ปล่อยเงินกู้ Crypto ดียังไง?? เราควรลงทุนไหม

ในช่วงที่ผ่านมาการปล่อยเงินกู้ด้วยเหรียญ Cryptocurrency นั้นได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากมีนักลงทุนที่ต้องการสร้างผลตอบแทนจากการถือครองเหรียญ Cryptocurrency เยอะมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้น Crypto Lending Platform จึงเริ่มเป็นกระแสมานับตั้งแต่นั้น  Crypto Lending คืออะไร?  การให้ยืมเหรียญ Crypto เป็นรูปแบบการลงทุนทางเลือกที่นักลงทุนให้กู้ยืมเหรียญ Stablecoin หรือ cryptocurrencies กับผู้ใช้รายอื่นเพื่อแลกกับผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยตอบแทนตามเงื่อนไขของ Platform นั้น ๆ และผู้กู้จำเป็นต้องฝากทรัพย์สิน Cryptocurrency เพื่อเป็นหลักประกันในการกู้ยืม หากคุณต้องการเริ่มต้นการกู้ คุณสามารถทำได้โดยการให้ยืมเงินผ่านแพลตฟอร์มการให้กู้ยืมเหรียญแบบ P2P  แล้วการให้ยืมเหรียญ Crypto มีปลอดภัยหรือไม่?  Platform Crypto Lending จำนวนมากทำให้นักลงทุนเชื่อว่าพวกเขาจะไม่สูญเสียเงินทุน แต่โปรดจำไว้เลยว่า ไม่มีการลงทุนใดที่ไม่มีความเสี่ยง  Platform Crypto Lending ขาดความโปร่งใส  ผู้กู้ต้องแบกรับความเสี่ยงในการจัดหาสภาพคล่องด้วยตัวเอง ในกรณีที่มูลค่าหลักประกันลดลงต่ำกว่ามูลค่าที่กำหนด ซึ่งหมายความว่าผู้กู้จะต้องดูอัตราส่วนหลักประกันอย่างรอบคอบเพื่อให้แน่ใจว่าอยู่ในช่วงที่หากลงทุนไปแล้วจะได้รับผลกำไร  สำหรับระบบนิเวศแบบกระจายอำนาจ (decentralized space) ยังมีความเสี่ยงจากโค้ดของสัญญา smart contracts ที่แฮกเกอร์สามารถโจมตีแพลตฟอร์มผ่านจุดบกพร่องหรือช่องโหว่เหล่านี้ได้  สุดท้ายนี้ยังมีความเสี่ยงด้านภาษีและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการใช้แพลตฟอร์มเหล่านี้อีกด้วย  ถ้าคุณเป็นคนที่จะถือ Crypto เป็นเวลานานการปล่อยกู้ก็เป็นหนึ่งในการทำกำไรให้คุณอย่างไรก็ตามมันมีความเสี่ยงที่คุณควรพิจารณาเพราะการปล่อยกู้ทั้งสองรูปแบบต่างมีความเสี่ยงที่ไม่เหมือนกันและมันไม่ปลอดภัยเท่ากับการที่คุณเก็บมันใน Private key ของคุณอย่างแน่นอนเพราะเนื้อแท้แล้วมันคือการที่เราเอาเงินให้คนอื่นยืมในรูปแบบใดแบบหนึ่งนั้นเอง  หากคุณชื่นชอบบทความแนวนี้ สามารถติดตามเพื่ออัพเดทข่าวสารที่สดใหม่ รวดเร็ว ถึงใจ พร้อมบทความเกร็ดความรู้ในโลกคริปโตแบบนี้ ได้ที่ “WikiBit” แอปนำเสนอข่าวสารวงการคริปโต และพร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพียงแค่กดค้นหา ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบจัดเต็ม ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!

2021-10-13การวิเคราะห์เชิงลึก

เอาคอมพิวเตอร์บ้าน ๆ มาขุดบิทคอยน์ได้ไหม??

ในยุคที่สกุลเงินดิจิทัลครองโลก หลายคนก็มองหาลู่ทางทำเงินจากตรงนี้ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือการขุดเหรียญ แต่คุณไม่ต้องสร้างแท่นขุดเจาะนะ เพราะจริง ๆ เราสามารถขุดเหรียญคริปโตได้ด้วยคอมพิวเตอร์ธรรมดา ๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไปเจ้าเหรียญยอดนิยมอย่างบิทคอยน์เริ่มเป็นที่ต้องการมากขึ้นเรื่อย ๆ และขุดยากขึ้นเรื่อย ๆ จนต้องมีเหมืองขุดใหญ่โต คำถามคือ แล้วทุกวันนี้ คอมพิวเตอร์บ้าน ๆ ที่มีติดบ้านของเราเนี่ย จะยังใช้ขุดบิทคอยน์ได้มั้ย?  ถ้าถามว่าใช้คอมบ้าน ๆ ขุดบิทคอยน์ได้ไหม คำตอบคือได้แน่ ๆ แต่ไม่รู้ว่าจะคุ้มค่ากับสิ่งที่ได้รับรึเปล่านะ เพราะอย่างแรกคือคุณต้องจ่ายค่าไฟฟ้าแพงมาก ๆ ถึงจะสามารถขุดได้ และทำเงินได้น้อยมากเลยนะ เดือนนึงอาจจะได้เงินไม่กี่ร้อยบาท แลกกับการเปิดคอมไว้ตลอด ค่าเน็ต ค่าไฟ ค่าเสื่อมของอุปกรณ์ต่าง ๆ ดูแล้วไม่ค่อยคุ้มเลย  แม้จะมีข้อมูลว่าคุณสามารถใช้โปรแกรมขุดบิทคอยน์ กับคอมพิวเตอร์ แล็ปท็อปธรรมดา ๆ ที่เราใช้เล่นเกมได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณควรทำ เพราะเมื่อ GPU และ CPU ของคุณทำงานพร้อมกันมันจะมีปัญหาในเรื่องของความร้อน การ์ดจอเราจะเสื่อมสภาพเร็วแบบครึ่งต่อครึ่ง มันจะร้อนมากถึงขนาดพัดลมเครื่องเอาไม่อยู่ เครื่องที่เราใช้ที่บ้านส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ทำงานหนักแบบนี้ ทางเลือกที่ดีคือการใช้แอร์มาเป่า สรุปคือค่าไฟจากแอร์ ก็กลายเป็นอีกหนึ่งภาระที่ต้องแบกไว้ด้วย  สมมติว่า GPU ทั่วไปคือ GTX 1060 6GB จะขุดได้ประมาณ 0.00000840 BTC ต่อปี ซึ่งความว่าจะต้องใช้เวลากว่า 119,000 ปีถึงจะได้ Bitcoin หนึ่งอัน ยิ่งในอนาคตเรายิ่งต้องใช้พลังมากขึ้นในการขุด Bitcoin มากขึ้น โดยความยากในการขุดจะปรับขึ้นทุกๆ 2,016 บล็อกหรือทุก ๆ สองสัปดาห์ นั่นหมายความว่าจำนวน Bitcoin ที่คุณจะได้รับจากคอมบ้าน ๆ จะน้อยลงเรื่อย ๆ และระยะเวลาที่ใช้ในการขุด Bitcoin 1 เหรียญเนี่ย นานจนเรียกได้วันคุณอาจจะต้องเกิดแล้วตายแล้วเกิดแล้วตายเป็นพัน ๆ ครั้ง  ถ้าไม่มีการ์ดจอสัก 10-20 ตัว และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่เป็นกิจจะลักษณะ เหมาะสำหรับการขุดบิทคอยน์จริง ๆ การใช้เครื่องที่บ้านมาขุดไม่มีทางคุ้มค่าเลย เพราะแก่นแท้ของ “การขุด Bitcoin” คือการลงทุนที่ต้องใช้งบประมาณที่มากกว่า PC และการ์ดจอเพียงแค่ 1 ตัว  ดังนั้นหากอยากทำเงินจากบิทคอยน์ โดยไม่ต้องลงทุนสร้างเหมืองใหญ่ ๆ ทางที่เป็นไปได้ก็คือเลือกซื้อ-ขาย เก็งกำไรจากบิทคอยน์ ทั้งนี้ก็ต้องศึกษาข้อมูลให้ดี ดังวลีเด็ดที่ว่าไว้ “การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน” โดยคุณ ติดตามข่าวสารที่สดใหม่ รวดเร็ว ถึงใจ พร้อมบทความเกร็ดความรู้ในโลกคริปโตแบบนี้ ได้ที่ “WikiBit” แอปนำเสนอข่าวสารวงการคริปโต และพร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพียงแค่กดค้นหา ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบจัดเต็ม ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-10-12การวิเคราะห์เชิงลึก

นักวิเคราะห์ยังเชื่อ Bitcoin ราคา 100,000$ ภายในสิ้นปีนี้

เมื่อเร็ว ๆ นี้ราคา Bitcoin ได้มีการปรับตัวฟื้นเพิ่มขึ้นอย่างประทับใจ และทำลายสถิติสูงสุดใหม่ในรอบ 4 เดือนด้วยการยืนเหนือระดับ 57,000 ดอลลาร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ไม่ต้องสงสัยเลยว่าขณะนี้ตลาดกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้นอย่างเป็นทางการ และนาย Martin Gaspar นักวิเคราะห์ด้านการวิจัยของ CrossTower คิดว่านี่อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น  พร้อมกันนี้เขายังคาดด้วยว่า ราคาของเหรียญคริปโตเบอร์หนึ่งของโลกจะสามารถพุ่งแตะระดับ 100,000 ดอลลาร์ได้ก่อนถึงสิ้นปี ในระหว่างพูดคุยในรายการพอดแคส CoinMarketRecap ตอนล่าสุด Gaspar ได้พูดถึงอนาคตอันใกล้ของ Bitcoin โดยเน้นย้ำให้เห็นถึงความขาดแคลนที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีต่อราคาของเหรียญในอนาคต ความขาดแคลนของ Bitcoin ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของผู้ถือเหรียญในระยะยาว โดยวิจัยพบว่า 81% ของอุปทาน Bitcoin ในปัจจุบันนั้นถูกเก็บไว้อยู่ในกระเป๋าเงินของนักลงทุนสายถือครองเหรียญในระยะยาว  หรือที่มักเรียกกันว่าพวก “Diamond Hand” Gaspar ตั้งข้อสังเกตว่า Bitcoin จำนวน 200,000 BTC ที่กำลังจะไหลเข้าสู่ตลาด อันเป็นผลมาจากการคืนเงินของเว็บเทรดระดับตำนานอย่าง Mt. Gox นั้นจะไม่นำไปสู่การเทขายครั้งใหญ่ โดยเขามองว่านักลงทุนที่ได้รับ Bitcoin กลับคืนมาหลังจากต่อสู้เพื่อมันมานานหลายปี มีแนวโน้มที่จะถือเหรียญต่อไป เนื่องจากการเติบโตเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผมไม่คิดว่าเราจะเห็นแรงกดดันในการขายจากนักลงทุนประเภทนี้มากนัก  เพราะ Bitcoin ยังมีประสิทธิภาพเหนือกว่าสินทรัพย์อื่นใดทั้งหมดในช่วงเวลานี้ ดังนั้นผมคิดว่าพวกเขาน่าจะรู้สึกว่าการถือ Bitcoin ต่อไปจะเป็นเรื่องที่ปลอดภัยกว่า Bitcoin จะพุ่งแตะ 1 แสนดอลลาร์ ภายในสิ้นปีนี้ สำหรับการคาดการณ์ราคา Bitcoin ในช่วงสิ้นปี Gaspar กล่าวอธิบายว่าเมื่อเวลาของปีนี้ใกล้หมดลง นักเทรดจะเร่งทำกำไรมากขึ้นก่อนจะหมดปี และเขาเชื่อว่านักเทรดเหล่านี้จะสามารถกระตุ้นให้ตลาดกลับมาคึกคักได้อีกครั้ง แม้ราคา Bitcoin จะเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเร็ว ๆ นี้ แต่ Gaspar กลับมองว่า ตลาดยังมีแนวโน้มที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อไปได้อีกในช่วงที่เหลือของปี โดย Gaspar คาดการณ์ว่าราคา Bitcoin จะพุ่งแตะระดับ $100,000 ภายในช่วงสิ้นปีนี้หรืออาจมากกว่านั้นที่ระดับ $150,000  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-10-12การวิเคราะห์เชิงลึก

ประเทศจีนเตรียมหาทางออกกฎหมายที่เข้มงวดกับวงการ Crypto อีกครั้ง

ผู้ใกล้ชิดกับรัฐบาลจีนบอกกับนิตสาร Caijing เกี่ยวกับความเป็นไปได้ของมาตราการที่จะเกิดขึ้นเพื่อเพิ่มความเข้มงวดและข้อจำกัดของอุตสาหกรรม cryptocurrency ที่จะทำเสนอต่อสาธารณชน แม้ว่ากิจกรรมเชิงพานิชย์ใด ๆ ก็ตามที่เชื่อมโยงกับ cryptocurrency ต่างถือว่าผิดกฎหมายในประเทศจีนแต่ก็ไม่มีกรอบการอนุมัติทางกฎหมายสำหรับบริษัทที่กระทำการเช่นนี้  ไม่สามารถบังคับใช้กฎหมายปัจจุบันกับหน่วยงานดังกล่าวได้และนั่นคือเหตุผลสำคัญว่าทำไมรัฐบาลจีนกำลังมองหาการตีความทางกฎหมายคริปโตใหม่ อ้างอิงจาก Caijing ว่าธนาคารกลางกำลังดิ้นหนเพื่อค้นหาวิธีการที่ถูกต้องในการดำนเนินการตามข้อกำหนดด้านกฎระเบียบ แม้ว่าปัจจุบันหน่วยงานกำกับดูแลกำลังอยู่ในช่วงการปราบปรามอุตสาหกรรมการขุด crypto และสกุลเงินดิจิทัลก็ตาม แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจีนแผ่นดินใหญ่กำลังศึกษาและตั้งคำถามเพื่อค้นหาแนวทางในการกำกับดูแลกำลังขุด crypto อย่างถูกต้องรวมถึงกำหนดแนวทางสำหรับการตัดสินลงโทษและการพิจารณาคดี ในขณะที่สถาบันความปลอดภัยมีหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินการประกาศข้อกำหนดจากธนาคารกลางที่กำลังถูกใช้เป็นคำสั่งเพื่อจัดการผู้ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลอย่างหมดจด  ปัจจุบันบริษัทในประเทศจีนไม่ได้รับอนุญาตให้บริการใด ๆ แก่ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมคริปโทเคอร์เรนซี่ทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงบริษัทที่ทำงานในต่างประเทศและให้บริการกับชาวจีนก็ต้องรับผิดชอบตามกฎหมายของประเทศจีนด้วย อย่างไรก็ตามชาวจีนไม่สามารถเป็นส่วนหนึ่งในการแลกเปลี่ยนแบบ P2P บนแพลตฟอร์มใด ๆ ได้แล้วเป็นที่เรียบร้อย แม้ว่าประกาศนั้นจะเป็นการควบคุมบริษัทเป็นส่วนใหญ่แต่บุคคลที่ให้บริการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลบนแพลตฟอร์มของบริษัทแลกเปลี่ยนชื่อดังอย่าง Binance ก็ถือว่าเข้าเงื่อนไขดังกล่าวและจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมายเช่นเดียวกัน  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-10-12การวิเคราะห์เชิงลึก

อดีตผู้ก่อตั้งบริษัทด้านเทคฯ ถูกจับกุมข้อหาฉ้อโกง Crypto

ตำรวจอิสราเอลร่วมมือสำนักงานสืบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (FBI) ได้ทำการจับกุมอดีตผู้ก่อตั้งบริษัทด้านเทคโนโลยีและบุคคลอื่นอีก 25 คนในข้อหามีส่วนร่วมในโครงการฉ้อโกงที่เกี่ยวข้องกับ cryptocurrencies The Times of Israel รายงานว่านาย Guy Grinberg ผู้ร่วมก่อตั้ง Koolanoo แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียในจีน  ถูกนำตัวไปขึ้นศาลในเมือง Tel Aviv เพื่อไต่สวนเกี่ยวกับคดีความฉ้อโกงด้าน Crypto เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา Grinberg และกลุ่มผู้มีส่วนร่วมตกเป็นผู้ต้องสงสัยในคดีฉ้อโกงและการฟอกเงินที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายฟอเร็กซ์ดิจิทัลและเหรียญคริปโต โดยทางตำรวจกล่าวว่าโครงการนี้มุ่งเป้าไปที่การฉ้อโกงชาวต่างชาติและได้ฉ้อโกงเงินจำนวนหลายล้านดอลลาร์จากผู้ที่ตกเป็นเหยื่อไปแล้ว ผู้ที่ถูกจับกุมส่วนใหญ่กล่าวว่าพวกเขาไม่รู้ตัวว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงและทำงานเฉพาะกับบริษัทโดยสัญญาว่าจะได้รับเงินเดือนสูงเท่านั้น  โปรไฟล์ LinkedIn ของ Grinberg แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นรองประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจในบริษัท forex ที่ไม่มีชื่อ โดย The Times of Israel กล่าวว่าเขาใช้แพลตฟอร์มเพื่อค้นหานักลงทุนที่มีศักยภาพในผลิตภัณฑ์ crypto และ CFD (สัญญาสำหรับส่วนต่าง) ตำรวจกล่าวว่าการจับกุมเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินการพร้อมกันโดยหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายหลายแห่งทั่วโลกเพื่อควบคุมตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางการเงิน โฆษก FBI ยืนยันกับ The Times of Israel ว่าหน่วยงานกำลังทำงานร่วมกับตำรวจและตำรวจแห่งชาติของยูเครนในการสอบสวนอย่างต่อเนื่อง  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-10-11การวิเคราะห์เชิงลึก

Michael Burry บอกว่าเหรียญ Shiba Inu นั้นไร้สาระ

Michael Burry นักลงทุนขา Short ชื่อดังบอกว่าเหรียญ Shiba Inu ที่ราคาเพิ่งดีดขึ้นมา x4 เท่าภายในอาทิตย์เดียวว่า “ไร้สาระ !”  เหรียญ Shiba Inu คืออะไร ?  เหรียญ Shiba Inu หรือเหรียญคริปโตแบบ Meme Token ที่ถูกสร้างออกมาเพื่อการล้อเลียน โดยที่ไม่ได้มีจุดประสงค์ในการใช้งานใดที่เด่นเป็นหลัก  หลายคนเรียกเหรียญ Shiba นี้ว่าอาจจะเป็น “Dogecoin Killer” หรือเหรียญมีมที่จะมาฆ่าเหรียญมีมอย่าง Dogecoin อีกที !  ในช่วง 1 อาทิตย์ที่ผ่านมาชื่อของเหรียญ Shiba นี้ก็กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางกันอีกครั้ง เมื่อราคาของเหรียญนั้นดีดขึ้นมาสูงถึง x4 เท่าภายในอาทิตย์เดียวเท่านั้น (จาก 0.000008 ดอลล่าร์ขึ้นมาเป็น 0.0003 ดอลล่าร์) และการที่ Elon Musk ได้ออกมาทวีตรูปสุนัขพันธุ์ชิบะ ก็ยิ่งทำให้คนคิดว่านี่จะเป็นเหรียญคริปโตตัวต่อไปที่ Elon Musk พยายามจะดัน (ซึ่งในความเป็นจริงแล้วไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกันเลย)  อย่างไรก็ตามถึงแม้เหรียญ Shiba นี้จะเป็นที่พูดถึงกันมากแค่ไหน วันนี้ก็ได้มีคนๆนึงที่ออกมาบอกว่ามันไร้สาระสิ้นดี Michael Burry นักลงทุนขา Short ชื่อดังที่เป็นผู้วิกฤตอสังหา Subprime ของสหรัฐได้ถูกในปี 2008 จนถูกทำเป็นหนังเรื่อง “The Big Short” ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับเหรียญ Shiba นี้สั้นๆว่า... “Pointless” หรือ Burry พยายามจะบอกว่าเหรียญ Shiba Inu นี้ “ไร้สาระ” มากนั่นเอง  ทาง Burry เองมองว่า Bitcoin นั้นเป็นฟองสบู่อยู่แล้ว ด้วยการที่ผู้คนเข้าไปรุมเก็งกำไรกันมากจนเกินไปเพื่อหวังที่จะรวยทางลัด และเขาทำนายไว้ว่าฟองสบู่ Bitcoin จะแตกลงมาพร้อมๆกับตลาดหุ้นทั่วโลกในเวลาไม่นานนี้ ทำให้ยิ่งเหรียญมีมอย่าง Shiba Inu ที่กำลังได้รับความนิยมทั้งๆที่จำนวน supply ของมันมีมากกว่า Bitcoin อยู่หลายเท่านัก โดยตอนนี้น่าจะมี supply เหรียญ Shiba มากถึง 1 ล้านล้านล้านล้านเหรียญในระบบแล้วตอนนี้ ทำให้ Burry มองว่ามันไร้สาระมาก  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-10-11การวิเคราะห์เชิงลึก

USDT ถูกตั้งคำถามว่ามีเงิน USD จริงมาค้ำไว้หรือไม่

Tether ( USDT) ซึ่งเป็นเหรียญ stablecoin อันดับ 1 ดูเหมือนว่าจะต้องเจอกับข่าว FUD อีกครั้ง โดยพวกเขาถูกกล่าวหาได้ปรากฏอีกครั้งว่าแทนที่มันจะถูกค้ำไว้ด้วยเงินดอลลาร์แบบ 1:1 มันกลับถูกค้ำไว้ด้วยสินทรัพย์อะไรก็ไม่รู้ที่ไม่มีมูลค่าเทียบเท่ากับเงินดอลลาร์ ล่าสุด บทความของ Bloomberg ให้ความกระจ่างเกี่ยวกับสถานการณ์นี้  โดยรายงานของ Bloomberg ที่เขียนโดย Zeke Faux กล่าวหาว่า Tether มีเงินสำรองไม่เพียงพอต่อการรองรับการออกเหรียญ Stablecoin โดยนาย Giancarlo Devasini ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Tether ถูกกล่าวหาว่าเขาใช้เงินสำรองของบริษัทเพื่อนำไปลงทุน ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ Tether (บริษัทผู้สร้างเหรียญ USDT) กำลังลงทุนในบริษัทจีนและออกเงินกู้ คริปโต “มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์” Tether ยังไม่ได้เปิดเผยว่าพวกเขาเก็บเงินไว้ที่ไหน หาก Devasini เสี่ยงมากพอเขาจะได้รับผลตอบแทน 1% จากทุนสำรองทั้งหมดของ Tether ซึ่งจะทำให้เขาและหุ้นส่วนมีกำไร 690 ล้านดอลลาร์ต่อปี แต่ถ้าเงินกู้เหล่านั้นล้มเหลว แม้เพียงเล็กน้อย  หนึ่ง Tether ก็จะกลายเป็นมูลค่าน้อยกว่า 1 ดอลลาร์ Faux เขียน บทความดังกล่าวได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับกระแสความโกลาหลอีกครั้งจากผู้เข้าร่วมตลาดคริปโต โดยทางสื่อ CoinDesk ได้เดินหน้าสำรวจความเป็นไปได้ที่ Tether จะกลายมาเป็นผู้ทุจริตดังกล่าว ผลงานชิ้นนี้ที่เขียนโดย David Z. Morris ที่มีการเปรียบเทียบสถานการณ์ปัจจุบันของ Tether กับวิกฤตการณ์ทางการเงินที่ประเทศเล็กๆ อย่างไอซ์แลนด์ในปี 2008 และ 2009 เคยเผชิญ ในไอซ์แลนด์ในตอนนั้นความล้มเหลวของธนาคารในการทำข้อตกลงและการจัดการหุ้นของตนอย่างโปร่งใส ส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ทางการเงินมากกว่าประเทศอื่นๆ  บทความเตือนว่า Tether ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าตามราคาตลาดกว่า 68 พันล้านดอลลาร์ กำลัง “เลียนแบบกลอุบายของธนาคารขนาดเล็กของไอซ์แลนด์เพื่อทำให้ดูใหญ่โต” อย่างไม่โปร่งใสด้วยเงินสำรอง ในขณะเดียวกัน Tether ได้ออกมาตอบโต้บทความของ Bloomberg ด้วยการปฏิเสธข้อกังขาทั้งหมดที่เกิดขึ้น คำตอบของพวกเขาระบุว่าบทความไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากพยายามส่งเสริมการ FUD “บทความนี้ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าการพยายามสานต่อเรื่องราวที่เป็นเท็จและเก่าแก่เกี่ยวกับ Tether โดยอิงจากการเสียดสีและข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งแบ่งปันโดยบุคคลที่ไม่พอใจซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีความรู้โดยตรงเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจ เป็นอีกความพยายามที่น่าเบื่อหน่ายที่จะบ่อนทำลายผู้นำตลาดที่มีประวัติด้านนวัตกรรม, สภาพคล่อง และความสำเร็จเป็นตัวของตัวเอง” พวกเขาสรุปคำตอบโดยย้ำว่าโทเค็น USDT มีเงินมาค้ำไว้จริง

2021-10-11การวิเคราะห์เชิงลึก

6 เหตุผล ‘ทำไมเราต้องลงทุน’ ในยุคนี้!!

ในยุคนี้ ไม่ว่าประชากร Gen X, Gen Y หรือ Gen Z ต่างก็มีความรู้ และสนใจในการวางแผนทางการเงินมากขึ้น ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ‘การลงทุน’ บทความนี้จะพาไปดูว่า การลงทุนมีประโยชน์อย่างไร? และทำไมเราต้องลงทุน?  1. ลดผลกระทบของเงินเฟ้อ  การลงทุนช่วยให้สินทรัพย์และทรัพย์สินของเราเติบโตต่อไปได้ ดังนั้น สินทรัพย์และสินทรัพย์ของเราสามารถ ต่อสู้ กับอัตราเงินเฟ้อได้ ซึ่งแตกต่างจากการออมซึ่งทำให้สินทรัพย์ของเราถูกใช้โดยอัตราเงินเฟ้อ  2. เพิ่มรายได้  ตามชื่อการลงทุน ก็ต้องหมายถึงการมุ่งหวังผลกำไรจากผลประโยชน์ของการลงทุนนี้ คุณสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งทางการเงินนอกเหนือจากเงินเดือนของคุณ เหมือนที่ชอบพูดกัน ให้งานทำเงิน ให้เงินงอกเงย  3. เพื่อใช้ในการลดหย่อนภาษี  คุณจะเสียเงินน้อยลงถ้าคุณตัดสินใจที่จะลงทุน สำหรับใครก็แล้วแต่ที่มีรายได้ในระบบเกิน 319,000 บาทต่อปีหรือ 26,583.33 ต่อเดือน จะเข้าข่ายข้อนี้หมด ซึ่งการลงทุนที่ใช้สำหรับลดหย่อนภาษีในปัจจุบันนั้นมีอยู่หลายทางเลือกเช่นการลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) ที่ต้องถือครองเป็นระยะเวลา 10 ปี (ไม่เหมือนกับ LTF ในอดีตที่ถือแค่เพียง 7 ปี) การลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ที่จะขายได้หลังอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ หรือการลงทุนในประกันรูปแบบต่างๆการศึกษาเรื่องนี้อาจจะทำให้คุณประหยัดเงิน (จากการจ่ายภาษี) ได้ปีละหลายหมื่น  4. อิสรภาพทางการเงิน  ใครบ้างไม่อยากเป็นอิสระทางการเงิน? ความเป็นอิสระทางการเงินในที่นี้หมายความว่า เราสามารถตอบสนองความต้องการประจำวันของเราได้โดยไม่ขาดแคลน ด้วยการลงทุนเราสามารถเพิ่มรายได้นอกเหนือจากเงินเดือนจากงานประจำ  5. พร้อมเกษียณมากขึ้น  เชื่อมต่อจุดแห่งอิสรภาพทางการเงิน การลงทุน ยังเป็นการเตรียมความพร้อมทางการเงินเพื่อต้อนรับวัยชรา หากคุณอาศัยเพียงเงินออมและกองทุนเพื่อการเกษียณอายุ ความสามารถทางการเงินของเราอาจอยู่ในระดับปานกลาง ด้วยการลงทุน เราสามารถรับรองความสามารถทางการเงินที่ดีขึ้นได้  6. ฝึกความรับผิดชอบและเรียนรู้ที่จะตัดสินใจ  ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจลงทุนอะไร มันมีข้อดีและข้อเสีย คุณต้องกล้าที่จะรับมัน เช่นเดียวกันในการตัดสินใจลงทุนที่ต้องใช้ความกล้าหาญ โปรดจำไว้ว่า มีการลงทุนหลายประเภทที่มีระดับความเสี่ยงต่างกัน โดยการลงทุนเราต้องกล้าเลือกเครื่องมือการลงทุนที่เหมาะสมกับความเสี่ยงของเรา  สำหรับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนนั้นมีหลายมิติตั้งแต่งบการเงิน ผลกำไรขาดทุน แนวทางของผู้บริหาร อุตสาหกรรมของธุรกิจที่คุณอยากจะเข้าไปลงทุน ตลอดจนเทรนด์ที่เปลี่ยนไปของโลก สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่มีแนวโน้มที่คุณจะต้องบังคับตัวเองให้ศึกษาถ้าคุณติดสินใจที่จะลงทุน ดังที่ประโยคสุดคลาสสิก “การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน”  เพื่อน ๆ คนไหนที่สนใจเรื่องการลงทุน โดยเฉพาะการเก็งกำไรในตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Forex เนี่ย ก็ต้องไม่พลาดที่จะดาวน์โหลดแอป WikiFX ติดมือถือไว้ เพราะนี่คือแอปเดียวที่จะพาไปเรียนรู้ เจาะลึกทุกเรื่องราวของตลาด Forex ไม่ว่าจะเป็นบทความเทคนิคร้อยแปดพันเก้า บทวิเคราะห์แนวโน้มตลาด เกร็ดความรู้ต่าง ๆ นา ๆ แล้วยังมีปฏิทินข่าวให้อ่านแบบฟรี ๆ แถมยังสามารถตรวจสอบข้อมูลโบรกเกอร์ Forex ได้ทั่วโลกเลยนะ! มีรึยัง? ถ้าไม่มี โหลดเลย โหลดฟรี!

2021-10-10การวิเคราะห์เชิงลึก

Joe Biden อาจกำลังหาวิธีควบคุมวงการ Crypto ทั้งหมด

ประธานาธิบดี Biden ต้องการควบคุมทุกอย่าง และดูเหมือนว่า cryptocurrencies จะอยู่ในเป้าหมายของเขาด้วย นอกจากนี้ยังเห็นได้ชัดว่า Biden กำลังพิจารณาอย่างจริงจังที่จะออกคำสั่ง Executive Order เกี่ยวกับ cryptocurrencies เพื่อให้เขาสามารถเข้าใจเกี่ยวกับวงการคริปโตได้ดีมากขึ้น และสามารถควบคุมมันได้ดีขึ้นได้อีกด้วย  โดยอ้างอิงจาก Bloomberg ที่ได้มีการอ้างถึงแหล่งข่าวที่ไม่ระบุชื่อ ที่รายงานว่าคำสั่ง Executive Order จาก Biden โดยตรงนั้นกำลังมาในช่วงที่ตลาดคริปโตกำลังบูมอย่างมาก  ในที่สุดคำสั่งจากเบื้องบนก็มา?  เนื่องจากนาย Biden ไม่มีความสามารถในการออกกฎหมายเกี่ยวกับ cryptocurrencies อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นการออกคำสั่ง Executive Order จึงเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อพยายามสร้างคำตัดสินตามเงื่อนไขของเขา ตามรายงานของ Bloomberg โดยคำสั่งในขั้นต้นจะกำหนดให้หน่วยงานรัฐบาลจำนวนมากออกมาช่วยให้คำแนะนำเกี่ยวกับความเชี่ยวชาญของตน  ตามความเห็นของเวนดี้ เบนจามินสัน รองบรรณาธิการบริหารจาก Bloomberg News เผยว่าหน่วยงานบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับ Executive Order นี้จะประกอบไปด้วย:  กรมธนารักษ์  กระทรวงพาณิชย์  มูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติ  FTSE  CFTC  กรมสรรพากร  คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ  แนวคิดก็คือหน่วยงานเหล่านี้จะแจ้งให้ทำเนียบขาวทราบถึงวิธีที่พวกเขาจะควบคุมขอบเขตด้านต่างๆ ของสกุลเงินดิจิทัล จากนั้นฝ่ายบริหารของไบเดนจะหาวิธีประสานวิสัยทัศน์และความสามารถทั้งหมดเหล่านี้อย่างเท่าเทียมกัน  เมื่อกล่าวถึงหัวข้อเกี่ยวกับกฎหมายด้านคริปโต ความเห็นมักจะแตกออกเป็นสองฝ่ายเสมอ ในอีกด้านหนึ่ง ผู้สนับสนุนทุนนิยม, อนาธิปไตยและความเป็นส่วนตัว เช่น Roger Ver หรือ Elon Musk เคยออกมาแสดงความเห็นว่า cryptocurrencies ไม่ต้องการกฎระเบียบ และความพยายามของรัฐบาลเพียงแค่การตรวจสอบระบบนิเวศ ลบอิสรภาพจากผู้ใช้ และท้ายที่สุดควบคุมผู้คน  ในทางกลับกัน คนที่เห็นด้วยกับกฎหมายด้านคริปโตนั้นก็คือ Michael Saylor, Brad Garlinghouse หรือนักการเมืองผู้มีอิทธิพลคนอื่น ๆ พวกเขามองว่ากฎระเบียบที่ชัดเจนจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยทางกฎหมายที่จำเป็นสำหรับประชาชนในกลุ่มกระแสหลักเพื่อให้รู้สึกมั่นใจมากพอที่จะลงทุนใน cryptocurrencies ส่งผลให้ อิทธิพลของการลงทุนสถาบันมากขึ้น  บน Twitter ปฏิกิริยาจากทั้งสองฝ่ายนั้นค่อนข้างชัดเจน  ตัวอย่างเช่น David Gokhstein ผู้ก่อตั้ง PAC Protocol กล่าวว่าการเคลื่อนไหวของ Biden สามารถสร้างความชัดเจนให้กับระบบนิเวศและส่งเสริมนวัตกรรมในขณะที่คนอื่น ๆ เช่น Rick McCracken จาก Cardano Live Podcast เรียกร้องให้ผู้คนออกมาต่อต้าน และเปรียบเทียบการออกคำสั่ง Executive Order ครั้งนี้เหมือนกับเมื่อปี 1933 ที่รัฐบาลเคยใช้อำนาจเพื่อยึดทองคำ

2021-10-10การวิเคราะห์เชิงลึก

ปฏิบัติการตามหาเหรียญคริปโตแรกของโลก ก่อนจะมีบิทคอยน์!!!

แม้ว่าจะมีกระแสของสกุลเงินดิจิทัลใหม่ ๆ เข้ามาในตลาดมากแค่ไหน แต่สกุลเงินดิจิทัลเพียงสกุลเดียวที่ได้รับความสนใจจากผู้คนมากกว่าสกุลเงินอื่นก็หนีไม่พ้น Bitcoin (BTC) จนนักลงทุนหลายคนมองว่า Bitcoin เป็นสกุลเงินดิจิทัลตัวแรก ซึ่งจริง ๆ แล้วยังมีเหรียญคริปโตมากมายที่เกิดก่อน วันนี้เราจะพาย้อนเวลาไปดูเหรียญเหล่านั้น พร้อมกับประวัติศาสตร์ของคริปโตก่อนยุคบิทคอยน์!  เริ่มต้นที่เนเธอร์แลนด์  ตามรายงานในนิตยสาร Bitcoin หนึ่งในความพยายามที่เร็วที่สุดในการสร้าง cryptocurrency เกิดขึ้นจริงก่อนการสร้างของ bitcoin ประมาณ 20 ปี ตอนนั้น ปั้มน้ำมันในเนเธอร์แลนด์ประสบปัญหาการโจรกรรมในเวลากลางคืน เสี่ยงต่อความปลอดภัย กลุ่มนักพัฒนาจึงได้พยายามเชื่อมโยงเงินกับสมาร์ทการ์ดที่ออกแบบใหม่ คนขับรถบรรทุกที่ต้องการเข้าถึงสถานีจะพกบัตรเหล่านี้แทนเงินสด และสถานีจะไม่มีเงินกระดาษวางอยู่รอบๆ นี่อาจเป็นตัวอย่างแรกสุดของเงินสดอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเชื่อมโยงไปยังสกุลเงินดิจิทัลอย่างที่เรารู้จักในปัจจุบัน  Blinded Cash  ในช่วงเวลาเดียวกันหรืออาจจะเร็วกว่านั้น David Chaum นัก Cryptographer ชาวอเมริกันได้ทดลองกับเงินสดอิเล็กทรอนิกส์รูปแบบอื่น เขาสร้างแนวคิดเกี่ยวกับสกุลเงินโทเค็นซึ่งสามารถโอนย้ายระหว่างบุคคลได้อย่างปลอดภัยและเป็นส่วนตัว อีกครั้งความคล้ายคลึงกันกับ cryptocurrencies โดยพัฒนาสิ่งที่เรียกว่า “blinding formula” เพื่อใช้ในการเข้ารหัสข้อมูลที่ส่งผ่านระหว่างบุคคล “ Blinded Cash (เงินสดตาบอด)” จึงสามารถถ่ายโอนระหว่างบุคคลได้อย่างปลอดภัย โดยมีลายเซ็นของความถูกต้องและสามารถปรับเปลี่ยนได้โดยไม่ต้องตรวจสอบย้อนกลับ Chaum ก่อตั้ง DigiCash เพื่อนำแนวคิดของเขาไปปฏิบัติในอีกหลายปีต่อมา แม้ว่า DigiCash จะล้มละลายในปี 1998 แต่แนวคิดที่บริษัทนำเสนอบางอย่างมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลในภายหลัง  Bit Gold  Bit Gold เป็นระบบสกุลเงินอิเล็กทรอนิกส์อีกระบบหนึ่ง โดย Nick Szabo มาพร้อมกับระบบพิสูจน์การทำงานของตัวเอง ซึ่งในบางแง่มุมก็สะท้อนกระบวนการทำเหมือง bitcoin ในปัจจุบัน ด้วยขั้นตอนนี้ โซลูชันต่าง ๆ ถูกรวบรวมด้วยการเข้ารหัส จากนั้นจึงเผยแพร่สู่สาธารณะในลักษณะเดียวกับที่บล็อกเชนสมัยใหม่จะทำงาน แนวคิด Bit Gold มีเป้าหมายเพื่อหลีกเลี่ยงการพึ่งพาผู้จัดจำหน่ายและหน่วยงานด้านสกุลเงินส่วนกลาง แม้ท้ายที่สุดจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่มันก็เป็นแรงบันดาลใจให้กับกลุ่มสกุลเงินดิจิทัลจำนวนมาก  Hashcash  Hashcash พัฒนาขึ้นในช่วงกลางทศวรรษ 1990 เป็นหนึ่งในสกุลเงินดิจิทัลก่อน Bitcoin ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด ตามข้อมูลของ The Merkle Hashcash ได้รับการออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์หลายประการ รวมถึงการลดสแปมอีเมลและป้องกันการโจมตี DDoS Hashcash ได้เปิดกว้าง ความเป็นไปได้มากมายที่จะเกิดขึ้นในอีกเกือบสองทศวรรษต่อมา Hashcash ใช้อัลกอริธึมพิสูจน์การทำงานเพื่อช่วยในการสร้างและแจกจ่ายเหรียญใหม่ เหมือนกับ cryptocurrencies ร่วมสมัยมากมาย แท้จริงแล้ว Hashcash ก็ประสบปัญหาหลายอย่างเช่นเดียวกับ cryptocurrencies ในปัจจุบัน ในปี 1997 เมื่อต้องเผชิญกับความต้องการพลังการประมวลผลที่เพิ่มขึ้น ในที่สุด Hashcash ก็มีประสิทธิภาพน้อยลงเรื่อย ๆ แม้ว่า Hashcash จะมลายหายไปในที่สุด แต่ Hashcash ก็ได้รับความสนใจอย่างมากจากความมั่งคั่ง องค์ประกอบหลายอย่างของระบบ Hashcash ทำงานเพื่อการพัฒนาของ bitcoin เช่นกัน  หลังจากนั้น ก็เข้าสู่ยุคของ Bitcoin โดยในปี 2009 ได้มีการเปิดตัวสกุลเงินดิจิทัลรุ่นใหม่ ซึ่ง Bitcoin แตกต่างจากรุ่นก่อนในด้านสถานะการกระจายอำนาจและการพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชน จนเกิดเป็นกระแสอย่างแพร่หลายในช่วงหลังนี้  คุณสามารถติดตามข่าวสารที่สดใหม่ รวดเร็ว ถึงใจ พร้อมบทความเกร็ดความรู้ในโลกคริปโตแบบนี้ ได้ที่ “WikiBit” แอปนำเสนอข่าวสารวงการคริปโต และพร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพียงแค่กดค้นหา ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบจัดเต็ม ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!

2021-10-09การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
9698
...
142