สแกนเพื่อดาวน์โหลด
แพลตฟอร์มตรวจสอบ # และยืนยันการกำกับดูแลของตลาดการเงินทั่วโลก

ระวัง!! 5 กับดักทางจิตวิทยา เลี่ยงให้ได้ถ้าอยากลงทุนคริปโตแบบปังๆ

‘จิตวิทยา’ เป็นศาสตร์ที่เกี่ยวกับความคิด และจิตใจ ซึ่งมีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการแสดงออกของแต่ละคน ดังนั้นมันจึงมีความสำคัญต่อการลงทุนในคริปโตเป็นอย่างมาก เพราะทุกการคาดหวัง และการตัดสินใจก่อนลงทุน ล้วนมีความเสี่ยงเสมอ ซึ่งนั่นคือต้นตอที่ทำให้เกิด ‘กับดักทางจิตวิทยา’ ดังต่อไปนี้  1 การทอดสมอทางความคิด    การทอดสมอทางความคิด (Anchoring) คือ การที่เราปักใจเชื่อในข้อมูลหรือความรู้สึกครั้งแรกมากกว่าปกติ จนเราใช้ความรู้เหล่านั้นในการตัดสินใจมากเกินไป จนเป็นการตัดโอกาสในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เช่น เมื่อ 2 ปีก่อน คุณชื่นชอบเหรียญตัวหนึ่งมากๆ จึงศึกษาและลงทุนกับมัน จนมาถึงปัจจุบัน เหรียญตัวนั้นไม่ได้มีความดีเด่นอย่างแต่ก่อนแล้ว กราฟราคาพุ่งดิ่งลงด้วยซ้ำ แต่คุณก็ยังเลือกที่ซื้อมันเพิ่มนั่นเอง  วิธีการหลีกเลี่ยงกับดักตัวนี้ เราแนะนำให้คุณรู้จักมีการยืดหยุ่นทางความคิด เปิดใจต้อนรับสิ่งใหม่ๆ ที่เป็นปัจจุบัน และทำความเข้าใจว่าสิ่งที่ดีในอดีตมันสามารถล้มหายตายจากได้ในอนาคต     2. ต้นทุนจม    ต้นทุนจม (Sunk Cost) คือ มูลค่าต่างๆ ที่เราเสียไปแล้วไม่สามารถเรียกคืนกลับมาได้ ซึ่งเป็นข้อผิดพลาดที่คนส่วนใหญ่ทำใจยอมรับได้ยาก หรือไม่ยอมรับมัน และแน่นอนมันมีผลต่อการตัดสินใจในครั้งต่อไป ซึ่งตามหลักเศรษฐศาสตร์ไม่ควรนำต้นทุนนี้มานั่งนึกถึงแล้ว จึงจะสามารถดำเนินการลงทุนต่อไปได้  วิธีการหลีกเลี่ยงกับดักตัวนี้ คือ การทำใจยอมรับการสูญเสียจากข้อผิดพลาดของตรง แล้วเรียนรู้กับมัน ระมัดระวังในการลงทุนในครั้งต่อไปให้มากขึ้น หรือไม่ก็เลิกคิดถึงมันไปสะ แล้วเดินหน้าต่อไปอย่างกล้าหาญ  3. การเลือกมองแต่ความคิดเห็นที่เหมือนกัน    การเลือกมองแต่ความคิดเห็นที่เหมือนกัน(Confimation Seeking) เป็นสิ่งที่อันตรายมากต่อการลงทุนในตลาดคริปโต เพราะหากสิ่งที่คุณคิดเป็นสิ่งที่ผิด แล้วมีคนมาเตือนคุณแต่คุณเลือกที่จะไม่ฟัง เพราะคุณเลือกที่จะฟังแต่คนที่เห็นด้วยกับคุณ มันอาจจะนำพาคุณไปสู่ความสูญเสียก็เป็นได้  วิธีการเลี่ยงกับดักตัวนี้ คือ การเปิดใจยอมรับความคิดเห็นของผู้อื่น หากมีคนเตือนแสดงว่าสิ่งที่คุณกำลังตัดสินใจนั้นมีความเสี่ยงแล้ว คุณควรมีแผนสำรองไว้เสมอ ดังนั้นอย่าละเลยเสียงที่ต่างเด็ดขาด    4. มีความมั่นใจที่มากเกินไป    มีความมั่นใจที่มากเกินไป (Overconfidence) มักเป็นบ่อเกิดของหายนะในการลงทุน เพราะเมื่อคนเคยประสบความสำเร็จมาแล้วครั้งหนึ่ง ความมั่นใจจะพุ่งสูงขึ้นหลายเท่า แถมเงินในการลงทุนก็จะเพิ่มขึ้นตามเช่นกัน จนเกิดความโลภ ละเลย เพิกเฉย ไม่รอบคอบ ต่อความเสี่ยง และกฎเกณฑ์ต่างๆ รวมถึงคำเตือนจากคนรอบข้างอีกด้วย  วิธีการเลี่ยงกับดักตัวนี้ ลดความมั่นใจของคุณลงมา และมีสติในการลงทุนให้มากๆ รับฟังคำแนะนำของผู้ เพียงเท่านี้ความสำเร็จในครั้งที่สองก็คงไม่ไกลเกินเอื้อม  5. การเป็นอุปสรรคต่อตนเอง    การเป็นอุปสรรคต่อตนเอง (Self – Handicapping Bias) มันคือ การที่เราผิดพลาดในการลงทุน แต่ไม่ยอมรับว่าตัวเองเป็นคนทำให้มันเกิดขึ้น นักลงทุนมักมองหาปัจจัยอื่นๆ มารองรับแทนเสมอ หรือโยนความผิดให้สิ่งอื่นๆ เช่น เสพสื่อแล้วมองว่าเหรียญตัวนี้จึงกระโดดใครไปลงทุน ผลสุดท้ายโดนขายขาดทุนยับ ก็มานั่งโทษสื่อเจ้าโน้น เจ้านี้ โดยไม่คำนึงเลยว่าตัวเองนั้นเป็นคนตัดสินใจลงทุน โดยไม่ตรวจสอบให้ดี ซึ่งกับดักตัวนี้มันจะทำให้นักลงทุนก้าวอยู่กับที่ ไม่มีความก้าวหน้า เพราะไม่รู้จักยอมรับ และเรียนรู้ที่จะแก้ไขมัน  วิธีการเลี่ยงกับดักตัวนี้ คือ การที่คุณหัดยอมรับ และเรียนรู้ในข้อผิดพลาดของตัวเอง เพื่อใช้มันเป็นภูมิคุ้มกันให้เกิดความระมัดระวังในการลงทุนครั้งต่อไป เพราะในโลกของคริปโตนั้น หากคุณทำได้ก็จะประสบความสำเร็จในวันข้างหน้า  นี่คือ 5 กับดักทางจิตวิทยาในโลกของคริปโต หากใครกำลังตกหลุมพรางเหล่านี้แก้ไขมันสะ และอย่าลืมโหลดแอป ‘Wikibit’ ติดมือถือไว้ เพื่อใช้มันในการตรวจสอบข้อมูลก่อนการลงทุนทุกครั้ง และเสพข่าวสารดีๆ รู้เท่าทันกลโกง จะได้ไม่พลาดตกลงไปในกลับดักที่ตัวเองเป็นคนขุดอย่างไม่รู้ตัว!!  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  ขอบคุณข้อมูลจาก : Moneybuffalo

2021-08-01การวิเคราะห์เชิงลึก

สรุปเหตุการ ปั่นราคาทองคำ ครั้งใหญ่ในสหรัฐอเมริกา /โดย ลงทุนแมน

พอพูดถึง Black Friday หลายคนอาจนึกถึงวันที่ร้านค้าต่าง ๆ ลดราคาสินค้าครั้งใหญ่ที่สุดของปี ซึ่งตามธรรมเนียมของชาวอเมริกันนั้น จะจัดขึ้นวันศุกร์หลังวันขอบคุณพระเจ้าของชาวอเมริกันในเดือนพฤศจิกายน  แต่สำหรับเรื่องราวในวงการการลงทุนนั้น “Black Friday” เป็นอีกวันแห่งประวัติศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา ที่มีเหตุการณ์อื้อฉาวในโลกการลงทุนเกิดขึ้น ซึ่งตรงกับ วันศุกร์ที่ 24 กันยายน ปี 1869 หรือเมื่อ 152 ปีที่แล้ว ที่น่าสนใจคือ หนึ่งในคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เป็นถึงน้องเขยของ คุณ Ulysses S. Grant ประธานาธิบดีคนที่ 18 ของสหรัฐอเมริกา อีกด้วย เหตุการณ์อื้อฉาวทางการเงินในครั้งนั้นเป็นอย่างไร ? จะเล่าให้ฟัง  ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์อื้อฉาวในครั้งนี้ สหรัฐอเมริกาเพิ่งผ่านสงครามกลางเมืองในช่วงระหว่างปี 1861-1865 ระหว่างรัฐทางตอนเหนือกับรัฐทางตอนใต้ เพราะความเห็นที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับเรื่องการใช้แรงงานทาส ผลจากสงครามนั้น ไม่เพียงแต่ทำให้หลายชีวิตต้องสูญเสียเลือดเนื้อ แต่ยังตามมาด้วยภาระหนี้สินของภาครัฐที่เพิ่มสูงขึ้น เพราะรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกาทำการกู้เงินจำนวนมากเพื่อมาใช้ระหว่างเกิดสงคราม  ต่อมาในปี 1869 คุณ Ulysses S. Grant ได้เข้ามารับตำแหน่งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาคนที่ 18   เขาถูกคาดหวังว่า จะเป็นคนที่เข้ามาฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ ให้กลับมาเหมือนช่วงก่อนที่จะเกิดสงคราม และหนึ่งในภารกิจที่สำคัญของเขาคือ การลดภาระหนี้ที่รัฐบาลก่อไว้ รัฐบาลของประธานาธิบดี Grant ตั้งเป้าจะขายทองคำที่รัฐบาลถือครองอยู่จำนวนมาก เพื่อนำเงินไปไถ่ถอนพันธบัตร  อย่างไรก็ตาม สิ่งที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาต้องคำนึงในตอนนั้นก็คือ การนำทองคำออกมาขายจำนวนมาก จะมีผลกดดันให้ราคาทองคำนั้นลดต่ำลง และในเวลานี้เองที่มีตัวละครสำคัญ เพิ่มขึ้นมาอีก 4 คน นั่นคือ  - Jay Gould นักธุรกิจเจ้าของกิจการรถไฟ และนักเก็งกำไรในตลาดการเงิน  - James Fisk นายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ และยังเป็นนักการเงินหัวหมอในตลาดหุ้นวอลล์สตรีต  - Abel Corbin บรรณาธิการหนังสือพิมพ์และนักการเงิน ที่สำคัญก็คือ Abel Corbin คนนี้ ยังเป็นน้องเขยของคุณ Ulysses S. Grant ที่เป็นประธานาธิบดีอยู่ในขณะนั้นอีกด้วย  - Daniel Butterfield อดีตนายทหารผ่านศึก และนักธุรกิจชื่อดัง  เมื่อมีข่าวว่ารัฐบาลกำลังวางแผนจะขายทองคำครั้งใหญ่มาใช้หนี้ Jay Gould และ James Fisk ก็เริ่มวางแผนการบางอย่าง ด้วยความที่ทั้งคู่รู้จักกับ Abel Corbin นักการเงินที่เป็นน้องเขยของคุณ Ulysses S. Grant ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในตอนนั้น Jay Gould และ James Fisk จึงพยายามขอร้องให้ Abel Corbin ใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัว แนะนำพวกเขาให้รู้จักกับประธานาธิบดี Grant โดยเป้าหมายของทั้งคู่ ก็เพื่อจะเข้าถึงข้อมูลวงใน และเข้ามามีอิทธิพลเกี่ยวกับนโยบายการซื้อขายทองคำของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาในขณะนั้น  สุดท้าย Jay Gould และ James Fisk ก็มีโอกาสได้พบปะพูดคุยกับ ประธานาธิบดี Grant ตามต้องการ Jay Gould และ James Fisk ได้ใช้มาดนักธุรกิจที่ดูมีความรู้ด้านการเงินและเศรษฐกิจ หว่านล้อมและแนะนำให้ตัวละครอีกตัว ซึ่งก็คือ Daniel Butterfield อดีตนายทหารผ่านศึก และนักธุรกิจชื่อดัง ได้เข้าไปมีบทบาทเป็นที่ปรึกษาในกระทรวงการคลัง  ด้วยความที่ Daniel Butterfield เป็นอดีตทหารที่ผ่านสงครามกลางเมืองที่ได้รับการยกย่อง อีกทั้งยังเป็นนักธุรกิจที่มีความรู้ด้านการเงิน และทั้ง 3 คน ยังรู้จักกับ Abel Corbin ที่เป็นน้องเขยของเขาอีก สุดท้าย ประธานาธิบดี Grant ก็ได้ปรึกษากับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และยินยอมแต่งตั้งให้ Daniel Butterfield เป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีคลังในที่สุด เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามแผน Jay Gould และ James Fisk ก็ตกลงจะให้สินบนแก่ Daniel Butterfield แลกกับการได้รู้ข้อมูลวงในว่า รัฐบาลจะขายทองคำในช่วงเวลาไหน ทั้งคู่ยังได้เข้าพูดคุยกับประธานาธิบดี Grant หลายครั้ง   และทุกครั้งจะพยายามบอกว่า ราคาทองคำที่สูงขึ้น จะช่วยทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนลง ซึ่งเป็นการช่วยเกษตรกรชาวอเมริกัน ให้สามารถส่งออกสินค้าเกษตรไปขายในต่างประเทศได้ง่ายขึ้น พูดง่าย ๆ คือ โน้มน้าวไม่ให้รัฐบาลรีบขายทองคำออกมาก่อน ในขณะเดียวกัน Jay Gould และ James Fisk ก็อาศัยความเป็นคนกว้างขวางในวงการนักลงทุน มาบอกเล่ากลุ่มนักลงทุนหลายคนว่ารัฐบาลสหรัฐอเมริกา จะยังไม่ขายทองคำจำนวนมากออกสู่ตลาด เพราะต้องการให้เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงก่อน  นักลงทุนที่ลงทุนในทองคำหลาย ๆ คนที่เชื่อคำบอกเล่าของทั้งสองคน ก็เริ่มเข้าซื้อทองคำมากขึ้น และเริ่มบอกปากต่อปากกันไปทั่วตลาดว่า ราคาทองกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นแน่นอน ด้วยความที่ Jay

2021-07-31การวิเคราะห์เชิงลึก

รู้จักตำนาน ผจก.กองทุนฯ ที่เก่งที่สุดในโลก ‘Peter Lynch’

ปีเตอร์ ลินช์ คือตำนานนักลงทุนและผู้จัดการกองทุนรวม เขาบริหารกองทุนที่มีชื่อว่ากองทุนมาเจลลัน (Magellan Fund) ซึ่งอยู่ภายใต้สังกัดของบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนฟิเดลลิตีอินเวสเมนส์ (Fidelity Investments) ผลงานการบริหารกองทุนมาเจลลันของลินช์ ระหว่างปี 1977 - 1990 ทำผลตอบแทนจากการลงทุนเฉลี่ยต่อปีได้ 29.2% ต่อปี ในช่วงที่เขาบริหารกองทุนกองทุนของลินช์ เติบโตจาก 18 ล้านเหรียญเป็น 14,000 ล้านเหรียญ จากความสำเร็จของเขา ทำให้เขาได้ออกหนังสือหลายเล่ม เล่มที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคือ One Up on Wall Street  ลินช์บอกว่า เคล็ดลับที่ทำให้เขาประสบความสำเร็จในการลงทุนคือ การทำงานหนัก บ่อยครั้งที่เขาต้องทำงาน 7 วันต่อสัปดาห์ นั่งอ่านข้อมูลกับกองเอกสารมหึมา เพื่อให้ได้ข้อมูลดี ๆ แม้เขาจะประสบความสำเร็จในการทำงาน เจ้านายและลูกค้าจะชื่นชอบ แต่ทำให้เขาไม่มีเวลาอยู่กับครอบครัว โดยเฉพาะลูก ๆ มากนัก เขาพลาดโอกาสไปรับ ส่งลูก ไม่ได้ไปดูการแสดงของลูกที่โรงเรียนหลายครั้ง วันหนึ่งระหว่างที่เขานั่งทำงาน เขาเริ่มรู้สึกถึงความตายและคิดว่า เขาควรจะใช้เวลาไปกับครอบครัวและลูกมากกว่านี้ ทำให้ช่วงกลางปี 1990 ซึ่งตอนนั้นเขาอายุเพียง 46 ปี เขาตัดสินใจที่จะไปบอกลากับเจ้านายเขาเขาได้รับข้อเสนอให้บริหารกองทุนที่เล็กลง เพื่อจะได้มีเวลามากขึ้นพร้อมกับรายได้ที่มากขึ้น แต่เขาได้ปฏิเสธข้อเสนอเหล่านี้ไป  แนวคิดด้านการลงทุน โดยเฉพาะในหุ้นของลินซ์ ตกผลึกมาอย่างยาวนานหลายทศวรรษ ผ่านประสบกาณ์อันโชกโชนของเขา และต่อไปนี้คือแนวคิด ที่คุณควรจดจำ  1. ในโลกของธุรกิจ ถ้าคุณเก่ง คุณจะทำถูก 6 ใน 10 ครั้ง ไม่มีใครทำถูก 9 ใน 10 ครั้งแน่นอน และการแข่งขันมันไม่สนุกหรอก ที่สนุกคือการกินรวบ (ผูกขาดทางธุรกิจ)  2. การลงทุนในหุ้นไม่ใช่การเสี่ยงโชค!! เพราะมันมีธุรกิจอยู่เบื้องหลัง  3. การนั่งวิเคราะห์ถกเถียงเรื่องการลงทุนนั้นไม่มีประโยชน์ สิ่งที่ดีที่สุดคือลงมือทำซะ  4. เป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ ที่ชอบทำอะไรเสี่ยง ๆ และสนุก ๆ  5. หากคุณประสบความสำเร็จในการลงทุนแล้ว เมื่อเดินทางมาถึงจุดหนึ่งคุณจะมีทางเลือกอยู่สองทาง หนึ่งคือ เป็นทาสของเงินโดยการหมกมุ่นกับการทำให้เงินงอกเงยมากขึ้นไปเรื่อย ๆ หรือสองคือปล่อยให้เงินที่คุณหามาได้นั้นรับใช้คุณ  แนวคิดทั้ง 5 ข้อนี้ เป็นเพียงเสี้ยวเล็ก ๆ จากแนวคิดของปีเตอร์ ลินซ์ ยังมีข้อคิดอีกมากมายที่น่าเรียนรู้ ไว้โอกาสหน้าเราจะมานำเสนอกันอีกนะ หากชอบคอนเทนต์แบบนี้ก็ต้องไม่พลาดที่จะดาวน์โหลดแอป WikiFX มาไว้อ่านกัน ทั้งบทความแรงบันดาลใจ วิเคราะห์ตลาดการลงทุน และอีกมากมายสารพัด โหลดฟรีนะ ปฏิบัติ!  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-07-31การวิเคราะห์เชิงลึก

‘ตลาดมืด’ กับ ‘Bitcoin’ เรื่องราวสีดำที่นักเทรดคริปโตควรรู้!!

เหรียญมีสองด้านฉันใด โลกก็มีสองสีฉันนั้น ไม่เว้นแต่ในโลกของ ‘Bitcoin’ ที่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันนั้นสามารถเข้าไปเกี่ยวข้องกับสิ่งที่เรียกว่า ‘ตลาดมืด’ ได้เหมือนกัน    ‘ตลาดมืด’ ไม่ใช่ตลาดตอนกลางคืนอย่างที่ทุกคนเข้าใจ แต่มันคือ ตลาดที่มีการซื้อขายสินค้าที่ผิดกฎหมาย ในเรื่องของราคา หรือตัวสินค้าเอง ซึ่งเกิดจากผลการควบคุมราคาสินค้าโดยรัฐบาล เช่น การกำหนดราคาขั้นสูงของสินค้า การแลกเปลี่ยนเงินตรา เป็นต้น ในกรณีนี้จะก่อให้เกิดการขาดแคลนหรือความต้องการส่วนเกินขึ้น หากไม่สามารถควบคุมได้ไม่ทั่วถึงจะทำให้มีการซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนกันในราคาที่สูงกว่ารัฐบาลกำหนดไว้   ‘Bitcoin’ และ การฟอกเงิน    เรื่องนี้เป็นที่ถกเถียงกันเป็นอย่างมากว่ามันสามารถทำได้จริงหรือไม่? เพราะ ‘Bitcoin’ นั้นถูกเชื่อว่ามีส่วนพัวพันเกี่ยวกับการฟอกเงินอยู่บ่อยครั้ง ยกตัวอย่างเช่น เคยมีอดีตนักเทรดคริปโตและผู้บริหารเว็บเทรดชื่อดัง ของรัฐแอริโซนา ประเทศสหรัฐอเมริกา ถูกจับกุม และตัดสินจำคุกนานถึง 41 เดือน โทษฐานฟอกเงินผ่าน ‘Bitcoin’ ที่มีความเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เป็นต้น  ทั้งนี้การที่มันเข้าไปเกี่ยวข้องกับการฟอกเงินได้ง่าย เนื่องจากมันมีจุดเด่นตรงที่ ไม่จำเป็นต้องใช้เอกสารอะไรเลยในการเปิดบัญชี ทำให้ตกเป็นเครื่องของการฟอกเงินได้ง่าย ซึ่งแตกต่างจากการเปิดบัญชีเงินสดทั่วไปที่ต้องมีการใช้เอกสาร บัตรประจำตัวประชาชนต่างๆ เพื่อปกกันการฟอกเงิน   ‘Bitcoin’ และ การซื้อขายของผิดกฎหมาย    เป็นที่รู้กันดีว่า ‘Bitcoin’ สกุลเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าสูง และมีอิสระในการทำธุรกรรม เปิดบัญชีก็ไม่จำเป็นต้องใช้เอกสารยืนยันตัว จนทำให้มันถูกใช้เป็นเครื่องในการแลกเปลี่ยนสินค้าผิดกฎหมายในตลาดมืดได้ เช่น ยาเสพติด อาวุธสงคราม เป็นต้น ตามเว็บไซต์ต่างๆ เพราะยากต่อการตรวจสอบข้อมูล มากกว่าการใช้ทำธุรกรรมทั่วไปที่สามารถตรวจสอบ   ‘Bitcoin’ และ เครื่องมือก่ออาชญากรรม    ‘Bitcoin’ ช่วงนี้กำลังมาแรงมากๆ ยิ่งเข้าสู่ช่วงตลาดขาขึ้นแบบนี้ มันจึงเป็นกลายเป็นเครื่องมือชั้นดีของกลุ่มอาชญากรที่ทำงานอยู่ในมุมมืด หรือประกอบธุรกิจสีดำ ต่างพากันออกมาหาวิธีเพื่อใช้ ‘Bitcoin’ ในการหลอกลวงนักลงทุนหัวอ่อน ที่มีความโลภ และไม่ชอบตรวจสอบข้อมูลจนกลายเป็นเหยื่อของกลโกง เพื่อสร้างกำไรให้กับตัวเองได้อย่างมหาศาล ซึ่งมักจะมาในหลายๆ รูปแบบ เช่น  1. การปั่นราคา ให้คนเกิดความสนใจเข้ามาลงทุน พอราคาเหรียญขึ้นก็เทขาย  2. Romance Scam แฝงตัวมาตามแอปหาคู่ ชักชวนให้ลงในแอปเทรดคริปโตเถื่อน  3. Rug pull หลอกลวงให้ลงทุน แล้วโอนเงินออกพร้อมชิ่งหนีไป  4. Fake ICOs การระดมทุม สร้างแอปพลิเคชัน ให้คนมาลงทุนเป็นสกุลเงินคริปโต แล้วสร้างเหรียญแจกคืน  5. แชร์ลูกโซ่ สร้างแพลตฟอร์มขึ้นมา โฆษณาเกินจริง ให้คนมาลงทุน แล้วฉกเงินหนี  นี่เป็นเพียงตัวอย่างเรื่องราวอีกด้านของ ‘Bitcoin’ ที่ถูกหยิบยกมานำเสนอ ซึ่งสิ่งที่จะทำให้คุณยังลงทุนใน ‘Bitcoin’ หรือตลาดคริปโตได้อย่างสบายใจ ก็คือ ไม่เข้าไปข้องเกี่ยวกับเรื่องราวเหล่านี้ หรือหากใครไม่อยากตกเป็นเหยื่อของกลโกง ก็อย่าลืมโหลดแอป ‘Wikibit’ ติดมือถือไว้แล้วใช้มันตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อนลงทุน ไม่ว่าจะเป็น ‘เว็บเทรดคริปโต’ ‘เหรียญ’ และโครงการ ‘DeFi’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตขอข่าวสาร สาระความรู้ กลโกงต่างๆ เกี่ยวกับคริปโต ให้คนได้เสพอีกด้วย  คุณเองก็สามารถติดตามข่าวสารดีๆ ในวงการคริปโตได้ เพียงแค่กดติดตามเพจ ‘Wikibit’ แล้วโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ เป็น ‘เว็บเทรดคริปโต’ ‘เหรียญ’ และโครงการ ‘DeFi’ ไว้ให้อีกด้วย เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-07-30การวิเคราะห์เชิงลึก

3 เหตุผล ที่ทำไมนักเทรดคริปโต ถึงต้องเริ่มใช้แอป ‘Wikibit’ ได้แล้ว

ดูเหมือนหลายๆ คนกำลังสงสัยว่า ทำไม? เทรดเดอร์คริปโตในประเทศไทย ถึงนิยมใช้ ‘Wikibit’ กันในช่วงนี้ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน และเฟซบุ๊กแฟนเพจ มันดีอย่างไร? บทความนี้เรามีเหตุผลดีๆ 3 ข้อมาบอก!!  1. หมดห่วงเรื่องกลโกง    คุณจะหมดห่วงในเรื่องของกลโกงไปได้เลย เพราะ ‘Wikibit’ สามารถใช้ตรวจสอบข้อมูลของ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญ’ หรือโครงการ ‘DeFi’ ได้ โดยมันได้รวบรวมข้อมูลต่างๆ และมีคะแนนความน่าเชื่อถือไว้ให้คุณอีกด้วย หากตัวไหนมีประวัติไม่ดี หรือมีการร้องเรียนเยอะ ทาง ‘Wikibit’ จะมีบทลงโทษคือการหักคะแนนความน่าเชื่อถือออก ไปจนถึงการกาตัวแดงเตือนความเสี่ยงให้นักลงทุนรู้กันไปเลยว่าโกง! เลี่ยงได้เลี่ยง! ทั้งนี้ตัวแอปยังได้มีการอัปเดตข่าวสาร สาระความรู้ กลโกงต่างๆ เพื่อเสริมเกาะความรู้เท่าทันให้กับคุณในการลงทุน  เพราะช่วงที่ตลาดคริปโตกำลังเข้าสู่ขาขึ้น แต่เศรษฐกิจในประเทศกำลังตกต่ำแบบนี้ ไม่แปลกที่กลโกง หรือ แฮกเกอร์ต่างๆ จะออกระบาดหลอกคนไปทั่ว จนมีข่าวฉาวออกมามากมาย ยกตัวอย่างเช่น เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมานั้น ได้มีการจับกุมกลุ่ม ‘Hybrid Scam’ ที่เป็นชาวต่างชาติ และคนไทย หลังจากเข้ามาหลอกให้คนเข้าไปลงทุนในแอปเทรดคริปโตเถื่อน ผ่านแอปหาคู่ ก่อนชิ่งเงินหนีไป สร้างความเสียหายกว่า 100 ล้านบาท เป็นต้น   2. เช็คข้อมูล ดูราคา เสพข่าวสาร ได้ในที่เดียว    ในช่วงตลาดขาขึ้นแบบนี้นักลงทุนหลายๆ คน คงกำลังมองหาเหรียญใหม่ๆ ที่มีความน่าสนใจ เหมาะแก่การลงทุนเพิ่ม แต่จะมามัวนั่งหาข้อมูลอีกเว็บหนึ่ง ไปดูกราฟราคาอีกเว็บหนึ่ง เสพข่าวสารของเหรียญนั้นอีกเว็บหนึ่งคงลำบากแย่ ในจุดนี้ ‘Wikibit’ เคลียร์ได้สบายมาก เพียงแค่คุณนำชื่อเหรียญที่คุณสนใจมาค้นหาเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น ข้อมูลต่างๆ ‘Whitepaper’ คะแนนความน่าเชื่อถือ กราฟราคา และข่าวสารของเหรียญนั้นๆ ก็จะปรากฏขึ้นให้ทันที สะดวกสบายรวดเร็วขนาดนี้ ไม่มีทางพลาดโอกาสในการทำกำไรแน่นอน  3. การตรวจสอบธุรกรรม    การตรวจสอบธุรกรรม หรือ ‘Wikibit Blockchain’ นั้น เป็นฟีเจอร์ใหม่บนเว็บไซต์ ‘Wikibit’ ที่คุณไม่ควรพลาด ยิ่งในช่วงนี้มักมีข่าวออกมาว่า วาฬหรือนักลงทุนรายใหญ่มีการโอนเงินไปนู่นไปนี่ คุณรู้ไหมข่าวพวกนี้ส่งผลต่อราคาในตลาดมากๆ หากคุณมัวแต่รอข่าวสารออกมา เพราะไม่มีแหล่งข้อมูลในการตรวจสอบธุรกรรมบอกได้เลยว่าช้า ไม่ทันกิน!! กว่าจะรู้ราคาก็ขึ้นจนตกรถไปแล้ว หรือไม่ก็ขาดทุน ยับเพราะโดนเทขายไปแล้วแต่ข่าวเพิ่งออก ดังนั้นฟีเจอร์นี้ตอบโจทย์มาก ไม่ว่าจะธุรกรรมเล็ก หรือใหญ่ คุณสามารถตรวจสอบมัน และวิเคราะห์แนวโน้มของราคา เพื่อวางแผนในการลงทุนได้ก่อนใคร (แอบกระซิบนักลงทุนหลายๆคน ที่ประสบความสำเร็จเขาก็ใช้วิธีตรวจสอบธุรกรรม เพื่อวางแผนในการลงทุนนะขอบอก)  พอไหมเอ่ย? 3 เหตุผลปังๆ แบบนี้ พอจะตอบคำถามในใจของนักเทรดคริปหลายๆ คนในช่วงนี้ได้หรือเปล่า? หากรู้แล้วว่ามันดีขนาดนี้ ก็อย่าลืมนึกถึง ‘Wikibit’ ก่อนตัดสินใจลงทุน!!  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-07-30การวิเคราะห์เชิงลึก

เช็คให้ดี!! พฤติกรรมสุดแย่ “ที่ทำให้เทรดคริปโตเท่าไหร่ กำไรก็ไม่มาสักที!!”

ในกลุ่มนักเทรดคริปโตมักมีเทรดเดอร์หลายๆ คน เข้ามาบ่นว่าตัวเองนั้น เทรดคริปโตมาตั้งหลายๆ เดือน แล้วแต่ก็ไม่ได้กำไรสะที แล้วก็โทษนั่น โทษนี่ไปเรื่อย ดังนั้นบทความนี้ ‘Wikibit’ จะชวนทุกคนมาเช็คตัวเองว่ามีพฤติกรรมตาม 5 นี้หรือไม่? หากคุณมีแล้วอยากทำกำไรในตลาดคริปโตได้รีบแก้ด่วน   1. วางแผน 10 ทำตาม 0    พฤติกรรมนี้คือการวางแผนไว้อย่างดิบดีแต่ก็ไม่ทำตามไว้ ซึ่งใครๆ ก็ต่างเข้าใจว่าการเทรดอย่างมีวินัยนั้นเป็นเรื่องที่ยาก เพราะโดนความโลภ ความกลัวครอบงำ จนไม่ทำตามสิ่งที่ตนวางไว้ สุดท้ายทุนหาย กำไรนี้ มีแต่คำว่า “รู้งี้ทำตามแผนดีกว่า” นั่นเอง ดังนั้นพยายามสักนิด อดทนต่อสิ่งเร้าให้ เดี้ยวกำไรก็มาเอง  2. เปลี่ยนกลยุทธ์ไปๆมาๆ เพื่อหาความเพอร์เฟค    กลยุทธ์เปรียบเสมือนนิสัยคน มีข้อดีและมีข้อเสียแน่นอนว่าเราต้องหาคนที่เข้ากับเราที่สุด หรือหากลยุทธ์ที่ถูกจริตกับตัวเรา แต่ถ้าเราพยายามจะหาคนที่เพอร์เฟค หาเท่าไหร่ก็คงไม่เจอ เพราะในโลกของคริปโตนั้น ราคาผันผวนหนักมาก กลยุทธ์ดีแค่ไหน ก็ต้องมีช่วงที่ขาดทุน ดังนั้นอย่าเปลี่ยนไป เปลี่ยนมา แต่หันมาดูช่วงสภาพของตลาดดีกว่าว่าเหมาะจะใช้กลยุทธ์แบบไหน ในสถานการณ์แบบนี้   3. Overtrade ไม่คุมความเสี่ยง    จริงอยู่ถ้าคุณ Overtrade ได้ถูกทางกำไรมันจะหนัก แล้วถ้าเกิดผิดทางขึ้นมาละ “ก็หมดตัวไปเลยสิคะ” ในจุดนี้มันอาจกลายเป็นปมทางความคิดของคุณเลยก็ได้ ยิ่งคุณเสียมากมันก็อยากจะเอาคืน ยิ่งยากเท่าไหร่คุณก็จะยิ่งท้อ ดังนั้นคุมความเสี่ยงให้ดี ประเมิณผลลัพธ์ของการลงทุนไว้ทั้งบวก และลบ เพื่อวางแผนสำรองไว้ หรือถ้าจะให้ดีเทรดแบบธรรมดา ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปจะดีกว่า อย่างโอเวอร์!!    4. ไม่มีความสม่ำเสมอ    การเทรดคริปโตให้ได้กำไรเยอะๆ นั้นมันไม่ได้ขึ้นแค่ วันเดียว สัปดาห์เดียว หรือเดือนเดียว ดังนั้นคุณต้องมีความสม่ำเสมอ หมั่นเข้ามาตรวจดู และทำตามแผนที่คุณวางไว้ให้ได้อย่างสม่ำเสมอ เพราะตลาดคริปโตในแต่ละวันนั้นไม่เหมือนกัน จะได้ไม่พลาดโอกาสดีๆ ในการทำกำไร อย่าทิ้งๆ ขว้างๆ ไม่อย่างนั้นคุณอาจจะขาดทุนได้   5. หวังกำไร แต่ไม่หมั่นศึกษา หรือตรวจสอบข้อมูล    ข้อนี้พบบ่อยมากในนักเทรดคริปโตรุ่นใหม่ เพราะหวังแต่ผลกำไร เห็นช่องทางไหนได้กำไรเยอะ ก็ตามน้ำไปเรื่อย โดยไม่ศึกษาข้อมูล หรือตรวจสอบให้ ผลสุดท้ายก็หมดตัว เพราะถูกโกง หรือในอีกกรณีหนึ่งที่ลงทุนไป ทำทุกอย่างตามคำแนะนำแล้วก็ไม่ได้กำไร เพราะคุณเลือกไปลงทุนกับเหรียญที่ไม่สามารถให้ผลตอบแทนกับคุณได้ เพราะไม่ได้ศึกษา หรืออ่าน ‘Whitepaper’ ของเหรียญให้ดีนั่นเอง  ดังนั้นคุณควรโหลดแอป ‘Wikibit’ ติดมือถือไว้ เพื่อใช้มันในการตรวจสอบ และศึกษาข้อมูลก่อนลงทุนให้ดี เพราะแอปนี้สามารถใช้ตรวจสอบได้ แถมยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสารดีๆ สาระความรู้ กลโกงต่างๆ ไว้ให้คุณเสพได้อย่างถึงใจอีกด้วย  หากใครที่เข้ามาอ่านๆ หรือเช็คตัวเองแล้วพบว่ามีพฤติกรรมตาม หรือ 1 ใน 5 ข้อนี้ รีบปรับปรุงตัวเองด่วน เพราะไม่อย่างนั้นกำไรที่คุณใฝ่ฝันอาจจะเป็นได้แค่ฝัน หรือไม่คุณอาจจะเสียเงินในการลงทุนไปอย่างไม่รู้ตัว!!    คุณเองก็สามารถติดตามข่าวสารดีๆ ในวงการคริปโตได้ เพียงแค่กดติดตามเพจ ‘Wikibit.TH’ แล้วโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ไว้ให้อีกด้วย เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  

2021-07-30การวิเคราะห์เชิงลึก

ระวัง!! 3 กลโกงสุดฮิต ที่เทรดเดอร์คริปโตไทย เสี่ยงพบบ่อยที่สุด

ดูเหมือนช่วงนี้กลิ่นเงินในตลาดคริปโตมันจะหอมหวานเป็นพิเศษ สำหรับนักต้มตุ๋น หรือแฮกเกอร์ทั้งหลาย เพราะกำลังเข้าสู่ช่วงขาขึ้น จึงไม่แปลกที่กลโกงจะเริ่มระบาดอย่างหนักอีกครั้ง ดังนั้น ‘Wikibit’ จะมาเปิด 3 กลโกงสุดฮิต ที่นักลงทุนไทยเสี่ยงพบบ่อยที่ได้สุด!!   1. DeFi Rug Pull    ‘Rug Pull’ คือ การหลอกให้มาลงทุนแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสกุลเงิน จากนั้นพวกมันจะโอนเงินออกไปทั้งหมดแล้วชิ่งหนีหายไป ซึ่งมักจะเกิดขึ้นบ่อยมากในระบบ ‘DeFi’ เพราะเป็นที่รู้กันดีว่ามันคือ ระบบการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง ความปลอดภัยต่ำ ยังไม่มีกฎหมายควบคุมอย่างแน่ชัด แต่ได้ค่าตอบแทนก็สูงกว่าการเทรดแบบทั่วไป ซึ่งหากเกิดขึ้นในระบบ ‘DeFi’ จะเป็นไปได้น้อยน้อยมากว่าเราจะทราบถึงตัวการ เพราะมันไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าเงินทั้งหมดนั้น หนีเราไปอยู่ในกระเป๋าเงินของใครนั่นเอง    วิธีการสังเกต/ป้องกัน : ลองสังเกตดูว่าราคาของเหรียญนั้นพุ่งขึ้นเร็วเกินไปภายในเวลาอันสั้นหรือไม่ เพราะแฮกเกอร์อาจใช้วิธีนี้ เพื่อสร้างปรากฏการณ์ FOMO (กลัวที่จะพลาดโอกาสในการทำกำไร) จนคนต้องรีบลงทุนกับเหรียญดังกล่าว หรือไม่ก็โหลดแอป ‘Wikibit’ ติดมือไว้ เพราะแอปนี้สามารถใช้ตรวจสอบข้อมูลของโครงการ ‘DeFi’ ได้ เพื่อความสบายใจในการลงทุน   2. Romance Scam    ‘Romance Scam’ สำหรับคริปโตในประเทศไทยเป็นข่าวบ่อยมาก เพราะมันจะแฝงมากับโซเชียลมีเดีย หรือแอปหาคู่ต่างๆ ซึ่งพวกมันมักจะใช้โปรไฟล์เป็นชาวต่างชาติหน้าตาดี เข้ามาแอดเพื่อน เพื่อพูดคุยสร้างความสัมพันธ์ในเชิงชู้สาว ก่อนชักชวนให้ไปลงทุนในแอปเทรดคริปโตเถื่อน ด้วยการส่งลิงค์มาให้คลิก หรือกรอกข้อมูลในการลงทะเบียน โดยในช่วงแรกๆ ก็ได้กำไรดี ถอนเงินได้ตามปกติ แต่หลังๆนี่สิ กำไรก็ไม่ได้ ถอนเงินออกก็ไม่ได้ ซึ่งพวกมันมักจะพูดอ้างนั่นอ้างนี้ สุดท้ายหายตัวไปไร้การตอบกับ บอกเลยว่าคนขี้เหงาอย่างชาวไทยนั้นตกเป็นเหยื่อเยอะมาก  วิธีการสังเกต/ป้องกัน : อย่ารับแอดเพื่อนใครมั่วๆ ควรตรวจสอบโปรไฟล์ให้ดีก่อนว่าเป็นรูปจริงไหม? หรือไม่คุณควรชักชวนให้เขาวิดีโอคอลกับคุณ เพื่อเป็นการยืนยันตัวตน หากพวกมันไม่ยอมหรือพูดบ่ายเบี่ยง นั่นแหละ ‘Scam’ ชัวร์!! แต่ถ้าคนหลงรักเขาไปแล้วเลยเลือกที่จะเชื่อใจ งั้นลองนำชื่อของแอปเทรดคริปโตที่อีกฝ่ายชักชวนคุณ มาค้นหาในแอป ‘Wikibit’ ดูสิ เพราะมันสามารถตรวจสอบได้ ไม่ว่าจะเป็นคะแนนความน่าเชื่อถือ และข้อมูลต่างๆ คราวนี้แหละจะได้รู้กันไปเลยว่า ‘หลงรักหรือหลอกลวง’   3. Fake ICOs    ‘Fake ICOs’ คือ การระดมทุนอย่างหนึ่ง มักใช้กับบริษัทขนาดเล็กหรือสตาร์ทอัพ วิธีการก็คือองค์กรมีแผนพัฒนาหรือสร้างแอปพลิเคชันขึ้นมาสักอย่างหนึ่ง โดยออกเหรียญขายให้กับคนที่สนใจและเห็นว่าโปรเจกต์นั้นจะประสบความสำเร็จ ผ่านการโฆษณาเชิญชวนต่างๆ ซึ่งหากนักลงทุนสนใจก็ซื้อเหรียญ ICOs ด้วยการจ่ายเป็นเหรียญคริปโตนั่นเอง   ทั้งนี้ข้อดีของ ‘ICOs’ คือขั้นตอนไม่ซับซ้อน และระดมทุนจากนักลงทุนได้ทุกพื้นที่ทั่วโลกที่ระบบอินเทอร์เน็ตเข้าถึง ซึ่งแน่นอนว่านี่เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่แฮกเกอร์ส่วนใหญ่เลือกทำ ซึ่งมีหลายรูปแบบ ได้แก่ หลอกเอาเงินมาแล้วหายไปเลย หลอกล่อนักลงทุนว่าหากร่วมลงทุนด้วยจะได้รับผลตอบแทนที่ดี ก๊อปปี้ ‘Whitepaper’ ของโครงการอื่นมาอ้างเป็นของตัวเอง สร้างเว็บไซต์ปลอม โดยทำทีว่าจะพัฒนาโปรเจกต์บางอย่าง เพื่อหลอกล่อให้คนมาร่วมทุน เป็นต้น  วิธีการสังเกต/ป้องกัน : ให้ดูข้อความจำพวกได้ผลตอบแทนดีหลายๆ ไม่เสียมูลค่า / ไม่มีตัวอย่างLinK หรือ Code ที่ทำให้เห็นผลงานที่จะพัฒนา / ให้นักลงทุนโอนเหรียญเข้า wallet ส่วนตัวแทนที่จะโอนเข้าระบบ / ค้นหาชื่อผู้เสนอโปรเจกต์ แล้วพบว่าไม่ได้มีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับสายงานดังกล่าว หรือโหลดแอป ‘Wikibit’ ไว้ เพื่อใช้ตรวจสอบแบบง่ายๆ เพียงแค่นำชื่อแอปเทรดคริปโต หรือเหรียญ มาค้นหา ก็จะพบข้อมูลที่ทางทีมงานกรองมาให้แล้วว่ามีความถูกต้อง หากค้นหาแล้วไม่พบ หรือพบแล้วแต่ได้คะแนนน้อย ข้อมูลไม่ครบ แสดงความมีความน่าเชื่อถือต่ำ เลี่ยงได้เลี่ยงนะขอบอก  นี่เป็นเพียงกลโกงยอดฮิตที่ทาง ‘Wikibit’ หยิบยกขึ้นมาพูดถึง เพื่อเป็นชุดข้อมูลดีๆ ให้นักลงทุนได้ศึกษา เพราะช่วงหลังมานี้มีคนเข้ามาร้องเรียน และมีข่าวเกี่ยวกับกลโกง 3 ตัวนี้บ่อยมาก อย่างไรถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้ก็คงจะรู้แล้วว่าควรโหลดแอป ‘Wikibit’ ติดมือถือไว้ เพราะมันช่วยคุณได้อย่างแน่นอน คอนเฟิร์ม!!    แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  

2021-07-30การวิเคราะห์เชิงลึก

กราฟ Bitcoin เผยสัญญาณบ่งชี้ว่าช่วงขาขึ้นเพิ่งจะเริ่มต้น / Siamblockchain

หนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่มีอิทธิพลต่อช่วงขาขึ้นของ Bitcoin เมื่อเร็ว ๆ นี้ล่าสุดก็คือการได้รับเป็นสถานะทองคำแบบดิจิทัลและเงินทุนที่ไหลจากโลหะมีค่าไปสู่ crypto อย่างไรก็ตาม เมื่อมองย้อนกลับไปที่กราฟเปรียบเทียบระหว่าง Bitcoin และทองคำ ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา   การปรับฐานครั้งล่าสุดของตลาด crypto ล่าสุดทำให้ดูเหมือนว่าช่วงขาขึ้นของจริงของ Bitcoin นั้นยังไม่ได้เกิดขึ้น Bitcoin เอาชนะทองคำด้วยมาตรฐานของตัวเองได้อย่างไร งานวิจัยในช่วงแรก ๆ ของ Satoshi Nakamoto เผยให้เห็นถึงความตั้งใจของเขาในการนำเอาองค์ประกอบต่าง ๆ ของทองคำมาประยุกต์ใหม่ให้ดีกว่าและเขาบรรลุสิ่งนั้นได้ด้วย Bitcoin ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่หายากมากกว่าของมาตรฐานทองคำที่มีมานานนับร้อยปี เหรียญคริปโตตัวแรกของโลกมีกลไกที่สร้างขึ้นในโปรโตคอล และจะมีการปรับอุปทานใหม่ลงครึ่งหนึ่งในทุก ๆ สี่ปีหรืออาจมากกว่านั้น   สิ่งนี้มักจะเกิดขึ้นเมื่อความต้องการเริ่มสูงขึ้น และสร้างสภาพแวดล้อมสำหรับการเคลื่อนไหวของราคาแบบพาราโบลา ในทางกลับกันทางด้านทองคำนั้น นักขุดจะทำการผลิตมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อมีความต้องการสูงทำให้ราคากลับเข้าสู่สมดุล ซึ่งนี่จุดเองที่ทำให้มันแตกต่างไปจาก Bitcoin Bitcoin ไม่มีการปลอมแปลง ไม่มีต้นทุนค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษา และไม่มีตัวตนในเชิงกายภาพ ดังนั้นการโอนย้ายจึงทำได้ง่ายกว่าและสิ่งที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดเลยก็คือ กราฟราคาของ Bitcoin ที่เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น   กราฟ XAUBTC บ่งชี้ว่าช่วงขาขึ้นของ Bitcoin เพิ่งเริ่มต้น กราฟราคา Bitcoin นั้นดูแข็งแกร่งเมื่อเปรียบเทียบกับเงินดอลลาร์ แต่สิ่งต่าง ๆ จะเริ่มดูชัดเจนมากขึ้นเมื่อคุณนำกราฟ Bitcoin มาเปรียบเทียบกับทองคำ จากภาพด้านบน เราจะเห็นได้ว่ากราฟ XAUBTC นั้นมีลักษณะคล้ายกับเงินดอลลาร์แบบกลับหัว และข้อแตกต่างที่สำคัญก็คือ มันกำลังจะทำจุดต่ำใหม่เรื่อย ๆ หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็ราคา Bitcoin กำลังค่อย ๆ เพิ่มสูงขึ้นแซงหน้าทองคำ ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ดูเหมือนว่าช่วงขาขึ้นของ Bitcoin เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น การเคลื่อนไหวของราคายังคงดำเนินต่อไปตามเส้นโค้งพาราโบลาแบบผกผัน โดยการเคลื่อนไหวของราคาดิ่งหัวลงด้านล่าง และบ่งชี้ว่าสินทรัพย์ทั้งสองกำลังมีความสัมพันธ์ที่แยกตัวออกจากกันในอนาคต   แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-07-30การวิเคราะห์เชิงลึก

​5 แอปเทรดคริปโตที่ห้ามใช้ จาก ‘Wikibit’ “มันเสี่ยงเด้อพี่น้อง”

" />   ฮัลโหล!! พี่น้องนักลงทุนทั้งหลาย ทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่าอย่าพลาด!! เพราะบทความนี้ทาง ‘Wikibit’ ขอออกโรงเตือน 5 แอปเทรดคริปโตสุดห่วยที่ห้ามใช้เด็ดขาด!! ซึ่งใครที่กำลังสนใจ หรือใช้งานมันอยู่ บอกได้เลยว่า “มันเสี่ยงเด้อพี่น้อง”   1. BMEX (โบรเกอร์ต้มตุ๋น)    ตัวแรกมีชื่อ ‘BMEX’ จากหมู่เกาะเวอร์จิ้น ซึ่งข้อมูลจากแอป ‘Wikibit’ ระบุไว้ว่า ในเป็นแอปเทรดคริปโตเกรด C ที่มีคะแนนอยู่ที่ 2.65/10 คะแนน ไม่พบข้อมูลมูลค่าตลาด และได้รับใบอนุญาตจาก FINTRAC จากแคนาดา และ FinCEN จากสหรัฐอเมริกา  แต่ที่แอป ‘Wikibit’ ต้องมาออกโรงเตือนว่าห้ามใช้เจ้าแอปเทรดคริปโตตัวนี้ก็เพราะว่ามันถูกคนร้องเรียนถึง 2 ครั้ง เกี่ยวกับการไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ และเป็นแพลตฟอร์มที่เป็นแชร์ลูกโซ่นั่นเอง ซึ่งหลังจากที่แอบได้ตรวจสอบข้อมูลแล้ว จึงขอกาตัวแดงเพื่อเตือนนักลงทุนว่า “BMEX เป็นโบรกเกอร์ต้มตุ๋น” อยู่ให้ห่างๆ มันไว้   2. NUO (ยังไม่มีการกำกับดูแล)    ‘NUO’ จากสิงคโปร์ เป็นแอปเทรดคริปโตเกรด C ที่ได้คะแนนจากแอป ‘Wikibit’ อยู่ที่เพียง 2.76/10 คะแนนเท่านั้น ไม่พบข้อมูลมูลค่าตลาด และที่สำคัญไม่มีใบอนุญาตสักกะใบเลยอีกด้วย ดังนั้นแอป ‘Wikibit’ จึงต้องออกโรงเตือนนักลงทุน ถึงความเสี่ยงในการเลือกลงทุน เพราะนอกจากจะไม่ใบอนุญาตแล้ว คะแนนของมันยังอยู่ในระดับต่ำ โปรดใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ และระวังความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น   3. Mt.GOX (หลบหนีเรียบร้อยแล้ว)    ‘Mt.GOX’ จากประเทศญี่ปุ่น เป็นแอปเทรดคริปโตเรกด A ที่ได้คะแนนจากแอป ‘Wikibit’ อยู่ที่ 3.19/10 คะแนน ไม่พบข้อมูลมูลค่าตลาด และไร้การกำกับดูแลจากหน่วยงาน หรือไม่มีใบอนุญาต จนแอปต้องออกมาเตือนความเสี่ยงให้หลีกเลี่ยงการใช้งานจากมัน ทั้งนี้จากการตรวจสอบนั้นพบว่าแอปเทรดดังกล่าวได้กระทำความผิด และได้หลบหนีไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว   4. SMART POOL (ยังไม่ได้รับการกำกับดูแล)    มากันที่ ‘SMART POOL’ จากประเทศจีน โดยเจ้านี้เป็นแอปเทรดคริปโตเกรด E ที่ได้คะแนนจากแอป ‘Wikibit’ อยู่ที่ 2.27/10 คะแนน ไม่พบข้อมูลมูลค่าตลาด และไร้การกำกับดูแลจากหน่วยงาน หรือไม่มีใบอนุญาต จึงโดนแอปเตือนว่าเป็นแอปเทรดคริปโตที่ห้ามใช้ เลี่ยงได้เลี่ยงเด้อพี่น้อง   5. Mfc.CLUB (โบรกเกอร์ต้มตุ๋น)    และสุดท้าย ‘Mfc.CLUB’ จากประเทศมาเลเซีย เป็นแอปเทรดคริปโตเกรด B ที่ได้คะแนนจากแอป ‘Wikibit’ อยู่ที่เพียง 2.91/10 คะแนนเท่านั้น ไม่พบข้อมูลมูลค่าตลาด แถมยังไม่มีการกำกับดูแลจากหน่วยงาน หรือไม่มีใบอนุญาตอีกด้วย  และที่สำคัญมันถูกแอป ‘Wikibit’ เตือนว่าเป็นโบรกเกอร์ต้มตุ๋น เนื่องจากมันเป็นแพลตฟอร์มแชร์ลูกโซ่ ที่มีการฉ้อโกงกันเกิดขึ้น และมีการร้องเรียนอยู่ 1 การร้องเรียน เกี่ยวกับการฉ้อโกงดังกล่าว ดังนั้นหากใครคิดที่จะลงทุนคริปโตกับแอปเทรดเจ้านี้ คิดใหม่อีกทีตอนนี้ยังนะ!! และคุณต้องตรวจสอบแอปเทรดคริปโตหรือ Defi ,เหรียญ ก่อนที่จะลงทุนผ่านแอป WikiBit ด้วย เพราะ WikiBit นั้นได้ช่วยตรวจสอบมาเบื้องต้นแล้ว!  อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงข้อมูลส่วนหนึ่งจากทางแอป ‘Wikibit’ เท่านั้น เพราะยังมีแอปเทรดอื่นๆ อีกมากมายที่คุณควรระวัง ถ้าไม่อยากถูกโกงจนกลายเป็นฝันร้าย หากใครสนใจอยากเข้าไปตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมของ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญ’ และ โปรเจกต์ ‘DeFi’ คุณสามารถเข้ามาตรวจสอบได้ที่แอป ‘Wikibit’ โหลดมันติดมือถือไว้ รับรองลงทุนอย่างสบายใจแน่นอน!!    แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  

2021-07-29การวิเคราะห์เชิงลึก

เปิดบ้าน ‘KKEX’ เว็บเทรดคริปโต ที่มีความผิดปกติสูงมาก!

บทความนี้ ‘Wikibit’ จะมาพาทุกคนไปเที่ยว ไปทัวร์ ไปสำรวจสำนักงานของ ‘Exchange’ หรือ ‘เว็บเทรดคริปโต’ กันอีกแล้ว โดยเป็นคิวของ ‘KKEX’ เว็บเทรดต่างชาติเจ้าหนึ่ง ที่เข้ามาเปิดสำนักงานในไทย พร้อมให้บริการนักลงทุนไทย ซึ่งหลังจากการสำรวจ ‘Wikibit’ ต้องขอบอกเลยว่าแปลกมาก และมีความเสี่ยงสูงหากคุณคิดจะลงทุน!!  จุดหมายปลายทางในการสำรวจครั้งนี้ก็คือ ‘บ้านปลายหาด’ 323/338 หมู่ 5 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150 หรือพัทยาซิตี้นั่นเอง ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานเพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจของเว็บเทรด อย่าง ‘KKEX’   เมื่อทางทีมสำรวจของ ‘Wikibit’ เดินทางไปถึงก็พบกับสถานที่ดังกล่าวตามที่ทาง ‘KKEX’ ได้กำหนดข้อมูลมาให้ จึงแสดงให้เห็นว่ามีสถานที่ดังกล่าวตั้งอยู่จริง ซึ่งความแปลกของมันก็คือสถานที่แห่งนี้ไม่ใช้ตึกสูง ที่มีลักษณะเหมาะแก่การใช้เป็นที่ตั้งสำนักงาน แต่กลับกลายเป็นคอนโดมิเนียมที่มีความแอบหรู ส่งผลให้ไม่สามารถเข้าไปสำรวจสำนักงานดังกล่าวได้ เนื่องจากมีระบบรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา   ทั้งนี้ด้วยข้อจำกัดดังกล่าว ประกอบกับความไม่แน่ชัดในการจัดตั้ง เพราะไม่มีสิ่งใดสามารถระบุได้ว่า ‘KKEX’ มีสำนักงานอยู่ที่นี่จริง จึงไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีบริษัทนี้ตั้งอยู่ที่นี่จริงหรือไม่นั่นเอง   ต่อมาเรามาดูรีวิวของ ‘KKEX’ จากแอป ‘Wikibit’ กันดีกว่า ว่าดีหรือไม่? โดย ‘KKEX’ เป็นเว็บเทรดคริปโตเกรด C ได้คะแนนจากแอปอยู่ที่ 2.26/10 คะแนน ไม่พบข้อมูลมูลค่าในตลาด และที่สำคัญเว็บเทรดเจ้านี้ยังเข้ามาเปิดให้บริการกับนักลงทุนชาวไทย ในประเทศไทย แต่กลับไม่มีข้อมูลกำกับการดูแล หรือไม่มีใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. อีกด้วย จึงถือว่าเป็นเว็บเทรดที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ และมีความเสี่ยงสูงมากต่อการถูกโกง ดังนั้นนักลงทุนคนไหนที่กำลังสนใจ บอกได้เลยว่าเลี่ยงได้เลี่ยง และนักลงทุนคนไหนที่หลวมตัวเข้าไปใช้งานแล้วละก็ หากรีบถอนเงินหนีตอนนี้ยังทัน!!  อย่างไรก็ตามเป็นที่รู้กันดีว่าเป้าหมายของการสำรวจในแต่ละครั้งนั้น ‘Wikibit’ ทำเพื่อเป็นการยืนยันการมีตัวตนของบริษัทนั้น และเยี่ยมชมว่ามีความถูกต้องตามข้อมูลที่ให้มาหรือไม่ ซึ่งมันมีผลต่อความน่าเชื่อถือในการตัดสินใจเลือกลงทุน ดังนั้นก่อนตัดสินใจลงทุนในเว็บเทรดคริปโตต่างๆ อย่าลืมตรวจสอบข้อมูล และอ่านการสำรวจเยี่ยมชมบริษัท กับทาง ‘Wikibit’ ให้ดี จะได้ไม่เสียท่า ถูกโกงในอนาคต!!  คุณเองก็สามารถติดตามข่าวสารดีๆ ในวงการคริปโตได้ เพียงแค่กดติดตามเพจ ‘Wikibit.TH’ แล้วโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ไว้ให้อีกด้วย เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  

2021-07-29การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
120122
...
142