เช็คให้ดี!! พฤติกรรมสุดแย่ “ที่ทำให้เทรดคริปโตเท่าไหร่ กำไรก็ไม่มาสักที!!”

ในกลุ่มนักเทรดคริปโตมักมีเทรดเดอร์หลายๆ คน เข้ามาบ่นว่าตัวเองนั้น เทรดคริปโตมาตั้งหลายๆ เดือน แล้วแต่ก็ไม่ได้กำไรสะที แล้วก็โทษนั่น โทษนี่ไปเรื่อย ดังนั้นบทความนี้ ‘Wikibit’ จะชวนทุกคนมาเช็คตัวเองว่ามีพฤติกรรมตาม 5 นี้หรือไม่? หากคุณมีแล้วอยากทำกำไรในตลาดคริปโตได้รีบแก้ด่วน   1. วางแผน 10 ทำตาม 0    พฤติกรรมนี้คือการวางแผนไว้อย่างดิบดีแต่ก็ไม่ทำตามไว้ ซึ่งใครๆ ก็ต่างเข้าใจว่าการเทรดอย่างมีวินัยนั้นเป็นเรื่องที่ยาก เพราะโดนความโลภ ความกลัวครอบงำ จนไม่ทำตามสิ่งที่ตนวางไว้ สุดท้ายทุนหาย กำไรนี้ มีแต่คำว่า “รู้งี้ทำตามแผนดีกว่า” นั่นเอง ดังนั้นพยายามสักนิด อดทนต่อสิ่งเร้าให้ เดี้ยวกำไรก็มาเอง  2. เปลี่ยนกลยุทธ์ไปๆมาๆ เพื่อหาความเพอร์เฟค    กลยุทธ์เปรียบเสมือนนิสัยคน มีข้อดีและมีข้อเสียแน่นอนว่าเราต้องหาคนที่เข้ากับเราที่สุด หรือหากลยุทธ์ที่ถูกจริตกับตัวเรา แต่ถ้าเราพยายามจะหาคนที่เพอร์เฟค หาเท่าไหร่ก็คงไม่เจอ เพราะในโลกของคริปโตนั้น ราคาผันผวนหนักมาก กลยุทธ์ดีแค่ไหน ก็ต้องมีช่วงที่ขาดทุน ดังนั้นอย่าเปลี่ยนไป เปลี่ยนมา แต่หันมาดูช่วงสภาพของตลาดดีกว่าว่าเหมาะจะใช้กลยุทธ์แบบไหน ในสถานการณ์แบบนี้   3. Overtrade ไม่คุมความเสี่ยง    จริงอยู่ถ้าคุณ Overtrade ได้ถูกทางกำไรมันจะหนัก แล้วถ้าเกิดผิดทางขึ้นมาละ “ก็หมดตัวไปเลยสิคะ” ในจุดนี้มันอาจกลายเป็นปมทางความคิดของคุณเลยก็ได้ ยิ่งคุณเสียมากมันก็อยากจะเอาคืน ยิ่งยากเท่าไหร่คุณก็จะยิ่งท้อ ดังนั้นคุมความเสี่ยงให้ดี ประเมิณผลลัพธ์ของการลงทุนไว้ทั้งบวก และลบ เพื่อวางแผนสำรองไว้ หรือถ้าจะให้ดีเทรดแบบธรรมดา ค่อยๆ เป็นค่อยๆ ไปจะดีกว่า อย่างโอเวอร์!!    4. ไม่มีความสม่ำเสมอ    การเทรดคริปโตให้ได้กำไรเยอะๆ นั้นมันไม่ได้ขึ้นแค่ วันเดียว สัปดาห์เดียว หรือเดือนเดียว ดังนั้นคุณต้องมีความสม่ำเสมอ หมั่นเข้ามาตรวจดู และทำตามแผนที่คุณวางไว้ให้ได้อย่างสม่ำเสมอ เพราะตลาดคริปโตในแต่ละวันนั้นไม่เหมือนกัน จะได้ไม่พลาดโอกาสดีๆ ในการทำกำไร อย่าทิ้งๆ ขว้างๆ ไม่อย่างนั้นคุณอาจจะขาดทุนได้   5. หวังกำไร แต่ไม่หมั่นศึกษา หรือตรวจสอบข้อมูล    ข้อนี้พบบ่อยมากในนักเทรดคริปโตรุ่นใหม่ เพราะหวังแต่ผลกำไร เห็นช่องทางไหนได้กำไรเยอะ ก็ตามน้ำไปเรื่อย โดยไม่ศึกษาข้อมูล หรือตรวจสอบให้ ผลสุดท้ายก็หมดตัว เพราะถูกโกง หรือในอีกกรณีหนึ่งที่ลงทุนไป ทำทุกอย่างตามคำแนะนำแล้วก็ไม่ได้กำไร เพราะคุณเลือกไปลงทุนกับเหรียญที่ไม่สามารถให้ผลตอบแทนกับคุณได้ เพราะไม่ได้ศึกษา หรืออ่าน ‘Whitepaper’ ของเหรียญให้ดีนั่นเอง  ดังนั้นคุณควรโหลดแอป ‘Wikibit’ ติดมือถือไว้ เพื่อใช้มันในการตรวจสอบ และศึกษาข้อมูลก่อนลงทุนให้ดี เพราะแอปนี้สามารถใช้ตรวจสอบได้ แถมยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสารดีๆ สาระความรู้ กลโกงต่างๆ ไว้ให้คุณเสพได้อย่างถึงใจอีกด้วย  หากใครที่เข้ามาอ่านๆ หรือเช็คตัวเองแล้วพบว่ามีพฤติกรรมตาม หรือ 1 ใน 5 ข้อนี้ รีบปรับปรุงตัวเองด่วน เพราะไม่อย่างนั้นกำไรที่คุณใฝ่ฝันอาจจะเป็นได้แค่ฝัน หรือไม่คุณอาจจะเสียเงินในการลงทุนไปอย่างไม่รู้ตัว!!    คุณเองก็สามารถติดตามข่าวสารดีๆ ในวงการคริปโตได้ เพียงแค่กดติดตามเพจ ‘Wikibit.TH’ แล้วโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ไว้ให้อีกด้วย เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  

2021-07-30การวิเคราะห์เชิงลึก

ระวัง!! 3 กลโกงสุดฮิต ที่เทรดเดอร์คริปโตไทย เสี่ยงพบบ่อยที่สุด

ดูเหมือนช่วงนี้กลิ่นเงินในตลาดคริปโตมันจะหอมหวานเป็นพิเศษ สำหรับนักต้มตุ๋น หรือแฮกเกอร์ทั้งหลาย เพราะกำลังเข้าสู่ช่วงขาขึ้น จึงไม่แปลกที่กลโกงจะเริ่มระบาดอย่างหนักอีกครั้ง ดังนั้น ‘Wikibit’ จะมาเปิด 3 กลโกงสุดฮิต ที่นักลงทุนไทยเสี่ยงพบบ่อยที่ได้สุด!!   1. DeFi Rug Pull    ‘Rug Pull’ คือ การหลอกให้มาลงทุนแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสกุลเงิน จากนั้นพวกมันจะโอนเงินออกไปทั้งหมดแล้วชิ่งหนีหายไป ซึ่งมักจะเกิดขึ้นบ่อยมากในระบบ ‘DeFi’ เพราะเป็นที่รู้กันดีว่ามันคือ ระบบการลงทุนที่มีความเสี่ยงสูง ความปลอดภัยต่ำ ยังไม่มีกฎหมายควบคุมอย่างแน่ชัด แต่ได้ค่าตอบแทนก็สูงกว่าการเทรดแบบทั่วไป ซึ่งหากเกิดขึ้นในระบบ ‘DeFi’ จะเป็นไปได้น้อยน้อยมากว่าเราจะทราบถึงตัวการ เพราะมันไม่สามารถตรวจสอบได้ว่าเงินทั้งหมดนั้น หนีเราไปอยู่ในกระเป๋าเงินของใครนั่นเอง    วิธีการสังเกต/ป้องกัน : ลองสังเกตดูว่าราคาของเหรียญนั้นพุ่งขึ้นเร็วเกินไปภายในเวลาอันสั้นหรือไม่ เพราะแฮกเกอร์อาจใช้วิธีนี้ เพื่อสร้างปรากฏการณ์ FOMO (กลัวที่จะพลาดโอกาสในการทำกำไร) จนคนต้องรีบลงทุนกับเหรียญดังกล่าว หรือไม่ก็โหลดแอป ‘Wikibit’ ติดมือไว้ เพราะแอปนี้สามารถใช้ตรวจสอบข้อมูลของโครงการ ‘DeFi’ ได้ เพื่อความสบายใจในการลงทุน   2. Romance Scam    ‘Romance Scam’ สำหรับคริปโตในประเทศไทยเป็นข่าวบ่อยมาก เพราะมันจะแฝงมากับโซเชียลมีเดีย หรือแอปหาคู่ต่างๆ ซึ่งพวกมันมักจะใช้โปรไฟล์เป็นชาวต่างชาติหน้าตาดี เข้ามาแอดเพื่อน เพื่อพูดคุยสร้างความสัมพันธ์ในเชิงชู้สาว ก่อนชักชวนให้ไปลงทุนในแอปเทรดคริปโตเถื่อน ด้วยการส่งลิงค์มาให้คลิก หรือกรอกข้อมูลในการลงทะเบียน โดยในช่วงแรกๆ ก็ได้กำไรดี ถอนเงินได้ตามปกติ แต่หลังๆนี่สิ กำไรก็ไม่ได้ ถอนเงินออกก็ไม่ได้ ซึ่งพวกมันมักจะพูดอ้างนั่นอ้างนี้ สุดท้ายหายตัวไปไร้การตอบกับ บอกเลยว่าคนขี้เหงาอย่างชาวไทยนั้นตกเป็นเหยื่อเยอะมาก  วิธีการสังเกต/ป้องกัน : อย่ารับแอดเพื่อนใครมั่วๆ ควรตรวจสอบโปรไฟล์ให้ดีก่อนว่าเป็นรูปจริงไหม? หรือไม่คุณควรชักชวนให้เขาวิดีโอคอลกับคุณ เพื่อเป็นการยืนยันตัวตน หากพวกมันไม่ยอมหรือพูดบ่ายเบี่ยง นั่นแหละ ‘Scam’ ชัวร์!! แต่ถ้าคนหลงรักเขาไปแล้วเลยเลือกที่จะเชื่อใจ งั้นลองนำชื่อของแอปเทรดคริปโตที่อีกฝ่ายชักชวนคุณ มาค้นหาในแอป ‘Wikibit’ ดูสิ เพราะมันสามารถตรวจสอบได้ ไม่ว่าจะเป็นคะแนนความน่าเชื่อถือ และข้อมูลต่างๆ คราวนี้แหละจะได้รู้กันไปเลยว่า ‘หลงรักหรือหลอกลวง’   3. Fake ICOs    ‘Fake ICOs’ คือ การระดมทุนอย่างหนึ่ง มักใช้กับบริษัทขนาดเล็กหรือสตาร์ทอัพ วิธีการก็คือองค์กรมีแผนพัฒนาหรือสร้างแอปพลิเคชันขึ้นมาสักอย่างหนึ่ง โดยออกเหรียญขายให้กับคนที่สนใจและเห็นว่าโปรเจกต์นั้นจะประสบความสำเร็จ ผ่านการโฆษณาเชิญชวนต่างๆ ซึ่งหากนักลงทุนสนใจก็ซื้อเหรียญ ICOs ด้วยการจ่ายเป็นเหรียญคริปโตนั่นเอง   ทั้งนี้ข้อดีของ ‘ICOs’ คือขั้นตอนไม่ซับซ้อน และระดมทุนจากนักลงทุนได้ทุกพื้นที่ทั่วโลกที่ระบบอินเทอร์เน็ตเข้าถึง ซึ่งแน่นอนว่านี่เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่แฮกเกอร์ส่วนใหญ่เลือกทำ ซึ่งมีหลายรูปแบบ ได้แก่ หลอกเอาเงินมาแล้วหายไปเลย หลอกล่อนักลงทุนว่าหากร่วมลงทุนด้วยจะได้รับผลตอบแทนที่ดี ก๊อปปี้ ‘Whitepaper’ ของโครงการอื่นมาอ้างเป็นของตัวเอง สร้างเว็บไซต์ปลอม โดยทำทีว่าจะพัฒนาโปรเจกต์บางอย่าง เพื่อหลอกล่อให้คนมาร่วมทุน เป็นต้น  วิธีการสังเกต/ป้องกัน : ให้ดูข้อความจำพวกได้ผลตอบแทนดีหลายๆ ไม่เสียมูลค่า / ไม่มีตัวอย่างLinK หรือ Code ที่ทำให้เห็นผลงานที่จะพัฒนา / ให้นักลงทุนโอนเหรียญเข้า wallet ส่วนตัวแทนที่จะโอนเข้าระบบ / ค้นหาชื่อผู้เสนอโปรเจกต์ แล้วพบว่าไม่ได้มีประสบการณ์เกี่ยวข้องกับสายงานดังกล่าว หรือโหลดแอป ‘Wikibit’ ไว้ เพื่อใช้ตรวจสอบแบบง่ายๆ เพียงแค่นำชื่อแอปเทรดคริปโต หรือเหรียญ มาค้นหา ก็จะพบข้อมูลที่ทางทีมงานกรองมาให้แล้วว่ามีความถูกต้อง หากค้นหาแล้วไม่พบ หรือพบแล้วแต่ได้คะแนนน้อย ข้อมูลไม่ครบ แสดงความมีความน่าเชื่อถือต่ำ เลี่ยงได้เลี่ยงนะขอบอก  นี่เป็นเพียงกลโกงยอดฮิตที่ทาง ‘Wikibit’ หยิบยกขึ้นมาพูดถึง เพื่อเป็นชุดข้อมูลดีๆ ให้นักลงทุนได้ศึกษา เพราะช่วงหลังมานี้มีคนเข้ามาร้องเรียน และมีข่าวเกี่ยวกับกลโกง 3 ตัวนี้บ่อยมาก อย่างไรถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้ก็คงจะรู้แล้วว่าควรโหลดแอป ‘Wikibit’ ติดมือถือไว้ เพราะมันช่วยคุณได้อย่างแน่นอน คอนเฟิร์ม!!    แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  

2021-07-30การวิเคราะห์เชิงลึก

กราฟ Bitcoin เผยสัญญาณบ่งชี้ว่าช่วงขาขึ้นเพิ่งจะเริ่มต้น / Siamblockchain

หนึ่งในปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่มีอิทธิพลต่อช่วงขาขึ้นของ Bitcoin เมื่อเร็ว ๆ นี้ล่าสุดก็คือการได้รับเป็นสถานะทองคำแบบดิจิทัลและเงินทุนที่ไหลจากโลหะมีค่าไปสู่ crypto อย่างไรก็ตาม เมื่อมองย้อนกลับไปที่กราฟเปรียบเทียบระหว่าง Bitcoin และทองคำ ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา   การปรับฐานครั้งล่าสุดของตลาด crypto ล่าสุดทำให้ดูเหมือนว่าช่วงขาขึ้นของจริงของ Bitcoin นั้นยังไม่ได้เกิดขึ้น Bitcoin เอาชนะทองคำด้วยมาตรฐานของตัวเองได้อย่างไร งานวิจัยในช่วงแรก ๆ ของ Satoshi Nakamoto เผยให้เห็นถึงความตั้งใจของเขาในการนำเอาองค์ประกอบต่าง ๆ ของทองคำมาประยุกต์ใหม่ให้ดีกว่าและเขาบรรลุสิ่งนั้นได้ด้วย Bitcoin ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่หายากมากกว่าของมาตรฐานทองคำที่มีมานานนับร้อยปี เหรียญคริปโตตัวแรกของโลกมีกลไกที่สร้างขึ้นในโปรโตคอล และจะมีการปรับอุปทานใหม่ลงครึ่งหนึ่งในทุก ๆ สี่ปีหรืออาจมากกว่านั้น   สิ่งนี้มักจะเกิดขึ้นเมื่อความต้องการเริ่มสูงขึ้น และสร้างสภาพแวดล้อมสำหรับการเคลื่อนไหวของราคาแบบพาราโบลา ในทางกลับกันทางด้านทองคำนั้น นักขุดจะทำการผลิตมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อมีความต้องการสูงทำให้ราคากลับเข้าสู่สมดุล ซึ่งนี่จุดเองที่ทำให้มันแตกต่างไปจาก Bitcoin Bitcoin ไม่มีการปลอมแปลง ไม่มีต้นทุนค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษา และไม่มีตัวตนในเชิงกายภาพ ดังนั้นการโอนย้ายจึงทำได้ง่ายกว่าและสิ่งที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดเลยก็คือ กราฟราคาของ Bitcoin ที่เติบโตเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น   กราฟ XAUBTC บ่งชี้ว่าช่วงขาขึ้นของ Bitcoin เพิ่งเริ่มต้น กราฟราคา Bitcoin นั้นดูแข็งแกร่งเมื่อเปรียบเทียบกับเงินดอลลาร์ แต่สิ่งต่าง ๆ จะเริ่มดูชัดเจนมากขึ้นเมื่อคุณนำกราฟ Bitcoin มาเปรียบเทียบกับทองคำ จากภาพด้านบน เราจะเห็นได้ว่ากราฟ XAUBTC นั้นมีลักษณะคล้ายกับเงินดอลลาร์แบบกลับหัว และข้อแตกต่างที่สำคัญก็คือ มันกำลังจะทำจุดต่ำใหม่เรื่อย ๆ หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็ราคา Bitcoin กำลังค่อย ๆ เพิ่มสูงขึ้นแซงหน้าทองคำ ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ดูเหมือนว่าช่วงขาขึ้นของ Bitcoin เพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น การเคลื่อนไหวของราคายังคงดำเนินต่อไปตามเส้นโค้งพาราโบลาแบบผกผัน โดยการเคลื่อนไหวของราคาดิ่งหัวลงด้านล่าง และบ่งชี้ว่าสินทรัพย์ทั้งสองกำลังมีความสัมพันธ์ที่แยกตัวออกจากกันในอนาคต   แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-07-30การวิเคราะห์เชิงลึก

​5 แอปเทรดคริปโตที่ห้ามใช้ จาก ‘Wikibit’ “มันเสี่ยงเด้อพี่น้อง”

" />   ฮัลโหล!! พี่น้องนักลงทุนทั้งหลาย ทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่าอย่าพลาด!! เพราะบทความนี้ทาง ‘Wikibit’ ขอออกโรงเตือน 5 แอปเทรดคริปโตสุดห่วยที่ห้ามใช้เด็ดขาด!! ซึ่งใครที่กำลังสนใจ หรือใช้งานมันอยู่ บอกได้เลยว่า “มันเสี่ยงเด้อพี่น้อง”   1. BMEX (โบรเกอร์ต้มตุ๋น)    ตัวแรกมีชื่อ ‘BMEX’ จากหมู่เกาะเวอร์จิ้น ซึ่งข้อมูลจากแอป ‘Wikibit’ ระบุไว้ว่า ในเป็นแอปเทรดคริปโตเกรด C ที่มีคะแนนอยู่ที่ 2.65/10 คะแนน ไม่พบข้อมูลมูลค่าตลาด และได้รับใบอนุญาตจาก FINTRAC จากแคนาดา และ FinCEN จากสหรัฐอเมริกา  แต่ที่แอป ‘Wikibit’ ต้องมาออกโรงเตือนว่าห้ามใช้เจ้าแอปเทรดคริปโตตัวนี้ก็เพราะว่ามันถูกคนร้องเรียนถึง 2 ครั้ง เกี่ยวกับการไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ และเป็นแพลตฟอร์มที่เป็นแชร์ลูกโซ่นั่นเอง ซึ่งหลังจากที่แอบได้ตรวจสอบข้อมูลแล้ว จึงขอกาตัวแดงเพื่อเตือนนักลงทุนว่า “BMEX เป็นโบรกเกอร์ต้มตุ๋น” อยู่ให้ห่างๆ มันไว้   2. NUO (ยังไม่มีการกำกับดูแล)    ‘NUO’ จากสิงคโปร์ เป็นแอปเทรดคริปโตเกรด C ที่ได้คะแนนจากแอป ‘Wikibit’ อยู่ที่เพียง 2.76/10 คะแนนเท่านั้น ไม่พบข้อมูลมูลค่าตลาด และที่สำคัญไม่มีใบอนุญาตสักกะใบเลยอีกด้วย ดังนั้นแอป ‘Wikibit’ จึงต้องออกโรงเตือนนักลงทุน ถึงความเสี่ยงในการเลือกลงทุน เพราะนอกจากจะไม่ใบอนุญาตแล้ว คะแนนของมันยังอยู่ในระดับต่ำ โปรดใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ และระวังความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น   3. Mt.GOX (หลบหนีเรียบร้อยแล้ว)    ‘Mt.GOX’ จากประเทศญี่ปุ่น เป็นแอปเทรดคริปโตเรกด A ที่ได้คะแนนจากแอป ‘Wikibit’ อยู่ที่ 3.19/10 คะแนน ไม่พบข้อมูลมูลค่าตลาด และไร้การกำกับดูแลจากหน่วยงาน หรือไม่มีใบอนุญาต จนแอปต้องออกมาเตือนความเสี่ยงให้หลีกเลี่ยงการใช้งานจากมัน ทั้งนี้จากการตรวจสอบนั้นพบว่าแอปเทรดดังกล่าวได้กระทำความผิด และได้หลบหนีไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว   4. SMART POOL (ยังไม่ได้รับการกำกับดูแล)    มากันที่ ‘SMART POOL’ จากประเทศจีน โดยเจ้านี้เป็นแอปเทรดคริปโตเกรด E ที่ได้คะแนนจากแอป ‘Wikibit’ อยู่ที่ 2.27/10 คะแนน ไม่พบข้อมูลมูลค่าตลาด และไร้การกำกับดูแลจากหน่วยงาน หรือไม่มีใบอนุญาต จึงโดนแอปเตือนว่าเป็นแอปเทรดคริปโตที่ห้ามใช้ เลี่ยงได้เลี่ยงเด้อพี่น้อง   5. Mfc.CLUB (โบรกเกอร์ต้มตุ๋น)    และสุดท้าย ‘Mfc.CLUB’ จากประเทศมาเลเซีย เป็นแอปเทรดคริปโตเกรด B ที่ได้คะแนนจากแอป ‘Wikibit’ อยู่ที่เพียง 2.91/10 คะแนนเท่านั้น ไม่พบข้อมูลมูลค่าตลาด แถมยังไม่มีการกำกับดูแลจากหน่วยงาน หรือไม่มีใบอนุญาตอีกด้วย  และที่สำคัญมันถูกแอป ‘Wikibit’ เตือนว่าเป็นโบรกเกอร์ต้มตุ๋น เนื่องจากมันเป็นแพลตฟอร์มแชร์ลูกโซ่ ที่มีการฉ้อโกงกันเกิดขึ้น และมีการร้องเรียนอยู่ 1 การร้องเรียน เกี่ยวกับการฉ้อโกงดังกล่าว ดังนั้นหากใครคิดที่จะลงทุนคริปโตกับแอปเทรดเจ้านี้ คิดใหม่อีกทีตอนนี้ยังนะ!! และคุณต้องตรวจสอบแอปเทรดคริปโตหรือ Defi ,เหรียญ ก่อนที่จะลงทุนผ่านแอป WikiBit ด้วย เพราะ WikiBit นั้นได้ช่วยตรวจสอบมาเบื้องต้นแล้ว!  อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงข้อมูลส่วนหนึ่งจากทางแอป ‘Wikibit’ เท่านั้น เพราะยังมีแอปเทรดอื่นๆ อีกมากมายที่คุณควรระวัง ถ้าไม่อยากถูกโกงจนกลายเป็นฝันร้าย หากใครสนใจอยากเข้าไปตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมของ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญ’ และ โปรเจกต์ ‘DeFi’ คุณสามารถเข้ามาตรวจสอบได้ที่แอป ‘Wikibit’ โหลดมันติดมือถือไว้ รับรองลงทุนอย่างสบายใจแน่นอน!!    แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  

2021-07-29การวิเคราะห์เชิงลึก

เปิดบ้าน ‘KKEX’ เว็บเทรดคริปโต ที่มีความผิดปกติสูงมาก!

บทความนี้ ‘Wikibit’ จะมาพาทุกคนไปเที่ยว ไปทัวร์ ไปสำรวจสำนักงานของ ‘Exchange’ หรือ ‘เว็บเทรดคริปโต’ กันอีกแล้ว โดยเป็นคิวของ ‘KKEX’ เว็บเทรดต่างชาติเจ้าหนึ่ง ที่เข้ามาเปิดสำนักงานในไทย พร้อมให้บริการนักลงทุนไทย ซึ่งหลังจากการสำรวจ ‘Wikibit’ ต้องขอบอกเลยว่าแปลกมาก และมีความเสี่ยงสูงหากคุณคิดจะลงทุน!!  จุดหมายปลายทางในการสำรวจครั้งนี้ก็คือ ‘บ้านปลายหาด’ 323/338 หมู่ 5 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี 20150 หรือพัทยาซิตี้นั่นเอง ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานเพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจของเว็บเทรด อย่าง ‘KKEX’   เมื่อทางทีมสำรวจของ ‘Wikibit’ เดินทางไปถึงก็พบกับสถานที่ดังกล่าวตามที่ทาง ‘KKEX’ ได้กำหนดข้อมูลมาให้ จึงแสดงให้เห็นว่ามีสถานที่ดังกล่าวตั้งอยู่จริง ซึ่งความแปลกของมันก็คือสถานที่แห่งนี้ไม่ใช้ตึกสูง ที่มีลักษณะเหมาะแก่การใช้เป็นที่ตั้งสำนักงาน แต่กลับกลายเป็นคอนโดมิเนียมที่มีความแอบหรู ส่งผลให้ไม่สามารถเข้าไปสำรวจสำนักงานดังกล่าวได้ เนื่องจากมีระบบรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา   ทั้งนี้ด้วยข้อจำกัดดังกล่าว ประกอบกับความไม่แน่ชัดในการจัดตั้ง เพราะไม่มีสิ่งใดสามารถระบุได้ว่า ‘KKEX’ มีสำนักงานอยู่ที่นี่จริง จึงไม่สามารถยืนยันได้ว่ามีบริษัทนี้ตั้งอยู่ที่นี่จริงหรือไม่นั่นเอง   ต่อมาเรามาดูรีวิวของ ‘KKEX’ จากแอป ‘Wikibit’ กันดีกว่า ว่าดีหรือไม่? โดย ‘KKEX’ เป็นเว็บเทรดคริปโตเกรด C ได้คะแนนจากแอปอยู่ที่ 2.26/10 คะแนน ไม่พบข้อมูลมูลค่าในตลาด และที่สำคัญเว็บเทรดเจ้านี้ยังเข้ามาเปิดให้บริการกับนักลงทุนชาวไทย ในประเทศไทย แต่กลับไม่มีข้อมูลกำกับการดูแล หรือไม่มีใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. อีกด้วย จึงถือว่าเป็นเว็บเทรดที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ และมีความเสี่ยงสูงมากต่อการถูกโกง ดังนั้นนักลงทุนคนไหนที่กำลังสนใจ บอกได้เลยว่าเลี่ยงได้เลี่ยง และนักลงทุนคนไหนที่หลวมตัวเข้าไปใช้งานแล้วละก็ หากรีบถอนเงินหนีตอนนี้ยังทัน!!  อย่างไรก็ตามเป็นที่รู้กันดีว่าเป้าหมายของการสำรวจในแต่ละครั้งนั้น ‘Wikibit’ ทำเพื่อเป็นการยืนยันการมีตัวตนของบริษัทนั้น และเยี่ยมชมว่ามีความถูกต้องตามข้อมูลที่ให้มาหรือไม่ ซึ่งมันมีผลต่อความน่าเชื่อถือในการตัดสินใจเลือกลงทุน ดังนั้นก่อนตัดสินใจลงทุนในเว็บเทรดคริปโตต่างๆ อย่าลืมตรวจสอบข้อมูล และอ่านการสำรวจเยี่ยมชมบริษัท กับทาง ‘Wikibit’ ให้ดี จะได้ไม่เสียท่า ถูกโกงในอนาคต!!  คุณเองก็สามารถติดตามข่าวสารดีๆ ในวงการคริปโตได้ เพียงแค่กดติดตามเพจ ‘Wikibit.TH’ แล้วโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ไว้ให้อีกด้วย เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  

2021-07-29การวิเคราะห์เชิงลึก

‘MMS Coin’ คืออะไร? ทำไมมันถึงเข้าข่ายแชร์ลูกโซ่

ดูเหมือนว่า ‘MMS Coin’ กำลังเป็นที่พูดถึงเป็นอย่างมาในวงการคริปโต เนื่องจากมี เว็บเทรดชื่อดังหลายๆ เจ้า ได้ออกมาประกาศเตือน และปฏิเสธความข้องเกี่ยวกับมัน แถมยังมีข่าวอีกว่าแพลตฟอร์มดังกล่าวอาจเข้าข่ายขบวนการแชร์ลูกโซ่อีกด้วย ว่าแต่มันคืออะไรกันแน่? ‘Wikibit’ มีคำตอบมาบอก    ‘MMS Coin’ หรือ ‘MMS Genius Platform’ ถูกสร้างขึ้นมาจากกลุ่มคนปริศนา ที่มี CEO คือ ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดน่าน พร้อมเปิดให้นักลงทุนได้เข้ามาเก็งกำไร ผ่านการโฆษณาต่างๆ บนโซเชียลมีเดีย โดยมีการพูดถึงสรรพคุณต่างๆ และมีการกล่าวถึงเว็บเทรดชื่อดังในไทยหลายๆ เจ้า อย่าง Bitkub, Satang Pro เป็นต้น เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ   ทั้งนี้ทางเว็บเทรดคริปโตชื่อดัง อย่าง Bitkub ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ตนนั้นไม่มีความเกี่ยวข้อง หรือเป็นผู้สนับสนุนอะไรกับทาง ‘MMS Coin’ แต่อย่างใด และไม่ได้ลิสต์เหรียญดังกล่าวนี้ไว้บนแพลตฟอร์มของตนด้วย   ทางด้านของเว็บเทรดคริปโตอีกเจ้า อย่าง ‘Satang Pro’ ก็ได้ออกมาโพสต์เตือนผู้ใช้ในทำนองเดียวกันว่า ‘MMS Coin’ นั้นได้มีการแอบอ้างใช้ชื่อของ ‘Satang Pro’ ในการโปรโมทเหรียญ และทางบริษัท สตางค์ คอร์ปอเรชั่น ขอแจ้งว่าบริษัทฯ ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าว และผู้จัดทำโครงการนี้ไม่เคยติดต่อบริษัทฯ เพื่อขอลิสต์เหรียญบนกระดานแต่อย่างใด   ต่อมาได้มีผู้ใช้งาน ‘Blockdit’ รายหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า ‘เปิดโปงแชร์ลูกโซ่ MMS Genius Platform’ ได้มาตั้งกระทู้เตือนนักลงทุนว่า ให้ระวังแพลตฟอร์มดังกล่าวไว้ เนื่องจากมีลักษณะที่เข้าข่ายกระบวนการแชร์ลูกโซ่   เริ่มจากการกล่าวถึงข้อเท็จจริงต่างๆ จากการวิเคราะห์ที่นักลงทุนหลายรายอาจยังไม่ทราบตั้งแต่การนำผลงาน รูป ข้อความ ที่ทาง ‘MMS Coin’ นั้นได้โฆษณาเชิญชวน มาพูดกล่าวว่ามันเป็นการก๊อปปี้มาจากโฆษณาของเว็บเทรดในต่างประเทศ เช่น ‘MMS Coin’ เหรียญเพิ่มมูลค่า ราคาไม่มีตก เป็นต้น รูปภาพหน้าตาเว็บไซต์ของ ‘MMS Coin’  " /> รูปภาพหน้าตาเว็บไซต์ของ ‘Coinmarketcap’    นอกจากนี้ยังได้มีการจับผิดหน้าหน้าตาเว็บไซต์ของแพลตฟอร์มดังกล่าว และพบว่าส่วนใหญ่มีลักษณะที่คล้ายคลึงกับเว็บไซต์คริปโตชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็นข้อความ ประโยคต่างๆ แถมยังมีโมเดลสร้างรายได้เป็นแบบ Binary เป็นชั้นๆ และเคลมด้วยว่าหากนักลงทุนจ่ายค่าสมัครครั้งเดียว รับรายได้ไปตลอดอีกด้วย ซึ่งแทบจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลย   ทั้งนี้เจ้าของโพสต์ยังได้สรุปเนื้อหาแบบเข้าใจง่าย เพื่อเตือนภัยให้กับนักลงทุนว่าทำไม ‘MMS Coin’ ถึงเข้าข่ายการแชร์ลูกโซ่ ดังนี้  1. CEO เป็นผอ.โรงเรียน จ.น่าน มีความรู้เรื่อง Blockchain มั้ย? พอรึเปล่า?  2. ขนาดเว็บไซต์ ยังก๊อปปี้เขามา แล้วคิดว่าจะเป็น Platform เปลี่ยนโลก มันใช่หรอ ?  3. กราฟิกเหมือนคนแก่ทำ เน้นอ่านง่าย ขายชาวบ้าน  4. เว็บไซต์เน้นภาษาอังกฤษ ลองไปเล่นดู แล้วคุณจะรู้ว่า ไม่มีอะไรเลย ขนาด Navigator Bar แทบด้านบน กดแล้วไปไหนไม่ได้  5. เอาเทคโนโลยี มาบังหน้า เบื้องหลังคือ แชร์ลูกโซ่  -ปัก pin  -ต้องมีการแนะนำ  -แผนผัง ลำดับขั้น binary  6. คุณคิดว่าเขา มีศักยภาพจะเอาเหรียญขึ้นกระดานเทรดหรอ? ก็เห็นๆ อยู่ว่า เว็บไซต์ยังก๊อปเขามา ทำอะไรไม่เป็นเลย!!  นี่เป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นที่ทาง ‘Wikibit’ รวบรวมมาเล่า เพื่อให้คุณได้มองเห็นภาพรวมต่างๆ ของ ‘MMS Coin’ ว่ามันมีความน่าเชื่อถือพอที่จะให้นักลงทุนนำเงินไปลงทุนหรือไม่ ดังนั้นนักลงทุนควรระมัดระวังและตัดสินใจอย่างรอบคอบก่อนลงทุนในแพลตฟอร์มดังกล่าว ซึ่งก่อนลงทุนในคริปโตทุกครั้งอย่าลืมเข้ามาตรวจสอบข้อมูลในแอป ‘Wikibit’ ให้ดีก่อนเสมอ แถมตัวแอปยังได้รวบรวมข่าวสารดีๆ เกี่ยวกับกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้เสพเพื่อเสริมความรู้เท่าทันอีกด้วย ดังนั้นโหลดไว้สะ จะได้ไม่พลาดถูกโกง!!   แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST

2021-07-29การวิเคราะห์เชิงลึก

'บิทคอยน์'บวกกว่า1% เคลื่อนไหวที่ 39,705 ดอลล์

บิทคอยน์บวกกว่า1% เคลื่อนไหวที่ 39,705 ดอลล์ ราคาบิทคอยน์ เทรดที่เว็บไซต์คอยน์เดสก์ เมื่อเวลา 06.00 น.ของวันนี้ (29 ก.ค.)ปรับตัวขึ้น 1.10% เคลื่อนไหวที่ 39,705.01 ดอลลาร์  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-07-29การวิเคราะห์เชิงลึก

รู้จัก 3 เทรดเดอร์คนรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จระดับโลก!

WikiFX เคยนำเสนอเรื่องราวของเทรดเดอร์ในตำนานกันมาเยอะแล้ว วันนี้ถึงคิวของเทรดเดอร์ Forex ยุคใหม่กันบ้าง แม้ประสบการณ์จะไม่ได้มากรุ่นพี่ที่ครองตลาดมาหลายสิบปี แต่ความสามารถของพวกเขาก็มองข้ามไม่ได้เลย รายชื่อที่เราจะเสนอต่อไปนี้คือ 3 ผู้มีอิทธิพลในการวงการ Forex ยุคใหม่ ที่คุณต้องจดจำชื่อพวกเขาไปอีกนาน!   1. Samuel Leach  หลังเรียนจบ และได้รับเกียรติยศ “Deans Award” Samuel ก็ได้กลายเป็นเทรดเดอร์ที่มีชื่อเสียงระดับสากล โดยเขาได้สั่งสมประสบการณ์ในโลกแห่งการเงินระหว่างการทำงานกับหนึ่งในธนาคารที่ใหญ่ที่สุดในอังกฤษ จนกระทั่งในปี 2012 Samuel ได้ประกาศโปรเจ็คของตัวเองในชื่อว่า “Samuel and Co Trading” ที่ก้าวหน้ามาก ๆ กลายเป็นบริษัทระดับโลกไปแล้ว  นอกจากนี้ Samuel ยังมีชื่อเสียงจากการเป็น Influencer ด้วยการเทรดที่มีลักษณะเฉพาะตัว ไม่ซ้ำใคร บนโซเชียลมีเดียจึงมีกลุ่มผู้ติดตามจำนวนมาก โดย YouTube ช่อง “Samuel Leach” ของเขา มีผู้ติดตามกว่า 1.35 แสน โดย Samuel ได้แบ่งปันความรู้ในการเทรดของเขา ผ่านคอนเทนต์มากมายในช่องนี้ ทั้ง Forex และ หุ้น ใครสนใจไปตามหาดูได้ ไม่ผิดหวังแน่นอน   2. Austin Netzley  Netzley คือตัวแทนแห่งยุค จากผลงานการพัฒนาการเทรดด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยเข มีชื่อเสียงจากการคิดค้นระบบเทรดหุ้นอัตโนมัติที่ทรงพลัง และได้รับความนิยมอย่างล้นหลามในหมู่นักเทรดทั่วโลก ทำให้เขาโด่งดังและได้รับรายได้มหาศาลจากการคิดค้นดังกล่าว ซึ่งถึงแม้ว่า Netzley จะยังเทรดและทำงานประจำไปด้วยแต่เขาก็กลายเป็นผู้ประสบความสำเร็จในตลาดการเงินได้ในที่สุด  Austin ได้เขียนหนังสือเกี่ยวกับการเทรดหลายเล่มที่ อาทิ “Live Wealthy” และ “Make Money” ทั้งยังเขียนบล็อกออนไลน์เกี่ยวกับการเทรดส่วนตัว พร้อมแชร์เทคนิคเทรดและมุมมองเกี่ยวกับตลาดเชิงลึกที่มีประโยชน์ผ่านพอดแคสต์ ไปลองตามกันดูนะ  3. Jarratt Davis  Davis ติดโพลเทรดเดอร์อันดับต้น ๆ ของโลกมาตั้งแต่ปี 2008 และได้รับการขนานนามจากธนาคาร Barclays ว่าเป็นเทรดเดอร์ฝีมือดีที่สุดอันดับ 3 ของโลก โดย Davis ได้ครองตำแหน่งนี้เรื่อยมาถึง 5 ปี จนกระทั่งปี 2013  ทั้งนี้ Davis ยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการวิเคราะห์ และเป็นผู้จัดการกองทุน Hedge fund และปัจจุบันได้ผันตัวมาเป็นโค้ชสอนเทรดให้กับนักเรียนมากมาย พร้อมทั้งแบ่งปันเทคนิคการเทรดให้ผู้ติดตามจำนวนมากผ่านวิดีโอเกี่ยวกับคู่มือและบทเรียนเทรดทุกสัปดาห์ เทรดเดอร์สามารถเรียนรู้ forex ขั้นพื้นฐาน รวมถึงการใช้ อินดิเคเตอร์เชิงเทคนิคร่วมกับกลยุทธ์การวิเคราะห์กราฟเทคนิคหลาย ๆ หรือแม้กระทั้งเทคนิคการใช้ข่าวและเหตุการณ์สำคัญทางเศรษฐกิจให้เกิดประโยชน์ต่อการเทรด ไปหาข้อมูลเพิ่มกันได้ที่ www.jarrattdavis.com

2021-07-28การวิเคราะห์เชิงลึก

Bitkub ประกาศโดนแอบอ้างเหรียญคริปโต

เนื่องจากโครงการเหรียญ MMS หรือ MMSC หรือ MMS COIN และแพลตฟอร์ม MM Genius Platform ได้มีการใช้ตราสินค้า (โลโก้) ของบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ในสื่อประชาสัมพันธ์โดยไม่ได้รับอนุญาต และมีการกล่าวอ้างอิงถึงบริษัทฯในโซเชียลมีเดียที่อาจก่อให้เกิดการเข้าใจผิดในกลุ่มนักลงทุนหรือผู้ที่สนใจติดตามข่าวสาร  ทางบริษัทฯขอชี้แจงว่า บริษัทฯไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการดำเนินของโครงการนี้และไม่ได้เป็นผู้สนับสนุนโครงการ ตลอดจนทางโครงการหรือผู้ที่เกี่ยวข้องไม่เคยติดต่อมาเพื่อขอลิสต์เหรียญขึ้นเพื่อทำการซื้อขายบนกระดานบิทคับแต่อย่างใด  ดังนั้น บริษัทฯจึงขอประกาศให้นักลงทุนหรือผู้ที่ติดตามข่าวสารโปรดระมัดระวัง ตรวจสอบ และศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนลงทุน หากมีความเสียหายใดเกิดขึ้นจากการลงทุนในโครงการดังกล่าวจะไม่อยู่ในขอบเขตความรับผิดชอบของบริษัทฯ และบริษัทในเครือแต่อย่างใด

2021-07-28การวิเคราะห์เชิงลึก

8 บริษัทที่ถือครองบิทคอยน์มากที่สุดในโลก

2021-07-28การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
121123
...
142