สแกนเพื่อดาวน์โหลด
แพลตฟอร์มตรวจสอบ # และยืนยันการกำกับดูแลของตลาดการเงินทั่วโลก

จับตาดู Polkadot ให้ดี ๆ เมื่อเหรียญเติบโตเร็วกว่า Ethereun ในหลาย ๆ ด้าน

จากเศรษฐกิจโลกที่ค่อย ๆ ฟื้นตัวขึ้นมาอย่างช้า ๆ ทุกอย่างก็ต้องปิดตัวลงอีกครั้งหลังจากที่ Omicron มีการแพร่ระบาดขยายวงกว้างมากขึ้นในปี 2021 ปีนี้มีนักลงทุนคริปโตทั่วโลกต่างก็ตกที่นั่งลำบาก ในขณะที่ปีที่แล้ว Bitcoin ($BTC) และ Ethereum ($ETH) แสดงให้เห็นถึงการครองตลาดนั้น โดยที่เหรียญทั้งสองพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ แต่ก็เห็นถึงโมเมนตัมใหญ่สำหรับโปรเจกต์อย่าง Polkadot ช่วงปีที่ผ่านมาขณะที่ Bitcoin มีการขยับขึ้นมา 25% DOT นั้นสามารถพุ่งขึ้นไปได้กว่า 160% ไม่เพียงเท่านั้นการศึกษจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมานี้แสดงให้เห็นว่าฟอรัมที่เพิ่มขึ้นของสถาบันและผู้ค้าปลีกยังคงกระจายแผนการลงทุนของตนเองให้มีการครอบคลุมไปถึง DOT ด้วย DOT เป็นสินทรัพย์ทางเลือกสำหรับลูกค้าสถาบันในปีที่แล้ว  ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมาหน่วยงานทางการเงินหลักหลายแห่ง ซึ่งรวมถึงธนาคารทั้งหมด กองทุนป้องกันความเสี่ยง และอื่นๆ ได้เข้าสู่โลกของ crypto ผ่านทาง Bitcoin ในขณะที่ปี 2021 เราได้เห็นบริษัทเหล่านี้จำนวนมากขึ้นเริ่มมีการสำรวจและแพร่ขยายขอบเขตไปใช้งาน Polkadot รายงานโดยบริษัทวิเคราะห์บล็อคเชน Messari เปิดเผยว่า 21 จาก 53 ผู้จัดการกองทุนที่โดดเด่นที่สุดในโลกได้ลงทุนใน DOT กันอย่างแข็งขันในปีที่แล้วทำให้เป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่เป็นที่ต้องการมากที่สุดรองลงมาคือเหรียญ altcoin อื่นๆ เช่น โปรโตคอล Near (NEAR), Terra(LUNA) และ Oasis Network (ROSE) หนึ่งในเหตุผลหลักที่ผลักดันให้อำนาจในการครองตลาดของ Polkadot เพิ่มขึ้นคือทางแพลตฟอร์มให้ความสำคัญกับความสามารถในการทำงานร่วมกันข้ามสายซึ่งเป็นแง่มุมของเทคโนโลยีคริปโตที่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เชื่อว่าจะยังคงกำหนดอนาคตของพื้นที่ที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็วนี้ต่อไป  ในแง่ของการออกแบบการดำเนินงานของ Polkadot โปรเจ็กต์นั่นใช้แนวคิดที่ไม่เหมือนใครซึ่งเรียกว่า ‘Parachains’ ซึ่งช่วยให้สนับสนุนบล็อคเชนแบบเลเยอร์ 1 หลายตัวที่ทำงานร่วมกับเชนศูนย์กลาง โปรเจกต์ดังกล่าวสามารถบรรเทาปัญหาคอขวดในการทำธุรกรรมจำนวนมากที่ต้องเผชิญโดยโปรเจกต์สำคัญๆ เช่น Ethereum ซึ่งอัตราค่าธรรมเนียมยังค่อนข้างสูงอย่างต่อเนื่องที่ประมาณ 40 ดอลลาร์โดยเฉลี่ แม้ว่าแพลตฟอร์มจะได้รับการอัปเกรดที่รอคอยเป็นจำนวนมากในปีที่ผ่านมา ที่สำคัญที่สุด EIP 1559 ไม่เพียงแค่นั้นด้วยการใช้งาน ETH2.0 ที่ยังดูห่างไกลในการทำซ้ำในปัจจุบันระบบนิเวศสามารถประมวลผลได้เพียง 30 ธุรกรรมต่อวินาที (tps) ซึ่งต่ำกว่าความสามารถในการทำงานปัจจุบันของ Polkadot อย่างมากที่ 170 tps เครือข่ายของ Polkadot เติบโตอย่างต่อเนื่อง ในอีกมุมหนึ่งความนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของ Polkadot

2022-01-08การวิเคราะห์เชิงลึก

เทรดคริปโต vs ซื้อหวย แบบไหนรวยเร็วกว่ากัน!?

เชื่อว่าเป็นคำถามที่หลายคนก็คงสงสัยในใจ ระหว่างหวยที่ตามซื้อมาทุกงวด กับคริปโตที่กำลังมาเหลือเกิน แบบไหนจะมีโอกาสได้แตะเงินล้านก่อนกันนะ ล่าสุดเป็นเรื่องที่ถกกันใน Pantip แบบสุด! แล้วคุณทีมไหน #ทีมหวยรวยเร็ว หรือ #ทีมคริปโตรวยกว่า  เจ้าของกระทู้เท่าว่าเธอเป็นพนักงานออฟฟิศผู้คร่ำหวอดในวงการหวย “ตั้งแต่เริ่มทำงาน หนูก็คร่ำหวอดในวงการลอตเตอรี่มาตลอด จนแล้วจนรอด หนูยังไม่เคยถูกลอตเตอรี่มากกว่าเลขท้าย 3 ตัว ทำให้หนูเริ่มเปรียบเทียบตัวเลือกอื่น ในแง่ของความคุ้มค่าในการลงทุน โดยเฉพาะ 2-3 ปีที่ผ่านมา บิทคอยน์เริ่มมีกระแสตอบรับดีขึ้นเรื่อย ๆ”  “หนูอยากรู้ว่า ระหว่างเล่นคริปโต กับ ลอตเตอรี่ เดือนละ 3,000 บาท ไปเรื่อย ๆ อย่างไหนมีโอกาสกำไร 6 ล้านบาท มากกว่ากัน อยากขอคำแนะนำเป็นวิทยาทานด้วยค่ะ ถ้าคริปโตดีกว่า หนูคิดว่าหนูคงอำลาวงการ แล้วไปเปิดพอร์ตคริปโตแทนค่ะ” หลังจากนั้นก็มีคนมาคอมเมนท์เยอะมากว่า หลัก ๆ ก็สรุปได้ 2 ทีมนั่นแหละ เรามาดูกันดีกว่าว่าแต่ละทีมคิดยังไง?   ทีมหวยรวยเร็ว  ไอ้เรามันคนมีดวง “ถ้าซื้อบิทคอยน์ด้วยจำนวนเงินเท่าราคาลอตเตอรี่ ไม่มีทางที่มูลค่าเศษวิญญาณเหรียญแค่นั้นจะไปมีมูลค่าเท่ารางวัลที่ 1 เพราะราคาเหรียญหนึ่งจะต้องเป็นหมื่นแสนล้านเลย” ซื้อทุกงวดยังได้ลุ้นรางวัลใหญ่เลยนะ ถ้าเป้าหมายคือ 6 ล้าน คือเทียบกับลอตเตอรี่ใบเดียว ราคาก็ประมาณ 100 บาท ต้นทุน 100 บาท ต้องการ 6 ล้าน ลอตเตอรี่เป็นไปได้มากกว่าคริปโต   ทีมคริปโตรวยกว่า  ไอ้เรามันรักคริปโต มีคนบอกว่า “ถ้าจากคำถามกำไร 6 ล้านผมให้คริปโตครับ ทุนซัก 100ล้าน ถอนตอน 106 ล้าน ได้ง่ายกว่าแน่ ๆ ซื้อหวย100ล้าน ได้ล้านใบ ไม่รู้จะได้กำไร 6 ล้านมั้ย” อันนี้ก็น่าคิดนะ “แต่ถ้าทุนเท่าหวย 1 ใบ ที่ 80 บาท หวยก็มีโอกาสได้มากกว่าแน่ ๆ เพราะมองไม่เห็นว่าเหรียญไหนจาก 80 บาท จะไป 6 ล้านได้”  ลอตตารี่ ก็คือการพนันถูกกฎหมายแหละครับ ส่วนคริปโต มันคือ Money game ก็ต้องศึกษา จังหวะซื้อจังหวะขาย การโกง การคิดภาษี จะหวังรวยทางลัดยาก ถ้าไม่ดวงดีจัด ๆ มีทุนหนา ก็ไม่รวยแบบแสนเท่า ล้านเท่า ในเร็ววันครับ วางแผนการเงิน ให้เงินทำงานครับ อย่าใจร้อนรวยทางลัด จะหมดตัวแทน  สำหรับเรา คงไม่ตัดสินว่าทางไหนดีกว่าละกัน เอาเป็นว่าใครชอบสไตล์ไหนก็ไปทางนั้น ซื้อหวยก็ลุ้นเอาตามดวง ตามโชคลาภอย่างเดียว ปล่อยให้บุญวาสนาพาไปล้วน ๆ แต่ซื้อคริปโตก็ต้องศึกษา ดูตลาด ตามข่าว หาเทคนิค เหนื่อยกว่าหวยหน่อย แต่ก็มีโอกาสคาดเดาตลาดได้บ้าง ไม่ได้พึ่งโชคอย่างเดียว ชอบแบบไหนก็ไปแบบนั้นนะจ๊ะ!  ถ้าใคร ทีมคริปโต อย่าลืมดาวน์โหลดแอป WikiBit เพื่อติดตามข่าวสารที่สดใหม่ รวดเร็ว ถึงใจ พร้อมบทความเกร็ดความรู้ในโลกคริปโตแบบนี้ และ WikiBit ยังพร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพียงแค่กดค้นหา ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบจัดเต็ม ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!  [ขอบคุณข้อมูลจากกระทู้ Pantip: https://pantip.com/topic/41190322]

2022-01-07การวิเคราะห์เชิงลึก

มหาเศรษฐีคริปโต Mike Novogratz เตือน “ราคา Bitcoin อาจร่วงลงต่อได้อีก”

เมื่อเร็ว ๆ นี้ Mike Novogratz มหาเศรษฐีคริปโตชื่อดังระดับโลกได้ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านรายการของ CNBC โดยเขาคาดการณ์ว่าราคาของ Bitcoin อาจจะร่วงลงต่อได้อีกและอาจลงไปแตะจุดต่ำสุดที่ระหว่าง $38,000 ถึง $40,000 การคาดการณ์ล่าสุดของ Mike ได้ตอกย้ำถึงคำพูดที่เขาเคยให้ไว้เมื่อสัปดาห์ก่อนว่า เหรียญคริปโตเบอร์หนึ่งของโลกอาจจะร่วงกลับลงมาทดสอบระดับ $42,000 อีกครั้งหนึ่ง  Mike กล่าวว่า เขาจะรออีกสักหน่อยก่อนที่จะช้อนซื้อเหรียญเพิ่มเติม และเขายังกล่าวเสริมด้วยว่า นักลงทุน blue-chip กำลังรออยู่ที่ข้างสนามเพื่อเตรียมพร้อมกระโดดเข้ามามีส่วนร่วมในตลาด Mike กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่ทำให้ Bitcoin เข้าสู่ช่วง Bullrun ในปี 2021 ก็คือ เงินดอลลาร์ที่อ่อนตัวลง ดังนั้นการประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ  เมื่อไม่นานนี้จึงส่งผลกระทบต่อราคา Bitcoin ในทางตรงกันข้าม เช่นเดียวกับนักวิเคราะห์ชื่อดัง Michaël van de Poppe ที่คาดการณ์ราคา Bitcoin ในลักษณะที่คล้ายคลึงกันว่า ระดับแนวรับสำคัญของ Bitcoin นั้นน่าจะอยู่ที่ราว ๆ $41,000 ปัจจุบัน BTC มีการซื้อขายกันอยู่ที่ 43,019 ดอลลาร์ ร่วงลดลง 15.5% จากจุดสูงสุดในรอบ 30 วันที่ระดับ 50,840 ดอลลาร์ อ้างอิงข้อมูลจาก Coingecko

2022-01-07การวิเคราะห์เชิงลึก

Airbnb อาจยอมรับวิธีการชำระเงินด้วย Cryptocurrency

เมื่อเร็ว ๆ นี้ CEO Brian Chesky ได้โพสต์ทวีตเปิดเผยว่า การจองที่พักด้วย Cryptocurrency ถือเป็นคำขออันดับหนึ่งของผู้ใช้ Airbnb ในปีนี้ เมื่อวันที่ 3 มกราคม Chesky ได้ขอให้ผู้ติดตาม Twitter เขียนข้อแนะนำหรือข้อควรปรับปรุงเกี่ยวกับ Airbnb ซึ่งหลังจากที่ได้อ่านทวีตนับพัน เขาก็สรุปว่า ข้อเรียกร้องให้เพิ่ม Crypto เป็นวิธีการชำระเงินนั้นนำมาเป็นอันดับหนึ่ง  ตามด้วย การแสดงราคาที่ชัดเจน, โปรแกรมสมาชิกสำหรับแขก, การอัปเดตค่าธรรมเนียมในการทำความสะอาดและการปรับปรุงระบบให้บริการลูกค้า Chesky กล่าวว่า เขาได้เห็นแนวคิดเกี่ยวกับการยอมรับชำระเงินด้วยคริปโตหลากหลายสกุล นั้นหมายความว่า การชำระเงินด้วยคริปโตของ Airbnb ในอนาคตอาจจะไม่ถูกจำกัดเพียงแค่หนึ่งหรือสองโทเค็น  นอกจากนี้ เขายังเปิดเผยอีกด้วยว่า Airbnb ได้ดำเนินประมวลชำระเงินที่มีมูลค่ากว่า 336,000 ล้านดอลลาร์มานับตั้งแต่ปี 2013 ปัจจุบัน Airbnb ได้รองรับช่องการชำระเงินผ่าน Visa, MasterCard, Apple Pay, Google Pay และ PayPal แต่ยังผู้ให้บริการประมวลผลชำระเงินด้วยคริปโต ก่อนหน้านี้ในเดือนกันยายน Chesky บอกกับ Fox Business ว่า Airbnb ได้รับคำขอมากมายเกี่ยวกับการเปิดรับชำระเงินด้วยคริปโต : เราได้รับคำขอมากมาย และผมได้รับมาหลายปีแล้ว แต่วันนี้ผมไม่มีอะไรที่จะประกาศ เป็นที่น่าสังเกตว่า Brian Armstrong ซีอีโอของ Coinbase และเป็นหนึ่งในคนที่ร่ำรวยที่สุดในโลกนั้นเคยเป็นอดีตพนักงานของ Airbnb มาก่อน

2022-01-07การวิเคราะห์เชิงลึก

เจาะลึกเทคนิค ลงทุนแบบ ‘Warren Buffett’

วอร์เรน บัฟเฟตต์ คือนักลงทุนเบอร์ต้น ๆ ของโลก เป็นตำนานที่ยังมีลมหายใจ เขาเป็นเจ้าของ รถไฟ เครื่องบิน ร้านอาหาร ธนาคาร อสังหาริมทรัพย์ ฯลฯ แทบจะทุกอย่างในโลกแล้ว กลยุทธ์การลงทุนแบบวอร์เรน บัฟเฟตต์ เป็นที่ประจักษ์ไปทั้งโลกว่าปังสมชื่อ วันนี้เราขอนำเสนอกลยุทธ์ 5 ข้อ ใครเอาไปปรับใช้ บอกเลย มั่งคั่งสุด!   1. ลงทุนในตัวเองก่อนจะลงทุนอย่างอื่น  ในปี 2011 มหาลัย Nebraska Omaha ได้เป็นเจ้าภาพการสัมมนา Genius of Warren Buffett นักเรียนคนหนึ่งถามว่าด้านการลงทุนในยามว่างของเขาควรเรียนอย่างไร  Buffett ตอบว่า: “สำหรับคนส่วนใหญ่ รายได้ส่วนใหญ่ของพวกเขาจะมาจากการหาอำนาจในอาชีพที่พวกเขาเลือก ดังนั้นจากมุมมองของการสร้างความมั่งคั่ง เวลาว่างจึงควรเอาไปฝึกฝนทักษะทางวิชาชีพมากกว่าศึกษาการลงทุน”  บัฟเฟตต์ ก็เคยกลับมาที่โอมาฮาเนบ ในฐานะโบรกเกอร์ซื้อขายหลักทรัพย์และลงทะเบียนในหลักสูตรการพูดในที่สาธารณะ เพื่อที่เขาจะได้สื่อสารกับลูกค้าได้ดีขึ้น จงเรียนรู้อยู่เสมอ ในช่วงเริ่มต้นของอาชีพการงาน ให้เชี่ยวชาญก่อนเงิน ค่อยคิดลงทุน   2. อดทนให้มากพอ  ตอนอายุ 84 ปี บัฟเฟตต์ยังคงลงทุนระยะยาวราวกับว่าเขาจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอีก 50 ปี “ตราบใดที่เรารอ เราจะรออย่างไม่มีกำหนด”  บัฟเฟตต์ลงทุนในโคคา-โคลาครั้งแรกในปี 1988 นับตั้งแต่การลงทุนนั้น เขาไม่เคยขายหุ้นเลย ในการลงทุน ให้ใช้แนวทางระยะยาว ให้เวลาพวกเขาเติบโต อย่าเตรียมพร้อมที่จะวิ่งเมื่อสัญญาณแรกของปัญหา หากคุณรับไม่ได้กับการลงทุนที่มีขึ้นและลง ให้ลองนำเงินของคุณไปลงทุนในการลงทุนที่มีความผันผวนน้อยลง ไปอย่างช้า ๆ และมั่นคง   3. ถ้าคุณใช้อารมณ์กับการลงทุน คุณจะไม่มีวันทำมันได้ดีเลย  การลงทุนเป็นเรื่องของหลักการและเหตุผล แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือ คนส่วนใหญ่มักจะตัดสินใจซื้อหรือขายด้วยอารมณ์ และความรู้สึก ซึ่งทำให้พวกเขาไม่ประสบความสำเร็จ บ่อยครั้งนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จก็ไม่ได้เป็นคนที่ใช้หลักการที่ซับซ้อนอะไร แต่แค่เป็นคนที่ควบคุมอารมณ์ได้ดีกว่าคนส่วนใหญ่เท่านั้นเอง   4. ใส่เงินเข้าไปในบ้านของคุณให้น้อยที่สุด  เมื่ออายุ 28 ปี บัฟเฟตต์ซื้อบ้านหลังแรกของเขา (ซึ่งเขายังคงอาศัยอยู่ที่นี่) ด้วยราคา 31,500 ดอลลาร์ เมื่อปรับอัตราเงินเฟ้อแล้ว ยอดรวมดังกล่าวจะเท่ากับ 260,000 ดอลลาร์ในวันนี้ เขาเชื่อว่าบ้านนั้นเป็นพาหนะเพื่อการลงทุน “ฉันจะทำเงินได้มากกว่านี้ถ้าฉันเช่าและใช้เงินซื้อหุ้นแทน” บัฟเฟตต์กล่าว  เมื่อคุณพิจารณาว่ามีค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ยประมาณ 4,000 ดอลลาร์ต่อปีในการบำรุงรักษาบ้าน ให้ถามตัวเองว่าการซื้อบ้านโดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าใช้จ่ายล่วงหน้าจำนวนมาก รวมถึงเงินดาวน์เป็นการใช้เงินของคุณอย่างคุ้มค่าที่สุดหรือไม่  อย่าผิดหวังในตัวเองถ้าคุณอายุเกิน 30 แล้วยังไม่มีบ้าน แต่จงเอาชนะตัวเองถ้าคุณไม่ออมทรัพย์และลงทุนในสิ่งที่ทำให้เงินของคุณเติบโต   5. กล้าที่จะแตกต่าง  ในช่วงวิกฤตการเงิน แทนที่จะหนีออกจากตลาดพร้อมกับนักลงทุนที่ตื่นตระหนกหลายล้านคน บัฟเฟตต์กลับก้าวขึ้นสู่การเข้าซื้อกิจการ ในปี 2008 เขาทุ่มเงิน 3 พันล้านดอลลาร์ให้กับดาว เคมิคอล ในปีเดียวกันนั้นเอง เขายังช่วย Mars จัดหาเงินทุนเพื่อซื้อ Wrigley มูลค่า 23 พันล้านดอลลาร์  ในช่วงภาวะถดถอยครั้งใหญ่ เขาได้เข้าซื้อบริษัทต่าง ๆ เช่น Bank of America, Goldman Sachs Bank USA และ General Electric “จงกลัวเมื่อคนอื่นโลภ และจงโลภเมื่อคนอื่นกลัว” คุณตัดสินตัวเองตามมาตรฐานของคุณ ไม่ใช่ของคนอื่น  ทั้งนี้ บัฟเฟตต์พูดเสมอว่า คุณต้องค้นหากลยุทธ์และรูปแบบการลงทุนของคุณเองที่คุณพอใจ ไม่ต้องทำตามเข้าทุกขั้นตอน ขอแค่คุณมีความสม่ำเสมอ จดจ่อ ระแวดระวัง และมองหาการลงทุนในตัวเอง ยึดมั่นในปรัชญาการลงทุนของตัวเอง ยังไงก็ลองนำไปปรับ ๆ กันนะจ๊ะ

2022-01-06การวิเคราะห์เชิงลึก

รวม Crypto Scam 2021 (ตำนานโกงคริปโตโลกไม่ลืม)

2021 ถือเป็นปีที่ Cryptocurrency เติบโตอย่างก้าวกระโดด ตลาดนี้ดึงดูดนักลงทุนหน้าใหม่จากทั่วทุกมุมโลก และดึงดูด ‘นักต้มตุ๋น’ มาด้วย ยิ่งตลาด crypto ไม่ได้รับการควบคุม ทำผู้ไม่หวังดีเหล่านั้นยิ่งใช้ช่องทางนี้มาโกงคนทั้งโลก และนี่คือ 3 Crypto Scam ที่โกงคนไปมากที่สุดในปี 2021   1. เหรียญ Squid Game  เหรียญ Squid Game ได้รับแรงบันดาลใจจากซีรีส์ยอดนิยมของ Netflix เป็นเหรียญที่มีมูลค่าพุ่งแบบแรงสุด และถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในเวลาต่อมา เนื่องจากระบบไม่ยอมให้นักลงทุนขายโทเค็นที่ซื้อมา คือซื้อได้อย่างเดียว ห้ามขาย แบบนี้จะทำกำไรได้ยังไง นักต้มตุ๋นดึงผู้ซื้อ ปั่นราคา สุดท้ายมูลค่าร่วงลงเหลือ 0  BBC รายงานในเดือนพฤศจิกายนว่าโทเค็น Squid Game มูลค่าเพิ่มขึ้นจาก 1 เซนต์เป็น 2,856 ดอลลาร์ในเวลาเพียงหนึ่งสัปดาห์ โดยนักพัฒนาทำเงินได้ 3.38 ล้านดอลลาร์ ก่อนที่มูลค่าจะลดลง 99.99% ในเวลาต่อมา (ซึ่งข้อมูลเหรียญ Squid Game บนแอพ WikiBit นั้นบอกว่าเหรียญเป็น Scam ง่าย ๆ คือถ้าใช้แอพนี้คุณจะรู้ว่าเหรียญใดไม่น่าลงทุนด้วย)   2. มิจฉาชีพใช้ชื่อ Elon Musk หลอกคนได้เงินไปกว่า 2 ล้านเหรียญ  มีผู้ที่แอบอ้างเป็น Elon Musk ซีอีโอของ Tesla และ SpaceX หลอกเอาเงินคริปโตเคอร์เรนซีไปอย่างน้อย 2 ล้านดอลลาร์หรือราว ๆ 63 ล้านบาท จากเหยื่อรายหนึ่งในสหรัฐฯ วิธีการหลอกเหยื่อของโจรเหล่านี้คือมักจะอ้างตัวเป็นคนดังหรือบุคคลที่เป็นที่รู้จักในโลกของคริปโตฯ  มิจฉาชีพสัญญาว่าจะให้ผลตอบแทน 2 เท่า ถ้านักลงทุนส่งสกุลเงินดิจิทัลของพวกเขามาโดยมีการสร้างบัญชีปลอมใน Twitter ใช้ภาพประจำตัวเดียวกับบัญชีของมัสก์ และสะกดชื่อผู้ใช้ของเขาผิดเล็กน้อย ก่อนจะนำไปหลอกเหยื่อสร้างความน่าเชื่อถือและแพร่กระจายโครงการ   3. สองพี่น้อง Africrypt หายไปพร้อมเงิน 3,800 ล้านดอลลาร์  Ameer และ Raees Cajee สองพี่น้องเจ้าของ ‘Africrypt’ ซึ่งเป็นเว็บเทรดสกุลเงินดิจิตอลที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศแอฟริกาใต้ จู่ ๆ ก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย พร้อมเงิน 3,800 ล้านดอลลาร์  บริษัทอ้างว่าแพลตฟอร์มของตนถูกแฮ็กเมื่อวันที่ 13 เมษายน แต่ขอให้นักลงทุนไม่รายงานเหตุการณ์ดังกล่าวต่อทนายความและเจ้าหน้าที่ โดยอ้างว่ารายงานดังกล่าวจะเป็นอุปสรรคต่อการคืนทุน โดยสำนักงานกฎหมายพบว่าภายหลังผู้ก่อตั้ง AfriCrypt ทั้งคู่ได้ย้ายมาที่สหราชอาณาจักรทันทีหลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวและปิดข้อมูลการติดต่อทั้งหมด  มีรายงานว่าพี่น้องได้โอน 69,000 BTC จากบัญชีของ AfriCrypt และกระเป๋าเงินลูกค้าไปยังบัญชีใน First National Bank (FNB) ในโจฮันเนสเบิร์ก อย่างไรก็ดีความพยายามในการกู้คืนเงินนั้นมีความยากและซับซ้อนอย่างมาก เนื่องจากหน่วยงานกำกับดูแลภาคการเงินของแอฟริกาใต้ไม่สามารถเปิดการสอบสวนอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับเหตุการณ์นี้ได้ เพราะสกุลเงินดิจิทัลไม่จัดว่าเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินในประเทศ  คนมักเปรียบตลาด crypto เป็นเหมือน “Wild West” เป็นธรรมชาติที่ไม่ได้รับการควบคุม จึงเป็นแหล่งอาหารอันโอชะของผู้ไม่หวังดีด้วย ดังนั้นจึงควรระมัดระวังในการซื้อขาย crypto ให้มากที่สุด ก่อนลงทุนอะไรควรตรวจสอบโครงการ ดูข้อมูลเหรียญก่อนว่าปลอดภัยมั้ย ไม่งั้นมีเสียน้ำตาเหมือนคดีที่เสนอวันนี้แน่!  ใครจะลงทุนคริปโต เราขอแนะนำ #WikiBit แอปนำเสนอข่าวสารวงการคริปโต พร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพียงค้นหาชื่อ ข้อมูลทั้งหมดก็มีพร้อมให้คุณ! #อย่าลงทุนมั่วๆ #เช็คก่อนชัวร์กว่า #โหลดฟรีการันตีความปัง

2022-01-06การวิเคราะห์เชิงลึก

ด่วน! ก.ล.ต. ประกาศเข้ามา กำกับดูแล NFT แล้ว

ปัจจุบันกระแส Non-Fungible Token (NFT) หรือ การนำเทคโนโลยีมาใช้แสดงความเป็นเจ้าของหรือให้สิทธิในสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือที่มีลักษณะเฉพาะในแต่ละเหรียญ ไม่สามารถทดแทนกันได้ เช่น งานศิลปะ, เพลง, รูปภาพ, ของสะสมเกี่ยวกับศิลปินหรือนักกีฬา กำลังได้รับความนิยม ทั้งจากผู้ที่สนใจจะนำผลงานที่มีมาออกและเสนอขาย ในรูปของโทเคน  ผู้ประกอบการที่ต้องการจะให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขาย NFT ทั้งในตลาดแรกและตลาดรองและผู้ที่สนใจซื้อขาย NFT ไม่ว่าจะด้วยความชื่นชอบในผลงาน เพื่อการใช้งาน หรือเพื่อการเก็งกำไร อย่างไรก็ตาม พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 (พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ) ไม่ได้มีการกำหนดเกี่ยวกับ NFT ไว้โดยเฉพาะ แต่กำหนดขอบเขตของสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้การกำกับดูแลไว้ 3 ประเภท ได้แก่  1) คริปโทฯ เป็นเหรียญดิจิทัลที่ใช้เป็นสื่อกลางในการซื้อขายแลกเปลี่ยน เพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้า บริการ หรือสิทธิอื่นใด หรือแลกเปลี่ยนระหว่างสินทรัพย์ดิจิทัลด้วยกัน  2) โทเคนดิจิทัลเพื่อการลงทุน (Investment Token) เป็นเหรียญดิจิทัลที่ให้สิทธิในการเข้าร่วมลงทุนในโครงการหรือกิจการใด ๆ  3) โทเคนดิจิทัลเพื่อการใช้ประโยชน์ (Utility Token) เป็นเหรียญดิจิทัลที่ให้สิทธิแก่ผู้ถือในการได้มาซึ่งสินค้า บริการ หรือสิทธิอื่นใดที่เฉพาะเจาะจง โดยแบ่งเป็น  - Utility Token พร้อมใช้  ที่ผู้ถือเหรียญสามารถใช้สิทธิแลกสินค้าหรือใช้บริการได้ทันที ตั้งแต่วันที่เสนอขายครั้งแรก  - Utility Token ไม่พร้อมใช้  ที่ผู้ถือเหรียญจะยังไม่สามารถใช้สิทธิแลกหรือใช้ประโยชน์สินค้าหรือบริการนั้นได้ในวันเสนอขาย แต่ต้องรอใช้สิทธิในอนาคต ขณะที่ ก.ล.ต. จะกำกับดูแลการออกเสนอขาย Investment Token และ Utility Token ไม่พร้อมใช้ ดังนั้น หากมีการเสนอขาย Investment Token หรือ Utility Token ไม่พร้อมใช้ ผู้ออกต้องได้รับอนุญาตจาก ก.ล.ต. โดยเปิดเผยข้อมูลตามที่กำหนด และต้องเสนอขายผ่าน ICO Portal ที่ได้รับความเห็นชอบจาก ก.ล.ต. แล้ว NFT จัดอยู่ในสินทรัพย์ดิจิทัลหรือไม่ ก.ล.ต. อธิบายไว้ดังนี้  สำหรับกรณีของ NFT นั้น จะต้องพิจารณาว่าลักษณะของ NFT แต่ละเหรียญ เข้านิยาม “สินทรัพย์ดิจิทัล” ประเภทใดประเภทหนึ่งตาม พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ หรือไม่ หากเป็น NFT ที่มีการกำหนดสิทธิในการได้มาซึ่งสินค้า บริการ หรือสิทธิอื่นใด ที่เฉพาะเจาะจง เช่น มีการออก NFT ที่ให้สิทธิในการได้มาซึ่งทรัพย์สิน อาจจะเป็นสิ่งของที่มีลักษณะทางกายภาพที่จับต้องได้หรือไฟล์ดิจิทัล หรือมีการสะสม NFT แล้วให้สิทธิแก่ผู้ถือไปแลกของหรือสิทธิอย่างอื่น จะเข้านิยาม Utility Token ตาม พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ดังนั้น การประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ NFT ลักษณะนี้ จึงต้องปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ภายใต้ พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ  แต่ถ้าหาก NFT นั้น เป็นตัวทรัพย์สินนั้นเอง เวลาซื้อขายหรือโอนก็ติดไปด้วยกัน ไม่อาจแยกกันได้ และไม่ได้มีการกำหนดสิทธิใด ๆ เพิ่มเติม และไม่มีวัตถุประสงค์ในการใช้เป็นสื่อกลางในการซื้อขายแลกเปลี่ยน เช่น NFT ที่สร้างขึ้นโดยการเก็บไฟล์ดิจิทัลบน Interplanetary File System (IPFS) และสร้างเหรียญดิจิทัลขึ้นมาเพื่อความสะดวกในการซื้อขายแลกเปลี่ยน (ไม่ว่าจะสร้าง NFT เหรียญเดียวหรือหลายเหรียญจากไฟล์ดิจิทัลที่เก็บบน IPFS) โดยไฟล์ดิจิทัลและเหรียญนั้น จะโอนติดไปด้วยกัน ไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลง และไม่สามารถแยกกันได้ NFT ดังกล่าวจะไม่เป็นสินทรัพย์ดิจิทัล การดำเนินการเกี่ยวกับ NFT นั้น จึงไม่ถูกกำกับดูแลโดย พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ  สำหรับการประกอบธุรกิจเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นคริปโทฯ หรือ โทเคนดิจิทัล ผู้ประกอบธุรกิจต้องได้รับใบอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ที่ ก.ล.ต. กำหนด โดยปัจจุบันมีการกำกับดูแลธุรกิจ 5 ประเภท ได้แก่ ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Exchange), นายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Broker), ผู้ค้าสินทรัพย์ดิจิทัล (Dealer), ที่ปรึกษาสินทรัพย์ดิจิทัล (Investment advisor) และผู้จัดการเงินทุนสินทรัพย์ดิจิทัล (Private Fund)  ขณะที่การประกอบธุรกิจที่เกี่ยวกับ NFT ที่เข้าข่ายเป็นสินทรัพย์ดิจิทัลตาม พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ ในลักษณะการเป็นศูนย์กลางหรือเครือข่ายใด ๆ ที่จัดให้มีขึ้นเพื่อการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยน NFT โดยการจับคู่สัญญา หรือการจัดระบบ หรืออำนวยความสะดวกให้ซื้อขายหรือแลกเปลี่ยน NFT (NFT Marketplace)  ต้องได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  ที่น่าสนใจคือ ก.ล.ต.

2022-01-06การวิเคราะห์เชิงลึก

Goldman Sach คาดว่า Bitcoin จะมีมูลค่าแตะ 1 แสนดอลลาร์

ยักษ์ใหญ่ด้านการธนาคารของสหรัฐฯ Goldman Sachs ได้ประมาณการว่า ในไม่ช้าเหรียญสกุลเงินดิจิทัลเบอร์หนึ่งของโลกจะมีส่วนแบ่งคิดเป็น 1 ใน 5 ของมูลค่าตลาดทั่วโลก และนั่นหมายความว่า ราคาของ Bitcoin อาจพุ่งขึ้นไปถึงระดับตัวเลข 6 หลัก นอกเหนือจาก Goldman Sach ยังมีผู้เชี่ยวชาญที่มีคาดการณ์ราคา Bitcoin ในทำนองเดียวกัน โดยเมื่อช่วงปลายเดือนธันวาคม 2021  นาย Tomlee แห่ง Fundstrat ได้ให้ทำนายไว้ว่า เหรียญคริปโตเบอร์หนึ่งของโลกนั้นอาจมีมูลค่าสูงถึง 200,000 ดอลลาร์ เช่นเดียวกับ Max Keizer ผู้สนับสนุน Bitcoin ที่ทุกคนรู้จักกันดี ซึ่งมองว่าราคาของเหรียญพุ่งขึ้นถึงระดับ $220,000 ในปี 2022 เนื่องจากเครือข่ายมีอัตรา Hashrate ที่เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามนักลงทุนในตำนานอย่างนาย Ray Dalio กลับมองว่า Bitcoin ไม่น่าจะมีส่วนแบ่งตลาดเกิน 20 เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าตลาดทองคำ  เขาในระหว่างการให้สัมภาษณ์เมื่อเร็ว ๆ นี้กับ Lex Fridman สำหรับการมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับ Bitcoin แบบสุดขั้วนั้นจะเป็นใครเลยไม่ได้นอกจากนาย Michael Saylor ซีอีโอของ MicroStrategy ที่ทำนายว่าราคา Bitcoin พุ่งสูงถึงระดับ 600,000 ดอลลาร์ ในสักวันหนึ่ง แม้จะการคาดการณ์ราคาในแง่บวกจากผู้เชี่ยวชาญหลายราย แต่ถึงอย่างนั้นในปีที่ผ่านมา Bitcoin กลับให้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้นเพียงแค่ 60% เท่านั้น ซึ่งถือว่าลดลงเมื่อเทียบกับเหรียญ Altcoins ตัวอื่น ๆ และแม้แต่หุ้นบริษัทบางตัว Joe Weisenthal เจ้าของรายการพอดแคสต์ยอดนิยมอย่าง ‘Odd Lots’ เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้ออกมากล่าวว่า หุ้นของ Apple ได้ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า Bitcoin ในปี 2021 อีกทั้งยังมีความผันผวนน้อยกว่าอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ผลตอบแทนจากความเสี่ยงของ Bitcoin นั้นยังคงต่ำกว่ามากเมื่อเทียบกับอสังหาริมทรัพย์และดัชนี S&P 500

2022-01-06การวิเคราะห์เชิงลึก

Gerald Celente ชี้เมินอัตราดอกเบี้ยสะ แนะลงทุนใน “ทองคำ เงิน และ Bitcoin”

สหรัฐอเมริกากำลังประสบปัญหาสภาวะเงินเฟ้อที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นผลให้ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินจำนวนมากกำลังไตร่ตรองว่ามาตรการใดที่พวกเขาสามารถใช้เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นได้บ้าง Gerald Celente ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการของ Trends Research Institute และ Robert Kiyosaki นักธุรกิจชาวอเมริกันและผู้เขียนหนังสือด้านการเงิน “Rich Dad Poor Dad” หรือ “พ่อสอนลูกรวย” พูดคุยกับเกี่ยวกับแนวโน้มที่น่าจับตามองในปี 2022 โดยให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับทองคำ เงิน และ Bitcoin Kiyosaki ได้เปิดเผยว่าเขา “ไม่เคยเห็นมันแย่ขนาดนี้มาก่อน” เมื่อนึกถึงการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในสหรัฐอเมริกาเขาก็ตั้งคำถามว่าตลาดจะขึ้นต่อไปได้อย่างไร  พร้อมทั้งกล่าวเพิ่มเติมว่า “พวกเขากำลังหลอกให้เงินราคาถูกไหลเข้าตลาด เพราะเมื่ออัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นและกระแสของเงินถูกหยุดลง เศรษฐกิจจะตกต่ำและตลาดตราสารทุนก็จะพังทลาย” อัตราดอกเบี้ยติดลบ ในขณะที่สิ่งนี้กำลังเกิดขึ้น Celente ชี้ให้เห็นว่าการซื้อคืนหุ้นนั้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากบริษัทต่างๆ ได้รับเงินไม่มากก็น้อย และการซื้อหุ้นคืนเพื่อให้ดูเหมือนกับว่ายังมีหุ้นเหลืออยู่น้อยซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาหุ้นของพวกเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อดูอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริงที่ 6.8% และอัตราดอกเบี้ยของเฟดซึ่ง Celente ระบุว่าเป็น 0 เขาตั้งข้อสังเกตว่า “คุณมีอัตราดอกเบี้ยติดลบ ดังนั้นนี่จึงเป็นกลลวงทั้งหมด”  ด้วยเหตุนี้ ผู้ก่อตั้ง Trends Research จึงให้คำแนะนำสำหรับปี 2022 และแนวโน้มในการป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ โดยได้กล่าวว่า “ทองคำ เงิน และบิทคอยน์ พวกมันจะมีราคาลดลงเมื่ออัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น แต่เศรษฐกิจก็จะลดลงด้วย ดังนั้นสิ่งเหล่านี้จะลดลงเพียงชั่วคราวและจากนั้นก็จะเติบโตอย่างรวดเร็วเมื่อผู้คนตระหนักว่าดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นนั้นแย่ขนาดไหน” ทั้งนี้จากสถิติที่ผ่านมารายได้เฉลี่ยของครัวเรือนลดลงมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในปี 2020 และดูเหมือนว่าตลาดตราสารทุนจะพังทลายลง ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไม GSB (Gold Silver Bitcoin) ถึงสำคัญ อสังหาริมทรัพย์กำลังพัง? Celente ไม่เพียงแต้ไม่เชื่อว่าธุรกิจอสังหาฯ จะพังลง  เพราะความเฟื่องฟูของอสังหาริมทรัพย์ครั้งนี้แตกต่างจากที่อื่น ๆ คือคนมีเงินซื้อของที่อยากได้ ตรงข้ามกับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดในครั้งก่อนที่มาพร้อมกับการจำนองสินทรัพย์และอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตามมีผู้คนบางกลุ่มกำลังมุ่งหน้าสู่เทรนด์ Metaverse ไม่ว่าพวกเขาจะชอบหรือไม่ก็ตาม ตอนนี้ เรากำลังเข้าสู่เทรนด์ใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นกับ Metaverse มันเป็นสิ่งที่เสมือนจริง และคุณจะเห็นคนทำงานที่บ้านมากขึ้นเรื่อย ๆ

2022-01-06การวิเคราะห์เชิงลึก

วิธีคำนวณ ‘ภาษีคริปโต’ ทำแบบนี้ ไม่ดูระวังเจอโทษ!

สรรพากร คอนเฟิร์มแล้วว่า ‘มีนาคม’ ปีนี้ นักเทรดคริปโตที่มีกำไรต้องจ่ายภาษี 15% หลายคนยังงง ๆ ว่าจะคำนวณยังไง ยื่นภาษียังไง วันนี้ WikiBit ของมานำเสนอข้อมูลคร่าว ๆ จะได้เตรียมพร้อมกันให้ทัน!  นักลงทุนที่มีกำไรจากการซื้อขายเหรียญคริปโต หรือสินทรัพย์ดิจิทัล ตามประมวลกฎหมายรัษฎากร จะถือเป็น “เงินได้ตามมาตรา 40(4)(ฌ)” คือ เงินได้จากผลประโยชน์/กำไร ที่ได้รับจากการโอนคริปโทฯ หรือโทเคนดิจิทัล ซึ่งนักลงทุนมีหน้าที่ต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายในอัตรา 15% ซึ่งแม้ว่าจะถูกหัก ณ ที่จ่ายไปแล้ว 15% แต่ยังคงต้องนำเงินได้ดังกล่าวมาคำนวณรวมกับเงินได้อื่น ๆ เพื่อยื่นแบบเสียภาษีบุคคลธรรมดาประจำปีตามปีที่ได้กำไรด้วย   ขั้นตอนยื่นแบบเสียภาษีคริปโตทางออนไลน์  เข้าไปที่เว็บไซต์ E-FILING :efiling.rd.go.th แล้วกดยื่นแบบออนไลน์  ในหน้ากรอกเงินได้ จะมีหัวข้อ รายได้จากการลงทุน ดอกเบี้ย เงินปันผลจากบริษัทต่างประเทศ ประโยชน์ใด ๆ จาก คริปโตเคอร์เรนซี หรือ โทเคนดิจิทัล เงินเพิ่มทุน เงินลดทุน (มาตรา 40(4)) คลิก ระบุข้อมูล  กรอกเป็นรายการ ประเภทธุรกิจ (ประเภทของเงินได้) เงินได้ทั้งหมด ภาษีหัก ณ ที่จ่าย เลขผู้จ่ายเงินได้   วิธีคำนวณภาษีคริปโตเบื้องต้น  ทาง TNN ONLINE ได้เสนอวิธีคำนวณภาษีคริปโตเบื้องต้นว่า  หากนักลงทุนขาย Bitcoin ได้กำไร 150,000 บาท หักภาษี ณ ที่จ่าย 15% = 22,500 บาท จะเหลือกำไรที่ได้รับ 127,000 บาท  จากนั้นเมื่อต้องยื่นภาษีปลายปี หากมีเงินได้สุทธิหลังหักค่าใช้จ่ายและค่าลดหย่อนแล้ว อยู่ที่ 600,000 ให้นำกำไรจากการขาย Bitcoin มารวมกับเงินได้สุทธิ จะได้เท่ากับ 600,000+150,000 = 750,000 บาท  จากนั้นนำยอดมาเทียบตารางอัตราภาษีก้าวหน้า ภาษีที่ต้องเสียคือ 72,500 (ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา) – 22,500 (ภาษีหัก ณ ที่จ่าย) = 50,000 บาท  อย่างไรก็ตาม การคำนวณหักภาษี ณ ที่จ่าย 15% ที่ชัดเจนสำหรับคริปโต หลายฝ่ายยังถูกมองว่าเป็นไปได้ยาก โดย iTAX ได้อธิบายไว้ว่า การคำนวณภาษีจากกำไรทำได้ยากมาก ๆ ในปฏิบัติ และยังมีโอกาสเกิดช่องว่างได้ ขณะที่ Inflow Accounting ระบุว่า การหักภาษี ณ ที่จ่ายคริปโต จะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าต้นทุนตอนซื้อที่แท้จริงเท่าไรบ้าง เช่น หากมาจากการ “ขุด” ซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะนำกำไรมาคำนวณภาษี ดังนั้น นักลงทุนจึงต้องอาศัยการคำนวณภาพรวมการซื้อขายด้วยตัวเองเมื่อได้กำไรก็ต้อง ยื่นภาษีและเสียภาษีอย่างถูกต้องเพื่อป้องกันการถูกเรียกตรวจสอบย้อนหลังด้วย  ถ้าได้ข้อมูลเพิ่มเติมยัง WikiBit จะรีบมารายงานทุกความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นเลย คุณสามารถติดตามข่าวสารที่สดใหม่ รวดเร็ว ถึงใจ พร้อมบทความเกร็ดความรู้ในโลกคริปโตแบบนี้ ได้ที่ “WikiBit” แอปนำเสนอข่าวสารวงการคริปโต พร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพียงแค่กดค้นหา ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบจัดเต็ม ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!  (ของคุณข้อมูลจาก:TNN ONLINE, กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ และ E-Filing กรมสรรพากร)

2022-01-05การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
6769
...
142