สแกนเพื่อดาวน์โหลด
แพลตฟอร์มตรวจสอบ # และยืนยันการกำกับดูแลของตลาดการเงินทั่วโลก

เช็คก่อนเทรด! รายชื่อแอปเทรดคริปโตที่ยังไม่ได้รับอนุญาตจาก กลต.

รู้หรือไม่! ตอนนี้มีแอปเทรดคริปโตมากกว่า 36 เจ้า ที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาตจาก กลต. ไทย ซึ่งหากไปลงทุนด้วยจะไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และยังมีความเสี่ยงที่จะถูกหลอกลวง (scam) อีกด้วย จะเป็นแอปเทรดไหนบ้าง ไปดูกัน   แอปเทรดคริปโตที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาตจาก กลต. ไทย ได้แก่  Upbit Deal, Upbit Global Block, Best Exchange, Coinwpro, Qinye, BotKub, KoinWatch, BitX, Binance, 25hrbanking, Everex Asia, OKEx, BB Sheldon, EXP Asset, F2 Trading Corp, Gains System  iFx: InclusiveFX & InclusiveCryptos, MoniFinex, XTRADECHAIN, Tradenance Incorporation Limited, FX Trading Corporation, digicardshop.com, ecurrencyplus.com, ecurrencythailand.com  egtexchange.com, emoneythai.com, exchangercoin.com, rexchange168, gamershoppings.com, i-exch.com, lnwexchanger.com, misterchanger.com, payniex.com, superrichexchanger.com, thaiexchanger.com และ บริษัท Q Exchange จำกัด  รายชื่อแอปเทรดเหล่านี้ หลายคนอาจจะเคยเห็นผ่านตามาบ้าง บางคนก็อาจจะกำลังใช้อยู่ บางแอปก็มีชื่อเสียงและได้รับใบอนุญาตจากกลต.ประเทศอื่น ๆ แต่สำหรับนโยบายของไทยแล้ว กลต. เคยให้ข้อมูลว่า “ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจากต่างประเทศ กรณีให้บริการที่เข้าข่ายเป็นการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลโดยไม่ได้รับใบอนุญาต อันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 26 แห่ง พ.ร.ก. ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลฯ”  “ก.ล.ต. จึงขอเตือนประชาชนและผู้ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลให้ระมัดระวังการซื้อขาย แลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล รับฝาก โอน ถอนเงิน หรือทำธุรกรรมที่เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลกับผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่ได้รับอนุญาตตาม พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัลฯ รวมถึงผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจากต่างประเทศ เนื่องจากจะไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย นอกจากนี้ ยังมีความเสี่ยงที่จะถูกหลอกลวง (scam) อีกด้วย”  หากอยากได้ข้อมูลเชิงลึกของแอปเทรดเหล่านี้เพิ่มเติม ไปดูต่อได้บนแอป WikiBit เลย เรามีข้อมูล แอปเทรดคริปโตทั่วโลก และยังมาพร้อมกับบริการตรวจสอบข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อนด้วย เพียงแค่กดค้นหา ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบจัดเต็ม ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!

2022-01-12การวิเคราะห์เชิงลึก

ประธาน Fed กล่าว “CBDC ของสหรัฐฯ และ Stablecoin สามารถอยู่ร่วมกันได้”

Jerome Powell ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve) ดูเหมือนจะมีการเปลี่ยนแปลงจุดยืนก่อนหน้านี้ของเขาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง CBDC และ Stablecoin โดยการเป็นปรากฎตัวต่อหน้ารัฐสภาสหรัฐฯ เมื่อวันอังคาร เขาแนะนำว่าทั้งคู่สามารถอยู่ร่วมกันได้ โดยไม่ต้องกังวลในเรื่องของใครมาก่อน มาหลัง หลังจากกล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) และเหรียญ “Stable coin” Powell ก็ได้ประกาศยืนยันว่ารายงานเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัลจะมีการคลอดตามมาในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้  Pat Toomey คณะกรรมการการธนาคารของวุฒิสภาระดับสูงของพรรครีพับลิกันตั้งคำถามว่า เงินดอลลาร์ดิจิทัลของ Fed จะสามารถอยู่ร่วมกันกับ Stable coin ได้หรือไม่ ซึ่งก่อนหน้านี้ Powell เคยเป็นผู้ที่ออกมาโต้แย้งว่า CBDC จะทำให้เหรียญ Stablecoin ของเอกชนนั้นเก่าล้าสมัย ได้มีการเปลี่ยนมุมมองของเขาใหม่และได้ให้ความมั่นใจกับ Sen. Toomey ว่าทั้งคู่จะไม่แยกออกจากกัน การรับมือกับภาวะเงินเฟ้อ หัวข้อที่อภิปรายที่เป็นประเด็นร้อนแรงที่สุดในช่วงระหว่างการประชุมก็คือ อัตราเงินเฟ้อ ซึ่งกลายเป็นประเด็นสำคัญอันดับต้นๆ ของ Fed นับตั้งแต่อัตราเงินเฟ้อได้พุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดในรอบ 40 ปีเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน  Powell กล่าวว่า “ด้วยอัตราเงินเฟ้อที่สูงกว่าที่คาดการณ์ เศรษฐกิจจึงไม่ต้องการหรือต้องการนโยบายผ่อนคลายที่เราได้กำหนดไว้อีกต่อไป” ประธาน Fed ยังคงส่งสัญญาณว่า Fed จะทุ่มความพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อเข้ายับยั้งปัญหานี้ แม้ว่าจะต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ก็ตาม Powell ยืนยันว่าอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นได้รับแรงหนุนจากอุปทานที่เพิ่มสูงขึ้นและการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจ อันเป็นผลมาจากวิกฤตการแพร่ระบาดของ Covid-19 อุปสงค์และอุปทานมีความไม่ลงรอยกัน  เรามีอุปสงค์ที่แข็งแกร่งมากในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านอุปทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสินค้าที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์“ Powell กล่าว ”เราคิดว่าส่วนหนึ่งของ คือ การกลับมาของอุปทานที่มากขึ้น ตลาดส่วนใหญ่เริ่มมีการฟื้นตัวขึ้น หลังจากความคิดเห็นของพาวเวลล์ โดยที่ Nasdaq Composite มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นมากถึง 1.16% ในขณะที่ Bitcoin และ Ethereum ก็เพิ่มขึ้นจากการตกต่ำเมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยเพิ่มขึ้น 3% และ 5% ตามลำดับ แต่นักวิเคราะห์เตือนว่า สถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน ยังคงทำให้แนวโน้มระยะยาวนั้นไม่แน่นอน Powell ไม่ได้กล่าวถึง เส้นตายที่กำหนดไว้สำหรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่เขาคาดการณ์ว่าการมีปรับเพิ่มขึ้นในไม่ช้า โดยแนวโน้มล่าสุดของ Goldman Sach คาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 4 ครั้งในปีนี้

2022-01-12การวิเคราะห์เชิงลึก

ราคา Bitcoin พุ่งแตะ 43,000 ดอลลาร์ เพราะ FED

ภายหลังจากที่เมื่อวานนี้เราได้เห็นการออกมาเผยจากธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed เกี่ยวกับการตัดสินใจในการคงอัตราดอกเบี้ยต่ำในปัจจุบันไปเรื่อย ๆ แล้วนั้น ล่าสุดราคา Bitcoin ได้มีสัญญาณด้านบวกตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา กราฟ BTCUSD เผยให้เห็นว่าราคา Bitcoin นั้นได้มีการเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยได้พุ่งแตะ 43,000 ดอลลาร์เมื่อเวลาประมาณตี 3 ก่อนที่จะค่อย ๆ ย่อลงมาอยู่ที่ 42,643 ดอลลาร์  ในขณะที่กำลังรายงานข่าวอยู่นี้ การเพิ่มขึ้นของราคาดังกล่าวนั้นดูเหมือนว่าจะมีขึ้นหลังจากการแถลงการณ์ของนาย Jerome Powell หรือประธานของ Fed ที่เผยว่าพวกเรานั้นจะยังคงอยู่ในช่วงเวลาที่อัตราดอกเบี้ยต่ำไปอีกนาน ส่งสัญญาณว่าจะไม่มีการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเพื่อพยุงสถานการณ์เงินเฟ้อนี้ นอกเหนือจาก Bitcoin แล้ว ดูเหมือนว่าตลาดอื่น ๆ อย่างเช่นตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่มีลักษะเป็นบวก โดย S&P 500 นั้นมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น 42.78 จุด หรือราว ๆ 0.92% ซึ่งบ่งบอกว่าผู้คนเริ่มที่จะมีหวังกับการเก็งกำไรมากขึ้น แม้ว่าก่อนหน้านี้นาย Powell เคยออกมาแย้มว่าจะมีการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยในปี 2022 นี้ แต่เขาก็ไม่ได้เผยว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไร ซึ่งนักเทรดนั้นก็ต้องรอดูกันต่อไป

2022-01-12การวิเคราะห์เชิงลึก

พาวเวลยันเฟดพร้อมขึ้นดอกเบี้ยมากกว่าคาดเพื่อสกัดเงินเฟ้อ

“ห่วงโซ่อุปทานที่กลับสู่ภาวะปกติจะช่วยผ่อนคลายแรงกดดันจากเงินเฟ้อในปีนี้ แต่เฟดก็ไม่กลัวที่จะต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่าที่คาดไว้ หากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง” นายพาวเวลกล่าวต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาในวันนี้  การกล่าวถ้อยแถลงในวันนี้ ถือเป็นการ “สอบสัมภาษณ์” ของนายพาวเวลต่อคณะกรรมาธิการฯ ดังกล่าว ก่อนที่จะทางคณะกรรมาธิการฯ จะพิจารณาให้การรับรองการแต่งตั้งนายพาวเวลเป็นประธานเฟดสมัยที่ 2  อย่างไรก็ดี แม้ผ่านการรับรองจากคณะกรรมาธิการฯ นายพาวเวลก็ยังจำเป็นต้องผ่านการพิจารณาจากวุฒิสภาทั้งคณะ โดยเขาจะต้องได้รับการรับรองจากเสียงส่วนใหญ่ในวุฒิสภา  นายพาวเวลยังระบุว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว หลังจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ทำให้เกิดภาวะที่ไม่สมดุลกันระหว่างอุปสงค์และอุปทาน รวมทั้งภาวะคอขวด และส่งผลให้เงินเฟ้อพุ่งขึ้นอย่างมาก  “เรารู้ว่าเงินเฟ้อสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ ซึ่งเฟดจะใช้เครื่องมือด้านนโยบายทุกอย่างเพื่อป้องกันไม่ให้เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นจนฝังตัวในระบบเศรษฐกิจ และถ้าเราต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากขึ้นอีกเมื่อเวลาผ่านไป เราก็จะทำ โดยเราจะใช้เครื่องมือต่างๆเพื่อสกัดเงินเฟ้อ” นายพาวเวลกล่าว

2022-01-12การวิเคราะห์เชิงลึก

ประธาน Fed กล่าว “CBDC ของสหรัฐฯ และ Stablecoin สามารถอยู่ร่วมกันได้”

Jerome Powell ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (Federal Reserve) ดูเหมือนจะมีการเปลี่ยนแปลงจุดยืนก่อนหน้านี้ของเขาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่าง CBDC และ Stablecoin โดยการเป็นปรากฎตัวต่อหน้ารัฐสภาสหรัฐฯ เมื่อวันอังคาร เขาแนะนำว่าทั้งคู่สามารถอยู่ร่วมกันได้ โดยไม่ต้องกังวลในเรื่องของใครมาก่อน มาหลัง หลังจากกล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) และเหรียญ “Stable coin” Powell ก็ได้ประกาศยืนยันว่ารายงานเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัลจะมีการคลอดตามมาในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้านี้  Pat Toomey คณะกรรมการการธนาคารของวุฒิสภาระดับสูงของพรรครีพับลิกันตั้งคำถามว่า เงินดอลลาร์ดิจิทัลของ Fed จะสามารถอยู่ร่วมกันกับ Stable coin ได้หรือไม่ ซึ่งก่อนหน้านี้ Powell เคยเป็นผู้ที่ออกมาโต้แย้งว่า CBDC จะทำให้เหรียญ Stablecoin ของเอกชนนั้นเก่าล้าสมัย ได้มีการเปลี่ยนมุมมองของเขาใหม่และได้ให้ความมั่นใจกับ Sen. Toomey ว่าทั้งคู่จะไม่แยกออกจากกัน การรับมือกับภาวะเงินเฟ้อ หัวข้อที่อภิปรายที่เป็นประเด็นร้อนแรงที่สุดในช่วงระหว่างการประชุมก็คือ อัตราเงินเฟ้อ ซึ่งกลายเป็นประเด็นสำคัญอันดับต้นๆ ของ Fed นับตั้งแต่อัตราเงินเฟ้อได้พุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดในรอบ 40 ปีเมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายน  Powell กล่าวว่า “ด้วยอัตราเงินเฟ้อที่สูงกว่าที่คาดการณ์ เศรษฐกิจจึงไม่ต้องการหรือต้องการนโยบายผ่อนคลายที่เราได้กำหนดไว้อีกต่อไป” ประธาน Fed ยังคงส่งสัญญาณว่า Fed จะทุ่มความพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อเข้ายับยั้งปัญหานี้ แม้ว่าจะต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ก็ตาม Powell ยืนยันว่าอัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นได้รับแรงหนุนจากอุปทานที่เพิ่มสูงขึ้นและการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วของเศรษฐกิจ อันเป็นผลมาจากวิกฤตการแพร่ระบาดของ Covid-19 อุปสงค์และอุปทานมีความไม่ลงรอยกัน   เรามีอุปสงค์ที่แข็งแกร่งมากในพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านอุปทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสินค้าที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์“ Powell กล่าว ”เราคิดว่าส่วนหนึ่งของ คือ การกลับมาของอุปทานที่มากขึ้น ตลาดส่วนใหญ่เริ่มมีการฟื้นตัวขึ้น หลังจากความคิดเห็นของพาวเวลล์ โดยที่ Nasdaq Composite มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นมากถึง 1.16% ในขณะที่ Bitcoin และ Ethereum ก็เพิ่มขึ้นจากการตกต่ำเมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยเพิ่มขึ้น 3% และ 5% ตามลำดับ แต่นักวิเคราะห์เตือนว่า สถานการณ์ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน ยังคงทำให้แนวโน้มระยะยาวนั้นไม่แน่นอน Powell ไม่ได้กล่าวถึง เส้นตายที่กำหนดไว้สำหรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่เขาคาดการณ์ว่าการมีปรับเพิ่มขึ้นในไม่ช้า โดยแนวโน้มล่าสุดของ Goldman Sach คาดว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 4 ครั้งในปีนี้

2022-01-12การวิเคราะห์เชิงลึก

ราคา Bitcoin พุ่งแตะ 43,000 ดอลลาร์ เพราะ FED

ภายหลังจากที่เมื่อวานนี้เราได้เห็นการออกมาเผยจากธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ Fed เกี่ยวกับการตัดสินใจในการคงอัตราดอกเบี้ยต่ำในปัจจุบันไปเรื่อย ๆ แล้วนั้น ล่าสุดราคา Bitcoin ได้มีสัญญาณด้านบวกตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา กราฟ BTCUSD เผยให้เห็นว่าราคา Bitcoin นั้นได้มีการเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยได้พุ่งแตะ 43,000 ดอลลาร์เมื่อเวลาประมาณตี 3 ก่อนที่จะค่อย ๆ ย่อลงมาอยู่ที่ 42,643 ดอลลาร์  ในขณะที่กำลังรายงานข่าวอยู่นี้ การเพิ่มขึ้นของราคาดังกล่าวนั้นดูเหมือนว่าจะมีขึ้นหลังจากการแถลงการณ์ของนาย Jerome Powell หรือประธานของ Fed ที่เผยว่าพวกเรานั้นจะยังคงอยู่ในช่วงเวลาที่อัตราดอกเบี้ยต่ำไปอีกนาน ส่งสัญญาณว่าจะไม่มีการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยเพื่อพยุงสถานการณ์เงินเฟ้อนี้ นอกเหนือจาก Bitcoin แล้ว ดูเหมือนว่าตลาดอื่น ๆ อย่างเช่นตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่มีลักษะเป็นบวก โดย S&P 500 นั้นมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น 42.78 จุด หรือราว ๆ 0.92% ซึ่งบ่งบอกว่าผู้คนเริ่มที่จะมีหวังกับการเก็งกำไรมากขึ้น แม้ว่าก่อนหน้านี้นาย Powell เคยออกมาแย้มว่าจะมีการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยในปี 2022 นี้ แต่เขาก็ไม่ได้เผยว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อไร ซึ่งนักเทรดนั้นก็ต้องรอดูกันต่อไป

2022-01-12การวิเคราะห์เชิงลึก

พาวเวลยันเฟดพร้อมขึ้นดอกเบี้ยมากกว่าคาดเพื่อสกัดเงินเฟ้อ

“ห่วงโซ่อุปทานที่กลับสู่ภาวะปกติจะช่วยผ่อนคลายแรงกดดันจากเงินเฟ้อในปีนี้ แต่เฟดก็ไม่กลัวที่จะต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่าที่คาดไว้ หากเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง” นายพาวเวลกล่าวต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาในวันนี้  การกล่าวถ้อยแถลงในวันนี้ ถือเป็นการ “สอบสัมภาษณ์” ของนายพาวเวลต่อคณะกรรมาธิการฯ ดังกล่าว ก่อนที่จะทางคณะกรรมาธิการฯ จะพิจารณาให้การรับรองการแต่งตั้งนายพาวเวลเป็นประธานเฟดสมัยที่ 2  อย่างไรก็ดี แม้ผ่านการรับรองจากคณะกรรมาธิการฯ นายพาวเวลก็ยังจำเป็นต้องผ่านการพิจารณาจากวุฒิสภาทั้งคณะ โดยเขาจะต้องได้รับการรับรองจากเสียงส่วนใหญ่ในวุฒิสภา  นายพาวเวลยังระบุว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจอย่างรวดเร็ว หลังจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ได้ทำให้เกิดภาวะที่ไม่สมดุลกันระหว่างอุปสงค์และอุปทาน รวมทั้งภาวะคอขวด และส่งผลให้เงินเฟ้อพุ่งขึ้นอย่างมาก  “เรารู้ว่าเงินเฟ้อสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ ซึ่งเฟดจะใช้เครื่องมือด้านนโยบายทุกอย่างเพื่อป้องกันไม่ให้เงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นจนฝังตัวในระบบเศรษฐกิจ และถ้าเราต้องขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากขึ้นอีกเมื่อเวลาผ่านไป เราก็จะทำ โดยเราจะใช้เครื่องมือต่างๆเพื่อสกัดเงินเฟ้อ” นายพาวเวลกล่าว

2022-01-12การวิเคราะห์เชิงลึก

สรุป ‘จุดเด่น’ 10 เหรียญคริปโต ที่ดังที่สุดในโลก!

เหรียญคริปโตในตลาดมีมากกว่า 6,000 เหรียญ ซึ่งแต่ละเหรียญก็มีจุดเด่นแตกต่างกันไป ทำเอานักเทรดเลือกกันไม่ถูกเลยว่าจะเทรดเหรียญไหน วันนี้ #WikiBit จึงขอมาสรุป ‘จุดเด่น’ของ 10 เหรียญคริปโตที่ดังที่สุดในตลาด เหรียญแบบไหน ใช่สไตล์คุณ ลองมาดูกัน  1. จุดเด่นเหรียญ Bitcoin  Bitcoin เป็นสกุลเงินดิจิทัลตัวแรกที่สร้างขึ้นในปี 2009 โดยบุคคล (หรืออาจเป็นกลุ่ม) ที่ใช้นามแฝง Satoshi Nakamoto ตอนนี้มี Bitcoin หมุนเวียนในตลาดมากกว่า 19 ล้านเหรียญ ซึ่งคิดเป็น 90% ของบิทคอยน์ที่จำกัดไว้ที่ 21 ล้านเหรียญ Bitcoin ได้รับการออกแบบให้เป็นอิสระจากรัฐบาลหรือธนาคารกลางใด ๆ โดยอาศัยเทคโนโลยีบล็อคเชน ซึ่งเป็นบัญชีแยกประเภทสาธารณะที่กระจายอำนาจซึ่งมีบันทึกดิจิทัลของธุรกรรม Bitcoin ทุกครั้ง โดยได้สร้างระบบพื้นฐานของการเข้ารหัสและการตรวจสอบฉันทามติ (เพียร์ทูเพียร์) ซึ่งเป็นรากฐานของรูปแบบของคริปโตส่วนใหญ่ในปัจจุบัน  2. จุดเด่นเหรียญ Ethereum  Ethereum ได้รับการออกแบบให้เป็นบล็อคเชนที่ตั้งโปรแกรมได้ ซึ่งหมายความว่าไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อรองรับสกุลเงิน แต่เพื่อให้ผู้ใช้เครือข่ายสามารถสร้าง เผยแพร่ สร้างรายได้ และใช้แอปพลิเคชัน (ที่เรียกว่า “dApps”) โดย Ether (ETH) ซึ่งเป็นสกุลเงินดั้งเดิมของ Ethereum การพัฒนาเป็นรูปแบบการชำระเงินบนแพลตฟอร์ม Ethereum  Ethereum ช่วยให้เกิดเหรียญคริปโตมากมาย เนื่องจาก ICO หลายแห่งใช้ Ethereum blockchain และ Ethereum ยังอยู่เบื้องหลังการเติบโตอย่างรวดเร็วของ NFTs ซึ่งเป็นงานศิลปะหรือของสะสมในรูปแบบดิจิทัลที่เชื่อมโยงกับบล็อคเชน และสร้างขึ้นไม่ซ้ำแบบใคร  3. จุดเด่นเหรียญ Cardano (ADA)  Cardano เรียกตัวเองว่าเป็นแพลตฟอร์มบล็อกเชนรุ่นที่สาม ซึ่ง ADA มาจากชื่อ Ada Lovelace นักคณิตศาสตร์ในศตวรรษที่ 19 Cardano ถูกสร้างขึ้นห้าขั้นตอนเพื่อจะบรรลุเป้าหมายในการพัฒนาเครือข่ายให้เป็นแพลตฟอร์มแอปพลิเคชันกระจายอำนาจ (dApp) ที่มีบัญชีแยกประเภทหลายสินทรัพย์และสัญญาอัจฉริยะที่ตรวจสอบได้  4. จุดเด่นเหรียญ Binance (BNB)  Binance เป็นหนึ่งใน Exchange สกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลก และ Binance Coin (BNB) เป็นโทเค็นสกุลเงินดิจิทัลที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนบน Binance ตอนแรกมันถูกสร้างขึ้นบน Ethereum blockchain แต่ตอนนี้อาศัยอยู่บนแพลตฟอร์ม blockchain ของ Binance  Binance สามารถใช้สำหรับการชำระเงิน การจองการเดินทาง เพื่อความบันเทิง บริการออนไลน์ หรือแม้แต่บริการทางการเงิน Binance มีโทเค็นสูงสุด 200 ล้านโทเค็น ให้บริการแก่นักลงทุนในช่วง ICO ทุกไตรมาส Binance จะซื้อคืนแล้ว “เผา” หรือทำลายเหรียญบางเหรียญอย่างถาวรเพื่อกระตุ้นความต้องการ  5. จุดเด่นเหรียญ Tether  Tether เป็นสกุลเงินดิจิทัลตัวแรกที่วางตลาดเป็น “stablecoin” ซึ่งเป็น crypto ที่รู้จักในชื่อ fiat-collateralized Stablecoin มูลค่าของ Tether ถูกผูกไว้กับสกุลเงิน Fiat (ดอลลาร์สหรัฐ)  Tether ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบความเสถียร ความโปร่งใส และค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมที่ต่ำลงแก่ผู้ใช้ Tether ไม่ใช่การลงทุนแบบเก็งกำไรเหมือนสกุลเงินดิจิทัลบางตัว นักลงทุนที่ต้องการหลีกเลี่ยงความผันผวนที่รุนแรงของตลาด crypto สามารถนำมาใช้ได้  6. จุดเด่นเหรียญ Solana  Solana เป็นแพลตฟอร์มบล็อคเชนที่สร้างสกุลเงินดิจิทัลที่เรียกว่าโซล หนึ่งในสกุลเงินที่ผันผวนมากขึ้นในช่วงปลายปีที่ผ่านมา Solana เป็นผู้นำด้านการเงินแบบกระจายศูนย์ และเทคโนโลยีสัญญาอัจฉริยะ ซึ่งเป็นโปรแกรมที่ทำงานบนแพลตฟอร์มตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ล่วงหน้า (เช่น สัญญากระดาษ แต่ไม่มีพ่อค้าคนกลาง  7. จุดเด่นเหรียญ XRP  XRP ได้รับการพัฒนาโดย Ripple Labs, Inc. บางคนก็เรียกเหรียญนี้ว่า Ripple โดย Ripple เป็นเครือข่ายการโอนเงินทั่วโลก ที่ใช้โดยบริษัทที่ให้บริการทางการเงิน ส่วน XRP คือ crypto ที่ออกแบบมาเพื่อทำงานบนเครือข่าย Ripple คุณสามารถซื้อ XRP เพื่อการลงทุน เป็นเหรียญเพื่อแลกเปลี่ยนกับ cryptocurrencies อื่น ๆ หรือเป็นวิธีการทำธุรกรรมทางการเงินบน Ripple โดย XRP ไม่ได้อาศัยกระบวนการตรวจสอบทางดิจิทัลที่ซับซ้อนผ่านบล็อคเชนแบบที่ Bitcoin และอื่น ๆ แต่ใช้ระบบเฉพาะสำหรับตรวจสอบธุรกรรมที่โหนดที่เข้าร่วมทำการสำรวจเพื่อตรวจสอบธุรกรรม ทำให้ธุรกรรมเร็วขึ้นและถูกกว่า Bitcoin  8. จุดเด่นเหรียญ Dogecoin  Dogecoin เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางว่าเป็นเหรียญมีมตัวแรก เปิดตัวในปี 2013 แบบเอาสนุก ๆ จนในเดือนเมษายน 2019

2022-01-11การวิเคราะห์เชิงลึก

ตลาดหลักทรัพย์ฯ เตรียมเปิด “ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลไทย

ตลาดหลักทรัพย์ฯ วางกรอบกลยุทธ์ระยะ 3 ปี (2565-2567) ภายใต้แนวคิด “เชื่อมโยงตลาดทุน มุ่งสร้างโอกาสใหม่”  พร้อมกับเผยว่า เตรียมเปิด “ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลไทย” (Thai Digital Assets Exchange: TDX) ที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่  และ “ตลาดหลักทรัพย์ไลฟ์เอ็กซ์เช้นจ์” (LiVE Exchange) สำหรับผู้ประกอบการ SME และสตาร์ตอัป ให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนและเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนที่มีประสบการณ์ได้ร่วมเป็นเจ้าของ  นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า  ด้วยสถานการณ์ความท้าทายต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ขณะที่โลกยุคดิจิทัลเปลี่ยนแปลงไม่หยุดนิ่ง กลุ่มตลาดหลักทรัพย์ฯ มุ่งพัฒนาตลาดทุนให้เป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน พร้อมปรับตัวและพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง  โดยแผนกลยุทธ์ 3 ปีต่อจากนี้ (2565-2567) จะขยายสู่การเชื่อมโยงการลงทุนโลกปัจจุบันควบคู่ไปกับโลกอนาคต ให้เป็นแหล่งรวมการลงทุนของประเทศ  พร้อมส่งเสริมทักษะทางการเงินของคนไทยเพื่อคุณภาพชีวิตทางการเงินที่ดีขึ้นภายใต้ชีวิตวิถีใหม่  และสนับสนุนการมีส่วนร่วมของภาคธุรกิจในการดูแลสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง เพื่อขับเคลื่อนความยั่งยืนของประเทศ ผ่านกลยุทธ์ 3 ด้าน  1) เชื่อมโยงโอกาสทุกภาคส่วน ด้วยการส่งเสริมการระดมทุนผ่านการเสนอขายหุ้นจดทะเบียนใหม่แก่ประชาชนครั้งแรก (IPO) ของบริษัทที่มีศักยภาพและการเติบโตสูง และการจดทะเบียนของบริษัทจากต่างประเทศ  มุ่งพัฒนาแหล่งระดมทุนสำหรับธุรกิจเพื่อสังคม SME และสตาร์ตอัป ด้วยการต่อยอดจาก LiVE Platform ไปสู่ LiVE Exchange โดยคาดว่าจะเปิดซื้อขายภายในไตรมาส 1 ปี 2565  พร้อมยกระดับคุณภาพของบริษัทจดทะเบียนโดยการบ่มเพาะให้เป็น ESG Investment Stars สนับสนุนให้บริษัทขนาดกลางและเล็ก นำแนวคิดด้าน ESG มาใช้ในการดำเนินธุรกิจ เพื่อเพิ่มจำนวนบริษัทที่อยู่ในดัชนีความยั่งยืนระดับโลก  ส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรในตลาดทุน เพิ่มการเข้าถึงการลงทุนที่ง่ายขึ้นด้วยกระบวนการเปิดบัญชีที่มีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งส่งเสริมผู้ลงทุนบุคคลใช้เทคโนโลยีช่วยในการซื้อขาย ตอบโจทย์ผู้ลงทุนรุ่นใหม่ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ใช้เงินลงทุนขั้นต่ำน้อย  รวมทั้งเชื่อมโยงโอกาสการลงทุนในต่างประเทศ อาทิ ETF DR DW และ Fractional Product ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้ซื้อขายได้ต้นไตรมาส 3 ของปีนี้  2) พัฒนานวัตกรรมโครงสร้างพื้นฐานที่ทุกคนไว้วางใจ โดยการขยายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีความน่าเชื่อถือและมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้นเพื่อสอดคล้องกับชีวิตวิถีใหม่ ยกระดับการบริหารจัดการผู้ประกอบวิชาชีพในตลาดทุนแบบครบวงจรผ่านรูปแบบดิจิทัล  พร้อมพัฒนา ESG Data Platform เพื่อให้ผู้ลงทุนมีข้อมูลสำหรับการลงทุนในหุ้นยั่งยืน  รวมถึงเตรียมพัฒนาแพลตฟอร์มใหม่ เพื่อเชื่อมต่อการซื้อขายจากสินทรัพย์ในปัจจุบันไปสู่สินทรัพย์ดิจิทัล  โดยคาดว่าจะเปิดให้บริการ “ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลไทย (TDX)” ภายในไตรมาส 3 ปี 2565  3) ส่งเสริมความยั่งยืนด้านการเงินเพื่อคนไทย ผ่านการส่งเสริมและการศึกษาด้าน ESG โดยการเพิ่มจำนวนผู้เชี่ยวชาญด้าน ESG ผ่านการร่วมมือกับสถาบันการศึกษา รวมทั้งองค์กรต่าง ๆ เพื่อเผยแพร่หลักสูตรที่เป็นมาตรฐานด้าน ESG ส่งเสริมทักษะทางการเงินให้เป็นส่วนหนึ่งในทักษะชีวิตของคนไทยเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นภายใต้ชีวิตวิถีใหม่  อาทิ โครงการ Happy Money เพิ่มจำนวนพันธมิตรในการขับเคลื่อนด้านสิ่งแวดล้อมและภูมิอากาศผ่านโครงการ Climate Care Platforms รวมถึงเพิ่มศักยภาพธุรกิจเพื่อสังคม และสนับสนุนธรรมาภิบาลด้านความปลอดภัยไซเบอร์ของตลาดทุนไทย  เพื่อให้การพัฒนาตลาดหลักทรัพย์ในอนาคตมีความยืดหยุ่น สนับสนุนการแข่งขันในโลกการลงทุนยุคดิจิทัล ตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ขยายโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลเพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างคล่องตัว และเปิดโอกาสให้มีการทำงานร่วมกับพันธมิตรได้อย่างเต็ม

2022-01-11การวิเคราะห์เชิงลึก

“ไทยสร้างไทย” ค้านการเก็บภาษี Crypto ไม่เป็นธรรม

เมื่อไม่นานมานี้ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ได้นำทัพพร้อมด้วย นายธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ และนายนรุตม์ชัย บุญนาค จากพรรคไทยสร้างไทยแสดงจุดยืนคัดค้านการเก็บภาษี crypto ตามการรายงานของกรมสรรพากรที่ผ่านมา พร้อมประกาศสนับสนุนให้ไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุนในสินทรัยพ์ดิจิทัล หรือ “Digital Asset Hub” คุณหญิงสุดารัตน์ได้กล่าวว่า “การเก็บภาษี crypto ในประเทศไทยสะท้อนถึงความไม่เข้าใจโอกาสในการสร้างรายได้เข้าประเทศซึ่งเป็น New Economy ของรัฐบาล และเป็นการปิดกั้นโอากาสในการหารายได้ของคนรุ่นใหม่”  ทั้งนี้มีชุมชนคริปโตหลายฝ่ายต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า การที่รัฐบาลเก็บภาษีจากรายได้ของผู้ทำกำไรจากสินทรัพย์ดิจิทัลคงไม่มีใครว่า ถ้าเก็บอย่างเป็นธรรม ไม่เอาเปรียบผู้เสียภาษี แต่ในทางตรงกันข้ามรัฐบาลควรส่งเสริมการใช้โอกาสในการสร้างรายได้จากสินทรัพย์ดิจิทัลมากกว่า ทั้งนี้ตามข่าวการเก็บภาษีของรัฐบาลที่ออกมาแบ่งออกเป็น 2 ชั้นตอนคือ เก็บภาษีหัก ณ ที่จ่าย หรือ Withholding Tax 15% ในที่นี้นักลงทุนจะต้องเป็นผู้ทำการหักและนำส่งกำไรจากการลงทุนเป็นราย Transaction ซึ่งในทางปฎิบัตินั้นเป็นไปได้ยากมากเพราะเวลาซื้อขายมักจะทำธุรกรรมผ่านกระดานเทรดหรือ DeFi ซึ่งบางแห่งไม่รองรับการออกหนังสือบันทึกธุรกรรมแก่นักลงทุน ทั้งนี้รวมถึงนักลงทุนแบบ Day Trade ที่มีการซื้อขายหลายรายการต่อวันทำให้หากต้องคำนวณและหักภาษีนำส่งเป็นราย Transaction แทบจะเป็นไปไม่ได้สำหรับบุคคลธรรมดาที่ไม่มีแผนกบัญชี  ทำให้ในตอนนี้จำเป็นต้องออกแบบการเก็บภาษี crypto เช่นเดียวกันกับการขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ที่นักลงทุนส่วนใหญ่เชื่อว่าจะเป็นแนวทางที่ดีที่สุด เก็บภาษีเงินได้ประจำปีตามอัตราก้าวหน้า (0-35%) แม้ว่าจะเสีย Withholding Tax 15% แต่ก็ยังคงไม่จบลงเนื่องจากยังคงมีการเก็บภาษีจากเงินได้ประจำปีตามอัตราก้าวหน้าอีกด้วย ซึ่งสูงถึง 35% ส่งผลให้ในตอนนี้นักลงทุนส่วนใหญ่ได้ย้ายฐานการลงทุนไปยังแพลตฟอร์มต่างประเทศมากยิ่งขึ้น โดยดูได้จากโวลุ่มการซื้อขายของกระดานเทรดในประเทศไทยที่ลดต่ำลงในช่วงสัปดาห์ท่ผ่านมา ซึ่งอาจส่งผลให้ท้ายที่สุดแล้วรัฐบาลอาจไม่อาจเรียกเก็บภาษี VAT หรือแม้แต่เงินได้นิติบุคคลจากธุรกิจในประเทศไทยได้เลย  ศูนย์กลางการลงทุนของสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Hub) พรรคไทยสร้างไทย เห็นโอกาสที่ยิ่งใหญ่ของโลกยุคใหม่ จึงมีนโยบายที่จะสร้างประเทศไทย ให้เป็น “ศูนย์กลางการลงทุนของสินทรัพย์ดิจิทัล” หรือ “Digital Asset Hub” ของโลก เพื่อดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment: FDI) ให้มาลงทุนในประเทศไทย ซึ่งจะทำให้ประเทศไทยมีรายได้เข้ามามากมาย และยังเป็นการพัฒนาบุคลากรของไทยเราให้เก่งยิ่งขึ้น ทั้งนี้การทำให้ไทยเป็น Digital Asset Hub ไม่ใช่เรื่องยากหรือไกลเกินฝัน ขอเพียงรัฐบาลเข้าใจ มีวิสัยทัศน์ สนับสนุนส่งเสริม ปลดล็อกกฎเกณฑ์ที่เป็นอุปสรรคขวางกั้นความสามารถของคนรุ่นใหม่ พรรคไทยสร้างไทย เห็นว่าการไม่เก็บภาษีคริปโตบนกระดานเทรดที่ได้รับอนุญาตในประเทศไทยเหมือนการเทรดหุ้นในตลาดหลักทรัพย์เป็นการส่งเสริมให้ไทยเป็น

2022-01-11การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
6567
...
142