เจาะลึก ‘Kotegawa Takashi’ นักเทรดพันล้าน กับ 4 เทคนิคลับ!! เทรดอย่างไรให้ปัง?

ท้าวความจากภาคที่แล้ว ถึงเรื่องราวของ‘Kotegawa Takashi’ ชายหนุ่มชาวญี่ปุ่น วัย 29 ปี ที่สามารถสร้างตำนานปั้นพอร์ตหลักแสน ให้กลายเป็นหลักพันล้านได้อย่างไม่น่าเชื่อ ภายในเวลาไม่กี่ปี โดยในบทความนี้ทาง ‘Wikibit’ จะพาทุกคนไปหาคำตอบจากบทสัมภาษณ์ของเขา ว่าเขามีเคล็ดลับ หรือเทคนิคอย่างไรบ้าง? ที่นำพาตัวเขาไปสู่ความสำเร็จ!!  1. เน้นแบบเดย์เทรดล้วนๆ ไม่ถือยาว    การเดย์เทรด คือ การเทรดแบบวันเดียวแล้วจบ ซื้อขายเข้าออกไว ซึ่งถือว่าเป็นเทคนิคขั้นสูง ที่ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพราะหากได้ก็ได้เยอะ แต่ถ้าหากเสียก็เสียเยอะเช่นกัน โดย ‘Takashi’ ใช้การเทรดในรูปแบบนี้ล้วน ไม่มีถือยาว   2. ใช้หลักการปั่นหุ้นเข้ามาผสม    จากบทสัมภาษณ์ ‘Takashi’ ยอมรับ เส้นทางสู่พอร์ตพันล้านของเขาส่วนหนึ่งมาจากการ ‘ปั่นราคา’ ด้วยการซื้อมาเทรดในจำนวนเยอะๆ เพื่อล่อให้เม่าจำนวนมากเข้ามาลงทุนตาม จนราคาพุ่งสูงขึ้นแล้วเทขายเพื่อทำกำไรนั่นเอง ซึ่งการทำแบบนี้จำเป็นมีต้นทุนที่สูงมากๆ หากใครคิดจะทำตามต้องเก็บสะสมทุนไว้เยอะๆ และลงทุนอย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันการผิดพลาด   3. เก็บตัวไม่ออกไปไหน ทำให้เงินส่วนใหญ่ทุ่มไปกับการเทรด    ชีวิตส่วนใหญ่ของ ‘Takashi’ มักอยู่แต่ในบ้านไม่ออกไปไหน เนื่องจากเขาเป็นคนที่บ้าการเทรดเป็นอย่างมาก แล้วเมื่อไม่ได้ออกไปไหน ก็หมายความว่าไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องใช้เงิน ซึ่งเขามักจะนำเงินส่วนใหญ่ของตัวเองไปทุ่มให้กับการลงทุนเรื่อยๆ โดยการทำในลักษณะแบบนี้ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งอย่างที่นักปั้นพอร์ตไวๆ เขาทำกัน เพราะจะนำเงินส่วนใหญ่กลับมา ‘Reinvest’ นั่นเอง   4. ใช้กลยุทธ์ที่หลากหลาย    ‘Takashi’ ไม่ได้มองเพียงแค่ว่ากลยุทธ์ไหนเหมาะกับตัวเขาเพียงอย่างเดียว แต่เขามักจะปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ไปตามขนาดของพอร์ต และสภาพของตลาดคริปโตในช่วงนั้นๆ ซึ่งกลยุทธ์ส่วนใหญ่ที่เขาเลือกใช้ก็คือ ‘การสวิงเทรด’ (การทำกำไรจากส่วนต่างของราคาที่วิ่งเป็นรอบๆ สามารถใช้ได้ในตลาดทั้งขาขึ้นและขาลง)   นี่เป็น 4 เคล็ดลับในการลงทุนคริปโต ฉบับนักเทรดพันล้าน ที่ทาง ‘Wikibit’ หยิบมานำเสนอไว้ให้คุณใช้เป็นแนวทางในการลงทุน ซึ่งหากใครคิดที่จะนำมันมาประยุกต์ใช้กับการเทรดคริปโตของตัวเองก็จงตระหนักไว้ว่า ‘กว่าจะประสบความสำเร็จได้ ล้วนต้องผ่านการผิดพลาด และล้มเหลวมาก่อน’ ไม่เว้นแต่ชายที่ชื่อว่า ‘Kotegawa Takashi’ เองก็ตาม ดังนั้นก่อนลงทุนในคริปโตทุกครั้งคุณควรศึกษา และตรวจสอบข้อมูลในแอป ‘Wikibit’ ให้ดี ว่ามีเหรียญ เว็บเทรดคริปโต หรือ DeFi ตัวไหนเป็นอย่างไรบ้าง ได้คะแนนจากแอปเท่าไหร่ น่าลงทุนไหม มีประวัติฉ้อโกงหรือเปล่า ซึ่งทั้งหมดนี้ทางแอป ‘Wikibit’ ได้รวบรวมไว้ให้คุณทั้งหมดแล้ว โหลดมันติดมือไว้ใช้เป็นตัวช่วยในการทำกำไรได้ชัวร์!!  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  ขอบคุณข้อมูลจาก Facebook : Chatchaionline Prefect

2021-08-10การวิเคราะห์เชิงลึก

‘Bitkub’ ประกาศเตือนนลท. หลังโดนแอบอ้างจาก ‘Bitstamp Pro’

" />    เมื่อไม่นานมานี้ ได้มีบริษัทเทรดคริปโตรายหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า ‘Bitstamp Pro’ แพร่กระจายอยู่บนพื้นที่สื่อโฆษณาในโซเชียลมีเดีย โดยได้มีการแอบอ้างชื่อของ ‘Bitkub’ เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ซึ่งล่าสุดทาง ‘Bitkub’ ได้ออกโรงเตือนนักลงทุนให้ระวังเป็นที่เรียบร้อยแล้ว  บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ได้โพสต์ประกาศเตือนนักลงทุน บนช่องทางการเผยแพร่ข่าวสารของตน เนื่องจาก ‘Bitsatamp Pro’ บริษัทเทรดคริปโตโนเนมเจ้าหนึ่ง ได้มีการนำภาพใบประกอบธุรกิจของ ‘Bitkub’ มาตัดต่อ และแอบอ้างว่าตนเป็นบริษัทในเครือของ ‘Bitkub’ ซึ่งการกระทำในครั้งนี้อาจสร้างความเข้าใจผิดให้แก่นักลงทุนได้   “ทางบริษัทไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัท ‘Bitstamp Pro’ จึงขอให้นักลงทุนหรือผู้ที่ติดตามข่าวสารโปรดระมัดระวัง ตรวจสอบ และศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนลงทุน หากมีความเสียหายใดเกิดขึ้นจากการลงทุนกับบริษัทฯดังกล่าวจะไม่อยู่ในขอบเขตความรับผิดชอบของบริษัทฯ และบริษัทในเครือแต่อย่างใด” ข้อความประกาศจาก ‘Bitkub’   ต่อมาในเมื่อมีชื่อบริษัทเทรดคริปโตแปลกๆ อย่าง ‘Bitstamp Pro’ ออกมา มีหรือที่ทาง ‘Wikibit’ จะไม่หยิบมันไปค้นหา และตรวจสอบในแอป ‘Wikibit’ ซึ่งผลปรากฏว่า ‘ไม่พบข้อมูลการค้นหา’ แถมชื่อของ ‘Bitstamp Pro’ ยังมีความคล้ายคลึงกับ ‘Bitstamp’ ซึ่งเป็นเว็บเทรดคริปโตชั้นนำที่มีความเก่าแก่ที่สุดในโลกอีกด้วย ส่งผลให้นักลงทุนหลายคนเกิดความเข้าใจผิดแบบสองเด้ง ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงจริงแล้ว มันไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันเลยด้วยซ้ำ ดังนั้นก่อนลงทุนทุกครั้งคุณต้องตรวจสอบข้อมูลในแอป ‘Wikibit’ ให้ดี จะได้ไม่ถูกหลอกเข้าไปลงทุนในเว็บเทรดคริปโตเถื่อนได้ง่ายๆ   ไหนๆ ก็พูดถึง ‘Bitkub’ แล้ว เรามาดูรีวิวของมันจากแอป ‘Wikibit’ เพื่อเป็นการอัปเดตข้อมูลกันหน่อยดีกว่า โดย ‘Bitkub’ นั้นปัจจุบันได้กลายเป็นเว็บเทรดเกรด AA ที่ไต่ขึ้นมาอยู่ลำดับที่ 14 ของ ‘Wikibit Rankings’ มีคะแนนสะสมอยู่ที่ 8.46/10 คะแนน มีปริมาณการซื้อขายสูงถึง 4.71 พันล้านบาท ได้รับใบอนุญาตจาก SEC หรือ ก.ล.ต. ไทย เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แถมยังได้รับการสำรวจและเยี่ยมชม เพื่อยืนยันตัวตนจากทีม ‘Wikibit’ แล้วอีกด้วย ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเว็บเทรดสัญชาติไทยที่น่าลงทุนเป็นอย่างยิ่ง ทั้งนี้หากใครต้องการตรวจสอบข้อมูลของ ‘เว็บเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ด้วยตัวเอง คุณสามารถตรวจสอบได้ที่ ‘Wikibit’ โหลดเลยฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย!!   แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-08-10การวิเคราะห์เชิงลึก

‘Kotegawa Takashi’ เทรดเดอร์หุ้นที่ทำเงินจาก 4 แสน เป็น 5 พันล้านบาทในวัย 29 ปี!

Kotegawa Takashi คือนักลงทุนรายย่อยที่ประสบความสำเร็จแบบสุด ๆ เมื่ออายุ 29 ปี เท่านั้น เขาใช้เวลา 8 ปี ปั้น พอร์ตของเขาให้มีมูลค่าสูงถึง 19,000,000,000 เยน หรือประมาณ 5,700,000,000 บาท  Kotegawa Takashi มีชื่อเรียกอีก 2 ชื่อ คือ BNF และ J-com otoko (นายเจคอม) BNF เป็นชื่อที่เขาใช้เรียกตัวเองเวลาเขียนตอบกระทู้ในเว็บไซด์ 2 channel (คล้ายกับ Pantip บ้านเรา) ส่วน J-com otoko นั้นเป็นชื่อที่นักข่าวเรียกเขาจากการที่เขาสามารถทำกำไรจากการเทรดหุ้น j-com ประมาณ 600 ล้านบาทภายในเวลาสิบกว่านาทีและทำให้เขามีชื่อเสียงรู้จักไปทั่วเพียงข้ามคืน  Kotegawa Takashi เกิดเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 1978 ที่จังหวัด ชิบะ (ปัจจุบันอายุ 43 ปี) เป็นโอตาคุหนุ่มคนหนึ่ง (ตามที่ผู้คนเรียกเขา) ที่ชื่นชอบการอ่านการ์ตูนมังงะ และใช้ชีวิตเรียบง่าย ไม่ค่อยสนใจโลกภายนอก จนกระทั่งได้ เริ่มต้นเล่นหุ้นจากการนำเงินสะสมจากการทำงานพิเศษสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ปี 3 ประมาณ 1 ล้าน 6 แสนเยน หรือประมาณ 4 แสน 8 หมื่น บาท มาลงทุนในตลาดหุ้น ตั้งแต่ปี 2000 - 2008 จนมูลค่าพอร์ตของเขา สูงถึง 1 หมื่น 9 พัน ล้านเยน หรือ ประมาณ 5 พัน 700 ล้านบาท  สำหรับเหตุการณ์ที่ทำให้ ชื่อเสียงของ Kotegawa Takashi เป็นที่รู้จักแค่เพียงชั่วข้ามคืนนั้น เกิดขึ้น ในวันที่ 8 ธันวาคม 2005 หลังจาก ผู้รับผิดชอบการซื้อขายหุ้นของ Mizuho Securities ได้ออกคำสั่งขายหุ้นของบริษัท J-com ผิดพลาด จาก 6 แสน 1 หมื่น เยนต่อหุ้น เป็น 1 เยน ต่อ 6 แสน 1 หมื่นหุ้น จนทำให้เขาทำกำไรจากเหตุการณ์ครั้งนั้นได้ทันทีกว่า 600 ล้านบาทภายในเวลา สิบกว่านาที ! จนเป็นที่มาของฉายาใหม่ของเขา ที่ว่า “J-com otoko!”  การเติบโตของทรัพย์สินของ Kotegawa Takashi เป็นไปอย่างต่อเนื่องทวีคูณทุกๆ ปี ซึ่งในปี 2008 ยอดก็มาจบที่ 5,700,000,000 บาท  ปี 2000 : 1 ล้าน 6 แสน 4 หมื่นเยน  ปี 2000 : 2 ล้าน 8 แสนเยน  ปี 2001 : 61 ล้านเยน  ปี 2002 : 96 ล้านเยน  ปี 2003 : 270 ล้านเยน  ปี 2004 : 1,150 ล้านเยน  ปี 2005 : 8,000 ล้านเยน  ปี 2006 : 1,5700 ล้านเยน  ปี 2007 : 18,500 ล้านเยน  ต้นปี 2008 : 19,000 ล้านเยน (ประมาณ 5,700,000,000 บาท)  สไตล์การลงทุนของเขานั้นเป็นการเทรดแบบสวิงเทรด เขาเล่าให้ฟังว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ความเคยชินที่เกิดจากประสาทสัมผัส และการมองภาพรวมโดยทั่วไปให้ทะลุประโปร่ง ทั้งนี้การลงทุนของเขาจะเป็นแบบเดย์เทรด ซื้อขายระยะสั้น (เมื่อมีคนถามเขาว่าต่อไปแนวโน้มของหุ้นจะเป็นยังไรเขาตอบว่าไม่รู้เพราะว่าไม่เคยมองหุ้นในระยะยาวเลย)  ไลฟ์สไตล์ของ Kotegawa Takashi นั้น นอกเหนือจากการซื้อบ้านหรูรถหรูให้กับพ่อแม่เขา และซื้อคอนโดหรูกลางกรุงโตเกียวเพื่อสำหรับเทรดหุ้นให้ตนเองแล้ว เขาไม่ได้ใช้จ่ายหรูหราอะไรเลย

2021-08-10การวิเคราะห์เชิงลึก

รีวิว ‘Bitstamp’ เว็บเทรดคริปโตที่เก่าแก่ที่สุดในโลก!!

เทรดเดอร์คริปโตในยุคแรกๆ คงไม่มีใครไม่รู้จักกับ ‘Bitstamp’ เว็บเทรดคริปโตที่มีความเก่าแก่ที่สุดโลก แต่สำหรับมือใหม่นั้นคงกำลังนั่งงงกันว่า ‘Bitstamp’ มันคืออะไร? ทำไมถึงมีแต่คนพูดถึง? ดังนั้นทาง ‘Wikibit’ จะมาแนะนำเว็บเทรดเจ้านี้ให้ทุกคนได้รู้จัก พร้อมแถมรีวิวดีๆ จากแอป ‘Wikibit’ ให้แบบจุใจอีกด้วย   ‘Bitstamp’ ถือได้ว่าเป็นเว็บซื้อขายสกุลเงิน ‘คริปโตเคอเรนซี’ ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก เพราะมันถือกำเนิดในปี 2554 โดยสองเพื่อนซี้ อย่าง Nejc Kodric และ Damijan Merlak ซึ่งพวกเขาสร้างมันขึ้นมาในประเทศโบลิเวีย บนพื้นฐานของผู้ใช้งานในทวีปยุโรป เพื่อพัฒนาให้มันกลายเป็นหนึ่งในเว็บเทรดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดทั่วโลก   ทั้งนี้ ‘Bitstamp’ ยังเป็นเว็บเทรดเจ้าแรกที่ตั้งตัวเป็นคู่แข่งกับ ‘MT.Gox’ ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มการซื้อขายที่ใหญ่ที่สุดของวงการธุรกิจคริปโตในตอนนั้น แต่มันยังคงมีปัญหาด้านความปลอดภัยการแลกเปลี่ยน ส่งผลให้ ‘MT.Gox’ ถูกแฮกในเดือนมิถุนายนปี 2554 และภายในปี 2557 ก็พบว่ามันได้ล้มละลายไปเสียแล้ว ส่งผลให้ ‘Bitstamp’ กลายเป็นเว็บเทรดที่ยืนหนึ่งนับแต่นั้นมา  ต่อมาเรามาดู‘ข้อดี’ ของ ‘Bitstamp’ กันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง? ถึงสามารถครองใจนักเทรดทั่วโลกได้ยาวนานขนาดนี้  1. อนุญาตให้ทำการซื้อขาย Bitcoin, Ethereum, Litecoin, Ripple ด้วย USD, EUR  2. ฝากเงินผ่าน SEPA และธนาคารเป็น USD และ EUR  3. ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมต่ำเพียง 0.5%  4. มีการแข่งขันสูงระหว่าง Bitcoin และ altcoins อื่น ๆ  5. ถอนเงินอย่างรวดเร็วเกือบทันที  6. มีระบบความปลอดภัย 2 ชั้น  7. ซื้อและขาย Bitcoin ผ่าน API, อินเทอร์เฟซ tradeview  8. มีแอปรองรับในสมาร์ทโฟน: iOS, Adroid   นอกจากนี้ ‘Bitstamp’ ยังถูกบรรจุข้อมูลต่างๆ ลงไปในแอป ‘Wikibit’ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งหลังจากที่เราเข้าไปตรวจสอบข้อมูล เพื่อที่จะนำมาเขียนรีวิวให้ทุกคนได้ทราบ ต้องขอบอกเลยว่า “ดีสมราคาคุยจริงๆ” โดย ‘Bitstamp’ นั้นเป็นเว็บเทรดเกรด AA ที่ติด ‘Wikibit Rankings’ อยู่ในอันดับที่ 4 มีคะแนนสะสมจากแอปสูงถึง 9.15/10 คะแนน โดยมันมีปริมาณการซื้อขายในตลาดอยู่ที่ 19.01 พันล้านบาท ได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งหมด 4 เจ้า ได้แก่ NMLS, CSSF. DFI, NYSDFS แถมยังผ่านการสำรวจและเยี่ยมชมจากทีมงานของ ‘Wikibit’ เพื่อยืนยันตัวตนตามเอกสารประกอบแล้วถึง 2 ครั้งอีกด้วย ถึงแม้ว่ามันจะยังไม่ได้รับการอนุญาตจาก ก.ล.ต. ไทย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันเป็นเว็บเทรดชั้นดีสมราคาคุยจริงๆ  นี่เป็นเพียงข้อมูลคร่าวๆ ที่ทาง ‘Wikibit’ หยิบยกมานำเสนอ ซึ่งหากใครอยากศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม สามารถโหลดแอป ‘Wikibit’ และนำชื่อของ ‘Bitstamp’ ไปกดค้นหาได้เลยทันที ฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย รับรองข้อมูลต่างๆ ออกมาเพียบ ทั้งนี้ตัวแอปไม่ได้มีความสามารถในการตรวจสอบ ‘เว็บเทรดคริปโต’ ได้เพียงอย่างเดียว แต่มันยังสามารถใช้ตรวจสอบข้อมูลของ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ เพื่อประกอบการตัดสินใจในการลงทุนได้อีกด้วย ตัวช่วยดีๆ แบบนี้ นักเทรดคนไหนยังไม่มีถือว่าพลาดมาก!!  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  

2021-08-10การวิเคราะห์เชิงลึก

'บิตคอยน์'ปรับตัวขึ่้นกว่า5%เคลื่อนไหวที่ 46,000 ดอลล์

บิตคอยน์พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้มีข่าวว่า สภาคองเกรสสหรัฐเตรียมออกกฎหมายควบคุมการซื้อขายบิตคอยน์ โดยเมื่อกลางดึกคืนวันจันทร์(9ส.ค.)บิตคอยน์พุ่งขึ้นกว่า 5% สู่ระดับ 46,050.61 ดอลลาร์ หรือราว 1,540,000 บาท ในการซื้อขายบนแพลตฟอร์ม CoinMetrics ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 16 พ.ค.  การพุ่งขึ้นของบิตคอยน์ยังส่งผลให้สกุลเงินดิจิทัลอื่นๆดีดตัวขึ้นเช่นกัน ทำให้มูลค่าตลาดของสกุลเงินคริปโตพุ่งขึ้นแตะระดับ 8.58 แสนล้านดอลลาร์ในวันนี้  ทั้งนี้ วุฒิสภาสหรัฐกำลังพิจารณาร่างกฎหมายการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐ วงเงิน 5.5 แสนล้านดอลลาร์ โดยร่างกฎหมายดังกล่าวมีการระบุถึงการจัดเก็บภาษีกำไรของนักลงทุนที่เข้าซื้อขายในตลาดสกุลเงินคริปโต เพื่อนำรายได้ดังกล่าวชดเชยค่าใช้จ่ายในการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของสหรัฐ  นอกจากนี้ ร่างกฎหมายฉบับนี้ยังมีการระบุถึงการตรวจสอบธุรกรรมในตลาดสกุลเงินคริปโต รวมทั้งผู้ที่เข้าข่ายต้องเปิดเผยข้อมูลการทำธุรกรรมต่อกรมสรรพากรสหรัฐ (ไออาร์เอส)

2021-08-10การวิเคราะห์เชิงลึก

หนุ่มอินโดหอบเงินทุนแต่งงานไปเทรด Crypto สุดท้ายขาดทุนยับ!!

เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมาบนโซเชียลมีเดียได้มีการแชร์คลิปหรือภาพของชายหนุ่มคนหนึ่ง ที่นั่งกอดเข่า หรือ  นอนดิ้น หมดสภาพอยู่บนพื้น ซึ่งสาเหตุหลักมาจากการขาดทุนในตลาดคริปโต แต่จุดพีคของมันอยู่ตรงที่ เงินที่  ชายหนุ่มใช้ไปกับการลงทุนในครั้งนี้นั้น กลับเป็นเงินทุนที่เขาเตรียมไว้ใช้ในการจัดงานแต่งงานนี่สิ บอกเลยงานนี้  ทาง ‘Wikibit’ ต้องขอย้อนไปหยิบมันมานำเสนอ เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับใครหลายๆ คน   เรื่องมีอยู่ว่า มีชายหนุ่มชาวอินโดนีเซียคนหนึ่งนั้น ตัดสินใจนำเงินจำนวนมากไปลงทุนในตลาดคริปโต ท่ามกลางการแพร่ระบาดของ ‘Covid19’ ที่สูญเสียรายได้หลัก โดยคาดหวังว่าจะได้ผลกำไรที่งอกงาม แต่ผลที่ได้กลับไม่เป็นอย่างที่หวัง ทำให้เขาสูญเสียเงินจำนวนนั้นไปอย่างน่าเสียดาย ขอขอบคุณรูปภาพจาก : TikTok @vnd_putra  ทั้งนี้สิ่งที่ทำให้เขาหมดสภาพจากการเป็นคนได้ขนาดนี้ไม่ใช่เพียงแค่การขาดทุนจากการเทรดคริปโตเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเพราะเงินที่เข้าใช้ในการลงทุนนั้น เป็นเงินทุนที่ใช้สำหรับการจัดงานแต่งงานกับคู่หมั้นสาว แถมเมื่อฝ่ายหญิงทราบเรื่องเลยตัดสินใจบอกเลิกเขาในทันที ถือได้ว่าการตัดสินใจในครั้งนี้เป็นสิ่งที่ผิดพลาดอย่างหนัก เนื่องจากเกิดจากความประมาท และไม่ศึกษาให้ดีก่อนลงทุนนั่นเอง ขอขอบคุณรูปภาพจาก : TikTok @vnd_putra  ทางด้านของผู้ถ่ายคลิปวิดีโอดังกล่าว ซึ่งเป็นเพื่อนของชายหนุ่มคนนี้ได้ทำการโพสต์คลิปวิดีโอ พร้อมระบุข้อความไว้ว่า “เพื่อนของผมเสียเงินไปหลายสิบล้านเพราะคริปโต ซึ่งมันเป็นเงินทุนสำหรับจัดแต่งงานของเขา บางครั้งผมก็ได้ยินเขาคุยคนเดียวหน้ากระจก ผมพยายามชวนเขาไปกินข้าว หรือออกจากออฟฟิศ เขาก็จะเอาแต่นั่งเงียบอยู่ที่มุมหนึ่ง”  สุดท้ายนี้อยากจะขอเตือนว่า เงินที่เหมาะกับการลงทุนในตลาดคริปโตนั้น คือ ‘เงินเย็น’ คุณไม่ควรนำเงินก้อนสำคัญมาใช้ในการลงทุน ถ้าหากคุณไม่อยากมีสภาพเหมือนตายทั้งเป็นอย่างชายหนุ่มคนดังกล่าว  นี่เป็นอีกหนึ่งบทเรียนที่ทาง ‘Wikibit’ หยิบยกมานำเสนอให้ใครหลายๆ คนได้ศึกษา และตระหนักว่า “หากคุณคิดที่จะลงทุนในตลาดคริปโต เพื่อหวังจะได้ผลกำไรมาแบบง่ายๆ แล้วละก็ คุณกำลังคิดผิด” เพราะตลาดคริปโตนั้น เต็มไปด้วยความผันผวนที่สูง ความเสี่ยงก็มาก คนที่จะสามารถอยู่รอดในตลาดแห่งนี้ได้นั่นก็คือ คนที่หมั่นศึกษาหาความรู้เท่านั้น ดังนั้นหากคุณคิดที่จะลงทุนในตลาดนี้ ก็ควรที่จะศึกษา และตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ให้ดี ไม่ว่าจะเป็น ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ซึ่งทั้งหมดนี้คุณสามารถตรวจสอบได้ที่แอป ‘Wikibit’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข่าวสารที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคา สาระความรู้ และกลโกงต่างๆ ในตลาดคริปโตไว้ให้คุณอีกด้วย    แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)    ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Kapook

2021-08-09การวิเคราะห์เชิงลึก

รุ่นพี่นักเทรด Crypto ในปี 2013 มีเรื่องอยากบอกรุ่นน้องในปีนี้

ดูเหมือนว่าตลาดคริปโตในตอนนี้กำลังฟื้นตัวขึ้นเรื่อยๆ หลังจากตกสู่ขาลงอย่างหนักในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ถือเป็น ‘ฝันร้าย’ ให้กับนักลงทุนรุ่นใหม่ที่เที่ยวบินน้อย และจิตอ่อนเป็นอย่างมาก จนล่าสุดได้มีนักเทรดคนหนึ่งตั้งกระทู้ถามในกลุ่มว่า “นักเทรดคริปโตที่อยู่ในตลาดตั้งแต่ปี 2013 มีอะไรอยากจะบอกมือใหม่บ้างไหม” ดังนั้นทาง ‘Wikibit’ จึงขอหยิบยกความเห็นดีๆ มาแชร์ให้กับนักลงทุนได้อ่าน และคิดตาม โดยแบ่งภาพรวมออกเป็น 3 กลุ่มดังนี้  ก่อนอื่น ‘Wikibit’ ต้องขอบอกก่อนเลยว่าตลาดขาลงที่ทุกคนพบเจอนั้น มันไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เพราะมันเคยเกิดปรากฎการณ์ราคาในตลาดร่วงลงอย่างหนักมาก่อนแล้วในปี 2013 จึงเป็นที่มาของการตั้งถามข้างต้นนั่นเอง   กลุ่มที่ 1 : คำแนะนำดีๆ ที่รุ่นพี่มอบให้    ภาพรวมในกลุ่มนี้นั้นพี่ๆ นักเทรดปี 2013 ต่างเข้ามาให้คำแนะนำเกี่ยวกับการลงทุน ซึ่งคิดเป็น 40% จากความคิดเห็นทั้งหมด โดยคำแนะนำนั้นจะต่างกันออกไป ตามประสบการณ์ของแต่ละคนที่เคยพบเจอมา บ้างก็ว่าทนขาดทุนให้ได้ ทนกำไรให้เป็นแล้วจะรอด เป็นการบอกนัยๆ ว่าให้คุณรู้จักการ ‘อดทน’ นั่นเอง และบ้างก็ว่าให้ศึกษาเยอะๆ อย่ามัวแต่ถามคนอื่น รอให้เป็น บริหารเงินให้ดี เพื่อให้คุณสามารถอยู่ในตลาดได้อย่างยั่งยืน เป็นต้น นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความคิดเห็นในกลุ่มนี้เท่านั้น   กลุ่มที่ 2 : น้องหนีไป!!    ภาพรวมในกลุ่มนี้นั้นสามารถบอกได้เลยว่า รุ่นพี่ที่ต่างเข้ามาให้คำแนะนำเคยได้รับบาดเจ็บจากการลงทุนในตลาดคริปโตขนาดไหน ซึ่งคิดเป็น 50% ของความคิดเห็นทั้งหมด โดยส่วนใหญ่ต่างเข้ามาแสดงความคิดเห็นข้อความว่า ‘หนีไป’ ทั้งนี้การที่มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นในลักษณะนี้มันไม่ได้หมายความว่า ‘การลงทุนในตลาดคริปโตนั้นมันไม่ดีทั้งหมด’ แต่มันอาจจะเป็นการเข้ามาแซวรุ่นน้องเล่นๆ หรือ อาจเป็นกลุ่มคนที่เคยผิดหวังจากการลงทุนในตลาดคริปโตเพียงเท่านั้น   กลุ่ม 3 : เทคนิคดีๆ จากพี่สู่น้อง    ภาพรวมในกลุ่มนี้เป็นเพียงส่วนน้อยที่จะเข้ามาแนะนำเทคนิคการลงทุนในตลาดคริปโต โดยคิดเป็น 10% จากความคิดเห็นทั้งหมด เนื่องจากของแบบนี้นักลงทุนที่ดี ควรศึกษา และค้นหาแบบที่เหมาะสมด้วยตัวเอง หากเกิดข้อผิดพลาดจะได้ไม่มีคำว่า ‘รู้งี้’ เกิดขึ้น แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคนเข้ามาแนะนำเทคนิค เพื่อเสนอทางเลือกให้กับมือใหม่อยู่บ้าง ยกตัวอย่างเช่น เทคนิค ‘All in’ และ การขายตัดราคา (Cut Loss) เป็นต้น  หวังว่าสารจากรุ่นพี่ที่ทาง ‘Wikibit’ หยิบยกมานำเสนอในกลุ่มนี้ จะช่วยให้คุณตัดสินใจก้าวเดินต่อไปในตลาดคริปโตได้อย่างเฉิดฉายมากขึ้น อย่างไรก็ตามสิ่งที่สำคัญที่สุดของการลงทุนก็คงหนีไม่พ้นการศึกษา และตรวจสอบข้อมูลต่างของ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ในแอป ‘Wikibit’ ก่อนการลงทุนทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นตลาดขาขึ้น หรือขาลง สิ่งนี้มักสำคัญเสมอ เพราะมันสามารถทำให้คุณลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แถมตัวแอป ‘Wikibit’ เอง ยังมีการอัปเดตข่าวสารที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคา สาระความรู้ และกลโกงต่างๆ ในตลาดคริปโตไว้ให้คุณอีกด้วย ดังนั้นคุณควร‘โหลด’ มันติดมือถือไว้ จะได้ไม่พลาดโอกาสดีๆ ในการทำกำไร หรือ พลาดท่าเสียใจให้กับกลโกงนั่นเอง!!   แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-08-09การวิเคราะห์เชิงลึก

‘จิตวิทยาและอารมณ์’ ที่บ่งบอกว่าเทรดเดอร์รู้สึกอย่างไรกับ ‘ราคาคริปโต’

คุณอาจจะยังไม่รู้ว่า ทุกๆ การตัดสินใจเกี่ยวกับการลงทุนของคุณนั้น ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของหลัก ‘จิตวิทยา’ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น อารมณ์ ความต้องการ ความหวัง ความกลัว และอื่นๆ มักเกิดขึ้นภายใต้จิตสำนึกของคุณเองที่มีต่อสภาวะในตลาดคริปโต  ยิ่งในช่วงที่ตลาดกำลังเข้าสู่ขาขึ้นแบบนี้ สิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือ ความผันผวนของราคา ซึ่งเหล่านักลงทุนหลายๆ คน มักจะเริ่มสวดมนต์ภาวนาไม่ให้มีข่าวร้ายแรงออกมาส่งผลกระทบต่อราคาในตลาด อารมณ์ และการตัดสินใจลงทุนของพวกเขา ทั้งๆ ที่ทุกคนก็ต่างรู้กันอยู่แล้วว่า ในโลกของคริปโตเคอเรนซี่อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดในการลงทุนแบบนี้ก็คือ ความเชื่อมั่นในการตัดสินใจ และกลยุทธ์ของตัวเองให้มากๆ และนั่นก็มีความเกี่ยวพันกับหลักจิตวิทยาในการลงทุนทั้งหมด    นี่คือชาร์ตที่สามารถอธิบาย ‘อารมณ์ของนักลงทุน’ ต่อตลาดในแต่ละช่วงได้ โดยตามหลักจิตวิทยาแล้วมันอธิบายไว้คร่าวๆ ว่า ณ ช่วงเวลาที่ราคาในตลาดวิ่งขึ้นไปสูงที่สุด จะหมายถึงมันได้ขึ้นไปจนชนจุดที่เรียกว่า ‘MAX RISK POINT’ หรือ ‘จุดเสี่ยงสูงสุด’ แล้ว ในช่วงแรกๆ สำหรับมือใหม่ที่ยังไม่เข้าสู่ตลาด อาจฟังดูน่ากลัว แต่อารมณ์ของนักลงทุนในตลาดนั้นกลับอยู่ในสภาวะ ‘Euphoria’ หรือ ‘อิ่มอกอิ่มใจ’ เนื่องจากอยู่ในช่วงกอบโกยกำไร  แต่เมื่อราคาในตลาดเริ่มย่อตัวลงจากเหตุผลใดก็ตามแต่ อารมณ์ของนักลงทุนจะเริ่มเข้าสู่สภาวะ ‘วิตกกังวล’ หรือ ‘Anxiety’ และจะยิ่งแย่ลงตามลำดับ เมื่อราคาในตลาดยังคงลดต่ำลงไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงจุดต่ำสุด แล้วไปชนกับจุดที่เรียกว่า ‘MAX FINANCIAL OPPORTUNITY POINT’ หรือ ‘จุดที่บ่งบอกถึงโอกาสในการลงทุนที่ดีที่สุด’ ซึ่งหากเป็นมือใหม่ที่กำลังก้าวเข้ามาในตลาดคริปโต คงจะดีใจไม่ใช่น้อยที่จะได้ช้อนโอกาสดีๆ แบบนี้ไว้ในมือ แต่สำหรับนักลงทุนที่อยู่ในตลาดแล้ว กลับมีอารมณ์อยู่ในสภาวะ ‘Depression’ หรือ ‘อาการซึมเศร้า’ เนื่องจากกำลังจะติดดอย และใช้ชีวิตไปกับการหาทางออกให้กับตัวเอง  ซึ่งถ้าพวกเขารอดหรือผ่านช่วงเวลานั้นมาได้ อารมณ์ของนักลงทุนในตลาดก็จะเริ่ม ‘กระปรี้กระเปร่า’ หรือ ‘Optimism’ อีกครั้ง ทั้งๆ ที่ราคาสินทรัพย์กำลังพุ่งขึ้นไปชนจุดเสี่ยงสูงสุดอีกรอบก็ตาม  สรุปง่ายๆ ก็คือ อารมณ์ของนักลงทุนที่เข้าไปอยู่ในตลาดแล้ว มักจะไหลขึ้นลงสวนทางกับกราฟราคาในตลาดแบบนี้กันทุกคน แต่จะเป็นน้อย หรือมากจนกระทบกับการใช้ชีวิต ล้วนขึ้นอยู่กับพื้นฐานอารมณ์ของแต่ละคน บางคนรับรู้แล้วยังคงก้าวต่อไปได้ แต่บางคนรับรู้แล้วเครียดไม่เป็นอันกินอันนอน ดังนั้นเมื่อคุณก้าวเข้ามาในตลาดคริปโตแล้ว คุณต้องเข้าใจให้ชัดเจนว่า นอกจากราคาที่ผันผวนแล้ว คุณยังต้องสู้กับใจของตัวเองอยู่ตลอดเวลา ตามกราฟข้างต้นอีกด้วย  ทั้งนี้ทุกๆ ข่าวสารที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคา สาระความรู้ และกลโกงต่างๆ ในตลาดคริปโต เราได้รวบรวม และอัปเดตไว้ให้พวกคุณได้ติดตามแล้วในแอป ‘Wikibit’ หากคุณไม่อยากพลาดข่าวสารดีๆ เพื่อเป็นใบเบิกทางในการทำกำไรได้มากขึ้นแล้วละก็ อย่าลืมโหลดมันติดมือถือไว้ แถมตัวแอปยังสามารถใช้ศึกษา หรือตรวจสอบข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ เพื่อประกอบการตัดสินใจในการลงทุนได้อีกด้วย  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  ขอขอบคุณข้อมูล และรูปภาพจาก : Properea  

2021-08-09การวิเคราะห์เชิงลึก

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของ Cardano หลัง Hard Fork โดย SiamBlockchain

ไม่นานหลังจากเครือข่าย Alonzo Purple Testnet ของ Cardano ได้เปิดตัว ทาง IOHK ก็ได้ออกมาอธิบายว่า การบรรลุเป้าหมายที่สำคัญนี้หมายถึงอะไร รวมถึง CTO ของบริษัทด้านบล็อกเชน dcSpark ที่กล่าวอธิบายว่า   บัญชีแยกประเภท Cardano จะสามารถเปลี่ยนไปรองรับสัญญา Smart contract ได้อย่างไร Alonzo hard fork จะนำความสามารถใหม่ที่น่าตื่นเต้นมาสู่ Cardano และรวมสคริปต์ Plutus ไว้บนเครือข่าย ซึ่งสิ่งนี้จะหมายถึงการรองรับสัญญา Smart contract บนเครือข่ายของ Cardano ดังนั้นมันจึงถูกพูดถึงกันอย่างแพร่หลายในชุมชนของ Cardano  แผนดังกล่าวมีไว้สำหรับฟังก์ชันการทำงานของ Alonzo เพื่อทดสอบในสามเฟสด้วยกันคือ เฟสสีฟ้า เฟสสีขาว และเฟสสีม่วง โดยเมื่อวันศุกร์ที่ 6 สิงหาคมที่ผ่านมา IOHK บริษัทวิจัยและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานบล็อกเชนที่ก่อตั้งโดยนาย Charles Hoskinson และ Jeremy Wood ประกาศว่า เครือข่ายทดสอบ Alonzo Purple ได้ถูกเปิดใช้งานอย่างเป็นทางการแล้ว ทาง IOHK กล่าวต่อไปว่า Alonzo Purple จะเป็น Cardano testnet ตัวแรกที่รองรับสัญญา Smart contract โดยจะมีรายละเอียดดังต่อไปนี้   ทีมทดสอบกว่า 150 คนจะได้รับเชิญให้เข้าร่วมเครือข่ายของ Alonzo Purple ผู้สำเร็จการศึกษาทั้งหมด 300 คนจากโครงการ Plutus Pioneer จะได้รับเชิญให้ทดลองใช้เครือข่ายของ Alonzo Purple IOHK วางแผนที่จะพูดคุยกับกระดานแลกเปลี่ยนเพิ่มเติมเพื่อให้กระดานแลกเปลี่ยน Crypto จำนวนมากพร้อมสำหรับการเปิดตัว Alonzo hard fork โดยคาดว่าจะมีขึ้นในช่วงปลายเดือนสิงหาคมหรือต้นเดือนกันยายนนี้ ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่า “ลูกค้าของพวกเขาจะยังคงสามารถเข้าถึงการฝาก/ถอนเงิน $ADA ได้อย่างต่อเนื่องสำหรับและไม่ต้องรอให้มีการจัดการในภายหลัง” ต่อมาในวันเดียวกันนาย Sebastien Guillemot CTO

2021-08-09การวิเคราะห์เชิงลึก

หนุ่ม 19 ปี สร้างรายได้จากการขุด‘Bitcoin’แทนการเรียนต่อวิทยาลัย

บทความนี้ ‘Wikibit’ มีเรื่องราวดีๆ ของชายหนุ่มที่ตัดสินใจปฏิเสธการเข้าเรียนวิทยาลัยที่หลายๆ คนใฝ่ฝัน เพื่อหันหน้ามาสร้างรายได้จากการขุด ‘Bitcoin’ แทน ซึ่งเขาสามารถทำได้ถึง 54,000 ดอลลาร์ ต่อปีเลยทีเดียว บอกได้เลยว่าใครที่ฝันอยากเป็นนักขุด ‘Bitcoin’ และต้องการแรงบันดาลใจดีๆ ห้ามพลาด!!  ‘Nick Sears’ ชายหนุ่มวัย 19 ปี จากเมือง ‘Dallesport’ รัฐวอชิงตัน ได้อาศัยอยู่ที่เหมืองขุด ‘Bitcoin’ ที่ตัวเองมีส่วนช่วยในการสร้างตั้งแต่อายุ 17 ปี อย่าง ‘SCATE Ventures’ ซึ่งเป็นโรงงานผลิตไฟฟ้าพลังงานน้ำ ที่มีเครื่องขุด ‘Bitcoin’ มากถึง 4,500 เครื่อง โดยล่าสุด ‘Sears’ ได้ปฏิเสธการเรียนต่อที่วิทยาลัยไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขอขอบคุณภาพจาก : ผู้จัดการออนไลน์  “ผมไม่คิดว่าการไปเรียนต่อวิทยาลัยที่ทุกคนใฝ่ฝัน จะช่วยเติมเต็มความรู้ให้ผมในเรื่องของการซ่อมแซมเครื่องขุด ‘Bitcoin’ ได้” Nick Sears กล่าวในระหว่างสัมภาษณ์กับ CNBC  ‘Sears’ ใช้เวลาทุกวันในวัย 17 ปี เพื่อศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการใช้งาน และซ่อมแซมเครื่องขุด ‘Bitcoin’ ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลยสำหรับเด็กในวัยนั้น โดยเจ้าตัวบอกว่า ในช่วงแรกที่เขาเข้ามาในโรงงานแห่งนี้ เขาและทีมงานได้มีการเซ็ตอัพเครื่องมือต่างๆ ไปจนถึงระบบเครือข่ายข่ายอินเทอร์เน็ตเองทั้งหมด ขอขอบคุณภาพจาก : ผู้จัดการออนไลน์  จนกระทั่งโครงสร้างทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์แล้ว เขาได้จัดตารางเวลาให้กับตัวเอง และทีมงาน เพื่อทำการเฝ้าระวัง เผื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้น ซึ่ง ‘Sears’ ได้ยอมรับว่าเขารู้สึกสนุกกับชีวิตมาก เพราะทุกเช้าที่เขาได้ตื่นมานั้น เขาจะพบกับปัญหาต่างๆ ที่ต้องได้รับการแก้ไข ไม่ว่าจะเป็น ปัญหาเครื่องขุดหยุดทำงาน หรือมีความขัดข้อง และอื่นๆ เป็นต้น ขอขอบคุณภาพจาก : ผู้จัดการออนไลน์  ทั้งนี้ ‘Sears’ ยังได้ค่าตอบแทนในการทำงานที่เหมืองขุด ‘Bitcoin’ จาก ‘Scott Bennett’ CEO ของเหมืองขุด ‘SCATE Ventures’ สูงถึง 54,000 ดอลลาร์ พร้อมประกันสุขภาพเต็มรูปแบบ นอกจากนี้เขายังได้มอบเครื่องขุดให้กับพนักงานโดยเฉพาะอีกด้วย ซึ่งสร้างผลตอบแทนสูงถึง 0.02 BTC ต่อไตรมาส   โดย ‘SCATE Ventures’ นั้นเป็นเหมืองขุด ‘Bitcoin’ ที่ตั้งติดอยู่กับแม่น้ำโคลัมเบีย และเขื่อน ‘Dalles’ ซึ่งบริษัทได้รวบรวมแหล่งพลังงานน้ำหมุนเวียนที่อุดมสมบูรณ์ เพื่อใช้ในการป้อนพลังงานสะอาด ให้กับเครื่องขุด ‘Bitcoin’ โดยตรง “เราชอบแหล่งพลังงานที่นั่น เนื่องจากมันมีราคาถูก สามารถหมุนเวียนได้ และมีปริมาณมาก แถมสิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่างของเรา ก็มาจากพลังงานน้ำ 100%” ‘Scott Bennett’ กล่าว  นี่ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับใครหลายๆ คนได้ ซึ่งใครที่ชื่นชอบการขุด ‘Bitcoin’ หรืออยากจะลงทุนในตลาดคริปโต ก็อย่ามัวแต่นอนอยู่เฉย ลุกขึ้นมาหาข้อมูลศึกษา และเริ่มวางแผนลงมือทำได้แล้ว เพราะเราเชื่อว่าคุณเองก็สามารถประสบความสำเร็จในอนาคตได้ แต่ที่สำคัญหากคุณเลือกที่จะศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการเทรดคริปโตแล้วละก็ อย่าลืมโหลดแอป ‘Wikibit’ ติดไว้ในมือถือ เพราะแอปนี้สามารถใช้ตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้ แถมคุณยังสามารถติดข่าวสารดีๆ สาระความรู้ และกลโกงต่างๆ ได้อย่างจุใจที่แอป ‘Wikibit’ อีกด้วย  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  ขอขอบคุณข้อมูลจาก : siamblockchain / ผู้จัดการออนไลน์  

2021-08-06การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
117119
...
142