สแกนเพื่อดาวน์โหลด
แพลตฟอร์มตรวจสอบ # และยืนยันการกำกับดูแลของตลาดการเงินทั่วโลก

ทำไมเหตุการณ์เศรษฐกิจที่ล้มเหลว ถึงทำให้คุณอยากสนใจ Bitcoin โดย SiamBlockChain

ในช่วงปีที่ผ่านมาเราได้เห็นสกุลเงินของหลาย ๆ ประเทศมีมูลค่าร่วงลดลงอย่างน่าตกใจ ยกตัวอย่างเช่นสกุลเงินลีราของเลบานอน ที่มูลค่าลดลงถึง 56% จนทำให้สกุลเงินของพวกเขาแทบกลายเป็นสิ่งไร้ค่า และนั้นเป็นการพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการทดลองใช้สกุลเงินเฟียตนั้นเป็นสิ่งที่ไม่ได้ผลตลอดช่วงหลายทศวรรษ   ในทางกลับกันอุปทานเหรียญของ Bitcoin จะยังคงที่ 21 ล้านเหรียญอยู่เสมอไม่เปลี่ยนแปลงและสิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นก็คือ การคาดการณ์เกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อของ Bitcoin ในอีกร้อยปีข้างหน้าก็จะยังคงลดน้อยลงเรื่อย ๆ อีกด้วย ในช่วงทศวรรษที่ 1500 เจนีวาได้กลายเป็นศูนย์กลางของการผลิตนาฬิกาให้กับสวิส ด้วยความแม่นยำและความน่าเชื่อถือของเครื่อง metronomic ที่ได้กำหนดมาตรฐานไว้ในระดับสูงสุดทำให้เจนีวามีชื่อเสียงมาจนถึงทุกวันนี้ เนื่องจากมันเป็นการยากที่คุณจะมาประชุมโดยไม่รู้ว่าตอนนี้กี่โมงแล้ว เช่นเดียวกับที่ Bitcoin จะกลายสกุลเงินที่ทุกคนจำเป็นต้องมีในช่วงทศวรรษที่ 20 ในปี 2021  รัฐบาลทั่วโลกได้ใช้เครื่องมือทั้งหมดที่พวกเขามีเพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจในช่วงแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 และแน่นอนสิ่งนี้ได้ส่งผลที่ตามมาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นั่นก็คือกระทบจากภาวะเฟ้อที่ทุกคนหวั่นกลัว นี่เป็นครั้งแรกที่เราเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่าประเทศของเราล้มสลายในทุก ๆ มิติ สัญชาตญาณของคุณกำลังบอกคุณว่า เราอยู่ในตำแหน่งที่ล้มเหลวและเรากำลังเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ครั้งใหญ่ แน่นอนว่าคุณไม่สามารถหลักหนีจากวัฏจักรระยะยาวเหล่านี้ได้ แต่โชคดีที่บทสัมภาษณ์ของนาย Peter McCormack กับ Brandon Quittem ในหัวข้อ “Bitcoin is Fourth Turning Money ” ได้ช่วยให้เราเข้าใจถึงวัฏจักรทั้งหมดได้ดียิ่งขึ้นเพื่อเตรียมรับมือสำหรับเส้นทางข้างหน้า  กระทรวงการคลังและประธาน Fed ต่างก็ทำแบบเดียวกันนี้มานานหลายทศวรรษแล้ว นั่นคือ การเพิ่มหนี้ เพิกเฉยและหลีกเลี่ยงการชำระหนี้ จากนั้นก็บอกกับทุกคนว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย เราได้รับแจ้งว่าพวกเขาจำเป็นต้องพิมพ์เงินพยุงเศรษฐกิจ เพื่อป้องกันการรุกรานจากต่างประเทศ และเพื่อต่อสู้กับสงครามยาเสพติด แต่การกระทำเหล่านั้นได้ทำให้เราตกอยู่ในสถานการณ์ทางการเงินที่ล้มเหลว เรากำลังวกกลับมาที่วัฏจักรเดิมอีกครั้ง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะรัฐบาลของเราไม่มีกลยุทธ์อื่นที่ดีกว่า อย่างไรก็ดี Bitcoin สามารถเป็นทางออกให้กับเรื่องนี้ได้ โดยรายงานล่าสุดแสดงให้เห็นว่าผู้คนชาวอเมริกันอย่างน้อย 17% (46 ล้านคน) กำลังถือ Bitcoin อยู่ในปัจจุบัน   สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องยืนยันได้ว่าชาวอเมริกันส่วนใหญ่เริ่มสนใจใน Bitcoin มากขึ้น ท่ามกลางเศรษฐกิจที่เลวร้าย นี่คือข้อมูลเชิงลึกจาก Stan Druckenmiller นักวิจารณ์ชอบเรียก Bitcoin ว่าเป็นโปรเจกต์แชร์ลูกโซ่ที่เต็มไปด้วยเหล่าวาฬที่รอเทขายเหรียญในกระเป๋าของพวกเขาและผู้ที่ตกเป็นเหยื่อนั่นก็คือ เม่าที่หวังรวยทางลัด แต่ทว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนมีผลต่อระยะเวลา ทุกอย่างจะเริ่มเปลี่ยนไปอย่างช้า ๆ เมื่อทุกคนเข้าใจเป้าหมายที่แท้จริงของ Bitcoin ในการช่วยฟื้นฟูโครงสร้างให้กับเศรษฐกิจทั่วโลก

2021-08-14การวิเคราะห์เชิงลึก

ราคา Bitcoin พุ่งทะลุ 47,800 ดอลลาร์

ราคาของเหรียญอันดับหนึ่งของโลกอย่าง Bitcoin นั้นดูเหมือนว่าจะมีการพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงในช่วงเช้าของวันเสาร์นี้ โดยมันได้พุ่งทะลุระดับ 47,000 ดอลลาร์ไปอย่างรุนแรง และเกิดขึ้นในขณะที่หลาย ๆ คนนั้นกำลังตั้งตัวไม่ทัน ราคาของเหรียญ BTC นั้นได้มีการปรับตัวขึ้นตั้งแต่ตอนช่วงเวลาประมาณตี 3 ของวันนี้   โดยได้เพิ่มขึ้นจากจุดต่ำสุดของเมื่อวานนี้ที่ 43,902 ดอลลาร์ ขึ้นไปอยู่ที่ 47,855 ดอลลาร์ในตอนช่วงเวลาตี 3 ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นช่วงที่ฝั่งประเทศไทยยังหลับไหลกันอยู่ ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่าการเพิ่มขึ้นของราคาดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นเพราะสาเหตุใด แต่ที่แน่ ๆ ก็คือมันเกิดขึ้นในช่วงวันหยุดพอดี ซึ่งการเพิ่มขึ้นของราคาในช่วงวันหยุดนั้นเกิดขึ้นติดต่อกันหลายสัปดาห์แล้ว นับตั้งแต่ช่วงเดือนที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ทางสยามบล็อกเชนได้รายงานไปแล้วว่าผู้ก่อตั้งบริษัทด้านกองทุนชื่อดัง Fundstrat อย่างนาย Tom Lee ได้ออกมาเผยว่าราคาของเหรียญ BTC นั้นมีโอกาสที่จะพุ่งไปแตะ 100,000 ดอลลาร์ได้ภายในสิ้นปีนี้   “หนึ่งแสนภายในสิ้นปีนั้นค่อนข้างสมเหตุสมผล” ก่อนหน้านี้ในเดือนกุมภาพันธ์ Lee เคยทำนายว่าเหรียญคริปโตเบอร์หนึ่งของโลกอาจพุ่งแตะระดับ 125,000 ดอลลาร์ แม้ว่าตลาดจะกลับเข้าสู่ช่วงขาลงเมื่อ Tesla (NASDAQ:TSLA) ประกาศว่าจะไม่รับการชำระเงินด้วย Bitcoin อีกต่อไป เนื่องจากความกังวลด้านสิ่งแวดล้อม ในช่วงเวลานั้น Lee กล่าวว่า : “Bitcoin อาจปรับฐานราคาลง 40-50 % ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ราคาเท่านั้น และไม่ได้ทำให้มูลค่าเปลี่ยนแปลงไป และเป้าหมายราคายังคงอยู่ที่ $100,000 เช่นเดิม” จากการทวีตในครั้งนั้นแสดงให้เห็นว่านาย Lee ยังคงเชื่อมั่นในจุดยืนเดิมของเมื่อช่วงต้นปีที่ได้กล่าวไว้ว่าราคา Bitcoin จะพุ่งแตะระดับตัวเลข 6 หลัก

2021-08-14การวิเคราะห์เชิงลึก

เปิดเรื่องราว!! เหรียญ Ripple (XRP) กับคดีที่ยังไม่ได้บทสรุป!!

นักเทรดคริปโตมือใหม่ที่ติดตามข่าวสารในวงการคงจะเคยเห็นกันผ่านๆ แล้ว เกี่ยวกับข่าวคดีของเหรียญ ‘XRP’ ซึ่งเราเชื่อว่าหลายๆ คน คงจะจับต้นชนปลายไม่ถูกว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แถมไม่ว่าจะมองไปที่เพจไหน ‘XRP’ ก็มักจะถูกจัดอยู่ใน 10 อันดับเหรียญที่น่าลงทุนที่สุดอยู่ดี? แม้ว่ามันจะมีคดีติดอยู่.. ว่าแต่มันคือเหรียญอะไรกันแน่? บทความนี้ทาง ‘Wikibit’ จะพาทุกคนมาหาคำตอบไปพร้อมๆ กัน  ‘XRP’ เป็นเหรียญคริปโตสุดฮิต ที่ถูกสร้างขึ้นโดยบริษัทที่มีชื่อเรียกว่า ‘Ripple’ โดยมี Jed McCaleb, Ryan Fugger และ Chris Larsen เป็นผู้ร่วมก่อตั้ง ทั้งนี้ ‘XRP’ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ลดปัญหาตัวกลางในการทำธุรกรรมการเงินระหว่างประเทศ เพิ่มความรวดเร็วในการทำธุรกรรมและลดปัญหาค่าธรรมเนียมที่สูง  นอกจากนี้ ‘XRP’ ยังเป็นเหรียญที่มีความ Centralized สูง ทำให้คนทั่วไปไม่สามารถขุดมันขึ้นมาเองได้ แต่ก็ถือว่าเป็นเหรียญที่มีประสิทธิภาพในเรื่องของความรวดเร็ว และค่าธรรมเนียมที่ถูกกว่าเหรียญเจ้าอื่นๆ ประกอบกับการมีอยู่อย่างจำกัดเพียง 1 แสนล้านเหรียญเท่านั้น ซึ่ง 80% ของจำนวนเหรียญทั้งหมดอยู่ในกำมือของ ‘Ripple’ ที่จะทยอยปล่อยออกมา เพื่อรักษาสมดุลของตลาด ส่งผลให้มันเป็นเหรียญที่ครองใจนักลงทุนได้มาอย่างยาวนานนั่นเอง  ต่อมาในเรื่องของคดีที่มือใหม่ต่างจับต้นชนปลายไม่ถูก เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อ ‘Ripple’ ถูก ก.ล.ต. สหรัฐ หรือ ‘SEC’ ฟ้องดำเนินคดี โดย ‘SEC’ กล่าวว่า ‘XRP’ เป็นในลักษณะของหลักทรัพย์หรือหุ้น ที่ไม่ได้ผ่านการจดทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และยังได้ฟ้องผู้บริหารคนปัจจุบันอีกสองคนของ ‘Ripple’ ในข้อหาขายหลักทรัพย์โดยไม่ได้รับอนุญาตอีกด้วย  โดยมีสาเหตุมาจากที่ ‘SEC’ มองว่า ‘XRP’ เป็นหลักทรัพย์ เนื่องจากเหรียญคริปโตส่วนใหญ่นั้นสามารถหามาได้ด้วยการขุด แต่ ‘XRP’ นั้นไม่ใช่ แถม ‘Ripple’ ยังถือเหรียญอยู่ในกำมือกว่า 80% และได้มีการขายเหรียญดังกล่าวออกสู่ท้องตลาด โดยมีเงินกำไรเข้าสู่บริษัท ซึ่งทาง ‘SEC’ วิเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยการขายหลักทรัพย์ที่ว่า “การขายเหรียญดิจิทัล ถือเป็นการขายหลักทรัพย์” และจะต้องดำเนินการจดทะเบียนเสียก่อนซึ่ง ‘Ripple’ นั้นไม่ได้ทำจุดนี้ ทำให้เกิดการฟ้องร้องขึ้นนั้นเอง  ล่าสุดเมื่อไม่นานมานี้ทาง ‘SEC’ กลับโดนศาลปฏิเสธการขอเข้าถึงเอกสารภายในของ ‘Ripple’ โดยทางฝั่งของ ‘Ripple’ นั้นกลับชนะในเรื่องของข้อเรียกร้องที่สามารถเข้าถึงเอกสารของ ‘SEC’ ในคริปโตตัวอื่นๆได้ เนื่องจากก่อนหน้านี้ทาง ‘SEC’ ได้กล่าวว่า‘Bitcoin’ และ ‘Ether’ ไม่ใช่หลักทรัพย์ ทำให้ทาง ‘Ripple’ นั้นแย้งกลับไปว่า ‘XRP’ เช่นกันนั่นเอง พร้อมทั้งบอกว่า มีเพียงแค่ประเทศสหรัฐเท่านั้นที่มองว่า ‘XRP’ เป็นหลักทรัพย์ ทั้งๆที่ประเทศอื่นๆ ก็มีการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง ‘XRP’ ตามปกติ  ทั้งนี้ถึงแม้ว่าการชนะของ ‘Ripple’ ในครั้งนี้จะยังไม่ใช่บทสรุป แต่ก็ถือว่าเป็นเรื่องราวดีๆ ให้กับผู้ที่ถือครองเหรียญ ‘XRP’ เป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากราคาของมันนั้นค่อยๆ ดีดตัวสูงขึ้นเรื่อยๆ ในเวลาต่อมา  มาดูรีวิวเหรียญ ‘XRP’ จากแอป ‘Wikibit’ กันหน่อยว่าของเขาดีจริงหรือเปล่า? โดยเหรียญ ‘XRP’ นั้นติดอยู่อันดับที่ 8 ของ ‘Wikibit Rankings’ มีคะแนนสะสมอยู่ที่ 8.73/10 คะแนน และมีมูลค่าตลาดสูงกว่า 1.4491 ล้านล้านบาท เลยทีเดียว แถมในชุดข้อมูลก็ได้มีการอัปเดตเอกสาร ‘Whitepaper’ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถือว่าของเขาดีสมราคาคุยจริงๆ ส่วนใครที่กำลังสนใจเหรียญตัวนี้ หรือเหรียญอื่นๆ คุณสามารถเข้าตรวจสอบข้อมูลของ ‘เว็บเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ด้วยตัวเองแบบนี้ได้ที่ ‘Wikibit’ โหลดเลยฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย!!  คุณเองก็สามารถติดตามข่าวสารดีๆ ในวงการคริปโตได้ เพียงแค่กดติดตามเพจ ‘Wikibit.TH’ แล้วโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ไว้ให้อีกด้วย เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!  ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST

2021-08-14การวิเคราะห์เชิงลึก

นลท. ไทยโวย หลังโดนเว็บเทรดคริปโต Bitmart โกง!!

โดยคำร้องเรียนของนักลงทุนท่านนี้ระบุไว้ว่า ตนนั้นได้ทำการเติมเงินเข้าไปจำนวนหนึ่ง เพื่อที่จะทำการซื้อเหรียญตามปกติ แต่ผลปรากฏว่า ตนไม่สามารถซื้อเหรียญได้ พอจะถอนเงินออก กลับถอนออกไม่ได้เช่นกัน เมื่อรู้ตัวว่าถูกโกงจึงรีบนำเรื่องนี้มาร้องเรียนกับทาง Wikibit เพื่อเป็นตัวอย่าง และบทเรียนให้กับนักลงทุนท่านอื่น ตัวอย่างรูปหลักฐานการร้องเรียนจากนักลงทุน   ต่อมาทาง ‘Wikibit’ จึงได้นำชื่อของ ‘BitMart’ เข้าไปค้นหาในแอปเพื่อตรวจสอบข้อมูล ซึ่งพบว่า ‘BitMart’ เป็นเว็บเทรดคริปโตเกรด AA ที่มีคะแนนสะสมอยู่ที่ 5.89/10 คะแนน ได้รับใบอนุญาตอยู่ 1 เจ้า จาก FinCEN แต่ทางแอปกลับขึ้นแจ้งเตือนความเสี่ยง เนื่องจากในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาเว็บเทรดเจ้านี้ได้ถูกคนเข้ามาร้องเรียนมากถึง 7 ครั้ง ซึ่งเกี่ยวกับ ‘การไม่สามารถถอนเงินได้’ เป็นส่วนใหญ่ ทั้งนี้ทาง ‘Wikibit’ จึงอยากขอเตือนให้นักลงทุน ‘ระวัง’ เว็บเทรดเจ้านี้เอาไว้ ถ้าหากคุณไม่อยากเสียเงินไปฟรีๆ เหมือนกับนักลงทุนที่เข้ามาร้องเรียนคนดังกล่าว   ต่อมาใครที่มีเรื่องราวเกี่ยวกับการถูกโกงแบบนี้ อย่าลืมเข้ามาแชร์ให้กับนักลงทุนคนอื่นๆ ได้ศึกษา ที่แอป ‘Wikibit’ ผ่านฟีเจอร์ ‘การเปิดเผย’ ไม่ว่าคุณโดนโกงในรูปแบบไหน ก็เข้ามาร่วมแชร์ และแฉมันไปกับเราได้ เพื่อเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุน และเป็นบทเรียนให้กับค้นที่เข้ามาศึกษาข้อมูลอีกด้วย  อย่างไรก็ตามก่อนตัดสินใจลงทุนคริปโตในเว็บเทรดใดเว็บเทรดหนึ่ง คุณต้องทำการตรวจสอบมันในแอป ‘Wikibit’ ให้ดีก่อนเสมอว่ามันมีความน่าเชื่อถือมากพอหรือไม่? มีคนเข้ามาร้องเรียนเยอะหรือเปล่า? เรื่องอะไรบ้าง? รวมถึงข้อมูลอื่นๆ ก่อนตัดสินใจลงทุน ดังนั้นหากพบเจอใครที่กำลังเข้าสู่วงการคริปโตอย่าลืมแนะนำให้พวกเขาโหลดแอป ‘Wikibit’ ติดมือถือไว้ เพื่อใช้มันตรวจสอบข้อมูลต่างๆ รวมถึงเสพข่าวสาร สาระความรู้ และกลโกงในโลกคริปโต พวกเขาจะได้ลงทุนอย่างสบายใจไม่ถูกโกง    คุณเองก็สามารถติดตามข่าวสารดีๆ ในวงการคริปโตได้ เพียงแค่กดติดตามเพจ ‘Wikibit.TH’ แล้วโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ไว้ให้อีกด้วย เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-08-13การวิเคราะห์เชิงลึก

4 สิ่งที่ควรทำ เมื่อบัญชีเทรดคริปโตของคุณ ‘โดนแฮก’

ช่วงตลาด ‘คริปโต’ ขาขึ้นแบบนี้เหล่าแฮกเกอร์ตัวดี กำลังออกปฏิบัติการกันอย่างหนัก ซึ่งนักลงทุนสามารถ  ศึกษากลอุบายของพวกมันได้ในแอป ‘Wikibit’ เพื่อเสริมความรู้เท่าทัน แต่ถ้าใครเผลอเสียท่าให้กับมัน หรือ  ‘โดนแฮก’ ก็อย่ามัวแต่นั่งเสียใจ และหันมาทำตามคำแนะนำดังต่อไปนี้  1. ติดต่อ ‘Call Center’ นาว!!  คุณควรตั้งสติแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เพื่อติดต่อหา ‘Call Center’ ทันที เพราะพวกเขาสามารถตรวจสอบรายละเอียด และเสนอทางออกให้กับคุณได้ ซึ่งปัจจุบันนี้เว็บเทรดคริปโตส่วนใหญ่จะมีบริการ ‘Call Center’ ดูแลลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง หากคุณมัวแต่นั่งเสียใจแล้วไม่กดโทรสะที ระวังเงินในบัญชีจะหายไปจนหมดตัว!!  2. เช็ค ‘2FA’ กับ ‘IP’ ด่วนๆ  ปัจจุบันเว็บเทรดส่วนใหญ่นั้นมีระบบรักษาความปลอดภัยอย่างหลากหลายมาก แต่ที่นิยมใช้กันมากที่สุดก็คือ ‘2FA’ (Two Factor Authentication) เพราะมีความรัดกุมที่สุด ซึ่งหากเทรดเดอร์คนไหนไม่ได้ปิดใช้งานระบบนี้ไว้ถือว่าซวยมาก เพราะคุณจะไม่สามารถตรวจสอบมันได้  ทั้งนี้คุณควรตรวจสอบว่ามีผู้ใช้งานคนอื่นพยายาม Login เข้าบัญชีของคุณหรือไม่ ถ้ามีมันจะขึ้น ‘IP’ ของผู้ใช้งานคนนั้นขึ้นมา ซึ่งคุณจะสามารถเอา ‘IP’ ตัวนั้นไปตรวจสอบได้ว่ามันถูก Login มาจากที่ใด?  3. แช่แข็งบัญชีสะ!!  หากคุณโดนแฮก!! อีกหนึ่งสิ่งที่คุณควรทำก็คือ ‘การแช่แข็งบัญชี’ เพื่อไม่ให้แฮกเกอร์เข้ามายุ่งเกี่ยว วุ่นวาย หรือซุกซน กับบัญชีเทรดคริปโตของคุณ ซึ่งวิธี ‘การแช่แข็งบัญชี’ นั้นง่ายมาก เพียงแค่คุณติดต่อ หรือแจ้งไปยังฝ่ายบริการลูกค้าของเว็บเทรดที่คุณเล่น จากนั้นเว็บเทรดจะทำการดำเนินการ ‘การแช่แข็งบัญชี’ ของคุณให้ทันที  4. ‘ทำใจ’ แต่ ‘อย่าเก็บมันไว้ในใจ’  แน่นอนเมื่อบัญชีของคุณโดนแฮก ในส่วนที่เสียไปนั้นจะไม่สามารถนำกลับคืนมาได้ ดังนั้นคุณควร ‘ทำใจ’ และเมื่อทราบสาเหตุว่าโดนแฮกจากอะไรก็จดจำมันไว้เป็นบทเรียน อีกทั้งคุณควรนำเรื่องราวของตัวเองมาแชร์ให้นักลงทุนคนอื่นๆ ได้ศึกษา เพื่อเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุน โดยคุณสามารถเข้ามาแชร์ได้ที่แอป ‘Wikibit’ ผ่านฟีเจอร์ ‘การเปิดเผย’ ไม่ว่าคุณจะโดนแฮก โดนเว็บเทรดโกง หรืออื่นๆ ก็เข้ามาร่วมแชร์ และแฉมันไปกับเราได้ ‘อย่าเก็บมันไว้ในใจ’  อย่างไรก็ตามไม่มีใครอยากให้บัญชีของตัวเอง ‘โดนแฮก’ ซึ่งหากใครเผลอเสียท่าให้กับมันก็ควรทำตามวิธีทั้ง 4 ข้อนี้ เพราะนอกจากจะเป็นประโยชน์ต่อตัวคุณเองแล้ว มันยังเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนนักลงทุนร่วมโลกอีกด้วย และสำหรับคนที่การ์ดยังไม่ตก เราแนะนำให้โหลดแอป ‘Wikibit’ ติดมือถือไว้เพื่อใช้ศึกษารูปแบบกลโกงต่างๆ พร้อมเสริมชุดเกราะความรู้ของตัวเองให้หนาแน่นขึ้น แถมตัวแอปยังสามารถใช้ตรวจสอบข้อมูลของเว็บเทรด เหรียญ หรือ DeFi ได้อีกด้วย  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!  ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-08-13การวิเคราะห์เชิงลึก

แนะวิธีดูลักษณะของ ‘เหรียญขยะ’ กับ ‘เหรียญอนาคตดี’

" />   ในโลกแห่ง ‘คริปโตเคอเรนซี่’ มีเหรียญใหม่ๆ ถือกำเนิดขึ้นเป็นจำนวน เพื่อให้นักลงทุนได้เลือกศึกษา และเข้าไปเก็งกำไร แต่คุณรู้หรือไม่ว่า? ท่ามกลางความหลากหลายของเหรียญนั้น พวกมันกลับถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ก็คือ ‘เหรียญขยะ’ ที่ไม่ควรค่าต่อการลงทุน และ ‘เหรียญอนาคตดี’ ที่หลายๆ คนต่างจับตามอง แล้วพวกมันต่างกันอย่างไร? มีลักษณะแบบไหนบ้าง? ‘Wikibit’ มีคำตอบมาบอก…    ‘เหรียญขยะ’ หรือ ‘Shitcoin’ หากคุณเลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยงมีลักษณะดังต่อไปนี้  1. ไม่มีจุดมุ่งหมาย และไม่มีการรายงานความคืบหน้า หรือความเคลื่อนไหวของการพัฒนาต่างๆ  2. เป็นเหรียญที่ถูกสร้างขึ้นมา ด้วยการเลียนแบบเหรียญอื่นๆ ที่มีอยู่แล้วในตลาด แต่กลับไม่ได้สร้างความแตกต่างอะไร และยังมีการโฆษณาอย่างเต็มที่เพื่อเชิญชวนให้คนมาลงทุนเยอะๆ  3. เป็นเทคโนโลยีหรือเหรียญที่ไม่มีการใช้งานจริง สร้างขึ้นมาขายขำ  4. เป็นเหรียญที่มักถูกใช้ในการปั่นราคาที่เรียกว่า Pump and Dump และจะมักมี Market Cap ต่ำมาก  หากคุณคิดที่จะลงทุนใน ‘เหรียญขยะ’ ก็จงทำใจยอมรับความสูญเสียไว้ได้เลย เพราะพวกมันนั้น มีความเสี่ยงสูงมากที่จะโกง หรือสร้างความ ‘เสียหาย’ ให้กับคุณ มากกว่า ‘กำไร’ อ้างอิงจะคุณลักษณะข้างต้นที่กล่าวไป   ‘เหรียญอนาคตดี’ ควรค่าต่อการ ‘จับตามอง’ มีลักษณะดังต่อไปนี้  1. มีจุดมุ่งหมาย หรือเป้าหมายในการสร้างที่ชัดเจน มีการอัปเดตความคืบหน้า หรือความเคลื่อนไหวของการพัฒนาอยู่ตลอด และที่สำคัญมีการระบุข้อมูลต่างๆ ไว้ใน ‘Whitepaper’ อย่างครบถ้วน  2. เป็นเหรียญที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างมีแบบแผน มีที่มาที่ไป ทั้งนี้อาจรวมไปถึงเหรียญที่ใช้เหรียญดังๆ ในตลาดเป็นต้นแบบในการสร้าง แต่กลับสร้างความแตกต่างจากต้นแบบได้อย่างเหลือเชื่อ  3. มีเทคโนโลยีที่สามารถใช้งานได้จริง มีการพัฒนา และเปิดเผยความคืบหน้าให้กับนักลงทุนได้ทราบอย่างโปร่งใส  4. เป็นเหรียญที่ไม่มีประวัติการโกง หรือมีพฤติกรรมที่ส่อเสี่ยงต่อการฉ้อโกง เช่น ไม่มีการโฆษณาเกินจริง เป็นต้น  หากคุณคิดที่จะลงทุนใน ‘เหรียญอนาคตดี’ แบบนี้ก็คงไม่แปลก แต่คุณก็อย่าลืมศึกษามันให้ดีก่อนลงทุนทุกครั้งว่ามันสามารถให้ผลตอบแทนที่ตอบโจทย์ต่อความต้องการของคุณได้หรือไม่ ทั้งนี้อาจดูรวมๆ ไปถึงแนวโน้มของราคาตลาดในปัจจุบันว่ามันจะคุ้มค่าหรือไม่? หากคิดลงทุนในช่วงนี้  สุดท้ายนี้หากคุณรู้สึกว่าการจะแยกประเภทเหรียญแต่ละเหรียญต้องมานั่งดูข้อมูลนั่นนี่ ทำไมมันถึงยุ่งยากจัง เรามีตัวช่วยมาฝาก! เพียงแค่คุณโหลดแอป ‘Wikibit’ มาไว้บนมือ แล้วนำชื่อเหรียญที่คุณสนใจมากดค้นหาเท่านั้น หากเป็น ‘เหรียญอนาคตดี’ จะได้คะแนนจากแอปอยู่ในระดับสูง หรือบางเหรียญอาจติดอยู่ใน ‘Wikibit Rankings’ ถือว่าน่าจับตามองเป็นอย่างมาก ซึ่งคุณสามารถคลิกเข้าไปดูกราฟราคา หรืออ่านเอกสาร ‘Whitepaper’ ของเหรียญ เพื่อประกอบการตัดสินในการลงทุนได้แบบทันที ไม่ยุ่งยากแน่นอน แต่ถ้าหากมันเป็น ‘เหรียญขยะ’ หรือ ‘Shitcoin’ แอป ‘Wikibit’ จะขึ้นตัวแดงแจ้งอย่างชัดเจน พร้อมข้อความเตือนระวังความเสี่ยงในการลงทุน คราวนี้คุณจะเสี่ยงกับมันหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของคุณเองแล้ว   แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-08-13การวิเคราะห์เชิงลึก

‘บิตคอยน์’ดิ่งหนัก 3.61%เคลื่อนไหวที่ 44,000 ดอลล์

‘บิตคอยน์’ดิ่งหนัก 3.61%เคลื่อนไหวที่ 44,000 ดอลล์ ราคาบิตคอยน์ เทรดที่เว็บไซต์คอยน์เดสก์ เมื่อเวลา 05.50 น.ของวันนี้ (13ส.ค.)ปรับตัวร่วงลง 3.61% เคลื่อนไหวที่ 44,011.15 ดอลลาร์

2021-08-13การวิเคราะห์เชิงลึก

PSG เปย์ Messi เพิ่ม!เป็นเงินคริปโตแถมจากการร่วมทีม

Lionel Mesi ย้ายจาก Barcelona ใน La Liga ของสเปน ได้อยู่กับ Paris Saint-Germain (PSG) ใน Ligue 1 ของฝรั่งเศส 2 ปี ด้วยค่าเหนื่อยปีละ 25 ล้านยูโร (ราว 973 ล้านบาท) ขณะเดียวกันเขายังได้เงินคริปโตก้อนใหญ่จากต้นสังกัดใหม่อีกด้วย เงินคริปโตของ PSG เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่เหล่าแฟนบอลของทีมซื้อ-ขายแลกเปลี่ยนกัน (Fan Token) และให้กับนักเตะเป็นรางวัลเมื่อทำผลงานได้ดี โดย PSG เผยว่านี่เป็นของขวัญต้อนรับการย้ายมาร่วมสโมสรของ Lionel Messi  สำหรับเงินคริปโตของ PSG เป็นการเกาะกระแสการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลในหมู่คนรุ่นใหม่และแฟนฟุตบอล ซึ่งหลายสโมสรใหญ่ในยุโรป เช่น Juventus Manchester City และ AC Milan ก็มีเช่นกัน การย้ายจาก Barcelona มา PSG ของ Lionel Messi วัย 34 ปี เป็นข่าวดัง เพราะเป็นลาสโมสรที่เขาอยู่มาตั้งแต่เด็ก ตัวเขาเองเป็นกำลังสำคัญพาสโมสรคว้าความสำเร็จ ทั้งในสเปนและเวทียุโรป  ท่ามกลางข่าวว่าเขาย้ายทีมอย่างเต็มใจ หลังความระหองระแหงกับประธานสโมสร และตัวเขาเองก็ยอมลดค่าตัวเต็มที่แล้วเพื่อให้สามารถอยู่กับต้นสังกัดที่เป็นเหมือนบ้านหลังที่สอง หลังย้ายจากอาร์เจนตินามาอยู่สเปนด้วยวัยเพียง 13 ปี นี่จึงเป็นต้นเหตุว่าทำไมเขาถึงย้ายด้วยน้ำตา หลัง Lionel Messi ย้ายมาเป็นนักเตะใหม่ของ PSG ทั้ง PSG และ Ligue 1 ก็ถูกจับตามองทันที โดย PSG พัฒนาขึ้นมาเป็นเป็นสโมสรที่เต็มไปนักเตะดังฝีเท้าดี โดยเฉพาะแนวรุกใหม่ที่ประกอบไป Lionel Messi Neymay และ Kylian Mbappe จนมีความเป็นไปได้สูงว่า จะคว้าแชมป์ UEFA Champions League  Messi ยังทำให้ เสื้อเบอร์ 30 ของเขาที่เพิ่งวางขาย ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ส่วนเหรียญคริปโตของ PSG ก็เพิ่มขึ้นทั้งมูลค่าและปริมาณการซื้อขาย ในส่วนของ Ligue 1 ก็ได้รับความสนใจไม่แพ้กัน ซึ่งเหตุผลหลักก็มาจากการย้ายมาของ Lionel Messi นั่นเอง เพราะจากนี้อาจมีนักเตะดังๆ ย้ายมาอีก ตรงกันข้ามกับ La Liga ของสเปน ที่อาจเสื่อมความนิยมลงไป เพราะนักเตะดังๆ ทยอยย้ายไปเล่นลีกใหญ่แห่งอื่นในยุโรป นักเตะในที่เล่นอยู่ปัจจุบันในช่วงปลายอาชีพแล้ว และ La Liga ก็มีปัญหาการเงิน โดยก่อนที่ Lionel Messi จะย้ายไปมีการขายหุ้นมูลค่า 2,430 ล้านยูโร (ราว 94,600 ล้านบาท) ให้ CVC กลุ่มทุนสัญชาติอังกฤษเพิ่มเสริมสภาพคล่อง โดยเงินก้อนนี้จะกระจายลงไปให้กับสโมสรต่างๆ ในลีกด้วย / reuters, theguardian, cna, wikipedia, theatlantic

2021-08-13การวิเคราะห์เชิงลึก

10 เรื่องจริงเกี่ยวกับการเทรดแบบเข้าใจง่าย

วันนี้ Wikibit จะมาสรุป 10 เรื่องจริงเกี่ยวกับการเทรดให้ฟังแบบเข้าใจง่าย ในโลกของคริปโตเคอร์เรนซี ที่ราคาหวือหวาราวกับรถไฟเหาะ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เสน่ห์ของการลงทุนในตลาดนี้ลดน้อยลง แม้ว่าสถิติของผู้รอดจะไม่แตกต่างจากตลาดหุ้น นั่นคือ มีเพียง 20% เท่านั้น ขณะที่อีก 80% ต้องพ่ายแพ้และออกจากตลาดไป แต่มีน้อยคนมากที่จะบอกคุณเกี่ยวกับการเทรดที่ได้กำไรแบบมหาศาล  บางคนไปขายไก่ทอดมีโอกาสรวยมากกว่ามาเทรด เพราะสิ่งที่เทรดเดอร์ที่ดีต้องมีกลับกลายเป็นจุดอ่อนที่สุดของคุณ บนโลกนี้มีวิธีสร้างเงินเต็มไปหมด หางานที่ดึงจุดแข็งเราออกมาดีกว่าเอาเงินในชีวิตมาทิ้งให้ตลาด  เทรดอีกสิบปีก็ไม่กำไร ถ้าไม่เอาประสบการณ์มาแก้ไข วิเคราะห์ ปรับปรุง จะเก็บเงินมาอีกกี่รอบก็เจ๊งอยู่ดี  ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่นไม่จริงในวงการนี้ เพราะยิ่งพยายามผิดที่ผิดทางยิ่งสร้างความหายนะ ต่างจากงานอื่นที่อย่างมากก็แค่เสียเวลา  เราไม่มีทางรู้ว่าใครคือตัวจริงในวงการ (ยกเว้นไปสนิทจริงๆ) เพราะฉะนั้นใครพูดอะไรเปิดใจฟังแต่อย่าไปเชื่อทั้งหมดแม้กระทั่งโพสนี้จนกว่าจะได้ไตร่ตรองวิเคราะห์ด้วยตัวเอง เพราะบริบทของแต่ละคนแตกต่างกัน  ผลตอบแทนที่มากเกินความเป็นจริงทำได้ แต่แลกกับโอกาสล้างพอร์ตแบบไม่เหลืออะไร เพราะถ้ามีคนบอกคุณว่าเค้าขับรถ 300 กม. / ชม.ได้ ไม่ได้หมายความว่าเค้าจะไม่เสียชีวิตในพรุ่งนี้  ความรู้คือปัจจัยที่สำคัญที่สุดในโลกการลงทุนไม่ใช่เงินทุน เพราะคนที่มีเงินเยอะแต่ไม่มีความรู้ก้คือเหยื่ออันโอชะดีๆนี่เอง  การเทรดเป็นงานที่ได้เงินง่ายมาก แต่ก็เสียไปง่ายมาก สุดท้ายผลประกอบการณ์คือกำไร-ขาดทุน ไม่ใช่ภาพที่นำเสนอแต่กำไร  สำเร็จในงานอื่นไม่ได้ทำให้สำเร็จในวงการนี้ง่ายขึ้น มิหนำซ้ำอาจจะยากกว่าคนปกติเพราะหัวโขนและความอีโก้ครอบงำ  การเทรดอาจจะไม่ใช่เกมส์ที่แฟร์ แต่90%ของคนที่เทรดเสียไม่ใช่เพราะคนอื่นแต่เป็นเพราะใจตัวเอง  ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าการเทรดเป็นสิ่งที่ดูโครตง่าย แต่ลองถามคนที่อยู่มานานจะรู้ว่าในความง่ายมันคือเกมส์ที่โครตยาก (ถ้าเอาชนะจิตใจตัวเองไม่ได้)  ทั้งหมดทั้งมวลนี้ คือข้อเท็จจริงที่ WikiBit หยิบยกมาเล่าให้ฟังกัน นอกเหนือจากความรู้ ความเข้าใจ การสำรวจตัวเองว่าพร้อมที่จะรับมือกับความผันผวนของตลาดได้มากน้อยแค่ไหนนั่นก็เป็นอีกตัวแปรสำคัญที่อาจจะต้องนำมาพิจารณาและเรายอมเสียได้มากน้อยแค่ไหนกับตลาดที่ต้องยอมรับเลยว่าว่ามีความเสี่ยงสูง  อย่างไรก็ตามหากคุณคิดที่จะลงทุนในตลาดนี้ ก็ควรที่จะศึกษา และตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ให้ดี ไม่ว่าจะเป็น ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DEFI’ ซึ่งทั้งหมดนี้คุณสามารถตรวจสอบได้ที่แอป‘Wikibit’  แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข่าวสารที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาสาระความรู้ และกลโกงต่างๆ ในตลาดคริปโตไว้ให้คุณอีกด้วย  ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-08-12การวิเคราะห์เชิงลึก

นี่คือ 3 นักเทรดตัวแม่ ผู้ทรงอิทธิพลแห่งโลกการลงทุน!

ในตลาด Forex ที่เชื่อกันว่าผู้ชายครองตลาด และมีเทรดเดอร์ผู้หญิงเพียงไม่กี่คน แม้จริง ๆ แล้วจะเคยเป็นอย่างนั้น แต่ช่วงหลังก็มีสถิติที่แสดงให้เห็นว่า มีผู้หญิงที่ซื้อขายในตลาดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งบางคนก็ขึ้นไปถึงสู่จุดสูงสุดของตลาดเลยทีเดียว และวันนี้เราพาไปรู้จักกับคนเหล่านั้น  1. Kathy Lien  Kathy Lien คือ Co-founder ของ BKForex.com และกรรมการผู้จัดการของ Director of FX Strategy for BK Asset Management ผู้หญิงคนนี้มีอาชีพด้านการเงิน โดยเฉพาะกับ Wall Street ที่เริ่มต้นเมื่ออายุ 18 ปีเท่านั้น จากนั้นพออายุ 21 ปี เธอได้เปิดตัว DailyFX.com หลังจากที่เธอได้ร่วมงานกับ FXCM นอกจากนี้เธอยังเป็นนักเขียนของเว็บไซต์ที่นักลงทุนทุกคนรู้จักอย่าง Investopedia และได้ออกหนังสือหลายเล่มเกี่ยวกับการเทรด Forex เช่น The Little Book of Currency Trading, Millionaire Traders: How Everyday People Are Beating Wall Street at Its Own Game, High Probability Trading Setups for the Currency Market (e-Book)  2. Raghee Horner  Raghee Horner เป็นผู้เชี่ยวชาญในการซื้อขายสกุลเงินสปอต ฟิวเจอร์ส ตราสารทุน และออปชันในทุกกรอบเวลา เธอเป็นเทรดเดอร์หญิงที่มีชื่อเสียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีชื่อเสียงในเรื่อง “GRAB และ Wave Premium Indicator” ที่เธอสร้างขึ้น รูปแบบการซื้อขายของเธอจะเน้นที่ระบบ และกระบวนการที่เป็นไปตามลำดับเฉพาะ เธอใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิคพื้นฐาน และการดำเนินการด้านราคาเพื่อระบุกลยุทธ์ที่มีวัตถุประสงค์และเป็นระบบที่เธอสามารถนำไปใช้ได้ ทั้งนี้เธอยังเป็นกรรมการผู้จัดการของ Futures Trading อีกด้วย  3. Mary Callahan Erdoes  ปัจจุบัน Mary Callahan Erdoes เป็น CEO ของ J.P. Morgan Asset & Wealth Management ซึ่งเป็นแผนกหนึ่งของ JPMorgan Chase และได้รับการพิจารณาให้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งต่อจาก Jamie Dimon ซีอีโอของ JPMorgan Chase & Co มูลค่าสุทธิของเธอมากกว่า 82 ล้านดอลลาร์ ล้วนเกิดจากอาชีพการเงินที่ยาวนาน ซึ่งเริ่มต้นจากงานที่เธอเรียกว่างานส่งจดหมาย มาสู่ตำแหน่งปัจจุบันที่เป็นที่รู้จักอย่างมากในขณะนี้  หากผู้หญิงเหล่านี้ประสบความสำเร็จในตลาด Forex ที่ผู้ชายแทบจะครองตลาดทั้งหมดได้ คุณก็สามารถทำได้เช่นกัน 2021 แล้ว เรื่องเพศไม่มีผลการความสำเร็จ ทั้งหมดอยู่ที่ความตั้งใจของคุณเอง คุณทำได้! และหากใครชอบคอนเทนต์แบบนี้ก็ต้องไม่พลาดที่จะดาวน์โหลดแอป WikiFX มาไว้อ่านกัน ทั้งบทความแรงบันดาลใจ วิเคราะห์ตลาดการลงทุน และอีกมากมายสารพัด โหลดฟรีนะ : )

2021-08-12การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
115117
...
142