คาดราคา Ethereum อาจทำจุดสูงสุดใหม่ก่อน Bitcoin

Ki Young Ju ซีอีโอของบริษัทวิเคราะห์ออนไลน์ CryptoQuant เชื่อว่า Ethereum (ETH) จะมี performance ที่ดีกว่า Bitcoin (BTC) ในระยะยาว Ki Young Ju บอกผู้ติดตาม 239,700 คนของเขาว่า Ethereum จะสามารถทำราคาสูงสุดใหม่ได้ก่อนที่ Bitcoin จะทำ โดยสาเหตุหลัก ๆ เป็นเพราะว่าจุดราคา Ethereum ในตอนนี้นั้นเข้าใกล้ระดับสูงสุดตลอดกาล (ATH)  เมื่อเทียบกับ Bitcoin “ETH อาจแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เร็วกว่า BTC ในระยะยาว ราคา ETH ปัจจุบันใกล้เคียงกับ ATH กว่าเมื่อเทียบกับ BTC” Ki Young Ju ยังกล่าวอีกว่า Ethereum กำลังประสบกับภาวะอุปทานตกต่ำ และการแลกเปลี่ยนของ Bitcoin ไหลออกช้าลง อาจเป็นสัญญาณว่าอารมณ์ตลาดกระทิงเย็นลงแล้ว “อุปสงค์สูงขึ้น อุปทานลดลง วิกฤตสภาพคล่องด้านการขาย ETH ยังคงทวีความรุนแรงขึ้น ในขณะที่ทุนสำรองแลกเปลี่ยน BTC หยุดแนวโน้มขาลงในเดือนพฤษภาคม”   CEO ของ CryptoQuant ยังกล่าวอีกว่า วาฬกำลังปักหลักไล่ซื้อเก็บ Ethereum เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่ดี “หลักฐานอีกประการหนึ่งที่แสดงว่า ETH นั้นแข็งแกร่งในระยะยาวก็คือมีนักลงทุนจำนวนมากที่เคยแห่ stake เหรียญไว้ใน ETH 2.0 ก่อนที่ราคาจะพุ่งสูงขึ้น และตอนนี้พวกเขากลับมาอีกครั้งอีกครั้ง ดูเหมือนว่าวาฬเหล่านี้คิดว่าราคายุติธรรมสำหรับ ETH นั้นสูงกว่า ในระยะยาว” จากข้อมูลของ CryptoQuant เผยว่ามากกว่า 5% ของอุปทานทั้งหมดของ ETH ถูก stake ไว้ใน Ethereum 2.0 5.84% จากอุปทาน ETH ทั้งหมดถูก stake ไว้ในสัญญา  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-08-22การวิเคราะห์เชิงลึก

พาตะลุย!! สำนักงาน ‘Bitstamp’ มาดูกันสิว่าเจ้านี้จะโป๊ะ หรือปัง!

กลับมาอีกแล้วในช่วงพาสำรวจ พาทัวร์สำนักงานของเว็บเทรดคริปโตต่างๆ กับทาง ‘Wikibit’ บอกได้เลยว่าบทความนี้เราจะพาทุกท่านไปตะลุยบ้านของเว็บเทรดคริปโตที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอย่าง ‘BitStamp’ ในสาขาที่ประเทศอังกฤษกันเลยทีเดียว หากพร้อมแล้วอย่ารอช้าไปกันเลย   จุดเป้าหมายของการสำรวจในครั้งนี้ตั้งอยู่ที่ New Street Square เมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ ตรงตามที่ทาง ‘BitStamp’ ได้ระบุไว้โดยตัวอาคารตั้งอยู่บริเวณสวนสาธารณะที่เปิดโล่งขนาดใหญ่ ซึ่งภาพของสภาพแวดล้อม ณ ที่ตั้งนี้ถือว่าเลยทีเดียว   แต่เมื่อเข้าไปในบริเวณอาคารกลับไม่พบป้ายชื่อ หรือโลโก้ของเว็บเทรดดังกล่าว ติดอยู่บนไดเรกทอรีของล็อบบี้ และยิ่งไปกว่านั้นระบบรักษาความปลอดภัยของที่นี่ยังไม่อนุญาตให้บันทึกภาพ และเดินสำรวจภายในอาคารอีกด้วย  ข้อสรุปจากการสำรวจในครั้งนี้ คือ ทางทีมสำรวจไม่พบหลักฐานทางธุรกิจของ ‘BitStamp’ ในประเทศอังกฤษ จึงไม่สามารถยืนยันตัวตนได้อย่าง 100% ว่า ข้อมูลที่ทางเว็บเทรดระบุไว้ข้างต้นนั้นเป็นของจริงหรือปลอม อย่างไรก็ตามสำนักงานในประเทศอังกฤษนี้ มันไม่ใช่สำนักงานหลักของ ‘BitStamp’ เพียงแต่เป็นสาขาที่เปิดขึ้น เพื่อดำเนินธุรกิจภายในประเทศได้อย่างถูกกฎหมายเท่านั้น ดังนั้นหากคุณสนใจที่จะลงทุนในเว็บเทรดเจ้านี้ คุณควรดูปัจจัยอื่นๆ ประกอบก่อนการตัดสินใจ และใช้ความระมัดระวังในการลงทุนให้ดี   ต่อมาเรามาดูรีวิวของเว็บเทรดเจ้านี้จากทางแอป ‘Wikibit’ กันดีกว่า โดย ‘Bitstamp’ นั้นเป็นเว็บเทรดเกรด AA ที่ติด ‘Wikibit Rankings’ อยู่ในอันดับที่ 4 มีคะแนนสะสมจากแอปสูงถึง 9.16/10 คะแนน โดยมันมีปริมาณการซื้อขายในตลาดอยู่ที่ 19.47 พันล้านบาท ได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานต่างๆ ทั้งหมด 4 เจ้า ได้แก่ NMLS, CSSF. DFI, NYSDFS ถึงแม้ว่ามันจะยังไม่ได้รับการอนุญาตจาก ก.ล.ต. ไทย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันเป็นเว็บเทรดที่โปรไฟล์ดีไม่เบาเลยทีเดียว  อย่างไรก็ตามเป็นที่รู้กันดีว่าเป้าหมายของการสำรวจในแต่ละครั้งนั้น ‘Wikibit’ ทำเพื่อเป็นการยืนยันการมีตัวตนของบริษัทนั้น และเยี่ยมชมว่ามีความถูกต้องตามข้อมูลที่ให้มาหรือไม่ ซึ่งมันมีผลต่อความน่าเชื่อถือในการตัดสินใจเลือกลงทุน ดังนั้นก่อนตัดสินใจลงทุนในเว็บเทรดคริปโตต่างๆ อย่าลืมตรวจสอบข้อมูล และอ่านการสำรวจเยี่ยมชมบริษัท กับทาง ‘Wikibit’ ให้ดี จะได้ไม่เสียท่า ถูกโกงในอนาคต!!  คุณเองก็สามารถติดตามข่าวสารดีๆ ในวงการคริปโตได้ เพียงแค่กดติดตามเพจ ‘Wikibit.TH’ แล้วโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ไว้ให้อีกด้วย เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-08-22การวิเคราะห์เชิงลึก

แชร์ลูกโซ่ Bitconnect ถูกสั่งปรับเป็นเงินกว่า 400 ล้านบาท

Bitconnect ซึ่งเป็นโครงการแชร์ลูกโซ่ที่มีชื่อเสียงที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการ crypto เลยก็ว่าได้  ตามประกาศอย่างเป็นทางการของสำนักงาน ก.ล.ต. Jeppesen และ Noble ถูกดำเนินคดีในฐานะจำเลย Laura Mascola หุ้นส่วนของ Jeppesen กำลังถูกดำเนินคดีในฐานะจำเลยบรรเทาทุกข์ ค่าปรับมูลค่า 12 ล้านดอลลาร์สำหรับการหลอกลวงมูลค่า 2.5 พันล้านดอลลาร์ ก่อนหน้านี้ทางสำนักงาน ก.ล.ต. สหรัฐฯ ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อศาลเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2564 กับเจปเปเซน, โนเบิล, และมาสโคลา ในเอกสารฉบับเดียวกัน หน่วยงานได้รวมชื่ออื่นๆ เช่น Ryan Maasen, Graig Grant และ Trevon Jones   ข้อตกลงนี้ไม่รวมสามชื่อล่าสุด ซึ่งหมายความว่ายังมีไฟล์บางไฟล์ที่เปิดอยู่และการสอบสวนยังไม่ยุติ ในความเป็นจริง FBI ยังคงรวบรวมข้อมูลให้ได้มากที่สุดจนถึงทุกวันนี้ ก.ล.ต. ได้เรียกร้องให้จำเลยนำเอา Bitcoin และดอลลาร์อเมริกันเป็นวิธีการชำระเงินสองวิธีแยกกัน: เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2564 ศาลแขวงสหรัฐในเขตทางใต้ของนิวยอร์กได้ตัดสินลงโทษ Michael Noble (หรือที่รู้จักในชื่อ Michael Crypto) และคำตัดสินขั้นสุดท้ายต่อ Joshua Jeppesen  สำหรับการมีส่วนร่วมกับ BitConnect และการส่งเสริม “โครงการให้กู้ยืมเงิน” “ศาลยังได้พิพากษาลอลอร่า มาสโคลาในฐานะจำเลยบรรเทาทุกข์ ตามคำพิพากษา จำเลยและจำเลยบรรเทาทุกข์ได้รับคำสั่งให้จ่ายเงินรวมกันมากกว่า 3.5 ล้านดอลลาร์และ 190 Bitcoin ในการแยกส่วนจากดอกเบี้ย” ข้อตกลงทางการเงินได้รับการตกลงดังนี้: Jeppesen จะต้องจ่ายเงิน $3,039,485 สำหรับการถอนเงินและดอกเบี้ย, 190 Bitcoin แยกกัน และค่าปรับจำนวน $150,000  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-08-22การวิเคราะห์เชิงลึก

3 มุมมองเกี่ยวกับ ‘Blockchain’ จาก 3 นักการเมืองไทย

" />   สวัสดี ‘คริปโตเคอเรนซี’ ไทยแลนด์!! วันนี้ทาง ‘Wikibit’ ได้นำมุมมองทางความคิดเกี่ยวกับ ‘Bitcoin’ และระบบ ‘Blockchain’ จาก 3 นักการเมืองชื่อดังของไทย(ถึงแม้บางคนจะเป็นอดีตไปแล้วก็ตาม) มาเทียบกันชัดๆ ว่าใครมีความเห็นอย่างไร? กับโลกแห่งสกุลเงินดิจิทัลของพวกเรากันบ้าง ไปดูกันเลย   ‘พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา’ นายกัฐมนตรี หรือผู้นำประเทศไทยคนปัจจุบันของเรา ได้แสดงมุมมองความคิดเกี่ยวกับ ‘Bitcoin’ สั้นๆ แต่ได้ใจความว่า “ตอนนี้ก็ได้มี ‘Bitcoin’ มาอีกละ แต่ยังดูแล้วประเทศไทยมันยังไม่ได้” ซึ่งฟังๆ ดูแล้ว เหมือนท่านจะยังไม่ค่อยเห็นด้วย หรือมีความรู้เห็นกับมันสักเท่าไหร่ แต่ไม่เป็นไร นักลงทุนนั้นมักอยู่ได้ด้วยความหวังอยู่แล้ว!!  คุณสามารถติดตาชมคลิปได้ที่ : https://www.youtube.com/watch?v=-gyFQDBLM7g   ‘ทักษิณ ชินวัตร’ หรือ ‘Tony Woodsome’ อดีตนายกรัฐมนตรี ยังเคยได้พูดมุมมองเกี่ยวกับ ‘Bitcoin’ หรือ ระบบ ‘Blockchain’ ในการร่วมเสวนากับ CARE Clubhouse x CARE Talk #เป็นไงวัยรุ่น : ปลดล็อกยูนีคสกิลสู่ยุคใหม่ของวัยเยาวรุ่น กับ Tony Woodsome โดยท่านผู้นี้มองว่า “เยาวชนรุ่นใหม่ควรให้ความสนใจเกี่ยวกับระบบ ‘Blockchain’ ไว้ให้มากๆ เพราะในอนาคตจะเป็นอีกหนึ่งทักษะความจำเป็นทุกคนต้องมี” อีกทั้งยังแย้มบอกนักลงทุนในตลาดคริปโตอีกว่า “BTC กับ ETH หากใครถือมันอยู่ก็กอดมันไว้ให้แน่นๆ เพราะในอนาคตยังไงมันก็รอด” พร้อมเสนอทริคเล็กน้อยในการลงทุนในกับผู้ที่สนใจได้นำไปใช้อีกด้วย จากมุมมองข้างต้นนี้จะสังเกตได้ว่า ‘ทักษิณ ชินวัตร’ รู้สึกสนับสนุนให้คนไทยหันมาศึกษากับเรื่องของ ‘Blockchain’ เป็นอย่างมาก  คุณสามารถติดตาชมคลิปได้ที่ : https://www.youtube.com/watch?v=ab8EOnYo_wU&t=2295s   ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตนักการเมือง และผู้สมัครลงเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี ก็ไม่น้อยหน้าได้ออกมาเผยมุมมองแนวคิดเกี่ยวกับ ‘Bitcoin’ หรือ ระบบ ‘Blockchain’ เช่นกันว่า “ระบบ ‘Blockchain’ มันเป็นอะไรที่มีศักยภาพมหาศาลมากที่เราจะนำไปใช้ หากเรานำมันไปติดกับหลักทรัพย์ หรือสินทรัพย์ต่างๆ เหมือนกับกับ ‘คริปโต’ มันจะทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น เพราะมันเป็นสิ่งที่จัดเก็บบันทึกข้อมูลไว้ มีความรวดเร็วไม่ต้องนั่งรอ ไม่สามารถแก้ไขได้ แต่ทุกคนสามารถตรวจสอบได้ ถ้าหากเรานำมาใช้งาน ทำให้มันอยู่บนออนไลน์ และโปร่งใสได้ คุณรู้หรือไม่ว่าปัญหาคอรัปชัน ติดสินบน ในประเทศ ณ ตอนนี้จะหายไปก็ได้” นอกจากนี้คุณ ‘ธนาธร’ ยังได้ยกตัวอย่างเคสศึกษาอีกมากมาย ซึ่งมันบ่งบอกเขานั้นได้ศึกษา ค้นคว้า ใส่ใจ สนใจ และสนับสนุนในเรื่องนี้มากแค่ไหนนั่นเอง  คุณสามารถติดตาชมคลิปได้ที่ : https://www.youtube.com/watch?v=-gyFQDBLM7g (นาทีที่ 0.30 เป็นต้นไป)  นี่เป็นเพียงมุมมองส่วนหนึ่งที่ทาง ‘Wikibit’ ได้สรุปแล้วหยิบยกมานำเสนอเพียงเท่านั้น ซึ่งทุกคนคงจะสังเกตได้ว่า นักการเมืองทั้ง 3 ได้มีมุมที่แตกต่าง และคล้ายคลึงกันเป็นอย่างมาก ทั้งนี้หนทางความก้าวหน้าอันหอมหวานของโลกแห่ง ‘คริปโตเคอเรนซี’ ในประเทศไทยจะเป็นอย่างไรนั้น เราเหล่านักลงทุนก็คงทำได้เพียงแต่หวัง และเฝ้ารอการเปลี่ยนแปลงต่อไป อย่างไรก็ตามคุณสามารถติดตามข่าวสารความคืบหน้า สาระความรู้ และรูปแบบกลโกงของวงการคริปโตได้ที่แอป ‘Wikibit’ โหลดมันติดมือถือไว้ อัปเดตปุ๊ป แจ้งเตือนปั๊ป จะได้ไม่พลาดข่าวสารดีๆ โหลดเลยฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย!!    แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  

2021-08-20การวิเคราะห์เชิงลึก

เปรียบเทียบการวิเคราะห์ราคา ‘Bitcoin’ ในปี 2021

ใกล้จะสิ้นปี 2021 แล้ว แต่ดูเหมือนว่าราคาของ ‘Bitcoin’ นั้น ยังคงขึ้นลงแบบสุดเหวี่ยง ส่งผลให้นักลงทุนต่างพากันหวั่นใจว่า แท้จริงแล้วราคาของมันจะพุ่งขึ้นภายในสิ้นปีนี้ตามที่ผู้เชี่ยวชาญหลายๆ ท่านได้วิเคราะห์ไว้หรือเปล่า ว่าแต่มีผู้เชี่ยวชาญท่านไหนวิเคราะห์ราคาไว้อย่างไรบ้าง? ไปดูพร้อมๆ กันเลย   เมื่อไม่นานนี้ ได้เปิดเผยข้อมูลวิเคราะห์การคาดการณ์ราคาของ ‘Bitcoin’ จาก Bollinger Band ไว้ โดยผลปรากฏว่าภายในเดือนธันวาคม หรือภายในสิ้นปี 2021 นี้ ราคาของมันอาจพุ่งขึ้นไปแตะจุดสูงสุดอยู่ที่ 78,200 ดอลลาร์ก็เป็นได้ พร้อมแนบตารางราคาจากการคาดการณ์เฉลี่ยในเดือนไว้อีกด้วย   Anthon Pompliano ผู้ร่วมก่อตั้ง ‘Morgan Creek Digital’ ก็ได้ออกมาวิเคราะห์ราคาของ ‘Bitcoin’ ภายในปี 2021 ในแบบฉบับของเขาเช่นกัน โดยระบุไว้ว่าราคาของมันสามารถพุ่งไปแตะที่ 100,000 ดอลลาร์ ภายในสิ้นปี 2021 ได้ พร้อมกล่าวว่า อุปทานของเหรียญจะลดลงเรื่อยๆ ในทางกลับกันผู้คนต่างให้ความสนใจกับมันเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นเราจะมูลค่าของ ‘Bitcoin’ เพิ่มขึ้นถึงระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน   Willy Woo นักวิเคราะห์การลงทุนคริปโตยอดนิยม ได้มีการทำนายราคาของ ‘Bitcoin’ ในปี 2021 บททวิตเตอร์ส่วนตัวไว้ว่า “จากการวิเคราะห์โมเดลของฉันบอกว่าราคาของ ‘Bitcoin’ สามารถไปถึง 200,000 ดอลลาร์ ภายในสิ้นปี 2021 ได้”" />   Thomas Fitzpatrick นักวิเคราะห์ราคาจากธนาคารยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง ‘Citibank’ ก็ไม่พลาดที่จะออกมากล่าวถึงการวิเคราะห์ราคา ‘Bitcoin’ ของตัวเองในปี 2021 ว่าราคาของมันจะสูงถึง 318,000 ดอลลาร์ในปีหน้า โดยอ้างอิงจากเส้นทางประวัติศาสตร์ของ ‘Bitcoin’ เป็นตัวบ่งชี้หลักอีกด้วย  นี่เป็นเพียงข้อมูลคร่าวๆที่ทาง ‘Wikibit’ ได้รวบรวมแล้วสรุปมานำเสนอเพื่อเปรียบเทียบ ซึ่งทุกคนจะสังเกตได้ว่า ผู้เชี่ยวชาญแต่ละท่านนั้นได้วิเคราะห์ราคาของ ‘Bitcoin’ ออกมาได้แตกต่าง และไม่ใกล้เคียงกันเลย ทั้งนี้คุณควรนำผลวิเคราะห์มาเป็นแรงผลักดันในการลงทุนเท่านั้น ไม่ใช่ปักใจเชื่อตามคำพูดของผู้เชี่ยวชาญแบบ 100% เพราะในโลกของคริปโตนั้นอะไรก็เกิดขึ้นได้ ดังนั้นโปรดใช้ความระมัดระวังในการลงทุน อย่างไรก็ตามคุณสามารถติดตามข่าวสารของราคา สาระความรู้ และกลโกงต่างๆ ในโลกของคริปโตได้ผ่านทางแอป ‘Wikibit’ แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์เด็ดๆ ที่สามารถใช้ตรวจสอบข้อมูลของ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ไว้ให้คุณอีกด้วย อย่าช้าโหลดเลย    แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Lite Forex, trading-education

2021-08-20การวิเคราะห์เชิงลึก

เทรดเดอร์หนุ่มปั้นพอร์ตจาก 5 หมื่นเป็น 30 ล้านใน 3 ปี ได้ดีเพราะมีครู!

‘Tim Grittani’ เริ่มซื้อขายหุ้นเพนนีด้วยเงิน 1,500 ดอลลาร์ (ราว ๆ 5 หมื่นบาท) ตามบทเรียนของกูรูหุ้นเพนนี ‘Tim Sykes’ โดย Grittani ทำกำไรได้มากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ (ราว ๆ 33 ล้านบาท) ใน 3 ปี! ตอนนั้นเขาอายุ 24 ปีเท่านั้น!  ประมาณสามปีก่อนหน้า Tim Grittani ตัดสินใจเริ่มซื้อขายหุ้นด้วยเงินออมที่มีอยู่ 1,500 ดอลลาร์ โดยไม่ได้ซื้อขายหุ้นของบริษัทขนาดใหญ่และมีชื่อเสียงอย่าง Apple (AAPL) หรือ Ford (F) แต่กลับซื้อขายหุ้นเพนนี ซึ่งเป็นบริษัทขนาดเล็กมากที่ปกติแล้วจะมีราคาต่ำกว่า 1 ดอลลาร์ โดยเขาเป็นคนแรกที่ยอมรับกลยุทธ์ที่เสี่ยงแบบนี้ และย้ำว่าใช้ไม่ได้กับทุกคนนะ!  “ฉันซื้อขายทุกวันมาเกือบสามปีแล้ว และมันก็เป็นกระบวนการที่ช้ามากในแต่ละวัน” Grittani เล่าว่าเขาใช้เวลาทั้งวันอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อซื้อขายหุ้นในเวลาที่เหมาะสม บางครั้งเขาก็เข้าและออกจากหุ้นภายในไม่กี่นาที และระยะเวลาที่นานที่สุดที่เขาเคยถือหุ้นคือสองสามวัน  ทำไมต้องเทรดหุ้นเพนนี? บริษัทเหล่านี้มีการซื้อขายกันแบบเบาบาง มักจะซื้อขายแบบ Over The Counter (OTC) หรือซื้อขายกันเองโดยตรงนอกตลาดหลักทรัพย์ แทนที่จะซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์รายใหญ่อย่างตลาดหุ้นนิวยอร์ก ทั้งนี้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์เตือนว่า “นักลงทุนในหุ้นเพนนี ควรเตรียมใจว่าพวกเขาอาจสูญเสียเงินลงทุนทั้งหมด”  นอกจากนี้ หุ้นเพนนียังขึ้นชื่อเรื่อง pump-and-dump คือการที่นักต้มตุ๋นซื้อหุ้นแล้วโปรโมตให้คนอยากซื้อเยอะ ๆ เมื่อราคาหุ้นพุ่งสูงขึ้นเกินจริง นักต้มตุ๋นจะขายหุ้นของตน ปล่อยให้นักลงทุนสูญเสียกันไป  แต่ Grittani สามารถทำกำไรได้เพราะ เขารู้ว่าต้องมองหาอะไร และรู้วิธีสร้างรายได้จากการหลอกลวงสุดปั่นนี้ โดยอันที่จริง การเทรดที่ผลักดันมูลค่าพอร์ตโฟลิโอของเขาให้มากกว่า 1 ล้านดอลลาร์เป็นการเดิมพันสั้น ๆ กับบริษัทที่ตกเป็นเป้าหมาย pump-and-dump เมื่อนักลงทุนชอร์ตหุ้น พวกเขายืมหุ้นและขายโดยหวังว่าจะซื้อคืนในภายหลังในราคาที่ต่ำกว่าและเก็บส่วนต่างไว้  Grittani เรียนรู้เกี่ยวกับหุ้นเพนนีจาก Tim Sykes ที่เปลี่ยนเงิน 12,000 ดอลลาร์เป็นล้านดอลลาร์ ด้วยการซื้อขายหุ้นเงินระหว่างเรียนในวิทยาลัย โดย Sykes ได้สอนกลยุทธ์ของเขาผ่านการขายจดหมายข่าวการสอนและบทเรียนวิดีโอ โดยGrittani ได้รู้จัก Sykes เป็นครั้งแรกในต้นปี 2011 เมื่อตอนที่เขาเรียนวิชาเอกการเงิน ที่ Marquette University ใน Milwaukee  ก่อนหน้านี้ในวิทยาลัย Grittani เล่นโป๊กเกอร์และเดิมพันเกมกีฬาเพื่อสร้างรายได้ เขามีโชคอยู่บ้าง รวมถึงการชนะ 9,000 ดอลลาร์ จากการเดิมพันกีฬา แต่เขาสูญเสียสิ่งนั้นไปตลอดหนึ่งปีและตัดสินใจว่าเขาต้องเลิกเล่นการพนัน ดังนั้นเขาจึงลองลงทุน “ฉันเริ่มต้นด้วยการเปิดบัญชีด้วยเงิน $500 เพื่อดูว่าฉันจะทำยังไงได้บ้าง” Grittani กล่าว “แต่ภายในไม่กี่สัปดาห์ ฉันสูญเสียเงินในบัญชีไปครึ่งหนึ่งและตัดสินใจว่าฉันต้องการความช่วยเหลือจากใครซักคน”  Grittani หาบทเรียนในอินเทอร์เน็ตและในที่สุดก็เจอ Sykes เขาใช้เวลาสองสามเดือนเรียนรู้เกี่ยวกับทฤษฎีของ Sykes และเริ่มซื้อขายในที่สุด สองสามเดือนแรกนั้นยากมาก มีอยู่ช่วงหนึ่งที่เขาอยู่ในหลุม 1,300 ดอลลาร์ แต่ภายในหกเดือน Grittani ทำการเทรดที่ชนะอย่างครั้งใหญ่ครั้งแรก  หลังจากได้รับอีเมลเกี่ยวกับสิ่งที่เขารู้สึกว่า เป็นแผนการ pump-and-dump ที่กำหนดเป้าหมายไปที่ Amwest Imaging แล้ว Grittani ก็ทุ่มเงิน 3,000 ดอลลาร์ให้กับบริษัทนี้ เมื่อคิดว่ามันจะพังในที่สุด เขาจึงขายเงินเดิมพันของเขาภายใน 10 นาที แต่นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะได้กำไร 70% หรือ 2,000 ดอลลาร์  “นั่นคือหุ้นเพนนีที่มีความผันผวน เมื่อมีการโปรโมท กุญแจสำคัญคือการซื้อพวกเขาก่อนฝูงชน” Grittani กล่าว แต่ทาง Grittani และ Sykes ต่างก็พยายามอย่างเต็มที่เพื่อชี้ให้เห็นว่าการซื้อขายหุ้นเพนนีไม่เหมือนกับการลงทุนระยะยาว นี่ไม่ใช่กลยุทธ์สำหรับบัญชีเกษียณอายุของคุณ Sykes บอกว่า “ฉันคิดว่ามันเป็นส่วนใหญ่สำหรับคนที่เป็นนักพนัน แต่ที่คาสิโน คุณเล่นด้วยอัตราต่อรองต่ำ สำหรับหุ้นเพนนี มีรูปแบบที่คาดเดาได้มาก”  เมื่ออายุ 24 Grittani ได้รับผลกำไรจากการซื้อขายนับล้าน แต่เขากล่าวว่า เขาต้องการไปถึงจุดที่มูลค่าสุทธิส่วนตัวของเขาเกิน 1 ล้านเหรียญ (ตอนนั้นเขาประเมินว่าตัวเองมีมูลค่า 650,000 ดอลลาร์) จนตอนนี้ Grittani น่าจะมีอายุได้ 30 กว่า ๆ แล้ว น่าจะทำเป้าหมายนี้สำเร็จไปได้หลายปีแล้ว!  ในตลาด Forex ก็มีความเสี่ยงไม่ต่างจากสิ่งที่ Grittani เจอ การที่คุณจะเอาชนะมันได้ คือคุณต้องรู้ให้เหนือตลาด และวิธีเดียวที่จะทำได้ คือศึกษาให้มากพอ ใครอยากเทรด Forex แล้วยังไม่เจออาจารย์เจ๋ง ๆ เราขอแนะนำนี่เลย อาจารย์ WikiFX ซึ่งเป็นแอปที่รวบรวมเทคนิค ความรู้และบทวิเคราะห์

2021-08-20การวิเคราะห์เชิงลึก

พีระมิดความเสี่ยงตลาดลงทุน! ตลาดไหนน่ากลัวกว่ากัน!

FOREX  - เป็นตลาดที่มีความเสี่ยงสูงสุด อัตราแลกเปลี่ยนมีความอ่อนไหวมากต่อปัจจัยรอบตัว ทำให้ราคามีความผันผวนสูง หากคาดการณ์ผิดก็ทำให้ขาดทุนมหาศาลได้อย่างรวดเร็ว  - ยังไม่มีโบรกเกอร์ FOREX ในไทย ต้องเทรดผ่านโบรกเกอร์ต่างประเทศ ยังไม่มีการรองรับอย่างถูกกฎหมายในไทย ทำให้มีโอกาสถูกหลอกได้หากเลือกโบรกเกอร์ที่ไม่มีมาตรฐาน  - มิจฉาชีพมักนำ Forex มาบังหน้าหลอกให้คนลงทุน ทั้ง ๆ ที่แท้จริงคือแชร์ลูกโซ่  2. CRYPTOCURRENCY  - ราคามีความผันผวนสูงมาก ค่าเงินของคริปโตแปรผันจากความต้องการ หากตลาดสามารถสร้างความต้องการทำให้สกุลเงินนั้นได้รับความนิยม มูลค่าของสกุลเงิน นั้น ๆ ก็จะพุ่งสูงขึ้น  - เป็นตลาดที่ค่อนข้างใหม่ ยังถูกถกเถียงเรื่องความเชื่อมั่น และยังไม่เป็นที่ยอมรับในบางประเทศ  3. หุ้น  - ผลตอบแทนสูง แต่มีความเสี่ยงสูงเช่นกัน ผลตอบแทนขึ้นอยู่กับผลประกอบการบริษัท หากบริษัทเกิดการขาดทุนจนล้มละลาย อาจจะไม่ได้เงินคืนและสูญเสียเงินที่ลงทุนไป  - มีเรื่องของสภาวะตลาดมากมาย ที่ส่งผลต่อบริษัท และไม่อาจควบคุมได้  4. กองทุนรวม  ความเสี่ยงมีหลายระดับ ขึ้นอยู่ว่าไปลงทุนในสินทรัพย์อะไร เช่น ถ้ากองทุนรวมตลาดเงิน ซึ่งลงทุนเฉพาะพันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงินคลัง ก็มีความเสี่ยงต่ำสุด แต่ถ้าไปลงทุนในหุ้นกู้ ความเสี่ยงก็ขยับขึ้นมาเล็กน้อย ส่วนกองทุนผสมที่มีนโยบายลงทุนทั้งหุ้นและตราสารหนี้ ความเสี่ยงอยู่ระดับปานกลาง ถ้ากองทุนหุ้น ความเสี่ยงจะอยู่ขั้นสูง แต่ถ้ากองทุนที่ไปลงทุนในสินทรัพย์ทางเลือก เช่น ทองคำ น้ำมัน จะมีความเสี่ยงสูงมาก  5. สลากออมทรัพย์  ออกมาโดยธนาคารรัฐต่างๆ เช่น สลากออมสิน สลาก ธอส. ทำให้มีความเสี่ยงต่ำ มั่นใจได้ว่าเงินต้นจะไม่หาย ได้ผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยเมื่อครบกำหนด และยังได้ลุ้นรางวัลที่ออกทุกเดือนโดยมีรางวัลใหญ่เป็นเงินหลักล้านบาทอีกด้วย

2021-08-20การวิเคราะห์เชิงลึก

มารู้จัก!! ‘เหรียญ Shiba (SHIB)’ กับฉายา ‘Doge Killer’ แห่งวงการคริปโต

ใครที่เป็นสาวกเหรียญมีมสุดน่ารักห้ามพลาดเด็ดขาด! เพราะบทความนี้ทาง ‘Wikibit’ จะมาแนะนำอีกหนึ่งเหรียญมีมที่หลายๆ คนต่างพูดถึงอย่าง เหรียญ ‘Shiba Inu’ เหรียญที่เปรียบเสมือนญาติห่างๆ กับ ‘Dogecoin’ พร้อมรีวิวดีๆ จากทางแอป ‘Wikibit’ หากพร้อมแล้วไปดูกันเลย  ‘Shiba Inu’ หรือ ‘SHIB’ เป็นเหรียญสกุลเงินดิจิทัลแบบกระจายอำนาจที่ถูกสร้างขึ้นมาบทแพลตฟอร์มของ ‘Ethereum’ ในเดือนสิงหาคมปี 2020 โดยบุคคลปริศนาที่ใช้นามแฝงว่า ‘Ryoshi’ ซึ่งมีจุดประสงค์ในการสร้าง คือ เพื่อทดลองการสร้างชุมชนที่เกิดขึ้นเองในรูปแบบกระจายอำนาจ โดยเลียนแบบมาจาก ‘Dogecoin’   เนื่องจากมันมีต้นแบบการสร้างมาจาก ‘Dogecoin’ ทำให้รูปลักษณ์ และระบบการทำงานของเหรียญนั้นมีลักษณะคล้ายคลึงกัน โดยนำเสนอมาในรูปแบบของสุนัขสายพันธุ์ ‘ชิบะ อินุ’ แต่ทางด้านของ ‘Shiba Inu’ กลับถูกสร้างขึ้นมาอย่างจริงจังมากกว่า‘Dogecoin’ ดังนั้นตัวผู้สร้างเองจึงให้ฉายากับเหรียญ ‘Shiba Inu’ ว่าเป็น ‘Doge Killer’ แห่งวงการคริปโตนั่นเอง   ต่อมา ‘Shiba Inu’ เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นหลังจาก วิตาลิก บูเทอร์ริน หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง ‘Ethereum’ และมหาเศรษฐีคริปโตได้นำมันไปบริจาคให้กับประเทศอินเดีย เพื่อช่วยเหลือภัยจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส ‘Covid19’ รวมมูลค่ากว่า 1 พันล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ราคาเหรียญดังกล่าวเริ่มพุ่งขึ้นสูงเรื่อยๆ โดยครั้งหนึ่งราคาของมันเคยสูงถึง 1,500% จนนักลงทุนต่างพากันจับตามองในเวลาต่อมา   ทั้งนี้เรามาดูรีวิวดีๆ จากแอป ‘Wikibit’ กันหน่อยดีกว่าว่าโปรไฟล์ของเจ้าเหรียญมีมนี้จะเป็นอย่างไร? โดยเหรียญ ‘Shiba Inu’ หรือ ‘SHIB’ นั้นติดอยู่อันดับที่ 44 ของ ‘Wikibit Rankings’ มีคะแนนสะสมอยู่ที่ 8.13/10 คะแนน และมีมูลค่าตลาดสูงกว่า 106.652 พันล้านบาท จึงถือว่าเป็นเหรียญที่ดีอยู่ในระดับหนึ่งเลยทีเดียว ดังนั้นหากใครที่กำลังสนใจที่จะลงทุนกับเจ้าเหรียญมีมตัวนี้ หรือเหรียญอื่นๆ คุณสามารถเข้าตรวจสอบข้อมูลของ ‘เว็บเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ด้วยตัวเองแบบนี้ได้ที่ ‘Wikibit’ โหลดเลยฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย!!    คุณเองก็สามารถติดตามข่าวสารดีๆ ในวงการคริปโตได้ เพียงแค่กดติดตามเพจ ‘Wikibit.TH’ แล้วโหลดแอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มาไว้ในมือถือ แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ไว้ให้อีกด้วย เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-08-20การวิเคราะห์เชิงลึก

แบงก์ชาติเตรียมทดสอบ ‘เหรียญดิจิทัลไทย’

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) วางแผนที่จะทดสอบสกุลเงินดิจิทัลกับประชาชนทั่วไปในไตรมาสที่สองของปี 2565 เพื่อเป็นทางเลือกในการชำระเงิน โดยประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดย นางสาววชิรา อารมย์ดี ผู้ทรงคุณวุฒิ (ผู้ช่วยผู้ว่าการ) ธนาคารแห่งประเทศไทยเปิดเผยการศึกษาถึงผลกระทบ Retail CBDC ต่อภาคการเงินไทย  และผลสำรวจความเห็นจากสาธารณชน ต่อแนวทางการพัฒนา Retail CBDC ผ่านรายงาน “The Way Forward for Retail Central Bank Digital Currency in Thailand” ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2564 เพื่อนำมาพิจารณากำหนดแนวทางการพัฒนา Retail CBDC และทดสอบใช้งานจริง (Pilot Test) โดยสรุปสาระสำคัญ ดังนี้ การศึกษาผลกระทบของ Retail CBDC ต่อภาคการเงินไทย ผลการศึกษาชี้ว่า การออกแบบและการพัฒนา Retail CBDC ให้เกิดประโยชน์สูงสุด   ต้องไม่สร้างผลกระทบรุนแรงต่อการส่งผ่านนโยบายการเงิน การทำงานของระบบสถาบันการเงิน และเสถียรภาพโดยรวมของภาคการเงินไทย โดยจะมีลักษณะสำคัญ คือ รูปแบบคล้ายเงินสด และไม่จ่ายดอกเบี้ย อาศัยตัวกลาง เช่น สถาบันการเงิน ในการแลกเปลี่ยน Retail CBDC กับประชาชน และ มีเงื่อนไขหรือระยะเวลาสำหรับการแลกเปลี่ยน Retail CBDC จำนวนมาก ๆ ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้เกิดการแข่งขันกับเงินฝากหรือเกิดการโยกย้ายเงินฝากปริมาณมากอย่างรวดเร็วจากสถาบันการเงิน   ซึ่งจะกระทบต่อการทำหน้าที่ตัวกลางในการรับเงินฝากและให้กู้ยืม รวมถึงการบริหารสภาพคล่องของระบบสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทยประเมินว่าความต้องการใช้ Retail CBDC ของประชาชนจะเพิ่มขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป และ Retail CBDC จะเข้ามาเป็นอีกทางเลือกในการชำระเงินให้กับประชาชน โดยอาจถูกใช้ทดแทนเงินสดและ e-money ได้บางส่วนในระยะต่อไป ผลสำรวจความเห็นจากสาธารณชน จากผลสำรวจ ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับแนวทางการพัฒนา Retail CBDC ของ ธปท. และมองว่าจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญที่เอื้อต่อการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินที่ปลอดภัย เปิดกว้างต่อการเข้าถึงและการแข่งขันในอนาคต นอกจากนี้ ยังเห็นด้วยกับแนวทางการออกแบบ Retail CBDC  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-08-20การวิเคราะห์เชิงลึก

'บิตคอยน์'เพิ่ม3.67%เคลื่อนไหวที่ 46,000 ดอลล์

บิตคอยน์เพิ่ม3.67%เคลื่อนไหวที่ 46,000 ดอลล์  ราคาบิตคอยน์ เทรดที่เว็บไซต์คอยน์เดสก์ เมื่อเวลา 06.00 น.ของวันนี้ (20 ส.ค.)ปรับตัวขึ้น 3.67% เคลื่อนไหวที่ 46,373.61 ดอลลาร์

2021-08-20การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
112114
...
142