหม่ จะต้องดูในส่วนของเงินลงทุนและคู่เงินที่จะเทรดเสียก่อน โดยคู่เงินหลักที่นิยมเทรดกันในตลาดฟอเร็กซ์ประกอบไปด้วย 4 คู่เงิน ดังนี้  EUR/USD : คู่เงินยูโรและดอลล่าร์สหรัฐอเมริกา  GBP/USD : คู่เงินปอนด์สเตอริงและดอลล่าร์สหรัฐอเมริกา  USD/JPY : คู่เงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกาและเงินเยนญี่ปุ่น  USD/CHF : คู่เงินดอลลาร์สหรัฐอเมริกาและเงินฟรังก์สวิส  สำหรับมือใหม่เพิ่งหัดเทรดแนะนำให้เรียนรู้เกี่ยวกับ lot ในการเทรด หรือถ้าอยากเทรดจริงๆ ควรเริ่มที่ size Nano และ Micro ก่อนเท่านั้น แม้ในส่วนของผลกำไรจะน้อย แต่ผลขาดทุนก็จะน้อยด้วยเช่นกัน  ดังนั้นในการเทรดฟอเร็กซ์สำหรับมือใหม่ที่จะต้องศึกษาในเรื่องของการเลเวอเรจแล้ว ยังต้องศึกษาในส่วนของ lot size ในการเทรดอีกด้วย เพราะถ้าเทรดถูกทางก็จะสามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างมหาศาล แต่ถ้าผิดทางและไม่ทำการ stop loss เอาไว้ก็ทำเอาเจ๊งและเสียหายได้อย่างมโหฬารได้เช่นเดียวกัน จึงควรมีสติและวินัยในการเทรดที่ดี ตั้งจุด stop loss ทุกครั้งที่เข้าทำการซื้อ เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะตามมาได้  

2022-01-03การวิเคราะห์เชิงลึก

มือใหม่ต้องรู้ก่อนลงทุนซื้อ Bitcoin

หลายคนที่เริ่มสนใจลงทุนใน Cryptocurrency คงคุ้นเคยกันดีกับคำว่า Bitcoin แต่สงสัยกันหรือไม่ ว่าทำไมใคร ๆ ก็ต่างแนะนำให้มือใหม่เริ่มศึกษาจากบิตคอยน์ หรือเริ่มลงทุนกับบิตคอยน์ก่อน? วันนี้ Wikibit จะมาสรุปให้ฟัง ว่าทำไมต้องทำความเข้าใจถึงจุดเด่นหรือเรื่องที่ต้องรู้ก่อนเริ่มลงทุนในบิตคอยน์  Bitcoin เป็นคริปโตสกุลแรกของโลก  บิตคอยน์ (Bitcoin) คือ“สกุลแรกของโลก” และมีมูลค่าสูงที่สุดในตลาดคริปโต ณ ปัจจุบัน สามารถใช้แลกเปลี่ยนสินค้าและบริการได้โดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง หมายความว่า แม้จะอยู่ประเทศไหนบนโลกก็สามารถทำธุรกรรมทางการเงินข้ามประเทศได้ เพียงแค่มีอินเทอร์เน็ต  เป็นคริปโตที่มีส่วนแบ่งตลาดสูงสุดเป็นอันดับที่ 1  เรียกได้ว่าเป็นเจ้าแห่งวงการคริปโตเลยก็ว่าได้ สาเหตุที่บิตคอยน์ได้ฉายาเช่นนั้น เพราะปัจจุบันส่วนแบ่งทางการตลาดของบิตคอยน์ (อ้างอิงจากเว็บไซต์ coinmarketcap.com) มีส่วนแบ่งสูงถึง 46.69% แม้จะลดลงจากเดิมเล็กน้อย แต่เมื่อเทียบกับสัดส่วนในตลาดแล้วถือว่าบิตคอยน์ยังครองตลาดเป็นอันดับที่ 1 และทิ้งห่างเหรียญสกุลอื่นอย่างไม่เห็นฝุ่น  ใช้บล็อกเชนในการทำงาน  บิตคอยน์ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน ในการบันทึกธุรกรรม โดยบล็อกเชนเป็นเทคโนโลยีในการเก็บข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือและปลอดภัยมากที่สุด มีหลักการทำงานแบบกระจายศูนย์ (Decentralized) ที่สำเนาของข้อมูลจะถูกเก็บไว้ในคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องในเครือข่าย และระบบจะมีการตรวจสอบให้ข้อมูลทุกเครื่องตรงกันอยู่เสมอ จึงยากต่อการปลอมแปลงข้อมูล และสามารถตรวจสอบได้อย่างโปร่งใส  ไม่มีใครทราบตัวตนผู้สร้าง Bitcoin  บิตคอยน์ถือกำเนิดขึ้นในปี 2009 โดยผู้สร้างที่ใช้นามแฝงว่า “ซาโตชิ นากาโมโต (Satoshi Nakamoto)” จุดประสงค์ของเขาคือต้องการสร้างสกุลเงินที่เป็นอิสระ ไม่ขึ้นตรงต่อรัฐบาลหรือองค์กรใดองค์กรหนึ่ง แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่มีใครทราบตัวตนที่แท้จริงของเขา ไม่สามารถบอกได้ชัดเจนว่าซาโตชิเป็นบุคคลหรือเป็นกลุ่มบุคคลกันแน่  มีหลายคนตั้งข้อสงสัยในตัวซาโตชิด้วยเหตุผลต่าง ๆ ข้อสงสัยนี้ทำให้เหล่านักสืบออนไลน์จากทั่วทุกมุมโลกพยายามสืบหาตัวตนที่แท้จริงของซาโตชิ แต่ก็ยังมีไม่ใครทำสำเร็จ แม้จะมีบางคนที่อ้างตนว่าคือซาโตชิตัวจริง แต่ก็ไม่มีหลักฐานหรือข้อมูลยืนยันที่ชัดเจนและยังไม่เป็นที่ยอมรับอย่างเป็นทางการ ทำให้ปริศนานี้ยังไม่ถูกเปิดออกแม้จะผ่านมากว่า 12 ปีแล้วก็ตาม  บิตคอยน์มีจำกัดเพียง 21 ล้านเหรียญ  บิตคอยน์ถูกสร้างขึ้นมาให้มีจำกัดที่ 21 ล้านเหรียญ เพราะว่าผู้สร้างบิตคอยน์ได้คาดการณ์ไว้แล้วว่า หากบิตคอยน์มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่มีจำกัด อาจทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ และจะทำให้มูลค่าของบิตคอยน์ลดลงจนหายไปจากตลาดได้ ปัจจุบัน บิตคอยน์ถูกขุดขึ้นมาแล้วกว่า 18 ล้านเหรียญ เหลืออีกเพียงไม่ถึง 3 ล้านเหรียญเท่านั้น โดยคาดการณ์ว่าจะถูกขุดขึ้นมาครบ 21 ล้านเหรียญ ในปี ค.ศ. 2140 หรืออีก 119 ปีนั่นเอง  เป็นต้นแบบให้คริปโตสกุลอื่น ๆ  ต้องยอมรับว่าความสำเร็จของบิตคอยน์ได้เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดเหรียญดิจิทัลสกุลอื่น ๆ มากมายหลายพันสกุลทั่วโลก ที่เรียกกันว่า “Altcoin” (Alternative Coin) หรือเป็นสกุลเงินทางเลือกที่มีขึ้นมาสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระจายความเสี่ยงในเหรียญสกุลอื่นนอกจากบิตคอยน์ ปัจจุบัน Altcoin หลายสกุลก็เป็นที่โด่งดังในตลาดคริปโตและได้รับความสนใจไม่แพ้บิตคอยน์ เช่น Ethereum (ETH), Tether (USDT), Dogecoin (DOGE) ก็ได้รับความนิยมตามกันมาติด ๆ  หากสนใจเรื่องราวแบบนี้ กลับมาอ่านกันได้ทุกวันที่แอป WikiBit แอปนำเสนอข่าวสารวงการคริปโต พร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพียงแค่กดค้นหา ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบจัดเต็ม ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!

2022-01-02การวิเคราะห์เชิงลึก

เปิดตำนาน เต้นจนได้ดี! ‘จากแดนเซอร์สุดฮอต สู่เทรดเดอร์เงินล้าน’

วันนี้เราจะพาไปรู้จัก นักเต้นชาวฮังการี ‘Nicolas Darvas’ ผู้ทำเงินได้ประมาณ 2 ล้านดอลลาร์ (66 ล้านบาท) จากการลงทุนเพียง 25,000 ถึง 33,000 ดอลลาร์ในช่วงระหว่างปี 1957-1959 ในตลาดหุ้น  ย้อนเวลากลับไปในปี 1952 เมื่อ Nicolas Darvas กำลังเป็นนักเต้นดาวรุ่งใน Latin Quarter ในเมืองแมนฮัตตันในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ขณะอยู่ที่นั่น Smith Brothers ซึ่งเป็นเจ้าของ Toronto Club ได้ชวนให้ Nicolas เข้ามาที่ตลาดหุ้นโดยบังเอิญ ผ่านข้อเสนอบางอย่าง...  ข้อเสนอที่ Smith Brothers เสนอให้กับ Nicolas คือ ถ้าทำการแสดงเต้นรำที่ Toronto Club พวกเขาจะไม่จ่ายเงินให้ด้วยการให้เงิน แต่โดยการให้หุ้นแก่ใน Brillund Company ซึ่งเป็นบริษัทเหมืองแร่ของแคนาดา ฟังดูแปลกใช่ไหม Nicolas Darvas ก็คิดว่ามันแปลก แต่ในที่สุดก็ยอมรับข้อเสนอ  ต่อมา ด้วยเหตุผลบางอย่าง นิโคลัสจึงไม่สามารถแสดงที่สโมสรได้ ต่อมาเขามีความรู้สึกผิดและด้วยเหตุนี้เขาจึงเสนอขอซื้อหุ้น Brillund Companies จาก Smith Brothers Smith Brothers พวกเขาขายหุ้นเหล่านั้นให้กับ Nicholas ในราคา 3,000 ดอลลาร์  Nicolas ยุ่งกับงานที่ได้รับมอบหมายเป็นเวลาสองเดือน แล้ววันหนึ่งขณะอ่านหนังสือพิมพ์ นิโคลัสก็พบกับโชคก้อนใหม่ หุ้นของบริษัท Brilund ที่เขาซื้อในราคาหุ้นละ 50 เซนต์เพิ่มขึ้นเป็น 1.90 ดอลลาร์ ดังนั้นการลงทุนรวมของเขาจำนวน 3,000 ดอลลาร์ในหุ้นของบริษัท Brilund จึงเพิ่มขึ้นเป็น 11,000 ดอลลาร์  หมายความว่า Nicolas มีกำไร 8,000 ดอลลาร์จากการลงทุนของใน 2 เดือน เขาคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนมาจากเวทมนตร์บางอย่าง เขาคิดว่าเราทุกคนทำงานเพื่อให้ได้เงิน แล้วเงินทำงานให้เราได้อย่างไร?  หากเราลงทุนในหุ้นที่ถูกต้องและมูลค่าของหุ้นเพิ่มขึ้น หมายความว่าเงินของเราทำงานได้อย่างมหัศจรรย์! สิ่งนี้ทำให้เขาตัดสินใจที่จะลงทุนในตลาดหุ้นแบบทุ่มสุดชีวิต  เพื่อที่จะเป็นเทรดเดอร์และนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จในตลาดหุ้น Nicolas เริ่มตัดสินใจใช้กลยุทธ์ที่เรียบง่าย เขาคิดว่าเขาเป็นคนใหม่ในตลาด ดังนั้นทำไมไม่ทำความรู้จักผู้ที่มีประสบการณ์ในสาขานี้และทำตามคำแนะนำของพวกเขา  ต่อมาผลงานของ Nicolas ไม่ดีนัก เขาเข้าใจดีว่าการที่ใครสักคนเชื่อและลงทุนในหุ้นตัวใดตัวหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าหุ้นนั้นจะทำงานได้ดีในตลาด ต่อมา เขาคิดออกว่าเขาจะหันไปใช้ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเท่านั้น ดังนั้นเขาจึงสมัครรับจดหมายข่าวและนิตยสารที่ให้คำแนะนำเกี่ยวกับส่วนแบ่งการตลาด เป็นอีกครั้งที่ Nicolas Darvas ทำตามขั้นตอนทีละขั้นตอนและลงทุนในหุ้นตามคำแนะนำ และประสบกับความสูญเสียครั้งใหญ่อีกครั้ง  Nicolas Darvas เข้าใจดีว่าคำแนะนำของใครหรือคำแนะนำด้านการตลาดเกี่ยวกับส่วนแบ่งการตลาดไม่มีผลในตลาดหุ้น เขาจึงคิดว่าตลาดหุ้นของแคนาดาแห่งนี้อยู่ในสภาวะที่ผันผวนตลอดเวลาเนื่องจากมีการเคลื่อนไหวเป็นประจำซึ่งเกิดจากข่าวของยูเรเนียมและทองคำพุ่ง เขารู้สึกว่าตลาดในแคนาดานั้นอ่อนแอเกินไป ดังนั้น เขาจึงย้ายไปเทรดในวอลล์สตรีท ล้มลุกคลุกคลาน พลาดบ้าง ได้บ้าง แต่สุดท้าย ประสบการณ์ก็ทำให้เขาประสบความสำเร็จในถนนสายนี้  เรื่องราวของ Nicolas Darvas เป็นทั้งแรงบันดาลใจและกำลังใจในเวลาเดียวกัน เขาไม่ได้เป็นเศรษฐีเทรดเดอร์เพียงเพราะโชค แต่เพราะการมุ่งศึกษาหาความรู้ การวางแผน และความมุ่งมานะสุด ๆ ยังไงอ่านแล้วก็นำไปปรับใช้ในการลงทุนกันนะ! แอป WikiFX ได้รวบรวมเกร็ดความรู้เกี่ยวกับการลงทุน โดยเฉพาะตลาด Forex เอาไว้ให้คุณอ่านเพื่อพัฒนาตัวเอง และหากคุณพร้อมลงทุนแล้วเราก็มีฟังก์ชันตรวจสอบโบรกเกอร์ Forex เถื่อนด้วย ให้เราเป็นตัวช่วยในการลงทุนของคุณนะ โหลดได้เลยตอนนี้ ฟรี!

2022-01-01การวิเคราะห์เชิงลึก

สรรพากรประกาศ วันที่นักลงทุนต้องยื่นภาษีคริปโท

วันนี้( 25 ธ.ค.64) นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า สำหรับการจัดเก็บภาษี “สินทรัพย์ดิจิทัล” (digital asset) อย่างคริปโทเคอร์เรนซีนั้น มีพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 ระบุชัดเจนว่า สินทรัพย์ดิจิทัลหากมีกำไรหรือมีผลตอบแทนจากส่วนนี้จะต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายร้อยละ 15 ของกำไร และบุคคลที่มีเงินได้จากการซื้อขายคริปโทจะต้องยื่นแบบแสดงการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา  ดังนั้นในการยื่นแบบภาษีเงินได้ในเดือนมีนาคม 2565 สรรพากรจึงมีช่องให้เลือกสำหรับผู้ที่มีกำไรจากการซื้อขายคริปโทเพื่อให้ผู้เสียภาษีสำแดงเงินได้ ซึ่งหากใครมีรายได้แล้วหลบเลี่ยงไม่ยอมยื่นทางกรมมีระบบ data analytics เพื่อตรวจสอบข้อมูล รวมทั้งยังมีอำนาจในการออกหมายเรียกพยานได้ เช่น หากสรรพากรมีข้อมูลที่เชื่อว่าบุคคลดังกล่าวมีกำไรจากการซื้อขายคริปโทก็มีอำนาจเรียกเข้ามาให้ข้อมูลได้  นอกจากนี้กรมกำลังศึกษาเรื่องการเก็บภาษีจากธุรกรรมการขายหุ้น (financial transaction tax) อัตรา ร้อยละ 0.1 จากมูลค่าการขาย ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเก็บปีหน้า และทำให้มีรายได้กว่า 1 หมื่นล้านบาทต่อปี ซึ่งเหตุผลที่ต้องจัดเก็บเนื่องจากต้องสร้างความเป็นธรรม และลดความเหลื่อมล้ำ  สำหรับภาษีหุ้นทั่วโลกมีเก็บ 2 รูปแบบ คือ transaction tax และ capital gain tax (ภาษีกำไรจากการขายหุ้น) หลายประเทศเก็บทั้ง 2 รูปแบบ แต่ไทยขณะนี้อยู่ในขั้นตอนศึกษาเพื่อจัดเก็บ transaction tax ซึ่งเป็นภาษีธุรกิจเฉพาะ และมีการยกเว้นมาตั้งแต่ปี 2534

2022-01-01การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
6870
...
142