สแกนเพื่อดาวน์โหลด
แพลตฟอร์มตรวจสอบ # และยืนยันการกำกับดูแลของตลาดการเงินทั่วโลก

ความพยายามล่าสุดของ Elon Musk ในการปั่นเหรียญ Dogecoin ล้มเหลวไม่เป็นท่า

ราคา Dogecoin (DOGE) ปรับตัวเพิ่มขึ้นแต่ไม่ได้พุ่งแรง หลังจากที่ Elon Musk ซีอีโอแห่งบริษัท Tesla (NASDAQ:TSLA) โพสบน Twitter เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม มหาเศรษฐีรายนี้ได้ทวีตมีมเมื่อเวลาประมาณ 08:43 น. UTC โดยเป็นภาพของ Don Vito Corleone จากหนังเรื่อง Mafia พร้อมข้อความว่า “YOU COME TO ME AT RUNTIME TO TELL ME THE CODE YOU ARE RUNNING DOES NOT COMPILE.”   ในขณะเดียวกัน Musk เขียนแคปชั่นทวีตว่า “ปล่อย Doge ซะ!” (Release the Doge!) เพียงไม่กี่วินาทีหลังจากทวีตนั้น ราคาของเหรียญ DOGE ก็ได้พุ่งจาก 0.24 ดอลลาห์ เป็น 0.261 ดอลลาห์ หรือประมาณ 8.42% แต่ก็เจอแรงขายที่ตามมา ทำให้มันร่วงมาทำจุดต่ำสุดที่ 0.247 ดอลลาห์   จากนั้น เมื่อเวลา 09:24 น. UTC Musk ทวีตต่อว่า “Baby Doge, doo, doo, doo, doo, doo, Baby Doge, doo, doo, doo, doo, doo, Baby Doge, doo, doo, doo, doo, doo, Baby Doge.” ซึ่งเลียนแบบมาจากเพลงเด็กที่ได้รับความนิยมอย่างมากอย่าง Baby Shark DOGE/USD DOGE/USD ปรับตัวขึ้น 5.22% สู่ระดับ 0.260 ดอลลาห์ หลังจากทวิตที่สองของ Musk  ทวิตของ Musk อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาเพิ่มขึ้นในชั่วโมงข้างหน้าก็เป็นได้ โดยราคาอาจกลับไปทดสอบที่จุดสูงสุดระหว่างวันที่ 0.261 ดอลลาห์ อย่างไรก็ตาม Dogecoin ยังคงลดลงเกือบ 0.5% เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. UTC ซึ่งบ่งบอกว่าอิทธิพลของ Musk ต่อตลาดสกุลเงินดิจิทัลเริ่มลดลงแล้ว

2021-07-02การวิเคราะห์เชิงลึก

คำถามสุดฮิตจากกลุ่มนักเทรด!! มีใครรวยจาการเทรดแบบ Futures บ้างไหมครับ?

ปัจจุบันการเทรดคริปโตนั้นมีหลายรูปแบบมาก ให้คุณได้เลือกลงทุน แต่แบบที่นิยมและฮอตฮิตมาในกลุ่มนักเทรดในตอนนี้ คงหนีไม่พ้นการเทรดแบบ ‘Futures’ ที่ล่าสุดมีนักเทรดคนหนึ่งได้ตั้งกระทู้ถามในกลุ่มนักเทรดว่า “มีใครรวยจาการเทรดแบบ Futures บ้างไหมครับ” แต่ก่อนที่คุณจะรู้คำตอบจากคำถามข้อนี้ เราไปทำความรู้จักกับการเทรดแบบ ‘Futures’ กันก่อนดีกว่า   การเทรดคริปโตแบบ ‘Futures’ คือ การซื้อขายสัญญาในอนาคต โดยผู้ขายจะต้องขายสัญญาตามราคาที่เราตกลงไว้เท่านั้น ดังนั้นคุณต้องใช้การวิเคราะห์ และการทำนาย ควบคู่ไปกับดวง เพื่อซื้อสัญญาในการสร้างกำไร โดยสัญญานั้นแบ่งออกเป็น 2 ประเภท  1. สัญญาประเภท Long สัญญาที่จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น เมื่อราคาอ้างอิงของเหรียญสูงขึ้น  แต่สัญญานี้จะมีมูลค่าลดลง หากราคาอ้างอิงของเหรียญลดลง  2. สัญญาประเภท Short สัญญาที่จะมีมูลค่าเพิ่มขึ้น เมื่อราคาอ้างอิงของเหรียญลดลง  แต่สัญญานี้จะมีมูลค่าลดลง หากราคาอ้างอิงของเหรียญเพิ่มขึ้น  ข้อดีของการเทรดแบบนี้ คือ คุณสามารถสร้างกำไรได้หลายต่อหลายเท่า และเล่นได้ทั้งตลาดขาขึ้น และขาลง ถึงแม้ว่าคุณจะมีทุนน้อยก็สามารถสร้างกำไรมากได้ แต่ในทางกลับกันมันก็สามารถทำให้คุณหมดตัวได้เช่นกัน ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์ และคาดการณ์ของคุณ หากคุณพลาดทำนายผิดบอกได้คำเดียวว่า “เจ๊ง!!” ทั้งนี้คุณสามารถเทรดคริปโตแบบ ‘Futures’ ได้จากกระดานเทรดที่เปิดให้บริการ เช่น Binance เป็นต้น   จากคำถามข้างต้น “มีใครรวยจาการเทรดแบบ Futures บ้างไหมครับ” ได้มีนักลงทุนที่เคยผ่านการเทรดในลักษณะนี้เข้ามาแสดงความคิดเห็นอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งบางคนบอกว่ารวยมากกว่าจน แต่บางคนก็บอกว่าจนมากว่ารวย แถมบางคอมเมนท์ก็มีการเข้ามาแซวเจ้าของโพสต์กันอย่างสนุกสนานสร้างความเฮฮาท่ามกลางความตึงเครียดของราคาในตอนนี้ได้เป็นอย่างดี “วันนี้ผมเสียไปหมื่นนึง รวยเลยครับ ฝั่งตรงข้ามนะที่รวย55” นักเทรดท่านหนึ่งกล่าว  แบบนี้ก็ไม่สามารถหาข้อสรุปได้ว่า “รวยจริงไหม” แต่ถ้าหากคุณอยากได้กำไร คุณต้องมีข้อมูลที่แน่น ตรวจสอบให้เป๊ะ วิเคราะห์ให้ได้ และต้องทำนายให้เป็น ซึ่งคุณสามารถเข้ามาตรวจสอบราคา ข้อมูลต่างๆ ของเหรียญ เพื่อดูแนวโน้มได้ที่ แอป ‘Wikibit’ นั่นเอง    คุณเองก็สามารถติดตามข่าวสารดีๆ เกี่ยวกับวงการคริปโตได้ง่ายๆ เพียงกดติดตามเพจ ‘Wikibit.TH’ แล้วโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange Token และ DeFi ไว้ให้อีกด้วย เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-07-01การวิเคราะห์เชิงลึก

สุดเจ๋ง!! เปิดภาพไวรัลเด็กมัธยมนั่งเข้าแถวตอนเช้า มือถือหนังสือสวดมนต์ แต่ตาดูกราฟบนมือถือ!!

ดูเหมือนว่าโลกของเรานั้นมันจะหมุนไวสะเหลือเกิน!! โดยเฉพาะโลกแห่งคริปโตเคอเรนซี ที่ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อให้ใครคนใดคนหนึ่งเล่น แต่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อทุกๆ คน ทุกเพศ ทุกวัย ให้รู้จักศึกษาหารายได้จากการลงทุน ยิ่งตอนนี้ราคาในตลาดกำลังลง เหมาะแก่การช้อนเป็นที่สุด ดังนั้นหนุ่มสาวคนไหนที่ยังไม่เริ่ม ระวังจะเสียใจ!!   เพราะเมื่อไม่นานมานี้ได้มีการเผยแพร่ภาพไวรัล เด็กมัธยม ใส่ชุดลูกเสือ นั่งเข้าแถวหน้าเสาธงในโรงเรียนแห่งหนึ่ง แต่จุดที่น่าสนใจก็คือ ถึงมือของเด็กคนนี้จะกำลังถือหนังสือสวดมนต์อยู่ แต่ตาของเขากลับมองภาพกราฟคริปโตในโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนพื้น สร้างเสียงฮือฮากันในกลุ่มนักเทรดเป็นอย่างมาก  จากเหตุการณ์การในภาพนี้มันสามารถบอกได้ว่า ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ ถ้าหากมีความมุมานะ พยายามศึกษาหาความรู้ก็สามารถสร้างรายได้ให้ตัวเองได้ ในกรณีของเด็กคนนี้ถึงแม้อายุยังน้อยเงินลงทุนอาจจะยังมีไม่มาก แต่ก็ถือว่าเป็นก้าวแรก และก้าวสำคัญในการเติบโตที่ดี “หาเงินใช้เอง ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบ มันเท่ห์จริงๆ นะขอบอก”  ส่วนใครที่อ่านข่าวนี้ แล้วสนใจอยากจะเริ่มลงทุนกับคริปโต คุณควรเริ่มจากการศึกษาข้อมูล ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับคริปโต และตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ให้ดีสะก่อน ซึ่งทั้งหมดนี้เรารวบรวมไว้ให้คุณทั้งหมดแล้วในแอป ‘Wikibit’   คุณเองก็สามารถติดตามข่าวสารดีๆ เกี่ยวกับวงการคริปโตได้ง่ายๆ เพียงกดติดตามเพจ ‘Wikibit.TH’ แล้วโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange Token และ DeFi ไว้ให้อีกด้วย เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….    App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-07-01การวิเคราะห์เชิงลึก

คำภีร์วิธีขุด Dogecoin ให้รวย

Dogecoin ได้เริ่มต้นปี 2021 ด้วยกระแสที่มาแรงเป็นอย่างมาก อย่างที่ทุกๆ คนก็คงเห็นกัน ทั้งยังได้ดึงดูดเหล่านักขุดทั้งหลายแหล่ ให้เข้ามาร่วงวงขุดด้วยเช่นเดียวกัน แต่มันขุดอย่างไรกันละ? และถ้าเกิดคิดอยากจะขุดบ้างต้องทำอย่างไร?  ปฎิเสธไม่ได้ว่า Dogecoin นั้นเดินทางมาไกลมาก เริ่มต้นจากการเป็นเหรียญที่สร้างขึ้นมาตลกๆเฉยๆ โดยการนำมีมสุนัขชิบะยิ้มหน้ากล้องมาทำเป็นสัญลักษณ์ของเหรียญ ที่เพียงแค่ต้องการที่จะล้อเลียนเหรียญต่างๆ ที่มีอยู่ในระบบขณะนั้น โดยสองวิศวกรซอร์ฟแวร์อย่าง Jackson Palmer และ Billy Markus  แต่ก็ไม่รู้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร เพราะในขณะนี้ Dogecoin กลับกลายเป็นหนึ่งเหรียญที่ถูกจับตามองมากที่สุดในตลาด ขึ้นแท่น 10 อันดับเหรียญที่ใหญ่ที่สุดไปด้วยมูลค่าทางการตลาดกว่า 32 พันล้านดอลลาร์  โดย Dogecoin ได้มีชื่อเสียงอย่างขีดสุดในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2021 ขับเคลื่อนโดยโลกอินเตอร์เน็ต และอีลอน มัสก์ อย่างไม่หยุดหย่อน และก็ไม่น่าแปลกใจที่ทั้งหมดทั้งมวลนี้ ทำให้เหล่านักขุดทั่วทุกสารทิศต่างพากันเข้ามาขุด Dogecoin ด้วยผลกำไรจากการขุดที่ขึ้นไปสูงที่สุดในรอบ 6 ปี  แต่ถึงแม้ว่ามันจะประสบความสำเร็จสักเพียงใดก็ตาม การขุด Dogecoin ก็ยังมีการแข่งขันที่ต่ำกว่าการขุด Bitcoin อยู่มาก (แต่ก็ยังยากอยู่ดี) โดยยังมีบล็อกใหม่เกิดขึ้นได้รวดเร็วกว่า และผลตอบแทนเป็นเหรียญก็ยังสูงกว่า โดยมีผลตอบแทนเป็น 10,000 DOGE ต่อบล็อก แต่ BTC อยู่ที่ 6.25 BTC ต่อบล็อก  ***แล้วการขุด Dogecoin มันทำงานอย่างไร?  บล็อกเชนของ Dogecoin ทำงานในลักษณะของการสร้างบล็อกใหม่ขึ้นมาในDecentralized ledger และเข้าถึงการมีส่วนร่วมต่างๆ ของผู้คนในเครือข่าย เช่นเดียวกันกับ Bitcoin, Litecoin และคริปโทอื่นๆ  ซึ่งมันเรียกว่าระบบ ‘Proof-of-Work’ มันเกี่ยวข้องกับการขุดโดยการที่ผู้คนหรือองค์กรต่างๆ ได้ร่วมกันสร้างบล็อกให้สำเร็จผ่านอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โดยบล็อกเหล่านั้นก็มีธุรกรรมต่างๆ ที่รอการประมวลผลรออยู่  หรือให้พูดอย่างเฉพาะเจาะจงมากยิ่งขึ้น ก็คือเหล่านักขุดได้ใช้อุปกรณ์ของเขาในการสร้างชุดโค้ดขึ้นมาชุดหนึ่ง โดยมันเรียกว่า ‘Hash’ โดยที่ต้องมีค่าเท่ากับหรือน้อยกว่าค่าของบล็อกใหม่ ที่เรียกว่า ‘Target hash’ โดยโค้ดของใครก็ตามที่เป็นผู้ชนะ ก็จะได้รับสิทธิ์ที่จะได้เพิ่มข้อมูลธุรกรรมขึ้นมาในบล็อกใหม่นี้ โดยมีรางวัลเป็น ‘เหรียญ’ ที่เป็นเหรียญใหม่จากระบบนั่นเอง  โดยแต่ละ Hash ที่ถูกสร้างขึ้นมาจะเป็นการสุ่มทั้งหมด และจะไม่มีการนำเข้ามาใช้งานจนกว่าจะมีหนึ่งโค้ดจากผู้ชนะเกิดขึ้นมา    ***วิธีการขุด Dogecoin VS Bitcoin  ถ้าตามกฎแล้ว Blockchain แบบ Proof-of-Work อย่าง Bitcoin หรือ Litecoin มักจะมีปริมาณ Supply (ปริมาณเหรียญทั้งหมดในระบบ) ที่ถูกกำหนดตายตัวไว้ในระบบอยู่แล้ว ซึ่งเป็นปริมาณที่จะสามารถเพิ่มเข้าไปในระบบการไหลเวียนของเหรียญได้ โดย Bitcoin มีอยู่ที่ 21 ล้านเหรียญ และ Litecoin มีอยู่ที่ 84 ล้านเหรียญ ซึ่งมันก็เหมือนกับการขุดเหมืองจริงๆ แร่ที่เราขุดมันก็ต้องมีอยู่จำนวนจำกัดอยู่เสมอ  แต่ Dogecoin นั้นต่างกันออกไป มันมี Supply ที่ไม่จำกัด โดยระบบไหลเวียนของเหรียญก็จะมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด ตราบใดก็ตามที่ยังมีนักขุดคอยขุดมันขึ้นมาอยู่  โดยเฉลี่ยแล้ว บล็อกใหม่ของ Dogecoin นั้น จะถูกสร้างขึ้นมาใหม่ประมาณ 1 บล็อกต่อนาที ซึ่งแตกต่างกับบล็อกของ Bitcoin ที่อยู่ที่ประมาณหนึ่งบล็อกต่อ 10 นาที  ถึงแม้ว่ามันจะเป็นระบบ Proof-of-Work เช่นเดียวกันก็ตาม แต่ภายในของการขุด Dogecoin ก็ค่อนข้างแตกต่างกับ Bticoin อยู่พอสมควร  Bitcoin เป็นคริปโทเคอร์เรนซีเหรียญแรกที่ถูกสร้างขึ้นมา และเป็นเหรียญที่มีมูลค่าทางการตลาดสูงที่สุดในขณะนี้ โดยมันใช้อัลกอริทึม Hash ที่มีชื่อว่า SHA-256 มันก็คืออัลกอริทึมที่ทำให้สา  มรถสร้างชุดรหัสโค้ดที่กล่าวไปข้างต้นขึ้นมา ซึ่งแต่ละอัลกอริทึมก็จะมีวิธีการสร้าง Hash ที่แตกต่างกันออกไป  โดย Dogecoin และ Litecoin ใช้อัลกอริทึม Hash ที่มีชื่อว่า Scrypt ที่มีความซับซ้อนน้อยกว่า SHA-256 ดังนั้น มันจึงทำให้ Dogecoin และ Litecoin มีความสามรถในการขุดที่รวดเร็ว และประหยัดพลังงานมากกว่า Bitcoin  และ Scrypt นี้ ก็ยังมีความสามารถพิเศษที่เรียกว่า ‘Merged mined’ ที่จะทำให้สามารถขุดทั้งสองเหรียญไปพร้อมๆกันได้ โดยที่ไม่ส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพในการขุดแต่อย่างใด เนื่องจากทั้งสองเหรียญมีอัลกอริทึ่มแบบเดียวกัน  ***ถ้าอยากเริ่มขุด Dogecoin ละ?  ที่ผ่านมาการขุด Dogecoin นั้นง่ายกว่าปันจุบันมาก เนื่องจากมีคนขุดน้อย และทุกๆ คนก็สามารถขุดเหรียญด้วยตนเองได้ แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ Dogecoin ได้รับความนิยมมากขึ้น กระบวนการการขุดก็ทวีความยากมากยิ่งขึ้น ทำให้เหล่านักขุดจำเป็นต้องรวมตัวกันช่วยขุด โดยเราเรียกวิธีการนี้ว่า ‘Mining pool’  Mining pool คือกลุ่มของนักขุดที่เข้ามาร่วมมือกันขุด โดยเป็นการนำประสิทธิภาพของอุปกรณ์ขุดมารวมกัน และแบ่งรางวัลที่ได้ตามสัดส่วนความสามารถในการขุดของแต่ละคนซึ่งปัจจุบันนี้

2021-07-01การวิเคราะห์เชิงลึก

สาหัส!! คริปโตสายฟาร์มโพสต์ระบาย เสียเงินเก็บทั้งชีวิต หลัง ‘Merlin Lab’ ปิดตัวลง มี Audit การันตี 3

" />    ช็อก!! กันทั้งวงการคริปโตสายฟาร์ม เมื่ออยู่ๆแพลตฟอร์ม ‘DeFi’ เจ้าดังที่ใช้ชื่อว่า ‘Merlin Lab’ ประกาศปิดตัวลงสายฟ้าแลบ จนนักลงทุนไม่ทันตั้งตัวสูญเสียเงินกันอย่างถ้วนหน้าโดยอ้างสาเหตุว่าโดนโจมตีจากช่องโหว่ทางเทคนิคของโค้ด และไม่สามารถไปต่อได้จึงขอปิดตัวลง   การลงทุนใน ‘DeFi’ คือ การนำเงินเข้า ระบบในเหรียญที่คุณต้องการจะลงทุน เมื่อเวลาผ่านไป คุณก็จะได้รับค่าตอบแทนคืนกลับมาจากระบบนั้นๆ ข้อดีของการลงทุนใน ‘DeFi’ ก็คือ สร้างกำไรง่าย ต้นทุนต่ำ ค่าบริการถูก แต่มันก็มีข้อเสียตรงที่ มีความปลอดภัยน้อย เสี่ยงต่อการถูกโกงได้ง่าย  ไม่เว้นแต่ ‘DeFi’ เจ้าดังอย่าง ‘Merlin Lab’ ที่เป็น ‘DeFi’ แพลตฟอร์ม Auto-compound ซึ่งมี Audit มาการันตีความน่าเชื่อถือถึง 3 เจ้า อย่าง CertiK, Haechi และ Hacken ทำให้มีนักลงทุนจำนวนมากต่างเชื่อใจแล้วเข้าไปลงทุนใน ‘DeFi’ เจ้านี้ แต่อย่างที่ทุกคนรู้กันว่าในวงการ ‘DeFi’ ล้วนมีความเสี่ยงสูง  ในกรณีของ Audit นั้น ที่ให้คำการันตีมา อาจเป็นเพราะแพลตฟอร์มยื่นตรวจสอบไปในตอนแรกเท่านั้น เมื่อเวลาผ่านไปถ้าเจ้าของแพลตฟอร์มอยากเปลี่ยน Smart Contract ด้วยตัวเองก็ย่อมได้ หากไม่ยื่นตรวจสอบไปอีกครั้ง ผลที่ได้การยอมรับจากรอบแรกก็จะอยู่อย่างนั้นไม่มีการอัปเดต ดังนั้นจึงไม่มีอะไรการันตีได้ว่ามีความปลอดภัย หรือน่าเชื่อถือแบบชัวร์ 100 เปอร์เซ็นต์ ในโลกของ ‘DeFi’  โดยการปิดตัวลงของ ‘Merlin Lab’ ในครั้งนี้กำลังเป็นที่จับตามองของนักวิเคราะห์เป็นจำนวนมากกว่าแท้จริงแล้วมันเกิดจากนักพัฒนาที่ทนบาดแผลจากการโจมตีไม่ไหว หรือนักพัฒนาตั้งใจโจมตีตัวเองเพื่อปิดตัวลงแล้วชิ่งเงินหนีกันแน่ต้องติดตามกันต่อไป  จากระเบิดลูกนี้ที่ทาง ‘Merlin Lab’ ได้วางไว้ ส่งผลให้มีนักเทรดสูญเสียเงินกันเป็นจำนวนมาก โดยล่าสุดมีนักเทรดสายฟาร์มท่านหนึ่งได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กระบาย ความเจ็บช้ำถึงการสูญเสียในครั้งนี้ เนื่องจากตนนำเงินเก็บทั้งหมดในชีวิตกว่า 700,000 บาท มา All – In หมดหน้าตักกับการลงทุน และได้เสียเงินดังกล่าวไป โดยเจ้าตัวยังบอกอีกว่า “ผมจะเลิกเล่น DeFi ทั้งชีวิต แล้วเก็บเงินไปเทรดบนกระดานดีกว่า ตั้งแต่รู้จัก DeFi มา ชีวิตก็พังหมด”   ต่อมาได้มีคนเข้าไปแสดงความคิดเห็นใต้โพสต์ถึงพฤติกรรมการลงทุนของเจ้าของโพสต์แบบขาดสติ ที่ชอบลงทุนแบบ All – in ได้ก็ได้มาเยอะ ขึ้นสุดลงเหวี่ยงมา หากถึงคราวเสียก็ควรที่จะยอมรับผลให้ได้ พร้อมแนะนำให้ลดความเสี่ยงลงจากการลงทุนในครั้งหน้า ด้วยการแบ่งเงินให้เป็นก้อน ไม่ควรนำเงินทั้งหมดไปลงทุน และอื่นๆ อีกมากมาย  อย่างไรก็ตามไม่ว่าคุณจะลงทุนอะไร ในรูปแบบไหน ทุกอย่างมีความเสี่ยงหมด ดังนั้นคุณควรมีสติจัดสรรเงินของคุณให้ได้ สวดมนต์ไหว้พระเยอะๆ ดวงจะได้เฮงๆ แล้วก็อย่าลืมเข้ามาตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อนลงทุนทุกครั้งในแอป Wikibit กำไรจะได้เยอะๆ ไม่ถูกโกง!!  คุณเองก็สามารถติดตามข่าวสารดีๆ ในวงการคริปโตได้ เพียงแค่กดติดตามเพจ ‘Wikibit’ แล้วโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange Token และ DeFi ไว้ให้อีกด้วย เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-06-30การวิเคราะห์เชิงลึก

เหรียญ GOV คืออะไร ทำไมคนถึงไม่แนะนำให้ลงทุนใน ‘DeFi’ ?

" />   จากกระทู้เด็ดเผ็ดร้อนในกลุ่มนักเทรดคริปโตที่ถามถึง “การลงทุนในระบบ ‘DeFi’ คุณได้บทเรียนอะไรกันบ้าง?” ได้มีนักเทรดเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นอย่างมาก แต่ที่น่าสนใจก็คือมีหลายพูดถึงเหรียญ ‘GOV’ ว่าแต่เหรียญ ‘GOV’ คืออะไร? ทำไมมีแต่คนห้ามไม่ให้ลงทุนในเหรียญนี้ ดังนั้น ‘Wikibit’ จะมาเล่าให้ฟัง   ‘GOV’ หรือ Governance Token คือเหรียญที่ยินยอมให้ผู้ถือเหรียญ มีสิทธิ์กำหนดนโยบาย แนวโน้มของเหรียญในอนาคตได้ ผ่านการโหวตและลงมติต่างๆ ทั้งนี้ในระบบของ ‘DeFi’ หรือ Decentralized finance (ระบบการทำธุรกรรมแบบไร้ตัวกลาง) ยังได้มีการออกมาแจกเหรียญ ‘GOV’ ให้กับนักลงทุนในระบบเป็นค่าตอบแทนอีกด้วย  แต่สิ่งที่เราอยากจะบอกกับคุณก็คือ เหรียญ ‘GOV’ นั้นสามารถใช้ในการเกร็งกำไรบนกระดานเทรดได้ ตัวคุณเองที่เป็นผู้ถือเหรียญก็สามารถกำหนดนโยบายต่างๆ เองได้เช่นกัน แต่ในทางกลับกันมันไม่สามารถให้เงินปันผลหรือค่าตอบแทนกับคุณได้ ดังนั้นนักลงทุนที่มีความรู้ในเรื่องนี้มักจะนำเหรียญ ‘GOV’ ไปเกร็งกำไร หรือไม่ก็ขายทิ้ง!!   ทั้งนี้จึงไม่แปลกที่คอมเมนท์ในกระทู้ส่วนใหญ่จะบอกว่า อย่าไปลงทุนหรือซื้อเหรียญ ‘GOV’ ในระบบ ‘DeFi’ เพราะมันเหมือนการเอาทุนไปจมโดยไม่ได้กำไร และที่สำคัญหากคุณโดนโกงขึ้นมา เงินทั้งหมดของคุณก็จะหายไปอย่างน่าเสียดาย ซึ่งเราแนะนำให้คุณไปลงทุนกับเหรียญตระกูล ‘Stablecoin’ ดีกว่า เพราะสามารถให้ผลตอบแทนกับคุณได้นั่นเอง  สรุปง่ายๆ ก็คือหากคุณอยากลงทุนในรูปแบบนี้ ควรศึกษาของเหรียญให้ดีก่อน ว่าเหรียญนั้นๆ อยู่ในตระกูลไหน สามารถให้ผลตอบแทนกับคุณได้หรือไม่? โดยคุณสามารถเข้ามาตรวจสอบข้อมูลของเหรียญ และ DeFi ได้ที่แอป ‘Wikibit’ เราเตรียมฟีเจอร์ดีๆ ไว้รอคุณแล้ว โหลดเลย!!    คุณเองก็สามารถติดตามข่าวสารดีๆ ในวงการคริปโตได้ เพียงแค่กดติดตามเพจ ‘Wikibit’ แล้วโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange Token และ DeFi ไว้ให้อีกด้วย เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  

2021-06-30การวิเคราะห์เชิงลึก

เกิดอะไรขึ้น!! ทำไมแอปเทรดคริปโตหลายเจ้า ถึงตั้งตัวเป็นศัตรูกับ ‘FCA’

ดูเหมือนว่าวงการคริปโตที่ ‘UK’ กำลังร้อนระอุ เมื่อบริษัทแอปเทรดคริปโตเคอเรนซีหลายเจ้าต่างพากันถอนใบสมัครด้านกฎระเบียบ เพื่อขออนุญาตในการทำธุรกิจคริปโตภายในประเทศ กับทาง ‘FCA’ ตามการรายงานข่าวจาก Reuters มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่!!  ‘FCA’ หรือ Financial Conduct Authority คือ หน่วยงานกำกับนโยบายทางด้านการเงินในประเทศอังกฤษ ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยได้รับหน้าที่ในการจดทะเบียนธุรกิจคริปโต เพื่อออกใบอนุญาตให้กับบริษัทคริปโตต่างๆ ที่เข้ามาทำธุรกิจในประเทศ ซึ่งที่ผ่านมาการทำงานของ ‘FCA’ เป็นไปตามกฎอย่างเข้มงวดมาโดยตลอด  ยกเว้นช่วงหลังๆ มานี้ ที่กระบวนการอนุมัติการทำธุรกิจคริปโตภายในประเทศนั้น เกิดความล่าช้าเป็นอย่างมาก ซึ่งมีบริษัทหลายบริษัทยื่นใบสมัครเข้าไป แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับกลับมา ประกอบกับเหตุการณ์สั่งหยุดกิจกรรมทั้งหมดของ ‘Binance’ และเว็บเทรดอื่นๆ เนื่องจากไม่มีใบอนุญาตที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ ส่งผลให้บริษัทเทรดคริปโตต่างๆ หมดความเชื่อถือ และถอนใบสมัครดังกล่าว พร้อมเตรียมตัวออกไปจากประเทศจำนวน 64 แห่ง ซึ่งเพิ่มขึ้นจากช่วงต้นเดือนมิถุนายนถึง 51 แห่งด้วยกัน  โดยการทำงานของ ‘FCA’ ในตอนนี้เองกำลังกลายเป็นศัตรูต่อบริษัทคริปโตไปโดยปริยาย เพราะล่าสุดดูเหมือนว่า ‘Binance’ เองก็ทำการถอนใบสมัครออกไปแล้ว อีกทั้งทางโฆษกของ ‘Binance’ ยังได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อสิ่งพิมพ์เจ้าหนึ่งอีกว่า  “เราได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานกำกับดูแลของอังกฤษ เพื่อส่งเสริมความปลอดภัย ความยั่งยืนในอุตสาหกรรม และได้ให้บริการ รวมไปถึงการป้องกันที่ดีที่สุดแก่ผู้ใช้งานของเรา แต่มันไม่ได้ช่วยให้ได้รับการดำเงินงานในสหราชอาณาจักรเลย” โฆษกของ Binance กล่าว  อย่างไรก็ตามทาง ‘FCA’ ยังดำเนินการปราบปรามบริษัทคริปโตที่ทำผิดกฎอย่างต่อเนื่อง พร้อมเปิดเผยว่า ตอนนี้ยังมีอีก 111 บริษัทคริปโตที่ไม่ได้จดทะเบียน และกำลังดำเนินการอยู่ในประเทศ แต่ที่น่าสนใจก็คือ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นเมื่อความต้องการในคริปโตพุ่งสูง เนื่องจากมีจำนวนผู้ถือคริปโตเพิ่มมากขึ้นถึง 2.3 ล้านคนในประเทศ  คุณเองก็สามารถติดตามข่าวสารดีๆ ในวงการคริปโตได้ เพียงแค่กดติดตามเพจ ‘Wikibit’ แล้วโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token ไว้ให้อีกด้วย เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!  ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)

2021-06-30การวิเคราะห์เชิงลึก

ประชาชนแฉประธานาธิบดีเอลซัลวาดอร์แจก Bitcoin เป็นการหลอกลวง

แม้การยอมรับ Bitcoin ให้เป็นสกุลเงินที่สามารถชำระหนี้ได้ตามกฎหมายใน El Salvador นั้นจะได้รับการยกย่องในทั่วโลก แต่ความเป็นจริงนั้นมันยังมีกระแสวิพากษ์วิจารณ์และความกังวลจากผู้คนจำนวนมากเกี่ยวกับการตัดสินใจของ El Salvador ในการกำหนดให้ Bitcoin กลายเป็นสกุลเงินของประเทศ   ในช่วงแรกธนาคารโลกได้ปฏิเสธที่จะให้ช่วยเหลือ El Salvador ในเรื่องการสนับสนุนการยอมรับ Bitcoin เนื่องจากมันยังมีความกังวลในเรื่องของโปร่งใสและสิ่งแวดล้อม แต่ดูเหมือนว่า El Salvador จะยังคงไม่ยอมแพ้และดำเนินตามแผนของพวกเขาต่อไป ตามรายงานล่าสุด ประธานาธิบดีของ El Salvador ได้ประกาศว่าประชาชนทุกคนจะได้รับ Bitcoin ฟรีมูลค่า $30 เมื่อทำการลงทะเบียนแอปกระเป๋าเงินใหม่ ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับชุมชน Bitcoin เนื่องจากราคาของสินทรัพย์ได้ดีดพุ่งขึ้นกว่า 3% ในวันที่ประกาศ   อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางคนได้ตั้งข้อสังเกตว่านี่เป็นแผนการหลอกลวงผู้คนของ El Salvador รัฐบาลเอลซัลวาดอร์พยายามหลอกลวงประชาชน ? “นี่เป็นหนึ่งในกลโกงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ คริปโต” นักพัฒนาบล็อกเชนนาย Nikita Zhavoronkov กล่าว พร้อมโพสต์ทวีตเพื่อแชร์มุมมองของเขาว่า Bitcoin นั้นไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการกับจำนวนธุรกรรมที่จะต้องจ่ายเงินให้กับพลเมืองหลายล้านคนใน El Salvador Zhavoronkov กล่าวอธิบายว่า El Salvador มีประชากร 7 ล้านคน แต่ Bitcoin ถูกจำกัดที่ 250,000 ธุรกรรมต่อวัน   และมีค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมเฉลี่ยมากกว่า $30 ดังนั้นในทางเทคนิคแล้ว Bitcoin ไม่สามารถนำมาใช้แจกจ่ายให้กับผู้คนจำนวนมากขนาดนี้ได้“ บางทีชาว El Salvador อาจจะไม่ได้รับ Bitcoin มูลค่า 30 ดอลลาร์ แน่นอนว่า ”ชาว El Salvador อาจจะไม่ได้รับ Bitcoins ตามที่หวังไว้“ โดยเหตุผลของ Zhavoronkov ก็คือ ” ผู้คนจะอาจถูกโน้มน้าวให้ติดตั้งกระเป๋าเงิน Lightning ของประเทศ แต่มันไม่ใช่กระเป๋าเงิน Bitcoin ดังนั้นมันหมายความว่าพวกเขาจะได้รับตัวเลขในระบบ (IOU) แทนที่จะเป็น Bitcoins จริง ๆ

2021-06-30การวิเคราะห์เชิงลึก

หนุ่มสาวอินเดียเมิน'ทองคำ'-แห่ลงทุน'คริปโตเคอร์เรนซี'

ขณะนี้ หนุ่มสาวอินเดียรุ่นใหม่ให้ความสนใจลงทุนในทองคำน้อยลงแต่หันมาลงทุนในสกุลเงินคริปโตกันมากขึ้น เห็นได้จากตัวเลขการลงทุนในคริปโตเคอเรนซีเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งเพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 40,000 ล้านดอลลาร์จาก 200 ล้านดอลลาร์ของปีก่อนหน้า Chainalysis ระบุว่า แม้ครัวเรือนต่างๆในอินเดียจะถือครองทองคำในปริมาณกว่า 25,000 ตัน แต่การลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีขยายตัวอย่างมากเช่นกัน และปัจจุบัน มีผู้ลงทุนในสกุลเงินคริปโตจำนวนกว่า 15 ล้านคน  ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นถึงผลกระทบเชิงบวกในการตัดสินใจของศาลฎีกาอินเดียเมื่อดือนมี.ค.ปี 2563 ที่ยกเลิกคำสั่งของธนาคารกลางอินเดียที่สั่งห้ามสถาบันการเงินให้บริการแก่บริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล และตั้งแต่ศาลฎีกายกเลิกคำสั่งห้ามของธนาคารกลางอินเดีย ฝ่ายนิติบัญญัติของอินเดียก็ขู่ว่าจะออกกฎหมายใหม่ห้ามให้มีการลงทุนในสินทรัพย์คริปโตเป็นระยะๆตลอดช่วง 15 เดือนที่ผ่านมา  “ริชิ ซู้ด”นักธุรกิจหญิงวัย 32ปี เป็นหนึ่งในนักลงทุนหนุ่มสาวที่หันไปลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีแทนทองคำ โดยเธอเริ่มลงทุนในสกุลเงินคริปโตในวงเงินแค่ 1 ล้านรูปี (13,400 ดอลลาร์)ตั้งแต่เดือนธ.ค.ซึ่งเงินก้อนนี้บางส่วนขอยืมมาจากพ่อของเธอ และเธอลงทุนทั้งในบิทคอยน์ ดอจคอยน์ และอีเธอร์ โดยได้ขายเอาเงินสดออกมาส่วนหนึ่งเมื่อบิทคอยน์ทะลุ 50,000 ดอลลาร์ในเดือนก.พ. ก่อนที่จะกลับเข้ามาลงทุนใหม่เมื่อมีการปรับฐานครั้งล่าสุด และเธอนำเงินสดที่ได้มาเป็นทุนขยายธุรกิจบริษัทสตาร์ทอัพด้านการศึกษาที่ชื่อ“สตัดดี้ เมท อินเดีย”ในต่างประเทศ  “ฉันนำเงินไปลงทุนในคริปโตมากกว่าทองคำ เพราะคริปโตมีความโปร่งใสมากกว่าทองคำหรืออสังหาริมทรัพย์ ทั้งยังให้ผลตอบแทนมากกว่าในระยะเวลาสั้นๆ”ซู้ด กล่าว  ยอดนำเข้าทองคำของอินเดียร่วงลงอยู่ที่ 11.3 ตันในเดือนพ.ค. เทียบกับระดับ 70.3 ตันในเดือนเม.ย. แต่ยอดนี้ก็ยังคงสูงกว่ายอดนำเข้าในเดือนพ.ค.ปี 2563 ซึ่งอยู่ที่ 1.3 ตัน โดยในเดือนพ.ค.ปีที่แล้วเป็นช่วงที่รัฐบาลอินเดียประกาศล็อกดาวน์ทั่วประเทศ  การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและราคาที่ปรับตัวลงเป็นปัจจัยที่ช่วยหนุนยอดการสั่งซื้อทองของอินเดียในช่วงต้นปีที่ผ่านมา หลังจากที่ร่วงลงอย่างหนักในช่วงปี 2563  แต่การระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ส่งผลให้รัฐบาลท้องถิ่นหลายแห่งออกข้อกำหนดสำหรับธุรกิจและจำกัดการเดินทางที่ไม่จำเป็น ซึ่งทำให้อุปสงค์ทองคำชะลอตัวลงด้วย  นอกจากนี้ อุปสงค์ทองคำยังปรับตัวลงในวันมงคลตามปฏิทินฮินดูในเดือนพ.ค. เนื่องจากโควิด-19 แพร่ระบาดอย่างหนักจนโครงสร้างพื้นฐานด้านสุขภาพของอินเดียรับไม่ไหว แถมการระบาดใหญ่ที่ยืดเยื้อทำให้รายได้และเงินออมของประชาชนลดลงด้วย  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-06-30การวิเคราะห์เชิงลึก

เจ้ามือคริปโตที่น่าจับตามองในปี 2021 มีใครบ้าง? และมีอิทธิพลยังไง?

" />   เจ้ามือคริปโต (Smart Money) หรือ ที่ทุกคนรู้จักกันในนามว่า ‘วาฬ’ นั้นคือ นักลงทุนรายใหญ่ ที่กระเป๋าหนัก หรือระดับสถาบัน อย่าง ธนาคาร และบริษัทยักษ์ใหญ่ต่างๆ โดยวาฬเหล่านี้นั้นมีอิทธิพลต่อราคาในตลาดเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อไหร่ที่พวกเขาคิดที่จะลงทุนในเหรียญ เขามักจะทุ่มเงินมหาศาลในการลงทุน จนสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของราคาในตลาดได้ เปรียบเสมือนกับวาฬที่แหวกว่ายมักจะมาพร้อมกับคลื่นลูกใหญ่อยู่เสมอนั่นเอง  เจ้ามือคริปโตที่น่าจับตามองในปี 2021    1. Microstrategy   ‘Microstrategy’ เป็นบริษัทที่ให้บริการด้าน Mobile Application, Cloud Computing ชั้นนำของสหรัฐ รวมไปถึงการเป็นที่ปรึกษาด้านการลงทุนโดยใช้เทคโนโลยีมาช่วยในการคาดการณ์ทิศทางของตลาดอีกด้วย โดยบริษัทนี้ยังเป็นผู้ครอบครองเหรียญ ‘Bitcoin’ สูงถึง 70,470 BTC หากเทียบกับมูลค่าราคาของ ‘Bitcoin’ ในปัจจุบัน จะอยู่ที่ 2.4 พันล้านดอลลาร์ หรือ 7.8 หมื่นล้านบาทนั่นเอง  2. Grayscale" />   สำหรับ ‘Grayscale’ เจ้านี้ก็มาแรงไม่แพ้ เพราะมีรายงานจาก Cointelegraph มาว่าในช่วงสิ้นปี2020 ‘Grayscale’ ได้เข้าซื้อ ‘Bitcoin’ รวมกันมากกว่า 7,000 BTC ภายใน 24 ชั่วโมง แถมยังเป็นสัปดาห์เดียวกับการที่ ‘Bitcoin’ พุ่งทะลุจุดสูงสุดของราคา (ATH) เดิมอีกด้วย  ทั้งนี้ยังมีรายงานจาก Finance Magnate อีกว่า พวกเขาถือครอง ‘Bitcoin’ รวมกันสูงถึง 64,000 BTC คิดเป็นมูลค่ากว่า 2.2 พันล้านดอลลาร์ หรือ 7.1 หมื่นล้านบาท และพวกเขายังได้ถือครองเหรียญอื่นๆ อย่าง Litecoin และ Ethereum Classic ไว้ในมือ  3. Square   สำหรับเจ้านี้ได้ออกมาประกาศว่า ตนได้ทำการเข้าซื้อ ‘Bitcoin’ จำนวน 4,709 BTC ในวันที่ 7 ตุลาคม 2020 คิดเป็นมูลค่าตามราคาปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 164 ล้านดอลลาร์ หรือ 5.2 พันล้านบาท อีกทั้ง ‘Square’ ยังให้การสนับสนุนการขุด ‘Bitcoin’ ด้วยเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมร่วมลุงทนไปกับโครงการนี้กว่า 10 ล้านดอลลาร์  นี่เป็นเพียงแค่ตัวอย่างเจ้ามือที่น่าจับตามองในปี 2021 เท่านั้น ซึ่งสำหรับนักลงทุนทั่วไป มีความเป็นไปได้น้อยมากที่จะจับทิศทางการลงทุนของวาฬเหล่านี้ได้ ดังนั้นคุณควรบริหารพอร์ตของตัวเองให้ดี มีสติในการลงทุนทุกครั้ง และติดตามข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ เพื่อจับทิศทางในการลงทุนของตัวเอง ทั้งนี้คุณสามารถติดตามข่าวสารในวงการคริปโตได้ที่แอป Wikibit หรือ ทางเพจ Wikibit.TH  คุณเองก็สามารถติดตามข่าวสารดีๆ เกี่ยวกับวงการคริปโตได้ง่ายๆ เพียงกดติดตามเพจติดตามเพจ Wikibit แล้วโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange Token และ DeFi ไว้ให้อีกด้วย เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)   

2021-06-29การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
130132
...
142