สแกนเพื่อดาวน์โหลด
แพลตฟอร์มตรวจสอบ # และยืนยันการกำกับดูแลของตลาดการเงินทั่วโลก

เตือนภัยนักลงทุนคริปโตกับกลโกงแบบใหม่ที่คุณควรรู้ไว้ !

แอปเทรด Crypto กับกลโกงแบบใหม่ที่คุณควรรู้ไว้ ต้นเรื่องจากโพสต์ในกลุ่ม Binance หัดเทรด มือใหม่ ได้แชร์เรื่องราวของ เทรดเดอร์ท่านหนึ่งได้เข้าไปลงทุน แอปที่ชื่อ ว่า BitBay แอปเทรดซื้อ-ขาย คริปโต โดนในแอปดังกล่างได้มีการอ้างว่าเทรดเดอร์ไม่สามารถถอดเงินออกได้เนื่องจากตรวจสอบพบว่าจำนวนเงินที่เติมเข้าบัญชีไม่ถูกต้องและอ้างถึงข้อกฏหมายว่าบัญชีของเทรดเดอร์ท่านนี้ถูกสงสัยว่าจะเป็นการฟอกเงิน  ให้กับผู้อื่น พร้อมแจ้งว่าระงับบัญชีเทรดเดอร์ท่านนี้ทันทีแต่หากเทรดเดอร์ต้องการเปิดบัญชี โดยเจ้าหน้าที่ของ BitBayได้ยื่นข้อแลกเปลี่ยน คือต้องทำการจ่ายค่าปรับ 30% ของยอดเงินคงเหลือ  และจะยกเลิกการระงับ บัญชีเพื่อถอนเงินออกมาได้และเจ้าหน้าที่ของ BitBay ยังได้มีการแจ้งขอเอกสารส่วนตัวเพิ่มเติมของเทรดเดอร์ท่านนี้ เช่นรูปบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อให้แสดงหลักฐานการโอนเงินมาด้วยในด้านของเทรดเดอร์ท่านนี้ ต้องจ่ายเงินทั้งหมด 7,402 บาท เพื่อให้ยกเลิกการระงับบัญชีหลังจากเทรดเดอร์ท่านนี้ชำระเงินค่าปรับไปแอดมินของ Bitbay ก็ไม่ตอบข้อความกลับมาอีกเลย จึงทำให้เทรดเดอร์ท่านนี้มั่นใจแล้วว่าตนถูกหลอก  จากสลิปการโอนเงินพบว่า เทรดเดอร์ท่านนี้สูญเสียเงินไปมากกว่า 17,902 บาทโดยข้อมูลในครั้งนี้เราได้พบว่า Scammer ได้ใช้ข้อมูลที่ตนมี และอ้างว่าเทรดเดอร์กระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย เช่นการฟอกเงิน การใช้ข้อมูลส่วนตัวของเทรดเดอร์ทำให้เทรดเดอร์เกิดความกังวลใจ และอยากจัดการบัญชีเพื่อไม่ให้เกิดข้อพิพากขึ้นในอนาคตได้จึงมีการโอนเงินให้เพื่อหวังว่าจะจบเรื่องราวครั้งนี้จากการตรวจสอบทาง หน้าเว็บไซต์ Wikibit ได้พบว่าข้อมูล App BitBay มีระดับคะแนนอยู่เพียงแค่ 3.86 / 10 โดยคะแนนประเมินอยู่ในระดับต่ำ โปรดหลีกเลี่ยงการใช้งานจากแอปดังกล่าวเนื่องจากไม่มีข้อมูลกำกับดูแล และมีข้อสงสัยที่ว่าโบรกเกอร์ดังกล่าวนี้อาจจะเป็น Scammer ก่อตั้งขึ้นมาเอง เพราะไม่มีใบอนุญาต Wikibit หวังว่าเรื่องราวนี้เป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้อ่านได้เตือนใจตัวเองทุกครั้งก่อนการลงทุนครั้งใด ควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านโดยเทรดเดอร์มือใหม่ที่สนใจในเรื่องการหา Broker เราขอแนะนำ App WikiBit ตัวช่วยประเมินการจัดอันดับแอปพลิเคชั่นกระดานเทรด ซื้อ-ขาย ทั่วโลกไว้ให้คุณอุ่นใจไร้กังวลเพื่อที่คุณจะไม่ตกเป็นเหยื่ออีกต่อไป

2022-03-09การวิเคราะห์เชิงลึก

นักเทรดเฮ ครม. เห็นชอบยกเว้นเก็ษภาษีซื้อ-ขายคริปโตจนถึงปี 2566

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2565 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงการณ์ว่า ครม.มีมติเห็นชอบร่างกฎหมาย  ยกเว้นภาษีสินทรัพย์ดิจิทัล3 ฉบับ ประกอบด้วย การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสินทรัพย์ดิจิทัล 2 ฉบับและการยกเว้นรัษฎากรสินทรัพย์ดิจิทัล 1 ฉบับ  สำหรับการผ่านร่างกฏหมายนั้น นายธนกร ระบุว่า ครม.ต้องการบรรเทาภาระภาษีประชาชน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เนื่องจากสินทรัพย์ดิจิทัลนั้นมีความผันผวนสูง ขณะที่ด้านดร. รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกรัฐบาลโพสต์บนเฟซบุ๊กว่า ปัจจุบันการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Exchange) มีปริมาณและความถี่สูง รวมถึงมูลค่าการซื้อขายผันผวนตลอดเวลา ทำให้ผู้ลงทุนไม่สามารถนำผลขาดทุนมาคำนวณออกจากกำไรจากการโอนสินทรัพย์ดิจิทัล และไม่สามารถแสดงรายได้ที่แท้จริงได้ อีกทั้งยังเป็นเรื่องยากที่จะแสดงราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่มรวมถึงผู้ขายมีทั้งที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนและไม่ได้จดทะเบียน ทำให้ยากต่อการแสดงราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่มจึงเป็นข้อจำกัดในการปฏิบัติตามกฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับสาระสำคัญของร่างกฏหมายฉบับนี้ก็คือ การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการโอนคริปโตเคอเรนซี่หรือโทเคนดิจิทัลในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งจะมีผลตั้งแต่ 1 เมษายน 2565 จนถึง 31 ธันวาคม 2566 ส่วนร่างกฎหมายยกเว้นรัษฎากรสินทรัพย์ดิจิทัล มีสาระสำคัญคือ การยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับผลประโยชน์ที่ได้รับจากการโอนคริปโตเคอเรนซี่หรือโทเคนดิจิทัล เฉพาะที่ตีราคาเป็นเงินได้มากเกินกว่าเงินลงทุน เป็นจำนวนเท่ากับผลขาดทุนที่เกิดขึ้นในปีภาษีเดียวกัน (โดยคำนวณจากกำไร ลบด้วยขาดทุน เหลือจำนวนเงินเท่าใดจึงนำไปคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งการคำนวณภาษีดังกล่าวจะทำให้เงินภาษีที่ต้องจ่ายลดลง) โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 เป็นต้นไป

2022-03-09การวิเคราะห์เชิงลึก

สรุปภาพรวมตลาดคริปโต: ทรงตัวก่อนเผยคำสั่งของไบเดน

ตลาดสกุลเงินดิจิตอลทรงตัวในวันพุธ หลังเกิดความผันผวนในช่วงหลังของสงครามในยูเครน เนื่องจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์พุ่งสูงขึ้นทั่วกระดาน ในขณะที่นักลงทุนเตรียมกังวลจากคำสั่งของประธานาธิบดีสหรัฐ โจ ไบเดน ซึ่งจะร่างโครงร่างของประเทศที่ใช้ควบคุมแนวทางของตลาดสกุลเงินดิจิตอล  ไบเดน เตรียมออกคำสั่งในสัปดาห์นี้ ซึ่งจะสั่งให้หน่วยงานของรัฐบาลกลางตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงความมั่นคงของชาติและผลกระทบทางเศรษฐกิจของสินทรัพย์ดิจิตอล แนวทางของทำเนียบขาวได้ดึงดูดความสนใจครั้งใหม่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากวอชิงตันและพันธมิตรได้เรียกเก็บมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย เนื่องจากมีความกังวลเพิ่มขึ้นว่าบริษัทและบุคคลต่าง ๆ ที่นั่นสามารถใช้ crypto เพื่อหลบเลี่ยงข้อจำกัดได้  ในขณะเดียวกัน สงครามในยูเครนและการคว่ำบาตรของตะวันตกต่อรัสเซียทำให้สกุลเงินดิจิตอลกลายเป็นตัวกลางใหม่สำหรับการเมืองระหว่างประเทศ เนื่องจากการซื้อขายคริปโตได้รับความนิยมทั้งในรัสเซียที่ถูกคว่ำบาตรและยูเครนที่ถูกทำลายจากสงคราม Coinbase ระงับการทำธุรกรรมที่เชื่อมโยงกับรัสเซียกว่า 25,000 รายการในวันจันทร์ ซึ่งเชื่อว่าเชื่อมโยงกับกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย ในขณะที่ Binance ได้เริ่มตรวจสอบและระงับบัญชีของผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับบุคคลต้องสงสัยซึ่งเชื่อมโยงกับการคว่ำบาตร

2022-03-09การวิเคราะห์เชิงลึก

3 เหตุผลอธิบายว่าทำไมตลาดคริปโตฯ ถึงยังไม่ยอมขึ้น

หลังจากใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการอธิบายเหตุผลทางประวัติศาสตร์ว่าทำไมผู้นำของรัสเซียถึงเชื่อว่ายูเครนไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าพื้นที่ทางตะวันตกของประเทศของ ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ก็ได้สั่งให้ทหารเกือบ 200,000 นายบุกยูเครนเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ในขณะเดียวกันสหรัฐอเมริกา ยุโรป และยูเครนซึ่งเป็นผู้ถูกรุกราน เชื่อว่าประเทศในยุโรปตะวันออกเป็นดินแดนที่มีอธิปไตยเป็นของตัวเอง การบุกรุกได้สร้างความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กดดันรัฐบาลไปพร้อมๆ กับตลาดการเงินทั่วโลก ซึ่งอาจเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงที่สุดเมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน  นักลงทุนในตลาดบางคนเชื่อว่าสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นตลาดเกิดใหม่ ที่สามารถใช้เป็นทั้งการป้องกันความเสี่ยงต่อเงินเฟ้อและเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยในช่วงเวลาที่เกิดความวุ่นวายทางการเมือง อย่างไรก็ตาม ก็กลับมีคำถามว่าทำไมทั้งๆ ที่มีอัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2022 และไฟสงครามที่ร้อนแรงที่สุดนับตั้งแต่เกิดสงครามโลกในปี 1945 แต่ตลาดสกุลเงินดิจิทัลกลับไม่ปรับตัวขึ้นเลย  สินทรัพย์เกิดใหม่  ถึงแม้ว่าบิทคอยน์จะเริ่มสร้างชื่อให้กับตัวเองมาตั้งแต่ปี 2010 แต่สกุลเงินดิจิทัลใหม่ๆ กลับพึ่งมาได้รับความนิยมในช่วงห้าปีหลังสุดเท่านั้น การเปิดตัวบิทคอยน์ฟิวเจอร์สในช่วงปลายปี 2017 ได้นำบิทคอยน์เข้าสู่กระแสหลัก ผลักดันราคามีสูงกว่า 20,000 ดอลลาร์ต่อหรึ่งเหรียญ แม้ว่าจะมีความผันผวนสูงมากก็ตาม  ในปี 2010 บิทคอยน์เคยมีการซื้อขายอยู่ที่ 5 เซนต์ต่อหนึ่งเหรียญ แต่ในช่วงปลายปี 2013 ราคาบิทคอยน์กลับสามารถพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดที่ 1,135.45 ดอลลาร์ได้ ก่อนจะร่วงลงมาต่ำกว่า 1,000 ดอลลาร์ จนถึงปี 2017 เมื่อบิทคอยน์กลับมาพุ่งขึ้นอีกครั้ง หลังจากนั้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ก็มีเหตุการณ์ทางสถิติที่น่าสนใจเกิดขึ้นมากมาย ยกตัวอย่างเช่น:  ในปี 2017 กรอบราคาบิทคอยน์อยู่ระหว่าง 762.38 ดอลลาร์ถึง 19,862 ดอลลาร์ต่อหนึ่งเหรียญ  ในปี 2018 กรอบราคาบิทคอยน์อยู่ระหว่าง $3,158.10 ถึง $17,224.62 ดอลลาร์ต่อหนึ่งเหรียญ  ในปี 2019 กรอบราคาบิทคอยน์อยู่ระหว่าง $3,355.25 ถึง $13,844.30 ดอลลาร์ต่อหนึ่งเหรียญ  ในปี 2020 กรอบราคาบิทคอยน์อยู่ระหว่าง $3,925.27 ถึง $29,301.78 ดอลลาร์ต่อหนึ่งเหรียญ  ในปี 2021 กรอบราคาบิทคอยน์อยู่ระหว่าง $28,957.79 ถึง $68,906.48 ดอลลาร์ต่อหนึ่งเหรียญ  จนถึงตอนนี้ในปี 2022 กรอบราคาบิทคอยน์อยู่ระหว่าง 33,076.69 ถึง 47,937.17 ดอลลาร์ มีจุดต่ำสุดของ ราคาที่ยกตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับจุดสูงสุดก่อนหน้าและยังมีโอกาสที่ปีนี้ราคาบิทคอยน์จะปรับตัวสูงขึ้นได้ สำหรับคำถามที่ว่าทำไมสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ปรับตัวขึ้น ทั้งๆ ที่มีความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด? เรามีเหตุผลอธิบายอยู่ในบทความนี้ แต่ก่อนที่จะไปถึงตรงนั้น ผู้อ่านควรได้ทำความเข้าใจภาพรวมของตลาดสกุลเงินดิจิทัลในปัจจุบันก่อน  สภาพตลาดในปัจจุบันที่เทรนด์ขาลงยังเป็นฝ่ายคุมเกม  ในวันที่ 24 พฤศจิกายน CME Bitcoin Futures ได้ขึ้นมาสร้างจุดสูงสุดเอาไว้ที่ 69,355 ดอลลาร์ จากนั้นทุกสิ่งทุกอย่างก็เปลี่ยนไป  Bitcoin Futures Weekly  ที่มา: CQG  ตั้งแต่สร้างจุดสูงสุดนั้นได้ ราคาบิทคอยน์ก็ปรับตัวลดลง จากกราฟรายสัปดาห์รูปนี้จะเห็นว่าบิทคอยน์ฟิวเจอร์สในวันที่ 24 มกราคมตกลงสู่จุดต่ำสุดที่ 32,855 ดอลลาร์ต่อหนึ่งเหรียญ ทำให้ราชาสกุลเงินดิจิทัลสูญเสียมูลค่าไปมากกว่าครึ่ง  ตั้งแต่นั้นมา การเคลื่อนไหวของบิทคอยน์ก็ไม่ได้ขยับตัวหรือเคลื่อนไหวไปไกลจากบริเวณจุดต่ำสุดบริเวณนี้มากนัก ยิ่งไปกว่านั้น ราคายังลงไปทำจุดต่ำสุดที่ 34,295 ดอลลาร์ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ พฤติกรรมล่าสุดที่สร้างจุดสูงสุดที่ต่ำลง ไปพร้อมๆ กับการทำจุดต่ำสุดที่ต่ำลง ก่อให้เกิดรูปแบบทางเทคนิคที่เรียกว่า “รูปลิ่ม” (Wedge) ซึ่งมักจะถูกตีความหมายทางเทคนิคว่ากำลังจะมีความเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางตรงกันข้ามกับเทรนด์ปัจจุบัน  ถึงแม้จะมีความเป็นไปได้ที่กำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงของเทรนด์ราคา แต่ในความเห็นของเรา ตลาดสกุลเงินดิจิทัลมีอุปสรรคสำคัญสามประการที่ขวางกั้นขาขึ้นในช่วงเวลานี้เอาไว้  1. รัฐบาลชอบบล็อกเชนแต่ไม่เอาคริปโตฯ  ถึงแม้ว่านักเก็งกำไรและนักลงทุนจำนวนมากยอมรับสกุลเงินดิจิทัลเป็นสินทรัพย์ประเภทหลัก แต่รัฐบาลไม่เคยมองเช่นนั้น ข้ออ้างและการวิพากษ์วิจารณ์ด้านกฎระเบียบมากมายของรัฐบาลมุ่งเน้นไปที่การใช้สกุลเงินดิจิทัลในเรื่องที่ผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ความกลัวซึ่งเป็นความจริงที่แฝงอยู่ก็คือสกุลเงินดิจิทัลจะเป็นอุปสรรคในการขยายความสามารถในการเพิ่มปริมาณเงินในระบบ ที่พวกเขาสามารถพิมพ์เงินเพิ่มเมื่อไหร่ และเท่าไหร่ก็ได้ตามที่ต้องการ  ถึงกระนั้น อีกฉากหน้าหนึ่ง รัฐบาลก็ทำเสมือนว่ามีความต้องการนำเทคโนโลยีบล็อคเชนมาใช้ เหมือนเป็นการบ่งบอกว่าพวกเขาไม่เคยปิดกั้นการเติบโตทางเทคโนโลยี ลึกๆ พวกเขารู้ดีว่าบล็อกเชนเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิวัติฟินเทค การเพิ่มความเร็ว ประสิทธิภาพ และการบันทึกธุรกรรมทางการเงิน ดังนั้นรัฐจึงมีความพยายามที่จะสร้างสกุลเงินดิจิทัลโดยรัฐบาลขึ้นมา เพื่อหวังว่าจะสามารถดึงให้ผู้คนยังคงอยู่กับระบบการเงินแบบเดิมๆ ได้ (ซึ่งไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรหากว่าพวกเขายังสามารถพิมพ์เงินได้อย่างไม่จำกัด)  2. สัญญาณขาลงที่ส่งมาจาก High กลางเดือนพฤศจิกายน  ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาสองสกุลเงินดิจิทัลแนวหน้าอย่างบิทคอยน์และอีเธอเรียมยังมีความผันผวนสูง แม้ว่าจะได้รับการยอมรับมากขึ้นในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2021 ทั้งสองสกุลเงินต่างก็สามารถสร้างจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ได้ ก่อนที่จะร่วงลงมาอยู่ในจุดที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน  BTC/USD Daily  ที่มา: Barchart  กราฟรูปนี้แสดงให้เห็นวันที่บิทคอยน์เคยขึ้นสู่จุดสูงสุดตลอดกาลเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ก่อนจะสร้างรูปแบบการกลับตัวเป็นแนวโน้มขาลงที่สำคัญที่สุด และทำให้ราคาบิทคอยน์ร่วงลงเนื่องจากมีแรงเทขายมากกว่าแรงซื้อ  ที่มา: Barchart  กราฟรูปนี้แสดงให้เห็นช่วงเวลาเดียวกันของสกุลเงินอีเธอเรียมที่เคยขึ้นไปสร้างจุดสูงสุดตลอดกาล และปรับตัวลดลงมาในวันเวลาเดียวกันกับบิทคอยน์ การเปลี่ยนเทรนด์ทางเทคนิคทำให้นักลงทุนหลายคนต้องสูญเสียเงินจากการเก็งกำไรตลาดสกุลเงินดิจิทัล หลังจากเจ็บตัวมาไม่น้อย นักลงทุนหลายคนจึงยังไม่กล้าที่จะเสี่ยงลงทุนกับตลาดคริปโตฯ ตอนนี้ และเลือกที่จะรอดูไปอีกสักพัก จนกว่าจะแน่ใจว่าขาขึ้นของตลาดคริปโตฯ กลับมาแน่นอนแล้ว  3. โลกยังคงไม่ชินกับสินทรัพย์สำรองใหม่  ก่อนที่สกุลเงินดิจิทัลถือกำเนิด ทองคำได้เป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยที่สุด เพราะสกุลเงินดิจิทัลในตอนนี้ยังอยู่ในขาลง นักวิเคราะหํหลายคนจึงได้ตั้งสมมติฐานว่านักลงทุนได้หันหน้าเข้าหาสินทรัพย์สำรองปลอดภัยอื่น ที่มีความน่าเชื่อถือมานานนับพันปีมากกว่า หากได้พิจารณาพฤติกรรมราคาทางเทคนิค จะเห็นว่าในช่วงที่คริปโตฯ คึกคัก ราคาทองคำได้สะสมแรงขาขึ้น ในรูปแบบของลิ่ม และยกจุดต่ำสุดขึ้นมาตลอดทั้งปี 2021  Gold Weekly  ที่มา: CQG  รูปนี้แสดงให้เห็นการซุ่มสร้างขาขึ้นของราคาทองคำ หลังจากแตะจุดสูงสุดตลอดกาลที่ $2,063 ต่อออนซ์ ในเดือนสิงหาคม 2020 ราคาทองคำก็ปรับตัวลดลงมาตลอดปี 2021 อย่างไรก็ตาม ในช่วงนั้นทองคำสามารถรักษาทรงให้ไม่ลงไปวิ่งต่ำกว่า $1,700 ได้ และในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2022 ทองคำก็ได้หลุดกรอบไซด์เวย์ออกมา กลายเป็นขาขึ้นในปัจจุบัน

2022-03-08การวิเคราะห์เชิงลึก

แจกหนังสือ The Bitcoin Standard หนังสือดีๆที่มือใหม่ควรมีติดไม้ติดมือ

ของดี และฟรีมีอยู่จริง Wikibit.TH ฉลองครบรอบ 1 ปี แจกหนังสือ The Bitcoin Standard หนังสือดีๆที่มือใหม่ควรมีติดไม้ติดมือ การัตตีคุณภาพ จากการตีพิมพ์มากกว่า 30 ภาษาทั่วโลก !   กติกาการร่วมสนุก  1. กดไลค์ กดติดตาม เพจ Wikibit.TH  2. แชร์โพสต์นี้ พร้อมตั้งเป็นสาธารณะ  3. ดาวน์โหลด App WikiBit สามารถดาวน์โหลดได้ทั้ง Android , IOS  4. Capture หน้าแอป Wikibit พร้อมคอมเม้นบอกเรากันหน่อยว่า  “คุณติดดอยเหรียญไหนมากที่สุด”  รายละเอียดการแจกรางวัล  ประกาศรางวัลวันที่ 21 มีนาคม โดยสุ่มแจก 30 รางวัล  (ใช้โปรแกรมสุ่ม) จากจำนวนผู้ที่คอมเม้นใต้โพสท์  และทำตามกติกาที่ตั้งไว้ครบถ้วน โดยจะประกาศที่หน้าเพจ  Wikibit สำหรับผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลแล้วไม่ติดต่อมา  ภายใน 24 ชั่วโมงจะทำการสุ่มใหม่

2022-03-08การวิเคราะห์เชิงลึก

ก.ล.ต.จ่อคุม “โทเค็นดิจิทัลพร้อมใช้”

ก.ล.ต.เล็งกำกับ ‘utility token พร้อมใช้’ บอร์ดเห็นชอบ หากต้องการนำไปลิสต์บน Exchange ต้องขออนุญาตเสนอขายกับ ก.ล.ต.ก่อน และเตรียมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง นางสาวรื่นวดี สุวรรณมงคล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยการประชุมคณะกรรมการ ก.ล.ต. ครั้งที่ 3/2565 เมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2565 โดยคณะกรรมการ ก.ล.ต. มีมติเห็นชอบแนวทางการกำกับดูแล “โทเคนดิจิทัลเพื่อการใช้ประโยชน์ในลักษณะพร้อมใช้” (utility token พร้อมใช้)  นับตั้งแต่พระราชกำหนดการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 มีผลใช้บังคับ ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลก็มีพัฒนาการเติบโตขึ้นอย่างมาก ในหลายอุตสาหกรรมเริ่มมีการใช้งานสินทรัพย์ดิจิทัล แปลงสิทธิเป็นโทเคนดิจิทัลเพื่อการใช้ประโยชน์ที่มีลักษณะพร้อมใช้* เช่น อุตสาหกรรมท่องเที่ยว บันเทิง และกีฬา มีการแปลงคูปอง บัตรกำนัล คะแนนสะสม หรือบัตรเข้าชมงาน ให้อยู่ในรูปแบบโทเคนดิจิทัล และมีความประสงค์ที่จะนำ “utility token พร้อมใช้” ไปจดทะเบียนและซื้อขายในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล  อย่างไรก็ตามก.ล.ต.เล็งเห็นว่า utility token อาจมีวัตถุประสงค์เพื่อการระดมทุน หรือการซื้อขาย/การลงทุน มากกว่าการใช้สิทธิประโยชน์ที่ได้รับจากโทเคนดิจิทัล จึงควรใช้กลไกการกำกับดูแลในแนวเดียวกับการระดมทุน ทั้งในตลาดแรกและตลาดรอง เพื่อเพิ่มการคุ้มครองผู้ซื้อขาย/ผู้ลงทุนให้มีข้อมูลเพียงพอ รวมทั้งมีกลไกกำกับดูแลการซื้อขายในตลาดรองที่ชัดเจนและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น คณะกรรมการ ก.ล.ต. จึงมีมติเห็นชอบหลักการในการปรับปรุงแนวทางการกำกับดูแล “utility token พร้อมใช้”  ทั้งในตลาดแรกและตลาดรอง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการกำกับดูแลให้สอดคล้องกับลักษณะความเสี่ยง พัฒนาการและการใช้งาน รวมถึงการคุ้มครองผู้ลงทุนให้เหมาะสม ยกตัวอย่างเช่น การกำหนดให้ผู้ออกเสนอขาย (issuer) ที่ประสงค์จะนำ “utility token พร้อมใช้” ไปจดทะเบียนซื้อขายในศูนย์ซื้อขายฯ ต้องขออนุญาตเสนอขายกับ ก.ล.ต. และปฏิบัติตามกฎเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด กำหนดให้ศูนย์ซื้อขายฯ มีกลไกด้านการเปิดเผยข้อมูลและกำกับดูแลความเสี่ยงในการซื้อขายเพิ่มขึ้น เป็นต้น โดยโทเคนดิจิทัลดังกล่าวจะต้องไม่เข้าข่ายเป็นการนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาใช้เป็นสื่อกลางในการชำระค่าสินค้าและบริการ (Means of Payment) ทั้งนี้ ก.ล.ต. จะเปิดรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ผู้สนใจ และประชาชนเกี่ยวกับแนวทางการกำกับดูแลดังกล่าวต่อไป ความแตกต่างระหว่าง Token พร้อมใช้และไม่พร้อมใช้ โทเคนดิจิทัล เป็นเหรียญดิจิทัลที่ให้สิทธิแก่ผู้ถือเหรียญถูกแบ่งเป็น 2 ประเภท

2022-03-07การวิเคราะห์เชิงลึก

สื่อการเงินระดับโลก Bloomberg คาดการณ์ว่าราคา “Bitcoin อาจร่วงกลับลงมาที่ 30,000 ดอลลาร์อีกครั้ง”

Mike McGlone หัวหน้านักวิเคราะห์สินค้าโภคภัณฑ์ของ Bloomberg ได้โพส Twitter เพื่อคำคาดการณ์ใหม่ของเขาว่าราคา Bitcoin อาจร่วงกลับลงมาที่ระดับ 30,000 ดอลลาร์อีกครั้ง  หัวหน้าผู้เชี่ยวชาญด้านสินค้าโภคภัณฑ์ของ Bloomberg เชื่อว่าราคา Bitcoin ที่ลดลง 2% ในวันอาทิตย์ เป็นสัญญาณที่บ่งชี้ให้เห็นแล้วว่า ในสัปดาห์ที่จะมาถึงสำหรับสินทรัพย์เสี่ยงนั้นอาจเป็นสัปดาห์ที่เลวร้าย กราฟที่แชร์โดย McGlone เผยให้เห็นว่า Bitcoin และดัชนีหุ้น Nasdaq 100 futures กำลังมีการเคลื่อนไหวในไปทิศทางเดียวกันและทั้งคู่กำลังอยู่ในช่วงขาลง  ซึ่งเขาดูเหมือนจะบอกเป็นนัย ๆ แล้วว่า Bitcoin กำลังเริ่มมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับตลาดหุ้นมากขึ้น นับตั้งแต่วันอังคารที่ 1 มีนาคม เหรียญคริปโตเบอร์หนึ่งของโลกเริ่มมีมูลค่าที่ลดลงเรื่อย ๆ จนกระทั่งเมื่อวันที่ 3 มีนาคมราคาได้ร่วงลงอย่างฉับพลันและตั้งแต่วันนั้นจนถึงเช้าวันนี้ Bitcoin ได้สูญเสียมูลค่าไปแล้วกว่า 10.24 เปอร์เซ็นต์ โดยมีมูลค่าลดลงจาก 44,031 ดอลลาร์เป็น 39,522 ดอลลาร์  อย่างไรก็ตามข้อมูลของ Glassnode พบว่า หุ้นกองทุน Bitcoin ETF ของที่ใหญ่ที่สุดแคนาดา Purpose Bitcoin ETF มีการช้อนซื้อ Bitcoin สะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ นับตั้งแต่ช่วงต้นปี แม้ว่าตลาด crypto จะอยู่ในช่วงขาลงก็ตาม จนถึงตอนนี้ Purpose Bitcoin ETF มี Bitcoin เพิ่มขึ้นประมาณ 5,000 BTC โดยเพิ่มขึ้นจาก 29,494 BTC เป็น 34,613 BTC ในขณะที่เขียนรายงานอยู่นี้ Bitcoin มีการซื้อขายกันอยู่ที่ 37,900 ดอลลาร์ ลดลง 4% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา อ้างอิงข้อมูลจาก Coinmarketcap

2022-03-07การวิเคราะห์เชิงลึก

ราคาเหรียญ Yearn Finance (YFI) ร่วง 13% หลังมีข่าวลือ

ราคาของ YFI และโครงการอื่น ๆ ที่ Andre Cronje มีส่วนเกี่ยวข้องได้ร่วงลงอย่างรุนแรงในวันนี้หลังจากมีรายงานว่าเขาออกจากอุตสาหกรรมไปอย่างถาวร Andre Cronje ซึ่งอาจจะเป็นที่รู้จักกันดีจากผลงาน Fantom และ Yearn Finance ร่วมกับ Anton Nell ซึ่งเป็นสถาปนิกอาวุโสด้านโซลูชั่นส์ที่ Fantom Foundation อาจลาออกจากวงการสกุลเงินดิจิทัล  ในกระทู้ Twitter เมื่อวันที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2565 Anton Nell ซึ่งเป็นสถาปนิกอาวุโสด้านโซลูชันที่ Fantom Foundation ประกาศว่า Andre Cronje และเขาจะเลิกมีส่วนร่วมในวงการ crypto “Andre และผมได้ตัดสินใจว่าเรากำลังจะจบช่วงเวลาของพวกเราที่ช่วยเหลือวงการ defi/crypto ปัจจุบันมีแอปและบริการประมาณ 25 รายการที่เรากำลังจะยุติให้บริการในวันที่ 3 เมษายน พ.ศ. 2565” หนึ่งในบริการดังกล่าวคือ YearnFi ซึ่งเป็นอินเทอร์เฟซส่วนหน้าสำหรับ Yearn Finance (YFI) ที่ Cronje กำลังพัฒนาอยู่  เป็นที่น่าสังเกตว่านี่ไม่ได้หมายความว่า Yearn Finance จะถูกปิดตัวลงแต่อย่างใด อย่างไรก็ตามเราทุกคนต่างทราบดีว่า Cronje เป็นผู้คิดค้นโปรโตคอลนี้ตั้งแต่แรก และถือเป็นการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในตอนต้นของ DeFi Summer ในปี 2020 ผู้ใช้งานทวิตเตอร์รายหนึ่งนามว่า Banteg ได้ออกมาแสดงความเห็นว่า: “ตอนนี้ผู้คนกำลังขุดหลุมฝังศพให้ YFI คือพวกคุณรู้ไหมว่า Andre ไม่ได้ร่วมพัฒนาโครงการตัวนี้มามากกว่า 1 ปีแล้ว? และถึงแม้เขาจะไม่ได้อยู่แล้ว แต่ก็ยังมีคนทำงานเต็มเวลา 50 คนและผู้ทำงานนอกเวลา 140 คนคอยช่วยเหลืออยู่” ข่าวดังกล่าวเปรียบเหมือนการทิ้งระเบิดในตลาดเหรียญ YFI ซึ่งราคาได้ร่วงลงไปถึง 13% และลดลงเหลือเพียง 17,000 ดอลลาร์จากเกือบ 20,000 ดอลลาร์ FTM ก็ลดลงประมาณ 13%

2022-03-07การวิเคราะห์เชิงลึก

Cardano ประกาศเข้าสู่ขั้นตอน ‘สุดท้าย’ ของการอัพเกรดครั้งสำคัญ

Cardano เครือข่าย Proof of stake ขวัญใจนักลงทุนตั้งเป้าที่จะเพิ่มประสิทธิภาพและการปรับขนาดให้กับเครือข่ายตลอดทั้งปีนี้ โดยล่าสุดทาง Input-Output Hong Kong (IOHK) องค์กรพัฒนาที่อยู่เบื้องหลังโปรเจกต์ Cardano ออกมาประกาศแผนงานเพิ่มเติมเกี่ยวกับปรับขนาดเครือข่ายที่กำลังจะเกิดขึ้นในไม่ช้า Cardano คาดว่าจะมีการอัปเดตที่สำคัญ Tim Harrison  หัวหน้าฝ่ายการตลาดและการสื่อสารของ IOHK เปิดเผยว่า ปัจจุบัน Cardano กำลังเข้าสู่ “ขั้นตอนสุดท้าย” ของการดรอปโค้ดครั้งแรกในปี 2022 และหลังจากที่การดรอปโค้ดครั้งนี้เสร็จสิ้น Cardano จะมีการดรอปโค้ดตามมาอีกทั้งหมดสองครั้ง ซึ่งคาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายนและเดือนตุลาคม “Cardano เติบโตขึ้นอย่างมาก และคาดว่าจะเติบโตเพิ่มขึ้นอีกในปีนี้ การเปิดเผยแผนงานที่สำคัญ จะช่วยให้บริษัทต่างๆ ที่พึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานของ Cardano รู้ได้ทันทีว่าการอัพเกรดที่สำคัญจะมาถึงเมื่อใด” Harrison กล่าว  การดรอปโค้ดครั้งแรกจะเป็น “การเพิ่มประสิทธิภาพ” ให้กับโหนดของ Cardano โดยจะเพิ่มความสามารถในการสร้างธุรกรรมที่สอดคล้องกับ Concise Data Definition Language (CDDL) ในขณะที่อินเทอร์เฟซจะยังคงใช้บรรทัดคำสั่งดั้งเดิมของ Cardano (CLI) ต่อไป นอกจากนี้การดรอปโค้ดยังจะนำเสนอการปรับตั้งค่าสำหรับการสร้างธุรกรรมแบบ multi-signature เพื่อให้มีขั้นตอนที่ซับซ้อนมากขึ้น พร้อมกับการเปิดตัวเครื่องมือ CLI หลายรายการให้กับผู้ดำเนินการ stake pool (SPO) นักพัฒนา และผู้ใช้โหนด แม้ว่าการอัพเกรดเหล่านี้จะช่วยทำให้บล็อคเชนมีความยืดหยุ่นมากขึ้น แต่ Harrison ตั้งข้อสังเกตว่านี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเดินทางของ Cardano เท่านั้น  เพราะยังมีการอัปเกรดที่สำคัญอีกมากมาย ที่กำลังจะตามมาในเดือนมิถุนายนและเดือนตุลาคม เช่น การเพิ่ม Pipeline , การเพิ่ม Plutus CIP ตัวใหม่, การเพิ่มพื้นที่เก็บข้อมูลบนดิสก์ UTXO และ Hydra สิ่งเหล่านี้รวมถึง การกำหนดพารามิเตอร์เพิ่มเติมเพื่อช่วยเพิ่มปริมาณงานและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับ Cardano Blockchain การอัพเกรดเหล่านี้ล้วนมีจุดมุ่งหมายเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น หลังจากเครือข่ายได้มีการอัปเกรด Alonzo Hardfork เพื่อนำเอาความสามารถในการทำสัญญา Smart contract มาใช้ในการแข่งขันกับ Blockchain อื่น ๆ

2022-03-07การวิเคราะห์เชิงลึก

รีวิว MINA สกุลเงินดิจิทัลที่หวังจะมาเป็นประตูเชื่อมโลกคริปโตฯ กับโลกความจริง

ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ คริปโตเคอเรนซี่ทั้งหมด 17,911 สกุลเงินกลับมาเป็นที่สนใจของตลาดลงทุนอีกครั้ง การเติบโตของเหรียญใหม่ๆ ที่เข้าสู่ตลาดนั้นเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อ เพราะเมื่อลองมองย้อนกลับไป ในช่วงสิ้นปี 2020 จำนวนสกุลเงินดิจิทัลในวันนั้นยังมีเพียง 8,153 สกุลเงิน แต่มาวันนี้กลับมีจำนวนใกล้เคียงกับ 18,000 สกุลเงินเข้าไปแล้ว  ตำนานการเติบโตของสกุลเงินดิจิทัลบิทคอยน์จากห้าเซ็นต์ในปี 2010 กลายเป็นเกือบ 70,000 ดอลลาร์ในกลางเดือนพฤศจิกายน 2021 ยังคงเป็นเรื่องเล่าขาน ที่ทำให้ผู้คนเกิดความคลั่งไคล้ในการเก็งกำไร หวังที่จะได้เห็นนิวบิทคอยน์ในปัจจุบัน นักเก็งกำไรยินดีที่จะทุ่มเงินเข้าสู่ตลาดแห่งนี้ โดยหวังว่าจะได้ผลตอบแทนอย่างที่บิทคอยน์เคยทำมาในอดีตบ้าง  แต่ก็ไม่ใช่ทุก 17,900 เหรียญที่จะกลายเป็นนิวบิทคอยน์ได้ และมีเหรียญหลายตัวที่มีแนวโน้มว่าจะเป็นการหลอกลวง หรือไม่ก็จางหายไปในกองฝุ่นแห่งกาลเวลา แต่ในขณะเดียวกัน เหรียญเกิดใหม่บางตัวก็มีฟังก์ชันการทำงานใหม่ และมีศักยภาพที่น่าสนใจ ยกตัวอย่างเช่นเหรียญ Mina(MINA) สกุลเงินดิจิทัลน้องใหม่ที่นำเสนอภาพพจน์ของการ “กระจายอำนาจและความปลอดภัยที่แท้จริง”  ปัจจุบัน MINA ได้ไต่ขึ้นระดับจุดสูงสุดของสกุลเงินดิจิทัลได้แล้ว ด้วยการเข้าไปอยู่ในกลุ่มเหรียญ 100 อันดับแรก มีมูลค่าตลาดสูงกว่าอีก 99.5% หรืออีก 17,800 เหรียญที่เหลือ  บล็อกเชนที่มีขนาด “เบา” ที่สุดในโลก  Mina (MINA) เป็นบล็อกเชนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พวกเขาใช้กลไกผสมระหว่าง Proof-of-Stake (PoS) กับการจัดเก็บข้อมูลบล็อกเชนและประวัติการทำธุรกรรมโดยการบีบอัด ทำให้มีขนาดเล็กเพียง 22KB แตกต่างจากบล็อกเชนของเหรียญอื่นๆ เช่น บิทคอยน์บล็อกเชนที่มีขนาด 350GB และอีเธอเรียมบล็อกเชนที่มีขนาดมากกว่า 827GB  ขนาดของบล็อกเชน MINA ทั้งหมดมีขนาดเท่ากับ “การทวีตเพียงสองสามครั้ง” MINA ใช้การเข้ารหัสขั้นสูงและ zk-SNARK แบบเรียกซ้ำ เพื่อส่งมอบการกระจายอำนาจตามขนาด zk-SNARK เป็นตัวย่อที่ย่อมาจาก “Zero-Knowledge Succinct Non-Interactive Argument of Knowledge” เป็นหลักฐานการเข้ารหัสที่ช่วยให้ฝ่ายหนึ่งสามารถพิสูจน์ได้ว่ามีข้อมูลบางอย่างอยู่โดยไม่ต้องเปิดเผยข้อมูลนั้น  ในวันที่ 3 มีนาคม สกุลเงินดิจิทัล MINA อยู่ในอันดับที่ 87 จากการจัดอันดับของเว็บไซต์ CoinMarketCap มีราคาซื้อขายอยู่ที่ $2.077 ต่อหนึ่งเหรียญ มีมูลค่าตามราคาตลาดอยู่ที่ $816.50 ล้านเหรียญสหรัฐ  MINA: กับการเติบโตภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี  ในวันที่ 17 มิถุนายน O(1) Labs ได้ริเริ่มโครงการโอเพ่นซอร์ส เพื่อออกแบบโปรโตคอลแบบเลเยอร์เดียว ที่สามารถทำงานอยู่บนบล็อกเชนดั้งเดิม พวกเขาต้องการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง และความปลอดภัยอย่างแท้จริง เหรียญ MINA เริ่มเปิดให้ซื้อขายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2021 ที่ระดับราคาแรกคือ $4.938 ต่อหนึ่งเหรียญ  วันนั้น ปริมาณการซื้อขายเหรียญ MINA ตลอด 24 ชั่วโมงคิดเป้นเงินทั้งหมดประมาณ $20-80 ล้านเหรียญ สามารถสร้างจุดสูงสุดตลอดกาลได้ในวันที่ 24 เมษายนที่ $6.2008 ในวันที่ 14 กันยายน เหรียญ MINA มีปริมาณการซื้อขายตลอด 24 ชั่วโมงเพิ่มขึ้นเป็น $367.06 ล้านเหรียญ  ในวันที่บิทคอยน์และอีเธอเรียมสามารถขึ้นไปสร้างจุดสูงสุดตลอดกาลในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว MINA มีมูลค่าอยู่ที่ $6.1163 ในวันที่ 11 พฤศจิกายน ก่อนที่จะลงมาทำจุดต่ำสุดในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ปี 2022 ที่ $1.8547  วันที่ 1 พฤศภาคมปีที่แล้ว MINA เคยประกาศเอาไว้ว่าเหรียญซัพพลายที่อยู่ในระบบทั้งหมดมี 391,397,894.84 เหรียญ อุปทานเหรียญทั้งหมดในปัจจุบันคือ 824,104,972 เหรียญ MINA ถูกออกแบบมาให้มีอุปทานไม่จำกัด นักออกแบบได้สร้างแรงจูงใจให้ผู้ถือเหรียญมีส่วนร่วมในการเดิมพันใในช่วงปีแรกๆ ของโปรโตคอล ซึ่งจะเพิ่มระดับการกระจายอำนาจ ตารางอัตราเงินเฟ้อมีดังนี้:  ที่มา: minaprotocol.com  หากสภาพตลาดมีการเปลี่ยนแปลงไป ผู้ถือครองเหรียญ MINA สามารถช่วยกันเปลี่ยนแปลงค่าในตารางนี้ได้  จงลงทุนในจำนวนเงินที่ยอมขาดทุนได้  ด้วยจำนวนสกุลเงินที่มีมากกว่า 17,900 เหรียญให้เลือก ทำให้นักลงทุนและนักเก็งกำไรมีทางเลือกมากมาย MINA เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่ประสบความสำเร็จอย่างมากด้วยมูลค่าตามราคาตลาดมากกว่า 850 ล้านดอลลาร์  หากคิดจะเลือกเหรียญสักเหรียญหนึ่งเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของพอร์ตลงทุน นักลงทุนต้องเข้าใจก่อนว่าไม่ใช่ทุกเหรียญที่จะประสบความสำเร็จ เหรียญส่วนใหญ่จะจบลงด้วยการเป็นเหรียญที่ไม่มีใครพูดถึงอีกต่อไป นอกจากนี้ สินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมดยังต้องเผชิญกับปัญหาด้านกฎระเบียบ การดูแล และความปลอดภัย ซึ่งจะส่งผลต่อความผันผวนของราคาและกำหนดอนาคต  ลงทุนเฉพาะเงินที่คุณยินดีจะขาดทุน ยิ่งผลตอบแทนที่จะได้นั้นมากมายขนาดไหน ก็มักจะมาพร้อมกับความเสี่ยงที่มากขึ้นตามไปด้วย

2022-03-06การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
4749
...
142