3 เทรดเดอร์ในตำนาน ‘ฉลาดได้โล่’ ทำเงินมากที่สุดในโลก!

วันนี้ WikiFX ขอพาทุกคนไปรู้จัก 3 เทรดเดอร์ในตำนานที่ยังมีลมหายใจ ย้อนดูวีรกรรมความฉลาดเป็นกรด จนสร้างประวัติศาสตร์เป็นเทรดเดอร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก จะเป็นใครบ้าง ไปดูกัน!   1. จอร์จ โซรอส (1930-ปัจจุบัน)  จอร์จ โซรอส เป็นเทรดเดอร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในประวัติศาสตร์ของธุรกิจนี้ เป็นที่รู้จักในชื่อ “ชายผู้ทำลายธนาคารแห่งอังกฤษ” ในปี 1992 โซรอสทำเงินได้ประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์โดยเดิมพันว่าเงินปอนด์อังกฤษจะอ่อนค่าลง ในขณะนั้นเงินปอนด์ได้ถูกนำมาใช้กับอัตรา ERM ของยุโรปแล้ว ซึ่งเป็นกลไกอัตราแลกเปลี่ยนที่ออกแบบมาเพื่อให้สกุลเงินที่อยู่ในรายการอยู่ในชุดของพารามิเตอร์ที่กำหนดไว้เพื่อเพิ่มเสถียรภาพทางการเงินของระบบ  ด้วยความช่วยเหลือจากผู้ร่วมงานที่กองทุนเฮดจ์ฟันด์ กองทุนควอนตัมเพื่อการลงทุน โซรอสสังเกตเห็นว่าเงินปอนด์มีพื้นฐานไม่แข็งแกร่งพอที่จะคงอยู่ใน ERM และสร้างสถานะขายที่ 1 หมื่นล้านดอลลาร์ ปัจจุบันโซรอสมีทรัพย์สินประมาณ 8.3 พันล้านดอลลาร์และเกษียณอายุแล้ว  อีกวีรกรรมคือ การโจมค่าเงินเอเชีย เขาคนนี้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง โซรอสเห็นช่องทางทำกำไรจากการที่เงินบาทไม่สะท้อนมูลค่าที่แท้จริง จึงได้โจมตีค่าเงินบาทด้วยการขายชอร์ตเงินบาท ในขณะนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยทำการป้องกันค่าเงินบาทด้วยการนำเงินทุนสำรองระหว่างประเทศไปซื้อเงินบาทที่โซรอสขาย การโจมตีของโซรอสยังเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ในที่สุดไทยก็ประกาศลอยตัวค่าเงินบาท ในเดือนกรกฎาคม 1997 ค่าเงินบาทอ่อนตัวลงเกือบ 100% ส่งผลให้ต้องมีหนี้เพิ่มขึ้นเท่าตัว บริษัทจำนวนมากล้มละลาย ธนาคารมีหนี้เสียสูงเป็นประวัติการณ์   2. แอนดรูว์ เครเกอร์ (1955–ปัจจุบัน)  Andrew J. Krieger หรือ Andy เทรดเดอร์ระดับตำนาน ที่สามารถทำเงินจากการชอร์ตค่าเงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ในช่วงที่เกิดวิกฤติการณ์ Black Monday จนได้ฉายาว่าเป็น “จอร์จ โซรอส” คนที่ 2 เพราะการที่เขาเก็งกำไรค่าเงินนิวซีแลนด์นั้น สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจอย่างใหญ่หลวงภายในประเทศนิวซีแลนด์ เช่นเดียวกับจอร์จ โซรอสที่เคยทำเอาไว้ในกรณีประเทศอังกฤษและไทย  แอนดรูว์เป็นเทรดเดอร์สายกล้าได้กล้าเสีย ซึ่งหมายความว่าหากเขาเดินเกมถูก เขาก็จะทำกำไรได้อย่างมหาศาล แต่หากเขาเดินเกมผิด เขาก็จะสูญเสียมหาศาลเช่นกัน  เขาคือผู้ถล่มค่าเงิน Kiwi หรือ New Zealand dollar (NZD) ในช่วง Black Monday ปี 1987 ที่ตลาดหุ้นสหรัฐถล่มรุนแรงกว่า -22% ตามด้วยการ panic และการตกลงของค่าเงิน USD ผู้เล่นในตลาดกลัวที่ถือค่าเงิน USD ก็ทำให้ค่าเงินสกุลต่างๆดีดตัวขึ้นสูง เช่นเดียวกับ NZD การบวกรุนแรงทำให้เกิด short-term overvalue โดย Krieger มองไปที่ New Zealand ประเทศเศรษฐกิจขนาดเล็กกว่าสหรัฐมาก และมีความอ่อนแอ แต่ด้วยความไม่ปกติของสถานทำให้ค่าเงิน New Zealand dollar แข็งค่ามากกว่า US dollar  Andy ใช้ currency options (Leverage 400:1) ในการ short ค่าเงิน NZD คิดเป็นมูลค่าราว ๆ $700 million - $1 billion ทำให้มูลค่าสัญญาของเขาใหญ่กว่า money supply ในระบบของ New Zealand ซึ่งปิดวันค่าเงิน NZD ถล่มลงรุนแรง -5% ระหว่างวันค่าเงินเกิดความผันผวนระดับ 10% จากการเก็งกำไรที่เกิด โดยวีรกรรมนั้น Krieger ชนะเขาได้รับกำไร 300 ล้านดอลลาร์   3.พอล ทูดอร์ โจนส์ (1954–ปัจจุบัน)  พอล คือผู้ก่อตั้ง Tudor Investment Corporation ซึ่งเป็นกองทุนป้องกันความเสี่ยงมูลค่า 7.8 พันล้านดอลลาร์ ในเหตุการณ์ Black Monday เมื่อปี 1987 เป็นปีที่ล่มสลายของตลาดหุ้น แต่กองทุนของ พอล กลับทำผลกำไรในปีนั้นถึง 62% จากการ Short หุ้น และ ซื้อพันธบัตร  พอลเป็นผู้จัดการกองทุนที่ใช้การผสมผสานระหว่างการวิเคราะห์ทางพื้นฐานและเทคนิคได้อย่างลงตัว ด้วยสไตล์การเทรดที่แตกต่างกับเทรดเดอร์คนอื่นอย่างสิ้นเชิง ทำให้เขาสามารถสร้างผลตอบแทนได้ 3 หลัก (+xxx%) ติดต่อกันถึง 5 ปี ในปัจจุบันกองทุนของเขา การนำเงินไปลงทุนของเขาแบ่งไปในหลายสินค้า Paul เริ่มต้นจากการทำธุรกิจโบรกเกอร์จนประสบความสำเร็จ โดยทำรายได้มากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ จากนั้นได้ผันตัวไปเป็นเทรดเดอร์โดยเริ่มต้นจากตลาด “ฝ้าย” ที่นิวยอร์ก และเขาก็ประสบความสำเร็จในการเทรดอีกครั้ง โดยสามารถทำเงินได้หลายล้านดอลลาร์  สิ่งที่ 3 คนนี้มีเหมือนกัน มองเห็นสิ่งที่คนอื่นไม่เห็น กล้า ในวันที่คนอื่นกลัว แต่สิ่งเหล่านี้คงไม่ได้ทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จ

2022-01-09การวิเคราะห์เชิงลึก

เทรดเดอร์ไทยขาดทุนเกือบ 5 ล้านบาทจาก Crypto

เทรดเดอร์ไทยขอแชร์ประสบการณ์ขาดทุนจาก Crypto หนักมาก มูลค่าเกือบ 5 ล้านบาทในเวลาเกือบ 1 ปี  ผู้ใช้เฟสบุ๊คได้โพสต์ข้อความในการแชร์ประสบการณ์ขาดทุน Crypto หนักในกลุ่ม Bitcoin ที่มีเนื้อหาว่า เห็นคนประสบความสำเร็จเยอะแล้ว  มาดูคนที่ล้มเหลวแบบผมบ้างครับ  ซึ่งเทรดเดอร์คนนี้ได้บอกด้วยว่าได้ซื้อเหรียญที่ทำให้ขาดทุนหนักมากไว้อีกด้วย  ซื้อ Doge ตอนราคาเหรียญละ 20.4 ในจำนวนเงินทั้งหมด 3.5 ล้านบาท ได้ขายขาดทุน ตอนราคา 7.2  ซื้อ Eth ตอนราคาเหรียญละ 129,000 ในจำนวนเงินทั้งหมด 700,000 ได้ขายขาดทุน ตอนราคา 96,000  ซื้อ Crv ตอนราคาเหรียญละ 108 ในจำนวนเงินทั้งหมด 900,000 ได้ขายขาดทุน ตอนราคา 80 กว่าบาท  ทุนทั้งหมด 5.1 ล้าน ตอนนี้ (7 มกราคม 2565) เหลือในเงินในพอร์ตราว 667,171 บาท ตอนนี้ขายทุกเหรียญที่ได้กล่าวไปข้างต้น และตอนนี้ถือเหรียญ Jfin , Mana , Gf และยังดอยอยู่เหมือนเดิม  อีกทั้งยังได้บอกอีกว่า ‘’ใน 10 เดือนเต็มๆ ที่อยู่ในตลาดคริปโตมา เจ็บครับ แต่ผมไม่ยอมแพ้ ‘’ บางครั้งเหมือนจะปล่อยวางได้ แต่ดูพอตทีไรก็เครียดตลอด เหมือนจะเป็นโรคซึมเศร้าแล้วครับตอนนี้ วันที่ผมประสบความสำเร็จ ผมจะกลับมาโพสต์ในกลุ่มนี้อีกครั้งครับ ขอบคุณทุกคนมากๆครับ ที่มาอ่านข้อความและให้กำลังใจผม หวังว่าโพสต์นี้จะเตือนสติพี่ๆน้องๆ ชาวคริปโตได้ไม่มากก็น้อยนะครับ  สุดท้ายนี้อยากจะบอกทุกคนว่า..  อย่าลงทุนในสิ่งที่คุณไม่เข้าใจ  ถึงแม้จะมีคนมากมายที่รวยจากมันก็ตาม  เรื่องนี้ได้บอกอะไรเรา เรื่องนี้ได้บอกว่าก่อนที่ลงทุนต้องศึกษาตลาดให้ดี และต้องศึกษาช้อมูลของเหรียญด้วย เพราะเจ้าของโพสต์ได้กล่าวว่าถ้ารอต่ออีกหน่อยน่าจะได้ทุนคืนมาแล้ว ทางเราขอแนะนำแหล่งหาข้อมูลเหรียญละกัน นั้นคือแอปพลิเคชัน WikiBit เป็นแอปที่ศึกษาข้อมลเหรียญคริปโตทั้งหมด และยังสามารถตรวจสอบความน่าเชื่อถือของ Defi,แอปเทรดคริปโต รวมถึงดูว่าเหรียญไหนเป็นเหรียญเถื่อนสร้างมาโกงเงินนักลงทุนด้วย ดาวน์โหลดเลย  และทาง WikiFX ขอเป็นกำลังใจให้เจ้าของโพสต์ด้วยนะ~

2022-01-09การวิเคราะห์เชิงลึก

Crypto อาจสามารถพัฒนาตลาดหนังผู้ใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อุตสาหกรรมคริปโตกำลังได้รับโอกาสในปีนี้เมื่อ OnlyFans ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มที่รู้จักกันเป็นอย่างดีสำหรับคอนเทนต์ผู้ใหญ่ได้ออกมาประกาศว่าจะแบนเนื้อหาทางเพศที่โจ่งแจ้ง อุตสาหกรรมคริปโตและตลาดหนังผู้ใหญ่จึงได้ร่วมกันแสดงให้เห็นว่าการควบรวมกิจการเพื่อให้ทำกำไรได้มากขึ้นนั้นมันเพิ่งจะเริ่มต้น  ตามรายงานเมื่อต้นปีที่ผ่านมา OnlyFans ได้ตัดสินใจที่จะปิดเนื้อหา 18+ ที่โจ่งแจ้งทั้งหมดเนื่องจากแรงกดดันจากธนาคารและผู้ให้บริการชำระเงินที่จะมีการปรับปรุงครั้งใหญ่และการแบนก็มีผลบังคับใช้ทันทีหลังจากวันนั้นโดยมีการอ้างว่าแพลตฟอร์มมี “ความจำเป็นในการรับรองที่ปลอดภัย” จากธนาคาร ผู้ก่อตั้งและผู้บริหารระดับสูงได้บอกกับ Time ว่าธนาคารปฏิเสธการชำระเงินที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาผู้ใหญ่ พวกเขากล่าวว่า “ทาง OnlyFans ยังยืนกราน ที่จะใช้งานมันต่อ”  แต่สิ่งที่พวกเขาทำก่อนหน้านี้คือการพยายามตีตัวออกห่างอุตสาหกรรมหนังโป๊ และไปเปิดตัวบริการ stream ที่ไม่อนุญาตเนื้อหา 18+ วิธีการชำระเงินนั้นเป็นปัญหาสำหรับผู้สร้างสื่อลามกมาหลายปี ผลกำไรของพวกเขามักเป็นเงินที่ถูกแช่เอาไว้นำมาซึ่งการสูญเสียมหาศาลและเนื่องจากการไม่มีการคุ้มครองและสนับสนุนมากสำหรับผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับบริการทางเพศพวกเขาจึงจำเป็นต้องระมัดระวังอย่างยิ่งเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อกลโกง ดังนั้นการไม่เปิดเผยตัวตนและกระเป๋าดิจิทัลที่ปลอดภัยจึงเหมาะกับอุตสาหกรรมนี้โดยผู้สร้างและผู้ผลิตจำนวนมากเริ่มพบว่าคริปโตนั้นคือทางออกของปัญหา Crypto ไม่ใช่สิ่งเดียวที่มีชื่อเสียงในทางไม่ดี  Crystobal Medoza ผู้ผลิตและผู้ร่วมสร้างสื่อสำหรับผู้ใหญ่ชั้นนำในอาร์เจนตินาที่ชื่อ “My Bad Reputation” เป็นส่วนหนึ่งที่ใช้คริปโตเพื่อความมั่งคั่งทางการเงินและโอกาสที่มากขึ้นเขาให้ความเห็นเกี่ยวกับประสบการณ์ส่วนตัวทำให้เราได้ดูอุตสาหกรรมที่คนชื่นชอบบริโภคแต่พยายามไม่สนับสนุน แพลตฟอร์มใหม่ ๆ กำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วซึ่งเป็นการเชื่อมโยงกันของสื่อผู้ใหญ่และคริปโตช่องทางที่ยอดเยี่ยมสำหรับทุกฝ่ายหากต้องการประสบความสำเร็จจะต้องเรียบง่าย, ปลอดภัยและใช้งานได้ดี Medoza ได้กล่าวว่าแพลตฟอร์มสื่อผู้ใหญ่รายใหญ่ได้มีการนำ crypto มาใช้แล้ว (จ่ายเป็น Bitcoin และ USDT) ซึ่งตรงกันข้ามกับบริการชำระเงินอื่น ๆ ที่มีข้อจำกัดมากและการใช้งานนั้นมาพร้อมความยุ่งยากและมีคข้อเสียมากเกินไป อย่างไรก็ตามแพลตฟอร์มเนื้อหาผู้ใหญ่ที่มีขนาดเล็กนั้นยังไม่มีการนำคริปโตมาใช้นั่นจึงเป็นปัญหาใหญ่ที่มีค่าธรรมเนียมมหาศาลในการแปลงเงินของผู้สร้างเป็นทรัพย์สินดิจิทัล  เขากล่าวเสริมว่าผู้สร้างสื่ออนาจารนั้นมักได้รับผลกระทบจากธนาคารซึ่งเขาอ้างว่าบัญชีของหลาย ๆ คนนั้นถูกปิดไปและระงับเงินของพวกเขาเมื่อทราบว่าที่มาของรายได้นั้นมาจากสื่ออนาจาร เขาแสดงความเห็นเกี่ยวกับการแบนเนื้อหาผู้ใหญ่ใน OnlyFans โดยอ้างว่าแพลตฟอร์มนั้นมีสื่ออนาจารจำนวนมากเริ่มปรากฎขึ้นและพยายามจะแย่งชิงตลาดที่ทำเงินได้มหาศาล “มักจะมีใครซักคนเดิมพันกับตลาดนี้เสมอเพราะมันทำกำไรได้มหาศาลในตอนท้าย OnlyFans ถอยหนึ่งก้าวเพราะพวกเขารู่้ว่าพวกเขาเสียเงินมากเกินไปและผู้สร้างรายอื่น ๆ จะเข้ามามีบทบาทอย่างรวดเร็ว” Mendoza กล่าวว่าช่องเนื้อหาผู้ใหญ่ของเขานั้นรับชำระผ่าน Binance และนั้นเป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมเนื่องจาก “ไม่มีการตั้งคำถามว่ารายได้มาจากไหนไม่มีปัญประเภทหรือศีลธรรมเกี่ยวกับวิธีที่เราทำเงินได้”  บวกกับพวกเขาสามารถแลกเปลี่ยนได้ง่ายดาย นอกเหนือจากการใช้คริปโตเป็นวิธีการชำระเงินที่ดีกว่าแล้วยังช่วยให้พวกเขาลงทุนเล็กน้อยผ่านการซื้อขายและการถือครอง “มีผู้คนจำนวนมากในอุตสาหกรรมนี้ยังไม่ทราบวิธีการใช้ Crypto เป็นช่องทางการชำระเงินและการบริหารจัดการ” “ผมคิดว่า (พวกเขา) จะได้รับประโยชน์อย่างมากจากคริปโตไม่ว่าจะค่าคอมมิชชั่นที่ต่ำและสามารถคุมรายได้ของตัวเองได้อย่างเต็มที่” เขากล่าวว่ามีโปรเจกต์ใหม่ ๆ มากมายที่อ้างว่ามีการเชื่อมโยงเนื้อหาผู้ใหญ่กับคริปโตแต่บางโปรเจกต์ก็เป็นโปรเจกต์หลอกลวงและผู้สร้างต้องระมัดระวังและเริ่มให้ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยทางไซเบอร์

2022-01-09การวิเคราะห์เชิงลึก

หนุ่มช้ำหนัก ได้เป็นเศรษฐีคริปโตแค่ 5 นาที เพราะซื้อเหรียญ...

วันนี้ #WikiBit ขอพาไปดูเรื่องราวของเศรษฐี 5 นาที ที่ออกมาเตือนชาวโลกว่า อย่าเป็นเหมือนผม หลังจากสูญเงินอยากหนักไปกับเหรียญ Squid Game  เทรดเดอร์รายหนึ่งเผยว่าตัวเองขาดทุนกว่าล้านเหรียญ จากการตกหลุมพราง rug pull ของเหรียญคริปโตที่เป็นข่าวใหญ่เมื่อปลายปีที่แล้วอย่าง Squid Game เขาตกเป็นเหยื่อ ยอมรับว่ารู้ว่าเป็นการหลอกลวง แต่ก็ทำต่อไป เขาเล่าเรื่องนี้ผ่านเว็บ Reddit ซึ่งเป็นเว็บบอร์ด ไว้พูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันของชาวสหรัฐ ถ้าในไทย เราคงจะประมาณ Pantip “ผมคิดว่า ขอใส่ซัก 10 ดอลลาร์เอาสนุก ผมได้ประมาณ 661 SQUID เมื่อเวลาผ่านไป ผมเริ่มเห็นว่าราคามันปีนขึ้นไปมาก ตอนนั้นอยู่ ๆ ก็ลองนึกดูว่าถ้าเอาเงินนี้ออกได้ สนุกแน่”  “สองสามวันต่อมา ผมไปเช็คราคาของเหรียญ และมันอยู่ที่ 2,000 ดอลลาร์ พูดได้คำเดียว wtf? $2000 คูณ 661 SQUID = 1.3 ล้านดอลลาร์ บ้าไปแล้ว!”  “5 นาทีต่อมา มันก็พังทลายจนไม่มีอะไร ตอนนี้ผมสามารถพูดได้ว่าตัวเองเป็นเศรษฐี crypto ในบางช่วงของชีวิต” กลายเป็นอุทาหรณ์ให้คนทั้งโลก!  ทั้งนี้ มีรายงานว่าผู้สร้างเหรียญ SQUID ทำเงินได้ประมาณ ประมาณ 3 ล้านดอลลาร์ (เกือบร้อยล้านบาท) จากกลโกง rug pull ซึ่งคือการปั่นราคาเหรียญให้สูง สุดท้ายผู้สร้างเหรียญก็เทขายเป็นจำนวนมาก เรียกว่าล้างบางกันทีเดียว ซึ่งจะทำให้ Decentralized Exchanges ว่างเปล่า  มิจฉาชีพจะใช้ประโยชน์จาก Approve Function ของโทเคน ERC-20 บนเครือข่ายของ Ethereum ซึ่งฟังก์ชันนี้จะจัดการผู้ใช้งานให้ไม่สามารถใช้โทเคนที่ซื้อมาได้ นักพัฒนาก็อาจจะแก้ไขฟังก์ชันนี้ให้ผู้ใช้งานสามารถซื้อโทเคนได้เท่านั้น ขายไม่ได้ โดนทิ้งกลางทาง ครอบครองเหรียญที่ไม่มีมูลค่า ขายออกไม่ได้ เหลือไว้แต่ความเจ็บใจ เหมือนกับเหรียญ Squid Game ที่ราคาพุ่งสูงขึ้นมาแตะระดับที่สูงที่สุดในไม่กี่วันที่ 2,861 ดอลลาร์ ก่อนที่จะร่วงลงมาเหลือศูนย์ดอลลาร์ และเจ้าของโปรเจกต์ก็ได้ทำการปิดโครงการนี้อย่างเป็นทางการ ปิดเว็บไซด์ ส่วนทางผู้ซื้อเหรียญก็ขายเหรียญบนแพลตฟอร์มไม่ได้ โดนแกงทั้งโลก รวมถึงเจ้าของเรื่องคนนี้ด้วย  ถ้าไม่อยากตกเป็นเหยื่อแบบนี้ ก่อนจะซื้อเหรียญอะไร ขอให้เช็คให้ดีกว่า อย่าให้ความโลภมาทำให้เราจนเด็ดขาด! ซึ่งคุณสามารถเช็คข้อมูล และอ่านรีวิวเหรียญคริปโตทั่วโลกได้ในแอป WikiBit เพียงแค่กดค้นหา ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาให้ดูแบบจัดเต็ม! ทั้งนี้แอปของเรายังนำเสนอข่าวสารวงการคริปโตเป็นรวดเร็ว ทันเหตุการณ์ พร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก ใครที่คิดจะลงทุนในวงการนี้ ดาวน์โหลดแอป WikiBit ไว้เลย จบครบเรื่องคริปโต ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี! #WikiBit

2022-01-08การวิเคราะห์เชิงลึก

สาเหตุที่ปีนี้จะมาเป็นปีของ Cardano (ADA) อีกปีหนึ่ง

Cardano (ADA) ก็มีทิศทางของราคาที่เหมือนกับเหรียญอื่น ๆ ในตลาดที่ในช่วงนี้ทั้งแดงกันหมดทั้งกระดานราคาของ ADA ตอนนี้นั้นอยู่ที่ $1.22 ซึ่งลดไป 2.2% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาและลดลงถึง 10% ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม Cardano ก็ยังคงเป็นหนึ่งในระบบนิเวศที่มีการใช้งานมากที่สุดในอุตสาหรกรรมคริปโตซึ่งทำให้ได้รางวัลโปรเจกต์ที่มีการใช้งานมากที่สุดบน GitHub ในปี 2021  เนื่องจากนักพัฒนานั้นเร่งรัดเพื่อจะเปิดการใช้งาน smart contract และความสามารถในการทำงานไปพร้อมกัน ตามที่ Tim Harrison ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและการสื่อสาร Input Output Global (IOG) รายงานว่าโปรเจกต์ Cardano นั้นมีที่จัดเก็บข้อมูลที่เปิดใช้งานได้กว่า 67 แห่ง ซึ่งจากที่ถูกปล่อยออกมา 106 แห่งด้วยข้อผูกมัดกับ GitHub กว่า 38,000 รายการและอื่น ๆ อีกมากมาย Tim ได้เขียนให้เครดิตกับทางชุมชนดังต่อไปนี้ “Cardano เป็นโปรเจกต์ที่มีความคืบหน้ามากที่สุดจนถึงตอนนี้นั้นเป็นเพียงงานหลักด้วยเครื่อมือของชุมชน, สคริปต์, API และระบบนิเวศของ DApps มีที่จัดเก็บข้อมูลมากกว่า 100 แห่งมีการเติม code อย่างต่อเนื่องจากทุกส่วนของชุมชน”  ถึงกระนั้นเครือข่ายได้เห็นถึงฟันเฟืองจากผู้ใช้และนักวิจารณ์ที่อ้างว่าเครือข่ายนั้นล้มเหลวที่ไม่สามารถนำเสนอ DApps ได้อย่างรวดเร็วและโปรเจกต์ต่าง ๆ ไม่สามารถใข้ประโยชน์จาก smart contract ที่ปรับใช้งานกับ Hard Fork Combinator (HFC) “Alonzo” ซึ่งเปิดใช้มากกว่า 4 เดือนแล้ว ส่วน IOG ได้เปิดเผยรายชื่อโปรเจกต์ที่สร้างกรณีใข้งานบน Cardano เอาไว้แล้วรวมถึง DEX, บล็อกเชนสำหรับ gaminng โดยเฉพาะ, บริการ oracle และอื่น ๆ ทางบริษัทนั้นอ้างว่า “ทำงานกันอย่างไม่หยุดหย่อน” เพื่อให้เกิดการใช้งานสิ่งเหล่านี้ ระบบนิเวศ Cardano DeFi กำลังขยายตัว

2022-01-08การวิเคราะห์เชิงลึก

จับตาดู Polkadot ให้ดี ๆ เมื่อเหรียญเติบโตเร็วกว่า Ethereun ในหลาย ๆ ด้าน

จากเศรษฐกิจโลกที่ค่อย ๆ ฟื้นตัวขึ้นมาอย่างช้า ๆ ทุกอย่างก็ต้องปิดตัวลงอีกครั้งหลังจากที่ Omicron มีการแพร่ระบาดขยายวงกว้างมากขึ้นในปี 2021 ปีนี้มีนักลงทุนคริปโตทั่วโลกต่างก็ตกที่นั่งลำบาก ในขณะที่ปีที่แล้ว Bitcoin ($BTC) และ Ethereum ($ETH) แสดงให้เห็นถึงการครองตลาดนั้น โดยที่เหรียญทั้งสองพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ก็เห็นถึงโมเมนตัมใหญ่สำหรับโปรเจกต์อย่าง Polkadot ช่วงปีที่ผ่านมาขณะที่ Bitcoin มีการขยับขึ้นมา 25% DOT นั้นสามารถพุ่งขึ้นไปได้กว่า 160% ไม่เพียงเท่านั้นการศึกษจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมานี้แสดงให้เห็นว่าฟอรัมที่เพิ่มขึ้นของสถาบันและผู้ค้าปลีกยังคงกระจายแผนการลงทุนของตนเองให้มีการครอบคลุมไปถึง DOT ด้วย DOT เป็นสินทรัพย์ทางเลือกสำหรับลูกค้าสถาบันในปีที่แล้ว  ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมาหน่วยงานทางการเงินหลักหลายแห่ง ซึ่งรวมถึงธนาคารทั้งหมด กองทุนป้องกันความเสี่ยง และอื่นๆ ได้เข้าสู่โลกของ crypto ผ่านทาง Bitcoin ในขณะที่ปี 2021 เราได้เห็นบริษัทเหล่านี้จำนวนมากขึ้นเริ่มมีการสำรวจและแพร่ขยายขอบเขตไปใช้งาน Polkadot รายงานโดยบริษัทวิเคราะห์บล็อคเชน Messari เปิดเผยว่า 21 จาก 53 ผู้จัดการกองทุนที่โดดเด่นที่สุดในโลกได้ลงทุนใน DOT กันอย่างแข็งขันในปีที่แล้วทำให้เป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดรองลงมาคือเหรียญ altcoin อื่นๆ เช่น โปรโตคอล Near (NEAR), Terra(LUNA) และ Oasis Network (ROSE) หนึ่งในเหตุผลหลักที่ผลักดันให้อำนาจในการครองตลาดของ Polkadot เพิ่มขึ้นคือทางแพลตฟอร์มให้ความสำคัญกับความสามารถในการทำงานร่วมกันข้ามสายซึ่งเป็นแง่มุมของเทคโนโลยีคริปโตที่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เชื่อว่าจะยังคงกำหนดอนาคตของพื้นที่ที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วนี้ต่อไป  ในแง่ของการออกแบบการดำเนินงานของ Polkadot โปรเจ็กต์นั่นใช้แนวคิดที่ไม่เหมือนใครซึ่งเรียกว่า ‘Parachains’ ซึ่งช่วยให้สนับสนุนบล็อคเชนแบบเลเยอร์ 1 หลายตัวที่ทำงานร่วมกับเชนศูนย์กลาง โปรเจกต์ดังกล่าวสามารถบรรเทาปัญหาคอขวดในการทำธุรกรรมจำนวนมากที่ต้องเผชิญโดยโปรเจกต์สำคัญๆ เช่น Ethereum ซึ่งอัตราค่าธรรมเนียมยังค่อนข้างสูงอย่างต่อเนื่องที่ประมาณ 40 ดอลลาร์โดยเฉลี่ แม้ว่าแพลตฟอร์มจะได้รับการอัปเกรดที่รอคอยเป็นจำนวนมากในปีที่ผ่านมา ที่สำคัญที่สุด EIP 1559 ไม่เพียงแค่นั้นด้วยการใช้งาน ETH2.0 ที่ยังดูห่างไกลในการทำซ้ำในปัจจุบันระบบนิเวศสามารถประมวลผลได้เพียง 30 ธุรกรรมต่อวินาที (tps) ซึ่งต่ำกว่าความสามารถในการทำงานปัจจุบันของ Polkadot อย่างมากที่ 170 tps เครือข่ายของ Polkadot เติบโตอย่างต่อเนื่อง ในอีกมุมหนึ่งความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของ Polkadot

2022-01-08การวิเคราะห์เชิงลึก

เทรดคริปโต vs ซื้อหวย แบบไหนรวยเร็วกว่ากัน!?

เชื่อว่าเป็นคำถามที่หลายคนก็คงสงสัยในใจ ระหว่างหวยที่ตามซื้อมาทุกงวด กับคริปโตที่กำลังมาเหลือเกิน แบบไหนจะมีโอกาสได้แตะเงินล้านก่อนกันนะ ล่าสุดเป็นเรื่องที่ถกกันใน Pantip แบบสุด! แล้วคุณทีมไหน #ทีมหวยรวยเร็ว หรือ #ทีมคริปโตรวยกว่า  เจ้าของกระทู้เท่าว่าเธอเป็นพนักงานออฟฟิศผู้คร่ำหวอดในวงการหวย “ตั้งแต่เริ่มทำงาน หนูก็คร่ำหวอดในวงการลอตเตอรี่มาตลอด จนแล้วจนรอด หนูยังไม่เคยถูกลอตเตอรี่มากกว่าเลขท้าย 3 ตัว ทำให้หนูเริ่มเปรียบเทียบตัวเลือกอื่น ในแง่ของความคุ้มค่าในการลงทุน โดยเฉพาะ 2-3 ปีที่ผ่านมา บิทคอยน์เริ่มมีกระแสตอบรับดีขึ้นเรื่อย ๆ”  “หนูอยากรู้ว่า ระหว่างเล่นคริปโต กับ ลอตเตอรี่ เดือนละ 3,000 บาท ไปเรื่อย ๆ อย่างไหนมีโอกาสกำไร 6 ล้านบาท มากกว่ากัน อยากขอคำแนะนำเป็นวิทยาทานด้วยค่ะ ถ้าคริปโตดีกว่า หนูคิดว่าหนูคงอำลาวงการ แล้วไปเปิดพอร์ตคริปโตแทนค่ะ” หลังจากนั้นก็มีคนมาคอมเมนท์เยอะมากว่า หลัก ๆ ก็สรุปได้ 2 ทีมนั่นแหละ เรามาดูกันดีกว่าว่าแต่ละทีมคิดยังไง?   ทีมหวยรวยเร็ว  ไอ้เรามันคนมีดวง “ถ้าซื้อบิทคอยน์ด้วยจำนวนเงินเท่าราคาลอตเตอรี่ ไม่มีทางที่มูลค่าเศษวิญญาณเหรียญแค่นั้นจะไปมีมูลค่าเท่ารางวัลที่ 1 เพราะราคาเหรียญหนึ่งจะต้องเป็นหมื่นแสนล้านเลย” ซื้อทุกงวดยังได้ลุ้นรางวัลใหญ่เลยนะ ถ้าเป้าหมายคือ 6 ล้าน คือเทียบกับลอตเตอรี่ใบเดียว ราคาก็ประมาณ 100 บาท ต้นทุน 100 บาท ต้องการ 6 ล้าน ลอตเตอรี่เป็นไปได้มากกว่าคริปโต   ทีมคริปโตรวยกว่า  ไอ้เรามันรักคริปโต มีคนบอกว่า “ถ้าจากคำถามกำไร 6 ล้านผมให้คริปโตครับ ทุนซัก 100ล้าน ถอนตอน 106 ล้าน ได้ง่ายกว่าแน่ ๆ ซื้อหวย100ล้าน ได้ล้านใบ ไม่รู้จะได้กำไร 6 ล้านมั้ย” อันนี้ก็น่าคิดนะ “แต่ถ้าทุนเท่าหวย 1 ใบ ที่ 80 บาท หวยก็มีโอกาสได้มากกว่าแน่ ๆ เพราะมองไม่เห็นว่าเหรียญไหนจาก 80 บาท จะไป 6 ล้านได้”  ลอตตารี่ ก็คือการพนันถูกกฎหมายแหละครับ ส่วนคริปโต มันคือ Money game ก็ต้องศึกษา จังหวะซื้อจังหวะขาย การโกง การคิดภาษี จะหวังรวยทางลัดยาก ถ้าไม่ดวงดีจัด ๆ มีทุนหนา ก็ไม่รวยแบบแสนเท่า ล้านเท่า ในเร็ววันครับ วางแผนการเงิน ให้เงินทำงานครับ อย่าใจร้อนรวยทางลัด จะหมดตัวแทน  สำหรับเรา คงไม่ตัดสินว่าทางไหนดีกว่าละกัน เอาเป็นว่าใครชอบสไตล์ไหนก็ไปทางนั้น ซื้อหวยก็ลุ้นเอาตามดวง ตามโชคลาภอย่างเดียว ปล่อยให้บุญวาสนาพาไปล้วน ๆ แต่ซื้อคริปโตก็ต้องศึกษา ดูตลาด ตามข่าว หาเทคนิค เหนื่อยกว่าหวยหน่อย แต่ก็มีโอกาสคาดเดาตลาดได้บ้าง ไม่ได้พึ่งโชคอย่างเดียว ชอบแบบไหนก็ไปแบบนั้นนะจ๊ะ!  ถ้าใคร ทีมคริปโต อย่าลืมดาวน์โหลดแอป WikiBit เพื่อติดตามข่าวสารที่สดใหม่ รวดเร็ว ถึงใจ พร้อมบทความเกร็ดความรู้ในโลกคริปโตแบบนี้ และ WikiBit ยังพร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพียงแค่กดค้นหา ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบจัดเต็ม ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!  [ขอบคุณข้อมูลจากกระทู้ Pantip: https://pantip.com/topic/41190322]

2022-01-07การวิเคราะห์เชิงลึก

มหาเศรษฐีคริปโต Mike Novogratz เตือน “ราคา Bitcoin อาจร่วงลงต่อได้อีก”

เมื่อเร็ว ๆ นี้ Mike Novogratz มหาเศรษฐีคริปโตชื่อดังระดับโลกได้ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านรายการของ CNBC โดยเขาคาดการณ์ว่าราคาของ Bitcoin อาจจะร่วงลงต่อได้อีกและอาจลงไปแตะจุดต่ำสุดที่ระหว่าง $38,000 ถึง $40,000 การคาดการณ์ล่าสุดของ Mike ได้ตอกย้ำถึงคำพูดที่เขาเคยให้ไว้เมื่อสัปดาห์ก่อนว่า เหรียญคริปโตเบอร์หนึ่งของโลกอาจจะร่วงกลับลงมาทดสอบระดับ $42,000 อีกครั้งหนึ่ง  Mike กล่าวว่า เขาจะรออีกสักหน่อยก่อนที่จะช้อนซื้อเหรียญเพิ่มเติม และเขายังกล่าวเสริมด้วยว่า นักลงทุน blue-chip กำลังรออยู่ที่ข้างสนามเพื่อเตรียมพร้อมกระโดดเข้ามามีส่วนร่วมในตลาด Mike กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่ทำให้ Bitcoin เข้าสู่ช่วง Bullrun ในปี 2021 ก็คือ เงินดอลลาร์ที่อ่อนตัวลง ดังนั้นการประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ  เมื่อไม่นานนี้จึงส่งผลกระทบต่อราคา Bitcoin ในทางตรงกันข้าม เช่นเดียวกับนักวิเคราะห์ชื่อดัง Michaël van de Poppe ที่คาดการณ์ราคา Bitcoin ในลักษณะที่คล้ายคลึงกันว่า ระดับแนวรับสำคัญของ Bitcoin นั้นน่าจะอยู่ที่ราว ๆ $41,000 ปัจจุบัน BTC มีการซื้อขายกันอยู่ที่ 43,019 ดอลลาร์ ร่วงลดลง 15.5% จากจุดสูงสุดในรอบ 30 วันที่ระดับ 50,840 ดอลลาร์ อ้างอิงข้อมูลจาก Coingecko

2022-01-07การวิเคราะห์เชิงลึก

Airbnb อาจยอมรับวิธีการชำระเงินด้วย Cryptocurrency

เมื่อเร็ว ๆ นี้ CEO Brian Chesky ได้โพสต์ทวีตเปิดเผยว่า การจองที่พักด้วย Cryptocurrency ถือเป็นคำขออันดับหนึ่งของผู้ใช้ Airbnb ในปีนี้ เมื่อวันที่ 3 มกราคม Chesky ได้ขอให้ผู้ติดตาม Twitter เขียนข้อแนะนำหรือข้อควรปรับปรุงเกี่ยวกับ Airbnb ซึ่งหลังจากที่ได้อ่านทวีตนับพัน เขาก็สรุปว่า ข้อเรียกร้องให้เพิ่ม Crypto เป็นวิธีการชำระเงินนั้นนำมาเป็นอันดับหนึ่ง  ตามด้วย การแสดงราคาที่ชัดเจน, โปรแกรมสมาชิกสำหรับแขก, การอัปเดตค่าธรรมเนียมในการทำความสะอาดและการปรับปรุงระบบให้บริการลูกค้า Chesky กล่าวว่า เขาได้เห็นแนวคิดเกี่ยวกับการยอมรับชำระเงินด้วยคริปโตหลากหลายสกุล นั้นหมายความว่า การชำระเงินด้วยคริปโตของ Airbnb ในอนาคตอาจจะไม่ถูกจำกัดเพียงแค่หนึ่งหรือสองโทเค็น  นอกจากนี้ เขายังเปิดเผยอีกด้วยว่า Airbnb ได้ดำเนินประมวลชำระเงินที่มีมูลค่ากว่า 336,000 ล้านดอลลาร์มานับตั้งแต่ปี 2013 ปัจจุบัน Airbnb ได้รองรับช่องการชำระเงินผ่าน Visa, MasterCard, Apple Pay, Google Pay และ PayPal แต่ยังผู้ให้บริการประมวลผลชำระเงินด้วยคริปโต ก่อนหน้านี้ในเดือนกันยายน Chesky บอกกับ Fox Business ว่า Airbnb ได้รับคำขอมากมายเกี่ยวกับการเปิดรับชำระเงินด้วยคริปโต : เราได้รับคำขอมากมาย และผมได้รับมาหลายปีแล้ว แต่วันนี้ผมไม่มีอะไรที่จะประกาศ เป็นที่น่าสังเกตว่า Brian Armstrong ซีอีโอของ Coinbase และเป็นหนึ่งในคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกนั้นเคยเป็นอดีตพนักงานของ Airbnb มาก่อน

2022-01-07การวิเคราะห์เชิงลึก

เจาะลึกเทคนิค ลงทุนแบบ ‘Warren Buffett’

วอร์เรน บัฟเฟตต์ คือนักลงทุนเบอร์ต้น ๆ ของโลก เป็นตำนานที่ยังมีลมหายใจ เขาเป็นเจ้าของ รถไฟ เครื่องบิน ร้านอาหาร ธนาคาร อสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ แทบจะทุกอย่างในโลกแล้ว กลยุทธ์การลงทุนแบบวอร์เรน บัฟเฟตต์ เป็นที่ประจักษ์ไปทั้งโลกว่าปังสมชื่อ วันนี้เราขอนำเสนอกลยุทธ์ 5 ข้อ ใครเอาไปปรับใช้ บอกเลย มั่งคั่งสุด!   1. ลงทุนในตัวเองก่อนจะลงทุนอย่างอื่น  ในปี 2011 มหาลัย Nebraska Omaha ได้เป็นเจ้าภาพการสัมมนา Genius of Warren Buffett นักเรียนคนหนึ่งถามว่าด้านการลงทุนในยามว่างของเขาควรเรียนอย่างไร  Buffett ตอบว่า: “สำหรับคนส่วนใหญ่ รายได้ส่วนใหญ่ของพวกเขาจะมาจากการหาอำนาจในอาชีพที่พวกเขาเลือก ดังนั้นจากมุมมองของการสร้างความมั่งคั่ง เวลาว่างจึงควรเอาไปฝึกฝนทักษะทางวิชาชีพมากกว่าศึกษาการลงทุน”  บัฟเฟตต์ ก็เคยกลับมาที่โอมาฮาเนบ ในฐานะโบรกเกอร์ซื้อขายหลักทรัพย์และลงทะเบียนในหลักสูตรการพูดในที่สาธารณะ เพื่อที่เขาจะได้สื่อสารกับลูกค้าได้ดีขึ้น จงเรียนรู้อยู่เสมอ ในช่วงเริ่มต้นของอาชีพการงาน ให้เชี่ยวชาญก่อนเงิน ค่อยคิดลงทุน   2. อดทนให้มากพอ  ตอนอายุ 84 ปี บัฟเฟตต์ยังคงลงทุนระยะยาวราวกับว่าเขาจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอีก 50 ปี “ตราบใดที่เรารอ เราจะรออย่างไม่มีกำหนด”  บัฟเฟตต์ลงทุนในโคคา-โคลาครั้งแรกในปี 1988 นับตั้งแต่การลงทุนนั้น เขาไม่เคยขายหุ้นเลย ในการลงทุน ให้ใช้แนวทางระยะยาว ให้เวลาพวกเขาเติบโต อย่าเตรียมพร้อมที่จะวิ่งเมื่อสัญญาณแรกของปัญหา หากคุณรับไม่ได้กับการลงทุนที่มีขึ้นและลง ให้ลองนำเงินของคุณไปลงทุนในการลงทุนที่มีความผันผวนน้อยลง ไปอย่างช้า ๆ และมั่นคง   3. ถ้าคุณใช้อารมณ์กับการลงทุน คุณจะไม่มีวันทำมันได้ดีเลย  การลงทุนเป็นเรื่องของหลักการและเหตุผล แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ คนส่วนใหญ่มักจะตัดสินใจซื้อหรือขายด้วยอารมณ์ และความรู้สึก ซึ่งทำให้พวกเขาไม่ประสบความสำเร็จ บ่อยครั้งนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จก็ไม่ได้เป็นคนที่ใช้หลักการที่ซับซ้อนอะไร แต่แค่เป็นคนที่ควบคุมอารมณ์ได้ดีกว่าคนส่วนใหญ่เท่านั้นเอง   4. ใส่เงินเข้าไปในบ้านของคุณให้น้อยที่สุด  เมื่ออายุ 28 ปี บัฟเฟตต์ซื้อบ้านหลังแรกของเขา (ซึ่งเขายังคงอาศัยอยู่ที่นี่) ด้วยราคา 31,500 ดอลลาร์ เมื่อปรับอัตราเงินเฟ้อแล้ว ยอดรวมดังกล่าวจะเท่ากับ 260,000 ดอลลาร์ในวันนี้ เขาเชื่อว่าบ้านนั้นเป็นพาหนะเพื่อการลงทุน “ฉันจะทำเงินได้มากกว่านี้ถ้าฉันเช่าและใช้เงินซื้อหุ้นแทน” บัฟเฟตต์กล่าว  เมื่อคุณพิจารณาว่ามีค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยประมาณ 4,000 ดอลลาร์ต่อปีในการบำรุงรักษาบ้าน ให้ถามตัวเองว่าการซื้อบ้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าใช้จ่ายล่วงหน้าจำนวนมาก รวมถึงเงินดาวน์เป็นการใช้เงินของคุณอย่างคุ้มค่าที่สุดหรือไม่  อย่าผิดหวังในตัวเองถ้าคุณอายุเกิน 30 แล้วยังไม่มีบ้าน แต่จงเอาชนะตัวเองถ้าคุณไม่ออมทรัพย์และลงทุนในสิ่งที่ทำให้เงินของคุณเติบโต   5. กล้าที่จะแตกต่าง  ในช่วงวิกฤตการเงิน แทนที่จะหนีออกจากตลาดพร้อมกับนักลงทุนที่ตื่นตระหนกหลายล้านคน บัฟเฟตต์กลับก้าวขึ้นสู่การเข้าซื้อกิจการ ในปี 2008 เขาทุ่มเงิน 3 พันล้านดอลลาร์ให้กับดาว เคมิคอล ในปีเดียวกันนั้นเอง เขายังช่วย Mars จัดหาเงินทุนเพื่อซื้อ Wrigley มูลค่า 23 พันล้านดอลลาร์  ในช่วงภาวะถดถอยครั้งใหญ่ เขาได้เข้าซื้อบริษัทต่าง ๆ เช่น Bank of America, Goldman Sachs Bank USA และ General Electric “จงกลัวเมื่อคนอื่นโลภ และจงโลภเมื่อคนอื่นกลัว” คุณตัดสินตัวเองตามมาตรฐานของคุณ ไม่ใช่ของคนอื่น  ทั้งนี้ บัฟเฟตต์พูดเสมอว่า คุณต้องค้นหากลยุทธ์และรูปแบบการลงทุนของคุณเองที่คุณพอใจ ไม่ต้องทำตามเข้าทุกขั้นตอน ขอแค่คุณมีความสม่ำเสมอ จดจ่อ ระแวดระวัง และมองหาการลงทุนในตัวเอง ยึดมั่นในปรัชญาการลงทุนของตัวเอง ยังไงก็ลองนำไปปรับ ๆ กันนะจ๊ะ

2022-01-06การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
6769
...
142