สแกนเพื่อดาวน์โหลด
แพลตฟอร์มตรวจสอบ # และยืนยันการกำกับดูแลของตลาดการเงินทั่วโลก

JTS ขยาย Datacenter จ่อร่วมมือ Global Cloud Provider ย้ายเหมืองขุดบิตคอยน์

นายดุสิต ศรีสง่าโอฬาร กรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท จัสมิน เทคโนโลยี โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ JTS กล่าวว่าเป้าหมายและแผนธุรกิจในปี 2566 ยังคงติดตามสภาวการณ์ต่าง ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจเหมืองขุดบิตคอยน์อย่างรอบคอบและระมัดระวัง โดยเฉพาะต้นทุนค่าไฟฟ้าที่มีการปรับราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทางบริษัทกำลังดำเนินแผนเพื่อย้ายฐานการขุดบิตคอยน์ไปยังต่างประเทศที่มีศักยภาพทั้งในด้านทรัพยากรต่าง ๆ และการสนับสนุนจากภาครัฐโดยเฉพาะต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ต่ำ และสามารถบริหารจัดการเครื่องขุดได้อย่างมีประสิทธิภาพพร้อมยกระดับให้เป็น Global BTC Mining Farm  ในส่วนของ JTS Singapore ซึ่งดำเนินธุรกิจทางด้านพัฒนาซอฟท์แวร์ Cloud AI, Internet of Things (IoT) และ Fintech อยู่ระหว่างการพัฒนา Bitcoin & Lightning Platform เพื่อเป็น Enabler ให้กับทุกธุรกิจที่ต้องการรับ Bitcoin ไม่ว่าจะเป็น Enterprise, SME หรือ รายย่อย ผ่านโครงข่าย Bitcoin Lightning Network (Bitcoin Layer2) สามารถทำงานได้ง่ายเพื่อรองรับการชำระและส่งผ่าน Bitcoin ได้ทั่วโลก มีความปลอดภัยและรวดเร็วกว่าการส่งผ่านบิตคอยน์บนระบบ Mainnet  โดยสามารถใช้ได้ในชีวิตประจำวันโดยรองรับ Feature ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น BTC Wallet, Saving, Point of Sale (POS) และ Back Office, Report & Analytics, Point-Reward & Membershipซึ่งแพลตฟอร์มนี้จะนําเสนอการประมวลผลการชําระเงินที่รวดเร็ว ปลอดภัย และช่วยส่งเสริม Bitcoin Ecosystem ในการนำมาใช้งานในภาคธุรกิจและชีวิตประจำวันได้  .  บริษัท จัสเทล เนทเวิร์ค จำกัด (Jastel) ซึ่งเป็นบริษัทภายในกลุ่มบริษัท JTS ยังคงดำเนินการขยายธุรกิจ Data Center อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นของผู้ให้บริการทางด้าน OTT และ Content จากต่างประเทศ รวมถึงความร่วมมือครั้งใหม่กับผู้ให้บริการคลาวด์ระดับโลก ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างเจรจาเป็นพันธมิตร เพื่อยกระดับการให้บริการไปยัง AIPlatform Service, Cloud Data Warehouse, Industrial IoT, Serverless Application Center, Enterprise Application จากความร่วมมือนี้จะช่วยเพิ่มความสามารถให้กับกลุ่มบริษัท JTS ในการจัดหาโซลูชัน และการสนับสนุนที่เป็นนวัตกรรมใหม่สําหรับลูกค้า  นายดุสิต กล่าวว่า การขยาย Datacenter และการจับมือเป็นพันธมิตรกับผู้ให้บริการคลาวด์ระดับโลกจะทำให้เราสามารถ ตอบโจทย์ความต้องการทางเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ให้กับลูกค้าของเราได้ดียิ่งขึ้น ส่วนการย้ายเหมืองขุดบิตคอยน์ของเราจำนวน 3,500 เครื่อง คิดเป็นกำลังขุดที่ 423,000 Terrahash/s จากประเทศไทยไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์เพื่อลดต้นทุนค่าไฟฟ้า ด้วยความสามารถของกำลังการขุดนี้ จะทำให้ได้บิตคอยน์คิดเป็นจำนวน 500 บิตคอยน์ต่อปีในต้นทุนต่อเหรียญที่ถูกลงรวมถึงการพัฒนา Bitcoin & Lightning Platform ของเราแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมทางด้าน Fintech และยกระดับธุรกิจไปสู่ระดับ Global Scale  อ่านข่าวสารเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikibit.com/th/original/1.html

2023-02-27การวิเคราะห์เชิงลึก

Coinbase เปิดตัว Base บนเครือข่าย Layer2 ในการสร้าง dapps

Coinbase ผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตได้ประกาศเปิดตัว Base (23 ก.พ.) ซึ่งเป็นเครือข่าย Ethereum Layer 2 ที่สร้างขึ้นจาก OP Stack ของเครือข่าย Optimism โดยชูจุดขายความปลอดภัยจากเครือข่ายที่พัฒนาบน Ethereum ได้สะดวกและเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากการทำธุรกรรมในอัตราที่ต่ำ อีกทั้งยังออกแบบมาเพื่อรองรับให้นักพัฒนานำไปต่อยอด ในการสร้าง decentralized หรือ dapps  Base เป็นเครือข่ายที่ได้ร่วมพัฒนากับ Optimism โดยใช้สถาปัตยกรรม OP Stack ซึ่งได้รับสัญญาอนุญาตลิขสิทธิ์ของสถาบันเทคโนโลยี MIT ให้สามารถนำซอฟต์แวร์ไปใช้ได้อย่างเสรี โดยมุ่งหวังให้ Base เป็นตัวดึงดูดผู้ใช้งานรายใหม่นับล้านคนให้เข้าสู่โลกคริปโต พร้อมกับเทคโนโลยี EVM ซึ่งทำให้เครือข่ายสามารถใช้งานแอปพลิเคชั่นร่วมกับระบบของ Ethereum  Coinbase ได้กล่าวว่า Base ได้ออกแบบมาเพื่อให้เข้าถึง Ethereum L1, L2 และอื่น ๆ ได้ง่ายขึ้น และมองว่าเป็นสะพานเชื่อมต่อสำหรับผู้ใช้งานเข้าสู่โลก crypto อีกทั่งยังช่วยเพิ่มประสบการณ์ onchain ที่ง่ายต่อการใช้งานพร้อมการเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการบน chain อื่น ๆ อีกด้วย อีกทั้งยังต้องการผลักดันให้เครือข่ายบล็อกเชนต่าง ๆ รองรับผลิตภัณฑ์และบริการของบริษัทฯ อย่างครอบคลุมมากที่สุด ทั้งนี้ Coinbase ยืนยันชัดเจนว่าบริษัทฯ ยังไม่มีแผนในการออกเหรียญประจำเครือข่าย Base แต่อย่างใด  อ่านข่าวสารเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikibit.com/th/original/1.html

2023-02-24การวิเคราะห์เชิงลึก

Tezos (XTZ) ร่วมมือ Google Cloud เพื่อเร่งพัฒนา Web 3.0

Tezos Foundation ประกาศร่วมมือกับ Google Cloud เพื่อเร่งการพัฒนาแอปพลิเคชัน Web3 บน Tezos blockchain เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถรัน Node พร้อมกับสร้างแอปพลิเคชัน Web3 บนบล็อกเชน Tezos ได้ รวมไปถึงความสามารถในการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับบล็อกเชน  Tezos Foundation จะช่วยให้ลูกค้า Google Cloud ใหม่และลูกค้าเดิมสามารถเข้าถึงโปรแกรม Corporate Bakers บน Tezos โปรแกรมนี้ Tezos จะนำเสนอลูกค้า Google Cloud ที่สนใจสร้างแอปพลิเคชัน Web3 ปรับใช้ Node และตัวสร้างดัชนีบนโปรโตคอล Tezos ได้อย่างง่ายดาย ด้วยความร่วมมือนี้ บริษัทและนักพัฒนาสามารถโฮสต์และปรับใช้ RPC Node สำหรับแอปพลิเคชัน Web3 ได้อย่างง่ายดาย โดยใช้ประโยชน์จากความแข็งแกร่งของบล็อกเชน Tezos  โดย Tezos เป็นบล็อกเชนสำหรับการพัฒนา Smart contract ที่ได้รับความนิยมและความเชื่อมั่นจากหลากหลายบริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลก อย่างเช่น Ubisoft หรือกรมการขนส่งทางบกรัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นต้น พร้อมกับยังมีเหรียญของตัวเองในชื่อ Tezos (XTZ) คู่สามีภรรยา Arthur กับ Kathleen Breitman คือผู้สร้างและผู้ร่วมก่อตั้ง Tezos ซึ่ง Arthur เป็นคนเขียน Whitepaper ของ Tezos โดยใช้นามปากกาว่า L. M. Goodman นอกจากนี้ ตัวเขาและภรรยายังได้ก่อตั้งบริษัท Dynamic Ledger Solutions  การร่วมมือกับ Google Cloud ในครั้งนี้จึงจะเป็นการเสริมความแข็งแกร่งขึ้นไปอีกขั้นให้กับตัวของ Tezos, เหรียญ XTZ รวมไปถึงระบบนิเวศน์ของบล็อกเชนเอง  Tezos Foundation คือ...  Tezos Foundation เป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรในสวิตเซอร์แลนด์ ที่สนับสนุนการพัฒนาและความสำเร็จในระยะยาวของโปรโตคอล และรับผิดชอบในการริเริ่มที่ช่วยกระตุ้นการรับรู้และการนำ Tezos blockchain ไปใช้  อ่านข่าวสารเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikibit.com/th/original/1.html

2023-02-23การวิเคราะห์เชิงลึก

JTS หยุดธุรกิจเหมืองขุดบิทคอยน์ชั่วคราว พิจารณาย้ายฐานการขุดไปต่างประเทศ

บริษัท จัสมิน เทคโนโลยี โซลูชั่น จํากัด (มหาชน) หรือ JTS แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เผยผลการดําเนินงานประจําปี 2565 ขาดทุนสุทธิจํานวน 105.28 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2564  โดยเฉพาะต้นทุนค่าไฟฟ้าที่มีการปรับราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อธุรกิจเหมืองขุดบิทคอยน์ จึงได้ดําเนินการหยุดดําเนินธุรกิจเหมือง ขุดบิทคอยน์เป็นการชั่วคราวตั้งแต่เดือนมกราคม 2566 และพิจารณาย้ายฐานการขุดบิทคอยน์ไปยังต่างประเทศที่มีศักยภาพ ทั้งในด้านทรัพยากรต่าง ๆ และการสนับสนุนจากภาครัฐ โดยเฉพาะต้นทุนค่าไฟฟ้าที่ตํ่า และจะต้องสามารถบริหารจัดการเครื่องขุดได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่มีความเสี่ยงในด้านความปลอดภัยของการ เข้าถึงเครื่องขุดบิทคอยน์ เพื่อให้ธุรกิจเหมืองขุดบิทคอยน์ของบริษัทสามารถแข่งขันในระดับสากล  ทั้งนี้ ในปี 2565 บริษัทมีต้นทุนขายและบริการ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริการ และค่าใช้จ่ายในการบริหาร จำนวน 2,357.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 793.10 ล้านบาท คิดเป็น 50.71% เมื่อเทียบกับปี 2564 ประกอบด้วย  - ต้นทุนขายและบริการ จํานวน 1,517.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 124.68 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 8.95 เนื่องจากต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นของธุรกิจออกแบบและวางระบบสื่อสารและโทรคมนาคม จํานวน 85.85 ล้านบาท ธุรกิจให้บริการโครงข่ายโทรคมนาคม จํานวน 34.77 ล้านบาท และธุรกิจจัดหาออกแบบและวางระบบคอมพิวเตอร์ จํานวน 4.06 ล้านบาท  - ต้นทุนเหมืองขุดบิทคอยน์ จํานวน 632.88 ล้านบาท ประกอบด้วย ต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการขุดบิทคอยน์ จํานวน 271.26 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 42.86 และขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นเกิดขึ้นจากการด้อยค่าของอาคารและอุปกรณ์ และเงินจ่ายล่วงหน้าค่าอุปกรณ์ที่ใช้ในการดําเนินการธุรกิจเหมืองขุดบิทคอยน์ จํานวน 361.62 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 57.14  ต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการขุดบิทคอยน์ที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งมาจากจํานวนเครื่องขุดบิทคอยน์ที่เพิ่มขึ้นจาก 325 เครื่องเป็น 2,641 เครื่อง โดยขาดทุนที่ยังไม่เกิดขึ้นดังกล่าว เนื่องจากราคาเหรียญบิทคอยน์มีมูลค่าลดลง จากมูลค่าประมาณ 1.5 ล้านบาทต่อเหรียญบิทคอยน์ (USD 46,306.45) ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 เป็นมูลค่า 0.569 ล้านบาทต่อเหรียญบิทคอยน์ (USD16,547.50) ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 ดังนั้น ทางบริษัทฯ จึงต้องรับรู้ผลขาดทุนจากการด้อยค่าสินทรัพย์ที่ใช้ในการ ดําเนินการธุรกิจเหมืองขุดบิทคอยน์ ตามมาตรฐานการบัญชี ฉบับที่ 36 เรื่องการด้อยค่าของสินทรัพย์  อ่านข่าวสารเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikibit.com/th/original/1.html

2023-02-22การวิเคราะห์เชิงลึก

Huobi เตรียมขอใบอนุญาตการซื้อขายในฮ่องกง ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงด้านกฎเกณฑ์

Justin Sun ผู้ก่อตั้ง TRON และคณะกรรมการที่ปรึกษาของ Huobi ซึ่งเป็นหนึ่งในแพลตฟอร์มการซื้อขายคริปโต ได้ออกมาทวิตว่า ทาง Houbi กำลังยื่นขอใบอนุญาตซื้อขายคริปโตในฮ่องกง  ใบอนุญาตที่ทาง Huobi กำลังจะยื่นขอเป็นขั้นตอนสำคัญสำหรับแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโต และเป็นแสดงให้เห็นถึงการดำเนินงานตามกฎระเบียบของหน่วยงานกำกับดูแล นอกจากนี้การมีใบอนุญาตจะช่วยให้แพลตฟอร์มมีความน่าเชื่อถือสำหรับผู้ใช้งานอีกด้วย  อีกทั้งยังช่วยให้สามารถขยายบริการและข้อเสนอให้กับลูกค้าในฮ่องกง โดยมอบตัวเลือกในการซื้อขายและการลงทุนคริปโตที่หลากหลายยิ่งขึ้น  ดูข้อมูล Houbi เพิ่มเติมได้ที่ : https://www.wikibit.com/th/dr/1234849452489.html  นอกจากข่าวการออกใบอนุญาตแล้ว Huobi ยังเปิดตัวการแลกเปลี่ยนใหม่ในฮ่องกงโดยใช้ชื่อว่า Huobi Hong Kong จะเป็นไปตามกฏระเบียบท้องถิ่นอย่างสมบูรณ์และนำเสนอคู่การซื้อขายและบริการที่หลากหลายแก่ลูกค้า  Huobi หนึ่งในแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ยุติบริการการเปิดบัญชีใหม่ให้กับลูกค้าชาวจีนแผ่นดินและได้ย้ายสำนักงานใหญ่ไปยังสิงคโปร์ หลังรัฐบาลประกาศให้ธุรกรรมทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับ Bitcoin และเงินสกุลดิจิทัลอื่น ๆ ที่ผิดกฎหมาย เนื่องจากหน่วยงานของจีนได้เพิ่มความเข้มข้นในการปราบปรามธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับคริปโตมากขึ้น ตั้งแต่การขุดเหมือง Bitcoin ไปจนถึงการซื้อขายแลกเปลี่ยนบนแพลตฟอร์มต่าง ๆ เนื่องจากกังวลว่าเงินสกุลดิจิทัลเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ  ในขณะที่ฮ่องกงอนุญาตให้นักลงทุน รวมไปถึงนักลงทุนรายย่อยสามารถเข้าถึงบริการที่เปิดให้บริการโดยผู้ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตที่ได้รับอนุญาตให้สามารถขายสินทรัพย์ดิจิทัล โดยผู้ประกอบการแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตต้องทำการจดทะเบียนขอใบอนุญาตให้บริการในฮ่องกงอย่างถูกต้องเสียก่อน  ทั้งนี้ กฎระเบียบใหม่กำหนดให้แพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตที่มีการทำธุรกิจ หรือตลาดให้กับนักลงทุนภายในฮ่องกงจะต้องได้รับใบอนุญาตจาก SFC เท่านั้น  สำหรับแพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตจะต้องปฏิบัติตามกฏเกณฑ์ โดยคำนึงถึงการปกป้องเงินทุนของนักลงทุน ไม่ลืมการให้นักลงทุนตรวจสอบการประเมินความเสี่ยงและรับทราบความเสี่ยงที่ตนเองรับได้  อ่านข่าวสารเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikibit.com/th/original/1.html

2023-02-21การวิเคราะห์เชิงลึก

Meta เตรียมเก็บค่าบริการรายเดือน Meta Verified บน Facebook & Instagram

Meta บริษัทแม่ของ Facebook และ Instagram เตรียมเก็บค่าบริการรายเดือนสำหรับ Meta Verified   Mark Zuckerberg ได้ออกมาประกาศหน้า Facebook ว่าในสัปดาห์นี้ ทาง Meta จะมีการเปิดตัวบริการ Meta Verified บริการสมัครสมาชิกที่ให้ยืนยันตัวตนด้วยบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมรับเครื่องหมายติ๊กถูกสีฟ้า เพื่อแสดงว่าบัญชีนี้ถูกยืนยันเรียบร้อยแล้ว  โดย Meta Verified หรือ เครื่องหมายติ๊กถูกสีฟ้า จะช่วยป้องกันการแอบอ้างจากบุคคลอื่น ป้องกันการสวมรอยสร้างบัญชีที่มีการปลอมแปลง และสามารถเข้าถึงระบบ Customer Support ได้โดยตรง อีกทั้งยังช่วยการมองเห็นและการเข้าถึงอีกด้วย ซึ่งต้องตรงกับชื่อโปรไฟล์ และรูปภาพของพวกเขา ซึ่งผู้ใช้ต้องมีอายุมากกว่า 18 ปีจึงจะมีสิทธิ์สมัครใช้บริการ  บริการนี้จะเป็นบริการสมัครสมาชิก มีค่าบริการรายเดือนเริ่มต้นที่ $11.99/เดือน หรือประมาณ 413 บาท สำหรับผู้ใช้งานบนเว็บไซต์ และ $14.99/เดือน หรือประมาณ 516 บาท สำหรับผู้ใช้งานบน iOS โดยจะเริ่มให้บริการในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ก่อนในสัปดาห์นี้ และจะขยายไปประเทศอื่นในเร็ว ๆ นี้  อย่างไรก็ตาม บริการอย่าง Meta Verifiled นับได้ว่าเป็นการเดินตามแนวทางของ Twitter ที่เปิดให้ผู้ใช้สมัครบริการ Blue subscription สำหรับคนทั่วไป และ Gold verification สำหรับธุรกิจต่าง ๆ เพื่อรับเครื่องหมายยืนยันตัวตนเช่นเดียวกัน  อ่านข่าวสารเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikibit.com/th/original/1.html

2023-02-20การวิเคราะห์เชิงลึก

Tencent ร่วมมือ MultiversX เพื่อขยายธุรกิจด้าน Web 3.0

MultiversX กำลังร่วมมือกับ Tencent Cloud ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือธุรกิจของ Tencent ประกาศขยายธุรกิจด้าน Web 3.0 โดย Tencent Cloud เป็นหนึ่งในบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ในจีนซึ่งรวมถึงแอปส่งข้อความ WeChat ด้วย  ในขณะเดียวกัน MultiversX ซึ่งก่อนหน้านี้รู้จักกันในชื่อ Elrond เพิ่งได้รับการรีแบรนด์ใหม่เพื่อมุ่งเน้นไปที่ metaverse โดย Tencent ซึ่งเคยทำงานในด้าน เกม เทคโนโลยีภาพ และเสียง จะใช้เครือข่ายเพื่อปรับใช้ชุดผลิตภัณฑ์ที่ใช้บล็อกเชน ตั้งแต่บล็อกเชนไปจนถึง AI และอื่น ๆ นับเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งและเป็นแรงผลักดันให้เกิดนวัตกรรม  Beniamin Mincu ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ MultiversX กล่าวว่า จากบล็อกเชนมาสู่ AI และอื่น ๆ ที่จะเกิดขึ้นต่อไป ต้องอาศัยโครงสร้างขั้นพื้นฐานอย่าง Cloud ในการสร้างนวัตกรรมเหล่านั้น ผมรู้สึกตื่นเต้นกับความร่วมมือทางธุรกิจระหว่างเรากับ Tencent Cloud เพื่อหาโอกาสความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในธุรกิจ ทั้งในด้านการธุรกรรม, Web 3.0 รวมไปถึงเมตาเวิร์ส  ในช่วงเดือนพฤษภาคม 2020 Tencent ได้ลงทุนในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับบล็อกเชนเป็นเงินกว่า 70 ล้านดอลลาร์ และในช่วงเดือนมกราคม 2022 ทาง Tencent ก็ได้เปิดให้ใช้บริการวอลเล็ตที่รองรับดิจิทัลหยวน ผ่านทางแอป WeChat วอลเล็ต  ซึ่งทาง Leo Li รองประธานประจำยุโรปของ Tencent Cloud International กล่าวในการแถลงข่าวเกี่ยวกับความร่วมมือว่า ตั้งใจที่จะสนับสนุน Web 3.0 ให้เกิดการใช้อย่างแพร่หลายไปทั่วโลก เพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อระหว่างโลกจริงและโลกเสมือน  อย่างไรก็ตาม Tencent ยังเคยเผชิญกับปัญหาด้านกำกับดูแลจากรัฐบาล ในช่วงเดือนสิงหาคม 2022 ให้ระงับการซื้อขาย NFT บนแพลตฟอร์ม Huanhe  อ่านข่าวสารเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikibit.com/th/original/1.html

2023-02-17การวิเคราะห์เชิงลึก

Bitkub ปฏิเสธข่าวลือ เรื่องการมีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มพนันออนไลน์

บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ได้ออกมาชี้แจงผ่านหน้าเฟซบุ๊กเพจ Bitkub เรื่องการโดนกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มพนันออนไลน์และขาดการกำกับกิจการที่ดี  ซึ่งก่อนหน้านี้ มีสำนักข่าวได้ชี้ประเด็นไปที่การฟอกเงินของคุณแทนไท ณรงค์กูล ซึ่งล่าสุดทางบิทคับก็ได้โดนลากไปเอี่ยวถึงประเด็นการฟอกเงินของคุณแทนไทด้วย  โดยทางบริษัทไม่ได้นิ่งนอนใจได้ออกออกมาชี้แจงในทันที ว่า บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ทางบริษัทไม่มีส่วนเกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมายของบุคคลที่ปรากฏรายชื่อตามข่าวแต่อย่างใด  หลังจากมีกระแสข่าวลือว่า Bitkub มีเอี่ยวกับกลุ่มพนันออนไลน์จนอาจทำให้โดนยึดใบอนุญาต ส่งผลให้ราคาเหรียญ KUB ต่ำลง แต่หลังจากบริษัทออกมาชี้แจงเรื่องข่าวลือผ่านทางเพจราคาเหรียญก็ได้ดีดขึ้นสูง  นอกจากนี้บริษัทยังอธิบายเพิ่มเติมอีกว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา บริษัทประกอบธุรกิจและให้บริการแก่ลูกค้าด้วยความสุจริต โปร่งใส และเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายตามมาตรฐานผู้ประกอบวิชาชีพที่ดี โดยบริษัทฯ คำนึงถึงการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่กำกับดูแล รวมถึงบริษัทฯ ได้ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ในการตรวจสอบการกระทำที่อาจเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดกฎหมายอย่างสม่ำเสมอและมาโดยตลอด  นอกจากนี้ บริษัทฯ ยึดถือการกำกับดูแลกิจการที่ดีและประโยชน์ของผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่ายเป็นสำคัญ และผู้บริหารของบริษัทฯ ยึดมั่นในหลักคุณธรรม ความสุจริตและความโปร่งใสในการปฏิบัติหน้าที่ของตนเป็นสำคัญเช่นกัน ด้วยเหตุนี้ บริษัทฯ และผู้บริหารของบริษัทฯ จึงมีความยินดีที่จะให้ความร่วมมือแก่หน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเด็นที่ปรากฏตามข่าว และบริษัทฯ อยู่ระหว่างการพิจารณาการดำเนินการที่จำเป็นตามกฎหมายต่อไป  อ่านข่าวสารเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikibit.com/th/original/1.html

2023-02-16การวิเคราะห์เชิงลึก

Polygon วางแผนเปิดตัว zkEVM บน Mainnet Beta วันที่ 27 มี.ค. นี้

Polygon กำลังวางแผนที่จะเปิดตัว zkEVM บน Mainnet Beta ในวันที่ 27 มีนาคมนี้ โดย Polygon กำลังวางแผนที่จะเปิดตัวโซลูชัน zkEVM ที่เลือกใช้เทคโนโลยี zero-knowledge หรือ ZK-Rollup ที่ทำการคำนวณแบบ off-chain บน secondary layer เพื่อการทำธุรกรรมที่รวดเร็วและมีราคาถูก ในขณะที่ยังคงมุ่งเน้นให้ความสำคัญในเรื่องความปลอดภัย โดยมีเป้าหมายคือ ขยายความสามารถในการปรับขนาดของเครือข่าย Ethereum ให้มากขึ้น  ทางทีม Polygon อ้างว่า zkEVM จะเทียบเท่ากับ Ethereum Virtual Machine (EVM) ซึ่งหมายความว่าเครือข่ายจะรองรับ code เดียวกันกับ Ethereum ซึ่งส่งผลให้นักพัฒนาสามารถออนบอร์ดแอปจาก Ethereum และใช้งานบนเครือข่าย zkEVM ของ Polygon ได้โดยไม่ต้องทำการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญใด ๆ และ zkEVM เป็นมาตรฐานที่ดีที่สุด (ทองคำ) สำหรับการเทียบเท่า EVM โดยผ่านเวกเตอร์ทดสอบ Ethereum 100% ที่ใช้กับ zkEVM นักพัฒนาสามารถคัดลอกและวางโค้ดที่ทำงานบน Ethereum ได้อย่างง่ายดายและเรียกใช้งานผ่าน Polygon zkEVM  zkEVM ได้รับการพัฒนามานานกว่าหนึ่งปีและได้ผ่านการรองรับความปลอดภัยจากบุคคลที่สามถึงสองครั้ง อย่างไรก็ตาม ทีมงานไม่ได้ระบุว่า zkEVM จะเปิดให้ใช้งานแบบสาธารณะทันที หลังจากที่ mainnet beta เปิดให้ใช้งาน  อ่านข่าวสารเพิ่มเติมคลิกเลย : https://www.wikibit.com/th/original/1.html

2023-02-15การวิเคราะห์เชิงลึก

Binance ยังคงสนับสนุน BUSD แม้ว่า Paxos จะได้รับคำสั่งให้หยุดออก Stablecoin แล้วก็ตาม

หลังจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ของสหรัฐอเมริกา (SEC) ได้แจ้งบริษัท PAXOS ว่ามีแผนจะฟ้องร้อง เนื่องจากละเมิดกฎหมายคุ้มครองนักลงทุนจากการออกเหรียญ Stablecoin ของ Binance USD (BUSD) ว่าเป็นหลักทรัพย์ที่ไม่ได้ลงทะเบียน  ซีอีโอของ Binance อย่าง Changpeng Zhao หรือ CZ ได้กล่าวว่าทาง Binance ยังคงสนับสนุน BUSD แม้ว่า Paxos บริษัทผู้ออกเหรียญจะได้รับคำสั่งให้หยุดออก Stablecoin ตามคำสั่งของหน่วยงานแล้วก็ตาม  Cz กล่าวว่า Paxos จะยังคงเปิดให้บริการซื้อขาย BUSD และถอนเหรียญเช่นเดิม นอกจากนี้ยังรับประกันว่าเงินทุนสำรองจะได้รับการตรวจสอบโดยหลายฝ่าย สำหรับผลกระทบจากการดำเนินการบังคับใช้กฏหมาย Binance CEO กล่าวว่า มูลค่าตามราคาตลาดของ BUSD จะค่อย ๆ ลดลงเมื่อเวลาผ่านไป และทางเว็บเทรดเองจะสำรวจ Stablecoins ทางเลือกอื่น ๆ ที่ไม่มีการตรึงอยู่กับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ  และยังกล่าวอีกว่า Binance จะยังคงสนับสนุน BUSD ต่อไปในเว็บเทรด แต่ในขณะเดียวกันก็ยอมรับว่าผู้ใช้งานอาจจะต้องเปลี่ยนไปใช้ Stablecoin อื่น ๆ เนื่องจากเกิดประเด็นในการดำเนินการบังคับใช้กฏหมายที่เข้มงวด  และหากท้ายที่สุด BUSD ถูกศาลตัดสินให้เป็นหลักทรัพย์ สิ่งนี้อาจส่งผลกระทบอย่างมหาศาลต่ออุตสาหกรรมคริปโต  ตลอดหลายปีมานี้ ก.ล.ต.สหรัฐฯ มักจะตั้งข้อกล่าวหาเหรียญมากมายว่าเป็นหลักทรัพย์ที่ไม่ได้ลงทะเบียน ซึ่งทรัพย์สินเหล่านี้เป็นประเภทของการลงทุนที่ต้องลงทะเบียนก่อน ถึงจะสามารถขายต่อสาธารณะได้ โดยทั่วไปการลงทะเบียนเกี่ยวข้องกับการออกรายละเอียดทางการเงินและการเปิดเผยความเสี่ยงที่นักลงทุนสามารถใช้เพื่อชั่งน้ำหนักข้อดีและข้อเสียของการลงทุน และ Paxos เป็นรายล่าสุดที่โดนข้อกล่าวหานี้ ดูเหมือนว่าจะเริ่มมีการกำกับดูแลตลาดคริปโตที่เข้มงวดขึ้น นับตั้งแต่มีการล่มสลายของ FTX  อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม : https://www.wikibit.com/th/202302134514776039.html

2023-02-14การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
1618
...
142