ทำความรู้จัก ‘Pandacoin’ มันคือเหรียญอะไร ทำไมเป็น Shitcoin?

ช่วงนี้กระแสของ ‘แพนด้า’ กำลังมาแรงเป็นอย่างมากในประเทศไทย จนทาง ‘Wikibit’ นั้นอดไม่ได้ที่จะพูดถึงเหรียญตัวหนึ่งในโลกคริปโตเคอเรนซี เพราะวงการนี้ก็มี ‘แพนด้า’ เหมือนกัน    ‘Pandacoin(PND)’ เหรียญมีมน้องหมีแพนด้าสุดน่ารัก ที่เกิดจากการ ‘Hard Fork’ ของ ‘Dogecoin’ ในปี 2014 จากกลุ่มนักพัฒนากลุ่มหนึ่ง ซึ่งนั่นหมายความว่าเจ้าเหรียญตัวนี้มีการใช้อัลกอริทึม Proof-of-work เดียวกับ ‘Dogecoin’ หรือมันเป็นเหรียญที่สามารถถูกขุดได้เหมือนกันนั่นเอง  ‘Pandacoin’ เป็นเหรียญที่ถือกำเนิดมาพร้อมกับเป้าหมายที่ว่า พวกเขาต้องการสร้างเหรียญที่สามารถทำธุรกรรมในเครือข่ายอย่างไม่ติดขัดได้ในระยะยาว อีกทั้งยังมีค่าธรรมเนียมที่ต่ำอีกด้วย  ถึงแม้เจ้าเหรียญตัวนี้ จะถูกแยกตัวออกมาจาก ‘Dogecoin’ แต่มันก็ความแตกต่างกันอยู่ที่ ‘Dogecoin’ ถูกสร้างขึ้นมาแบบเล่นๆ เพื่อใช้ในการล้อเลียน ‘Bitcoin’ เท่านั้น แต่ ‘Pandacoin’ กลับถูกสร้างขึ้นมาแบบจริงจัง และซีเรียสมาก!!   ต่อมาเรามาดูรีวิวของเจ้าเหรียญดังกล่าวกันดีกว่าว่าภาพลักษณ์ของมันตอนนี้ ในแอป ‘Wikibit’ นั้นเป็นอย่างไร โดย ‘Pandacoin’ ได้รับคะแนนจากแอปเพียง 3.00/10 คะแนนเท่านั้น ไม่มีมูลค่าทางการตลาด และมีการเตือนความเสี่ยงต่อการฉ้อโกงจากทางแอป ‘Wikibit’ แถมมันยังถูกจัดอยู่ในเหรียญตระกูล ‘Shitcoin’ อีกด้วย   ‘Shitcoin’ คือ เหรียญขยะ ซึ่งมักจะหมายถึงเหรียญที่ไม่มีธรรมาภิบาล การกระจายเหรียญที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของคุณภาพ หรือ เทคโนโลยี ที่ไม่มีการอัพเกรด หรือความเคลื่อนไหว ซึ่งนี่อาจเป็นเหตุที่ทำให้ ‘Pandacoin’ ถูกจัดอยู่ในกลุ่มนี้  เนื่องจากครั้งหนึ่งในช่วงตลาดขาขึ้น มันเคยเป็นเหรียญที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศไทย โดยในปี 2015 ทาง ‘Bx.in.th’ เคยลิสต์มันไว้ให้นักลงทุนได้เข้าไปเก็งกำไรกันอย่างล้นหลาม จนกระทั่งความบ้าคลั่งของตลาดขาขึ้นได้จบลง แล้วเข้าสู่ตลาดขาลง ส่งผลให้ราคาเหรียญ ‘PND’ ตกลงมาเหลือเพียง 0.00000116 ดอลลาร์ ในปี 2019 จากจุดสูงสุดของราคา 0.00241504 ดอลลาร์ ในปี 2018 แถมหลังจากนั้นอีก 25 วัน ‘Bx.in.th’ ซึ่งเป็นเว็บเทรดหนึ่งเดียวที่เปิดให้เทรด ‘Pandacoin’ ในไทย ก็ได้ประกาศปิดตัวลงไปอย่างน่าเสียดาย ส่งผลให้ภาพจำของเจ้าเหรียญตัวนี้นั้นเลือนหายตามไปด้วย  ปัจจุบันถึงแม้จะมีเว็บเทรดบางเว็บเปิดให้เทรดเหรียญตัวนี้ แต่มันก็ยังคงเป็นเหรียญที่ไม่มีการพัฒนา และไม่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนอีกต่อไป จึงไม่แปลกที่ทางแอป ‘Wikibit’ จะจัดให้มันเป็น ‘Shitcoin’ ซึ่งคุณเองก็สามารถเข้าไปตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมของเหรียญตัวนี้ และอื่นๆ ได้ที่แอป ‘Wikibit’ เพราะเราได้รวบรวมมันไว้ให้คุณแล้ว!!  คุณเองก็สามารถติดตามข่าวสารดีๆ ในวงการคริปโตได้ เพียงแค่กดติดตามเพจ ‘Wikibit.TH’ แล้วโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ไว้ให้อีกด้วย เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  

2021-07-19การวิเคราะห์เชิงลึก

บิทย์คอยอาจรีบาวน์ถึง 1 แสนดอลลาร์ใน Q4

Michael Venuto หัวหน้าเจ้าหน้าที่การลงทุนของ Toroso Investments กล่าวว่า เรากำลังดูช่วงสามเดือนที่มีความผันผวน ทั้งขึ้นและลง แต่ฉันยังคงคิดว่าเราจะได้เห็นบิทคอยน์ขึ้นไปแตะ $100,000 ในปีนี้ ซึ่งน่าจะเป็นในไตรมาสที่สี่   ตัวขับเคลื่อนความต้องการรายใหญ่รายต่อไปที่จะฟื้นคืนชีพของบิทคอยน์ในท้ายที่สุดจะไม่เกี่ยวข้องกับความนิยมของสกุลเงินดิจิตอล การเดิมพันครั้งใหญ่จากนักลงทุนจากสถาบันจะไม่เป็นไปตามทิศทางของบิทคอยน์และสกลุเงินดิจิตอลอื่น ๆ แต่ขึ้นอยู่กับผลตอบแทนที่พวกเขาสามารถสร้างได้ เช่นเดียวกับธุรกิจธนาคารแบบดั้งเดิม นักลงทุนสามารถเดิมพันหรือกู้ยืมเงินคริปโตของพวกเขาเช่น บิทคอยน์ หรือเหรียญที่มีเสถียรภาพเช่น USDC, USDT และรับผลตอบแทนหรือดอกเบี้ยเป็นการตอบแทน  “ผู้คนจะเริ่มตระหนักว่าพวกเขาสามารถทำกำไรจากสกุลเงินดิจิตอลอย่างบิทคอยน์ USDC หรือ cryptos อื่น ๆ และรับผลตอบแทน 4% หรือ 5% คุณจะเห็นเงินจำนวนมากย้ายออกจากทรัพย์สินดั้งเดิมไปสู่รูปแบบ สกุลเงินดิจิตอลมากขึ้น” Venuto กล่าวเสริม แม้ว่าผลิตภัณฑ์บล็อคเชนอาจมีความซับซ้อนและมักจะมาพร้อมกับกำแพงของการทำความเข้าใจที่สูงชัน แต่ในที่สุดการลงทุนในผลิตภัณฑ์ที่ได้รับผลตอบแทนนั้นง่ายกว่าและเร็วกว่าสำหรับนักลงทุนที่จะทำความเข้าใจ “ฉันคิดว่าเรื่องราวของผลตอบแทนกำลังดึงดูดความต้องการใหม่” Cynthia Wu หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจที่ Matrixport กล่าวกับ Investing.com ในการให้สัมภาษณ์เมื่อวันพุธ “ในขณะที่นักลงทุนอาจไม่เข้าใจถึงมูลค่าที่แท้จริงของบิทคอยน์ แต่มันชัดเจนและง่ายมากที่จะเข้าใจดอกเบี้ยพิเศษ”  แต่เดิม นักลงทุนไม่ได้ลงทุนในพันธบัตรเพื่อรับผลตอบแทน แต่เพื่อป้องกันความเสี่ยง หรือกระจายผลประโยชน์และความเสี่ยงจากพอร์ตการลงทุนของพวกเขาเมื่อความไม่แน่นอนกระทบตลาดหุ้น อย่างไรก็ตามบิทคอยน์ได้รับการตอบสนองที่หลากหลายเมื่อมีการเจาะลึกหัวข้อการกระจายความเสี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่มันสูญเสียมูลค่าไปเกือบครึ่งหลังราคาขึ้นไปสูงถึง 60,000 ดอลลาร์ แต่บางคนก็รีบเตือนนักลงทุนให้เลิกตัดสินบิทคอยน์จากกรอบระยะเวลาสั้น ๆ  “Bitcoin เป็นสินทรัพย์ที่มีประสิทธิภาพเหนือกว่าสินทรัพย์ทุกประเภทในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ดูทองคำ หุ้นใดๆ แม้แต่หุ้นซุปเปอร์สตาร์” Yasar กล่าว แต่หากคุณต้องการผลตอบแทนภายในหนึ่งเดือน บิทคอยน์อาจะไม่เหมาะสำหรับคุณ Yasar กล่าวเสริม  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-07-19การวิเคราะห์เชิงลึก

คลับเต้นรูดเสา 18+ ในลาสเวกัสเริ่มประกาศรับ Bitcoin แล้ว / SiamBlockchian

คลับเปลื้องผ้าในลาสเวกัสกำลังยกระดับตัวเองเข้าสู่ยุคดิจิทัล ด้วยการยอมรับ Bitcoin เป็นวิธีการชำระเงินผ่านเครือข่าย Lightning Network ที่สะดวก รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ตามข่าวประชาสัมพันธ์ล่าสุด คลับเปลื้องผ้าในลาสเวกัส Crazy Horse 3 เริ่มยอมรับวิธีการชำระเงินด้วย Bitcoin ผ่าน Lightning Network แล้ว   โดยคลับเปลื้องผ้าที่มีชื่อเสียงระดับโลกอ้างว่า พวกเขาเป็นสถานบันเทิงแห่งแรกในลาสเวกัสที่ยอมรับวิธีการชำระเงินด้วย Bitcoin Lightning การเปิดตัวดังกล่าวว่าจะร่วมมือกับทาง OpenNode ซึ่งเป็นตัวประมวลผลการชำระเงิน Bitcoin ที่ช่วยให้แขกทุกคนสามารถซื้อ “VIP bottle packages” ได้อย่างปลอดภัย ผ่านทางเว็บไซต์โดยตรง นาง Lindsay Feldman ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของ Crazy Horse 3 กล่าวว่า บริษัทมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ “ใหม่ ๆ” ให้กับแขกและตั้งข้อสังเกตว่า Bitcoin ได้เสนอ “ความสะดวกสบาย การให้บริการในระดับเฟิร์สคลาส และยกระดับในเรื่องของความเป็นส่วนตัวของให้ลูกค้า”   Lindsay กล่าวเสริมว่า : “การเป็นพันธมิตรกับ OpenNode จะช่วยให้เราสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในวงกว้างมากขึ้น โดยนำเสนอรูปแบบการชำระเงินที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ซึ่งทั้งราบรื่นและปลอดภัย ด้วย Allegiant Stadium แห่งใหม่ที่อยู่ห่างจากประตูหน้าของเราเพียงไม่กี่ฟุต การเคลื่อนไหวของสกุลเงินดิจิทัลจะช่วยให้เราสามารถมอบประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าของเรา รวมถึงนักเดินทางทั่วโลกที่บินมาเพื่อการประชุม จัดคอนเสิร์ต การแข่งขันกีฬาและอื่น ๆ” นอกจากนี้บริษัทยังมีแผนที่จะเปิดรับชำระเงินด้วย Bitcoin ตั๋วเข้าชมการแสดง การสั่งอาหาร คราฟต์ค็อกเทล และ “การเต้นรำ” อันเป็นเอกลักษณ์ของบริษัทในอนาคตอันใกล้นี้อีกด้วย แน่นอนว่า Crazy Horse 3 ไม่ใช่สถานบันเทิงแห่งเดียวในลาสเวกัสที่ยอมรับ Bitcoin เป็นวิธีการชำระเงิน โดยก่อนหน้านี้ Golden Gate Hotel & Casino เป็นคาสิโนแห่งแรกในเวกัสที่ออกมาประกาศยอมรับ Bitcoin เป็นวิธีการชำระเงินสำหรับการรับการประทานอาหาร การจองโรงแรม การซื้อของที่ระลึกในเครือผ่านทางผู้ให้บริการ BitPay  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-07-19การวิเคราะห์เชิงลึก

วิธีแก้ความเครียดจากการ ‘ติดดอยคริปโต’ ในยุค ‘Covid19’

“โรค ‘โควิด’ ก็ระบาด เงินก็ไม่พอใช้ จะออกไปไหนก็ไม่ได้ แถมเทรดคริปโตยัง ‘ติดดอย’ อีก เครียดโว้ย!!” ปฏิเสธไม่ได้ว่าช่วงนี้ปัญหาต่างๆ กำลังรุมเร้าใครหลายๆ คน โดยเฉพาะเทรดเดอร์ที่ตอนนี้ตลาดคริปโตกำลังร่วงแรง จนเกิดอาการเครียดกินไม่ได้นอนไม่หลับ ดังนั้นบทความนี้ ‘Wikibit’ จะมาแนะนำวิธีคลายเครียดดีๆ สำหรับชาวดอยมาฝาก รับรองทำแล้วหายแน่นอน!!  1. เก็บโทรศัพท์ไว้ให้มิด  บอกเลยวิธีนี้เห็นผลแน่นอน หากคุณรู้สึกเครียดที่ต้องหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูกราฟราคาของเหรียญแล้วพบว่ามันกำลังร่วง ก็เอาโทรศัพท์ไปเก็บสะ!! และเลิกสนใจมัน พร้อมออกไปหากิจกรรมอื่นๆ ทำให้จิตใจเลิกฟุ้งซ่านนั่นเอง (แล้วอย่าแอบไปเปิดดูละ!!)   2. หาหนังสนุกๆ ดูสักเรื่อง    กิจกรรมนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงโควิด เพราะในเมื่อออกไปไหนไม่ได้ จนมีเวลาว่างมานั่งฟุ้งซ่าน คุณควรลองหาหนังดีๆ สักเรื่องมานั่งดู ซึ่งคุณอาจจะดูคนเดียว หรือดูกับคนในครอบครัวก็ได้ ยิ่งตอนนี้มีหนังใหม่ๆ อีกเพียบ ที่กำลังเข้าแอปพลิเคชันดูหนัง ไม่ว่าจะเป็น Netflix หรือ Disney plus รับรองผ่อนคลายจนลืมเรื่องดอยแน่นอน   3. ปลูกต้นไม้    เคยมีนักวิจัยกล่าวว่า การปลูกต้นไม้เป็นกิจกรรมที่สามารถสานสัมพันธ์ภายในครอบครัวที่ดี แถมมันยังช่วยบรรเทาจิตใจให้เราหายเครียดได้อีกด้วย โดยหลังจากที่คุณลงมือทำ สมองจะเปลี่ยนความสนใจไปยังต้นไม้นั้นๆ ออกมาในรูปแบบความสบายใจ เพลิดเพลิน และเฝ้ารอการเติบโตของมัน จนลืมสนใจเรื่องดอยไปเลย   4. ไหว้พระสวดมนต์/นั่งสมาธิ    “Back To Basic” สำหรับชาวพุทธ เพราะในเมื่อคุณรู้สึกเครียด ไม่สบายใจ จนหาทางออกจากการติดดอยไม่ได้ นั่นก็หมายความว่าคุณกำลังขาดสติ ซึ่งการที่คุณนั่งสมาธิ หรือไหว้พระสวดมนต์นั้น มันสามารถช่วยสงบจิตสงบใจของคุณได้ และเมื่อสติของคุณกลับมาแล้ว รับรองการหาวิธีแก้เกม หรือหาทางออกต่างๆ ก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป   5. หาความรู้เพิ่มเติม    คุณหรือไม่ว่าการนั่งศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม หรือเสพข่าวสารต่างๆ ก็สามารถคลายเครียด และสร้างความเพลิดเพลินได้ เพียงแค่คุณรู้จักเลือกให้ดี โดยคุณไม่ควรอ่านข่าวเกี่ยวกับราคาของเหรียญ แล้วลองหันมาอ่านบทความที่ให้ความรู้ข้อมูลเกี่ยวกับเหรียญต่างๆ หรือเทคนิคต่างๆ แทน เพราะนอกจากมันจะทำให้คุณหลุดโฟกัสเรื่องดอยได้แล้ว มันยังสามารถทำให้คุณวางแผนในการลงทุนหลังจากลงดอยได้อีกด้วย โดยคุณสามารถเสพข่าวสารศึกษาข้อมูลของเหรียญ และเทคนิคต่างๆ ได้ที่ แอป ‘Wikibit’    อย่างไรก็ตามในช่วงที่คุณติดดอยแบบนี้ เราอยากให้คุณรู้ไว้ว่า “คุณไม่ใช่คนเดียวที่ติดอยู่บนนั้นเพียงลำพัง เพราะทีมงานของ ‘Wikibit’ เอง ก็ติดอยู่บนนั้นเป็นเพื่อนคุณในจำนวนไม่น้อยเช่นกัน” ดังนั้นวิธีต่างๆ ที่เรานำเสนอไปนี้ หากคุณนำไปประยุกต์ใช้จริงๆ เรามั่นใจว่ามันสามารถบรรเทาอาการเครียดของคุณได้อย่างแน่นอน!!    คุณเองก็สามารถติดตามข่าวสารดีๆ ในวงการคริปโตได้ เพียงแค่กดติดตามเพจ ‘Wikibit.TH’ แล้วโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ไว้ให้อีกด้วย เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  ขอขอบคุณรูปภาพจากแหล่งที่มาต่างๆ

2021-07-18การวิเคราะห์เชิงลึก

เผยเทคนิค!! แบ่งเงินเทรดคริปโตอย่างไร? ให้ยั่งยืน กำไรเพียบ

ตอนนี้ราคาในตลาดคริปโตกำลังตก ถึงแม้จะอยู่ในช่วงฟื้นฟูก็ตาม ทำให้มือใหม่ที่สนใจอยากจะเริ่มลงทุนนั้นเกิดความสับสน โดยไม่รู้ว่าจะต้องจัดการเงินของตัวเองอย่างไร ให้อยู่รอดอย่างยั่งยืน ดังนั้นวันนี้ทาง ‘Wikibit’ จะมาแนะนำเทคนิคการแบ่งเงินในการเทรดคริปโตดีๆ เพียงแค่ 5 ส่วนเท่านั้น เผื่อพวกคุณจะนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์  ส่วนที่ 1 : ใช้ซื้อทันทีเพื่อเริ่มต้นศึกษา  เริ่มแรกของการลงทุน คุณควรนำเงินที่แบ่งออกมาเพียงเล็กน้อย มาใช้ในการทดลองโอนเงิน และซื้อขาย หลังจากที่คุณศึกษาของมูลของพวกมันมาบ้างแล้ว เพื่อเป็นการทำความเข้าใจกระบวนการการใช้งานของแพลตฟอร์มนั้นๆ อีกทั้งเมื่อคุณเริ่มต้นซื้อบางส่วนไว้แล้ว มันยังสามารถทำให้คุณไม่ตกรถในตอนที่ราคากำลังจะขึ้น และในทางกลับหากราคาของมันตกลง คุณเองก็ไม่จำเป็นต้องเสียดาย หรือร้องห่มร้องไห้ขนาดนั้น เพราะคุณลงทุนไปเพียงเล็กน้อยนั่นเอง  ส่วนที่ 2-3 : เก็บไว้เพื่อซื้อเพิ่มในช่วงขาลง (ตลาดหมี)  ถ้าเรียกแบบเข้าใจง่ายก็คือ เอาไว้ช้อนตอนราคากำลังตกนั่นเอง เพราะหากคุณซื้อในช่วงนี้จะสามารถลดต้นทุนในการลงทุนของเหรียญนั้นๆ ได้ และเมื่อราคาของมันกลับมาพุ่งสูงอีกครั้งสิ่งที่ตามมาคงหนีไม่พ้นกำไร!!  ยกตัวอย่างเช่น คุณเคยซื้อเหรียญ A มาตอนราคา 100 บาท เมื่อเข้าสู่ขาลง ราคาของมันตกลงมาที่ 60 บาท ดังนั้นถ้าคุณซื้อเหรียญ A ตอนนี้ คุณจะสามารถซื้อได้ในราคา 60 บาทนั่นเอง เท่ากับว่าตอนนี้คุณลงทุนไปเหรียญนี้ทั้งหมด 160 บาท  ส่วนที่ 4-5 : ทยอยซื้อตามเมื่อตลาดกำลังขาขึ้น (ตลาดกระทิง)  การแบ่งเงินมาไว้ใช้ซื้อในจังหวะนี้ เพื่อเป็นการป้องกันการพลาดโอกาสในการเข้าซื้อสะสม หรือถ้าหากราคาเหรียญนั้นกำลังไต่ระดับขึ้นสูง คุณจะได้มีเงินซื้อ เพื่อเกาะมัน ทำกำไรขึ้นไปเรื่อยๆ นั่นเอง  เมื่อรู้เทคนิคดีๆ ในการแบ่งเงินแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญในการลงทุนนั่นคือการตรวจสอบข้อมูล และเสพข่าวสารต่างๆ จะได้รู้ว่าตัวไหนดี ตัวไหนกำลังขึ้น ตัวไหนกำลังลง โดยคุณสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้ง่ายๆ เพียงโหลดแอป ‘Wikibit’ ไว้บนมือถือ เพราะแอปนี้เขารวมฟีเจอร์ดีไว้ให้คุณแล้วแบบครบถ้วน!!  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการ ไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!  ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-07-18การวิเคราะห์เชิงลึก

เคล็ดไม่ลับ!! วิธีเทรดคริปโตสำหรับมือใหม่ เริ่มอย่างไรให้ปัง?

มือใหม่ทั้งหลายมารวมตัวกันทางนี้ เพราะ ‘Wikibit’ มีเคล็ดไม่ลับในการเริ่มเทรดคริปโตสำหรับมือใหม่มาฝาก ใครอยากประสบความสำเร็จในการลงทุน ลองทำตาม 4 ข้อนี้ดูได้เลย!!   1. ทำความรู้จักกับตัวเอง  เริ่มมาข้อแรกก็งงกันเลยสิ แต่มันคือความจริงนะขอบอก ลองหันกลับมามองตัวเองดูสักนิดว่าคุณมีความพร้อมแค่ไหน? ศึกษาเรื่องที่จะลงทุนมาดีพอหรือยัง? มีเงินเท่าไหร่? แบ่งเงินเป็นไหม? มีเป้าหมายอย่างไร? สิ่งเหล่านี้มันจะทำให้คุณวางแผนในการลงทุนที่ดีขึ้น ทั้งนี้การเข้าไปนั่งฟังคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญในสื่อต่างๆ นั้นเป็นสิ่งที่ แต่มันก็ไม่ได้ดีทั้งหมด เพราะปัจจัยรอบตัวของเขา กับของคุณนั้นไม่เหมือนกัน ทางที่ดีฟังหูไว้หู ศึกษาด้วยตัวเอง และนำมาลองปรับให้เหมาะสมกับสิ่งที่คุณมีจะดีกว่า   2. มีการวางแผนที่ดี  เมื่อคุณเริ่มลงทุนเทรดครั้งแรกผลที่ได้อาจจะดี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าการลงทุนครั้งต่อไปจะดีด้วย ดังนั้นคุณต้องวางแผนให้ดีทุกครั้งที่ลงทุน และควบคุมความโลภของตัวเองให้ได้ เพราะคนส่วนใหญ่ยิ่งได้กำไร ใจยิ่งปล้ำ ไม่รู้จักเก็บหรือแบ่งเงิน ซึ่งพอถึงเวลาพลาดท่าเสียหมดตัว ก็ไม่รู้เอาเงินที่ไหนมาแก้เกม ดังนั้นวางแผนการลุงทน แบ่งเงินให้ดี  3. ศึกษาข้อมูลให้พร้อม  สิ่งนี้สำคัญมากสำหรับมือใหม่ คุณควรหาเวลาในการศึกษาข้อมูลให้มากๆ หากคนสนใจเว็บเทรดเจ้าไหน หรือเหรียญอะไร คุณจะต้องตรวจสอบมันให้ดี อ่านที่มาที่ไปของสิ่งนั้นๆ ว่าถูกสร้างมาเพื่ออะไร มีความน่าเชื่อถือแค่ไหน (คุณสามารถศึกษา และตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้ได้ที่แอป ‘Wikibit’) และที่สำคัญอย่าไปหลงเชื่อคำชักชวน หรือคำบอกเล่าต่างๆ จากคนอื่น เพราะคนที่เชื่อคนอื่นมากกว่าตัวเองนั้น ‘ถูกโกง’ มาหลายรายแล้ว!   4. เสพข่าวสารให้เป็นนิสัย    การเทรดคริปโตนั้น มีเงิน และความรู้อย่างเดียวบ่ได้เด้อ การลงทุนในคริปโตที่ดีต้องหมั่นเสพข่าวสารจนเป็นนิสัย เพื่อเป็นการรับรู้ความเคลื่อนไหวในวงการว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง เพราะสิ่งเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อแนวโน้มของราคาในตลาด ไม่ว่าจะเป็น ข่าวเศรษฐกิจ ข่าวการเมือง ข่าวการเงิน ข่าวอาชญากรรม ข่าวต่างประเทศ ไม่เว้นแต่ข่าวบันเทิงก็มีผลเช่นกัน ดังนั้นเพื่อการทำกำไรที่ดีสำหรับมือใหม่ หมอบอกไม่ให้เครียด อ่านวันละข่าวสองข่าวเริ่ม!!  นอกจากเคล็ดไม่ลับที่กล่าวไปทั้งหมดข้างต้นแล้ว การที่คุณจะประสบความสำเร็จในวงการคริปโตได้นั้น จำเป็นต้องมีตัวช่วยดีๆ อย่าง แอป ‘Wikibit’ ติดมือถือไว้ เพราะแอปนี้มันสามารถใช้ตรวจข้อมูล ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้ และสำหรับใครที่อยากอ่าน ‘Whitepaper’ ของเหรียญต่างๆ แอปนี้เขารวมไว้ให้คุณหมดแล้ว แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการไว้ให้คุณได้ศึกษา เพื่อเสริมเกาะความรู้เท่าทันอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว ไม่โหลดแล้วจะเสียใจ!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-07-17การวิเคราะห์เชิงลึก

เปิดบ้านหลังเล็กๆ ของเศรษฐีใจใหญ่ ‘อีลอน มัสก์

มหาเศรษฐีด้านเทคโนโลยี ‘Elon Musk’ วางแผนที่จะขาย “บ้านหลังสุดท้ายที่เหลืออยู่” โดยจะขายทรัพย์สินส่วนใหญ่ของเขา รวมทั้งบ้านทั้งหมดของเขา เพื่อเป็นทุนสร้างอาณานิคมบนดาวอังคาร เพราะต้องการส่งคน 1 ล้านคนไปดาวอังคารภายในปี 2050 นี้  มัสก์ทวีตว่าเขาจะยังคงจ่ายภาษีรายได้ในแคลิฟอร์เนีย แม้หลังจากย้ายบ้านไปเท็กซัสแล้ว เขายืนยันที่จะขายบ้านทั้งหมดที่มีอยู่ แม้แต่หลังสุดท้ายซึ่งมีมูลค่า1.6 ล้านบาทในแคลิฟอร์เนีย ที่เคยปล่อยให้เช่าสำหรับจัดอีเวนต์ต่าง ๆ โดยเปลี่ยนมาอาศัยอยู่บ้านเช่าหลังเล็ก ๆ ในรัฐเทกซัส แทน  บ้านเช่าหลังนี้คือบ้านกล่องสำเร็จรูปที่มีขนาดเพียง 400 ตารางฟุต ตั้งอยู่ในสตาร์เบส หรือหมู่บ้านโบคาชิกา อันเป็นพื้นที่ของบริษัท SpaceX ผลิตและจำหน่ายโดยบริษัท Boxabl เป็นบ้านมินิรุ่น Casita ซึ่งมีการกั้นส่วนเป็นห้องครัว ห้องน้ำ ห้องนั่งเล่น รวมถึงห้องนอน ในพื้นที่เล็ก ๆ โดยสามารถสร้างเสร็จได้ภายใน 1 วัน  ความสุดโต่งนี้จะมีใครเทียบได้เนี่ย มักส์เล่นขายทุกอย่างเพื่อเอาเงินไปรองรับเป้าหมายที่เขาตั้งไว้ คือพามนุษย์ไปดาวอังคาร แม้จะมีรายได้มากเป็นอันดับต้น ๆ ของโลก แต่ก็ขอใช้ชีวิตแบบคนธรรมดา ระดับที่ไม่ต่างกับพนักงานในบริษัทของเขาด้วยซ้ำ ทำขนาดนี้ก็อดนึกภาพวันที่เขาทำเป้าหมายสำเร็จไม่ได้ซะแล้ว ไว้มาติดตามเป้าหมายของเศรษฐีบ้าระห่ำคนนี้อีกนะ  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-07-16การวิเคราะห์เชิงลึก

ข้อควรรู้!! วิธีเพิ่มความปลอดภัยให้กับบัญชีของคุณ ป้องกันการโดนแฮก!!

1. สร้างสรรค์รหัสผ่านที่คาดเดาได้ยาก และเปลี่ยนมันเป็นประจำ  ‘Basic’ มากในเรื่องของการตั้งรหัสผ่าน โดยสิ่งแรกที่คุณควรทำ คือ การสร้างสรรค์รหัสผ่านเหล่านี้ให้เกิดความคาดเดาได้ยาก และจดมันเอาไว้ให้ดี เพื่อป้องกันการลืม เมื่อเวลาผ่านไปคุณต้องหมั่นเปลี่ยนรหัสผ่านอยู่บ่อยครั้ง เพราะท้ายที่สุดแล้วหากมีผู้ไม่หวังดีกับคุณจริงๆ รหัสที่คุณคิดว่ายาก ถึงขั้นต้องนั่งแก้สมการถอยหลัง เขาก็จะสามารถแฮกเข้ามาได้อยู่ดี และที่สำคัญคุณควรทำแบบนี้กับทุกช่องทางที่มีความเกี่ยวข้องกับบัญชีของคุณ ไม่เว้นแต่อีเมลนั่นเอง   2. เปิดใช้งานการตรวจสอบสิทธิ์สองปัจจัย หรือ Two-Factor Authentication(2FA)    สิ่งแรกที่คุณควรทำหลังจากการสร้างบัญชี คือ เปิดใช้งาน ‘2FA’ สะ!! โดยส่วนใหญ่แอปเทรดคริปโตจะรองรับ ‘2FA’ อยู่ 2 ประเภท คือ  1. การตรวจสอบสิทธิ์ทาง SMS ซึ่งประเภทนี้ง่าย และสะดวกสบายมาก แต่มีโอกาสเสี่ยงต่อการโดนแฮกสลับซิม (Sim Swape) สูงมาก เราจึงแนะนำให้คุณไปใช้ในประเภทที่สองแทน   2. การตรวจสอบผ่าน ‘Google Authenticator’ แต่อย่าลืมจดรหัสผ่านหรือคีย์สำหรับใช้เพื่อรีเซตไว้ในกรณีที่คุณต้องโอนรหัส 2FA ไปยังโทรศัพท์มือถือเครื่องใหม่ด้วยนะ และที่สำคัญหาเศษกระดานมาจดจะดีกว่าจดในโทรศัพท์มือถือ หรือคอมพิวเตอร์นะขอเตือน เพราะมันแฮกง่ายมาก!!   3. หลีกเลี่ยงเว็บไซต์แจกเหรียญฟรี   เว็บไซต์เหล่านี้ไม่ควรเข้าไปสมัครสมาชิกด้วยอีเมลที่สำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะมันจะเป็นเหตุให้เราโดนขโมยอีเมลหรือแฮกอีเมลไปได้ ถ้าหากไม่มีความปลอดภัยทางอีเมลมากพอ และนี่คือเหตุผลว่าทำไมแฮกเกอร์ถึงชอบส่งอีเมลมาหลอกลวงเราอยู่เสมอ ภาพตัวอย่างอีเมลปลอมที่ส่งมาหลอกให้เราคลิกลิงค์ไปยังระบบของแฮกเกอร์ขอขอบคุณภาพตัวอย่างจาก : topicbitcoin  4. อย่าไปคลิกลิงค์มั่ว หรือยินยอมให้ใครเข้าถึงสิทธิ์เราง่ายๆ  ช่วงนี้มีนักต้มตุ๋มที่เข้ามาชักชวนให้คนไปลงทุนอยู่เยอะมาก บางครั้งพวกมันก็มักจะส่งลิงค์มาให้เราคลิกบ้าง ให้เรากดยินยอมเข้าถึงสิทธิ์บ้าง หรือให้กรอกข้อมูลต่างๆ เพื่อสมัครสมาชิกบ้าง ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นการขโมยข้อมูลทั้งสิ้น และแน่นอนเมื่อมันได้สิ่งเหล่านี้ไป พวกมันก็พร้อมที่จะงัดถูกกระบวนท่ากลโกง มาแฮกระบบความปลอดภัยในบัญชีของคุณนั่นเอง ดังนั้นก่อนคลิกลิงค์สมัครบัญชีในเว็บเทรดคริปโตเจ้าไหน ควรนำชื่อไปตรวจสอบให้ดีในแอป ‘Wikibit’ ก่อนทุกครั้ง  5. ควรแยกอีเมลที่สำคัญออก  เรื่องเงินนั้นเรื่องใหญ่ใครๆก็รู้ ดังนั้นคุณควรที่จะสมัครอีกเมลใหม่ เพื่อจะใช้ในการผูกบัญชีทางการเงินแยกจากอีเมลที่ใช้เป็นปกติ เพื่อป้องกันแฮกเกอร์ที่ชอบส่งอีเมลหลอกๆ มาให้เราคลิกเล่น หรือดาวโหลดอยู่เป็นประจำนั่นเอง  นี่เป็นเพียงวิธีง่ายๆ ที่คุณสามารถทำได้ด้วยตัวเอง เพื่อเสริมเกราะป้องกันให้กับบัญชีของคุณ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ให้กับใครหลายๆ คน ทั้งนี้ก่อนการลงทุนทุกครั้ง อย่าลืมตรวจสอบข้อมูลให้ดี ด้วยแอป ‘Wikibit’ เพราะนอกจากมันจะดีๆ ฟีเจอร์ดีๆ อย่าง การตรวจสอบข้อมูล ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ แล้ว ตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร สาระความรู้ และกลโกงต่างๆ ในวงการคริปโตให้คุณได้ศึกษากันอีกด้วย ถ้าไม่อยากเสียท่าให้กับกลโกง อย่าลืมโหลดแอป ‘Wikibit’ ติดมือถือไว้ ไม่งั้นจะหาว่าไม่เตือนไม่ได้นะขอบอก!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-07-16การวิเคราะห์เชิงลึก

จนท.ฮ่องกง เปิดโปงขบวนการฟองเงิน ‘คริปโต’ ครั้งใหญ่ มูลค่ากว่า 5 พันล้านบาท

เมื่อไม่นานมานี้เจ้าหน้าที่ของฮ่องกง ได้เปิดเผยโครงการฟอกเงิน ‘คริปโต’ ในประเทศ ซึ่งมีมูลค่าราวๆ 155 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 5 พันล้านบาทไทย นับว่าเป็นคดีฟอกเงินเสมือนแรก และใหญ่ที่สุดของฮ่องกงเลยก็ว่าได้   ‘Coin Breaker’ คือ รหัสชื่อที่ทางการฮ่องกงใช้ในการจับกุมองค์กรที่ต้องสงสัยว่ามีการฟอกเงินเมื่อต้นปี ตามคำแถลงการณ์ของกรมศุลกากรและสรรพสามิตของฮ่องกง  โดยเจ้าหน้าที่ได้เข้าจับกุมชาย 4 คน อายุระหว่าง 24 – 33 ปี ที่เป็นผู้ต้องสงสัยในคดีนี้ และเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดเพื่อจัดการสินทรัพย์ที่หามา ซึ่งพวกเขาทั้ง 4 คน ได้ทำการเปิดบัญชีธนาคารหลายแห่งในฮ่องกง และใช้มันทำธุรกรรมผ่านแพลตฟอร์มการซื้อขายแลกเปลี่ยนสกุลเงินเสมือน ทั้งนี้ในคำแถลงการณ์นั้นไม่ได้ระบุชื่อธนาคารหรือแพลตฟอร์มที่เกี่ยวข้อง   Mark Woo หัวหน้าสำนักงานสืบสวนคดีอาชญากรรมยืนยันในแถลงการณ์ว่า สกุลเงินเสมือนที่เป็น ‘stablecoins’ อย่าง ‘Tether’ มีความเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมครั้งนี้ โดยระหว่างเดือนกุมภาพันธ์ 2020 ถึงพฤษภาคมของปีนี้ มีจำนวนเงินที่น่าสงสัยประมาณ 1.2 พันล้านดอลลาร์ที่เกี่ยวข้องกับการโอนเงินผ่านธนาคาร และการชำระเงินด้วยสกุลคริปโตผิดกฎหมายดังกล่าว  อีกทั้งยังมีเงินทุนที่น่าสงสัยมากกว่า 60% ถูกโอนผ่านบัญชีธนาคารในสิงคโปร์ ซึ่งทางการฮ่องกงได้เริ่มวางแผนขอความช่วยเหลือจากผู้บังคับใช้กฎหมายของสิงคโปร์แล้ว   เบื้องต้นชายทั้งสี่คนที่ถูกจับ ได้รับการประกันตัวแล้วและอยู่ระหว่างการสอบสวนเพิ่มเติม ซึ่งบทลงโทษสูงสุดสำหรับการตัดสินในครั้งนี้ คือ การปรับ 5 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง และจำคุก 14 ปี  อย่างไรก็ตามประเทศฮ่องกงไม่ใช่ประเทศเดียวที่มีอาชญากรรมในคริปโตเพิ่มขึ้น เพราะปัจจุบันความเลวร้ายเหล่านี้ ล้วนซ่อนอยู่ทุกที่ ทุกมุมโลก ทุกช่องทางที่พวกมันมีโอกาสสร้างกำไรได้อย่างมหาศาล ซึ่งตอนนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วโลกต่างให้ความสำคัญ และเริ่มมีการปราบปรามมันอย่างเข้มงวดมากขึ้น ไม่เว้นแต่ประเทศไทยของเรานั่นเอง  ซึ่งคุณสามารถติดตามข่าวสารดีๆ เปิดโปงกลโกงในวงการคริปโตเหล่านี้ได้ทางเพจ ‘Wikibit.TH’ หรือทางแอปพลิเคชัน ‘Wikibit’ แถมตัวแอปยังสามารถใช้ตรวจสอบข้อมูลจ่าง ๆ ของ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อีกด้วย!!    แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการ ไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  

2021-07-16การวิเคราะห์เชิงลึก

ผู้จัดการกองทุนชื่อดัง คาดวิกฤต Bitcoin ขาดตลาดจะเกิดขึ้นในไม่ช้า / SiamBlockchain

นาย Troy Gayeski หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนและผู้จัดการพอร์ตระดับอาวุโสของ SkyBridge Capital ซึ่งเป็นกองทุนเฮดจ์ฟัดจ์ที่มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหารมูลค่ากว่า 7.5 พันล้านดอลลาร์ คาดว่าวิกฤตอุปทานของ Bitcoin กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า ในระหว่างการให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg เมื่อเร็ว ๆ นี้ Gayeski ได้ตั้งข้อสังเกตว่า นักลงทุนสาย HODL กำลังเริ่มแห่เก็บสะสม Bitcoin มากขึ้นอีกครั้ง และวางแผนที่จะถือครองเหรียญไว้ในระยะยาว   “หากคุณมองดูไปที่ข้อมูลเครือข่ายในตอนนี้ คุณจะเห็นได้ว่านักลงทุนสาย HODL จำนวนมากกำลังแห่ซื้อเหรียญจากผู้ที่เข้ามามีส่วนร่วมในตลาดเมื่อช่วงปลายปีที่แล้ว และมันอาจก่อให้เกิดวิกฤตอุปทานที่คล้ายกันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนตุลาคมและพฤศจิกายนของปีที่แล้ว” ในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ราคาของ Bitcoin เริ่มพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง หลังจากที่ PayPal เปิดเผยว่า พวกเขาได้อนุญาตให้นักลงทุนซื้อ ขาย และถือสกุลเงินดิจิทัลบนแพลตฟอร์มของตน และภายหลังจากนั้นราคาของ Bitcoin ก็เริ่มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อสถาบันเริ่มทยอยเข้ามาลงทุนในตลาด จนในที่สุดราคาได้พุ่งแตะจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ระดับ 64,000 ดอลลาร์ แม้ผู้จัดการกองทุนเฮดจ์ฟัดจ์ชื่อดังจะมอง Bitcoin ในแง่ดีอย่างมาก แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยอมรับว่า กองทุนของเขาได้มีการปรับลด Position ลง ก่อนที่ตลาดจะพังทลาย  โดยนับตั้งแต่ที่ราคา Bitcoin พุ่งแตะจุดสูงสุดตลอดกาลในเดือนเมษายน หลังจากนั้นเป็นต้นมาราคาก็ร่วงลงเรื่อย ๆ แตะจุดต่ำสุดที่ระดับ $30,000 และตอนนี้มีการซื้อขายกันอยู่ที่ระหว่าง $30,000 ถึง $40,000 SkyBridge Capital กล่าวยอมรับว่าพวกเขาได้ทำการลด Position ของ Bitcoin เพื่อป้องกันความเสี่ยงและจัดสรรเงินทุนบางส่วนไปเพิ่มให้กับ Ethereum “Bitcoin จะเป็นผู้นำตลาดในแง่ของเก็บมูลค่ารักษาและอย่างน้อย Ethereum ก็เป็นผู้นำตลาดในแง่ของการใช้งานธุรกรรม ดังนั้นเราจึงได้มีการกระจายความเสี่ยงที่หลากหลายมากขึ้น ซึ่งโดยสรุปแล้ว เรามีขนาด position ทั้งหมดประมาณ 9%” เมื่อเดือนที่แล้ว กองทุนได้เปิดเผยคำคาดการณ์ว่า ราคาทองคำจะพุ่งแตะจุดสูงสุดภายในปีหน้า แต่มันอาจเป็นการดีกว่า ถ้าหากนักลงทุนหันมาเสี่ยงกับ Bitcoin แทน เนื่องจากมันให้ “ผลตอบแทน” ที่ดีกว่าในแง่ของการถือครอง ที่มา : SiamBlockchain  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-07-16การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
125127
...
142