บิตคอยน์ดิ่งกว่า3% เคลื่อนไหวที่ 58,000 ดอลล์

การปรับตัวลงของบิตคอยน์ช่วงเช้าวันนี้ เป็นการเคลื่อนไหวในช่วงขาลงอย่างต่อเนื่องหลังจากเมื่อวันพุธ (27ต.ค.)กูรูคาดการณ์ว่าบิตคอยน์จะปรับตัวลงต่อ หลังจากทรุดตัวลงใกล้หลุด 58,000 ดอลลาร์ ขณะที่นักลงทุนพากันเทขายทำกำไร หลังพุ่งแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ก่อนหน้านี้  ทั้งนี้ บิตคอยน์ดิ่งลงแตะระดับ 58,100 ดอลลาร์เมื่อวันพุธ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. และทรุดตัวลง 13% จากระดับ 67,016 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดตลอดกาลที่ทำไว้เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว  การร่วงลงในวันนี้ ส่งผลให้มูลค่าตลาดของบิตคอยน์ลดลงสู่ระดับ 1.11 ล้านล้านดอลลาร์  อย่างไรก็ดี แม้ว่าจะดิ่งลงอย่างหนัก บิตคอยน์ยังคงทะยานขึ้น 35% นับตั้งแต่ต้นเดือนต.ค. และมีแนวโน้มทำสถิติปรับตัวดีที่สุดในเดือนนี้นับตั้งแต่เดือนก.พ.  นักวิเคราะห์ระบุว่า ปัจจัยทางเทคนิคบ่งชี้ว่า บิตคอยน์ถึงเวลาปรับฐานแล้ว และมีแนวโน้มในช่วงขาลง โดยจะทดสอบแนวรับที่ระดับ 54,000 ดอลลาร์ และการร่วงลงอาจรุนแรงยิ่งขึ้น ท่ามกลางการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีแนวโน้มปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (คิวอี) เร็วกว่าที่คาดไว้

2021-10-28การวิเคราะห์เชิงลึก

ทำนายราคา ‘คริปโต’ ปลายปี 2021 งานนี้รอดหรือร่วง?

ตลาด crypto ยังคงพุ่งขึ้นเรื่อย ๆ มาตั้งแต่ปี 2020 จนขณะนี้ 2021 ก็ยังแรงไม่ตก แม้ว่า Bitcoin และ Ethereum เจอมีราคาตกในบางจังหวะบ้าง แต่ทั้งคู่ก็แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ทุกสองสามสัปดาห์ วันนี้เราจะพามาดูบททำนายราคาของเหรียญเหล่านี้ว่าพอเดินทางไปถึงปลายปี 2021 จะยังแรงอยู่หรือไม่ อย่างไร?  Bitcoin  ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน 35 คน ส่วนใหญ่คาดการณ์ว่า ราคา Bitcoin โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ 94,967 ดอลลาร์ในช่วงปลายปี 2021และเชื่อว่าสามารถไปถึง $100,000 ได้ภายในสิ้นปีนี้เช่นกัน โดยผู้ร่วมอภิปรายคนหนึ่ง ‘Samantha Yap’ CEO ของ YAP Global อธิบายว่าการยอมรับของสถาบันจะผลักดัน Bitcoin ให้สูงขึ้นต่อไป  ขณะที่ผู้ร่วมอภิปรายบางคนคาดว่าราคาของ Bitcoin จะลดลงต่ำกว่า 60,000 เหรียญสหรัฐในปีนี้ การทำนายที่ต่ำที่สุดมาจาก Lee Smales รองศาสตราจารย์ด้านการเงินที่ University of Western Australia ด้วยราคาสิ้นปีเพียง 25,000 เหรียญสหรัฐ โดยผู้ร่วมอภิปรายคนอื่นๆ คาดการณ์ว่าราคา Bitcoin จะอยู่ระหว่าง 40,000 ถึง 56,000 เหรียญสหรัฐ ณ สิ้นปี 2564  ที่สุดโต่งที่สุด คงจะเป็น Martin Fröhler CEO ของ Morpher ที่เชื่อว่า Bitcoin คืออนาคต และจะสูงถึง $250,000 ภายในปี 2021 เขากล่าว “แหล่งเก็บมูลค่าสูงสุดในระยะยาวคือ Bitcoin ในที่สุดมันจะเข้ามาแทนที่ทองคำและพันธบัตร”  ในปี 2025 คณะกรรมการคาดการณ์ว่า Bitcoin จะจบปีด้วยราคาเฉลี่ย 360,179 เหรียญสหรัฐ ประมาณหนึ่งในเจ็ดของผู้ตอบแบบสอบถาม (14.29%) คาดการณ์ว่า BTC จะสูงถึง 1 ล้านดอลลาร์ และมากกว่าหนึ่งในสาม (35.71%) คาดว่าจะถึง 500,000 ดอลลาร์  Ethereum  ตามมูลค่าตลาด Ethereum เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่เป็นอันดับสอง 2 ตั้งแต่ต้นปี 2021 มูลค่าของ ETH เพิ่มขึ้น 854% ซึ่งสูงกว่า BTC ซะอีก ทางด้าน Crypto Research Report ได้คาดการณ์ว่าราคา Ethereum จะสูงถึง 1,650 ดอลลาร์ในปี 2021 ขณะที่ผู้จัดการของ Blocktown ระบุ Ethereum จะขึ้นไปถึงจุดราคา 9,000 ดอลลาร์ในที่สุด เขาเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่า ETH จะสามารถขยายมูลค่าตลาดได้ถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์  ทางด้าน Long Forecast ทำนายว่าการคาดการณ์ราคา Ethereum ณ สิ้นปี 2021 ไว้ที่ $2,449 ซึ่งหลายคนก็เชื่อว่าการทำนายดังกล่าวทำให้ ‘Ethereum’ น่าจะเป็นการลงทุนที่ดีอย่างแน่นอน  Litecoin  ด้วยมูลค่าตลาดมากกว่า 9.2 พันล้านดอลลาร์ Litecoin เป็นหนึ่งใน cryptos ที่มีค่าที่สุด หนึ่งใน cryptos ที่เก่าแก่ที่สุดใน ปีนี้ราคามีสะดุดบ้างเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม LTC ก็แสดงสัญญาณการฟื้นตัวในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสัญญาณว่าตลาดกำลังพลิกกลับ  การเติบโตของ NFTs  แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะอ่านข่าวหรือเลื่อนดูไทม์ไลน์บน Facebook ของคุณโดยไม่เจอเรื่องราวเกี่ยวกับ NFTตามที่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนกล่าว เศรษฐีคริปโตรายใหม่ช่วยเพิ่มความนิยมของ NFT ทำให้เกิดความตื่นตัวในหมู่ผู้ที่ต้องการผลกำไรจากพวกเขา บางคนยังเชื่อว่าการเกิดขึ้นของ NFT เช่น NBA Top Shot ทำให้พวกเขาเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ในขณะที่หนึ่งในสามของผู้ตอบแบบสำรวจ (35%) เชื่อว่าการแพร่ระบาดครั้งนี้ทำให้ผู้ชมในวงกว้างสามารถเข้าถึงงานศิลปะได้มากขึ้น  อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้ถือเป็นเพียงการวิเคราะห์ และคาดการณ์ราคาจากกูรูในต่างประเทศเท่านั้น ซึ่งมาจากหลากหลายความคิด ไม่ได้มีเจตนาชี้นำการลงทุนแต่อย่างใด ในระหว่างทางไปจนถึงปลายปี 2021 อาจเกิดเหตการณ์ไม่คาดฝันใด ๆ ที่ส่งผลต่อราคา นักลงทุนควรพิจารณาให้ดีก่อนลงทุน  กลับมาติดตามข่าวสารที่สดใหม่ รวดเร็ว ถึงใจ พร้อมบทความเกร็ดความรู้ในโลกคริปโตแบบนี้ ได้ที่ “WikiBit” แอปนำเสนอข่าวสารวงการคริปโต และพร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน

2021-10-27การวิเคราะห์เชิงลึก

Walmart เปิดตัว ATM Bitcoin 200 แห่งทั่วสหรัฐฯ

Walmart คือร้านค้าปลีกที่ใหญ่ทีสุดในอเมริกา ทั้งสาขาและรายได้ โดยตอนนี้ได้จับมือกับ Coinstar วางตู้ ATM ให้ลูกค้าสามารถใช้เงินสดมาซื้อเหรียญ Cryptocurrency ที่ต้องการจากตู้นี้ได้เลย  ขั้นตอนการทำไม่ยาก  1. ลูกค้าสอดธนบัตรลงในเครื่อง  2. สร้างบัญชี Coinme ที่เป็น Partner ของ COinstar  3. เข้าระบบ KYC เพื่อยืนยันตัวตน  4. เสร็จขั้นตอนการซื้อ  โดยทางระบบจะมีการคิดค่าธรรมเนียมในการซื้อเงินคริปโตด้วย 4% บวกกับค่าธรรมเนียมในการเปลี่ยนจากเงินสดไปเป็น Cryptocurrency อีก 7% คิดว่าในอนาคตสามารถมาตั้งที่ไทยได้ทั่วไปหรือไม่? คอมเม้นท์คุยกันได้เลย

2021-10-27การวิเคราะห์เชิงลึก

เปิดดวงปลายปี ราศีใดมีเกณฑ์ล้างพอร์ต !!!

สำนัก WikiFX กลับมาเปิดดวงเทรดเดอร์ Forex กันอีกครั้ง! ตอนนี้ก็ใกล้จะจบปี 2564 แล้ว ไปเช็คกันหน่อยดีกว่าว่า 2 เดือนที่เหลือหลังจากนี้ ราศีไหนมีเกณฑ์ซวย มีโอกาสล้างพอร์ตกันบ้าง จะได้ระวัง ๆ กันไว้นะ!!   1. ชาวราศีกรกฎ  ราศีนี้ในช่วงท้ายปี 64 มีโอกาสถูกโกง ถูกหลอกเสียเงิน ถ้าเผลอไปลงทุนกับโบรกเกอร์เถื่อน อาจจะโดนโบรกเกอร์แต่งกราฟให้เราล้างพอร์ต หรือการโกงด้วยวิธีอื่น ๆ แบบที่เราจับไม่ค่อยได้ ดังนั้นต้องขอเตือนว่าให้ดูโบรกเกอร์ให้ดี ตรวจสอบใบอนุญาตก่อน เพราะหากเอาชนะเรื่องการโดนโกงตรงนี้ไปได้ คุณก็มีโอกาสเรื่องการหาเงินหรือมีรายได้มีเงินเป็นก้อน นั่นหมายความว่า ถ้าเลือกลงทุนอย่างปลอดภัยแต่แรก คุณมีสิทธิ์ได้กำไรมหาศาล ถือเป็นขาขึ้นของคุณเลยแหละ   2. ชาวราศีกันย์  ครึ่งปีแรกเหมือนจะพบเจอสิ่งดี ๆ แต่พอทำไประยะหนึ่งก็อาจเจออุปสรรค ซึ่งส่งมาถึงช่วงท้ายปีด้วย คุณเป็นราศีที่มีจังหวะเรื่องรายจ่าย ปัญหาหนี้สิน เงินตึงมือมาตั้งแต่ครึ่งปีแรกถึงครึ่งปีหลัง หากเทรดเดอร์คนไหนที่ลงเงินเกินกำลัง หรือเยอะเกินกว่าแผนที่ตั้งไว้ เลือก leverage เยอะ ๆ ออก Lot ใหญ่ ๆ จน Over Trade นั่นเป็นตัวเร่งชั้นดีในการล้างพอร์ต ต้องวางแผนชีวิตให้ดีนะ ประคับประคองให้ผ่านตุลาคมนี้ไปได้ หลังจากนั้นอาจจะมีข่าวดี   3. ชาวราศีมีน  เรื่องการเงิน ชาวราศีมีนต้องประคับประคองพอสมควร เพราะรายจ่ายหนักมาก กระเป๋ารั่ว จึงไม่แนะนำให้นำเงินเก็บ หรือเงินสำรองออกมาใช้สำหรับการเทรด Forex ถ้ายังไม่มีเงินเย็น อย่าเพิ่งเอาออกมาเสี่ยง เพราะถ้าคุณล้างพอร์ตมามันจะยุ่งเอา ต้องระมัดระวังให้มาก แต่ในบางช่วง (โดยเฉพาะเดือนนี้) ก็มีจังหวะ โชคลาภได้เงินได้ทองอย่างฟลุ๊ก ๆ ถ้าลงทุนอย่างมีสติ มีแผนที่ดี ไม่ Over Trade ก็มีโอกาสได้กำไรอยู่นะ สำหรับราศีนี้จึงอยากเน้นในเรื่อง Money Management เป็นพิเศษ เพราะการรักษาเงินทุน มันสำคัญพอ ๆ กับการทำกำไรด้วยซ้ำ!   4. ชาวราศีพฤษภ  การเงินของราศีนี้แล้วแต่ดวงคนเลย หลายคนในราศีพฤษภราหูเข้ารวยขึ้นเยอะ โชคจากออนไลน์ โชคจากต่างประเทศ การเทรด Forex ก็ดูไปได้ดี แต่ก็ต้องระวังเรื่องการโกง โบรกเกอร์เถื่อน กองทุน Forex เถื่อนนี่แหละ มันอาจนำมาสู่คดีความการฟ้องร้องทางด้านการเงิน ดังนั้นต้องระวัง ตรวจสอบให้ดีก่อนลงทุน  สุดท้ายแล้ว ดวงก็คือดวงอะเนอะ ในตลาดจะประสบความสำเร็จก็ต้องอาศัยความรู้ 90% ดวงอีก 10% ดวงไม่ดีไม่ใช่จะล้างพอร์ตเสมอไป เพราะถ้า 90% แน่น คุณจะกลัวอะไร แค่ระวังไว้ก็พอ! แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-10-27การวิเคราะห์เชิงลึก

บิตคอยน์ร่วงกว่า3%เคลื่อนไหวที่ 60,000 ดอลล์

ราคาบิตคอยน์ เทรดที่เว็บไซต์อินเวสต์ติง ดอท คอม เมื่อเวลา 05.31 น. ของวันนี้ (27 ต.ค.)ปรับตัวร่วงลง 3.45% เคลื่อนไหวที่ 60,669.5 ดอลลาร์  เมื่อวันอังคาร(26ต.ค.)เทสลา ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ของสหรัฐซึ่งเป็นของนายอีลอน มัสก์ กล่าวเป็นนัยว่าในเร็ว ๆ นี้อาจจะกลับมารองรับเงินคริปโตอีกครั้ง  ทั้งนี้ ในเอกสารรายเดือนที่เทสลายื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐ (กลต.) ระบุว่า บริษัทกำลังดำเนินการเพื่อกลับมารองรับการใช้จ่ายด้วยสกุลเงินดิจิทัลอีกครั้ง

2021-10-27การวิเคราะห์เชิงลึก

เหรียญ Stablecoin อาจถูกควบควมโดย กลต. สหรัฐ

สำนักงาน ก.ล.ต. ของสหรัฐฯ อาจได้รับอำนาจในการควบคุมเหรียญ stablecoin ในไม่ช้า ตามรายงานที่เผยแพร่โดย Bloomberg ก.ล.ต. ต้องการควบคุมเหรียญ Stablecoins แหล่งข่าวของ Bloomberg ชี้ให้เห็นว่ากระทรวงการคลังสหรัฐฯ และหน่วยงานรัฐบาลอื่นๆ จะเผยแพร่รายงานที่มอบอำนาจใหม่ให้แก่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ในเร็วๆ นี้  นโยบายนี้น่าจะใช้กับ stablecoin ที่ออกโดยส่วนกลาง เช่น USDT ของ Tether และ USD Coin ของ Circle รวมถึง Binance USD, TrueUSD และ Pax Dollar กฎเกณฑ์ให้การควบคุมนี้ คล้ายกับกฎที่ใช้กับเงินฝากธนาคาร โดยจะกำหนดให้บริษัทต่าง ๆ ต้องสมัครขอรับใบอนุญาต แนวทางนี้ได้รับการสนับสนุนจากบริษัท Stablecoin เช่น Circle ซึ่งมีแผนจะกลายมาเป็นธนาคารพาณิชย์ในอนาคต  จนถึงขณะนี้ ก.ล.ต. ได้มุ่งเน้นไปที่การควบคุมโปรเจกต์สกุลเงินดิจิทัลที่ให้คำมั่นว่าจะได้ผลตอบแทนเป็นหลัก โดยเฉพาะสำหรับบริษัทที่ดำเนินการเสนอขาย ICO หรือการขายโทเค็นในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน โดยทั่วไปแล้วสินทรัพย์ดังกล่าวจะถือเป็นสัญญาการลงทุนภายใต้การทดสอบ Howey ทำไม ก.ล.ต. ถึงต้องการอำนาจ ? เมื่อพิจารณาอย่างลึกซึ้งจะเห็นได้ว่าขอบเขตอำนาขของ SEC ที่มีในปัจจุบันดูเหมือนว่าจะใช้ไม่ได้กับเหรียญ Stablecoin  ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อหลีกเลี่ยงความผันผวนของราคา ดังนั้นจึงไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนสูง อย่างไรก็ตามนาย Gary Gensler ประธาน ก.ล.ต. กล่าวว่า หน่วยงานกำกับดูแลของเขามีเป้าหมายที่จะกำกับดูแลโทเค็นที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน ซึ่งเป็นหมวดหมู่ที่รวมถึงเหรียญ Stablecoin โดยก่อนหน้านี้ Gensler กล่าวเปรียบเทียบเหรียญ Stablecoins ว่าเป็นเหมือน “ชิปโป๊กเกอร์” นั้นหมายความว่าสกุลเงินที่เอื้อให้กับการลงทุนมีความเสี่ยง  นอกจากนี้เหรียญ Stablecoin ยังมีความเสี่ยงเนื่องจากราคาที่ลดลง แม้ว่าจะไม่มีเหรียญ Stablecoin รายใหญ่รายใดประสบกับมูลค่าที่ลดลง แต่ความผันผวนของราคาเล็กน้อยก็มักที่จะเกิดขึ้นเป็นประจำ การโต้เถียงกันอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับเรื่อง USDT ของ Tether และ Diem เหรียญ Stablecoin ที่กำลังจะเปิดตัวของ Facebook มีแนวโน้มว่าจะเป็นตัวจุดชนวนให้รัฐบาลสหรัฐฯ มอบอำนาจใหม่ให้กับ SEC

2021-10-26การวิเคราะห์เชิงลึก

‘Ethereum’ อาจเป็นสกุลเงินในโลกเสมือนจริงแห่งอนาคต ‘Metaverse’

Metaverse กลายเป็นคำศัพท์ที่ฮิตมากหลังจากที่ Facebook ปล่อยข่าวว่าตัวเองจะรีแบรนด์ มุ่งเน้นสร้างโลกเสมือนจริง ซึ่งการที่จะเข้าไปใช้ชีวิตในโลกเสมือนได้อย่างสมบูรณ์แบบนั้น เรื่องของการใช้จ่ายคงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ และทำให้ชื่อของ Ethereum กลายมาผู้ท้าชิงในการเป็นผู้นำสกุลเงินดิจิทัลที่จะใช้ในโลก Metaverse  เมตาเวิร์ส (Metaverse) คือการแบ่งปันสภาพแวดล้อมของโลกเสมือนจริงของผู้คนผ่านทางอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 5G โดยการใช้ความเป็นจริงเสมือน (VR) หรือเทคโนโลยีโลกเสมือนผสานโลกแห่งความจริง (AR)  เจ้าพ่อวงการคริปโต ‘Vitalik Buterin’ ผู้ก่อตั้ง Ethereum ได้ออกมาประกาศกร้าวว่าจะทำให้ Ethereum เป็นผู้นำของโลก Metaverse ภายใน 5-10 ปี ซึ่งที่ผ่านมา Ethereum ก็เป็นตัวกลางทำให้เกิด Used-case ในวงการคริปโตมากมาย ทำใหเกิดเหรียญใหม่ ๆ มี Smart Contract ต่าง ๆ และเป็นการเก็บสินทรัพย์ที่น่าสนใจสำหรับโลก Metaverse  Ethereum เป็นระบบที่สามารถจัดระเบียบสิ่งของภายใน Metaverse ได้ ถ้าเราต้องการจะเข้าร่วมภายในระบบของ Metaverse สิ่งที่เราต้องทำคือสร้าง ETH address ถ้าเราต้องการซื้อวัตถุภายใน Metaverse เราสามารถโอนเงินผ่าน contract address เพื่อที่จะชำระเงินและได้รับวัตถุนั้นมาจัดเก็บไว้ภายใน ETH address ของเรา มูลค่าของวัตถุภายใน Metaverse จะถูกวัดในหน่วย ETH และ เราไม่จำเป็นต้องมีคนประเมินมูลค่า เพราะตลาดจะประเมินมูลค่าได้ด้วยตัวเอง และถ้าเราเปิด ETH wallet ขึ้นมาดูก็จะเห็นวัตถุที่ถูกจัดเก็บอยู่ใน address นี้  ส่วนในแง่การจัดเก็บภาษี ระบบ Ethereum มีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรม (gas fee) ซึ่งขึ้นอยู่กับปริมาณในการใช้ระบบของ Ethereum ในการทำธุรกรรมเปรียบ เสมือนเราจ่ายภาษีให้กับผู้ดูแลระบบซึ่งก็คือ validator node ของ Ethereum นั่นเอง Ethereum จึงเปรียบได้กับระบบของรัฐในการบริหารจัดการ Metaverse และ Public Goods ที่ผู้ใช้งานทุกคนสามารถเข้ามาใช้ได้โดยเสรี เพื่อทำธุรกรรม ซื้อขายแลกเปลี่ยน สร้าง หรือจัดเก็บทรัพย์สิน ภายใน Metaverse นี่เอง  อย่างไรก็ตาม Metaverse ยังถือว่าเป็นอะไรที่ใหม่และอาจต้องการเวลาสำหรับพัฒนาอีกพอสมควร อนาคตอันใกล้นี้ Facebook และ Ethereum จะกลายมาเป็นผู้นำของ Metaverse ได้จริงตามที่พูด หรือจะมีผู้ท้าชิงรายอื่น ๆ ที่ทำได้ดีกว่า เราต้องคอยติดตามกันอย่างใกล้ชิดแล้วแหละ!!  ติดตามข่าวสารที่สดใหม่ รวดเร็ว ถึงใจ พร้อมบทความเกร็ดความรู้ในโลกคริปโตแบบนี้ ได้ที่ “WikiBit” แอปนำเสนอข่าวสารวงการคริปโต และพร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพียงแค่กดค้นหา ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบจัดเต็ม ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!  *ขอบคุณข้อมูลจาก TerraBKK.com, LDA - Ladies of Digital Age, dev.to และ dailyhodl.com

2021-10-26การวิเคราะห์เชิงลึก

จีนพิจารณายกเลิกแบนการขุด Bitcoin เป็นข่าวปลอม

ประเทศจีนได้เผยแพร่ร่างข้อเสนอเกี่ยวกับการขุด crypto เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่รัฐบาลไม่ได้ร้องขอความคิดเห็นต่อสาธารณะเพื่อยกเลิกการห้ามการขุด Bitcoin หลังจากมีรายงานจากสื่อบางแห่ง และข้อมูลที่แชร์กันบนโซเชียลมีเดีย  คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติของจีน (NDRC) หนึ่งในหน่วยงานรัฐบาลกลาง ได้เผยแพร่ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่ามีแผนจะแก้ไข Catalog for Guiding Industrial Restructuring (เวอร์ชัน 2019) ที่มีอยู่  การแก้ไขที่เสนอมีเพียงหนึ่งรายการเท่านั้น: คือการเพิ่ม “การขุดคริปโต” ในรายการอุตสาหกรรมที่ควรโดนกำจัด โดย NDRC กล่าวว่าประชาชนจะมีเวลาถึงวันที่ 21 พฤศจิกายนในการให้ข้อเสนอแนะหากพวกเขาสนใจ  NDRC ได้เสนอให้เพิ่มการขุด crypto ร่วมกับรายการอื่น ๆ ในรายการอุตสาหกรรมที่ควรโดนกำจัด โดยการปรึกษาหารือต่อสาธารณะอาจเป็นเพียงแค่การทำไปเป็นพิธีเท่านั้น เนื่องจากก่อนหน้านี้ มองโกเลียในก็ได้ออกข้อเสนอในเดือนพฤษภาคมสำหรับมาตรการในการปราบปรามบริษัทขุด Bitcoin และมีการถามความเห็นต่อสาธารณะเพียง 7 วันเท่านั้น แทนที่จะเป็นหนึ่งเดือนตามปกติ และสุดท้ายก็จบลงด้วยการแบน  ตามคำสั่งการปราบปรามจากสภาแห่งรัฐในช่วงฤดูร้อน NDRC กล่าวเมื่อวันที่ 24 กันยายนว่าจะแก้ไข Catalog ปี 2019 อีกครั้งเพื่อเพิ่มการขุด crypto ในรายการอุตสาหกรรมที่ควรกำจัด และการถามความเห็นต่อสาธารณะนั้นก็มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนทราบถึงข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับอุตสาหกรรมที่ประเทศต้องการส่งเสริม รักษา หรือกำจัด เพื่อให้หน่วยงานระดับจังหวัดและเทศบาลสามารถดำเนินการได้ในภายหลังเท่านั้น และถึงแม้จะมีใครที่คัดค้านแต่ก็แทบไม่มีผลต่อกระบวนการตัดสินใจของรัฐ  ดังนั้นแล้ว นับตั้งแต่รัฐบาลปล่อยข้อมูลนี้ออกไป ก็มีสื่อคริปโตหลายแห่งได้เขียนข่าวที่ว่านี่อาจเป็นสัญญาณว่าจีนจะเปลี่ยนจุดยืนในการขุด crypto ท่ามกลางการขึ้นราคาของ Bitcoin ซึ่งเป็นข้อมูลที่ผิดโดยสิ้นเชิง  อ้างอิง : LINK / Bitcoinaddict.com  

2021-10-26การวิเคราะห์เชิงลึก

Bitcoin ไต่ระดับขึ้น แต่ยังคงผันผวนจากการเทขายและช้อนซื้อของนักลงทุน

Bitcoin พุ่งขึ้น 4% ในวันจันทร์ เนื่องจากการช้อนซื้อ เกิดขึ้นหลังจากการชะลอตัวครั้งล่าสุด ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับบล็อคเชนนั้นแนะนำให้นักลงทุนเตรียมพร้อมสำหรับการผันผวนเพิ่มเติม ก่อนที่ตลาดคริปโตจะทำสถิติสูงสุดอีกครั้ง  Bitcoin เพิ่มขึ้น 4.3% เป็น 63,041 ดอลลาร์ ซื้อขายใกล้กับระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 66,967.1 เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม  แม้จะชะลอตัวลงบ้างหลังจากการถอยกลับมาที่ 60,000 ดอลลาร์เมื่อเร็ว ๆ นี้ แต่อัตราทุนของ Bitcoin หรือค่าใช้จ่ายในการถือสถานะซื้อในสัญญาซื้อขายแลกเปลี่ยน(futures) ยังคงใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์  จากสถิติที่ผ่านมาบ่งชี้ว่าอัตราการระดมทุนที่สูงขึ้นมักจะตามมาด้วยการขายออกของตลาดเพื่อปรับฐาน เช่นเดียวกับการเดิมพัน BTC ในเดือนกันยายนและการเทขายในเดือนพฤษภาคมนำด้วยอัตราการระดมทุนที่เพิ่มขึ้น  “อัตราการระดมทุนยังคงอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันดังที่สังเกตได้ก่อนต้นเดือนกันยายนที่มีการเทขายทิ้ง ด้วยดอกเบี้ยที่เปิดกว้างของฟิวเจอร์สที่เหลืออยู่ใกล้ระดับสูงสุดตลอดเวลา ความเสี่ยงที่จะปรับฐานยังคงมีอยู่” Glassnode รายงานออนไลน์ในวันจันทร์  อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านลบใด ๆ มีแนวโน้มที่จะหักล้างกับความต้องการ เนื่องจากข้อมูลชี้ให้เห็นถึงการชะลอตัวของการรับผลกำไรจากนักลงทุนระยะยาว  “พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้ถือครองระยะยาวดูเหมือนจะชะลอตัวลง เมื่อความเชื่อมั่นกลับมาในช่วง การรีบาวน์ครั้งล่าสุด” Glassnode กล่าว  อุปทานระยะยาวลดลงประมาณ 39,5000 BTC ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ “เริ่มฟื้นตัวแล้ว” ซึ่งบ่งชี้ว่า “ผู้ถือเหรียญส่วนใหญ่ยังคงคาดหวังและรอราคาที่สูงขึ้น” กล่าวเสริม  อีกสัญญาณหนึ่งของความต้องการที่ดี ตลาดคริปโตยังคงดึงดูดดอลลาร์เพื่อการลงทุน โดยมีเงินเข้ามาในตลาดเป็นประวัติการณ์ 1.47 พันล้านดอลลาร์ไหลเข้าสู่สินทรัพย์ดิจิตอลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รายงานโดย CoinShares เมื่อวันจันทร์  มูลค่าตลาดโดยรวมของ BTC ปีนขึ้นไปที่ 1.186 ล้านล้านเหรียญ ทำให้มูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 2.614 ล้านล้านเหรียญ ซึ่งต่ำกว่าระดับสูงสุดที่ 2.681 ล้านล้านเหรียญ

2021-10-26การวิเคราะห์เชิงลึก

เจาะลึกเหรียญ ‘Libra’ ของ ‘Facebook’ ที่กำลังจะมาเปลี่ยนโลกการเงิน!!!

หลังจากที่มีข่าวว่า Facebook วางแผนเปลี่ยนชื่อบริษัทเพื่อมุ่งเน้นสร้าง ‘Metaverse’ ยกระดับบริษัท ให้เป็นมากกว่าแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียทั่วไป นับเป็นก้าวสำคัญของการเปลี่ยนแปลงของบริษัท ส่งผลให้เหรียญคริปโตลูกหม้อของ Facebook อย่าง ‘Libra’ กลับมาถูกพูดถึงอย่างหนักอีกครั้ง สำหรับใครที่ยังไม่รู้จักเจ้าเหรียญนี้ดี ติดตามได้ในบทความนี้เลย!  2 ปีที่แล้ว Facebook เปิดตัวเหรียญคริปโตของตัวเอง โดยใช้ชื่อว่า Libra สกุลเงินดิจิทัลที่อิงบนพื้นฐานของ Blockchain มีเทคโนโลยีที่พิสูจน์มาแล้วว่าเชื่อถือได้สูง มีความโปร่งใส และตั้งใจที่จะเป็นสกุลเงินหลักของโลก พร้อมเปิดตัวกระเป๋าเงินดิจิทัล (wallet) ที่ชื่อว่า “Calibra” โดยระบุว่าช่วงเริ่มต้นจะเปิดให้ใช้งานผ่านแอปพลิเคชันอย่าง Facebook Messenger และ WhatsApp เพื่อโอนเงิน Libra ให้กันได้ แต่แล้วอนาคตของ Libra ก็ดูจะไม่ค่อยสดใสนัก เพราะใครที่ตามข่าวอยู่ก็คงจะรู้สึกว่าช่วงหลัง ๆ ชื่อของ Libra ก็เริ่มหายไปจากวงการคริปโต  ในช่วง 4 เดือนแรกของสมาคม Libra Association ได้สูญเสียสมาชิกผู้ก่อตั้งไปแปดราย ซึ่งรวมถึง PayPal, eBay, Stripe และ MasterCard หลังจากได้รับแรงเสียดทานจากภาคสังคมที่ไม่เชื่อมั่นในความปลอดภัยของ Facebook อย่างหนัก จนตอนหลังต้องเปลี่ยนชื่อเป็น ‘Diem’ เพื่อลดกระแสสังคมที่ตราหน้าว่า Libra ไม่น่าไว้วางใจ พร้อมกับเปลี่ยนชื่อกระเป๋าเงินดิจิทัล จาก Calibra เป็น ‘Novi Diem’  ‘Diem’ เป็น Stablecoin ที่จะอ้างอิงกับสกุลเงินเพียงสกุลเดียว (Single-Currency Stablecoin) แทนที่จะใช้ระบบ Multi-Currency Coin เหมือน Libra ในเวอร์ชั่นก่อน โดย Single-Currency Stablecoin จะมีสินทรัพย์ของสกุลเงินนั้น ๆ หนุนหลังเต็มจำนวน (ไม่ว่าจะเป็นเงินสดหรือพันธบัตรรัฐบาลแบบระยะสั้น) นอกจากนี้ เพื่อแก้ปัญหาเรื่องความไม่สอดคล้องกับกฎระเบียบ Diem ยังมีโครงการที่จะปรับปรุงรูปแบบให้สอดคล้องกับเกณฑ์ในเรื่องการฟอกเงิน และกฎระเบียบต่าง ๆ ว่าด้วยการป้องกันการก่อการร้าย  David Marcus ประธานฝั่ง Facebook Payments ที่ปัจจุบันดูแลเรื่อง Diem ได้ประกาศผ่าน Twitter ว่าจะทดสอบกระเป๋าเงินดิจิตอล Novi ในสหรัฐอเมริกา และกัวเตมาลา ระบบที่จะทำการทดสอบคือระบบทำ transaction ในการโอนเงินข้ามผู้ใช้งาน และการบริการลูกค้า รวมไปถึงกฏหมายที่ควบคุมการซื้อขายเทรดเงินคริปโตที่ Facebook จะใช้ Stable Coin อย่าง Pax Dollar (USDP) ซึ่งมีการใช้งานมาพอสมควร และผ่านเงื่อนไขควบคุมของรัฐ และมีการคุ้มครองความเสี่ยงให้กับผู้บริโภค เพื่อให้ภาครัฐไม่มีข้ออ้างในการสั่งให้ยุติการให้บริการ โดย Marcus ได้ให้สัมภาษณ์ในภายหลังว่าหลังจาก Diem ได้รับไฟเขียวอนุญาตให้ใช้งานแล้ว Facebook จะใช้ Novi ร่วมกับ Diem อย่างแน่นอน  ทั้งนี้ การที่เหรียญ Diem จะมาเปลี่ยนแปลงโลกการเงินคงไม่ใช่แค่เรื่องเพ้อฝัน เพราะ Facebook มีข้อได้เปรียบมหาศาลที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ นั่นคือผู้ใช้งาน Facebook กว่า 2.9 พันล้านคน ไม่ว่าเหรียญ stablecoin ใดที่ Facebook จะรองรับ ก็มีผู้คนจำนวนมากรอที่จะลองใช้มันอยู่แล้ว ในปีที่แล้วเราพบว่ามี Bitcoin Address มากถึง 30 ล้าน Address ยังไม่รวมกองทุนต่าง ๆ อีกนะ หากผู้ใช้ Facebook 2% ซื้อเหรียญ Diem ในกระเป๋าเงิน Novi ของพวกเขา นั่นก็เท่ากับจะมีผู้ใช้เหรียญ Diem มากถึง 58 ล้านคน นี่จึงเป็นเหรียญคริปโตอนาคตไกลที่ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด หากมีอัพเดตเพิ่มเติมอย่างไร เราจะรีบมารายงานกันทันทีเลย!  ติดตามข่าวสารที่สดใหม่ รวดเร็ว ถึงใจ พร้อมบทความเกร็ดความรู้ในโลกคริปโตแบบนี้ ได้ที่ “WikiBit” แอปนำเสนอข่าวสารวงการคริปโต และพร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพียงแค่กดค้นหา ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบจัดเต็ม ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!

2021-10-25การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
9193
...
142