สแกนเพื่อดาวน์โหลด
แพลตฟอร์มตรวจสอบ # และยืนยันการกำกับดูแลของตลาดการเงินทั่วโลก

นักขุด Bitcoin ขาวจีนแห่อพยพไปสหรัฐฯ หลังรัฐบาลประกาศแบน

เนื่องด้วยระบอบการปกครองของประเทศจีน ที่ยังคงมีมาตรการปราบปรามการดำเนินการของนักขุดบิทคอยน์ทั่วประเทศ โดยข้อมูลจาก CryptoPotato เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมามีการปราบปรามการขุดในเมือง Yunnan ซึ่งเป็นที่ตั้งของเหมืองบิทคอยน์ที่ใหญ่ที่สุดอันดับสี่ ส่งผลให้การอพยพของนักขุดชาวจีนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง   ซึ่งตามรายงานจาก CNBC จุดหมายที่ผู้อพยพเหล่านี้ตั้งเป้าไว้คืออเมริกาเหนือ โดยเฉพาะรัฐเท็กซัส ตามรายงานจากหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐ เท็กซัสเป็นรัฐที่มีราคาพลังงานต่ำที่สุดในโลก พร้อมกับส่วนของพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันเท็กซัสเป็นผู้นำด้านการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังลม ซึ่งผลิตพลังงานได้เกือบ 30% ของยอดรวมในประเทศสหรัฐฯ   นอกจากนี้เท็กซัสยังมีเครือข่ายพลังงานที่ไม่ได้ถูกควบคุม ซึ่งช่วยให้ผู้ใช้สามารถเลือกผู้ให้บริการได้ พร้อมกับผู้นำทางการเมืองและนายธนาคารที่สนับสนุนบิทคอยน์ ทำให้เท็กซัสกลายเป็นจุดหมายในฝันสำหรับนักขุดที่กำลังมองหาที่ตั้งใหม่ Brandon Arvanaghi อดีตวิศวกรความปลอดภัยของแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโต Gemini กล่าวว่า คุณกำลังจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ในเท็กซัสเรามีผู้ว่าการอย่าง Greg Abbott ที่ช่วยส่งเสริมการทำเหมือง และมันจะกลายเป็นอุตสาหกรรมอย่างแท้จริงในสหรัฐฯ   ซึ่งมันจะเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่ออย่างมาก เท็กซัสไม่เพียงแต่มีพลังงานที่ถูกที่สุดในสหรัฐฯ แต่มันถูกที่สุดในโลก ทำให้การก่อตั้งบริษัททำเหมืองเป็นเรื่องง่าย แค่คุณมีเงินลงทุน 30-40 ล้านดอลลาร์ คุณก็สามารถเป็นนักขุดชั้นนำในสหรัฐฯ ได้“ Arvanaghi กล่าว Alejandro De La Torre รองประธานกลุ่มเหมืองขุด Poolin ในฮ่องกง กำลังวางแผนที่จะอพยพออกจากประเทศ ”เราไม่อยากเผชิญหน้ากับมาตรการปราบปรามใหม่ทุก ๆ ปีในประเทศจีน เราจึงพยายามกระจายแรงขุดไปทั่วโลก นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงย้ายไปที่สหรัฐฯ และแคนาดา Nic Carter หุ้นส่วนของ Castle Island Ventures กล่าวถึงปริมาณแรงขุดที่ลดลงว่าอาจเป็นเพราะเหมืองต่าง ๆ ในประเทศจีนถูกปิด   และคิดว่าแรงขุดบิทคอยน์ 50% ถึง 60% จะออกจากประเทศจีนในที่สุด การประมาณการณ์ในปัจจุบันแสดงให้เห็นอัตราการครอบงำตลาดของประเทศจีนที่อยู่ระหว่าง 55% ถึง 65% ที่กำลังลดลง และตามข้อมูลจาก Bitinfocharts แสดงให้เห็นว่าอัตรการขุดในเครือข่ายบิทคอยน์ลดลง 33% จากจุดสูงสุดเมื่อวันที่ 13 พฤษภาคมที่ 171.4 EH/s เหลือ 114.5 EH/s ในปัจจุบัน

2021-06-17การวิเคราะห์เชิงลึก

สุดแซ่บ!! สาวไทยแกร่งรู้ทันกลโกง Crypto คุยปั่นหัวจน Scammer หนี!

คุณรู้หรือไม่ว่าในวงการคริปโตนั้น “มีเรื่องฮาเยอะมาก” เพราะสิ่งที่กำลังเป็นไวรัลที่สุดในตอนนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องการคุยปั่น ‘Scams’ จากเจ้าของบัญชี Facebook ที่ใช้ชื่อ ‘Patcharaporn Fang’ ที่โพสต์ภาพแชทของตนเอง ระหว่างคุยกับหนุ่มหล่อชาวเกาหลี โดยในเนื้อความได้มีการชักชวน และถามถึงการลงทุนใน BTC (Bitcoin) แต่หญิงสาวไม่หลงกล ตอบกลับยับ ถูกใจชาวเน็ตเป็นอย่างมาก   โดยบทสนทนาเบื่องต้น เริ่มจากการทักทายกันเป็นปกติ โดยใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร แต่สาวไทยรู้สึกลำบาก จึงใช้ภาษาไทยตอบกลับไปแบบฮาๆ ว่า “อย่ากดดันสิ คิดไม่ทัน” หลังจากนั้นมาหนุ่มเกาหลีคนนั้นก็ได้ใช้ภาษาไทยในการตอบกลับสาวไทยมาตลอด ซึ่งมองจากลักษณะการตอบแล้วคงใช้เครื่องมือแปลภาษาในการแปลข้อความของสาวไทย  ต่อมาหนุ่มเกาหลีคนนั้นได้มีการถามว่า “คุณชอบการลงทุนไหม” หลังจากอ่านข้อความนี้สาวไทยไม่รอช้าตอบกลับไปว่า “ชอบสิตอนนี้ฉันมีเล่นวงแชร์อยู่ 10 วง รายได้ประมาณ 5,000 ล้านบาท คุณสนใจลงทุนกับฉันไหม” โดยชายหนุ่มได้ตอบปัดไปว่าตนนั้นชอบการลงทุนมาก พร้อมถามถึง BTC (Bitcoin) และพยายามอธิบายว่า BTC คืออะไร แต่กลับโดนสาวไทยปั่นกลับมาว่า “ฉันรู้จักแต่ BTS กับ MRT มันเป็นขบวนนะ ยิ่งขึ้นเยอะยิ่งเสียเยอะ ถ้าบ้านคุณอยู่ไกล ฉันแนะนำให้นั่งรถเมล์” หลังจากเจอข้อความนี้หนุ่มเกาหลีถึงกับงง แต่ยังคงยืนยันว่า BTC นั้นดีที่สุด ซึ่งสาวไทยไม่หลงกลตอบกลับไปแบบกวนๆ จนจบบทสนทนา   สิ่งที่แอดอยากจะบอกคือ เหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นบ่อยมากในประเทศไทย เพราะตอนนี้ทางแอป ‘Wikibit’ มีคนมาร้องเรียนเยอะมาก โดยจะมีคนหน้าตาดีๆ ทักมาหลอกไปลงทุนกับแอปเทรดคริปโต แต่พอถึงเวลากลับถอนเงินออกมาไม่ได้ ซึ่งคนไทยมักตกเป็นเหยื่อให้กับกลโกงนี้ เพราะมันมักแฝงตัวมาตามแอปหาคู่ หรือโซเชียลมีเดียต่างๆ เช่น IG Facebook ดังนั้นหากมีคนมาเชิญชวนคุณให้ไปลงทุนในคริปโต สิ่งแรกที่คุณควรทำก็คือนำชื่อเว็บเทรดคริปโตที่ถูกกล่าวอ้าง ไปตรวจสอบความน่าเชื่อถือในแอป ‘Wikibit’ ก่อน อย่าไปหลงเชื่อมันง่ายๆ เพราะนี่เป็น 1 ในกลโกงที่พบบ่อยที่สุดในตอนนี้    คุณเองก็สามารถติดตามข่าวสารดีๆ และการแฉกลโกง เกี่ยวกับวงการคริปโตได้ง่ายๆ เพียงกดติดตามเพจติดตามเพจ Wikibit แล้วโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token ไว้ให้อีกด้วย เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแต่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดไว้! อุ่นใจ! ไม่โดนโกง!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  

2021-06-16การวิเคราะห์เชิงลึก

เผย!! สาเหตุ ‘Huobi Thailand’ ถูกสั่งปิดชั่วคราว!!

" />   ล่าสุดทาง ‘Huobi Thailand’ ได้ประกาศให้ลูกค้าถอนสินทรัพย์ออกภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2564 ผ่านช่องทางบัญชี Facebook หลังจากที่ทาง คณะกรรมการ ก.ล.ต. มีมติขยายระยะเวลาให้ บริษัท หั่วปี้ (ประเทศไทย) จำกัด (Huobi) แก้ไขระบบงานให้เป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด รวมทั้งปรับปรุงระบบงานและบุคลากรให้มีความพร้อมในการประกอบธุรกิจ และสั่งการให้ระงับการให้บริการเป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลชั่วคราวไปเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้   “เนื่องจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. มีมติให้ บริษัท หั่วปี้ (ประเทศไทย) จำกัด ระงับการให้บริการเป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลชั่วคราว โดยกำหนดให้ลูกค้าถอนสินทรัพย์ออกจาก แพลตฟอร์ม ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2564 โดยบริษัทฯ อยู่ในระหว่างการปรับโครงสร้างองค์กร และเปลี่ยนแพลตฟอร์ม”  ในส่วนของสาเหตุจากเหตุการณ์ดังกล่าว รวมไปถึงระยะเวลาในการปิดแพลตฟอร์มชั่วคราว ยังไม่มีประกาศออกมาอย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ยังคงมีการตั้งคำถามจากนักลงทุนว่า “ถ้าหาก ‘Huobi Thailand’ กลับมาเปิดให้ใช้บริการตามปกติ จะกลับมาให้บริการในรูปแบบเดิมไหม หรือปรับเปลี่ยนรูปแบบแพลตฟอร์มการให้บริการใหม่ทั้งหมด” ณ จุดๆนี้ แอดคงบอกได้แค่ว่า “เราคงต้องรอลุ้นกันต่อไปค่ะ!!”   ต่อมาเรามาดูข้อมูลของ ‘Huobi Thailand’ ในแอป ‘Wikibit’ กันดีกว่าว่าดีแค่ไหน โดยจากการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของ ‘Huobi Thailand’ บนแอปพลิเคชันของ ‘Wikibit’ พบว่า ‘Huobi Thailand’ เป็น Exchange ที่ได้คะแนนจากแอปอยู่ที่ 8.19 คะแนน ได้รับใบอนุญาตจาก FSA, SFC, SEC, FinCEN มีการเยี่ยมชมบริษัทจากทาง ‘Wikibit’ แล้ว และมีคนร้องเรียนเข้ามาอยู่พอสมควร ซึ่งส่วนใหญ่จะเข้ามาร้องเรียนในเรื่องของปัญหาการถอนเงิน และการเชื่อมต่อเครือข่ายที่ล้มเหลว ถือว่าเป็น Exchange ที่มีความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับหนึ่ง ดังนั้นหากใครที่กำลังลงทุนเทรดคริปโจกับเจ้านี้อยู่ ในเมื่อสาเหตุยังไม่ถูกเปิดเผย อย่าพึ่งเสียใจไป แอดเชื่อว่าหาก ‘Huobi Thailand’ Come Back เมื่อไหร่ ต้องมาพร้อมโฉมใหม่ที่ปังแน่นอน!!   คุณเองก็สามารถตรวจสอบข้อมูลด้วยตัวเองได้ด้วยแอป ‘Wikibit’ เพราะเป็นแอปที่มีฟีเจอร์ตรวจสอบข้อมูล Exchange และ Token ที่ครบและจบในแอปเดียวมาก เพียงแค่คุณกดค้นหาชื่อ Exchange และ Token ที่คุณกำลังสนใจเท่านั้น ข้อมูลต่างๆ ที่สามารถให้คุณนำไปใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจก็จะปรากฏขึ้น ไม่ว่าจะเป็น คะแนนจากแอป ใบอนุญาต การเยี่ยมชมจาก ‘Wikibit’ White paper และอื่นๆ อีกมากมาย ปังขนาดนี้อย่าช้า โหลดเลยฟรี!!     ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-06-16การวิเคราะห์เชิงลึก

‘White Paper’ คืออะไร? ทำไมนักเทรดคริปโตควรอ่านก่อนลงทุน?

นักลงทุนมือใหม่หลายๆ คน มักเลือกลงทุนคริปโตตามกระแส โดยไม่ได้ใส่ใจในศึกษาข้อมูลของเหรียญอย่างเพียงพอ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อความล้มเหลวในการลงทุนมากๆ ดังนั้นหากคุณเลือกที่จะลงทุนในเหรียญนั้นๆ การศึกษาข้อมูลคือสิ่งที่สำคัญที่สุด หากคุณไม่รู้ว่าจะอ่านข้อมูลตรงไหน แอดขอบอกเลยว่าเริ่มจาก ‘White Paper’ ก่อนเลย   ‘White Paper’ คือ เอกสารที่ไว้นำเสนอข้อมูล รายละเอียดต่างๆ จากเจ้าของโปรเจกต์หรือเจ้าของเทคโนโลยี โดยทั่วไปแล้วจะเป็นรายละเอียดทางเทคนิคที่จะคอยบอกเล่าว่า เทคโนโลยีนี้ถูกสร้างไว้เพื่ออะไร แก้ไขปัญหาในจุดไหน หรือโครงสร้างการทำงานของระบบที่เจ้าของโปรเจกต์ต้องการพัฒนาคืออะไร เป็นต้น  เนื่องจากในโลกของสกุลเงินดิจิทัลนั้นไม่สามารถจับต้องได้ ดังนั้นจำเป็นต้องมีเอกสารอย่าง ‘White Paper’ เพื่อใช้ในการสื่อสารให้เกิดความเข้าใจตรงกันระหว่างผู้สร้าง และผู้ใช้งาน   ทั้งนี้ถ้าหากคุณอยากลงทุนในตลาดคริปโต การอ่าน ‘White Paper’ จะช่วยให้คุณเข้าใจในเทคโนโลยีที่เรากำลังจะลงทุนมากขึ้น แต่ด้วยเทคโนโลยีในแต่ละประเภทมีความแตกต่างกันในเชิงข้อมูลเป็นอย่างมาก ทำให้ปัจจุบัน ‘White Paper’ ยังไม่มีมาตรฐานหรือการกำหนดว่าควรมีองค์ประกอบอะไรบ้าง แต่สิ่งที่จำเป็นต้องมี และมีแน่นอนใน ‘White Paper’ ก็คือ ข้อมูลที่จะสามารถช่วยให้คุณเข้าใจกลไกการทำงาน และปัญหาที่เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยแก้ไขได้มากที่สุด  ณ ปัจจุบัน ‘White Paper’ กำลังเป็นที่พูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ จากเทคโนโลยีที่ถูกพัฒนาทำให้อุตสาหกรรมมีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดมาก โดยเฉพาะในวางการคริปโต ที่ตอนนี้มีมากมายกว่าหมื่นเหรียญ และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งแต่ละเหรียญก็ถูกพัฒนาเพื่อแก้ไขปัญหาที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นการอ่าน ‘White Paper’ จะช่วยทำให้เราเข้าใจเหรียญต่างๆ ได้มากขึ้นนั่นเอง   ทั้งนี้หลายๆ คน คงสงสัยว่า “แล้วเราจะไปหา ‘White Paper’ อ่านได้จากที่ไหน” แอดขอแนะนำให้โหลดแอป ‘Wikibit’ และกดค้นหารายชื่อ ‘Token’ ที่คุณสนใจ ก่อนเข้าไปดูในส่วนของ ‘White Paper’ หากคุณเข้ามาในหน้านี้แล้ว คุณจะได้ทราบรายถึงละเอียดต่างๆ ที่ทางบริษัทได้สร้างขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็น เทคโนโลยีนี้ถูกสร้างไว้เพื่อทำอะไร แก้ปัญหาในจุดไหน หรือโครงสร้างการทำงานของระบบที่เจ้าของโปรเจกต์ต้องการพัฒนาคืออะไร เป็นต้น จากตัวอย่างแอดลองค้นหาชื่อเหรียญอย่าง ETH (Ethereum) ซึ่งข้อมูลที่ปรากฏนั้นเยอะมาก มีทั้งคะแนนจากแอป การเยี่ยมชม ปริมาณการซื้อขาย ข่าวสารที่เกี่ยวกับกับเหรียญนี้ ถือว่าดีมากๆ ดังนั้นหากใครอยากลองอ่าน ‘White Paper’ และเนื้อหาอื่นๆ เพื่อศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน บอกได้เลยว่า แอปนี้จัดเตรียมไว้ให้คุณเรียบร้อยแล้วโหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….    App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)" />

2021-06-16การวิเคราะห์เชิงลึก

ราคา Bitcoin ร่วงลงอย่างรุนแรงหลังแตะ 41,000 ดอลลาร์ นักเทรดหนีตายละหวั่น

เมื่อวานนี้ราคา Bitcoin ได้พุ่งทะลุระดับ 41,300 ดอลลาร์อย่างรุนแรง และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นทำให้หลายคนเชื่อว่าตลาดคริปโตนั้นอาจเปลี่ยนทิศทางไปสู่แนวโน้มขาขึ้นแล้ว แต่หลังจากนั้นไม่นานเรื่องที่หลายคนคาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น เนื่องจากราคาเริ่มได้เห็นแรงเทขายเข้ามาถาโถมบริเวณแนวต้านสำคัญและส่งผลทำให้ราคา Bitcoin ร่วงลดลงในชั่วโมงต่อมา   นักวิเคราะห์คริปโตชื่อดัง Rekt Capital ได้ตั้งข้อสังเกตว่า การร่วงลงของราคาที่เกิดขึ้นนี้ ดูเหมือนว่าจะเกิดขึ้นหลังจากที่ราคาพยายามยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย EMA ราย 200 วัน แต่ไม่สำเร็จ ส่งผลให้มีการเทขายอย่างรุนแรงและทำให้ราคาร่วงลงจุดต่ำสุดระหว่างวันที่ $39,500 ในเวลาต่อมา ในขณะที่ตลาด Altcoin ส่วนใหญ่ได้เห็นการเคลื่อนไหวที่ไม่แน่นอนของราคา แต่กระนั้นในวันที่ 15 มิถุนายนเหรียญ Shiba Inu (SHIB) กลับมีราคาที่เพิ่มขึ้นอย่างน่าประทับใจกว่า 33%   หลังมีรายงานว่าเว็บเทรดเบอร์หนึ่งของสหรัฐฯ Coinbase Pro เตรียมที่จะลิสต์เหรียญดังกล่าวในวันพรุ่งนี้ นอกจากเหรียญ Shiba Inu แล้วเหรียญ Chiliz (CHZ) และ KEEP ก็ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นกว่า 18% และ 10% ด้วยเช่นกัน สำหรับราคา Bitcoin ในวันนี้ นักเทรดหลายคนมองว่า หากราคาสามารถยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ย MA ราย 200 วันได้ มันมีโอกาสที่เป็นไปได้สูงที่ Bitcoin จะกลับมาดำเนินการต่อในช่วงขาขึ้นอีกครั้ง อีกทั้งยังมีกำหนดการประชุมธนาคารกลางสหรัฐประจำเดือนมิถุนายนที่นักลงทุนต่างเฝ้ารอดูอย่างใจจดใจจ่อ ซึ่งเราก็คงต้องจับตาดูทิศทางของตลาดในวันนี้ให้ดี

2021-06-16การวิเคราะห์เชิงลึก

Bitcoin ถูกปั่นราคาโดยบุคคลที่มีอำนาจได้ไหม ?

เมื่อไม่นานมานี้มีเหตุการณ์มากมายที่เกิดขึ้นบนสื่อโซเซียลมีเดียและดูเหมือนมันจะส่งผลกระทบต่อ Bitcoin และคริปโตโดยตรง จนทำให้หลายคนอดสงสัยไม่ได้ว่าตลาดคริปโตนั่นมีเจ้ามือที่คอยปั่นราคาอยู่เบื้องหลังจริง ๆ หรือไม่ ก่อนหน้านี้เราได้เห็นการเคลื่อนไหวของนาย Elon Musk CEO ของ Tesla ที่ออกมาทวีตเกี่ยวกับเหรียญคริปโตอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็น Dogecoin หรือ Bitcoin ที่ต่างก็มีราคาขึ้นลงตามทวีตของเขา   ราวกับว่าเขามีเวทมนตร์วิเศษที่สามารถกำหนดทิศทางของตลาดได้ โดยในระหว่างให้สัมภาษณ์เมื่อเร็ว ๆ นี้นาย Magda Wierzycka CEO ของ Sygnia ได้ออกมากล่าววิพากษ์วิจารณ์ CEO ของ Tesla ว่า : “สิ่งที่เราสังเกตเห็นก็คือ Bitcoin ถูกควบคุมราคาจากบุคคลที่มีอำนาจคนหนึ่ง” อย่างไรก็ตามไม่นานหลังจาก Musk ได้ออกมาตอบสนองต่อทวีตดังกล่าวทันทีและกล่าวอธิบายว่า : ข้อกล่าวหานี้ไม่ถูกต้อง Tesla ขายเหรียญ Bitcoin เพียง 10% ของการถือครองเท่านั้นเพื่อยืนยันว่าตลาดมีสภาพคล่องอยู่จริง และเมื่อไหร่ที่มีการยืนยันได้ว่าการขุด Bitcoin นั้นมาจากการใช้พลังงานสะอาดประมาณ 50% ของทั้งหมด   ทาง Tesla ก็จะกลับมารับการชำระเงินด้วย Bitcoin อีกครั้ง“ เรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้หลายคนเกิดข้อสงสัยว่า Bitcoin เป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีความสัมพันธ์อยู่กับสิ่งต่าง ๆ จริงหรือไม่ เพราะล่าสุดมันได้แสดงให้เห็นถึงหลักฐานที่ตรงกันข้ามจากการทวีตของนาย Elon musk ในขณะเดียวกันนาย Thomas Lee จาก Fundstrat ได้ออกมาให้ความคิดเห็นถึงเรื่องนี้ว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากบริษัทหรือตัวบุคคลนั้นเป็นการแสดงให้เห็นแล้วว่า ตลาดจำเป็นต้องมีการพัฒนาต่อไป : ”การตอบสนองต่อราคาของ bitcoin และ crypto ที่มีต่อบริษัทหรือบุคคลนั้นแสดงให้เห็นแล้วว่า ตลาดแห่งนี้ยังคงต้องมีการพัฒนาต่อไปทั้งนี้คุณยังสามารถติดตามข่าวสารต่างๆ ในวงการคริปโตผ่านแอป WikiBit และร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ หรือเทคนิคต่างๆ ในการเทรดคริปโตผ่านฟีเจอร์ เว็บบอร์ดได้อีกด้วย ถือได้ว่าเป็นห้องเรียนเล็กๆแต่ครบเครื่องจริงๆ ทั้งข้อมูล การตรวจสอบ ข่าวสาร และการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ดีขนาดนี้ไม่ต้องรอห้องเรียนอัจฉริยะแล้ว โหลดเลย!!

2021-06-16การวิเคราะห์เชิงลึก

เปิดภาพไวรัล! ห้องเรียนเทรดคริปโตอัจฉริยะ จาก ‘UWA’

" /> โลกแห่งการเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด ในเมื่อปัจจุบันวงการคริปโตกำลังมาแรง การศึกษาและการให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ต้องมาเช่นกัน เมื่อไม่นานมานี้ที่ University of Western Australia (UWA) คณะวิชาธุรกิจ ได้สร้างห้องเรียนอัจฉริยะสำหรับในการเทรดคริปโตขึ้นมา เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้รับประสบการณ์เกี่ยวกับระบบการซื้อขายและการวิจัยที่ได้มาตรฐานต่ออุตสาหกรรม   โดย Prof. Caminschi ทีมงานของ UWA ที่เชี่ยวชาญด้าน AV และ IT ได้ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบ 3D Audio Visual เพื่อตอบสนองความท้าทายในการแปลงพื้นที่จำกัดนี้ ให้เป็นห้องซื้อขายและห้องเรียนที่ใช้งานได้เต็มรูปแบบ พื้นที่มีพื้นคอนกรีตเรียบและความสูงของเพดานที่จำกัด ซึ่งช่วยลดความเป็นไปได้ในการใช้ระบบยกพื้นแบบเดิมเพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินสายที่ซับซ้อน และไม่รวมการใช้ฝ้าเพดาน ติดตั้งเครื่องฉายวิดีโอ และสิ่งอำนวยความสะดวกในการสอนอื่นๆ อีกมากมาย   ทั้งนี้ก่อนที่คุณจะเข้าไปในห้องเรียนอัจฉริยะ ตามทางเดิมจะเต็มไปด้วยภาพบรรยากาศของการซื้อขายที่วุ่นวาย ผ่านจอทีวีที่ติดตั้งอยู่ตามผนังด้านนอกของห้อง ทำให้ทุกคนในห้องโถง สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน โดยแหล่งที่มาของการนำเสนอข่าวสารการซื้อขายคริปโตทั้งหมด ได้มาจากฟีดเคเบิลทีวี ได้แก่ CNN, Bloomberg TV และ MSNBC News เป็นต้น   แม้ว่าเทคโนโลยีของห้องซื้อขายจะน่าประทับใจมากแค่ไหน แต่บทบาทเพียงอย่างเดียวของมันคือการจัดหาประสบการณ์การเรียนรู้ที่หลากหลายสำหรับนักเรียน ตามที่ Prof. Caminschi กล่าวไว้ว่า: “แทนที่จะอ่านหนังสือเรียนแบบแห้งๆ ที่ดูความเคลื่อนไหวของตลาดในอดีต ห้องทดลองนี้ช่วยให้นักเรียนของเราทำงานกับเครื่องมือและข้อมูลล่าสุดเพื่อติดตามเหตุการณ์ในโลกแห่งความเป็นจริงแบบเรียลไทม์” ถึงแม้ในประเทศไทยจะยังไม่มีห้องเรียนอัจฉริยะแบบนี้ให้สำหรับคนที่สนใจในการศึกษา แต่ในประเทศไทยยังมีแอป ‘Wikibit’ ที่เปรียบเสมือนห้องเรียนอัจฉริยะ หรือแหล่งข้อมูลเล็กๆ ที่ไม่ว่าใครก็สามารถเข้าถึงการใช้งานของมันได้ โดยตัวแอปนั้นได้เก็บรวบรวมข้อมูลต่างๆ เพื่อใช้ตรวจสอบ Exchange และ Token ไว้ให้คุณแล้ว ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ปริมาณการซื้อขาย White paper การเยี่ยมชมบริษัทจาก เป็นต้น ทั้งนี้คุณยังสามารถติดตามข่าวสารต่างๆ ในวงการคริปโต และร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์ หรือเทคนิคต่างๆ ในการเทรดคริปโตผ่านฟีเจอร์ เว็บบอร์ดได้อีกด้วย ถือได้ว่าเป็นห้องเรียนเล็กๆแต่ครบเครื่องจริงๆ ทั้งข้อมูล การตรวจสอบ ข่าวสาร และการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ดีขนาดนี้ไม่ต้องรอห้องเรียนอัจฉริยะแล้ว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-06-15การวิเคราะห์เชิงลึก

Bitcoin VS Altcoin ลงทุนตัวไหนดีกว่ากัน?

" />   ตอนนี้ตลาดคริปโตกำลัง Come back!! อีกครั้ง ทำให้นักลงทุนทั้งหน้าใหม่ และหน้าเก่ากำลังสงสัยว่าการลงทุนใน ‘Bitcoin’ หรือ ‘Altcoin’ อันไหนที่ให้ผลตอบแทนดีกว่ากัน ซึ่งเราจะมาดูกันว่ามีกลยุทธ์ไหนบ้างที่สามารถช่วยให้การลงทุนของคุณได้รับผลตอบแทนที่ดีขึ้น   ‘Bitcoin’ นั้นเป็นโปรเจกต์เหรียญคริปโตที่มีความเป็น decentralize มากที่สุด มีผู้ใช้งานมากที่สุด และมีพื้นฐานแนวความคิดดีที่สุดอีกด้วย ในแง่ของวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ที่ทำงานเกี่ยวกับการพัฒนาเครือข่าย นอกจากนี้ ‘Bitcoin’ ยังมีสภาพคล่องมาก และเป็นเครือข่ายที่มีปลอดภัยสูงด้วยกำลังขุด Hashrate จำนวนมหาศาลที่ใช้ในการตรวจสอบธุรกรรม   ในทางกลับกันเหรียญ ‘Altcoin’ หรือเหรียญคริปโตอื่นๆ เช่น ETH ADA XRP เป็นต้น ก็มักจะมีความผันผวนสูง และมีความเสี่ยงมากกว่า รวมถึงเรื่องความปลอดภัยและสภาพคล่องที่น้อยกว่า ‘Bitcoin’ อย่างเห็นได้ชัด ซึ่ง ‘Altcoin’ มักถูกโจมตีอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากมีกำลังขุด hashrate ที่ต่ำกว่าหรือมีความปลอดภัยที่น้อยกว่า ‘Bitcoin’ แต่ถึงกระนั้นก็มีบางเหรียญที่ใช้อัลกอริทึ่มแบบ PoS หรือมี devs ที่มีความเชี่ยวชาญ ซึ่งเราก็ต้องพิจารณาเป็นกรณี ๆ ไปและศึกษาอย่างละเอียดก่อนที่จะลงทุนทุกครั้ง  นักเทรด ‘Altcoin’ ส่วนใหญ่มักชื่นชอบความผันผวนของบรรดาเหรียญ ‘Altcoin’ เพราะพวกมันจะช่วยให้พวกเขาทำกำไรได้มากขึ้นหากโปรเจกต์ประสบความสำเร็จ และเหรียญ ‘Altcoin’ ส่วนใหญ่ก็มักจะมูลค่าเพิ่มขึ้นเมื่อ ‘Bitcoin’ มีมูลค่าเพิ่มขึ้น หรือบางครั้งก็อาจจะเพิ่มขึ้นมากกว่าตัว ‘Bitcoin’ เองเสียด้วยซ้ำ  หากว่าคุณกำลังวางแผนที่จะลงทุนในเหรียญ ‘Altcoin’ คุณควรต้องมีการทำวิจัยอยู่เสมอและควรรู้ไว้ด้วยว่าโปรเจกต์ ‘Altcoin’ นั้นมักมีการโฆษณาที่เกินจริงอยู่บ่อยครั้งและบริษัทที่อยู่เบื้องหลังโปรเจกต์ ‘Altcoin’ ก็มีความเสี่ยงที่จะถูกควบคุม แต่สำหรับ ‘Bitcoin’ นั้นไม่ใช่  ดังนั้น ‘Bitcoin’ จึงดูเหมือนว่าเป็นการลงทุนที่ดีที่สุด เพราะนอกจากมันจะเป็นสินทรัพย์ที่สามารถเก็บมูลค่าได้แล้ว มันยังเป็น cryptocurrency ตัวแรกของโลกที่นำไปสู่การพัฒนาเทคโนโลยี blockchain อีกด้วย  ทั้งนี้ในการทำวิจัย หรือศึกษาข้อมูลของเหรียญนั้น คุณควรหาช่องทางการสืบค้นข้อมูลที่ดี และมีความน่าเชื่อถือ ซึ่งแอดขอแนะนำแอป ‘Wikibit’ หรือเจ้านกสีส้มนั่นเอง แอปนี้ถูกพัฒนาให้ใช้งานง่าย มันสามารถช่วยคุณในการตรวจสอบข้อมูลของ Exchange และ เหรียญคริปโต เพียงแค่คุณกดค้นหาชื่อเหรียญที่คุณสนใจเท่านั้น ข้อมูลต่างๆ ที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏ ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป มูลค่าตลาด White paper และอื่นๆ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจในการลงทุนได้มากขึ้น   แต่ถ้าคุณยังงงๆ ยังไม่รู้ว่าจะลงทุนเหรียญตัวไหน หรือไม่มีเหรียญในดวงใจ แอป ‘Wikibit’ เขาสร้างฟีเจอร์ดีๆ อย่าง การจัดอันดับเหรียญ และ Exchange ไว้ให้คุณแล้ว โดยแอปได้ทำการจัดอันดับตั้งแต่สิ่งที่ดีที่สุด ได้รับความนิยมที่สุด ควรค่าแก่การลงทุน ไปยันสิ่งที่ห่วยที่สุด ไม่ได้รับความนิยมจากกลุ่มนักลงทุน และพบปัญหาการร้องเรียนอยู่บ่อยๆ จนโดนหักคะแนน อย่างไรก็ตามหากคุณได้เหรียญในดวงใจแล้ว อย่าลืมกดเข้าไปศึกษาข้อมูล และอ่าน White paper เพื่อทำความเข้าใจให้ดีก่อนลงทุนทุกครั้งเสมอ!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….    App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)    Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-06-15การวิเคราะห์เชิงลึก

Bitcoin ราคาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่นักลงทุนจับตาอัตราเงินเฟ้อ

Bitcoin พุ่งขึ้นเหนือ $40,000 ในวันจันทร์ เนื่องจากการขับเคลื่อนโดยอีลอน มัสก์ นักลงทุนบางคนยังคงชื่นชอบ Bitcoin ในฐานะทรัพย์สินป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ เนื่องจากความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐอาจออกมาตรการรับมือช้าเกินไป  “ฉันชอบ Bitcoin ในฐานะทรัพย์สินกระจายความเสี่ยง” พอล ทูดอร์ โจนส์ จาก Tudor Investment Corp. กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับ CNBC “สิ่งเดียวที่ฉันรู้แน่ชัด ฉันต้องการลงทุนในทองคำ 5%, Bitcoin 5%, เงินสด 5%, สินค้าโภคภัณฑ์ 5%”  เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ข้อมูลแสดงให้เห็นว่าอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2551 แต่เฟดยังคงแนะนำว่าความเสี่ยงที่อัตราเงินเฟ้อจะควบคุมไม่ได้นั้นมีโอกาสต่ำ เนื่องจากปัจจัยที่หนุนราคานั้นเป็นเพียงปัจจัยชั่วคราว  ธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve) แสดงการตัดสินใจนโยบายการเงินและแนวโน้มล่าสุดในข้อมูลหลายจุด รวมถึงอัตราเงินเฟ้อ การเติบโตทางเศรษฐกิจ และตลาดแรงงานในวันพุธ  หากเฟดระบุว่าไม่ลดอัตราเงินเฟ้อและยังคงแนะนำว่าจะรักษาสถานะที่เป็นอยู่ในนโยบาย โจนส์แนะนำว่าอาจถึงเวลาที่ต้องลงทุนอย่างหนักเพื่อรับมือกับภาวะเงินเฟ้อ  “ถ้าพวกเขาพูดว่า เราอยู่บนเส้นทางนี้ อะไรๆ ก็ดี ฉันก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อรับมือกับเงินเฟ้อ” โจนส์กล่าว “ฉันอาจจะซื้อสินค้าโภคภัณฑ์ ซื้อคริปโต ซื้อทองคำ”  การเข้าซื้อ Bitcoin เพื่อป้องกันความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจาก อีลอน มัสก์ CEO ของเทสล่ากลับจุดยืนของเขาเกี่ยวกับ Bitcoin โดยกล่าวว่าบริษัทเทสล่า จะรับธุรกรรม Bitcoin อีกครั้งในอนาคต  “เมื่อมีการยืนยันการใช้พลังงานสะอาดอย่างสมเหตุสมผล (ประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์) โดยผู้ขุดและมีแนวโน้มที่ดีในอนาคต Tesla จะกลับมาอนุญาตให้ทำธุรกรรม Bitcoin” เขากล่าวในทวีตเมื่อวันอาทิตย์  มัสก์ได้กลายเป็นทั้งฮีโร่และวายร้ายในช่วงที่ผันผวนของราคา Bitcoin ในปี 2021 การประกาศของเขาในเดือนกุมภาพันธ์ว่า Tesla ได้ซื้อ BTC มูลค่า 1.5 พันล้านดอลลาร์เพื่อเก็บไว้ในคลัง ช่วยขับเคลื่อนคริปโตยอดนิยมไปสู่ระดับสูงสุดตลอดกาลที่ประมาณ 65,000 ดอลลาร์ในเดือนเมษายน  BTC พุ่งขึ้นในไม่ช้าหลังจากนั้น เนื่องจากมัสก์เปิดเผยว่า เทสล่า ขาย Bitcoin มูลค่า 10% และจากนั้น CEO เริ่มกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับการใช้พลังงานที่นักขุดใช้เพื่อผลิต bitcoin  การเคลื่อนไหวที่ต่ำกว่านั้นยังรุนแรงขึ้นจากการปราบปรามด้านกฎระเบียบในประเทศจีนเกี่ยวกับกิจกรรมการซื้อขายและการขุดเหรียญคริปโต  แม้จะมีการเคลื่อนไหวล่าสุดใน bitcoin ที่สูงขึ้น แต่ความเชื่อมั่นโดยรวมเกี่ยวกับ BTC ยังคงทรงตัวได้ดี เนื่องจากนักลงทุนดูเหมือนจะอยู่ในโหมดจับตาเฝ้าระวัง โดยมีการเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยในตลาดสกุลเงินดิจิตอล

2021-06-15การวิเคราะห์เชิงลึก

แฉแอปเทรดคริปโต ‘CBMH’ โกง คนไทยต้องระวัง!

" />   ความเจ็บ ความช้ำ เกิดขึ้นอีกแล้วกับเทรดเดอร์คริปโตในไทย เพราะล่าสุดมีนักเทรดคนหนึ่งส่งภาพแชทที่ตนได้พูดคุยกับ ‘Exchange’ ที่ใช้ชื่อว่า ‘CBMH’ ถึงปัญหาการถอนเงิน โดยทางฝั่ง Exchange ตอบกลับมาว่า รอการตรวจสอบเพราะเข้าข่ายโกงในการเทรด สรุปทาง Exchange ให้จ่ายภาษีเพื่อถอนเงิน  Exchange : “สวัสดีค่ะ เรียนแจ้งจากทาง CBMH เนื่องจากรายการถอนของคุณลูกค้า ตรวจสอบการทำรายการผิดปกติ ทำให้ทางเราต้องอายัดบัญชีของท่านเพื่อป้องกันการฉ้อโกงและกระทำความผิด ขณะนี้ธุรกรรมทุกอย่างของคุณถูกระงับและทางเราตรวจสอบพฤติกรรมเลี่ยงภาษีของท่าน ท่านอาจจะต้องทำรายการชำระค่าภาษีอากร จำนวน 25% ของจำนวนยอดทั้งหมดของท่าน เพื่อทำการรายการจ่ายภาษีและถอนอายัดบัญชีของท่าน เพื่อให้สามารถใช้งานได้ตามปกติ”  นักลงทุน : “อะไรอีกคะ เงินถอนไม่ได้ แล้วจะต้องจ่ายค่าภาษีไป 25% เราสามารถร้องเรียนได้ที่ไหนได้มั่งคะ? บริษัทที่ไทยตั้งอยู่ไหนตอบได้ไหม (ถามย้ำหลายรอบมาก แต่อีกฝ่ายเลี่ยงในการตอบคำถามนี้) และค่าภาษีนี่ต้องจ่ายเท่าไหร่คะ?”  Exchange : “ลูกค้าสามารถทำรายการชำระผ่าน Binance หรือสามารถโอนเข้าบัญชีไทยของทางบริษัทเราได้ค่ะ ยอดจำนวน 25% คือ $1,940 ค่ะ”  นักลงทุน : “25% นี่คิดจากอะไรคะ เพราะยอดที่ถอนออกมีแค่ $7,577 และเราต้องการทราบรายละเอียดเรื่องการถอน ตอนนี้สั่งถอนไปนานแล้วทำไมเงินยังไม่เข้า ไม่มีการแจ้งเตือนใน Email และทำไมต้องจ่ายเพิ่ม 25%”  Exchange : “ลูกค้าต้องชำระภาษีอากรก่อน 25% นะคะถึงจะสามารถทำการถอนเงินได้”  ทั้งนี้แอดอยากจะบอกกับทุกคนให้ชัดๆ ว่า “จ่ายค่าภาษี ก่อนถอนเงินไม่มีอยู่จริง” เพราะปกติการจ่ายภาษีจะเป็นด้านนักลงทุนที่ถอนเงินมาแล้วทำเรื่องเองต่อกรมสรรพากร และไม่มีกฎหมายตัวไหนออกมาบอกเลยว่าต้องจ่ายค่าภาษีก่อนถอนเงิน ดังนั้นหากคุณพบเจอการตอบกลับมาในลักษณะนี้ เราขอฟันธงเลยว่าคุณกำลังโดน ‘Exchange’ นั้นโกง!!   จากการตรวจสอบความน่าเชื่อถือของ ‘CBMH’ บนแอปพลิเคชันของ ‘Wikibit’ พบว่า ‘CBMH’ เป็น Exchange ที่ยังไม่ได้อยู่ในการกำกับดูแลจาก ก.ล.ต. ทั่วโลก หรือไม่มีใบอนุญาต มีความน่าเชื่อถืออยู่เพียง 1.78 คะแนน และไม่มีการเยี่ยมชมบริษัทจากทาง‘Wikibit’ ถือว่าเป็น Exchange ที่น่ากลัวมากๆ เพราะข้อมูลที่มีนั้นแสดงถึงความเสี่ยงในการลงทุน ดังนั้นใครที่กำลังลงทุนเทรดกับเจ้านี้อยู่หนีได้หนี อย่าไปเสียน้ำตาให้กับ Exchange แบบนี้   จากเหตุการณ์ครั้งนี้สอนให้นักลงทุนได้รู้ และเล็งเห็นถึงความสำคัญในการตรวจสอบข้อมูล ก่อนลงทุนทุกครั้ง แอดมักจะย้ำเสมอว่าให้โหลดแอป ‘Wikibit’ ติดเครื่องไว้ เพราะเป็นแอปที่มีฟีเจอร์ตรวจสอบข้อมูล Exchange และ Token ที่ครบและจบในแอปเดียวมาก เพียงแค่คุณกดค้นหาชื่อ Exchange และ Token ที่คุณกำลังสนใจเท่านั้น ข้อมูลต่างๆ ที่สามารถให้คุณนำไปใช้เพื่อประกอบการตัดสินใจก็จะปรากฏขึ้น ถ้าคุณไม่อยากเสียทั้งเงิน ทั้งเวลา และน้ำตาอย่างเคสดังกล่าวละก็ โหลดแอปนี้ไว้ตรวจสอบก่อนลงทุนทุกครั้งจะดีกว่านะขอบอก!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  

2021-06-14การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
136138
...
142