สแกนเพื่อดาวน์โหลด
แพลตฟอร์มตรวจสอบ # และยืนยันการกำกับดูแลของตลาดการเงินทั่วโลก

Stablecoin จะสามารถเข้ามาแทนที่เงินเฟียตได้หรือไม่ในอนาคต?

หากเป็นคนทั่วไปที่มองเข้ามาในโลกสกุลเงินดิจิทัล พวกเขาอาจจะเข้าใจว่าโลกใบนี้มีแต่ความผันผวน ไม่ว่าจะเป็นสกุลเงินขนาดเล็กหรือใหญ่อย่างบิทคอยน์หรืออีเธอเรียมต่างก็ผันผวนขึ้นลงอย่างรุนแรง แต่รู้หรือไม่ว่าในโลกของสกุลเงินดิจิทัลนั้นยังมีสกุลเงินที่พยายามจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางการแลกเปลี่ยนระหว่างสกุลเงินปกติและสกุลเงินดิจิทัล นักลงทุนคริปโตฯ เรียกสกุลเงินเหล่านี้ว่า สเตเบิลคอยน์ (Stablecoin)  สเตเบิลคอยน์คือสกุลเงินดิจิทัลที่ไม่มีการผันผวนขึ้นลงเหมือนสกุลเงินทั่วไป เพราะบริษัทผู้สร้างอ้างว่าหนึ่งสเตเบิลคอยน์มีค่าเท่ากับหนึ่งดอลลาร์สหรัฐ หากไม่ผูกมูลค่าติดกับดอลลาร์ ก็จะพูดมูลค่าคิดเอาไว้กับสินทรัพย์สำรองปลอดภัยอย่างเช่นทองคำ  แต่ในปัจจุบันไม่ได้มีเพียงสเตเบิลคอยน์ที่ผูกติดมูลค่าอยู่กับเงินเฟียตเท่านั้น แต่ยังมีสเตเบิลคอยน์ที่ผูกติดมูลค่าเอาไว้กับสกุลเงินดิจิทัล และสเตเบิลคอยน์ที่ไม่ผูกติดมูลค่ากับสินทรัพย์ใดๆ หลักการของสเตเบิลคอยน์ที่ติดอยู่กับสกุลเงินดิจิทัลคือการใช้สกุลเงินดิจิทัลจำนวนมาก มาผูกติดกับสกุลเงินเพื่อลดความผันผวน ในขณะที่สเตเบิลคอยน์ที่ไม่อ้างอิงกับสินทรัพย์ใดๆ นั้นอาศัยกลไกการทำงานที่โปร่งใส่ ตรวจสอบได้ เป็นตัวยืนยันความมั่นคงของสกุลเงินดิจิทัลนั้น เมื่อต้องการเงิน ระบบจะทำการนำเงินออก และปรับสมดุลของปริมาณเหรียญในระบบโดยอัตโนมัติ  ในวงการสเตเบิลคอยน์ สกุลเงินที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ ‘เธเตอร์’ (USDT) สกุลเงินนี้ถือเป็นผู้นำในกลุ่มสเตเบิลคอยน์เพราะมีมูลค่าราคาตามตลาดสูงที่สุด เธเตอร์กล่าวว่าอ้างอิงมูลค่าติดกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ แต่ในโลกที่กำลังโอบรับเทคโนโลยีมากขึ้่นเรื่อยๆ เธเตอร์ไม่ใช่สกุลเงินที่รัฐบาลกลางเป็นผู้สร้าง ดังนั้นธนาคารกลางสหรัฐฯ จึงกำลังพยายามสร้างดอลลาร์ดิจิทัลออกมา เพื่อหวังว่าจะเอาตำแหน่งสกุลเงินกลางกลับมาให้ได้  จีนคงจะเป็นชาติแรกที่สร้างสกุลเงินดิจิทัลของชาติเสร็จก่อนใคร  จีนกำลังอยู่บนเส้นทางการสร้างสกุลเงินดิจิทัล ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา สกุลเงินดิจิทัลในประเทศจีนมีการทำธุรกรรมในมูลค่าถึง 8.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะเดียวกัน ตามรายงานของธนาคารปกลางจีน ธุรกรรมหยวนดิจิทัลมีมูลค่าสะสมสูงถึง 87.57 พันล้านหยวน หรือ $13,680 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ  ประเทศจีนเริ่มขั้นตอนการทดสอบสกุลเงินดิจิทัลในปี 2020 ในช่วงสิ้นปี 2021 จำนวนผู้ใช้หยวนดิจิทัลแต่ละรายเพิ่มขึ้นเป็น 261 ล้านคน เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมากกว่า 240 ล้านคนมาตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายนปี 2021 ถึงแม้ว่าทุกวันนี้การทดสอบยังอยู่ในวงจำกัดเฉพาะผู้ที่เล่นลอตเตอรี่ อย่างไรก็ตาม อีกไม่นานสกุลเงินดิจิทัลของจีนจะพร้อมให้บริการแก่บุคคลทั่วไป  ข้ามมาที่สหรัฐอเมริกา ที่ตอนนี้ถือว่าช้ากว่าใครเพื่อนในเรื่องของการสร้างสกุลเงินดิจิทัลประจำชาติ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วธนาคารกลางสหรัฐได้เปิดเผยผลการศึกษาเกี่ยวกับการออกสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง ที่ทุกคนรอคอยมานาน กระดาษหนา 40 หน้าได้ตรวจสอบปัญหา และความคิดเห็นมากมายเกี่ยวกับดอลลาร์ดิจิทัล รองประธานธนาคารกลางสหรัฐนางเลล เบรนาร์ด เป็นผู้สนับสนุนหลักสำหรับโครงการนี้ ในขณะที่คณะกรรมการนโยบายการเงินบางคนยังไม่เห็นด้วย  ความแตกต่างหลักประการหนึ่งระหว่างเงินดอลลาร์ของเฟดกับธุรกรรมโทเค็นดิจิทัลอื่นๆคือ เงินดิจิทัลในปัจจุบันเป็นความรับผิดชอบของธนาคารพาณิชย์ ในขณะที่สกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางหรือ CBDC จะถือเป็นสินทรัพย์ของเฟด การศึกษาความคิดเห็นสาธารณะ เผยความเห็นที่ไม่เหมือนกับสิ่งที่ธนาคารกลางคิด สำหรับตอนนี้ ยังไม่มีรายงานที่ระบุจุดยืนของธนาคารกลางว่าจะสนับสนุนดอลลาร์ดิจิทัลหรือไม่  สกุลเงินอันดับที่ 3 ของโลกดิจิทัล: เธเตอร์  ในปัจจุบันสเตเบิลคอยน์เธเตอร์ได้รับการยอมรับอย่างไม่เป็นทางการให้เป็นสกุลเงินดิจิทัลของดอลลาร์สหรัฐ แม้ว่าจะเคยถูกกล่าวหาถึงปริมาณเงินสำรองที่แท้จริง ที่เธเตอร์มีไว้ผูกมูลค่ากับสกุลเงินดิจิทัล แต่ชื่อเสียงที่มีมานาน และการเป็นสเตเบิลคอยน์ตัวแรกๆ ของวงการ ก็ทำให้เหรียญเธเตอร์ขึ้นมาอยู่ในดับ 3 จากการจัดอันดับของ CoinMarketCap เมื่อวันที่ 27 มกราคม หนึ่งเหรียญเธเตอร์มีมูลค่าอยู่ที่ $1.0008 มีมูลค่าตามราคาตลาดอยู่ที่ $78,230 ล้านเหรียญสหรัฐ  ที่มา: CoinMarketCap  กราฟนี้แสดงให้เห็นกรอบการสวิงของสกุลเงินดิจิทัลเธเตอร์ ณ ตอนนี้กราฟมีจุดสูงสุดอยู่ในเดือนธันวาคมปี 2017 ที่ $1.0779 และมีจุดต่ำสุดอยู่ในเดือนเมษายนปี 2017 ที่ $0.9136 ก่อนที่จะขึ้นมาคงที่อยู่ ณ $1 มาตั้งแต่เดือนเมษายนปี 2020 มาจนถึงปัจจุบัน  ไม่มีเหตุผลที่จะต้องใช้เงินเป็นกระดาษอีกต่อไป  ในขณะที่เฟดยังเอาแต่เถียงกับเรื่องความถูกต้อง ความเหมาะสม การรักษาสิทธิ์ของผู้ใช้งานหรืออะไรก็แล้วแต่ที่จะอ้าง แต่ภาคเอกชนไม่ขอรอให้วันนั้นมาถึง แต่เลือกที่จะโอบรับการปฏิวัติวางการฟินเทคฯ นี้และก้าวสู่โลกอนาคตแม้ว่าธนาคารกลางจะเห็นด้วยหรือไม่ ณ ตอนนี้สกุลเงินดิจิทัลยังเป็นพื้นที่ที่กฎหมายยังไม่สามารถเข้าไปควบคุมได้ 100% ถึงระบบนี้จะสร้างออกมาเพื่อคืนอิสรภาพทางการเงินให้กับทุกคน แต่ก็ต้องยอมรับว่าการใช้สกุลเงินดิจิทัลเป็นสกุลเงินหลักในชีวิตยังมีความผันผวนที่ไม่อาจยอมรับได้  แม้จะขัดแย้งกับในเรื่องของสกุลเงินดิจิทัล แต่ทั้งสองฝ่ายก็เห็นตรงกันว่าเทคโนโลยีบล็อคเชนคืออนาคต เพราะบล็อคเชนช่วยเพิ่มความเร็วในการทำธุรกรรม และประสิทธิภาพในการจดบันทึกข้อมูล ด้วยเหตุนี้ หลายคนจึงตั้งคำถามว่าเหตุใดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นประเทศเศรษฐกิจชั้นนำของโลกและเป็นแหล่งรวมของสกุลเงินสำรองทั่วโลก จึงไม่สร้างสกุลเงินดิจิทัลก่อนใครเพื่อน อาจจะเป็นไปได้ว่าถึงหน่วยงานรัฐจะเคลื่อนที่เร็วแค่ไหน ก็ไม่อาจตามความเร็วของการพัฒนาเทคโนโลยี ที่เกิดจากเอกชนได้ทัน ที่สำคัญ นโยบายส่วนใหญ่ที่มาจากส่วนกลาง ล้วนมีการเมืองเป็นตัวขับเคลื่อน  แต่ถ้าจะให้รัฐบาลกลางตั้งใจสร้างสกุลเงินดิจิทัลจริงๆ ก็คงจะสร้างได้ไม่ยาก ดูได้จากความพยายามของประเทศจีน ที่ถึงแม้จะได้ชื่อว่ามีขนาดเศรษฐกิจเป็นอันดับสองรองจากอเมริกา แต่กลับให้ความสำคัญกับการพัฒนาสกุลเงินดิจิทัล และมีข่าวออกมาให้เราได้ยินอยู่อย่างต่อเนื่อง ว่ากันว่าตอนนี้เทคโนโลยีของจีนล้ำหน้ากว่าของสหรัฐฯ ไปสองปีแล้ว และสำหรับการสร้างสกุลเงิจดิจิทัลประจำชาติ อย่างน้อยตอนนี้จีนก็ไปถึงขั้นที่ลองให้ผู้คนบางกลุ่มได้ใช้งานแล้ว วันที่สหรัฐฯ หรือยุโรปมีโครงการทำสกุลเงินดิจิทัลอย่างเป็นรูปเป็นร่าง คงเป็นวันที่ประชาชนจีนได้ใช้สกุลเงินดิจิทัลหยวนไปนานแล้ว  นอกจากประเทศจีน ยังมีอีกแปดประเทศที่เดินหน้าสร้างสกุลเงินดิจิทัลไปแล้ว นั่นก็คือ  - บาฮามาส  - ไนจีเรีย  - แอนติกาและบาร์บูดา  - เกรเนดา  - เซนต์คิตส์และเนวิส  - เซนต์ลูเซีย  - โดมินิกา  - มอนต์เซอร์รัต  ในวันที่สกุลเงินดิจิทัลของรัฐสร้างเสร็จอย่างเป็นทางการ บทบาทของสเตเบิลคอยน์บางตัวอย่างเช่นเธเตอร์ก็อาจจะหมดลง แต่กว่าจะถึงตอนนั้น USDT จะยังคงเป็นเบอร์หนึ่งของสเตเบิลคอยน์ไปอีกนาน

2022-01-29การวิเคราะห์เชิงลึก

สรุป 5 ความต่าง ‘เทรดหุ้น VS เทรดคริปโต’ เทรดอะไรดีกว่ากัน?

ระหว่าง เทรดหุ้น ซึ่งเป็นการลงทุนระดับตำนาน กับเทรดคริปโต การลงทุนรุ่นน้องแต่กระแสมาแรงทั่วโลก คุณอยู่ทีมไหน? วันนี้ WikiBit จะมาสรุปความแตกต่างของการลงทุนทั้ง 2 ชนิดนี้ อะไรจะดีต่อใจคุณมากกว่ากัน มาดู!  การเป็นเจ้าของสินทรัพย์  หุ้นที่ซื้อขายในตลาดหุ้นเป็นตัวแทนของทุนในบริษัท เมื่อคุณซื้อหุ้นในบริษัทผ่านตลาดหลักทรัพย์ คุณจะกลายเป็นเจ้าของส่วนหนึ่งของบริษัทเอง บริษัททำได้ดีเพียงใดนั้นเป็นตัวกำหนดมูลค่าหุ้นของคุณ  ส่วนการซื้อสกุลเงินดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นเหรียญหรือโทเค็น ไม่จำเป็นต้องแสดงถึงความเป็นเจ้าของ มันคือสกุลเงินดิจิทัล ดังนั้นมูลค่าของมันจึงเป็นอัตนัย ทำให้การครอบครองคริปโตนั้นง่ายกว่าการเป็นเจ้าของมากกว่าหุ้น  ต้นทุนขั้นต่ำ  การลงทุนในคริปโต มีต้นทุนขั้นต่ำที่ต่ำกว่าหุ้นอย่างมาก คริปโตเงินหลักร้อยก็เริ่มลงทุนได้แล้ว เช่น ถ้าอยากซื้อ Bitcoin นักลงทุนไม่จำเป็นต้องเริ่มซื้อขั้นต่ำที่ 1 Bitcoin แต่สามารถซื้อในหน่วยย่อยได้ถึง 0.00000001 Bitcoin หรือเรียกว่า 1 Satoshi (ประมาณ 0.004 บาท) เรียกว่าอย่างน้อยก็ได้เศษเสี้ยววิญญาณบิทคอยน์มาบ้าง คนรุ่นใหม่ที่ยังมีทุนไม่มาก จึงชอบลงทุนในคริปโตไงล่ะ  ขณะที่หุ้นส่วนใหญ่ถูกกำหนดให้ซื้อขั้นต่ำที่ 100 หุ้น (ขึ้นอยู่กับนโยบายของโบรกเกอร์) สมมติว่า 1 หุ้นมีมูลค่าที่ 50 บาท เมื่อคูณมูลค่าของหุ้นและจำนวนหุ้นขั้นต่ำเท่ากับว่าการซื้อหุ้นต้องมีเงินทุนอย่างน้อย 5,000 บาท ซึ่งถ้าจะทุนด้วยเงินก้อนขนาดนี้ ก็ต้องมีคิดกันเยอะหน่อย  ความเก๋าในตลาด  การเทรดหุ้นมีมายาวนานกว่าการเทรดคริปโต หุ้นจึงเก๋าในตลาดนี้มากกว่า กฎระเบียบและกฎหมายท้องถิ่นที่ควบคุมกิจกรรมและตลาดหลักทรัพย์ยังได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลมาก่อนคริปโต บริษัทยังต้องให้ความโปร่งใสแก่ผู้ถือหุ้นด้วยการเผยแพร่กิจกรรมทางการตลาดสู่สาธารณะ ซึ่งรวมถึงข้อมูลอัปเดตทางการเงินรายไตรมาสและรายงานการประชุมสามัญ  ขณะที่คริปโตนั้นยังเด็ก และอยู่ในสถานะการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีการเคลื่อนไหวเพื่อเพิ่มกฎระเบียบของการแลกเปลี่ยนเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุน แต่การเคลื่อนไหวในปัจจุบันก็ยังอยู่นอกขอบเขตด้านกฎระเบียบและการเมือง  เวลาซื้อขาย  หุ้นส่วนใหญ่มักจะสามารถซื้อขายได้เฉพาะช่วงที่ตลาดหุ้นเปิดทำการเท่านั้น บางที่อาจไม่สามารถซื้อขายได้ในวันเสาร์-อาทิตย์ และตลาดก็มักจะปิดทำการในวันหยุดต่าง ๆ แม้หุ้นจะสามารถซื้อขายได้ 24 ชั่วโมงผ่านสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือ Futures แต่ช่วงที่ตลาดเคลื่อนไหวหนัก ๆ ก็มักจะเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดเปิดทำการเป็นส่วนมาก  ขณะที่คริปโตเคอร์เรนซีคือ เครือข่ายที่ไม่มีตัวกลาง จึงไม่จำเป็นต้องรอให้คนใดคนหนึ่งเปิดให้บริการ การซื้อขายจึงเกิดขึ้นได้ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ และไม่มีวันหยุดใด ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง  ความผันผวน  ความผันผวนของตลาดสามารถพิจารณาได้ทั้งในแง่บวกและด้านลบ  โดยความผันผวนต่ำหมายถึงตลาดที่มีเสถียรภาพมากขึ้น แต่นี่ก็มักจะหมายถึงกำไรนานขึ้นด้วย ซึ่งมักจะเป็นกรณีนี้ในตลาดหลักทรัพย์ ปริมาณการค้าจำนวนมากช่วยเพิ่มความมั่นคงของตลาดหุ้น เนื่องจากมีความเชื่อมโยงกับรัฐบาลและบริษัทต่างๆ ทั่วโลก  เมื่อเปรียบเทียบแล้ว คริปโตมีความผันผวนมากกว่า ตลาดนี้เป็นของใหม่ ดังนั้นราคาขึ้นลงจึงสุดมาก ซึ่งทำให้ตลาดสกุลเงินดิจิทัลเสี่ยงต่อการเคลื่อนไหวทางการค้าของ วาฬ ซึ่งคือคนที่เป็นเจ้าของ bitcoin จำนวนมาก ซึ่งหมายความว่าทั้งตลาดอาจเสี่ยงต่อการตัดสินใจทางการค้าของผู้ลงทุนจำนวนนึง เช่น เมื่อข่าวของ Elon Musk ลงทุน 1.5 พันล้านดอลลาร์ใน Bitcoin ในเดือนมกราคม 2564 ราคาของ bitcoin ก็พุ่งขึ้น 17% สู่ระดับสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์  ทั้งหุ้น และคริปโต ต่างก็มีข้อดี และข้อเสียแตกต่างกันไป ยังไงใครชอบสไตล์ไหนก็ไปลงทุนตลาดนั้นเลย แต่ที่สำคัญคือต้องระมัดระวังอย่างดี เพราะการลงทุนล้วนมีความเสี่ยง ถ้าสนใจคริปโต ก็ต้องศึกษาให้มาก โดยเริ่มจากดาวน์โหลดแอป WikiBit มาเลย เพราะนี่คือแอปนำเสนอข่าวสารวงการคริปโตที่รวดเร็ว ทันเหตุการณ์ พร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก ใครที่คิดจะลงทุนในวงการนี้ ดาวน์โหลดแอป WikiBit ไว้เลย จบครบเรื่องคริปโต ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี! #WikiBit

2022-01-28การวิเคราะห์เชิงลึก

สรรพากรไทยแถลงนโยบายภาษี Crypto แล้ว ให้นักเทรดหักขาดทุนได้

ยังคงเป็นกระเด็นร้อนแรงในหมู่นักลงทุนคริปโตชาวไทยที่กำลังจับตาดูกันอย่างใกล้ชิด สำหรับนโยบายด้านการจัดเก็บภาษีสินทรัพย์ดิจิทัล ที่ล่าสุดกรมสรรพากร ได้ออกมาชี้แจ้งในวันนี้ว่าจะมีการประชุมร่วมกับภาคเอกชน อาทิ สมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย เพื่อสรุปแนวทางการคำนวณภาษีคริปโทเคอร์เรนซี หลังจากนั้นจะมีการแถลงข่าวเพื่อสร้างความชัดเจนให้กับนักลงทุนอีกครั้ง ในช่วงเวลาประมาณ 15.00-16.00 น. ตามที่กรมสรรพากรได้เปิดรับฟังมุมมอง ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ จากทั้งหน่วยงานภาครัฐ  และเอกชน นั้น นายเอกนิตินิติทัณฑ์ประภาศอธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า จากการที่กรมสรรพากร ได้ทำงานร่วมกับผู้แทนสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย สมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไทย และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ทั้งนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งได้มีการส่งแบบสอบถามให้ทุกฝ่ายที่อยู่ในชุมชนสินทรัพย์ดิจิทัลไทยในเรื่องการจัดเก็บภาษีจากสินทรัพย์ดิจิทัล นั้น มีผู้ร่วมตอบแบบสอบถามกว่า ๓,๐๐๐ ราย โดยร้อยละ ๘๒ เป็นผู้มีเงินได้จากธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่มีเงินได้จากการขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ซื้อมาเพื่อเก็งกำไร โดยเกือบร้อยละ ๙๐ ทราบมูลค่าของสินทรัพย์ดิจิทัลของตนเองอย่างชัดเจน  จากผลการรับฟังความคิดเห็น และการทำงานร่วมกันของทุกฝ่ายทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการต่างๆ โดยยึดแนวทางการถือเอาผู้เสียภาษีเป็นศูนย์กลาง (Taxpayer – Centric) รวมถึงการทำให้ชัด ผ่อนปรน และมองอนาคต อย่างไรก็ดี การประกอบธุรกิจและการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วมากโดยเฉพาะในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้นจาก 240 ล้านบาท เป็น 4,839 ล้านบาท มูลค่าทรัพย์สินของลูกค้าเพิ่มขึ้นจาก 9,600 ล้านบาท เป็น 114,539 ล้านบาท และมีจำนวนบัญชีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นจาก 1.7 แสนราย เป็น 1.98 ล้านราย รวมถึงวิวัฒนาการเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และรูปแบบการทำธุรกรรมต่างๆ มีความหลากหลายและปรับเปลี่ยนรวดเร็วมากตลอดเวลา  กรมสรรพากรจึงได้ดำเนินการในส่วนที่มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการและจะดำเนินการนำเสนอเพื่อให้มีการปรับเปลี่ยนในบางประเด็นเพื่อรองรับกับรูปแบบธุรกรรมใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น กรมสรรพากรได้ยึดแนวทาง ทำให้ชัด ผ่อนปรน และมองอนาคต โดยมีข้อสรุปดังนี้ ทำให้ชัด สำหรับการกำหนดรูปแบบของภาษีเงินได้ ภายใต้กฎหมายปัจจุบัน ทางกรมสรรพากรได้มีแนวทาง ดังนี้ ๑. การจัดเงินได้ให้ชัดเจน โดยระบุประเภทเงินได้และผลประโยชน์ให้ครอบคลุมกำไร/รายได้จากการโอน/ผลประโยชน์อันใดจากสินทรัพย์ดิจิทัล ๒.วิธีการ ๒. วิธีการคำนวณต้นทุนโดยใช้วิธีมาตรฐานการบัญชีรับรอง โดยสามารถทำได้ ๒ วิธี คือ วิธีเข้าก่อนออกก่อน (FIFO) หรือวิธีต้นทุนถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average)

2022-01-28การวิเคราะห์เชิงลึก

ข่าวลือเกม CryptoCar เกม NFT ชื่อดังของไทยอาจ Rugpull

ในวันนี้เกม NFT ขวัญใจสายซิ่งที่ทุกคนรู้จักกันดีในชื่อ ‘Cryptocar’ หรือ ‘CCar’ มีหลาย ๆ ปัญหาเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหน้าเว็บไซต์ที่ไม่สามารถเข้าได้ หรือแม้แต่ช่องทางโซเซียลอย่าง Telegram ที่ถูกลบหายไป จนทำให้นักลงทุนเริ่มเครียดไปตาม ๆ กันว่า นี่อาจเป็นการ Rugpull ที่ Dev เกมแนว Play to earn ส่วนใหญ่มักใช้หลอกเอาเงินนักลงทุนในปัจจุบัน  ภายหลังจากที่มีปัญหาหลาย ๆ อย่างเกิดขึ้นผู้คนใน Community ก็พยายามร่วมด้วยช่วยกันค้นหาต้นตอว่า นี่เป็นการ Rugpull จริงหรือไม่ โดยล่าสุดมีมือดีสังเกตเห็นว่า เมื่อเวลาประมาณตี 3.40 นาทีของวันนี้ โพสต์ของผู้บริการตรวจสอบความปลอดภัยของสัญญา smart contract “Certik” ที่ช่วยยืนยันความน่าเชื่อถือให้กับเกม CryptoCar ได้หายไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ และต่อมาในเวลา 9 โมงเช้าของวันนี้ก็มีผู้คนจากชุมชน CCar ติดต่อไปยังทีม Certik เพื่อสอบถามเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบใด ๆ กลับมา  โดยทีมงานบอกแค่เพียงว่ากำลังตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ทางตัวเกม CCAR ได้มีการโยกย้าย pool ไปยัง CCAR2 ดังนั้นนี่อาจเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้โพสต์การตรวจสอบของ Certik เกิดความผิดพลาด และบังเอิญเป็นช่วงที่ telegram ของตัวเกมปิดตัวลงพอดี จึงทำให้ชุมชนมองว่านี่อาจเป็นการ Rugpull ไม่เพียงเท่านั้นทาง Mod Discord ของ CCar ยังได้ออกมาชี้แจงว่า  ไม่สามารถติดต่อกับ Dev. ได้ ส่งผลให้นักลงทุนเกิดอาการ Panic เทเหรียญหนีตายกันจ้าละหวั่น จนทำให้ราคา CCAR ดิ่งลงเหวมาเหลือ 0.4 บาทเท่านั้น อย่างไรก็ดีเรื่องราวนี้ยังไม่ได้สรุปแน่ชัดว่าเป็น Rugpull จริง ๆ หรือไม่ เนื่องจากเว็บไซต์ของตัวเกมอย่าง cryptocars.me เข้าได้บ้าง เข้าไม่ได้บ้าง และแจ้งข้อความ Error ที่บ่งชี้อาจเป็นเพียงแค่เซิฟเวอร์ต้นทางมีปัญหาเท่านั้น ส่วนด้านเกมในเครือตัวอื่น ๆ

2022-01-28การวิเคราะห์เชิงลึก

ทำเนียบขาวเอาจริง ! เตรียมประเมินควบคุม Crypto ชี้เป็น ‘เรื่องความมั่นคงของชาติ’

ล่าสุดมีรายงานว่าทำเนียบขาวกำลังเจรจาหารือกันเกี่ยวกับเรื่อง การออกกฎหมายควบคุม Cryptocurrency ในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเสี่ยงในด้านการเงิน ความปลอดภัย และความมั่นคงของชาติ จากแหล่งข่าวนี้ บันทึกข้อตกลงด้านความมั่นคงแห่งชาติ คาดว่าจะเปิดตัวในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โดยทำเนียบขาวจะมอบหมายงานบางส่วนให้กับรัฐบาลกลางในการวิเคราะห์สินทรัพย์ดิจิทัล  และวางกรอบการกำกับดูแลที่ครอบคลุมไปถึง Cryptocurrency, Stable coin และ Non-fungible tokens ( NFT) “โครงการนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อประเมินสินทรัพย์ดิจิทัลแบบองค์รวม และพัฒนานโยบายที่สอดคล้องกับพื้นที่แห่งนี้” แหล่งข่าวกล่าว ผู้ที่เกี่ยวข้องในโครงการนี้ ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศ กรมธนารักษ์ สภาเศรษฐกิจแห่งชาติ  และสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามด้านทำเนียบขาวยังคงปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมในแง่ของรายละเอียด แต่เท่าทีเปิดเผยมาตอนนี้ก็เพียงพอจะทำให้บอกได้แล้วว่ารัฐบาลกำลังจะเข้ามาแทรกแซงตลาดคริปโตแน่นอน เนื่องจากความนิยมของสกุลเงินดิจิทัลที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในหมู่ชาวอเมริกันและทั่วโลก ผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อความมั่นคงของชาติ เนื่องจากคริปโตเคอเรนซี่มีผลกระทบที่สำคัญต่อความมั่นคงของชาติ บุคคลที่เกี่ยวข้องยังระบุด้วยว่า คณะมนตรีความมั่นคงทำเนียบขาวจะมีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินการเป็นฝ่ายบริหาร  โดยฝ่ายบริหารจะมอบหมายงานให้กับหน่วยงานต่าง ๆ และให้ความสำคัญในการออกกฎหมายที่ควบคุมสินทรัพย์ดิจิทัลข้ามพรมแดนระหว่างประเทศ “เนื่องจากสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ได้อยู่ในประเทศใดประเทศหนึ่ง ดังนั้นหน่วยงานของรัฐบาลจึงจำเป็นต้องทำงานร่วมกับประเทศอื่นๆ เพื่อเป็นการ synchronization ” บุคคลที่เกี่ยวข้องกล่าวเสริม ทั้งนี้คาดว่าหน่วยงานต่าง ๆ จะได้รับอนุญาตให้พัฒนาข้อเสนอเป็นเวลาสามถึงหกเดือน ในขณะที่ทำเนียบขาวจะทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานด้านนโยบาย ที่มา : finbold

2022-01-28การวิเคราะห์เชิงลึก

ผู้ร่วมก่อตั้งเว็บเทรด QuadrigaCX หายไปพร้อมเงิน 5.6 พันล้านบาท

ในชุดโพสต์ล่าสุดบน Twitter เมื่อวันที่ 27 มกราคม ผู้ใช้งานนามว่า zachxbt ซึ่งเป็นผู้ตรวจสอบการเงินแบบกระจายอำนาจ ( DeFi) ได้เปิดเผยตัวตนที่แท้จริงของ @0xSifu ผู้ก่อตั้ง DeFi protocol อย่าง Wonderland ว่าเป็น Michael Patryn ผู้ร่วมก่อตั้งกระดานเทรด QuadrigaCX ในปี 2013 ที่ปิดตัวลงไปแล้ว ซึ่งถูกตีตราว่าเป็นอาชญากรและต้องคดีความทางการเงิน  โดยข้อความดังกล่าวเป็นข้อความส่วนตัวระหว่าง zachxbt และ Daniele Sesta ผู้ก่อตั้ง Wonderland และ Abracadabra โดย zachxbt ได้ระบุว่า “ฉันไม่มีอคติเกี่ยวกับ @0xSifu” ทั้งนี้เขายังได้กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราได้กลายเป็นเพื่อนและเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวของเราแล้ว” ที่ผ่านมา Sesta เคยได้เปิดเผยภูมิหลังอาชีพของ @0xSifu ในบล็อก Mirror.xyz เมื่อสองเดือนที่แล้ว แต่เขาต้องการที่จะรักษาบทบาทของเขาในฐานะผู้จัดการฝ่ายการเงินเลยมอบโอกาสที่สองให้กับ @0xSifu อีกครั้ง แต่ด้วยเสียงเรียกร้องบนทวีตของเขาเมื่อเช้านี้ทำให้ Sesta ใช้เวลาสักครู่เพื่อไตร่ตรองสถานการณ์และตัดสินใจเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว Wonderland ปรากฏตัวให้พบเห็นในเดือนกันยายน 2020  โดยเป็นโปรโตคอลแยกของ Olympus DAO ซึ่งเปิดตัวบนเครือข่าย Avalanche โดยชุมชนระบุว่าโปรโตคอลนี้เป็นเหมือน “กบ” ที่ก้าวกระโดดอย่างมากในตลาดขณะนี้ หลังจากผู้คนที่ติดตามได้ยินข่าวสารดังกล่าวนั้น ตามข้อมูลปัจจุบันจากเว็บไซต์ โปรโตคอลดังกล่าวมีมูลค่าล็อกไว้รวมกว่า 360 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่สินทรัพย์ดั้งเดิมอย่าง TIME ลดลงเกือบ 97.5% จากระดับสูงสุดตลอดกาลเมื่อสองเดือนที่แล้ว  และลดลง 30% วันนี้เป็น 355 ดอลลาร์ รายงานระบุว่ากระดานแลกเปลี่ยนคริปโตที่ปิดตัวลงนั้นเป็นกระดานเทรด crypto ที่ใหญ่ที่สุดในแคนาดาจนกระทั่ง Gerald Cotten ผู้ร่วมก่อตั้งกระดานเทรดเสียชีวิตกระทันหันในเดือนธันวาคมปี 2018 ซึ่งเผยให้เห็น “โครงการ Ponzi” ที่เป็นช่องโหว่ทางการเงินมูลค่า 215 ล้านดอลลาร์ ยิ่งไปกว่านั้นหลังจากสืบสวนต่อมาพบว่า Cotten ยังปลอมแปลงปริมาณการซื้อขายมูลค่า 115 ล้านดอลลาร์บนกระดานเทรดอีกด้วย ในปีถัดมาก็ได้มีการต่อสู้ทางกฎหมายเกิดขึ้นโดยมีผู้เสียหายมากถึง

2022-01-28การวิเคราะห์เชิงลึก

Ishaan และ Aanya สองพี่น้องชาวอินเดีย ขุดคริปโตได้เงินเดือนละล้าน!

นี่คือเรื่องราวของ 2 พี่น้องชาวอินเดียที่ปังระดับโลก! แม้จะมีอายุแค่เพียง 9 และ 14 ปี แต่ตอนนี้พวกเขาสามารถหาเงินได้เดือนละ 32,000 เหรียญสหรัฐ หรือราว ๆ 1 ล้านบาท จากการขุดคริปโต ด้วยการเริ่มต้นจากคอมพิวเตอร์เครื่องเก่า ๆ เก่งอะไรเบอร์นี้นะเด็ก ๆ  นับตั้งแต่เดือนเมษายนเมื่อปีที่แล้ว Ishaan Thakur อายุ 14 ปี และ Aanya น้องสาวของเขาอายุ 9 ปี ทำเงินได้เกือบ $160,000 หรือราว ๆ 5 ล้านบาท จากการขุดคริปโตเคอเรนซี โดยในวันแรกของการขุด พี่น้องทำเงินได้เพียง $3 แต่ในช่วงเจ็ดเดือนที่ผ่านมา ดูเหมือนว่าเหมืองขุดของพวกเขาเติบโตขึ้นอย่างมาก ตอนนี้พวกเขาตั้งชื่อบริษัทของตัวเองว่า Flifer Technologies และวางแผนที่จะขยายบริษัทของพวกเขาไปเรื่อยๆ  จุดเริ่มต้นของทั้งคู่เกิดขึ้นหลังจากที่พ่อของพวกเขาได้เรื่อง Bitcoin ที่พุ่งแตะระดับ 50,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2021 ทำให้สองพี่น้องเริ่มสนใจที่จะลงทุนในสกุลเงินดิจิทัลแต่ราคาของพวกมันสูงมากแล้ว ทั้งคู่จึงเลือกที่จะทำเหมืองขุดแทนการซื้อคริปโต แต่พวกเขาพบว่านักขุด Bitcoin นั้นมีอยู่มากแล้วจึงเลือกสกุลเงินที่ใหญ่รองลงมานั่นก็คือ Ethereum  “เราได้กำหนดค่าให้คอมพิวเตอร์ของเราให้สแกนหาเหรียญที่ทำกำไรได้มากที่สุดอย่างต่อเนื่อง และเปลี่ยนเป็นเหรียญนั้นโดยอัตโนมัติ” Ishaan บอกกับ CNBC Make It ว่า “Ether เป็นเหรียญหลักที่เราขุด โดย bitcoin และ ravencoin เป็นเหรียญที่สองและสาม”  “แม้ว่าตอนนี้เราจะทำเงินได้มากมาย แต่ตอนนี้เราก็ภูมิใจพอๆ กับตอนที่เราทำเงินได้เพียง $3 ต่อวัน เนื่องจากรางวัลหลักของเราไม่ใช่เงิน” Ishaan กล่าว “ส่วนที่ฉันชอบที่สุดเกี่ยวกับประสบการณ์ของเราคือเราได้เรียนรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่” Ishaan และ Aanya จะลงทุนในธุรกิจของพวกเขาต่อไป แต่ยังใช้รายได้เพื่อเก็บสะสมไว้ในวิทยาลัยด้วย  สองพี่น้องมีโปรเซสเซอร์เกือบ 200 เครื่อง พ่อของพวกเขาซึ่งเคยเป็นวาณิชธนกิจช่วยระดมทุนโดยการกู้ยืม พ่อปฏิเสธที่จะเปิดเผยจำนวนเงินกู้ที่แน่นอน แต่ปัญหาการขาดแคลนชิปคอมพิวเตอร์ทั่วโลกทำให้การค้นหาอุปกรณ์ยากขึ้นมากและกำหนดราคาไว้สูง  Ishaan สร้างคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่ขึ้นมา ซึ่งทั้งหมดทำงานควบคู่กัน “เนื่องจากพวกมันทั้งหมดกำลังประมวลผลงานเดียวกัน คอมพิวเตอร์ทำเองของฉันสามารถประมวลผลธุรกรรมด้านกราฟิกต่อวินาทีได้มากกว่าที่ NASA ทำได้” เขากล่าวอีกว่า “เพื่อนของฉันหลายคนชอบเล่นเกมบนคอมพิวเตอร์ แต่ฉันแค่ชอบสร้างคอมพิวเตอร์เพื่อความสนุกสนาน”  แม้ว่าการทำเหมืองของเด็ก ๆ จะเริ่มต้นจากโรงรถในบ้าน แต่ตอนนี้พวกเขาก็ย้ายไปที่ศูนย์ข้อมูลในดัลลัส รัฐเท็กซัส ซึ่งมีค่าใช้จ่ายมากกว่า $5,000 ต่อเดือนสำหรับจ่ายค่าไฟฟ้า และประมาณ $4,000 ต่อเดือนสำหรับช่างเทคนิคในการตรวจสอบแท่นขุดเจาะ  “ตั้งแต่โรงเรียนเปิด เราไม่มีเวลาตรวจสอบคอมพิวเตอร์ในโรงรถ ดังนั้นเราจึงนำคอมพิวเตอร์ทั้งหมดมาไว้ที่ศูนย์ข้อมูล” Aanya กล่าวว่า “เราใช้โรงรถเพื่อสร้างคอมพิวเตอร์เท่านั้น จากนั้นจึงส่งไปยังศูนย์ข้อมูล เรายังจ้างช่างมาเฝ้าคอมพิวเตอร์ด้วยเพราะต้องไปโรงเรียน”  “เป้าหมายแรกของเราคือเก็บเงินไว้เรียนมหาวิทยาลัย แต่ตอนนี้เราคิดว่าเราสามารถทำได้มากกว่านี้” น้องสาวกล่าวเสริมว่าสำหรับพวกเขา การขุดเป็น “แค่จุดเริ่มต้น”  สองพี่น้องวางแผนที่จะเปิดตัวสกุลเงินดิจิทัลของตนเองที่เรียกว่า Flifecoin พวกเขามีนักพัฒนาและทนายความช่วยเหลือในระหว่างกระบวนการต่าง ๆ “เราคิดว่ามีโอกาสมากมายในโลก crypto และเราหวังว่าจะเป็นผู้บุกเบิกในพื้นที่นี้”  ในโลกคริปโตนี่ อะไรก็เกิดขึ้นได้ อายุนี่ไม่เกี่ยวเลยจริง ๆ ใครที่อยากเริ่มลงทุนในตลาดนี้ก็เริ่มเลย เพราะถ้าศึกษาให้ดี วางแผนให้รัดกุม คุณก็ต้องทำได้เช่นกัน! แต่อย่าลืมนะว่า จะลงทุนคริปโต ไม่มีแอป #WikiBit ไม่ได้! เพราะนี่คือแอปที่นำเสนอข่าวสารวงการคริปโตแบบรวดเร็วถึงใจ พร้อมบทความเกร็ดความรู้ในโลกคริปโตมากมาย แถมยังพร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ของมันต้องมีนะ ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!

2022-01-27การวิเคราะห์เชิงลึก

6 นิสัยคนรวย ที่คนอยากรวย ต้องทำตาม!

สิ่งที่คนรวยมีเหมือนกัน ไม่ใช่เงินในบัญชีธนาคารสิบหลัก บ้าน รถหรู หรือที่ดินใจกลางทองหล่อ แต่เป็นลักษณะนิสัยบางอย่าง ที่ส่งเสริมให้พวกเค้ารวยต่างหาก วันนี้ WikiFX จะพาไปเจาะลึกเรื่องนี้ ใครอยากรวย ต้องห้ามพลาด!  1. การคิดอย่างอิสระ  คนรวยไม่ได้สนแค่เรื่องเงิน แต่มันมีมากกว่านั้น มันคือเวลา และพลังงานที่ทุกคนใช้ในการการสร้างเส้นทางของตนเอง  เนื่องจากความคิดส่งผลต่อการกระทำ ผู้ที่ต้องการมั่งคั่งจึงควรคิดในทางที่จะนำพาไปสู่เป้าหมายนั้น การคิดอย่างอิสระไม่ได้หมายความว่าทำสิ่งที่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่คนอื่น ๆ ที่โลกกำลังทำอยู่ แต่มันหมายถึงการมีความกล้าที่จะทำตามสิ่งที่สำคัญสำหรับตัวเอง ดังนั้นจึงควรการสร้างแนวทางของคุณเอง ปล่อยให้ความสำเร็จของคุณผลักดันคุณไปสู่อิสรภาพทางการเงิน แทนที่จะทำอย่างอื่นและพยายามไล่ตามเงิน   2. วิสัยทัศน์  คนรวยมักเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์ที่สร้างสรรค์และมีทัศนคติที่ดี กล่าวอีกนัยหนึ่ง คนรวยมีความฝันที่ยิ่งใหญ่ และพวกเขาเชื่อว่าพวกเขาจะเป็นจริง ดังนั้น พวกเขาจะตั้งเป้าหมายที่สูงส่งและไม่กลัวอะไรที่ไม่คุ้นเคย  Bill Gates บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดอันดับสองของโลกในปี 2021 ก็ทำเช่นนั้น เขานำคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลมาสู่มวลชน โดยก้าวเข้าสู่ธุรกิจคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลในปี 1975 และยึดมั่นในการสร้าง Microsoft Windows ในปี 1985 เมื่อผู้บริโภคเริ่มนำคอมพิวเตอร์เข้ามาในบ้าน Gates ก็พร้อมที่จะทำกำไรจากยุคใหม่นี้  ขณะที่ในช่วงกลางเดือนมีนาคม 2020 Gates ก้าวลงจากตำแหน่งสมาชิกคณะกรรมการของ Microsoft เขาเป็นประธานร่วมมูลนิธิ Bill & Melinda Gates Foundation ซึ่งเป็นมูลนิธิการกุศลส่วนตัวที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งทั้งคู่ได้บริจาคหุ้น Microsoft มูลค่า 35.8 พันล้านดอลลาร์ ปัจจุบัน Gates ยังเป็นโฆษกและนักวิชาการอย่างแข็งขันในเรื่องการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  3. ทักษะ  ในหนังสือ Think and Grow Rich: A Black Choice (1992) ผู้เขียนได้ระบุว่าคนที่ประสบความสำเร็จจะมุ่งเน้นไปที่ความเป็นเลิศของตัวเอง คนรวยจะร่วมมือกับคนอื่นเพื่อเสริมทักษะที่อ่อนแอกว่าของพวกเขา ถ้าคุณไม่รู้ว่าตัวเองเก่งอะไร ลองสำรวจความคิดเห็นของเพื่อนๆ และครอบครัว ใช้การฝึกอบรม เพื่อปรับแต่งทักษะให้แข็งแกร่ง  4. ความหลงใหล  วอร์เรน บัฟเฟตต์ กูรูด้านการลงทุนมหาเศรษฐีกล่าวว่า “เงินเป็นผลพลอยได้จากบางสิ่งที่ฉันชอบมาก” การมีความสุขกับงานของคุณจะทำให้คุณมีวินัยในการทำงานหนักกับมันทุกวัน ผู้ที่มีปฏิสัมพันธ์กับเงินเพื่อหาเลี้ยงชีพ เช่น นายธนาคาร มักจะชอบสร้างข้อตกลงใหม่และชักชวนให้ผู้อื่นทำธุรกรรมให้เสร็จสิ้น  แต่การหางานในฝันอาจต้องใช้เวลา และการเป็นเศรษฐีต้องใช้เวลา จากข้อมูลของผู้ประกอบการ แม้แต่เศรษฐีที่ร่ำรวยที่สุดก็ยังใช้เวลาเฉลี่ยแปดปีในการหาเงินล้านแรก  ดังนั้น ถ้าคุณอยากรวย จงหยุดทำในสิ่งที่คุณไม่สนุก แล้วทำในสิ่งที่คุณรัก ถ้าคุณไม่รู้ว่าคุณชอบอะไร ให้ลองทำบางสิ่งและพยายามต่อไปจนกว่าคุณจะได้สิ่งที่ถูกต้อง  5. ชอบการลงทุน  คนรวยเต็มใจสละเวลาและเงินเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย พวกเขาเต็มใจที่จะเสี่ยงในขณะนี้เพื่อโอกาสในการบรรลุสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าในอนาคต การลงทุนอาจรวมถึงหลักทรัพย์หรือการเริ่มต้นธุรกิจ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใด มันคือก้าวสู่การได้รับผลตอบแทนทางการเงินที่ยอดเยี่ยม  หากคุณยังไม่แน่ใจ ไม่มีความรู้มากพอในการลงทุน เราแนะนำให้โหลด WikiFX ไว้เลย จะมีบทความแนะนำการลงทุนมากมาย โดยเฉพาะตลาด Forex ที่เป็นที่นิยมกันทั่วโลก ส่วนสายคริปโต เราก็มีแอป WikiBit ที่เป็นแหล่งความรู้โลกคริปโตเช่นกัน ที่สำคัญคือ 2 แอปนี้โหลดฟรี การันตีความปัง!

2022-01-27การวิเคราะห์เชิงลึก

ราคา Bitcoin ร่วงซ้ำอีกระลอก หลัง Fed ส่งสัญญาณจ่อขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนมี.ค.

ในช่วงดึกเมื่อวานนี้ราคา Bitcoin ได้ดีดพุ่งแตะระดับ $39,000 ในช่วงสั้น ๆ หลังจากที่คณะกรรมการตลาดกลางแห่งสหพันธรัฐออกแถลงการณ์ว่าจะยังคงอัตราดอกเบี้ยเช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ก่อนที่ราคาจะร่วงลดลงอย่างรวดเร็วสู่ระดับการซื้อขายที่เป็นกลาง เนื่องจากในเวลาต่อมานายเจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้ออกมาแถลงการณ์เน้นย้ำถึง ทิศทางของนโยบายทางการเงินในอนาคต พาวเวลล์กล่าวย้ำว่า คณะกรรมการจะมุ่งเน้นไปที่การรักษาตลาดแรงงานให้แข็งแกร่งและควบคุมแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ  ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนหลักสองประการของนโยบายการเงินของ FOMC เพื่อต่อสู้กับอัตราเงินเฟ้อเพิ่มสูงขึ้น แม้จะมีตลาดแรงงานที่ “แข็งแกร่งมาก” แต่พาวเวลล์กล่าวว่า แรงกดดันด้านเงินเฟ้อได้ทำให้เฟดตื่นตัว โดยพาวเวลล์เสริมว่า อัตราเงินเฟ้อที่สูงเกินกว่าระดับเป้าหมายและกินเวลานานกว่าที่คาดการณ์ไว้ได้กระตุ้นทำให้เกิดชุดนโยบายที่ไม่ค่อยดีนัก พาวเวลล์กล่าวว่า คณะกรรมการยังไม่ได้ตัดสินใจเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่เขากล่าวว่าประเด็นนี้มีแนวโน้มที่จะหารือกันในเชิงลึกมากขึ้นสำหรับการประชุมครั้งต่อไปในเดือนมีนาคม แต่บอกใบ้เป็นนัย ๆ แล้วว่านโยบายการเงินของปีนี้ คือ เรื่องของการควบคุมอัตราเงินเฟ้อ แม้ว่ามันจะหมายถึงแค่การชะลอตัวลงก็ตาม  ประธานเฟดมั่นใจว่า ตลาดแรงงานจะยังคงแข็งแกร่ง แม้หลังจากที่มีการปรับใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวด เมื่อถูกถามว่าเฟดและคณะกรรมการกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของอัตราเงินเฟ้อที่มีต่อครัวเรือนที่มีรายได้น้อยหรือไม่ พาวเวลล์ตอบว่า ภาวะเงินเฟ้อจะส่งผลกระทบต่อชาวอเมริกันทุกคนโดยไม่คำนึงถึงรายได้ของพวกเขา “ทุกสิ่งที่เราทำคือ บริการเพื่อประโยชน์สาธารณะ” พาวเวลล์กล่าว พาวเวลล์ได้ให้ความมั่นใจว่า ธนาคารกลางกำลังทำทุกวิถีทางเพื่อให้แน่ใจว่าเศรษฐกิจและตลาดแรงงานจะเจริญรุ่งเรือง อย่างไรก็ตามพวกเขายังไม่ได้สร้างผลลัพธ์ที่ชัดเจน อัตราเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 40 ปี เนื่องจากเฟดตำหนิข้อจำกัดด้านอุปทานสำหรับราคาที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ใช้นโยบายที่ผ่อนคลายปริมาณ (QE)เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับตลาด การไม่สามารถควบคุมแรงกดดันด้านเงินเฟ้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ทำให้คนอเมริกันบางคนต้องคิดใหม่เกี่ยวกับความไว้วางใจในธนาคารกลางและอำนาจของธนาคารกลางเพื่อรับประกันเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นเรื่องที่พาวเวลล์มักนำมาพูดในการประชุมทุกครั้ง Bitcoin เสนอทางเลือกให้กับทุกคนในการเลือกที่จะไม่ใช้ระบบการเงินที่ล้มเหลว ซึ่งออกแบบโดยธนาคารกลางส่วนใหญ่ ความไร้ประสิทธิภาพแบบไม่คาดคิดในด้านอุปทานย่อมมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างแน่นอน Bitcoin เป็นเรือชูชีพเพียงลำเดียวที่สามารถหลบหนีจากระบบที่ล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อปกป้องกำลังซื้อของประชาชนและส่งเสริมเศรษฐกิจให้ทำงานได้ดีขึ้น

2022-01-27การวิเคราะห์เชิงลึก

“ดร.ธรรม์ธีร์” แนะรัฐบาล ! หากเก็บภาษีคริปโต รัฐจะสูญรายได้กว่า 1.04 พันล้านบาท

ในช่วงเมื่อวานนี้ (วันที่ 26 ม.ค.65) ดร.ธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์ดิจิทัลเพื่อสร้างพลังของประชาชน พรรคไทยสร้างไทย ได้กล่าวถึงกรณีที่นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง ที่ยืนยันจะเดินหน้าเก็บภาษีสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ ภาษี คริปโต โดยกล่าวแนะนำว่า ต้องทบทวนมาตรการดังกล่าวนี้อีกครั้ง เพราะทันทีที่มีการประกาศเก็บภาษีคริปโตไปเมื่อช่วงต้นเดือนมกราคม  ก็ทำให้วอลุ่มการซื้อขายคริปโตของ Exchange ในประเทศ ลดลงทันทีกว่า 40% ดังนั้นหากรัฐบาล ยังดึงดันจะเดินหน้าเก็บภาษีคริปโต แล้วทำให้นักลงทุนไทย มีความรู้สึกว่าไม่เป็นธรรม หรือ หันไปลงทุนในตลาดต่างประเทศที่เก็บภาษีในอัตราต่ำกว่า หรือ ปลอดภาษี คาดว่าจะส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลลดลงจากเดิมถึง 80% โดยการประเมินภาษีนิติบุคคลและภาษีมูลค่าเพิ่มที่รัฐจัดเก็บได้จาก Exchange ในประเทศที่จะลดลง เทียบกับภาษีบุคคลธรรมดาเฉลี่ยที่อัตรา 15% ที่จะเก็บได้เพิ่ม นำมารวมแล้วพบว่า นโยบายนี้อาจทำให้รัฐสูญเสียรายได้กว่า 1,040 ล้านบาท ในปี 2565-2566 ซึ่งตัวเลขนี้ไม่นับรวมค่าเสียโอกาสที่อุตสาหกรรมบล็อกเชนจะพัฒนาต่อยอดภายในประเทศจนผลิตเม็ดเงินภาษีเพิ่มได้มากกว่านี้อีกเท่าตัว ทั้งนี้ตัวเลขดังกล่าวเป็นเพียงการคำนวนเบื้องต้นจากข้อมูลที่หาได้จากแหล่งสาธารณะ  จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในกระทรวงการคลัง ศึกษาวิจัยจนได้ออกมาเป็นตัวเลขที่ชัดเจน รวมถึงการผลบวกผลลบกับเม็ดเงินภาษีและเศรษฐกิจดิจิทัล เสียก่อนจะเดินหน้าต่อ และค่อยออกนโยบายภาษีตามหลักที่สำคัญทั้ง 3 ประการ คือ ความเป็นธรรม ความมีประสิทธิภาพ และการปฏิบัติได้จริง โดยหลักความเป็นธรรม หากเดินหน้าเก็บภาษีคริปโตเฉพาะธุรกรรมที่กำไร ไม่สามารถนำธุรกรรมที่ขาดทุนมาหักลบ เหมือนรายได้ประเภทอื่นๆ ที่นำต้นทุน นำค่าใช้จ่ายมาหักลบได้ ก็ขาดความเป็นธรรม ในขณะที่หลักความมีประสิทธิภาพ ต้องคำนึงถึงการที่รัฐออกนโยบายแล้วสามารถจัดเก็บภาษีได้จริง ไม่เกิดความสูญเปล่าทางเศรษฐกิจ เพราะการที่ปริมาณซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลลดลง 40%  หลังรัฐบาลประกาศจะจัดเก็บภาษีคริปโต และนักลงทุนเริ่มย้ายไปเทรดต่างประเทศ ก็สะท้อนแล้วว่ากฎเกณฑ์ในการจัดเก็บภาษีคริปโตนี้มีประสิทธิภาพหรือไม่ และหลักการการปฏิบัติได้จริง ที่นักลงทุนไทยต้องสามารถปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ได้ง่าย ทั้งผู้ซื้อ ผู้ขาย และผู้ให้บริการ ซึ่งการคำนวนภาษีจากธุรกรรมการเทรดคริปโตมีความซับซ้อน จากความหลากหลายของคริปโต โทเคนและผลิตภัณฑ์การเงินที่เกี่ยวข้อง ความหลากหลายของรูปแบบการลงทุน และจำนวน Exchange ที่ใช้เทรด อาจทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่ที่เป็นรายย่อย ไม่สามารถปฏิบัติให้ถูกต้องได้ง่ายตลอดปีภาษี เพราะไม่ได้มีแผนกบัญชีเหมือนกับบริษัทที่มีความรู้ด้านบัญชี-ภาษีมาช่วยคำนวน  “ผมอยากขอให้กระทรวงการคลังเอาตัวเลขจากการศึกษามาเปิดเผย กฎหมายใดหากออกมาแล้วไม่มีประสิทธิภาพ ต้องปรับแก้ไข ไม่ใช่ดันทุรังบังคับใช้แล้วเกิดความเสียหาย เพราะสุดท้ายหากพบว่านโยบายนี้ทำให้รัฐสูญเสียรายได้จริงทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ก็จะยิ่งซ้ำเติมปัญหาเศรษฐกิจที่รัฐบาลนี้ดำเนินนโยบายจน GDP ของไทยต่ำสุดในอาเซียน ต้องกู้ไปขยายเพดานหนี้ไป ในขณะที่ความเหลื่อมล้ำของไทยติดอันดับโลก ก็สามารถบ่งบอกได้แล้วว่านโยบายเศรษฐกิจที่ดำเนินการโดยรัฐบาลนี้ถูกทิศทางหรือไม่”ดร.ธรรม์ธีร์ กล่าว

2022-01-27การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
5961
...
142