สแกนเพื่อดาวน์โหลด
แพลตฟอร์มตรวจสอบ # และยืนยันการกำกับดูแลของตลาดการเงินทั่วโลก

ผู้เชี่ยวชาญเตือน Black Swan อาจมาล้ม Bitcoin ได้

Robert Breedlove CEO ของ Parallax Digital กล่าวว่า Bitcoin จะเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ปลอดภัยที่สุดในประวัติศาสตร์ของมนุษย์แต่เหตุการณ์ Black Swan ในหลายครั้งอาจจะทำลายสินทรัพย์ดิจิทัลนี้ได้ ในการให้สัมภาษณ์กับ Kitco News คุณ Breedlove ยอมรับว่าเหตุการณ์นี้เป็นเรื่องที่ท้าทาย แต่เหตุการณ์ใดก็ตามที่ลดอัตราแฮชลงอย่างรุนแรงจะทำให้อนาคตของ Bitcoin มืดลง  ทั้งนี้เขายังกล่าวว่าการที่ประเทศจีนออกมาแบนการขุด crypto ภายในประเทศนั้นส่งผลให้อัตราแฮชลดดลงอย่างต่อเนื่องแต่สินทรัพย์นั้นยังคงสามารถฟื้นตัวได้ถือเป็นการดำเนินการที่ล้มเหลวอย่างมากในการเข้าควบคุม Bitcoin “Bitcoin สิ่งนี้ทำให้ฉันตระหนักถึงเหตุการณ์ Black Swan ที่จะกดดันอัตราแฮชอย่างรุนแรง แม้ว่า Bitcoin นั้นจะเป็นเครือข่ายที่มีความปลอดภัยมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลก” ทั้งนี้เขายังอ้างถึงการเปลี่ยนแปลงของจักรวาลวิทยา  และวงจรแม่เหล็กไฟฟ้าว่าเป็นภัยคุกคามอื่น ๆ ต่อการดำรงอยู่ของสกุลเงินดิจิทัล การคุกคามต่อ Bitcoin ในเวลาเดียวกัน Breedlove ระบุว่าภัยคุกคามต่อ Bitcoin ที่ทราบในปัจจุบันนั้นเป็นข้อบังคับจากทั่วโลก โดยเขาตั้งข้อสังเกตว่า Bitcoin มักถูกคุกคามจากระบบการเงินแบบดั้งเดิมซึ่งทำให้หน่วยงานกำกับดูแลอาจใช้กฎระเบียบที่รุนแรงซึ่งคล้ายกับช่วงทศวรรษที่ 1930 ที่รัฐบาลห้ามการเป็นเจ้าของทองคำโดยส่วนตัว ทั้งนี้เขามองว่า Bitcoin มีความได้เปรียบเนื่องจากลักษณะการกระจายอำนาจและความสะดวกในการพกพา  ซึ่งดูได้จากการที่เอลซัลวาดอร์รับเอา Bitcoin เป็นเงินที่ถูกกฎหมาย และแจกจ่ายต่อประชาชนภายในประเทศ อย่างไรก็ตาม Breedlove ระบุว่า BTC สามารถบรรลุมูลค่าตามราคาตลาดได้ประมาณ 5 ล้านล้านดอลลาร์ในอีกห้าปีข้างหน้า แม้ว่ามูลค่าตลาดของสินทรัพย์ดิจิทัลจะลดลงอย่างมากในปี 2565 แต่เขาเชื่อว่าเป้าหมายนั้นใกล้เข้ามาแล้ว เนื่องจาก Bitcoin ได้ทะลุ 1 ล้านล้านดอลลาร์ไปแล้ว

2022-02-04การวิเคราะห์เชิงลึก

DeFi ตัวใหม่บน Cardano สามารถดึงดูดให้ผู้ใช้ Stake เหรียญได้ดี

โปรโตคอล Defi ตัวใหม่ที่มีชื่อว่า Meld ซึ่งเปิดตัวบนบล็อคเชนของ Cardano (ADA) นั้นสามารถดึงดูดให้ผู้ใช้ทำการ Lock เหรียญ ADA เพื่อรับผลตอบแทนเป็นเหรียญ Meld ได้เป็นจำนวนกว่า 100 ล้านโทเค็นภายในเวลาเพียงแค่สามวัน Meld ได้ประกาศผ่านบัญชี Twitter โดยมีเป้าหมายเป็นส่วนหนึ่งของโปรโตคอล DeFi ในการนำเสนอบริการ Stake เหรียญ Crypto เป็นหลักประกันสำหรับเงินกู้ ตามข้อมูลของ Meld แพลตฟอร์มได้มุ่งเป้าไปที่ประชากรที่ไม่มีบัญชีธนาคารทั่วโลก  ในขณะที่ใช้ Cardano เพื่อมุ่งเน้นไปที่ประเทศที่มีประชากรคริปโตอยู่หนาแน่น ด้วยโมเดลของ Meld ผู้ใช้จะสามารถฝาก Cryptocurrency ที่ถูกล็อคไว้ในบัญชีก่อนที่จะยืมกู้เงินตามหลักประกันที่ถูกล็อคไ้วด้วยการสนับสนุนจาก Cardano Meld จะอนุญาตให้ผู้ถือโทเค็นสามารถ Stake เหรียญ ADA ได้มากกว่า 620 ล้านเหรียญบนโปรโตคอล เทียบเท่ากับมูลค่าประมาณ 1 พันล้านดอลลาร์  ดังนั้นแพลตฟอร์มดังกล่าวจึงระดมทุนเงินได้ 10 ล้านดอลลาร์สำหรับรอบการระดมทุนรอบ private sale Meld ยังได้ใช้ประโยชน์จากรูปแบบ ISPO ของการระดมทุนด้วย staking pool ที่เติม ADA เป็นจำนวนทั้งหมด 64 ล้านเหรียญ ภายใน 5 วัน ISPO ได้เปิดอีกเพิ่มอีก 4 pool ซึ่งคิดเป็น ADA จำนวนรวมทั้งหมด 133 ล้านเหรียญ โดยผู้ใช้จะสามารถเลือกได้ระหว่างทำการล็อคเหรียญ 6 เดือนหรือ 12 เดือน ด้วยอัตราผลตอบแทนร้อยละ 12% และ 15% ต่อปีตามลำดับ นอกจากนี้ Meld ยังได้ร่วมมือกับ Tingo ผู้ให้บริการมือถือในแอฟริกาเพื่อเสนอให้บริการบนแอพมือถือ และร่วมมือกับ Polygon, Vent Finance และ ADAmatic เพื่อเชื่อมต่อบล็อกเชน Polygon เข้ากับบล็อคเชนของ

2022-02-04การวิเคราะห์เชิงลึก

ดร.นิเวศน์ชี้ใกล้ถึงจุดอวสานเก็งกำไรเงินคริปโทเคอร์เรนซี

ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร นักลงทุนตลาดหุ้นรุ่นลายครามในไทย เปิดเผยมุมมองเกี่ยวกับภาวะตลาดสินทรัพย์คริปโทเคอร์เรนซีในปัจจุบัน โดยกล่าวว่ามุมมองของผมสำหรับนักลงทุนไทยก็คือในช่วงนี้มีโอกาสที่จะใกล้ถึงวัน อวสานของการเก็งกำไรที่หลักทรัพย์เช่น หุ้นหรือสินทรัพย์ดิจิทัลต่างๆ ที่เป็นเครื่องมือในการเก็งกำไร หรือโดยคุณสมบัติเป็นหุ้นหรือเหรียญที่เก็งกำไร กล่าวคือมีพื้นฐานต่ำกว่าราคามาก เช่น มีค่า PE หรือ Market Cap. สูงผิดปกติมาก หรือบางตัวแทบจะไม่มีพื้นฐานเลย อาจจะถูกขายจนราคาตกลงไปมากมายเกินครึ่งหรืออาจจะถึง 80-90% ได้ง่าย ๆ  ทางที่ดีก็ควรจะหลีกเลี่ยงที่จะถือหรือเข้าไปเล่นเก็งกำไรในหุ้นหรือสินทรัพย์เหล่านั้น อย่าไปเชื่อว่ามันจะเปลี่ยนโลกหรือมันจะเติบโตและทำกำไรจากเทรนด์ในอนาคต เพราะโอกาสที่จะเกิดนั้นน้อยมาก หรือถ้าตัวไหนเกิดทำได้จริงๆ บางทีราคาของมันในช่วงนี้ก็ได้ปรับขึ้นมาเหมาะสมกับความสำเร็จนั้นอยู่แล้วก็ได้ เพราะฉะนั้นผมจึงไม่เห็นเหตุผลที่จะลงทุนในหุ้นหรือสินทรัพย์เก็งกำไรเหล่านั้น ถ้าอยากที่จะร่วมขบวนไปกับเทคโนโลยีของโลกใหม่ รอก่อนก็น่าจะได้  ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร กล่าวต่อไปว่า เหรียญคริปโทที่มีราคาปรับตัวขึ้นไปสูงมากนั้นผมคิดว่าไม่ได้มาจากพื้นฐานโดยเฉพาะของบิตคอยน์ที่ว่าจะกลายเป็นเงินของโลก ที่คนทั้งโลกจะใช้ในการซื้อ-ขาย สินค้าหรือเก็บเป็นเงินสำรอง เพราะดูไปแล้วมันมีคุณสมบัติที่ไม่ดีพอที่จะทำอย่างนั้น  อย่างมากที่จะเป็นก็คือทองเสมือนที่ไม่รู้ว่าราคาที่เหมาะสมควรจะเป็นเท่าไร อย่างไรก็ตามในยามที่มีการเก็งกำไรสูงมากในช่วงโควิด-19 มันก็กลายเป็นเครื่องมือในการเก็งกำไรสุดยอด เหตุผลก็เพราะว่าบิตคอยน์มีจำนวนจำกัดและไม่สามารถเพิ่มขึ้นได้ การเข้ามาซื้อของผู้คนจำนวนมหาศาล เพราะเชื่อสตอรี่ที่ว่ามันจะกลายเป็นเงินของโลกทำให้เกิดสถานการณ์ที่บิตคอยน์ถูก “Corner” ซึ่งทำให้ราคาขึ้นไปสูงสุดยอดอย่างรวดเร็ว  แต่ถึงวันนี้ รัฐบาลจำนวนมากและเป็นส่วนใหญ่ของโลกต่างก็ยังไม่รับรองหรือสนับสนุนบิตคอยน์ในการทำธุรกรรมต่าง ๆ หลายประเทศรวมถึงไทยเริ่ม “แบน” บิตคอยน์ในระดับใดระดับหนึ่ง เช่น ไม่อนุญาตให้ใช้ในการซื้อ-ขายสินค้า หรือไม่ให้ลงทุนเลยก็มี  นั่นส่งผลให้สตอรี่ของบิตคอยน์อ่อนลงไปเรื่อย คนที่อาจจะเคยเชื่อว่าบิตคอยน์คือ “อนาคต” ของเงินดิจิทัลเริ่มหวั่นไหวก็เริ่มขาย ราคาที่ลงก็ส่งผลให้คนที่ไม่มั่นใจมากพอเริ่มขายต่อ การตกลงมาอย่างหนักก็ชักจูงให้คนขายเพิ่มขึ้น  ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร กล่าวว่า จริงอยู่ในอดีตบิตคอยน์ก็เคยลงมาอย่างหนักพอๆ กัน แต่มันก็ปรับตัวขึ้นมาใหม่ แต่คราวนี้ก็อาจจะไม่แน่ เพราะแรงต้านจากรัฐบาลทั่วโลกมากขึ้นทุกที ซึ่งรวมถึงจีนและอินเดียที่มีประชากรมหาศาล ดังนั้นอนาคตบิตคอยน์จะไปต่อได้อย่างไร แม้แต่ประเทศที่รับรองบิตคอยน์อย่างแข็งขัน เช่น เอลซัลวาดอร์เองนั้น ก็กำลังโดนเตือนจาก IMF ให้เลิกทำเพราะเกรงว่าจะก่อให้เกิดอันตรายต่อเศรษฐกิจของประเทศ  ดังนั้น เมื่อถึงวันที่การเก็งกำไรระดับโลกในหุ้นและเหรียญดิจิทัลต่างๆ ลดลงอย่างแรง บิตคอยน์ก็อาจจะมีโอกาสตกลงไปมากจนถึงจุดก่อนเกิดโควิด-19 ที่ต่ำกว่า 10,000 เหรียญสหรัฐได้ง่ายๆ

2022-02-03การวิเคราะห์เชิงลึก

ข่าวรายงาน YouTuber ชื่อดังโกงเงินนักลงทุน Crypto กว่า 16 ล้านบาท

Paul ‘Ice Poseidon’ Denino สตรีมเมอร์หรือ YouTuber ชื่อดังกล่าวว่าเขาจะไม่ชดเชยนักลงทุนที่เข้าซื้อ cryptocurrency ของเขาหลังมีรายงานว่าเป็นสิ่งหลอกลวง ทั้งนี้ Coffeezilla ซึ่งเป็นยูทูบเบอร์นักสืบสวนการหลอกลวงออนไลน์เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2022 ได้เผยแพร่คลิปเสียงระหว่างพูดคุยกับ Poseidon ซึ่งเขายอมรับว่าเขาจะไม่จ่ายเงินคืนเพราะเขา “ไม่สนใจ” ว่าใครจะมองเขายังไงในการฉ้อโกง CxCoin จำนวน 500,000 โทเคน  “ความรับผิดชอบส่วนหนึ่งก็อยู่กับพวกเขาเหมือนกันที่ใส่อารมณ์มากเกินไป ผมสามารถคืนเงินให้ได้ซึ่งมันอยู่ในอำนาจของผม แต่ผมจะไม่ทำอย่างนั้นเด็ดขาดและจะไม่พูดอะไรอีก” ในตอนแรก Coffeezilla ค้นพบกลโกงดังกล่าว หลังจากพบการร้องเรียนของจากบุคคลที่ลงทุนในเหรียญของ Poseidon หลายต่อหลายครั้ง หากใครยังไม่ทราบเหรียญดังกล่าวถูกออกแบบให้เป็นกลไกการให้ทิปสำหรับผู้สร้างเนื้อหาโดย Poseidon ได้นำเสนอโครงการระยะยาวเพื่อดึงดูดนักลงทุนจำนวนมากโดยมีมูลค่ากว่าครึ่งล้านดอลลาร์เลยทีเดียว ซึ่งภายหลังยังมีรายงานอีกว่าเขาใช้เงินนี้เพื่อซื้อรถ Tesla ยอมรับว่าถอนเหรียญออกจากสภาพคล่อง  ในแถลงการณ์ที่แยกออกมา Poseidon ยังยอมรับว่าเขาถอนเงินออกจากกลุ่มสภาพคล่องของเหรียญประมาณ 300,000 ดอลลาร์ เนื่องจากมีผู้ถือครองเพียงไม่กี่ราย เขายืนยันว่าในขณะที่ผลักดันเหรียญ เขามุ่งเน้นไปที่บุคคลที่มีความรู้ในการลงทุนคริปโตมาก่อน ในเวลาเดียวกัน Poseidon อ้างว่าเขาได้ดำเนินการตรวจสอบสถานะและเตือนผู้ติดตามของเขาเกี่ยวกับความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับ cryptocurrency อีกทั้งเขาอ้างว่ามี CxCoins ปลอมอยู่ในตลาดอยู่แล้ว  ซึ่งเขายังเน้นว่าไม่มีการขโมยเงินใด ๆ และนักลงทุนรายแรก ๆ ก็ทำกำไรได้แล้ว “ฉันเตือนผู้คนก่อนเปิดตัวว่าเป็นสิ่งที่เสี่ยงและผันผวนอย่างยิ่ง แต่ยังมีบางคนที่ตกหลุมพรางด้วยการซื้อ cxCoins ปลอม และฉันก็คืนเงินให้พวกเขาด้วยความเมตตา” อย่างไรก็ตาม แม้จะยืนกรานอย่างหนักที่จะไม่คืนเงิน แต่โตกลงที่จะจ่ายคืนประมาณ 155,000 ดอลลาร์ให้กับกลุ่มสภาพคล่อง ที่น่าสนใจ Coffeezilla อ้างว่าการสอบสวนของเขาเปิดเผยว่าพบเห็นเพียง 47,000 ดอลลาร์เท่านั้น ดูวิดีโอแบบเต็ม: Famous Livestreamer Stole $500,000 From His Fans

2022-02-03การวิเคราะห์เชิงลึก

รายงานเผยมี Cryptocurrency เกิดใหม่กว่า 1,000 เหรียญในเดือนมกราคม

ในปี 2022 มีจำนวน cryptocurrency เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามการเติบโตของตลาดในปี 2564 ที่เติบโตขึ้นอย่างมากเมื่อช่วงท้ายปี ซึ่งทำให้พบเห็นการสร้าง crypto มากขึ้นกว่าที่เคยเป็นมา ตามรายงานแสดงให้เห็นว่ามี cryptocurrency ที่ถูกสร้างใหม่มากกว่า 1,000 โทเคนในเดือนมกราคม 2022 ซึ่งในปัจจุบันมีจำนวนสกุลเงินดิจิทัลมากถึง 16,238 สกุลตามข้อมูลวันที่ 1 มกราคม 2022  ตามรายงานล่าสุดเมื่อวันที่ 31 มกราคม มี cryptocurrency หมุนเวียนอยู่ในตลาดมากกว่า 17,240 สกุล ซึ่งหมายความว่ามีการเปิดตัวคริปโทเคอร์เรนซี่ใหม่ 1,002 สกุลในเวลาเพียงหนึ่งเดือนนั่นแปลว่ามีสกุลเงินดิจิทัลเกิดใหม่กว่า 31 สกุลใน 1 วันซึ่งคาดว่าตัวเลขนี้อาจจะเพิ่มขึ้นอีกเรื่อย ๆ ในอนาคต  อย่างไรก็ตามเมื่อต้นปี 2021 ข้อมูลเผยให้เห็นว่ามีสกุลเงินดิจิทัลจำนวน 8,153 สกุลซึ่งทำให้เห็นว่าตลอดปี 2021 ที่ผ่านมานั้นมีคริปโทเคอร์เรนซี่ใหม่เพิ่มเติมขึ้นมาอีกกว่า 8,070 สกุลโดยเพิ่มมากขึ้นกว่า 98.98% หรือเกือบ 2 เท่าตัว นั่นแปลว่าใน 1 วันจะมีสกุลเงินดิจิทัลเกิดใหม่กว่า 23 สกุลทุกวันนั่นเอง มูลค่าตลาดของ crypto ทั่วโลก ปัจจุบันมูลค่าตลาดรวมของตลาด crypto อยู่ที่ 1.77 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 0.72% จากวันก่อนหน้า  แม้จะมีการเพิ่มสินทรัพย์ดิจิทัลใหม่มากกว่า 1,000 รายการในกลุ่มในเวลาน้อยกว่าหนึ่งเดือน แต่มูลค่าตามราคาตลาดก็ลดลงอย่างต่อเนื่องในเดือนมกราคมโดยลดมาอยู่ที่มูลค่า 2.26 ล้านล้านดอลลาร์ฃในวันที่ 31 ธันวาคม อย่างไรก็ตามเงินทุนส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ใน 100 อันดับแรกของสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งทำให้สามารถมองเห็นได้ว่าการเติบโตของจำนวนสกุลเงินดิจิทัลที่สร้างขึ้นไม่ได้ส่งผลให้มูลค่าตลาดคริปโตนั้นเพิ่มขึ้นด้วยความสัมพันธ์เดียวกัน

2022-02-03การวิเคราะห์เชิงลึก

10 เหรียญคริปโตที่มีมูลค่าทางตลาดมากที่สุดในโลก

มูลค่าตลาดของคริปโต (Cryptocurrency Market Cap.) คือ มูลค่าตามตลาดโดยรวมของ Cryptocurrency (คริปโต) ทั้งหมดที่มีการระดมทุน แล้วนำไปลิสต์ไว้บนกระดานแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล หรือให้เข้าใจกันง่าย ๆ คือ มูลค่าราคาของเหรียญทั้งหมดในตลาด ซึ่งวันนี้จะพามาดูว่าเหรียญใดมีมูลค่าทางตลาดมากที่สุดในโลก (ข้อมูลวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2565)  Bitcoin หรือ บิทคอยน์ คือสกุลเงินในรูปแบบของดิจิทัล ถูกสร้างขึ้นมาด้วยภาษาคอมพิวเตอร์ ไม่มีใครเป็นเจ้าของ Bitcoin ไม่มีรูปร่างและไม่สามารถจับต้องได้เหมือนธนบัตรหรือเหรียญเงินบาท Bitcoin ถูกสร้างขึ้นมาด้วยกลุ่มนักพัฒนาเล็กๆกลุ่มหนึ่งตลอดจนบริษัทใหญ่ๆทั่วโลก โดยระบบของ Bitcoin ถูกรันโดยคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้งานทั่วโลก โดยใช้ระบบซอฟต์แวร์ในการถอดสมการคณิตศาสตร์  Bitcoin ถือเป็นสกุลเงินแรกของโลกที่ถูกเรียกว่าคริปโตเคอเรนซี (cryptocurrency)  ปัจจุบันมี Market cap ที่ ฿24,175,033,677,945  2. อีเธอเรียม (ETH)  ทางเลือก Bitcoin แรกในรายการของเราคือ Ethereum เป็นแพลตฟอร์มซอฟต์แวร์แบบกระจายอำนาจที่ช่วยให้สามารถสร้างและรันสัญญาอัจฉริยะและแอพพลิเคชั่นที่กระจายอำนาจ (Dapps) ได้โดยไม่ต้องหยุดทำงาน การฉ้อโกง การควบคุม หรือการแทรกแซงจากบุคคลที่สาม เป้าหมายเบื้องหลัง Ethereum คือการสร้างชุดผลิตภัณฑ์ทางการเงินแบบกระจายศูนย์ที่ทุกคนในโลกสามารถเข้าถึงได้โดยเสรี โดยไม่คำนึงถึงสัญชาติ เชื้อชาติ หรือศรัทธา แง่มุมนี้ทำให้ความหมายในบางประเทศมีความน่าสนใจมากขึ้น เนื่องจากผู้ที่ไม่มีโครงสร้างพื้นฐานของรัฐและการระบุตัวตนของรัฐสามารถเข้าถึงบัญชีธนาคาร เงินกู้ ประกัน หรือผลิตภัณฑ์ทางการเงินอื่นๆ ได้หลากหลาย  ปัจจุบันมี Market cap ที่ ฿10,953,399,005,915  3. Tether (USDT)  Tether เป็นหนึ่งในกลุ่มแรกและได้รับความนิยมมากที่สุดในกลุ่มที่เรียกว่า stablecoins ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อตรึงมูลค่าตลาดไว้ที่สกุลเงินหรือจุดอ้างอิงภายนอกอื่นๆ เพื่อลดความผันผวน เนื่องจากสกุลเงินดิจิทัลส่วนใหญ่ แม้แต่สกุลเงินหลักอย่าง Bitcoin ก็ประสบกับช่วงเวลาแห่งความผันผวนบ่อยครั้ง Tether และเหรียญ stablecoin อื่น ๆ พยายามทำให้ความผันผวนของราคาราบรื่นขึ้นเพื่อดึงดูดผู้ใช้ที่อาจระมัดระวัง ราคาของ Tether ผูกกับราคาดอลลาร์สหรัฐโดยตรง ระบบนี้อนุญาตให้ผู้ใช้ทำการโอนจากสกุลเงินดิจิตอลอื่น ๆ กลับไปเป็นดอลลาร์สหรัฐฯ ได้ง่ายขึ้นในเวลาที่เร็วกว่าการแปลงเป็นสกุลเงินปกติ  ปัจจุบันมี Market cap ที่ ฿2,592,210,729,663  4. Binance Coin (BNB)  Binance Coin เป็นสกุลเงินดิจิทัลยูทิลิตี้ที่ทำงานเป็นวิธีการชำระเงินสำหรับค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายบน Binance Exchange เป็นสกุลเงินดิจิตอลที่ใหญ่เป็นอันดับสามตามมูลค่าตลาด ผู้ที่ใช้โทเค็นเป็นวิธีการชำระเงินสำหรับการแลกเปลี่ยนสามารถซื้อขายได้โดยมีส่วนลด บล็อกเชนของ Binance Coin ยังเป็นแพลตฟอร์มที่การแลกเปลี่ยนแบบกระจายอำนาจของ Binance ดำเนินการอยู่ การแลกเปลี่ยน Binance ก่อตั้งโดย Changpeng Zhao และเป็นหนึ่งในการแลกเปลี่ยนที่ใช้กันอย่างแพร่หลายที่สุดในโลกโดยพิจารณาจากปริมาณการซื้อขาย  Binance Coin เป็นโทเค็น ERC-20 ที่ดำเนินการบน Ethereum blockchain ในที่สุดก็มีการเปิดตัว mainnet ของตัวเอง เครือข่ายใช้แบบจำลองฉันทามติเพื่อพิสูจน์การมีส่วนได้เสีย ณ เดือนพฤศจิกายน 2564 Binance Coin มีมูลค่าตลาด 91.5 พันล้านดอลลาร์ โดย 1 BNB มีมูลค่า 545 ดอลลาร์  ปัจจุบันมี Market cap ที่ ฿2,093,566,702,037  5. USD Coin หรือ USDC  เป็นเหรียญ Stablecoin ซึ่งผูกกับดอลลาร์สหรัฐฯ แบบอัตราส่วน 1:1 โดยทุกหน่วยของสกุลเงินดิจิทัลที่อยู่ในระบบหมุนเวียนนี้ได้รับการผูกด้วย 1 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสำรองไว้ในรูปของเงินสดและพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ โดยบริษัท Centre เป็นผู้อยู่เบื้องหลังสินทรัพย์นี้ กล่าวว่า USDC ถูกออกโดยสถาบันการเงินที่ได้รับการรับรอง  ปัจจุบันมี Market cap ที่ ฿1,667,964,222,403  6. คาร์ดาโน่ (ADA)  Cardano เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ “พิสูจน์การเดิมพันได้” ซึ่งสร้างขึ้นด้วยวิธีการวิจัยโดยวิศวกร นักคณิตศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านการเข้ารหัส โครงการนี้ก่อตั้งโดย Charles Hoskinson ซึ่งเป็นหนึ่งในห้าสมาชิกผู้ก่อตั้ง Ethereum หลังจากที่ไม่เห็นด้วยกับทิศทางของ Ethereum เขาก็จากไปและต่อมาก็ช่วยสร้าง Cardano  ปัจจุบันมี Market cap ที่ ฿1,193,814,579,885  7.Solana (SOL)  ใช้หลักการทำงานของโปรโตคอลแบบ Hybrid ระหว่าง Proof-of-Stake และ Proof-of-History และมีการประมวลผลที่รวดเร็ว Solana ออกแบบมาเพื่อการทำธุรกรรมที่มีค่าธรรมเนียมต่ำและยังรับประกันในเรื่องความสามารถในการขยายตัว (Scalability) อีกด้วย  ปัจจุบันมี Market cap ที่ ฿1,143,991,281,544  8. Ripple หรือ

2022-02-02การวิเคราะห์เชิงลึก

Vitalik Buterin ยืนยันว่ากำลังช่วยทีม Dogecoin อัพเกรดเหรียญ

อัลกอลิธึมแบบ Proof-of-Stake (PoS) กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในหมู่ cryptocurrency จำนวนมากโดยมีการเปลี่ยนแปลงไปใช้อัลกอลิธึมดังกล่าวมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้ Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum ได้เปิดเผยในการสัมภาษณ์เมื่อเร็ว ๆนี้กับ UpOnly ว่า Dogecoin (DOGE) มีเป้าหมายที่จะเปลี่ยนไปใช้อัลกอลิธึมแบบแบบ PoS เป็นหลัก  อีกทั้ง Vitalik ยังได้กล่าวอีกว่า “ทุกสกุลเงินดิจิทัลที่สำคัญมีแผนที่จะเปลี่ยนไปใช้ Proof-of-Stake มากยิ่งขึ้น ซึ่งคุณก็รู้ว่า Ethereum นั้นกำลังเปลี่ยนไปใช้ Proof-of-Stake เช่นเดียวกัน และแผนของ Dogecoin นั้นก็กำลังดำเนินการเช่นเดียวกัน” Vitalik ได้อ้างถึงข้อเสนอที่เผยแพร่เมื่อคริสต์มาสปีที่แล้ว ซึ่งระบุกลยุทธ์ในการดำเนินการตามข้อเสนอ DOGE สำหรับ PoS  ซึ่งจะทำให้บุคคลจำนวนมากมีส่วนร่วมกับการจัดการเครือข่าย DOGE ได้ “Dogecoin Foundation กำลังร่วมมือกับ Vitalik Buterin เพื่อสร้างการปักหลักในชุมชนซึ่งมันถูกตีพิมพ์เมื่อช่วงคริสต์มาสปีที่แล้ว” นอกจากนี้ Dogecoin Foundation ยังระบุในขณะที่กำลังทำงานร่วมกับ Vitalik ในการจัดทำข้อเสนอที่จะ อนุญาตให้ทุกคนไม่ใช่แค่นักลงทุนรายใหญ่มีส่วนร่วมในการให้รางวัลของพวกเขาสำหรับการมีส่วนร่วมในการดำเนินงานเครือข่าย และในขณะเดียวกันก็ตอบแทนชุมชนทั้งหมดด้วยการกุศล  ทั้งนี้นั่นเป็นเพราะ Vitalik ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับ Dogecoin Foundation ร่วมกับ Billy Markus ผู้ร่วมก่อตั้ง DOGE และ Jared Birchall ซึ่งเป็นตัวแทนของ Tesla (NASDAQ: NASDAQ:TSLA ) พร้อมด้วย CEO อย่าง Elon Musk ซึ่งเมื่อไม่นานมานี้ Tesla เพิ่งเปิดชำระ “สินค้า” บางอย่างได้ด้วย Dogecoin อย่างไรก็ตามเมื่อปีที่แล้ว Vitalik Buterin หวังว่า Dogecoin จะย้ายไปยัง Proof-of-Stake ด้วยความช่วยเหลือจากเทคโนโลยีของ Ethereum พร้อมทั้งแนะนำให้สร้าง ETH-DOGE bridge ซึ่งเขาเชื่อว่าจะช่วยเร่งความเร็วการทำธุรกรรมบนบล็อกเชนของ

2022-02-02การวิเคราะห์เชิงลึก

Litecoin เตรียมอัปเกรด mainnet ครั้งสำคัญ

Litecoin Foundation องค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่อยู่เบื้องหลังการพัฒนาทางเทคนิคและการจัดการชุมชน ประกาศว่าการอัปเกรด Mimblewimble Extension Block (MWEB) พร้อมสำหรับการเปิดตัว mainnet ใน Litecoin (LTC) แล้ว MimbleWimble กำลังจะมาถึง Litecoin ตามประกาศอย่างเป็นทางการที่แบ่งปันโดย Litecoin Foundation ในบล็อกหลักได้กล่าวถึงการอัปเกรดที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ทั้งหมดของบล็อกเชน Litecoin (LTC)  ซึ่งกำลังถูกตั้งค่าให้เปิดใช้งาน Mimblewimble Extension Block upgrade (MWEB) เปิดให้ใช้งานอย่างเป็นทางการแล้วในรูปแบบ “ตัวเลือก” ซึ่งรองรับโดยโหนด Litecoin (LTC) ทำให้ MWEB จะถูกเพิ่มไปยังโหนดของ Litecoin ในซอฟต์แวร์ Litecoin Core 0.21.2 ระบบดังกล่าวจะได้รับการตรวจสอบโดย Quarkslab ซึ่งเป็นทีมรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่มีชื่อเสียงอย่างสูง ทั้งนี้ David Burkett โปรแกรมเมอร์อิสระที่ทำงานเกี่ยวกับการติดตั้ง MWEB กับ Litecoin เน้นย้ำถึงความสำคัญของการอัพเกรด Litecoin (LTC) ไว้ว่า MWEB เป็นขั้นตอนต่อไปที่สำคัญในวิวัฒนาการของ Litecoin ซึ่งจะเป็นทางเลือกในการรักษาความลับให้แก่ผู้ใช้งานไม่ว่าจะเป็นสิ่งเล็ก ๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน  แม้แต่กระทั่งเงินเดือนหรือการซื้อบ้านก็ตาม“ ด้วย MimbleWimble จะทำให้ผู้ส่ง LTC ทุกคนจะสามารถทำให้ข้อมูลการทำธุรกรรมที่ยุ่งยากได้อย่างง่ายดาย เช่น ที่อยู่ผู้ส่งและจำนวนเหรียญที่โอน Litecoin จะรวม Taproot update Charlie Lee ผู้สร้าง Litecoin กล่าวเสริมว่าการเปิดตัวถูกตั้งค่าเป็น ”RC หลังจากทำงานหนักหลายปีโดยโปรแกรมเมอร์และนักวิเคราะห์ซอฟต์แวร์ระดับแนวหน้า การวางแผน การพัฒนา และการเปิดใช้งาน MWEB เป็นความพยายามของชุมชนอย่างแท้จริง โดยเริ่มจากการบริจาคเป็นเวลาหลายปีจากผู้สนับสนุน Litecoin ทั่วโลก และจบลงด้วยความทุ่มเทของ David Burkett ซึ่งเป็นผู้นำโครงการ นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับผู้สนับสนุนหลัก เช่น Andrew Yang ซึ่งช่วยเกี่ยวกับข้อเสนอการปรับปรุง Litecoin

2022-02-02การวิเคราะห์เชิงลึก

MicroStrategy เข้าซื้อ Bitcoin มูลค่าอีก 829 ล้านบาท

MicroStrategy บริษัทรายใหญ่ที่ถือครอง Bitcoin มากที่สุดในโลกได้ทำการเข้าซื้อ BTC กว่า 660 BTC ซึ่งเทียบเท่ามูลค่า 25 ล้านดอลลาร์ในตลอดช่วง 30 ธันวาคม 2564 ถึงวันที่ 31 มกราคม 2565 ตามการยื่นเรื่องระเบียบข้อบังคับล่าสุดของบริษัท ตามการอ้างอิงข้อมูลล่าสุดในวันที่ 31 มกราคม 2022 ได้เปิดเผยว่า MicroStrategy ถือ 125,051 BTC ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 4.8 พันล้านดอลลาร์โดยมีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 30,200 ดอลลาร์ต่อเหรียญ  ทั้งนี้ Michael Saylor CEO ของ MicroStrategy เปิดเผยในเร็ว ๆ นี้ว่าตัวเขานั้นได้ถือ Bitcoin ไว้มากกว่า 17,732 BTC ซึ่งมีมูลค่ามากถึง 685 ล้านดอลลาร์ในปัจจุบัน โดยปัจจุบัน Bitcoin เพิ่งฟื้นตัวขึ้นมาสู่ระดับราคา 38,669 ดอลลาร์ หลังจากร่วงลงกว่า 34,000 ดอลลาร์ในสัปดาห์ที่ผ่านมาแม้ว่าจะเป็นช่วงสั้น ๆ แต่ก็ยังปฏิเสธไม่ได้ว่า BTC นั้นร่วงลงกว่า 44.02% จากจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 69,044 ดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม Saylor ได้บอกว่าเขาจะไม่ขาย Bitcoin แม้ว่าจะมีการลดราคาลงโดยเขาได้บอกอีกว่า “เราได้รับและถือ bitcoin นั่นคือกลยุทธของเรา” ทั้งนี้นักวิเคราะห์ยังได้คาดการณ์ว่าราคา BTC จะสูงถึง ล้านดอลลาร์ในท้ายที่สุด

2022-02-02การวิเคราะห์เชิงลึก

สถิติโลกชี้ชัด คนไทยมีสัดส่วนต่อประชากรถือครองคริปโตมากเป็นอันดับ 1

Digital 2022 Global Overview Report รายงานพฤติกรรมคนในยุคดิจิทัลระดับโลกจัดทำโดย We Are Social และ Hootsuite ประจำปี 2022 ออกมาแล้ว มีข้อมูลพฤติกรรมคนไทยที่น่าสนใจมากมาย  แต่ที่ฮือฮาที่สุดคือเทรนด์การลงทุนในคริปโต ซึ่งกำลังร้อนแรงในประเทศไทย แต่ใครจะคิดว่า มันร้อนแรงถึงขนาดที่ทำให้คนไทยมีสัดส่วนต่อประชากรของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเป็นผู้ถือครองคริปโตมากเป็นอันดับ 1 ของโลก!  จากรายงานระบุว่าคนไทย มีสัดส่วนต่อประชากรในการถือครองเป็น 20.1% ในขณะที่ค่าเฉลี่ยโลกอยู่ที่ 10.2% ซึ่งนอกจากเราจะเป็นที่ 1 ของโลกในแง่สัดส่วนของคนที่ถือคริปโตแล้ว ยังมีสัดส่วนต่อประชากรในการถือครองคริปโตมากกว่าค่าเฉลี่ยโลกเป็นเท่าตัว  ในรายงานระบุภาพรวมของคริปโตว่ามีความผันผวนสูง แต่ก็เป็นที่นิยมอย่างมากโดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งประเทศที่ถือครองคริปโตรองจากไทยคือ ไนจีเรีย, ฟิลิปปินส์, แอฟริกาใต้, ตุรกี  นอกจากนี้ คนที่เล่นคริปโตอย่างบ้าคลั่ง คือเพศชายช่วงอายุ 16-44 ปี ส่วนคนสูงอายุดูเหมือนว่าจะไม่อินกับการลงทุนคริปโตเท่าไรนัก  จากภาพรวมสถิติ ยังชี้ให้เห็นว่า ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตราวๆ 1 ใน 20 คนที่มีอายุระหว่าง 55-64 ปีเป็นเจ้าของสกุลเงินดิจิทัล ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่ไม่น้อย และมีความสำคัญต่อผู้กำหนดนโยบายการลงทุนดิจิทัลในแต่ละประเทศ  คนไทยนอกจากคลั่งคริปโตแล้ว ยังคลั่งการเล่นเกมด้วย!  จากรายงาน Digital 2022 Global Overview Report พบว่า คนไทยเล่นเกมเป็นอันดับ 2 ของโลก โดยสัดส่วนตัวเลขคนตั้งแต่อายุ 16-64 ปี เล่นเกม 94.7% ตามหลังอันดับ 1 คือฟิลิปปินส์ 96.4%  ความน่าสนใจคือแต่ละประเทศสัดส่วนการเล่นเกมไม่ทิ้งห่างกันมาก และยังเป็นพฤติกรรมที่นิยมในทุกเพศทุกวัย สัดส่วนการเล่นเกมในแต่ละเพศและแต่ละช่วงอายุมีความใกล้เคียงกัน  โดยเกมในที่นี้ คือเกมจากทุกอุปกรณ์ทั้งมือถือ คอมพิวเตอร์ วิดีโอเกมบนจอทีวี  ข้อมูลอื่นๆ ที่น่าสนใจคือ คนไทยมีการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตอย่างครอบคลุมแล้ว 77% อินเทอร์เน็ตบ้านของไทย เร็วเป็นอันดับที่ 2 ของโลก และคนไทยใช้อินเทอร์เน็ตบนมือถือมากเป็นอันดับ 2 ของโลก  อ้างอิงข้อมูลจาก: https://wearesocial.com/uk/blog/2022/01/digital-2022-another-year-of-bumper-growth-2/?fbclid=IwAR3bJOAiX_GngN2tQ4QuMpeh6jcuYVMntkFP3LcbFObGeW8Srp1IgSUrv4A

2022-02-01การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
5759
...
142