สแกนเพื่อดาวน์โหลด
แพลตฟอร์มตรวจสอบ # และยืนยันการกำกับดูแลของตลาดการเงินทั่วโลก

เหรียญ Stablecoin อาจถูกควบควมโดย กลต. สหรัฐ

สำนักงาน ก.ล.ต. ของสหรัฐฯ อาจได้รับอำนาจในการควบคุมเหรียญ stablecoin ในไม่ช้า ตามรายงานที่เผยแพร่โดย Bloomberg ก.ล.ต. ต้องการควบคุมเหรียญ Stablecoins แหล่งข่าวของ Bloomberg ชี้ให้เห็นว่ากระทรวงการคลังสหรัฐฯ และหน่วยงานรัฐบาลอื่นๆ จะเผยแพร่รายงานที่มอบอำนาจใหม่ให้แก่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ในเร็วๆ นี้  นโยบายนี้น่าจะใช้กับ stablecoin ที่ออกโดยส่วนกลาง เช่น USDT ของ Tether และ USD Coin ของ Circle รวมถึง Binance USD, TrueUSD และ Pax Dollar กฎเกณฑ์ให้การควบคุมนี้ คล้ายกับกฎที่ใช้กับเงินฝากธนาคาร โดยจะกำหนดให้บริษัทต่าง ๆ ต้องสมัครขอรับใบอนุญาต แนวทางนี้ได้รับการสนับสนุนจากบริษัท Stablecoin เช่น Circle ซึ่งมีแผนจะกลายมาเป็นธนาคารพาณิชย์ในอนาคต  จนถึงขณะนี้ ก.ล.ต. ได้มุ่งเน้นไปที่การควบคุมโปรเจกต์สกุลเงินดิจิทัลที่ให้คำมั่นว่าจะได้ผลตอบแทนเป็นหลัก โดยเฉพาะสำหรับบริษัทที่ดำเนินการเสนอขาย ICO หรือการขายโทเค็นในลักษณะที่คล้ายคลึงกัน โดยทั่วไปแล้วสินทรัพย์ดังกล่าวจะถือเป็นสัญญาการลงทุนภายใต้การทดสอบ Howey ทำไม ก.ล.ต. ถึงต้องการอำนาจ ? เมื่อพิจารณาอย่างลึกซึ้งจะเห็นได้ว่าขอบเขตอำนาขของ SEC ที่มีในปัจจุบันดูเหมือนว่าจะใช้ไม่ได้กับเหรียญ Stablecoin  ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อหลีกเลี่ยงความผันผวนของราคา ดังนั้นจึงไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการผลตอบแทนสูง อย่างไรก็ตามนาย Gary Gensler ประธาน ก.ล.ต. กล่าวว่า หน่วยงานกำกับดูแลของเขามีเป้าหมายที่จะกำกับดูแลโทเค็นที่เกี่ยวข้องกับการลงทุน ซึ่งเป็นหมวดหมู่ที่รวมถึงเหรียญ Stablecoin โดยก่อนหน้านี้ Gensler กล่าวเปรียบเทียบเหรียญ Stablecoins ว่าเป็นเหมือน “ชิปโป๊กเกอร์” นั้นหมายความว่าสกุลเงินที่เอื้อให้กับการลงทุนมีความเสี่ยง  นอกจากนี้เหรียญ Stablecoin ยังมีความเสี่ยงเนื่องจากราคาที่ลดลง แม้ว่าจะไม่มีเหรียญ Stablecoin รายใหญ่รายใดประสบกับมูลค่าที่ลดลง แต่ความผันผวนของราคาเล็กน้อยก็มักที่จะเกิดขึ้นเป็นประจำ การโต้เถียงกันอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับเรื่อง USDT ของ Tether และ Diem เหรียญ Stablecoin ที่กำลังจะเปิดตัวของ Facebook มีแนวโน้มว่าจะเป็นตัวจุดชนวนให้รัฐบาลสหรัฐฯ มอบอำนาจใหม่ให้กับ SEC

2021-10-26การวิเคราะห์เชิงลึก

‘Ethereum’ อาจเป็นสกุลเงินในโลกเสมือนจริงแห่งอนาคต ‘Metaverse’

Metaverse กลายเป็นคำศัพท์ที่ฮิตมากหลังจากที่ Facebook ปล่อยข่าวว่าตัวเองจะรีแบรนด์ มุ่งเน้นสร้างโลกเสมือนจริง ซึ่งการที่จะเข้าไปใช้ชีวิตในโลกเสมือนได้อย่างสมบูรณ์แบบนั้น เรื่องของการใช้จ่ายคงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ และทำให้ชื่อของ Ethereum กลายมาผู้ท้าชิงในการเป็นผู้นำสกุลเงินดิจิทัลที่จะใช้ในโลก Metaverse  เมตาเวิร์ส (Metaverse) คือการแบ่งปันสภาพแวดล้อมของโลกเสมือนจริงของผู้คนผ่านทางอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 5G โดยการใช้ความเป็นจริงเสมือน (VR) หรือเทคโนโลยีโลกเสมือนผสานโลกแห่งความจริง (AR)  เจ้าพ่อวงการคริปโต ‘Vitalik Buterin’ ผู้ก่อตั้ง Ethereum ได้ออกมาประกาศกร้าวว่าจะทำให้ Ethereum เป็นผู้นำของโลก Metaverse ภายใน 5-10 ปี ซึ่งที่ผ่านมา Ethereum ก็เป็นตัวกลางทำให้เกิด Used-case ในวงการคริปโตมากมาย ทำใหเกิดเหรียญใหม่ ๆ มี Smart Contract ต่าง ๆ และเป็นการเก็บสินทรัพย์ที่น่าสนใจสำหรับโลก Metaverse  Ethereum เป็นระบบที่สามารถจัดระเบียบสิ่งของภายใน Metaverse ได้ ถ้าเราต้องการจะเข้าร่วมภายในระบบของ Metaverse สิ่งที่เราต้องทำคือสร้าง ETH address ถ้าเราต้องการซื้อวัตถุภายใน Metaverse เราสามารถโอนเงินผ่าน contract address เพื่อที่จะชำระเงินและได้รับวัตถุนั้นมาจัดเก็บไว้ภายใน ETH address ของเรา มูลค่าของวัตถุภายใน Metaverse จะถูกวัดในหน่วย ETH และ เราไม่จำเป็นต้องมีคนประเมินมูลค่า เพราะตลาดจะประเมินมูลค่าได้ด้วยตัวเอง และถ้าเราเปิด ETH wallet ขึ้นมาดูก็จะเห็นวัตถุที่ถูกจัดเก็บอยู่ใน address นี้  ส่วนในแง่การจัดเก็บภาษี ระบบ Ethereum มีการจัดเก็บค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรม (gas fee) ซึ่งขึ้นอยู่กับปริมาณในการใช้ระบบของ Ethereum ในการทำธุรกรรมเปรียบ เสมือนเราจ่ายภาษีให้กับผู้ดูแลระบบซึ่งก็คือ validator node ของ Ethereum นั่นเอง Ethereum จึงเปรียบได้กับระบบของรัฐในการบริหารจัดการ Metaverse และ Public Goods ที่ผู้ใช้งานทุกคนสามารถเข้ามาใช้ได้โดยเสรี เพื่อทำธุรกรรม ซื้อขายแลกเปลี่ยน สร้าง หรือจัดเก็บทรัพย์สิน ภายใน Metaverse นี่เอง  อย่างไรก็ตาม Metaverse ยังถือว่าเป็นอะไรที่ใหม่และอาจต้องการเวลาสำหรับพัฒนาอีกพอสมควร อนาคตอันใกล้นี้ Facebook และ Ethereum จะกลายมาเป็นผู้นำของ Metaverse ได้จริงตามที่พูด หรือจะมีผู้ท้าชิงรายอื่น ๆ ที่ทำได้ดีกว่า เราต้องคอยติดตามกันอย่างใกล้ชิดแล้วแหละ!!  ติดตามข่าวสารที่สดใหม่ รวดเร็ว ถึงใจ พร้อมบทความเกร็ดความรู้ในโลกคริปโตแบบนี้ ได้ที่ “WikiBit” แอปนำเสนอข่าวสารวงการคริปโต และพร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพียงแค่กดค้นหา ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบจัดเต็ม ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!  *ขอบคุณข้อมูลจาก TerraBKK.com, LDA - Ladies of Digital Age, dev.to และ dailyhodl.com

2021-10-26การวิเคราะห์เชิงลึก

จีนพิจารณายกเลิกแบนการขุด Bitcoin เป็นข่าวปลอม

ประเทศจีนได้เผยแพร่ร่างข้อเสนอเกี่ยวกับการขุด crypto เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่รัฐบาลไม่ได้ร้องขอความคิดเห็นต่อสาธารณะเพื่อยกเลิกการห้ามการขุด Bitcoin หลังจากมีรายงานจากสื่อบางแห่ง และข้อมูลที่แชร์กันบนโซเชียลมีเดีย  คณะกรรมการพัฒนาและปฏิรูปแห่งชาติของจีน (NDRC) หนึ่งในหน่วยงานรัฐบาลกลาง ได้เผยแพร่ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่ามีแผนจะแก้ไข Catalog for Guiding Industrial Restructuring (เวอร์ชัน 2019) ที่มีอยู่  การแก้ไขที่เสนอมีเพียงหนึ่งรายการเท่านั้น: คือการเพิ่ม “การขุดคริปโต” ในรายการอุตสาหกรรมที่ควรโดนกำจัด โดย NDRC กล่าวว่าประชาชนจะมีเวลาถึงวันที่ 21 พฤศจิกายนในการให้ข้อเสนอแนะหากพวกเขาสนใจ  NDRC ได้เสนอให้เพิ่มการขุด crypto ร่วมกับรายการอื่น ๆ ในรายการอุตสาหกรรมที่ควรโดนกำจัด โดยการปรึกษาหารือต่อสาธารณะอาจเป็นเพียงแค่การทำไปเป็นพิธีเท่านั้น เนื่องจากก่อนหน้านี้ มองโกเลียในก็ได้ออกข้อเสนอในเดือนพฤษภาคมสำหรับมาตรการในการปราบปรามบริษัทขุด Bitcoin และมีการถามความเห็นต่อสาธารณะเพียง 7 วันเท่านั้น แทนที่จะเป็นหนึ่งเดือนตามปกติ และสุดท้ายก็จบลงด้วยการแบน  ตามคำสั่งการปราบปรามจากสภาแห่งรัฐในช่วงฤดูร้อน NDRC กล่าวเมื่อวันที่ 24 กันยายนว่าจะแก้ไข Catalog ปี 2019 อีกครั้งเพื่อเพิ่มการขุด crypto ในรายการอุตสาหกรรมที่ควรกำจัด และการถามความเห็นต่อสาธารณะนั้นก็มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนทราบถึงข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับอุตสาหกรรมที่ประเทศต้องการส่งเสริม รักษา หรือกำจัด เพื่อให้หน่วยงานระดับจังหวัดและเทศบาลสามารถดำเนินการได้ในภายหลังเท่านั้น และถึงแม้จะมีใครที่คัดค้านแต่ก็แทบไม่มีผลต่อกระบวนการตัดสินใจของรัฐ  ดังนั้นแล้ว นับตั้งแต่รัฐบาลปล่อยข้อมูลนี้ออกไป ก็มีสื่อคริปโตหลายแห่งได้เขียนข่าวที่ว่านี่อาจเป็นสัญญาณว่าจีนจะเปลี่ยนจุดยืนในการขุด crypto ท่ามกลางการขึ้นราคาของ Bitcoin ซึ่งเป็นข้อมูลที่ผิดโดยสิ้นเชิง  อ้างอิง : LINK / Bitcoinaddict.com  

2021-10-26การวิเคราะห์เชิงลึก

Bitcoin ไต่ระดับขึ้น แต่ยังคงผันผวนจากการเทขายและช้อนซื้อของนักลงทุน

Bitcoin พุ่งขึ้น 4% ในวันจันทร์ เนื่องจากการช้อนซื้อ เกิดขึ้นหลังจากการชะลอตัวครั้งล่าสุด ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับบล็อคเชนนั้นแนะนำให้นักลงทุนเตรียมพร้อมสำหรับการผันผวนเพิ่มเติม ก่อนที่ตลาดคริปโตจะทำสถิติสูงสุดอีกครั้ง  Bitcoin เพิ่มขึ้น 4.3% เป็น 63,041 ดอลลาร์ ซื้อขายใกล้กับระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 66,967.1 เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม  แม้จะชะลอตัวลงบ้างหลังจากการถอยกลับมาที่ 60,000 ดอลลาร์เมื่อเร็ว ๆ นี้ แต่อัตราทุนของ Bitcoin หรือค่าใช้จ่ายในการถือสถานะซื้อในสัญญาซื้อขายแลกเปลี่ยน(futures) ยังคงใกล้ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์  จากสถิติที่ผ่านมาบ่งชี้ว่าอัตราการระดมทุนที่สูงขึ้นมักจะตามมาด้วยการขายออกของตลาดเพื่อปรับฐาน เช่นเดียวกับการเดิมพัน BTC ในเดือนกันยายนและการเทขายในเดือนพฤษภาคมนำด้วยอัตราการระดมทุนที่เพิ่มขึ้น  “อัตราการระดมทุนยังคงอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกันดังที่สังเกตได้ก่อนต้นเดือนกันยายนที่มีการเทขายทิ้ง ด้วยดอกเบี้ยที่เปิดกว้างของฟิวเจอร์สที่เหลืออยู่ใกล้ระดับสูงสุดตลอดเวลา ความเสี่ยงที่จะปรับฐานยังคงมีอยู่” Glassnode รายงานออนไลน์ในวันจันทร์  อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านลบใด ๆ มีแนวโน้มที่จะหักล้างกับความต้องการ เนื่องจากข้อมูลชี้ให้เห็นถึงการชะลอตัวของการรับผลกำไรจากนักลงทุนระยะยาว  “พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้ถือครองระยะยาวดูเหมือนจะชะลอตัวลง เมื่อความเชื่อมั่นกลับมาในช่วง การรีบาวน์ครั้งล่าสุด” Glassnode กล่าว  อุปทานระยะยาวลดลงประมาณ 39,5000 BTC ในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ “เริ่มฟื้นตัวแล้ว” ซึ่งบ่งชี้ว่า “ผู้ถือเหรียญส่วนใหญ่ยังคงคาดหวังและรอราคาที่สูงขึ้น” กล่าวเสริม  อีกสัญญาณหนึ่งของความต้องการที่ดี ตลาดคริปโตยังคงดึงดูดดอลลาร์เพื่อการลงทุน โดยมีเงินเข้ามาในตลาดเป็นประวัติการณ์ 1.47 พันล้านดอลลาร์ไหลเข้าสู่สินทรัพย์ดิจิตอลเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รายงานโดย CoinShares เมื่อวันจันทร์  มูลค่าตลาดโดยรวมของ BTC ปีนขึ้นไปที่ 1.186 ล้านล้านเหรียญ ทำให้มูลค่าตลาดรวมอยู่ที่ 2.614 ล้านล้านเหรียญ ซึ่งต่ำกว่าระดับสูงสุดที่ 2.681 ล้านล้านเหรียญ

2021-10-26การวิเคราะห์เชิงลึก

เจาะลึกเหรียญ ‘Libra’ ของ ‘Facebook’ ที่กำลังจะมาเปลี่ยนโลกการเงิน!!!

หลังจากที่มีข่าวว่า Facebook วางแผนเปลี่ยนชื่อบริษัทเพื่อมุ่งเน้นสร้าง ‘Metaverse’ ยกระดับบริษัท ให้เป็นมากกว่าแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียทั่วไป นับเป็นก้าวสำคัญของการเปลี่ยนแปลงของบริษัท ส่งผลให้เหรียญคริปโตลูกหม้อของ Facebook อย่าง ‘Libra’ กลับมาถูกพูดถึงอย่างหนักอีกครั้ง สำหรับใครที่ยังไม่รู้จักเจ้าเหรียญนี้ดี ติดตามได้ในบทความนี้เลย!  2 ปีที่แล้ว Facebook เปิดตัวเหรียญคริปโตของตัวเอง โดยใช้ชื่อว่า Libra สกุลเงินดิจิทัลที่อิงบนพื้นฐานของ Blockchain มีเทคโนโลยีที่พิสูจน์มาแล้วว่าเชื่อถือได้สูง มีความโปร่งใส และตั้งใจที่จะเป็นสกุลเงินหลักของโลก พร้อมเปิดตัวกระเป๋าเงินดิจิทัล (wallet) ที่ชื่อว่า “Calibra” โดยระบุว่าช่วงเริ่มต้นจะเปิดให้ใช้งานผ่านแอปพลิเคชันอย่าง Facebook Messenger และ WhatsApp เพื่อโอนเงิน Libra ให้กันได้ แต่แล้วอนาคตของ Libra ก็ดูจะไม่ค่อยสดใสนัก เพราะใครที่ตามข่าวอยู่ก็คงจะรู้สึกว่าช่วงหลัง ๆ ชื่อของ Libra ก็เริ่มหายไปจากวงการคริปโต  ในช่วง 4 เดือนแรกของสมาคม Libra Association ได้สูญเสียสมาชิกผู้ก่อตั้งไปแปดราย ซึ่งรวมถึง PayPal, eBay, Stripe และ MasterCard หลังจากได้รับแรงเสียดทานจากภาคสังคมที่ไม่เชื่อมั่นในความปลอดภัยของ Facebook อย่างหนัก จนตอนหลังต้องเปลี่ยนชื่อเป็น ‘Diem’ เพื่อลดกระแสสังคมที่ตราหน้าว่า Libra ไม่น่าไว้วางใจ พร้อมกับเปลี่ยนชื่อกระเป๋าเงินดิจิทัล จาก Calibra เป็น ‘Novi Diem’  ‘Diem’ เป็น Stablecoin ที่จะอ้างอิงกับสกุลเงินเพียงสกุลเดียว (Single-Currency Stablecoin) แทนที่จะใช้ระบบ Multi-Currency Coin เหมือน Libra ในเวอร์ชั่นก่อน โดย Single-Currency Stablecoin จะมีสินทรัพย์ของสกุลเงินนั้น ๆ หนุนหลังเต็มจำนวน (ไม่ว่าจะเป็นเงินสดหรือพันธบัตรรัฐบาลแบบระยะสั้น) นอกจากนี้ เพื่อแก้ปัญหาเรื่องความไม่สอดคล้องกับกฎระเบียบ Diem ยังมีโครงการที่จะปรับปรุงรูปแบบให้สอดคล้องกับเกณฑ์ในเรื่องการฟอกเงิน และกฎระเบียบต่าง ๆ ว่าด้วยการป้องกันการก่อการร้าย  David Marcus ประธานฝั่ง Facebook Payments ที่ปัจจุบันดูแลเรื่อง Diem ได้ประกาศผ่าน Twitter ว่าจะทดสอบกระเป๋าเงินดิจิตอล Novi ในสหรัฐอเมริกา และกัวเตมาลา ระบบที่จะทำการทดสอบคือระบบทำ transaction ในการโอนเงินข้ามผู้ใช้งาน และการบริการลูกค้า รวมไปถึงกฏหมายที่ควบคุมการซื้อขายเทรดเงินคริปโตที่ Facebook จะใช้ Stable Coin อย่าง Pax Dollar (USDP) ซึ่งมีการใช้งานมาพอสมควร และผ่านเงื่อนไขควบคุมของรัฐ และมีการคุ้มครองความเสี่ยงให้กับผู้บริโภค เพื่อให้ภาครัฐไม่มีข้ออ้างในการสั่งให้ยุติการให้บริการ โดย Marcus ได้ให้สัมภาษณ์ในภายหลังว่าหลังจาก Diem ได้รับไฟเขียวอนุญาตให้ใช้งานแล้ว Facebook จะใช้ Novi ร่วมกับ Diem อย่างแน่นอน  ทั้งนี้ การที่เหรียญ Diem จะมาเปลี่ยนแปลงโลกการเงินคงไม่ใช่แค่เรื่องเพ้อฝัน เพราะ Facebook มีข้อได้เปรียบมหาศาลที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ นั่นคือผู้ใช้งาน Facebook กว่า 2.9 พันล้านคน ไม่ว่าเหรียญ stablecoin ใดที่ Facebook จะรองรับ ก็มีผู้คนจำนวนมากรอที่จะลองใช้มันอยู่แล้ว ในปีที่แล้วเราพบว่ามี Bitcoin Address มากถึง 30 ล้าน Address ยังไม่รวมกองทุนต่าง ๆ อีกนะ หากผู้ใช้ Facebook 2% ซื้อเหรียญ Diem ในกระเป๋าเงิน Novi ของพวกเขา นั่นก็เท่ากับจะมีผู้ใช้เหรียญ Diem มากถึง 58 ล้านคน นี่จึงเป็นเหรียญคริปโตอนาคตไกลที่ไม่ควรมองข้ามเด็ดขาด หากมีอัพเดตเพิ่มเติมอย่างไร เราจะรีบมารายงานกันทันทีเลย!  ติดตามข่าวสารที่สดใหม่ รวดเร็ว ถึงใจ พร้อมบทความเกร็ดความรู้ในโลกคริปโตแบบนี้ ได้ที่ “WikiBit” แอปนำเสนอข่าวสารวงการคริปโต และพร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพียงแค่กดค้นหา ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบจัดเต็ม ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!

2021-10-25การวิเคราะห์เชิงลึก

YouTube หลายช่องถูกแฮ็ค เพื่อโปรโมทหลอกลวงคริปโต

รายงานใหม่ที่แบ่งปันโดยฝ่ายวิเคราะห์ด้านภัยคุกคามทางไซเบอร์ (TAG) ของ Google เผยถึงแคมเปญฟิชชิ่งของมิจฉาชีพที่กำลังโจมตีนักทำคอนเท้นบน YouTube อย่างต่อเนื่อง ซึ่งมักส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อนักลงทุนคริปโตเป็นวงกว้าง TAG ระบุถึงการโจมตีของกลุ่มแฮ็กเกอร์ที่ได้รับคัดเลือกในฟอรัมภาษารัสเซีย  ซึ่งแฮ็กช่องของคอนเท้นครีเอเตอร์ด้วยการแสร้งทำเป็นเสนอโอกาสในการทำงานร่วมกันแบบปลอม ๆ ก่อนที่จะทำการแย่งชิงช่อง YouTube ของนักทำคอนเท้น และนำไปขายให้กับมิจฉาชีพเหรียญคริปโต “ช่องที่ถูกแย่งชิงจำนวนมากถูกรีแบรนด์สำหรับการสตรีมวีดีโอหลอกลวงให้ผู้ติดตามโอนเหรียญคริปโตไปตาม address ของมิฉาชีพ โดยราคาของช่องที่ถูกขโมยมาและตั้งขายในตลาดนั้นมีตั้งแต่ 3 ดอลลาร์สหรัฐ ถึง 4,000 ดอลลาร์สหรัฐ ขึ้นอยู่กับจำนวนสมาชิก” มีรายงานว่าบัญชี YouTube บางส่วนถูกแฮ็กโดยใช้มัลแวร์ขโมยคุกกี้ ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ปลอมที่กำหนดค่าให้ทำงานบนคอมพิวเตอร์ของเหยื่อโดยไม่ถูกตรวจจับ  นอกจากนี้ TAG ยังรายงานด้วยว่าแฮ็กเกอร์ยังเปลี่ยนชื่อ รูปโปรไฟล์ และเนื้อหาของช่อง YouTube เพื่อปลอมแปลงเป็นบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่หรือบริษัทแลกเปลี่ยนคริปโตเคอเรนซีอีกด้วย ตามที่ Google กล่าว “ผู้โจมตีทำการสตรีมวิดีโอที่สัญญาว่าจะแจกของรางวัล cryptocurrency เพื่อแลกกับการโอนเหรียญเพื่อเข้ามาสนับสนุนเบื้องต้น” ปัจจุบันทางบริษัทได้ลงทุนในเครื่องมือในการตรวจหาและบล็อกอีเมลฟิชชิ่ง, การขโมยคุกกี้ และการสตรีมวีดีโอหลอกลวงด้านคริปโต ด้วยความพยายามอย่างต่อเนื่อง Google จึงสามารถลดปริมาณอีเมลฟิชชิ่งของ Gmail ลงได้ 99.6% ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2564 “ด้วยความพยายามในการตรวจจับที่เพิ่มขึ้น เราสังเกตเห็นว่าผู้โจมตีเปลี่ยนจาก Gmail ไปยังผู้ให้บริการอีเมลรายอื่น (ส่วนใหญ่เป็น email.cz, seznam. cz, post.cz และ aol.com)” บริษัทกล่าวเสริม  Google ได้แบ่งปันข้อค้นพบข้างต้นกับสำนักงานสืบสวนกลางแห่งสหรัฐอเมริกา (FBI) ของสหรัฐอเมริกาเพื่อการสอบสวนเพิ่มเติม มีรายงานว่าที่อยู่อีเมลของผู้ใช้มากกว่า 3.1 ล้าน (3,117,548) รั่วไหลจากเว็บไซต์ติดตามราคาคริปโต CoinMarketCap เว็บไซต์ Have I Been Pwned ที่ทุ่มเทให้กับการติดตามการแฮ็กออนไลน์ พบว่าที่อยู่อีเมลที่ถูกแฮ็กนั้นมีการถูกนำไปปล่อยขายแบบออนไลน์บนแพลทฟอร์มต่าง ๆ หนึ่งในนั้นก็คือ CoinMarketCap ที่ทราบถึงความสัมพันธ์ของข้อมูลที่รั่วไหลกับฐานผู้ใช้ของพวกเขา แต่ยืนยันว่าไม่พบหลักฐานการแฮ็กบนเซิร์ฟเวอร์ภายในของพวกเขา: “เนื่องจากไม่มีรหัสผ่านรวมอยู่ในข้อมูลที่เราเห็น เราเชื่อว่าน่าจะมาจากแพลตฟอร์มอื่นที่ผู้ใช้อาจนำรหัสผ่านมาใช้ซ้ำในหลายไซต์”

2021-10-25การวิเคราะห์เชิงลึก

เหรียญชิบะ อินุ ราคาวิ่งขึ้นรุนแรง หลังลือ Robinhood จะเปิดให้ซื้อขาย

เหรียญมีมยอดนิยมในตลาดสกุลเงินดิจิตอล SHIBA INU ซื้อขายใกล้ระดับสูงสุดตลอดกาลในวันจันทร์ โดยเพิ่มขึ้น 8.96% หลังจากเข้าถึงผู้ค้ารายใหม่กว่าล้านรายผ่านการจดทะเบียนใน Novadax, Public.com และ CoinFLEX ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา  ในเดือนตุลาคม SHIB ได้เพิ่มขึ้น 430% ในขณะที่ Bitcoin และ Ethereum เพิ่มขึ้น 41.12% และ 36.9% ตามลำดับ นักลงทุนได้นำเงินเข้ามาในตลาดคริปโตท่ามกลางความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ และความกังวลด้านกฎระเบียบที่ผ่อนคลายลง ในขณะที่การเปิดตัว ProShares Bitcoin Strategy ETF (NYSE:BITO) ในสัปดาห์ที่แล้วก็ช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่นได้เช่นกั  Elon Musk ยังมีอิทธิพลเชิงบวกต่อ Shiba Inu เมื่อไม่นานมานี้หลังจากโพสต์ลูกสุนัข Shiba Inu ชื่อ Floki บน Twitter (NYSE:TWTR) ในขณะเดียวกัน บัญชี SHIB Twitter ที่มีชื่อเสียงของ Robinhood (NASDAQ:HOOD) อาจพิจารณาเพิ่มเหรียญมีมในรายการสินทรัพย์ซื้อขาย  ในบรรดาเหรียญอื่น ๆ ที่น่าสนใจ Binance Coin ลดลง 0.96% Cardano ลดลง 1.47% ขณะที่ Solana เพิ่มขึ้น 0.76%

2021-10-25การวิเคราะห์เชิงลึก

CEO ทวิตเตอร์เตือนสหรัฐ-ทั่วโลกเจอเงินเฟ้อรุนแรง

ดอร์ซีย์ทวีตข้อความว่า ภาวะเงินเฟ้อรุนแรงจะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างและภาวะนี้กำลังเกิดขึ้นในสหรัฐเร็ว ๆ นี้ ก่อนที่จะขยายไปยังประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก  คำเตือนของผู้บริหารทวิตเตอร์ มีขึ้นหลังจากอัตราเงินเฟ้อราคาผู้บริโภคในสหรัฐพุ่งขึ้นใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 30 ปี ขณะหลายฝ่ายวิตกกังวลว่า ปัญหาดังกล่าวอาจเลวร้ายยิ่งกว่าที่รัฐบาลคาดการณ์ไว้  ที่ผ่านมา “เจอโรม พาวเวล” ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) คาดการณ์ในวันศุกร์ว่า เงินเฟ้อของสหรัฐจะเพิ่มขึ้นจนถึงปีหน้า พร้อมระบุว่าในไม่ช้าเฟดจะเริ่มถอนมาตรการพิเศษที่ออกมาเพื่อช่วยพยุงเศรษฐกิจ ซึ่งนักวิจารณ์กล่าวว่าเป็นสิ่งที่กระตุ้นอัตราเงินเฟ้อ  นอกจากนี้ “คริสตาลินา จอร์จีวา” ผู้อำนวยการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) เปิดเผยว่า ไอเอ็มเอฟ ได้ปรับลดคาดการณ์การขยายตัวของเศรษฐกิจทั่วโลกในปี 2564 ลงสู่ระดับต่ำกว่า 6% โดยระบุถึงความเสี่ยงเกี่ยวกับหนี้สิน, เงินเฟ้อ และทิศทางเศรษฐกิจที่ไม่สอดคล้องกัน  จอร์จีวา ยังกล่าวด้วยว่า แรงกดดันด้านเงินเฟ้อซึ่งถือเป็นปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญนั้น มีแนวโน้มที่จะบั่นทอนการเติบโตของประเทศส่วนใหญ่ในปี 2565 และยังคงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของบางประเทศในกลุ่มตลาดเกิดใหม่และกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา  พร้อมกับเตือนว่า การปรับตัวขึ้นเป็นเวลานานของตัวเลขคาดการณ์เงินเฟ้อจะเป็นสาเหตุที่ทำให้อัตราดอกเบี้ยดีดตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว และจะส่งผลให้เกิดภาวะตึงตัวด้านการเงิน

2021-10-24การวิเคราะห์เชิงลึก

5 กลยุทธ์ทำเงินล้าน ด้วยการ ‘เทรดบิทคอยน์’

ในโลกของการเทรด Bitcoin นั้น นอกจากความรู้ ประสบการณ์ และทักษะในระดับสูง กลยุทธ์ก็นับเป็นสิ่งหนึ่งที่มีผลต่อการทำเงินอย่างเห็นได้ชัด และวันนี้เราจะพาไปเจาะลึก 5 กลยุทธ์ที่อาจพาคุณไปแตะเงินล้านจากการเทรดบิทคอยน์  1. กลยุทธ์ Buy and Hold  นี่อาจเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดและเป็นที่นิยมมากที่สุดในการทำกำไรผ่านการซื้อขาย Bitcoin คือซื้อและถือ Bitcoin ในระยะยาว ดังนั้นความคาดหวังคือราคาจะเพิ่มขึ้นตามเวลา นี่เป็นหนึ่งในวิธีที่ง่ายที่สุดในการเรียนรู้และแน่นอนว่าจะนำมาซึ่งผลกำไรที่เหมาะสม เนื่องจากราคา Bitcoin มีความผันผวนและมีปริมาณที่จำกัด มันจึงมีความได้เปรียบเหนือสกุลเงินทั่วไปอยู่แล้ว  2. Bot Trading  Bot คือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่สามารถทำการซื้อขายแทนคุณได้ ดังนั้น คุณสามารถทำการซื้อขายได้จริงแม้ในขณะที่คุณหลับ บอทจะเทรดตามสิ่งที่กำหนดไว้ล่วงหน้า และจะวิเคราะห์ปัจจัยด้านตลาดเพื่อทำการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องกับการเทรด ขณะนี้มีบอทสำหรับซื้อขาย crypto มากมายที่พร้อมใช้งาน  3. Swing Trading  Swing Trading เหมาะกับคนที่ชอบถือเหรียญในระยะสั้น กลยุทธ์นี้เน้นที่การซื้อขายในราคาเฉพาะ เช่น เมื่อราคาไม่เป็นไปตามแนวโน้มขึ้นหรือลงที่เฉพาะเจาะจง เทรดเดอร์จะซื้อขายในช่วงราคาสูงและต่ำ สวิงเทรดเดอร์จะวิเคราะห์ปัจจัยหลายประการ โดยเน้นที่ตัวชี้วัดทางเทคนิคเป็นหลัก ซึ่งจะแสดงเงื่อนไขการซื้อเกินหรือขายเกิน สิ่งเหล่านี้บ่งบอกถึงความเชื่อมั่นของตลาด เมื่อราคาไปถึงระดับใดระดับหนึ่งเทรดเดอร์จะวางเดิมพันด้วยการกลับตัวของราคา  4. Trend Trading  Trend Trading ต้องอาศัยความรู้เกี่ยวกับการเทรดที่มากขึ้น ยากขึ้น เทรดเดอร์จะใช้รูปแบบการเทรดที่ยาวนานขึ้น โดยมีเจตนาที่จะลงทุนจนกว่าแนวโน้มจะดำเนินต่อไป ไม่มีเป้าหมายเฉพาะ ไม่เหมือนกับการซื้อขายแบบสวิง สิ่งที่คุณต้องทำคือระบุแนวโน้มเมื่ออยู่ในระยะเริ่มต้นก่อนที่คนอื่นจะระบุได้ เทรดเดอร์ที่มีประสบการณ์และรอบรู้มากขึ้นสามารถเข้าสู่การเทรดได้อย่างรวดเร็ว ทำเงินได้มากขึ้น และออกไปก่อนที่ความผิดพลาดจะเกิดขึ้น  5. Day Trading  Day Trading เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการได้รับผลกำไรระยะสั้น หากใช้กลยุทธ์นี้ คุณจำเป็นต้องรู้วิธีรักษ position ไว้ตลอดเวลา เทรดเดอร์ที่จริงจังมาก ๆ จะอยู่ในตลาด 12-16 ชั่วโมงต่อ ไม่ใช่ทุกคนที่จะเก่งเรื่องเดย์เทรดได้ มันต้องใช้ความคิดแบบพิเศษ วิธีนี้เหมาะที่สุดสำหรับเทรดเดอร์ที่ต้องการทำการเทรดจริงจัง ไม่ใช่แค่งานอดิเรก  ทั้งนี้จะใช้กลยุทธ์ไหนก็ต้องศึกษาข้อมูลให้ดี ดังวลีเด็ดที่ว่าไว้ “การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน” โดยคุณ ติดตามข่าวสารที่สดใหม่ รวดเร็ว ถึงใจ พร้อมบทความเกร็ดความรู้ในโลกคริปโตแบบนี้ ได้ที่ “WikiBit” แอปนำเสนอข่าวสารวงการคริปโต และพร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพียงแค่กดค้นหา ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบจัดเต็ม ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!

2021-10-24การวิเคราะห์เชิงลึก

David กล่าวหาก Ripple จบคดีแล้ว ราคา XRP จะพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงแน่นอน

David Gokhshtein หัวหน้า PAC Protocol และ Gokhshtein Media ผู้มีอิทธิพลด้านคริปโตได้ใช้ Twitter เพื่อแบ่งปันความคิดเห็นของเขาเกี่ยวกับผลลัพธ์เชิงบวกที่อาจเกิดขึ้นหลังจากจากคดี Ripple กับ SEC ทันทีที่มีการตกลงกัน เขาคิดว่า XRP และตลาดคริปโตที่แท้จริงทั้งหมดจะเริ่มต้นขึ้น เหตุผลของเขาคือความจริงที่ว่าในที่สุด ก.ล.ต. จะให้ความกระจ่างเกี่ยวกับคริปโต นี่เป็นเงื่อนไขที่ Brad Garlinghouse หัวหน้า Ripple จะตกลงตกลงกับ SEC ตามการสัมภาษณ์ล่าสุดของเขา  โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เขาต้องการมี“ความมั่นใจอย่างแท้จริงเกี่ยวกับ XRP” เขาเตือนผู้อ่านว่าทวีตดังกล่าวไม่ใช่คำแนะนำทางการเงิน ในที่สุด ก.ล.ต.สหรัฐฯ ก็ใกล้พบความกระจ่างเกี่ยวกับคริปโตในคดีระหว่าง Ripple และ SEC แล้ว และเป็นเหตุผลว่าทำไมคำพูดของ David ดูจะเป็นจริงที่สุดในช่วงนี้ อย่างไรก็ตาม Brad Garlinghouse หัวหน้า Ripple ดูเหมือนจะเข้าใจในข้อตกลงกับ SEC ตามการสัมภาษณ์ล่าสุดของเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมันเกี่ยวกับ “ความมั่นใจที่แท้จริงเกี่ยวกับ XRP”  สถานการณ์ของ XRP เรายังไม่ได้เห็นการทำลายจุดสูงสุดในประวัติการณ์ของ XRP แม้ว่าเหรียญอันดับหนึ่งและอันดับสองอย่าง BTC และ ETH จะได้ทำลายจุดสูงสุดในประวัติการเมื่อวันพุธที่ 20 ตุลาคมที่ผ่านมา ในขณะนี้ราคาของ XRP ยังคงอยู่ที่ระดับราคา 1.10 ดอลลาร์ และยังคงระดับอยู่ในระดับเดิมตั้งแต่ในช่วงเช้าของวันศุกร์ ทั้งนี้ XRP ยังคงห่างจากจุดสูงสุดในเดือนพฤษภาคมอีกว่า 43.72% และจุดสูงสุดประวัติการณ์ที่ 66.40%

2021-10-24การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
9193
...
142