Elon Musk อาจกำลังเปิดรับชำระเงินด้วย Bitcoin อีกครั้ง หลังพลังงานหมุนเวียนเริ่มเข้าใกล้เกณฑ์

ตามคำแถลงการณ์ล่าสุดของ CEO Tesla (NASDAQ:TSLA) นาย Elon musk เขาได้บอกใบ้เป็นนัย ๆ แล้วว่า การใช้พลังงานหมุนเวียนในการขุด Bitcoin อาจถึงเกณฑ์ 50% มากกว่านั้น Musk เชื่อว่าอุตสาหกรรม Crypto กำลังเข้าใกล้อนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่อย่างไรก็ตาม เขากล่าวยืนยันว่า Tesla จะยังไม่ยอมรับ Bitcoin เป็นวิธีการชำระเงิน ก่อนหน้านี้ในงานประชุม BTC เสมือนจริง Musk เข้าร่วมงาน “the ₿ Word” พร้อมกับนาย Jack Dorsey, CEO ของ Twitter, นาง Cathie Wood จาก Ark Invests และ Steve Lee จาก Square Crypto   ตามที่ Musk กล่าว เขาบอกใบ้เป็นนัย ๆ ว่า Tesla อาจพิจารณากลับมาเปิดรับ Crypto เป็นวิธีการชำระเงินอีกครั้ง แต่เขาจะดำเนินการตรวจสอบสถานะให้ถี่ถ้วนก่อนที่จะตัดสินใจ Elon Musks เริ่มเห็นอนาคต Crypto ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น Musk กล่าวว่า Bitcoin ดูเหมือนว่าจะเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานหมุนเวียนมากขึ้น อย่างไรก็ตาม เขาตั้งข้อสังเกตว่า ความรวดเร็วที่ภาคส่วนนี้กำลังเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียนยังคงเป็นเรื่องที่น่าสงสัย ตามที่ Musk กล่าว มันไม่ง่ายเลยที่จะเพิ่มพลังงานหมุนเวียนให้กับเครือข่าย Bitcoin ภายในระยะเวลาอันสั้น   ดังนั้นพวกเขาจึงต้องตรวจสอบการใช้พลังงานของ Bitcoin อย่างระเอียด Musk ตั้งข้อสังเกตว่า การที่ Bitcoin เริ่มเปลี่ยนไปเป็นพลังงานหมุนเวียนมากขึ้น สิ่งที่จะส่งผลดีตามมาก็คือ โรงไฟฟ้าถ่านหินหลายแห่งในประเทศจีนและประเทศอื่น ๆ จะพากันปิดตัวลง แต่ทว่าเขาก็ยังคงยืนกรานที่จะประเมินแนวโน้มนี้เพื่อให้มั่นใจก่อนว่า การขุด Bitcoin ได้หันมาใช้พลังงานหมุนถึงเกณฑ์ 50% หรืออาจมากกว่านั้น และหากยืนยันแล้วว่าเป็นเรื่องจริง Tesla ก็อาจกลับมาเปิดรับชำระเงินด้วย

2021-08-05การวิเคราะห์เชิงลึก

ทริคดีๆ!! 6 วิธีการเลือกแพลตฟอร์ม ‘DeFi’ เลือกอย่างไรไม่ให้ถูกโกง?

คริปโต ‘สายฟาร์ม’ ช่วงนี้คงกำลังหวั่นใจ เพราะมีข่าวฉาวเกี่ยวกับกลโกงในวงการ ‘DeFi’ ออกมามาก ส่งผลให้เกิดความกังวลว่าควรลงทุนในแพลตฟอร์มไหนถึงจะปลอดภัย ดังนั้นบทความนี้ทาง ‘Wikibit’ จะมาชี้ทางออกในการเลือกแพลตฟอร์ม ‘DeFi’ สำหรับสายฟาร์ม ก่อนเลือกลงทุนมาฝาก   1. ให้ดูที่ TVL หรือจำนวนฝากในระบบ    การเลือกแพลตฟอร์ม ‘DeFi’ ทุกครั้ง ควรดูที่ TVL (Total Value Locked) หรือจำนวนเงินที่ฝากในระบบ ซึ่งควรมีไม่ต่ำกว่า 100 - 1,000 ล้านดอลลาร์ขึ้นไป เพราะเงินยิ่งมากยิ่งหมายความว่ามีผู้ลงทุนมากที่จะเข้ามาช่วยกันตรวจสอบแพลตฟอร์มนี้ แถมยังสะท้อนถึงความน่าเชื่อถือให้กับแพลตฟอร์มนั้นๆ เพราะชี้ให้เห็นว่าคนมั่นใจจึงกล้านำเงินมาฝากอีกด้วย   2. ทีมพัฒนาต้องปัง    ก่อนจะลงทุนในแพลตฟอร์มนั้น ควรเข้าไปศึกษา และดูทีมพัฒนาแพลตฟอร์มให้ดี ว่ามีความปังแค่ไหน มีชื่อเสียงและมีความน่าเชื่อถือมากพอหรือเปล่า ซึ่งในโลกของ ‘DeFi’ นั้น ส่วนใหญ่มักจะไม่เปิดเผยตัวตน และมักจะอ้างเหตุผลว่า “ขนาดผู้ที่สร้าง ‘Bitcoin’ ขึ้นมายังไม่เคยเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงเลย” ดังนั้นหากเจอแพลตฟอร์มที่กล่าวแบบนี้ ให้ข้ามไปก่อน เอาเจ้าที่ยินดีในการเปิดเผยตัวตนจะสบายใจกว่า  3. พาร์ตเนอร์เป็นใครตรวจสอบให้ดี    ต่อมา คือ การตรวจสอบพาร์ตเนอร์หรือกลุ่มผู้ลงทุนในโปรเจกต์นั้นๆ ว่ามีความน่าเชื่อถือแค่ไหน มีอะไรมาซัพพอร์ตเราได้บ้าง เช่น แพลตฟอร์มที่คนนิยมฟาร์มกันอย่าง ‘PancakeSwap’ มีผู้สนับสนุนคือ ‘Binance’ หรือ ‘Uniswap’ ก็มีผู้ให้การสนับสนุนคือ ‘Coinbase’ ที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ เป็นต้น  4. มี Audit หรือเปล่า?    ในโลกของ ‘DeFi’ เราเชื่อว่าส่วนใหญ่ไม่มีใครที่อ่านโค้ดของ ‘Smart Contract’ เป็นแน่นอน ทำให้มีบริษัทที่รับตรวจสอบขึ้นมา ดังนั้นหากมี Audit Company เหล่านี้เข้าตรวจสอบก็จะสามารถเพิ่มความมั่นใจให้กับคุณได้ในระดับหนึ่ง ย้ำอีกครั้ง แค่ในระดับหนึ่งเท่านั้น  5. ดูระยะเวลา และประวิติให้ดี    ขนาดสมัครงาน บริษัทหลายๆ แห่ง ยังถามหาประสบการณ์ในการทำงานเลย จึงไม่ต่างกันหากเราจะเลือกแพลตฟอร์ม ‘DeFi’ ดีๆ ในการลงทุนก็ควรที่จะดูระยะเวลาในการเปิดให้บริการของแพลตฟอร์มนั้นๆ ด้วย เพราะยิ่งเปิดมานานมากเท่าไหร่ มันก็จะสะท้อนความน่าเชื่อถือมากเท่านั้น และยิ่งไม่เคยมีประวัติถูกแฮกมาก่อนแล้วละก็ยิ่งดี  6. เช็คข้อมูลภาพรวมจากเว็บไซต์ หรือแอป ‘Wikibit’    ถ้าหากคุณรู้สึกว่าการตรวจสอบเองทั้งหมดเป็นเรื่องที่ยาก สามารถเข้ามาดูข้อมูลภาพรวมของแพลตฟอร์ม ‘DeFi’ ที่คุณสนใจได้ที่เว็บไซต์ หรือแอป ‘Wikibit’ เพราะเรามีทีมงานคอยตรวจสอบข้อมูลให้คุณแบบเบื้องต้นแล้ว บอกได้เลยว่าสะดวกสบาย ง่ายๆ ในที่เดียว ยกตัวอย่างเช่น ‘PancakeSwape’ เป็นแพลตฟอร์ม ‘DeFi’ เกรด AAA ที่ได้รับคะแนนจากแอปอยู่ที่ 4.27 ทั้งนี้ยังมีข้อมูลอื่นๆ ที่น่าสนใจ รอให้คุณเขาไปตรวจสอบมันอีกมากมาย  หากคุณหยิบยกทริคทั้ง 6 ข้อนี้ มาใช้พิจารณาก่อนเลือกแพลตฟอร์มในการฟาร์มแล้วละก็ รับรองคุณจะสามารถลงทุนได้อย่างอุ่นใจมากขึ้น และอย่าลืมโหลดแอป ‘Wikibit’ ไว้บนมือถือ เพราะนอกจากมันจะใช้ตรวจสอบแพลตฟอร์มโครงการ ‘DeFi’ ได้แล้ว มันยังสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ และ ‘เหรียญคริปโต’ อื่นๆ ได้อีกด้วย แถมตัวแอปยังได้ทำการรวบรวมข่าวสาร สาระความรู้ กลโกงต่างๆ ในวงการคริปโต และ ‘DeFi’ ไว้ให้คุณได้ศึกษาอย่างเต็มที่  ทุกๆ รูปแบบกลโกงที่เกิดขึ้น ทุกๆ สาระความรู้ที่ควรศึกษา และทุกๆชุดข้อมูลที่ควรตรวจสอบ เรารวบรวมมันไว้ให้คุณแล้วที่ แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ แอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย โหลดไว้ จะได้ลงทุนได้อย่างสบายใจ ไม่ถูกโกง!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  ขอขอบคุณข้อมูลจาก : thestandard  

2021-08-04การวิเคราะห์เชิงลึก

3 ตัวอย่างเหรียญคริปโต ที่ไม่ควรหลวมตัวเข้าไปลงทุน

ในโลกของ ‘คริปโตเคอเรนซี’ นั่นมีเหรียญเกิดขึ้นมาหลายพัน เหรียญให้คุณได้เลือกลงทุน แต่จะมีสักกี่เหรียญที่คุณจะสามารถเชื่อใจและลงทุนไปกับมันได้ ดังนั้น ‘Wikibit’ จะขอหยิบยก 3 เหรียญคริปโตที่ไม่ควรหลวมตัวเข้าไปลง เพื่อเป็นตัวอย่างให้นักลงทุนได้รู้ว่า หากพบเจอเหรียญที่มีลักษณะแบบนี้อย่าเข้าไปยุ่งจะดีกว่า!!  1. BoringCoin (ZZZ)    เหรียญตัวนี้ถูกสร้างขึ้นในปี 2014 โดยนักพัฒนากลุ่มหนึ่ง โดยเป็นเหรียญที่สัญญาว่าจะไม่มีดราม่า ไม่มีโฆษณาเกินจริง ไม่มีการปั๊มราคา และเทขาย ทำให้ใครหลายๆ คนต่างเชื่อใจ แต่เป็นเรื่องที่น่าเสียดายว่าเหรียญตัวนี้ได้ตาย หรือปิดตัวลงไปแล้ว หลังมีรายงานว่ามันเป็นเหรียญตลก หรือเหรียญที่สร้างขึ้นมาแบบไม่มีจุดประสงค์ ไร้คุณค่า และก็น่าเบื่อสมกับชื่อของมัน   2. OneCoin (ONE)    มันถูกเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในปี 2014 โดยผู้ก่อตั้งอย่าง Ruja Ignatova หรือ ‘CryptoQueen’ ที่เป็นเจ้าภาพจัดงานสำคัญต่างๆ ทั่วโลก ได้ออกมาขนานนาม ‘OneCoin’ ว่าเป็นนักฆ่า ‘Bitcoin’ และทำการโฆษณาแบบเกินจริง จากนั้นก็ได้มีนักลงทุนหลายล้านคนถูกเจ้าเหรียญตัวนี้ฉ้อโกงในขบวนการแชร์ลูกโซ่ มูลค่า 4 พันล้านดอลลาร์ โดยRuja Ignatova ได้หลบหนีหายตัวไป ก่อนจะถูกจับกุมในเวลาต่อมา   3. BitConnect (BCC)    BitConnect เปิดตัวในปี 2559 และเป็นอีกเหรียญที่ทำสถิติสูงสุดเป็นประวิติการณ์ในเดือนธันวาคม 2017 แถมยังเป็นหนึ่งในเหรียญที่มีประสิทธิภาพสูงสุดของ ‘Coinmarketcap’ ในปีนั้น ซึ่งในเวลาไม่กี่เดือนต่อมาเจ้าเหรียญตัวนี้กลับไม่เหลือค่าอะไรเลย เนื่องจากมันได้ทำการโฆษณาที่เวอร์เกินจริง และสิ่งจูงใจอื่นๆ ไม่ต่างจากเหรียญ ‘Onecoin’ ในรูปแบบพิรามิด เข้าข่ายแชร์ลูกโซ่ จนกระทั่งแพลตฟอร์มล่มสลาย นักลงทุนก็ต่างพากันสูญเสียอย่างหนัก  นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของตัวอย่างเหรียญที่ทาง ‘Wikibit’ มานำเสนอ เห็นแล้วใช่ไหมว่าบางเหรียญคำพูดดีน่าเชื่อถือ บางเหรียญสามารถสร้างประวัติการณ์ต่างๆ ได้ สุดท้ายก็โกง หรือบางเหรียญทำออกมาไม่มีจุดประสงค์ ไม่มีการพัฒนา ไร้ความเคลื่อนไหว ลงทุนไปก็ล้มเหลวเปล่าๆ ดังนั้นหากคุณคิดที่จะเลือกลงทุนในเหรียญคริปโต ก็อย่าลืมโหลดแอป ‘Wikibit’ ไว้ใช้ศึกษา และตรวจสอบข้อมูลของเหรียญให้ดีๆ อย่ามัวแต่หลงเชื่อคำโฆษณา เพราะเราเชื่อว่าเหรียญที่มีลักษณะคล้ายๆ เหรียญ 3 ตัวข้างต้นนี้ ยังมีหลงเหลืออยู่อีกเยอะ ฉะนั้นหากคุณไม่อยากพลาดก็เข้ามาตรวจสอบ และอ่าน ‘Whitepaper’ ของเหรียญในแอป ‘Wikibit’ สะ!!    แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-08-04การวิเคราะห์เชิงลึก

เราควรถือ ‘Bitcoin’ ไว้ในระยะยาวจริงหรือไม่?

ดูเหมือนว่าราคาของ ‘Bitcoin’ ในช่วงนี้กำลังพยายามฟื้นตัวขึ้นในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งพบว่ามันสามารถพุ่งไปแตะ 40,000 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง หลังจากผ่านช่วงมรสุมของราคาที่ร่วงตกมาถึง 29,000 ดอลลาร์ในเดือนที่ผ่านมานี้ ทำให้นักลงทุนตกใจในความโลดโผนของราคาดังกล่าว จนตั้งคำถามกันว่า “ควรหรือไม่ที่จะเก็บ ‘Bitcoin’ ไว้ในระยะยาวสัก 10 – 20 ปี”   ในกรณีนี้ทาง ‘Wikibit’ มองว่ามันขึ้นอยู่กับมุมมองความคิดของนักลงทุนในแต่ละคน ซึ่งเป็นที่รู้กันดีอยู่แล้วว่าราคาของมันนั้นมีความโลดโผนสูงมาก หากคุณไม่มีความเชื่อมั่นใน ‘Bitcoin’ ต่อให้คุณพยายามจะถือมันไว้ยาวๆ เท่าไหร่ สุดท้ายคุณก็ทนต่อความผันผวนของราคาไม่ไหว และขายมันทิ้งอยู่ดี แต่ถ้าคุณมั่นใจว่ารู้จักมันดี เชื่อมั่นในมันมากพอ อยากจะถือมันเก็บไว้ยาวๆ เราเชื่อว่ามันจะส่งผลดีในอนาคตให้กับคุณอย่างแน่นอน   เนื่องจากยิ่งนานไปความนิยมในตัวของ ‘Bitcoin’ ยิ่งเพิ่มมากขึ้น ประกอบการคุณสมบัติของเหรียญที่มีอยู่อย่างจำกัด ส่งผลให้มูลค่าของมันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน ซึ่งในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทาง ‘Bitcoin Archive’ ยังเปิดเผยด้วยว่า “นักลงทุนยังคงเคลื่อนย้าย ‘Bitcoin’ ออกจากตลาดการแลกเปลี่ยนและเข้าสู่กระเป๋าเงินเย็นโดยกฎพื้นฐานที่สุดของเศรษฐศาสตร์ ‘อุปทาน และอุปสงค์’ กำลังมีบทบาท ซึ่งอุปทานที่ลดลง และอุปสงค์ที่สูงขึ้น จะส่งผลให้มูลค่าของ Bitcoin เพิ่มขึ้น” ขอขอบคุณรูปภาพจาก : blockchaincenter.net  ทั้งนี้ ‘Bitcoin’ ยังมีความพิเศษเกี่ยวกับราคาของมันอีก 1 อย่าง นั่นก็คือ วัฏจักรของ ‘Bitcoin’ ที่ทุก 4 ปีจะเกิดขึ้นหนึ่งครั้ง และทุกครั้งที่มันเกิดขึ้นมักจะส่งผลให้ราคาของมันดีดตัวสูงขึ้นจนใจหาย สังเกตได้จากสิ้นปี 2017 เข้า 2018 ซึ่งถือว่าครบรอบ 1 วัฏจักร ทำให้ราคาของมันนั้นพุ่งสูงขึ้น และในสิ้นปี 2021 เข้า 2022 จะครบรอบอีก 1 วัฏจักร ทำให้นักวิเคราะห์หลายๆ คนคาดว่าราคาของมันอาจดีดตัวขึ้นสูงถึง 100,000 ดอลลาร์ได้อย่างแน่นอน และเมื่อราคาของมันจะหมุนไปตามวัฏจักรแบบนี้ คุณก็ลองคิดดูสิว่า หากคุณถือมันไว้ยาวๆ ตั้งแต่ตอนนี้ หากผ่านไปอีก 10 ปีข้างหน้า ราคาของมันจะพุ่งสูงขึ้นมากแค่ไหน และคุณจะได้กำไรเท่าไหร่   Michael van de Poppe นักเทรดคริปโต และนักวิเคราะห์ด้านเทคนิค เชื่อว่าการถือครอง ‘Bitcoin’ ในระยะยาวเป็นกุญแจสำคัญ พร้อมกล่าวว่า “ทุกวันนี้ถือเป็นวันใหม่ ๆ ในตลาดของ Bitcoin โดยเราต่างได้เห็นการเริ่มต้นของสัปดาห์ที่ไม่น่าเชื่อ แต่ทว่าราคาของมันก็ยังคงอยู่ในจุดที่ทะลุระดับสูงสุดตลอดกาลในปี 2017 อยู่มาก และนั่นทำให้การถือครองระยะยาวเป็นสิ่งที่ต้องทำ”  อย่างไรก็ตามคุณจะเชื่อหรือไม่มันขึ้นอยู่กับมุมมองตัดสินใจในการลงทุนของคุณเอง เพราะถ้าถามถึงการลงทุนในโลกคริปโตแล้ว ทางแอป ‘Wikibit’ ก็ยังให้ ‘Bitcoin’ เป็นเหรียญอันดับ 1 ใน Ranking ที่มีคะแนนมากที่สุดอยู่ในตอนนี้ หากคุณอ่านบทความนี้ และอยากได้ความมั่นใจว่า ‘Bitcoin’ เหมาะที่จะถือไปยาวๆ มากขึ้นแล้วละก็ คุณสามารถโหลดแอป ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือได้แบบฟรีๆ และใช้มันตรวจสอบ หรือศึกษาข้อมูลของมันสะ รับรองว่าแอปตัวนี้จะสามารถทำให้การตํดสินใจของคุณนั้นง่ายขึ้นได้อย่างแน่นอน  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  ขอบคุณข้อมูลจาก : cryptosiam

2021-08-04การวิเคราะห์เชิงลึก

'บิทคอยน์'ดิ่งเกือบ3% เคลื่อนไหวที่ 38,000 ดอลล์

ราคาบิทคอยน์ เทรดที่เว็บไซต์คอยน์เดสก์ เมื่อเวลา 06.00 น.ของวันนี้ (4ส.ค.)ปรับตัวลง 2.94% เคลื่อนไหวที่ 38,280.58 ดอลลาร์

2021-08-04การวิเคราะห์เชิงลึก

สาวแชร์ ถูกโกงคริปโต 2 เด้ง จากแอปหาคู่ มันเกิดอะไรขึ้นแน่?

บทความนี้ขอกล่าวถึงกระทู้เด็ดใน ‘Pantip’ ที่มีหญิงสาวคนหนึ่งได้เชิญชวนให้เข้ามาแชร์ประสบการณ์การถูกโกงของแต่ละคน พร้อมเล่าเรื่องราวการถูกหลอกให้ลงทุนในคริปโตแบบ 2 เด้ง โดยหวังว่าเรื่องราวของตัวเอง และเพื่อนๆ ที่เข้ามาร่วมแชร์จะเป็นบทเรียนให้กับนักลงทุนที่เข้ามาอ่านได้นั่นเอง  จุดเริ่มต้นมาจากเธอนั้นได้คุยกับหนุ่มตางชาติหน้าตาหล่อคนหนึ่งที่พบเจอกันในแอปหาคู่เป็นเวลาหนึ่งเดือน ระหว่างนี้ไม่มีการโทรหา หรือพูดคุยกันแบบอื่นๆ นอกจากแชท เนื่องจากไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ ก่อนชายคนนั้นจะพูดเรื่องการวางแผนอนาคตของเธอกับเขา ด้วยการชักชวนให้เธอไปลงทุนในเว็บเทรดเจ้าหนึ่ง ซึ่งเธอเคยได้ยินเกี่ยวกับกลโกงมาบ้างแล้ว เลยหาข้อมูลมาซัพพอร์ตความคิด ก่อนตัดสินใจลงทุนเป็นจำนวน 5,000 บาท ซึ่งชายหนุ่มก็คอยสอนเธอหมดทุกอย่าง และใช้เวลาเพียงไม่เกิน 20 นาที เธอก็ได้กำไรคืนกลับมาพันกว่าบาท ซึ่งเธอบอกว่าตอนนั้นเธอรู้สึกตื่นเต้นมากที่หาเงินได้เองมาแบบง่ายๆ ประกอบกับรู้สึกปลอดภัย เพราะชายหนุ่มบอกให้เธอถอนเงินออกมาให้หมดนั่นเอง   เมื่อมีครั้งแรกก็ต้องมีครั้งที่ 2 เธอตัดสินใจลงทุนไป 50,000 บาท และได้กำไรกลับคืนมา 10,760 บาท เธอรู้สึกดีใจอีกครั้ง จนเผลอเล่าเรื่องราวนี้ให้กับคนในครอบครัวฟัง พร้อมเสนอให้เอาเงินมาลงทุนกับเธอ แทนที่จะเอาไปฝากธนาคาร ซึ่งทางฝั่งคนเป็นพ่อก็ได้ออกปากเตือนแล้วว่า “ระวังโดนโกง” แต่เธอกลับเถียงกลับว่า “เงินที่ฝากไปไม่ได้ผ่านชายหนุ่มที่ตนคุยด้วย แถมยังเล่นในระบบเดียวกันทั่วโลกจะโดนโกงได้อย่างไร อีกอย่างผู้ชายชอบเราเลยอยากให้เรามีชีวิตที่ดีขึ้น”  ต่อมาการลงทุนในครั้งที่ 3 ชายหนุ่มได้เชียร์ให้เธอลงทุนไปจำนวน 100,000 บาท เพื่อจะได้กำไรที่สูงขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า ซึ่งเธอก็หลงเชื่อ และลงทุนตาม ก่อนจะได้กำไรกลับมาประมาณ 18,000 บาท โดยระหว่างนั้นเขาได้ชักชวนให้เธอสมัคร VIP แล้วจะได้รับโบนัสพิเศษในการลงทุนเพิ่ม 5,888 USD จำกัดเฉพาะ 10 ท่านเท่านั้น ด้วยความเชื่อใจ เธอเลยทำตามที่เขาแนะนำ จนสุดท้ายไม่สามารถถอนเงินได้ โดยฝ่ายบริการลูกค้าอ้างว่าต้องฝากเงินให้ครบ 300,000 บาท จึงจะสามารถถอนเงินได้ จากนั้นเธอจึงตัดสินใจเอาทองไปจำนำ และไปขอเงินพ่อกับแม่ มาฝากเงินเพิ่มเพื่อทำตามคำแนะนำ แต่ก็ยังไม่สามารถถอนได้อยู่ดี เมื่อทักไปถามชายหนุ่มคนนั้นเขากลับบอกว่า “คุณไม่มีความพยายามมากพอ” พร้อมบล็อกช่องทางการติดต่อของเธอหนีหายไป แต่ยังดีที่เธอยังมีครอบครัวคอยปลอบใจจึงสามารถใช้ชีวิตต่อไปได้   เรื่องราวยังไม่จบเพียงเท่านี้ เมื่อเธอทักไปหาชายหนุ่มคนอื่นในแอปหาคู่และเล่าเรื่องราวให้พวกเขาฟัง ซึ่งทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “มันเป็นของปลอม” แต่มีชายหนุ่มคนหนึ่งที่เข้ามาเสนอความช่วยเหลือให้เธอไปลงทุนใน ‘Binance’ ซึ่งเป็นเว็บเทรดถูกกฎหมายและเป็นของจริงปลอดภัยแน่นอน ประกอบกับเธอคุยกับชายคนนี้มาเป็นเวลา 2 เดือน จึงรู้สึกหลงรัก และตัดสินใจทำตามคำแนะนำดังกล่าว เพื่อเอาทุนคืนจากครั้งที่แล้ว โดยครั้งนี้เธอได้เก็บเป็นความลับไม่บอกคนในครอบครัว ทั้งนี้เธอได้ทำการแลกเหรียญจาก ‘Binance’ จริง แต่กลับนำเหรียญไปลงทุนในเว็บเทรดอื่นตามที่ชายหนุ่มบอก ผลออกมาเหมือนเดิมเธอได้กำไรตามที่หวังไว้ ชายหนุ่มจึงเสนอให้เธอลงทุนเพิ่มเพื่อเอาทุนคืน สุดท้ายถอนเงินออกมาไม่ได้ โดนระบบอ้างว่าต้องจ่ายภาษีนั่นนี่ จนเธอตัดสินใจกัดฟันแล้วทิ้งทุกอย่างไป  นี่เป็นเรื่องราวสุดช้ำจากการถูกคนในแอปหาคู่โกง 2 เด้ง ซึ่งทั้งตัวเจ้าของกระทู้ และทาง ‘Wikibit’ เอง หวังให้มันเป็นบทเรียนราคาแพง และอุทาหรณ์ให้กับนักลงทุนที่เข้ามาอ่าน ได้ศึกษาเพียงเท่านั้น ว่าอย่าไปหลงเชื่อใครง่ายๆ สุดท้ายนี้อย่าลืมโหลดแอป ‘Wikibit’ ติดมือถือไว้ใช้ตรวจสอบข้อมูลต่างๆ จะได้ไม่พลาดข่าวสารดีๆ เกี่ยวกับกลโกงในวงการคริปโตแบบนี้ เพราะเหยื่อทุกรายที่ถูกโกง มักจะพลาดท่าให้กับการไม่ศึกษาข้อมูลให้ดี แม้กระทั่งเคสนี้ที่ตรวจสอบมาแล้ว แต่ข้อมูลไม่น่าเชื่อถือพอ หรือขาดการอปเดต สุดท้ายก็ถูกโกงอยู่ดี ดังแอป ‘Wikibit’ จึงพร้อมเป็นตัวช่วยให้กับคุณเอง โหลดเลย!!  ทุกๆ รูปแบบกลโกงที่เกิดขึ้น ทุกๆ สาระความรู้ที่ควรศึกษา และทุกๆชุดข้อมูลที่ควรตรวจสอบ เรารวบรวมมันไว้ให้คุณแล้วที่ แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ แอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย โหลดไว้ จะได้ลงทุนได้อย่างสบายใจ ไม่ถูกโกง!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-08-03การวิเคราะห์เชิงลึก

เตือนภัย!! ระวังลิงก์ ‘Bitkub’ ปลอมระบาด กดปุ๊บ เงินหายปั๊บ

ดูเหมือนว่าในโลกโซเชียลจะร้อนระอุกันอีกแล้ว!! เนื่องจากมีนักลงทุนหลายๆ คน ต่างได้รับลิงก์แจกโบนัสจำนวน 150,000 บาท จาก ‘Bitkub’ เว็บเทรดคริปโตชื่อดังในประเทศไทย แต่พอนำนิ้วจิ้มลิงก์ไปเท่านั้นแหละ เงินในกระเป๋าตังค์ Wallet กับถูกโอนไปซื้อ ‘Bitcoin’ เอง เหมือนถูกผีหลอก งานนี้บอกได้เลยใครหลงเชื่อคงเจ็บหนัก เพราะมันคือ ‘ลิงก์ จาก Bitkub ปลอม’   เมื่อไม่นานมานี้มีนักลงทุนท่านหนึ่งได้เข้ามาโพสต์ข้อความเว้าวอนลงในกลุ่มนักเทรดคริปโต ว่าตนนั้นได้รับลิงค์แจกโบนัสจำนวน 150,000 จากเพจ ‘Bitkub.com’ แต่พอหลังจากกดลิงก์เข้าไป เพื่อมทำการที่จะยืนยันสิทธิ์ ระบบกลับนำเงินในกระเป๋าตังค์ Wallet ของตนไปซื้อ ‘Bitcoin’ และที่สำคัญซื้อในราคาสูงอีกด้วย   จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า ลิงก์นี้ถูกส่งมาจากเพจ ‘Bitkub.com’ ซึ่งเป็นเพจปลอม ที่ทางนักต้มตุ๋นสร้างขึ้นมา เนื่องจากเพจจริงนั้นมีชื่อว่า ‘Bitkub’ พร้อมทั้ง ‘เครื่องหมายถูกสีฟ้า’ อยู่ด้านหลังชื่อ เพื่อเป็นการยืนยันตัวนั่นเอง   ในกรณีปลอมแปลงเพจนี้ ทางเว็บไซต์ และเพจของ ‘WikiFX’ เองก็เคยโดนมาเหมือนกัน โดยพวกมันจะตั้งชื่อ ภาพโปรไฟล์ และลักษณะบนหน้าเพจ หรือเว็บไซต์ที่เหมือนกับต้นฉบับ ก่อนส่งลิงก์ไปให้นักลงทุนคลิก เพื่อให้ลงทุนในโบรกเกอร์ที่พวกมันสร้างขึ้นมา และหลอกเอาเงิน ทั้งนี้ ‘WikiFX’ นั้น คือ ตัวช่วยในการตรวจสอบข้อมูลโบรกเกอร์ เกี่ยวกับวงการ ‘Forex’ แถมยังมีสาระความรู้มากมายไว้อีกด้วย หากใครสนใจที่จะลงทุนในตลาด ‘Forex’ อย่าลืมใช้แอป ‘WikiFX’ ในการตรวจสอบข้อมูลให้ดีก่อนลงทุน!!  ทั้งนี้ทาง ‘Wikibit’ จึงอยากจะขอเตือนนักลงทุนให้ระวังลิงก์ หรือเพจปลอมดังกล่าว อย่าเผลอกดเข้าไปโดยเด็ดขาด เพราะพวกมันสามารถขโมยข้อมูลของคุณ ก่อนทำการเข้าถึงบัญชี และซื้อขาย หรือโอนเงินออกจากกระเป๋าเงินของคุณก็เป็นได้ ซึ่งกลโกงในลักษณะนี้มักเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้งตามสื่อออนไลน์ หรือแอปหาคู่ต่างๆ ดังนั้นระวังให้ดี   ต่อมาเรามาดูความคิดเห็นของคนในกลุ่มกันดีกว่า ว่าเป็นไปในทิศทางไหนกันบ้าง? โดยคนส่วนใหญ่นั้นบอกว่า ดูก็รู้ว่าเป็น ‘Scam’ และต่างออกมาเตือนเพื่อนนักลงทุนด้วยกัน พร้อมบอกกับเจ้าของโพสต์ว่า “ถือเป็นค่าเรียน” ทีหลังลงทุนแบบนี้ต้องศึกษาเรื่องเกี่ยวกับกลโกงให้ดี จะได้ไม่ถูกโกง  อย่างไรก็ตามกลโกงต่างมักจะมาในรูปแบบที่คุณคาดไม่ถึง ดังนั้นหากคุณคิดจะลงทุนในวงการคริปโตนี้ ต้องมันศึกษามันให้ดี ซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับกลโกงต่างๆ เรามีอัปเดตให้คุณได้ศึกษาอย่างมากมาย หลายรูปแบบแล้วในแอป ‘Wikibit’ โหลดมันติดมือถือไว้ แล้วนั่งอ่านมันสะ จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อให้กับกลโกง จนน้ำตาเช็ดหัวเข่า!!  ทุกๆ รูปแบบกลโกงที่เกิดขึ้น ทุกๆ สาระความรู้ที่ควรศึกษา และทุกๆชุดข้อมูลที่ควรตรวจสอบ เรารวบรวมมันไว้ให้คุณแล้วที่ แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ แอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย โหลดไว้ จะได้ลงทุนได้อย่างสบายใจ ไม่ถูกโกง!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  

2021-08-03การวิเคราะห์เชิงลึก

เผยเหตุผล!! ทำไมคุณถึงต้องเรียนรู้ เรื่อง ‘คริปโตเคอเรนซี่’ ได้แล้ว

“ทำไมคุณถึงต้องเรียนรู้เรื่องเกี่ยวกับคริปโตเคอเรนซี่?” คำถามเทรดเดอร์หลายๆ คนคงรู้คำตอบกันอยู่แล้ว แต่สำหรับมือใหม่ หรือบุคคลคนทั่วไปต้องกำลังสงสัยกันอยู่แน่ๆ ดังนั้นทาง ‘Wikibit’ จะมาเผยเหตุผลแบบง่ายๆ ว่าทำไมคุณถึงต้องรู้?  1. ระบบการเงินที่มีจะเข้ามามีบทบาทในอนาคต    ‘คริปโต’ คือ สกุลเงินดิจิทัล ที่ถูกมองว่าเป็นสกุลเงินในอนาคต ที่จะเข้ามาเป็นตัวแทนในการแลกเปลี่ยน หรือชำระหนี้สิน แทนที่สกุลเงินในปัจจุบัน ด้วยกลไกการทำงานของมันผ่านระบบ ‘Blockchain’ ที่มีความสะดวกสบาย ใครๆ ก็สามารถตรวจสอบได้ และที่สำคัญไม่มีใครสามารถเข้ามาควบคุมการทำงานของมันได้ แถมคุณยังสามารถสร้างกำไรจากการลงทุนในคริปโตได้อีกด้วย   2. ใช้ชำระสินค้าต่างๆ ได้แล้ว    หากคุณรู้ก่อน! และเป็นผู้ถือครองมันได้ก่อนจะเป็นสิ่งที่ได้เปรียบมากๆ เพราะยิ่งเวลาไปผ่านไป มูลค่าของพวกมันยิ่งสูงขึ้น อีกทั้งตอนนี้ร้านค้า ร้านอาหาร หรือแม้แต่ธุรกิจอสังหาฯ ต่าง ๆ เริ่มเปิดให้ชำระสินค้า และค่าบริการผ่าน ‘คริปโต’ ได้แล้ว ยกตัวอย่างเช่น ร้านชาบูสไมล์ สาขาเมเจอร์รัชโยธิน ร้านปลาเผา จ. ลำพูน บ้านและคอนโดในโครงการของแสนสิริ เป็นต้น โดยในอนาคตคาดว่า มันยังสามารถเข้ามาพัฒนาเศรษฐกิจในประเทศไทยให้ครึกครื้นได้มากกว่าเดิม   3. ได้รับความนิยมทั่วโลก    ความปัง!! ของคริปโตนั้นไม่ได้กำลังฮอตอิตภายในประเทศไทยเพียงประเทศเดียว เพราะมันนั้น เป็นสิ่งที่กำลังโด่งดัง และได้รับความนิยมเป็นอย่างมากทั่วโลก แถมหลายๆ ประเทศก็ออกมาประกาศให้ ‘คริปโต’ นั้น กลายเป็นสกุลเงินที่ถูกฎหมายภายในประเทศแล้ว เช่น ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเอลซัลวาดอร์ และอื่นๆ เป็นต้น   4. รู้ไว้จะได้รู้ทัน    หากคุณเป็นหนึ่งคนที่เริ่มสนใจในการลงทุนก็ควรศึกษาเรื่องของ ‘คริปโต’ เอาไว้ เพื่อเป็นเกาะป้องกันให้กับตัวเอง เพราะความฮอตฮิตของมัน นั้นเปรียบเสมือนดาบสองคม เนื่องจากมันได้รับความสนใจเป็นอย่างมากทั่วโลก ทำให้ขบวนการนักต้มตุ๋นออกมาเคลื่อนไหวไปทั่วโลกเช่นกัน แถมยังมาในรูปแบบที่หลากหลายมาก เช่น มาจากแอบหาคู่ มาจากสื่อโฆษณาเชิญชวนต่างๆ บนโซเชียลมีเดีย เป็นต้น ซึ่งบางคนเห็นสื่อเชิญชวน แต่ไม่มีความรู้ว่ามันคืออะไร รู้แต่ว่ามันได้กำไรเยอะหลายเท่า จึงกระโดดเข้าไปลงทุนสุดท้ายโดนโกงจนหมดตัว ดังนั้นหากคุณมีความรู้เกี่ยวกับมันก็จะสามารถทำคุณรู้เท่าทันกลโกง ไม่ถูกหลอกได้ง่ายๆ นั่นเอง  นี่เป็นเพียงเหตุผลง่ายๆ ที่ทาง ‘Wikibit’ หยิบยกขึ้นมา เพื่อตอบคำถามภายในใจให้กับใครหลายๆ คน อย่างไรก็ตามเมื่อโลกให้กำเนิด ‘คริปโตเคอเรนซี’ ขึ้นมาฉันใด พวกเราก็เลยต้องสร้างแอป ‘Wikibit’ ขึ้นมาเป็นตัวช่วยให้นักลงทุนฉันนั้น หากใครสนใจที่จะศึกษาเกี่ยวกับการลงทุนในคริปโต อย่าลืมโหลดแอป ‘Wikibit’ ติดไว้บนมือถือ เพราะมันสามารถใช้ตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ได้ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข่าวสาร สาระความรู้ กลโกงต่างๆ เกี่ยวกับกลโกงต่างๆ ไว้ให้คุณได้ศึกษามันอีกด้วย  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-08-03การวิเคราะห์เชิงลึก

เหตุผลที่ 'บิทคอยน์'ร่วง 2.23% อยู่ที่ 39,000 ดอลล์

การเคลื่อนไหวในแดนลบของราคาบิทคอยน์ช่วงเช้าวันนี้ เกิดขึ้นหลังสภาคองเกรส สหรัฐระบุว่าร่างกฏหมายเกี่ยวกับการกำกับดูแลคริปโต และสินทรัพย์ดิจิทัล เป็นกฎหมายคริปโตเคอร์เรนซี ที่ครอบคลุมที่สุด ทั้งหลักทรัพย์ สินค้าโภคภัณฑ์ และสนับสนุนการรวบรวมข้อมูลภาษี  ดอน เบเยอร์ ตัวแทนจากสภาคองเกรสของสหรัฐ ระบุว่า ร่างกฎหมายที่จะมีการควบคุมคริปโตเคอร์เรนซีและสินทรัพย์ดิจิทัล จะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ (กลต.) และจะอนุญาตให้รัฐมนตรีกระทรวงการคลังยับยั้งการสร้าง Stablecoin ได้ โดยหน่วยงานกำกับดูแลโดยตรงเพื่อกำหนดกฎเกณฑ์สำหรับการกระจายอำนาจทางการเงินและอาจสร้างกฎบัตรสำหรับการแลกเปลี่ยนคริปโตท่ามกลางมาตรการอื่น ๆ  แนะนำฟีเจอร์ “จัดอันดับโบรกเกอร์” คุณกำลังมองหาโบรกเกอร์ Forex แนะนำอยู่หรือไม่ ถ้าใช้ให้ดาวน์โหลดแอพ WikiFX เพื่อตรวจสอบโบรกเกอร์หรือดูการจัดอันดับ โบรกเกอร์ Forex เพราะแอพ WikiFX ได้ตรวจสอบโบรกเกอร์และคัดสรรมาให้หมดแล้ว ว่าโบรกเกอร์ไหนดีหรือไม่ดี www.wikifx.com/th_th

2021-08-03การวิเคราะห์เชิงลึก

กองทุนคริปโตชี้ เงินไหลออกตลาดคริปโต 624 ล้านบาท

จำนวนเงินที่ไหลออกอยู่ที่ 19.5 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์สิ้นสุดวันที่ 30 กรกฎาคม โดยที่ Bitcoin ไหลออกถึง 19.7 ล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ผลิตภัณฑ์การลงทุนด้านคริปโตอื่น ๆ เช่น Ripple และ Polka Dot มีการไหลเข้าเล็กน้อยในสัปดาห์นี้  “การไหลออกของ Bitcoin เกิดขึ้นแม้จะมีการฟื้นตัวของราคาเมื่อเร็ว ๆ นี้ ขณะที่นักลงทุนกำลังพยายามเก็งกำไร” นักยุทธศาสตร์การลงทุนของ CoinShares กล่าว  รายงานระบุว่า การไหลออกซึ่งได้รับแจ้งจากการเคลื่อนไหวของราคาที่ติดลบในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 295 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 1% ของสินทรัพย์ทั้งหมดที่อยู่ภายใต้การบริหาร อย่างไรก็ตาม กระแสเงิน Bitcoin ในปีนี้ยังคงอยู่ที่ 4.1 พันล้านดอลลาร์  Bitcoin พุ่งขึ้นประมาณ 12.5% เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แตะระดับสูงสุดที่ 43,000 ดอลลาร์ และล่าสุดลดลง 0.5% ที่ 39,654 ดอลลาร์  Glassnode ผู้ให้บริการข้อมูลบล็อคเชน ได้ให้มุมมองที่ไม่คาดฝันเกี่ยวกับ Bitcoin ว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีการเพิ่มขึ้นอย่างเด่นชัด ขณะที่เหรียญที่มีอายุน้อยกว่าหนึ่งสัปดาห์ถูกเทขาย  Glassnode ยังตั้งข้อสังเกตอีกว่าอุปทาน Bitcoin ที่ไหลออกจากการซื้อขายแลกเปลี่ยน เทียบได้กับการไหลออกสูงสุดที่เกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2020  Ether ซึ่งเป็นเหรียญที่ใช้บนเครือข่ายของ Ethereum ก็พบว่ามีการไหลออกเกือบ 10 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นสัปดาห์ที่สองของการไหลออก ส่วนการไหลเข้าในแต่ละปียังคงดีอยู่ถึง 957 ล้านดอลลาร์  การอัพเกรดทางเทคนิคครั้งใหญ่ของเครือข่ายบล็อกเชน Ethereum ในสัปดาห์นี้อาจทำให้ราคาสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเมื่อวานนี้เพิ่มขึ้น 3% อยู่ที่ 2,633 ดอลลาร์  Grayscale ยังคงเป็นผู้จัดการสินทรัพย์คริปโตรายใหญ่ที่สุด ด้วยสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร 34.2 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 28.5 พันล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ก่อนหน้า  สินทรัพย์ภายใต้การจัดการของ CoinShares ซึ่งเป็นผู้จัดการสินทรัพย์ดิจิตอลที่ใหญ่เป็นอันดับสอง อยู่ที่ 3.7 พันล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ล่าสุด เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 3.2 พันล้านดอลลาร์ก่อนหน้านี้  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-08-03การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
119121
...
142