สื่อการเงินระดับโลก Bloomberg กล่าวว่า Bitcoin และ Ethereum ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น

Mike McGlone นักยุทธศาสตร์ด้านสินค้าโภคภัณฑ์อาวุโสของ Bloomberg Intelligence มีความเห็นว่า Bitcoin และ Ethereum ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น เขาคาดว่าสองสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดจะยังคงแข็งค่าต่อไปเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์และอุปทาน McGlone เชื่อว่ามีเพียงเหตุการณ์ black swan เท่านั้นที่จะสามารถหยุดความนิยมของ cryptocurrencies เหล่านี้ได้  เมื่อต้นเดือนนี้ นักวิเคราะห์ได้ทำการคาดการณ์ราคาตลาดคริปโตของเขาว่า Bitcoin และ Ethereum จะมีราคาสูงถึง $100,000 และ $5,000 ตามลำดับภายในสิ้นปี 2022 ในเดือนธันวาคม McGlone คาดการณ์ว่า Bitcoin จะมีประสิทธิภาพเหนือกว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ เขาคาดว่า Solana และ Binance Coin ( BNB) จะติดอยู่ในห้าอันดับแรกควบคู่ไปกับ Bitcoin, Ethereum และ Tether ในเวลาเดียวกัน McGlone ก็วิจารณ์ Dogecoin และ Shiba Inu โดยกล่าวว่าตลาดต้องมีการขจัดเหรียญมีมเหล่านี้ออกไป  หากต้องการจะให้เหรียญตัวหลัก ๆ อย่าง Bitcoin และ Ethereum สามารถเติบโตไปได้มากกว่านี้ ความกังวลต่อสภาวะเงินเฟ้อจาก Fed นับเป็นอุปสรรคที่ใหญ่ที่สุดสำหรับตลาดขาขึ้นของสกุลเงินดิจิทัล โดยก่อนหน้านี้ธนาคารยักษ์ใหญ่ Goldman Sachs ได้กล่าวเมื่อไม่นานนี้ว่า Bitcoin มีความเสี่ยงมากจากการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคต หลัก ๆ นั้นมาจากข้อเท็จจริงที่ว่าตอนนี้ตลาดคริปโตกำลังวิ่งไล่ตามตลาดหุ้นสหรัฐฯ ราคา Bitcoin และ Ethereum ลดลง 44.67% และ 46.16% จากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ตามลำดับ  เมื่อต้นสัปดาห์นี้ ราคาสกุลเงินดิจิทัลอันดับต้น ๆ ลดลงต่ำกว่า 33,000 ดอลลาร์ในช่วงสั้นๆ ส่งผลให้มูลค่าทั้งตลาดลดลงอย่างมาก หากอ้างอิงจากบันทึกการวิจัยของเขาที่ตีพิมพ์เมื่อต้นเดือนมกราคม McGlone เขียนว่า $30,000 อาจกลายเป็นระดับที่เหมือนกับตอนร่วงลงไป $3,000 สำหรับ Bitcoin โดยกล่าวถึงการร่วงลงของราคาที่เคยกิดขึ้นเมื่อเดือนธันวาคม 2018 เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

2022-01-31การวิเคราะห์เชิงลึก

แนะนำ 2 เหรียญคริปโต ที่คนส่วนใหญ่ซื้อเพื่อถือยาว!

แม้ว่าจะมีเหรียญคริปโตให้เลือกหลายร้อยเหรียญ แต่ก็ไม่ใช่ทุกเหรียญที่จะคุ้มค่ากับการลงทุนของคุณ วันนี้ WikiBit จะพูดถึงสองเหรียญ ที่หลายคนเชื่อว่าคุ้มค่า หากซื้อในวันนี้และถือระยะยาว!   1. ทองคำดิจิทัล: Bitcoin  Bitcoin เป็นสกุลเงินดิจิทัลและเป็นตัวเก็บมูลค่า เป็นการทดลองด้านการค้าและเศรษฐศาสตร์ที่สามารถเปลี่ยนแปลงโลกได้ ดังที่เราทราบ Bitcoin มีมานานกว่า 12 ปีแล้ว นับวัน ยิ่งนำความท้าทายและโอกาสใหม่ ๆ มาสู่เทรดเดอร์ไม่หยุด  แนวคิดของสกุลเงินดิจิทัลเกิดขึ้นครั้งแรกในช่วงวิกฤตการเงินปี 2008 เพื่อสร้างระบบกระจายอำนาจซึ่งไม่มีรัฐบาลหรือบริษัทใดสามารถควบคุมปริมาณเงินหรือเศรษฐกิจด้วยการกำหนดอัตราดอกเบี้ยหรือใช้นโยบายการเงินอื่น ๆ ฟังดูคุ้น ๆ ไหม? Bitcoin ถูกสร้างขึ้นเนื่องจากมีความจำเป็นเร่งด่วนสำหรับบางสิ่งที่สามารถเชื่อถือได้และโอนได้ทันทีโดยไม่มีค่าธรรมเนียม ไม่มีข้อผิดพลาดในการทำธุรกรรม การรบกวนจากบุคคลที่สาม การแฮ็ก ฯลฯ   ทำไม Bitcoin จึงถือเป็นทองคำดิจิทัล  Bitcoin เป็นสกุลเงินดิจิตอลที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดในโลก นอกจากนี้ยังเป็นหนึ่งในที่เก่าแก่ที่สุดด้วยต้นกำเนิดย้อนหลังไปถึงปี 2009 Bitcoin ได้ผ่านการขึ้น ๆ ลง ๆ หลายครั้งในประวัติศาสตร์ แต่ก็มีการกู้คืนกลับมาเสมอ สกุลเงินดิจิทัลมีการกระจายอำนาจและไม่ได้ควบคุมโดยหน่วยงานกลางใด ๆ เช่น ธนาคารหรือรัฐบาล ผู้ใช้ไม่สามารถแช่แข็งหรือยึดเงินได้หากพวกเขาอาศัยอยู่ในประเทศที่ประสบปัญหาวิกฤตทางการเงิน เช่น เวเนซุเอลา อียิปต์ ตุรกี อิหร่าน หรือซิมบับเว  เราทุกคนรู้ว่า Bitcoin เป็นสกุลเงินดิจิทัล แต่บางคนก็บอกว่ามันเป็นแค่แฟชั่น หากคุณมีประเทศอย่างรัสเซียและจีนที่ห้ามการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล คุณสามารถมั่นใจได้ว่าจะไม่เป็นเช่นนี้ คนส่วนใหญ่มองว่า Bitcoin เป็นทองคำดิจิทัลเนื่องจากขาดแคลนและยากต่อการขุด  นอกจากนี้ยังมีการกระจายอำนาจ ซึ่งหมายความว่าไม่มีใครควบคุมมันได้ ทำให้มีภูมิคุ้มกันต่อภาวะเงินเฟ้อหรือการยักย้ายโดยรัฐบาล สุดท้ายนี้จะมีการสร้าง Bitcoins เพียง 21 ล้าน Bitcoins ดังนั้นพวกเขาจะคงมูลค่าไว้ในอนาคตเมื่อสกุลเงิน fiat ลดค่าลงเนื่องจากมาตรการเงินเฟ้อที่กำหนดโดยธนาคารกลาง   2. เงินดิจิทัล: Litecoin  Litecoin เป็นอีกทางเลือกหนึ่ง สร้างขึ้นในปี 2011 โดย Litecoin เป็นหนึ่งในตลาดที่ใหญ่พอสมควร และเชื่อกันว่าเป็นเงินดิจิทัล Litecoin เป็นการลงทุนที่ดีสำหรับทุกคนที่เชื่อว่าสกุลเงินดิจิทัลจะกลายเป็นกระแสหลักในสักวันหนึ่ง คนที่ต้องการป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อด้วยการลงทุนในอย่างอื่นที่ไม่ใช่ Bitcoin   ทำไม Litecoin จึงเรียกว่า Digital Silver  Litecoin ถูกมองว่าเป็นเงิน (Silver) ในโลกคริปโต เพราะขุดได้ง่ายกว่า ใช้คอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพน้อยกว่า และทำธุรกรรมได้เร็วกว่า Bitcoin  Litecoin เป็นโอเพ่นซอร์สเครือข่ายการชำระเงินระดับโลกที่ช่วยให้ทุกคนจากทุกที่ในโลก สามารถส่งและรับการชำระเงินโดยไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม หรือพึ่งพาธนาคารกลางเช่นเดียวกับสกุลเงินอื่น ๆ Charlie Lee ผู้ก่อตั้ง Litecoin กล่าวว่าเขาออกแบบ Litecoin เพราะเขาต้องการสิ่งที่ดีกว่า Bitcoin  ทั้งนี้ ข้อมูลทั้งหมดก็มาจากการวิเคราะห์ของผู้เชียวชาญเท่านั้น ยังมีอีกหลายปัจจัยที่ต้องพิจารณา ก่อนตัดสินใจลงทุน ก่อนเลือกเหรียญใด ๆ ควรศึกษาด้วยตนเองให้ลึกพอ เพราะการลงทุนมีความเสี่ยงนะ!  ทุกเหรียญล้วนมีจุดเด่นในตัวเอง ใครชอบเหรียญสไตล์ไหนก็ไปตำกันได้! แต่ขอย้ำว่าต้องไม่ลืมดูเรื่องความมั่นคงปลอดภัย มูลค่า แนวโน้มการเติบโต และดูด้วยว่ามันตอบโจทย์การลงทุนของคุณหรือไม่ นอกจาก 2 เหรียญนี้ บนแอป WikiBit ยังมีข้อมูลเหรียญคริปโตมากมายจากทั่วโลกให้คุณได้ค้นหา ดาวน์โหลดแอป WikiBit แล้วรู้จักเหรียญเหล่านั้นกันได้เลย โหลดฟรี!

2022-01-30การวิเคราะห์เชิงลึก

แพลตฟอร์ม LooksRare ถูกกล่าวหาว่าปลอมโวลุม

ดูเหมือนว่า OpenSea จะงานเข้าเมื่อมีแพลตฟอร์มที่ชื่อ LooksRare ที่จู่ ๆ ก็มาตีตลาดแข่งกับแพลตฟอร์มซื้อขาย NFT รายใหญ่อย่าง OpenSea โดยที่มีการซื้อขายกันแบบเทกระจาดผู้ใช้แพลตฟอร์มได้ซื้อและขาย NFT เพื่อการทำกำไรตอนนี้เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าการซื้อขายเทกระจาดนี้รุนแรงมากเพียงใดนับตั้งแต่ที่ทาง LooksRare ได้ทำการเปิดตัวเมื่อวันที่ 10 มกราคม  CryptoSlam บริษัทที่วิเคราะห์ NFT ได้รายงานในวันนี้ว่ามูลค่าในการซื้อขายของ LooksRare นั้นสูงกว่า 8.3 พันล้านดอลลาร์จากการปลอมโวลุม ถือเป็นปริมาณการซื้อขายส่วนมากในปัจจุบัน การซื้อขายส่วนใหญ่มาจากคอลเลกชั่นที่ไม่มีค่าลิขสิทธิ์ซึ่งก็หมายความว่าผู้ขายจะไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมการขายครั้งต่อไปให้ผู้สร้าง Meebits ของ Larva Labs นั้นมีปริมาณการซื้อขายที่มากที่สุดที่ 4.4 พันล้านดอลลาร์, Terraforms อยู่ที่ 2.9 พันล้านดอลลาร์, Loot อยู่ที่ 705 ล้านดอลลาร์และ CryptoPhunks (โปรเจกต์อนุพันธ์ CryptoPunks) อยู่ที่ 251 ล้านดอลลาร์และ 62 ล้านดอลลาร์จากโปรเจกต์อื่น ๆ  จากข้อมูลบล็อกเชนสาธารณะที่เก็บรวบรวมโดย Dune Analytics ได้ระบุว่า LooksRare ได้สร้างยอดตัวเลขการซื้อขาย Ethereum ไว้สูงถึง 9.5 พันล้านดอลลาร์นับตั้งแต่มีการเปิดตัวหากตัวเลขจากทั้งสองแหล่งซึ่งดึงข้อมูลจาก Ethereum blockchain สาธารณะนั้นถูกต้องก็แสดงว่าประมาณ 87% ของปริมาฯการซื้อขายบน LooksRare จนถึงปัจจุบันนี้ตรงกับข้อมูลของทาง CryptoSlam ที่ได้เผยถึงกำารปลอมโวลุม เหตุใดผู้ใช้ LooksRare บางรายจึงขาย NFT ในราคาที่สูงเกินจริงทั้งหมดนี้ก็เพราะรูปแบบผลตอบแทนการซื้อขายบนแพลตฟอร์ม LooksRare จะให้รางวัลเป็นโทเค็นสำหรับผู้ที่ซื้อและขาย NFT ผ่านบนเว็บไซต์โดยให้รางวัลพวกเขาด้วยโทเค็น LOOKS ซึ่งเป็นโทเค็น  ของทางเว็บไซต์ของพวกเขาเอง LooksRare ยังให้รางวัลเป้น Wrapped Ethereum (WETH) ให้กับผู้ใช้ที่ stake โทเค็น LOOKS ไว้บนแพลตฟอร์มโดยนี่จะเป็นการสร้างแรงจูงใจให้คนนั้นถือครองเหรียญเอาไว้ในจำนวนมาก ๆ ด้วยรูปแบบการให้รางวัลของ LooksRare ซึ่งต่างจาก OpenSea โดยสิ้นเชิงแต่ด้วยผลตอบแทนการซื้อขายที่ระดับสูงสุดในรอบ 30 วันก็มีผู้ใช้บางคนนำไปใช้ประโยชน์ในทางมิชอบ

2022-01-30การวิเคราะห์เชิงลึก

นักวิเคราะห์ชื่อดัง Max Keiser กล่าวโจมตี Ethereum ว่าเป็นแชร์ลูกโซ่

Max Keizer นักยุทธศาสตร์ด้าน cryptocurrency ผู้เป็นที่รู้จักและเคยเป็นอดีตนักเทรดใน Wall Street เปิดเผยว่าเขาเชื่อว่า altcoin ต่าง ๆ และ Ethereum (ETH) นั้น “ไม่ต่างจากการต้มตุ๋น” และไม่ควรจะมีอยู่อีกต่อไป Max ได้พูดคุยกับ Michelle Makori จาก Kitco News โดยเขาได้กล่าวว่า altcoin เหล่านี้นั้นเป็น “แชร์ลูกโซ่”  ในระหว่างการสัมภาษณ์นั้นเขากล่าวว่าเหรียญใดก็ตามนอกเหนือจาก BTC นั้นไม่มีความยั่งยืนและไม่มีคุณสมบัตสำหรับการเป็นเงินที่ดีเหมือนกับ Bitcoin เขากล่าวว่า Bitcoin นั้นมีความขาดแคลน, มีการกระจายอำนาจ, ต่อต้านความเปราะบางและมีความต่อต้านจากการถูก “pumped and dumped” จากการขุดล่วงหน้า Keiser: Ethereum is ‘pyramid scheme’, scam DeFi will blow up, only Bitcoin will be left – Pt. (2/2) Max กล่าวเสริมว่าผู้คนกำลัง “ตื่นเต้นกับความจริงที่เกิดขึ้น” ว่า altcoin พวกนี้ “เป็นเพียงแค่การต้มตุ๋น” และ ไม่มีการพัฒนาที่เป็นประโยชน์ใด ๆ เลยจาก altcoin  พวกนี้ที่จะเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า altcoin พวกนี้ไม่ใช่การต้มตุ๋น“ Max กล่าวว่าโปรเจกต์ DeFi ”มักจะพุ่งแรง“ เนื่องจากโปรโตคอลที่อยู่ในพื้นที่ DeFi ”อยู่ในพื้นที่สีเทาซึ่งปราศจากจากการควบคุมใด ๆ“ Max ยังกล่าวเสริมอีกว่า Bitcoin นั้นคือโซลูชั่นทางการเงินที่ดีที่สุดสำหรับมวลมนุษยชาติ ”Bitcoin แก้ปัญหาที่มนุษย์นั้นมีมากว่าหลายแสนปีแล้วนั่นคือความต้องการในการแลกเปลี่ยนมูลค่าต่อมูลค่าเหนือห้วงอวกาศและกาลเวลา“ ตามความเห้นของ Max ที่มีต่อทองคำเขาคิดว่าทองคำนั้นดีในการแลกเปลี่ยนมูลค่าแต่เมื่อเวลาผ่านไปมันกลับ ”แย่มาก ๆ ที่จะทำในห้วงอวกาศ เนื่องจากความยากในการเคลื่อนย้ายทองคำที่มีอยู่เพื่อใช้ในแลกเปลี่ยนมูลค่าในทางกลับกันนั้นสกุลเงิน Fiat นั้นง่ายต่อการเคลื่อย้ายก็จริงแต่จะเสื่อมค่าไปเรื่อย ๆ เมื่อเวลาผ่านไป Max

2022-01-30การวิเคราะห์เชิงลึก

แพลตฟอร์ม Defi “Qubit Finance” ถูกแฮ็กสูญเงินกว่า 2.7 พันล้านบาท

ดูเหมือนว่า Qubit Finance จะกลายเป็นแพลตฟอร์ม Defi ตัวล่าสุดที่เพิ่งถูกโจมตีและสูญเงินไปเป็นจำนวนมหาศาล ในช่วงเช้าของวันที่ 28 มกราคม ทีมงาน Qubit Finance ได้โพสต์ประกาศชี้แจงบน Twitter ว่ามีผู้ไม่หวังดีใช้ช่องโหว่ของโปรโตคอลในการ Mint เหรียญ WrapETH ขึ้นมาแบบไม่จำกัดบน Binance Smart Chain : “แฮ็กเกอร์ได้ทำการ Mint เหรียญ xETH แบบไม่จำกัดบน BSC ซึ่งขณะนี้ทีมกำลังทำงานร่วมกับพันธมิตรด้านความปลอดภัยและเครือข่ายเพื่อค้นหาสาเหตุกันต่อไป”  PeckShield บริษัทผู้ให้บริการตรวจสอบสัญญา Smart contract และความปลอดภัยบนเครือข่ายบล็อกเชน ตั้งข้อสังเกตว่า : “QBridge ของ @QubitFin ถูกแฮ็กและถูกใช้เป็นหลักประกันเพื่อสร้างเหรียญ xETH ขึ้นมาเป็นจำนวนมาก ก่อนที่แฮ็กเกอร์จะโอนเงินออกจากกองทุนไปมูลค่าเกือบ 80 ล้านดอลลาร์” การอัปเดตล่าสุดจากทีมโปรโตคอล  DeFi ระบุว่า พวกเขายังคงติดตามผู้บุกรุกอย่างใกล้ชิดและตรวจสอบสินทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบทั้งหมด พร้อมทั้งติดต่อไปยังแฮ็กเกอร์เพื่อเสนอเงินรางวัลเป็นการต่อรอง จากข้อมูลของ BSCscan ในปัจจุบันพบว่า Address ของแฮกเกอร์รายนี้ถือครองเหรียญ Binance Coin อยู่เป็นจำนวนกว่า 206,809 BNB (79.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) ซึ่งถือเป็นเงินที่ขโมยมาจากแพลตฟอร์ม หลังจากข่าวประกาศเริ่มแพร่สะพัดออกไป ราคาเหรียญ QBT ของ Qubit Finance ก็ได้ดิ่งร่วงลงทันทีกว่า 31% และในขณะนี้มีซื้อขายกันอยู่ที่จุดต่ำสุดตลอดกาลที่ 0.004 ดอลลาร์ หรือคิดเป็นมูลค่าที่ลดลงกว่า 99.2% จากจุดสูงสุดตลอดกาลในเดือนกันยายนที่ 0.58 ดอลลาร์

2022-01-29การวิเคราะห์เชิงลึก

Stablecoin จะสามารถเข้ามาแทนที่เงินเฟียตได้หรือไม่ในอนาคต?

หากเป็นคนทั่วไปที่มองเข้ามาในโลกสกุลเงินดิจิทัล พวกเขาอาจจะเข้าใจว่าโลกใบนี้มีแต่ความผันผวน ไม่ว่าจะเป็นสกุลเงินขนาดเล็กหรือใหญ่อย่างบิทคอยน์หรืออีเธอเรียมต่างก็ผันผวนขึ้นลงอย่างรุนแรง แต่รู้หรือไม่ว่าในโลกของสกุลเงินดิจิทัลนั้นยังมีสกุลเงินที่พยายามจะทำหน้าที่เป็นตัวกลางการแลกเปลี่ยนระหว่างสกุลเงินปกติและสกุลเงินดิจิทัล นักลงทุนคริปโตฯ เรียกสกุลเงินเหล่านี้ว่า สเตเบิลคอยน์ (Stablecoin)  สเตเบิลคอยน์คือสกุลเงินดิจิทัลที่ไม่มีการผันผวนขึ้นลงเหมือนสกุลเงินทั่วไป เพราะบริษัทผู้สร้างอ้างว่าหนึ่งสเตเบิลคอยน์มีค่าเท่ากับหนึ่งดอลลาร์สหรัฐ หากไม่ผูกมูลค่าติดกับดอลลาร์ ก็จะพูดมูลค่าคิดเอาไว้กับสินทรัพย์สำรองปลอดภัยอย่างเช่นทองคำ  แต่ในปัจจุบันไม่ได้มีเพียงสเตเบิลคอยน์ที่ผูกติดมูลค่าอยู่กับเงินเฟียตเท่านั้น แต่ยังมีสเตเบิลคอยน์ที่ผูกติดมูลค่าเอาไว้กับสกุลเงินดิจิทัล และสเตเบิลคอยน์ที่ไม่ผูกติดมูลค่ากับสินทรัพย์ใดๆ หลักการของสเตเบิลคอยน์ที่ติดอยู่กับสกุลเงินดิจิทัลคือการใช้สกุลเงินดิจิทัลจำนวนมาก มาผูกติดกับสกุลเงินเพื่อลดความผันผวน ในขณะที่สเตเบิลคอยน์ที่ไม่อ้างอิงกับสินทรัพย์ใดๆ นั้นอาศัยกลไกการทำงานที่โปร่งใส่ ตรวจสอบได้ เป็นตัวยืนยันความมั่นคงของสกุลเงินดิจิทัลนั้น เมื่อต้องการเงิน ระบบจะทำการนำเงินออก และปรับสมดุลของปริมาณเหรียญในระบบโดยอัตโนมัติ  ในวงการสเตเบิลคอยน์ สกุลเงินที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือ ‘เธเตอร์’ (USDT) สกุลเงินนี้ถือเป็นผู้นำในกลุ่มสเตเบิลคอยน์เพราะมีมูลค่าราคาตามตลาดสูงที่สุด เธเตอร์กล่าวว่าอ้างอิงมูลค่าติดกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ แต่ในโลกที่กำลังโอบรับเทคโนโลยีมากขึ้่นเรื่อยๆ เธเตอร์ไม่ใช่สกุลเงินที่รัฐบาลกลางเป็นผู้สร้าง ดังนั้นธนาคารกลางสหรัฐฯ จึงกำลังพยายามสร้างดอลลาร์ดิจิทัลออกมา เพื่อหวังว่าจะเอาตำแหน่งสกุลเงินกลางกลับมาให้ได้  จีนคงจะเป็นชาติแรกที่สร้างสกุลเงินดิจิทัลของชาติเสร็จก่อนใคร  จีนกำลังอยู่บนเส้นทางการสร้างสกุลเงินดิจิทัล ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา สกุลเงินดิจิทัลในประเทศจีนมีการทำธุรกรรมในมูลค่าถึง 8.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ในขณะเดียวกัน ตามรายงานของธนาคารปกลางจีน ธุรกรรมหยวนดิจิทัลมีมูลค่าสะสมสูงถึง 87.57 พันล้านหยวน หรือ $13,680 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ  ประเทศจีนเริ่มขั้นตอนการทดสอบสกุลเงินดิจิทัลในปี 2020 ในช่วงสิ้นปี 2021 จำนวนผู้ใช้หยวนดิจิทัลแต่ละรายเพิ่มขึ้นเป็น 261 ล้านคน เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมากกว่า 240 ล้านคนมาตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายนปี 2021 ถึงแม้ว่าทุกวันนี้การทดสอบยังอยู่ในวงจำกัดเฉพาะผู้ที่เล่นลอตเตอรี่ อย่างไรก็ตาม อีกไม่นานสกุลเงินดิจิทัลของจีนจะพร้อมให้บริการแก่บุคคลทั่วไป  ข้ามมาที่สหรัฐอเมริกา ที่ตอนนี้ถือว่าช้ากว่าใครเพื่อนในเรื่องของการสร้างสกุลเงินดิจิทัลประจำชาติ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วธนาคารกลางสหรัฐได้เปิดเผยผลการศึกษาเกี่ยวกับการออกสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง ที่ทุกคนรอคอยมานาน กระดาษหนา 40 หน้าได้ตรวจสอบปัญหา และความคิดเห็นมากมายเกี่ยวกับดอลลาร์ดิจิทัล รองประธานธนาคารกลางสหรัฐนางเลล เบรนาร์ด เป็นผู้สนับสนุนหลักสำหรับโครงการนี้ ในขณะที่คณะกรรมการนโยบายการเงินบางคนยังไม่เห็นด้วย  ความแตกต่างหลักประการหนึ่งระหว่างเงินดอลลาร์ของเฟดกับธุรกรรมโทเค็นดิจิทัลอื่นๆคือ เงินดิจิทัลในปัจจุบันเป็นความรับผิดชอบของธนาคารพาณิชย์ ในขณะที่สกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลางหรือ CBDC จะถือเป็นสินทรัพย์ของเฟด การศึกษาความคิดเห็นสาธารณะ เผยความเห็นที่ไม่เหมือนกับสิ่งที่ธนาคารกลางคิด สำหรับตอนนี้ ยังไม่มีรายงานที่ระบุจุดยืนของธนาคารกลางว่าจะสนับสนุนดอลลาร์ดิจิทัลหรือไม่  สกุลเงินอันดับที่ 3 ของโลกดิจิทัล: เธเตอร์  ในปัจจุบันสเตเบิลคอยน์เธเตอร์ได้รับการยอมรับอย่างไม่เป็นทางการให้เป็นสกุลเงินดิจิทัลของดอลลาร์สหรัฐ แม้ว่าจะเคยถูกกล่าวหาถึงปริมาณเงินสำรองที่แท้จริง ที่เธเตอร์มีไว้ผูกมูลค่ากับสกุลเงินดิจิทัล แต่ชื่อเสียงที่มีมานาน และการเป็นสเตเบิลคอยน์ตัวแรกๆ ของวงการ ก็ทำให้เหรียญเธเตอร์ขึ้นมาอยู่ในดับ 3 จากการจัดอันดับของ CoinMarketCap เมื่อวันที่ 27 มกราคม หนึ่งเหรียญเธเตอร์มีมูลค่าอยู่ที่ $1.0008 มีมูลค่าตามราคาตลาดอยู่ที่ $78,230 ล้านเหรียญสหรัฐ  ที่มา: CoinMarketCap  กราฟนี้แสดงให้เห็นกรอบการสวิงของสกุลเงินดิจิทัลเธเตอร์ ณ ตอนนี้กราฟมีจุดสูงสุดอยู่ในเดือนธันวาคมปี 2017 ที่ $1.0779 และมีจุดต่ำสุดอยู่ในเดือนเมษายนปี 2017 ที่ $0.9136 ก่อนที่จะขึ้นมาคงที่อยู่ ณ $1 มาตั้งแต่เดือนเมษายนปี 2020 มาจนถึงปัจจุบัน  ไม่มีเหตุผลที่จะต้องใช้เงินเป็นกระดาษอีกต่อไป  ในขณะที่เฟดยังเอาแต่เถียงกับเรื่องความถูกต้อง ความเหมาะสม การรักษาสิทธิ์ของผู้ใช้งานหรืออะไรก็แล้วแต่ที่จะอ้าง แต่ภาคเอกชนไม่ขอรอให้วันนั้นมาถึง แต่เลือกที่จะโอบรับการปฏิวัติวางการฟินเทคฯ นี้และก้าวสู่โลกอนาคตแม้ว่าธนาคารกลางจะเห็นด้วยหรือไม่ ณ ตอนนี้สกุลเงินดิจิทัลยังเป็นพื้นที่ที่กฎหมายยังไม่สามารถเข้าไปควบคุมได้ 100% ถึงระบบนี้จะสร้างออกมาเพื่อคืนอิสรภาพทางการเงินให้กับทุกคน แต่ก็ต้องยอมรับว่าการใช้สกุลเงินดิจิทัลเป็นสกุลเงินหลักในชีวิตยังมีความผันผวนที่ไม่อาจยอมรับได้  แม้จะขัดแย้งกับในเรื่องของสกุลเงินดิจิทัล แต่ทั้งสองฝ่ายก็เห็นตรงกันว่าเทคโนโลยีบล็อคเชนคืออนาคต เพราะบล็อคเชนช่วยเพิ่มความเร็วในการทำธุรกรรม และประสิทธิภาพในการจดบันทึกข้อมูล ด้วยเหตุนี้ หลายคนจึงตั้งคำถามว่าเหตุใดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นประเทศเศรษฐกิจชั้นนำของโลกและเป็นแหล่งรวมของสกุลเงินสำรองทั่วโลก จึงไม่สร้างสกุลเงินดิจิทัลก่อนใครเพื่อน อาจจะเป็นไปได้ว่าถึงหน่วยงานรัฐจะเคลื่อนที่เร็วแค่ไหน ก็ไม่อาจตามความเร็วของการพัฒนาเทคโนโลยี ที่เกิดจากเอกชนได้ทัน ที่สำคัญ นโยบายส่วนใหญ่ที่มาจากส่วนกลาง ล้วนมีการเมืองเป็นตัวขับเคลื่อน  แต่ถ้าจะให้รัฐบาลกลางตั้งใจสร้างสกุลเงินดิจิทัลจริงๆ ก็คงจะสร้างได้ไม่ยาก ดูได้จากความพยายามของประเทศจีน ที่ถึงแม้จะได้ชื่อว่ามีขนาดเศรษฐกิจเป็นอันดับสองรองจากอเมริกา แต่กลับให้ความสำคัญกับการพัฒนาสกุลเงินดิจิทัล และมีข่าวออกมาให้เราได้ยินอยู่อย่างต่อเนื่อง ว่ากันว่าตอนนี้เทคโนโลยีของจีนล้ำหน้ากว่าของสหรัฐฯ ไปสองปีแล้ว และสำหรับการสร้างสกุลเงิจดิจิทัลประจำชาติ อย่างน้อยตอนนี้จีนก็ไปถึงขั้นที่ลองให้ผู้คนบางกลุ่มได้ใช้งานแล้ว วันที่สหรัฐฯ หรือยุโรปมีโครงการทำสกุลเงินดิจิทัลอย่างเป็นรูปเป็นร่าง คงเป็นวันที่ประชาชนจีนได้ใช้สกุลเงินดิจิทัลหยวนไปนานแล้ว  นอกจากประเทศจีน ยังมีอีกแปดประเทศที่เดินหน้าสร้างสกุลเงินดิจิทัลไปแล้ว นั่นก็คือ  - บาฮามาส  - ไนจีเรีย  - แอนติกาและบาร์บูดา  - เกรเนดา  - เซนต์คิตส์และเนวิส  - เซนต์ลูเซีย  - โดมินิกา  - มอนต์เซอร์รัต  ในวันที่สกุลเงินดิจิทัลของรัฐสร้างเสร็จอย่างเป็นทางการ บทบาทของสเตเบิลคอยน์บางตัวอย่างเช่นเธเตอร์ก็อาจจะหมดลง แต่กว่าจะถึงตอนนั้น USDT จะยังคงเป็นเบอร์หนึ่งของสเตเบิลคอยน์ไปอีกนาน

2022-01-29การวิเคราะห์เชิงลึก

สรุป 5 ความต่าง ‘เทรดหุ้น VS เทรดคริปโต’ เทรดอะไรดีกว่ากัน?

ระหว่าง เทรดหุ้น ซึ่งเป็นการลงทุนระดับตำนาน กับเทรดคริปโต การลงทุนรุ่นน้องแต่กระแสมาแรงทั่วโลก คุณอยู่ทีมไหน? วันนี้ WikiBit จะมาสรุปความแตกต่างของการลงทุนทั้ง 2 ชนิดนี้ อะไรจะดีต่อใจคุณมากกว่ากัน มาดู!  การเป็นเจ้าของสินทรัพย์  หุ้นที่ซื้อขายในตลาดหุ้นเป็นตัวแทนของทุนในบริษัท เมื่อคุณซื้อหุ้นในบริษัทผ่านตลาดหลักทรัพย์ คุณจะกลายเป็นเจ้าของส่วนหนึ่งของบริษัทเอง บริษัททำได้ดีเพียงใดนั้นเป็นตัวกำหนดมูลค่าหุ้นของคุณ  ส่วนการซื้อสกุลเงินดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นเหรียญหรือโทเค็น ไม่จำเป็นต้องแสดงถึงความเป็นเจ้าของ มันคือสกุลเงินดิจิทัล ดังนั้นมูลค่าของมันจึงเป็นอัตนัย ทำให้การครอบครองคริปโตนั้นง่ายกว่าการเป็นเจ้าของมากกว่าหุ้น  ต้นทุนขั้นต่ำ  การลงทุนในคริปโต มีต้นทุนขั้นต่ำที่ต่ำกว่าหุ้นอย่างมาก คริปโตเงินหลักร้อยก็เริ่มลงทุนได้แล้ว เช่น ถ้าอยากซื้อ Bitcoin นักลงทุนไม่จำเป็นต้องเริ่มซื้อขั้นต่ำที่ 1 Bitcoin แต่สามารถซื้อในหน่วยย่อยได้ถึง 0.00000001 Bitcoin หรือเรียกว่า 1 Satoshi (ประมาณ 0.004 บาท) เรียกว่าอย่างน้อยก็ได้เศษเสี้ยววิญญาณบิทคอยน์มาบ้าง คนรุ่นใหม่ที่ยังมีทุนไม่มาก จึงชอบลงทุนในคริปโตไงล่ะ  ขณะที่หุ้นส่วนใหญ่ถูกกำหนดให้ซื้อขั้นต่ำที่ 100 หุ้น (ขึ้นอยู่กับนโยบายของโบรกเกอร์) สมมติว่า 1 หุ้นมีมูลค่าที่ 50 บาท เมื่อคูณมูลค่าของหุ้นและจำนวนหุ้นขั้นต่ำเท่ากับว่าการซื้อหุ้นต้องมีเงินทุนอย่างน้อย 5,000 บาท ซึ่งถ้าจะทุนด้วยเงินก้อนขนาดนี้ ก็ต้องมีคิดกันเยอะหน่อย  ความเก๋าในตลาด  การเทรดหุ้นมีมายาวนานกว่าการเทรดคริปโต หุ้นจึงเก๋าในตลาดนี้มากกว่า กฎระเบียบและกฎหมายท้องถิ่นที่ควบคุมกิจกรรมและตลาดหลักทรัพย์ยังได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลมาก่อนคริปโต บริษัทยังต้องให้ความโปร่งใสแก่ผู้ถือหุ้นด้วยการเผยแพร่กิจกรรมทางการตลาดสู่สาธารณะ ซึ่งรวมถึงข้อมูลอัปเดตทางการเงินรายไตรมาสและรายงานการประชุมสามัญ  ขณะที่คริปโตนั้นยังเด็ก และอยู่ในสถานะการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีการเคลื่อนไหวเพื่อเพิ่มกฎระเบียบของการแลกเปลี่ยนเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นของนักลงทุน แต่การเคลื่อนไหวในปัจจุบันก็ยังอยู่นอกขอบเขตด้านกฎระเบียบและการเมือง  เวลาซื้อขาย  หุ้นส่วนใหญ่มักจะสามารถซื้อขายได้เฉพาะช่วงที่ตลาดหุ้นเปิดทำการเท่านั้น บางที่อาจไม่สามารถซื้อขายได้ในวันเสาร์-อาทิตย์ และตลาดก็มักจะปิดทำการในวันหยุดต่าง ๆ แม้หุ้นจะสามารถซื้อขายได้ 24 ชั่วโมงผ่านสัญญาซื้อขายล่วงหน้าหรือ Futures แต่ช่วงที่ตลาดเคลื่อนไหวหนัก ๆ ก็มักจะเกิดขึ้นในช่วงที่ตลาดเปิดทำการเป็นส่วนมาก  ขณะที่คริปโตเคอร์เรนซีคือ เครือข่ายที่ไม่มีตัวกลาง จึงไม่จำเป็นต้องรอให้คนใดคนหนึ่งเปิดให้บริการ การซื้อขายจึงเกิดขึ้นได้ตลอด 24 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ และไม่มีวันหยุดใด ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง  ความผันผวน  ความผันผวนของตลาดสามารถพิจารณาได้ทั้งในแง่บวกและด้านลบ  โดยความผันผวนต่ำหมายถึงตลาดที่มีเสถียรภาพมากขึ้น แต่นี่ก็มักจะหมายถึงกำไรนานขึ้นด้วย ซึ่งมักจะเป็นกรณีนี้ในตลาดหลักทรัพย์ ปริมาณการค้าจำนวนมากช่วยเพิ่มความมั่นคงของตลาดหุ้น เนื่องจากมีความเชื่อมโยงกับรัฐบาลและบริษัทต่างๆ ทั่วโลก  เมื่อเปรียบเทียบแล้ว คริปโตมีความผันผวนมากกว่า ตลาดนี้เป็นของใหม่ ดังนั้นราคาขึ้นลงจึงสุดมาก ซึ่งทำให้ตลาดสกุลเงินดิจิทัลเสี่ยงต่อการเคลื่อนไหวทางการค้าของ วาฬ ซึ่งคือคนที่เป็นเจ้าของ bitcoin จำนวนมาก ซึ่งหมายความว่าทั้งตลาดอาจเสี่ยงต่อการตัดสินใจทางการค้าของผู้ลงทุนจำนวนนึง เช่น เมื่อข่าวของ Elon Musk ลงทุน 1.5 พันล้านดอลลาร์ใน Bitcoin ในเดือนมกราคม 2564 ราคาของ bitcoin ก็พุ่งขึ้น 17% สู่ระดับสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์  ทั้งหุ้น และคริปโต ต่างก็มีข้อดี และข้อเสียแตกต่างกันไป ยังไงใครชอบสไตล์ไหนก็ไปลงทุนตลาดนั้นเลย แต่ที่สำคัญคือต้องระมัดระวังอย่างดี เพราะการลงทุนล้วนมีความเสี่ยง ถ้าสนใจคริปโต ก็ต้องศึกษาให้มาก โดยเริ่มจากดาวน์โหลดแอป WikiBit มาเลย เพราะนี่คือแอปนำเสนอข่าวสารวงการคริปโตที่รวดเร็ว ทันเหตุการณ์ พร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก ใครที่คิดจะลงทุนในวงการนี้ ดาวน์โหลดแอป WikiBit ไว้เลย จบครบเรื่องคริปโต ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี! #WikiBit

2022-01-28การวิเคราะห์เชิงลึก

สรรพากรไทยแถลงนโยบายภาษี Crypto แล้ว ให้นักเทรดหักขาดทุนได้

ยังคงเป็นกระเด็นร้อนแรงในหมู่นักลงทุนคริปโตชาวไทยที่กำลังจับตาดูกันอย่างใกล้ชิด สำหรับนโยบายด้านการจัดเก็บภาษีสินทรัพย์ดิจิทัล ที่ล่าสุดกรมสรรพากร ได้ออกมาชี้แจ้งในวันนี้ว่าจะมีการประชุมร่วมกับภาคเอกชน อาทิ สมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย เพื่อสรุปแนวทางการคำนวณภาษีคริปโทเคอร์เรนซี หลังจากนั้นจะมีการแถลงข่าวเพื่อสร้างความชัดเจนให้กับนักลงทุนอีกครั้ง ในช่วงเวลาประมาณ 15.00-16.00 น. ตามที่กรมสรรพากรได้เปิดรับฟังมุมมอง ความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ จากทั้งหน่วยงานภาครัฐ  และเอกชน นั้น นายเอกนิตินิติทัณฑ์ประภาศอธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า จากการที่กรมสรรพากร ได้ทำงานร่วมกับผู้แทนสมาคมสินทรัพย์ดิจิทัลไทย สมาคมการค้าผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลไทย และผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ ทั้งนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ รวมทั้งได้มีการส่งแบบสอบถามให้ทุกฝ่ายที่อยู่ในชุมชนสินทรัพย์ดิจิทัลไทยในเรื่องการจัดเก็บภาษีจากสินทรัพย์ดิจิทัล นั้น มีผู้ร่วมตอบแบบสอบถามกว่า ๓,๐๐๐ ราย โดยร้อยละ ๘๒ เป็นผู้มีเงินได้จากธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ผู้ตอบแบบสำรวจส่วนใหญ่มีเงินได้จากการขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่ซื้อมาเพื่อเก็งกำไร โดยเกือบร้อยละ ๙๐ ทราบมูลค่าของสินทรัพย์ดิจิทัลของตนเองอย่างชัดเจน  จากผลการรับฟังความคิดเห็น และการทำงานร่วมกันของทุกฝ่ายทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการต่างๆ โดยยึดแนวทางการถือเอาผู้เสียภาษีเป็นศูนย์กลาง (Taxpayer – Centric) รวมถึงการทำให้ชัด ผ่อนปรน และมองอนาคต อย่างไรก็ดี การประกอบธุรกิจและการลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลที่มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วมากโดยเฉพาะในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้นจาก 240 ล้านบาท เป็น 4,839 ล้านบาท มูลค่าทรัพย์สินของลูกค้าเพิ่มขึ้นจาก 9,600 ล้านบาท เป็น 114,539 ล้านบาท และมีจำนวนบัญชีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นจาก 1.7 แสนราย เป็น 1.98 ล้านราย รวมถึงวิวัฒนาการเทคโนโลยี ผลิตภัณฑ์ และรูปแบบการทำธุรกรรมต่างๆ มีความหลากหลายและปรับเปลี่ยนรวดเร็วมากตลอดเวลา  กรมสรรพากรจึงได้ดำเนินการในส่วนที่มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินการและจะดำเนินการนำเสนอเพื่อให้มีการปรับเปลี่ยนในบางประเด็นเพื่อรองรับกับรูปแบบธุรกรรมใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น กรมสรรพากรได้ยึดแนวทาง ทำให้ชัด ผ่อนปรน และมองอนาคต โดยมีข้อสรุปดังนี้ ทำให้ชัด สำหรับการกำหนดรูปแบบของภาษีเงินได้ ภายใต้กฎหมายปัจจุบัน ทางกรมสรรพากรได้มีแนวทาง ดังนี้ ๑. การจัดเงินได้ให้ชัดเจน โดยระบุประเภทเงินได้และผลประโยชน์ให้ครอบคลุมกำไร/รายได้จากการโอน/ผลประโยชน์อันใดจากสินทรัพย์ดิจิทัล ๒.วิธีการ ๒. วิธีการคำนวณต้นทุนโดยใช้วิธีมาตรฐานการบัญชีรับรอง โดยสามารถทำได้ ๒ วิธี คือ วิธีเข้าก่อนออกก่อน (FIFO) หรือวิธีต้นทุนถัวเฉลี่ยเคลื่อนที่ (Moving Average)

2022-01-28การวิเคราะห์เชิงลึก

ข่าวลือเกม CryptoCar เกม NFT ชื่อดังของไทยอาจ Rugpull

ในวันนี้เกม NFT ขวัญใจสายซิ่งที่ทุกคนรู้จักกันดีในชื่อ ‘Cryptocar’ หรือ ‘CCar’ มีหลาย ๆ ปัญหาเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหน้าเว็บไซต์ที่ไม่สามารถเข้าได้ หรือแม้แต่ช่องทางโซเซียลอย่าง Telegram ที่ถูกลบหายไป จนทำให้นักลงทุนเริ่มเครียดไปตาม ๆ กันว่า นี่อาจเป็นการ Rugpull ที่ Dev เกมแนว Play to earn ส่วนใหญ่มักใช้หลอกเอาเงินนักลงทุนในปัจจุบัน  ภายหลังจากที่มีปัญหาหลาย ๆ อย่างเกิดขึ้นผู้คนใน Community ก็พยายามร่วมด้วยช่วยกันค้นหาต้นตอว่า นี่เป็นการ Rugpull จริงหรือไม่ โดยล่าสุดมีมือดีสังเกตเห็นว่า เมื่อเวลาประมาณตี 3.40 นาทีของวันนี้ โพสต์ของผู้บริการตรวจสอบความปลอดภัยของสัญญา smart contract “Certik” ที่ช่วยยืนยันความน่าเชื่อถือให้กับเกม CryptoCar ได้หายไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ และต่อมาในเวลา 9 โมงเช้าของวันนี้ก็มีผู้คนจากชุมชน CCar ติดต่อไปยังทีม Certik เพื่อสอบถามเกี่ยวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ก็ยังไม่ได้รับคำตอบใด ๆ กลับมา  โดยทีมงานบอกแค่เพียงว่ากำลังตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติม อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ทางตัวเกม CCAR ได้มีการโยกย้าย pool ไปยัง CCAR2 ดังนั้นนี่อาจเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้โพสต์การตรวจสอบของ Certik เกิดความผิดพลาด และบังเอิญเป็นช่วงที่ telegram ของตัวเกมปิดตัวลงพอดี จึงทำให้ชุมชนมองว่านี่อาจเป็นการ Rugpull ไม่เพียงเท่านั้นทาง Mod Discord ของ CCar ยังได้ออกมาชี้แจงว่า  ไม่สามารถติดต่อกับ Dev. ได้ ส่งผลให้นักลงทุนเกิดอาการ Panic เทเหรียญหนีตายกันจ้าละหวั่น จนทำให้ราคา CCAR ดิ่งลงเหวมาเหลือ 0.4 บาทเท่านั้น อย่างไรก็ดีเรื่องราวนี้ยังไม่ได้สรุปแน่ชัดว่าเป็น Rugpull จริง ๆ หรือไม่ เนื่องจากเว็บไซต์ของตัวเกมอย่าง cryptocars.me เข้าได้บ้าง เข้าไม่ได้บ้าง และแจ้งข้อความ Error ที่บ่งชี้อาจเป็นเพียงแค่เซิฟเวอร์ต้นทางมีปัญหาเท่านั้น ส่วนด้านเกมในเครือตัวอื่น ๆ

2022-01-28การวิเคราะห์เชิงลึก

ทำเนียบขาวเอาจริง ! เตรียมประเมินควบคุม Crypto ชี้เป็น ‘เรื่องความมั่นคงของชาติ’

ล่าสุดมีรายงานว่าทำเนียบขาวกำลังเจรจาหารือกันเกี่ยวกับเรื่อง การออกกฎหมายควบคุม Cryptocurrency ในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเสี่ยงในด้านการเงิน ความปลอดภัย และความมั่นคงของชาติ จากแหล่งข่าวนี้ บันทึกข้อตกลงด้านความมั่นคงแห่งชาติ คาดว่าจะเปิดตัวในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า โดยทำเนียบขาวจะมอบหมายงานบางส่วนให้กับรัฐบาลกลางในการวิเคราะห์สินทรัพย์ดิจิทัล  และวางกรอบการกำกับดูแลที่ครอบคลุมไปถึง Cryptocurrency, Stable coin และ Non-fungible tokens ( NFT) “โครงการนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อประเมินสินทรัพย์ดิจิทัลแบบองค์รวม และพัฒนานโยบายที่สอดคล้องกับพื้นที่แห่งนี้” แหล่งข่าวกล่าว ผู้ที่เกี่ยวข้องในโครงการนี้ ได้แก่ กระทรวงการต่างประเทศ กรมธนารักษ์ สภาเศรษฐกิจแห่งชาติ  และสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตามด้านทำเนียบขาวยังคงปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมในแง่ของรายละเอียด แต่เท่าทีเปิดเผยมาตอนนี้ก็เพียงพอจะทำให้บอกได้แล้วว่ารัฐบาลกำลังจะเข้ามาแทรกแซงตลาดคริปโตแน่นอน เนื่องจากความนิยมของสกุลเงินดิจิทัลที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ในหมู่ชาวอเมริกันและทั่วโลก ผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อความมั่นคงของชาติ เนื่องจากคริปโตเคอเรนซี่มีผลกระทบที่สำคัญต่อความมั่นคงของชาติ บุคคลที่เกี่ยวข้องยังระบุด้วยว่า คณะมนตรีความมั่นคงทำเนียบขาวจะมีส่วนเกี่ยวข้องในการดำเนินการเป็นฝ่ายบริหาร  โดยฝ่ายบริหารจะมอบหมายงานให้กับหน่วยงานต่าง ๆ และให้ความสำคัญในการออกกฎหมายที่ควบคุมสินทรัพย์ดิจิทัลข้ามพรมแดนระหว่างประเทศ “เนื่องจากสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ได้อยู่ในประเทศใดประเทศหนึ่ง ดังนั้นหน่วยงานของรัฐบาลจึงจำเป็นต้องทำงานร่วมกับประเทศอื่นๆ เพื่อเป็นการ synchronization ” บุคคลที่เกี่ยวข้องกล่าวเสริม ทั้งนี้คาดว่าหน่วยงานต่าง ๆ จะได้รับอนุญาตให้พัฒนาข้อเสนอเป็นเวลาสามถึงหกเดือน ในขณะที่ทำเนียบขาวจะทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงานด้านนโยบาย ที่มา : finbold

2022-01-28การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
5961
...
142