สแกนเพื่อดาวน์โหลด
แพลตฟอร์มตรวจสอบ # และยืนยันการกำกับดูแลของตลาดการเงินทั่วโลก

ธนาคารยักษ์ใหญ่ระงับการโอนเงินไป Binance แล้ว โดย SiamBlockchain

ดูเหมือนว่า Santander จะกลายเป็นธนาคารยักษ์ใหญ่รายล่าสุดของประเทศอังกฤษที่ได้ออกมาชี้แจงกับลูกค้าว่า พวกเขาจะไม่อนุญาตให้ชำระเงินกับ Binance ได้อีกต่อไป หนึ่งในธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของอังกฤษสั่งบล็อก Binance แล้ว   Santander ซึ่งเป็นหนึ่งในธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของอังกฤษได้แจ้งกับลูกค้าว่า พวกเขาจะระงับการชำระเงินจากบัญชีของ Santander ไปยังเว็บเทรด Binance ในทุกช่องทางเท่าที่จะทำได้ โดยธนาคารได้ส่งอีเมลแจ้งเตือนนี้ไปยังลูกค้า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา : ในอีเมลดังกล่าว Santander ระบุว่า พวกเขาจะแบนการชำระเงิน “ในทุก ๆ ช่องทางเท่าที่จะทำได้” เพื่อปกป้องลูกค้าจากการฉ้อโกงและรักษาความปลอดภัยในด้านการเงิน นอกจากนี้ Binance ยังได้รับคำเตือนล่าสุดจากทาง Financial Conduct Authority อีกด้วยว่า เว็บเทรดไม่ได้รับอนุญาตให้บริการซื้อขายผลิตภัณฑ์ Crypto Future ในประเทศ   การแบนดังกล่าวเกิดขึ้นได้เพียงสองวัน หลังจาก Barclays ธนาคารในอังกฤษได้แจ้งกับลูกค้าว่า พวกเขาจะเริ่มบล็อกช่องทางการชำระเงินกับเว็บเทรด Binance เป็นที่สังเกตว่า Santander ได้เข้าร่วมรายชื่อธนาคารของอังกฤษ ซึ่งมีการจำกัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับคริปโต นอกเหนือจากการแบน Binance ของ Barclays แล้ว ธนาคาร NatWest ของอังกฤษยังได้จำกัดวงเงินบัญชีผู้ใช้ที่สามารถโอนไปยังเว็บเทรด Crypto อีกด้วย ซึ่งรวมถึง HSBC ที่สั่งห้ามไม่ให้ลูกค้าซื้อหุ้นของ MicroStrategy บนแพลตฟอร์มเว็บเทรด   เนื่องจากมีการร้องเรียนเกี่ยวกับการฉ้อโกง crypto ที่เพิ่มสูงขึ้น ดึงนั้นธนาคารในประเทศอังกฤษจึงแสดงท่าทีที่ไม่เป็นมิตรต่อสินทรัพย์ crypto เพื่อตอบสนองต่อปัญหาด้านกฎระเบียบที่เกิดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้นาย Changpeng Zhao ซีอีโอของ Binance จึงได้เผยแพร่โพสต์บล็อกที่กล่าวถึงการปราบปรามในครั้งล่าสุดพร้อมสรุปแผนงานในอนาคตว่า : “เราหวังว่าจะชี้แจงและเน้นย้ำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเราในการเป็นพันธมิตรกับหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลก และเรากำลังว่าจ้างบุคลากรที่มีความสามารถมากขึ้นในเชิงรุก รวมถึงการวางระบบและจัดตั้งกระบวนการเพิ่มเติมเพื่อปกป้องผู้ใช้งานของเรา” เมื่อเร็ว ๆ นี้มีข่าวลือว่า Binance อาจว่าจ้างอดีตเจ้าหน้าที่ของรัฐในประเทศอังกฤษมาชเสริมทัพ ซึ่งการทำเช่นนี้จะช่วยให้เว็บเทรดสามารถใกล้ชิดกับหน่วยงานกำกับดูแลได้มากขึ้น คล้ายกับเมื่อครั้งที่อดีตที่ เว็บเทรดว่าจ้าง นาย Brian Brooks อดีตหัวหน้าสำนักงานกำกับดูแลสกุลเงินแห่งสหรัฐอเมริกาเป็น CEO คนปัจจุบันของ Binance.US  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-07-09การวิเคราะห์เชิงลึก

ถ้าใช้ Bitcoin ซื้อวัคซีนจะได้กี่โดสกันนะ

ถ้าใช้ Bitcoin ซื้อวัคซีนจะได้กี่โดสกันนะ

2021-07-08การวิเคราะห์เชิงลึก

‘Binance’ เตรียมแก้เกม เพิ่มทีมกฎหมาย 2 เท่า ภายในสิ้นปีนี้ หลังเจอมรสุมจ่อทั่วโลก!!

ได้เวลาแก้เกมของกระดานเทรดคริปโตอันดับหนึ่งอย่าง ‘Binance’ แล้ว หลังจากเจอมรสุมของรัฐบาลในหลายๆ ประเทศ ที่ออกมาเตือนเรื่องการทำกิจกรรมบนแพลตฟอร์มคริปโต โดยไม่มีใบอนุญาต และเริ่มมีความเข้มงวดขึ้นในกฎหมาย จนกลายเป็นประเด็นเด็ดเผ็ดร้อนบนโซเชียลในช่วงหลายวันที่ผ่านมา   ล่าสุดทาง ‘Binance’ ได้พยายามแก้เกมด้วยการเพิ่มทีมงานด้าน Compliance เพื่อตรวจสอบกฎระเบียบอย่างเข้มงวดขึ้นเป็นสองเท่าภายในสิ้นปีนี้ โดยไม่ระบุจำนวนพนักงาน พร้อมว่าจ้างบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายคน อย่าง Rick McDonell อดีตเลขาธิการคณะทำงานด้านปฏิบัติการทางการเงิน และ Josée Nadeau อดีตหัวหน้าคณะผู้แทนแคนาดาของ FATF และ Max Baucus อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศจีน เข้ามาเป็นสมาชิกล่าสุด เพื่อเสริมทัพความแข็งแกร่งให้กับทีม   โดย ‘Changpeng Zhao’ CEO ของ ‘Binance’ ได้กล่าวว่า “เราวางแผนที่จะเพิ่มขนาดทีมของเราเป็นสองเท่าภายในสิ้นปีนี้ โดยมีที่ปรึกษาที่มีคุณสมบัติและมีประสบการณ์คอยสนับสนุน ซึ่ง Binance ได้เติบโตอย่างรวดเร็วมาก และเราไม่ได้มีทุกอย่างถูกต้องเสมอไป แต่เรากำลังเรียนรู้และปรับปรุงมันทุกวัน”  อีกทั้งยังได้แต่งตั้ง Jonathan Farnell เป็นผู้อำนวยการฝ่ายกำกับดูแลการปฏิบัติทางด้านกฎระเบียบคนใหม่ ท่ามกลางปัญหาด้านกฎระเบียบที่เข้มงวด ซึ่งนาย ‘Changpeng Zhao’ ได้กล่าวเสริมอีกว่า “การชี้แจงมาตรฐานของบริษัทต่างๆ เช่น Binance มีความสำคัญต่อการเติบโตอย่างต่อเนื่องของอุตสาหกรรมคริปโต”  ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าการมีคริปโตเคอร์เรนซีที่เพิ่มขึ้น ทำให้เกิดการถกเถียงกันมากขึ้นว่าอุตสาหกรรมควรก้าวไปข้างหน้าอย่างไร โดยตัวเขาเองนั้นมองว่า ตอนนี้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับคริปโตยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอน และการเติบโตยังมาพร้อมกับความซับซ้อนและความรับผิดชอบที่มากขึ้นอีกด้วย  อย่างไรก็ตามทาง ‘Binance’ ได้ทำการระงับกิจกรรมบนกระดานเทรดชั่วคราว ในหลายๆพื้นที่ของประเทศที่กำลังมีปัญหาเรื่องใบอนุญาต จนกว่าจะเคลียร์ปัญหาดังกล่าวให้ถูกต้องตามกฎระเบียบ  สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่า “เราจะตรวจสอบยังไงว่า Exchange เจ้าไหน ได้รับการอนุญาตจาก ก.ล.ต. ไทย” ในจุดนี้บอกเลยง่ายมากๆ เพียงแค่ 4 Step เท่านั้น  1. โหลดแอป ‘Wikibit’ มาไหวบนมือถือ (ได้ทั้ง IOS และAndroid ฟรี!!)  2. ไปที่หมวดหมู่ ‘กฏระเบียบระดับโลก’  3. จากนั้นคลิกไปที่คำว่า ‘ประเทศไทย’  4. เลื่อนลงมาเล็กน้อยก็จะเจอคำว่า “มีอำนาจกำกับดูแล” คุณเห็น ‘SEC’ ไหมคลิกเข้าไปเลย!!  หากทำครบ 4 Step แล้ว คุณก็จะได้รู้ว่ากระดานเทรดที่ถูกหมายในไทยมีอะไรบ้าง นอกจากนี้คุณยังสามารถตรวจสอบข้อมูลอื่นๆ ของกระดานเทรด เหรียญ และ DeFi ได้อีกด้วย ดีขนาดนี้ช้าไม่ได้แล้วโหลดเลย!!    คุณเองก็สามารถติดตามข่าวสารดีๆ ในวงการคริปโตได้ เพียงแค่กดติดตามเพจ ‘Wikibit.TH’ แล้วโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange Token และ DeFi ไว้ให้อีกด้วย เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  

2021-07-08การวิเคราะห์เชิงลึก

รัฐบาลเกาหลีใต้เข้าจับกุม 33 คนเนื่องนำเหรียญคริปโตไปขายยังต่างประเทศ

ในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา กรมศุลกากรในกรุงโซลได้เปิดเผยรายชื่อผู้กระทำผิดทั้งหมด 33 คนที่มีส่วนร่วมในการทำธุรกรรมสกุลเงินดิจิทัลนอกประเทศ มูลค่ารวมกว่า 1.69 ล้านล้านวอน หรือประมาณ 1.48 พันล้านดอลลาร์ นับตั้งแต่เดือนเมษายนจนถึงเดือนกันยายน ผู้กระทำผิดทั้งหมด 33 คนถูกพบว่ามีส่วนร่วมในการการฉ้อโกงสินทรัพย์ดิจิทัลและการฟอกเงิน   อ้างอิงตามรายจากสำนักข่าว Korea Times โดยผู้กระทำผิดทั้งหมด 14 คนจาก 33 คน ได้ถูกนำตัวส่งไปยังพิจารณาคดีในชั้นศาล 15 คนถูกตัดสินลงโทษ และอีก 4 คนกำลังอยู่ในระหว่างการสอบสวน ผู้ทำผิดกฎหมายคนอื่น ๆ นักธุรกิจชาวเกาหลีใต้รายหนึ่งถูกสั่งปรับเงินเป็นมูลค่า 1.2 พันล้านวอน ในข้อหาปลอมแปลงใบแจ้งหนี้และตราส่งสินค้าเพื่อจ่ายให้กับบริษัทกระดาษที่เขาก่อตั้งขึ้นเพื่อการฟอกเงิน โดยมีการแบ่งจ่ายเงินทั้งหมดจำนวน 563 งวดในระยะเวลาสามปี ในขณะที่นักศึกษามหาวิทยาลัยอีกรายหนึ่งถูกสั่งปรับเงิน 1.6 พันล้านวอน ฐานปลอมแปลงเอกสารการโอนเงิน โดยอ้างว่าเป็นเงินเพื่อการศึกษาและค่าครองชีพในต่างประเทศ

2021-07-08การวิเคราะห์เชิงลึก

ห้ามพลาด!! สรุปเนื้อหา Defiนักต้มตุ๋นหัวครัวที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย

จากกระแสดราม่าของ ‘DeFi’ เจ้าหนึ่งที่มี Youtuber สีขาวชื่อดังเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย จนร้อนระอุเต็มกลุ่มนักเทรดไปหมด ทำให้ล่าสุดช่อง Youtube ที่ใช้ชื่อว่า ‘No Darkness XuX’ ต้องหยิบมาพูดถึง พร้อมกับเรื่องราวของนักต้มตุ๋นที่ปัจจุบันยังคงลอยนวลอยู่ ในหัวข้อ “นักต้มตุ๋นหัวครัวที่สุดในประวัติศาสตร์ไทย”   ทั้งนี้เนื้อหาภายในคลิปได้มีการเล่าถึงเส้นทางการโกงของนักต้มตุ๋มที่ใช้ชื่อว่า ‘นาย.ก’ (นามสมมุติ) มาจนถึงการโกงครั้งปัจจุบัน โดยเริ่มที่ ‘นาย.ก’ นั้นเคยมาจากวงการ Forex มาก่อน ซึ่งเขาเป็นผู้ก่อตั้งบอทหุ่นยนต์ที่ได้ทำการโฆษณาหลอกๆ ว่า “เอาเงินไปฝากไว้ที่เขา เดี้ยวเขาจะใช้หุ่นยนต์เทรดให้” แล้วโกงเงินนักลงทุนที่เอาเงินไปฝาก อีกทั้งยังเป็นเจ้าของโบร์กเกอร์ Forex เจ้าหนึ่งที่เป็นเครือข่ายแชร์ลูกโซ่อีกด้วย   ต่อมาเมื่อมีคนจับได้ ‘นาย.ก’ ก็ได้ทำการเปลี่ยนชื่อ เพื่อชุบตัวเองและสร้างธุรกิจใหม่ไปหลอกคนต่อเรื่อยๆ ซึ่งนี่คือเรื่องราวของเขาในวงการ Forex ทั้งนี้มาทางด้านของวงการคริปโตกันบ้าง โดย ‘นาย.ก’ ได้เริ่มจากการหลอกคนว่า “เราจะทำการขุด Bitcoin มาลงทุนกับเราไหม?” เมื่อมีคนมาลงทุน ‘นาย.ก’ ก็ได้ทำการโกง สร้างความเสียหายมูลค่ากว่า 52 ล้านบาท แต่นี่เป็นเพียงธุรกิจของพี่ชาย ‘นาย.ก’ เท่านั้น  ซึ่งจริงๆแล้วธุรกิจของ ‘นาย.ก’ คือ เว็บเทรดคริปโตที่ปัจจุบันได้ปิดตัวลงไปแล้ว แต่จุดเริ่มต้นของการโกงนั้นอยู่ที่ ลูกค้ารายหนึ่งมีเงิน BTC ติดอยู่ในบัญชี ซึ่งเว็บเทรดไม่ให้ถอนออก แต่กลับบอกให้ขายแทน ซึ่งราคา BTC ในตอนนั้นอยู่ที่ราวๆ 565,000 บาท แต่ ‘นาย.ก’ ให้ขายในราคา 535,000 บาท เพื่อโกงเงินหลังจากนั้นก็ปิดตัวหนีไป   และสุดท้ายนี้ ‘นาย.ก’ ก็ได้เคลื่อนตัวเข้าสู่โครงการ ‘DeFi’ โดยได้มีการเข้าไปโฆษณาว่า “เหรียญอันนี้เจ๋งจริง ไม่ใช่แชร์ลูกโซ่แน่นอน เพราะเขารู้จักกับนักพัฒนาชื่อดัง ที่เขียนโค๊ด DeFi ตัวนี้” ต่อมาเมื่อผู้คนเห็นก็ต่างให้สนใจ พร้อมแห่เข้าไปซื้อกันจนราคาพุ่งสูง จากนั้นไม่นาน‘นาย.ก’ ก็ได้เทขายเหรียญจนราคาร่วงดิ่งลงมา ส่งผลให้เงินนักลงทุนนั้นหายไปในพริบตา แต่ ‘นาย.ก’ นั้นกลับได้กำไรมหาศาล เนื่องจากเขานั้นได้ถือเหรียญไว้ตั้งแต่แรกแล้ว ตอนที่ราคายังถูกๆ ประกอบกับตัว ‘นาย.ก’ เองนั้นเป็นเจ้าของแพลตฟอร์มนี้ แล้วปลอมตัวเข้าไปเขียร์อัพให้คนลงทุนเพื่อปั่นราคา จนกลายเป็นดราม่าในปัจจุบันนั่นเอง   ทั้งนี้เจ้าของช่องดังกล่าวมองว่า วงการ ‘DeFi’ เป็นวงการที่ไม่โอเค เพราะเขาได้เข้าไปเห็นผู้ใช้เฟซบุ๊กท่านหนึ่งพยายามออกมาโพสต์แฉ ‘นาย.ก’ เพื่อเตือนภัยไม่ให้คนนั้นหลงเชื่อ และหวังว่า ‘นาย.ก’ จะได้รับโทษ แต่กลับโดนนักลงทุนในวงการ ‘DeFi’ เข้ามาแสดงความคิดเห็นต่อว่าเจ้าของโพสต์ “จะเข้ามาขุดให้มันได้อะไร แค่นี้ภาพลักษณ์วงการก็ไม่ดีแล้ว” ทำให้วงการนี้ไม่มีความน่าอยู่เลย  อย่างไรก็ตามไม่ว่าคุณจะอยู่ในวงการไหน หากเจอคนทำผิด คุณควรออกมาพูดเตือน หรือแฉ มากกว่าละเลยมัน มิฉะนั้นนักต้มตุ๋นเหล่านี้ก็จะยังลอยนวล แล้วกลับเข้ามาหลอกคุณซ้ำๆ ต่อไป โดยคุณสามารถเข้ามาแฉ หรือตามอ่าน กลโกงต่างๆในวงการคริปโตได้ที่แอป ‘Wikibit’ แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์ตรวจสอบ Exchange Token และ DeFi อีกด้วย โหลดเลย!!    คุณเองก็สามารถติดตามข่าวสารดีๆ ในวงการคริปโตได้ เพียงแค่กดติดตามเพจ ‘Wikibit.TH’ แล้วโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange Token และ DeFi ไว้ให้อีกด้วย เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-07-07การวิเคราะห์เชิงลึก

เหรียญคริปโต ‘ลุงตู่’ คืออะไร ควรลงทุนไหมกับเหรียญตัวนี้?

เทรดเดอร์คริปโตหลายคนคงเคยได้ยินชื่อของ ‘Lungtoo Coin’ จากกลุ่มเทรดคริปโตมากมาย บางคนกระโดดเข้าไปลงทุน ทั้งๆที่ยังไม่รู้ว่ามันคือเหรียญอะไร ถูกสร้างมาเพื่ออะไร รู้แต่ว่ารูปร่างหน้าตาของเหรียญนั้น เหมือนกับนายกคนปัจจุบันของไทย ดังนั้นบทความนี้ ‘Wikibit’ จะพาทุกคนไปรู้จักกับมันมากขึ้น  ‘Lungtoo Coin’ เป็นโทเคนการกุศลสัญชาติไทยแห่งแรกบน ‘Binance Smart Chian’ ที่มีลักษณะของเหรียญอ้างอิงมาจากผู้นำบ้านเรา และถูกสร้างโดยกลุ่มนักพัฒนาลึกลับที่ไม่เปิดเผยตัวตน โดยมีอัตราการเบิร์นเหรียญอยู่ 5% และมีการแจกจ่าย 5% ให้กับผู้ถือเหรียญ ซึ่งสิ่งนี้จะเพิ่มการบริจาคครั้งแรกรวมทั้งมูลค่าเงินของการบริจาคในแต่ละครั้ง  อักทั้งมันยังมีฟีเจอร์หลักอย่าง RFI fork ที่สามารถทำการ auto-burn เพื่อล็อกสภาพคล่อง และระบบ auto-farming ได้ แต่ความแตกต่างหลัก ๆ นั้นก็คือ ทางทีมจะทำการนำเอาภาษีการทำธุรกรรมเพื่อไปใช้บริจาคให้กับผู้คนที่ต้องการมัน โดยจะเป็นการโฟกัสไปที่การส่ง auto-yield กลับไปหาผู้ที่ยากไร้ ซึ่งมีจุดประสงค์เพื่อใช้เทคโนโลยี ‘Blockchain’ ในการกุศล และกลุ่มชุมชนที่ไม่สามารถเข้าถึงโอกาสนี้ได้   มองเผินๆ จากโมเดลของเหรียญแล้วอาจจะดูเข้าท่า แต่คุณรู้หรือเปล่าว่าทางเพจ ‘Bitcoin Addict’ ได้เคยออกมาเตือนถึงการลงทุนในเหรียญนี้แล้ว หลังจากที่ราคาของมันดิ่งลงต่ำจนหมดท่า จากการแตะระดับสูงสุดที่ 0.0000075 BNB ลงมาเหลือเพียง 0.0000019 BNB ในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา พร้อมแอบเปลี่ยน LP ใหม่โดยไม่บอกใครอีกด้วย “ขอให้ระมัดระวังหากใครคิดจะลงทุนในโทเคนนี้ รวมถึงระมัดระวังในการรับข่าวสารจากสื่อต่าง ๆ”   แถมเจ้าเหรียญตัวนี้ยังไม่มีข้อมูลต่างๆ ในแอป ‘Wikibit’ อีกด้วย ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบได้ ส่งผลให้เหรียญนี้มีความเสี่ยงในการลงทุนเป็นอย่างมาก เพราะตัวแอปถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ตรวจสอบข้อมูลของ Exchange Token และ DeFi ก่อนตัดสินใจลงทุน ดังนั้นหากนักเทรดคนไหนสนใจที่จะลงทุนกับมันคงต้องตัดสินใจเองให้ดี!!  คุณเองก็สามารถติดตามข่าวสารดีๆ ในวงการคริปโตได้ เพียงแค่กดติดตามเพจ ‘Wikibit.TH’ แล้วโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange Token และ DeFi ไว้ให้อีกด้วย เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-07-07การวิเคราะห์เชิงลึก

‘Bitcoin’ ตกกระป๋อง!! หยวนดิจิทัลกำลังครองเมือง

ดูเหมือนว่ากำลังจะหมดยุคของ ‘Bitcoin’ แล้วในประเทศจีน เพราะล่าสุดธนาคารในจีนหลายแห่งกำลังเริ่มโปรโมทกระเป๋าเงินหยวนดิจิทัลอย่างจริงจัง โดยตั้งเป้าให้พนักงานแต่ละสาขารับผู้ใช้งานใหม่กว่า 300 คนต่อปี  จากบทความของ ‘Shenlian Caijing’ เผยว่า พนักงานธนาคารชั้นนำในจีน อย่าง ธนาคารเพื่อการอุตสาหกรรมและการพาณิชย์แห่งประเทศจีน และ ธนาคารเพื่อการสื่อสารร่วมกับธนาคารของรัฐอีก 4 แห่ง ได้รับมอบหมายให้โปรโมทกระเป๋าเงินหยวนดิจิทัลอย่างจริงจัง เพื่อทำยอดลงทะเบียนผู้ใช้งานใหม่ให้ได้ 200 ถึง 300 คนต่อปี   อีกทั้งยังมีการแจกของสมนาคุณ เล็กๆ น้อยๆ เช่น น้ำยาซักผ้า สายคล้องคอ ที่ใส่บัตร โบว์จีน ร่ม และกระดาษทิชชู่ ให้กับผู้ที่ลงทะเบียนใช้งาน เพื่อเป็นการดึงดูด ให้ผู้คนเกิดความสนใจมากขึ้น ซึ่งการโปรโมทในลักษณะนี้ถือเป็นแผนจูงใจที่มุ่งเน้นการรับสมัครผู้ใช้กระเป๋าเงินจำนวนมาก และตั้งใจที่จะมอบรางวัลให้แก่สาขาและพนักงานของพวกเขาด้วยการประเมินประสิทธิภาพในการทำงานและเงินโบนัสอีกด้วย  ทั้งนี้ทางรัฐบาลจีนได้มองว่า การเพิ่มขึ้นของการนำกระเป๋าเงินหยวนดิจิทัลมาใช้นั้นเป็นส่วนหนึ่งของแผนยึดครองตลาดด้านเทคโนโลยีทางการเงิน เนื่องจากรัฐบาลปัจจุบันกำลังแข่งขันกันอย่างดุเด็ดเผ็ดร้อน กับผู้ให้บริการด้านการชำระเงินรายอื่น ๆ ในจีน เช่น Alipay และ WeChat ซึ่งมีรายงานว่า บริษัทการชำระเงินเหล่านี้ครองส่วนแบ่งตลาดการชำระเงินผ่านมือถือในจีนสูงถึง 98% ของทั้งหมด  โดยในเดือนเมษายนที่ผ่านมา ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของจีนยังได้มีการโปรโมทนำร่องอีกว่าการใช้ ‘CBDC’ ในประเทศนั้นเป็นทางเลือกที่ดีกว่า Alipay และ WeChat ส่งผลให้ประชาชนหลายคนต่างตระหนัก และให้ความสนใจในเรื่องนี้กันมากขึ้น  ถือว่าก้าวไปไกลมากแล้วสำหรับ ‘CBDC’ ในประเทศจีน แต่ชาวไทยอย่างเพิงอิจฉาไป เพราะตอนนี้ ‘เงินบาทดิจิทัล’ ของเรากำลังอยู่ในช่วงการวางแผนทดสอบคุณภาพการใช้งานแล้ว แต่จะได้ใช้งานเมื่อไหร่คงต้องรอติดตามกันต่อไป โดยคุณสามารถติดตามข่าวสารในวงการคริปโตแบบนี้ได้โดยการโหลดแอป ‘Wikibit’ ไว้บนมือถือ รับรองไม่ตกเทรนแน่นอน!!!    คุณเองก็สามารถติดตามข่าวสารดีๆ ในวงการคริปโตได้ เพียงแค่กดติดตามเพจ ‘Wikibit.TH’ แล้วโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange Token และ DeFi ไว้ให้อีกด้วย เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-07-07การวิเคราะห์เชิงลึก

องทุนยักษ์ใหญ่ระดับ 5.5 หมื่นล้านบาท เตรียมลงทุนในคริปโท

จากรายงานของ The Financial Times ระบุว่า Marshall Wace กองทุนป้องกันความเสี่ยงรายใหญ่จากลอนดอน ซึ่งบริหาสินทรัพย์มูลค่าประมาณ 5.5 หมื่นล้านดอลลาร์ได้ตัดสินใจที่จะลงทุนในภาคคริปโตเคอร์เรนซี่  ความสนใจที่เพิ่มขึ้นในคริปโต และเทคโนโลยี บล็อกเชน ทั้งสองกำลังผลักดันให้ Marshall Wace และบริษัทจัดการสินทรัพย์รายใหญ่อื่นๆ พยายามลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง Bitcoin เป็นต้น มองหาการลงทุนใน crypto และ stablecoins Financial Times รายงานว่า กองทุนเฮดจ์ฟันด์ดังกล่าวมีแผนที่จะลงทุนใน DLT ระบบการชำระเงินสำหรับ คริปโตเคอร์เรนซี่ และ stablecoins  นอกจากนี้บริษัทเพิ่งได้ว่าจ้างพนักงาน เพื่อสร้างทีมทำงานร่วมกับภาคสกุลเงินดิจิตอลอีกด้วย โดยรวมแล้วกองทุนเฮดจ์ฟันด์ตั้งใจที่จะซื้อหุ้นในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับการเงินดิจิทัลส่วนตัว นอกจากนี้บริษัทยังอาจเริ่มซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซี่ด้วย แม้ว่าจะยังไม่มีการเผยแพร่รายงานอย่างเป็นทางการจาก Marshall Wace เกี่ยวกับการดำเนินการในครั้งนี้   ขอขอบคุณบทความจาก SiamBlockchian  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-07-07การวิเคราะห์เชิงลึก

อดีตพนักงาน ‘Cryptopia’ ขโมยคริปโตของผู้ใช้รวมมูลค่ากว่า 5.5 ล้านบาท

จากเหตุการณ์ในปี 2019 ที่มีกระดานเทรดคริปโตเจ้าหนึ่งอย่าง ‘Cryotopia’ โดนแฮกระบบจนทำให้เกิดการสูญเสียเงินไปกว่า 16 ล้านดอลลาร์ ก่อนปิดตัวลงไป ล่าสุดได้มีอดีตพนักงานจากกระดานเทรดดังกล่าวออกมายอมรับสารภาพว่า ตนได้ฉกเงินคริปโตไปกว่า 172,000 ดอลลาร์ หรือประมาณ 5.5 ล้านบาท จากการทำสำเนา private keys ของผู้ใช้งาน    สำนักข่าว Stuff ของนิวซีแลนด์ รายงานว่า พนักงาน ‘Cryotopia’ ที่ไม่ระบุชื่อสารภาพในศาลแขวงไครสต์เชิร์ชในข้อหาขโมยเงินมากกว่า 1,000 ดอลลาร์ โดยอาศัยความสัมพันธ์พิเศษ ในกรณีที่บุคคลรับเงินเก็บไว้ในความไว้วางใจจากคนอื่น เบื้องต้นศาลจะตัดสินลงโทษในวันที่ 20 ต.ค. นี้   David Ruscoe หุ้นส่วนบริการที่ปรึกษาทางการเงินที่ Grant Thornton ซึ่งเป็นสำนักงานบัญชีที่ได้รับมอบหมายให้ชำระบัญชีของ ‘Cryptopia’ ได้ค้นพบการโจรกรรมในครั้งนี้ เมื่อวันที่ 3 กันยายน โดยสังเกตเห็นว่าเหรียญ BTC กว่า 13 เหรียญ ถูกถอนออกจากหลาย ๆ กระเป๋าเงินของเว็บเทรดคริปโต และได้มีการใส่ 2 BTC ของเงินที่ถูกขโมยไปผ่านบริการ crypto mixer เพื่อปกปิดธุรกรรม  ทั้งนี้อดีตพนักงาน ‘Cryptopia’ ยอมรับว่าเขาได้ทำสำเนาข้อมูลของเขาเองในแฟลชไดรฟ์ ก่อนขโมย BTC และสกุลเงินคริปโตอื่นๆ กว่า 7,000 ดอลลาร์ ซึ่งเขายังบอกอีกว่าได้ติดต่อมาที่ Grant Thornton เพื่อคืนเหรียญบางส่วนแล้วประมาณ 6 BTC พร้อมเสนอส่งคืนส่วนที่เหลือโดยแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดีทางอาญา แต่ท้ายที่สุดแล้วเขาได้โดนตั้งข้อหาในเวลาต่อมา หลังจากยอมรับการกระทำดังกล่าวกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ  “จำเลยยอมรับว่าเขารู้สึกผิดหวังกับ ‘Cryptopia’ แต่ยังได้รับแรงบันดาลใจจากความเชื่อที่ว่าเขาจะสามารถหลบหนีจากการโจรกรรมได้ เนื่องจากเขาคิดว่าจะไม่มีใครตรวจสอบกระเป๋าเงินเก่าที่ฝากไว้” เจ้าหน้าที่ตำรวจกล่าว  คุณเองก็สามารถติดตามข่าวสารดีๆ ในวงการคริปโตได้ เพียงแค่กดติดตามเพจ ‘Wikibit.TH’ แล้วโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange Token และ DeFi ไว้ให้อีกด้วย เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  ขอขอบคุณข้อมูลจาก : https://cointelegraph.com/news/your-keys-his-coins-cryptopia-employee-admits-to-stealing-172k-in-crypto  

2021-07-06การวิเคราะห์เชิงลึก

สรุปเกร็ดความรู้ในช่อง ‘Bitcast’ ในหัวข้อ “เมื่อวงการ DeFi ไทยย่ำอยู่กับที่

จากกระแสดราม่าในวงการ ‘DeFi’ ที่ผ่านมาในประเทศไทย ส่งผลให้นักลงทุนหลายๆ คนที่สนใจจะลงทุนในรูปแบบนี้ ต่างก็รู้สึกหมดหวังถึงความปลอดภัยในการลงทุน จนล่าสุด ‘Bitcast’ ช่อง Youtube เกี่ยวกับคริปโตเคอเรนซี ก็ได้เชิญนักลงทุนมากประสบการณ์ เข้ามาพูดคุยหรือหยิบยกประเด็นเหล่านี้มาพูดถึงภายใต้หัวข้อที่ว่า “เมื่อวงการ DeFi ไทยย่ำอยู่กับที่ เน้นดราม่า ไม่เน้นผลงาน”   โดยภายในเนื้อหาได้มีการพูดถึง ‘DeFi’ ไทยในปัจจุบัน ซึ่งพวกเขามองว่า ‘DeFi’ เป็นระบบการเงินแบบไร้ตัวกลาง ที่ใครๆ ก็สามารถเข้ามาพัฒนาแอปพลิเคชันในนี้ได้ และถ้าหากมีใครสักคนอยากจะหยิบ ‘DeFi’ ไปพัฒนาเป็นระบบแชร์ลูกโซ่มันก็ง่ายที่จะทำ เนื่องจากตลาด ‘DeFi’ เป็นตลาดเสรี จึงมักมีคนเข้ามาใช้ช่องโหว่ตรงนี้ในการกวาดกำไรไป พร้อมสร้างความเสียหายให้กับนักลงทุน จนทำให้เกิดดราม่าอยู่บ่อยๆ   ทั้งนี้ในเรื่องของกฎหมาย พวกเขามองว่าการที่ทาง ก.ล.ต. ไทย เริ่มออกกฎหมายคุ้มครอง ‘DeFi’ อยู่บ่อยครั้งนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ซึ่งข้อดีคือเมื่อมีคนกระทำผิดจะไม่สามารถอ้างได้ว่า ‘ไม่มีกฎหมายข้อไหนบอกไว้’ เนื่องจาก ก.ล.ต. ได้ออกมาประกาศเตือนแล้ว และในอนาคตคาดว่ามันจะสามารถลัดกุมพอที่ลดปริมาณการฉ้อโกงบนแพลตฟอร์มนี้ได้ ในทางกลับกันข้อเสียของมันกลับมากระทบต่อคนที่ทำดี ปฏิบัติตนอยู่ในลู่ทาง หากเกิดข้อบังคับเหล่านี้ขึ้นมากมายมาควบคุมไปหมด คำว่าเสรีของ ‘DeFi’ อาจจะถูกลดทอนลงได้   อีกทั้งยังได้พูดเตือนนักลงทุนที่เข้าไปเสพความรู้ต่างๆ ใน ‘Clubhouse’ ว่า คนที่ให้ความรู้ใน ‘Clubhouse’ นั้นจะเป็นใครก็ได้ รู้จริงบ้าง ไม่รู้บ้าง ดังนั้นคุณควรไตร่ตรองให้ดี และที่สำคัญใน Community แบบนี้ มักจะมีการพูดเชียร์อัพให้คุณไปลงทุนอยู่บ่อยครั้ง สำหรับคนที่รู้เท่าทันก็จะมีการตรวจสอบข้อมูล และคิดวิเคราะห์ก่อนลงทุนทุกครั้ง แต่สำหรับคนที่ไม่รู้เรื่องเมื่อฟังเสร็จก็มักจะกระโดดเข้าไปลงทุน ซึ่งปัจจุบันคนเหล่านี้มีเยอะมาก และผลสุดท้ายก็โดนโกง หรือขาดทุน จนกลายเป็นดราม่าในทุกวันนี้  ดังนั้นคุณเองก็ควรที่จะลงทุนอย่างมีสติ “อย่าลงทุนด้วยหู ให้ลงด้วยความรู้” จะทำให้ความเสี่ยงนั้นลดน้อยลงนั่นเอง อย่างไรก็ตามทางนักลงทุนมากประสบการณ์ที่มีช่องทางการเผยแพร่ข่าวสารของตัวเอง ก็ต่างมีความพยายามที่ผลักดันให้วงการ ‘DeFi’ ไทยนั้นก้าวไปข้างหน้า และลบภาพเหมารวมที่ว่า “อย่าไปเสี่ยงลงทุนใน ‘DeFi’” ที่มาจากการกระทำความผิดของคนบางกลุ่ม ด้วยการให้ความรู้ในการลงทุนที่ถูกต้อง  สุดท้ายนี้ก่อนลงทุนทุกครั้งอย่ามัวแต่หลงเชื่อคำพูดของคนอื่น จนละเลยการตรวจสอบ และศึกษาหาความรู้ด้วยตัวเอง โดยเฉพาะการลงทุนแบบ ‘DeFi’ ซึ่งคุณสามารถตรวจสอบข้อมูลต่างๆของมันได้ที่แอป ‘Wikibit’ โหลดไว้ติดมือถือ ลงทุนได้อย่างอุ่นใจแน่นอน!!  คุณสามารถดูคลิปแบบเต็มได้ที่ : https://www.youtube.com/watch?app=desktop&v=xdaog_gJNAE  คุณเองก็สามารถติดตามข่าวสารดีๆ ในวงการคริปโตได้ เพียงแค่กดติดตามเพจ ‘Wikibit.TH’ แล้วโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange Token และ DeFi ไว้ให้อีกด้วย เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Bitcast

2021-07-06การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
128130
...
142