เตือนภัยกลโกงในระบบ ‘P2P’ บน ‘Binance’

ใครที่เทรดคริปโตและทำการซื้อขายเหรียญในระบบ ‘P2P’ บน ‘Binance’ เว็บเทรดคริปโตอันดับหนึ่งของโลกมารวมตัวกันทางนี้!! เพราะ ‘Wikibit’ มีบทเรียนราคาแพง ‘ถูกโกง’ ในระบบ ‘P2P’ จากช่อง ‘Youtube’ หรือ เพจ ‘ลองลงทุน’ มาฝาก หากคุณอยากรู้ว่าเขาโกงกันอย่างไรไปดูกันเลย  ทั้งนี้ต้องบอกก่อนว่าการซื้อขายในระบบ ‘P2P’ นั้น จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ฝ่าย คือ ผู้ซื้อ และผู้ขาย โดยกรณีจากช่อง ‘ลองลงทุน’ นั้น ‘Scams’ จะอยู่ในฝั่งของผู้ซื้อที่เข้ามาเปิดร้าน โปรโมทรับซื้อเหรียญด้วยเรทราคาที่สูงกว่าปกติ ซึ่งในขณะนั้นราคาเหรียญจะเฉลี่ยอยู่ที่ 32 บาท ต่อ 1 USDT แต่ 2 ร้าน นี้ ให้เรทราคาอยู่ที่ 39.55 บาท ต่อ 1 USDT ซึ่งหมายความว่าหากเรานำเหรียญไปขายแล้ว จะได้เงินเยอะกว่าไปขานให้กับร้านอื่นๆ นั่นเอง   ซึ่งช่อง ‘ลองลงทุน’ เล่าว่า เพื่อนของเขาพอเห็น 2 ร้านนี้ให้เรทราคาดีจึงตัดสินใจเข้าไปทำการขายเหรียญให้กับร้านดังกล่าว โดยทางร้านระบุไว้ว่า เขาเป็นผู้รับซื้อเหรียญจากต่างประเทศ ดังนั้นจึงมีในเรื่องของระยะเวลาในการโอนเงินเข้าบัญชีของผู้ซื้ออยู่ประมาณ 1 – 3 ชั่วโมง หรือ 1 วัน เงินถึงจะเข้าบัญชีของผู้ขาย ซึ่งเพื่อนของเจ้าของช่องก็ไม่ได้คิดอะไร จึงได้ทำตามข้อตกลงของทางร้าน   หลังจากตลกลงซื้อขายเสร็จสิ้นทางร้านได้ส่งหลักฐานการโอนเงิน หรือสลิปมาให้เพื่อนของเขา ซึ่งมีชื่อธนาคาร ยอดการโอนเงินต่างๆ ที่เหมือนจริงมากๆ เมื่อได้สลิปแล้ว เพื่อนของเขาจึงกดปล่อยเหรียญให้กับร้านตามจำนวนที่ตกลงซื้อขายกันไว้ ทั้งๆ ที่ยอดเงินจากการโอนยังไม่เข้าบัญชีของตนเลยด้วยซ้ำ ผลสุดท้ายก็ถูกโกง เงินไม่เข้า สูญเงินกว่า 1 แสนบาท  ต่อมาเมื่อเพื่อนรู้ว่าตัวเองกำลังถูกโกงนั้น จึงได้ติดต่อไปยังฝ่ายบริการลูกค้าของ ‘Binance’ พร้อมส่งหลักฐานการซื้อขายทั้งหมดไปให้ ซึ่งทางฝ่ายบริการลูกค้าตอบกลับมาว่า ในส่วนของการปล่อยเหรียญนั้นมันเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของเราทั้งหมด ดังนั้นเจ้าของช่องจึงเอ่ยปากเตือนทุกคนว่า   เพื่อนๆ ต้องตรวจสอบยอดเงินให้ดีก่อนเสมอว่าเงินที่โอนมานั้นเข้าบัญชีของเราแล้วหรือยัง หากเข้าแล้วจึงสามารถปล่อยเหรียญได้ ถ้าหากยังก็ไม่ควรที่จะกดปล่อยเหรียญให้กับเขาโ  ดยเด็ดขาด เพราะพวก ‘Scams’ มักจะใช้ระยะเวลาโอนเงินที่มาจากประเทศในการหลอกลวงเรานั่นเอง  ทั้งนี้เจ้าของช่องยังกล่าวทิ้งท้ายไว้อีกว่า “ทางเว็บเทรดอย่าง ‘Binance’ ไม่ได้มีความผิดอะไรเลย แต่ความผิดนั้นมันอยู่ที่ตัว ‘Scams’ ที่เข้ามาโกง และตัวเราเองที่ปล่อยเหรียญให้เขาไป แบบไม่ตรวจสอบดูให้ดีก่อน จึงอยากให้เพื่อนๆ ระวัง และตรวจสอบตัวเลขยอดเงินต่างๆ ไว้ให้ดี”   นี่เป็นบทเรียนจากการซื้อขายเหรียญบนระบบ ‘P2P’ และไม่ตรวจสอบให้ดี สุดท้ายเมื่อเสียเงินไปแล้วก็ยากที่จะตาม จะถามหาคนผิดก็คงจะโทษใครไม่ได้นอกจากตัวเราที่ไม่รอบคอบ ดังนั้นทาง ‘Wikibit’ จึงอยากให้นักลงทุนเก็บเรื่องราวกลโกงดังกล่าวไว้ เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจว่าควรมีสติ และตรวจสอบให้ดีก่อนทุกครั้ง จะไม่พลาดท่าถูกโกง อย่างไรก็ตามบทความข่าวสาร สาระความรู้ และรูปแบบกลโกงต่างๆ ในวงการคริปโตนั้นยังมีอีกมากมาย หลายรูปแบบ ให้คุณได้ติดตาม และศึกษาเพื่อเสริมความรู้เท่าทัน ในแอป ‘Wikibit’ โหลดมันติดมือถือไว้ ลงทุนอย่างสบายใจ ไม่ถูกโกงแน่นอน!!  ดูคลิปฉบับเต็มได้ที่ : https://www.youtube.com/watch?v=LGueVfsD-7k  คุณสามารถอ่านบทความเกี่ยวกับระบบซื้อขายแบบ ‘P2P’ ได้ที่ : https://www.wikibit.com/th_th/202108064284894710.html  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  ขอขอบคุณข้อมูลจาก : ลองลงทุน  

2021-08-24การวิเคราะห์เชิงลึก

แฮกเกอร์จ้างคนในองค์กรด้วย ‘Bitcoin’ ปล่อยไวรัสคุกคามบริษัท

อะไรกันครับเนี่ย!! นี่มันคือมิติใหม่แห่งวงการอาชญากรโลกหรือเปล่า? เพราะเมื่อไม่นานมานี้ ได้มีการตรวจพบแฮกเกอร์ชาวไนจีเรีย มีพฤติกรรมที่พยายามจะจ้างพนักงานในบริษัทแห่งหนึ่ง ด้วยเงินกว่า 1 ล้านดอลลาร์ ในรูปแบบของ ‘Bitcoin’ เพื่อให้ปล่อยไวรัส ‘แรนซัมแวร์’ ที่ชื่อว่า ‘Black Kingdom’ ป่วนองค์กร หวังเรียกค่าไถ่!!  “ผู้ร้ายส่งข้อความบอกกับพนักงานว่า หากพวกเขาสามารถปรับใช้ ‘แรนซัมแวร์’ บนคอมพิวเตอร์ของบริษัทหรือเซิร์ฟเวอร์ Windows ได้สำเร็จ พวกเขาจะได้รับเงิน 1 ล้านดอลลาร์เป็น ‘Bitcoin’ หรือ 40% ของค่าไถ่ ประมาณ 2.5 ล้านดอลลาร์ที่สันนิษฐานไว้” ‘Abnormal Security’ กล่าวในรายงาน  โดยจากข้อมูลของผู้ร้ายยังระบุไว้อีกว่า พนักงานจะใช้วิธีในการติดตั้งไวรัส‘แรนซัมแวร์’ ทั้งแบบกายภาพ หรือระยะไกลก็ได้ ซึ่งผู้ร้ายจะมีวิธีการติดต่อสองวิธีหากพนักงานสนใจ นั่นคือบัญชีอีเมล Outlook และชื่อผู้ใช้โทรเลขนั่นเอง   ต่อมา ‘Black Kingdom’ หรือที่รู้จักในชื่อ ‘DemonWare’ และ ‘DEMON’ คือ ‘แรนซัมแวร์’ ที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เมื่อพบว่าเคยมีผู้ร้ายใช้มันจากข้อบกพร่องของ ‘ProxyLogon’ ที่ส่งผลกระทบต่อ Microsoft Exchange Servers เพื่อทำให้ระบบติดไวรัสแรนซัมแวร์   อ่านมาถึงจุดนี้หลายๆ คนคงสงสัยว่าเจ้า ‘แรนซัมแวร์’ มันคืออะไรกันแน่? แล้วมันสร้างความปั่นป่วนให้กับองค์ได้ย่างไร? ทาง ‘Wikibit’ จะอธิบายให้ฟัง โดย ‘แรนซัมแวร์’ นั้นเป็น ‘มัลแวร์’ ประเภทหนึ่งที่ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อขโมยข้อมูลเหมือนกับมัลแวร์ทั่วไป แต่ ‘แรนซัมแวร์’ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในการเข้ารหัส และล็อกไฟล์ ไม่ว่าจะเป็นไฟล์ภาพ เสียง ข้อความ เอกสารต่างๆ หากถูกล็อกแล้วจำเป็นต้องใช้รหัสเพื่อขอการเข้าถึงข้อมูล ซึ่งสาเหตุที่ผู้ร้ายใช้ ‘แรนซัมแวร์’ ป่วนองค์กรในครั้งนี้ก็เพื่อที่จะ ‘เรียกค่าไถ่’ เป็นเงินจำนวนมหาศาล สำหรับการขอรหัสเข้าถึงไฟล์ ที่บริษัทผู้โชคร้ายจำเป็นต้องจ่ายเพื่อให้ได้มันมานั่นเอง   แต่จุดที่น่าตกใจก็คือผู้ร้ายกลับใช้ ‘Bitcoin’ ในการพยายามต่อรองกับทางพนักงาน เพื่อให้ปล่อยไวรัส ‘แรนซัมแวร์’ เข้าสู่ระบบขององค์กรดังกล่าว ซึ่งการกระทำในลักษณะนี้อาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ที่ดีของ ‘Bitcoin’ ว่ามันสามารถใช้เป็นเครื่องในการก่ออาชญากรรมได้ อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงความคิดที่จะนำมันมาใช้ให้เกิดประโยชน์ของผู้ร้ายเท่านั้น ในด้านที่ดีของ ‘Bitcoin’ ยังมีให้เห็นอีกเยอะแยะมากมาย ซึ่งคุณสามารถติดตามข่าวสารดีๆ สาระความรู้ และรูปแบบกลโกงต่างๆ ได้ที่แอป ‘Wikibit’ แถมแอปนี้ยังสามารถใช้ตรวจสอบข้อมูลต่างๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจในการลงทุนได้อีกด้วย หากรู้ว่าดีขนาดนี้แล้วอย่ารอช้าโหลดเลย!!    แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  ขอขอบคุณข้อมูลจาก : enterpriseitpro.net

2021-08-24การวิเคราะห์เชิงลึก

เปิดเรื่องราว ‘Charles Hoskinson’ สู่การเป็นบิดาแห่ง Cardano(ADA)

" />    ช่วงนี้เหรียญ ‘ADA’ กำลังมาแรงแซงทางโค้ง เนื่องจากราคาของมันที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรงจาก 44.58 บาทต่อ 1 ADA ในช่วงต้นเดือนสิงหาคม เป็น 95 บาทต่อ 1 ADA ในตอนนี้ (24 สิงหาคม 2564) ซึ่งบทความก่อนหน้านี้ ‘Wikibit’ ได้นำเสนอเรื่องราวของ ‘ADA’ ไปแล้ว ดังนั้นครั้งนี้หากจะไม่พูดถึงเรื่องราวชอง ‘Charles Hoskinson’ บิดาผู้สร้าง ‘ADA’ ก็คงจะไม่ได้ ว่าแต่จุดเริ่มต้นของชานคนนี้เป็นอย่างไร? ไปดูพร้อมๆกันเลย!!  จุดเริ่มต้นของ ‘Charles Hoskinson’ เกิดขึ้นในเดือนเมษายน ปี 2013 เขาตัดสินลาออกจากอาชีพพนักงานที่ปรึกษา เพื่อเดินทางเขาสู่วงการ ‘Blockchain’ ตามความสนใจของเขา โดนได้เริ่มต้นก่อตั้งโรงเรียนออนไลน์ที่มีชื่อ ‘Bitcoin Education Project’ ตอนนั้นเขาบอกว่า “พ่อของฉันคิดว่าฉันบ้าไปแล้ว แต่ฉันตอบไปว่าไม่ ฉันเข้าใจทุกอย่างแล้ว”   ด้วยเหตุนี้ ‘Hoskinson’ จึงได้พบกับ ‘Vitalik Buterin’ หลังจากนั้นไม่นาเขาก็ได้กลายเป็น 1 ใน 8 ผู้ร่วมก่อตั้ง ‘Ethereum’ แต่เมื่อเวลาผ่านไปความขัดแย้งก็เกิดขึ้นในที่ประชุม เพราะ ‘Hoskinson’ ต้องการยอมรับการร่วมทุนและสร้างนิติบุคคลที่แสวงหาผลกำไรด้วยโครงสร้างการปกครองที่เป็นทางการมากขึ้น แต่ทางด้านของ ‘Buterin’ กลับต้องการให้ ‘Ethereum’ เป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรด้วย Open source การกำกับดูแลแบบกระจายอำนาจ เมื่อความเห็นไม่ตรงกัน จึงส่งผลให้ ‘Hoskinson’ ตัดสินใจออกจาก ‘Ethereum’ ในปี 2014 “ตอนนั้นฉันค่อนข้างโมโหร้าย และ Ether ขึ้นไปมีมูลค่าตามตลาดถึง 120 พันล้านดอลลาร์ ฉันจะไปรู้อะไรละ?” ‘Hoskinson’ กล่าว  6 เดือนหลังจากนั้น ‘Hoskinson’ ได้รับการติดต่อจากอดีตเพื่อร่วมงานจาก ‘Ethereum’ อย่าง ‘Jeremy Wood’ ให้จัดตั้งโครงการใหม่ขึ้นมาที่ใช้ชื่อว่า ‘IOHK’ บริษัทวิศวกรรมที่สร้างคริปโตเคอเรนซี่และบล็อคเชนสำหรับองค์กร หน่วยงานของรัฐ และสถาบันการศึกษา ทั้งนี้ด้วยการลงทุนเริ่มต้นและการระเบิดของตลาดคริปโต ทำให้ ‘IOHK’ ได้รับทุนสนับสนุนมานานหลายทศวรรษ   ต่อมาพวกเขาได้ใช้พื้นฐานแนวทางหลักแรกที่ขับเคลื่อนโครงการ ด้วยการวิจัยทางวิชาการที่ผ่านการตรวจสอบสร้าง ‘Cardano’ ขึ้นมาเป็นโครงการหลัก และได้รับการสนับสนุนจากองค์กรต่างๆ อีกมากมาย เพื่อใช้มันแก้ปัญหาต่างๆ ในชีวิตจริงตามจุดประสงค์ในการสร้าง จนเป็นที่มาของ ‘Cardano(ADA)’ ซึ่งตัว ‘Hoskinson’ เองมักจะพูดโอ้อวดว่าเหรียญหรือโปรเจกต์ของตัวเองนั้นเจ๋งอย่างนั้นอย่างนี้ แถมได้ขนานนาม ‘Cardano(ADA)’ ว่าเป็น ‘Ethereum Killer’ จนเป็นที่จับตามองในกลุ่มนักลงทุนมาจนถึงทุกวันนี้   ไหนๆ ก็พูดถึงเจ้าของเหรียญแล้ว เรามาดูความปังปูริเย่ของเหรียญ ‘Cardano’ หรือ ‘ADA’ ในแอป ‘Wikibit’ กันดีกว่า ว่ามันจะเด็ดดวงคุ้มค่าต่อการจับตามองมาแค่ไหน? โดย ‘Cardano(ADA)’ นั้นเป็นเหรียญที่ติด ‘Wikibit Rankings’ ในลำดับที่ 18 มีคะแนนสะสมอยู่ที่ 8.54/10 คะแนน แถมมีมูลค่าตลาดสูงถึง 3.1473 ล้านล้านบาท ถือว่าเป็นเหรียญที่โปรไฟล์ดีอีกหนึ่งเหรียญเลยดีเดียว  อย่างไรก็ตามนี่เป็นเรื่องราวของบิดาผู้สร้างเหรียญ ‘ADA’ อย่าง ‘Charles Hoskinson’ ที่ทาง ‘Wikibit’ สรุปมานำเสนอ ซึ่งถ้าหากใครอ่านแล้วเริ่มมีความคิดที่อยากจะลงทุนในเหรียญ ‘ADA’ แล้วละก็ อย่าลืมเข้ามาศึกษา และตรวจสอบข้อมูลของมัน หรือเหรียญอื่นๆ เพิ่มเติมได้ที่แอป ‘Wikibit’ เพราะแอปนี้เขาสแตนบายข้อมูลดีๆ รอให้คุณมาศึกษาได้อย่างถึงเครื่องแล้ว แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข่าวสาร สาระความรู้ กลโกงต่างๆ ในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้เสพอีกด้วย คุณพระ!! โหลดแอปเดียวได้ครบขนาดนี้ รอช้าไม่ได้แล้วนะเพื่อนๆ  คุณสามารถตามอ่านบทความของเหรียญ ‘ADA’ ได้ที่ : https://www.wikibit.com/th_th/202108189134198341.html  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก

2021-08-24การวิเคราะห์เชิงลึก

เช็คด่วน! ดวงนักเทรด 12 ราศี ท้ายปี 64!

เอาล่ะ ผ่านมากว่าครึ่งปีแล้ว เทรดเดอร์ Forex เป็นยังไงกันบ้าง ที่ผ่านมาดวงเฮงหรือเจ๊งกันไปแล้ว ใครที่ยังคิดว่าโชคไม่เข้าข้างก็อย่าเพิ่งท้อกันนะ วันนี้เราจะมาอัพเดตดวงช่วงท้ายปี 64 กัน อาจจะพอมีหวังกันบ้าง ราศีไหนมาดี ราศีไหนเหนื่อยหน่อย ไปดูกัน!  ราศีมีน (15 มีนาคม-13 เมษายน)  เป็นราศีที่จะได้พบกับความท้าทาย ถือเป็นข่าวดีที่คุณจะมีพื้นที่ให้ได้แสดงฝีมือ การเทรด Forex ของคุณอาจไม่ได้ราบรื่นมาก อาจเจอวันที่ผันผวนจนต้องงัดทุกกลยุทธ์มาใช้ แต่สุดท้ายคุณอาจจะมีลุ้นกำไรครั้งใหญ่จากความท้าทายครั้งนั้น  ราศีกันย์ (17 กันยายน-17 ตุลาคม)  เป็นราศีที่พ้นเคราะห์ไปแล้ว ในช่วงกลางเดือนที่ผ่านมา ดวงดาวมีพลัง ความวุ่นวายหายไป การลงทุนของคุณที่เคยล้มลุกคลุกคลานอาจจะยืนได้มั่นคงขึ้น แต่ขอเตือนให้ค่อยเป็นค่อยไป อย่าเพิ่งลงทุนแบบเทเงินก้อนใหญ่ เพราะคุณยังมีรายจ่ายที่ต้องเคลียร์ให้เรียบร้อยก่อน  ราศีมังกร (15 มกราคม-12 กุมภาพันธ์)  เป็นราศีที่มีข่าวดีเรื่องการเงิน เทรด Forex ไปไม่เหนื่อย ความมั่นทางคงรายได้ และอาจจะมีโอกาสใหม่ ๆ เข้ามา คนที่อยากทดลองใช้กลยุทธ์ใหม่ ๆ เปลี่ยนสไตล์การเทรดบ้าง ช่วงนี้อาจจะเหมาะให้คุณทดลองทำ เพราะผลลัพธ์อาจเข้าข้างคุณ  ราศีพิจิก (17 พฤศจิกายน-15 ธันวาคม)  มีราหูเข้าอยู่ด้วยกันทั้งปี แต่มีผลดีในเรื่องการงาน การเงิน ครึ่งปีแรกสวนกระแส อาจไม่ดี 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ดีกว่าราศีอื่น และดีต่อเนื่องสู่ครึ่งปีหลัง ดวงเสริมให้ติดต่อกับต่างประเทศ การเทรด Forex นี่เหมือนจะเหมาะมากกับคนราศีนี้ แต่เตือนราหูเข้าทั้งปีให้ระวังเรื่องของคดีความ เรื่องการฟ้องร้อง ให้ตรวจสอบโบรกเกอร์ Forex ที่ใช้ให้ดี ว่าใบอนุญาตรึเปล่า เคยมีคดีหลอกลวงอะไรหรือไม่ ระวังตัวด้วย  ราศีเมถุน (15 มิถุนายน-16 กรกฎาคม)  เป็นราศีที่จะมีข่าวดีเข้ามาในเรื่องของการเงิน เป็นช่วงที่การเงินปังมาก หยิบจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทอง หากวางแผนระบบเทรดแบบใหม่ ๆ ขอให้สบายใจได้ ว่ามันน่าจะเป็นไปได้ด้วยดี จะทำให้ฐานะทางการเงินของคุณมีความมั่นคง แต่ไม่มีโชคลาภนะ ทุกอย่างจะขึ้นกับความรู้ และความสามารถของคุณ  ราศีตุลย์ (18 ตุลาคม-16 พฤศจิกายน)  ข่าวดีของราศีตุลย์เน้นเรื่องโชคลาภ จังหวะดวงมาก็อาจได้กำไรจากการเทรดแบบไม่คาดฝัน ใครที่รู้สึกว่าเงินที่รออยู่มันติดขัดช่วงปีหลังจังหวะดวงดาวเริ่มเป็นรูปเป็นร่างมากขึ้น เริ่มเห็นเงินแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้น อย่าเพิ่งท้อกันนะ เพราะมันใกล้ถึงเวลาของคุณแล้ว  ราศีธนู (16 ธันวาคม-14 มกราคม)  จังหวะดวงดาวเน้นเรื่องเงินก้อน อาจได้จากเทรดที่กล้าเรียก Leverage สูงขึ้น ออก Lot ใหญ่ขึ้น แต่ต้องย้ำว่าไม่ใช่โชคลาภ แต่ได้เงินจากความเก่ง และจังหวะมันใช่ สิ่งที่ต้องเตือนคืออาจจะมีความผิดพลาดในการเจรจา ความเข้าใจผิด ตอนเลือกโบรกเกอร์ก็ต้องดูเงื่อนไข ดูข้อบังคับต่าง ๆ ให้ดีละกัน ไม่งั้นเดี๋ยวตอนถอนจะยุ่งเอา  ราศีกรกฎ (17 กรกฎาคม-16 สิงหาคม)  ช่วงปลายปีการเงินมีพลังหยิบจับอะไรก็เป็นเงินเป็นทอง รายได้เป็นกอบเป็นกำ ที่เคยติดขัดเคยถูกโกงถูกเบี้ยวมาก็ลองไปทวง ๆ ดู ถ้าถอนเงินจากโบรกเกอร์ไม่ได้ซักทีลองไปทวงอีก ถ้าไม่ได้ก็รวมตัวเข้าแจ้งความเลย ราศีกรกฎ ดวงการเงินเริ่มเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดี ด้วยน้ำพักน้ำแรง แต่ไม่ใช่โชคลาภ ดังนั้นก็จัดเป็นอีกหนึ่งราศีที่จะรวยเพราะการฝึกฝน และความพยายาม  ราศีเมษ (14 เมษายน-14 พฤษภาคม)  ต้องเตือนเรื่องคนรอบตัวในการทำงาน IB โบรกเกอร์ หรือคนที่เกี่ยวข้องในการเทรดของคุณ อาจเป็นอุปสรรคในการทำเงิน ให้ระวังไว้หน่อย จะทำอะไรต้องปรึกษาคนเยอะ ๆ หาข้อมูลแน่น ๆ ก่อน แต่เค้าว่ากันว่าราศีนี้ดวงเรื่องรักกำลังมานะ คู่ครองของคุณอาจเป็นที่ปรึกษาที่ดี ช่วยให้ผ่านปัญหาไปได้  ราศีสิงห์ (17 สิงหาคม-16 กันยายน)  หาเงินได้เยอะขึ้น สวนกระแสคนอื่น มีข่าวดีเรื่องรายได้ มั่นคงทางการเงิน โดยมักจะดีไปอีกหากมีการลงทุนร่วมกับคนอื่น ใครที่กำลังตัดสินใจอยู่ว่าอยากลงทุนกองทุนต่าง ๆ อาจจะดี ใน Forex ก็มีกองทุน PAMM ซึ่งถ้าจะลองก็ต้องดูดี ๆ นะ ดูว่าโบรกเกอร์น่าเชื่อถือรึเปล่า ไม่งั้นจากดีจะเป็นซวยแทน  ราศีกุมภ์ (13 กุมภาพันธ์-14 มีนาคม)  มีความก้าวหน้าขึ้น แม่จะมีอุปสรรค มีปัญหาอยู่บ้าง แต่เหนื่อยตอนนี้อาจจะมีข่าวดีเข้ามาในอนาคต จะเริ่มหาเงินได้เยอะสวนกระแสคนอื่น โอกาสเฮง เทรดปัง ไม่ใช่โชคลาภ แต่เป็นมีรายได้จากผลตอบแทนที่ตั้งใจไว้ แต่เตือนหน่อยว่า ต.ค. จะเป็นเดือนแห่งการเสียเงิน เวลาลงทุนเทรด อันนี้ต้องรอบคอบให้มาก ๆ เพราะมันเป็นเงินก้อนใหญ่กว่าที่เคยลงทุนมา เซฟ ๆ หน่อย  ราศีพฤษภ (15 พฤษภาคม-14 มิถุนายน)  พ.ย. – ธ.ค. จะมีเรื่องความแรงของพระราหู ที่อยู่กับราศีพฤษภทั้งปี แต่จะแรงมาก ๆ ช่วง พ.ย.-ธ.ค. ทำให้การเงินแล้วแต่ดวงบางคนราหูเข้าก็รวยรับโชคจากออนไลน์ โชคจากต่างประเทศ ซึ่งเทรด Forex น่าจะส่งผลดี แต่ระวังเรื่องการถูกโกง คดีความฟ้องร้องเรื่องการเงิน

2021-08-24การวิเคราะห์เชิงลึก

‘บิตคอยน์’ปรับตัวขึ้นเคลื่อนไหวที่49,000 ดอลล์

การเคลื่อนไหวในแดนบวกช่วงเช้าวันนี้ของบิตคอยน์ มีขึ้นหลังจากเมื่อวานนี้ (23ส.ค.)เพย์พาล ผู้ให้บริการชำระเงินออนไลน์สัญชาติสหรัฐ ประกาศว่า เตรียมให้บริการซื้อขายและจัดเก็บสกุลเงินดิจิทัลสำหรับลูกค้าในประเทศอังกฤษ โดยจะเริ่มตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไป  ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เพย์พาลขยายการให้บริการด้านสกุลเงินดิจิทัลไปยังต่างประเทศ หลังจากเริ่มให้บริการดังกล่าวในสหรัฐเมื่อเดือนต.ค. 2563  บริการด้านสกุลเงินดิจิทัลของเพย์พาลจะทำให้ผู้ใช้สามารถซื้อขายบิตคอยน์, อีเธอเรียม หรือไลท์คอยน์ได้ด้วยเงินเริ่มต้นเพียง 1 ปอนด์ นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถติดตามราคาสกุลเงินดิจิทัลได้แบบเรียลไทม์ รวมถึงหาข้อมูลศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับตลาดนี้  การที่จะให้บริการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลเช่นเดียวกันกับในสหรัฐนั้น เพย์พาลต้องพึ่งพาบริษัท Paxos ซึ่งเป็นบริษัทด้านสกุลเงินดิจิทัลจากนิวยอร์ก โดยเพย์พาลระบุว่า บริษัทได้ติดต่อกับหน่วยงานกำกับดูแลของอังกฤษที่เกี่ยวข้องแล้วเพื่อขอเปิดตัวบริการนี้  เพย์พาลเผยว่า การเข้าสู่ตลาดสกุลเงินดิจิทัลของบริษัทนั้นมุ่งเน้นไปที่การเปิดทางให้คนทั่วไปสามารถมีส่วนร่วมในตลาดได้ง่ายขึ้น  นายโฮเซ เฟอร์นันเดซ ดา พอนเต ผู้บริหารระดับสูงของเพย์พาลกล่าวว่า “เหรียญและโทเคนเหล่านี้มีมาระยะหนึ่งแล้ว แต่มีเพียงผู้ใช้ที่ใช้งานระบบที่ซับซ้อนได้เท่านั้น ที่สามารถเข้าถึงเหรียญและโทเคนเหล่านี้ได้ การมีสกุลเงินดิจิทัลบนแพลตฟอร์มของเราจะช่วยให้ผู้ใช้มีจุดเริ่มต้นที่ใช้งานได้อย่างดี”

2021-08-24การวิเคราะห์เชิงลึก

เขย่าวงการศิลปะ!! NFT ‘รูปหิน’ ถูกขายกว่า 20 ล้านบาท!

ความคลั่งไคล้ รสนิยม ในของสะสม เป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจ ไม่เว้นแต่ในโลกของ ‘คริปโต’ เอง ที่มีแหล่งรวบรวมศิลปะดิจิทัลต่างๆ อย่าง ‘NFT’ อยู่ ซึ่งมันสามารถสร้างรายได้ให้กับผู้สร้างสรรค์ชิ้นงานได้อย่างมหาศาล แม้แต่ภาพ ‘หิน’ ที่สุดแสนจะธรรมดาก็ยังมีมูลค่ากว่า 20 ล้านบาทได้ จนเป็นที่ฮือฮาเขย่าวงการศิลปะไปทั่วโลก!!  เมื่อไม่นานมานี้ได้มีข่าวแว่วๆ ว่า ‘Justin Sun’ เจ้าพ่อคริปโตวัย 31 ปี ควบตำแหน่ง CEO ของ ‘Tron’ นั้นได้ควักเงินจำนวนกว่า 611,710 ดอลลาร์ หรือราวๆ 20 ล้านบาทไทย ซื้อ ‘NFT’ รูปหินสุดฮิต อย่าง ‘EtherRocks 87’ พร้อมประกาศโอ้อวดโพสต์รูปหินที่มีตาเลเซอร์ลงในทวิตเตอร์อย่างภาคภูมิใจประมาณว่า “เขาได้เป็นเจ้าของภาพหินภาพนี้แล้ว”   ‘EtherRocks’ เป็นหนึ่งในความนิยมของโครงการ ‘NFT’ ที่อยู่บนแพลตฟอร์มของ ‘Ethereum’ เปิดตัวในปี 2560 และมีจำนวนจำกัดเพียง 100 ก้อนในโลกเท่านั้น ซึ่งในแต่ละก้อนก็จะมีรูปลักษณ์ และราคาที่สูงแตกต่างกันไป   โดยภาพ ‘หิน’ เหล่านี้ถูกสร้างขึ้นมาแบบไม่มีจุดประสงค์ใดๆ เลย เพียงแต่การมีอยู่อย่างจำกัด หรือความแรร์ของมันนั้น สามารถสร้างความภาคภูมิใจให้กับผู้ที่ถือครอง ด้วยการเป็นเจ้าของหิน 1 ใน 100 ก้อน และ 100 คน บนโลกได้เท่านั้น  “หินเสมือนเหล่านี้ไม่มีจุดประสงค์ใด ๆ เกินกว่าที่จะถูกนำเข้ามาและขายได้ และทำให้คุณรู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งในการเป็นเจ้าของหิน 1 ใน 100 ก้อน” เว็บไซต์ ‘EtherRock’ กล่าว   อ่านๆ ดูแล้ว คุณอาจรู้สึกว่ามันไร้สาระ แต่สำหรับคนที่ชื่นชอบในงานศิลปะ และเป็นนักสะสมอย่าง ‘Justin Sun’ มันเป็นสิ่งที่เรียกได้ว่า “ของมันต้องมี” เลยทีเดียว ซึ่งตามรายงานระบุไว้ว่า นอกจากเจ้าภาพหินภาพนี้แล้ว ‘Justin’ ยังเคยเสียเงินไปกับการซื้อ ‘NFT’ อื่นๆ มากมายอีกด้วย  ในช่วง Covid19 แบบนี้ ใครที่มีทักษะทางด้านศิลปะอย่ามัวรอช้า ลุกขึ้นมาวาดภาพเก๋ๆ และเปลี่ยนมันให้เป็น ‘NFT’ บน ‘Chain’ ต่างๆ เพื่อขายมันสะ ไม่แน่คุณอาจเป็นผู้โชคดีที่สามารถขายภาพในราคาที่มหาศาลก็เป็นได้ ทั้งนี้คุณอย่าลืมโหลดแอป ‘Wikibit’ ติดมือถือไว้ เพื่อติดตามข่าวสาร สาระความรู้ดีๆ ในวงการคริปโต จะได้ไม่พลาดโอกาสในการทำกำไรอื่นๆ เพราะ อัปเดตปุ๊ป แอปก็แจ้งเตือนปั๊ป ตัวช่วยดีๆ แถมโหลดฟรีแบบนี้ ใครไม่มีถือว่าพลาดนะขอบอก!!  เหรียญ ‘NFT’ คืออะไรคุณสามารถเข้ามาอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.wikibit.com/th_th/202106174014799530.html  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)

2021-08-23การวิเคราะห์เชิงลึก

รวมข้อคิดเกี่ยวกับ ‘Bitcoin’ จากนักลงทุนชื่อดังระดับโลก!!

" />   มือใหม่ห้ามพลาดเด็ดขาด!! สำหรับบทความนี้ เพราะทาง ‘Wikibit’ ได้นำคำพูด มุมมอง หรือข้อคิดดีๆ จากนักธุรกิจ นักลงทุนชื่อดังระดับโลก ที่มีต่อ ‘Bitcoin’ หรือ ‘คริปโต’ มาฝาก บอกได้เลยว่าจัดแรงบันดาลใจ และพลังบวกมาให้แบบเต็มๆ ว่าแต่มีใครกันบ้างไปดูพร้อมๆ กันเลย!!   ‘Changpeng Zhao’ CEO ของ ‘Binance’ เว็บเทรดคริปโตอันดับหนึ่งของโลกกล่าวเตือนสติสำหรับนักลงทุนที่ติดดอยว่า “หากคุณต้องการบรรลุสิ่งที่ยิ่งใหญ่ให้มองไปที่ภาพรวม แต่ถ้าหากคุณต้องการทำเงินก้อนโต ให้มองไปที่ขอบฟ้าที่กว้างขึ้น”   ‘ท็อป จิรายุส ทรัพย์ศรีโสภา’ เจ้าของ ‘Bitkub’ เว็บเทรดคริปโตอันดับหนึ่งในประเทศไทย กล่าวว่า “ถ้า Social banking มา คำว่าการโอนเงินข้ามประเทศจะหายไป จะเหลือแค่การโอนเงินระหว่างกัน จะง่ายและเร็วเหมือนส่ง sticker ให้กัน ระยะทางจะไม่ใช่ปัจจัยอีกต่อไป”   ‘Mark Zuckerberg’ ผู้ก่อตั้ง ‘Facebook’ กล่าวว่า “เทคโนโลยี ‘คริปโตเคอเรนซี’ จะเป็นการทวงอำนาจทางการเงินจากธนาคารคืนให้กับประชาชน ผมจึงตั้งใจที่จะศึกษามันให้ลึกซึ้ง ทั้งด้านดีและด้านไม่ดีของเทคโนโลยีนี้ รวมถึงวิธีที่เราจะสามารถประยุกต์ใช้มันกับบริการของเราได้อย่างดีที่สุด”   ‘Eric Schmidt’ CEO ของ ‘Google’ กล่าวถึงมุมมองเกี่ยวกับ ‘Bitcoin’ ว่า “มันคือความสำเร็จของวิทยาการเข้ารหัส การสร้างสิ่งที่ไม่สามารถถูกทำสำเนาขึ้นมาบนโลกดิจิทัลได้ มันมีคุณค่าอย่างมหาศาล”   ‘Lloyd Blankfein’ อดีต CEO แห่ง ‘Goldman Sachs’ กล่าวคำพูดสุดคมถึงบุคคลที่รู้สึกหวั่นใจใน‘Bitcoin’ ว่า“ถ้าคุณยังไม่มั่นใจเกี่ยวกับ ‘Bitcoin’ ก็ขอให้ตระหนักไว้ว่าในอดีต ผู้คนก็พยายามปฏิเสธเงินที่จะเข้ามาแทนทองคำเช่นกัน”   “พูดตามตรง ผมไม่ค่อยชอบ ‘Bitcoin’ เท่าไหร่ แต่ผมมองว่าเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลังมันนั้นทรงพลังมากๆ มันอาจเป็นสิ่งที่ทำให้เราก้าวเข้าสู่สังคมไร้เงินสด และเป็นสังคมที่ทุกคนเท่าเทียมกัน” นี่คือความในใจจากหนึ่งในนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จคนหนึ่งในโลกอย่าง ‘Jack Ma’ ผู้ก่อตั้ง ‘Alibaba Group’   ‘Kim Dotcom’ CEO ของ ‘MegaUpload’ กล่าวว่า “‘Bitcoin’ ถือเป็นการพัฒนาที่น่าติดตามมาก มันอาจกลายเป็นสกุลเงินหลักของโลกได้ ผมคิดว่าอีกทศวรรษข้างหน้า มันจะกลายเป็นทางเลือกหลักในการจับจ่ายใช้สอยและการโอนทรัพย์สินให้กัน”   และข้อคิดสุดท้ายมาจาก ‘Bill Gates’ บิดาแห่ง ‘Microsoft’ โดยเขากล่าวว่า “‘Bitcoin’ เป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นมาก เพราะมันให้แสดงให้เห็นว่าการใช้จ่ายที่จริงแล้วมันถูกแค่ไหน ซึ่งผมว่า ‘Bitcoin’ มันดีกว่าเงินสดเสียด้วยซ้ำ เพราะคุณไม่ต้องเดินไปทำธุรกรรมด้วยตัวเอง และยิ่งเป็นธุรกรรมใหญ่ๆ การถือเงินสดก็คงไม่ค่อยสะดวกเท่าไหร่”  นี่เป็นเพียงตัวอย่างมุมมองความคิดดีๆ ที่มีต่อ ‘Bitcoin’ จากนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จ และมีชื่อเสียงระดับโลก โดยทาง ‘Wikibit’ หวังว่ามันจะเป็นแรงบันดาลใจ และสร้างความมั่นใจให้กับทุกคนได้ ซึ่งคุณสามารถติดตามข่าวสาร สาระความรู้ดีๆ แบบนี้ได้ทางแอป ‘Wikibit’ แถมตัวแอปยังมีฟีเจอร์เด็ดๆ เกี่ยวกับการตรวจสอบข้อมูลอย่าง ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจในการลงทุนของคุณได้อีกด้วย ตัวช่วยดีๆ แบบนี้ ไม่มีไม่ได้แล้วโหลดเลย!!  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  ขอขอบคุณข้อมูลจาก : Bitkub

2021-08-23การวิเคราะห์เชิงลึก

บิตคอยน์พุ่งแรงเช้านี้จ่อทะลุแนวต้าน 50,000 ดอลลาร์

ราคาบิตคอยพุ่งขึ้นใกล้แตะแนวต้านทางเทคนิคที่ระดับ 50,000 ดอลลาร์ในช่วงเช้านี้ แม้มีข่าวว่า สภาคองเกรสสหรัฐเตรียมออกกฎหมายควบคุมการซื้อขายบิตคอยน์  เมื่อเวลา 06.41 น.ตามเวลาไทย ราคาบิตคอยน์พุ่งขึ้น 1,006 ดอลลาร์ หรือ 2.08% แตะที่ระดับ 49,430 ดอลลาร์  ราคาบิตคอยน์ปรับตัวขึ้นตั้งแต่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา จนล่าสุดใกล้แตะระดับ 50,000 ดอลลาร์ในช่วงเช้านี้ เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้ออย่างต่อเนื่อง แม้มีรายงานว่า สภาคองเกรสสหรัฐเตรียมออกกฎหมายควบคุมการซื้อขายบิตคอยน์ โดยครอบคลุมถึงการตรวจสอบธุรกรรมในตลาดสกุลเงินคริปโต รวมทั้งผู้ที่เข้าข่ายต้องเปิดเผยข้อมูลการทำธุรกรรมต่อกรมสรรพากรสหรัฐ (ไออาร์เอส)  “คอนสแตนติน อานิสซิมอฟ” ผู้อำนวยการบริหารของบริษัท CEX.IO ซึ่งให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายสกุลเงินคริปโตกล่าวว่า ราคาบิตคอยน์มีแนวโน้มพุ่งทะลุแนวต้านที่ระดับ 50,000 ดอลลาร์ในไม่ช้านี้ หากนักลงทุนยังเข้าซื้ออย่างต่อเนื่อง  การพุ่งขึ้นของราคาบิตคอยน์สะท้อนให้เห็นว่า นักลงทุนยังคงให้ความสนใจในบิตคอยน์ แม้ว่านายเจค ไคลน์ ประธานบริหารของบริษัท Evolution Mining ซึ่งเป็นบริษัทเหมืองทองคำรายใหญ่ของออสเตรเลียกล่าวว่า ความผันผวนของสกุลเงินคริปโตอาจจะผลักดันให้นักลงทุนบิตคอยน์หันไปลงทุนในทองคำในท้ายที่สุด  นายไคลน์กล่าวให้สัมภาษณ์ในรายการ “Squawk Box Asia” ของสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นบีซีเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า บิตคอยน์ยังต้องใช้เวลาอีกยาวไกลก่อนที่จะแสดงให้เห็นว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีความยั่งยืนและปลอดภัย ตรงข้ามกับทองคำที่สามารถพิสูจน์ให้นักลงทุนได้เห็นแล้วในช่วง 70 ปีที่ผ่านมา  “สกุลเงินคริปโตเป็นการลงทุนที่ต้องใช้เงินจำนวนมากในการเก็งกำไร และผมคิดว่าในท้ายที่สุดแล้ว ความผันผวนของสกุลเงินคริปโตจะทำให้นักลงทุนหันกลับไปลงทุนในทองคำ” นายไคลน์ กล่าว

2021-08-23การวิเคราะห์เชิงลึก

นับถอยหลัง 21 วัน Smart Contract ทำ ADA พุ่ง 23% ในเจ็ดวัน

ราคาซื้อขายล่าสุดของ Cardano อยู่ที่ $2.686599 เมื่อเวลา 06:50 (23:50 GMT) ในวันอาทิตย์ ตามที่ปรากฏใน Investing.com Index เหรียญ ADA ขยับขึ้น 10.29% ในวันเดียวกัน และนับเป็นการปรับราคาขึ้นสูงสุดภายใน 1 วันนับตั้งแต่ 22 สิงหาคม หลังนับถอยหลัง 21 วันที่จะมีการเริ่มใช้ Smart Contract ความเคลื่อนไหวดังกล่าวจะทำให้ Cardano สามารถใช้งาน Smart Contract ได้เช่นเดียวกับ Ethereum ทำให้นักลงทุนให้ความสนใจเนื่องจากมูลค่าโดยรวมต่ำกว่าและยังมีศักยภาพในการเติบโตที่สูง  แรงซื้อที่ทำให้ราคาขยับขึ้นนี้ ทำให้ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา Cardano มีราคาซื้อขายอยู่ที่ระหว่าง $2.433672 ถึง $2.686656 โดยราคาสูงสุด $6.442773B คิดเป็นถึง 7.05% ของมูลค่าซื้อขายสกุลเงินคริปโตทั้งหมด ภาพรวมในช่วง 7 วันที่ผ่านมา มูลค่าของ Cardano ปรับตัวขึ้น 23.12% และมีช่วงราคาต่ำสุด-สูงสุดอยู่ที่ $1.8787 ถึง $2.6867

2021-08-23การวิเคราะห์เชิงลึก

สรุปการล่มสลาย Mt. Gox กระดานคริปโท ที่เคยใหญ่สุดในโลก /โดย ลงทุนแมน

รู้หรือไม่ว่า 650,000 บิตคอยน์ คิดเป็นมูลค่ากว่า 9 แสนล้านบาทในปัจจุบัน เคยโดนขโมยไปจากที่แห่งนี้ และเป็นสาเหตุทำให้กระดานคริปโทเคอร์เรนซีที่เคยใหญ่สุดในโลกต้องล่มสลาย ก่อนหน้าที่ Binance จะกลายเป็น Exchange ซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีที่ใหญ่สุดในโลกในปัจจุบัน ก่อนหน้านี้เคยมี Crypto Exchange รายหนึ่งเป็นเจ้าตลาดมาก่อน  โดยมีส่วนแบ่งปริมาณการซื้อขายสูงถึง 80% ของการซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีทั่วโลก Exchange นี้มีชื่อว่า “Mt. Gox” ที่ถูกก่อตั้งโดยผู้สร้างเหรียญ XRP  แต่สุดท้าย Exchange นี้ต้องปิดตัวเพราะถูกแฮกเกอร์ขโมยบิตคอยน์จากระบบไปจำนวน 650,000 เหรียญ หากคิดเป็นมูลค่าปัจจุบันจะสูงถึง 960,365 ล้านบาท  การแฮกเป็นเพียงแค่ปลายทาง ของสาเหตุการล่มสลายแต่ต้นเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาจริง ๆ คือ การบริหารจัดการที่ไม่ดีของผู้บริหาร Mt. Gox ถือเป็นตัวอย่างที่ดีว่า หากผู้บริหารไม่ดี ละเลย และขาดประสบการณ์ สามารถส่งผลที่ร้ายแรงต่อบริษัทขนาดไหน เรื่องราวของ Mt. Gox น่าสนใจอย่างไร ?  ปลายปี 2006 โปรแกรมเมอร์คนหนึ่งชื่อว่า Jed McCaleb คิดอยากสร้างเว็บไซต์สำหรับแลกเปลี่ยนการ์ดเกมออนไลน์ที่ชื่อว่า Magic: The Gathering Online ขึ้นมาหลายคนคงคุ้นชื่อของคนคนนี้ ก็ไม่ต้องแปลกใจ เพราะว่าเขาเป็นผู้ก่อตั้ง Ripple และเหรียญ XRP ที่เจ้าตัวชอบเทขายเป็นประจำ รวมไปถึง Stellar และเหรียญ XLM อีกด้วย  ต่อจากเหตุการณ์ข้างต้น เขาจึงไปจดโดเมนเว็บไซต์เป็นของตัวเองชื่อว่า Mt. Gox ซึ่งย่อมาจาก Magic: The Gathering Online eXchange แต่พอผ่านไปสักระยะหนึ่ง McCaleb คำนวณแล้วว่าไม่คุ้มกับเวลา จึงเปลี่ยนไปทำโปรเจกต์อื่นแทน จนกระทั่งปี 2010 เขาได้รู้จักกับชุมชนบิตคอยน์ผ่านบอร์ดออนไลน์แห่งหนึ่ง  ชุมชนออนไลน์นี้ทำให้ McCaleb รับรู้ว่าระบบการซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีในช่วงนั้นไม่ค่อยดีนัก  เขาจึงตัดสินใจลงไปลุยธุรกิจนี้ โดยการเปลี่ยน Mt. Gox ให้กลายเป็น Crypto Exchange แต่เวลาต่อมา McCaleb พบว่าการพัฒนาธุรกิจให้มีศักยภาพ ต้องใช้แรงกายและเวลาอย่างมาก ดังนั้นการส่งมอบธุรกิจให้กับคนอื่นที่พร้อม ก็อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เขาเลยขายธุรกิจให้แก่ Mark Karpeles โปรแกรมเมอร์ผู้คลั่งไคล้บิตคอยน์ที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่น โดยทั้งสองทำข้อตกลงเพิ่มด้วยว่า McCaleb จะยังคงได้รับส่วนแบ่ง 12% จากรายได้ตลอดไป  หลังจากตกลงกันเรียบร้อยแล้ว Karpeles ไม่รอช้าเริ่มเขียนซอฟต์แวร์เสริมให้กับเว็บไซต์ทันที และเปิดให้ใช้บริการ Crypto Exchange อย่างเป็นทางการ  อย่างที่รู้กัน เมื่อใดที่เกี่ยวกับเรื่องเงิน ก็เป็นปกติที่มักจะมีผู้ไม่หวังดีอยู่เสมอ  Mt. Gox โดนแฮกครั้งแรกเมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2011 ส่งผลให้เว็บไซต์ต้องออฟไลน์เป็นเวลาหลายวัน ในเรื่องโชคร้ายก็มีโชคดีอยู่บ้าง เมื่อ Jesse Powell และ Roger Ver สองโปรแกรมเมอร์ระดับมืออาชีพจากชุมชนบิตคอยน์อาสาเข้ามาช่วยเหลือได้ทันพอดี  จึงทำให้ Mt. Gox สามารถกลับมาเปิดให้บริการได้อีกครั้ง จากเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้บริษัทกลายเป็นที่ชื่นชอบของชุมชนบิตคอยน์ เพราะปกติแล้วบริษัท Crypto Exchange รายอื่น ๆ หลังจากโดนแฮกแล้ว มักจะปิดตัวลงโดยทันที แต่ Mt. Gox ที่บริหารโดย Karpeles กลับไม่ได้ทำเช่นนั้น อย่างไรก็ตาม 2 อาสาสมัครแปลกใจว่าทำไม Karpeles ถึงดูนิ่งเฉยกับเหตุการณ์ครั้งนี้อย่างมาก  ขนาดที่ว่าเขายังประกาศหยุดงาน ทั้ง ๆ ที่ปัญหายังแก้ไขไม่สำเร็จแต่สุดท้ายทั้งสองก็ไม่ได้คิดอะไรและแยกย้ายกลับไป หลังจากนั้นเป็นต้นมา Mt. Gox ยังคงให้บริการ Crypto Exchange เรื่อยมา จนกระทั่งปี 2013 บริษัทได้ขึ้นแท่นมาสู่อันดับ 1 ของ Crypto Exchange ทั้งด้านมูลค่าปริมาณการซื้อขายที่สูงที่สุดในโลก ด้วยปริมาณสูงถึง 80% ของโลก รวมถึงเป็น Crypto Exchange ที่ได้รับความเชื่อถือจากเหล่าบริษัทต่าง ๆ  ในตอนนั้นราคาบิตคอยน์ พุ่งทะยานแตะ 30,000 บาทจาก 300 บาท ภายในเวลาเพียง 1-2 ปีเท่านั้น ส่งผลให้ Karpeles กลายเป็นมหาเศรษฐีในชั่วพริบตา  จากการเป็นทั้งผู้ถือเหรียญบิตคอยน์ และเจ้าของบริษัท Mt. Gox แม้ว่าฐานะทางการเงินและผลประกอบการของบริษัทจะเติบโตไปในทิศทางที่ดี แต่ Karpeles ก็ยังดูไม่ให้ความสำคัญกับการบริหารบริษัทให้ดีนัก บางครั้งดูละเลยด้วยซ้ำ เช่น Karpeles ไม่ค่อยลงทุนในซอฟต์แวร์ที่ช่วยสนับสนุนการทำงานของนักพัฒนา  บ่อยครั้งพนักงานเหล่านี้ ต้องเสียเวลาในการเขียนโคดขึ้นมาเองใหม่หมด  อีกหนึ่งสิ่งที่เป็นปัญหาสำคัญสำหรับธุรกิจคือ

2021-08-22การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
111113
...
142