สแกนเพื่อดาวน์โหลด
แพลตฟอร์มตรวจสอบ # และยืนยันการกำกับดูแลของตลาดการเงินทั่วโลก

10 แอปเทรดคริปโตที่โดนร้องเรียนมากที่สุดบน WikiBit

" />   ใครที่กำลังคัดเลือกเว็บเทรดคริปโต และมีตัวเลือกอยู่ในใจ แต่ยังไม่รู้จะตัดตัวไหนออก มารวมตัวกันทางนี้ เพราะทาง ‘Wikibit’ จะมาเผย 10 เว็บเทรดคริปโตที่ถูกร้องเรียนมากที่สุด จากแอป ‘Wikibit’ ในเดือนสิงหาคม ซึ่งหากตัวเลือกของคุณมีอยู่ใน 10 เจ้านี้ ก็ควรพิจารณาให้ดี!!   1. OKEX    ‘OKEX’ เป็นเว็บเทรดคริปโตที่มีคะแนนสะสมสูงถึง 9.39/10 คะแนน แต่ด้วยความที่ช่วงหลังๆ มานี้มันกลับถูกผู้ใช้งานร้องเรียนสูงถึง 27 ครั้ง ในเรื่องของ การพบเจอ SMS ปลอม หรือ การหลอกลวง ทำให้มัน กลายเป็นเว็บเทรดคริปโตที่ถูกร้องเรียนมากที่ในเดือนสิงหาคมนี้   2. LUNO    ‘LUNO’ เป็นเว็บเทรดคริปโตที่มีคะแนนสะสมอยู่ที่ 7.68/10 คะแนนซึ่งในเดือนสิงหาคมนี้มันถูกผู้ใช้งานร้องเรียนมากถึง 4 ครั้ง ในเรื่องของการถูกหลอกลวง ดังนั้นหากใครที่กำลังใช้งานเจ้านี้อยู่โปรดระวัง!!   3. VB Global    ‘VB Global’ เป็นเว็บเทรดคริปโตที่มีคะแนนสะสมอยู่ที่ 2.79/10 คะแนนโดยในช่วง 3 เดือนหลังๆ มานี้ มันถูกผู้ใช้งานร้องเรียนมากถึง 24 ครั้ง ในเรื่องของการเป็นเครือข่ายฉ้อโกง แถมตัวของมันเองก็ยังไม่ได้รับการกำกับดูแล หรือใบอนุญาตจากไหนเลยสักที่ ดังนั้นโปรดระมัดระวังในการลงทุน!!  4. KUCOIN    ‘KUCOIN’ เป็นเว็บเทรดคริปโตที่มีคะแนนสะสมอยู่ที่ 5.06/10 คะแนนซึ่งในเดือนสิงหาคมนี้มันถูกผู้ใช้งานร้องเรียนมากถึง 2 ครั้ง ในเรื่องของการถอนเงินที่มีปัญหา แถมยังเสี่ยงต่อการฉ้อโกงอีกด้วย เนื่องจากตัวของมันเองก็ยังไม่ได้รับการกำกับดูแล หรือใบอนุญาตจากไหนเลยสักที่ ดังนั้นคิดให้ดีก่อนลงทุน   5. SafeBTC    ‘SafeBTC’ เป็นเหรียญคริปโตที่มีคะแนนสะสมอยู่ที่ 4.77/10 คะแนนซึ่งในเดือนสิงหาคมนี้มันถูกผู้ใช้งานร้องเรียนมากถึง 2 ครั้ง ในเรื่องของการทำธุรกรรมที่ล้มเหลว ดังนั้นหากเพื่อนคิดที่จะลงทุนในเหรียญตัวนี้ก็ควรระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง  6. Coinbase    ‘Coinbase’ เป็นเว็บเทรดคริปโตที่มีคะแนนสะสมสูงถึง 9.52/10 คะแนน ซึ่งในเดือนสิงหาคมนี้มันถูกผู้ใช้งานร้องเรียนมากถึง 3 ครั้ง ในเรื่องของการถูกวิจารณ์เชิงลบ ถึงแม้จะมีคะแนนอยู่ในระดับสูง แต่ก็ควรศึกษา และลงทุนอย่างระมัดระวังนะเพื่อนๆ  7. CHARIX TOKEN    ‘CHARIX TOKEN’ เป็นเหรียญคริปโตที่มีคะแนนสะสมอยู่ที่ 3.00/10 คะแนนซึ่งในเดือนสิงหาคมนี้มันถูกผู้ใช้งานร้องเรียนมากถึง 1 ครั้ง ในเรื่องของการฉ้อโกง หรือแชร์ลูกโซ่ ซึ่งมันได้ถูกจัดอยู่ในบัญชีดำของทางแอป และเหรียญขยะ(Shitcoin) ดังนั้นหากเพื่อนคิดที่จะลงทุนในเหรียญตัวนี้ก็ควรระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นโปรดระวังความเสี่ยง  8. Trust Wallet Token (TWT)    ‘Trust Wallet Token (TWT)’ เป็นเหรียญคริปโตที่มีคะแนนสะสมอยู่ที่ 5.68/10 คะแนนซึ่งในเดือนสิงหาคมนี้มันถูกผู้ใช้งานร้องเรียนมากถึง 1 ครั้ง ในเรื่องของการฉ้อโกง หลอกลวง ซึ่งอาจเกิดจากนักต้มตุ๋น หรือทางเว็บเทรดเองก็เป็นได้  9. BTC    ‘BTC’ เป็นเว็บเทรดคริปโตที่มีคะแนนสะสมสูงถึง 2.31/10 คะแนนซึ่งในเดือนสิงหาคมนี้มันถูกผู้ใช้งานร้องเรียนมากถึง 1 ครั้ง ในเรื่องของความเสี่ยงเป็น ‘Scams’ แถมตัวของมันเองก็ยังไม่ได้รับการกำกับดูแล หรือใบอนุญาตจากไหนเลยสักที่ ถึงแม้จะมีชื่อที่เหมือนกับ ‘Bitcoin(BTC)’ แต่มันก็ไม่มีความเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด ดังนั้นควรตรวจสอบข้อมูลก่อนลงทุนให้ดี  10. Neo    ‘Neo’ เป็นเหรียญคริปโตที่มีคะแนนสะสมอยู่ที่ 8.41/10 คะแนนซึ่งในเดือนสิงหาคมนี้มันถูกผู้ใช้งานร้องเรียนมากถึง 1 ครั้งในเรื่องของการถูกวิจารณ์เชิงลบ ถึงแม้จะมีคะแนนอยู่ในระดับสูงก็ควรที่จะตรวจสอบ และตัดสินใจดีก่อนลงทุน  นี่เป็น 10 อันดับการถูกร้องเรียนมากที่สุดจากแอป ‘Wikibit’ ในเดือนสิงหาคมนี้ หากคุณอยากตรวจสอบข้อมูลของ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ เจ้าอื่นๆ คุณสามารถเข้ามาค้นหาชื่อ และตรวจสอบข้อมูลได้ที่แอป ‘Wikibit’เพราะแอปนี้ถือว่าเป็นแอปตัวช่วยคู่ใจให้กับเทรดเดอร์คริปโตในปัจจุบัน ให้ลงทุนได้อย่างปลอดภัย ใครยังไม่มีติดมือถือไว้โหลดนาว!!  แอปพลิเคชัน ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-08-18การวิเคราะห์เชิงลึก

รีวิว!! ‘Cardano(ADA)’ เหรียญคริปโตสุดเจ๋ง ที่นักลงทุนจับตามอง

อีกหนึ่งเหรียญที่กำลังมาแรง และนักลงทุนต่างจับตามองในช่วงนี้ คงหนีไม่พ้นเหรียญ ‘ADA’ เพราะอยู่ดีๆ ราคาของมันพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนนักลงทุนต่างสงสัยว่ามันคือเหรียญอะไรกันแน่ ดังนั้นบทความนี้ทาง ‘Wikibit’ จะมารีวิวเหรียญสุดเจ๋งตัวนี้ให้ดู!!  ‘Cardano’ หรือ ‘ADA’ คือ เหรียญที่เกิดขึ้นในปี 2558 และถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2560 ซึ่งมันเป็นแพลตฟอร์ม ‘Blockchain’ สาธารณะที่ใช้ Proof of Stake (POS) ในการตรวจสอบและยืนยันธุรกรรม และถูกสร้างโดย ‘Charles Hoskinson’ ผู้ร่วมก่อตั้ง ‘Ethereum’ ต่อมาเขาได้ก่อตั้งองค์กรทั้งหมดสามองค์กรเพื่อเข้ามาพัฒนาและดูแล Cardano ได้แก่ Cardano Foundation, IOHK และ Emurgo   ทางผู้พัฒนา ‘Cardano’ ได้กล่าวว่า “มันเป็น ‘Blockchain’ เจนเนอเรชันที่ 3 ที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นใน ‘Blockchain’ ยุคก่อน ๆ ” โดยประกอบด้วย ความสามารถในการเพิ่มขยาย ความสามารถในการทำงานร่วมกัน และความยั่งยืน ที่ ‘Blockchain’ เจนเนอเรชันที่ 1 และ 2 อย่าง ‘Bitcoin’ และ ‘Ethereum’ ยังไม่สามารถทำได้ จนได้รับฉายาว่าเป็น ‘Ethereum Killer’ อีกด้วย  โดยเมื่อไม่นานมานี้ทาง ‘Cardano’ ยังได้ออกมาประกาศว่าจะทำการ ‘Hard Fork’ พื่ออัพเกรดตัว Alonzo ใหม่ ให้เจ๋งกว่าที่เคยมี ในเดือนหน้านี้ ส่งผลให้ราคาในตลาดของมันพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่องจาก 44.58 บาทต่อ 1 ADA ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม เป็น 67.45 บาท ต่อ 1 ADA ในวันนี้ (18 สิงหาคม 2564) ซึ่งใช้ระยะเวลาเพียงครึ่งเดือนเท่านั้น จึงไปแปลกที่นักลงทุนต่างจับตามองมัน ทั้งในเรื่องของการอัพเกรดใหม่ และราคาในตลาด   ทั้งนี้เรามาดูความปังปูริเย่ของเหรียญ ‘Cardano’ หรือ ‘ADA’ ในแอป ‘Wikibit’ กันดีกว่า ว่ามันจะเด็ดดวงคุ้มค่าต่อการจับตามองมาแค่ไหน? โดย ‘Cardano(ADA)’ นั้นเป็นเหรียญที่ติด ‘Wikibit Rankings’ ในลำดับที่ 18 มีคะแนนสะสมอยู่ที่ 8.53/10 คะแนน แถมมีมูลค่าตลาดสูงถึง 2.1997 ล้านล้านบาท ถือว่าเป็นเหรียญที่โปรไฟล์ดีอีกหนึ่งเหรียญเลยดีเดียว  อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงข้อมูลคร่าวๆ ที่ทาง ‘Wikibit’ คัดสรรมานำเสนอ ซึ่งถ้าหากใครเริ่มมีความคิดที่อยากจะลงทุนในเหรียญ ‘ADA’ แล้วละก็ อย่าลืมเข้ามาศึกษา และตรวจสอบข้อมูลของมัน หรือเหรียญอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่แอป ‘Wikibit’ เพราะแอปนี้เขาสแตนบายข้อมูลดีๆ รอให้คุณมาศึกษาได้อย่างถึงเครื่องแล้ว แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข่าวสาร สาระความรู้ กลโกงต่างๆ ในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้เสพอีกด้วย คุณพระ!! โหลดแอปเดียวได้ครบขนาดนี้ รอช้าไม่ได้แล้วนะเพื่อนๆ  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  

2021-08-18การวิเคราะห์เชิงลึก

ภาวะ ‘เงินเฟ้อ’ ในสหรัฐ อาจส่งผลกระทบอย่างหนัก ต่อราคา ‘Bitcoin’

ดูเหมือนว่าในช่วงหลังๆ มานี้ เรื่องภาวะ ‘เงินเฟ้อ’ ในสหรัฐ จะกลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่นักเทรดในกลุ่มคริปโตได้หยิบยกมันขึ้นมาพูดถึง โดยส่วนใหญ่กลัวว่ามันจะกระทบต่อราคาของ ‘Bitcoin’ ในอนาคต ซึ่งมันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแน่นอนอยู่แล้ว แต่ภาวะ ‘เงินเฟ้อ’ จะส่งผลกระทบต่อ ‘Bitcoin’ ได้อย่างไรนั้น เรามาหาคำตอบไปพร้อมๆ กันเลย!!  ภาวะ ‘เงินเฟ้อ’ คือ ภาวะเศรษฐกิจที่ระดับของราคาสินค้ามีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นเรื่อยๆ ในทางกลับกันมันยังเป็นภาวะเศรษฐกิจที่ค่าเงินมีแนวโน้มลดลงเช่นกัน หรืออธิบายแบบง่ายๆ คือ ค่าเงินถูกลง สินค้าแพงขึ้น ซึ่งหมายความว่าคุณจะไม่สามารถซื้อสินค้าชิ้นเดิมในราคาเดิมได้อีกแล้วนั่นเอง  ต่อมาปัญหาภาวะ ‘เงินเฟ้อ’ นั้นกำลังรุกรานเข้ามาเรื่อยๆ ในประเทศสหรัฐ หลังจากการแพร่ระบาดของ Covid 19 ส่งผลให้ปัจจัยต่างๆ ผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นในรอบ 10 ปี วัดจากราคาสินค้า และบริการที่ชาวสหรัฐต่างใช้สอยที่เป็นตัวแปรหลักของเรื่อง โดย ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) คาดว่าอัตราเงินเฟ้อในปีนี้จะพุ่งขึ้นถึง 3.4% และจะพุ่งขึ้นเรื่อยๆ ในปีต่อไป ซึ่งมันสูงกว่าเป้าที่ทาง FED ตั้งไว้ที่ 2.0%   โดยมีสาเหตุมาจากประชาชนในประเทศส่วนใหญ่ได้รับวัคซีน และกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการออกมาซื้อสินค้ามากขึ้น และธุรกิจต่างๆ กลับมาดำเนินได้อย่างดีขึ้น แถมทางรัฐยังส่งเงินเยียวยาอย่างเต็มที่ให้กับประชาชน สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยที่สนับสนุนให้เกิดภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐ จนทำให้ FED ตัดสินใจส่งสัญญาณการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นจาก 0.00 – 0,25% เป็น 0.50 – 0,75% ซึ่งนับว่าเร็วกว่าที่นักลงทุนในตลาดการเงินโลกคิดไว้ว่าน่าจะปรับขึ้นในปี 2567   หลังจาก FED ส่งสัญญาณดังกล่าวออกไป ส่งผลให้เงินทุนไหลออกจากสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง ไปสู่สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ ไม่เว้นแต่ ‘Bitcoin’ ที่ราคาตกลงกว่า 20% ในช่วงที่ผ่านมา เพราะมันถือว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง ไม่ได้ให้ดอกออกผลระหว่างทาง ทำให้นักลงทุนต่างเทขาย จึงไม่แปลกที่มันจะได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ ทั้งนี้การปรับอัตราดอกเบี้ยในอนาคตก็สร้างความเป็นไปได้ว่าราคาของ ‘Bitcoin’ จะตกลงมาอย่างต่อเนื่องได้อีกด้วย  อย่างไรก็ตาม ‘Bitcoin’ ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง ไม่สามารถคาดการณ์อะไรกับมันได้อย่างแน่ชัด ดังนั้นนักลงทุนจำเป็นที่จะต้องติดตามข่าวสารของมันอย่างใกล้ชิด เพื่อวิเคราะห์ และวางแผนในการลงทุน ซึ่งคุณสามารถติดตามข่าวสาร เกี่ยวกับราคาในตลาด และสาระความรู้ต่างๆ ในวงการคริปโตได้ที่แอป ‘Wikibit’ แถมตัวแอปยังสามารถใช้ตรวจสอบข้อมูลของ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในการลงทุนได้อีก ดีเยี่ยมขนาดนี้ใครไม่โหลด ถือว่าพลาด!!  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-08-18การวิเคราะห์เชิงลึก

3 ปัจจัยที่สภาพตลาด Bitcoin ช่วงปลายปี 2021 แตกต่างจากของปลายปี 2020

Bitcoin ในปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างเป็นได้ชัดเชน แม้ว่าจะถูกย้ำเตือนโดยนักวิเคราะห์ที่นำไปเปรียบเทียบกับช่วงปลายปี 2020 แต่ในสถานการณ์นี้ทำให้ Pete Humiston ผู้จัดการของ Kraken Intelligence Research ออกมาสรุปว่า BTC ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2021 นั้นจะแตกต่างจากไตรมาสที่ 4 ปี 2020 อย่างสิ้นเชิง  GBTC premium ยังคงติดลบอยู่แม้ว่าราคา BTC จะพุ่งขึ้นก็ตาม ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา BTC ปรับฐานราคาเพิ่มขึ้นจาก 29,000 ดอลลาร์ไปอยู่ที่ราคา 48,000 ดอลลาร์แม้ว่าราคานั้นจะพุ่งสูงขึ้นก็ตาม แต่ก็ยังไม่ได้รับความสนใจจากสถาบันการลงทุนขนาดใหญ่เท่าที่ควรหากเทียบกับช่วงปลายปี 2020 โดยของในตอนนี้ราคาหุ้น Grayscale Bitcoin Trust (GBTC) มีการซื้อขายโดยมีอัตราพรีเมียมที่ -13% นั่นแสดงให้เห็นว่าแม้ว่าราคา Bitcoin จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก   แต่ความต้องการของ GBTC ไม่ได้เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่เท่ากัน โดยปกติแล้วหากอัตราพรีเมียมลดลงถึงขั้นติดลบแล้วนั้น นักลงทุนมักจะมองหาโอกาสในการลงทุนอื่นเพิ่มเติม แต่ไม่ใช่สำหรับนักลงทุนสถาบันที่มองว่านี่เป็นโอกาสที่ดี นาย Humiston กล่าวอธิบายว่า แม้ว่า GBTC premium จะเพิ่มขึ้นจากระดับ – 20% ในเดือนพฤษภาคม แต่ตัวเลขดังกล่าวก็ยังอยู่ที่ระดับต่ำกว่า -10% ในตอนนี้ อย่างไรก็ตามในขณะนี้ความต้องการเริ่มกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากช่วงที่ผ่านมานั้นนักลงทุนต่างรีบคว้าโอกาสในการเป็นเจ้าของ BTC ที่ราคาต่ำ ๆ Funding rates เริ่มกลับมามีค่าเป็นบวก อีก 2 ปัจจัยที่ทำให้ Bitcoin ช่วงปลายปี 2021 นั้นแตกต่างจากช่วงปลายปี 2020 คืออัตราการเปิด open interest ของ Bitcoin futures และ Funding rates ที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ หากเทียบกับช่วงตลาดกระทิงในปลายปี 2020 นั้นจะเห็นว่าอัตราการเปิด open interest ของ Bitcoin  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-08-18การวิเคราะห์เชิงลึก

'บิตคอยน์'ร่วงกว่า2% เคลื่อนไหวที่ 44,000 ดอลล์

บิตคอยน์ร่วงกว่า2% เคลื่อนไหวที่ 44,000 ดอลล์  ราคาบิตคอยน์ เทรดที่เว็บไซต์คอยน์เดสก์ เมื่อเวลา 06.20 น.ของวันนี้ (18ส.ค.)ปรับตัวร่วงลง 2.60 % เคลื่อนไหวที่ 44,764.14 ดอลลาร์

2021-08-18การวิเคราะห์เชิงลึก

สาวถูก ‘Scam’ จาก ‘FB’ หลอกให้ลงทุนในเว็บเทรดคริปโตเถื่อน

ช่วงนี้ตลาด ‘คริปโต’ กำลังขาขึ้น ทำให้เหล่า ‘Scam’ ต่างทำงานกันอย่างขยันขันแข็ง ดังนั้นช่วงนี้เล่นโซเชียลอะไรก็ระวังตัวกันไว้ให้ดี เพราะเมื่อไม่นานมานี้ได้มีหญิงสาวรายหนึ่ง เข้ามาตั้งกระทู้ใน ‘Pantip’ ถามว่า “โดนหลอกให้ลงทุนใน ‘Bitcoin’ โดยอ้างว่าเป็นคนฮ่องกง ต้องทำยังไงได้บ้างถึงจะได้เงินคืน?” พร้อมเล่าประสบการณ์ที่เธอประสบพบเจอมา ซึ่งหลังจากที่ ‘Wikibit’ เข้าไปอ่านมานั้น ถึงกับต้องหยิบยกมาเป็นอุทาหรณ์ชั้นดีให้กับผู้อ่านเลยทีเดียว  เรื่องมีอยู่ว่า หญิงสาวคนนี้ได้รู้จักเพื่อนชาวฮ่องกงชื่อว่า กอ (นามสมมุติ) ผ่านทางโซเชียลมีเดีย อย่าง ‘Facebook’ ซึ่งในช่วงแรกๆ กอ ก็ได้ทักเขามาชวนคุยทำความรู้จักกันเป็นปกติ แต่พอเวลาผ่านไปนั้ก็ได้มีการถาม และชักชวนให้เธอมาลงทุนใน ‘Bitcoin’ โดยอ้างว่ามีคุณอาเป็นคนสอนเล่น แล้วมันสามารถช่วยพยุงธุรกิจของตนได้ดีเลยทีเดียวจนเธอคล้อยตาม เพราะสมัครก็ง่ายไม่ได้ยุ่งยากอะไร   ในส่วนของขั้นตอนการสมัครนั้น กอ ได้ทำการส่งลิงก์บางอย่างมาให้เธอคลิก เพื่อเข้าไปกรอกแบบฟอร์ม พร้อมแคปภาพหน้าจอส่งไปให้เขาดูทุกขั้นตอน จากนั้นหญิงสาวจึงตัดสินใจลองลงทุนในจำนวน 10,000 บาท ตามคำชักชวนของ กอ และได้กำไรกลับคืนมา 2,000 บาท เมื่อเวลาผ่านไป กอ ทักเธอกลับมาอีกครั้ง พร้อมแนะนำการลงทุนคริปโตตัวใหม่ที่ต้องใช้เงินสูงถึง 10.000 USDT แต่เธอตอบกลับไปว่า “ไม่มีเงิน” กอ จึงให้เธอลงเพียง 3,000 USDT (เงินบางส่วนได้มาจากการยืม) ซึ่งส่วนต่างที่เหลือ กอ จะเป็นคนช่วยลงเอง จึงทำให้เธอได้เงินมาเพิ่มในส่วนนี้  ต่อมาจากเงินในบัญชีที่มีอยู่ประมาณ 17,712 USDT กลับกลายเป็น 68,712 USDT เธอจึงตัดสินใจที่จะขาย และตั้งใจจะถอนเงินก้อนนี้ออกมาให้ได้ แต่ผลปรากฏว่ามันไม่สำเร็จ เธอไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ หากต้องการที่จะถอน เธอต้องเสียค่าธรรมเนียมจำนวน 11.600 USDT (ประมาณ 4 แสนบาท) ซึ่งจุดนี้ กอ ก็ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือประมาณ 5,000 USDT แต่ยังต้องเสียค่าอื่นๆ หยิบย่อยอีกหลายอย่าง จนเธอตัดสินใจไปยืมเงินเพื่อนสมทบ พร้อมเอารถไปเข้า ซึ่งมีดอกเบี้ยอีก 20% เพื่อนำเงินมาจ่ายส่วนที่เหลือจนหมด แต่ก็ยังไม่สามารถถอนออกได้อยู่ดี ผลสรุปคือ บัญชีถูกล็อก ฝ่ายบริการลูกค้าไม่สามารถใช้งานได้ และที่สำคัญเธอไม่สามารถติดต่อเพื่อนชาวฮ่องกงของเธอคนนี้ได้อีกต่อไป เมื่อนำเอกสารทุกอย่างไปแจ้งความก็ไม่เป็นผล เนื่องจากเงินถูกโอนออกไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั่นเอง จึงเป็นที่มาของการตั้งกระทู้ถามในครั้งนี้   หลังจากกระทู้นี้ถูกเผยแพร่ออกไปก็ได้มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก โดยส่วนใหญ่บอกว่า ยังไงก็ไม่สามารถนำเงินกลับมาได้แล้ว ให้ทำใจ และตั้งใจทำงานหาเงินใช้หนี้ต่อไป ทั้งนี้ทาง ‘Wikibit’ มองว่าสาเหตุของเรื่องนี้ เกิดจากความหลงเชื่อ ทั้งๆ ที่ตัวเองไม่มีความรู้ ไม่ศึกษา และไม่ตรวจสอบข้อมูลให้ดี จึงโดนหลอกให้ไปลงทุนในเว็บเทรดคริปโตเถื่อนนั่นเอง  อย่างไรก็เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยมากในวงการคริปโต ดังนั้นก่อนลงทุนทุกครั้งคุณควรนำชื่อของ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ มาตรวจสอบให้ดีในแอป ‘Wikibit’ ก่อนทุกครั้ง เพื่อวิเคราะห์ความน่าเชื่อถือว่าควรค่าแก่การลงทุนหรือไม่ แถมตัวแอปยังได้มีการอัปเดตข่าวสาร สาระความรู้ และรูปแบบกลโกงต่างๆ ในวงการคริปโต ไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย หากคุณไม่อยากพลาดท่าให้กับกลโกง จนเป็นหนี้สินเหมือนกับหญิงสาวคนดังกล่าว คุณควรโหลดแอป ‘Wikibit’ ติดมือถือไว้ รับรองลงทุนได้อย่างอุ่นใจ ไม่โดนโกงแน่นอน!!    คุณเองก็สามารถติดตามข่าวสารดีๆ ในวงการคริปโตได้ เพียงแค่กดติดตามเพจ ‘Wikibit.TH’ แล้วโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ไว้ให้อีกด้วย เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  ขอขอบคุณข้อมูลจาก : เจ้าของกระทู้

2021-08-17การวิเคราะห์เชิงลึก

3 บุคคลที่ออกมาแสดงตัวว่าเป็น ‘Satoshi Nakamoto’ บิดาผู้สร้าง ‘Bitcoin’

‘Satoshi Nakamoto’ บิดาผู้สร้างเหรียญแม่แห่งวงการคริปโต อย่าง ‘Bitcoin’ เขาคือบุคคลลึกลับที่อ้างว่าตัวเองนั้นมาจากประเทศญี่ปุ่น แต่ไม่มีข้อมูลอื่นๆ เพิ่มเติมที่จะสามารถระบุตัวตนที่แท้จริงของเขาได้เลย แต่ดูเหมือนว่าในตอนนี้จะมี 3 บุคคล ที่พยายามออกมาแสดงตน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของหลักฐานต่างๆ ว่าตนนั้นคือ ‘Satoshi Nakamoto’ แต่จะมีใครกันบ้าง? มาหาคำตอบกับทาง ‘Wikibit’ ไปพร้อมๆ กันเลย!!  1. Craig Wright" />   ในปี 2016 ‘Craig Wright’ นักธุรกิจชาวออสเตรเลีย ได้เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่กลางกรุงลอนดอนว่าตนนั้นคือ ‘Satoshi Nakamoto’ โดยให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวยักษ์ใหญ่ของอังกฤษพร้อมกับอดีตคนวงในของ ‘Bitcoin’ ถึงประเด็นดังกล่าว จนเป็นโด่งดังในวงการคริปโต ต่อมาในปี 2019 ‘Craig Wright’ ยังได้ออกมาเปิดเผยหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับต้นกำเนิดของ ‘Satoshi Nakamoto’ เพื่อต้องการพิสูจน์ และยืนยันว่าเขาเองคือบิดาผู้สร้าง ‘Bitcoin’ ตัวจริง   2. Jorg Molt" />   ‘Jorg Molt’ นักธุรกิจชาวเยอรมันคนนี้ เคยอ้างตัวว่าเป็น ‘Satoshi Nakamoto’ พร้อมสร้างธุรกิจที่มีชื่อว่า ‘Satoshi School’ และโครงการ‘Bitcoin Pension’ ขึ้นมา สร้างความฮือฮาในแวดวงคริปโตเป็นอย่างมาก โดยในช่วงแรกฟอร์มของเขาก็ยังดีอยู่ แต่หลังๆ มานั้นเขากับเกมสะก่อน เนื่องจากมีการตรวจสอบพบว่า โครงการ ‘Bitcoin Pension’ ของเขานั้นเป็นการหลอกลวง สร้างความเสียหายให้นักลงทุนจำนวน 50 คน มูลค่ากว่า 1.8 ล้านยูโร ก่อนถูกจับกุมเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งโครงการดังกล่าวก็ได้ปิดตัวลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วในปี 2020 ที่ผ่านมา  3. Debo Guido" />   ชายผู้นี้ได้อาศัยอยู่ในเบลเยียม เขาได้สงเอกสารหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร ถึงผู้พิพากษา โดยอ้างว่าตนนั้นคือ ‘Satoshi Nakamoto’ บิดาผู้สร้าง ‘Bitcoin’ โดยระบุเป็นลายมือของเจ้าตัวว่า เขาเป็นผู้สร้างเทคโนโลยี ‘Bitcoin’ ผู้ริเริ่ม genesis block , ผู้เขียนและเรียบเรียง whitepaper และเป็นเจ้าของอีเมล GMX.com ที่ระบุไว้ว่า…  “ข้าพเจ้าขอเป็นพยานโดยจดหมายที่เขียนเป็นลายลักษณ์อักษร ผมเป็นผู้ริเริ่มและผู้สร้าง genesis block ของ ‘Bitcoin blockchain’ ผมใช้นามปากกาว่า ‘Satoshi Nakamoto’และเป็นเจ้าของอีเมล Satoshin@GMX.com เพื่อเขียนและเผยแพร่เอกสารทางเทคนิค”  ทั้งนี้เขายังระบุถึงหลักฐานอื่นๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกับ Satoshi เพื่อใช้เป็นเครื่องยืนยันว่าเขาต่างหากที่เป็นตัวจริงไม่ใช่คนอื่น  นี่เป็นข้อมูลคร่าวๆ ที่ทาง ‘Wikibit’ ได้สรุปมาให้ผู้อ่านได้เข้าใจง่ายๆ เกี่ยวกับบุคคลที่อ้างตัวเป็น ‘Satoshi Nakamoto’ เท่านั้น อย่างไรก็ตามในปัจจุบันประเด็นนี้ยังคงเป็นถกเถียงกันอยู่ในแวดวงของนักลงทุนในตลาด ‘คริปโตเอคเรนซี’ และยังไม่ได้ข้อสรุปที่แน่ชัด แม้มีหลักฐานมายืนยัน นอนยัน หรือนั่งยัน ว่าใครกันแน่ที่เป็นบิดาผู้สร้าง ‘Bitcoin’ ตัวจริง ทั้งนี้คุณสามารถติดตามข่าวสารดีๆ สาระความรู้ และกลโกงในวงการคริปโตแบบนี้ได้ที่แอป ‘Wikibit’ แถมตัวแอปยังเป็นตัวช่วยดีๆ ให้กับนักลงทุน ในการตรวจสอบ สืบค้นข้อมูลต่างๆ ของ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อีกด้วย โหลดเลยจะได้พลาด!!  คุณเองก็สามารถติดตามข่าวสารดีๆ ในวงการคริปโตได้ เพียงแค่กดติดตามเพจ ‘Wikibit.TH’ แล้วโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ไว้ให้อีกด้วย เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-08-17การวิเคราะห์เชิงลึก

5 แอปแนะนำสำหรับ นักลงทุนพันล้าน อยากรวยต้องรู้!

2021-08-17การวิเคราะห์เชิงลึก

ทัวร์บ้าน!! ‘UPbit’ เว็บเทรดคริปโตที่ใหญ่ที่สุดในเกาหลีใต้

ติดโควิดก็บินลัดฟ้าไปเที่ยวแดนกิมจิได้นะขอบอก!! เพราะบทความนี้ทางทีมสำรวจของ ‘Wikibit’ จะพาทุกท่านไปทัวร์บ้านของเว็บเทรดคริปโตที่ขึ้นชื่อว่าใหญ่ที่สุด และดีที่สุดในประเทศเกาหลีใต้ อย่าง ‘UPbit’ บอกได้เลยว่าใครที่ลงทุนกับเจ้านี้อยู่ห้ามพลาด!!  เมื่อเครื่องแลนดิ้งแล้วในที่สุดเราก็เดินทางมาถึง ย่านกังนัม กรุงโซล ประเทศเกาหลี อันเป็นที่ตั้งของสำนักงาน หรือบ้านใหญ่ของ ‘UPbit’ ซึ่งบริเวณรอบด้านต่างๆ ถูกรายล้อมไปด้วยตึกสูง และมีผู้คนเดินพลุกพล่านกันเป็นจำนวนมาก ถือว่าเป็นย่านที่มีความเจริญรุ่งเรืองสุดๆ   ต่อมาทางทีมสำรวจได้พบโลโก้ของ ‘UPbit’ ติดอยู่ตรงหน้าอาคารขนาดใหญ่แห่งหนึ่งตามข้อมูลที่ทางบริษัทระบุตำแหน่งไว้ เมื่อเห็นอย่างนั้นนแล้วจึงไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปสำรวจภายในอาคารทันที  และเมื่อเดินเข้ามาภายในตัวอาคาร ทางทีมสำรวจก็ได้พบเห็นโลโก้ของ ‘UPbit’ ติดอยู่บนป้ายไดเร็กทอรีของล็อบบี้อย่างชัดเจน พร้อมทั้งแสดงชื่อของเว็บเทรดคริปโตเจ้านี้เป็นภาษาเกาหลีอีกด้วย  ทั้งนี้ตัวอาคารนั้นมีระบบรักษาความปลอดภัยเป็นอย่างดี จึงทำให้ทางทีมสำรวจไม่สามารถเดินทางไปเข้าสำรวจภายในสำนักงาน และไม่สามารถทราบถึงขนาดของธุรกิจได้ ดังนั้นหากคุณคิดที่จะลงทุนในเว็บเทรดคริปโตเจ้านี้ โปรดใช้ความระมัดระวังในการลงทุน เนื่องจากทางทีมสำรวจของ ‘Wikibit’ ไม่สามารถยืนยันการมีตัวตนอยู่ของ ‘UPbit’ ได้อย่าง 100% ตามมาตรฐานที่เราตั้งไว้นั่นเอง “กันไว้ดีกว่าแก้เด้อพี่น้อง!!”   ไหนๆ ก็พามาทัวร์ถึงเกาหลีแล้ว ผู้เขียนจะแถมรีวิวข้อมูลดีๆ จากแอป ‘Wikibit’ ให้เป็นของแถมก็แล้วกัน!! โดยทาง ‘UPbit’ นั้น เป็นเว็บเทรดคริปโตเกรด AAA ที่ติดอยู่ในอันดับที่ 7 ของ ‘Wikibit Rankings’ มีคะแนนสะสมสูงถึง 8.92/10 คะแนน มีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 286.85 พันล้านบาท ได้รับการกำกับดูแล หรือใบอนุญาตจาก RKCF, BAPPEBTI และ SEC จากประเทศไทยแล้วอีกด้วย ถือว่าเป็นเว็บเทรดคริปโตอีกเจ้าที่น่าลงทุนเป็นอย่างยิ่ง  อย่างไรก็ตามเป็นที่รู้กันดีว่าเป้าหมายของการสำรวจในแต่ละครั้งนั้น ‘Wikibit’ ทำเพื่อเป็นการยืนยันการมีตัวตนของบริษัทนั้น และเยี่ยมชมว่ามีความถูกต้องตามข้อมูลที่ให้มาหรือไม่ ซึ่งมันมีผลต่อความน่าเชื่อถือในการตัดสินใจเลือก ดังนั้นก่อนตัดสินใจลงทุนในเว็บเทรดคริปโตต่างๆ อย่าลืมตรวจสอบข้อมูล และอ่านการสำรวจเยี่ยมชมบริษัท กับทาง ‘Wikibit’ ให้ดี จะได้ไม่เสียท่า ถูกโกงในอนาคต!!  คุณเองก็สามารถติดตามข่าวสารดีๆ ในวงการคริปโตได้ เพียงแค่กดติดตามเพจ ‘Wikibit.TH’ แล้วโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ไว้ให้อีกด้วย เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-08-17การวิเคราะห์เชิงลึก

Solana คืออะไร ทำไมราคาถึงพุ่งแรงกว่า 100% ในเวลาไม่กี่วัน โดย SiamBlockChain

เกือบหนึ่งปีครึ่งหลังจากการเปิดตัว mainnet beta ในเดือนมีนาคม 2020 Solana ก็ได้กลายเป็นบล็อกเชนที่ร้อนแรงที่สุดในปัจจุบัน และกลายเป็นหนึ่งในบล็อกเชน web-scale ตัวแรกของโลกบนเครือข่ายที่เร็วที่สุด ด้วยความเร็วในการทำธุรกรรมที่เคลมว่าเร็วมากถึง 50,000 TPS (ธุรกรรมต่อวินาที)   ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามูลค่าของเหรียญ SOL ได้เห็นการเพิ่มขึ้นกว่า 72% และตอนนี้ได้ขยับขึ้นมาเป็นเหรียญคริปโต 10 อันดับแรกที่มีมูลค่าตลาดมากที่สุด โดยมีมูลค่าตลาดอยู่ที่ 1.9 หมื่นล้านดอลลาร์และมีอัตราการเติบโตมากถึง 1,900% ต่อปี เครือข่าย Solana กลายเป็นที่รู้จักในนามบล็อกเชนเจเนอเรชั่นที่สี่ที่มีจุดมุ่งหมายเข้ามาแก้ปัญหาบล็อกเชนเจเนอเรชั่นที่สามผ่านทางการสร้างเครือข่ายที่รวดเร็วและสามารถปรับขนาดได้ โดยไม่กระทบต่อความปลอดภัยหรือการกระจายอำนาจ   โปรโตคอลนี้ได้นำเสนอเทคโนโลยีหลัก 8 ประการที่ช่วยทำให้การทำธุรกรรมสามารถปรับขนาดตามสัดส่วนด้วยแบนด์วิดธ์ ส่งผลให้เครือข่ายได้รับความเร็วในการทำธุรกรรมและการรักษาความปลอดภัยในระดับเทียบเท่ากับองค์กร Solana คืออะไร ? Solana คือ Blockchain Web-scale, โปรโตคอลแบบ open-source และสถาบันพัฒนาแอปพลิเคชันรูปแบบกระจายอำนาจ (DApps) โปรโตคอลของ Solana นั้นรวดเร็ว ปลอดภัย และทนต่อการถูกเซ็นเซอร์ ที่ช่วยมอบความยืดหยุ่นจากโครงสร้างพื้นฐานแบบเปิดที่จำเป็นต่อการสร้างแอปพลิเคชันในการปรับใช้กับธุรกรรมเป็นจำนวนมาก บล็อกเชนดังกล่าวได้มอบโครงสร้างพื้นฐานแบบกระจายอำนาจที่ปลอดภัย สามารถปรับขนาดได้   ซึ่งจำเป็นสำหรับ DApps ในอนาคตและตลาดซื้อขายแบบกระจายอำนาจ ด้วยการใช้ประโยชน์จากชุดเทคโนโลยีการคำนวณที่ก้าวล้ำ สามารถรองรับโหนดได้หลายพันโหนด และช่วยให้ธุรกรรมสามารถปรับขนาดได้ตามสัดส่วนแบนด์วิดท์บนเครือข่าย Solana จะใช้กลไกที่สอดคล้องกันระหว่าง proof-of-stake (PoS) และ proof of history (PoH) ร่วมกัน เพื่อปรับปรุงปริมาณงานและเพิ่มความสามารถในการปรับขนาด ดังนั้นเครือข่ายจึงเคลมว่าสามารถรองรับการทำธุรกรรมได้สูงถึง 50,000 ธุรกรรมต่อวินาที (TPS)   ทำให้ Solana กลายเป็นหนึ่งในบล็อคเชนที่เร็วที่สุดในโลก เพื่อให้เข้าใจว่า Solana ทำงานอย่างไร อันดับแรกเราจะต้องพิจารณาสถาปัตยกรรมของมันก่อน โดยเนื้อหาด้านล่างจะเป็นการอธิบาย 8 นวัตกรรมหลักที่ทำให้ Solana กลายเป็น Blockchain web-scale ตัวแรกของโลก Proof of history (PoH) แม้จะมีชื่อว่า PoH แต่ทว่ามันไม่ใช่กลไกฉันทามติ PoH เป็นนาฬิกาแบบเข้ารหัส (cryptographic clock)

2021-08-17การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
113115
...
142