เตือนภัย ! แอปเทรดคริปโตเถื่อน

กาสะลองซ้องปีบ Binance ไม่ใช่ Binard เช็คคำให้ดีกับแอปเทรดที่คุณใช้ เรื่องราวเกิดขึ้นหลังจากผู้ใช้งานเฟสบุ๊กท่านหนึ่งได้ออกมาสอบถามข้อมูล แอปเทรดคริปโตเถื่อน ที่ใช้ชื่อว่า Binard (ไบนาร์ด) ซึ่งตั้งใจใช้คำที่คลับคล้ายกับคำว่า Binance (ไบแนนซ์) แอปเทรดคริปกระดานดังระดับโลกมิใช่เพียงแค่ชื่อเท่านั้น แต่ยังถึงรูปหน้าแอปที่คล้ายกันอีกด้วย ซึ่งพอทีมงาน Wikibit เข้าไปตรวจสอบพบว่ามีผู้ใช้งานหลายท่านเกิดความเข้าใจผิด เนื่องจากมีการใช้ลักษณะตัวอักษร รูปและสีของแอปพลิเคชั่นที่คล้ายกัน แค่ใช้ชื่อที่ต่างกันเพียงแค่ตัวอักษรเท่านั้น  โดยแอป Binard นั้นเป็นแอปที่มิจฉาชีพหรือ Scammerตั้งใจเอามาหลอกนักลงทุนโดยเฉพาะผู้สูงอายุ และผู้ที่ไม่เชี่ยวชาญด้านภาษา เพราะจะทำโปรโมทผ่านหน้าเว็บไซต์ข่าวทั่วไปที่ไม่มีการรับรอง (เช่น เว็บไซต์ข่าว Fake news ที่ผู้สูงอายุมักส่งต่อกัน) และด้วยรูปแบบหน้าเว็บจะมีลักษณะใกล้เคียงกับไบแนนซ์ วิธีการลงทะเบียนที่ง่ายจนทำให้ผู้ลงทุนสนใจสมัครเป็นจำนวนมาก  โดยทาง WikiBit ขอย้ำไว้เสมอว่าหากเทรดเดอร์มือใหม่ที่สนใจในการลงทุน และกำลังลังเลในการเลือกหา Broker กระดานเทรด อยากให้คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก โดยเฉพาะหากยิ่งไม่มั่นใจในชื่อของ Broker ในกรณีลักษณะนี้ อยากแนะนำให้ใช้งาน App #wikibit เพื่อใช้ในการค้นหาข้อมูลชื่อกระดานเทรดที่ถูกต้อง ที่ได้รับการรับรองตามกฎหมาย

2022-03-11การวิเคราะห์เชิงลึก

ตามส่องกูรูคริปโตระดับโลก

2022-03-11การวิเคราะห์เชิงลึก

Romance Scam คืออะไร รู้จักไว้ก่อนตกเป็นเหยื่อ

2022-03-10การวิเคราะห์เชิงลึก

ราคา Bitcoin สะดุด หลังเจอคำสั่งของไบเดน

Bitcoin สร้างความประหลาดใจในเชิงบวกเมื่อเช้าวานนี้ โดยเพิ่มขึ้นกว่า 2,000 ดอลลาร์ในไม่กี่ชั่วโมง หลังจากที่กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ปล่อยข้อมูล(สร้างความมั่นใจ)ออกมาเร็วเกินไป รายละเอียดคำสั่งผู้บริหารของประธานาธิบดี ไบเดน เกี่ยวกับสกุลเงินดิจิตอล ซึ่งได้รับการเปิดเผยอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อคืน  คำสั่งของผู้บริหารจะกำหนดให้หน่วยงานของรัฐบาลกลางต้องใช้แนวทางกฏระเบียบการเงินควบคุมสกุลเงินดิจิทัล โดยมอบหมายให้ทำงานร่วมกันเพื่อจัดการกับความเสี่ยงของคริปโต ซึ่งรวมถึงปัญหาด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ และภัยคุกคามต่อระบบการเงิน  คำสั่งของไบเดนสร้างความมั่นใจให้ตลาดสกุลเงินดิจิตอล  แต่ข้อความดังกล่าวยังเรียกร้องให้สนับสนุนนวัตกรรมในสกุลเงินดิจิทัล และสร้างความมั่นใจว่าสหรัฐฯ จะรักษา “ความเป็นผู้นำทางเทคโนโลยีในพื้นที่ที่เติบโตอย่างรวดเร็วนี้” การกล่าวถึงเชิงสร้างสรรค์นี้ดูเหมือนจะขับเคลื่อนความกระตือรือร้นของนักลงทุนคริปโต  เป็นเรื่องที่โล่งใจมากขึ้นเมื่อหลายคนกลัวว่าคำสั่งดังกล่าวจะเรียกร้องให้มีการปราบปรามด้านกฎระเบียบที่เข้มงวดเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิตอล  ผู้เล่นรายใหญ่ในอุตสาหกรรมคริปโตได้ให้ความเห็นการวิเคราะห์เชิงบวกของพวกเขาเกี่ยวกับคำสั่งผู้บริหารของไบเดน บน Twitter (NYSE:TWTR) Sam Bankman-Fried ซีอีโอของ crypto FTX เรียกความเห็นของไบเดนนี้ว่า “สร้างสรรค์” Jeremy Allaire ซีอีโอของ Circle ชื่นชมคำสั่งของผู้บริหารที่ให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างรวดเร็วของ crypto และเรียกร้องให้ “มีการแก้ไขอย่างสร้างสรรค์ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความเสี่ยงที่ทราบซึ่งมีอยู่ในระบบการเงินแบบเดิม”  ในท้ายที่สุด มากกว่าข่าวดีก็คือการขาดข่าวร้ายที่ดูเหมือนว่าจะได้รับการต้อนรับจากกระแสของ Bitcoin เมื่อวานนี้  นอกจากนี้ยังเป็นที่น่าสังเกตว่าการยอมรับความเสี่ยงเป็นประเด็นหลักเมื่อวานนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดหุ้นยุโรปกำลังขยายตัวสูงขึ้น ทำผลงานดีที่สุดในรอบกว่าสองปี ซึ่งเป็นฉากหลังที่ช่วยให้ Bitcoin ราคาสูงขึ้นเช่นกัน  สำหรับวันนี้ สองเหตุการณ์สำคัญมีแนวโน้มที่จะมีอิทธิพลต่อ Bitcoin และตลาดอื่นๆ คาดว่า จะอยู่ที่การประชุม ECB ในบ่ายวันนี้ เช่นเดียวกับ ตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจะผลักดันซองจดหมายอีกครั้ง โดยมี คาดว่าจะอยู่ที่ 7.9%  ภาพ Bitcoin โดยรวมจากกราฟยังดูเหมือนเหรียญยังไม่ฟื้นตัว  จากมุมมองทางเทคนิค การเพิ่มขึ้นของ Bitcoin เมื่อวานนี้ แม้จะมีช่วงบวก แต่น่าเสียดายที่กราฟยังไม่ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ ยิ่งกว่านั้น BTC/USD กำลังลดระดับลง โดยลดลงต่ำกว่า 41,000 ดอลลาร์ในขณะที่เขียนบทความนี้ หลังจากพุ่งขึ้นสูงสุดถึง 42,600 ดอลลาร์เมื่อเช้าวานนี้  ในท้ายที่สุด พื้นที่ประมาณ 42,000 ดอลลาร์จะถือเป็นแนวต้านทันที ก่อนที่จะมีอุปสรรคสำคัญบนเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 100 วันที่ปัจจุบันอยู่ที่ 43,525 ดอลลาร์ จำได้ว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่นี้หยุดการขึ้นของ Bitcoin และส่งคริปโตให้ต่ำลงในวันที่ 2 มีนาคม  และแม้แต่ผลตอบแทนที่สูงกว่าเส้นค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ 100 วันนี้ก็ยังไม่เพียงพอสำหรับเราที่จะเริ่มพูดถึงการกลับตัวของแนวโน้มรายวันที่เป็นขาขึ้น การศึกษาแผนภูมิแสดงให้เห็นว่าการกลับตัวครั้งนี้จะเริ่มตรวจสอบได้เฉพาะในกรณีที่ผลตอบแทนสูงกว่าพื้นที่ 45,500 ดอลลาร์เท่านั้น

2022-03-10การวิเคราะห์เชิงลึก

เปิดตัวหุ้นลูกรักของ วอร์เรน บัฟเฟตต์

เปิดตัวหุ้นลูกรัก ที่ช่วยโกยเงินมหาศาลให้ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ในช่วงปี 2021 จริงๆต้องบอกก่อนว่า ปู่วอร์เรน บัฟเฟตต์มีหุ้นลูกรักหลายต่อหลายตัวรวมไปถึงข่าวล่าสุดที่คุณปู่ยอมทุ่มเงินกว่าพันล้าน  มาลงเล่นคริปโตตามกระแสกับเขาด้วย แต่ Wikibit ขอยกมาเล่าให้ฟังนั้น แกะมาจากจดหมายที่คุณปู่ที่ได้เขียนถึงผู้ถือหุ้น Berkshire ที่แกเขียนไว้เองกับมือ เอ่ยปากชมเลยว่าเป็นหุ้น 4 ตัวจากบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ช่วยเสริมทัพสร้างความรุ่งเรือง ให้ Berkshire บริษัทเป็นที่รู้จักเนื่องจากอยู่ภายใต้การดูแลของ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ที่รับตำแหน่งประธานและประธานบริหารโดยมีรายละเอียดดังนี้   1. ธุรกิจประกันโดยทาง Berkshireเป็นเจ้าของทั้ง 100% ธุรกิจกลุ่มนี้สามารถสร้างสภาพคล่องด้วยเงินจำนวนมหาศาล ที่เก็บมาจากผู้ทำประกันแล้วสามารถนำเงินเหล่านี้ไปลงทุนต่อเพื่อสร้างผลตอบแทนได้อย่างดีเยี่ยม  2 .ลูกรักอย่างหุ้น Apple คุณปู่บอกว่ามันเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้ถือหุ้นต้องเข้าใจว่าเงินปันผลจาก Apple แสดงอยู่ในรายงานทางบัญชีแบบ GAAP เท่านั้น ใครที่ดูงบแบบ Non-GAAP ที่ไม่หักพวก  ค่าใช้จ่ายครั้งเดียว จะไม่เจอเงินก้อนนี้ ซึ่งกำไรของ Apple ก็นำมาซื้อหุ้นคืนเป็นส่วนใหญ่ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณปู่ปรบมือให้เลย  3. ธุรกิจรถไฟขนส่ง BNSF ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆของลูกค้า ที่เปรียบเสมือนเส้นเลือดการขนส่งสินค้าของคนอเมริกันและเป็นสินทรัพย์ที่ขาดไม่ได้เลยทีเดียวสำหรับประเทศนี้ถ้าไม่มีธุรกิจ  BNSF แล้ว สภาพอากาศในอเมริกาคงจะแย่กว่านี้มาก เพราะจะมีมลภาวะจำนวนมากที่ปล่อยออกมาจากรถยนต์และรถบรรทุกขนส่งสินค้า เพื่อให้เห็นภาพปีที่แล้วธุรกิจรถไฟของ BNSF เดินทางขนส่งสินค้าทั้งหมด 143 ล้านไมล์และขนส่งสินค้ากว่า 535 ล้านตัน ทิ้งห่างผู้ให้บริการรายอื่นอย่างไม่เห็นฝุ่น  4. พอร์ตของ Berkshire ที่ลงทุนในหุ้นต้นทุนทั้งหมด $104,605 ล้าน แต่ตอนนี้มูลค่าตลาดอยู่ที่ทั้งหมดถึง $350,719 ล้าน โดยหุ้นตัวที่กำไรจำนวนเงินมากที่สุดคือหุ้น Apple กำไรอยู่  $130,000 ล้าน จากเงินลงทุนแค่ $31,089 ล้านเมื่อห้าปีที่แล้ว ตอนนี้ในพอร์ตถือหุ้น Apple มูลค่าสูงสุด ตามมาด้วย American Express และ The Coca-Cola

2022-03-10การวิเคราะห์เชิงลึก

เตือนภัยนักลงทุนคริปโตกับกลโกงแบบใหม่ที่คุณควรรู้ไว้ !

แอปเทรด Crypto กับกลโกงแบบใหม่ที่คุณควรรู้ไว้ ต้นเรื่องจากโพสต์ในกลุ่ม Binance หัดเทรด มือใหม่ ได้แชร์เรื่องราวของ เทรดเดอร์ท่านหนึ่งได้เข้าไปลงทุน แอปที่ชื่อ ว่า BitBay แอปเทรดซื้อ-ขาย คริปโต โดนในแอปดังกล่างได้มีการอ้างว่าเทรดเดอร์ไม่สามารถถอดเงินออกได้เนื่องจากตรวจสอบพบว่าจำนวนเงินที่เติมเข้าบัญชีไม่ถูกต้องและอ้างถึงข้อกฏหมายว่าบัญชีของเทรดเดอร์ท่านนี้ถูกสงสัยว่าจะเป็นการฟอกเงิน  ให้กับผู้อื่น พร้อมแจ้งว่าระงับบัญชีเทรดเดอร์ท่านนี้ทันทีแต่หากเทรดเดอร์ต้องการเปิดบัญชี โดยเจ้าหน้าที่ของ BitBayได้ยื่นข้อแลกเปลี่ยน คือต้องทำการจ่ายค่าปรับ 30% ของยอดเงินคงเหลือ  และจะยกเลิกการระงับ บัญชีเพื่อถอนเงินออกมาได้และเจ้าหน้าที่ของ BitBay ยังได้มีการแจ้งขอเอกสารส่วนตัวเพิ่มเติมของเทรดเดอร์ท่านนี้ เช่นรูปบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อให้แสดงหลักฐานการโอนเงินมาด้วยในด้านของเทรดเดอร์ท่านนี้ ต้องจ่ายเงินทั้งหมด 7,402 บาท เพื่อให้ยกเลิกการระงับบัญชีหลังจากเทรดเดอร์ท่านนี้ชำระเงินค่าปรับไปแอดมินของ Bitbay ก็ไม่ตอบข้อความกลับมาอีกเลย จึงทำให้เทรดเดอร์ท่านนี้มั่นใจแล้วว่าตนถูกหลอก  จากสลิปการโอนเงินพบว่า เทรดเดอร์ท่านนี้สูญเสียเงินไปมากกว่า 17,902 บาทโดยข้อมูลในครั้งนี้เราได้พบว่า Scammer ได้ใช้ข้อมูลที่ตนมี และอ้างว่าเทรดเดอร์กระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย เช่นการฟอกเงิน การใช้ข้อมูลส่วนตัวของเทรดเดอร์ทำให้เทรดเดอร์เกิดความกังวลใจ และอยากจัดการบัญชีเพื่อไม่ให้เกิดข้อพิพากขึ้นในอนาคตได้จึงมีการโอนเงินให้เพื่อหวังว่าจะจบเรื่องราวครั้งนี้จากการตรวจสอบทาง หน้าเว็บไซต์ Wikibit ได้พบว่าข้อมูล App BitBay มีระดับคะแนนอยู่เพียงแค่ 3.86 / 10 โดยคะแนนประเมินอยู่ในระดับต่ำ โปรดหลีกเลี่ยงการใช้งานจากแอปดังกล่าวเนื่องจากไม่มีข้อมูลกำกับดูแล และมีข้อสงสัยที่ว่าโบรกเกอร์ดังกล่าวนี้อาจจะเป็น Scammer ก่อตั้งขึ้นมาเอง เพราะไม่มีใบอนุญาต Wikibit หวังว่าเรื่องราวนี้เป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้อ่านได้เตือนใจตัวเองทุกครั้งก่อนการลงทุนครั้งใด ควรศึกษาข้อมูลให้รอบด้านโดยเทรดเดอร์มือใหม่ที่สนใจในเรื่องการหา Broker เราขอแนะนำ App WikiBit ตัวช่วยประเมินการจัดอันดับแอปพลิเคชั่นกระดานเทรด ซื้อ-ขาย ทั่วโลกไว้ให้คุณอุ่นใจไร้กังวลเพื่อที่คุณจะไม่ตกเป็นเหยื่ออีกต่อไป

2022-03-09การวิเคราะห์เชิงลึก

นักเทรดเฮ ครม. เห็นชอบยกเว้นเก็ษภาษีซื้อ-ขายคริปโตจนถึงปี 2566

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2565 นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงการณ์ว่า ครม.มีมติเห็นชอบร่างกฎหมาย  ยกเว้นภาษีสินทรัพย์ดิจิทัล3 ฉบับ ประกอบด้วย การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสินทรัพย์ดิจิทัล 2 ฉบับและการยกเว้นรัษฎากรสินทรัพย์ดิจิทัล 1 ฉบับ  สำหรับการผ่านร่างกฏหมายนั้น นายธนกร ระบุว่า ครม.ต้องการบรรเทาภาระภาษีประชาชน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เนื่องจากสินทรัพย์ดิจิทัลนั้นมีความผันผวนสูง ขณะที่ด้านดร. รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกรัฐบาลโพสต์บนเฟซบุ๊กว่า ปัจจุบันการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Exchange) มีปริมาณและความถี่สูง รวมถึงมูลค่าการซื้อขายผันผวนตลอดเวลา ทำให้ผู้ลงทุนไม่สามารถนำผลขาดทุนมาคำนวณออกจากกำไรจากการโอนสินทรัพย์ดิจิทัล และไม่สามารถแสดงรายได้ที่แท้จริงได้ อีกทั้งยังเป็นเรื่องยากที่จะแสดงราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่มรวมถึงผู้ขายมีทั้งที่เป็นผู้ประกอบการจดทะเบียนและไม่ได้จดทะเบียน ทำให้ยากต่อการแสดงราคารวมภาษีมูลค่าเพิ่มจึงเป็นข้อจำกัดในการปฏิบัติตามกฎหมายภาษีมูลค่าเพิ่ม สำหรับสาระสำคัญของร่างกฏหมายฉบับนี้ก็คือ การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มสำหรับการโอนคริปโตเคอเรนซี่หรือโทเคนดิจิทัลในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งจะมีผลตั้งแต่ 1 เมษายน 2565 จนถึง 31 ธันวาคม 2566 ส่วนร่างกฎหมายยกเว้นรัษฎากรสินทรัพย์ดิจิทัล มีสาระสำคัญคือ การยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับผลประโยชน์ที่ได้รับจากการโอนคริปโตเคอเรนซี่หรือโทเคนดิจิทัล เฉพาะที่ตีราคาเป็นเงินได้มากเกินกว่าเงินลงทุน เป็นจำนวนเท่ากับผลขาดทุนที่เกิดขึ้นในปีภาษีเดียวกัน (โดยคำนวณจากกำไร ลบด้วยขาดทุน เหลือจำนวนเงินเท่าใดจึงนำไปคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ซึ่งการคำนวณภาษีดังกล่าวจะทำให้เงินภาษีที่ต้องจ่ายลดลง) โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 เป็นต้นไป

2022-03-09การวิเคราะห์เชิงลึก

สรุปภาพรวมตลาดคริปโต: ทรงตัวก่อนเผยคำสั่งของไบเดน

ตลาดสกุลเงินดิจิตอลทรงตัวในวันพุธ หลังเกิดความผันผวนในช่วงหลังของสงครามในยูเครน เนื่องจากราคาสินค้าโภคภัณฑ์พุ่งสูงขึ้นทั่วกระดาน ในขณะที่นักลงทุนเตรียมกังวลจากคำสั่งของประธานาธิบดีสหรัฐ โจ ไบเดน ซึ่งจะร่างโครงร่างของประเทศที่ใช้ควบคุมแนวทางของตลาดสกุลเงินดิจิตอล  ไบเดน เตรียมออกคำสั่งในสัปดาห์นี้ ซึ่งจะสั่งให้หน่วยงานของรัฐบาลกลางตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงด้านกฎระเบียบที่อาจเกิดขึ้น รวมถึงความมั่นคงของชาติและผลกระทบทางเศรษฐกิจของสินทรัพย์ดิจิตอล แนวทางของทำเนียบขาวได้ดึงดูดความสนใจครั้งใหม่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เนื่องจากวอชิงตันและพันธมิตรได้เรียกเก็บมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย เนื่องจากมีความกังวลเพิ่มขึ้นว่าบริษัทและบุคคลต่าง ๆ ที่นั่นสามารถใช้ crypto เพื่อหลบเลี่ยงข้อจำกัดได้  ในขณะเดียวกัน สงครามในยูเครนและการคว่ำบาตรของตะวันตกต่อรัสเซียทำให้สกุลเงินดิจิตอลกลายเป็นตัวกลางใหม่สำหรับการเมืองระหว่างประเทศ เนื่องจากการซื้อขายคริปโตได้รับความนิยมทั้งในรัสเซียที่ถูกคว่ำบาตรและยูเครนที่ถูกทำลายจากสงคราม Coinbase ระงับการทำธุรกรรมที่เชื่อมโยงกับรัสเซียกว่า 25,000 รายการในวันจันทร์ ซึ่งเชื่อว่าเชื่อมโยงกับกิจกรรมที่ผิดกฎหมาย ในขณะที่ Binance ได้เริ่มตรวจสอบและระงับบัญชีของผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับบุคคลต้องสงสัยซึ่งเชื่อมโยงกับการคว่ำบาตร

2022-03-09การวิเคราะห์เชิงลึก

3 เหตุผลอธิบายว่าทำไมตลาดคริปโตฯ ถึงยังไม่ยอมขึ้น

หลังจากใช้เวลาหลายสัปดาห์ในการอธิบายเหตุผลทางประวัติศาสตร์ว่าทำไมผู้นำของรัสเซียถึงเชื่อว่ายูเครนไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าพื้นที่ทางตะวันตกของประเทศของ ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ก็ได้สั่งให้ทหารเกือบ 200,000 นายบุกยูเครนเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ในขณะเดียวกันสหรัฐอเมริกา ยุโรป และยูเครนซึ่งเป็นผู้ถูกรุกราน เชื่อว่าประเทศในยุโรปตะวันออกเป็นดินแดนที่มีอธิปไตยเป็นของตัวเอง การบุกรุกได้สร้างความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่กดดันรัฐบาลไปพร้อมๆ กับตลาดการเงินทั่วโลก ซึ่งอาจเป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงที่สุดเมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบัน  นักลงทุนในตลาดบางคนเชื่อว่าสินทรัพย์ดิจิทัลเป็นตลาดเกิดใหม่ ที่สามารถใช้เป็นทั้งการป้องกันความเสี่ยงต่อเงินเฟ้อและเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยในช่วงเวลาที่เกิดความวุ่นวายทางการเมือง อย่างไรก็ตาม ก็กลับมีคำถามว่าทำไมทั้งๆ ที่มีอัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นในช่วงต้นเดือนมีนาคม 2022 และไฟสงครามที่ร้อนแรงที่สุดนับตั้งแต่เกิดสงครามโลกในปี 1945 แต่ตลาดสกุลเงินดิจิทัลกลับไม่ปรับตัวขึ้นเลย  สินทรัพย์เกิดใหม่  ถึงแม้ว่าบิทคอยน์จะเริ่มสร้างชื่อให้กับตัวเองมาตั้งแต่ปี 2010 แต่สกุลเงินดิจิทัลใหม่ๆ กลับพึ่งมาได้รับความนิยมในช่วงห้าปีหลังสุดเท่านั้น การเปิดตัวบิทคอยน์ฟิวเจอร์สในช่วงปลายปี 2017 ได้นำบิทคอยน์เข้าสู่กระแสหลัก ผลักดันราคามีสูงกว่า 20,000 ดอลลาร์ต่อหรึ่งเหรียญ แม้ว่าจะมีความผันผวนสูงมากก็ตาม  ในปี 2010 บิทคอยน์เคยมีการซื้อขายอยู่ที่ 5 เซนต์ต่อหนึ่งเหรียญ แต่ในช่วงปลายปี 2013 ราคาบิทคอยน์กลับสามารถพุ่งขึ้นแตะจุดสูงสุดที่ 1,135.45 ดอลลาร์ได้ ก่อนจะร่วงลงมาต่ำกว่า 1,000 ดอลลาร์ จนถึงปี 2017 เมื่อบิทคอยน์กลับมาพุ่งขึ้นอีกครั้ง หลังจากนั้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ก็มีเหตุการณ์ทางสถิติที่น่าสนใจเกิดขึ้นมากมาย ยกตัวอย่างเช่น:  ในปี 2017 กรอบราคาบิทคอยน์อยู่ระหว่าง 762.38 ดอลลาร์ถึง 19,862 ดอลลาร์ต่อหนึ่งเหรียญ  ในปี 2018 กรอบราคาบิทคอยน์อยู่ระหว่าง $3,158.10 ถึง $17,224.62 ดอลลาร์ต่อหนึ่งเหรียญ  ในปี 2019 กรอบราคาบิทคอยน์อยู่ระหว่าง $3,355.25 ถึง $13,844.30 ดอลลาร์ต่อหนึ่งเหรียญ  ในปี 2020 กรอบราคาบิทคอยน์อยู่ระหว่าง $3,925.27 ถึง $29,301.78 ดอลลาร์ต่อหนึ่งเหรียญ  ในปี 2021 กรอบราคาบิทคอยน์อยู่ระหว่าง $28,957.79 ถึง $68,906.48 ดอลลาร์ต่อหนึ่งเหรียญ  จนถึงตอนนี้ในปี 2022 กรอบราคาบิทคอยน์อยู่ระหว่าง 33,076.69 ถึง 47,937.17 ดอลลาร์ มีจุดต่ำสุดของ ราคาที่ยกตัวสูงขึ้นเมื่อเทียบกับจุดสูงสุดก่อนหน้าและยังมีโอกาสที่ปีนี้ราคาบิทคอยน์จะปรับตัวสูงขึ้นได้ สำหรับคำถามที่ว่าทำไมสินทรัพย์ดิจิทัลไม่ปรับตัวขึ้น ทั้งๆ ที่มีความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด? เรามีเหตุผลอธิบายอยู่ในบทความนี้ แต่ก่อนที่จะไปถึงตรงนั้น ผู้อ่านควรได้ทำความเข้าใจภาพรวมของตลาดสกุลเงินดิจิทัลในปัจจุบันก่อน  สภาพตลาดในปัจจุบันที่เทรนด์ขาลงยังเป็นฝ่ายคุมเกม  ในวันที่ 24 พฤศจิกายน CME Bitcoin Futures ได้ขึ้นมาสร้างจุดสูงสุดเอาไว้ที่ 69,355 ดอลลาร์ จากนั้นทุกสิ่งทุกอย่างก็เปลี่ยนไป  Bitcoin Futures Weekly  ที่มา: CQG  ตั้งแต่สร้างจุดสูงสุดนั้นได้ ราคาบิทคอยน์ก็ปรับตัวลดลง จากกราฟรายสัปดาห์รูปนี้จะเห็นว่าบิทคอยน์ฟิวเจอร์สในวันที่ 24 มกราคมตกลงสู่จุดต่ำสุดที่ 32,855 ดอลลาร์ต่อหนึ่งเหรียญ ทำให้ราชาสกุลเงินดิจิทัลสูญเสียมูลค่าไปมากกว่าครึ่ง  ตั้งแต่นั้นมา การเคลื่อนไหวของบิทคอยน์ก็ไม่ได้ขยับตัวหรือเคลื่อนไหวไปไกลจากบริเวณจุดต่ำสุดบริเวณนี้มากนัก ยิ่งไปกว่านั้น ราคายังลงไปทำจุดต่ำสุดที่ 34,295 ดอลลาร์ในช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ พฤติกรรมล่าสุดที่สร้างจุดสูงสุดที่ต่ำลง ไปพร้อมๆ กับการทำจุดต่ำสุดที่ต่ำลง ก่อให้เกิดรูปแบบทางเทคนิคที่เรียกว่า “รูปลิ่ม” (Wedge) ซึ่งมักจะถูกตีความหมายทางเทคนิคว่ากำลังจะมีความเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางตรงกันข้ามกับเทรนด์ปัจจุบัน  ถึงแม้จะมีความเป็นไปได้ที่กำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงของเทรนด์ราคา แต่ในความเห็นของเรา ตลาดสกุลเงินดิจิทัลมีอุปสรรคสำคัญสามประการที่ขวางกั้นขาขึ้นในช่วงเวลานี้เอาไว้  1. รัฐบาลชอบบล็อกเชนแต่ไม่เอาคริปโตฯ  ถึงแม้ว่านักเก็งกำไรและนักลงทุนจำนวนมากยอมรับสกุลเงินดิจิทัลเป็นสินทรัพย์ประเภทหลัก แต่รัฐบาลไม่เคยมองเช่นนั้น ข้ออ้างและการวิพากษ์วิจารณ์ด้านกฎระเบียบมากมายของรัฐบาลมุ่งเน้นไปที่การใช้สกุลเงินดิจิทัลในเรื่องที่ผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ความกลัวซึ่งเป็นความจริงที่แฝงอยู่ก็คือสกุลเงินดิจิทัลจะเป็นอุปสรรคในการขยายความสามารถในการเพิ่มปริมาณเงินในระบบ ที่พวกเขาสามารถพิมพ์เงินเพิ่มเมื่อไหร่ และเท่าไหร่ก็ได้ตามที่ต้องการ  ถึงกระนั้น อีกฉากหน้าหนึ่ง รัฐบาลก็ทำเสมือนว่ามีความต้องการนำเทคโนโลยีบล็อคเชนมาใช้ เหมือนเป็นการบ่งบอกว่าพวกเขาไม่เคยปิดกั้นการเติบโตทางเทคโนโลยี ลึกๆ พวกเขารู้ดีว่าบล็อกเชนเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิวัติฟินเทค การเพิ่มความเร็ว ประสิทธิภาพ และการบันทึกธุรกรรมทางการเงิน ดังนั้นรัฐจึงมีความพยายามที่จะสร้างสกุลเงินดิจิทัลโดยรัฐบาลขึ้นมา เพื่อหวังว่าจะสามารถดึงให้ผู้คนยังคงอยู่กับระบบการเงินแบบเดิมๆ ได้ (ซึ่งไม่ได้เกิดประโยชน์อะไรหากว่าพวกเขายังสามารถพิมพ์เงินได้อย่างไม่จำกัด)  2. สัญญาณขาลงที่ส่งมาจาก High กลางเดือนพฤศจิกายน  ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาสองสกุลเงินดิจิทัลแนวหน้าอย่างบิทคอยน์และอีเธอเรียมยังมีความผันผวนสูง แม้ว่าจะได้รับการยอมรับมากขึ้นในวันที่ 10 พฤศจิกายน 2021 ทั้งสองสกุลเงินต่างก็สามารถสร้างจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ได้ ก่อนที่จะร่วงลงมาอยู่ในจุดที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน  BTC/USD Daily  ที่มา: Barchart  กราฟรูปนี้แสดงให้เห็นวันที่บิทคอยน์เคยขึ้นสู่จุดสูงสุดตลอดกาลเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน ก่อนจะสร้างรูปแบบการกลับตัวเป็นแนวโน้มขาลงที่สำคัญที่สุด และทำให้ราคาบิทคอยน์ร่วงลงเนื่องจากมีแรงเทขายมากกว่าแรงซื้อ  ที่มา: Barchart  กราฟรูปนี้แสดงให้เห็นช่วงเวลาเดียวกันของสกุลเงินอีเธอเรียมที่เคยขึ้นไปสร้างจุดสูงสุดตลอดกาล และปรับตัวลดลงมาในวันเวลาเดียวกันกับบิทคอยน์ การเปลี่ยนเทรนด์ทางเทคนิคทำให้นักลงทุนหลายคนต้องสูญเสียเงินจากการเก็งกำไรตลาดสกุลเงินดิจิทัล หลังจากเจ็บตัวมาไม่น้อย นักลงทุนหลายคนจึงยังไม่กล้าที่จะเสี่ยงลงทุนกับตลาดคริปโตฯ ตอนนี้ และเลือกที่จะรอดูไปอีกสักพัก จนกว่าจะแน่ใจว่าขาขึ้นของตลาดคริปโตฯ กลับมาแน่นอนแล้ว  3. โลกยังคงไม่ชินกับสินทรัพย์สำรองใหม่  ก่อนที่สกุลเงินดิจิทัลถือกำเนิด ทองคำได้เป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัยที่สุด เพราะสกุลเงินดิจิทัลในตอนนี้ยังอยู่ในขาลง นักวิเคราะหํหลายคนจึงได้ตั้งสมมติฐานว่านักลงทุนได้หันหน้าเข้าหาสินทรัพย์สำรองปลอดภัยอื่น ที่มีความน่าเชื่อถือมานานนับพันปีมากกว่า หากได้พิจารณาพฤติกรรมราคาทางเทคนิค จะเห็นว่าในช่วงที่คริปโตฯ คึกคัก ราคาทองคำได้สะสมแรงขาขึ้น ในรูปแบบของลิ่ม และยกจุดต่ำสุดขึ้นมาตลอดทั้งปี 2021  Gold Weekly  ที่มา: CQG  รูปนี้แสดงให้เห็นการซุ่มสร้างขาขึ้นของราคาทองคำ หลังจากแตะจุดสูงสุดตลอดกาลที่ $2,063 ต่อออนซ์ ในเดือนสิงหาคม 2020 ราคาทองคำก็ปรับตัวลดลงมาตลอดปี 2021 อย่างไรก็ตาม ในช่วงนั้นทองคำสามารถรักษาทรงให้ไม่ลงไปวิ่งต่ำกว่า $1,700 ได้ และในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2022 ทองคำก็ได้หลุดกรอบไซด์เวย์ออกมา กลายเป็นขาขึ้นในปัจจุบัน

2022-03-08การวิเคราะห์เชิงลึก

แจกหนังสือ The Bitcoin Standard หนังสือดีๆที่มือใหม่ควรมีติดไม้ติดมือ

ของดี และฟรีมีอยู่จริง Wikibit.TH ฉลองครบรอบ 1 ปี แจกหนังสือ The Bitcoin Standard หนังสือดีๆที่มือใหม่ควรมีติดไม้ติดมือ การัตตีคุณภาพ จากการตีพิมพ์มากกว่า 30 ภาษาทั่วโลก !   กติกาการร่วมสนุก  1. กดไลค์ กดติดตาม เพจ Wikibit.TH  2. แชร์โพสต์นี้ พร้อมตั้งเป็นสาธารณะ  3. ดาวน์โหลด App WikiBit สามารถดาวน์โหลดได้ทั้ง Android , IOS  4. Capture หน้าแอป Wikibit พร้อมคอมเม้นบอกเรากันหน่อยว่า  “คุณติดดอยเหรียญไหนมากที่สุด”  รายละเอียดการแจกรางวัล  ประกาศรางวัลวันที่ 21 มีนาคม โดยสุ่มแจก 30 รางวัล  (ใช้โปรแกรมสุ่ม) จากจำนวนผู้ที่คอมเม้นใต้โพสท์  และทำตามกติกาที่ตั้งไว้ครบถ้วน โดยจะประกาศที่หน้าเพจ  Wikibit สำหรับผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลแล้วไม่ติดต่อมา  ภายใน 24 ชั่วโมงจะทำการสุ่มใหม่

2022-03-08การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
4749
...
142