เหรียญคริปโต ‘ลุงตู่’ คืออะไร ควรลงทุนไหมกับเหรียญตัวนี้?

เทรดเดอร์คริปโตหลายคนคงเคยได้ยินชื่อของ ‘Lungtoo Coin’ จากกลุ่มเทรดคริปโตมากมาย บางคนกระโดดเข้าไปลงทุน ทั้งๆที่ยังไม่รู้ว่ามันคือเหรียญอะไร ถูกสร้างมาเพื่ออะไร รู้แต่ว่ารูปร่างหน้าตาของเหรียญนั้น เหมือนกับนายกคนปัจจุบันของไทย ดังนั้นบทความนี้ ‘Wikibit’ จะพาทุกคนไปรู้จักกับมันมากขึ้น  ‘Lungtoo Coin’ เป็นโทเคนการกุศลสัญชาติไทยแห่งแรกบน ‘Binance Smart Chian’ ที่มีลักษณะของเหรียญอ้างอิงมาจากผู้นำบ้านเรา และถูกสร้างโดยกลุ่มนักพัฒนาลึกลับที่ไม่เปิดเผยตัวตน โดยมีอัตราการเบิร์นเหรียญอยู่ 5% และมีการแจกจ่าย 5% ให้กับผู้ถือเหรียญ ซึ่งสิ่งนี้จะเพิ่มการบริจาคครั้งแรกรวมทั้งมูลค่าเงินของการบริจาคในแต่ละครั้ง  อักทั้งมันยังมีฟีเจอร์หลักอย่าง RFI fork ที่สามารถทำการ auto-burn เพื่อล็อกสภาพคล่อง และระบบ auto-farming ได้ แต่ความแตกต่างหลัก ๆ นั้นก็คือ ทางทีมจะทำการนำเอาภาษีการทำธุรกรรมเพื่อไปใช้บริจาคให้กับผู้คนที่ต้องการมัน โดยจะเป็นการโฟกัสไปที่การส่ง auto-yield กลับไปหาผู้ที่ยากไร้ ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อใช้เทคโนโลยี ‘Blockchain’ ในการกุศล และกลุ่มชุมชนที่ไม่สามารถเข้าถึงโอกาสนี้ได้   มองเผินๆ จากโมเดลของเหรียญแล้วอาจจะดูเข้าท่า แต่คุณรู้หรือเปล่าว่าทางเพจ ‘Bitcoin Addict’ ได้เคยออกมาเตือนถึงการลงทุนในเหรียญนี้แล้ว หลังจากที่ราคาของมันดิ่งลงต่ำจนหมดท่า จากการแตะระดับสูงสุดที่ 0.0000075 BNB ลงมาเหลือเพียง 0.0000019 BNB ในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา พร้อมแอบเปลี่ยน LP ใหม่โดยไม่บอกใครอีกด้วย “ขอให้ระมัดระวังหากใครคิดจะลงทุนในโทเคนนี้ รวมถึงระมัดระวังในการรับข่าวสารจากสื่อต่าง ๆ”   แถมเจ้าเหรียญตัวนี้ยังไม่มีข้อมูลต่างๆ ในแอป ‘Wikibit’ อีกด้วย ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบได้ ส่งผลให้เหรียญนี้มีความเสี่ยงในการลงทุนเป็นอย่างมาก เพราะตัวแอปถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ตรวจสอบข้อมูลของ Exchange Token และ DeFi ก่อนตัดสินใจลงทุน ดังนั้นหากนักเทรดคนไหนสนใจที่จะลงทุนกับมันคงต้องตัดสินใจเองให้ดี!!  คุณเองก็สามารถติดตามข่าวสารดีๆ ในวงการคริปโตได้ เพียงแค่กดติดตามเพจ ‘Wikibit.TH’ แล้วโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange Token และ DeFi ไว้ให้อีกด้วย เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-07-07การวิเคราะห์เชิงลึก

‘Bitcoin’ ตกกระป๋อง!! หยวนดิจิทัลกำลังครองเมือง

ดูเหมือนว่ากำลังจะหมดยุคของ ‘Bitcoin’ แล้วในประเทศจีน เพราะล่าสุดธนาคารในจีนหลายแห่งกำลังเริ่มโปรโมทกระเป๋าเงินหยวนดิจิทัลอย่างจริงจัง โดยตั้งเป้าให้พนักงานแต่ละสาขารับผู้ใช้งานใหม่กว่า 300 คนต่อปี  จากบทความของ ‘Shenlian Caijing’ เผยว่า พนักงานธนาคารชั้นนำในจีน อย่าง ธนาคารเพื่อการอุตสาหกรรมและการพาณิชย์แห่งประเทศจีน และ ธนาคารเพื่อการสื่อสารร่วมกับธนาคารของรัฐอีก 4 แห่ง ได้รับมอบหมายให้โปรโมทกระเป๋าเงินหยวนดิจิทัลอย่างจริงจัง เพื่อทำยอดลงทะเบียนผู้ใช้งานใหม่ให้ได้ 200 ถึง 300 คนต่อปี   อีกทั้งยังมีการแจกของสมนาคุณ เล็กๆ น้อยๆ เช่น น้ำยาซักผ้า สายคล้องคอ ที่ใส่บัตร โบว์จีน ร่ม และกระดาษทิชชู่ ให้กับผู้ที่ลงทะเบียนใช้งาน เพื่อเป็นการดึงดูด ให้ผู้คนเกิดความสนใจมากขึ้น ซึ่งการโปรโมทในลักษณะนี้ถือเป็นแผนจูงใจที่มุ่งเน้นการรับสมัครผู้ใช้กระเป๋าเงินจำนวนมาก และตั้งใจที่จะมอบรางวัลให้แก่สาขาและพนักงานของพวกเขาด้วยการประเมินประสิทธิภาพในการทำงานและเงินโบนัสอีกด้วย  ทั้งนี้ทางรัฐบาลจีนได้มองว่า การเพิ่มขึ้นของการนำกระเป๋าเงินหยวนดิจิทัลมาใช้นั้นเป็นส่วนหนึ่งของแผนยึดครองตลาดด้านเทคโนโลยีทางการเงิน เนื่องจากรัฐบาลปัจจุบันกำลังแข่งขันกันอย่างดุเด็ดเผ็ดร้อน กับผู้ให้บริการด้านการชำระเงินรายอื่น ๆ ในจีน เช่น Alipay และ WeChat ซึ่งมีรายงานว่า บริษัทการชำระเงินเหล่านี้ครองส่วนแบ่งตลาดการชำระเงินผ่านมือถือในจีนสูงถึง 98% ของทั้งหมด  โดยในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของจีนยังได้มีการโปรโมทนำร่องอีกว่าการใช้ ‘CBDC’ ในประเทศนั้นเป็นทางเลือกที่ดีกว่า Alipay และ WeChat ส่งผลให้ประชาชนหลายคนต่างตระหนัก และให้ความสนใจในเรื่องนี้กันมากขึ้น  ถือว่าก้าวไปไกลมากแล้วสำหรับ ‘CBDC’ ในประเทศจีน แต่ชาวไทยอย่างเพิงอิจฉาไป เพราะตอนนี้ ‘เงินบาทดิจิทัล’ ของเรากำลังอยู่ในช่วงการวางแผนทดสอบคุณภาพการใช้งานแล้ว แต่จะได้ใช้งานเมื่อไหร่คงต้องรอติดตามกันต่อไป โดยคุณสามารถติดตามข่าวสารในวงการคริปโตแบบนี้ได้โดยการโหลดแอป ‘Wikibit’ ไว้บนมือถือ รับรองไม่ตกเทรนแน่นอน!!!    คุณเองก็สามารถติดตามข่าวสารดีๆ ในวงการคริปโตได้ เพียงแค่กดติดตามเพจ ‘Wikibit.TH’ แล้วโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange Token และ DeFi ไว้ให้อีกด้วย เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-07-07การวิเคราะห์เชิงลึก

องทุนยักษ์ใหญ่ระดับ 5.5 หมื่นล้านบาท เตรียมลงทุนในคริปโท

จากรายงานของ The Financial Times ระบุว่า Marshall Wace กองทุนป้องกันความเสี่ยงรายใหญ่จากลอนดอน ซึ่งบริหาสินทรัพย์มูลค่าประมาณ 5.5 หมื่นล้านดอลลาร์ได้ตัดสินใจที่จะลงทุนในภาคคริปโตเคอร์เรนซี่  ความสนใจที่เพิ่มขึ้นในคริปโต และเทคโนโลยี บล็อกเชน ทั้งสองกำลังผลักดันให้ Marshall Wace และบริษัทจัดการสินทรัพย์รายใหญ่อื่นๆ พยายามลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง Bitcoin เป็นต้น มองหาการลงทุนใน crypto และ stablecoins Financial Times รายงานว่า กองทุนเฮดจ์ฟันด์ดังกล่าวมีแผนที่จะลงทุนใน DLT ระบบการชำระเงินสำหรับ คริปโตเคอร์เรนซี่ และ stablecoins  นอกจากนี้บริษัทเพิ่งได้ว่าจ้างพนักงาน เพื่อสร้างทีมทำงานร่วมกับภาคสกุลเงินดิจิตอลอีกด้วย โดยรวมแล้วกองทุนเฮดจ์ฟันด์ตั้งใจที่จะซื้อหุ้นในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการเงินดิจิทัลส่วนตัว นอกจากนี้บริษัทยังอาจเริ่มซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซี่ด้วย แม้ว่าจะยังไม่มีการเผยแพร่รายงานอย่างเป็นทางการจาก Marshall Wace เกี่ยวกับการดำเนินการในครั้งนี้   ขอขอบคุณบทความจาก SiamBlockchian  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-07-07การวิเคราะห์เชิงลึก

อดีตพนักงาน ‘Cryptopia’ ขโมยคริปโตของผู้ใช้รวมมูลค่ากว่า 5.5 ล้านบาท

จากเหตุการณ์ในปี 2019 ที่มีกระดานเทรดคริปโตเจ้าหนึ่งอย่าง ‘Cryotopia’ โดนแฮกระบบจนทำให้เกิดการสูญเสียเงินไปกว่า 16 ล้านดอลลาร์ ก่อนปิดตัวลงไป ล่าสุดได้มีอดีตพนักงานจากกระดานเทรดดังกล่าวออกมายอมรับสารภาพว่า ตนได้ฉกเงินคริปโตไปกว่า 172,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 5.5 ล้านบาท จากการทำสำเนา private keys ของผู้ใช้งาน    สำนักข่าว Stuff ของนิวซีแลนด์ รายงานว่า พนักงาน ‘Cryotopia’ ที่ไม่ระบุชื่อสารภาพในศาลแขวงไครสต์เชิร์ชในข้อหาขโมยเงินมากกว่า 1,000 ดอลลาร์ โดยอาศัยความสัมพันธ์พิเศษ ในกรณีที่บุคคลรับเงินเก็บไว้ในความไว้วางใจจากคนอื่น เบื้องต้นศาลจะตัดสินลงโทษในวันที่ 20 ต.ค. นี้   David Ruscoe หุ้นส่วนบริการที่ปรึกษาทางการเงินที่ Grant Thornton ซึ่งเป็นสำนักงานบัญชีที่ได้รับมอบหมายให้ชำระบัญชีของ ‘Cryptopia’ ได้ค้นพบการโจรกรรมในครั้งนี้ เมื่อวันที่ 3 กันยายน โดยสังเกตเห็นว่าเหรียญ BTC กว่า 13 เหรียญ ถูกถอนออกจากหลาย ๆ กระเป๋าเงินของเว็บเทรดคริปโต และได้มีการใส่ 2 BTC ของเงินที่ถูกขโมยไปผ่านบริการ crypto mixer เพื่อปกปิดธุรกรรม  ทั้งนี้อดีตพนักงาน ‘Cryptopia’ ยอมรับว่าเขาได้ทำสำเนาข้อมูลของเขาเองในแฟลชไดรฟ์ ก่อนขโมย BTC และสกุลเงินคริปโตอื่นๆ กว่า 7,000 ดอลลาร์ ซึ่งเขายังบอกอีกว่าได้ติดต่อมาที่ Grant Thornton เพื่อคืนเหรียญบางส่วนแล้วประมาณ 6 BTC พร้อมเสนอส่งคืนส่วนที่เหลือโดยแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดีทางอาญา แต่ท้ายที่สุดแล้วเขาได้โดนตั้งข้อหาในเวลาต่อมา หลังจากยอมรับการกระทำดังกล่าวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ  “จำเลยยอมรับว่าเขารู้สึกผิดหวังกับ ‘Cryptopia’ แต่ยังได้รับแรงบันดาลใจจากความเชื่อที่ว่าเขาจะสามารถหลบหนีจากการโจรกรรมได้ เนื่องจากเขาคิดว่าจะไม่มีใครตรวจสอบกระเป๋าเงินเก่าที่ฝากไว้” เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าว  คุณเองก็สามารถติดตามข่าวสารดีๆ ในวงการคริปโตได้ เพียงแค่กดติดตามเพจ ‘Wikibit.TH’ แล้วโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange Token และ DeFi ไว้ให้อีกด้วย เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://cointelegraph.com/news/your-keys-his-coins-cryptopia-employee-admits-to-stealing-172k-in-crypto  

2021-07-06การวิเคราะห์เชิงลึก

สรุปเกร็ดความรู้ในช่อง ‘Bitcast’ ในหัวข้อ “เมื่อวงการ DeFi ไทยย่ำอยู่กับที่

จากกระแสดราม่าในวงการ ‘DeFi’ ที่ผ่านมาในประเทศไทย ส่งผลให้นักลงทุนหลายๆ คนที่สนใจจะลงทุนในรูปแบบนี้ ต่างก็รู้สึกหมดหวังถึงความปลอดภัยในการลงทุน จนล่าสุด ‘Bitcast’ ช่อง Youtube เกี่ยวกับคริปโตเคอเรนซี ก็ได้เชิญนักลงทุนมากประสบการณ์ เข้ามาพูดคุยหรือหยิบยกประเด็นเหล่านี้มาพูดถึงภายใต้หัวข้อที่ว่า “เมื่อวงการ DeFi ไทยย่ำอยู่กับที่ เน้นดราม่า ไม่เน้นผลงาน”   โดยภายในเนื้อหาได้มีการพูดถึง ‘DeFi’ ไทยในปัจจุบัน ซึ่งพวกเขามองว่า ‘DeFi’ เป็นระบบการเงินแบบไร้ตัวกลาง ที่ใครๆ ก็สามารถเข้ามาพัฒนาแอปพลิเคชันในนี้ได้ และถ้าหากมีใครสักคนอยากจะหยิบ ‘DeFi’ ไปพัฒนาเป็นระบบแชร์ลูกโซ่มันก็ง่ายที่จะทำ เนื่องจากตลาด ‘DeFi’ เป็นตลาดเสรี จึงมักมีคนเข้ามาใช้ช่องโหว่ตรงนี้ในการกวาดกำไรไป พร้อมสร้างความเสียหายให้กับนักลงทุน จนทำให้เกิดดราม่าอยู่บ่อยๆ   ทั้งนี้ในเรื่องของกฎหมาย พวกเขามองว่าการที่ทาง ก.ล.ต. ไทย เริ่มออกกฎหมายคุ้มครอง ‘DeFi’ อยู่บ่อยครั้งนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ซึ่งข้อดีคือเมื่อมีคนกระทำผิดจะไม่สามารถอ้างได้ว่า ‘ไม่มีกฎหมายข้อไหนบอกไว้’ เนื่องจาก ก.ล.ต. ได้ออกมาประกาศเตือนแล้ว และในอนาคตคาดว่ามันจะสามารถลัดกุมพอที่ลดปริมาณการฉ้อโกงบนแพลตฟอร์มนี้ได้ ในทางกลับกันข้อเสียของมันกลับมากระทบต่อคนที่ทำดี ปฏิบัติตนอยู่ในลู่ทาง หากเกิดข้อบังคับเหล่านี้ขึ้นมากมายมาควบคุมไปหมด คำว่าเสรีของ ‘DeFi’ อาจจะถูกลดทอนลงได้   อีกทั้งยังได้พูดเตือนนักลงทุนที่เข้าไปเสพความรู้ต่างๆ ใน ‘Clubhouse’ ว่า คนที่ให้ความรู้ใน ‘Clubhouse’ นั้นจะเป็นใครก็ได้ รู้จริงบ้าง ไม่รู้บ้าง ดังนั้นคุณควรไตร่ตรองให้ดี และที่สำคัญใน Community แบบนี้ มักจะมีการพูดเชียร์อัพให้คุณไปลงทุนอยู่บ่อยครั้ง สำหรับคนที่รู้เท่าทันก็จะมีการตรวจสอบข้อมูล และคิดวิเคราะห์ก่อนลงทุนทุกครั้ง แต่สำหรับคนที่ไม่รู้เรื่องเมื่อฟังเสร็จก็มักจะกระโดดเข้าไปลงทุน ซึ่งปัจจุบันคนเหล่านี้มีเยอะมาก และผลสุดท้ายก็โดนโกง หรือขาดทุน จนกลายเป็นดราม่าในทุกวันนี้  ดังนั้นคุณเองก็ควรที่จะลงทุนอย่างมีสติ “อย่าลงทุนด้วยหู ให้ลงด้วยความรู้” จะทำให้ความเสี่ยงนั้นลดน้อยลงนั่นเอง อย่างไรก็ตามทางนักลงทุนมากประสบการณ์ที่มีช่องทางการเผยแพร่ข่าวสารของตัวเอง ก็ต่างมีความพยายามที่ผลักดันให้วงการ ‘DeFi’ ไทยนั้นก้าวไปข้างหน้า และลบภาพเหมารวมที่ว่า “อย่าไปเสี่ยงลงทุนใน ‘DeFi’” ที่มาจากการกระทำความผิดของคนบางกลุ่ม ด้วยการให้ความรู้ในการลงทุนที่ถูกต้อง  สุดท้ายนี้ก่อนลงทุนทุกครั้งอย่ามัวแต่หลงเชื่อคำพูดของคนอื่น จนละเลยการตรวจสอบ และศึกษาหาความรู้ด้วยตัวเอง โดยเฉพาะการลงทุนแบบ ‘DeFi’ ซึ่งคุณสามารถตรวจสอบข้อมูลต่างๆของมันได้ที่แอป ‘Wikibit’ โหลดไว้ติดมือถือ ลงทุนได้อย่างอุ่นใจแน่นอน!!  คุณสามารถดูคลิปแบบเต็มได้ที่ : https://www.youtube.com/watch?app=desktop&v=xdaog_gJNAE  คุณเองก็สามารถติดตามข่าวสารดีๆ ในวงการคริปโตได้ เพียงแค่กดติดตามเพจ ‘Wikibit.TH’ แล้วโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange Token และ DeFi ไว้ให้อีกด้วย เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Bitcast

2021-07-06การวิเคราะห์เชิงลึก

มีมหาวิทยาลัยที่ไหนบ้างในไทย? ที่เปิดหลักสูตรเกี่ยวกับคริปโตเคอเรนซี

วงการคริปโตกับการศึกษาในประเทศก็ไม่แพ้ชาติใดในโลก เพราะล่าสุดมีนักเทรดท่านหนึ่งได้ตั้งกระทู้ถามในกลุ่มนักเทรดว่า “ในไทยมีมหาลัยที่ไหนบ้าง ที่เปิดสอนเกี่ยวกับคริปโต” ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าสนใจมาก จนทาง ‘Wikibit’ ต้องขอหยิบยกมาพูดถึงในบทความนี้  จากการสืบค้นข้อมูลต้องขอบอกก่อนว่าประเทศไทยของเรายังอยู่ในช่วงของการพัฒนา ไม่เว้นแต่ในวงการการคริปโต ดังนั้นมหาวิทยาลัยที่ได้เริ่มนำหลักสูตรเกี่ยวกับคริปโตเคอเรนซีมาเปิดสอนอาจจะยังมีน้อยมาก แต่มีนะ!!   มหาลัยวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) ได้ร่วมมือกับทางบริษัท Smart Contract Thailand และวิทยากรรับเชิญจาก KBTG เปิดสอนหลักสูตรเกี่ยวกับ ‘Blockchain’ ในปี 2019 ที่การันตีว่าจบมาสามารถเป็น ‘Blockchain Developer’ ได้ทันที โดยทาง ดร.พณชิต กิตติปัญญางาม ผู้อำนวยการสถาบัน DPU ได้กล่าวว่า  “มูลค่าการลงทุนในเทคโนโลยี ‘Blockchain’ มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะสถาบันการเงินที่แสดงความสนใจทั้งด้านการวิจัยพัฒนาระบบและการร่วมลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพต่างๆ เนื่องจากธุรกรรมต่างๆที่ต้องใช้ตัวกลาง (บุคคลที่สาม) จะได้รับผลกระทบค่อนข้างชัดเจนหลังเทคโนโลยี ‘Blockchain’ เข้ามาจัดการการแลกเปลี่ยนต่างๆ”  ทั้งนี้เป็นที่รู้กันดีว่า ‘Blockchain’ เป็นอีกหนึ่งชิ้นส่วนสำคัญในวงการคริปโต ดังนั้นหากใครที่กำลังสนใจในหลักสูตรอย่ารอช้า!!    มหาวิทยาลัยรังสิต ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทางมหาวิทยาลัยรังสิตได้เปิดคอร์สเรียนฟรี เกี่ยวกับพื้นฐานการลงทุนใน ‘Bitcoin’ ซึ่งเป็นหลักสูตรออนไลน์ที่จัดเต็มไปด้วยเนื้อหาเกี่ยวกับโลกของคริปโตเคอเรนซี ถือว่าดีแล้วตอบโจทย์มากสำหรับนักเทรดมือใหม่  ถึงแม้ว่าระยะเวลาในการเรียนจะผ่านไปแล้ว ก็อย่าพึ่งเสียใจไป เพราะคอร์สเรียนดีๆแบบนี้อาจจะวนกลับมาเปิดให้ลงทะเบียนเรียนอีกครั้ง ดังนั้นเตรียมตัว เตรียมใจไว้ให้พร้อม และตั้งตารอได้เลย!  นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของมหาลัยในไทยที่ได้ทำการเปิดหลักสูตรเกี่ยวกับคริปโตเคอเรนซีให้คนได้ศึกษาแล้ว ซึ่งอาจจะดูน้อยเมื่อเทียบกับมหาวิทยาลัยทางต่างประเทศ แต่เชื่อเถอะว่ายังมีอีกหลายมหาวิทยาลัยในไทยที่กำลังให้ความสนใจ และกำลังวางแผนเปิดหลักสูตรเกี่ยวกับคริปโตเหล่านี้ในอนาคต  ยกตัวอย่างเช่น วิทยาลัยเทคโนโลยีขอนแก่น ที่ได้เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ชำระค่าเทอมด้วย ‘Dogecoin’ ซึ่งเป็นหนึ่งในเหรียญคริปโตชื่อดังขวัญใจนักเทรดหลายๆคน ไม่แน่ในอนาคตวิทยาลัยแห่งนี้อาจมีการพัฒนาเปิดหลักสูตรสอนพื้นฐานเกี่ยวกับคริปโตให้กับนักศึกษาที่สนใจก็เป็นได้    คุณเองก็สามารถติดตามข่าวสารดีๆ ในวงการคริปโตได้ เพียงแค่กดติดตามเพจ ‘Wikibit.TH’ แล้วโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange Token และ DeFi ไว้ให้อีกด้วย เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….    App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)    Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-07-06การวิเคราะห์เชิงลึก

จะเกิดอะไรขึ้น!! หลังจาก ก.ล.ต. สั่งแบน ‘Binance’ เรามีคำตอบมาบอก!!

ล่าสุดได้มีนักเทรดท่านหนึ่งตั้งกระทู้ถามประมาณว่า “ก.ล.ต. ไทยจะทำอะไร ‘Binance’ ได้บ้าง แล้วหลังจากสั่งแบนจะเป็นอย่างไร?” ซึ่งดูเหมือนว่าประเด็นนี้จะดุเด็ดเผ็ดร้อนเป็นอย่างมาก จนทาง ‘Wikibit’ ต้องหยิบยกมาพูดถึงในช่วง ‘คำถามสุดฮิตจากกลุ่มนักเทรด’เลยก็ว่าได้  เมื่อวันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม 2564 ที่ผ่านมา ทาง ก.ล.ต. ได้ออกประกาศกล่าวโทษ หรือสั่งแบนกระดานเทรดคริปโตอันดับหนึ่งของโลกอย่าง ‘Binance’ เนื่องจากมีการซื้อขายคริปโตบนแพลตฟอร์มโดยไม่มีใบอนุญาต ในประเทศไทย จนเป็นข้อถกเถียงกันในกลุ่มนักเทรด  ทั้งนี้ทาง ‘Wikibit’ ต้องขอตอบในมุมมองของตัวเองก่อนว่า เมื่อ ‘Binance’ ถูกทาง ก.ล.ต. แบนแล้ว ผลที่ตามมาอาจมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นไปตาม 2 ข้อดังต่อไปนี้  1. โดนปิดเว็บหรือแอป ในทุกๆช่องทางเครือข่ายในไทย เหมือนกับเว็บต่างๆ ที่เคยโดนแบนไป เช่น Movie2free, Pornhub และอื่นๆ จนไม่สามารถเข้าใช้งานได้  2. เว็บหรือแอปยังสามารถใช้งานต่อไปได้ตามปกติ ตามความประสงค์ของนักลงทุนไทย แต่หากเกิดการฉ้อโกง หรือเกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดการสูญเสีย คุณจะไม่ได้รับการคุ้มครองจาก ก.ล.ต. ไทยหรือพูดง่ายๆ ก็คือ ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรเลยนั่นเอง เพราะถือว่าทาง ก.ล.ต. ได้ออกมาเตือนแล้ว   ทั้งนี้เรามาดูมุมมองของนักเทรดในกลุ่มคริปโตกันดีกว่ามีความคิดเห็น หรือคำตอบอย่างไรในคำถามข้างต้น ซึ่งส่วนใหญ่มองว่า ก.ล.ต. ไทยไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะบริษัทตั้งอยู่ต่างประเทศ ไม่ได้ตั้งอยู่ที่ไทย ที่ออกมาประกาศแบบนี้เพียงเพราะอยากได้ผลประโยชน์ หรือค่าภาษีจากเว็บเทรดเท่านั้น และบางส่วนก็มีมุมมองเดียวกับทาง ‘Wikibit’ ในเรื่องที่ว่า เว็บหรือแอปอาจไม่สามารถใช้งานได้ในไทย เหมือนกับเว็บอื่นๆ ที่โดนแบนนั่นเอง  อย่างไรก็ชะตากรรมของ ‘Binance’ หลังจากโดนแบนแล้ว จะเป็นอย่างไร จะใช้ได้เหมือนเดิม หรือถูกปิดกั้น คงต้องรอติดตามกันต่อไป ดังนั้นโหลดแอป ‘Wikibit’ บนมือถือไว้จะได้ไม่พลาด!!   เรามาดูรีวิวเว็บเทรด ‘Binance’ จากแอป ‘Wikibit’ กันดีกว่า ว่าจะปังสมชื่อไหม โดย‘Binance’ เป็นกระดานเทรดคริปโตเกรด AAA ที่ติด Rangkings ของแอปอยู่ในอันดันที่ 5 มีคะแนนอยู่ที่ 9.14/10 คะแนน และมีปริมาณการซื้อขายอยู่ที่ 1,602.77 พันล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นเว็บเทรดที่น่าสนใจมากๆ แต่น่าเสียดายที่ ‘Binance’ ยังไม่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ไทย จึงทำให้การเทรดคริปโตบนกระดานนี้ยังไม่ถูกกฎหมายในประเทศนั่นเอง  สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่า “เราจะตรวจสอบยังไงว่า Exchange เจ้าไหน ได้รับการอนุญาตจาก ก.ล.ต. ไทย” ในจุดนี้บอกเลยง่ายมากๆ เพียงแค่ 4 Step เท่านั้น   1. โหลดแอป ‘Wikibit’ มาไหวบนมือถือ (ได้ทั้ง IOS และAndroid ฟรี!!)  2. ไปที่หมวดหมู่ ‘กฏระเบียบระดับโลก’  3. จากนั้นคลิกไปที่คำว่า ‘ประเทศไทย’  4. เลื่อนลงมาเล็กน้อยก็จะเจอคำว่า “มีอำนาจกำกับดูแล” คุณเห็น ‘SEC’ ไหมคลิกเข้าไปเลย!!  หากทำครบ 4 Step แล้ว คุณก็จะได้รู้ว่ากระดานเทรดที่ถูกหมายในไทยมีอะไรบ้าง นอกจากนี้คุณยังสามารถตรวจสอบข้อมูลอื่นๆ ของกระดานเทรด เหรียญ และ DeFi ได้อีกด้วย ดีขนาดนี้ช้าไม่ได้แล้วโหลดเลย!!    คุณเองก็สามารถติดตามข่าวสารดีๆ ในวงการคริปโตได้ เพียงแค่กดติดตามเพจ ‘Wikibit.TH’ แล้วโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange Token และ DeFi ไว้ให้อีกด้วย เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-07-05การวิเคราะห์เชิงลึก

คำว่า “ไทย Rug ไทย” ในวงการคริปโตคืออะไร? ใช่โครงการใหม่จากรัฐหรือเปล่า?

‘Rug’ ในคำว่า ‘ไทย Rug ไทย’ ถูกย่อมาจากคำว่า ‘Rug Pull’ ซึ่งเป็นคำศัพท์ที่ใช้ในวงการ ‘DeFi’ สำหรับโครงการที่เกิดการหลอกลวงกันขึ้น โดยที่เจ้าของโครงการเปิดให้นักลงทุนเอาเหรียญมาฟาร์มหรือมาลงทุน หลังจากนั้นก็นำเหรียญทั้งหมดหนีหายไป พร้อมกับปิดเว็บไซต์หนี ดังนั้น ‘ไทย Rug ไทย’ จึงหมายความว่า “คนไทยสร้างแพลตฟอร์มขึ้นมา เพื่อหลอกคนไทยด้วยกันนั่นเอง”   ‘ไทย Rug ไทย’ เคยเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้ง ในวงการ ‘DeFi’ อย่างในกรณีของ TukTuk Finance ซึ่งเป็น DeFi สายฟาร์มสัญชาติไทยเจ้าแรกบน Bitkub Chain หลังจากเปิดให้มีการลงทุน ผลปรากฏว่าราคาของเหรียญ TukTuk กลับมีความผันผวนอย่างหนัก จากการที่ราคาภายหลังเริ่มซื้อขายได้พุ่งขึ้นไปหลายเท่าตัวในเวลาไม่กี่นาที ก่อนจะดิ่งกลับลงมาอย่างรวดเร็วเช่นกัน สร้างความเสียหายให้กับนักลงทุนเป็นจำนวนมาก ก่อนปิดตัวตัวลงหนีไป  หรือในกรณีที่โด่งดังอย่าง Kubswaps ที่ถูกสร้างขึ้นโดยคนไทย บน Bitkub Chain เช่นกัน และมีคนเข้าไปลงทุนกันเป็นจำนวนมาก ผลปรากฏว่าราคาของเหรียญนั้นกลับตกหวบจนน่าใจหาย ก่อนปิดตัวลง และเชิดเงินหนีไป สร้างความเสียหายแสนสาหัสให้กับนักลงทุน โดยทั้ง 2 กรณีนี้ ‘Bitkub’ ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องรู้เห็นแต่อย่างใด เพียงแต่มันถูกสร้างขึ้นมาบน Bitkub Chain เท่านั้น  นี่เป็นเพียงเคสตัวอย่างที่มาจากคำว่า ‘ไทย Rug ไทย’ ซึ่งยังมีอีกเยอะมากในโลกของ DeFi เราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าตัวไหนจะโกง หรือตัวไหนปลอดภัย เพียงแต่ในเมื่อเราคิดที่จะลงทุนในรูปแบบนี้แล้ว การตรวจสอบข้อมูลเพื่อหาตัวที่มีความน่าเชื่อถือที่สุด จึงเป็นสิ่งเดียวที่คุณสามารถทำได้ ดังนั้นคุณควรโหลดแอป ‘Wikibit’ ไว้เพื่อใช้ตรวจสอบ ‘DeFi’ ก่อนลงทุนทุกครั้ง จะได้ไม่ถูกโกง!!    โหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือไม่โดนโกงแน่นอน!! เพราะตัวแอปยังมีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange Token และ DeFi ไว้ให้อีกด้วย เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-07-05การวิเคราะห์เชิงลึก

งงทั้งงาน!! เจ้าบ่าวก้มเช็คมือถือ ขณะเข้าพิธีวิวาห์ ด้วยเหตุผลที่ว่า “เพราะคริปโตไม่เคยนอนหลับ”

รางวัลสามีแห่งปีของหนีไม่พ้นเจ้าบ่าวคนนี้!! เมื่อหญิงสาวได้โพสต์คลิปวิดีโอลงบน ‘Tiktok’ ถึงวินาทีแห่งความทรงจำ ระหว่างที่เธอได้เดินเข้าสู่พิธีวิวาห์ แต่ทันใดนั้นเจ้าบ่าวกลับหยิบมือถือขึ้นมาพร้อมกับเลื่อนดูหน้าจออย่างใจจดใจจ่อ ทำให้แขกในงานถึงกับงง และสงสัยกันว่า อะไรที่ทำให้เขาละสายตาจากเจ้าสาวผู้มีความสำคัญที่สุดของเขากันแน่!!   Taylor Loren ได้โพสต์คลิปสามีตัวดีของเธอที่ถูกถ่ายได้จากแขกภายในงานลงบน ‘Tiktok’ ซึ่งภายในคลิปดังกล่าว แสดงให้เห็นเจ้าบ่าวในชุดสูทสีน้ำเงินยืนมองเจ้าสาวของเธอเดินเข้าสู่พิธีวิวาห์ด้วยรอยยิ้มอันหวานชื่น ท่ามกลางสักขีพยานมากมายที่มาร่วมงาน แต่ทันใดนั้นก็เกิดเรื่องที่คาดคิดเกิดขึ้นจนทำให้คนทั้งงานถึงกับงง เพราะเจ้าบ่าวได้ทิ้งความสนใจทั้งหมดในตัวเจ้าสาว แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเลื่อนดูอย่างใจจดใจจ่อ   “ช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในงานแต่งงานและช่วงชีวิตของพวกเรา และสามีของฉันก็ได้ทำเรื่องที่โรแมนติกที่สุด…เขาเช็คมือถือของเขา!” นี่เป็นข้อความที่เธอได้พิมพ์ประกอบลงบนวิดีโอที่อัปโหลดลงไป หลังจากนั้นก็มีผู้คนเข้ามารับชมคลิปดังกล่าวมากกว่า 3 ล้านคน   โดยเรื่องราวยังไม่จบเพียงเท่านี้เพราะในเวลาต่อมาเธอยังได้อัปโหลดคลิปที่สองลงบน ‘Tiktok’ อีกครั้ง ซึ่งเนื้อหาภายในคลิปเป็นการถามถึงสาเหตุที่เจ้าบ่าวตัวดีของเธอได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น และนี่คือคำตอบที่ได้กลับมาจากสามีของเธอ “เพราะคริปโตไม่เคยนอนหลับไงละ” พร้อมฉีกยิ้มหวานให้กล้องอีกหนึ่งที  และนี่เป็นเรื่องราวสุดน่ารักของ Taylor Loren กับสามีของเธอ ซึ่งปัจจุบันทั้งคู่นั้นยังคงรักกันดีอยู่ ถึงแม้จะมีการแวะไปเช็คคลิปโตบ้างในวันวิวาห์ แต่หลังจากวันนั้นก็ไม่เคยมีอะไรที่ทำให้เขาละสายตาไปจากเธอได้อีกเลย ก็แหม…เป็นแฟนเทรดเดอร์ต้องทำใจนิดนึง เพราะกราฟก็ต้องดู ข่าวสารก็ต้องเช็ค จะได้มีเงินหาเลี้ยงแฟนสาวเยอะๆ  คุณเองก็สามารถติดตามข่าวสารดีๆ ในวงการคริปโตได้ เพียงแค่กดติดตามเพจ ‘Wikibit.TH’ แล้วโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange Token และ DeFi ไว้ให้อีกด้วย เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  ขอขอบคุณรูปภาพจาก : ข่าวสด  

2021-07-05การวิเคราะห์เชิงลึก

3 กลุ่มคน ที่เหมาะกับการเทรดคริปโต ในยุค Covid19!!

" />   ช่วงนี้ ‘Covid 19’ ทำสถานการณ์บ้านเมืองในประเทศไทยของเราสาหัสมาก ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็มักจะเจอแต่คนที่มีปัญหาในเรื่องการหารายได้จากเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ ดังนั้นการลงทุนในคริปโต อาจเป็นอีกหนึ่งทางออกดีๆ สำหรับคน 3 กลุ่มนี้!!  1. กลุ่มคนที่ตกงาน   หลายๆ บริษัทนั้น เลือกการปลดพนักงานเป็นทางออก เพื่อพยุงธุรกิจในช่วงโควิด ทำให้กลุ่มคนตกงานในประเทศเยอะมาก และการหางานใหม่ในช่วงนี้ก็เป็นเรื่องที่ยากมากเช่นกัน จะนอนอยู่บ้านเฉยๆ ก็ไม่มีรายได้ ดังนั้นหากคุณอยู่ในกลุ่มคนนี้ เราแนะนำให้ลองจัดสรรเงินที่มีอยู่มาลงทุนในตลาดคริปโตดู ลงทีละน้อยๆ แล้วเล่นสั้นค่อยๆ เก็บสะสมไปเรื่อยๆ ปล่อยให้เงินมันทำงาน ดีกว่าปล่อยให้มันรอวันใช้ออกไปอย่างเดียว   2. กลุ่มวัยรุ่น/นักศึกษา   กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ต้องใช้เงินเป็นอย่างมาก ยิ่งช่วงโควิดแล้ว กลับบ้านก็ไม่ได้ ค่าน้ำค่าไฟที่หอก็แพงขึ้น ไหนจะค่าเช่าห้อง ค่าอาหาร สารพัดค่าใช้จ่าย การเงินภายในครอบครัวก็มีปัญหา จะออกไปทำ Part Time ร้านอาหารก็ไม่เปิด ดังนั้นหากคุณอยู่ในกลุ่มนี้ ไหนๆ ก็เรียนออนไลน์อยู่ห้องเฉยๆ แล้ว ลองหาเวลาไปศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนในตลาดคริปโตดูสิ แบ่งเงินเก็บออกมาลงทุน ไม่แน่รายได้จากคริปโต อาจเพียงพอที่จะแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของคุณ และครอบครัวก็เป็นได้    3. กลุ่มคนทำงาน / ผู้ประกอบการ (เงินไม่พอใช้)   ช่วงนี้เศรษฐกิจแย่ จะใช้เงินแต่ละทีต้องคิดแล้วคิดอีก เพราะมีค่าใช้จ่ายเยอะ ไหนจะหนี้สิน ผ่อนบ้าน ผ่อนรถ ค่าเช่าห้อง ค่าเช่าร้าน อื่นๆ ดูยังไงรายรับหรือเงินเดือนที่ได้ก็คงไม่พอ ดังนั้นหากคุณอยู่ในกลุ่มนี้ ลองหาช่องทางการสร้างรายได้เพิ่มอีกทาง อย่างการลงทุนในตลาดคริปโต ศึกษามัน จัดสรรเงินให้ดี อย่ามัวแต่เก็บเงิน ใช้มันทำงานช่วยคุณบ้าง รายรับจะได้สมดุลกับรายจ่ายนั่นเอง เผลอๆ ดวงเฮงได้กำไร จะลาออกมาเป็นเทรดเดอร์เต็มตัวก็ปังอยู่นะแม่!!  อย่างไรก็ตามทุกการลงทุนมี ‘ความเสี่ยง’ มีได้ก็ต้องมีเสีย และที่สำคัญระวังโดนโกง ไม่เว้นแต่ในตลาดคริปโต ดังนั้นหากคุณคิดที่จะลองลงทุน เราแนะนำให้เริ่มจากการศึกษาข้อมูล ติดตามข่าวสารในวงการ ตามด้วยการตรวจสอบกระดานเทรด และเหรียญ ที่คุณสนใจให้ดีก่อนการลงทุนทุกครั้ง ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นฟีเจอร์ที่ถูกรวบรวมอยู่ในแอป ‘Wikibit’ แล้ว คุณรู้ไหมว่าใครที่โหลดแอปพลิเคชันนี้ติดมือถือไว้มักจะมีข้อได้เปรียบในการลงทุนมากกว่าเพื่อนเสมอ คอนเฟิร์ม!!  **คำเตือน การลงทุนมีความเสี่ยง ตรวจสอบข้อมูลให้ดี และมีสติในการลงทุนทุกครั้ง ด้วยความห่วงใยจาก ‘Wikibit’**  คุณเองก็สามารถติดตามข่าวสารดีๆ ในวงการคริปโตได้ เพียงแค่กดติดตามเพจ ‘Wikibit.TH’ แล้วโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange Token และ DeFi ไว้ให้อีกด้วย เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดไว้มีข้อได้เปรียบกว่าคนอื่นเห็นๆ!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)" />

2021-07-04การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
129131
...
142