สแกนเพื่อดาวน์โหลด
แพลตฟอร์มตรวจสอบ # และยืนยันการกำกับดูแลของตลาดการเงินทั่วโลก

Michael Burry บอกว่าเหรียญ Shiba Inu นั้นไร้สาระ

Michael Burry นักลงทุนขา Short ชื่อดังบอกว่าเหรียญ Shiba Inu ที่ราคาเพิ่งดีดขึ้นมา x4 เท่าภายในอาทิตย์เดียวว่า “ไร้สาระ !”  เหรียญ Shiba Inu คืออะไร ?  เหรียญ Shiba Inu หรือเหรียญคริปโตแบบ Meme Token ที่ถูกสร้างออกมาเพื่อการล้อเลียน โดยที่ไม่ได้มีจุดประสงค์ในการใช้งานใดที่เด่นเป็นหลัก  หลายคนเรียกเหรียญ Shiba นี้ว่าอาจจะเป็น “Dogecoin Killer” หรือเหรียญมีมที่จะมาฆ่าเหรียญมีมอย่าง Dogecoin อีกที !  ในช่วง 1 อาทิตย์ที่ผ่านมาชื่อของเหรียญ Shiba นี้ก็กำลังเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางกันอีกครั้ง เมื่อราคาของเหรียญนั้นดีดขึ้นมาสูงถึง x4 เท่าภายในอาทิตย์เดียวเท่านั้น (จาก 0.000008 ดอลล่าร์ขึ้นมาเป็น 0.0003 ดอลล่าร์) และการที่ Elon Musk ได้ออกมาทวีตรูปสุนัขพันธุ์ชิบะ ก็ยิ่งทำให้คนคิดว่านี่จะเป็นเหรียญคริปโตตัวต่อไปที่ Elon Musk พยายามจะดัน (ซึ่งในความเป็นจริงแล้วไม่ได้มีความเกี่ยวข้องอะไรกันเลย)  อย่างไรก็ตามถึงแม้เหรียญ Shiba นี้จะเป็นที่พูดถึงกันมากแค่ไหน วันนี้ก็ได้มีคนๆนึงที่ออกมาบอกว่ามันไร้สาระสิ้นดี Michael Burry นักลงทุนขา Short ชื่อดังที่เป็นผู้วิกฤตอสังหา Subprime ของสหรัฐได้ถูกในปี 2008 จนถูกทำเป็นหนังเรื่อง “The Big Short” ได้ออกมาให้ความเห็นเกี่ยวกับเหรียญ Shiba นี้สั้นๆว่า... “Pointless” หรือ Burry พยายามจะบอกว่าเหรียญ Shiba Inu นี้ “ไร้สาระ” มากนั่นเอง  ทาง Burry เองมองว่า Bitcoin นั้นเป็นฟองสบู่อยู่แล้ว ด้วยการที่ผู้คนเข้าไปรุมเก็งกำไรกันมากจนเกินไปเพื่อหวังที่จะรวยทางลัด และเขาทำนายไว้ว่าฟองสบู่ Bitcoin จะแตกลงมาพร้อมๆกับตลาดหุ้นทั่วโลกในเวลาไม่นานนี้ ทำให้ยิ่งเหรียญมีมอย่าง Shiba Inu ที่กำลังได้รับความนิยมทั้งๆที่จำนวน supply ของมันมีมากกว่า Bitcoin อยู่หลายเท่านัก โดยตอนนี้น่าจะมี supply เหรียญ Shiba มากถึง 1 ล้านล้านล้านล้านเหรียญในระบบแล้วตอนนี้ ทำให้ Burry มองว่ามันไร้สาระมาก  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-10-11การวิเคราะห์เชิงลึก

USDT ถูกตั้งคำถามว่ามีเงิน USD จริงมาค้ำไว้หรือไม่

Tether ( USDT) ซึ่งเป็นเหรียญ stablecoin อันดับ 1 ดูเหมือนว่าจะต้องเจอกับข่าว FUD อีกครั้ง โดยพวกเขาถูกกล่าวหาได้ปรากฏอีกครั้งว่าแทนที่มันจะถูกค้ำไว้ด้วยเงินดอลลาร์แบบ 1:1 มันกลับถูกค้ำไว้ด้วยสินทรัพย์อะไรก็ไม่รู้ที่ไม่มีมูลค่าเทียบเท่ากับเงินดอลลาร์ ล่าสุด บทความของ Bloomberg ให้ความกระจ่างเกี่ยวกับสถานการณ์นี้  โดยรายงานของ Bloomberg ที่เขียนโดย Zeke Faux กล่าวหาว่า Tether มีเงินสำรองไม่เพียงพอต่อการรองรับการออกเหรียญ Stablecoin โดยนาย Giancarlo Devasini ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของ Tether ถูกกล่าวหาว่าเขาใช้เงินสำรองของบริษัทเพื่อนำไปลงทุน ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ Tether (บริษัทผู้สร้างเหรียญ USDT) กำลังลงทุนในบริษัทจีนและออกเงินกู้ คริปโต “มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์” Tether ยังไม่ได้เปิดเผยว่าพวกเขาเก็บเงินไว้ที่ไหน หาก Devasini เสี่ยงมากพอเขาจะได้รับผลตอบแทน 1% จากทุนสำรองทั้งหมดของ Tether ซึ่งจะทำให้เขาและหุ้นส่วนมีกำไร 690 ล้านดอลลาร์ต่อปี แต่ถ้าเงินกู้เหล่านั้นล้มเหลว แม้เพียงเล็กน้อย  หนึ่ง Tether ก็จะกลายเป็นมูลค่าน้อยกว่า 1 ดอลลาร์ Faux เขียน บทความดังกล่าวได้สร้างความตื่นตระหนกให้กับกระแสความโกลาหลอีกครั้งจากผู้เข้าร่วมตลาดคริปโต โดยทางสื่อ CoinDesk ได้เดินหน้าสำรวจความเป็นไปได้ที่ Tether จะกลายมาเป็นผู้ทุจริตดังกล่าว ผลงานชิ้นนี้ที่เขียนโดย David Z. Morris ที่มีการเปรียบเทียบสถานการณ์ปัจจุบันของ Tether กับวิกฤตการณ์ทางการเงินที่ประเทศเล็กๆ อย่างไอซ์แลนด์ในปี 2008 และ 2009 เคยเผชิญ ในไอซ์แลนด์ในตอนนั้นความล้มเหลวของธนาคารในการทำข้อตกลงและการจัดการหุ้นของตนอย่างโปร่งใส ส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ทางการเงินมากกว่าประเทศอื่นๆ  บทความเตือนว่า Tether ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าตามราคาตลาดกว่า 68 พันล้านดอลลาร์ กำลัง “เลียนแบบกลอุบายของธนาคารขนาดเล็กของไอซ์แลนด์เพื่อทำให้ดูใหญ่โต” อย่างไม่โปร่งใสด้วยเงินสำรอง ในขณะเดียวกัน Tether ได้ออกมาตอบโต้บทความของ Bloomberg ด้วยการปฏิเสธข้อกังขาทั้งหมดที่เกิดขึ้น คำตอบของพวกเขาระบุว่าบทความไม่ได้ทำอะไรเลยนอกจากพยายามส่งเสริมการ FUD “บทความนี้ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าการพยายามสานต่อเรื่องราวที่เป็นเท็จและเก่าแก่เกี่ยวกับ Tether โดยอิงจากการเสียดสีและข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งแบ่งปันโดยบุคคลที่ไม่พอใจซึ่งไม่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือมีความรู้โดยตรงเกี่ยวกับการดำเนินธุรกิจ เป็นอีกความพยายามที่น่าเบื่อหน่ายที่จะบ่อนทำลายผู้นำตลาดที่มีประวัติด้านนวัตกรรม, สภาพคล่อง และความสำเร็จเป็นตัวของตัวเอง” พวกเขาสรุปคำตอบโดยย้ำว่าโทเค็น USDT มีเงินมาค้ำไว้จริง

2021-10-11การวิเคราะห์เชิงลึก

6 เหตุผล ‘ทำไมเราต้องลงทุน’ ในยุคนี้!!

ในยุคนี้ ไม่ว่าประชากร Gen X, Gen Y หรือ Gen Z ต่างก็มีความรู้ และสนใจในการวางแผนทางการเงินมากขึ้น ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ ‘การลงทุน’ บทความนี้จะพาไปดูว่า การลงทุนมีประโยชน์อย่างไร? และทำไมเราต้องลงทุน?  1. ลดผลกระทบของเงินเฟ้อ  การลงทุนช่วยให้สินทรัพย์และทรัพย์สินของเราเติบโตต่อไปได้ ดังนั้น สินทรัพย์และสินทรัพย์ของเราสามารถ ต่อสู้ กับอัตราเงินเฟ้อได้ ซึ่งแตกต่างจากการออมซึ่งทำให้สินทรัพย์ของเราถูกใช้โดยอัตราเงินเฟ้อ  2. เพิ่มรายได้  ตามชื่อการลงทุน ก็ต้องหมายถึงการมุ่งหวังผลกำไรจากผลประโยชน์ของการลงทุนนี้ คุณสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งทางการเงินนอกเหนือจากเงินเดือนของคุณ เหมือนที่ชอบพูดกัน ให้งานทำเงิน ให้เงินงอกเงย  3. เพื่อใช้ในการลดหย่อนภาษี  คุณจะเสียเงินน้อยลงถ้าคุณตัดสินใจที่จะลงทุน สำหรับใครก็แล้วแต่ที่มีรายได้ในระบบเกิน 319,000 บาทต่อปีหรือ 26,583.33 ต่อเดือน จะเข้าข่ายข้อนี้หมด ซึ่งการลงทุนที่ใช้สำหรับลดหย่อนภาษีในปัจจุบันนั้นมีอยู่หลายทางเลือกเช่นการลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) ที่ต้องถือครองเป็นระยะเวลา 10 ปี (ไม่เหมือนกับ LTF ในอดีตที่ถือแค่เพียง 7 ปี) การลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ที่จะขายได้หลังอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ หรือการลงทุนในประกันรูปแบบต่างๆการศึกษาเรื่องนี้อาจจะทำให้คุณประหยัดเงิน (จากการจ่ายภาษี) ได้ปีละหลายหมื่น  4. อิสรภาพทางการเงิน  ใครบ้างไม่อยากเป็นอิสระทางการเงิน? ความเป็นอิสระทางการเงินในที่นี้หมายความว่า เราสามารถตอบสนองความต้องการประจำวันของเราได้โดยไม่ขาดแคลน ด้วยการลงทุนเราสามารถเพิ่มรายได้นอกเหนือจากเงินเดือนจากงานประจำ  5. พร้อมเกษียณมากขึ้น  เชื่อมต่อจุดแห่งอิสรภาพทางการเงิน การลงทุน ยังเป็นการเตรียมความพร้อมทางการเงินเพื่อต้อนรับวัยชรา หากคุณอาศัยเพียงเงินออมและกองทุนเพื่อการเกษียณอายุ ความสามารถทางการเงินของเราอาจอยู่ในระดับปานกลาง ด้วยการลงทุน เราสามารถรับรองความสามารถทางการเงินที่ดีขึ้นได้  6. ฝึกความรับผิดชอบและเรียนรู้ที่จะตัดสินใจ  ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจลงทุนอะไร มันมีข้อดีและข้อเสีย คุณต้องกล้าที่จะรับมัน เช่นเดียวกันในการตัดสินใจลงทุนที่ต้องใช้ความกล้าหาญ โปรดจำไว้ว่า มีการลงทุนหลายประเภทที่มีระดับความเสี่ยงต่างกัน โดยการลงทุนเราต้องกล้าเลือกเครื่องมือการลงทุนที่เหมาะสมกับความเสี่ยงของเรา  สำหรับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนนั้นมีหลายมิติตั้งแต่งบการเงิน ผลกำไรขาดทุน แนวทางของผู้บริหาร อุตสาหกรรมของธุรกิจที่คุณอยากจะเข้าไปลงทุน ตลอดจนเทรนด์ที่เปลี่ยนไปของโลก สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่มีแนวโน้มที่คุณจะต้องบังคับตัวเองให้ศึกษาถ้าคุณติดสินใจที่จะลงทุน ดังที่ประโยคสุดคลาสสิก “การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจลงทุน”  เพื่อน ๆ คนไหนที่สนใจเรื่องการลงทุน โดยเฉพาะการเก็งกำไรในตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง Forex เนี่ย ก็ต้องไม่พลาดที่จะดาวน์โหลดแอป WikiFX ติดมือถือไว้ เพราะนี่คือแอปเดียวที่จะพาไปเรียนรู้ เจาะลึกทุกเรื่องราวของตลาด Forex ไม่ว่าจะเป็นบทความเทคนิคร้อยแปดพันเก้า บทวิเคราะห์แนวโน้มตลาด เกร็ดความรู้ต่าง ๆ นา ๆ แล้วยังมีปฏิทินข่าวให้อ่านแบบฟรี ๆ แถมยังสามารถตรวจสอบข้อมูลโบรกเกอร์ Forex ได้ทั่วโลกเลยนะ! มีรึยัง? ถ้าไม่มี โหลดเลย โหลดฟรี!

2021-10-10การวิเคราะห์เชิงลึก

Joe Biden อาจกำลังหาวิธีควบคุมวงการ Crypto ทั้งหมด

ประธานาธิบดี Biden ต้องการควบคุมทุกอย่าง และดูเหมือนว่า cryptocurrencies จะอยู่ในเป้าหมายของเขาด้วย นอกจากนี้ยังเห็นได้ชัดว่า Biden กำลังพิจารณาอย่างจริงจังที่จะออกคำสั่ง Executive Order เกี่ยวกับ cryptocurrencies เพื่อให้เขาสามารถเข้าใจเกี่ยวกับวงการคริปโตได้ดีมากขึ้น และสามารถควบคุมมันได้ดีขึ้นได้อีกด้วย  โดยอ้างอิงจาก Bloomberg ที่ได้มีการอ้างถึงแหล่งข่าวที่ไม่ระบุชื่อ ที่รายงานว่าคำสั่ง Executive Order จาก Biden โดยตรงนั้นกำลังมาในช่วงที่ตลาดคริปโตกำลังบูมอย่างมาก  ในที่สุดคำสั่งจากเบื้องบนก็มา?  เนื่องจากนาย Biden ไม่มีความสามารถในการออกกฎหมายเกี่ยวกับ cryptocurrencies อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นการออกคำสั่ง Executive Order จึงเป็นการเคลื่อนไหวทางการเมืองเพื่อพยายามสร้างคำตัดสินตามเงื่อนไขของเขา ตามรายงานของ Bloomberg โดยคำสั่งในขั้นต้นจะกำหนดให้หน่วยงานรัฐบาลจำนวนมากออกมาช่วยให้คำแนะนำเกี่ยวกับความเชี่ยวชาญของตน  ตามความเห็นของเวนดี้ เบนจามินสัน รองบรรณาธิการบริหารจาก Bloomberg News เผยว่าหน่วยงานบางส่วนที่เกี่ยวข้องกับ Executive Order นี้จะประกอบไปด้วย:  กรมธนารักษ์  กระทรวงพาณิชย์  มูลนิธิวิทยาศาสตร์แห่งชาติ  FTSE  CFTC  กรมสรรพากร  คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ  แนวคิดก็คือหน่วยงานเหล่านี้จะแจ้งให้ทำเนียบขาวทราบถึงวิธีที่พวกเขาจะควบคุมขอบเขตด้านต่างๆ ของสกุลเงินดิจิทัล จากนั้นฝ่ายบริหารของไบเดนจะหาวิธีประสานวิสัยทัศน์และความสามารถทั้งหมดเหล่านี้อย่างเท่าเทียมกัน  เมื่อกล่าวถึงหัวข้อเกี่ยวกับกฎหมายด้านคริปโต ความเห็นมักจะแตกออกเป็นสองฝ่ายเสมอ ในอีกด้านหนึ่ง ผู้สนับสนุนทุนนิยม, อนาธิปไตยและความเป็นส่วนตัว เช่น Roger Ver หรือ Elon Musk เคยออกมาแสดงความเห็นว่า cryptocurrencies ไม่ต้องการกฎระเบียบ และความพยายามของรัฐบาลเพียงแค่การตรวจสอบระบบนิเวศ ลบอิสรภาพจากผู้ใช้ และท้ายที่สุดควบคุมผู้คน  ในทางกลับกัน คนที่เห็นด้วยกับกฎหมายด้านคริปโตนั้นก็คือ Michael Saylor, Brad Garlinghouse หรือนักการเมืองผู้มีอิทธิพลคนอื่น ๆ พวกเขามองว่ากฎระเบียบที่ชัดเจนจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยทางกฎหมายที่จำเป็นสำหรับประชาชนในกลุ่มกระแสหลักเพื่อให้รู้สึกมั่นใจมากพอที่จะลงทุนใน cryptocurrencies ส่งผลให้ อิทธิพลของการลงทุนสถาบันมากขึ้น  บน Twitter ปฏิกิริยาจากทั้งสองฝ่ายนั้นค่อนข้างชัดเจน  ตัวอย่างเช่น David Gokhstein ผู้ก่อตั้ง PAC Protocol กล่าวว่าการเคลื่อนไหวของ Biden สามารถสร้างความชัดเจนให้กับระบบนิเวศและส่งเสริมนวัตกรรมในขณะที่คนอื่น ๆ เช่น Rick McCracken จาก Cardano Live Podcast เรียกร้องให้ผู้คนออกมาต่อต้าน และเปรียบเทียบการออกคำสั่ง Executive Order ครั้งนี้เหมือนกับเมื่อปี 1933 ที่รัฐบาลเคยใช้อำนาจเพื่อยึดทองคำ

2021-10-10การวิเคราะห์เชิงลึก

ปฏิบัติการตามหาเหรียญคริปโตแรกของโลก ก่อนจะมีบิทคอยน์!!!

แม้ว่าจะมีกระแสของสกุลเงินดิจิทัลใหม่ ๆ เข้ามาในตลาดมากแค่ไหน แต่สกุลเงินดิจิทัลเพียงสกุลเดียวที่ได้รับความสนใจจากผู้คนมากกว่าสกุลเงินอื่นก็หนีไม่พ้น Bitcoin (BTC) จนนักลงทุนหลายคนมองว่า Bitcoin เป็นสกุลเงินดิจิทัลตัวแรก ซึ่งจริง ๆ แล้วยังมีเหรียญคริปโตมากมายที่เกิดก่อน วันนี้เราจะพาย้อนเวลาไปดูเหรียญเหล่านั้น พร้อมกับประวัติศาสตร์ของคริปโตก่อนยุคบิทคอยน์!  เริ่มต้นที่เนเธอร์แลนด์  ตามรายงานในนิตยสาร Bitcoin หนึ่งในความพยายามที่เร็วที่สุดในการสร้าง cryptocurrency เกิดขึ้นจริงก่อนการสร้างของ bitcoin ประมาณ 20 ปี ตอนนั้น ปั้มน้ำมันในเนเธอร์แลนด์ประสบปัญหาการโจรกรรมในเวลากลางคืน เสี่ยงต่อความปลอดภัย กลุ่มนักพัฒนาจึงได้พยายามเชื่อมโยงเงินกับสมาร์ทการ์ดที่ออกแบบใหม่ คนขับรถบรรทุกที่ต้องการเข้าถึงสถานีจะพกบัตรเหล่านี้แทนเงินสด และสถานีจะไม่มีเงินกระดาษวางอยู่รอบๆ นี่อาจเป็นตัวอย่างแรกสุดของเงินสดอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเชื่อมโยงไปยังสกุลเงินดิจิทัลอย่างที่เรารู้จักในปัจจุบัน  Blinded Cash  ในช่วงเวลาเดียวกันหรืออาจจะเร็วกว่านั้น David Chaum นัก Cryptographer ชาวอเมริกันได้ทดลองกับเงินสดอิเล็กทรอนิกส์รูปแบบอื่น เขาสร้างแนวคิดเกี่ยวกับสกุลเงินโทเค็นซึ่งสามารถโอนย้ายระหว่างบุคคลได้อย่างปลอดภัยและเป็นส่วนตัว อีกครั้งความคล้ายคลึงกันกับ cryptocurrencies โดยพัฒนาสิ่งที่เรียกว่า “blinding formula” เพื่อใช้ในการเข้ารหัสข้อมูลที่ส่งผ่านระหว่างบุคคล “ Blinded Cash (เงินสดตาบอด)” จึงสามารถถ่ายโอนระหว่างบุคคลได้อย่างปลอดภัย โดยมีลายเซ็นของความถูกต้องและสามารถปรับเปลี่ยนได้โดยไม่ต้องตรวจสอบย้อนกลับ Chaum ก่อตั้ง DigiCash เพื่อนำแนวคิดของเขาไปปฏิบัติในอีกหลายปีต่อมา แม้ว่า DigiCash จะล้มละลายในปี 1998 แต่แนวคิดที่บริษัทนำเสนอบางอย่างมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาสกุลเงินดิจิทัลในภายหลัง  Bit Gold  Bit Gold เป็นระบบสกุลเงินอิเล็กทรอนิกส์อีกระบบหนึ่ง โดย Nick Szabo มาพร้อมกับระบบพิสูจน์การทำงานของตัวเอง ซึ่งในบางแง่มุมก็สะท้อนกระบวนการทำเหมือง bitcoin ในปัจจุบัน ด้วยขั้นตอนนี้ โซลูชันต่าง ๆ ถูกรวบรวมด้วยการเข้ารหัส จากนั้นจึงเผยแพร่สู่สาธารณะในลักษณะเดียวกับที่บล็อกเชนสมัยใหม่จะทำงาน แนวคิด Bit Gold มีเป้าหมายเพื่อหลีกเลี่ยงการพึ่งพาผู้จัดจำหน่ายและหน่วยงานด้านสกุลเงินส่วนกลาง แม้ท้ายที่สุดจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่มันก็เป็นแรงบันดาลใจให้กับกลุ่มสกุลเงินดิจิทัลจำนวนมาก  Hashcash  Hashcash พัฒนาขึ้นในช่วงกลางทศวรรษ 1990 เป็นหนึ่งในสกุลเงินดิจิทัลก่อน Bitcoin ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด ตามข้อมูลของ The Merkle Hashcash ได้รับการออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์หลายประการ รวมถึงการลดสแปมอีเมลและป้องกันการโจมตี DDoS Hashcash ได้เปิดกว้าง ความเป็นไปได้มากมายที่จะเกิดขึ้นในอีกเกือบสองทศวรรษต่อมา Hashcash ใช้อัลกอริธึมพิสูจน์การทำงานเพื่อช่วยในการสร้างและแจกจ่ายเหรียญใหม่ เหมือนกับ cryptocurrencies ร่วมสมัยมากมาย แท้จริงแล้ว Hashcash ก็ประสบปัญหาหลายอย่างเช่นเดียวกับ cryptocurrencies ในปัจจุบัน ในปี 1997 เมื่อต้องเผชิญกับความต้องการพลังการประมวลผลที่เพิ่มขึ้น ในที่สุด Hashcash ก็มีประสิทธิภาพน้อยลงเรื่อย ๆ แม้ว่า Hashcash จะมลายหายไปในที่สุด แต่ Hashcash ก็ได้รับความสนใจอย่างมากจากความมั่งคั่ง องค์ประกอบหลายอย่างของระบบ Hashcash ทำงานเพื่อการพัฒนาของ bitcoin เช่นกัน  หลังจากนั้น ก็เข้าสู่ยุคของ Bitcoin โดยในปี 2009 ได้มีการเปิดตัวสกุลเงินดิจิทัลรุ่นใหม่ ซึ่ง Bitcoin แตกต่างจากรุ่นก่อนในด้านสถานะการกระจายอำนาจและการพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชน จนเกิดเป็นกระแสอย่างแพร่หลายในช่วงหลังนี้  คุณสามารถติดตามข่าวสารที่สดใหม่ รวดเร็ว ถึงใจ พร้อมบทความเกร็ดความรู้ในโลกคริปโตแบบนี้ ได้ที่ “WikiBit” แอปนำเสนอข่าวสารวงการคริปโต และพร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพียงแค่กดค้นหา ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบจัดเต็ม ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!

2021-10-09การวิเคราะห์เชิงลึก

ลุงโฉลกแนะนำ ‘สินทรัพย์เก็งกำไรมาแรง 2021’ ซื้อไว้กำไรมาแน่!

บทความนี้จะพาไปดูการวิเคราะห์ตลาดการลงทุนกับ ‘ลุงโฉลก’ ปรมาจารย์แห่งการลงทุน และวิทยากรด้านการลงทุนชื่อดังของไทย อีกครั้ง โดยวันนี้เป็นเรื่องของสินทรัพย์เก็งกำไรที่น่าจะมาแรงในปีนี้ และแรงไปเรื่อย ๆ ในปีต่อ ๆ ไป ซึ่งลุงได้ให้สัมภาษณ์ไว้ในรายการ #ถามทันที ทางช่องถามอีกกับอิก TAM-EIG ลุงพูดถึงสินทรัพย์ตัวไหนบ้าง ไปดูกัน!  แน่นอนว่าว่าสินทรัพย์ที่มาแรงที่สุดในสายตาของลุงโฉลกคือ ‘บิทคอยน์’ ลุงเล่าว่า บิทคอยน์จะมาแทนที่ ‘ระบบเงินตราของโลก’ ซึ่งหลังจากที่มีการยกเลิก Gold Standard แต่ละประเทศก็พิมพ์เงินออกมาตามใจ ทำให้คนตกเป็นทาสของนายธนาคาร และมหาเศรษฐี ซึ่งไม่มีใครเอาชนะเรื่องนี้ได้มาหลายร้อยปีแล้ว จนกระทั่งเกิดบิทคอยน์ขึ้น  บิทคอยน์ไม่มีคนอยู่เบื้องหลัง มีการวาง Algorithm ที่ดีมาก ไม่มีทางที่ใครจะเข้าไปเปลี่ยนแปลงอะไรบ้าง แม้หลาย ๆ รัฐบาลพยายามโจมตี แต่บิทคอยน์ก็ยังยืนหยัดอยู่ได้ ข้อดีของบิทคอยน์คือมีอิสระอย่างแท้จริง ทุกคนเป็นเจ้าของร่วมกัน ในหลักการคือใครจะโอนเงินไปไหน เท่าไหร่ เมื่อไหร่ก็ได้  ลุงระบุอีกว่า ในอนาคตบิทคอยน์จะยิ่งแข็งแรงขึ้น มันจะมาแทนที่ทองคำแน่ ๆ กองทุนใหญ่ ๆ ของโลกเริ่มสะสมบิทคอยน์ในฐานะ Store of Wealth ซึ่งลุงคิดว่าต่อไป 1 บิทคอยน์อาจจะมีค่ามากกว่า 1 ล้านดอลลาร์ แต่ยุคนั้นอาจไม่มีดอลลาร์อีกแล้วก็ได้ และอาจจะมีการเปลี่ยนผ่านระบบเงินตราจาก Gold Standard ไปสู่ Bitcoin Standard ลุงมองไม่เห็นว่าอะไรจะมาแข่งกับบิทคอยน์ได้ในตอนนี้ นอกจากจะมีอะไรที่ดีกว่า ทั้งนี้ลุงกล่าวว่า ไม่ได้บอกให้ทุกคนรีบมาซื้อบิทคอยน์นะ แต่อยากให้รีบศึกษาว่ามันคืออะไร เพราะบิทคอยน์ไม่ใช่เรื่องง่าย เป็นการลงทุนที่มีความเสี่ยงหากไม่ศึกษาให้ดี  สำหรับทองคำ ลุงระบุว่ามันเป็นสินทรัพย์ที่มีมายาวนาน แต่ตอนนี้ถูกเบียดจากบิทคอยน์ให้ลงมาเป็นสินทรัพย์อันดับ 2 ในระยะสั้นราคาทองคำอาจจะขึ้น แต่ในอนาคตอีกซัก 10 ปี ราคาทองคำอาจจะตกลงมา ไม่ต่างกับโลหะชนิดอื่น ๆ ในระบบอุตสาหกรรม  ในขณะที่เงินดอลลาร์ ลุงพูดว่าโดยรวมในอนาคตอาจจะพังแน่ จะมีการพิมพ์ดอลลาร์ออกมามหาศาล ดอลลาร์จะหมดความหมาย สกุลเงินอื่น ๆ ก็อาจจะหมดความหมายไปด้วย ดังนั้นไม่มีสินทรัพย์ไหนน่าลงทุนเท่าบิทคอยน์แล้ว  อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้เป็นเพียงการสรุปจากคำพูดของลุงโฉลก ที่ได้วิเคราะห์ไว้เท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาชี้นำการลงทุนแต่อย่างใด การลงทุนมีความเสี่ยง นักลงทุนต้องศึกษารายละเอียดด้วยตนเองก่อนตัดสินใจลงทุน  คุณสามารถติดตามข่าวสารที่สดใหม่ รวดเร็ว ถึงใจ พร้อมบทความเกร็ดความรู้ในโลกคริปโตแบบนี้ ได้ที่ “WikiBit” แอปนำเสนอข่าวสารวงการคริปโต และพร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพียงแค่กดค้นหา ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบจัดเต็ม ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!

2021-10-09การวิเคราะห์เชิงลึก

อุทาหรณ์สอนใจ สาวถูกคนสนิทหลอกลงทุน 8 แสน

ความไว้ใจเป็นเหตุจริง ๆ ล่าสุดมีการปล่อยคลิปสาวคนนึง ที่กำลังสนทนากับคนสนิทที่หลอกให้เธอลงทุนด้วย สร้างเรื่องตบตา จนเธอสูญเงินไปกว่า 8 แสนบาท ทำเอาเธอแค้นหนักมาก คนไว้ใจทำแบบนี้กันได้ลง!!  คลิปนี้ถูกโพสต์ครั้งแรกบน TikTok ของ @jeejyjeejee ซึ่งน่าจะเป็นแอคเคาท์ลูกสาวของเหยื่อ โดยมีข้อความว่า “แม่โดนโกงเงิน หลอกให้เอาเงินไปลงทุน 7-8 แสนแล้วเอาเงินที่หลอกลงทุนไปใช้หนี้ที่ตัวเองก่อ” ในคลิปนี้สาวที่เป็นเหยื่อโกรธมากจริง ๆ ทั้งเจ็บใจ ทั้งผิดหวังในตัวคนสนิทจนพูดว่า “จิตใจทำด้วยอะไร” “มีความเป็นคนบ้างรึเปล่า”  ล่าสุด ‘คุณเจี๊ยบ’ เจ้าของเรื่องนี้ ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับทางเพจ ‘ไทยรัฐนิวส์โชว์’ โดยเล่าถึงเหตุการณ์นี้ว่า เธอได้รู้จักการอดีตเพื่อนร่วมงานคนนึงชื่อ ‘หญิง’ ซึ่งเมื่อเดือนสิงหาที่ผ่านมา หญิงมาชวนให้เธอไปลงทุนซื้อชุดตรวจโควิด แล้วนำไปขายต่อ โดยสร้างเรื่องราว สร้างตัวละครมาให้คุณเจี๊ยบเชื่อใจ จากลงทุนหลักหมื่น ก็เพิ่มเงินขึ้นไปเรื่อย ๆ จากชุดตรวจ ก็ขยายไปแมส เจลล้างมือ เครื่องวัดอุณหภูมิ  คุณเจี๊ยบนำทองคำที่มีอยู่ของเธอ และของคุณแม่ไปจำนำ เพื่อเอาไปลงทุนเพิ่ม จากนั้นเธอก็พบปัญหาต่าง ๆ ที่ทำให้เธอไม่ได้รับผลกำไรซักที หญิงก็สร้างเรื่อง สร้างตัวละคร อ้างคนใหญ่คนโต มาหลอกล่อคุณเจี๊ยบเรื่อย ๆ  คุณเจี๊ยบมองว่า สถานการณ์โควิดทำให้เธอมั่นใจว่าสิ่งที่ลงทุนไปจะได้กำไรกลับมา และทางหญิงก็เอาแชทคำสั่งซื้อต่าง ๆ มาให้ดู จนกระทั่งวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา หญิงโทรมากบอกพี่เจี๊ยบว่า “หญิงไม่มีเงินคืนให้พี่นะ” จนตอนนั้นถึงรู้ว่าโดนหลอก และเกิดเป็นคลิปไวรัลอย่างที่เราเห็นนี่แหละ  การหลอกลวงครั้งนี้ ทำให้คุณเจี๊ยบแทบหมดตัว ทั้งทองคำที่จำนำ แถมยังมีหนี้ติดตัวกว่า 3.6 แสนบาทจากการลงทุนครั้งนี้ โดยสุดท้ายกล่าวว่า “ให้สังคมประณามเค้า ลงโทษเค้า ว่าสิ่งที่เค้าทำ ทำให้ตัวพี่และครอบครัวเดือดร้อน เค้าเป็นเพื่อนเรา แล้วเค้าก็มีลูก แต่ทำไมมากล้าทำกับเรา ทั้ง ๆ ที่เราก็เป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว”  “ในเรื่องของคดีความ ก็ได้เข้าแจ้งความไว้แล้ว ถ้าเขาไม่มีเงินมาใช้หนี้ เขาก็จะติดคุก ถ้าไม่มีเงินมาคืน อย่างน้อยก็จะได้รับบทลงโทษอย่างสาสม”  ในยุคโควิด-19 การหลอกลวง การโกงเงินในลักษณะต่าง ๆ มีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ไม่เว้นแม้แต่คนสนิทที่เราไว้ใจก็ยังทำกันได้ WikiFX จึงยืนยันที่จะอัพเดตทุกกลโกงการลงทุนของมิจฉาชีพ เพื่อปกป้องทุกคน และเราขอรณรงค์ให้นักลงทุนตรวจสอบให้ละเอียดที่สุดก่อนลงทุน ความไว้ใจใช้ไม่ได้กับเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ในยุคนี้

2021-10-08การวิเคราะห์เชิงลึก

นักลงทุนส่วนใหญ่เชื่อว่า Ethereum จะเติบโตได้เร็วกว่า Bitcoin

ความสนใจใน Ethereum ของนักลงทุน ดูเหมือนไม่ใช่เรื่องใหม่อีกต่อไป เนื่องจากสินทรัพย์คริปโตที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองของตลาดเริ่มได้รับการสนับสนุนเพิ่มมากขึ้นจากระบบนิเวศ Defi และแอปพลิเคชั่นบนเครือข่าย ที่เป็นแรงผลักดันเบื้องหลังการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงและนักลงทุนส่วนใหญ่ต่างก็เห็นพ้องตรงกันว่า Ethereum จะกลายเป็นสินทรัพย์ที่เติบโตได้เร็วกว่า Bitcoin ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้  ผลสำรวจล่าสุดของ CoinShares ได้สะท้อนให้เห็นถึง ความเชื่อมั่นของนักลงทุนส่วนใหญ่ที่เชื่อว่า Ethereum ถูกกำหนดมาให้แซงหน้า Bitcoin และมีแนวโน้มเติบโตได้ดีกว่า โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ นักลงทุนเทขายเหรียญ bitcoin ของพวกเขาเพื่อหันมาซื้อ ethereum แทน นอกจากนี้ผลสำรวจของ CoinShares ยังเผยให้เห็นว่า นี่อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น นักลงทุนต้องการ Ethereum ผลสำรวจของ CoinShares เผยให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อโปรเจกต์คริปโตชั้นนำในตลาด โดย 42% ของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่า  พวกเขาเห็นแนวโน้มการเติบโตที่น่าสนใจสำหรับ Ethereum ในขณะที่อีก 18% กล่าวว่าพวกเขาเห็นแนวโน้มการเติบโตที่น่าสนใจสำหรับ Bitcoin นักลงทุนเผยแรงจูงใจในการลงทุน Crypto เมื่อถูกถามถึงแรงจูงใจเกี่ยวกับการลงทุนใน Crypto คำตอบอันดับต้น ๆ ไม่ใช่มูลค่าของสินทรัพย์หรือแม้แต่ความสามารถในการกระจายความเสี่ยง แต่ 35% ของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่าพวกเขาเลือกลงทุนในตลาดแห่งนี้ เพราะมันเป็นสินทรัพย์เก็งกำไรที่มีแนวโน้มเติบโตสูง และมีเพียง 25% เท่านั้นที่กล่าวว่า พวกเขาเลือกใช้ crypto เพื่อกระจายพอร์ตการลงทุน ผู้ตอบแบบสอบถามยังกล่าวด้วยว่ากฎระเบียบ ข้อจำกัด และความผันผวนเป็นอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดในการลงทุนในตลาดคริปโต กฎระเบียบยังติดอันดับสูงสุด เมื่อพูดถึงเรื่องความเสี่ยงของสินทรัพย์ดิจิทัล โดยผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 58% กล่าวว่าการสั่งห้ามและกฎระเบียบของรัฐบาลยังคงเป็นภัยคุกคามที่ใหญ่ที่สุดต่อตลาดคริปโตในปัจจุบัน  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-10-08การวิเคราะห์เชิงลึก

Mike Novogratz คาดว่า Bitcoin จะเท่ากับมูลค่าตลาดของ “ทองคำ” ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ในระหว่างการปรากฏตัวในวันที่ 7 ต.ค. ทาง CNBC นาย Mike Novogratz ซีอีโอของ Galaxy Digital คาดการณ์ว่ามูลค่าตลาดของ Bitcoin จะแซงหน้าทองคำในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า:  “ผมคิดว่ามันจะเข้าใกล้มูลค่าตลาดของทองคำมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้ตอนนี้จะอยู่ประมาณ 12% แต่ผมคิดว่ามันจะถึง 100% ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า”  สำหรับ Ethereum นั้น Novogratz กล่าวว่า cryptocurrency ที่ใหญ่เป็นอันดับสองจะต้องแข่งขันกับ Solana, Algorand และ cryptocurrencies อื่น ๆ  นอกจากนี้ Novogratz ยังมั่นใจว่าหน่วยงานกำกับดูแลหลักทรัพย์ของอเมริกาจะอนุมัติทั้ง Bitcoin และ Ethereum ETF แต่เขาไม่อาจตอบได้ว่าสิ่งนี้จะกลายเป็นจริงเมื่อใด:  “ผมคิดว่าในที่สุดแล้วเราจะมี ETF ของสหรัฐฯ ทั้งใน Bitcoin และ Ethereum แต่ผมไม่แน่ใจว่าเมื่อไหร่”  Galaxy Digital ได้ยื่นขอเปิดตัว Bitcoin Futures ETF ในช่วงกลางเดือนสิงหาคม  ขณะที่ Eric Balchunas นักยุทธศาสตร์ ETF อาวุโสของ Bloomberg คิดว่ามีโอกาสสูงที่ Bitcoin ETF แบบฟิวเจอร์สที่จดทะเบียนภายใต้กฎหมาย Investment Company Act ปี 1940 จะได้รับไฟเขียวในเดือนตุลาคมนี้  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-10-08การวิเคราะห์เชิงลึก

ราคา Shiba Inu ลดลงกว่า 16% หลังจากเพิ่มขึ้นครั้งใหญ่เมื่อต้นสัปดาห์นี้

คริปโตเคอเรนซี Shiba Inu กำลังเผชิญกับการลดลงกว่า 16% หลังจากที่ทำให้ทุกคนตื่นตาตื่นใจกับการปรับตัวสูงขึ้นครั้งใหญ่เมื่อต้นสัปดาห์นี้  ราคา SHIB สูงสุดที่ 0.00003528 ดอลลาร์ในเว็บเทรด Binance ก่อนจะลดลงเหลือ 0.0000236 ดอลล่าร์ ในปัจจุบัน  ก่อนหน้านี้ Shiba Inu เพิ่งแซงหน้า Litecoin โดยมูลค่าตลาด และเป็น crypto ที่ใหญ่ที่สุด 15 อันดับแรกตามมูลค่าตลาด

2021-10-08การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
9698
...
142