ก.ล.ต.จ่อคุม “โทเค็นดิจิทัลพร้อมใช้”

ก.ล.ต.เล็งกำกับ ‘utility token พร้อมใช้’ บอร์ดเห็นชอบ หากต้องการนำไปลิสต์บน Exchange ต้องขออนุญาตเสนอขายกับ ก.ล.ต.ก่อน และเตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยการประชุมคณะกรรมการ ก.ล.ต. ครั้งที่ 3/2565 เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2565 โดยคณะกรรมการ ก.ล.ต. มีมติเห็นชอบแนวทางการกำกับดูแล “โทเคนดิจิทัลเพื่อการใช้ประโยชน์ในลักษณะพร้อมใช้” (utility token พร้อมใช้)  นับตั้งแต่พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 มีผลใช้บังคับ ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลก็มีพัฒนาการเติบโตขึ้นอย่างมาก ในหลายอุตสาหกรรมเริ่มมีการใช้งานสินทรัพย์ดิจิทัล แปลงสิทธิเป็นโทเคนดิจิทัลเพื่อการใช้ประโยชน์ที่มีลักษณะพร้อมใช้* เช่น อุตสาหกรรมท่องเที่ยว บันเทิง และกีฬา มีการแปลงคูปอง บัตรกำนัล คะแนนสะสม หรือบัตรเข้าชมงาน ให้อยู่ในรูปแบบโทเคนดิจิทัล และมีความประสงค์ที่จะนำ “utility token พร้อมใช้” ไปจดทะเบียนและซื้อขายในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล  อย่างไรก็ตามก.ล.ต.เล็งเห็นว่า utility token อาจมีวัตถุประสงค์เพื่อการระดมทุน หรือการซื้อขาย/การลงทุน มากกว่าการใช้สิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากโทเคนดิจิทัล จึงควรใช้กลไกการกำกับดูแลในแนวเดียวกับการระดมทุน ทั้งในตลาดแรกและตลาดรอง เพื่อเพิ่มการคุ้มครองผู้ซื้อขาย/ผู้ลงทุนให้มีข้อมูลเพียงพอ รวมทั้งมีกลไกกำกับดูแลการซื้อขายในตลาดรองที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น คณะกรรมการ ก.ล.ต. จึงมีมติเห็นชอบหลักการในการปรับปรุงแนวทางการกำกับดูแล “utility token พร้อมใช้”  ทั้งในตลาดแรกและตลาดรอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับลักษณะความเสี่ยง พัฒนาการและการใช้งาน รวมถึงการคุ้มครองผู้ลงทุนให้เหมาะสม ยกตัวอย่างเช่น การกำหนดให้ผู้ออกเสนอขาย (issuer) ที่ประสงค์จะนำ “utility token พร้อมใช้” ไปจดทะเบียนซื้อขายในศูนย์ซื้อขายฯ ต้องขออนุญาตเสนอขายกับ ก.ล.ต. และปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด กำหนดให้ศูนย์ซื้อขายฯ มีกลไกด้านการเปิดเผยข้อมูลและกำกับดูแลความเสี่ยงในการซื้อขายเพิ่มขึ้น เป็นต้น โดยโทเคนดิจิทัลดังกล่าวจะต้องไม่เข้าข่ายเป็นการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้เป็นสื่อกลางในการชำระค่าสินค้าและบริการ (Means of Payment) ทั้งนี้ ก.ล.ต. จะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้สนใจ และประชาชนเกี่ยวกับแนวทางการกำกับดูแลดังกล่าวต่อไป ความแตกต่างระหว่าง Token พร้อมใช้และไม่พร้อมใช้ โทเคนดิจิทัล เป็นเหรียญดิจิทัลที่ให้สิทธิแก่ผู้ถือเหรียญถูกแบ่งเป็น 2 ประเภท

2022-03-07การวิเคราะห์เชิงลึก

สื่อการเงินระดับโลก Bloomberg คาดการณ์ว่าราคา “Bitcoin อาจร่วงกลับลงมาที่ 30,000 ดอลลาร์อีกครั้ง”

Mike McGlone หัวหน้านักวิเคราะห์สินค้าโภคภัณฑ์ของ Bloomberg ได้โพส Twitter เพื่อคำคาดการณ์ใหม่ของเขาว่าราคา Bitcoin อาจร่วงกลับลงมาที่ระดับ 30,000 ดอลลาร์อีกครั้ง  หัวหน้าผู้เชี่ยวชาญด้านสินค้าโภคภัณฑ์ของ Bloomberg เชื่อว่าราคา Bitcoin ที่ลดลง 2% ในวันอาทิตย์ เป็นสัญญาณที่บ่งชี้ให้เห็นแล้วว่า ในสัปดาห์ที่จะมาถึงสำหรับสินทรัพย์เสี่ยงนั้นอาจเป็นสัปดาห์ที่เลวร้าย กราฟที่แชร์โดย McGlone เผยให้เห็นว่า Bitcoin และดัชนีหุ้น Nasdaq 100 futures กำลังมีการเคลื่อนไหวในไปทิศทางเดียวกันและทั้งคู่กำลังอยู่ในช่วงขาลง  ซึ่งเขาดูเหมือนจะบอกเป็นนัย ๆ แล้วว่า Bitcoin กำลังเริ่มมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับตลาดหุ้นมากขึ้น นับตั้งแต่วันอังคารที่ 1 มีนาคม เหรียญคริปโตเบอร์หนึ่งของโลกเริ่มมีมูลค่าที่ลดลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 3 มีนาคมราคาได้ร่วงลงอย่างฉับพลันและตั้งแต่วันนั้นจนถึงเช้าวันนี้ Bitcoin ได้สูญเสียมูลค่าไปแล้วกว่า 10.24 เปอร์เซ็นต์ โดยมีมูลค่าลดลงจาก 44,031 ดอลลาร์เป็น 39,522 ดอลลาร์  อย่างไรก็ตามข้อมูลของ Glassnode พบว่า หุ้นกองทุน Bitcoin ETF ของที่ใหญ่ที่สุดแคนาดา Purpose Bitcoin ETF มีการช้อนซื้อ Bitcoin สะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ นับตั้งแต่ช่วงต้นปี แม้ว่าตลาด crypto จะอยู่ในช่วงขาลงก็ตาม จนถึงตอนนี้ Purpose Bitcoin ETF มี Bitcoin เพิ่มขึ้นประมาณ 5,000 BTC โดยเพิ่มขึ้นจาก 29,494 BTC เป็น 34,613 BTC ในขณะที่เขียนรายงานอยู่นี้ Bitcoin มีการซื้อขายกันอยู่ที่ 37,900 ดอลลาร์ ลดลง 4% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา อ้างอิงข้อมูลจาก Coinmarketcap

2022-03-07การวิเคราะห์เชิงลึก

ราคาเหรียญ Yearn Finance (YFI) ร่วง 13% หลังมีข่าวลือ

ราคาของ YFI และโครงการอื่น ๆ ที่ Andre Cronje มีส่วนเกี่ยวข้องได้ร่วงลงอย่างรุนแรงในวันนี้หลังจากมีรายงานว่าเขาออกจากอุตสาหกรรมไปอย่างถาวร Andre Cronje ซึ่งอาจจะเป็นที่รู้จักกันดีจากผลงาน Fantom และ Yearn Finance ร่วมกับ Anton Nell ซึ่งเป็นสถาปนิกอาวุโสด้านโซลูชั่นส์ที่ Fantom Foundation อาจลาออกจากวงการสกุลเงินดิจิทัล  ในกระทู้ Twitter เมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2565 Anton Nell ซึ่งเป็นสถาปนิกอาวุโสด้านโซลูชันที่ Fantom Foundation ประกาศว่า Andre Cronje และเขาจะเลิกมีส่วนร่วมในวงการ crypto “Andre และผมได้ตัดสินใจว่าเรากำลังจะจบช่วงเวลาของพวกเราที่ช่วยเหลือวงการ defi/crypto ปัจจุบันมีแอปและบริการประมาณ 25 รายการที่เรากำลังจะยุติให้บริการในวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2565” หนึ่งในบริการดังกล่าวคือ YearnFi ซึ่งเป็นอินเทอร์เฟซส่วนหน้าสำหรับ Yearn Finance (YFI) ที่ Cronje กำลังพัฒนาอยู่  เป็นที่น่าสังเกตว่านี่ไม่ได้หมายความว่า Yearn Finance จะถูกปิดตัวลงแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามเราทุกคนต่างทราบดีว่า Cronje เป็นผู้คิดค้นโปรโตคอลนี้ตั้งแต่แรก และถือเป็นการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในตอนต้นของ DeFi Summer ในปี 2020 ผู้ใช้งานทวิตเตอร์รายหนึ่งนามว่า Banteg ได้ออกมาแสดงความเห็นว่า: “ตอนนี้ผู้คนกำลังขุดหลุมฝังศพให้ YFI คือพวกคุณรู้ไหมว่า Andre ไม่ได้ร่วมพัฒนาโครงการตัวนี้มามากกว่า 1 ปีแล้ว? และถึงแม้เขาจะไม่ได้อยู่แล้ว แต่ก็ยังมีคนทำงานเต็มเวลา 50 คนและผู้ทำงานนอกเวลา 140 คนคอยช่วยเหลืออยู่” ข่าวดังกล่าวเปรียบเหมือนการทิ้งระเบิดในตลาดเหรียญ YFI ซึ่งราคาได้ร่วงลงไปถึง 13% และลดลงเหลือเพียง 17,000 ดอลลาร์จากเกือบ 20,000 ดอลลาร์ FTM ก็ลดลงประมาณ 13%

2022-03-07การวิเคราะห์เชิงลึก

Cardano ประกาศเข้าสู่ขั้นตอน ‘สุดท้าย’ ของการอัพเกรดครั้งสำคัญ

Cardano เครือข่าย Proof of stake ขวัญใจนักลงทุนตั้งเป้าที่จะเพิ่มประสิทธิภาพและการปรับขนาดให้กับเครือข่ายตลอดทั้งปีนี้ โดยล่าสุดทาง Input-Output Hong Kong (IOHK) องค์กรพัฒนาที่อยู่เบื้องหลังโปรเจกต์ Cardano ออกมาประกาศแผนงานเพิ่มเติมเกี่ยวกับปรับขนาดเครือข่ายที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า Cardano คาดว่าจะมีการอัปเดตที่สำคัญ Tim Harrison  หัวหน้าฝ่ายการตลาดและการสื่อสารของ IOHK เปิดเผยว่า ปัจจุบัน Cardano กำลังเข้าสู่ “ขั้นตอนสุดท้าย” ของการดรอปโค้ดครั้งแรกในปี 2022 และหลังจากที่การดรอปโค้ดครั้งนี้เสร็จสิ้น Cardano จะมีการดรอปโค้ดตามมาอีกทั้งหมดสองครั้ง ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายนและเดือนตุลาคม “Cardano เติบโตขึ้นอย่างมาก และคาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้นอีกในปีนี้ การเปิดเผยแผนงานที่สำคัญ จะช่วยให้บริษัทต่างๆ ที่พึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานของ Cardano รู้ได้ทันทีว่าการอัพเกรดที่สำคัญจะมาถึงเมื่อใด” Harrison กล่าว  การดรอปโค้ดครั้งแรกจะเป็น “การเพิ่มประสิทธิภาพ” ให้กับโหนดของ Cardano โดยจะเพิ่มความสามารถในการสร้างธุรกรรมที่สอดคล้องกับ Concise Data Definition Language (CDDL) ในขณะที่อินเทอร์เฟซจะยังคงใช้บรรทัดคำสั่งดั้งเดิมของ Cardano (CLI) ต่อไป นอกจากนี้การดรอปโค้ดยังจะนำเสนอการปรับตั้งค่าสำหรับการสร้างธุรกรรมแบบ multi-signature เพื่อให้มีขั้นตอนที่ซับซ้อนมากขึ้น พร้อมกับการเปิดตัวเครื่องมือ CLI หลายรายการให้กับผู้ดำเนินการ stake pool (SPO) นักพัฒนา และผู้ใช้โหนด แม้ว่าการอัพเกรดเหล่านี้จะช่วยทำให้บล็อคเชนมีความยืดหยุ่นมากขึ้น แต่ Harrison ตั้งข้อสังเกตว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางของ Cardano เท่านั้น  เพราะยังมีการอัปเกรดที่สำคัญอีกมากมาย ที่กำลังจะตามมาในเดือนมิถุนายนและเดือนตุลาคม เช่น การเพิ่ม Pipeline , การเพิ่ม Plutus CIP ตัวใหม่, การเพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูลบนดิสก์ UTXO และ Hydra สิ่งเหล่านี้รวมถึง การกำหนดพารามิเตอร์เพิ่มเติมเพื่อช่วยเพิ่มปริมาณงานและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับ Cardano Blockchain การอัพเกรดเหล่านี้ล้วนมีจุดมุ่งหมายเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น หลังจากเครือข่ายได้มีการอัปเกรด Alonzo Hardfork เพื่อนำเอาความสามารถในการทำสัญญา Smart contract มาใช้ในการแข่งขันกับ Blockchain อื่น ๆ

2022-03-07การวิเคราะห์เชิงลึก

รีวิว MINA สกุลเงินดิจิทัลที่หวังจะมาเป็นประตูเชื่อมโลกคริปโตฯ กับโลกความจริง

ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ คริปโตเคอเรนซี่ทั้งหมด 17,911 สกุลเงินกลับมาเป็นที่สนใจของตลาดลงทุนอีกครั้ง การเติบโตของเหรียญใหม่ๆ ที่เข้าสู่ตลาดนั้นเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อ เพราะเมื่อลองมองย้อนกลับไป ในช่วงสิ้นปี 2020 จำนวนสกุลเงินดิจิทัลในวันนั้นยังมีเพียง 8,153 สกุลเงิน แต่มาวันนี้กลับมีจำนวนใกล้เคียงกับ 18,000 สกุลเงินเข้าไปแล้ว  ตำนานการเติบโตของสกุลเงินดิจิทัลบิทคอยน์จากห้าเซ็นต์ในปี 2010 กลายเป็นเกือบ 70,000 ดอลลาร์ในกลางเดือนพฤศจิกายน 2021 ยังคงเป็นเรื่องเล่าขาน ที่ทำให้ผู้คนเกิดความคลั่งไคล้ในการเก็งกำไร หวังที่จะได้เห็นนิวบิทคอยน์ในปัจจุบัน นักเก็งกำไรยินดีที่จะทุ่มเงินเข้าสู่ตลาดแห่งนี้ โดยหวังว่าจะได้ผลตอบแทนอย่างที่บิทคอยน์เคยทำมาในอดีตบ้าง  แต่ก็ไม่ใช่ทุก 17,900 เหรียญที่จะกลายเป็นนิวบิทคอยน์ได้ และมีเหรียญหลายตัวที่มีแนวโน้มว่าจะเป็นการหลอกลวง หรือไม่ก็จางหายไปในกองฝุ่นแห่งกาลเวลา แต่ในขณะเดียวกัน เหรียญเกิดใหม่บางตัวก็มีฟังก์ชันการทำงานใหม่ และมีศักยภาพที่น่าสนใจ ยกตัวอย่างเช่นเหรียญ Mina(MINA) สกุลเงินดิจิทัลน้องใหม่ที่นำเสนอภาพพจน์ของการ “กระจายอำนาจและความปลอดภัยที่แท้จริง”  ปัจจุบัน MINA ได้ไต่ขึ้นระดับจุดสูงสุดของสกุลเงินดิจิทัลได้แล้ว ด้วยการเข้าไปอยู่ในกลุ่มเหรียญ 100 อันดับแรก มีมูลค่าตลาดสูงกว่าอีก 99.5% หรืออีก 17,800 เหรียญที่เหลือ  บล็อกเชนที่มีขนาด “เบา” ที่สุดในโลก  Mina (MINA) เป็นบล็อกเชนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พวกเขาใช้กลไกผสมระหว่าง Proof-of-Stake (PoS) กับการจัดเก็บข้อมูลบล็อกเชนและประวัติการทำธุรกรรมโดยการบีบอัด ทำให้มีขนาดเล็กเพียง 22KB แตกต่างจากบล็อกเชนของเหรียญอื่นๆ เช่น บิทคอยน์บล็อกเชนที่มีขนาด 350GB และอีเธอเรียมบล็อกเชนที่มีขนาดมากกว่า 827GB  ขนาดของบล็อกเชน MINA ทั้งหมดมีขนาดเท่ากับ “การทวีตเพียงสองสามครั้ง” MINA ใช้การเข้ารหัสขั้นสูงและ zk-SNARK แบบเรียกซ้ำ เพื่อส่งมอบการกระจายอำนาจตามขนาด zk-SNARK เป็นตัวย่อที่ย่อมาจาก “Zero-Knowledge Succinct Non-Interactive Argument of Knowledge” เป็นหลักฐานการเข้ารหัสที่ช่วยให้ฝ่ายหนึ่งสามารถพิสูจน์ได้ว่ามีข้อมูลบางอย่างอยู่โดยไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลนั้น  ในวันที่ 3 มีนาคม สกุลเงินดิจิทัล MINA อยู่ในอันดับที่ 87 จากการจัดอันดับของเว็บไซต์ CoinMarketCap มีราคาซื้อขายอยู่ที่ $2.077 ต่อหนึ่งเหรียญ มีมูลค่าตามราคาตลาดอยู่ที่ $816.50 ล้านเหรียญสหรัฐ  MINA: กับการเติบโตภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี  ในวันที่ 17 มิถุนายน O(1) Labs ได้ริเริ่มโครงการโอเพ่นซอร์ส เพื่อออกแบบโปรโตคอลแบบเลเยอร์เดียว ที่สามารถทำงานอยู่บนบล็อกเชนดั้งเดิม พวกเขาต้องการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง และความปลอดภัยอย่างแท้จริง เหรียญ MINA เริ่มเปิดให้ซื้อขายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2021 ที่ระดับราคาแรกคือ $4.938 ต่อหนึ่งเหรียญ  วันนั้น ปริมาณการซื้อขายเหรียญ MINA ตลอด 24 ชั่วโมงคิดเป้นเงินทั้งหมดประมาณ $20-80 ล้านเหรียญ สามารถสร้างจุดสูงสุดตลอดกาลได้ในวันที่ 24 เมษายนที่ $6.2008 ในวันที่ 14 กันยายน เหรียญ MINA มีปริมาณการซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมงเพิ่มขึ้นเป็น $367.06 ล้านเหรียญ  ในวันที่บิทคอยน์และอีเธอเรียมสามารถขึ้นไปสร้างจุดสูงสุดตลอดกาลในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว MINA มีมูลค่าอยู่ที่ $6.1163 ในวันที่ 11 พฤศจิกายน ก่อนที่จะลงมาทำจุดต่ำสุดในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ปี 2022 ที่ $1.8547  วันที่ 1 พฤศภาคมปีที่แล้ว MINA เคยประกาศเอาไว้ว่าเหรียญซัพพลายที่อยู่ในระบบทั้งหมดมี 391,397,894.84 เหรียญ อุปทานเหรียญทั้งหมดในปัจจุบันคือ 824,104,972 เหรียญ MINA ถูกออกแบบมาให้มีอุปทานไม่จำกัด นักออกแบบได้สร้างแรงจูงใจให้ผู้ถือเหรียญมีส่วนร่วมในการเดิมพันใในช่วงปีแรกๆ ของโปรโตคอล ซึ่งจะเพิ่มระดับการกระจายอำนาจ ตารางอัตราเงินเฟ้อมีดังนี้:  ที่มา: minaprotocol.com  หากสภาพตลาดมีการเปลี่ยนแปลงไป ผู้ถือครองเหรียญ MINA สามารถช่วยกันเปลี่ยนแปลงค่าในตารางนี้ได้  จงลงทุนในจำนวนเงินที่ยอมขาดทุนได้  ด้วยจำนวนสกุลเงินที่มีมากกว่า 17,900 เหรียญให้เลือก ทำให้นักลงทุนและนักเก็งกำไรมีทางเลือกมากมาย MINA เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ประสบความสำเร็จอย่างมากด้วยมูลค่าตามราคาตลาดมากกว่า 850 ล้านดอลลาร์  หากคิดจะเลือกเหรียญสักเหรียญหนึ่งเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตลงทุน นักลงทุนต้องเข้าใจก่อนว่าไม่ใช่ทุกเหรียญที่จะประสบความสำเร็จ เหรียญส่วนใหญ่จะจบลงด้วยการเป็นเหรียญที่ไม่มีใครพูดถึงอีกต่อไป นอกจากนี้ สินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมดยังต้องเผชิญกับปัญหาด้านกฎระเบียบ การดูแล และความปลอดภัย ซึ่งจะส่งผลต่อความผันผวนของราคาและกำหนดอนาคต  ลงทุนเฉพาะเงินที่คุณยินดีจะขาดทุน ยิ่งผลตอบแทนที่จะได้นั้นมากมายขนาดไหน ก็มักจะมาพร้อมกับความเสี่ยงที่มากขึ้นตามไปด้วย

2022-03-06การวิเคราะห์เชิงลึก

สาเหตุที่คุณควรให้ความสนใจในคดีของ Ripple กับ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ในช่วงนี้

เนื่องจากรัสเซียนั้นได้รับผลกระทบจากการถูกคว่ำบาตรและถูกตัดขาดออกจาก SWIFT ซึ่งเป็นระบบการเงินใหญ่ของโลกเหล่าบรรดาผู้จับตาดูการเคลื่อนไหวในโลกคริปโตจำนวนมากก็ได้มีการพูดถึงสถานะของ XRP ในระบบธนาคารโลกในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาและความวุ่นวายในเรื่องคดีความที่เกิดขึ้นระหว่าง SEC กับ Ripple คำพิพากษาที่กำลังจะมาถึง?  ในระหว่างการให้สัมภาษณ์กับทาง Fox Business Brad Garlinghouse CEO ของ Ripple ได้แชร์ความคิดของเขาเกี่ยวกับความคืบหน้าคดีความระหว่าง SEC กับ Ripple Labs ซึ่งมันเป็นช่วงเวลาสองถึงสามสัปดาห์ที่วุ่นวายเอามาก ๆ และแม้คดีความจะยังไม่จบชุมชน XRP นั้นก็รู้กันดีว่าควรมองหาสินทรัพย์คริปโตแบบไหนในช่วงที่ยังมีข้อขัดแย้งอยู่  ในมุมมองของเขานั้น Brad มองว่าความกระจ่างกำลังจะปรากฎให้เห็นเขาพูดว่า “…และคดียังคงดำเนินต่อไปเรากำลังรอคำตัดสินจากศาลอยู่รู้กันหรือไม่ในไม่ช้าก็เร็วซึ่งมันเกี่ยวโยงกับการตัดสินสองถึงสามครั้งก่อนจะถึงศาลแต่ลองดูสิทุกอย่างเป็นไปอย่างล่าช้า…” แน่นอนว่าการสัมภาษณ์นี้จบด้วยการพูดถึงเรื่องสงครามรัสเซีย-ยูเครนและเมื่อพูดถึงเรื่องการคว่าบาตร Brad พูดถึงเรื่องนี้ว่านักวิจารณ์ crypto บางคนยังไม่มีความรู้ในเรื่องนี้มากพอเกี่ยวกับวิธีการทำงานของตัวเทคโนโลยีและคาดว่าจะมีการแบนแบบครอบคลุมในประเทศที่ถูกคว่ำบาตร นอกจากนี้เขายังบอกอีกด้วยว่า Ripple นั้นเป็นดั่ง “นักแสดงที่มีความรับผิดชอบ”  ซึ่งทำงานร่วมกับรัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มความมั่นใจ ไม่ใช่แค่ Brad ที่มีมุมมองบวกเกี่ยวกับไทม์ไลน์ระหว่าง SEC กับ Ripple John Deaton ทนายความด้าน crypto ซึ่งเป็นตัวแทนของผู้ถือ XRP หลายหมื่นรายในคดีนี้ได้สะท้อนความคิดเห็นของ Brad เกี่ยวกับผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ ยิ่งไปกว่านั้นเขายังแสดงถึงความมั่นใจอีกด้วยว่าหลักฐานที่ยังไม่ได้เปิดเผยเกี่ยวกับข้องกับอีเมลของ Hinman จะช่วยทำให้เกิดข้อยุติหรือแม้แต่คำตัดสินที่เป็นไปในเชิงบวกสำหรับนักลงทุน XRP John พูดเกี่ยวกับการพิจารณาคดีความที่เป็นไปได้โดยที่เขาอธิบายว่า “ก่อนหน้านี้ผมบอกว่าต้องยื่นเรื่องวันนี้หรือไม่ก็วันจันทร์แต่ถ้าไม่ใช่วันจันทร์ ผมคงจะตกใจมากถ้าไม่ยื่นภายในช่วงปลายของสัปดาห์หน้า”

2022-03-06การวิเคราะห์เชิงลึก

5 วิธีปกป้องสินทรัพย์ดิจิทัลจากการความเสี่ยงถูกแฮคในยามสงคราม

เป้าหมายของแฮ็กเกอร์คือการคิดหาวิธีในการเจาะระบบป้องกัน และใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนในระบบคอมพิวเตอร์ เครือข่ายของรัฐบาล ธุรกิจ หรือแม้แต่บุคคลที่มีชื่อเสียง แรนซัมแวร์เป็นมัลแวร์ที่ออกแบบมาเพื่อขัดขวาง สร้างความเสียหาย เข้าถึงระบบปิด เป็นไวรัสเข้ารหัสที่คุกคาม โดยมุ่งเน้นที่จะเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของเหยื่อ หรือบล็อกการเข้าถึงข้อมูลนั้นอย่างถาวร เว้นแต่เหยื่อจะมอบเงินค่าไถ่ เพื่อหยุดการกระทำที่เป็นอันตราย  ในปี 2021 สหรัฐอเมริกาประสบปัญหากับการแฮ็กสองครั้ง เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2021 ระบบท่อส่งน้ำมันของอเมริกา Colonial Pipeline จากเมืองฮุสตัน รัฐเท็กซัส ไปยังภาคตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ ได้รับความเสียหายจากการโจมตีทางไซเบอร์ด้วยแรนซัมแวร์ ที่ส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่จัดการท่อส่งน้ำมัน ในเดือนมิถุนายน 2021 JBS USA ผู้จัดจำหน่ายเนื้อวัวชั้นนำทั่วโลก ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Greeley ต้องจ่ายเงิน 11 ล้านดอลลาร์ให้กับแฮกเกอร์แรนซัมแวร์ ที่ละเมิดเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของบริษัท  แม้ว่าเทคโนโลยีจะเปลี่ยนโลกและปรับปรุงคุณภาพชีวิต แต่น่าเสียดายที่เทคโนโลยีเหล่านั้นกลับถูกใช้เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับอาชญากร การแฮ็กกลายเป็นเรื่องธรรมดาและแพร่หลายมากขึ้น และตอนนี้กลายเป็นกลยุทธ์การทำสงครามที่สำคัญ เมื่อสกุลเงินดิจิทัลถือกำเนิดขึ้น และมีตัวตนอยู่ในไซเบอร์สเปซเท่านั้น ประกอบกับการเคลมว่าตัวเองเป็นสกุลเงินแห่งโลกเสรี อาจทำให้อีกด้านหนึ่ง มันสามารถกลายเป็นเงินให้กับเหล่าแฮ็กเกอร์ที่ต้องการหากำไร เพื่อใช้ในการทำลายเสถียรภาพของรัฐบาล  การแฮกคือศัตรูตัวฉกาจของสินทรัพย์ดิจิทัล  ในอดีต วงการสกุลเงินดิจิทัลเคยมีแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดของโลกแห่งหนึ่งชื่อว่า Mt. Gox มีสำนักงานใหญ่ในชิบูย่า โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น Mt. Gox เริ่มดำเนินกิจการในเดือนกรกฎาคม 2010 ซึ่งช่วงนั้นราคาของบิทคอยน์ยังมีมูลต่ำกว่า 10 เซนต์ต่อหนึ่งเหรียญ ในปี 2013 และ 2014 Mt. Gox เป็นผู้ครอบครองสัดส่วนการทำธุรกรรมผ่านบิทคอยน์ของโลกมากกว่า 70% จากทั่วโลก  แน่นอนว่าการเป็นเบอร์หนึ่งนั้นนำมาซึ่งความท้าทาย และที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายในการทดสอบฝีมือของเหล่าแฮกเกอร์ เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2011 Mt. Gox รายงานว่าเหรียญบิทคอยน์ประมาณ 25,000 เหรียญหรือคิดเป็นมูลค่า 400,000 ดอลลาร์ในขณะนั้นถูกขโมยจากบัญชีผู้ใช้งาน 478 บัญชี สุดท้ายแล้ว การสอบสวนนั้นได้คำตอบว่าผู้ที่ลงมือกระทำการคือชาวรัสเซียนาม Alexander Vinnik ข้อมูลเปิดเผยว่าตั้งแต่ปี 2011 ถึงปี 2013 มีความเป็นไปได้ว่า Vinnik ได้ดูดบิทคอยน์ออกไปมากกว่า 600,000 เหรียญ ทำให้ Mt. Gox ระงับการซื้อขายทั้งหมด และต้องปิดตัวลงในเดือนกุมภาพันธ์ 2014 การสูญเสียทั้งหมดคิดเป้นเหรียญบิทคอยน์ประมาณ 850,000 เหรียญ  จากวันนั้นจนถึงวันนี้ วันที่มีสกุลเงินดิจิทัล มากกว่า 17,800 เหรียญ บรรดาเหล่าแพลตฟอร์มคริปโตฯ และนักลงทุนได้เรียนรู้จากหายนะของ Mt. Gox และนักลงทุนคริปโตฯ จะเก็บเหรียญของตนเอาไว้ในกระเป๋าเงิน คริปโตฯ ที่เชื่อว่า “ปลอดภัย” ด้วยรหัสผ่านหรือไพรเวทคีย์ แต่ถึงกระนั้น การแฮ็กยังคงเป็นอันตรายที่ชัดเจนและยิ่งเทคโนโลยีพัฒนาไปมากแค่ไหน ก็ยิ่งเป็นภัยที่ร้านกาจขึ้นเท่านั้น  การแฮกเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้ดีในรัสเซีย เกาหลีเหนือ จีน และอิหร่าน  การที่สกุลเงินดิจิทัลได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ จึงทำให้แฮ็กเกอร์มีแรงจูงใจที่จะขโมยเงินดิจิตอลมากขึ้น ในขณะที่แฮกเกอร์ในประเทศกำลังพัฒนา เช่น ไนจีเรีย บังคลาเทศ ตูนิเซีย และไลบีเรีย มีแนวโน้มว่าจะมีแฮคเกอร์คริปโตฯ มากขึ้น ปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย จีน เกาหลีเหนือ อิหร่าน กับกับสหรัฐอเมริกา และชาติตะวันตกที่แย่ลง อาจสนับสนุนให้อาชีพแฮกเกอร์คริปโตฯ ในประเทศเหล่านี้มีมากขึ้น  มีรายงานว่าผู้นำเกาหลีเหนือ คิม จอง อึน (Kim Jong-un) ได้สนับสนุนให้มีการแฮกคริปโตฯ มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ นี่คือหลักฐานพิสูจน์ให้เห็นว่าการแฮ็กเป็นเครื่องมือที่สร้างผลกำไร ให้ประเทศที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลฝั่งตะวันตก  สงครามระหว่างรัสเซียยูเครนทำให้เกิดสงครามไซเบอร์ และการแฮกที่มากขึ้น  เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กองทหารรัสเซียเคลื่อนเข้าสู่ยูเครน ส่งผลทำให้สหรัฐฯ และยุโรปเริ่มคว่ำบาตรรัฐบาลรัสเซียและบรรดาผู้มีอำนาจ ยิ่งรัสเซียส่งทหารเพื่อปรามกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครนมากเท่าไหร่ ตะวันตกก็ยิ่งเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติม มากขึ้นเรื่อยๆ  ที่น่าสนใจคือการทำสงครามในวันนี้ต่างจากการทำสงครามในอดีต ทั้งแบบทางการและไม่เป็นทางการ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ วันก่อนกองทหารของปูตินจะเริ่มเคลื่อนพลเข้าเมืองหลวงยูเครน กองทัพรัสเซียได้เจาะระบบโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในเมืองหลวงยูเครนก่อน  ท่ามกลางสภาวะที่ซัพพลายถูกส่งเข้าไปในยูเครนได้ยาก และในช่วงเวลาที่สกุลเงินของทั้งประเทศผู้เริ่มสงคราม และประเทศผู้ถูกกระทำไม่มีเสถียรภาพ บิทคอยน์ อีเธอเรียม และสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ กลับมีการใช้งานในยูเครนมากขึ้น บางคนต้องใช้สกุลเงินดิจิทัลเพื่อหนีไปยังประเทศอื่น บางคนต้องการถือเอาไว้เป้นสินทรัพย์สำรองปลอดภัย ด้วยคุณสมบัติที่สามารถพกพาได้ง่าย และไม่จำเป็นต้องรอให้รัฐบาลมากำหนดแต่ก็สามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนกันได้ เทำให้คริแโตมีแนวโน้มว่าจะเติบโตมากขึ้น ในขณะเดียวกันฝั่งผู้ไม่หวังดีก็เห็นความเป็นไปได้นี้ และก็มีเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน  วิธีการปกป้องบัญชีสกุลเงินดิจิทัลของคุณเอง  ผมเพิ่งได้รับคำเตือนว่ามีใครบางคนว่ามีการปลอมแปลงบัญชี Coinbase ของผม (NASDAQ:COIN) เสียงที่เกือบจะเหมือนหุ่นยนต์ขอให้ผมกดหนึ่งครั้งเพื่อพูดคุยกับผู้บริหารบัญชี ที่ประสงค์ดีจะช่วยผมในการรักษาความปลอดภัยบัญชีและปกป้องบัญชีจากแฮกเกอร์  แต่ความจริงก็คือผมไม่มีบัญชี Coinbase การโทรนี้จึงสามารถสรุปได้ทันทีว่าเป็นความพยายามในการทำ “ฟิชชิง” ซึ่งเป็นการโจมตีทางอินเทอร์เน็ตประเภทหนึ่ง ที่ปลอมแปลงเป็นการโทรทั่วไปหรือส่งอีเมลไปให้กับผู้ที่ไม่รู้โดยหวังว่าจะมีคนกดเข้าไปอ่านอีเมล์หรือต่อสายตรงผ่านโทรศัพท์นั้น  เป้าหมายคือการหลอกให้ผู้รับเชื่อว่าข้อความนั้นเป็นสิ่งที่พวกเขาจำเป็นต้องรู้ ตัวอย่างเช่น คำขอจาก Coinbase เพื่อช่วยเหลือลูกค้าา ผู้ที่ให้ข้อมูล คลิกลิงก์ หรือดาวน์โหลดไฟล์แนบมักจะตกเป็นเหยื่อของการโจมตี ransomware หรือถูกขโมยเงินดิจิทัลในบัญชีทันที ถ้าหากว่าวันหนึ่งคุณบังเอิญได้เจอผู้หวังดีแบบผม สิ่งที่คุณสามารถทำได้เบื้องต้นมีดังต่อไปนี้  1.)

2022-03-05การวิเคราะห์เชิงลึก

หมอปลายพรายกระซิบ ทำนายทองจะขึ้นคริปโตจะร่วง

เราอาจจะคุ้นหน้ากับ หมอปลาย พรายกระซิบ หรือ คุณ“ณวรชา พินิจโรคากร” ที่ได้ทำนายเหตุการณ์สำคัญๆ ไว้ได้อย่างแม่นยำจนหลายคนขนลุกไปตามๆกัน เรื่อง คำทำนายโรคระบาดที่จะเกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน ทำให้ชื่อเสียงเธอโด่งดังเป็นพลุแตก  และในช่วงนี้เราคงได้เห็นคลิปข่าวการทำนายของเธอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องสงครามที่เที่เธอเคยได้ทำนายไว้ว่าจะเกิดขึ้นในปี 2565  #WikiBit ขอยกคำทำนายในเดือนมีนาคม ของหมอปลาย ที่พูดถึงเรื่องผลกระทบจากสงครามว่าจะมิใช่เพียงการแหย่กันเล่น แต่จะเป็นเรื่องใหญ่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และอาจจะเกิดวิกฤติทางการเงิน เงินตราต่างประเทศ และสกุลเงินดิจิตอล โดยแนะนำว่าไม่ควรเล่น หากใครที่กำลังถืออยู่ให้ควรหยุดทันที และควรหันเป็นการเก็บทองไว้จะดีกว่า เพราะทองจะมีค่าที่สุด หากจะรีบขายเงินสกุลดังกล่าวควรรีบทำก่อนปลายเดือนมีนาคมนี้ และหากใครที่คิดหรือวางแผนการเดินทางภายไปต่างประเทศ ขอให้คิดไตร่ตรองให้ดีเพราะประเทศไทยเราอาจจะดีที่สุดและเศรษฐกิจ อาจจะกลับมาฟื้นฟู แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ ซึ่งผู้ใหญ่คนนี้จะเป็นคนตัดสินใจว่าจะพาประเทศเดินต่อไป หรือดรอปลง  WikiBit เลยขอสวนกระแสหมอปลาย เปิดคำทำนายจากนักวิเคราะห์คริปโตจากต่างประเทศ  เริ่มแรกที่ Nigel Green CEO ของ (deVere Group) ที่เชื่อว่าความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครนอาจเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่สำคัญในการผลักดันให้ราคาของ BTC ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น โดยเขาเชื่อว่าราคาของ Bitcoin นั้นสามารถที่จะพุ่งไปถึงระดับ 50,000 ดอลลาร์ได้ภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้  โดยให้เหตุผลว่าแม้จะมีการรุกรานยูเครนของรัสเซีย แต่ราคาของ bitcoin ก็ยังคงมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และเพิ่มขึ้นมากกว่า 15% ในช่วงวันที่ผ่านมา ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เชื่อว่าการเพิ่มขึ้นของมูลค่า Bitcoin เร็ว ๆ นี้เป็นผลมาจากการคว่ำบาตรทางการเงินของรัสเซียและการล่มสลายของเงินรูเบิล  Nigel คาดการณ์ว่า หากโลกตะวันตกยังคงกำหนดเพิ่มบทลงโทษให้กับรัสเซีย ราคา Bitcoin นั้นอาจพุ่งแตะ $50,000 ได้  หรือบางทีอาจจะเป็นไปได้ตามคำทำนายหมอปลาย หากมองย้อนในวันนี้หลังเหตุการณ์ รัสเซียยิงถล่มโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของยูเครน ราคา Bitcoin ร่วงทะลุ 42,000 ดอลลาร์อย่างรุนแรง  ดูเหมือนว่าราคา Bitcoin จะร่วงอย่างรุนแรงอีกครั้งในเช้าวันนี้ หลังจากที่ตลาดทำทีเหมือนว่าจะมีการฟื้นตัวกลับเข้าสู่ช่วงขาขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ราคาของ Bitcoin นั้นได้เห็นการปรับฐานราคาอย่างรุนแรง จนทำให้นักเทรดคริปโตตั้งคำถามว่ามันอะไรเกิดขึ้น และเมื่อมองดูกราฟจะเห็นได้ว่าราคาของ BTC นั้นเพิ่งร่วงลงไปทำจุดต่ำสุดระหว่างวันใหม่ที่ระดับ 41,000 ดอลลาร์เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา  โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Zaporizhzhia ถือเป็นโรงไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดของทวีปยุโรปและเป็นแหล่งพลังงานที่ใช้งานหลักของยูเครนเป็นสัดส่วนสูงถึง 25% ผลกระทบที่เกิดและมูลค่าความเสียหายจะรุนแรงว่าครั้งเกิดเหตุภัยพิบัติ Chernobyl เมื่อ 36 ปีที่แล้ว ถึงกว่า 10 เท่า ทำให้สถานการณ์กำลังตึงเครียดและทางยูเครนเรียกร้องให้รัสเซียรีบหยุดโจมตีเพื่อปล่อยให้นักดับเพลิงรีบเข้าไปควบคุมสถานการณ์  หลังจากการรายงานดังกล่าวเริ่มแพร่สะพัดออกไป ตลาดคริปโตก็เริ่มเหตุการณ์นองเลือดขึ้นทันที โดยราคา Bitcoin ได้นั้นร่วงจากระดับ 44,000 ดอลลาร์ ไปแตะจุดต่ำสุดระหว่างวันที่ราว ๆ 41,000 ดอลลาร์ ก่อนที่จะฟื้นตัวเล็กน้อยและมีการซื้อขายกันอยู่  ทั้งหมดยังเป็นคาดเดาความคิดเห็นส่วนบุคคล เพราะยังไม่มีใครที่สามารถทราบได้อย่างแน่นอนว่าในช่วงเดือนมีนาคมวิกฤติครั้งนี้จะจบเมื่อไหร่ จะเป็นขาขึ้น หรือขาลงของ Bitcoin เพราะสถานการณ์ความตรึงเครียดอยู่ในเวลานี้ ทำให้ตลาดคริปโตยังเต็มไปด้วยความผันผวน คงต้องรอดูต่อไปว่าตลาดนั้นจะเป็นอย่างไร และหวังว่าสถานการณ์ครั้งนี้จะจบลงด้วยดีในเร็วๆวันนี้

2022-03-04การวิเคราะห์เชิงลึก

จี้! "ขุนคลังสหรัฐ" สกัด "รัสเซีย" ใช้คริปโทฯ เลี่ยงวิกฤติคว่ำบาตรการเงิน

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า บรรดาวุฒิสมาชิกสหรัฐที่ร่วมยื่นหนังสือครั้งนี้ รวมถึงนางเอลิซาเบธ วอร์เรน วุฒิสมาชิกรัฐแมสซาชูเซตส์, นายเชอร์ร็อด บราวน์ ประธานคณะกรรมาธิการธนาคารประจำวุฒิสภา, นายมาร์ค วาร์เนอร์ ประธานคณะกรรมาธิการข่าวกรองประจำวุฒิสภา และนายแจ็ค รี้ด ประธานคณะกรรมาธิการกองทัพประจำวุฒิสภา  ในหนังสือดังกล่าว กลุ่มวุฒิสมาชิกแสดงความกังวลว่า บริษัทคริปโทเคอร์เรนซี บางแห่งอาจไม่ปฏิบัติตามระเบียบใหม่ พร้อมสอบถามถึงรายละเอียดเกี่ยวกับขั้นตอนการตรวจสอบและบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรการเงินของสหรัฐต่อรัสเซีย  “ขณะนี้มีความกังวลเพิ่มมากขึ้นว่ารัสเซียอาจใช้คริปโทเคอร์เรนซีหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรที่สหรัฐ และประเทศอื่นๆ ใช้ตอบโต้การที่รัสเซียโจมตียูเครน เราต้องการข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของกระทรวงการคลังสหรัฐเพื่อตรวจสอบว่าธุรกิจคริปโทเคอร์เรนซีปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตรจริง” หนังสือดังกล่าวระบุ  กลุ่มวุฒิสมาชิก ระบุว่า ขณะนี้มีการซื้อขายสินทรัพย์คริปโทเคอร์เรนซี เพิ่มขึ้นอย่างมากหลังจากสหรัฐประกาศมาตรการคว่ำบาตร โดยบิตคอยน์ซึ่งเป็นคริปโทเคอร์เรนซีสกุลหลักนั้น มีมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 16% ในช่วงสองวันที่ผ่านมา นอกจากนี้กลุ่มวุฒิสมาชิกยังสอบถามเกี่ยวกับการดำเนินงานของสำนักงานควบคุมทรัพย์สินในต่างประเทศ (OFAC) ร่วมกับรัฐบาลประเทศอื่นๆ เพื่อรับประกันว่ามีการปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตร อีกทั้งยังได้สอบถามถึงกลไกต่างๆ ที่หน่วยงานต้องการใช้ในการดำเนินมาตรการเหล่านี้ด้วย

2022-03-04การวิเคราะห์เชิงลึก

ราคา Bitcoin ร่วงทะลุ 42,000 ดอลลาร์

ดูเหมือนว่าราคา Bitcoin จะร่วงอย่างรุนแรงอีกครั้งในเช้าวันนี้ หลังจากที่ตลาดทำทีเหมือนว่าจะมีการฟื้นตัวกลับเข้าสู่ช่วงขาขึ้นในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ในวันนี้ราคาของ Bitcoin นั้นได้เห็นการปรับฐานราคาอย่างรุนแรง จนทำให้นักเทรดคริปโตต่างงงวยกันไปตาม ๆ กัน พร้อมตั้งคำถามว่ามันอะไรเกิดขึ้น และเมื่อมองดูกราฟบน TradingView เราจะเห็นได้ว่าราคาของ BTC นั้นเพิ่งร่วงลงไปทำจุดต่ำสุดระหว่างวันใหม่ที่ระดับ 41,000 ดอลลาร์เมื่อช่วงไม่กี่นาทีที่ผ่านมา  กราฟจาก TradingView แสดงให้เห็นว่าราคาของ Bitcoin ในช่วงนี้มีแต่จะปักหัวดิ่งลดลงและยังไม่มีท่าทีที่จะกลับเป็นช่วงขาขึ้นง่าย ๆ ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ อาจเป็นผลมาจากรายงานล่าสุดของยูเครนที่เพิ่งได้แจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Zaporizhzhia หลังทางกองทหารของรัสเซียได้ยิงถล่มปูพรมเข้าโจมตีพื้นที่ดังกล่าว โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Zaporizhzhia ถือเป็นโรงไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดของทวีปยุโรปและเป็นแหล่งพลังงานที่ใช้งานหลักของยูเครนเป็นสัดส่วนสูงถึง 25% นอกจากนี้ทางรัฐมนตรีของยูเครนยังได้รายงานเพิ่มเติมอีกว่าหากเกิดการระเบิดขึ้น ผลกระทบที่เกิดและมูลค่าความเสียหายจะรุนแรงว่าครั้งเกิดเหตุภัยพิบัติ Chernobyl เมื่อ 36 ปีที่แล้ว  ถึงกว่า 10 เท่า ทำให้สถานการณ์กำลังตึงเครียดและทางยูเครนเรียกร้องให้รัสเซียรีบหยุดโจมตีเพื่อปล่อยให้นักดับเพลิงรีบเข้าไปควบคุมสถานการณ์ หลังจากการรายงานดังกล่าวเริ่มแพร่สะพัดออกไป ตลาดคริปโตก็เริ่มเหตุการณ์นองเลือดขึ้นทันที โดยราคา Bitcoin ได้นั้นร่วงจากระดับ 44,000 ดอลลาร์ ไปแตะจุดต่ำสุดระหว่างวันที่ราว ๆ 41,090 ดอลลาร์ ก่อนที่จะฟื้นตัวเล็กน้อยและมีการซื้อขายกันอยู่ที่ 41,421 ดอลลาร์ ขณะที่เขียนรายงาน ปัจจุบันยังไม่มีใครรู้ว่าช่วงขาลงของ Bitcoin นั้นจบลงไปแล้วจริง ๆ หรือไม่ แต่ที่แน่ ๆ ก็คือ ในเวลาช่วงเวลานี้ตลาดคริปโตนั้นยังคงเต็มความผันผวน ท่ามกลางแรงกดดันระหว่างรัสเซียและยูเครน อีกทั้งยังมีเรื่องของการปรับขึ้นดอกเบี้ยที่คาดว่าจะเริ่มต้นขึ้นในช่วงต้นเดือนนี้ด้วย ซึ่งเราก็คงต้องรอดูว่าตลาดคริปโตนั้นจะเป็นอย่างไรต่อไป

2022-03-04การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
4850
...
142