สแกนเพื่อดาวน์โหลด
แพลตฟอร์มตรวจสอบ # และยืนยันการกำกับดูแลของตลาดการเงินทั่วโลก

สาเหตุที่คุณควรให้ความสนใจในคดีของ Ripple กับ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ในช่วงนี้

เนื่องจากรัสเซียนั้นได้รับผลกระทบจากการถูกคว่ำบาตรและถูกตัดขาดออกจาก SWIFT ซึ่งเป็นระบบการเงินใหญ่ของโลกเหล่าบรรดาผู้จับตาดูการเคลื่อนไหวในโลกคริปโตจำนวนมากก็ได้มีการพูดถึงสถานะของ XRP ในระบบธนาคารโลกในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาและความวุ่นวายในเรื่องคดีความที่เกิดขึ้นระหว่าง SEC กับ Ripple คำพิพากษาที่กำลังจะมาถึง?  ในระหว่างการให้สัมภาษณ์กับทาง Fox Business Brad Garlinghouse CEO ของ Ripple ได้แชร์ความคิดของเขาเกี่ยวกับความคืบหน้าคดีความระหว่าง SEC กับ Ripple Labs ซึ่งมันเป็นช่วงเวลาสองถึงสามสัปดาห์ที่วุ่นวายเอามาก ๆ และแม้คดีความจะยังไม่จบชุมชน XRP นั้นก็รู้กันดีว่าควรมองหาสินทรัพย์คริปโตแบบไหนในช่วงที่ยังมีข้อขัดแย้งอยู่  ในมุมมองของเขานั้น Brad มองว่าความกระจ่างกำลังจะปรากฎให้เห็นเขาพูดว่า “…และคดียังคงดำเนินต่อไปเรากำลังรอคำตัดสินจากศาลอยู่รู้กันหรือไม่ในไม่ช้าก็เร็วซึ่งมันเกี่ยวโยงกับการตัดสินสองถึงสามครั้งก่อนจะถึงศาลแต่ลองดูสิทุกอย่างเป็นไปอย่างล่าช้า…” แน่นอนว่าการสัมภาษณ์นี้จบด้วยการพูดถึงเรื่องสงครามรัสเซีย-ยูเครนและเมื่อพูดถึงเรื่องการคว่าบาตร Brad พูดถึงเรื่องนี้ว่านักวิจารณ์ crypto บางคนยังไม่มีความรู้ในเรื่องนี้มากพอเกี่ยวกับวิธีการทำงานของตัวเทคโนโลยีและคาดว่าจะมีการแบนแบบครอบคลุมในประเทศที่ถูกคว่ำบาตร นอกจากนี้เขายังบอกอีกด้วยว่า Ripple นั้นเป็นดั่ง “นักแสดงที่มีความรับผิดชอบ”  ซึ่งทำงานร่วมกับรัฐบาลสหรัฐฯ เพิ่มความมั่นใจ ไม่ใช่แค่ Brad ที่มีมุมมองบวกเกี่ยวกับไทม์ไลน์ระหว่าง SEC กับ Ripple John Deaton ทนายความด้าน crypto ซึ่งเป็นตัวแทนของผู้ถือ XRP หลายหมื่นรายในคดีนี้ได้สะท้อนความคิดเห็นของ Brad เกี่ยวกับผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นเร็วๆ นี้ ยิ่งไปกว่านั้นเขายังแสดงถึงความมั่นใจอีกด้วยว่าหลักฐานที่ยังไม่ได้เปิดเผยเกี่ยวกับข้องกับอีเมลของ Hinman จะช่วยทำให้เกิดข้อยุติหรือแม้แต่คำตัดสินที่เป็นไปในเชิงบวกสำหรับนักลงทุน XRP John พูดเกี่ยวกับการพิจารณาคดีความที่เป็นไปได้โดยที่เขาอธิบายว่า “ก่อนหน้านี้ผมบอกว่าต้องยื่นเรื่องวันนี้หรือไม่ก็วันจันทร์แต่ถ้าไม่ใช่วันจันทร์ ผมคงจะตกใจมากถ้าไม่ยื่นภายในช่วงปลายของสัปดาห์หน้า”

2022-03-06การวิเคราะห์เชิงลึก

5 วิธีปกป้องสินทรัพย์ดิจิทัลจากการความเสี่ยงถูกแฮคในยามสงคราม

เป้าหมายของแฮ็กเกอร์คือการคิดหาวิธีในการเจาะระบบป้องกัน และใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนในระบบคอมพิวเตอร์ เครือข่ายของรัฐบาล ธุรกิจ หรือแม้แต่บุคคลที่มีชื่อเสียง แรนซัมแวร์เป็นมัลแวร์ที่ออกแบบมาเพื่อขัดขวาง สร้างความเสียหาย เข้าถึงระบบปิด เป็นไวรัสเข้ารหัสที่คุกคาม โดยมุ่งเน้นที่จะเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลของเหยื่อ หรือบล็อกการเข้าถึงข้อมูลนั้นอย่างถาวร เว้นแต่เหยื่อจะมอบเงินค่าไถ่ เพื่อหยุดการกระทำที่เป็นอันตราย  ในปี 2021 สหรัฐอเมริกาประสบปัญหากับการแฮ็กสองครั้ง เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2021 ระบบท่อส่งน้ำมันของอเมริกา Colonial Pipeline จากเมืองฮุสตัน รัฐเท็กซัส ไปยังภาคตะวันออกเฉียงใต้ของสหรัฐฯ ได้รับความเสียหายจากการโจมตีทางไซเบอร์ด้วยแรนซัมแวร์ ที่ส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่จัดการท่อส่งน้ำมัน ในเดือนมิถุนายน 2021 JBS USA ผู้จัดจำหน่ายเนื้อวัวชั้นนำทั่วโลก ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ Greeley ต้องจ่ายเงิน 11 ล้านดอลลาร์ให้กับแฮกเกอร์แรนซัมแวร์ ที่ละเมิดเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของบริษัท  แม้ว่าเทคโนโลยีจะเปลี่ยนโลกและปรับปรุงคุณภาพชีวิต แต่น่าเสียดายที่เทคโนโลยีเหล่านั้นกลับถูกใช้เพื่อสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับอาชญากร การแฮ็กกลายเป็นเรื่องธรรมดาและแพร่หลายมากขึ้น และตอนนี้กลายเป็นกลยุทธ์การทำสงครามที่สำคัญ เมื่อสกุลเงินดิจิทัลถือกำเนิดขึ้น และมีตัวตนอยู่ในไซเบอร์สเปซเท่านั้น ประกอบกับการเคลมว่าตัวเองเป็นสกุลเงินแห่งโลกเสรี อาจทำให้อีกด้านหนึ่ง มันสามารถกลายเป็นเงินให้กับเหล่าแฮ็กเกอร์ที่ต้องการหากำไร เพื่อใช้ในการทำลายเสถียรภาพของรัฐบาล  การแฮกคือศัตรูตัวฉกาจของสินทรัพย์ดิจิทัล  ในอดีต วงการสกุลเงินดิจิทัลเคยมีแพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดของโลกแห่งหนึ่งชื่อว่า Mt. Gox มีสำนักงานใหญ่ในชิบูย่า โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น Mt. Gox เริ่มดำเนินกิจการในเดือนกรกฎาคม 2010 ซึ่งช่วงนั้นราคาของบิทคอยน์ยังมีมูลต่ำกว่า 10 เซนต์ต่อหนึ่งเหรียญ ในปี 2013 และ 2014 Mt. Gox เป็นผู้ครอบครองสัดส่วนการทำธุรกรรมผ่านบิทคอยน์ของโลกมากกว่า 70% จากทั่วโลก  แน่นอนว่าการเป็นเบอร์หนึ่งนั้นนำมาซึ่งความท้าทาย และที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายในการทดสอบฝีมือของเหล่าแฮกเกอร์ เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2011 Mt. Gox รายงานว่าเหรียญบิทคอยน์ประมาณ 25,000 เหรียญหรือคิดเป็นมูลค่า 400,000 ดอลลาร์ในขณะนั้นถูกขโมยจากบัญชีผู้ใช้งาน 478 บัญชี สุดท้ายแล้ว การสอบสวนนั้นได้คำตอบว่าผู้ที่ลงมือกระทำการคือชาวรัสเซียนาม Alexander Vinnik ข้อมูลเปิดเผยว่าตั้งแต่ปี 2011 ถึงปี 2013 มีความเป็นไปได้ว่า Vinnik ได้ดูดบิทคอยน์ออกไปมากกว่า 600,000 เหรียญ ทำให้ Mt. Gox ระงับการซื้อขายทั้งหมด และต้องปิดตัวลงในเดือนกุมภาพันธ์ 2014 การสูญเสียทั้งหมดคิดเป้นเหรียญบิทคอยน์ประมาณ 850,000 เหรียญ  จากวันนั้นจนถึงวันนี้ วันที่มีสกุลเงินดิจิทัล มากกว่า 17,800 เหรียญ บรรดาเหล่าแพลตฟอร์มคริปโตฯ และนักลงทุนได้เรียนรู้จากหายนะของ Mt. Gox และนักลงทุนคริปโตฯ จะเก็บเหรียญของตนเอาไว้ในกระเป๋าเงิน คริปโตฯ ที่เชื่อว่า “ปลอดภัย” ด้วยรหัสผ่านหรือไพรเวทคีย์ แต่ถึงกระนั้น การแฮ็กยังคงเป็นอันตรายที่ชัดเจนและยิ่งเทคโนโลยีพัฒนาไปมากแค่ไหน ก็ยิ่งเป็นภัยที่ร้านกาจขึ้นเท่านั้น  การแฮกเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้ดีในรัสเซีย เกาหลีเหนือ จีน และอิหร่าน  การที่สกุลเงินดิจิทัลได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ จึงทำให้แฮ็กเกอร์มีแรงจูงใจที่จะขโมยเงินดิจิตอลมากขึ้น ในขณะที่แฮกเกอร์ในประเทศกำลังพัฒนา เช่น ไนจีเรีย บังคลาเทศ ตูนิเซีย และไลบีเรีย มีแนวโน้มว่าจะมีแฮคเกอร์คริปโตฯ มากขึ้น ปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย จีน เกาหลีเหนือ อิหร่าน กับกับสหรัฐอเมริกา และชาติตะวันตกที่แย่ลง อาจสนับสนุนให้อาชีพแฮกเกอร์คริปโตฯ ในประเทศเหล่านี้มีมากขึ้น  มีรายงานว่าผู้นำเกาหลีเหนือ คิม จอง อึน (Kim Jong-un) ได้สนับสนุนให้มีการแฮกคริปโตฯ มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ นี่คือหลักฐานพิสูจน์ให้เห็นว่าการแฮ็กเป็นเครื่องมือที่สร้างผลกำไร ให้ประเทศที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลฝั่งตะวันตก  สงครามระหว่างรัสเซียยูเครนทำให้เกิดสงครามไซเบอร์ และการแฮกที่มากขึ้น  เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กองทหารรัสเซียเคลื่อนเข้าสู่ยูเครน ส่งผลทำให้สหรัฐฯ และยุโรปเริ่มคว่ำบาตรรัฐบาลรัสเซียและบรรดาผู้มีอำนาจ ยิ่งรัสเซียส่งทหารเพื่อปรามกรุงเคียฟ เมืองหลวงของยูเครนมากเท่าไหร่ ตะวันตกก็ยิ่งเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรเพิ่มเติม มากขึ้นเรื่อยๆ  ที่น่าสนใจคือการทำสงครามในวันนี้ต่างจากการทำสงครามในอดีต ทั้งแบบทางการและไม่เป็นทางการ เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ วันก่อนกองทหารของปูตินจะเริ่มเคลื่อนพลเข้าเมืองหลวงยูเครน กองทัพรัสเซียได้เจาะระบบโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญในเมืองหลวงยูเครนก่อน  ท่ามกลางสภาวะที่ซัพพลายถูกส่งเข้าไปในยูเครนได้ยาก และในช่วงเวลาที่สกุลเงินของทั้งประเทศผู้เริ่มสงคราม และประเทศผู้ถูกกระทำไม่มีเสถียรภาพ บิทคอยน์ อีเธอเรียม และสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ กลับมีการใช้งานในยูเครนมากขึ้น บางคนต้องใช้สกุลเงินดิจิทัลเพื่อหนีไปยังประเทศอื่น บางคนต้องการถือเอาไว้เป้นสินทรัพย์สำรองปลอดภัย ด้วยคุณสมบัติที่สามารถพกพาได้ง่าย และไม่จำเป็นต้องรอให้รัฐบาลมากำหนดแต่ก็สามารถซื้อขายแลกเปลี่ยนกันได้ เทำให้คริแโตมีแนวโน้มว่าจะเติบโตมากขึ้น ในขณะเดียวกันฝั่งผู้ไม่หวังดีก็เห็นความเป็นไปได้นี้ และก็มีเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน  วิธีการปกป้องบัญชีสกุลเงินดิจิทัลของคุณเอง  ผมเพิ่งได้รับคำเตือนว่ามีใครบางคนว่ามีการปลอมแปลงบัญชี Coinbase ของผม (NASDAQ:COIN) เสียงที่เกือบจะเหมือนหุ่นยนต์ขอให้ผมกดหนึ่งครั้งเพื่อพูดคุยกับผู้บริหารบัญชี ที่ประสงค์ดีจะช่วยผมในการรักษาความปลอดภัยบัญชีและปกป้องบัญชีจากแฮกเกอร์  แต่ความจริงก็คือผมไม่มีบัญชี Coinbase การโทรนี้จึงสามารถสรุปได้ทันทีว่าเป็นความพยายามในการทำ “ฟิชชิง” ซึ่งเป็นการโจมตีทางอินเทอร์เน็ตประเภทหนึ่ง ที่ปลอมแปลงเป็นการโทรทั่วไปหรือส่งอีเมลไปให้กับผู้ที่ไม่รู้โดยหวังว่าจะมีคนกดเข้าไปอ่านอีเมล์หรือต่อสายตรงผ่านโทรศัพท์นั้น  เป้าหมายคือการหลอกให้ผู้รับเชื่อว่าข้อความนั้นเป็นสิ่งที่พวกเขาจำเป็นต้องรู้ ตัวอย่างเช่น คำขอจาก Coinbase เพื่อช่วยเหลือลูกค้าา ผู้ที่ให้ข้อมูล คลิกลิงก์ หรือดาวน์โหลดไฟล์แนบมักจะตกเป็นเหยื่อของการโจมตี ransomware หรือถูกขโมยเงินดิจิทัลในบัญชีทันที ถ้าหากว่าวันหนึ่งคุณบังเอิญได้เจอผู้หวังดีแบบผม สิ่งที่คุณสามารถทำได้เบื้องต้นมีดังต่อไปนี้  1.)

2022-03-05การวิเคราะห์เชิงลึก

หมอปลายพรายกระซิบ ทำนายทองจะขึ้นคริปโตจะร่วง

เราอาจจะคุ้นหน้ากับ หมอปลาย พรายกระซิบ หรือ คุณ“ณวรชา พินิจโรคากร” ที่ได้ทำนายเหตุการณ์สำคัญๆ ไว้ได้อย่างแม่นยำจนหลายคนขนลุกไปตามๆกัน เรื่อง คำทำนายโรคระบาดที่จะเกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน ทำให้ชื่อเสียงเธอโด่งดังเป็นพลุแตก  และในช่วงนี้เราคงได้เห็นคลิปข่าวการทำนายของเธอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องสงครามที่เที่เธอเคยได้ทำนายไว้ว่าจะเกิดขึ้นในปี 2565  #WikiBit ขอยกคำทำนายในเดือนมีนาคม ของหมอปลาย ที่พูดถึงเรื่องผลกระทบจากสงครามว่าจะมิใช่เพียงการแหย่กันเล่น แต่จะเป็นเรื่องใหญ่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก และอาจจะเกิดวิกฤติทางการเงิน เงินตราต่างประเทศ และสกุลเงินดิจิตอล โดยแนะนำว่าไม่ควรเล่น หากใครที่กำลังถืออยู่ให้ควรหยุดทันที และควรหันเป็นการเก็บทองไว้จะดีกว่า เพราะทองจะมีค่าที่สุด หากจะรีบขายเงินสกุลดังกล่าวควรรีบทำก่อนปลายเดือนมีนาคมนี้ และหากใครที่คิดหรือวางแผนการเดินทางภายไปต่างประเทศ ขอให้คิดไตร่ตรองให้ดีเพราะประเทศไทยเราอาจจะดีที่สุดและเศรษฐกิจ อาจจะกลับมาฟื้นฟู แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่ ซึ่งผู้ใหญ่คนนี้จะเป็นคนตัดสินใจว่าจะพาประเทศเดินต่อไป หรือดรอปลง  WikiBit เลยขอสวนกระแสหมอปลาย เปิดคำทำนายจากนักวิเคราะห์คริปโตจากต่างประเทศ  เริ่มแรกที่ Nigel Green CEO ของ (deVere Group) ที่เชื่อว่าความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครนอาจเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่สำคัญในการผลักดันให้ราคาของ BTC ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น โดยเขาเชื่อว่าราคาของ Bitcoin นั้นสามารถที่จะพุ่งไปถึงระดับ 50,000 ดอลลาร์ได้ภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้  โดยให้เหตุผลว่าแม้จะมีการรุกรานยูเครนของรัสเซีย แต่ราคาของ bitcoin ก็ยังคงมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และเพิ่มขึ้นมากกว่า 15% ในช่วงวันที่ผ่านมา ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เชื่อว่าการเพิ่มขึ้นของมูลค่า Bitcoin เร็ว ๆ นี้เป็นผลมาจากการคว่ำบาตรทางการเงินของรัสเซียและการล่มสลายของเงินรูเบิล  Nigel คาดการณ์ว่า หากโลกตะวันตกยังคงกำหนดเพิ่มบทลงโทษให้กับรัสเซีย ราคา Bitcoin นั้นอาจพุ่งแตะ $50,000 ได้  หรือบางทีอาจจะเป็นไปได้ตามคำทำนายหมอปลาย หากมองย้อนในวันนี้หลังเหตุการณ์ รัสเซียยิงถล่มโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของยูเครน ราคา Bitcoin ร่วงทะลุ 42,000 ดอลลาร์อย่างรุนแรง  ดูเหมือนว่าราคา Bitcoin จะร่วงอย่างรุนแรงอีกครั้งในเช้าวันนี้ หลังจากที่ตลาดทำทีเหมือนว่าจะมีการฟื้นตัวกลับเข้าสู่ช่วงขาขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ราคาของ Bitcoin นั้นได้เห็นการปรับฐานราคาอย่างรุนแรง จนทำให้นักเทรดคริปโตตั้งคำถามว่ามันอะไรเกิดขึ้น และเมื่อมองดูกราฟจะเห็นได้ว่าราคาของ BTC นั้นเพิ่งร่วงลงไปทำจุดต่ำสุดระหว่างวันใหม่ที่ระดับ 41,000 ดอลลาร์เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา  โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Zaporizhzhia ถือเป็นโรงไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดของทวีปยุโรปและเป็นแหล่งพลังงานที่ใช้งานหลักของยูเครนเป็นสัดส่วนสูงถึง 25% ผลกระทบที่เกิดและมูลค่าความเสียหายจะรุนแรงว่าครั้งเกิดเหตุภัยพิบัติ Chernobyl เมื่อ 36 ปีที่แล้ว ถึงกว่า 10 เท่า ทำให้สถานการณ์กำลังตึงเครียดและทางยูเครนเรียกร้องให้รัสเซียรีบหยุดโจมตีเพื่อปล่อยให้นักดับเพลิงรีบเข้าไปควบคุมสถานการณ์  หลังจากการรายงานดังกล่าวเริ่มแพร่สะพัดออกไป ตลาดคริปโตก็เริ่มเหตุการณ์นองเลือดขึ้นทันที โดยราคา Bitcoin ได้นั้นร่วงจากระดับ 44,000 ดอลลาร์ ไปแตะจุดต่ำสุดระหว่างวันที่ราว ๆ 41,000 ดอลลาร์ ก่อนที่จะฟื้นตัวเล็กน้อยและมีการซื้อขายกันอยู่  ทั้งหมดยังเป็นคาดเดาความคิดเห็นส่วนบุคคล เพราะยังไม่มีใครที่สามารถทราบได้อย่างแน่นอนว่าในช่วงเดือนมีนาคมวิกฤติครั้งนี้จะจบเมื่อไหร่ จะเป็นขาขึ้น หรือขาลงของ Bitcoin เพราะสถานการณ์ความตรึงเครียดอยู่ในเวลานี้ ทำให้ตลาดคริปโตยังเต็มไปด้วยความผันผวน คงต้องรอดูต่อไปว่าตลาดนั้นจะเป็นอย่างไร และหวังว่าสถานการณ์ครั้งนี้จะจบลงด้วยดีในเร็วๆวันนี้

2022-03-04การวิเคราะห์เชิงลึก

จี้! "ขุนคลังสหรัฐ" สกัด "รัสเซีย" ใช้คริปโทฯ เลี่ยงวิกฤติคว่ำบาตรการเงิน

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า บรรดาวุฒิสมาชิกสหรัฐที่ร่วมยื่นหนังสือครั้งนี้ รวมถึงนางเอลิซาเบธ วอร์เรน วุฒิสมาชิกรัฐแมสซาชูเซตส์, นายเชอร์ร็อด บราวน์ ประธานคณะกรรมาธิการธนาคารประจำวุฒิสภา, นายมาร์ค วาร์เนอร์ ประธานคณะกรรมาธิการข่าวกรองประจำวุฒิสภา และนายแจ็ค รี้ด ประธานคณะกรรมาธิการกองทัพประจำวุฒิสภา  ในหนังสือดังกล่าว กลุ่มวุฒิสมาชิกแสดงความกังวลว่า บริษัทคริปโทเคอร์เรนซี บางแห่งอาจไม่ปฏิบัติตามระเบียบใหม่ พร้อมสอบถามถึงรายละเอียดเกี่ยวกับขั้นตอนการตรวจสอบและบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรการเงินของสหรัฐต่อรัสเซีย  “ขณะนี้มีความกังวลเพิ่มมากขึ้นว่ารัสเซียอาจใช้คริปโทเคอร์เรนซีหลีกเลี่ยงมาตรการคว่ำบาตรที่สหรัฐ และประเทศอื่นๆ ใช้ตอบโต้การที่รัสเซียโจมตียูเครน เราต้องการข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินการของกระทรวงการคลังสหรัฐเพื่อตรวจสอบว่าธุรกิจคริปโทเคอร์เรนซีปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตรจริง” หนังสือดังกล่าวระบุ  กลุ่มวุฒิสมาชิก ระบุว่า ขณะนี้มีการซื้อขายสินทรัพย์คริปโทเคอร์เรนซี เพิ่มขึ้นอย่างมากหลังจากสหรัฐประกาศมาตรการคว่ำบาตร โดยบิตคอยน์ซึ่งเป็นคริปโทเคอร์เรนซีสกุลหลักนั้น มีมูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 16% ในช่วงสองวันที่ผ่านมา นอกจากนี้กลุ่มวุฒิสมาชิกยังสอบถามเกี่ยวกับการดำเนินงานของสำนักงานควบคุมทรัพย์สินในต่างประเทศ (OFAC) ร่วมกับรัฐบาลประเทศอื่นๆ เพื่อรับประกันว่ามีการปฏิบัติตามมาตรการคว่ำบาตร อีกทั้งยังได้สอบถามถึงกลไกต่างๆ ที่หน่วยงานต้องการใช้ในการดำเนินมาตรการเหล่านี้ด้วย

2022-03-04การวิเคราะห์เชิงลึก

ราคา Bitcoin ร่วงทะลุ 42,000 ดอลลาร์

ดูเหมือนว่าราคา Bitcoin จะร่วงอย่างรุนแรงอีกครั้งในเช้าวันนี้ หลังจากที่ตลาดทำทีเหมือนว่าจะมีการฟื้นตัวกลับเข้าสู่ช่วงขาขึ้นในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ในวันนี้ราคาของ Bitcoin นั้นได้เห็นการปรับฐานราคาอย่างรุนแรง จนทำให้นักเทรดคริปโตต่างงงวยกันไปตาม ๆ กัน พร้อมตั้งคำถามว่ามันอะไรเกิดขึ้น และเมื่อมองดูกราฟบน TradingView เราจะเห็นได้ว่าราคาของ BTC นั้นเพิ่งร่วงลงไปทำจุดต่ำสุดระหว่างวันใหม่ที่ระดับ 41,000 ดอลลาร์เมื่อช่วงไม่กี่นาทีที่ผ่านมา  กราฟจาก TradingView แสดงให้เห็นว่าราคาของ Bitcoin ในช่วงนี้มีแต่จะปักหัวดิ่งลดลงและยังไม่มีท่าทีที่จะกลับเป็นช่วงขาขึ้นง่าย ๆ ซึ่งสาเหตุหลัก ๆ อาจเป็นผลมาจากรายงานล่าสุดของยูเครนที่เพิ่งได้แจ้งเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Zaporizhzhia หลังทางกองทหารของรัสเซียได้ยิงถล่มปูพรมเข้าโจมตีพื้นที่ดังกล่าว โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ Zaporizhzhia ถือเป็นโรงไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดของทวีปยุโรปและเป็นแหล่งพลังงานที่ใช้งานหลักของยูเครนเป็นสัดส่วนสูงถึง 25% นอกจากนี้ทางรัฐมนตรีของยูเครนยังได้รายงานเพิ่มเติมอีกว่าหากเกิดการระเบิดขึ้น ผลกระทบที่เกิดและมูลค่าความเสียหายจะรุนแรงว่าครั้งเกิดเหตุภัยพิบัติ Chernobyl เมื่อ 36 ปีที่แล้ว  ถึงกว่า 10 เท่า ทำให้สถานการณ์กำลังตึงเครียดและทางยูเครนเรียกร้องให้รัสเซียรีบหยุดโจมตีเพื่อปล่อยให้นักดับเพลิงรีบเข้าไปควบคุมสถานการณ์ หลังจากการรายงานดังกล่าวเริ่มแพร่สะพัดออกไป ตลาดคริปโตก็เริ่มเหตุการณ์นองเลือดขึ้นทันที โดยราคา Bitcoin ได้นั้นร่วงจากระดับ 44,000 ดอลลาร์ ไปแตะจุดต่ำสุดระหว่างวันที่ราว ๆ 41,090 ดอลลาร์ ก่อนที่จะฟื้นตัวเล็กน้อยและมีการซื้อขายกันอยู่ที่ 41,421 ดอลลาร์ ขณะที่เขียนรายงาน ปัจจุบันยังไม่มีใครรู้ว่าช่วงขาลงของ Bitcoin นั้นจบลงไปแล้วจริง ๆ หรือไม่ แต่ที่แน่ ๆ ก็คือ ในเวลาช่วงเวลานี้ตลาดคริปโตนั้นยังคงเต็มความผันผวน ท่ามกลางแรงกดดันระหว่างรัสเซียและยูเครน อีกทั้งยังมีเรื่องของการปรับขึ้นดอกเบี้ยที่คาดว่าจะเริ่มต้นขึ้นในช่วงต้นเดือนนี้ด้วย ซึ่งเราก็คงต้องรอดูว่าตลาดคริปโตนั้นจะเป็นอย่างไรต่อไป

2022-03-04การวิเคราะห์เชิงลึก

เจ้ามือคริปโตกว้านซื้อเหรียญ Shiba Inu เพิ่มกว่า 4 แสนล้าน SHIB

ในช่วงระหว่างที่ตลาดคริปโตเริ่มมีการปรับฐานราคา จนทำให้นักเทรดเกิดอาการตื่นตระหนกพาและเริ่มพากันเดินออกจากตลาดไปนั้น ดูเหมือนว่าจะมีนักลงทุนบางส่วนที่ยังคงเชื่อมั่นในเหรียญมีมสุนัขพันธุ์ SHIBA และใช้โอกาสนี้เพื่อช้อนซื้อเหรียญเพิ่มเติม ตามรายงานของบอทติดตามดูการทำธุรกรรมของเจ้ามือ WhaleStats สังเกตเห็นว่า วาฬ crypto รายหนึ่งได้ใช้เงินไปจำนวนทั้งสิ้น 11,969,061 ดอลลาร์เพื่อซื้อเหรียญ SHIB จำนวน 442,637,867,858 SHIB ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา  เป็นที่สังเกตว่าเจ้ามือคริปโตรายนี้เริ่มมีการเคลื่อนไหวกระเป๋าเป็นครั้งแรกเมื่อช่วงปลายเดือนมกราคม ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดคริปโตมีการปรับฐานราคาครั้งใหญ่เกิดขึ้นพอดี สิ่งนี้บ่งชี้ให้เห็นว่า เจ้ามือคริปโตรายนี้กำลังใช้โอกาสสำคัญในการช้อนเหรียญคริปโต อย่างไรก็ตาม เจ้ามือรายนี้ไม่ใช่เจ้ามือรายเดียวที่คว้าโอกาสทองเข้าซื้อเหรียญ SHIBA ในช่วงที่ราคาถูก  โดยในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมามีรายงานว่า เจ้ามือนิรนามอีกรายก็ได้ช้อนซื้อเหรียญ SHIB เป็นจำนวนมากถึง 3,457,477,154,937 SHIB เช่นกัน หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 115,998,358 ดอลลาร์จากการทำธุรกรรมเพียงครั้งเดียว ตามข้อมูลของ WhaleStats, SHIB ถือเป็นเหรียญ ERC-20 ที่มีการถือครองกันมากที่สุดเป็นอันดับสอง ในบรรดากระเป๋าเงินของเจ้ามือ Ethereum ที่ร่ำรวยที่สุด 1,000 กระเป๋าแรก ในวันนี้ราคาเหรียญ SHIB ลดลง 4.39% และมีการซื้อขายกันอยู่ที่ 0.00002546

2022-03-03การวิเคราะห์เชิงลึก

เศรษฐกิจรัสเซียพังแค่ไหน หลังเกิดวิกฤต

การแซงก์ชั่นรัสเซียที่เกิดขึ้นตามมา ซึ่งรวมถึงการห้ามทำธุรกรรมกับธนาคารกลาง, การขึ้นบัญชีดำธนาคารใหญ่ที่สุดของรัสเซียอย่าง Sberbank กับ VTB และการตัดรัสเซียออกจากระบบสื่อสารระหว่างธนาคารอย่าง SWIFT ส่งผลให้ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 11 ของโลกประเทศนี้ถูกปิดกั้นทั้งจากระบบการค้าและการเงินของโลกในทันที  ระบบ SWIFT ที่เชื่อมโยงธนาคารมากกว่า 11,000 แห่งทั่วโลกเข้าด้วยกันในการทำธุรกรรมนับล้านล้านดอลลาร์ระหว่างธนาคาร มีความสำคัญกับรัสเซียอย่างยิ่ง เพราะเป็นกลไกสำคัญในการส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ และส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างหนักในทันที เพราะขาดเม็ดเงินสนับสนุน เงินที่เคยไหลเข้าออกประเทศได้ง่าย ๆ ก็ถูกปิดถูกชะลอ  “รัสเซีย” ไม่เพียงเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก แต่ยังเป็นผู้ผลิตโลหะอุตสาหกรรมสำคัญอย่างนิกเกิล, อะลูมิเนียม และแพลเลเดียม (ใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์, อิเล็กทรอนิกส์และอัญมณี) ทั้งยังเป็นผู้ผลิต “โพแทช” วัตถุดิบสำหรับผลิตปุ๋ยรายสำคัญ นอกจากนั้น รัสเซียและยูเครน ยังเป็นผู้ส่งออกข้าวสาลีรายสำคัญของโลกอีกด้วย  ซึ่งเรื่องนี้ก่อให้เกิดเศรษฐกิจพังอย่างรุนแรง Sberbank ธนาคารที่ใหญ่สุดของรัสเซีย ประกาศ ‘ถอดธุรกิจ’ ในยุโรปทั้งหมด สะเทือนหุ้นดิ่งลง 90% ในทันที แถมเสี่ยง ‘ล้มละลาย’ ธนาคารกล่าวว่า ไม่สามารถจัดหาสภาพคล่องให้กับบริษัทย่อยในยุโรปได้อีกต่อไป การเคลื่อนไหวดังกล่าวเน้นย้ำถึงแรงกดดันที่ธุรกิจรัสเซียบางแห่งกำลังเผชิญอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ส่วนภาคการเงินนั้นกำลังเผชิญกับการคว่ำบาตรธนาคารกลางและการกีดกันธนาคารบางแห่งออกจากระบบการชำระเงินทั่วโลก SWIFT  รัสเซีย กำลังถูกคว่ำบาตรจากประเทศตะวันตกซึ่งนำโดยสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้ตลาดหุ้นและสกุลเงินของประเทศได้พังทลายในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา และแน่นอนว่า บริษัทระหว่างประเทศที่เข้าไปทำธุรกิจในรัสเซีย ต้องติดร่างแห่ไปด้วย ดังนั้น ไปดูกันว่ามีบริษัทไหนบ้างที่มีสถานะสำคัญในตลาดรัสเซีย1. CoCa-Cola  CoCa-Cola จดทะเบียนในลอนดอนเพื่อจำหน่ายสินค้าใน รัสเซีย ยูเครน และส่วนใหญ่ของยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก ซึ่ง รัสเซียเป็นหนึ่งในตลาดที่ใหญ่ที่สุด ของบริษัทและมีพนักงานราว 7,000 คนในรัสเซีย  2. BASF  ผู้ผลิตเคมีภัณฑ์สัญชาติเยอรมัน BASF (BASFY) ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก ซึ่งมีบริษัท Wintershall Dea เป็นเจ้าของร่วมกับกลุ่มนักลงทุน LetterOne ของ Mikhail Fridman เศรษฐีชาวรัสเซีย และเป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนทางการเงินของท่อส่งก๊าซ Nord Stream 2 ที่ถูกระงับ  3. BP  บริษัทน้ำมันของอังกฤษ BP เป็นนักลงทุนต่างชาติรายใหญ่ที่สุดในรัสเซีย โดยถือหุ้น 19.75% ใน Rosneft บริษัทน้ำมันแห่งชาติของประเทศ นอกจากนี้ยังถือหุ้นในโครงการน้ำมันและก๊าซอื่น ๆ อีกหลายโครงการในรัสเซีย  4. Danone  Danone ผู้ผลิตโยเกิร์ตสัญชาติฝรั่งเศส และเป็นผู้ควบคุมแบรนด์ผลิตภัณฑ์นม Prostokvanhino ของรัสเซีย ปัจจุบันมียอดขายประมาณ 6% จากประเทศรัสเซีย  5. Engie  บริษัทสาธารณูปโภคด้านก๊าซของฝรั่งเศส ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ผู้ร่วมลงทุนของท่อส่งก๊าซ Nord Stream 2 ของ Gazprom  6. Metro  บริษัทค้าปลีกสัญชาติเยอรมัน ซึ่งมีพนักงานประมาณ 10,000 คนในรัสเซีย ปัจจุบันให้บริการลูกค้าประมาณ 2.5 ล้านคน  7. Nestle  เนสท์เล่ บริษัทสินค้าอุปโภคบริโภคของสวิส ปัจจุบันมี โรงงาน 6 แห่งในรัสเซีย ซึ่งรวมถึงโรงงานที่ทำขนมและเครื่องดื่ม ตามเว็บไซต์ของบริษัท ในปี 2020 ที่ผ่านมา เนสท์เล่มียอดขายจากรัสเซียประมาณ 1.7 พันล้านดอลลาร์  8. Renault  เรโนลต์ ผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติฝรั่งเศสถือหุ้น 69% ในบริษัทร่วมทุน Avtovaz ของรัสเซีย ซึ่งอยู่เบื้องหลังแบรนด์รถยนต์ Lada และจำหน่ายรถยนต์ได้มากกว่า 90% ในประเทศ  9. Rolls-Royce  โรลส์-รอยซ์ ถือเป็นผู้ผลิตเครื่องยนต์ให้กับเครื่องบิน แม้จะระบุว่าตลาดรัสเซียมีสัดส่วนรายได้ไม่ถึง 2% จากรายได้รวมทั้งหมด แต่ 20% ของการนำเข้าไททาเนียมซึ่งใช้ทำชิ้นส่วนเครื่องยนต์และล้อลงจอดสำหรับเครื่องบินโดยสารระยะไกลมาจากประเทศรัสเซีย

2022-03-03การวิเคราะห์เชิงลึก

มหาเศรษฐีพันล้าน Bill Miller กล่าว วิกฤตเงินรูเบิลนั้นถือเป็นเรื่องดีสำหรับ Bitcoin มาก

หลังจากการรุกรานยูเครนของรัสเซีย ตลาดคริปโตต้องพบกับการเทขายขายอย่างมหาศาล อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่นั้นมา Bitcoin (BTC) ซึ่งเป็นสกุลเงินดิจิทัลหลัก ได้ฟื้นตัวขึ้นเหนือ $44,000 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบสองสัปดาห์ นักลงทุนมหาเศรษฐี Bill Miller ได้ให้สัมภาษณ์กับ Squawk Box ของ CNBC โดยกล่าวถึงศักยภาพของ Bitcoin ในการทำหน้าที่เป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยในช่วงที่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในระดับโลก  นอกจากนี้เขายังอธิบายว่าทำไมรัสเซียและประเทศอื่นๆ ที่ไม่มีสกุลเงินสำรองจึงอาจหันไปใช้ Bitcoin เพื่อต่อสู้กับภาวะเงินเฟ้อที่ไม่สามารถควบคุมได้ของรัฐบาลต่างประเทศ รัสเซียมี 16% ของทุนสำรอง 6.40 แสนล้านดอลลาร์ในสกุลดอลลาร์ และ 32% ในสกุลยูโร พวกเขามีทุนสำรองเกือบ 50% ในสกุลเงินที่ควบคุมโดยผู้ที่เป็นปรปักษ์กับพวกเขา จากมุมมองของรัสเซีย  นั่นไม่ใช่ตำแหน่งที่ดีนัก พวกเขามีทองคำ 22% และนั่นเป็นเพียงส่วนเดียวของเงินสำรองของพวกเขาที่ประเทศอื่นควบคุมไม่ได้“ เขากล่าว หลังจากค่าเงินรูเบิลร่วงลงในวันจันทร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ ธนาคารกลางรัสเซียได้ใช้มาตรการฉุกเฉินซึ่งรวมถึงการขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างมีนัยสำคัญ โดยเพิ่มเป็น 20% จาก 9.5% นาย Miller เชื่อว่าสถานการณ์ทางภูมิศาสตร์การเมืองในปัจจุบันรอบ ๆ รัสเซีย ”เป็นขาขึ้นอย่างมากสำหรับ Bitcoin“ ซึ่งเขาอธิบายว่า ”มันไม่เหมือนใคร“ ”หากคุณเป็นประเทศที่มีสกุลเงินที่ไม่ใช่สกุลเงินสำรอง (มีประมาณ 100 สกุล) คุณอาจนึกถึงอย่างอื่นที่ประเทศอื่นไม่สามารถทำร้ายเราได้ นั่นคือไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเงินเฟ้อหรือการผลิตในระดับสูง  ปริมาณ ดังนั้นผมคิดว่ามันค่อนข้างดีสำหรับ Bitcoin โดยเฉพาะ รูเบิลรัสเซียร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ เมื่อต้นสัปดาห์นี้ ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน มีกำหนดจัดการประชุมวิกฤตกับที่ปรึกษาทางเศรษฐกิจชั้นนำของเขา หลังจากที่ค่าเงินรูเบิลร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์  ธนาคารกลางรัสเซียได้เพิ่มอัตราดอกเบี้ยขึ้นกว่าเท่าตัวเป็น 20% เนื่องจากนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าเศรษฐกิจรัสเซียจะหดตัว 5% ในปีนี้ มาตรการคว่ำบาตรรอบล่าสุดซึ่งกำหนดโดยสหรัฐอเมริกา, สหภาพยุโรป, สหราชอาณาจักร และแคนาดาได้ขับประเทศรัสเซียออกจาก SWIFT ด้วยความตั้งใจที่จะ “ทำให้เศรษฐกิจเป็นอัมพาต” รวมถึงอายัดทรัพย์สินของธนาคารกลางอีกด้วย เนื่องจากการล่มสลายของสกุลเงินประจำชาติของรัสเซีย Ruble-Bitcoin (RUB/BTC) ราคา BTC จึงแตะระดับสูงสุดในรอบ 9 เดือน

2022-03-03การวิเคราะห์เชิงลึก

ยูเครนเตรียมแจก Airdrop ฟรีให้กับผู้บริจาคเงินคริปโต

ในช่วงดึกเมื่อวานนี้ บัญชี Twitter หลักของยูเครนได้ออกมาประกาศว่า พวกเขากำลังเตรียมที่จะดำเนินการแจกเหรียญ Airdrop ฟรีให้กับผู้บริจาคคริปโตที่ได้ร่วมสมทบเงินทุนสนับสนุนให้กับยูเครน  โดยบัญชีดังกล่าวยืนยันกว่า การสแนปชอต Airdrop นั้นจะเริ่มขึ้นในวันที่ 3 มีนาคม เวลาประมาณ 2 ทุ่มของบ้านเรา อย่างไรก็ดียังไม่เป็นที่ชัดเจนว่า Airdrop ที่ยูเครนจะแจกให้ผู้บริจาคนั้นคือเหรียญอะไร แต่ที่แน่ ๆ ก็คือ ผู้บริจาคที่เคยส่งเงินคริปโตไปยังที่อยู่ Address รับบริจาคเงินของยูเครนนั้นจะได้รับเหรียญ Airdrop คืนกลับเข้ากระเป๋าโดยอัตโนมัติ  หลังการสแนปชอต นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ทั่วโลกมีการจัดแคมเปญแจกเหรียญ Airdrop ฟรี โดยก่อนหน้านี้เอลซัลวาดอร์ก็ได้มีการแจก Airdrop ฟรี เป็น Bitcoin มูลค่า 30 ดอลลาร์ให้กับพลเมืองของตนด้วยเช่นกัน แต่ทว่าการแจกเหรียญ Airdrop ฟรีของยูเครนที่กำลังจะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้จะถือได้ว่าเป็นครั้งแรกที่มีประเทศใด ๆ ดำเนินการแจกเหรียญ Airdrop ฟรีให้กับผู้บริจาค Crypto

2022-03-03การวิเคราะห์เชิงลึก

Web 1.0 - Web 3.0 ที่เขาพูดๆกัน มันคืืออะไรนะ แล้วเกี่ยวข้องกับเราอย่างไร

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ทาง WikiBit ได้เสนอเรื่องราวของ อีลอร์ มักส์  ที่ได้นำเสนอภาพ Meme อธิบาย Web 1.0 2.0 และ 3.0 ไปแล้ว  วันนี้เราจะมาอธิบายเรื่องของ Web 1.0 - Web 3.0 ที่ Wikibit ได้รวบรวมมา ร่วมตัวถึงอย่างของธุรกิจที่เคยเกิดขึ้นในช่วง web 1.0 - web 2.0 ที่ผ่านมา และโอกาสของธุรกิจที่จะเกิดขึ้นในอนาคตไว้ด้วยค่ะ  - Web 1.0 คือ Read-Only เป็นยุคแรกของอินเทอร์เน็ค เป็นการสื่อสารแบบทางเดียว  เปรียบเสมือนห้องสมุด User เข้าไปอ่านได้เพียงอย่าเดียวจะไม่มีการปฎิสัมพันธ์กับข้อมูลด้านในได้  ตัวอย่าง : yahoo , Amazon , internet explorer  ข้อเปรียบเทียบ : web 1.0 ระบบไม่สร้างเปลี่ยนหน้าต่าง หรือเพจอื่นๆ เป็นเรื่องยากในการค้นหาข้อมูล  - Web 2.0 คือ Read-Write เป็นยุคที่เปิดให้ผู้ใช้งาน สามารถอ่าน และเขียนเพื่อตอบโต้กันอย่างเป็นอิสระ  โดยมีตัวแพลตฟอร์ม เป็นตัวกลางเชื่อมโยงกันระหว่าง Content กับ User ,  เชื่อมโยง User + User เข้าหากันเกิดเป็นสังคมออนไลน์  ตัวอย่าง : Facebook , Twitter , Instargram  ข้อเปรียบเทียบ : เกิดการเชื่อมต่อกันเป็นคนอยู่กลุ่มเดียว การทำโฆษณาเลยไม่สามารถกระจายได้และเนื้อหาส่วนใหญ่  ถูกควบคุมจากเจ้าของแพลตฟอร์มเป็นคนกำหนด  เช่น Faceboo ทำให้ผู้ใช้งานถูกลดอำนาจ  (ภาพตัวอย่าง จำลอง Web 2.0 - 3.0 ที่มา : https://www.quora.com/What-are-the-example-websites-of-web-3-0 )  - Web 3.0 คือ Read-write-Own อินเทอร์เน็ตยุคใหม่ อินเทอร์เน็ตจะมีความฉลาดมากขึ้น  วิเคราะห์ข้อมูลได้ใกล้เคียงกับมนุษย์มากขึ้น ทำให้เทคโนโลยีใหม่ ๆ  อย่าง Machine Learning (ML), Big Data, Artificial Inteligence (AI), Blockchain สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งเปิดกว้างให้ผู้ใช้งาน และรายย่อยเข้ามา สร้างแอปขอตนเอง บนเครื่องข่ายไร้ตัวกลาง (Blockchain)  ซึ่งจะสามารถพัฒนาศักยภาพของฐานข้อมูลขนาดใหญ่  ที่ไม่จำเป็นต้องเชื่อมโยงกับเซิร์ฟเวอร์ได้อย่างเต็มรูปแบบไม่ว่าจะเป็น  สกุลเงิน Cryptocurrencyที่เป็นตัวกลางแลกเปลี่ยนซื้อ - ขาย ภายใน Blockchain  ตัวอย่าง : Theta , Ethereum , Metaverse  ข้อเปรียบเทียบ : การพัฒนา Browser ให้รองรับการใช่งาน web 3.0 มีความยาก และต้องมีการระดมทุนในการพัฒนามหาศาล ในปัจจุบัน  มีบริษัทใหญ่รวมลงทุน เช่น google , amezon ,  แล้วเราต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง  อาจจะพูดว่า Web 3.0 นั้นเกี่ยวข้องเข้าสู่เทคโนโลยีของ คริปโทเคอร์เรนซี ทั้งสิ้น ซึ่งทั้งหมดนั่นเป็นเพราะว่า คริปโทเคอร์เรนซีนั้นมีพื้นฐานมาจากเทคโนโลยีบล็อกเชน (Blockchain) ซึ่งหมายถึงเทคโนโลยีการประมวลผลและจัดเก็บข้อมูลแบบกระจายศูนย์ ซึ่งจะวนกลับไปที่ความเป็น Web 3.0 ที่กล่าวไว้ข้างต้นได้นั่นเอง  ดังนั้นทั้งหมดทั้งมวลนี้จึงมีความเกี่ยวข้องกัน และด้วยเทรนด์ของโลกที่เริ่มให้ความสนใจในสินทรัพย์ดิจิทัล ไม่ว่าจะเป็นคริปโทเคอร์เรนซี หรือ NFT (Non-Fungible Token หรือตราที่ไม่สามารถแลกเปลี่ยนได้) ที่ค่อย ๆ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในขณะนี้ อาจทำให้อนาคต โลกของเราอาจจะกำลังเข้าสู่ยุคของ Web 3.0 อย่างแท้จริงก็เป็นได้

2022-03-02การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
4850
...
142