สแกนเพื่อดาวน์โหลด
แพลตฟอร์มตรวจสอบ # และยืนยันการกำกับดูแลของตลาดการเงินทั่วโลก

M2 Money Supply อาจกระตุ้นให้ราคา Bitcoin พุ่งขึ้นอย่างรุนแรง แต่นักวิเคราะห์เตือนอย่าเทหมดหน้าตัก- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่M2 Money Supply อาจกระตุ้นให้ราคา Bitcoin พุ่งขึ้นอย่างรุนแรง แต่นักวิเคราะห์เตือนอย่าเทหมดหน้าตักหัวหน้านักวิเคราะห์จาก Swyftx เตือนนักลงทุนว่าไม่ควรเดิมพันทั้งหมดในการปรับฐานระยะสั้น แม้จะมีสัญญาณเชิงบวกที่อาจผลักดันให้ Bitcoin พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงในเดือนมีนาคมและหลังจากนั้น  หัวหน้านักวิเคราะห์จาก Swyftx เตือนนักลงทุนว่าไม่ควรเดิมพันทั้งหมดในการปรับฐานระยะสั้น แม้จะมีสัญญาณเชิงบวกที่อาจผลักดันให้ Bitcoin พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงในเดือนมีนาคมและหลังจากนั้น  Pav Hundal หัวหน้านักวิเคราะห์จากแพลตฟอร์ม Swyftx กล่าวว่าการเติบโตของ M2 Money Supply ทั่วโลกอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ราคา Bitcoin พุ่งสูงขึ้น และปกติการผ่อนคลายนโยบายทางการเงินทั่วโลกมักเป็นตัวชี้วัดที่เชื่อถือได้สำหรับตลาดคริปโต  “ข้อมูลที่เรามีแสดงให้เห็นว่าผู้ซื้อในตลาดสปอตยังคงเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง ขณะที่สหรัฐฯ ได้เพิ่มเพดานหนี้ขึ้นอีก 4 ล้านล้านดอลลาร์” Hundal กล่าว พร้อมย้ำว่า “มันไม่ได้เลวร้ายไปทั้งหมด”  ข้อมูลจาก MacroMicro ระบุว่า อัตราการเติบโตแบบปีต่อปีของ M2 Money Supply ใน 4 ธนาคารกลางหลักของโลกแตะระดับ 3.65% ในเดือนมกราคม ซึ่งนักวิเคราะห์หลายคนมองว่าสัญญาณนี้มีแนวโน้มส่งผลบวกต่อ Bitcoin  M2 Money Supply ของธนาคารกลางทั้งสี่แห่งเพิ่มขึ้น 3.65% ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ( ที่มา: MacroMicro )  นอกจากนี้นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดัง Lyn Alden ยังเคยระบุไว้ในรายงานวิจัยเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมาว่า Bitcoin มีความสัมพันธ์กับแนวโน้มของ M2 Money Supply ทั่วโลกถึง 83% ซึ่งหมายความว่าหากปริมาณเงินเพิ่มขึ้น Bitcoin ก็มักจะปรับตัวขึ้นตามไปด้วย  นักวิเคราะห์มองว่าสหรัฐฯ อาจเป็นตัวเร่งให้ Bitcoin พุ่งขึ้นอย่างรุนแรง  นักวิเคราะห์คริปโต Bitcoindata21 โพสต์ข้อความบน X เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ว่า “เมื่อค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง ส่งผลให้ M2 Money Supply ทั่วโลกเป็นบวก ดังนั้นราคาของ Bitcoin อาจเคลื่อนไหวในเร็ว ๆ นี้”  ในทำนองเดียวกัน Colin Talks Crypto นักวิเคราะห์คริปโตอักรายหนึ่งกล่าวว่า “M2 Money Supply ทั่วโลกบ่งชี้ว่า Bitcoin กำลังจะมีการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่”  ขณะที่ Bravo Research ซึ่งเป็นบัญชีวิจัยด้านการลงทุนระบุว่า ปริมาณของเงินในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ซึ่ง “การเพิ่มขึ้นของสภาพคล่องนี้อาจเป็นตัวเร่งให้ Bitcoin พุ่งขึ้นแบบพาราโบลิก”  Bitcoin ยังเผชิญแรงกดดันจากปัจจัยภายนอก  แม้จะมีสัญญาณบวกจาก M2 Money Supply แต่ Bitcoin ยังคงเผชิญแรงกดดันจากหลายปัจจัย โดยเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ ราคา Bitcoin ร่วงลงต่ำกว่า 90,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน หลังจากที่ประธานาธิบดี Donald Trump ยืนยันว่าจะเดินหน้าบังคับใช้ภาษีนำเข้า 25% กับแคนาดาและเม็กซิโกตามกำหนดการ  โดยก่อนหน้านี้ Trump เคยประกาศเลื่อนการดำเนินมาตรการออกไป 30 วันเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ แต่การกลับมาผลักดันนโยบายนี้อาจส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินโดยรวม รวมถึงสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin  อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายคนยังคงเชื่อว่าหากแนวโน้มของ M2 Money Supply ยังคงเติบโตต่อเนื่อง Bitcoin ก็อาจได้รับแรงหนุนให้กลับมาแข็งแกร่งในระยะยาว

2025-02-26Bitcoin

มรสุมตลาดคริปโต! Bitcoin ร่วงต่ำกว่า $90,000 หลัง ETF เทขายอย่างหนักและมูลค่าการล้างพอร์ตพุ่งแตะ $1.3 พันล้าน- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่มรสุมตลาดคริปโต! Bitcoin ร่วงต่ำกว่า $90,000 หลัง ETF เทขายอย่างหนักและมูลค่าการล้างพอร์ตพุ่งแตะ $1.3 พันล้านBitcoin ทรุดตัวแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน ท่ามกลางกระแสเงินทุนที่ไหลออกจากกองทุน ETF อย่างต่อเนื่อง ปัจจัยกดดันจากแรงเทขายของนักลงทุนสถาบันและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกส่งผลให้ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเผชิญความผันผวนอย่างหนัก  Bitcoin ทรุดตัวแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือน ท่ามกลางกระแสเงินทุนที่ไหลออกจากกองทุน ETF อย่างต่อเนื่อง ปัจจัยกดดันจากแรงเทขายของนักลงทุนสถาบันและความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกส่งผลให้ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเผชิญความผันผวนอย่างหนัก  ในช่วงบ่ายของวันที่ 25 กุมภาพันธ์นี้ ราคา Bitcoin ปรับตัวลดลงแตะระดับ $87,629 ซึ่งนับเป็นจุดต่ำสุดในรอบกว่า 3 เดือน จากวันที่ 14 พฤศจิกายน 2024 ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap การร่วงลงของราคาในครั้งนี้สร้างความกังวลให้กับนักลงทุนในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล ท่ามกลางความผันผวนที่เพิ่มขึ้นในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี  BTC/USD ระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ( ที่มา : CoinMarketCap )  การปรับตัวลดลงของ Bitcoin เกิดขึ้นหลังจากกองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ เผชิญการไหลออกอย่างหนัก โดยในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เพียงวันเดียว กองทุนเหล่านี้มีมูลค่าการไหลออกสุทธิมากกว่า $516 ล้าน และนับเป็นการไหลออกต่อเนื่องเป็นวันที่ 6 ติดต่อกัน ตามข้อมูลจาก Farside Investors  นับตั้งแต่การเทขายของ Bitcoin ETF เริ่มต้นเมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ราคาของ Bitcoin ก็ได้ปรับตัวลดลงกว่า 6.2% ภายในระยะเวลา 6 วัน  นอกจากนี้ กองทุน Bitcoin ETF ยังมีมูลค่าการไหลออกสุทธิรวมกว่า $1.14 พันล้าน ในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนวันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งคิดเป็นมูลค่าการไหลออกที่สูงที่สุดในช่วงเวลา 2 สัปดาห์ นับตั้งแต่กองทุน ETF เหล่านี้ได้รับการอนุมัติเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2024  ข้อมูลการไหลเข้าออกรายวันของ Spot Bitcoin ETF ( ที่มา : Farside Investors )ปัจจัยกดดันจากความตึงเครียดทางการค้าสหรัฐฯ-จีน  การเทขายในกองทุน Bitcoin ETF อาจมีสาเหตุหลักมาจากความไม่แน่นอนในความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน  ตามรายงานของ Reuters เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ประธานาธิบดี Donald Trump ของสหรัฐอเมริกาได้เปิดเผยว่า ประธานาธิบดี Xi Jinping ของจีนอาจเดินทางเยือนสหรัฐฯ ในอนาคตอันใกล้ โดย Trump ระบุว่า มีความเป็นไปได้สูง ที่ทั้งสองมหาอำนาจจะบรรลุข้อตกลงการค้าฉบับใหม่ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจนสำหรับการเจรจาดังกล่าว ส่งผลให้นักลงทุนยังคงระมัดระวังในการถือครองสินทรัพย์ที่มีความอ่อนไหวต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ  มูลค่าล้างพอร์ตพุ่งแตะ $1.3 พันล้าน ท่ามกลางความผันผวนของตลาด  นอกจากปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ ความเชื่อมั่นของนักลงทุนคริปโตก็ได้รับผลกระทบจากข่าวภายในอุตสาหกรรม หลังจากที่ตลาดเผชิญกับเหตุการณ์ การแฮ็กครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์คริปโต โดยแพลตฟอร์ม Bybit ได้ถูกโจรกรรมเหรียญ Ether เป็นมูลค่ากว่า $1.4 พันล้าน เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์  ความผันผวนของตลาดที่ตามมาส่งผลให้นักเทรดกว่า 362,000 ราย เกิดล้างการพอร์ต (Liquidations) คิดเป็นมูลค่ากว่า $1.3 พันล้าน ภายในเวลา 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ตามข้อมูลจาก CoinGlass โดย Bitcoin เพียงสินทรัพย์เดียวก็มีการล้างพอร์ตคิดเป็นมูลค่าถึง $523 ล้าน  มูลค่าล้างพอร์ต (Liquidations) ของตลาดคริปโตใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ( ที่มา : CoinGlass )  ถึงแม้ว่าการปรับตัวลดลงของ Bitcoin จะสร้างความกังวลให้กับนักลงทุนบางส่วน แต่นักวิเคราะห์หลายรายมองว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้เป็นเพียงการปรับฐานตามปกติของตลาดคริปโต  การปรับฐานช่วงตลาดขาขึ้นของ Bitcoin ในปี 2017 ( ที่มา : Raoul Pal )  Raoul Pal ผู้ก่อตั้งและ CEO ของ Global Macro Investor ระบุผ่านโพสต์บน X เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์

2025-02-25Bitcoin

HK Asia Holdings อนุมัติแผนซื้อ Bitcoin เพิ่ม หลังราคาหุ้นพุ่งเกือบ 2 เท่าภายในหนึ่งสัปดาห์- CryptoSiam

การลงทุนHK Asia Holdings อนุมัติแผนซื้อ Bitcoin เพิ่ม หลังราคาหุ้นพุ่งเกือบ 2 เท่าภายในหนึ่งสัปดาห์บริษัทการลงทุนจากฮ่องกงเดินหน้าซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก 7 BTC หลังจากที่ราคาหุ้นพุ่งขึ้นเกือบ 93% เพียงแค่ประกาศซื้อ Bitcoin ครั้งแรกเป็นจำนวน 1 BTC  บริษัทการลงทุนจากฮ่องกงเดินหน้าซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก 7 BTC หลังจากที่ราคาหุ้นพุ่งขึ้นเกือบ 93% เพียงแค่ประกาศซื้อ Bitcoin ครั้งแรกเป็นจำนวน 1 BTC  HK Asia Holdings Limited บริษัทด้านการลงทุนจากฮ่องกง ได้เพิ่มการถือครอง Bitcoin เป็นเกือบ 9 BTC หลังจากที่ราคาหุ้นของบริษัทพุ่งขึ้นกว่า 93% ภายในวันเดียว จากการเข้าซื้อ Bitcoin ครั้งแรกเป็นจำนวนเพียง 1 BTC  บริษัทเปิดเผยในประกาศเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ว่าคณะกรรมการของบริษัทได้อนุมัติให้เพิ่มการลงทุนใน Bitcoin และเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ บริษัทก็ได้เข้าซื้อ Bitcoin อีกจำนวนประมาณ 7.88 BTC คิดเป็นมูลค่ารวม 761,705 ดอลลาร์  โดยการเข้าซื้อล่าสุดนี้ใช้เงินทุนจากภายในบริษัท ทำให้ปัจจุบัน HK Asia Holdings ถือครอง Bitcoin รวม 8.88 BTC โดยมีต้นทุนเฉลี่ย 97,021 ดอลลาร์ต่อ BTC หรือรวมเป็นมูลค่าประมาณ 861,500 ดอลลาร์  ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา HK Asia ได้ประกาศเข้าซื้อ Bitcoin แม้จะเป็นการซื้อเพียง 1 BTC แต่ข่าวดังกล่าวได้สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทปรับตัวพุ่งขึ้นอย่างถึง 93% ในการซื้อขายวันถัดมา  หุ้นของ HK Asia Holdings ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วงกลางวันของวันที่ 24 กุมภาพันธ์นี้ ราคาหุ้นได้ปรับตัวขึ้นถึง 5.7% มีราคาซื้อขายอยู่ที่ 6.66 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 0.86 ดอลลาร์สหรัฐ) ตามข้อมูลจาก Google Finance  หุ้น HK Asia เริ่มเปิดการซื้อขายในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ที่ระดับราคาประมาณ 7 ดอลลาร์ฮ่องกง ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่า 11% เมื่อเทียบกับราคาปิดของวันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์ ( ที่มา : Google Finance )  หากราคาหุ้นยังคงอยู่ในระดับนี้ อาจทำให้มีราคาปิดของวันสูงกว่าจุดสูงสุดตลอดกาลในเดือนมิถุนายนปี 2019 ที่ระดับราคา 6.50 ดอลลาร์ฮ่องกง (ประมาณ 0.84 ดอลลาร์สหรัฐ) และตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ราคาหุ้นของ HK Asia ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นแล้วกว่า 1,700%  การลงทุนใน Bitcoin ของ HK Asia Holdings สอดคล้องกับแนวโน้มของบริษัทมหาชนที่กำลังหันมาเข้าซื้อคริปโตเคอร์เรนซีเพื่อเพิ่มศักยภาพในการทำกำไรระยะยาว  ในการประกาศเมื่อต้นเดือนนี้ บริษัทระบุว่าคณะกรรมการเล็งเห็นถึง “ความนิยมที่เพิ่มขึ้นของคริปโตเคอร์เรนซีในโลกธุรกิจ” จึงตัดสินใจลงทุนใน Bitcoin เป็นครั้งแรก  บริษัทยังระบุเพิ่มเติมว่า การเข้าซื้อครั้งล่าสุดยังมีมูลค่าต่ำกว่าระดับที่ต้องรายงานตามข้อบังคับทางกฎหมาย แต่ทางบริษัทได้เลือกเปิดเผยข้อมูลนี้ด้วยความสมัครใจ  ข้อมูลและกราฟ BTC/USD ในหนึ่งวันที่ผ่านมา ( ที่มา : Coingecko )  ขณะที่ราคาของ Bitcoin ยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบ โดยในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ปรับตัวลดลงเพียงเล็กน้อยไม่ถึง 1% มาอยู่ที่ระดับ 95,451 ดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ นับตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์เป็นต้นมา ราคายังไม่สามารถผ่านแนวต้านทางจิตวิทยาที่ระดับ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ และปัจจุบันได้ปรับตัวลดลง 12% จากระดับสูงสุดของปีที่ 108,786 ดอลลาร์ ซึ่งทำไว้เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2024 ตามข้อมูลจาก CoinGecko  HK Asia Holdings Limited ยังคงเดินหน้าซื้อ Bitcoin อย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ราคาหุ้นของบริษัทพุ่งขึ้นเกือบ 93% ภายในเวลาเพียงหนึ่งวันจากการซื้อ Bitcoin

2025-02-24Bitcoin

Bitcoin ETF ในสหรัฐเผชิญกระแสเงินไหลออก $1.14 พันล้านในสองสัปดาห์ ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าสหรัฐจีน- CryptoSiam

การลงทุนBitcoin ETF ในสหรัฐเผชิญกระแสเงินไหลออก $1.14 พันล้านในสองสัปดาห์ ท่ามกลางความตึงเครียดทางการค้าสหรัฐจีนกองทุน Spot ETF Bitcoin ในสหรัฐฯ เผชิญกระแสเงินไหลออกมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนกดดันความเชื่อมั่นของนักลงทุน  กองทุน Spot ETF Bitcoin ในสหรัฐฯ เผชิญกระแสเงินไหลออกมากที่สุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนกดดันความเชื่อมั่นของนักลงทุน  ข้อมูลจาก Sosovalue ระบุว่า กองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ มีมูลค่าการไหลออกสุทธิมากกว่า $1.14 พันล้าน ในช่วงสองสัปดาห์ ก่อนวันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นช่วงที่มีการไหลออกของเงินทุนมากที่สุดนับตั้งแต่กองทุนเหล่านี้เปิดตัวเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2024  การขายออกในครั้งนี้มีมูลค่าสูงกว่าการไหลออกสุทธิครั้งก่อนในช่วงสองสัปดาห์ก่อนวันที่ 21 มิถุนายน 2024 ซึ่งอยู่ที่ $1.12 พันล้าน โดยในขณะนั้น Bitcoin มีราคาซื้อขายอยู่ที่ประมาณ $64,000  ยอดเงินไหลเข้าสุทธิ (Net Inflow) รายสัปดาห์ของกองทุน Bitcoin ETF ในสหรัฐอเมริกา ตั้งแต่เริ่มมีการซื้อขายจนถึงปัจจุบัน ( ที่มา : Sosovalue )  Marcin Kazmierczak ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ RedStone บริษัทที่ให้บริการ Oracle บนบล็อกเชน กล่าวว่าการเคลื่อนไหวของเงินทุนใน ETF เป็นตัวชี้วัดที่สำคัญต่อมุมมองของนักลงทุนสถาบันรายใหญ่ทั่วโลกที่มีต่อ Bitcoin อย่างไรก็ตาม เขาเน้นว่าควรมองแนวโน้มในระยะยาวมากกว่าการเปลี่ยนแปลงระยะสั้น  “ETF มักถูกมองว่าเป็นเครื่องมือการลงทุนระยะยาว ดังนั้นการวิเคราะห์กระแสเงินไหลเข้าและออกในช่วงหกเดือนหรือหนึ่งปีจะทำให้ภาพที่ชัดเจนยิ่งขึ้น” Kazmierczak กล่าว เมื่อพิจารณาภาพรวมในระยะยาว เขาชี้ว่ากระแสเงินไหลเข้าสุทธิยังคงเป็นบวก แม้จะมีการขายออกในช่วงสั้นๆ  ปัจจัยกดดัน สงครามการค้าและนโยบายการเงินของสหรัฐฯ  นักวิเคราะห์มองว่าการเทขายครั้งนี้เกิดขึ้นจากความกังวลเกี่ยวกับ สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน หลังจากที่มีการประกาศมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าใหม่ นักลงทุนยังรอการประชุมระหว่างประธานาธิบดีสหรัฐฯ Donald Trump และประธานาธิบดีจีน Xi Jinping ซึ่งคาดว่าจะหารือเกี่ยวกับข้อตกลงทางการค้า แต่ยังไม่มีการกำหนดช่วงเวลาการประชุมที่ชัดเจน  นอกจากความตึงเครียดด้านการค้าแล้ว ความคาดหวังเกี่ยวกับ อัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการไหลออกของเงินทุนจาก Bitcoin ETF  Kazmierczak ยังกล่าวอีกว่า “แม้ว่าจะมีแรงขายในระยะสั้น แต่นักลงทุนสถาบันรายใหญ่ยังคงถือครอง Bitcoin ผ่านกองทุน ETF อย่างต่อเนื่อง” โดยชี้ให้เห็นว่า Abu Dhabi Sovereign Wealth Fund หรือกองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และ Wisconsins Pension Fund หรือกองทุนบำเหน็จบำนาญสำหรับพนักงานรัฐของรัฐวิสคอนซิน ยังคงถือ Bitcoin เป็นจำนวนมากผ่านกองทุน ETF แม้เผชิญกับแรงกดดันจากตลาดในช่วงที่ผ่านมา  แม้ Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ จะเผชิญกระแสเงินไหลออกมากเป็นประวัติการณ์ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่แนวโน้มในระยะยาวยังคงเป็นบวก โดยนักลงทุนสถาบันขนาดใหญ่ยังคงถือครองสินทรัพย์นี้อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ตลาดยังคงจับตาความเคลื่อนไหวด้านการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน รวมถึงนโยบายการเงินของ Fed ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางของ Bitcoin ในระยะต่อไป

2025-02-24Bitcoin

Bitcoin ต้องกลับมายืนเหนือ $106,000 เพื่อเปิดทางสู่จุดสูงสุดใหม่ แต่การทดสอบแนวรับ $85,000 ยังคงเป็นไปได้- CryptoSiam

การลงทุนBitcoin ต้องกลับมายืนเหนือ $106,000 เพื่อเปิดทางสู่จุดสูงสุดใหม่ แต่การทดสอบแนวรับ $85,000 ยังคงเป็นไปได้นักวิเคราะห์มองว่า หาก Bitcoin สามารถฟื้นตัวกลับไปเหนือระดับ $106,000 ได้ อาจเป็นสัญญาณยืนยันแนวโน้มขาขึ้นรอบใหม่ อย่างไรก็ตาม ยังมีบางส่วนที่เชื่อว่า BTC อาจร่วงลงแตะ $85,000 ก่อน  นักวิเคราะห์มองว่า หาก Bitcoin สามารถฟื้นตัวกลับไปเหนือระดับ $106,000 ได้ อาจเป็นสัญญาณยืนยันแนวโน้มขาขึ้นรอบใหม่ อย่างไรก็ตาม ยังมีบางส่วนที่เชื่อว่า BTC อาจร่วงลงแตะ $85,000 ก่อน  นักเทรดคริปโตหลายรายเชื่อว่า การที่ Bitcoin สามารถกลับมายืนเหนือระดับ $106,000 ได้ ซึ่งคิดเป็นการเพิ่มขึ้นราว 13% จากระดับราคาปัจจุบัน จะเป็นกุญแจสำคัญในการยืนยันแนวโน้มขาขึ้นรอบถัดไป  “หากราคากลับไปแตะจุดสูงสุดในกรอบที่ $106,000 ก็มีโอกาสสูงที่เราจะได้เห็นช่วง ‘ค้นหาราคาสูงสุดใหม่’ (Price Discovery) อีกครั้ง” นักวิเคราะห์ Pentoshi ระบุในโพสต์บน X เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา  กราฟการวิเคราะห์ BTC/USD กรอบเวลา 1 วัน ( ที่มา : X/Pentoshi )แต่ถ้าหลุดแนวรับสำคัญ อาจลงไปแตะ $85,000  อย่างไรก็ตาม Pentoshi เตือนว่า หาก Bitcoin ร่วงลงต่ำกว่ากรอบแนวรับที่ $92,000–$94,000 อาจมีโอกาสร่วงลงไปทดสอบระดับแนวรับถัดไปที่ $85,000 ซึ่งเป็นระดับราคาที่ BTC ไม่เคยลงไปแตะเลยตั้งแต่วันที่ 12 พฤศจิกายน  นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 27 มกราคม Arthur Hayes ผู้ร่วมก่อตั้งกระดานเทรดคริปโต BitMEX เคยคาดการณ์ว่า Bitcoin อาจปรับฐานลงไปที่ช่วง $70,000–$75,000 ซึ่งอาจก่อให้เกิด “วิกฤตการเงินขนาดย่อม”  ระดับราคา BTC/USD ในปัจจุบัน ( ที่มา : CoinMarketCap )  ณ เวลาที่เผยแพร่ข่าวนี้ Bitcoin มีราคาซื้อขายอยู่ที่ประมาณ $96,452 ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap  นักเทรดบางรายมองว่ายังเร็วเกินไปที่จะคาดการณ์ทิศทางถัดไป  ด้าน Mister Crypto นักเทรดคริปโตซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 136,200 คนบนแพลตฟอร์ม X ระบุว่า หาก Bitcoin ลงไปแตะ $90,000 เขาจะมองว่าเป็นโอกาสในการเปิดสถานะซื้ออีกครั้ง  ขณะที่ Donny นักวิเคราะห์คริปโตกล่าวว่า โครงสร้างกราฟของ Bitcoin ยังคงดูแข็งแกร่ง แต่ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่าทิศทางต่อไปจะเป็นอย่างไร  “บริบทในตอนนี้เป็นสิ่งสำคัญ และอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้าจะเป็นตัวตัดสิน” Donny กล่าวในโพสต์เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์  ในวันเดียวกัน AshCrypto นักวิเคราะห์คริปโตอีกรายคาดการณ์ว่า Bitcoin มีแนวโน้มการทำจุดสูงสุดใหม่ภายในเดือนมีนาคม โดยอ้างอิงข้อมูลจาก CoinGlass ซึ่งแสดงให้เห็นว่าในอดีตตั้งแต่ปี 2013 Bitcoin ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยที่ 13.42% ในช่วงเดือนมีนาคม  ระยะยาว Bitcoin อาจแตะ $1.5 ล้านภายในปี 2030  ท่ามกลางความผันผวนของตลาด Cathie Wood CEO ของ ArK Invest ยังคงมองศักยภาพในระยะยาวของ Bitcoin โดยปรับเป้าราคาขึ้นเป็น 1.5 ล้านดอลลาร์ในปี 2030 สวนทางกับนักลงทุนส่วนใหญ่ที่ให้ความสำคัญกับการเคลื่อนไหวในระยะสั้น  Cathie Wood ประเมินว่าโอกาสการเติบโตของ Bitcoin มีแนวโน้มสูงขึ้น เนื่องจากสถาบันการเงินหลักเริ่มยอมรับและลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ในภาวะตลาดกระทิง (bull case) ของ ARK Invest

2025-02-23Bitcoin

ทางออกของประเทศ! Michael Saylor ชี้สหรัฐฯ ควรถือครอง Bitcoin ให้ถึง 20% ของทั้งหมด- CryptoSiam

การลงทุนทางออกของประเทศ! Michael Saylor ชี้สหรัฐฯ ควรถือครอง Bitcoin ให้ถึง 20% ของทั้งหมดผู้ก่อตั้ง Strategy บริษัทมหาชนที่ถือครอง Bitcoin จำนวนมากที่สุดในโลก ชี้ว่าสหรัฐฯ ควรสร้างกองทุนสำรอง Bitcoin ระดับชาติ โดยตั้งเป้าครอง 20% ของเครือข่าย Bitcoin ทั้งหมด  ผู้ก่อตั้ง Strategy บริษัทมหาชนที่ถือครอง Bitcoin จำนวนมากที่สุดในโลก ชี้ว่าสหรัฐฯ ควรสร้างกองทุนสำรอง Bitcoin ระดับชาติ โดยตั้งเป้าครอง 20% ของเครือข่าย Bitcoin ทั้งหมด  Michael Saylor ผู้ก่อตั้ง Strategy หรือชื่อเดิม MicroStrategy เน้นย้ำถึงความสำคัญของการที่สหรัฐฯ ควรจัดตั้งกองทุนสำรอง Bitcoin เชิงกลยุทธ์ โดยเสนอว่ารัฐบาลควรเข้าซื้อ 20% ของอุปทาน Bitcoin ทั้งหมด  “จะมีเพียงชาติเดียวเท่านั้นที่สามารถถือครอง Bitcoin ถึง 20% ของเครือข่าย ได้ และมันสมควรเป็น สหรัฐอเมริกา และผมคิดว่ามันจะเป็นสหรัฐฯ อย่างแน่นอน” Saylor กล่าวในงาน CPAC Conservative Movement Conference ณ กรุงวอชิงตัน เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา  Michael Saylor กล่าวในงาน CPAC ( ที่มา : Crypto Briefing )  Saylor ยังเสริมอีกว่า “หากสหรัฐฯ ถือครอง 20% ของเครือข่าย Bitcoin ได้ในทันที ผลที่ตามมาคือค่าเงินดอลลาร์จะแข็งค่า ประเทศจะมั่งคั่งขึ้น และที่สำคัญที่สุด หากเรามี Bitcoin จำนวน 4-6 ล้าน BTC เราจะสามารถปลดหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ได้”  เขายังเตือนถึงความเสี่ยงของการที่ประเทศอื่นอาจตัดหน้าสหรัฐฯ ไปก่อน โดยกล่าวว่า “คุณคงไม่อยากให้ซาอุดีอาระเบีย รัสเซีย จีน หรือยุโรปกว้านซื้อมันไปก่อนเรา”  4 ล้าน Bitcoin คิดเป็นการลงทุนมูลค่า 3.92 แสนล้านดอลลาร์  ณ ราคาปัจจุบัน 20% ของอุปทานหมุนเวียนทั้งหมดของ Bitcoin จะคิดเป็นจำนวนประมาณ 4 ล้าน BTC ซึ่งมีมูลค่าราว 3.92 แสนล้านดอลลาร์  เมื่อเปรียบเทียบกับ ทุนสำรองปิโตรเลียมเชิงยุทธศาสตร์ของสหรัฐฯ (Strategic Petroleum Reserve) ซึ่งมีปริมาณอยู่ที่ 395 ล้านบาร์เรล และมีมูลค่าประมาณ 2.9 หมื่นล้านดอลลาร์ จะเห็นได้ว่า การถือครอง Bitcoin ในระดับดังกล่าวถือเป็นการลงทุนที่มีมูลค่าสูงกว่ามาก  Saylor ชู Bitcoin เป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีใครควบคุมได้  เมื่อถูกถามว่าสหรัฐฯ ควรเพิ่มสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทอื่นเข้าไปในทุนสำรองหรือไม่ Saylor เลี่ยงที่จะเอ่ยถึงคริปโตอื่น ๆ โดยระบุว่า “สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ Bitcoin เป็นเหมือนสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) ที่ไม่มีผู้ออก ไม่มีบริษัท ไม่มีบุคคล ไม่มีประเทศ หรือองค์กรใดที่สามารถแทรกแซงหรือควบคุมมันได้”  ก่อนหน้านี้ Saylor ยังกล่าวถึง แนวคิดที่ว่า Bitcoin เป็นวิธีทำให้บริษัทเล็ก ๆ เติบโตและมีอำนาจมากขึ้น พร้อมระบุว่า “Satoshi ได้ให้ทางออกแก่เรา—วิธีที่จะทำให้บริษัทขนาดเล็กกลายเป็นผู้เล่นรายใหญ่ และทำให้ปัจเจคบุคคลสามารถมีอำนาจเหนือรัฐได้”  Strategy ถือครอง Bitcoin มากที่สุดในบรรดาบริษัทเอกชน  Strategy ซึ่งเพิ่ง รีแบรนด์จาก MicroStrategy เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เป็นบริษัทเอกชนที่ถือครอง Bitcoin มากที่สุดในโลก โดยปัจจุบันถือครองอยู่ 478,740 BTC คิดเป็นมูลค่าราว 4.7 หมื่นล้านดอลลาร์  ส่งผลให้พอร์ตการลงทุนของบริษัทมีกำไร 51% หรือประมาณ 1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยมีต้นทุนเฉลี่ยต่อ Bitcoin ที่ 65,000 ดอลลาร์ ส่งผลให้ราคาหุ้นของบริษัทพุ่งขึ้นถึง 360% ในช่วงเวลาเพียง 12 เดือนที่ผ่านมา  อนาคตของเงินดิจิทัลในยุค AI  Saylor ยังกล่าวถึง แนวโน้มการเปลี่ยนผ่านของเงินทุนจากโลกกายภาพไปสู่โลกดิจิทัล โดยเน้นว่ากระแสเงินทุนกำลังไหลจาก ศตวรรษที่ 20 ไปสู่ศตวรรษที่ 21  “ศตวรรษที่

2025-02-21Bitcoin

นักวิเคราะห์ชี้ ตลาดกระทิงของ Bitcoin จะยังคงแข็งแกร่ง แม้ราคาอาจร่วงแตะ $77,000 ในปีนี้!- CryptoSiam

การลงทุนนักวิเคราะห์ชี้ ตลาดกระทิงของ Bitcoin จะยังคงแข็งแกร่ง แม้ราคาอาจร่วงแตะ $77,000 ในปีนี้!CEO ของ CryptoQuant มองว่า Bitcoin จะยังอยู่ในช่วงตลาดกระทิง และจะไม่เข้าสู่ตลาดหมีในปี 2025 ถึงแม้ราคาจะร่วงลงอีก 30%  CEO ของ CryptoQuant มองว่า Bitcoin จะยังอยู่ในช่วงตลาดกระทิง และจะไม่เข้าสู่ตลาดหมีในปี 2025 ถึงแม้ราคาจะร่วงลงอีก 30%  Ki Young Ju ผู้บริหารและผู้ก่อตั้ง CryptoQuant แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชนชั้นนำ คาดการณ์ว่า ถึงแม้ Bitcoin อาจปรับฐานลงมาที่ระดับ $77,000 แต่ตลาดจะยังคงรักษาแนวโน้มขาขึ้นในปี 2025 เอาไว้ได้  Bitcoin ยังอยู่ใน “ตลาดกระทิง” แม้ราคาผันผวน  แม้ว่า Bitcoin จะเคลื่อนไหวในกรอบราคาที่แคบลงและยังไม่สามารถทะลุระดับราคา $100,000 แต่ Ki Young Ju ยังคงยืนยันว่าแนวโน้มโดยรวมของปีนี้ยังคงเป็นตลาดขาขึ้น  “ผมไม่คิดว่าเราจะเข้าสู่ตลาดหมีในปีนี้” เขากล่าวผ่านโพสต์บน X เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พร้อมอธิบายว่าการปรับฐานลง 30% จากจุดสูงสุด (เช่นจาก $110,000 ลงมา $77,000) นั้น เป็นเรื่องปกติของตลาดขาขึ้นในอดีต  ข้อมูลต้นทุนเฉลี่ยของนักลงทุน Bitcoin ( ที่มา: Ki Young Ju/X )  ระดับราคา $77,000 ได้กลายเป็นเป้าหมายแนวรับที่ได้รับความสนใจจากนักเทรดจำนวนมาก เนื่องจากระดับราคานั้นยังคงสูงกว่าจุดสูงสุดของรอบตลาดก่อนหน้า  เขายังชี้ให้เห็นว่า นักลงทุนในกองทุน Spot Bitcoin ETF ของสหรัฐฯ มีต้นทุนเฉลี่ยที่ $89,000 ซึ่งทำหน้าที่เป็นแนวรับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา  ขณะที่นักลงทุนบนกระดานเทรด Binance มีต้นทุนเฉลี่ยต่ำกว่าระดับราคา $59,000 และกลุ่มนักขุด Bitcoin จะเริ่มขาดทุนหากราคาต่ำกว่า $57,000 โดยเขาเสริมว่า การร่วงลงต่ำกว่าต้นทุนของนักลงทุน 2 กลุ่มนี้เคยเป็นสัญญาณของตลาดหมีในอดีต เช่นในเดือนพฤษภาคม 2022, มีนาคม 2020 และพฤศจิกายน 2018  แนวโน้มราคาหลังการ Halving  ด้านนักวิเคราะห์ของ CryptoQuant อย่าง Timo Oinonen เชื่อว่าราคาของ Bitcoin ยังมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นในรอบนี้ โดยเขามองว่าแนวโน้มขาขึ้นยัง “ไม่จบ”  ในบทความที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา Oinonen ระบุว่า นับตั้งแต่การ Halving ครั้งล่าสุดในเดือนเมษายน 2024 ราคาของ Bitcoin เพิ่มขึ้นเพียง 60% ซึ่งยังต่ำกว่าที่ควรจะเป็นเมื่อเทียบกับรอบ Halving ก่อนหน้า  “แม้ว่าจะอยู่ในวัฏจักรของ Halving แต่ผมคาดว่าราคาจะเผชิญแรงขายในเดือนพฤษภาคม ก่อนจะเคลื่อนไหวไซด์เวย์ (Side Way) ในช่วงหน้าร้อน และกลับมาปรับตัวขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี”  เขาชี้ให้เห็นว่า ไตรมาส 4 มักเป็นช่วงที่ Bitcoin มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเกิดขึ้นมาแล้วหลายครั้งในปี 2013, 2016, 2017, 2020, 2021, 2023 และ 2024  Oinonen ทิ้งท้ายว่า “หากจะมีการปรับฐานที่ลึกกว่านี้ อาจใช้เวลาหลายเดือน หรืออาจลากยาวไปจนถึงปีหน้า”

2025-02-19Bitcoin

นักวิเคราะห์ เผย! Ethereum มีสัญญาณการฟื้นตัว หลังนักลงทุนทยอยโอน ETH ออกจากกระดานเทรด- CryptoSiam

ข่าว Ethereumนักวิเคราะห์ เผย! Ethereum มีสัญญาณการฟื้นตัว หลังนักลงทุนทยอยโอน ETH ออกจากกระดานเทรดEthereum แสดงสัญญาณการฟื้นตัว หลังราคาปรับตัวขึ้นเหนือภาพรวมของตลาด และมีแนวโน้มการไหลออกจากกระดานเทรดอย่างต่อเนื่อง ตามข้อมูลจาก Santiment  Ethereum แสดงสัญญาณการฟื้นตัว หลังราคาปรับตัวขึ้นเหนือภาพรวมของตลาด และมีแนวโน้มการไหลออกจากกระดานเทรดอย่างต่อเนื่อง ตามข้อมูลจาก Santiment  Ethereum แสดงสัญญาณเชิงบวก หลังราคาพุ่งแตะจุดสูงสุดในรอบ 12 วัน ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ท่ามกลางภาวะตลาดคริปโตที่ยังผันผวน โดยนักวิเคราะห์จาก Santiment มองว่านี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการกลับตัวของราคา  ETH ทำจุดสูงสุดรอบ 12 วัน แต่ยังดูอ่อนแรง  เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาราคาของ Ethereum แตะระดับสูงสุดในรอบ 12 วันที่ระดับ $2,832 ก่อนที่จะปรับตัวลงมาอยู่ที่ $2,720 ในช่วงเช้าของวันที่ 18 กุมภาพันธ์ แม้ว่าราคา ETH จะปรับขึ้น 2% แต่ตลาดคริปโตโดยรวมกลับลดลง 2.4% ตามมูลค่าตลาดรวม  Santiment ยังชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มเชิงบวกในระยะยาว โดยระบุว่า ETH กำลังถูกโอนออกจากกระดานเทรดเข้าสู่กระเป๋าเก็บระยะยาว (cold wallets) ในอัตราที่รวดเร็ว ขณะนี้มี เพียง 6.38% ของอุปทาน ETH ที่เหลืออยู่บนกระดานเทรด ซึ่งบ่งชี้ว่านักลงทุนมีแนวโน้มถือครองสินทรัพย์มากกว่าที่จะขายออก  “การโอนสินทรัพย์ออกจากกระดานเทรดเป็นสัญญาณที่ดี เพราะช่วยลดความเป็นไปได้ของแรงเทขายในอนาคต อย่างไรก็ตาม ควรมองเป็นปัจจัยระยะยาวมากกว่าที่จะใช้วิเคราะห์การเคลื่อนไหวระยะสั้น” นักวิเคราะห์จาก Santiment กล่าว  ปริมาณ Ethereum ในกระดานเทรดและการถูกพูดถึงบนโซเซียลมีเดีย ( ที่มา: Santiment )ETH/BTC ปรับตัวสูงขึ้น แต่ยังอยู่ใกล้จุดต่ำสุดรอบหลายปี  แม้ Ethereum จะส้งสัญญาณเชิงบวก แต่ปัจจุบันยังคงอยู่ในช่วงที่มีมูลค่าต่ำกว่า Bitcoin โดยอัตราส่วน ETH/BTC ขยับขึ้น 7% เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ แตะระดับ 0.029 อย่างไรก็ตาม ค่าสัดส่วนดังกล่าวยังคงอยู่ใกล้จุดต่ำสุดนับตั้งแต่ ธันวาคม 2020 ตามข้อมูลจาก TradingView  นักลงทุนบางส่วนยังคงสงสัยเกี่ยวกับแนวโน้มการฟื้นตัวของ Ethereum โดย Lark Davis ครีเอเตอร์ด้านคริปโตชื่อดัง กล่าวติดตลกว่า “Ethereum พุ่งขึ้นมาสองสามเปอร์เซ็นต์ แล้วตลาดก็ร่วงลงอีกห้านาทีต่อมา”  นักวิเคราะห์ของ Santiment มองว่า แม้ Ethereum จะเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่มีผลตอบแทนต่ำเมื่อเทียบกับเหรียญใหญ่ตัวอื่นๆ ในปี 2024 แต่การปรับตัวขึ้นล่าสุดอาจเป็นสัญญาณของการฟื้นตัว หากตลาดโดยรวมเริ่มกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง

2025-02-18Ethereum

หุ้น HK Asia Holdings บริษัทการลงทุนในฮ่องกง พุ่ง 93% หลังประกาศเข้าซื้อเพียง 1 Bitcoin- CryptoSiam

การลงทุนหุ้น HK Asia Holdings บริษัทการลงทุนในฮ่องกง พุ่ง 93% หลังประกาศเข้าซื้อเพียง 1 Bitcoinหุ้นของบริษัทการลงทุนในฮ่องกง HK Asia Holdings Limited ทะยานเกือบสองเท่าภายในหนึ่งวัน หลังบริษัทเปิดเผยว่าซื้อ Bitcoin เพียง 1 เหรียญ  หุ้นของบริษัทการลงทุนในฮ่องกง HK Asia Holdings Limited ทะยานเกือบสองเท่าภายในหนึ่งวัน หลังบริษัทเปิดเผยว่าซื้อ Bitcoin เพียง 1 เหรียญ  ราคาหุ้นของบริษัท HK Asia Holdings Limited ( ที่มา : Google Finance )HK Asia หวังใช้ Bitcoin เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยง  คณะกรรมการของ HK Asia เผยเหตุผลการเข้าลงทุนใน Bitcoin ครั้งนี้ว่ามาจากกระแสความนิยมที่เพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ดิจิทัลในภาคธุรกิจ พร้อมเข้าร่วมกลุ่มบริษัทจดทะเบียนที่ทยอยสะสม Bitcoin ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้านสภาพคล่องให้กับองค์กร  บริษัทมองว่า Bitcoin เป็นสินทรัพย์ที่รักษามูลค่าได้ดีท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะในช่วงที่นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจและการเพิ่มปริมาณเงินในระบบอาจกดดันให้มูลค่าของสกุลเงินของรัฐอ่อนค่าลง  แม้การลงทุนใน Bitcoin ครั้งนี้จะมีมูลค่าไม่มากนัก แต่บริษัทเชื่อว่านี้เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการปรับตัวรับกระแสการเปลี่ยนแปลงของระบบการเงินโลก  หุ้นบริษัทอื่นสะท้อนแนวโน้มที่แตกต่าง  ก่อนหน้านี้ Ming Shing บริษัทก่อสร้างในฮ่องกง ได้เปิดเผยว่า Lead Benefit ซึ่งเป็นบริษัทย่อยในเครือ ได้เข้าซื้อ Bitcoin เป้นจำนวน 500 BTC ที่ราคาเฉลี่ย $94,375 ต่อ 1 BTC คิดเป็นมูลค่าประมาณ $47 ล้าน อย่างไรก็ตาม ข่าวดังกล่าวไม่ได้กระตุ้นให้ราคาหุ้นของบริษัทปรับตัวขึ้นแต่อย่างใด และจนถึงขณะนี้ หุ้นของ Ming Shing ก็ยังคงร่วงลงเกือบ 40% ตั้งแต่ต้นปีที่่ผ่านมา  ในทางกลับกัน Metaplanet บริษัทลงทุนจากญี่ปุ่นที่เริ่มซื้อ Bitcoin ตั้งแต่เดือนเมษายนปีที่แล้ว กลับได้รับผลตอบแทนมหาศาล โดยราคาหุ้นของบริษัทได้พุ่งขึ้นกว่า 3,900% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา  Metaplanet ปัจจุบันถือครอง 2,031.5 BTC มูลค่าประมาณ $194.7 ล้าน หลังจากเข้าซื้อเพิ่มอีก 269.4 BTC เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา  แม้ว่าการซื้อเพียง 1 BTC ของ HK Asia อาจดูเป็นตัวเลขที่เล็กน้อยเมื่อเทียบกับบริษัทอื่น ๆ แต่ปฏิกิริยาของตลาดสะท้อนให้เห็นถึง ความสนใจที่เพิ่มขึ้นของนักลงทุนต่อบริษัทที่ถือครอง Bitcoin

2025-02-18Bitcoin

Bitcoin ทะลุกรอบแพทเทิร์นสำคัญ! นักวิเคราะห์ชี้ราคาอาจพุ่งแตะ $270,000-$300,000 ภายในปี 2025- CryptoSiam

การลงทุน Bitcoin ทะลุกรอบแพทเทิร์นสำคัญ! นักวิเคราะห์ชี้ราคาอาจพุ่งแตะ $270,000-$300,000 ภายในปี 2025Bitcoin ส่อแววเดินรอยตามเส้นทางการเติบโตของราคาทองคำ เปิดโอกาสให้ราคาอาจพุ่งทะลุไปถึงระดับ 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ  Bitcoin ส่อแววเดินรอยตามเส้นทางการเติบโตของราคาทองคำ เปิดโอกาสให้ราคาอาจพุ่งทะลุไปถึงระดับ 300,000 ดอลลาร์สหรัฐ  Bitcoin ได้ทะลุกรอบแนวโน้มขาขึ้นที่ใช้ระยะเวลายาวนานถึง 4 ปี ในรูปแบบ เมกะโฟนแพทเทิร์น (Megaphone Pattern) ซึ่งเป็นสัญญาณทางเทคนิคที่บ่งชี้ถึงแนวโน้มการทำจุดสูงสุดใหม่ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ตามการวิเคราะห์ของ Gert van Lagen  Bitcoin อาจพุ่งสูงถึง $270,000-$300,000 ภายในปี 2025  เมกะโฟนแพทเทิร์น หรือ Broadening Wedge เป็นรูปแบบกราฟที่เกิดจากการสร้างจุดสูงสุดที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง (Higher Highs) และจุดต่ำสุดที่ต่ำลงเรื่อยๆ (Lower Lows) โดยหากราคาสามารถทะลุแนวต้านด้านบนของแพทเทิร์นได้ มีโอกาสที่ราคาจะปรับตัวพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในลักษณะพาราโบลิก  Bitcoin ได้ทะลุกรอบแนวต้านของแพทเทิร์นนี้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนของปีที่ผ่านมา และปัจจุบันก็ยังคงยืนอยู่เหนือเส้นแนวโน้มดังกล่าว  นักวิเคราะห์ Gert van Lagen ระบุว่า Bitcoin กำลังเคลื่อนไหวตามโครงสร้างการสะสมของราคา (Accumulation Structure) ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 เฟสสำคัญ ได้แก่Base 1 : จุดสิ้นสุดของตลาดขาลงที่แนวรับของเมกะโฟนแพทเทิร์นBase 2 : “Bear trap” หรือจุดที่นักลงทุนที่ไม่มั่นใจถูกบีบให้ออกจากตลาดก่อนที่ราคาจะกลับมายืนเหนือแนวรับBase 3: ช่วงการขยายตัวของราคา (Expansion Phase) ที่ยืนยันแนวโน้มขาขึ้นด้วยการทำจุดสูงสุดใหม่Base 4: การสะสมพลังครั้งสุดท้ายก่อนการพุ่งทะลุแนวต้านสำคัญ  ทั้งนี้ Gert van Lagen ยังได้ใช้ทฤษฎี Elliott Wave หรือศาสตร์การวิเคราะห์แนวโน้มราคาทางเทคนิค ชี้ให้เห็นว่า Bitcoin กำลังเข้าสู่ Wave 5 ซึ่งเป็นช่วงที่ราคามักปรับตัวพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง  ตามกฎทางเทคนิค Wave 5 มักจะพุ่งขึ้นประมาณ 1.618 - 2.0 เท่า ของ Wave 3 ซึ่งสอดคล้องกับระดับราคาที่คาดการณ์ไว้ระหว่าง $270,000 - $300,000 ภายในปี 2025  ภาพแสดงการก่อตัวของเส้นแนวโน้มพาราโบลิกในลักษณะขั้นบันได ( ที่มา : Gert van Lagen ) Bitcoin อาจเดินรอยตาม “ราคาทองคำ” แตะ $300,000+  นักวิเคราะห์อีกรายที่ใช้ชื่อว่า apsk32 ได้เปรียบเทียบแนวโน้มของ Bitcoin กับ เส้นทางราคาของทองคำในอดีต โดยระบุว่า Bitcoin อาจพุ่งไปได้สูงถึง $400,000 หากเคลื่อนไหวตามโมเดลเดียวกัน  โมเดลนี้อ้างอิงจาก Power Law Model ที่ปรับตามมูลค่าตลาดของทองคำ ซึ่งชี้ว่า Bitcoin ไม่เคยเคลื่อนไหวนำหน้าเส้นแนวโน้มของตัวเองเกินกว่า 5 ปี นั่นหมายความว่า Bitcoin อาจยังมีศักยภาพเติบโตต่อไปได้อีก  มูลค่าตลาดของ Bitcoin เมื่อเทียบเคียงกับทองคำ ( ที่มา: apsk32 )  ปัจจัยที่สนับสนุนมุมมองขาขึ้นในครั้งนี้ ได้แก่ การยอมรับ Bitcoin ในฐานะสินทรัพย์สำรองของบริษัทและสถาบันการเงินขนาดใหญ่ รวมไปถึงระดับประเทศ ซึ่งสะท้อนถึงบทบาทของทองคำในอดีต  แม้แต่สถาบันการเงินแบบดั้งเดิม อย่าง Intesa Sanpaolo ธนาคารยักษ์ใหญ่ของอิตาลี ก็ได้เพิ่ม Bitcoin เข้าไปอยู่ในพอร์ตการลงทุนของบริษัท ซึ่งบ่งชี้ถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นของนักลงทุนสถาบันต่อ Bitcoin  ยิ่งไปกว่านั้น ประธานาธิบดี Donald Trump ก็กำลังพิจารณาการจัดตั้ง กองทุนสำรอง Bitcoin เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์ทางการเงินของสหรัฐฯ ซึ่งอาจเร่งให้เกิดการยอมรับ Bitcoin ในระดับประเทศ  Bitcoin อาจแตะ $1.5 ล้านภายในปี 2035?  ในระยะเวลาที่ยาวนานกว่านั้น Timothy Peterson นักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุนที่เชี่ยวชาญในตลาดคริปโต คาดการณ์ว่า Bitcoin อาจแตะระดับ $1.5 ล้าน ภายในปี 2035 โดยอ้างอิงจากการเติบโตของเครือข่าย (Network Growth) และอัตราการยอมรับในอดีต  ด้าน Cathie Wood ผู้บริหารของ Ark Invest ก็มีมุมมองที่สอดคล้องกัน โดยประเมินว่า Bitcoin อาจแตะระดับราคาดังกล่าว ได้ภายในปี 2030

2025-02-17Bitcoin
1
...
1921
...
1000