'บิทคอยน์'ร่วง 3.70%เคลื่อนไหวที่ 31,782 ดอลล์

เมื่อวันพฤหัสบดี (15ก.ค.)สำนักงานสืบสวนกลางของสหรัฐ(เอฟบีไอ) แนะนำว่า นักลงทุนควรระมัดระวังในการลงทุน หลังจากราคาบิทคอยน์มีความผันผวนมากขึ้น ส่วนคริปโตก็ปรับตัวขึ้นลงอย่างรุนแรงในปีนี้ ส่งผลให้บรรดาอาชญากรทางไซเบอร์เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์กันมากขึ้น  “อาชญากรไซเบอร์กำลังพุ่งเป้าไปที่ผู้ใช้สกุลเงินดิจิทัล ในกระดานแลกเปลี่ยนต่างๆและแพลตฟอร์มการชำระเงินของบุคคลที่ 3 ในอุตสาหกรรมคริปโต ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการสูญเสียทางการเงินจำนวนมากแก่ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อ”แถลงของเอฟบีไอ ระบุ  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-07-16การวิเคราะห์เชิงลึก

เหรียญ ‘TONY WOODSOME’ คืออะไร? มาทำความรู้มันกันเถอะ!!

เมื่อไม่นานมานี้ทาง ‘Wikibit’ ได้เคยเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับเหรียญ ‘Lungtoo Coin’ ไปแล้ว แต่คุณรู้ไหมว่าหลังจากที่นักพัฒนาลึกลับให้กำเนิดเหรียญดังกล่าวขึ้นมาได้เพียง 2 วันเท่านั้น ก็ได้เกิดเหรียญใหม่ขึ้นมา ซึ่งมีชื่อว่า เหรียญ ‘Tony Woodsome’ ว่าแต่มันคืออะไรกันน้า…?   ‘Tony Woodsome’ คือ เหรียญที่ถูกจัดอยู่ในประเภทเหรียญมีม อย่าง ‘Dogecoin’ หรือ ‘Shiba Inu’ โดยมันถูกสร้างขึ้นมาจากนักพัฒนาที่ได้รับต้นแบบมาจาก อดีตนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ‘ทักษิณ ชินวัตร’ ซึ่งชื่อของเหรียญนั้นได้มาจากชื่อที่ท่านใช้ใน ‘Clubhouse’ นั่นเอง  โดยจุดประสงค์ที่สร้างมันขึ้นมานั้นยังไม่ได้มีระบุไว้อย่างชัดเจน แถมตัวข้อมูลอื่นๆ เว็บไซต์ หรือแม้กระทั่ง ‘Whitepaper’ ของเจ้าเหรียญตัวนี้ก็ยังไม่มีอีกต่างหาก ทั้งนี้ข้อมูลของมันปรากฏเพียงแค่ว่า มันเป็นเหรียญที่ถูกสร้างขึ้นมาบน ‘BSC’ หรือ Binance Smart Chain และดูเหมือนว่ามันถูกสร้างมาเพื่อล้อเลียน ‘Lungtoo Coin’ เท่านั้น   ทั้งนี้ทาง ‘Siamblockchain’ ยังได้เคยออกมาเตือน และกล่าวถึง ราคาของมันในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาว่า ราคาของเหรียญ ‘Tony’ ในตอนนั้นอยู่ที่ 0.0007478 BNB ซึ่งเพิ่มขึ้นสูงจากจุดราคาเปิดตัวที่ 0.0001295 BNB หรือเพิ่มขึ้นราว ๆ 150% เลยทีเดียว ประกอบกับข้อมูลที่มีอยู่น้อยนิดทำให้เสี่ยงต่อการโดน ‘Rug Pull’ ได้ง่ายๆ    และเมื่อนำมันไปค้นหาในแอป ‘Wikibit’ กลับไม่มีข้อมูลใดๆ ของเหรียญปรากฏ ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบได้ ดังนั้นเหรียญนี้จึงมีความเสี่ยงในการลงทุนเป็นอย่างมาก เพราะตัวแอปถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ตรวจสอบข้อมูลของ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ก่อนตัดสินใจลงทุน ดังนั้นหากนักเทรดคนไหนสนใจที่จะลงทุนกับมันคงต้องคิดดูใหม่ให้ดีแล้วแหละ!!  คุณเองก็สามารถติดตามข่าวสารดีๆ ในวงการคริปโตได้ เพียงแค่กดติดตามเพจ ‘Wikibit.TH’ แล้วโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ไว้ให้อีกด้วย เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  

2021-07-15การวิเคราะห์เชิงลึก

สาระคริปโต!! มีประเทศไหนบ้าง? ที่เปิดรับและสนับสนุน ‘Bitcoin’บ้้าง

" />   ช่วงนี้วงการคริปโตในไทยกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่ดูเหมือนประเทศของเรานั้น จะยังไม่ค่อยสนับสนุนมันสักเท่าไหร่ สักเกตได้จากการออกกฎหมายควบคุม แต่ไม่มีการร่างกฎหมายเพื่อผลักดันมันอย่างจริงจัง ดังนั้นบทความนี้จะมาเผยว่า มีประเทศไหนบ้างที่ให้การสนับสนุน ‘Bitcoin’ หรือสกุลเงินคริปโต?   1. ประเทศเอลซัลวาดอร์    ต้องขอยกให้ประเทศนี้เลย เพราะถือว่าเป็นเจ้าแรกที่ได้อนุมัติให้ ‘Bitcoin’ ถูกกฎหมาย และสามารถใช้มันในการชำระหนี้สินต่างๆ ในประเทศได้ แถมยังมีการคิดค้นพัฒนาให้การขุด ‘Bitcoin’ ในประเทศใช้พลังงานสะอาดจากธรรมชาติ ด้วยการใช้พลังงานจากภูเขาไฟอีกด้วย   2. ประเทศออสเตรเลีย    ถึงแม้ประเทศนี้จะยังไม่มีกฎหมายออกมารองรับ ‘Bitcoin’ อย่างจริงจัง แต่ก็ได้มีการสนับสนุน และผลักดันให้ประชาชนทุกคนในประเทศนั้น เริ่มศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับ ‘Bitcoin’ ภายใน 1 ปีเพื่อเป็นพื้นฐานในการพัฒนาประเทศ เกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัลในอนาคต   3. ประเทศญี่ปุ่น    ประเทศนี้ถือว่าเป็นอีกหนึ่งประเทศที่บุกเบิกกฎเกณฑ์ต่างๆ สำหรับเว็บเทรดคริปโตเลยก็ว่าได้ อีกทั้งยังผลักดันโดยการนำมันไปใช้จ่ายซื้อสินค้าได้อย่างหลากหลาย และยกเว้นค่าภาษีสำหรับผู้ใช้งานคริปโตและธุรกิจด้านคริปโต   4. ประเทศสวิสเซอร์แลนด์    เมือง Zug ของประเทศนี้นั้น ถูกขนานนามว่าเป็น “Crypto Valley ” หรือหมู่บ้านคริปโต และในปัจจุบันมีธุรกิจ Startup ด้านคริปโตและ Blockchain อยู่หมู่บ้านนี้เป็นจำนวนหลายพันบริษัทแล้วจนตอนนี้กลายเป็น “Crypto Nation” ซึ่งเห็นได้ชัดว่า ‘Bitcoin’ ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ในสวิตเซอร์แลนด์เนื่องจากรัฐบาลได้สร้างหน่วยงานเฉพาะสำหรับการสำรวจและขยายการใช้คริปโตและ Blockchain ภายในประเทศ   5. ประเทศปารากวัย    ต่อจากเอลซัลวาดอร์ ก็ปารากวัยเนี่ยแหละ ที่ยอมรับให้ ‘Bitcoin’ ถูกกฎหมายแล้วในประเทศ พร้อมอนุมัติให้มันใช้ชำระหนี้สินได้อย่างถูกต้องได้เมื่อไม่นานมานี้ แถมตอนนี้กำลังมีการผลักดันเพื่อมันเป็นประเทศศูนย์กลางของคริปโตเคอเรนซีอีกด้วย  นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของประเทศที่ยินดีต้อนรับ และสนับสนุน ‘Bitcoin’ เพราะยังมีอีกหลายประเทศที่ให้ความสนใจในเรื่องนี้ แต่สำหรับประเทศไทยของเรานั้น ถึงแม้จะไม่ได้ถูกเอามานำเสนอ เพราะยังไม่มีการผลักดัน หรือการสนับสนุนมันอย่างจริงจัง แต่ร้านค้า หรือธุรกิจอื่นๆ ก็เริ่มออกมายอมรับ และสามารถนำสกุลเงินดิจิทัลเหล่านี้มาชำระค้าสินค้าได้แล้ว โดยเราทุกคนหวังว่าในอนาคต ‘ไทยแลนด์’ จะสามารถทำให้ถูกกฎหมายคริปโตได้อย่างแน่นอน  อย่างไรก็ตามเมื่อคุณก้าวเข้ามาในวงการคริปโตแล้ว ก็อย่าลืมโหลดแอป ‘Wikibit’ ติดมือถือไว้ เพื่อใช้ตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ก่อนตัดสินใจลงทุน และเสพข่าวสารดีๆ เกี่ยวกับวงการคริปโต ได้อย่างครบถ้วน!!    แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการ ไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-07-15การวิเคราะห์เชิงลึก

ตำรวจญี่ปุ่นรวบ!! 4 นักตุ๋น โครงการหลอกลวง ‘คริปโต’ มูลค่ากว่า 1,705 ล้านบาท

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ตำรวจญี่ปุ่นได้เข้าจับกุมชาย 4 คน ผู้อยู่เบื้องหลัง ‘OZ Project’ หลังหลอกนักลงทุนทั่วประเทศญี่ปุ่นยาวนานกว่า 4 ปี เบื้องต้นโครงการดังกล่าวนั้นได้หลอกลวงนักลงทุนไปกว่า 55 ล้านดอลลาร์ จากนักลงทุนประมาณ 20,000 ราย โดยพวกเขาใช้คำชักชวน หลอกลวงนักลงทุนที่เป็นเหยื่อว่า จะให้ผลตอบแทนคืน 2.5 เท่า ภายใน 4 เดือน  ทั้งนี้รูปแบบการหาเหยื่อของพวกเขาทั้ง 4 คน มีจุดเริ่มต้นมาจากการเดินสายสัมมนาไปทั่วประเทศญี่ปุ่น พร้อมบอกกับนักลงทุนว่า เงินทั้งหมดจะถูกลงทุนในสกุลเงินดิจิทัล โดยใช้ระบบการซื้อขายแบบ AI อัตโนมัติ ทั้งที่จริงแล้ว ระบบการซื้อขายแบบนี้ไม่มีอยู่จริงในโลก   ต่อมาได้มีผู้เสียหายในนาโกย่ายื่นฟ้องต่อเจ้าหน้าที่ประจำจังหวัดแล้วในเดือนกันยายน ปี 2019 ก่อนที่ผู้ต้องสงสัยทั้งหมด 4 ราย ได้แก่นาย โชจิ อิชิดะ, ยูกิฮิโระ ยามาชิตะ, ทาคุยะ ฮาชิยาดะ และมาซามิจิ โทชิมะ จะถูกจับกุมเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมที่ผ่านมา  นี่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งกลโกงที่ใช้เป็นอุทาหรณ์ได้อย่างดีเยี่ยม อย่างไรก็ตามโลกของคริปโตกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และที่สำคัญราคาของพวกมันยังมีแนวโน้มที่จะพุ่งสูงขึ้นในอนาคต จึงไม่แปลกที่ทำให้อาชญากรต่างๆ เริ่มมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น พร้อมคอยแสวงหากำไรมหาศาลจากเหยื่อที่ขาดความรู้เท่าทัน  โดยพวกมันมักจะแฝงมาในร่างของผู้เชี่ยวชาญ แอปหาคู่ นักพัฒนา เจ้าของกระดานเทรด และอื่นๆ ซึ่งกลโกงต่างๆ นั้นมีอยู่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น การปั่นราคาแล้วเทขาย การแชร์ลูกโซ่ การชักชวนจากแอปหาคู่ และที่คนไทยโดนกันบ่อยที่สุดคงหนีไม่พ้น การ ‘Sim Swap’   ‘Sim Swap’ คือ การที่แฮ็กเกอร์นั้นจะทำการสุ่มหลอกเอาข้อมูลของเหยื่อด้วยวิธีการ Phishing (การคลิกลิงค์ เพื่อกรอกข้อมูลส่วนตัว หรือ ยืนยันสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูล ไม่ว่าจะเป็น เบอร์โทรศัพท์และอื่นๆ) ก่อนนำข้อมูลที่เพียงพอไปขอทำ ‘Sim Card’ ใหม่ และนั่นเป็นตัวแปรสำคัญในการเข้าถึงข้อมูลภายในของเหยื่อไม่ว่าจะเป็นข้อมูลของรหัสบัตร หรือการทำ OTP ของเว็บเทรดต่าง ๆ ที่ทางเหยื่อได้ลงทะเบียนไว้กับเว็บเทรด เพื่อทำการขโมย หรือโอนสกุลเงินดิจิทัล ไปยังบัญชีของตนนั่นเอง  ดังนั้นหากคุณเจอกลโกงในลักษณะนี้ หรืออื่นๆ ที่กล่าวมา อย่าพึ่งหลงเชื่อ ให้นำชื่อกระดานเทรด หรือเหรียญ ที่เขาแอบอ้างนั้น มาตรวจสอบในแอป ‘Wikibit’ ก่อน เพื่อสร้างความแน่ใจว่า สิ่งที่คุณค้นหานั้นมีอยู่จริง เพราะตัวแอปได้รวบรวมข้อมูลไว้ให้คุณแล้ว แถมแอปนี้ยังได้รวบรวมข่าวสาร และกลโกงต่างๆ เกี่ยวกับวงการคริปโตไว้ให้ศึกษา เพื่อเสริมเกราะความรู้เท่าทันอีกด้วย  ตอนนี้กลโกงนั้นจี้ตัวคุณอยู่รอบด้าน ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ อย่างข่าวข้างต้นที่เสนอไป หากคุณไม่อยากพลาด โหลดแอปนี้ติดมือถือไว้ แล้วเช็คมันให้ดีก่อนตัดสินใจลงทุน!!    แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการ ไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-07-15การวิเคราะห์เชิงลึก

ราคาเหรียญ Dogecoin ร่วงแรง นักเทรดเครียด / SiamBlockchian

Dogecoin และ Shiba Inu ดูเหมือนจะมีการร่วงลงของราคาในตลาดเมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยรายงานพบว่าโวลุมการซื้อขายของตลาด crypto โดยรวมลดลงกว่า 40% เมื่อเดือนที่แล้ว ตัวเลขจากเว็บเทรดชั้นนำเผยให้เห็นว่าโวลุมการซื้อขายในเดือนมิถุนายนต่ำกว่าในเดือนพฤษภาคมอย่างมาก และราคาเหรียญทั้งตลาดก็ร่วงลงไปตาม bitcoin ซึ่งในที่สุดก็ร่วงไปแตะระดับ 28,000 ดอลลาร์ ก่อนที่จะพุ่งขึ้นไปแตะ 30,000 ดอลลาร์ แม้จะฟื้นตัวแล้ว แต่ดูเหมือนว่าโมเมนตัมนั้นจะอยู่ได้ไม่นานนัก   ซึ่งราคาได้พยายามฟื้นกลับในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาแต่ก็ไม่เป็นผล ethereum เหรียญอันดับ 2 ราคาร่วงต่ำกว่า 2,000 ดอลลาร์ ซึ่งนั่นรวมไปถึงเหรียญมีมที่มีการร่วงลงของราคาอย่างรุนแรงในตลาดอีกด้วย ยิ่งราคาของเหรียญมีมเพิ่มสูงขึ้นมากเท่าไร ก็แปลว่าราคาของมันได้วิ่งไปอยู่ระดับ overbought มากขึ้นเท่านั้น และนั่นส่งผลทำให้มันต้องเกิดการ correct หรือการปรับฐานของราคาในช่วงเวลาถัดมา ทำไมเหรียญ Meme ถึงมีราคาร่วงแรงสุด จุดเริ่มต้นที่ดีคือการดูการเติบโตของเหรียญมีมเทียบกับเหรียญอื่นๆ เหรียญมีม มีการเพิ่มขึ้นของราคาที่มากกว่าของเหรียญอื่น ๆ มาก ซึ่งมันเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลที่เมื่อราคาเริ่มเพิ่มขึ้นแรง ผู้คนก็มักจะเทขายเพื่อเอากำไรกัน เหรียญอย่าง Dogecoin และ Shiba Inu มีการเติบโตอย่างไม่น่าเชื่อในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี Dogecoin ซึ่งมีราคาที่ $0.01 เมื่อต้นปี ตอนนี้ซื้อขายกันที่ $0.1947 ในปัจจุบัน หรือมากกว่า 1,000% หากนับตั้งแต่เมื่อต้นปี   นอกจากนี้ ลักษณะที่มีความผันผวนสูงของเหรียญเหล่านี้ทำให้มีความอ่อนไหวต่อข่าวอย่างมาก ดังที่เราได้เห็นในอดีตมาแล้ว เมื่อ Elon Musk ทำการทวีตอะไรเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับตัวเหรียญ ราคาก็มักจะพุ่งทันที Dogecoin, Shiba Inu และตลาดหมีที่กำลังเติบโต รายงานจาก CryptoCompare แสดงให้เห็นว่าโวลุมการซื้อขายโดยทั่วไปลดลงทั่วทั้งกระดานเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ส่วนราคาของ Dogecoin ก็ได้ลดลงมากกว่า 10% ในสัปดาห์ที่ผ่านมาเช่นกัน ส่วนราคาเหรียญ Shiba Inu (SHIB) ก็วิ่งตาม Dogecoin ไปอย่างใกล้ชิด การร่วงลงของราคาในตลาดหลัก ๆ เกิดจากข่าว  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-07-15การวิเคราะห์เชิงลึก

'บิทคอยน์'บวก1.33%เคลื่อนไหวที่ 32,982 ดอลล์

เมื่อวันพุธ(14ก.ค.)บริษัท Ark Investment Management ซึ่งบริหารงานโดยนางเคธี วูด ได้เทขายหุ้นบริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งของจีน เนื่องจากเล็งเห็นผลกระทบของการที่รัฐบาลจีนเดินหน้ากวาดล้างบริษัทเทคโนโลยีภายในประเทศ โดยเฉพาะบริษัทที่นำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐ  Ark Innovation ETF ซึ่งเป็นกองทุนที่บริหารโดยนางเคธี วูด ได้ปรับลดน้ำหนักการถือครองหุ้นบริษัทเทคโนโลยีของจีนลงสู่ระดับต่ำกว่า 1% จากระดับ 8% ตั้งแต่เดือนก.พ.ปีนี้ ขณะที่กองทุน Ark Next Generation Internet ETF ได้ลดการถือครองหุ้นบริษัทเทคโนโลยีจีนลงเหลือ 5.4% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.2557 ส่วนกองทุน ETF ของ Ark ที่มุ่งเน้นลงทุนในเทคโนโลยีด้านการเงิน (ฟินเทค) ยังคงถือครองหุ้นบริษัทเทคโนโลยีในระดับเดิมที่ 18%  “ดิฉันคิดว่านี่เป็นเรื่องของการปรับกลยุทธ์การลงทุน โดยเมื่อพิจารณาในแง่ของมูลค่าแล้ว ดิฉันคิดว่าหุ้นเหล่านี้มีมูลค่าลดลง และมีแนวโน้มที่จะลดลงอย่างต่อเนื่อง” นางเคธี วูดกล่าว โดยระบุว่า บริษัทเทคโนโลยีจีนที่ Ark ปรับลดการถือครองหุ้นนั้น รวมถึงบริษัทเทนเซนต์ โฮลดิ้งส์ และ JD.com  การที่กองทุน EFT ของ Ark Investment ได้ปรับลดการถือครองหุ้นบริษัทเทคโนโลยีของจีนนั้น สะท้อนให้เห็นว่าอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของจีนกำลังได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการที่รัฐบาลจีนดำเนินการตรวจสอบบริษัทในภาคส่วนนี้ ซึ่งรวมถึงการที่จีนมีคำสั่งให้ถอดแอปพลิเคชันของบริษัทตีตีชูสิง (DiDi Chuxing) ซึ่งเป็นผู้ให้บริการรถรับส่งสัญชาติจีน ออกจากแพลตฟอร์มแอปสโตร์ของจีน โดยอ้างว่า ตีตีชูสิงทำการเก็บข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งานซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎหมายของจีน โดยคำสั่งดังกล่าวมีขึ้นเพียง 4 วันหลังจากตีตีชูสิงเริ่มเปิดทำการซื้อขายหุ้นในตลาดหุ้นนิวยอร์ก  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-07-15การวิเคราะห์เชิงลึก

ย้อนรอยกลโกง!! คดีชาวสวีเดนขโมย ‘Bitcoin’ กว่า 521 ล้านบาท ล่าสุดถูกตัดสินจำคุก 15 ปี

ช่วงนี้กลโกงกำลังระบาดหนักในวงการคริปโตไทย ซึ่งส่วนใหญ่มักเกิดจากความเชื่อคนง่าย และไม่ศึกษาให้ดีก่อนคิดลงทุนจนกลายเป็นเหยื่อ ดังนั้นบทความนี้ ‘Wikibit’ ขอหยิบยกคดีของหนุ่มชาวสวีเดนที่ขโมย ‘Bitcoin’ กว่า 521 ล้านบาท มาเล่าให้ฟัง เพื่อเป็นอุทาหรณ์ ให้นักลงทุนได้ตระหนักคิดก่อนการลงทุน  เมื่อไม่นานมานี้ชาวสวีเดนที่มีชื่อว่า Roger Nils-Jonas Karlsson ได้ยอมรับสารภาพว่า ตนนั้นได้ทำการโฆษณาชักชวนคนกว่า 3,575 คน ให้เข้าร่วมโครงการ ‘Bitcoin’ ที่เป็นแชร์ลูกโซ่ จากการสอบสวนพบว่าเขานั้นได้ยักยอกเงินไปกว่า 16 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 521 ล้านบาท) ในระหว่างปี 2012 – 2019 และล่าสุดศาลได้ตัดสินจำคุกกว่า 15 ปีแล้ว   ย้อนไปในปี 2012 Karlsson และบริษัท Eastern Metal Securities (EMS) ของเขาได้เริ่มล่อลวงผู้คนให้มาลงทุน โดยสัญญาว่าจะให้ค่าตอบแทนในการลงทุนต่อหุ้น 100 ดอลลาร์ เป็นทองคำกว่า 1.15 กิโลกรัม หรือมูลค่าประมาณ 45,000 ดอลลาร์ในขณะนั้น  นอกจากนี้ยังได้มีการให้เงินปลอมๆกับเหยื่อ พร้อมรับรองว่าเงินของพวกเขาที่ลงทุนมานั้นปลอดภัยดี ซึ่งเงินส่วนใหญ่นั้นเป็นรูปแบบของเงินคริปโตเคอเรนซี ต่อมาเขาก็ได้ทำการล่อลวงคนแบบนี้ไปเรื่อย จนถูกจับกุมในปี 2019 โดยเขาได้รับสารภาพว่า การหลอกลวงที่เป็นเวลายาวนานนี้ เขาแค่ต้องการนำเงินไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือยส่วนตัวเท่านั้น  “การสอบสวนคดีฉ้อโกงของ Roger Karlsson ได้เผยให้เห็นถึงแผนการชั่วร้ายที่กินเวลานานกว่าทศวรรษ ซึ่ง Karlsson ได้เพ่งเล็งไปยังเหยื่อหลายพันคนรวมถึงผู้อาวุโสที่มีความเสี่ยงทางการเงิน เพื่อขโมยทรัพย์สินของพวกเขา และทั้งหมดนั้นทำไปเพียงเพราะการใช้ชีวิตที่ฟุ่มเฟือยทั้งคอนโดหรูและวันหยุดพักผ่อนในต่างประเทศ”  ถือว่าเป็นอีกหนึ่งอุทาหรณ์การฉ้อโกงที่เจ็บแสบที่สุดเลยก็ว่าได้ ทั้งนี้คนที่ตกเป็นเหยื่อส่วนใหญ่มักเป็นนักลงทุนที่ถูกความโลภครอบนำ หรือเป็นเพียงประชาชนที่ขาดความรู้ โดยทั้ง 2 กลุ่มคนนั้นได้ละเลยสิ่งที่สำคัญที่สุดของการลงทุนไป นั่นก็คือ ‘การตรวจสอบข้อมูล’ นั่นเอง  ดังนั้นต่อไปนี้หากเจอใครที่เข้ามาชักชวนให้ลงทุนในลักษณะที่เวอร์เกินจริง สิ่งแรกที่คุณควรทำคือ ตรวจสอบข้อมูลบริษัทให้ดี ว่าบริษัทมันมีอยู่จริงไหม? มีความน่าเชื่อถือแค่ไหน? ด้วยการโหลดแอป ‘Wikibit’ ไว้บนมือถือ เพราะมันสามารถใช้ตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้ได้ แถมตัวแอปยังได้รวบรวมข่าวสาร สาระความรู้กลโกงต่างๆ เกี่ยวกับวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษา เพื่อเสริมเกาะความรู้เท่าทัน จะได้ไม่ถูกโกงอีกด้วย อย่าช้าโหลดเลย!!  คุณเองก็สามารถติดตามข่าวสารดีๆ ในวงการคริปโตได้ เพียงแค่กดติดตามเพจ ‘Wikibit.TH’ แล้วโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ไว้ให้อีกด้วย เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-07-14การวิเคราะห์เชิงลึก

แอปเทรดคริปโตที่ติด 'บัญชีดำ' ห้ามใช้ในปี 2021

2021-07-14การวิเคราะห์เชิงลึก

‘สมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย’ แสดงจุดยืน หลัง ‘DeFi’ ทำพิษ

เมื่อไม่นานมานี้มีข่าวเกี่ยวกับ ‘DeFi’ บนแพลตฟอร์มฃอง ‘Binance Smart Chain’ อย่าง เหรียญ ‘Genesis’ ออกมา เนื่องจากราคาของมันตกลงอย่างรวดเร็ว หลังจากโดนนักพัฒนาเทขาย สร้างความเสียหายให้กับนักลงทุนหลายราย  โดยล่าสุดทางผู้เสียหายได้สอบถามกับทาง ‘สมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย’ ที่สร้างขึ้นจากการรวมตัวของเจ้าเว็บเทรดคริปโตในไทย ถึงการเป็นตัวกลางในการเจรจาระหว่างเจ้าของโปรเจกต์กับทางนักลงทุนที่ได้รับผลกระทบในครั้งนี้ ซึ่งทางสมาคมฯ ก็ได้ออกมาแสดงจุดยืนถึงกรณีดังกล่าวว่า  “ในการจัดตั้งสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทยนั้นมีเพื่อวัตถุประสงค์หลักในการให้ความรู้แก่ผู้คน และด้วยจุดยืนนี้ทางสมาคมฯ จึงไม่สามารถเข้าไปเป็นตัวกลางในการดำเนินการกรณีพิพาทดังกล่าวได้ รวมถึงไม่สามารถเป็นตัวแทนในการรับสินทรัพย์ใดๆ แทนผู้เสียหายหรือผู้ที่ถูกพาดพิงได้”  ซึ่งถ้าผู้เสียหายต้องการจะเรียกร้องความเป็นธรรม ทางสมาคมฯ ก็มีความยินดีที่จะช่วยแนะนำการประสานงานไปยังหน่วยงานราชการที่มีความเกี่ยวข้อง รวมถึงหากมีการฟ้องร้องหรือข้อพิพาททางกฎหมายที่ต้องใช้ความรู้และความเข้าใจจากผู้เชี่ยวชาญ สมาคมก็มีความยินดีที่จะส่งตัวแทนในการให้ความรู้และความเข้าใจแก่เจ้าพนักงาน เพื่อให้กระบวนการเป็นไปอย่างราบรื่น   อีกทั้งยังได้กล่าวเตือนนักลงทุนไทยที่สนใจการลงทุนในระบบ ‘DeFi’ นั้นจำเป็นศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนที่จะลงทุน เนื่องจาก ‘DeFi’ เป็นเทคโนโลยีที่ใหม่และมีความเสี่ยงที่นักลงทุนหลายคนอาจจะยังไม่ทราบ ได้แก่  1.ความเสี่ยงจาก Smart Contract เนื่องจากแพลตฟอร์ม ‘DeFi’ นั้นคือชุดคำสั่งโปรแกรมที่ทำงานอยู่บน ‘Blockchain’ ที่จะทำงานตามที่ระบุไว้เท่านั้น แต่ไม่ได้หมายความว่าชุดคำสั่งที่เขียนนั้นจะไม่มีโอกาสผิดพลาด แม้ว่าแพลตฟอร์มนั้นอาจจะมีการ Audit จากบริษัทที่น่าเชื่อถือแล้วก็ตาม  2. ความเสี่ยงจากผู้พัฒนา แพลตฟอร์ม ‘DeFi’ นั้นมีความคล้ายคลึงกับระบบบริษัทที่ผู้ถือหุ้นนั้นสามารถลงความเห็นเพื่อเปลี่ยนแปลงบริษัทได้ แม้ว่าแพลตฟอร์มที่มีมูลค่าสูงนั้นอาจจะให้คนที่ถือเหรียญทั่วไปมีส่วนร่วมในการตัดสินใจได้ แต่บางแพลตฟอร์มที่มีขนาดเล็กบางครั้งอำนาจในการตัดสินใจนั้นอาจจะมาจากบุคคลหรือคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงระบบได้ นอกจากนี้หากบริษัทเกิดความเสียหายก็มีโอกาสที่ผู้พัฒนาอาจจะละทิ้งโครงการและก่อให้เกิดความเสียหายต่อนักลงทุน  3. ความเสี่ยงจากมูลค่าเหรียญ ไม่ว่าจะเป็นโครงการ ‘DeFi’ หรือเป็นโปรเจกต์ใดๆที่อยู่บนโลกสินทรัพย์ดิจิทัลนั้นล้วนเป็นโครงการที่มีความเสี่ยงเรื่องความผันผวนเรื่องมูลค่าของเหรียญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโครงการที่มีอายุไม่นานหรือมีมูลค่าน้อยนั้นความผันผวนส่งผลมากขึ้นจากมูลค่าที่น้อย นักลงทุนจึงควรศึกษาคุณสมบัติของเหรียญให้ดีก่อนการลงทุน  อย่างไรก็ตามทุกการลงทุนมีความเสี่ยงเสมอ โดยเฉพาะการลงทุนในระบบ ‘DeFi’ ดังนั้นหากคุณมีความสนใจการลงทุนในรูปแบบนี้ คุณไม่ควรหลงเชื่อคำคน ที่เข้ามาโฆษณาหรือชักชวน แต่คุณควรที่จะศึกษา และตรวจสอบมันให้ดีก่อนลงทุนทุกครั้ง ซึ่งการโหลดแอป ‘Wikibit’ ติดมือถือไว้ อุ่นใจกว่าแน่นอน เพราะแอปนี้สามารถใช้ตรวจสอบข้อมูล ‘DeFi’ ได้ แถมตัวแอปยังได้รวบรวมข่าวสาร สาระความรู้กลโกงต่างๆ เกี่ยวกับวงการ ไว้ให้คุณได้ศึกษา เพื่อเสริมเกาะความรู้เท่าทัน จะได้ไม่ถูกโกงอีกด้วย อย่าช้าโหลดเลย!!    แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการ ไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  ขอขอบคุณข้อมูลจาก : สมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย

2021-07-14การวิเคราะห์เชิงลึก

โปรเจ็ก DeFi “ChainSwap” ถูกแฮ็กกว่า 248 ล้านบาท / Siamblockchain

โปรโตคอลบน Decentralized finance ( DeFi) ที่มีชื่อว่า “ChainSwap” เพิ่งประกาศว่าพวกเขาถูกใช้ประโยชน์จากการโจมตีโทเค็น ASAP ซึ่งเป็นเหรียญประจำแพลตฟอร์ม ส่งผลให้โปรโตคอลสูญเงินกว่า 8 ล้านดอลลาร์หรือประมาณ 248 ล้านบาท และทำให้ราคาเหรียญร่วงลดลงทันทีกว่า 30% ก่อนที่จะมีการฟื้นตัวกลับขึ้นมาในภายหลัง   ทันทีที่ทราบเรื่อง ทีมงานของ ChainSwap โพสต์ทวีตเตือนให้ผู้ใช้หยุดซื้อโทเค็น ASAP เป็นการชั่วคราว ในช่วงระหว่างที่ทีมงานดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับการแฮ็ก การโจมตีในครั้งนี้ เป็นผลทำให้เหรียญในแพลตฟอร์มบางตัวเช่น WILD สูญเสียมูลค่าเกือบทั้งหมดก่อนที่จะฟื้นตัวกลับมาในภายหลัง โดยราคาของ WILD นั้นลดลงกว่า 99.8% หลังจากที่มีการโจมตี ChainSwap ChainSwap คืออะไร ? ChainSwap เป็นสะพานเชื่อมที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางสำหรับ multiple chain สะพานนี้จะรองรับเครือข่าย Ethereum, MATIC และ Binance Smart Chain โดยช่วยให้ผู้ใช้สามารถซื้อขายโทเค็นได้โดยไม่จำเป็นต้องมีคนกลางหรือบุคคลที่สามเช่นกระดานแลกเปลี่ยนเข้ามาเกี่ยวข้อง   ChainSwap ช่วยให้ผู้ถือเหรียญสามารถแลกเปลี่ยนเหรียญคริปโตจากบล็อกเชนต่าง ๆ ได้โดยไม่ต้องผ่านเว็บเทรดแบบรวมศูนย์อย่าง Binance ยกตัวอย่างเช่น ผู้ถือสามารถแลกเปลี่ยนเหรียญของตนที่อยู่บนบล็อกเชน Ethereum กับเหรียญที่อยู่ใน Binance Smart Chain ได้โดยไม่ต้องฝากเหรียญในกระดานแลกเปลี่ยน ซึ่งนั่นหมายความว่านักเทรดสามารถแลกเปลี่ยนเหรียญได้หลากหลาย chain ในคราวเดียวไม่ว่าจะเป็นโทเค็นแบบใดก็ตาม นอกจากนี้ ChainSwap ยังช่วยให้ผู้ใช้สามารถแลกเปลี่ยนเหรียญที่ไม่ได้ถูกลิสต์ในกระดานแลกเปลี่ยนใด ๆ ในแพลตฟอร์มได้ตลอดเวลาอีกด้วย ซึ่งวิธีนี้กลายเป็นที่นิยมอย่างมากในการซื้อขายเหรียญ Altcoin ขนาดเล็กในตลาด แต่ด้วยสิ่งนี้ เหรียญ Altcoin ขนาดเล็กจำนวนมากบน ChainSwap จึงได้รับผลกระทบไปด้วย หลังจากที่แพลตฟอร์มถูกแฮ็ก  ที่มา :Siamblockchain

2021-07-14การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
126128
...
142