สแกนเพื่อดาวน์โหลด
แพลตฟอร์มตรวจสอบ # และยืนยันการกำกับดูแลของตลาดการเงินทั่วโลก

ราคาของ Ether ต้องทะลุ $2,800 เพื่อเข้าสู่ขาขึ้น นักวิเคราะห์ชี้ปัจจัยหนุนแน่นทั้งด้านเทคนิคและพื้นฐาน- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่ราคาของ Ether ต้องทะลุ $2,800 เพื่อเข้าสู่ขาขึ้น นักวิเคราะห์ชี้ปัจจัยหนุนแน่นทั้งด้านเทคนิคและพื้นฐานปริมาณเหรียญที่สามารถซื้อขายได้ลดลง พร้อมแรงหนุนจากกองทุน ETF และตัวชี้วัดทางเทคนิค บ่งชี้ว่า Ether อาจกำลังเข้าสู่ช่วงขาขึ้น หากสามารถผ่านแนวต้านสำคัญที่ $2,800 ได้  Putawan Pulom  ปริมาณเหรียญที่สามารถซื้อขายได้ลดลง พร้อมแรงหนุนจากกองทุน ETF และตัวชี้วัดทางเทคนิค บ่งชี้ว่า Ether อาจกำลังเข้าสู่ช่วงขาขึ้น หากสามารถผ่านแนวต้านสำคัญที่ $2,800 ได้  ราคา Ether ขยับขึ้นแตะจุดสูงสุดในรอบ 4 เดือนที่ $2,880 เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ก่อนจะกลับลงมาอยู่ที่ราว $2,550 อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์หลายรายมองว่า ระดับ $2,800 ยังคงเป็นแนวต้านสำคัญที่ต้องเปลี่ยนให้กลายเป็นแนวรับ หากต้องการจุดชนวนการพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง  นักวิเคราะห์ชื่อดังในวงการคริปโต Daan Crypto Trades โพสต์บน X เมื่อวันจันทร์ว่า “ราคากำลังบีบตัวอยู่ใต้ระดับ $2.8K ซึ่งถือเป็นแนวต้านหลัก หากราคาพุ่งทะลุและยืนเหนือระดับนี้ได้อย่างมั่นคง นั่นจะเป็นสัญญาณที่ดีในการเคลื่อนไหวขึ้นไปยังจุดสูงสุดของรอบตลาดในครั้งนี้ ที่ประมาณ $4,000”  กราฟราคา Ethereum ต่อดอลลาร์สหรัฐ ในกรอบเวลา 2 วัน ( ที่มา : Daan Crypto Trade )  นักวิเคราะห์อีกคนอย่าง Jelle ก็เห็นตรงกัน โดยชี้ว่าโครงสร้างราคาที่บีบตัวเช่นนี้มักลงเอยด้วย “การเคลื่อนไหวของราคาที่รุนแรงและชัดเจน”  ปัจจัยบวกหนุนราคา Ethereum  หนึ่งในแรงหนุนสำคัญคือกระแสเงินทุนไหลเข้าสู่กองทุน Spot Ether ETF ที่ยังคงแข็งแกร่ง แม้จะหยุดสถิติการไหลเข้า 19 วันติดต่อกันเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่ก็กลับมาฟื้นตัวในช่วงต้นสัปดาห์ด้วยเงินไหลเข้าสามวันติดต่อกัน รวมถึงกว่า $19 ล้านในวันพุธที่ผ่านมา ข้อมูลจาก Farside Investors ระบุว่า สองสัปดาห์ล่าสุด Spot Ether ETF มีเงินไหลเข้าสุทธิรวมกว่า $861.3 ล้าน  ขณะเดียวกัน จำนวน ETH ที่ถูกนำไป Stake ก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่า 500,000 เหรียญในช่วงต้นเดือนมิถุนายน ส่งผลให้ยอดรวม ETH ที่ถูกล็อกไว้พุ่งแตะระดับสูงสุดใหม่กว่า 35 ล้านเหรียญ ซึ่งเป็นสัญญาณของความเชื่อมั่นในระยะยาว และทำให้เหรียญที่อยู่ในตลาดลดลง ส่งผลให้เหรียญอาจเกิดความขาดแคลน และส่งผลบวกต่อราคา  จำนวนรวมของ Ether ทั้งหมดที่ถูกนำไป Stake ( ที่มา : CryptoQuant )  นอกจากนี้ ที่อยู่กระเป๋าที่สะสม Ether โดยไม่มีประวัติการขายออก (Accumulation Addresses) ก็เพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยถือครองรวมกันกว่า 22.8 ล้าน ETH หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ $58,000 ล้าน  นักวิเคราะห์จาก CryptoQuant อย่าง OnChainSchool ให้ความเห็นว่า “การเพิ่มขึ้นของทั้งการ Stake และการสะสมเหรียญ บ่งชี้ว่า Ethereum เป็นหนึ่งในสินทรัพย์ดิจิทัลที่แข็งแกร่งที่สุดในแง่พื้นฐานและความเชื่อมั่นของนักลงทุน”  เทรนด์ไลน์สำคัญกับโอกาสพุ่งทะลุ  ข้อมูลจาก TradingView ชี้ว่า ขณะนี้ราคาของ ETH กำลังแกว่งตัวอยู่ระหว่างเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 200 วัน (SMA) ที่ $2,600 ซึ่งเป็นแนวต้าน และเส้น SMA 50 วันที่ $2,450 ซึ่งเป็นแนวรับ หากราคาสามารถฝ่าแนวต้าน SMA 200 วันได้ ก็อาจเห็นการฟื้นตัวต่อเนื่องสู่ระดับ $3,000 และสูงกว่า  กราฟราคา Ethereum ในกรอบเวลารายวัน ( ที่มา : TradingView )  อ้างอิง : Cointelegraph  ติดตาม CryptoSiam  เพื่อให้ไม่พลาด ทุกข่าวสาร วงการคริปโต  ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง  ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล  Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว

2025-08-22Defi

เพิ่งเริ่มต้น! รายงานชี้ Bitcoin ยังเข้าถึงเพียง 4% ของประชากรโลก พร้อมเติบโตได้อีกไกล- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่เพิ่งเริ่มต้น! รายงานชี้ Bitcoin ยังเข้าถึงเพียง 4% ของประชากรโลก พร้อมเติบโตได้อีกไกลแม้ความนิยมของ Bitcoin จะเพิ่มขึ้น แต่จำนวนผู้ถือครองยังอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสการเติบโตในอนาคต  แม้ความนิยมของ Bitcoin จะเพิ่มขึ้น แต่จำนวนผู้ถือครองยังอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสการเติบโตในอนาคต  รายงานวิจัยจาก River บริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการให้บริการเกี่ยวกับ Bitcoin ระบุว่า ปัจจุบันมีเพียง 4% ของประชากรโลกที่ถือครอง Bitcoin โดย สหรัฐอเมริกามีอัตราการถือครองสูงที่สุดที่ 14% ของประชากรทั้งหมดในประเทศ  อเมริกาเหนือ เป็นภูมิภาคที่มีการยอมรับ Bitcoin มากที่สุด ทั้งในระดับบุคคลและสถาบัน ขณะที่ แอฟริกามีอัตราการถือครองต่ำสุดเพียง 1.6% ของประชากรทั้งหมด  โดยรวมแล้ว การยอมรับ Bitcoin มีแนวโน้มสูงกว่าในประเทศพัฒนาแล้ว เมื่อเทียบกับประเทศกำลังพัฒนา  River ยังได้ประเมินว่า Bitcoin เพิ่งถูกใช้งานไปเพียง 3% ของศักยภาพสูงสุดที่ประชากรทั้งหมดบนโลกสามารถเข้าถึงได้ ซึ่งบ่งชี้ว่า สินทรัพย์ดิจิทัลนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการยอมรับในระดับโลก  อัตราการยอมรับ (หรือการนำไปใช้) ของ Bitcoin เมื่อเทียบกับเทคโนโลยีในอดีต ( ที่มา : River )Bitcoin ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น  Bitcoin ยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก โดยข้อมูลจาก River ระบุว่าปัจจุบัน Bitcoin ถูกเข้าถึงเพียง 3% ของศักยภาพการยอมรับสูงสุด การคำนวณนี้อ้างอิงจากขนาดมูลค่าตลาดที่สามารถเข้าถึงได้ (Total Addressable Market - TAM) ซึ่งครอบคลุมทั้งรัฐบาล บริษัท และสถาบันการเงินทั่วโลก ที่น่าสนใจคือ ปัจจุบัน Bitcoin ถูกนำไปใช้เพียง 1% ของ TAM เท่านั้น สะท้อนให้เห็นถึงโอกาสในการเติบโตที่มีอยู่อย่างมหาศาลในตลาดสกุลเงินดิจิทัล  นอกจากนี้ บริษัทยังคำนึงถึง สัดส่วนการจัดสรร Bitcoin ของสถาบันการเงินที่ยังต่ำกว่ามาตรฐาน รวมถึงอัตราการถือครองของบุคคลทั่วไป  ประมาณการถือครอง Bitcoin ของประชากรในแต่ละภูมิภาค ( ที่มา : River )  แม้ว่า Bitcoin จะเดินทางมาไกลจากยุค Cypherpunk ในช่วงแรก และได้รับการยอมรับให้เป็น สินทรัพย์สำรองของรัฐบาลสหรัฐฯ แล้ว แต่ก็ยังมี อุปสรรคสำคัญที่ขัดขวางการยอมรับในวงกว้าง  อะไรคืออุปสรรคที่ทำให้ Bitcoin ยังไม่ถูกใช้ในวงกว้าง?  Bitcoin ยังอยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านของอุตสาหกรรม เทคโนโลยีและการเงิน ซึ่งทั้งสองเรื่องนี้เป็นหัวข้อที่ซับซ้อนในตัวเอง และยิ่งทวีความซับซ้อนขึ้นไปอีกเมื่อนำมารวมกันการขาดความรู้ด้านการเงินและเทคโนโลยี หนึ่งในปัญหาหลักของการยอมรับ Bitcoin ในวงกว้างคือ ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัล หลายคนยังมองว่า Bitcoin คือแชร์ลูกโซ่ หรือ Ponzi Scheme ทำให้เกิดความลังเลในการลงทุนBitcoin มีความผันผวนสูง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ ดึงดูดนักเก็งกำไรระยะสั้นเข้ามาสู่ตลาด แต่นั่นก็เป็น อุปสรรคสำหรับผู้ที่ต้องการใช้ Bitcoin เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนหรือเก็บมูลค่าในระยะยาวผลกระทบต่อเศรษฐกิจในประเทศกำลังพัฒนา ประชาชนในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่มักหันไปใช้ Stablecoin ที่ตรึงมูลค่ากับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ มากกว่า Bitcoin เพราะมีค่าธรรมเนียมต่ำและมีเสถียรภาพที่มากกว่ารายงานปี 2023 ของ Chainalysis เปิดเผยว่า Stablecoin เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีมูลค่าการทำธุรกรรมสูงที่สุดในประเทศแถบละตินอเมริกา ( ที่มา: Chainalysis )Stablecoin ถูกใช้เป็นเครื่องมือรักษาอำนาจของดอลลาร์สหรัฐฯ  ในการประชุม White House Crypto Summit เมื่อวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา Scott Bessent รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้ประกาศว่า รัฐบาลสหรัฐฯ จะใช้ Stablecoin เป็นเครื่องมือรักษาความเป็นผู้นำของดอลลาร์ และปกป้องดอลลาร์ในสถานะสกุลเงินสำรองหลักของโลก  การเคลื่อนไหวนี้ได้สะท้อนให้เห็นว่า ถึงแม้ Bitcoin จะได้รับการยอมรับที่เพิ่มขึ้น แต่ Stablecoin อาจเป็นทางเลือกที่รัฐบาลสหรัฐฯ มองว่าสามารถควบคุมได้มากกว่า  อ่าน : รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เตรียมใช้ Stablecoin รักษาความเป็นผู้นำของดอลลาร์ในระดับโลก  แม้ว่า Bitcoin จะยังไม่ถูกใช้ในวงกว้าง แต่แนวโน้มระยะยาวยังคงมีโอกาสเติบโตอีกมาก โดยเฉพาะเมื่อความรู้ทางการเงินและเทคโนโลยีของผู้คนเพิ่มมากขึ้นในอนาคต

2025-03-10Bitcoin

รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เตรียมใช้ Stablecoin รักษาความเป็นผู้นำของดอลลาร์ในระดับโลก- CryptoSiam

???????? United Statesรัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ เตรียมใช้ Stablecoin รักษาความเป็นผู้นำของดอลลาร์ในระดับโลกDonald Trump และ Scott Bessent เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการกำหนดกรอบกฎหมายที่ชัดเจนสำหรับ Stablecoin พร้อมยืนยันแนวทางสนับสนุนอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล  Donald Trump และ Scott Bessent เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการกำหนดกรอบกฎหมายที่ชัดเจนสำหรับ Stablecoin พร้อมยืนยันแนวทางสนับสนุนอุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล  Scott Bessent รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า รัฐบาลมีแผนใช้ Stablecoin เพื่อรักษาความเป็นผู้นำของดอลลาร์สหรัฐในฐานะสกุลเงินสำรองโลก โดยแถลงการณ์นี้มีขึ้นในงานประชุม White House Crypto Summit เมื่อวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา  Bessent ยังตอกย้ำจุดยืนของรัฐบาล Trump ในการยุติ “สงครามกับคริปโต” พร้อมให้คำมั่นว่าจะยกเลิกข้อกำหนดที่เป็นภาระจาก แนวทางและข้อกำหนดของกรมสรรพากร และมาตรการกำกับดูแลที่เข้มงวดเกินไป  “เราจะให้ความสำคัญกับระบบ Stablecoin อย่างเต็มที่ และตามคำสั่งของ ประธานาธิบดี Trump เราจะทำให้ดอลลาร์สหรัฐยังคงเป็น สกุลเงินสำรองหลักของโลก และเราจะใช้ Stablecoin เป็นเครื่องมือสำคัญในการทำเช่นนั้น” Bessent กล่าว  Trump ยังเรียกร้องให้สภาคองเกรสเร่งผลักดันกฎหมายควบคุม Stablecoin ฉบับสมบูรณ์ให้แล้วเสร็จ ก่อนช่วงปิดสมัยประชุมสภาในเดือนสิงหาคม  ภาพในงาน White House Crypto Summit ( ที่มา : NY1 )  นอกจากนี้ Trump ยังได้วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลของ Biden กรณีขาย Bitcoin ที่รัฐบาลสหรัฐฯ ยึดมาได้เร็วเกินไป ซึ่งเขามองว่า เป็นความเสียหายหลายพันล้านดอลลาร์จากการขายก่อนเวลาอันควร  บรรดาผู้เข้าร่วม White House Crypto Summit ต่างมองว่าการประชุมในครั้งนี้เป็น เหตุการณ์ประวัติศาสตร์ ที่สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายครั้งสำคัญของรัฐบาลสหรัฐฯ ต่ออุตสาหกรรมสินทรัพย์ดิจิทัล  Stablecoin อาวุธใหม่ของดอลลาร์สหรัฐ  Stablecoin ที่ได้รับการสนับสนุนโดย พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะสั้น และเงินฝากธนาคาร ถือเป็นเครื่องมือที่ช่วย ขับเคลื่อนความต้องการในตราสารหนี้ของสหรัฐฯ ซึ่งอาจช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับดอลลาร์  Christopher Waller ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) เป็นอีกหนึ่งผู้สนับสนุนแนวคิดนี้ โดยเขาระบุในเดือนกุมภาพันธ์ 2024 ว่า Stablecoin สามารถช่วยลดผลกระทบจากคริปโตเคอร์เรนซีที่อาจกัดกร่อนอิทธิพลของดอลลาร์สหรัฐได้  ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ 2025 Waller ได้เน้นย้ำว่า Stablecoin สามารถช่วยรักษาสถานะของดอลลาร์ ในฐานะ สกุลเงินสำรองระดับโลก โดยช่วยให้สหรัฐฯ ก้าวข้ามข้อจำกัดทางการเงินในบางประเทศ และพัฒนาระบบการชำระเงินให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นได้  เพื่อสนับสนุนแนวทางนี้ สมาชิกสภาคองเกรส French Hill และ Bryan Steil ได้เสนอ “Stable Act of 2025” ซึ่งเป็นร่างกฎหมายที่มุ่งกำหนด กรอบกำกับดูแล Stablecoin อย่างครอบคลุม  รัฐบาล Trump ดัน Stablecoin เป็นอาวุธรักษาอิทธิพลของดอลลาร์  ท่าทีของรัฐบาล Trump ต่อ Stablecoin ถือเป็น การเปลี่ยนจุดยืนครั้งสำคัญของสหรัฐฯ ต่อสินทรัพย์ดิจิทัล โดยมองว่า Stablecoin จะกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการรักษาความเป็นผู้นำของดอลลาร์  นโยบายนี้ได้รับการสนับสนุนจาก Fed และกำลังได้รับการผลักดันผ่านร่างกฎหมาย Stable Act of 2025 ซึ่งหากผ่านการอนุมัติ จะช่วยให้ Stablecoin มีสถานะทางกฎหมายที่ชัดเจน และอาจกลายเป็น รากฐานใหม่ของระบบการเงินดิจิทัลที่ผูกกับดอลลาร์สหรัฐ  การดำเนินนโยบายเช่นนี้อาจเปลี่ยนโฉมตลาด Stablecoin ทั่วโลก และทำให้สหรัฐฯ กลายเป็นศูนย์กลางของสกุลเงินดิจิทัลที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล

2025-03-08Bitcoin

ผู้ก่อตั้ง Swan Bitcoin เผย! มีโอกาสมากกว่า 50% ที่ Bitcoin จะขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ก่อนเดือนมิถุนายนนี้- CryptoSiam

การลงทุนผู้ก่อตั้ง Swan Bitcoin เผย! มีโอกาสมากกว่า 50% ที่ Bitcoin จะขึ้นไปทำจุดสูงสุดใหม่ก่อนเดือนมิถุนายนนี้Cory Klippsten CEO ของ Swan Bitcoin วิเคราะห์ว่าตลาดคริปโตกำลังอยู่ในช่วงปรับฐานตามปกติ โดยมองว่าการพักตัวในปัจจุบันจะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว และไม่น่าจะนำไปสู่ภาวะซบเซาหรือการเคลื่อนไหวแบบไซด์เวย์ในระยะยาว  Cory Klippsten CEO ของ Swan Bitcoin วิเคราะห์ว่าตลาดคริปโตกำลังอยู่ในช่วงปรับฐานตามปกติ โดยมองว่าการพักตัวในปัจจุบันจะเกิดขึ้นเพียงชั่วคราว และไม่น่าจะนำไปสู่ภาวะซบเซาหรือการเคลื่อนไหวแบบไซด์เวย์ในระยะยาว  Cory Klippsten ผู้ก่อตั้งและ CEO คนปัจจุบันของ Swan Bitcoin แพลตฟอร์มที่เชี่ยวชาญด้านบริการ Bitcoin มองว่า มีโอกาสสูงกว่า 50% ที่ราคาจะขึ้นไปแตะจุดสูงสุดใหม่ก่อนสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ แต่ตลาดจำเป็นต้องปรับตัวต่อปัจจัยระดับโลกที่ยังคงผันผวนในปัจจุบัน  “ตลาดยังต้องซึมซับแรงกดดันจาก นโยบายภาษีนำเข้า ของ Donald Trump และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอัตราเงินเฟ้อ” Klippsten กล่าวกับ Cointelegraph  ตลาดจำเป็นต้องใช้เวลาในการปรับตัว  Klippsten ระบุว่า Bitcoin ที่ยังคงมีซื้อขายต่ำกว่าระดับราคา $100,000 ในขณะนี้ถือเป็น การพักฐานเพียงชั่วคราว ไม่ใช่การสิ้นสุดของตลาดกระทิง  “ตลาดยังต้องย่อยข่าวเรื่อง ภาษีนำเข้า สงครามการค้า และความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอย ก่อนที่มันจะไปต่อได้”  ข้อมูลจาก CoinMarketCap ในปัจจุบัน ระบุว่า Bitcoin มีราคาซื้อขายอญุ่ที่ $89,087 ลดลง 2.44% ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา และร่วงลงเกือบ 14% ตั้งแต่ Trump ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน แคนาดา และเม็กซิโกเมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา  กราฟ BTC/USD ในระยะเวลา 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ( ที่มา : CoinMarketCap )  แม้ว่าราคา Bitcoin จะยังคงเผชิญกับความผันผวนตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ Klippsten เชื่อว่าการที่ราคาได้ทะลุแนวต้าน $100,000 เป็นครั้งแรกในเดือนธันวาคม 2024 ยังคงเป็นปัจจัยหนุน ซึ่งบ่งบอกว่าความต้องการจากสถาบันการเงินยังไม่ได้ลดลง  “ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็น ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ และการเปลี่ยนแปลงนโยบายของ Fed อาจเป็นปัจจัยรบกวนระยะสั้น แต่ในระยะยาวตลาดยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น”  “ตอนนี้ Bitcoin อยู่ใน ช่วงปรับฐาน (Consolidation Phase) แต่ผมไม่คิดว่ามันจะลากยาวไปสู่การไซด์เวย์ในระยะยาว”  ราคา Bitcoin อาจเคลื่อนไหวระหว่าง $85,000 - $95,000 ชั่วคราว  Bitcoin เคยร่วงลงไปต่ำกว่าระดับราคา $85,000 หลังจากที่ Trump ลงนามในคำสั่งบริหารจัดตั้งกองทุนสำรอง Bitcoin (Strategic Bitcoin Reserve)  อย่างไรก็ตาม ภายหลังตลาดมองว่าคำสั่งของ Trump ไม่ได้ส่งผลกระทบมากนัก เนื่องจากรัฐบาลเพียงแค่ยืนยันว่าจะไม่ขาย Bitcoin ที่ถือครองอยู่ โดยไม่มีการระบุ กรอบเวลาหรือจำนวนที่รัฐบาลจะซื้อเพิ่ม  หลังจากที่ราคาปรับตัวลง Timothy Peterson นักวิเคราะห์รายหนึ่ง ได้ให้สัมภาษณ์กับ Cointelegraph ว่าตามรูปแบบราคาในอดีต Bitcoin อาจแกว่งตัวในช่วงระดับราคา $85,000 - $95,000 เป็นระยะเวลา 6 - 12 สัปดาห์ ก่อนที่จะค่อย ๆ ไต่ระดับกลับขึ้นไปยืนเหนือ $100,000 ได้อีกครั้ง  Hunter Horsley CEO ของ Bitwise Invest ไม่ได้กังวลกับการร่วงลงของราคา Bitcoin หลังจากมีข่าว Strategic Bitcoin Reserve โดยเขาชี้ให้เห็นว่า สถานการณ์ที่คล้ายกันนี้เคยเกิดขึ้นหลังจากมีข่าวการเปิดตัว Bitcoin ETF ในเดือนมกราคม 2024  “ตอน ETF เปิดตัว Bitcoin ก็ร่วงเหมือนกัน แต่หลังจากนั้นก็ทำสถิติสูงสุดใหม่... เทรดเดอร์ก็แค่เทรดไปตามเกมของพวกเขา” Horsley โพสต์บน X เมื่อวันที่ 7 มีนาคม  Bitcoin ยังอยู่ในช่วงพักตัว แต่แนวโน้มขาขึ้นยังไม่จบ  แม้ว่าตลาดจะได้รับแรงกดดันจากหลายปัจจัย เช่น นโยบายภาษีนำเข้าของ Trump และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ แต่ Cory Klippsten มองว่า โอกาสที่ Bitcoin จะทำสถิติสูงสุดใหม่ก่อนเดือนมิถุนายนยังคงมีมากกว่า 50%  ตลาดอาจต้องใช้เวลาปรับตัว Bitcoin อาจเคลื่อนไหวระหว่าง $85,000 -

2025-03-07Bitcoin

ยังไม่หยุด! หุ้น Metaplanet พุ่งอีก 19% หลังซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก 497 BTC- CryptoSiam

การลงทุนยังไม่หยุด! หุ้น Metaplanet พุ่งอีก 19% หลังซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก 497 BTCบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการลงทุนของญี่ปุ่น Metaplanet เดินหน้าซื้อ Bitcoin เพิ่มเป็นครั้งที่สองในสัปดาห์นี้ ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 19% ในเวลาเพียงหนึ่งวัน  บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการลงทุนของญี่ปุ่น Metaplanet เดินหน้าซื้อ Bitcoin เพิ่มเป็นครั้งที่สองในสัปดาห์นี้ ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้น 19% ในเวลาเพียงหนึ่งวัน  Simon Gerovich CEO ของ Metaplanet เปิดเผยผ่านโพสต์บน X เมื่อวันที่ 5 มีนาคมว่า บริษัทได้เข้าซื้อ Bitcoin เพื่มอีก 497 BTC ที่ราคาเฉลี่ย $88,448 ต่อ 1 BTC คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งหมด $43.9 ล้าน  ขณะที่ราคาหุ้นของ Metaplanet บนตลาดหลักทรัพย์โตเกียวก็ปรับตัวพุ่งขึ้นอีก 19% มาอยู่ที่ระดับาคา 3,985 เยน ($26.60) ตามข้อมูลจาก Google Finance  การซื้อครั้งนี้ทำให้ Metaplanet ถือครอง Bitcoin รวมทั้งสิ้น 2,888 BTC ที่ราคาเฉลี่ย $84,240 ต่อ 1 BTC คิดเป็นมูลค่าประมาณ $251 ล้าน เมื่อคำนวณจากราคาซื้อขายล่าสุดที่ $87,150  Gerovich ยังเผยว่า ผลตอบแทนในหุ้นของบริษัทตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 45% ขณะที่ Metaplanet ได้เข้าซื้อ 794.5 BTC ไปแล้วในปีนี้ และมีกำไรจากการซื้อดังกล่าวคิดมูลค่าประมาณ $66 ล้าน ในไตรมาสแรกของปี 2025  ราคาหุ้นของ Metaplanet ในวันที่ 5 มีนาคม ( ที่มา : Google Finance )หุ้น Metaplanet พุ่งแรง แม้เผชิญแรงกดดันจากตลาด Bitcoin ที่ยังคงผันผวน  ก่อนหน้านี้ ราคาหุ้นของ Metaplanet ได้รับแรงกดดันจากการปรับฐานของ Bitcoin ซึ่งมีราคาร่วงลงถึง 8.5% ในช่วง 14 วันที่ผ่านมา และแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 เดือนที่ ระดับราคาต่ำกว่า $79,000 เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ จากความกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าครั้งใหม่ หลังจาก Donald Trump ประกาศแผนขึ้นภาษีสินค้านำเข้าจากหลายประเทศ  อย่างไรก็ตาม แม้จะเกิดความผันผวนในตลาดคริปโต แต่ Metaplanet ก็ยังคงเป็นหนึ่งในหุ้นของตลาดหลักทรัพย์โตเกียว ที่ทำผลตอบแทนสูงสุดในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยมีราคาเพิ่มขึ้นแล้วกว่า 1,700%  Metaplanet ตั้งเป้าถือครอง 21,000 BTC ภายในปี 2026  Metaplanet ได้เข้าซื้อ Bitcoin เป็นครั้งที่สองในสัปดาห์นี้ หลังจากที่เพิ่งเข้าซื้อ 156 BTC ไปเมื่อวันที่ 3 มีนาคม ซึ่งขณะนั้น Gerovich เปิดเผยว่าบริษัทกำลังพิจารณาแผนการจดทะเบียนบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ของประเทศญี่ปุ่น โดยมีสหรัฐฯ เป็นหนึ่งในตัวเลือก  ล่าสุด Metaplanet ได้ขยับขึ้นมาเป็น บริษัทเอกชนที่ถือครอง Bitcoin มากที่สุดเป็นอันดับ 12 ของโลก และ อันดับ 1 ของเอเชีย แซงหน้า Boyaa Interactive International บริษัทเกมจากฮ่องกง ตามข้อมูลจาก BiTBO  จำนวนการถือครอง Bitcoin ของบริษัท ( ที่มา : Simon Gerovich )  นอกจากนี้ Gerovich ยังได้พบปะกับเจ้าหน้าที่จากตลาดหลักทรัพย์ New York Stock Exchange (NYSE) และ Nasdaq เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ เพื่อแนะนำแพลตฟอร์มและโครงสร้างของบริษัท  “เรากำลังพิจารณาวิธีที่ดีที่สุดเพื่อทำให้หุ้นของ Metaplanet สามารถเข้าถึงนักลงทุนทั่วโลกได้ง่ายขึ้น” Gerovich กล่าวผ่าน X เมื่อวันที่ 3 มีนาคม  การเข้าซื้อ Bitcoin อย่างต่อเนื่องของ Metaplanet แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์ระยะยาวของบริษัทในการเป็นผู้นำด้านการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลในญี่ปุ่น

2025-03-05Bitcoin

Bitfinex เผย! Bitcoin อาจต้องผ่านแนวต้านสำคัญในการกลับไปยืนเหนือ $94,000- CryptoSiam

การลงทุนBitfinex เผย! Bitcoin อาจต้องผ่านแนวต้านสำคัญในการกลับไปยืนเหนือ $94,000นักวิเคราะห์เตือนว่า Bitcoin อาจเผชิญอุปสรรคสำคัญในการกลับไปยืนเหนือระดับราคา $94,000 หลังจากความพยายามครั้งล่าสุดล้มเหลว  นักวิเคราะห์เตือนว่า Bitcoin อาจเผชิญอุปสรรคสำคัญในการกลับไปยืนเหนือระดับราคา $94,000 หลังจากความพยายามครั้งล่าสุดล้มเหลว  นักวิเคราะห์จาก Bitfinex ระบุในรายงานตลาดเมื่อวันที่ 3 มีนาคม ว่า “การฟื้นตัวของราคาเพื่อกลับไปยืนเหนือ $94,000 อาจเผชิญแนวต้านสำคัญ” โดย Bitcoin ร่วงลงต่ำกว่าระดับราคา $94,000 เมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา และยังไม่สามารถดีดตัวกลับขึ้นไปได้ในปัจจุบัน  การคาดการณ์ในครั้งนี้เชื่อมโยงกับความผันผวนที่เกิดขึ้นหลังจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ Donald Trump ประกาศสนับสนุนการจัดตั้งกองทุนสำรองคริปโตแห่งชาติ เมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ Bitcoin พุ่งขึ้นถึง 12% จาก $85,000 ขึ้นไปแตะ $95,000 อย่างรวดเร็ว  อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ชี้ว่าแรงขายที่เข้ามาอย่างหนักในตลาด Spot Bitcoin ได้ลบกำไรส่วนใหญ่จากการพุ่งขึ้นก่อนหน้านี้ไปแล้ว โดยปัจจุบัน Bitcoin มีราคาซื้อขายอยู่ที่ $87,100 ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap ซึ่งหมายความว่าหากต้องกลับไปที่ $94,000 จะต้องปรับตัวขึ้นอีกราว 8%  Bitcoin มีราคาลดลง 7.26% ในรอบ 30 วันที่ผ่านมา ( ที่มา : CoinMarketCap )ตลาดยังคงผันผวน จนกว่าจะมีแรงซื้อที่แท้จริงกลับเข้ามา  นักเทรดคริปโต Rekt Capital ระบุในโพสต์บน X เมื่อวันที่ 4 มีนาคมว่า  “ตามสถิติในอดีต จุดต่ำสุดของรอบขาลงอาจเกิดขึ้นไปแล้ว แต่ก็ยังมีโอกาสที่ราคาจะร่วงต่ำลงกว่านี้ได้อีก”  Rekt Capital ยังเสริมว่า Bitcoin อาจทรงตัวอยู่ที่ระดับแนวรับ $93,500 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าราคาจะไม่ลงไปต่ำกว่าระดับดังกล่าวอีก  ในขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์คริปโต Axel Adler กล่าวว่า เป็น “สัญญาณเชิงบวก” ที่มีแรงซื้อกลับเข้ามาเมื่อ Bitcoin ปรับตัวลงไปแตะระดับ $81,000  ด้าน Michaël van de Poppe ผู้ก่อตั้ง MN Trading ให้ความเห็นว่า  “เราน่าจะต้องรอจนกว่าสัปดาห์นี้จะผ่านผ้นไป เนื่องจากยังมีข้อมูลเศรษฐกิจและเหตุการณ์สำคัญที่อาจส่งผลต่อตลาด”  ปัจจุบันนักลงทุนใสตลาดกำลังจับตาตัวเลข ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐฯ ในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งมีกำหนดประกาศในวันที่ 12 มีนาคมนี้ โดยเป็นข้อมูลสำคัญก่อนที่ ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะตัดสินใจปรับอัตราดอกเบี้ยในวันที่ 19 มีนาคม  Kyle Chasse ผู้ก่อตั้ง Master Ventures กล่าวว่า ราคาของ Bitcoin จะยังคงผันผวน จนกว่าจะมีแรงซื้อที่แท้จริงกลับเข้ามาในตลาด แทนที่จะเป็นเพียงการซื้อขายเพื่อเก็งกำไรระยะสั้น  อ่าน : VC ชี้ Bitcoin ต้องการนักลงทุนระยะยาวที่แท้จริง ไม่ใช่เฮดจ์ฟันด์ที่เข้ามาเพื่อเก็งกำไร  ขณะที่ ดัชนี Crypto Fear & Greed ซึ่งเป็นตัววัดความเชื่อมั่นของตลาด ยังคงอยู่ที่ ระดับ 20/100 (Extreme Fear) มาตั้งแต่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของนักลงทุนที่ยังไม่คลายลง

2025-03-05Bitcoin

Metaplanet ยังคงเดินหน้าซื้อ Bitcoin เพิ่ม พร้อมพิจารณาเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ- CryptoSiam

ข่าวธุรกิจMetaplanet ยังคงเดินหน้าซื้อ Bitcoin เพิ่ม พร้อมพิจารณาเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯMetaplanet ซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก 156 BTC ขณะที่ CEO เผยว่า กำลังพิจารณาทางเลือกในการทำให้หุ้นของบริษัทเข้าถึงนักลงทุนทั่วโลกได้มากขึ้น  Metaplanet ซื้อ Bitcoin เพิ่มอีก 156 BTC ขณะที่ CEO เผยว่า กำลังพิจารณาทางเลือกในการทำให้หุ้นของบริษัทเข้าถึงนักลงทุนทั่วโลกได้มากขึ้น  ในวันที่ 3 มีนาคมนี้ Metaplanet บริษัทที่ให้บริการด้านไอทีและซอฟต์แวร์ ในประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทที่สะสม Bitcoin มาอย่างต่อเนื่อง ได้เข้าซื้อเพิ่มอีก 156 BTC คิดเป็นมูลค่าประมาณ 13.4 ล้านดอลลาร์ ที่ราคาเฉลี่ย $85,890 ต่อ 1 BTC ทำให้ขณะนี้ Metaplanet ถือครอง Bitcoin รวมทั้งหมด 2,391 BTC  ตั้งแต่ที่บริษัทได้เริ่มกลยุทธ์การลงทุนใน Bitcoin เมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว Metaplanet ก็ได้เข้าซื้อ Bitcoin รวมมูลค่า 196.3 ล้านดอลลาร์ ที่ราคาเฉลี่ย $82,100 ต่อ 1 BTC ซึ่งหากเทียบกับราคา Bitcoin ในปัจจุบัน บริษัทมีกำไรจากการลงทุนเพิ่มขึ้นแล้วประมาณ 13%  ประกาศการเข้าซื้อของ Metaplanet ( ที่มา : Simon Gerovich )Metaplanet พิจารณาการจดทะเบียนในตลาดสหรัฐฯ  การเข้าซื้อ Bitcoin ครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่ Simon Gerovich CEO ของ Metaplanet ได้เดินทางไปพบกับเจ้าหน้าที่จากตลาดหลักทรัพย์ New York Stock Exchange (NYSE) และ Nasdaq ในสหรัฐฯ เพื่อแนะนำแพลตฟอร์มและโครงสร้างของบริษัท  “เรากำลังพิจารณาวิธีที่ดีที่สุดในการทำให้หุ้นของ Metaplanet เข้าถึงนักลงทุนทั่วโลกได้มากขึ้น” Gerovich กล่าวในโพสต์เมื่อวันที่ 3 มีนาคม  ภาพถ่าย CEO ของ Metaplanet บริเวณระฆังที่ตลาดหลักทรัพย์นิวยอร์ก ( ที่มา : Simon Gerovich )  แต่อย่างไรก็ตาม การจดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยังอยู่ในช่วงการพิจารณา และ Metaplanet อาจตัดสินใจไม่ดำเนินการในทิศทางนี้  เนื่องจากปัจจุบัน หุ้นของ Metaplanet (MTPLF) มีการจดทะเบียนให้สามารถซื้อขายได้บน OTC Markets ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งช่วยให้นักลงทุนต่างชาติสามารถเข้าถึงหุ้นของบริษัทได้ง่ายขึ้น  OTC Markets เป็นตลาดการเงินในสหรัฐฯ ที่ให้ข้อมูลเกี่ยวกับราคาหุ้นและสภาพคล่องของหลักทรัพย์มากกว่า 12,400 ตัว ซึ่งรวมถึงบริษัทข้ามชาติหลายแห่ง  หุ้น Metaplanet พุ่งแรงกว่า 1,800% ในปีที่ผ่านมา  ปัจจุบันหุ้น MTPLF ของ Metaplanet มีมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 530% จากมูลค่า $3 เป็น $18.9 นับตั้งแต่เริ่มซื้อขายบน OTC Markets เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2024  ขณะเดียวกันบริษัทก็ยังเป็นหนึ่งในหุ้นที่มีผลตอบแทนสูงที่สุดในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว โดยมีราคาปรับตัวสูงขึ้นกว่า 1,800% ภายในระยะเวลา 12 เดือนที่ผ่านมา ตามข้อมูลจาก Google Finance และปัจจุบันเป็นบริษัทถือครอง Bitcoin มากที่สุดเป็นอันดับที่ 14 ของโลก ตามข้อมูลจาก BitcoinTreasuries  ตั้งแต่บริษัทเริ่มกลยุทธ์ลงทุนใน Bitcoin เมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว Metaplanet ก็ได้ใช้เครื่องมือทางการเงินหลายรูปแบบเพื่อสนับสนุนการสะสม Bitcoin และมีเป้าหมายการถือครองใ่ห้ถึง 21,000 BTC ภายในปี 2026

2025-03-03Bitcoin

VC ชี้ Bitcoin ต้องการนักลงทุนระยะยาวที่แท้จริง ไม่ใช่เฮดจ์ฟันด์ที่เข้ามาเพื่อเก็งกำไร- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่VC ชี้ Bitcoin ต้องการนักลงทุนระยะยาวที่แท้จริง ไม่ใช่เฮดจ์ฟันด์ที่เข้ามาเพื่อเก็งกำไรKyle Chasse ผู้ก่อตั้ง Master Ventures ชี้ว่า Bitcoin ต้องดึงดูดนักลงทุนระยะยาวที่แท้จริง แทนที่จะเป็นกองทุนเฮดจ์ฟันด์ที่เข้ามาเพื่อทำกำไรระยะสั้นจากความผันผวนของตลาด  Kyle Chasse ผู้ก่อตั้ง Master Ventures ชี้ว่า Bitcoin ต้องดึงดูดนักลงทุนระยะยาวที่แท้จริง แทนที่จะเป็นกองทุนเฮดจ์ฟันด์ที่เข้ามาเพื่อทำกำไรระยะสั้นจากความผันผวนของตลาด  Bitcoin จะยังคงเผชิญความผันผวนต่อไป ตราบใดที่ตลาดยังเต็มไปด้วยนักเก็งกำไรที่มองหาโอกาสทำกำไรระยะสั้น มากกว่านักลงทุนที่ต้องการถือครองสินทรัพย์ในระยะยาว ตามความเห็นของ Kyle Chasse ผู้ก่อตั้ง Master Ventures  “นี่คือตัวอย่างของเกมสภาพคล่องที่ชัดเจน ETF ไม่ได้ดึงดูดแค่ผู้ถือครองระยะยาว แต่นำกองทุนเฮดจ์ฟันด์เข้ามา ซึ่งส่วนใหญ่ทำกำไรจากการเก็งกำไรระยะสั้น” Kyle Chasse กล่าวในโพสต์บน X เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์  กองทุนเฮดจ์ฟันด์ไล่ล่าผลตอบแทนความเสี่ยงต่ำจาก Bitcoin  Chasse อธิบายว่า ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา กองทุนเฮดจ์ฟันด์ได้ทำกำไรจากส่วนต่างระหว่างราคา Bitcoin ในตลาดสปอตและฟิวเจอร์ส ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่เรียกว่า Cash and Carry Trade เนื่องจากราคาฟิวเจอร์สของ Bitcoin มักสูงกว่าราคาสปอต  อย่างไรก็ตาม เมื่อราคาตลาดร่วงลง ส่วนต่างของราคานี้ก็ลดลงอย่างรวดเร็ว ทำให้การเทรดด้วยกลยุทธ์ดังกล่าวไม่คุ้มค่าอีกต่อไป นำไปสู่การปิดสถานะของกองทุนเหล่านี้ ซึ่งส่งผลให้ตลาดเผชิญแรงเทขายเพิ่มเติม  “BTC ต้องการนักลงทุนที่แท้จริง ไม่ใช่แค่เฮดจ์ฟันด์ที่เข้ามาดูดสภาพคล่องเพื่อทำกำไร” Chasse กล่าว พร้อมเสริมว่า ความผันผวนของ Bitcoin จะยังคงอยู่ต่อไป ตราบใดที่สถานะที่ใช้เลเวอเรจ (Leverage) ยังถูกบังคับปิดอย่างต่อเนื่อง  Markus Thielen หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ 10x Research ให้ความเห็นในรายงานเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ว่า เมื่อตลาดคริปโตเผชิญกับภาวะซบเซา อัตรา Funding Rate ก็ลดลง ส่งผลให้การเทรดที่ใช้กลยุทธ์เดียวกันนี้ต้องปิดสถานะลง  “เฮดจ์ฟันด์เหล่านี้ไม่เคยเดิมพันว่า Bitcoin จะพุ่งขึ้นจริงๆ สิ่งที่พวกเขาต้องการคือผลตอบแทนที่มีความเสี่ยงต่ำเท่านั้น” Chasse กล่าวเสริม  Bitcoin ร่วงต่ำกว่า $80,000 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน  Bitcoin ปรับตัวลดลงต่ำกว่า $80,000 เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ 10 พฤศจิกายน โดยมีสาเหตุจากแรงเทขายของกองทุนเฮดจ์ฟันด์และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ  ปัจจุบัน Bitcoin มีราคาซื้อขายที่ $79,843 ตามข้อมูลจาก TradingView  กราฟ BTC / USD ใน 24 ชั่วโฒงที่ผ่านมา ( ที่มา : TradingView )  Pav Hundal หัวหน้านักวิเคราะห์จาก Swyftx กล่าวกับ Cointelegraph ว่า  “Bitcoin อาจมีแนวโน้มปรับตัวลงได้อีก แต่ความเสียหายส่วนใหญ่เกิดขึ้นไปแล้ว”  Hundal เสริมว่าตลาดยังจับตาดู ตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่กำลังจะประกาศในวันที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งอาจช่วยให้ตลาดมีแนวโน้มดีขึ้น หากตัวเลขออกมาต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้  ทางด้าน Chasse ยังได้กล่าวปิดท้ายว่า  “ตอนนี้กลยุทธ์ของเฮดจ์ฟันด์ใช้ไม่ได้แล้ว พวกเขาจึงถอนสภาพคล่องออกไป ทำให้ตลาดเข้าสู่ภาวะเทขาย”  นับตั้งแต่ Bitcoin ร่วงต่ำกว่า $90,000 เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ นักวิเคราะห์หลายรายชี้ว่าสาเหตุหลักมาจาก ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และนโยบายภาษีที่ Donald Trump เสนอ ซึ่งส่งผลกระทบต่อ Bitcoin และตลาดคริปโตโดยรวม

2025-02-28Bitcoin

ฺBitocin ETF ของ BlackRock เผชิญแรงขายหนักสุดในประวัติศาสตร์ มูลค่าการไหลออก $420 ล้านภายในวันเดียว- CryptoSiam

การลงทุนฺBitocin ETF ของ BlackRock เผชิญแรงขายหนักสุดในประวัติศาสตร์ มูลค่าการไหลออก $420 ล้านภายในวันเดียวกองทุน iShares Bitcoin Trust (IBIT) ของ BlackRock เผชิญแรงขายมหาศาล สูญเงินไหลออกถึง $420 ล้าน ภายในหนึ่งวัน ถือเป็นการไหลออกครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่เปิดตัวเมื่อต้นปี 2024  กองทุน iShares Bitcoin Trust (IBIT) ของ BlackRock เผชิญแรงขายมหาศาล สูญเงินไหลออกถึง $420 ล้าน ภายในหนึ่งวัน ถือเป็นการไหลออกครั้งใหญ่ที่สุดตั้งแต่เปิดตัวเมื่อต้นปี 2024  ยอดการซื้อขาย Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ รายวัน ( ที่มา : CoinGlass )ตลาดคริปโตร่วงหนัก มูลค่าตลาดลดลงกว่า $1 ล้านล้าน จากจุดสูงสุด  กระแสเงินทุนที่ไหลออกจาก Bitcoin ETF สะท้อนถึงแรงเทขายในตลาดคริปโตโดยรวม โดยในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มูลค่าตลาดคริปโตได้ลดลงอีก 5.6% เหลือ $2.9 ล้านล้าน ขณะที่ราคา Bitcoin ดิ่งลงแตะ $82,455  ปัจจุบัน มูลค่าตลาดคริปโตเผชิญการปรับฐานราว 25% โดยมีเงินทุนไหลออกจากตลาดไปแล้วกว่า $1 ล้านล้าน นับตั้งแต่จุดสูงสุดเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2023  อย่างไรก็ตาม Ki Young Ju ผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์ม CryptoQuant เตือนนักลงทุนว่า การขายในช่วงที่ตลาดร่วงอาจเป็น “ความผิดพลาดของมือใหม่” พร้อมชี้ว่า  “การปรับฐาน 30% เป็นเรื่องปกติในตลาดขาขึ้น ในปี 2021 Bitcoin เคยร่วงลงถึง 53% แต่ก็ยังสามารถฟื้นตัวและทำจุดสูงสุดใหม่ได้อยู่ดี”  นักวิเคราะห์ชี้ Hedge Fund เทขาย ETF ทำให้ราคา Bitcoin ร่วง  นักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมคริปโต อย่าง Arthur Hayes ผู้ร่วมก่อตั้งกระดานเทรด BitMEX และ Markus Thielen หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ 10x Research มองว่า นักลงทุนหลักของ Bitcoin ETF ส่วนใหญ่เป็นกองทุน Hedge Fund ที่เข้ามาทำกำไรจากส่วนต่างราคา (Arbitrage) มากกว่าการถือ Bitcoin ในระยะยาว  ตอนนี้ กลุ่มนักลงทุนเหล่านี้กำลังทยอยขายหลังจากโอกาสทำกำไรจากการ Arbitrage เริ่มลดลง ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ Bitcoin เผชิญแรงขายอย่างต่อเนื่อง  Arthur Hayes คาดการณ์ไว้ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ว่า ถ้าหากยังมีแรงขายจาก Bitcoin ETF อย่างต่อเนื่อง ราคา Bitcoin อาจร่วงลงไปได้ถึงระดับ $70,000  ขณะที่เทรดเดอร์บางกลุ่มกำลังจับตาระดับแนวรับสำคัญที่ $74,000 อย่างใกล้ชิด ภายหลังจากที่ประธานาธิบดี Donald Trump ประกาศแผนการเพิ่มมาตรการภาษีนำเข้ารอบใหม่ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อทิศทางตลาดคริปโตในระยะสั้น

2025-02-27Bitcoin

ตลาดคริปโตเข้าสู่ Extreme Fear! ดัชนีความกลัวร่วงต่ำสุดในรอบ 2 ปี ระดับเดียวกับช่วงที่เกิดวิกฤต Terra และ Celsius - CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่ตลาดคริปโตเข้าสู่ “Extreme Fear”! ดัชนีความกลัวร่วงต่ำสุดในรอบ 2 ปี ระดับเดียวกับช่วงที่เกิดวิกฤต Terra และ Celsius ดัชนี Crypto Fear & Greed ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความเชื่อมั่นของสภาพตลาดคริปโต ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่าสองปี หลัง Bitcoin ดิ่งลงต่ำกว่า 90,000 ดอลลาร์  ดัชนี Crypto Fear & Greed ซึ่งเป็นตัวชี้วัดความเชื่อมั่นของสภาพตลาดคริปโต ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่าสองปี หลัง Bitcoin ดิ่งลงต่ำกว่า 90,000 ดอลลาร์  ข้อมูล BTC/USD ในช่วงระยะเวลา 30 วันที่ผ่านมา ( ที่มา : CoinMarketCap )  ข้อมูลจาก CoinMarketCap ระบุว่า ปัจจุบัน Bitcoin ลดลง 16.32% ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา และมีราคาซื้อขายอยู่ที่ 86,004 ดอลลาร์  ดัชนีความกลัวแตะระดับเดียวกับปี 2022 ช่วงตลาดคริปโตถล่มลงอย่างหนัก  สถานการณ์ในปัจจุบันคล้ายกับเหตุการณ์เมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2022 ซึ่งในตอนนั้นดัชนี Crypto Fear & Greed ร่วงลงเหลือเพียง 6/100 ขณะที่ราคา Bitcoin ดิ่งลงสู่ 19,000 ดอลลาร์ โดยคิดเป็นการลดลงถึง 37% ภายในระยะเวลาหนึ่งเดือน  ในช่วงเวลาดังกล่าว การล่มสลายของ TerraUSD (UST) ซึ่งเป็นเหรียญ Stablecoin ที่เสียมูลค่าคงที่ (Depeg) จากค่าดอลลาร์สหรัฐเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2022 นำไปสู่การเทขายครั้งใหญ่ที่กวาดเม็ดเงินมูลค่ากว่า 60,000 ล้านดอลลาร์ ออกจากตลาดคริปโต ส่งผลให้ 3AC เผชิญปัญหาสภาพคล่อง และถูกสั่งให้บังคับชำระหนี้ (Liquidation) เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน นอกจากนี้แพลตฟอร์ม Celsius ก็ยังต้องเข้าสู่กระบวนการล้มละลายเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม  นักวิเคราะห์มองว่าตลาดคริปโตยังมีโอกาสฟื้นตัว  Ben Simpson ผู้ก่อตั้ง Collective Shift ได้ให้สัมภาษณ์กับ Cointelegraph ว่าภาวะตลาดในปัจจุบันอาจเป็นโอกาสในการเข้าซื้อสำหรับนักลงทุน  “กลยุทธ์ง่าย ๆ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาคือซื้อเมื่อตลาดอยู่ในโซน Extreme Fear และขายเมื่ออยู่ในโซน Greed”  Simpson เสริมว่า นักเทรดที่ใช้กลยุทธ์นี้สามารถทำผลตอบแทนได้ดีกว่าตลาดโดยรวม  ขณะที่ Pav Hundal หัวหน้านักวิเคราะห์จากแพลตฟอร์ม Swyftx กล่าวว่า  “ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่โหดร้ายของตลาด และมันกำลังบั่นทอนความเชื่อมั่นของนักลงทุน”  อย่างไรก็ตาม Hundal ชี้ให้เห็นว่าระดับสภาพคล่องทั่วโลกยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์ ซึ่งตามสถิติแล้ว นี่เป็นหนึ่งในตัวชี้วัดสำคัญที่ส่งสัญญาณบวกต่อ Bitcoin โดยเดือนมีนาคมอาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดคริปโต

2025-02-27Bitcoin
1
...
1820
...
1000