สแกนเพื่อดาวน์โหลด
แพลตฟอร์มตรวจสอบ # และยืนยันการกำกับดูแลของตลาดการเงินทั่วโลก

Mark Cuban ไม่พอใจกับร่างกฎหมายภาษี Crypto

เหล่าคนดังในวงการคริปโตเคอร์เรนซียังคงพูดถึงร่างกฎหมายโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นที่รู้กันจากความเข้มงวดของกฎเกณฑ์ที่ใช้ควบคุมธุรกิจคริปโต และการขยายคำจำกัดความของ ‘โบรกเกอร์’ ที่ต้องรายงานข้อมูลต่าง ๆ  ซึ่งทาง Mark Cuban มหาเศรษฐีผู้สนับสนุนบิทคอยน์ก็เป็นหนึ่งในนั้น ในการให้สัมภาษณ์กับ Washington Post เมื่อช่วงเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา ก่อนที่ร่างกฎหมายดังกล่าวจะผ่านร่างจากวุฒิสภาอย่างเป็นทางการ Cuban ได้เปรียบเทียบการเติบโตของคริปโตเคอร์เรนซี ว่าเหมือนกับการเติบโตของธุรกิจ E-Commerce และอินเทอร์เน็ตโดยทั่วไป   “ความพยายามในการหยุดการเติบโตของคริปโตครั้งนี้ เหมือนกับความพยายามที่จะหยุดธุรกิจ E-Commerce เมื่อปี 1995 เพราะตอนนั้นผู้คนต่างกลัวว่าจะถูกโกงบัตรเครดิต หรือความพยายามในการควบคุมการสร้างเว็บไซต์ เพราะบางคนไม่เข้าใจและสับสนว่ามันจะมีผลอย่างไรกับพวกเขา” Mark Cuban เคยแสดงความคิดเห็นในเดือนพฤษภาคมว่า ราคาที่เพิ่มขึ้นของสินทรัพย์คริปโตนั้นสะท้อนให้เห็นถึงประโยชน์ใช้สอยและความต้องการที่มากขึ้น และวันที่คริปโตเติบโตอย่างเต็มที่   จนถึงจุดที่เราสงสัยกันว่าเราเคยอยู่โดยปราศจากมันได้อย่างไรจะมาถึง วุฒิสมาชิก Pat Toomey หนึ่งในสมาชิกสภานิติบัญญัติที่พยายามแก้ไขร่างกฎหมายดังกล่าว โดยการเปลี่ยนคำจำกัดความของคำว่า ‘โบรกเกอร์’ ได้พูดถึงร่างกฎหมายดังกล่าวว่ามีข้อบกพร่องที่ร้ายแรง ไม่สามารถใช้งานได้จริง และคุกคามนวัตกรรมทางเทคโนโลยีในอนาคต ร่างกฎหมายโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้ชุมชนคริปโตกังวลถึงผลของมันต่อระบบนิเวศในคริปโตอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา วุฒิสภาสหรัฐฯ ได้ผ่านร่างกฎหมายที่มีข้อขัดแย้งดังกล่าว ด้วยคะแนนเสียง 69-30 เสียง  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-08-11การวิเคราะห์เชิงลึก

ด่วน ราคา ADA พุ่งขึ้นกว่า 20% จากปัจจัยนี้

ดูเหมือนว่าราคา Cardano จะพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากผู้ก่อตั้ง Cardano ปล่อยข่าวลือเตรียมเปิดตัวสัญญา Smart contract ในวันศุกร์นี้ ควบคู่กับกิจกรรมการพัฒนาบนเครือข่ายที่เติบโตเพิ่มขึ้นบนเครือข่าย   อ้างอิงข้อมูลจาก Santiment “เราได้มีการปรึกษาหารือกับหุ้นส่วนและคนอื่น ๆ เป็นจำนวนมาก และดูเหมือนว่าเรากำลังดำเนินการเปิดตัวตามกำหนดในวันศุกร์ที่จะถึงนี้” นาย Charles Hoskinson ผู้ก่อตั้ง Cardano กล่าว หลังจากข่าวลือเริ่มแพร่สะพัดออกไป ราคาเหรียญ ADA ก็เริ่มดีดพุ่งขึ้นกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมาและเพิ่มขึ้นเกือบ 70 เปอร์เซ็นต์ในช่วง 20 วัน   ท่ามกลางความเชื่อมั่นในตลาดคริปโตโดยรวมที่ค่อย ๆ เพิ่มสูงขึ้น นับตั้งแต่ช่วงปลายเดือนกรกฎาคม อย่างไรก็ดี กิจกรรมการพัฒนาเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นบนเครือข่ายของ Cardano อาจเป็นสาเหตุหลักในการเติบโตเพิ่มขึ้นของราคาเหรียญในครั้งนี้ ดังที่เราเห็นตามกราฟของ Santiment แนวโน้มกิจกรรมการพัฒนาโดยรวมมีความสัมพันธ์เพิ่มขึ้นสอดคล้องกับราคาของ ADA ในขณะที่เขียนรายงานอยู่ที่ ADA มีการซื้อขายกันอยู่ที่ระดับ 1.77 ดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 19.30% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา อ้างอิงข้อมูลจาก Coinmarketcap  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-08-11การวิเคราะห์เชิงลึก

Poly Network ถูกแฮ็ค สูญเงินกว่า 2 หมื่นล้านบาท

โปรโตคอลบน DeFi แบบ cross-chain ชื่อดัง Poly Network ต้องสูญเสียเงินมากกว่า 611 ล้านดอลลาร์อันเป็นผลมาจากการเจาะช่องโหว่ในระบบ ตัวเลขดังความสูญเสียดังกล่าวอาจเป็นการแฮ็ก DeFi ครั้งใหญ่ที่สุดเลยก็ว่าได้   แฮ็กเกอร์ที่อยู่เบื้องหลังการโจมตีได้โอนเหรียญที่ขโมยมาได้ไปยังเครือข่ายของ Ethereum, Binance Smart Chain และ Polygon เนื่องจาก Poly Network ทำให้ผู้ใช้งานสามารถใช้งานคริปโตแบบทำงานร่วมกันระหว่างบล็อกเชนต่างๆ (cross-chain) จึงเป็นการยากที่จะประเมินขอบเขตทั้งหมดของแฮ็ก นอกจากนี้โปรโตคอลสาย aggregation ที่ชื่อว่า O3 Swap ก็ได้ระงับฟังค์ชัน cross-chain เนื่องจากการแฮ็คดังกล่าว   Poly Network เรียกร้องให้ผู้ขุดและเว็บกระดานเทรดทำการ blacklist address ของนักแฮ็คเหล่านั้นโดยทันที ผู้ดำเนินการที่อยู่เบื้องหลังโปรโตคอลสัญญาว่าจะดำเนินการทางกฎหมายกับนักแฮ็คเหล่านี้ CTO ของ Tether นาย Paolo Ardoino ได้ประกาศแช่แข็งโทเค็น USDT มูลค่า 33 ล้านดอลลาร์ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ Poly Network แล้ว นอกจากนี้ Changpeng Zhao CEO ของ Binance ได้ออกมายื่นความช่วยเหลือเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว โดยกล่าวว่าบริษัทกำลังประสานงานกับพันธมิตรด้านความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม เขาอ้างว่า “ไม่มีใคร” ควบคุม Binance Smart Chain ได้ ดังนั้นจึงไม่มีการให้คำสัญญาว่าจะกู้คืนเหรียญมาได้  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-08-11การวิเคราะห์เชิงลึก

'บิตคอยน์'ดิ่งเคลื่อนไหวที่ 45,000 ดอลล์

บิตคอยน์ดิ่งเคลื่อนไหวที่ 45,000 ดอลล์ ราคาบิตคอยน์ เทรดที่เว็บไซต์คอยน์เดสก์ เมื่อเวลา 05.50 น.ของวันนี้ (11 ส.ค.)ปรับตัวร่วงลง 0.94% เคลื่อนไหวที่ 45,612.62 ดอลลาร์

2021-08-11การวิเคราะห์เชิงลึก

Janet Yellen ถูกกล่าวหาว่ารับเงินสินบนจากธนาคาร เพื่อช่วยต่อต้าน Defi

Janet Yellen รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เพิ่งถูกกล่าวหาว่าทุจริตและรับเงินสินบนเป็น “ค่าจ้างในการพูด (speaking fees)” จากธนาคาร ซึ่งหลังจากเปิดเผยผลประกอบการรายได้เมื่อเร็วนี้ ๆ พบว่า Yellen ได้รับเงินค่าจ้างในการพูดเป็นมูลค่าหลายล้านดอลาร์จากธนาคารต่าง ๆ รายได้ที่ Yellen ได้รับนั้นถือเป็นตัวเลขที่น่าตกใจ   จนทำให้นาย Bruce Fenton แฟนตัวยงของ Bitcoin รู้สึกอดไม่ไหวที่จะออกมาชี้แจงให้ทุกคนเห็นถึงรายได้ของเธอ ยอดรวมรายได้ข้างต้นเผยให้เห็นว่า Yellen ได้รับเงินเป็นตัวเลขสูงถึง 7 ล้านดอลลาร์จากที่ Citadel เพียงแห่งเดียว และยังได้รับเงิน 450,000 ดอลลาร์จากการขึ้นพูดที่ City National เป็นระยะเวลาสามวันด้วยกัน นักลงทุนกล่าวหาว่า Yellen ได้รับเงินสินบนจากธนาคารในรูปแบบของค่าจ้างในการพูดเพื่อช่วยให้พวกเขาต่อสู้กับระบบนิเวศ DeFi   ปัจจุบัน Janet Yellen มีรายได้สุทธิอยู่ที่ประมาณ 20 ล้านดอลลาร์ นั่นหมายความว่าหนึ่งในสามของมูลค่าสุทธิทั้งหมดของเธอล้วนได้รับมาจาก “ค่าจ้างในการพูด” ทั้งสิ้น ทำงานให้กับธนาคาร จำนวนค่าจ้างในการพูดที่รัฐมนตรีคลังได้รับจากธนาคาร ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่เชื่อแล้วว่าตอนนี้ เธอกำลังทำงานให้กับธนาคารเพื่อช่วยต่อสู้กับระบบนิเวศ DeFi คู่แข่งที่โดดเด่นของธนาคารแบบดั้งเดิม นอกจากนี้การแก้ไขร่างกฎหมายภาษีคริปโตของ Warner-Portmen ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก Yellen ที่หากผ่านการอนุมัติยังจะถือว่านักพัฒนาโค้ดสัญญา Smart contract มีสถานะเดียวกันกับโบรคเกอร์อีกด้วยและสิ่งนี้จะส่งผลกระทบต่อตลาด DeFi ในวงกว้าง ดังนั้นในท้ายที่สุดธนาคารจะเป็นผู้ชนะในศึกครั้งนี้ การผ่านร่างกฎหมายใหม่ช่วยจะขจัดทางเลือกของผู้คนที่ต้องการลงทุนในตลาด Defi ออกไป เนื่องจากนักพัฒนาสัญญา Smart contract ไม่ต้องการรับผิดชอบในฐานะโบรคเกอร์ และสิ่งนี้จะทำให้ตลาด DeFi ชะลอการเติบโตลดลงอย่างมีนัยสำคัญ  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-08-11การวิเคราะห์เชิงลึก

เจาะลึก ‘Kotegawa Takashi’ นักเทรดพันล้าน กับ 4 เทคนิคลับ!! เทรดอย่างไรให้ปัง?

ท้าวความจากภาคที่แล้ว ถึงเรื่องราวของ‘Kotegawa Takashi’ ชายหนุ่มชาวญี่ปุ่น วัย 29 ปี ที่สามารถสร้างตำนานปั้นพอร์ตหลักแสน ให้กลายเป็นหลักพันล้านได้อย่างไม่น่าเชื่อ ภายในเวลาไม่กี่ปี โดยในบทความนี้ทาง ‘Wikibit’ จะพาทุกคนไปหาคำตอบจากบทสัมภาษณ์ของเขา ว่าเขามีเคล็ดลับ หรือเทคนิคอย่างไรบ้าง? ที่นำพาตัวเขาไปสู่ความสำเร็จ!!  1. เน้นแบบเดย์เทรดล้วนๆ ไม่ถือยาว    การเดย์เทรด คือ การเทรดแบบวันเดียวแล้วจบ ซื้อขายเข้าออกไว ซึ่งถือว่าเป็นเทคนิคขั้นสูง ที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพราะหากได้ก็ได้เยอะ แต่ถ้าหากเสียก็เสียเยอะเช่นกัน โดย ‘Takashi’ ใช้การเทรดในรูปแบบนี้ล้วน ไม่มีถือยาว   2. ใช้หลักการปั่นหุ้นเข้ามาผสม    จากบทสัมภาษณ์ ‘Takashi’ ยอมรับ เส้นทางสู่พอร์ตพันล้านของเขาส่วนหนึ่งมาจากการ ‘ปั่นราคา’ ด้วยการซื้อมาเทรดในจำนวนเยอะๆ เพื่อล่อให้เม่าจำนวนมากเข้ามาลงทุนตาม จนราคาพุ่งสูงขึ้นแล้วเทขายเพื่อทำกำไรนั่นเอง ซึ่งการทำแบบนี้จำเป็นมีต้นทุนที่สูงมากๆ หากใครคิดจะทำตามต้องเก็บสะสมทุนไว้เยอะๆ และลงทุนอย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันการผิดพลาด   3. เก็บตัวไม่ออกไปไหน ทำให้เงินส่วนใหญ่ทุ่มไปกับการเทรด    ชีวิตส่วนใหญ่ของ ‘Takashi’ มักอยู่แต่ในบ้านไม่ออกไปไหน เนื่องจากเขาเป็นคนที่บ้าการเทรดเป็นอย่างมาก แล้วเมื่อไม่ได้ออกไปไหน ก็หมายความว่าไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องใช้เงิน ซึ่งเขามักจะนำเงินส่วนใหญ่ของตัวเองไปทุ่มให้กับการลงทุนเรื่อยๆ โดยการทำในลักษณะแบบนี้ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งอย่างที่นักปั้นพอร์ตไวๆ เขาทำกัน เพราะจะนำเงินส่วนใหญ่กลับมา ‘Reinvest’ นั่นเอง   4. ใช้กลยุทธ์ที่หลากหลาย    ‘Takashi’ ไม่ได้มองเพียงแค่ว่ากลยุทธ์ไหนเหมาะกับตัวเขาเพียงอย่างเดียว แต่เขามักจะปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ไปตามขนาดของพอร์ต และสภาพของตลาดคริปโตในช่วงนั้นๆ ซึ่งกลยุทธ์ส่วนใหญ่ที่เขาเลือกใช้ก็คือ ‘การสวิงเทรด’ (การทำกำไรจากส่วนต่างของราคาที่วิ่งเป็นรอบๆ สามารถใช้ได้ในตลาดทั้งขาขึ้นและขาลง)   นี่เป็น 4 เคล็ดลับในการลงทุนคริปโต ฉบับนักเทรดพันล้าน ที่ทาง ‘Wikibit’ หยิบมานำเสนอไว้ให้คุณใช้เป็นแนวทางในการลงทุน ซึ่งหากใครคิดที่จะนำมันมาประยุกต์ใช้กับการเทรดคริปโตของตัวเองก็จงตระหนักไว้ว่า ‘กว่าจะประสบความสำเร็จได้ ล้วนต้องผ่านการผิดพลาด และล้มเหลวมาก่อน’ ไม่เว้นแต่ชายที่ชื่อว่า ‘Kotegawa Takashi’ เองก็ตาม ดังนั้นก่อนลงทุนในคริปโตทุกครั้งคุณควรศึกษา และตรวจสอบข้อมูลในแอป ‘Wikibit’ ให้ดี ว่ามีเหรียญ เว็บเทรดคริปโต หรือ DeFi ตัวไหนเป็นอย่างไรบ้าง ได้คะแนนจากแอปเท่าไหร่ น่าลงทุนไหม มีประวัติฉ้อโกงหรือเปล่า ซึ่งทั้งหมดนี้ทางแอป ‘Wikibit’ ได้รวบรวมไว้ให้คุณทั้งหมดแล้ว โหลดมันติดมือไว้ใช้เป็นตัวช่วยในการทำกำไรได้ชัวร์!!  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  ขอบคุณข้อมูลจาก Facebook : Chatchaionline Prefect

2021-08-10การวิเคราะห์เชิงลึก

‘Bitkub’ ประกาศเตือนนลท. หลังโดนแอบอ้างจาก ‘Bitstamp Pro’

" />    เมื่อไม่นานมานี้ ได้มีบริษัทเทรดคริปโตรายหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า ‘Bitstamp Pro’ แพร่กระจายอยู่บนพื้นที่สื่อโฆษณาในโซเชียลมีเดีย โดยได้มีการแอบอ้างชื่อของ ‘Bitkub’ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ซึ่งล่าสุดทาง ‘Bitkub’ ได้ออกโรงเตือนนักลงทุนให้ระวังเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ได้โพสต์ประกาศเตือนนักลงทุน บนช่องทางการเผยแพร่ข่าวสารของตน เนื่องจาก ‘Bitsatamp Pro’ บริษัทเทรดคริปโตโนเนมเจ้าหนึ่ง ได้มีการนำภาพใบประกอบธุรกิจของ ‘Bitkub’ มาตัดต่อ และแอบอ้างว่าตนเป็นบริษัทในเครือของ ‘Bitkub’ ซึ่งการกระทำในครั้งนี้อาจสร้างความเข้าใจผิดให้แก่นักลงทุนได้   “ทางบริษัทไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัท ‘Bitstamp Pro’ จึงขอให้นักลงทุนหรือผู้ที่ติดตามข่าวสารโปรดระมัดระวัง ตรวจสอบ และศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนลงทุน หากมีความเสียหายใดเกิดขึ้นจากการลงทุนกับบริษัทฯดังกล่าวจะไม่อยู่ในขอบเขตความรับผิดชอบของบริษัทฯ และบริษัทในเครือแต่อย่างใด” ข้อความประกาศจาก ‘Bitkub’   ต่อมาในเมื่อมีชื่อบริษัทเทรดคริปโตแปลกๆ อย่าง ‘Bitstamp Pro’ ออกมา มีหรือที่ทาง ‘Wikibit’ จะไม่หยิบมันไปค้นหา และตรวจสอบในแอป ‘Wikibit’ ซึ่งผลปรากฏว่า ‘ไม่พบข้อมูลการค้นหา’ แถมชื่อของ ‘Bitstamp Pro’ ยังมีความคล้ายคลึงกับ ‘Bitstamp’ ซึ่งเป็นเว็บเทรดคริปโตชั้นนำที่มีความเก่าแก่ที่สุดในโลกอีกด้วย ส่งผลให้นักลงทุนหลายคนเกิดความเข้าใจผิดแบบสองเด้ง ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงจริงแล้ว มันไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันเลยด้วยซ้ำ ดังนั้นก่อนลงทุนทุกครั้งคุณต้องตรวจสอบข้อมูลในแอป ‘Wikibit’ ให้ดี จะได้ไม่ถูกหลอกเข้าไปลงทุนในเว็บเทรดคริปโตเถื่อนได้ง่ายๆ   ไหนๆ ก็พูดถึง ‘Bitkub’ แล้ว เรามาดูรีวิวของมันจากแอป ‘Wikibit’ เพื่อเป็นการอัปเดตข้อมูลกันหน่อยดีกว่า โดย ‘Bitkub’ นั้นปัจจุบันได้กลายเป็นเว็บเทรดเกรด AA ที่ไต่ขึ้นมาอยู่ลำดับที่ 14 ของ ‘Wikibit Rankings’ มีคะแนนสะสมอยู่ที่ 8.46/10 คะแนน มีปริมาณการซื้อขายสูงถึง 4.71 พันล้านบาท ได้รับใบอนุญาตจาก SEC หรือ ก.ล.ต. ไทย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แถมยังได้รับการสำรวจและเยี่ยมชม เพื่อยืนยันตัวตนจากทีม ‘Wikibit’ แล้วอีกด้วย ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเว็บเทรดสัญชาติไทยที่น่าลงทุนเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้หากใครต้องการตรวจสอบข้อมูลของ ‘เว็บเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ด้วยตัวเอง คุณสามารถตรวจสอบได้ที่ ‘Wikibit’ โหลดเลยฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย!!   แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-08-10การวิเคราะห์เชิงลึก

‘Kotegawa Takashi’ เทรดเดอร์หุ้นที่ทำเงินจาก 4 แสน เป็น 5 พันล้านบาทในวัย 29 ปี!

Kotegawa Takashi คือนักลงทุนรายย่อยที่ประสบความสำเร็จแบบสุด ๆ เมื่ออายุ 29 ปี เท่านั้น เขาใช้เวลา 8 ปี ปั้น พอร์ตของเขาให้มีมูลค่าสูงถึง 19,000,000,000 เยน หรือประมาณ 5,700,000,000 บาท  Kotegawa Takashi มีชื่อเรียกอีก 2 ชื่อ คือ BNF และ J-com otoko (นายเจคอม) BNF เป็นชื่อที่เขาใช้เรียกตัวเองเวลาเขียนตอบกระทู้ในเว็บไซด์ 2 channel (คล้ายกับ Pantip บ้านเรา) ส่วน J-com otoko นั้นเป็นชื่อที่นักข่าวเรียกเขาจากการที่เขาสามารถทำกำไรจากการเทรดหุ้น j-com ประมาณ 600 ล้านบาทภายในเวลาสิบกว่านาทีและทำให้เขามีชื่อเสียงรู้จักไปทั่วเพียงข้ามคืน  Kotegawa Takashi เกิดเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 1978 ที่จังหวัด ชิบะ (ปัจจุบันอายุ 43 ปี) เป็นโอตาคุหนุ่มคนหนึ่ง (ตามที่ผู้คนเรียกเขา) ที่ชื่นชอบการอ่านการ์ตูนมังงะ และใช้ชีวิตเรียบง่าย ไม่ค่อยสนใจโลกภายนอก จนกระทั่งได้ เริ่มต้นเล่นหุ้นจากการนำเงินสะสมจากการทำงานพิเศษสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ปี 3 ประมาณ 1 ล้าน 6 แสนเยน หรือประมาณ 4 แสน 8 หมื่น บาท มาลงทุนในตลาดหุ้น ตั้งแต่ปี 2000 - 2008 จนมูลค่าพอร์ตของเขา สูงถึง 1 หมื่น 9 พัน ล้านเยน หรือ ประมาณ 5 พัน 700 ล้านบาท  สำหรับเหตุการณ์ที่ทำให้ ชื่อเสียงของ Kotegawa Takashi เป็นที่รู้จักแค่เพียงชั่วข้ามคืนนั้น เกิดขึ้น ในวันที่ 8 ธันวาคม 2005 หลังจาก ผู้รับผิดชอบการซื้อขายหุ้นของ Mizuho Securities ได้ออกคำสั่งขายหุ้นของบริษัท J-com ผิดพลาด จาก 6 แสน 1 หมื่น เยนต่อหุ้น เป็น 1 เยน ต่อ 6 แสน 1 หมื่นหุ้น จนทำให้เขาทำกำไรจากเหตุการณ์ครั้งนั้นได้ทันทีกว่า 600 ล้านบาทภายในเวลา สิบกว่านาที ! จนเป็นที่มาของฉายาใหม่ของเขา ที่ว่า “J-com otoko!”  การเติบโตของทรัพย์สินของ Kotegawa Takashi เป็นไปอย่างต่อเนื่องทวีคูณทุกๆ ปี ซึ่งในปี 2008 ยอดก็มาจบที่ 5,700,000,000 บาท  ปี 2000 : 1 ล้าน 6 แสน 4 หมื่นเยน  ปี 2000 : 2 ล้าน 8 แสนเยน  ปี 2001 : 61 ล้านเยน  ปี 2002 : 96 ล้านเยน  ปี 2003 : 270 ล้านเยน  ปี 2004 : 1,150 ล้านเยน  ปี 2005 : 8,000 ล้านเยน  ปี 2006 : 1,5700 ล้านเยน  ปี 2007 : 18,500 ล้านเยน  ต้นปี 2008 : 19,000 ล้านเยน (ประมาณ 5,700,000,000 บาท)  สไตล์การลงทุนของเขานั้นเป็นการเทรดแบบสวิงเทรด เขาเล่าให้ฟังว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ความเคยชินที่เกิดจากประสาทสัมผัส และการมองภาพรวมโดยทั่วไปให้ทะลุประโปร่ง ทั้งนี้การลงทุนของเขาจะเป็นแบบเดย์เทรด ซื้อขายระยะสั้น (เมื่อมีคนถามเขาว่าต่อไปแนวโน้มของหุ้นจะเป็นยังไรเขาตอบว่าไม่รู้เพราะว่าไม่เคยมองหุ้นในระยะยาวเลย)  ไลฟ์สไตล์ของ Kotegawa Takashi นั้น นอกเหนือจากการซื้อบ้านหรูรถหรูให้กับพ่อแม่เขา และซื้อคอนโดหรูกลางกรุงโตเกียวเพื่อสำหรับเทรดหุ้นให้ตนเองแล้ว เขาไม่ได้ใช้จ่ายหรูหราอะไรเลย

2021-08-10การวิเคราะห์เชิงลึก

รีวิว ‘Bitstamp’ เว็บเทรดคริปโตที่เก่าแก่ที่สุดในโลก!!

เทรดเดอร์คริปโตในยุคแรกๆ คงไม่มีใครไม่รู้จักกับ ‘Bitstamp’ เว็บเทรดคริปโตที่มีความเก่าแก่ที่สุดโลก แต่สำหรับมือใหม่นั้นคงกำลังนั่งงงกันว่า ‘Bitstamp’ มันคืออะไร? ทำไมถึงมีแต่คนพูดถึง? ดังนั้นทาง ‘Wikibit’ จะมาแนะนำเว็บเทรดเจ้านี้ให้ทุกคนได้รู้จัก พร้อมแถมรีวิวดีๆ จากแอป ‘Wikibit’ ให้แบบจุใจอีกด้วย   ‘Bitstamp’ ถือได้ว่าเป็นเว็บซื้อขายสกุลเงิน ‘คริปโตเคอเรนซี’ ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เพราะมันถือกำเนิดในปี 2554 โดยสองเพื่อนซี้ อย่าง Nejc Kodric และ Damijan Merlak ซึ่งพวกเขาสร้างมันขึ้นมาในประเทศโบลิเวีย บนพื้นฐานของผู้ใช้งานในทวีปยุโรป เพื่อพัฒนาให้มันกลายเป็นหนึ่งในเว็บเทรดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดทั่วโลก   ทั้งนี้ ‘Bitstamp’ ยังเป็นเว็บเทรดเจ้าแรกที่ตั้งตัวเป็นคู่แข่งกับ ‘MT.Gox’ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการซื้อขายที่ใหญ่ที่สุดของวงการธุรกิจคริปโตในตอนนั้น แต่มันยังคงมีปัญหาด้านความปลอดภัยการแลกเปลี่ยน ส่งผลให้ ‘MT.Gox’ ถูกแฮกในเดือนมิถุนายนปี 2554 และภายในปี 2557 ก็พบว่ามันได้ล้มละลายไปเสียแล้ว ส่งผลให้ ‘Bitstamp’ กลายเป็นเว็บเทรดที่ยืนหนึ่งนับแต่นั้นมา  ต่อมาเรามาดู‘ข้อดี’ ของ ‘Bitstamp’ กันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง? ถึงสามารถครองใจนักเทรดทั่วโลกได้ยาวนานขนาดนี้  1. อนุญาตให้ทำการซื้อขาย Bitcoin, Ethereum, Litecoin, Ripple ด้วย USD, EUR  2. ฝากเงินผ่าน SEPA และธนาคารเป็น USD และ EUR  3. ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมต่ำเพียง 0.5%  4. มีการแข่งขันสูงระหว่าง Bitcoin และ altcoins อื่น ๆ  5. ถอนเงินอย่างรวดเร็วเกือบทันที  6. มีระบบความปลอดภัย 2 ชั้น  7. ซื้อและขาย Bitcoin ผ่าน API, อินเทอร์เฟซ tradeview  8. มีแอปรองรับในสมาร์ทโฟน: iOS, Adroid   นอกจากนี้ ‘Bitstamp’ ยังถูกบรรจุข้อมูลต่างๆ ลงไปในแอป ‘Wikibit’ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งหลังจากที่เราเข้าไปตรวจสอบข้อมูล เพื่อที่จะนำมาเขียนรีวิวให้ทุกคนได้ทราบ ต้องขอบอกเลยว่า “ดีสมราคาคุยจริงๆ” โดย ‘Bitstamp’ นั้นเป็นเว็บเทรดเกรด AA ที่ติด ‘Wikibit Rankings’ อยู่ในอันดับที่ 4 มีคะแนนสะสมจากแอปสูงถึง 9.15/10 คะแนน โดยมันมีปริมาณการซื้อขายในตลาดอยู่ที่ 19.01 พันล้านบาท ได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งหมด 4 เจ้า ได้แก่ NMLS, CSSF. DFI, NYSDFS แถมยังผ่านการสำรวจและเยี่ยมชมจากทีมงานของ ‘Wikibit’ เพื่อยืนยันตัวตนตามเอกสารประกอบแล้วถึง 2 ครั้งอีกด้วย ถึงแม้ว่ามันจะยังไม่ได้รับการอนุญาตจาก ก.ล.ต. ไทย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันเป็นเว็บเทรดชั้นดีสมราคาคุยจริงๆ  นี่เป็นเพียงข้อมูลคร่าวๆ ที่ทาง ‘Wikibit’ หยิบยกมานำเสนอ ซึ่งหากใครอยากศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโหลดแอป ‘Wikibit’ และนำชื่อของ ‘Bitstamp’ ไปกดค้นหาได้เลยทันที ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย รับรองข้อมูลต่างๆ ออกมาเพียบ ทั้งนี้ตัวแอปไม่ได้มีความสามารถในการตรวจสอบ ‘เว็บเทรดคริปโต’ ได้เพียงอย่างเดียว แต่มันยังสามารถใช้ตรวจสอบข้อมูลของ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ เพื่อประกอบการตัดสินใจในการลงทุนได้อีกด้วย ตัวช่วยดีๆ แบบนี้ นักเทรดคนไหนยังไม่มีถือว่าพลาดมาก!!  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  

2021-08-10การวิเคราะห์เชิงลึก

'บิตคอยน์'ปรับตัวขึ่้นกว่า5%เคลื่อนไหวที่ 46,000 ดอลล์

บิตคอยน์พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้มีข่าวว่า สภาคองเกรสสหรัฐเตรียมออกกฎหมายควบคุมการซื้อขายบิตคอยน์ โดยเมื่อกลางดึกคืนวันจันทร์(9ส.ค.)บิตคอยน์พุ่งขึ้นกว่า 5% สู่ระดับ 46,050.61 ดอลลาร์ หรือราว 1,540,000 บาท ในการซื้อขายบนแพลตฟอร์ม CoinMetrics ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค.  การพุ่งขึ้นของบิตคอยน์ยังส่งผลให้สกุลเงินดิจิทัลอื่นๆดีดตัวขึ้นเช่นกัน ทำให้มูลค่าตลาดของสกุลเงินคริปโตพุ่งขึ้นแตะระดับ 8.58 แสนล้านดอลลาร์ในวันนี้  ทั้งนี้ วุฒิสภาสหรัฐกำลังพิจารณาร่างกฎหมายการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐ วงเงิน 5.5 แสนล้านดอลลาร์ โดยร่างกฎหมายดังกล่าวมีการระบุถึงการจัดเก็บภาษีกำไรของนักลงทุนที่เข้าซื้อขายในตลาดสกุลเงินคริปโต เพื่อนำรายได้ดังกล่าวชดเชยค่าใช้จ่ายในการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐ  นอกจากนี้ ร่างกฎหมายฉบับนี้ยังมีการระบุถึงการตรวจสอบธุรกรรมในตลาดสกุลเงินคริปโต รวมทั้งผู้ที่เข้าข่ายต้องเปิดเผยข้อมูลการทำธุรกรรมต่อกรมสรรพากรสหรัฐ (ไออาร์เอส)

2021-08-10การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
116118
...
142