สแกนเพื่อดาวน์โหลด
แพลตฟอร์มตรวจสอบ # และยืนยันการกำกับดูแลของตลาดการเงินทั่วโลก

ดราม่าร้อนๆมาอีกถ้วย KUB

ดราม่าร้อนๆมาอีกถ้วย KUB กลต เล็งปรับผู้บริหารบิทคับ 15 ล้าน เผยที่มาเหรียญ KUB เข้ากระเทรดไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ชาวเน็ตคริปโตลั่นเข้ามาเป็นปีแล้วอะนะ  .  ก.ล.ต.ประกาศเปรียบเทียบปรับคณะกรรมการคัดเลือกสินทรัพย์ดิจิทัลของบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (BO) จำนวน 5 ราย เหตุพิจารณาคัดเลือกเหรียญ KUB เข้ากระดานเทรดไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ และไม่ได้คำนึงถึงมาตรการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (COI) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ออกประกาศเปรียบเทียบปรับคณะกรรมการบริหาร บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (BO) จำนวน 6 รายในฐานความผิดต่างๆ ได้แก่  1.นายนิธิวัฒน์ มณีสินธุ์  2.นายสุกฤษฏิ์ พุทธวิริยะ  3.นายปิยพงษ์ โคตรชนะ  4.นายพงศกร สุตันตยาวลี  5.นายอรรถกฤต ชิมผลาพิบูลย์  6.บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด  .  ซึ่งบุคคลทั้ง 5 ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการในคณะกรรมการคัดเลือกสินทรัพย์ดิจิทัลของบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (BO) โดยมีความผิดตามมาตรา 94 พ.ร.ก.สินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งคณะกรรมการทั้ง 5 รายดังกล่าวนั้นมีหน้าที่รับผิดชอบในการคัดเลือกสินทรัพย์ดิจิทัลที่จะนำมาให้บริการซื้อขายในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ของบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (BO) แต่ได้กระทำการหรือละเว้นกระทำการอันเป็นหน้าที่พึงต้องกระทำ  เป็นเหตุให้ BO คัดเลือก Bitkub Coin (เหรียญ KUB) เข้าซื้อขายในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์การคัดเลือกและเพิกถอนสินทรัพย์ดิจิทัล (Listing Rule) ที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. อีกทั้งไม่ได้คำนึงถึงมาตรการป้องกัน ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (COI) ซึ่งทาง ก.ล.ต. ได้ดำเนินการมีคำสั่งเปรียบเทียบที่ 9/2565 โดยปรับเป็นเงินรายละ 2,533,500.00 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 15,201,000 บาท  .  อย่างไรก็ดี คณะกรรมการเปรียบเทียบได้ กำหนดค่าปรับรายวันจนกว่าบริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด จะปฏิบัติในเรื่องที่ฝ่าฝืนกฎหมายให้ถูกต้อง ทั้งนี้ ค่าปรับที่ปรากฏดังกล่าวยังไม่รวม จำนวนค่าปรับรายวันตั้งแต่วันถัดจากวันที่ เปรียบเทียบความผิดจนถึงวันที่บริษัทได้ปฏิบัติ ถูกต้องภายในกำหนดเวลาตามการเปรียบเทียบความผิด

2022-05-06การวิเคราะห์เชิงลึก

ฟิวเจอร์ มันรวยเร็วกว่า Spot จริงมั้ย?

วัยรุ่นคริปโตว่ายังไงกัน ถ้ามีคนถามคุณว่า “ฟิวเจอร์ มันรวยเร็วกว่า Spot จริงมั้ย?” เทรดเดอร์หลายๆคนก็อยากลงทุนแล้วได้กำไรในสินทรัพย์ที่ตัวเองลงกันทั้งนั้น แต่จะเป็นอย่างไรถ้าสินทรัพย์ที่เราลงมีตัวเลือกได้มากกว่า 1 คำถามชวนคิดวันนี้มาจากกลุ่มบิทคอยน์ ในเฟซบุ๊ก ซึ่งผู้โพสต์ได้มีการตั้งคำถามไว้ดังนี้ว่า การทำกำไรจาก future มันรวยเร็วกว่าการทำกำไรจาก spot หรอครับ มือใหม่ครับ?  .  ซึ่งหลังโพสต์นี้ถูกเผยแพร่ออกไปก็ได้รับเสียงคอมเม้นกันสนั่น เพราะพี่ใหญ่ในวงการต่างก็ต้องรีบมาห้ามปราบกับจ้าละหวั่น บางก็ว่า สมมติมีทุน 100,000 บาท สามารถ ทำกำไรได้ 100,000 ภายไม่กี่นาที แต่ก็เหลือ 0 บาทได้ทันทีเช่นกัน ถูกทางรวยเร็ว แต่ผิดทางแล้วไม่ sl พอร์ตก็แตกไม่เหลืออะไรเลยได้เช่นกันค่ะ ต้องทุ่มสุดตัวครับ ไม่มีคนเสีย จะมีคนได้ ได้อย่างไร  .  หรือสายเทคนิคก็จะแนะนำว่า แรกๆ ถ้าเล่นถูกทิศก็กำไรสูงมาก แต่เล่นต่อไปเรื่อยๆ ลงไปมากขึ้นๆ จะมีสักครั้งหนึ่งที่ผิดทางและโดนลากไปไกล ต้องหาเงินเติมหรือไม่ก็โดนบังคับปิดสัญญา ท้อแท้ออกจากตลาดไป มาโพสต์โทษตลาด โทษวาฬ โทษเจ้ามือ แต่ไม่เคยโทษตัวเองที่ไม่ศึกษาหาความรู้ ให้ดีก่อนเข้าตลาด ไม่มีเกราะ ไม่มีอาวุธ เข้าสนามรบแบบมือเปล่า มันโหดร้ายมันไม่ได้หอมหวาน มันไม่ได้ง่ายๆ อย่างที่คิด ไม่ได้ห้ามไม่ให้เข้า แต่ให้เข้าเมื่อพร้อม  .  Futures มันมี leverage ครับ ทำให้ กำไร/ขาดทุน ที่ได้จาก spot จะ x leverage ไปอีก มันเลยเยอะกว่าครับ …กำไรเยอะ และ ขาดทุนก็เยอะเช่นกันครับ รวยไว จนไวเหมือนกันครับ แต่ถ้า MM ดีๆก็แตกยากครับ แบ่งไม้ถัวดีๆ เล่นไม่เกิน5-10% ของพอร์ต สบายๆเลย ลองไปศึกษาก่อน ตอบจากปสก.ตรง สปอตไม่มีแตก ฟิวเจอร์มีแตก แต่ถ้าไม่โลภ เล่นเลเวอร์เลจต่ำๆก็แตกยากมากๆแค่ติดลบเยอะกว่าสปอต ทนได้หรือเปล่าอีกเรื่องนึง สปอตขึ้นลงด้วยเปอร์เซน ฟิวเจอร์ขึ้นลงด้วยเปอร์เซนคูณด้วยเลเวอร์เลจที่ใช้ ได้ก็ได้เยอะ แต่เสียก็เสียเยอะ เสียแบบยังไม่ทันตั้งตัวน่ะครับ รับได้หรือไม่

2022-05-05การวิเคราะห์เชิงลึก

แฮกเกอร์หลอกเงินชาวคริปโต ‼️

รู้อะไรไม่เท่ารู้งี้ เป็นสิ่งที่นักลงทุน ทุกกลุ่มพูดกันอยู่ตลอด แต่หากการรู้ไม่ทันเท่าทันอาจจะทำให้แฮกเกอร์ รวยเละไม่รู้ตัวข้อมูล แฮกเกอร์จากต้นปี 2022  ทำให้เห็นว่า “โจรไซเบอร์” หรือแฮกเกอร์ ที่เราคุ้นเคยเรียกกันดีนั้นได้มีการเจาะตลาดคริปโตสูญเงิน 470,000 ล้านบาท  .  ในปี 2021 เพราะนักลงทุน “รู้ไม่เท่าทันในตลาดคริปโต”Chainalysis บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลในระบบ Blockchain สัญชาติอเมริกันเผยว่า ปี 2021ความเสียหายจากการหลอกหลวงของมิจฉาชีพในตลาดคริปโตทั่วโลกสูงถึง 14,000 ล้านเหรียญสหรัฐ(ราว 470,000 ล้านบาท) เพิ่มจากปีก่อนหน้าถึง 79% โดยส่วนใหญ่เกิดจากการรู้ไม่เท่าทัน ของทักลงทุนหวังเก็งกำไรจากเงินจำนวนมากและช่องโหว่ของระบบธุรกรรมออนไลน์สินทรัพย์ดิจิทัลรูปแบบต่างๆ อย่างคริปโต , NFT ก็ขยายตัวอย่างมากช่วง 2 ปีที่ผ่านมา  .  โดยส่วนหนึ่งมาจากสถานการณ์โควิด และบรรดาบริษัทใหญ่ๆให้ความสนใจคริปโตสกุลต่างๆ เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลที่โตมากสุดอย่างไรก็ตามจากการที่ระบบมีความซับซ้อน ที่เชื่อมโยงกันผ่านทางออนไลน์ บรรดาโจรไซเบอร์ จึงหาช่องทางต่างๆเข้ามาหลอกหลวงนักลงทุน ทั้งหน้าใหม่หน้าเก่าจนเกิดเป็นเรื่องคอยเตือนการลงทุนอยู่เสมอ  ตามข้อมูลของ Chainalysis ระบุว่า ปี 2021อาชญากรไซเบอร์หลอกเอาเงิน โดยส่วนที่เกิดขึ้นมากสุดคือ แพลตฟอร์มระบบการเงินไร้ตัวกลาง (Decentralize Finance – DeFi) ที่ Code และระบบ Blockchain เข้ามาตัวทำหน้าที่บันทึกธุรกรรมและดำเนินธุรกรรมแทนสถาบันการเงิน ปี 2021 ธุรกรรมผ่าน DeFi ทั่วโลกโตถึง 912%  และเป็นช่องทางที่มิจฉาชีพให้หลอกลวงนักลงทุนมากสุดโดยการตั้งบัญชีผู้ใช้ (Account) หลอกๆ เพื่อลวงนักลงทุนหลังคว้าเงินก้อนใหญ่ตามที่ต้องการก็ปิดAccount หนีไป ที่เรียกว่า Rug pullsเหมือนการดึงพรมให้หัวทิ่มจนคนถูกดึงล้มคะมำเป็นวิธีที่ถูกมาใช้มากสุด ซึ่งหนึ่งใน Rug pulls  .  ที่เป็นข่าวดังคือ Rug pulls จากเหรียญคริปโต Squid Game ตามซีรีส์เกาหลีใต้เรื่องดังโดยในปี 2021 วิธีการหลอกเอาเงินนักลงทุนด้วย Rug pulls ทำไปได้ถึง 7,800 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 263,000 ล้านบาท)เป็นปีที่คริปโตขยายตัวอย่างมากหลักฐานคือทั้งจำนวนคริปโตสกุลใหม่ๆ และมูลค่าของคริปโตดังๆเช่น Bitcoin Etheruem และ Dogecoin ที่เพิ่มขึ้นอย่างไรก็ตามคริปโตก็เสื่อมเสียหลังมิจฉาชีพบีบให้เหยื่อนำมาจ่ายเป็นค่าไถ่หลังโจมตีด้วยไวรัสเรียกค่าไถ่ (Ransomware) ต่อระบบออนไลน์ของภาคเอกชน โรงพยาบาลหรือหน่วยงานราชการการโจมตีด้วย Ransomware ก็เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่โจรสุดแสบนั้นมาใช้เพื่อกดดันหน่วยงานอยู่เหมือนกัน  โดยเฉพาะบริษัทใหญ่ๆที่มักจะมีข้อมูลของลูกค้า และความลับของคู่ด้านการค้าขาย ก็มักจะตรงเป็นเป้าหมายของพวกมันเสมอ ด้านรัฐบาลของทั่วโลกก็หันมาให้ความสนใจ และมองว่าเรื่องนี้ส่งผลกระทบและต้องหาทางป้องกัน สอดส่องไม่ให้เกิดขึ้นโดยมีการตั้งหน่วยงานพิเศษขึ้นมากำกับดูแลอย่าง เช่นที่ไทย ก็จะมีหน่วยงานกองบัญชาการตำรวจไซเบอร์ เป็นผู้สอดส่องดูแลรับเรื่องร้องเรียนเรื่องราวเหล่านี้อยู่เหมือนกันเหตุไม่ชอบมาพากลและการหลอกลวงรูปแบบต่างๆ ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องใส่ใจเมื่อลงทุน ไม่รูปแบบใด ก็ควรจะใส่ใจเสมอ ขอแนะนำให้รู้จัก แอป #wikibit ที่จะพาชาวคริปโตไปรู้ตักกันกลโกงสารพัดของเหล่า Scammer

2022-05-05การวิเคราะห์เชิงลึก

เจ้าของเหรียญ BITCOIN CASH จวกแรง เหรียญหมา ยังมีประโยชน์กว่าบิทคอยน์ ?

ดูเหมือนว่าเหรียญ Dogecoin จะดัง ฉุกไม่อยู่ ซะแล้ว เมื่อผู้ก่อตั้งเหรียญก็อปปี้ชื่อดัง “Bitcoin Cash” นาย Roger Ver หรือฉายา “Bitcoin Jesus” ได้กล่าวไว้ในระหว่างการให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg โดยเขาเชื่อว่า เหรียญมีม Dogecoin ลูกรักตัวโปรดของ อีลอร์ มักส์แท้จริงแล้วดูมีประสิทธิภาพที่เหนือกว่าเหรียญคริปโต  อันดับหนึ่งของโลกอย่าง บิทคอยน์ เสียอีก  .  โดยนาย Roger Ver ได้พูดถึงความสำคัญในเรื่องนี้ไว้ 2 ประเด็น โดยเขากล่าวไว้ว่า “เหรียญคริปโตที่ทุกคนมองว่าเป็นแค่เรื่องตลกนั้น” “มีราคาถูกกว่าและน่าเชื่อถือกว่า” เมื่อเทียบกับ Bitcoin ในความเป็นจริง Ver เชื่อว่า Dogecoin อาจกลายเป็นสกุลเงินหลักของโลกเลยด้วยซ้ำพร้อมพูดพาดพิงถึงมหาเศรษฐีพันล้าน Elon Musk ที่เป็นผู้สนับสนุนเหรียญอยู่เบื้องหลัง  .  เกร็ดเพิ่มเติม : Roger Ver  1. เป็นผู้ที่เริ่มลงทุนใน Bitcoin ก่อตั้งบริษัทที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoin ในยุคแรก ๆ นับตั้งแต่ปี 2011 แต่ตอนนี้เขาอ้างว่า เป้าหมายของ Bitcoin ได้ผิดไปจากจุดประสงค์เดิมเป็นอย่างมาก  2. เขามีฉายาว่า “Bitcoin Jesus” แต่ในที่สุด Ver ก็กลายหนึ่งในกลุ่มคนที่เห็นต่าง และมองว่า Bitcoin ควรมีการเพิ่มขนาดบล็อกให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากว่า ขนาดบล็อกที่เล็กจะเป็นการขัดขวางการยอมรับและทำให้ Bitcoin ตายลงไปในที่สุด ซึ่งสิ่งนี้ได้นำไปสู่ความแตกแยกให้เกิดขึ้นภายในชุมชนของ Bitcoin ส่งผลให้เกิดการ Hard Fork เหรียญ “Bitcoin Cash” ในเดือนสิงหาคม 2017  3. Bitcoin Cash แม้จะประสบความสำเร็จในขั้นต้น แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้การยอมรับจากนักลงทุนส่วนใหญ่โดยปัจจุบัน Bitcoin Cash อยู่ในอันดับที่ 26 อ้างอิงตามมูลค่าราคาตลาด โดยก่อนหน้านั้นเคยมีรายงานว่า ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum นาย Vitalik Buterin ได้เรียก Bitcoin Cash ว่าเป็นโปรเจกต์ที่ล้มเหลวอย่างกู่ไม่กลับอีกด้วย

2022-05-04การวิเคราะห์เชิงลึก

วาฬเข้าเก็บ “DOGE” มากกว่า 1 แสนดอลลาร์

“วาฬ” เข้าเก็บ “DOGE” มากกว่า 1 แสนดอลลาร์ ก่อนปิดดีล Twitter รายงานจาก Whale Alert พบ “วาฬ” เข้าซื้อ DOGE มากสุดในรอบ 3 เดือนครึ่ง หลัง Elon Musk ดาราประจำเหรียญปิดดีลซื้อ Twitter ได้สำเร็จ  .  เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา จำนวนการทำรายการธุรกรรมที่มากกว่า 1 แสนดอลลาร์ ของเหรียญมีมน้องหมา DOGE ได้เพิ่มสูงขึ้นถึง 2,440 รายการ ซึ่งถือว่าเป็นจำนวนที่มากสุดนับตั้งแต่วันที่ 14 มกราคมที่ผ่านมา “โดยการเข้าซื้อ DOGE ที่มูลค่ามากกว่า 1 แสนดอลลาร์จะถูกจัดให้เป็น ”วาฬ ในตลาด Dogecoin เนื่องจากเงินจำนวนมากขนาดนี้ ถือเป็นตัวชี้วัดชัดเจนในการแบ่งแยกวาฬและนักลงทุนรายย่อยIntoTheBlock กล่าวอธิบายเพิ่มเติม  .  ขณะเดียวกัน การเข้าซื้อ Twitter ของนาย Elon Musk ซีอีโอมหาเศรษฐีเจ้าของ Tesla (TSLA) และ SpaceX ส่งผลให้วาฬเข้าซื้อ dogecoin และมูลค่าของเหรียญเพิ่มขึ้นถึง 19% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นในวันเดียวที่ใหญ่ ที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคมปีที่แล้ว

2022-05-04การวิเคราะห์เชิงลึก

วาฬไทยหัวใจคริปโต ซื้อบิทคอยน์ทีเดียว 100 ล้าน ?

หากใครเป็นสายคริปโต คงได้เห็นคลิปไวรัลกระแส เศรษฐีชาวไทยซื้อบิทคอยน์ 100 ล้านบาท ที่ทำกราฟขึ้นทันที จนหลายคนตั้งคำถามว่า พ่อหนุ่มเศรษฐี คนนี้คือใครกัน?  Wiki เลยพามาแนะนำให้รู้จัก คุณแทนไท ณรงค์กูล ปัจจุบันอายุ 27 เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไททัน แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ โดยมีทุนจดทะเบียนถึง 505 ล้านบาท เชียวนะแถม (ชำระเต็มจำนวน)พร้อมระบุที่มาของทุนจดทะเบียนทั้งหมด ได้มาจากการ กำไรการลงทุน ในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี โดยวันที่ถ่ายทำคลิปดังกล่าว คุณแทนไท ได้โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว พร้อมแคปชั่นไว้ว่าในระหว่างที่ติดดอย future อยู่ก็ถือโอกาสเก็บของ spot ไว้หน่อย Bitcoinราคาต่ำกว่า 40,000$ สำหรับผมถือว่าถูกแล้ว ไล่ซื้อเก็บของทุกราคาแต่ก็ต้องวางแผนเตรียมทุนไว้ DCA เผื่อมันลงไปอีก แล้วแต่ขนาดพอร์ตของแต่ละคน“มาดูกันว่า 3,000,000 usdt จะส่งผลยังไงกับแท่งกราฟ btc ในตลาดโลก”เก็บของเสร็จก็ปิดแอพไม่ต้องไปดูเยอะเดี๋ยวมันก็กลับมาเที่ยวฆ่าเวลารอมันกลับตัวมาจุดเดิมวางแผนว่าจะทำกำไรที่ราคาเท่าไร ให้อยู่ได้กี่เดือน หรือ ทั้งปีในการทำกำไรต่อรอบพอละ  ล่าสุดเมื่อวันที่ 28 เมษายน ที่ผ่านมา หนุ่มแทนไท คนนี้ก็ได้ปรากฎตัวอีกครั้งในงานเปิดตัวการลงทุน บริษัท ไททัน ที่ร่วมกับ “ไมนิ่งโปร” บริษัทผู้นำเข้าและจำหน่าย เครื่องขุดบิตคอยน์โดยทั้งสองมีเป้าหมายเพื่อ ยกระดับธุรกิจ พลิกโฉมการลงทุนแห่งโลกอนาคตร่วมกันพร้อมนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญทางด้านเทคโนโลยี การเงิน และการลงทุนในตลาดโลกมาร่วมพัฒนาและต่อยอดธุรกิจลุยธุรกิจเหมืองขุดบิตคอยน์ บุกตลาดอาเซียนโดยการลงทุนครั้งนี้ยังใช้เงินงบประมาณในช่วงแรกสูงถึง 170 ล้านบาทอีกต่างหาก  และเพื่อตอบรับเทรนด์ความนิยมใน สกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) ที่ได้การยอมรับในวงกว้างโดยปัจจุบัน ไททัน แคปปิตอล ได้เข้าถือหุ้นจำนวน 50% ในบริษัท ไมนิ่งโปรพร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจเหมืองขุดบิตคอยน์ร่วมกันโดยทั้งสองคาดว่าในปีนี้บริษัทฯ จะมีรายได้แตะ 1,000 ล้านบาทโดยมีแผนที่จะขยายเหมืองขุดไปยังต่างประเทศ พร้อมตั้งเป้าให้ไมนิ่งโปรเป็นเหมืองขุดที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนต่อไป โดยส่วนตัวคุณแทนไท เคยโพสต์ลง facebook ส่วนตัว Tantai Narongkoonเป้าหมายของผม คือ ทำกำไรจากตลาดโลกด้วยการเทรดคริปโตทุกรูปแบบเพื่อเอาเงินกลับเข้ามาผลักดันธุรกิจ startup และ sme ในประเทศไทยภายใต้ ไททัน แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์  หลังจากทาง Wiki ได้ลองหาประวัติเพิ่มเติมของ คุณแทนไท ณรงค์กูลมานั้นก็ได้พบว่าก่อนหน้านี้ ได้เคยมีข่าวออกมาว่า ‘แทนไท ณรงค์กูล’ เคยเป็นเจ้าของเว็บฯพนันออนไลน์เป็นคดีดังเมื่อปี 2563 สื่อมวลชนหลายสำนักรายงานข่าวกรณีนี้โดยมี พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. เป็นคนดูแลคดี โดยในรายงานได้ระบุว่านายแทนไท ณรงค์กูล อายุ 24 ปี ในเวลานั้น และพวกได้ ลักลอบเปิดเว็บพนันรายใหญ่เครือข่าย Sagame, Sexygame, UFA จำนวน 9 เว็บไซต์ แค่ 6 เดือนมีเงินหมุนเวียน 1.5 หมื่นล้านบาทซึ่งในระหว่างนั้นเองคุณแทนไทกำลังเป็นหนึ่งในผู้ผลิตภาพยนตร์เรื่อง 4 King ที่ได้มีการเข้าฉายเมื่อปีที่แล้วนอกจากนี้ในเนื้อหาข่าวยังระบุว่า คุณแทนไท เป็นเจ้าของบริษัทรับดูแลการตลาดทางออนไลน์และรับจัดอีเวนต์ คอนเสิร์ต และเป็นผู้จัดภาพยนตร์อีกด้วย  จากการหาข้อมูลเพิ่มเติมทางอินเทอร์เน็ต ในเรื่องของการสรุปคดียังไม่ได้มีความคืบหน้าแต่จากการที่เห็นคุณ แทนไท กลับมาในพื้นที่สื่ออีกครั้งก็เห็นเป็นที่ชัดแล้วว่าอาจได้มีการจบคดีเรื่องนี้ไปแล้ว อ้างอิงข่าว เดลินิวส์ออนไลน์

2022-05-03การวิเคราะห์เชิงลึก

ชาวคริปโต โปรดระวัง ‼️ ใช้ระบบเดาข้อความ อาจทำให้เงินในกระเป๋าหายได้

ชาวคริปโต โปรดระวัง! ใช้ระบบเดาข้อความอาจทำให้เงินในกระเป๋าหายได้ระบบเดาข้อความบนสมาร์ทโฟน อาจเดา Seed Phrase ของกระเป๋าเงินได้ : Seed phrases ทำหน้าที่ในการรักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันการเข้าถึงกระเป๋าเงิน crypto ของผู้ใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตชุดคำศัพท์ภาษาอังกฤษง่าย ๆ ตั้งแต่ 12–24 คำ ที่ถูกระบบของกระเป๋าดิจิทัลสุ่มสร้างขึ้นมาระบบเดาการพิมพ์บนโทรศัพท์ “อัจฉริยะ” ของคุณ มีการจดจำและแนะนำคำต่าง ๆในครั้งต่อไปที่คุณพยายามเข้าถึงกระเป๋าเงินดิจิทัลของคุณ  .  ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีวัย 33 ปีจากเยอรมนี นามว่า Andreได้โพสต์ข้อความบน subreddit r/CryptoCurrency หลังค้นพบความสามารถของโทรศัพท์มือถือของเขาในการทำนาย Seed phrase ทั้งหมดทันทีที่เขาพิมพ์คำแรกเพื่อเป็นการเตือนแก่เทรดเดอร์คนอื่นๆ และผู้ที่ชื่นชอบคริปโตโพสต์ของ Andre ได้เน้นย้ำถึงความสะดวกที่แฮ็กเกอร์สามารถใช้คุณลักษณะนี้เพื่อขโมยเงินของผู้ใช้ เพียงแค่พิมพ์คำแรกจากรายการ Bitcoin Improvement Protocol (BIP) 39 “สิ่งนี้ทำให้ง่ายต่อการโจมตี แค่หยิบโทรศัพท์ เข้าแอพแชทและเริ่มพิมพ์คำใด ๆ จากรายการ BIP39 และดูว่าโทรศัพท์จะแนะนำอะไร” Andre เล่าถึงความตกใจเมื่อเขาพบว่าโทรศัพท์ของเขาสามารถคาดเดา Seed phrases ของคำ 12-24 คำได้อย่างแท้จริง “อย่างแรก ผมรู้สึกทึ่ง เพราะหากแค่คำสองสามคำแรกก็อาจเป็นเรื่องบังเอิญได้ใช่ไหม” การทดลองของ Andre ยืนยันได้ว่า GBoard ของ Google มีช่องโหว่น้อยที่สุด เนื่องจากซอฟต์แวร์ไม่ได้ทำนายทุกคำในลำดับที่ถูกต้องแป้นพิมพ์ Swiftkey ของ Microsoft สามารถคาดเดา Seed phrases ได้ทันที ส่วนแป้นพิมพ์ Samsung ยังสามารถคาดเดาคำได้หากเปิด “Auto replace” และ “Suggest text corrections” ด้วยตนเอง  .  เกร็ดเพิ่มเติม  Seed phrase คือชุดคำศัพท์ภาษาอังกฤษง่าย ๆ ตั้งแต่ 12–24 คำที่ถูกระบบของกระเป๋าดิจิทัลสุ่มสร้างขึ้นมา ใช้สำหรับกู้ Private key เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลที่เก็บไว้ในกระเป๋าแบบกระจายศูนย์ได้ใช้ในกรณีอุปกรณ์สูญหายหรือเปลี่ยนอุปกรณ์โดยแอปที่ใช้ เช่น Software wallet อย่าง MetaMask, Safepal รวมถึง Hardware wallet อย่าง Trezor หรือ Ledger Nano

2022-05-03การวิเคราะห์เชิงลึก

ฉลองครบรอบ 1 ปี เจ้าเหรียญ KUB ????

2022-05-02การวิเคราะห์เชิงลึก

"BITKUB" เปิดตัว เปิดใจ KUBTECH ‼️

บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป ตั้ง KUBTECH บริษัทลูกในเวียดนามเชื่อมต่อการพัฒนาบล็อกเชนระหว่างไทย-เวียดนามพร้อมสยายปีกสู่ผู้นำทางด้านเทคโนโลยีระดับภูมิภาค นายสกลกรย์ สระกวี หรือ CEO ต้น ประธานกรรมการ บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด  .  เดินทางเข้าเยี่ยมชมสำนักงาน KUBTECH Co., Ltd. พร้อมกับนักลงทุนและผู้บริหารชาวเวียดนาม ณ สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาบริษัท คับเทค จำกัด เป็นบริษัทร่วมลงทุนระหว่าง บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป จากประเทศไทยและผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีบล็อกเชนและเทคโนโลยีสารสนเทศในเวียดนาม ด้วยสัดส่วนการถือหุ้นบริษัทฝั่งละร้อยละ 50  .  โดยมี Mission มุ่งเน้นการพัฒนาเทคโนโลยีบล็อกเชน และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องที่จะรองรับผลิตภัณฑ์ทางเทคโนโลยีต่างๆที่จะเกิดขึ้นในยุคเว็บ 3.0 ทั้ง NFTs, De-Fi และ Metaverse โดยมีความมุ่งหวังสูงสุดที่จะสร้างทีมเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Biggest Tech Team in Southest Asia)  ข้อมูลจาก : เพจ บิทคับ

2022-05-02การวิเคราะห์เชิงลึก

อยากรู้มั้ยว่าใครกันคือ "วาฬ " ในตลาดบิทคอยน์

อยากรู้มั้ยว่าใครกันคือ “วาฬ บิทคอยน์” หรือเจ้ามือนั้นแหละ  .  วาฬ Bitcoin คือบุคคลหรือบริษัทที่ถือ bitcoin มากพอที่จะโน้มน้าว หรือแม้กระทั่งควบคุมมูลค่าของสกุลเงิน ยิ่งราคาเคลื่อนไหวมากเท่าไร วาฬก็จะยิ่งโต ตามข้อมูลจาก BitInfoCharts ระบุว่า BTC wallet ที่ใหญ่ที่สุด 10 แห่งควบคุม 6% ของ Bitcoin ที่หมุนเวียนอยู่ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 5.2 หมื่นล้านดอลลาร์ แล้วใครคือวาฬเหล่านี้บ้าง?  .  1. Exchange : Exchange Cryptocurrency เติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้พวกเขากลายเป็นเจ้าของ Bitcoin แบบรวมศูนย์ที่ใหญ่ที่สุด Exchange การวิเคราะห์ในปี 2019 โดย TokenAnalyst พบว่ามีการหมุนเวียน Bitcoin ประมาณ 6.7% อยู่ในกระเป๋าเงินของ Exchange ตามหลักฐาน โดยมีข้อมูลง่า กระเป๋าเงิน Bitcoin ที่ใหญ่ที่สุดสองในสามเป็นของ Binance และ Bitfinex  2. สถาบัน : หมวดหมู่นี้สามารถแบ่งออกได้หลายกลุ่ม เช่น บริษัทและกองทุนที่เป็นตัวแทนของนักลงทุนที่ได้รับการรับรอง หนึ่งในผู้ถือ Bitcoin รายใหญ่ที่สุดคือ Grayscale ผู้จัดการสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Digital Currency Group ดูแลมูลค่า Bitcoin มูลค่า 2.8 หมื่นล้านดอลลาร์หรือประมาณ 3% ของมูลค่าตลาดปัจจุบัน ด้วย 654,885 Bitcoin ในมือ ทำให้ Grayscale Bitcoin Trust เป็นกองทุน Bitcoin ที่ใหญ่ที่สุดในโลก  3. นักลงทุน (รายบุคคล) : นักลงทุนรายใหญ่หลายคนซื้อ Bitcoin ตอนที่ราคาต่ำกว่าวันนี้มาก เชื่อว่าผู้ก่อตั้ง Exchange คริปโต GEMINI, Cameron และ Tyler Winklevoss ได้ลงทุน 11 ล้านดอลลาร์ใน Bitcoin ในปี 2013 ตอนที่ราคายัง 141 ดอลลาร์ต่อเหรียญ นั่นจะทำให้สินทรัพย์ของพวกเขามีประมาณ 78,000 BTC กลายเป็นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ในวันนี้ Tim Draper นักลงทุนร่วมทุนชาวอเมริกัน ซื้อ 29,656 BTC ในราคา 632 ดอลลาร์ต่อเหรียญ ในการประมูล US Marshals Service ทำให้ขุมทรัพย์ของเขามีมูลค่าประมาณ 1.6 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ CEO ของ Digital Currency Group Barry Silbert เข้าร่วมการประมูลครั้งเดียวกัน และได้รับ 48,000 BTC  4. Satoshi Nakamoto : Satoshi Nakamoto นามแฝงของผู้ให้กำเนิด Bitcoin ถูกจัดมาเป็นหนึ่งประเภทเลย เพราะนักวิจัยสกุลเงินดิจิทัลชั้นนำ Sergio Demian Lerner คาดการณ์ว่า Nakamoto อาจขุดได้กว่า 1 ล้าน BTC ระหว่างเดือนมกราคมถึงกรกฎาคม 2009 แม้ว่าจะไม่มีกระเป๋าเงินเดียวที่มี 1 ล้าน BTC แต่จากการวิจัยของ Lerner เราจะเห็นได้ว่าบิทคอยน์ 1.8 ล้านแรกหรือ 63% ไม่เคยถูกใช้ ถ้านากาโมโตถือเหรียญเหล่านี้จริง ๆ เขาจะมีมูลค่ามากกว่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์ คำสั่งซื้อหรือขายจำนวนมากของเจ้ามือเหล่านี้ อาจทำให้เกิดผลกระทบใหญ่ต่อตลาดได้ ทำให้พวกเขามักหลีกเลี่ยงเมื่อทำการซื้อจำนวนมาก เพราะเกรงว่าจะทำให้ราคาสูงขึ้นในขณะที่ยังซื้ออยู่

2022-05-01การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
3638
...
142