ฝากเงินบน ธนาคาร หรือ Defi ดีกว่ากันนะ

2021-08-19การวิเคราะห์เชิงลึก

ข้อควรรู้!! ‘เทรดคริปโต’ แล้วได้กำไร ต้องเสียภาษีหรือไม่?

“เทรดคริปโตแล้วได้กำไรต้องเสียภาษีหรือไม่?” เป็นอีกหนึ่งคำถามที่เทรดเดอร์ ทั้งมือใหม่ และมือเก่า กำลังสงสัย และต้องการคำตอบเป็นอย่างมาก ดังนั้น ‘Wikibit’ จะเป็นคนมาเป็นตอบคำถาม และอธิบายแบบง่ายๆ ให้คุณได้เข้าใจเอง  คำตอบ คือ ‘คริปโตเคอเรนซี่’ ถูกจัดเป็น ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ ไม่ใช่สกุลเงิน ดังนั้นกำไรจากการเทรด เงินปันผล หรือผลประโยชน์จากการถือครองมันจำเป็นต้อง ‘เสียภาษี 15%’ ด้วยนั่นเอง โดยแบ่งออกเป็น 2 ข้อดังนี้  1. หากเทรดสินทรัพย์ดิจิทัล แล้วได้กำไรจากการเทรด จะโดนหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 15% จากกำไรส่วนต่าง ตาม ‘เงินได้’ 40(4)(ฌ)  2. หากสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถือไว้มีสิทธิ์ได้รับผลประโยชน์ หรือส่วนแบ่งกำไรให้แก่ผู้ถือ จะต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 15% จากส่วนแบ่งกำไรหรือผลประโยชน์นั้นด้วย ตาม‘เงินได้’ มาตรา 40(4)(ซ)  นอกจากนี้ผลกำไรจากการเทรดคริปโตยังถือว่าเป็นเงินได้ประเภทที่ 4 ซึ่งประเมินมันมาในรูปของ ดอกเบี้ย และเงินปันผล รวมถึงรายได้ลักษณะเดียวกันที่ทำให้ผู้รับเงินมีหน้าที่ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และเงินได้ประเภทที่ 4 จะไม่สามารถหักค่าใช้จ่ายใดๆ ได้เลย แม้ว่าการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลจะมีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นจริง เช่น ค่าเครื่องขุด, ค่าไฟฟ้า, ค่าเช่าด้วย เป็นต้น   ตัวอย่างการหักภาษี  ขาย ‘Bitcoin’ ได้กำไร 100,000 บาท  หักภาษี ณ ที่จ่าย 15% = 100,000 x 15% = 15,000 บาท  จะเหลือกำไรที่เราได้ = 100,000 - 15,000 = 85,000 บาท  อย่างไรก็ตามการจัดเก็บภาษีของคริปโตตามกฎหมายนั้น ยังคงมีความคลุมเครือในหลายๆ จุด ซึ่งมันก็เป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องแก้ไข และชี้แจงอย่างเป็นทางการว่าจะเก็บภาษีในส่วนนี้อย่างไรให้ถูกต้องและเป็นธรรมมากที่สุด เมื่อมองในด้านของผู้เสียภาษีแล้ว ถ้าหากคุณเทรดคริปโตแล้วได้กำไรเยอะๆ อยากจะปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายด้วย คุณก็สามารถนำหลักฐานการซื้อขายต่างๆ ไปยื่นเสียภาษีให้ถูกต้องได้ แต่สำหรับคนที่ขาดทุน ก็อย่าไปเครียดเรื่องภาษีเลย เพราะคุณไม่จำเป็นต้องจ่ายมันอยู่แล้วนั่นเอง   นี่เป็นอีกหนึ่งสาระความรู้ดีๆ เกี่ยวกับวงการคริปโตที่ทาง ‘Wikibit’ ได้ไปรวบรวมแล้วมาสรุป ให้นักลงทุนได้อ่านแบบเข้าใจง่ายๆ ซึ่งคุณสามารถติดข่าวสาร สาระความรู้ดีๆ แบบนี้ได้ เพียงแค่โหลดแอป ‘Wikibit’ ไว้ในมือถือเท่านั้น เมื่อมีการอัปเดต แอปจะทำการแจ้งเตือนคุณทันที รับรองไม่มีพลาด แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์ที่เป็นตัวช่วยชั้นดีให้กับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบข้อมูล ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ อีกด้วย ซึ่งฟีเจอร์นี้มันสามารถบอกข้อมูลต่างๆ ที่มีความน่าเชื่อถือสูง ใช้สำหรับการวิเคราะห์ ประกอบการพิจารณาเพื่อตัดสินใจก่อนลงทุนของคุณได้อย่างดีเยี่ยม เป๊ะ! ปัง! ขนาดนี้ใครไม่โหลดถือว่าพลาด!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  ขอขอบคุณข้อมูลจาก : taxbugnoms, salehere

2021-08-19การวิเคราะห์เชิงลึก

ไม่รู้ถือว่าพลาด!! “แก๊งตีสาม” ในวงการคริปโตหมายถึงอะไรกันแน่?

" />    ดูเหมือนว่ามือใหม่ที่ก้าวเข้ามาในวงการคริปโตได้ไม่นานกำลังให้ความสนใจกับคำว่า ‘แก๊งตีสาม’ จากเทรดเดอร์ในกลุ่มคริปโตเป็นอย่างมาก จนถึงขั้นโพสต์ข้อความถามกันเลยทีเดียว ว่าแต่มันหมายถึงอะไรกันแน่? บทความนี้ ‘Wikibit’ มีคำตอบมาบอก!!  “แก๊งตีสาม” คือ คำที่เทรดเดอร์มักใช้เรียกแก๊งค์ กลุ่มคน องค์กร กองทุนเดย์เทรด ของชาวต่างชาติที่เข้ามาซื้อขายคริปโตกันตอนเวลาตีสามของประเทศไทย ส่งผลให้ราคาตลาดในช่วงเวลานั้นขึ้นลงสุดเหวี่ยงกันอยู่บ่อยครั้ง แล้วเมื่อเทรดเดอร์ไทยตื่นขึ้นมาเปิดกราฟดูต้อนรับเช้าอันสดใส ก็มักจะพบกับการเปลี่ยนสีของกราฟอย่างไม่คาดคิดไปตามชะตากรรม ทั้งนี้สาเหตุที่ทำให้กำเนิดคำว่า “แก๊งตีสาม” นั้นสามารถอธิบายได้คร่าวๆ ดังต่อไปนี้   1. ‘ตลาดปิด’ ช่วงเวลาตีสามของประเทศไทย เมื่อเทียบกับประเทศสหรัฐแล้ว จะเท่ากับช่วงเวลา 4 โมงเย็นแบบพอดิบพอดี ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดกองทุนต่างๆ ปิด ส่งผลให้กลุ่มเดย์เทรดทั้งหลายต่างเข้ามาซื้อขายเพื่อสรุปยอดในแต่ละวัน ถึงแม้ว่าตลาดคริปโตจะเปิดให้ซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมงก็ตาม แต่ชาวต่างชาติเขามักอิงการเทรดตามเวลาของตลาดกองทุนนั่นเอง  2. นายทุนใหญ่เป็นเหตุ นายทุนใหญ่ๆ กระเป๋าหนักส่วนใหญ่มักมาจากตลาดหุ้น ซึ่งลักษณะการซื้อขายของพวกเขานั้นมักอิงตามเวลาตลาดกองทุน ดังนั้นในช่วงตลาดปิด อย่างเวลาตีสามของประเทศไทย จึงกลายเป็นช่วงเวลาฮอตฮิตที่นายทุนใหญ่เข้ามาซื้อขายคริปโตกัน ส่งผลให้ราคามีความโลดโพ้นอย่างหนักในช่วงเวลานั้นนั่นเอง   3. หลักตามภูมิศาสตร์ ถ้าดูแผนที่โลก ทางฝั่งตะวันออกจากญี่ปุ่นไปจนถึงอังกฤษมีลักษณะที่ เป็นแนวยาว ส่งผลให้เวลาค่อยๆ ผ่าน ไปแต่ละประเทศ ‘timezone’ ไม่เท่ากัน แต่ทางฝั่งของสหรัฐนั้นมีลักษณะเป็น แนวตั้งแคบ ใช้แค่ 2 ‘timezone’ หลักๆ จากเหนือ จรด อเมริกาใต้ จึงเกิดการซื้อขายพร้อมๆ กัน ในหลายๆ ประเทศ  4. นักเทรดรายได้สูง นักเทรดที่ใช้ ‘timezone’ เดียวกับทางฝั่งสหรัฐนั้น มักมีอัตรารายได้ หรือค่าตอบแทนที่สูง เมื่อเทียบกับประเทศ หากพูดง่ายๆ ก็คือ มีทุนเยอะจนกลายเป็นแหล่งเจ้ามือ และเมื่อพวกเขาทำการซื้อขายพร้อมๆ กัน ในช่วงตลาดปิด จึงไม่แปลกราคาตลาดในช่วงตีสามของประเทศไทยจะสุดเหวี่ยงขนาดนี้  อย่างไรก็ตาม “แก๊งตีสาม” ก็ได้กลายเป็นข้อเสียเปรียบให้กับเทรดเดอร์ชาวไทย เนื่องจากตลาดคริปโตนั้นอิงตามการซื้อขายเฉลี่ยจากทั่วโลก และประเทศไทยก็เปรียบเสมือนคนกลุ่มน้อย ที่ไม่สามารถสู้แรงคนกลุ่มมากได้ ดังนั้นหากคุณคิดที่จะหาโอกาสในการทำกำไรจากจุดนี้ ก็คงต้องตื่นมานั่งเฝ้ากราฟกันอย่างบ้าคลั่งในช่วงตีสามนั่นเอง หรืออีกทางที่ง่ายกว่านั้น ก็คือ การโหลดแอป ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ เพื่อใช้มันตรวจสอบข้อมูลของเหรียญ เสพข่าวสาร วิเคราหะสถานการณ์ต่างๆ ในวงการคริปโตก็สามารถสร้างโอกาสในการทำกำไรอื่นๆ ได้อีกเพียบ ไม่ต้องแคร์ “แก๊งตีสาม” อีกต่อไป!!  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-08-19การวิเคราะห์เชิงลึก

ผู้ก่อตั้ง ADA ชนะเดิมพันมูลค่า $50,000 จากการเปิดตัวสัญญา

นาย Charles Hoskinson ผู้ก่อตั้ง Cardano ชนะเดิมพันมูลค่า $50,000 ที่ก่อนหน้านี้ได้พนันกันว่าเครือข่ายของ Cardano จะเปิดตัวสัญญา smart contract ก่อนวันที่ 1 ตุลาคมหรือไม่ ราคาของ Cardano ได้ปรับตัวพุ่งสูงขึ้นในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา ก่อนการนำสัญญา smart contract มาปรับใช้บนเครือข่าย   โดยราคาได้เพิ่มขึ้นกว่า 60% ในช่วง 30 วันที่ผ่านมาทะลุ 2 ดอลลาร์อย่างเป็นทางการ แน่นอนว่าประสิทธิภาพด้านราคานั้นขึ้นอยู่กับความสามารถของทีมในการเปิดตัวสัญญา smart contract บนเครือข่าย ในขณะเดียวกัน Polymarket เว็บไซต์การพนันคริปโตที่อนุญาตให้ผู้ใช้สามารถเดิมพันผลลัพธ์ของเหตุการณ์ต่าง ๆ ดูเหมือนจะเปิดให้พนันกันว่า ADA จะเปิดตัวสัญญา Smart contract ภายในวันที่ 1 ตุลาคมนี้หรือไม่ การเดิมพันนี้ได้ดึงดูดความสนใจของนาย Hoskinson ซึ่งในตอนแรกเขากล่าวตอบสนองเกี่ยวกับเรื่องนี้บนทวีตของเขาว่า “มันทำให้ผมตลกจริง ๆ” และต่อมาไม่นานทาง Polymarket ก็ได้ตอบกลับทวีตของ Hoskinson   โดยกล่าวว่า Cardano จะไม่มีสัญญา Smart contract ภายในวันที่ 1 ตุลาคม และผมยินดีที่จะเดิมพันเงิน $50,000 บนแพลตฟอร์ม กฎของการเดิมพันระบุว่า เงินรางวัลทั้งหมดจะถูกมอบให้องค์กรการกุศลที่ผู้ชนะเป็นคนเลือก การ Hardfork ที่จะเกิดขึ้นในเดือนหน้านั้นจะเป็นการนำสัญญา Smart contract มาปรับใช้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งนาย Charles Hoskinson ผู้ก่อตั้งได้ให้คำมั่นสัญญาว่าทันทีที่การ Hard Fork เสร็จสมบูรณ์สัญญา Smart contract จะสามารถนำมาปรับใช้ได้จริง ซึ่งนี้จะช่วยให้ Cardano สามารถแข่งขันบล็อกเชนตัวอื่น ๆ เช่น Ethereum, Binance Smart chain ด้วยแอปพลิเคชันการเงินแบบกระจายอำนาจ ( DeFi) ของตัวเอง Polymarket กล่าวยอมรับว่า Hoskinson ชนะการเดิมพันในครั้งนี้

2021-08-19การวิเคราะห์เชิงลึก

'บิตคอยน์'บวกเคลื่อนไหวที่ 44,000 ดอลล์

บิตคอยน์บวกเคลื่อนไหวที่ 44,000 ดอลล์ราคาบิตคอยน์ เทรดที่เว็บไซต์คอยน์เดสก์ เมื่อเวลา 06.10 น.ของวันนี้ (19ส.ค.)ปรับตัวขึ้น 0.65% เคลื่อนไหวที่ 44,836.94 ดอลลาร์

2021-08-19การวิเคราะห์เชิงลึก

10 แอปเทรดคริปโตที่โดนร้องเรียนมากที่สุดบน WikiBit

" />   ใครที่กำลังคัดเลือกเว็บเทรดคริปโต และมีตัวเลือกอยู่ในใจ แต่ยังไม่รู้จะตัดตัวไหนออก มารวมตัวกันทางนี้ เพราะทาง ‘Wikibit’ จะมาเผย 10 เว็บเทรดคริปโตที่ถูกร้องเรียนมากที่สุด จากแอป ‘Wikibit’ ในเดือนสิงหาคม ซึ่งหากตัวเลือกของคุณมีอยู่ใน 10 เจ้านี้ ก็ควรพิจารณาให้ดี!!   1. OKEX    ‘OKEX’ เป็นเว็บเทรดคริปโตที่มีคะแนนสะสมสูงถึง 9.39/10 คะแนน แต่ด้วยความที่ช่วงหลังๆ มานี้มันกลับถูกผู้ใช้งานร้องเรียนสูงถึง 27 ครั้ง ในเรื่องของ การพบเจอ SMS ปลอม หรือ การหลอกลวง ทำให้มัน กลายเป็นเว็บเทรดคริปโตที่ถูกร้องเรียนมากที่ในเดือนสิงหาคมนี้   2. LUNO    ‘LUNO’ เป็นเว็บเทรดคริปโตที่มีคะแนนสะสมอยู่ที่ 7.68/10 คะแนนซึ่งในเดือนสิงหาคมนี้มันถูกผู้ใช้งานร้องเรียนมากถึง 4 ครั้ง ในเรื่องของการถูกหลอกลวง ดังนั้นหากใครที่กำลังใช้งานเจ้านี้อยู่โปรดระวัง!!   3. VB Global    ‘VB Global’ เป็นเว็บเทรดคริปโตที่มีคะแนนสะสมอยู่ที่ 2.79/10 คะแนนโดยในช่วง 3 เดือนหลังๆ มานี้ มันถูกผู้ใช้งานร้องเรียนมากถึง 24 ครั้ง ในเรื่องของการเป็นเครือข่ายฉ้อโกง แถมตัวของมันเองก็ยังไม่ได้รับการกำกับดูแล หรือใบอนุญาตจากไหนเลยสักที่ ดังนั้นโปรดระมัดระวังในการลงทุน!!  4. KUCOIN    ‘KUCOIN’ เป็นเว็บเทรดคริปโตที่มีคะแนนสะสมอยู่ที่ 5.06/10 คะแนนซึ่งในเดือนสิงหาคมนี้มันถูกผู้ใช้งานร้องเรียนมากถึง 2 ครั้ง ในเรื่องของการถอนเงินที่มีปัญหา แถมยังเสี่ยงต่อการฉ้อโกงอีกด้วย เนื่องจากตัวของมันเองก็ยังไม่ได้รับการกำกับดูแล หรือใบอนุญาตจากไหนเลยสักที่ ดังนั้นคิดให้ดีก่อนลงทุน   5. SafeBTC    ‘SafeBTC’ เป็นเหรียญคริปโตที่มีคะแนนสะสมอยู่ที่ 4.77/10 คะแนนซึ่งในเดือนสิงหาคมนี้มันถูกผู้ใช้งานร้องเรียนมากถึง 2 ครั้ง ในเรื่องของการทำธุรกรรมที่ล้มเหลว ดังนั้นหากเพื่อนคิดที่จะลงทุนในเหรียญตัวนี้ก็ควรระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง  6. Coinbase    ‘Coinbase’ เป็นเว็บเทรดคริปโตที่มีคะแนนสะสมสูงถึง 9.52/10 คะแนน ซึ่งในเดือนสิงหาคมนี้มันถูกผู้ใช้งานร้องเรียนมากถึง 3 ครั้ง ในเรื่องของการถูกวิจารณ์เชิงลบ ถึงแม้จะมีคะแนนอยู่ในระดับสูง แต่ก็ควรศึกษา และลงทุนอย่างระมัดระวังนะเพื่อนๆ  7. CHARIX TOKEN    ‘CHARIX TOKEN’ เป็นเหรียญคริปโตที่มีคะแนนสะสมอยู่ที่ 3.00/10 คะแนนซึ่งในเดือนสิงหาคมนี้มันถูกผู้ใช้งานร้องเรียนมากถึง 1 ครั้ง ในเรื่องของการฉ้อโกง หรือแชร์ลูกโซ่ ซึ่งมันได้ถูกจัดอยู่ในบัญชีดำของทางแอป และเหรียญขยะ(Shitcoin) ดังนั้นหากเพื่อนคิดที่จะลงทุนในเหรียญตัวนี้ก็ควรระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นโปรดระวังความเสี่ยง  8. Trust Wallet Token (TWT)    ‘Trust Wallet Token (TWT)’ เป็นเหรียญคริปโตที่มีคะแนนสะสมอยู่ที่ 5.68/10 คะแนนซึ่งในเดือนสิงหาคมนี้มันถูกผู้ใช้งานร้องเรียนมากถึง 1 ครั้ง ในเรื่องของการฉ้อโกง หลอกลวง ซึ่งอาจเกิดจากนักต้มตุ๋น หรือทางเว็บเทรดเองก็เป็นได้  9. BTC    ‘BTC’ เป็นเว็บเทรดคริปโตที่มีคะแนนสะสมสูงถึง 2.31/10 คะแนนซึ่งในเดือนสิงหาคมนี้มันถูกผู้ใช้งานร้องเรียนมากถึง 1 ครั้ง ในเรื่องของความเสี่ยงเป็น ‘Scams’ แถมตัวของมันเองก็ยังไม่ได้รับการกำกับดูแล หรือใบอนุญาตจากไหนเลยสักที่ ถึงแม้จะมีชื่อที่เหมือนกับ ‘Bitcoin(BTC)’ แต่มันก็ไม่มีความเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด ดังนั้นควรตรวจสอบข้อมูลก่อนลงทุนให้ดี  10. Neo    ‘Neo’ เป็นเหรียญคริปโตที่มีคะแนนสะสมอยู่ที่ 8.41/10 คะแนนซึ่งในเดือนสิงหาคมนี้มันถูกผู้ใช้งานร้องเรียนมากถึง 1 ครั้งในเรื่องของการถูกวิจารณ์เชิงลบ ถึงแม้จะมีคะแนนอยู่ในระดับสูงก็ควรที่จะตรวจสอบ และตัดสินใจดีก่อนลงทุน  นี่เป็น 10 อันดับการถูกร้องเรียนมากที่สุดจากแอป ‘Wikibit’ ในเดือนสิงหาคมนี้ หากคุณอยากตรวจสอบข้อมูลของ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ เจ้าอื่นๆ คุณสามารถเข้ามาค้นหาชื่อ และตรวจสอบข้อมูลได้ที่แอป ‘Wikibit’เพราะแอปนี้ถือว่าเป็นแอปตัวช่วยคู่ใจให้กับเทรดเดอร์คริปโตในปัจจุบัน ให้ลงทุนได้อย่างปลอดภัย ใครยังไม่มีติดมือถือไว้โหลดนาว!!  แอปพลิเคชัน ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-08-18การวิเคราะห์เชิงลึก

รีวิว!! ‘Cardano(ADA)’ เหรียญคริปโตสุดเจ๋ง ที่นักลงทุนจับตามอง

อีกหนึ่งเหรียญที่กำลังมาแรง และนักลงทุนต่างจับตามองในช่วงนี้ คงหนีไม่พ้นเหรียญ ‘ADA’ เพราะอยู่ดีๆ ราคาของมันพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนนักลงทุนต่างสงสัยว่ามันคือเหรียญอะไรกันแน่ ดังนั้นบทความนี้ทาง ‘Wikibit’ จะมารีวิวเหรียญสุดเจ๋งตัวนี้ให้ดู!!  ‘Cardano’ หรือ ‘ADA’ คือ เหรียญที่เกิดขึ้นในปี 2558 และถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการในปี 2560 ซึ่งมันเป็นแพลตฟอร์ม ‘Blockchain’ สาธารณะที่ใช้ Proof of Stake (POS) ในการตรวจสอบและยืนยันธุรกรรม และถูกสร้างโดย ‘Charles Hoskinson’ ผู้ร่วมก่อตั้ง ‘Ethereum’ ต่อมาเขาได้ก่อตั้งองค์กรทั้งหมดสามองค์กรเพื่อเข้ามาพัฒนาและดูแล Cardano ได้แก่ Cardano Foundation, IOHK และ Emurgo   ทางผู้พัฒนา ‘Cardano’ ได้กล่าวว่า “มันเป็น ‘Blockchain’ เจนเนอเรชันที่ 3 ที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นใน ‘Blockchain’ ยุคก่อน ๆ ” โดยประกอบด้วย ความสามารถในการเพิ่มขยาย ความสามารถในการทำงานร่วมกัน และความยั่งยืน ที่ ‘Blockchain’ เจนเนอเรชันที่ 1 และ 2 อย่าง ‘Bitcoin’ และ ‘Ethereum’ ยังไม่สามารถทำได้ จนได้รับฉายาว่าเป็น ‘Ethereum Killer’ อีกด้วย  โดยเมื่อไม่นานมานี้ทาง ‘Cardano’ ยังได้ออกมาประกาศว่าจะทำการ ‘Hard Fork’ พื่ออัพเกรดตัว Alonzo ใหม่ ให้เจ๋งกว่าที่เคยมี ในเดือนหน้านี้ ส่งผลให้ราคาในตลาดของมันพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่องจาก 44.58 บาทต่อ 1 ADA ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม เป็น 67.45 บาท ต่อ 1 ADA ในวันนี้ (18 สิงหาคม 2564) ซึ่งใช้ระยะเวลาเพียงครึ่งเดือนเท่านั้น จึงไปแปลกที่นักลงทุนต่างจับตามองมัน ทั้งในเรื่องของการอัพเกรดใหม่ และราคาในตลาด   ทั้งนี้เรามาดูความปังปูริเย่ของเหรียญ ‘Cardano’ หรือ ‘ADA’ ในแอป ‘Wikibit’ กันดีกว่า ว่ามันจะเด็ดดวงคุ้มค่าต่อการจับตามองมาแค่ไหน? โดย ‘Cardano(ADA)’ นั้นเป็นเหรียญที่ติด ‘Wikibit Rankings’ ในลำดับที่ 18 มีคะแนนสะสมอยู่ที่ 8.53/10 คะแนน แถมมีมูลค่าตลาดสูงถึง 2.1997 ล้านล้านบาท ถือว่าเป็นเหรียญที่โปรไฟล์ดีอีกหนึ่งเหรียญเลยดีเดียว  อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงข้อมูลคร่าวๆ ที่ทาง ‘Wikibit’ คัดสรรมานำเสนอ ซึ่งถ้าหากใครเริ่มมีความคิดที่อยากจะลงทุนในเหรียญ ‘ADA’ แล้วละก็ อย่าลืมเข้ามาศึกษา และตรวจสอบข้อมูลของมัน หรือเหรียญอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่แอป ‘Wikibit’ เพราะแอปนี้เขาสแตนบายข้อมูลดีๆ รอให้คุณมาศึกษาได้อย่างถึงเครื่องแล้ว แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข่าวสาร สาระความรู้ กลโกงต่างๆ ในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้เสพอีกด้วย คุณพระ!! โหลดแอปเดียวได้ครบขนาดนี้ รอช้าไม่ได้แล้วนะเพื่อนๆ  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  

2021-08-18การวิเคราะห์เชิงลึก

ภาวะ ‘เงินเฟ้อ’ ในสหรัฐ อาจส่งผลกระทบอย่างหนัก ต่อราคา ‘Bitcoin’

ดูเหมือนว่าในช่วงหลังๆ มานี้ เรื่องภาวะ ‘เงินเฟ้อ’ ในสหรัฐ จะกลายเป็นอีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่นักเทรดในกลุ่มคริปโตได้หยิบยกมันขึ้นมาพูดถึง โดยส่วนใหญ่กลัวว่ามันจะกระทบต่อราคาของ ‘Bitcoin’ ในอนาคต ซึ่งมันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแน่นอนอยู่แล้ว แต่ภาวะ ‘เงินเฟ้อ’ จะส่งผลกระทบต่อ ‘Bitcoin’ ได้อย่างไรนั้น เรามาหาคำตอบไปพร้อมๆ กันเลย!!  ภาวะ ‘เงินเฟ้อ’ คือ ภาวะเศรษฐกิจที่ระดับของราคาสินค้ามีแนวโน้มที่จะสูงขึ้นเรื่อยๆ ในทางกลับกันมันยังเป็นภาวะเศรษฐกิจที่ค่าเงินมีแนวโน้มลดลงเช่นกัน หรืออธิบายแบบง่ายๆ คือ ค่าเงินถูกลง สินค้าแพงขึ้น ซึ่งหมายความว่าคุณจะไม่สามารถซื้อสินค้าชิ้นเดิมในราคาเดิมได้อีกแล้วนั่นเอง  ต่อมาปัญหาภาวะ ‘เงินเฟ้อ’ นั้นกำลังรุกรานเข้ามาเรื่อยๆ ในประเทศสหรัฐ หลังจากการแพร่ระบาดของ Covid 19 ส่งผลให้ปัจจัยต่างๆ ผลักดันให้อัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นในรอบ 10 ปี วัดจากราคาสินค้า และบริการที่ชาวสหรัฐต่างใช้สอยที่เป็นตัวแปรหลักของเรื่อง โดย ธนาคารกลางสหรัฐ (FED) คาดว่าอัตราเงินเฟ้อในปีนี้จะพุ่งขึ้นถึง 3.4% และจะพุ่งขึ้นเรื่อยๆ ในปีต่อไป ซึ่งมันสูงกว่าเป้าที่ทาง FED ตั้งไว้ที่ 2.0%   โดยมีสาเหตุมาจากประชาชนในประเทศส่วนใหญ่ได้รับวัคซีน และกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการออกมาซื้อสินค้ามากขึ้น และธุรกิจต่างๆ กลับมาดำเนินได้อย่างดีขึ้น แถมทางรัฐยังส่งเงินเยียวยาอย่างเต็มที่ให้กับประชาชน สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยที่สนับสนุนให้เกิดภาวะเงินเฟ้อในสหรัฐ จนทำให้ FED ตัดสินใจส่งสัญญาณการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นจาก 0.00 – 0,25% เป็น 0.50 – 0,75% ซึ่งนับว่าเร็วกว่าที่นักลงทุนในตลาดการเงินโลกคิดไว้ว่าน่าจะปรับขึ้นในปี 2567   หลังจาก FED ส่งสัญญาณดังกล่าวออกไป ส่งผลให้เงินทุนไหลออกจากสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง ไปสู่สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ ไม่เว้นแต่ ‘Bitcoin’ ที่ราคาตกลงกว่า 20% ในช่วงที่ผ่านมา เพราะมันถือว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง ไม่ได้ให้ดอกออกผลระหว่างทาง ทำให้นักลงทุนต่างเทขาย จึงไม่แปลกที่มันจะได้รับผลกระทบจากเรื่องนี้ ทั้งนี้การปรับอัตราดอกเบี้ยในอนาคตก็สร้างความเป็นไปได้ว่าราคาของ ‘Bitcoin’ จะตกลงมาอย่างต่อเนื่องได้อีกด้วย  อย่างไรก็ตาม ‘Bitcoin’ ยังคงเป็นสินทรัพย์ที่มีความผันผวนสูง ไม่สามารถคาดการณ์อะไรกับมันได้อย่างแน่ชัด ดังนั้นนักลงทุนจำเป็นที่จะต้องติดตามข่าวสารของมันอย่างใกล้ชิด เพื่อวิเคราะห์ และวางแผนในการลงทุน ซึ่งคุณสามารถติดตามข่าวสาร เกี่ยวกับราคาในตลาด และสาระความรู้ต่างๆ ในวงการคริปโตได้ที่แอป ‘Wikibit’ แถมตัวแอปยังสามารถใช้ตรวจสอบข้อมูลของ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในการลงทุนได้อีก ดีเยี่ยมขนาดนี้ใครไม่โหลด ถือว่าพลาด!!  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-08-18การวิเคราะห์เชิงลึก

3 ปัจจัยที่สภาพตลาด Bitcoin ช่วงปลายปี 2021 แตกต่างจากของปลายปี 2020

Bitcoin ในปัจจุบันกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างเป็นได้ชัดเชน แม้ว่าจะถูกย้ำเตือนโดยนักวิเคราะห์ที่นำไปเปรียบเทียบกับช่วงปลายปี 2020 แต่ในสถานการณ์นี้ทำให้ Pete Humiston ผู้จัดการของ Kraken Intelligence Research ออกมาสรุปว่า BTC ในไตรมาสที่ 3 ของปี 2021 นั้นจะแตกต่างจากไตรมาสที่ 4 ปี 2020 อย่างสิ้นเชิง  GBTC premium ยังคงติดลบอยู่แม้ว่าราคา BTC จะพุ่งขึ้นก็ตาม ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา BTC ปรับฐานราคาเพิ่มขึ้นจาก 29,000 ดอลลาร์ไปอยู่ที่ราคา 48,000 ดอลลาร์แม้ว่าราคานั้นจะพุ่งสูงขึ้นก็ตาม แต่ก็ยังไม่ได้รับความสนใจจากสถาบันการลงทุนขนาดใหญ่เท่าที่ควรหากเทียบกับช่วงปลายปี 2020 โดยของในตอนนี้ราคาหุ้น Grayscale Bitcoin Trust (GBTC) มีการซื้อขายโดยมีอัตราพรีเมียมที่ -13% นั่นแสดงให้เห็นว่าแม้ว่าราคา Bitcoin จะเพิ่มขึ้นอย่างมาก   แต่ความต้องการของ GBTC ไม่ได้เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่เท่ากัน โดยปกติแล้วหากอัตราพรีเมียมลดลงถึงขั้นติดลบแล้วนั้น นักลงทุนมักจะมองหาโอกาสในการลงทุนอื่นเพิ่มเติม แต่ไม่ใช่สำหรับนักลงทุนสถาบันที่มองว่านี่เป็นโอกาสที่ดี นาย Humiston กล่าวอธิบายว่า แม้ว่า GBTC premium จะเพิ่มขึ้นจากระดับ – 20% ในเดือนพฤษภาคม แต่ตัวเลขดังกล่าวก็ยังอยู่ที่ระดับต่ำกว่า -10% ในตอนนี้ อย่างไรก็ตามในขณะนี้ความต้องการเริ่มกลับมาเพิ่มขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากช่วงที่ผ่านมานั้นนักลงทุนต่างรีบคว้าโอกาสในการเป็นเจ้าของ BTC ที่ราคาต่ำ ๆ Funding rates เริ่มกลับมามีค่าเป็นบวก อีก 2 ปัจจัยที่ทำให้ Bitcoin ช่วงปลายปี 2021 นั้นแตกต่างจากช่วงปลายปี 2020 คืออัตราการเปิด open interest ของ Bitcoin futures และ Funding rates ที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ หากเทียบกับช่วงตลาดกระทิงในปลายปี 2020 นั้นจะเห็นว่าอัตราการเปิด open interest ของ Bitcoin  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-08-18การวิเคราะห์เชิงลึก

'บิตคอยน์'ร่วงกว่า2% เคลื่อนไหวที่ 44,000 ดอลล์

บิตคอยน์ร่วงกว่า2% เคลื่อนไหวที่ 44,000 ดอลล์  ราคาบิตคอยน์ เทรดที่เว็บไซต์คอยน์เดสก์ เมื่อเวลา 06.20 น.ของวันนี้ (18ส.ค.)ปรับตัวร่วงลง 2.60 % เคลื่อนไหวที่ 44,764.14 ดอลลาร์

2021-08-18การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
113115
...
142