สแกนเพื่อดาวน์โหลด
แพลตฟอร์มตรวจสอบ # และยืนยันการกำกับดูแลของตลาดการเงินทั่วโลก

หนุ่มอินโดหอบเงินทุนแต่งงานไปเทรด Crypto สุดท้ายขาดทุนยับ!!

เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาบนโซเชียลมีเดียได้มีการแชร์คลิปหรือภาพของชายหนุ่มคนหนึ่ง ที่นั่งกอดเข่า หรือ  นอนดิ้น หมดสภาพอยู่บนพื้น ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการขาดทุนในตลาดคริปโต แต่จุดพีคของมันอยู่ตรงที่ เงินที่  ชายหนุ่มใช้ไปกับการลงทุนในครั้งนี้นั้น กลับเป็นเงินทุนที่เขาเตรียมไว้ใช้ในการจัดงานแต่งงานนี่สิ บอกเลยงานนี้  ทาง ‘Wikibit’ ต้องขอย้อนไปหยิบมันมานำเสนอ เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับใครหลายๆ คน   เรื่องมีอยู่ว่า มีชายหนุ่มชาวอินโดนีเซียคนหนึ่งนั้น ตัดสินใจนำเงินจำนวนมากไปลงทุนในตลาดคริปโต ท่ามกลางการแพร่ระบาดของ ‘Covid19’ ที่สูญเสียรายได้หลัก โดยคาดหวังว่าจะได้ผลกำไรที่งอกงาม แต่ผลที่ได้กลับไม่เป็นอย่างที่หวัง ทำให้เขาสูญเสียเงินจำนวนนั้นไปอย่างน่าเสียดาย ขอขอบคุณรูปภาพจาก : TikTok @vnd_putra  ทั้งนี้สิ่งที่ทำให้เขาหมดสภาพจากการเป็นคนได้ขนาดนี้ไม่ใช่เพียงแค่การขาดทุนจากการเทรดคริปโตเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะเงินที่เข้าใช้ในการลงทุนนั้น เป็นเงินทุนที่ใช้สำหรับการจัดงานแต่งงานกับคู่หมั้นสาว แถมเมื่อฝ่ายหญิงทราบเรื่องเลยตัดสินใจบอกเลิกเขาในทันที ถือได้ว่าการตัดสินใจในครั้งนี้เป็นสิ่งที่ผิดพลาดอย่างหนัก เนื่องจากเกิดจากความประมาท และไม่ศึกษาให้ดีก่อนลงทุนนั่นเอง ขอขอบคุณรูปภาพจาก : TikTok @vnd_putra  ทางด้านของผู้ถ่ายคลิปวิดีโอดังกล่าว ซึ่งเป็นเพื่อนของชายหนุ่มคนนี้ได้ทำการโพสต์คลิปวิดีโอ พร้อมระบุข้อความไว้ว่า “เพื่อนของผมเสียเงินไปหลายสิบล้านเพราะคริปโต ซึ่งมันเป็นเงินทุนสำหรับจัดแต่งงานของเขา บางครั้งผมก็ได้ยินเขาคุยคนเดียวหน้ากระจก ผมพยายามชวนเขาไปกินข้าว หรือออกจากออฟฟิศ เขาก็จะเอาแต่นั่งเงียบอยู่ที่มุมหนึ่ง”  สุดท้ายนี้อยากจะขอเตือนว่า เงินที่เหมาะกับการลงทุนในตลาดคริปโตนั้น คือ ‘เงินเย็น’ คุณไม่ควรนำเงินก้อนสำคัญมาใช้ในการลงทุน ถ้าหากคุณไม่อยากมีสภาพเหมือนตายทั้งเป็นอย่างชายหนุ่มคนดังกล่าว  นี่เป็นอีกหนึ่งบทเรียนที่ทาง ‘Wikibit’ หยิบยกมานำเสนอให้ใครหลายๆ คนได้ศึกษา และตระหนักว่า “หากคุณคิดที่จะลงทุนในตลาดคริปโต เพื่อหวังจะได้ผลกำไรมาแบบง่ายๆ แล้วละก็ คุณกำลังคิดผิด” เพราะตลาดคริปโตนั้น เต็มไปด้วยความผันผวนที่สูง ความเสี่ยงก็มาก คนที่จะสามารถอยู่รอดในตลาดแห่งนี้ได้นั่นก็คือ คนที่หมั่นศึกษาหาความรู้เท่านั้น ดังนั้นหากคุณคิดที่จะลงทุนในตลาดนี้ ก็ควรที่จะศึกษา และตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ให้ดี ไม่ว่าจะเป็น ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ซึ่งทั้งหมดนี้คุณสามารถตรวจสอบได้ที่แอป ‘Wikibit’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข่าวสารที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคา สาระความรู้ และกลโกงต่างๆ ในตลาดคริปโตไว้ให้คุณอีกด้วย    แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)    ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Kapook

2021-08-09การวิเคราะห์เชิงลึก

รุ่นพี่นักเทรด Crypto ในปี 2013 มีเรื่องอยากบอกรุ่นน้องในปีนี้

ดูเหมือนว่าตลาดคริปโตในตอนนี้กำลังฟื้นตัวขึ้นเรื่อยๆ หลังจากตกสู่ขาลงอย่างหนักในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ถือเป็น ‘ฝันร้าย’ ให้กับนักลงทุนรุ่นใหม่ที่เที่ยวบินน้อย และจิตอ่อนเป็นอย่างมาก จนล่าสุดได้มีนักเทรดคนหนึ่งตั้งกระทู้ถามในกลุ่มว่า “นักเทรดคริปโตที่อยู่ในตลาดตั้งแต่ปี 2013 มีอะไรอยากจะบอกมือใหม่บ้างไหม” ดังนั้นทาง ‘Wikibit’ จึงขอหยิบยกความเห็นดีๆ มาแชร์ให้กับนักลงทุนได้อ่าน และคิดตาม โดยแบ่งภาพรวมออกเป็น 3 กลุ่มดังนี้  ก่อนอื่น ‘Wikibit’ ต้องขอบอกก่อนเลยว่าตลาดขาลงที่ทุกคนพบเจอนั้น มันไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เพราะมันเคยเกิดปรากฎการณ์ราคาในตลาดร่วงลงอย่างหนักมาก่อนแล้วในปี 2013 จึงเป็นที่มาของการตั้งถามข้างต้นนั่นเอง   กลุ่มที่ 1 : คำแนะนำดีๆ ที่รุ่นพี่มอบให้    ภาพรวมในกลุ่มนี้นั้นพี่ๆ นักเทรดปี 2013 ต่างเข้ามาให้คำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุน ซึ่งคิดเป็น 40% จากความคิดเห็นทั้งหมด โดยคำแนะนำนั้นจะต่างกันออกไป ตามประสบการณ์ของแต่ละคนที่เคยพบเจอมา บ้างก็ว่าทนขาดทุนให้ได้ ทนกำไรให้เป็นแล้วจะรอด เป็นการบอกนัยๆ ว่าให้คุณรู้จักการ ‘อดทน’ นั่นเอง และบ้างก็ว่าให้ศึกษาเยอะๆ อย่ามัวแต่ถามคนอื่น รอให้เป็น บริหารเงินให้ดี เพื่อให้คุณสามารถอยู่ในตลาดได้อย่างยั่งยืน เป็นต้น นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความคิดเห็นในกลุ่มนี้เท่านั้น   กลุ่มที่ 2 : น้องหนีไป!!    ภาพรวมในกลุ่มนี้นั้นสามารถบอกได้เลยว่า รุ่นพี่ที่ต่างเข้ามาให้คำแนะนำเคยได้รับบาดเจ็บจากการลงทุนในตลาดคริปโตขนาดไหน ซึ่งคิดเป็น 50% ของความคิดเห็นทั้งหมด โดยส่วนใหญ่ต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นข้อความว่า ‘หนีไป’ ทั้งนี้การที่มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นในลักษณะนี้มันไม่ได้หมายความว่า ‘การลงทุนในตลาดคริปโตนั้นมันไม่ดีทั้งหมด’ แต่มันอาจจะเป็นการเข้ามาแซวรุ่นน้องเล่นๆ หรือ อาจเป็นกลุ่มคนที่เคยผิดหวังจากการลงทุนในตลาดคริปโตเพียงเท่านั้น   กลุ่ม 3 : เทคนิคดีๆ จากพี่สู่น้อง    ภาพรวมในกลุ่มนี้เป็นเพียงส่วนน้อยที่จะเข้ามาแนะนำเทคนิคการลงทุนในตลาดคริปโต โดยคิดเป็น 10% จากความคิดเห็นทั้งหมด เนื่องจากของแบบนี้นักลงทุนที่ดี ควรศึกษา และค้นหาแบบที่เหมาะสมด้วยตัวเอง หากเกิดข้อผิดพลาดจะได้ไม่มีคำว่า ‘รู้งี้’ เกิดขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคนเข้ามาแนะนำเทคนิค เพื่อเสนอทางเลือกให้กับมือใหม่อยู่บ้าง ยกตัวอย่างเช่น เทคนิค ‘All in’ และ การขายตัดราคา (Cut Loss) เป็นต้น  หวังว่าสารจากรุ่นพี่ที่ทาง ‘Wikibit’ หยิบยกมานำเสนอในกลุ่มนี้ จะช่วยให้คุณตัดสินใจก้าวเดินต่อไปในตลาดคริปโตได้อย่างเฉิดฉายมากขึ้น อย่างไรก็ตามสิ่งที่สำคัญที่สุดของการลงทุนก็คงหนีไม่พ้นการศึกษา และตรวจสอบข้อมูลต่างของ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ในแอป ‘Wikibit’ ก่อนการลงทุนทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นตลาดขาขึ้น หรือขาลง สิ่งนี้มักสำคัญเสมอ เพราะมันสามารถทำให้คุณลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แถมตัวแอป ‘Wikibit’ เอง ยังมีการอัปเดตข่าวสารที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคา สาระความรู้ และกลโกงต่างๆ ในตลาดคริปโตไว้ให้คุณอีกด้วย ดังนั้นคุณควร‘โหลด’ มันติดมือถือไว้ จะได้ไม่พลาดโอกาสดีๆ ในการทำกำไร หรือ พลาดท่าเสียใจให้กับกลโกงนั่นเอง!!   แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-08-09การวิเคราะห์เชิงลึก

‘จิตวิทยาและอารมณ์’ ที่บ่งบอกว่าเทรดเดอร์รู้สึกอย่างไรกับ ‘ราคาคริปโต’

คุณอาจจะยังไม่รู้ว่า ทุกๆ การตัดสินใจเกี่ยวกับการลงทุนของคุณนั้น ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของหลัก ‘จิตวิทยา’ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น อารมณ์ ความต้องการ ความหวัง ความกลัว และอื่นๆ มักเกิดขึ้นภายใต้จิตสำนึกของคุณเองที่มีต่อสภาวะในตลาดคริปโต  ยิ่งในช่วงที่ตลาดกำลังเข้าสู่ขาขึ้นแบบนี้ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ ความผันผวนของราคา ซึ่งเหล่านักลงทุนหลายๆ คน มักจะเริ่มสวดมนต์ภาวนาไม่ให้มีข่าวร้ายแรงออกมาส่งผลกระทบต่อราคาในตลาด อารมณ์ และการตัดสินใจลงทุนของพวกเขา ทั้งๆ ที่ทุกคนก็ต่างรู้กันอยู่แล้วว่า ในโลกของคริปโตเคอเรนซี่อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการลงทุนแบบนี้ก็คือ ความเชื่อมั่นในการตัดสินใจ และกลยุทธ์ของตัวเองให้มากๆ และนั่นก็มีความเกี่ยวพันกับหลักจิตวิทยาในการลงทุนทั้งหมด    นี่คือชาร์ตที่สามารถอธิบาย ‘อารมณ์ของนักลงทุน’ ต่อตลาดในแต่ละช่วงได้ โดยตามหลักจิตวิทยาแล้วมันอธิบายไว้คร่าวๆ ว่า ณ ช่วงเวลาที่ราคาในตลาดวิ่งขึ้นไปสูงที่สุด จะหมายถึงมันได้ขึ้นไปจนชนจุดที่เรียกว่า ‘MAX RISK POINT’ หรือ ‘จุดเสี่ยงสูงสุด’ แล้ว ในช่วงแรกๆ สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่เข้าสู่ตลาด อาจฟังดูน่ากลัว แต่อารมณ์ของนักลงทุนในตลาดนั้นกลับอยู่ในสภาวะ ‘Euphoria’ หรือ ‘อิ่มอกอิ่มใจ’ เนื่องจากอยู่ในช่วงกอบโกยกำไร  แต่เมื่อราคาในตลาดเริ่มย่อตัวลงจากเหตุผลใดก็ตามแต่ อารมณ์ของนักลงทุนจะเริ่มเข้าสู่สภาวะ ‘วิตกกังวล’ หรือ ‘Anxiety’ และจะยิ่งแย่ลงตามลำดับ เมื่อราคาในตลาดยังคงลดต่ำลงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงจุดต่ำสุด แล้วไปชนกับจุดที่เรียกว่า ‘MAX FINANCIAL OPPORTUNITY POINT’ หรือ ‘จุดที่บ่งบอกถึงโอกาสในการลงทุนที่ดีที่สุด’ ซึ่งหากเป็นมือใหม่ที่กำลังก้าวเข้ามาในตลาดคริปโต คงจะดีใจไม่ใช่น้อยที่จะได้ช้อนโอกาสดีๆ แบบนี้ไว้ในมือ แต่สำหรับนักลงทุนที่อยู่ในตลาดแล้ว กลับมีอารมณ์อยู่ในสภาวะ ‘Depression’ หรือ ‘อาการซึมเศร้า’ เนื่องจากกำลังจะติดดอย และใช้ชีวิตไปกับการหาทางออกให้กับตัวเอง  ซึ่งถ้าพวกเขารอดหรือผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ อารมณ์ของนักลงทุนในตลาดก็จะเริ่ม ‘กระปรี้กระเปร่า’ หรือ ‘Optimism’ อีกครั้ง ทั้งๆ ที่ราคาสินทรัพย์กำลังพุ่งขึ้นไปชนจุดเสี่ยงสูงสุดอีกรอบก็ตาม  สรุปง่ายๆ ก็คือ อารมณ์ของนักลงทุนที่เข้าไปอยู่ในตลาดแล้ว มักจะไหลขึ้นลงสวนทางกับกราฟราคาในตลาดแบบนี้กันทุกคน แต่จะเป็นน้อย หรือมากจนกระทบกับการใช้ชีวิต ล้วนขึ้นอยู่กับพื้นฐานอารมณ์ของแต่ละคน บางคนรับรู้แล้วยังคงก้าวต่อไปได้ แต่บางคนรับรู้แล้วเครียดไม่เป็นอันกินอันนอน ดังนั้นเมื่อคุณก้าวเข้ามาในตลาดคริปโตแล้ว คุณต้องเข้าใจให้ชัดเจนว่า นอกจากราคาที่ผันผวนแล้ว คุณยังต้องสู้กับใจของตัวเองอยู่ตลอดเวลา ตามกราฟข้างต้นอีกด้วย  ทั้งนี้ทุกๆ ข่าวสารที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคา สาระความรู้ และกลโกงต่างๆ ในตลาดคริปโต เราได้รวบรวม และอัปเดตไว้ให้พวกคุณได้ติดตามแล้วในแอป ‘Wikibit’ หากคุณไม่อยากพลาดข่าวสารดีๆ เพื่อเป็นใบเบิกทางในการทำกำไรได้มากขึ้นแล้วละก็ อย่าลืมโหลดมันติดมือถือไว้ แถมตัวแอปยังสามารถใช้ศึกษา หรือตรวจสอบข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ เพื่อประกอบการตัดสินใจในการลงทุนได้อีกด้วย  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  ขอขอบคุณข้อมูล และรูปภาพจาก : Properea  

2021-08-09การวิเคราะห์เชิงลึก

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของ Cardano หลัง Hard Fork โดย SiamBlockchain

ไม่นานหลังจากเครือข่าย Alonzo Purple Testnet ของ Cardano ได้เปิดตัว ทาง IOHK ก็ได้ออกมาอธิบายว่า การบรรลุเป้าหมายที่สำคัญนี้หมายถึงอะไร รวมถึง CTO ของบริษัทด้านบล็อกเชน dcSpark ที่กล่าวอธิบายว่า   บัญชีแยกประเภท Cardano จะสามารถเปลี่ยนไปรองรับสัญญา Smart contract ได้อย่างไร Alonzo hard fork จะนำความสามารถใหม่ที่น่าตื่นเต้นมาสู่ Cardano และรวมสคริปต์ Plutus ไว้บนเครือข่าย ซึ่งสิ่งนี้จะหมายถึงการรองรับสัญญา Smart contract บนเครือข่ายของ Cardano ดังนั้นมันจึงถูกพูดถึงกันอย่างแพร่หลายในชุมชนของ Cardano  แผนดังกล่าวมีไว้สำหรับฟังก์ชันการทำงานของ Alonzo เพื่อทดสอบในสามเฟสด้วยกันคือ เฟสสีฟ้า เฟสสีขาว และเฟสสีม่วง โดยเมื่อวันศุกร์ที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา IOHK บริษัทวิจัยและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชนที่ก่อตั้งโดยนาย Charles Hoskinson และ Jeremy Wood ประกาศว่า เครือข่ายทดสอบ Alonzo Purple ได้ถูกเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ว ทาง IOHK กล่าวต่อไปว่า Alonzo Purple จะเป็น Cardano testnet ตัวแรกที่รองรับสัญญา Smart contract โดยจะมีรายละเอียดดังต่อไปนี้   ทีมทดสอบกว่า 150 คนจะได้รับเชิญให้เข้าร่วมเครือข่ายของ Alonzo Purple ผู้สำเร็จการศึกษาทั้งหมด 300 คนจากโครงการ Plutus Pioneer จะได้รับเชิญให้ทดลองใช้เครือข่ายของ Alonzo Purple IOHK วางแผนที่จะพูดคุยกับกระดานแลกเปลี่ยนเพิ่มเติมเพื่อให้กระดานแลกเปลี่ยน Crypto จำนวนมากพร้อมสำหรับการเปิดตัว Alonzo hard fork โดยคาดว่าจะมีขึ้นในช่วงปลายเดือนสิงหาคมหรือต้นเดือนกันยายนนี้ ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่า “ลูกค้าของพวกเขาจะยังคงสามารถเข้าถึงการฝาก/ถอนเงิน $ADA ได้อย่างต่อเนื่องสำหรับและไม่ต้องรอให้มีการจัดการในภายหลัง” ต่อมาในวันเดียวกันนาย Sebastien Guillemot CTO

2021-08-09การวิเคราะห์เชิงลึก

หนุ่ม 19 ปี สร้างรายได้จากการขุด‘Bitcoin’แทนการเรียนต่อวิทยาลัย

บทความนี้ ‘Wikibit’ มีเรื่องราวดีๆ ของชายหนุ่มที่ตัดสินใจปฏิเสธการเข้าเรียนวิทยาลัยที่หลายๆ คนใฝ่ฝัน เพื่อหันหน้ามาสร้างรายได้จากการขุด ‘Bitcoin’ แทน ซึ่งเขาสามารถทำได้ถึง 54,000 ดอลลาร์ ต่อปีเลยทีเดียว บอกได้เลยว่าใครที่ฝันอยากเป็นนักขุด ‘Bitcoin’ และต้องการแรงบันดาลใจดีๆ ห้ามพลาด!!  ‘Nick Sears’ ชายหนุ่มวัย 19 ปี จากเมือง ‘Dallesport’ รัฐวอชิงตัน ได้อาศัยอยู่ที่เหมืองขุด ‘Bitcoin’ ที่ตัวเองมีส่วนช่วยในการสร้างตั้งแต่อายุ 17 ปี อย่าง ‘SCATE Ventures’ ซึ่งเป็นโรงงานผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำ ที่มีเครื่องขุด ‘Bitcoin’ มากถึง 4,500 เครื่อง โดยล่าสุด ‘Sears’ ได้ปฏิเสธการเรียนต่อที่วิทยาลัยไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขอขอบคุณภาพจาก : ผู้จัดการออนไลน์  “ผมไม่คิดว่าการไปเรียนต่อวิทยาลัยที่ทุกคนใฝ่ฝัน จะช่วยเติมเต็มความรู้ให้ผมในเรื่องของการซ่อมแซมเครื่องขุด ‘Bitcoin’ ได้” Nick Sears กล่าวในระหว่างสัมภาษณ์กับ CNBC  ‘Sears’ ใช้เวลาทุกวันในวัย 17 ปี เพื่อศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการใช้งาน และซ่อมแซมเครื่องขุด ‘Bitcoin’ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลยสำหรับเด็กในวัยนั้น โดยเจ้าตัวบอกว่า ในช่วงแรกที่เขาเข้ามาในโรงงานแห่งนี้ เขาและทีมงานได้มีการเซ็ตอัพเครื่องมือต่างๆ ไปจนถึงระบบเครือข่ายข่ายอินเทอร์เน็ตเองทั้งหมด ขอขอบคุณภาพจาก : ผู้จัดการออนไลน์  จนกระทั่งโครงสร้างทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์แล้ว เขาได้จัดตารางเวลาให้กับตัวเอง และทีมงาน เพื่อทำการเฝ้าระวัง เผื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้น ซึ่ง ‘Sears’ ได้ยอมรับว่าเขารู้สึกสนุกกับชีวิตมาก เพราะทุกเช้าที่เขาได้ตื่นมานั้น เขาจะพบกับปัญหาต่างๆ ที่ต้องได้รับการแก้ไข ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาเครื่องขุดหยุดทำงาน หรือมีความขัดข้อง และอื่นๆ เป็นต้น ขอขอบคุณภาพจาก : ผู้จัดการออนไลน์  ทั้งนี้ ‘Sears’ ยังได้ค่าตอบแทนในการทำงานที่เหมืองขุด ‘Bitcoin’ จาก ‘Scott Bennett’ CEO ของเหมืองขุด ‘SCATE Ventures’ สูงถึง 54,000 ดอลลาร์ พร้อมประกันสุขภาพเต็มรูปแบบ นอกจากนี้เขายังได้มอบเครื่องขุดให้กับพนักงานโดยเฉพาะอีกด้วย ซึ่งสร้างผลตอบแทนสูงถึง 0.02 BTC ต่อไตรมาส   โดย ‘SCATE Ventures’ นั้นเป็นเหมืองขุด ‘Bitcoin’ ที่ตั้งติดอยู่กับแม่น้ำโคลัมเบีย และเขื่อน ‘Dalles’ ซึ่งบริษัทได้รวบรวมแหล่งพลังงานน้ำหมุนเวียนที่อุดมสมบูรณ์ เพื่อใช้ในการป้อนพลังงานสะอาด ให้กับเครื่องขุด ‘Bitcoin’ โดยตรง “เราชอบแหล่งพลังงานที่นั่น เนื่องจากมันมีราคาถูก สามารถหมุนเวียนได้ และมีปริมาณมาก แถมสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่างของเรา ก็มาจากพลังงานน้ำ 100%” ‘Scott Bennett’ กล่าว  นี่ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครหลายๆ คนได้ ซึ่งใครที่ชื่นชอบการขุด ‘Bitcoin’ หรืออยากจะลงทุนในตลาดคริปโต ก็อย่ามัวแต่นอนอยู่เฉย ลุกขึ้นมาหาข้อมูลศึกษา และเริ่มวางแผนลงมือทำได้แล้ว เพราะเราเชื่อว่าคุณเองก็สามารถประสบความสำเร็จในอนาคตได้ แต่ที่สำคัญหากคุณเลือกที่จะศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการเทรดคริปโตแล้วละก็ อย่าลืมโหลดแอป ‘Wikibit’ ติดไว้ในมือถือ เพราะแอปนี้สามารถใช้ตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้ แถมคุณยังสามารถติดข่าวสารดีๆ สาระความรู้ และกลโกงต่างๆ ได้อย่างจุใจที่แอป ‘Wikibit’ อีกด้วย  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  ขอขอบคุณข้อมูลจาก : siamblockchain / ผู้จัดการออนไลน์  

2021-08-06การวิเคราะห์เชิงลึก

แนะนำ!! 5 เหรียญเกมคริปโตสุดฮิต ที่กำลังมาแรงในช่วงนี้

เหรียญเกม คือ เหรียญที่สามารถใช้ซื้อไอเทม หรือใช้เล่นในเกมได้ รวมทั้งบางเหรียญก็เป็น ‘รางวัล’ ที่ได้มาจากการเล่นเกมอีกด้วย ซึ่งตอนนี้กำลังฮิตฮอตมากๆ ในกลุ่มนักเทรดคริปโต เพราะนอกจากจะให้ความเพลิดเพลินแล้ว เหรียญตัวนี้ยังสร้างรายได้ให้กับผู้เล่นอีกด้วย ดังนั้น ‘Wikibit’ จึงขอหยิบยก 5 เหรียญเกมสุดฮิตมานำเสนอ ใครอยากรู้ว่ามีเหรียญอะไรบ้างไปดูกันเลย!!  1. Axie Infinity (SLP,AXS)  เกมนี้เป็นเกมแนว Strategy Turn – Base ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในตอนนี้ ซึ่งคุณจะสามารถเล่นมันได้ต้อง Axie ทั้งหมด 3 ตัว ตอนนี้งบจะอยู่ที่ประมาณ 5 – 8 หมื่นบาท ส่วนใครที่อยากเล่นแต่ไม่มีทุน สามารถไปขอให้นายทุนลงเงินให้แล้วแบ่งเปอร์เซ็นต์กันได้  โดยเหรียญที่ได้นั้นส่วนใหญ่จะได้รับเป็น ‘SLP’ มีราคาอยู่ที่ประมาณ 7 – 8 บาท สามารถนำไปขายได้จริง และรายได้ต่อเดือนจะอยู่ที่ 3 – 5 หมื่นบาท ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความขยันของผู้เล่นด้วยนะ ส่วนอีกเหรียญคือ ‘AXS’ เป็นเหรียญที่จะได้รับหลัง Rank 300+ เท่านั้น  รีวิวจากแอป ‘Wikibit’ เหรียญ ‘SLP’ นั้น ได้คะแนนอยู่ที่ 6.32/10 คะแนน มีมูลค่าทางตลาดอยู่ที่ 4.2866 พันล้านบาท และไม่มีข้อมูลการร้องเรียน  2. Decentraland (MANA)  เกมนี้เป็นเกมแนว Virtual Word ที่กำลังฮิตเป็นอย่างมาก โดยเหรียญ ‘MANA’ นั้น เป็นเหรียญที่ใช้ในการ Ecosystem ของเกมนี้ทั้งหมด ทั้งการซื้อสินค้า ที่ดิน หรือใช้บริการต่างๆ นอกจากนี้ที่ดินในเกม ‘Decentraland’ ยังเคยขายได้ราคาสูงสุดถึง 28 ล้านบาทไทยอีกด้วย  รีวิวจากแอป ‘Wikibit’ เหรียญ ‘MANA’ นั้น ติดอยู่ในอันดับที่ 24 ของ Ranking มีคะแนนจากแอปอยู่ที่ 8.47/10 คะแนน มีมูลค่าทางตลาดอยู่ที่ 38.3535 พันล้านบาท และไม่มีข้อมูลการร้องเรียน  3. My neighbor Alice (ALICE)  เกมสุดน่ารัก ที่มีลักษณะคล้ายๆ กับเกม Harvest Moon เกมปลูกผัก ทำสวนต่างๆ ซึ่งในขณะนี้ตัวเกมยังไม่เปิดให้เล่น แต่ตัวเหรียญ ‘ALICE’ กลับได้ List อยู่บนแพลตฟอร์มของ ‘Binance’ แล้ว จึงทำให้เป็นอีกหนึ่งเกมที่ใครหลายๆ คนกำลังจับตามอง  รีวิวจากแอป ‘Wikibit’ เหรียญ ‘ALICE’ นั้น ได้คะแนนจากแอปอยู่ที่ 6.29/10 คะแนน มีมูลค่าทางตลาดอยู่ที่ 8.4901 พันล้านบาท และไม่มีข้อมูลการร้องเรียน  4. Cryptoblade (SKILL)  เกมนี้บอกเลยว่าทำกำไรจากเหรียญ ‘SKILL’ ได้ปังมากๆ ซึ่งมันเป็นเกมแนว Auto – Fright ที่จะทำการต่อสู่ให้อย่างอัตโนมัติไม่จำเป็นต้องเล่นเอง เพียงแค่จัดสรรตัวให้เทพๆ ก็พอ ด้วยความง่าย และใช้ต้นทุนในการเล่นน้อย ทำให้ใครหลายๆ ต่างก็ให้ความสนใจในเกมนี้เป็นอย่างมาก  รีวิวจากแอป ‘Wikibit’ เหรียญ ‘SKILL’ นั้น ได้คะแนนจากแอปอยู่ที่ 5.52/10 คะแนน มีมูลค่าทางตลาดอยู่ที่ 1.0158 พันล้านบาท และไม่มีข้อมูลการร้องเรียน  5. Allien World (TLM)  หากคุณคิดว่าเกมนี้เป็นเกมแนวยิงเอเลี่ยนขุดคิดผิด เพราะเกมนี้เป็นเกมเกี่ยวกับการขุดสมบัติในดวงดาวต่างๆ ซึ่งในแต่ละดาวก็จะมีเหรียญ ‘TLM’ ซ่อนอยู่ แต่ความน่าสนใจมันอยู่การ์ดในเกมแต่ละใบนั้น สามารถจัดเพื่อเพิ่มแรงขุด ให้สามารถขุดเหรียญได้มากขึ้น แถมยังเป็นการ์ด NFT และถ้าหากดวงดี ขุดลงไปเจอการ์ด NFT ปังๆ สามารถนำไปขายได้ราคาหลายหมื่นอีกด้วย  รีวิวจากแอป ‘Wikibit’ เหรียญ ‘TLM’ นั้น ได้คะแนนจากแอปอยู่ที่ 6.29/10 คะแนน มีมูลค่าทางตลาดอยู่ที่ 7.8972 พันล้านบาท และไม่มีข้อมูลการร้องเรียน  เป็นอย่างไรกันบ้าง มันน่าเล่นใช่ไหมละ แต่นี่เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของเหรียญเกมเท่านั้น เพราะของจริงยังมีอีกเพียบ อย่างไรก็ตามก่อนลงทุนในเหรียญอย่าลืมเข้าไปศึกษาข้อมูลวิธีการเล่น ในเว็บไซต์ของเกมนั้นๆ ให้ดีก่อน และอย่าลืมเข้ามาศึกษา และตรวจสอบเหรียญที่คุณได้รับ หรือลงทุนกับมัน เพื่อนำไปใช้ในเกมได้ที่แอป ‘Wikibit’ เรามีชุดข้อมูล และข่าวสารดีๆ รอเสิร์ฟคุณอยู่อย่างเต็มที่แน่นอน!!  แอปพลิเคชั่น

2021-08-06การวิเคราะห์เชิงลึก

ดราม่าอีกแล้ว! แพลตฟอร์ม ‘DeFi’ ไทย ‘Rug Pull’ คนไทยอีกแล้ว ???

วงการ ‘DeFi’ ไทยต้องสั่นสะเทือนอีกครั้ง เมื่อ ‘Thai Rug Thai’ กลับมาอีกแล้ว หลังจากมีนัดเทรดคริปโตสายฟาร์มท่านหนึ่งโพสต์ข้อความถามถึงการลงทุนในเหรียญ ‘CTB’ หรือ ‘Cryptobet98’ พร้อมกล่าวเตือนว่าตอนนี้มันได้ทำการ ‘Rug Pull’ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ให้ระวังตัวกันให้ดี  ‘Rug Pull’ คือ โครงการ ‘DeFi’ ที่เกิดการหลอกลวงกันขึ้น โดยที่เจ้าของโครงการเปิดให้นักลงทุนเอาเหรียญมาฟาร์มหรือมาลงทุน หลังจากนั้นก็ทำการปิดเว็บไซต์ พร้อมฉกเหรียญทั้งหมดหนีหายไป ซึ่งคำว่า ‘Thai Rug Thai’ นั้นเป็นอีกหนึ่งคำศัพท์ที่ใช้กันวงการ ‘DeFi’ ที่มีความหมายว่า ‘คนไทยสร้างแพลตฟอร์มขึ้นมาเพื่อหลอกคนไทยด้วยกัน’ นั่นเอง  ในกรณีของ ‘CTB’ หรือ ‘Cryptobet98’ นั้น เป็นแพลตฟอร์ม ‘DeFi’ สัญชาติไทย ที่ถูกสร้างขึ้นบน ‘Binance Smart Chain’ ซึ่งเปิดให้บริการได้เพียงไม่กี่วันเท่านั้น ก็ได้ทำการ ‘Rug Pull’ ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งตัวเจ้าของโพสต์เองบอกว่า “เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าอย่าเชื่อใจคนใน Telegram แม้มันจะอยู่ในวงการมานานแล้วก็ตาม” จากข้อความข้างต้นคาดว่าเจ้าของโพสต์น่าจะถูกเชียร์ให้ซื้อเหรียญ ‘CTB’ นี้ จากแอปพลิเคชันดังกล่าว   ทั้งนี้เจ้าตัวยังได้ออกมาชี้แจงเพิ่มเติมถึงขบวนการโกงใต้คอมเมนท์ของโพสต์เดียวกันว่า การโกงในครั้งนี้ทำกันเป็นขบวนการ โดยเริ่มจากการสร้างตัวตน ก่อนแฝงไปตามกลุ่มต่างๆ เพื่อสร้างเครดิต หรือความน่าเชื่อถือ และอาศัยความไว้ใจในมิตรภาพตามกลุ่มต่างๆ เพื่อหลอกให้มาลงทุนนั่นเอง   หลังจากโพสต์นี้ถูกเผยแพร่ออกไปนั้นก็ได้มีนักเทรดสายฟาร์มหลายๆ คน เข้ามาแสดงความคิดเห็นกันเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่มองว่า “ไม่น่าเข้าลงทุนตั้งแต่แรก เพราะดูแล้วไม่น่าเชื่อถือ” แต่สิ่งที่ทำให้เรารู้สึกสะเทือนใจมากก็คือ คนส่วนใหญ่รู้สึกผิดหวังในวงการ ‘DeFi’ และแนะนำให้ไปเล่น ‘DeFi’ สัญชาติอื่นที่มีความนิยม และน่าเชื่อถือมากกว่า พร้อมมองว่า “ส่วนใหญ่ ‘DeFi’ ที่ถูกสร้างจากคนไทยนั้นมักจะ ‘Rug pull’ เสมอ”    นี่เป็นอีกหนึ่งบทเรียนชั้นดี ที่สอนให้นักเทรดคริปโต สายฟาร์มหลายๆ คน ได้รู้ว่า อย่ามัวแต่ลงทุนจากคำพูดของอื่น และก่อนลงทุนทุกครั้งควรตรวจสอบข้อมูลให้ดี ไม่อย่างนั้นคุณจะได้พบกับหายนะ ซึ่งก่อนลงทุนใน ‘DeFi’ คุณสามารถเข้ามาตรวจสอบข้อมูลภาพรวมของแพลตฟอร์ม และเหรียญนั้นๆ ได้ที่แอป ‘Wikibit’ ซึ่งมันมีความปังอยู่ตรงที่ แอปนี้ได้ทำการคัดกรองข้อมูลมาในระดับหนึ่งแล้ว แถมยังอัปเดตข่าวสาร กลโกงต่างๆ ในวงการคริปโต และ ‘DeFi’ ไว้ให้คุณได้ตามอ่าน เพื่อเสริมเกราะในการลงทุนอีกด้วย รับรอง! โหลดแอป ‘Wikibit’ ติดเครื่องไว้จะกลโกงแบบไหนก็ไม่เสียท่าแน่นอน!!  ทุกๆ รูปแบบกลโกงที่เกิดขึ้น ทุกๆ สาระความรู้ที่ควรศึกษา และทุกๆชุดข้อมูลที่ควรตรวจสอบ เรารวบรวมมันไว้ให้คุณแล้วที่ แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ แอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย โหลดไว้ จะได้ลงทุนได้อย่างสบายใจ ไม่ถูกโกง!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  ขอขอบคุณข้อมูลจาก : เจ้าของโพสต์

2021-08-06การวิเคราะห์เชิงลึก

7 สิ่งที่คุณต้องรู้ ก่อนตัดสินใจซื้อ ‘Bitcoin’

หากพูดถึง ‘Bitcoin’ เทรดเดอร์หลายๆ คน ก็คงรู้จักกันดี แต่สำหรับคนทั่วไป หรือพวกมือใหม่แกะกล่อง ที่เคยได้ยินแต่ชื่อของมันนั้น คงกำลังสงสัยว่าทำไม ‘Bitcoin’ ถึงได้โด่งดังได้ขนาดนี้ ดังนั้น ‘Wikibit’ จึงมี 7 สิ่งที่คุณต้องรู้ ก่อนตัดสินซื้อ‘Bitcoin’ มาฝาก   1 มันเป็นคริปโตตัวแรกในโลก    ‘Bitcoin’ คือ ‘คริปโตเคอเรนซี’ สกุลแรกของโลก และมีมูลค่าสูงสุดในตลาดคริปโตปัจจุบัน ซึ่งมันสามารถใช้แลกเปลี่ยนสินค้าและบริการได้ โดยไม่ต้องผ่านตัวกลาง แถมยังทำธุรกรรมต่างๆ ข้ามประเทศได้ เพียงแค่ใช้อินเทอร์เน็ตอีกด้วย   2. ทำงานผ่านระบบ ‘Blockchain’    ‘Blockchain’ เป็นเทคโนโลยีที่ ‘Bitcoin’ ใช้ในการบันทึกธุรกรรม และเก็บข้อมูลต่างๆ ซึ่งมีความน่าเชื่อถือ และปลอดภัยมากๆ มีหลักการทำงานแบบกระจายศูนย์ ที่ยากต่อการปลอมแปลงข้อมูล แถมยังสามารถตรวจสอบได้โปร่งใสอีกด้วย  3. ไม่มีทราบว่าใครเป็นผู้สร้างมันขึ้นมา?    ‘Bitcoin’ ถือกำเนิดขึ้นในปี 2009 โดยผู้สร้างที่ใช้นามแฝงว่า ‘Satoshi Nakamoto’ มีจุดประสงค์เพื่อเป็นสกุลเงินอิสระ และทำลายระบบทางการเงินแบบเก่า โดยในปัจจุบันยังไม่มีคนทราบว่าเขานั้นคือใคร ว่ากันว่าการที่เขาเปิดเผยตัวตนจะเป็นการทำลายความกระจายศูนย์ของ ‘Bitcoin’ เนื่องจากสื่อจะมุ่งเป้ามาที่เขา และตลาดจะให้ความสำคัญกับคำพูดของเขา ซึ่งมันขัดแย้งต่อการกระจายศูนย์ของเหรียญนั่นเอง    4. มันเป็นต้นแบบเหรียญให้กับคริปโตตัวอื่น  แรงบันดาลใจของเหรียญคริปโต (Altcoin) ส่วนใหญ่ในตลาด มักมาจากความสำเร็จของ ‘Bitcoin’ ซึ่งเหรียญเหล่านี้ได้กลายเป็นทางเลือกให้กับนักลงทุน เพื่อใช้กระจายความเสี่ยงในการเทรด เช่น ETH, DOGE, ADA เป็นต้น    5. มันมีเพียง 21 ล้านเหรียญเท่านั้น   การมีอยู่อย่างจำกัดเพียง 21 ล้านเหรียญของ ‘Bitcoin’ นั้น เพื่อป้องกันการเกิดภาวะเงินเฝ้อ และการลดตัวของมูลค่าในอนาคต เนื่องจากการมีอยู่อย่างจำกัด ส่งผลให้มันมีความต้องการมาก และยิ่งมีคนต้องการมันมากมูลค่าของมันก็จะยิ่งเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบัน‘Bitcoin’ ถูกขุดขึ้นมาแล้วราว 18 ล้านเหรียญ   6. ผู้ถือมักมีเฮทุกๆ 4 ปี     ‘Bitcoin Halving’ หรือ วัฎจักรของ‘Bitcoin’ เป็นสิ่งที่ผู้สร้างได้กำหนดขึ้นมา เพื่อลดจำนวน ‘Block Reward’ ที่เป็นเงินรางวัลของนักขุดครึ่งหนึ่ง ซึ่งค่าตอบแทนนั้นก็คือตัวเหรียญ ‘Bitcoin’ นั่นแหละ แต่ที่ว่ามีเฮนั้น ก็เพราะเมื่อครบรอบทุกๆ 4 ปี หรือ 1 วัฎจักร ราคาของมันมักจะดีดตัวพุ่งขึ้นสูงอยู่ตลอดนั่นเอง  7. มันคือนัมเบอร์วันของโลกแห่งคริปโต    ‘Bitcoin’ นั้นถูกขนานนามว่าเป็น ‘เจ้าแห่งวงการคริปโต’ เพราะปัจจุบันมันมีส่วนแบ่งการตลาดที่สูงถึง 46.69% ซึ่งเยอะที่สุดเป็นอันดับ 1 ในบรรดาเหรียญคริปโต ทำให้มันถูกมองว่าเป็นจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหาร เพราะการขึ้นลงของราคาของมัน มักจะส่งผลต่อราคาเหรียญตัวอื่นๆ ในตลาดอยู่บ่อย แต่ก็ไม่เสมอไป ทั้งนี้มันยังเป็นเหรียญที่ได้คะแนนจากแอป ‘Wikibit’ มากที่สุดสูงถึง 9.06/10 คะแนน และเป็นอันดับ 1 ใน Rankings ของแอปอีกด้วย ถ้าหากคุณอยากรู้ว่าเหรียญที่คุณชื่นชอบมีคะแนน หรือข้อมูลอะไร สามารถเข้าไปดูได้ที่แอป ‘Wikibit’    เป็นอย่างไรกันบ้าง? เรื่องราวของ ‘Bitcoin’ ที่ทาง‘Wikibit’ ยกมานำเสนอในบทความนี้ พวกเราหวังว่ามือใหม่ และใครหลายๆ คน จะเรียนรู้ และเข้าใจข้อมูลของมันมากขึ้น ทั้งนี้ก่อนตัดสินใจลงทุนใน ‘Bitcoin’ หรือ ‘Altcoin’ ทุกครั้ง อย่าลืมเข้ามาตรวจสอบข้อมูลของพวกมันในแอป ‘Wikibit’ เพราะแอปนี้ได้รวบรวมข้อมูลดีๆ ที่สามารถใช้ประกอบการตัดสินใจในการลงทุนของคุณไว้หมดแล้ว รับรองโหลดแอปนี้ติดมือถือไว้ ทำกำไรได้มากขึ้นชัวร์ๆ!    แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Bitkub  

2021-08-06การวิเคราะห์เชิงลึก

สาระคริปโต!! 4 ข้อควรระวัง สำหรับการลงทุนแบบ ‘P2P’

การลงทุนแบบ ‘P2P’ (Peer-To-Peer) คือ รูปแบบการซื้อขายที่ผู้ซื้อและผู้ขายทำการแลกเปลี่ยนสินทรัพย์คริปโตและ Fiat กันโดยตรงผ่านบริการของตลาดออนไลน์และบริการ Escrow ซึ่งคล้ายๆ กับ Facebook Marketplace ที่ผู้ซื้อขายสามารถสร้างโพสต์ และเรียกดูรายชื่อ หรือโฆษณาสำหรับคริปโตเคอร์เรนซีต่างๆ แถมยังสามารถชำระเป็นเงินสดได้อีกด้วย จึงไม่แปลกที่มันเป็นการลงทุนที่ฮอตฮิตมากในตอนนี้ ดังนั้น ‘Wikibit’ จึงมีข้อควรระวังของการลงทุนแบบ ‘P2P’ มาบอก เพื่อให้คุณได้ศึกษาก่อนตัดสินใจที่จะลงทุน  1. ระวังจะพัง หากเข้าใจมันไม่มากพอ  นักเทรดควรศึกษาเกี่ยวกับ การลงทุน และกลโกง ของ ‘P2P’ ให้มากๆ เพื่อเพิ่มความรู้เท่าทันให้กับตัวเอง เพราะผู้ขายบางรายมักชอบล่อลวงให้เหยื่อที่ไม่มีความรู้ หรือประสบการณ์ในด้านนี้มาติดกับดัก ด้วยการโพสต์ขาย หรือโฆษณาสินทรัพย์ในราคาที่ถูกเกินจริง ทั้งนี้ก่อนตัดสินใจซื้อคุณควรตรวจสอบความคิดเห็นเกี่ยวกับผู้ขาย และจำนวนธุรกรรมที่ทำเสร็จสิ้นของผู้ขายอยู่เสมออีกด้วย   2. ตรวจสอบหลักฐานการชำระเงินให้ดี  ความน่ากลัวไม่ได้มีแค่ผู้ขายเท่านั้น เพราะผู้ซื้อบางรายก็หัวแหลมไม่แพ้กัน เพราะพวกเขามักชอบส่งหลักฐานการชำระเงินปลอม มาให้กับผู้ขาย และพยายามกดดัน ให้ผู้ขายกดยืนยันการชำระเงิน ดังนั้นหากบทบาทของคุณคือผู้ คุณต้องตรวจสอบหลักฐานการชำระให้ดี และตรวจเช็คกระเป๋าเงินของคุณว่ามียอดดังกล่าวเข้ามาหรือเปล่า ก่อนตัดสินใจปล่อยสินทรัพย์ไปให้ผู้ซื้อตามที่ตกลง   3. หลีกเลี่ยงการสื่อสารนอกแพลตฟอร์ม  พวกนักต้มตุ๋นมากพยายามลากคุณออกจากการสื่อสารบนแพลตฟอร์ม ‘P2P’ โดยมีข้ออ้างสารพัด ไม่ว่าจะเป็น การตรวจสอบอีเมล หรือให้พูดคุยกับบุคคลที่สามในแชท แม้กระทั่งเสนอส่วนลดต่างๆ หากคุณยอมออกไปสื่อสารด้านนอกแพลตฟอร์ม ดังนั้นคุณไม่ควรออกไปคุยข้างนอก และทำการบันทึกเสียง หรือเก็บหลักฐานการสนทนาไว้ทุกครั้ง เพื่อให้ระบบของ ‘P2P’ สามารถเข้ามาการดูแล และตรวจสอบการซื้อขายของคุณได้   4. ออฟไลน์ทุกครั้งหากไม่ว่าง  ผู้ขายที่มีรายชื่อ และโฆษณาอยู่บนแพลตฟอร์มควรตั้งสถานะเป็นออฟไลน์ไว้เสมอ หากคุณไม่ใช้งาน หรือไม่ว่าง เพราะมีความเสี่ยงสูงที่จะถูกร้องเรียนจากผู้ซื้อในเรื่องของการทำธุรกรรมที่ไม่สะสางการชำระเงินตามเวลาที่กำหนดได้  อย่างไรก็ตามทาง ‘Wikibit’ หวังว่าข้อมูลที่หยิบมานำเสนอในครั้งนี้ จะมีประโยชน์ให้กับนักลงทุนหลายๆ คน ซึ่งก่อนตัดสินใจคุณควรศึกษารูปแบบการลงทุนแบบ‘P2P’ ให้ดีก่อนเสมอ ว่าเหมาะกับตัวของคุณไหม แต่ถ้าหากคุณอยากศึกษาในเรื่องของเหรียญคริปโตต่างๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจซื้อบนแพลตฟอร์ม ‘P2P’ แล้วละก็ เราแนะนำให้โหลดแอป ‘Wikibit’ ติดมีถือไว้ เพราะในแอปนี้เป็นแหล่งข้อมูลของเหรียญคริปโตชั้นดี ที่รอให้คุณมาเข้าตรวจสอบและศึกษามันประกอบการตัดสินใจลงทุน แถมยังมีการอัปเดตข่าวสาร สาระกลโกงต่างๆ ไว้ให้คุณอีกด้วย รับรองโหลดไว้มีโอกาสทำกำไรได้มากกว่าเดิมแน่นอน!!  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  ขอบคุณข้อมูลจาก : Binance

2021-08-06การวิเคราะห์เชิงลึก

ธนาคารไทยพาณิชย์ เตรียมลุยตลาด Crypto เต็มตัว!

บริษัท โทเคน เอกซ์ จำกัด (Token X) บริษัทในเครือเอสซีบี เท็นเอกซ์ (SCB 10X) ซึ่งอยู่ภายใต้กลุ่มธุรกิจทางการเงินธนาคารไทยพาณิชย์ ได้ประกาศเตรียมความพร้อมในการให้บริการเกี่ยวกับธุรกิจโทเคนดิจิทัลแบบครบวงจร  ครอบคลุมบริการที่ปรึกษาและวางแผนธุรกิจเกี่ยวกับ Tokenization รวมถึงวางแผนในการพัฒนาด้านบล็อกเชนและเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง สำหรับผู้ที่มีความประสงค์หรือสนใจจะออกโทเคนดิจิทัล พร้อมกันนี้ยังได้เตรียมความพร้อมในการเป็นผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล ( ICO Portal) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการขอใบอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) คาดว่าจะสามารถให้บริการได้ภายในไตรมาส 4 ของปีนี้ ปักธงก้าวสู่การเป็นองค์กรชั้นนำด้าน Digital Asset Tokenization ระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้   ภายในปี 2025 นางสาวจิตตินันท์ ชาติสีหราช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเคน เอกซ์ จำกัด (Token X) กล่าวว่า “ท่ามกลางกระแสความสนใจในสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset) ที่กำลังได้รับความนิยมและมีผู้ที่สนใจเป็นจำนวนมาก แม้ว่า ”โทเคนดิจิทัล จะเป็นเรื่องค่อนข้างใหม่ในประเทศไทย แต่ก็มีศักยภาพในการเติบโต เราเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าในอนาคตอันใกล้โทเคนดิจิทัลจะเข้ามามีบทบาทสำคัญและเป็นส่วนหนึ่งของภาคการระดมทุนเพื่อให้บริษัทหรือองค์กรที่มีแนวคิดหรือโครงการใหม่ ๆ มีโอกาสระดมทุนโดยการออกโทเคนดิจิทัล ที่เรียกกันว่า ไอซีโอ ( Initial Coin Offering : ICO)  ดังนั้น บทบาทหน้าที่ของ Token X คือ การสร้างขีดความสามารถใหม่ทางด้าน Digital Asset Tokenization เพื่อนำไปช่วยต่อยอดสร้างการเติบโตรูปแบบใหม่ และสามารถประยุกต์ใช้กับธุรกิจดั้งเดิมของลูกค้าผู้ที่มีความประสงค์หรือสนใจจะออกโทเคนดิจิทัล อีกทั้งเป็นการเพิ่มโอกาสให้ผู้ลงทุนสามารถเข้าถึงโทเคนดิจิทัลที่มีคุณภาพและมีทางเลือกในการลงทุนที่หลากหลายขึ้นกว่าปัจจุบัน โดย Token X เตรียมพร้อมให้คำปรึกษาเกี่ยวกับ Tokenization แบบครบวงจร รวมถึงช่วยวางแผนพัฒนาด้านบล็อกเชนและเทคโนโลยีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโทเคนดิจิทัล เพื่อให้บรรลุเป้าหมายทางธุรกิจที่ลูกค้าตั้งไว้“ ”ปัจจุบันนี้ Token X อยู่ระหว่างการขอใบอนุญาตเป็นผู้ให้บริการระบบเสนอขายโทเคนดิจิทัล (ICO Portal) จากสำนักงาน ก.ล.ต.ซึ่งคาดการณ์ว่าจะได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการในปลายปีนี้ ทั้งนี้ Token X ตั้งเป้าหมายทางธุรกิจสู่การเป็นองค์กรชั้นนำด้าน Digital Asset Tokenization  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-08-06การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
117119
...
142