แอปคริปโตนี้ ถูกสั่งแบน ออกจาก ‘Play Store’ เพราะ ‘หลอกลวง’

นักลงทุนคนไหนมีเพื่อน บอกเพื่อน มีญาติ บอกญาติ!! ว่าอย่าหลงกลไปใช้งาน 8 แอปคริปโตนี้ เพราะมันได้ถูก ‘Google’ สั่งแบนออกจาก ‘Play Store’ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากพวกมันถูกกล่าวหาว่าเป็นแอปพลิเคชันที่มีความหลอกลวง!!  ปัจจุบันในโลกของคริปโตนั้นได้มีกลโกงกำเนิดขึ้นอยู่มาก หลายรูปแบบ และแอปพลิเคชันเถื่อนที่ถูกโมเมขึ้นมา เพื่อหลอกคนที่ขาดความรู้เกี่ยวกับคริปโตให้ตกเป็นเหยื่อนั้นก็มีอยู่มากเช่นกัน โดยผลการวิจัยล่าสุดของ ‘Trend Micro’ ได้ค้นพบแอปพลิเคชัน Android 8 ตัว ที่ใช้ประโยชน์จากผู้ที่ชื่นชอบคริปโต ด้วยการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมรายเดือนภายใต้ข้ออ้างเท็จในการใช้บริการการขุด ‘cloud mining’     โดยพวกมันจะเริ่มจากการโฆษณาเชิญชวน และหลอกล่อให้ชำระค่าบริการการขุดคริปโตตามแพ็คเกจที่ไม่มีอยู่จริง ทั้งนี้ผู้ใช้งานยังไม่เพียงแค่ถูกเรียกเก็บค่าธรรมเนียมราวๆ 15 ดอลลาร์ เท่านั้น แต่ยังต้องชำระเงินเพิ่มเติมสำหรับการเปิดใช้งานความสามารถในการขุดที่เพิ่มขึ้นนอกจากนี้แอปบางตัวยังต้องชำระเงินล่วงหน้าจากผู้ใช้อีกด้วย  ซึ่งแอปคริปโตที่ถูก ‘Google’ สั่งแบนออกจาก ‘Play Store’ นั้นมีรายชื่อดังต่อไปนี้  1. BitFunds (พบข้อมูล เตือนความเสี่ยงในแอป ‘Wikibit’)  2. Bitcoin Miner (ไม่พบข้อมูลในแอป ‘Wikibit’)  3. Daily Bitcoin Rewards (ไม่พบข้อมูลในแอป ‘Wikibit’)  4. Crypto Holic (ไม่พบข้อมูลในแอป ‘Wikibit’)  5. MineBit Pro (ไม่พบข้อมูลในแอป ‘Wikibit’)  6. Bitcoin 2021 (ไม่พบข้อมูลในแอป ‘Wikibit’)  7. Ethereum (ETH) – Pool Mining Cloud (ไม่พบข้อมูลในแอป ‘Wikibit’)   8. Bitcoin (BTC) – Pool Mining Cloud Wallet (ไม่พบข้อมูลในแอป ‘Wikibit’)   ทั้งนี้เพื่อนๆ จะสังเกตได้ว่า แอปส่วนใหญ่ที่ถูกสั่งแบนนั้นจะไม่มีข้อมูลบนแอป ‘Wikibit’ นั้นก็เพราะว่าพวกมันเป็นแอปที่ยังไม่ผ่านการคัดกรองจากทีมงานของแอป เนื่องจากมันเป็นแอปที่ไม่มีคุณภาพ ไม่มีการใช้งานอยู่จริง มีระยะเวลาในการเปิดใช้งานน้อย หรืออื่นๆ จึงยังไม่ถูกบรรจุข้อมูลลงในแอป ซึ่งนั่นหมายความว่า “มีความน่าเชื่อถือเท่าศูนย์” เลยทีเดียว   แต่กลับมีอยู่ 1 ใน 8 แอป ที่ถูกบรรจุข้อมูลลงในแอป ‘Wikibit’ แล้ว ดังนั้นเรามาดูข้อมูลของมันกันดีกว่าว่าสมควรไหมที่ถูก ‘Google’ สั่งแบน โดยแอปนั้นมีชื่อว่า ‘BitFunds’ มีคะแนนสะสมจากแอป ‘Wikibit’ อยู่ที่ 1.80/10 คะแนน ไม่พบข้อมูลปริมาณการซื้อขาย ไม่มีใบอนุญาตการกำกับดูแล แถมยังมีการเตือนความเสี่ยงจากแอป เนื่องจากมีคะแนนอยู่ในระดับต่ำ และไม่มีข้อมูลระบุที่แน่ชัด จึงไม่แปลกที่ทาง Google จะสั่งแบน เพื่อป้องกันคนที่ขาดความรู้เท่าทันตกเป็นเหยื่อนั่นเอง  อย่างไรก็ตามคุณสามารถติดตามข่าวสาร สาระความรู้ และรูปแบบกลโกงต่างๆ ในโลกของคริปโตแบบนี้ ได้ที่แอป ‘Wikibit’ แถมตัวแอปยังสามารถใช้ตรวจสอบข้อมูลต่างๆ อย่าง ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ก่อนตัดสินใจลงทุน แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข่าวสาร สาระความรู้ และรูปแบบกลโกงต่างๆ ไว้ให้คุณได้ศึกษา จะได้พลาดท่าถูกโกงอีกด้วย   แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ เป็นแอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย เพียงแค่กดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้น ‘Whitepaper’ แถมตัวแอปยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!   ติดตามข้อมูลข่าวสารวงการคริปโต พร้อมตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน ได้ที่….  App : “WikiBit” (ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!)  Facebook : https://www.facebook.com/Wikibit.th/ (กด SEE FRIST เพื่อที่คุณจะไม่พลาดข่าวสาร และกิจกรรมต่างๆ จากทางเพจ)  ขอบขอบคุณข้อมูลจาก : bitcoinaddict  

2021-08-29การวิเคราะห์เชิงลึก

เว็บเทรด Bilaxy ถูกแฮ็ก!! ถูกโขมยเหรียญหลายร้อยล้านดอลลาร์

เว็บเทรด Bilaxy ประกาศในช่อง Twitter อย่างเป็นทางการว่าแพลตฟอร์มถูกโจมตี แม้ว่าจะไม่มีการเปิดเผยมูลค่าความเสียหาย แต่ทีมงานก็แนะนำให้ผู้ใช้งดฝากเงินเข้าบัญชี Bialaxy ชั่วคราว  ปัจจุบัน Bilaxy ยังไม่ได้เปิดเผยว่าเหตุใดจึงถูกโจมตี แต่แนะนำให้ผู้ใช้ฝากเงินเข้าบัญชีชั่วคราวเท่านั้น โดยกล่าวว่าพวกเขากำลังแข่งกับเวลาเพื่อป้องกันความเสียหายให้เร็วที่สุด  ตามประกาศจาก Telegram พวกเขาจะทำปิดบำรุงรักษาชั่วคราวโดยระงับทั้งการฝาก การถอน และการซื้อขาย  แหล่งข้อมูลบางแห่งกล่าวว่า แฮ็กเกอร์ขโมย ETH ไปมูลค่า 450 ล้านดอลลาร์ โดยผู้โจมตีได้เริ่มโอนเงินจากกระเป๋าเงิน Ethereum ไปยังการบริการ mixers เพื่อฟอกเงิน ตามที่คาดเดานั้น ที่อยู่ 0xA14d5DA3C6BF2D9304FE6D4BC6942395b4dE048b นี้อาจเป็นที่อยู่ Ethereum ของแฮ็กเกอร์ โดยคุณสามารถเห็นการโอนเงินได้ที่นี่ว่ามีการโอนเงินจาก Bilaxy เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2021 เวลา 01:19:55 น. ซึ่งข้อมูลบางแหล่งเชื่อว่าสิ่งนี้ดูเหมือนจะเป็นการโจมตีจากคนในบริษัท

2021-08-29การวิเคราะห์เชิงลึก

Bitcoin อาจพุ่งแตะ 100,000 ดอลลาร์ในอีก 6 เดือน

กรรมการผู้จัดการของบริษัทที่ปรึกษาการลงทุน Midas Touch Consulting นาย Florian Grummes ออกมาแสดงความเห็นว่าเขาเชื่อว่าราคาของ bitcoin จะเพิ่มขึ้นเป็น $100,000 ภายในหกเดือนหลังจากผ่านช่วงเวลาที่ราคาลดลงเหลือ $25,000 ไปแล้ว โดยอ้างอิงจากการให้สัมภาษณ์กับ Kitco News นั้น นาย Grummes ตั้งข้อสังเกตว่าราคาเหรียญ BTC ที่ปรับตัวขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ทำให้เขาต้องออกมาแนะนำให้นักลงทุนดู BTC ด้วยความระมัดระวังแทนที่จะกระโดดเข้าสู่ตลาด  เนื่องจากเขาคาดว่าราคาจะปรับฐานในระยะสั้น เขาตั้งข้อสังเกตว่าร่วงลงของราคาครั้งล่าสุดเป็นเรื่องปกติในตลาด crypto “หลังจากการเทขายครั้งแรก” และคาดว่าการเทขายครั้งใหม่อาจทำให้ราคา BTC ร่วงลงไปถึง $25,000 เขากล่าวเสริมว่า อย่างไรก็ตาม bitcoin อาจพลิกกลับเป็นขาขึ้นเมื่อใดก็ได้ โดยเขาแสดงความเห็นว่า “ระดับราคาที่ 100,000 ดอลลาร์น่าจะเกิดขึ้นภายในหกเดือนข้างหน้า” นาย Grummes ตั้งข้อสังเกตว่าหากราคาของ bitcoin สามารถแตะระดับ 100,000 ดอลลาร์ได้   เขาคาดว่าเราอาจจะได้เห็นเทรนด์แบบที่เคยเกิดขึ้นในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ซึ่งนั่นแปลว่านักลงทุนมีโอกาสแห่กันเข้ามาในตลาดคริปโตอีกครั้งหนึ่ง Grummes ยังกล่าวต่ออีกว่าความผันผวนของ Bitcoin ในอนาคตจะลดน้อยลงกว่านี้อีกมาก และเขามองว่ามันมีโอกาสจะวิ่งไปแตะ 1 ล้านดอลลาร์ แต่นั้นก็เป็นเรื่องของอนาคต การทำนายราคาของเขาเกิดขึ้นเมื่อ bitcoin พยายามที่จะยืนอยู่เหนือ 50,000 ดอลลาร์อีกครั้ง แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่สามารถทำได้ ณ เวลานี้ กระดาน BTCUSD จาก TradingView เผยให้เห็นว่าราคาของมันนั้นได้ร่วงลงมาอยู่ที่ 48,172 ดอลลาร์   ก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์ของ Bloomberg นาย Mike McGlone เปิดเผยว่าเขาเชื่อว่าทั้งตลาด Bitcoin และ Ethereum กำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น แต่ “ราคาอยู่ในช่วง Sales” โดยฐานราคาที่แข็งแกร่งของมันนั้นเคยมีมาให้เห็นแล้วช่วงเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม และมันอาจจะพุ่งไปแตะ 100,000 ดอลลาร์ได้ในอนาคต ในทำนองเดียวกัน นักวิเคราะห์คริปโตนามแฝงว่า “KALEO” ได้อธิบายว่าเหตุใดเขาจึงคาดว่า Bitcoin จะมีประสิทธิภาพเหนือกว่าหุ้นเทคโนโลยี และราคา Bitcoin  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-08-29การวิเคราะห์เชิงลึก

แชร์ประสบการณ์ บัญชี Binance โดนแฮคและเงินหายไปครึ่งพอร์ต

โดยครั้งนี้ผมมาพร้อมกับเรื่องที่อยากเล่า (ระบาย) ซึ่งมันจะยาวมาก ๆ แต่อยากให้ลองอ่านกันดู มันเป็นประสบการณ์ความผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ เกี่ยวกับความปลอดภัยในการใช้งานเว็บไซต์และการทำธุรกรรมบนออนไลน์ ที่นำมาซึ่งหายนะอันใหญ่หลวงของผมขอเกริ่นก่อนว่าผมเป็นคนหนึ่งที่รู้เรื่องไอทีพอสมควรและรู้จักวีธีป้องกันตัวเองบนโลกออนไลน์ระดับหนึ่ง  แต่ก็ตามที่จั่วหัวไว้ บัญชี binance ผมถูกแฮก พูดให้ถูกคือน่าจะโดนฝังสคริปดักเอา cookie, session ที่ใช้ล็อคอินไป ทำให้คนร้ายสามารถเข้าถึงบัญชีได้โดยไม่ต้องผ่าน 2FA หรือ Authenticator ใด ๆ เพราะผมไม่ได้รับการแจ้งเตือนการเข้าสู่ระบบจากอุปกรณ์ใหม่ หรือการร้องขอรหัสลับจากระบบ 2FA เลย และผมไม่เคยล็อคอิน binance บนคอมเครื่องอื่นเลยด้วย  หรือไม่ก็โดนสคริปอะไรสักอย่างที่มาแอบรันบนเครื่องของผมเอง (โดยส่วนตัวคิดว่าน่าจะอันนี้ เพราะช่วงเวลาเกิดเหตุเป็นช่วงที่ผมเปิดคอมฯ ไว้) บวกกับช่วงหลายวันที่ผ่านมาผมไม่ได้เข้าไปเทรดใน binance เลย (มีแค่เช็คกราฟราคาใน tradingview เฉย ๆ ) ทำให้ไม่สังเกตเห็นว่ามีการทำธุรกรรมที่ผิดปกติเกิดขึ้น  จนกระทั่งมีแจ้งเตือนจาก binance ว่าเหรียญหนึ่งที่ผมถืออยู่ราคาขึ้นไปจนถึงจุดที่ควรจะขายทำกำไรได้แล้ว ผมเลยเปิด binance เข้าไปดู และพบว่าเหรียญที่เคยถืออยู่มันหายไปและมีเหรียญขยะที่ไม่รู้จักมาแทน  ผมงงและสับสนมาก เลยรีบเปิดเช็คประวัติการทำธุรกรรมทั้งหมด ทั้งหน้าเทรด หน้าโอน หน้า p2p และพบว่ามีการเทรดที่ผมไม่เป็นคนทำรายการกว่า 1800+ ครั้ง และในเวลานั้นยังมีรายการใหม่เกิดขึ้นมาต่อหน้าต่อตาผมอีกด้วยผมรีบเปิดมือถือแล้วเปลี่ยนรหัสผ่าน ล้างแคชและคุ้กกี้บนเว็บบราวเซอร์ในคอมฯ ทั้งหมด พอเช็คแล้วว่าไม่มีรายการเทรดใหม่เพิ่มขึ้นมา ก็ไปไล่เปลี่ยนรหัสผ่านบัญชีสำคัญ ๆ ทั้งหมด แม้จะไม่พบว่ามีอะไรผิดปกติ แต่เปลี่ยนกันไว้ก่อน  หลังจากไล่นึกทบทวนอยู่นานว่าผมไปพลาดอะไรถึงโดนเข้าถึงบัญชีได้ เพราะรหัสผ่านก็มั่นใจว่าแข็งแรงมาก ลิงค์ที่ใช้เปิดทุกครั้งก็เป็นลิงค์ที่บุ๊คมาร์กไว้ แถมก่อนเข้าระบบใหม่ทุกครั้งก็จะกรอกรหัสผ่านผิดหนึ่งครั้งเพื่อทดสอบหน้าเว็บในเบื้องต้นด้วยว่าไม่ใช่หน้าเว็บปลอม (โดยทั่วไปพวกหน้าเว็บปลอมจะไม่รู้ว่าบัญชีที่กรอกไปมีอยู่จริงหรือไม่ เพราะมันไม่ได้เชื่อมต่อกับฐานข้อมูลจริง ๆ ทำให้แม้กรอกรหัสผิดก็จะไม่มีการแจ้งว่าชื่อบัญชีหรือรหัสผ่านผิด) แถมไม่เคยไปเข้าระบบบนอุปกรณ์อื่นมั่วซั่วด้วย (มีแค่มือถือกับคอมฯ ส่วนตัว)  แต่จากวันเวลาที่เกิดความผิดปกติขึ้นครั้งแรก พฤติกรรมเสี่ยงอย่างเดียวที่ผมทำ และคิดว่าอาจจะเป็นสาเหตุคือ การเข้าไปยังเว็บบอร์ดจีนเว็บหนึ่งที่รู้ดีว่าเป็นเว็บที่เสี่ยง แต่เพราะเคยเข้าไปหลายครั้ง แต่ปกติจะเปลี่ยนบราวเซอร์ที่ใช้และจะใช้งานในโหมดไม่ระบุตัวตน แต่วันนั้นด้วยความที่รีบและคิดว่าแค่แป๊บเดียวคงไม่เป็นไร เลยเข้าเว็บนั้นด้วยบราวเซอร์หลักทั้งอย่างนั้นเลย แถมยังยอมปิดปลั้กอิน ScriptSafe และ AdBlock ด้วย เพราะเว็บนั้นมีลิงค์ที่ต้องอนุญาตให้เข้าถึงเยอะมาก โดยตอนนั้นผมเปิด binance ส่วนที่เป็นหน้า spot trading ทิ้งไว้บนแท็บของบราวเซอร์ด้วย (คือเปิดทิ้งไว้หลายแท็บและ binance คือหนึ่งในนั้น)  สรุป ผมโดนสคริป, บอท หรือผู้ไม่ประสงค์ดี มาเทรดเหรียญในพอร์ต spot ของผมที่มีมูลค่าอยู่ราว ๆ 60,000 บาท จนขาดทุนไป 51.26% ก็คือราว ๆ 30,000 กว่าบาท แต่! เพราะทำรายการไป 1800+ รายการทำให้โดนค่าธรรมเนียมไปอีกหลายบาท เพราะจำได้ว่าทิ้ง BNB ไว้เป็นค่าธรรมเนียมพันกว่าบาท แต่มันผลาญจนหมด แล้วเอา BTC มาใช้จ่ายค่าธรรมเนียมแทนอีกเกือบพันรายการ ทำให้เบ็ดเสร็จน่าจะเสียหายไป 30,000 บาท++ แน่ ๆ แถมนี่ยังไม่รวมค่าเสียโอกาสที่จะทำกำไรในอนาคตได้อีก เพราะ BTC กับ SOL ที่ซื้อเก็บไว้ โดนเทขายไปก่อนถึงจุดทำกำไร แล้วก็อย่างที่เห็นว่าช่วงที่ผ่านมาราคาเหรียญดีดตัวขึ้นไปสูงมากกกกก!! (โดยเฉพาะ SOL ทำ ATH ไปไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง)  ตอนนี้หลังจากเปลี่ยนรหัสผ่านบัญชีสำคัญ ๆ และล้างแคช, คุกกี้, ประวัติของบราวเซอร์บนคอมฯ ทิ้งทั้งหมด และแสกนไวรัสแล้วก็ไม่ได้ใช้คอมเครื่องปัจจุบันล็อคอินเข้า binance กับ metamask หรือทำธุรกรรมการเงินใด ๆ เลย เปลี่ยนไปใช้บนมือถือแทน เพราะปกติไม่เคยใช้มือถือลงแอพหรือเข้าเว็บอะไรแปลก ๆ เลยคิดว่าน่าจะปลอดภัยพอสมควร (จริง ๆ ปกติ นอกจากช่วงที่ออกนอกบ้านแล้วก็แทบไม่ใช้มือถือเลยด้วยซ้ำ)  จบการระบายเพียงเท่านี้ และเพราะไม่อยากให้มีใครมาพลาดอะไรแบบนี้เหมือนผม เลยทำใจอยู่พักใหญ่ ๆ กว่าจะเขียนโพสสุดยืดยาวนี้จนจบได้ ใครที่เคยซื้อเหรียญอะไรทิ้งไว้ แล้วไม่ได้ล็อคอินเข้าไปดูนาน ๆ ระวังจะเจอแบบผมนะ ไม่มีแจ้งเตือนการเข้าสู่ระบบใหม่ ไม่มีแจ้งเตือนว่ามีการโอนเหรียญไปไหน ไม่มีแจ้งเตือนอะไรที่ผิดปกติหรือน่าสงสัยเลย แต่เปิดมาอีกที อ้าว เฮ้ย ฉิบหาย! เหรียญหาย!!

2021-08-28การวิเคราะห์เชิงลึก

'บิตคอยน์'บวกเกือบ5%เคลื่อนไหวที่ 49,000 ดอลล์

บิตคอยน์บวกเกือบ5%เคลื่อนไหวที่ 49,000 ดอลลลาร์ ราคาบิตคอยน์เทรดที่เว็บไซต์คอยนส์เดสก์ เมื่อเวลา 06.30 น.ปรับตัวขึ้น 4.68% เคลื่อนไหวที่ 49,022.2 ดอลลาร์

2021-08-28การวิเคราะห์เชิงลึก

‘Ref Wayne’ เศรษฐีผู้สร้างแรงบันดาลใจให้เทรดเดอร์ Forex วัยรุ่นทั่วโลก!

“วัยรุ่นทุกคนคิดว่าจะมีเงินหนึ่งล้านในบัญชีอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต แต่ Ref Wayne เป็นคนที่ไม่เพียงแต่ฝันถึงมัน แต่ยังไล่ตามความฝันของเขาเพื่อทำให้เป็นจริง” เขาคือวัยรุ่นธรรมดา ๆ ที่เริ่มเทรด Forex ตั้งแต่ยังอยู่ ม.3 และใช้เวลา 3 ปี ทำกำไรหลักล้านเหรียญ! (ราว ๆ 33 ล้านบาท)  Wayne เกิดมาในครอบครัวธรรมดา ๆ ในเมือง Soweto ประเทศแอฟริกาใต้ เช่นเดียวกับเด็กคนอื่น ๆ ชีวิตของเขาคือการไปโรงเรียน ทำการบ้าน และช่วยเหลือครอบครัวของเขา จนกระทั่งเขารู้จักการซื้อขาย Forex เมื่อตอนที่เขาอยู่เกรดเก้า หรือ ม.3 นั่นเอง โดย Wayne เริ่มเทรด Forex เมื่ออายุเพียง 16 ปี ขณะที่เขาขายซิมการ์ดเพื่อหาเลี้ยงชีพไปด้วย โดย Wayne ทำเงินล้านแรกเมื่ออายุ 19 ปีและกลายเป็นมหาเศรษฐีในอีกสามปี ปัจจุบันเขาเป็นบุคคลสำคัญในด้านการซื้อขาย Forex ในแอฟริกาใต้และทั่วโลก  ในขณะที่เรียนอยู่มัธยม Wayne ได้เริ่มสนใจในการซื้อขาย Forex และสกุลเงินดิจิทัล จากวันนั้น เขาตัดสินใจว่าเขาต้องการทำอะไรในชีวิตและสิ่งที่เขาอยากจะเป็นในอนาคต ดังนั้นเขาจึงลาออกจากโรงเรียน 9 ตอนแรกเขาเริ่มขายซิมการ์ดในท้องถิ่นเพื่อหาเลี้ยงชีพ แต่ก็รู้ดีว่าคงทำอาชีพนี้ได้ไม่นานแน่  โชคดีที่ตอนนี้เขาได้พบกับ David Schwartz ผู้แนะนำ Wayne เกี่ยวกับการเทรด Forex และอธิบายรายละเอียดทั้งหมด คุณเดวิดเองก็เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเทรด ดังนั้นจึงไม่ยากสำหรับเขาที่จะทำให้ Ref เข้าใจตลาดนี้ แน่นอนว่าเขาชอบแนวคิดนี้ และเริ่มเข้ามาในเส้นทางนี้ตามเส้นทางของกูรู  เขาเริ่มซื้อขายเมื่ออายุเพียง 16 ปี เป็นเวลาที่เด็กส่วนใหญ่ไม่มีความคิดเกี่ยวกับอนาคตหรืออาชีพของตน เขาสร้างรายได้ล้านแรกเมื่ออายุเพียง 19 ปีผ่านการซื้อขาย และกลายเป็นมหาเศรษฐีเมื่ออายุ 22 ปี วัยรุ่นทุกคนคิดว่าจะมีเงินหนึ่งล้านในบัญชีอย่างน้อยหนึ่งครั้งในชีวิต แต่ Ref Wayne เป็นคนที่ไม่เพียงแต่ฝันถึงมัน แต่ยังไล่ตามความฝันของเขาเพื่อทำให้เป็นจริง  วันนี้ Ref Wayne กลายเป็นผู้ประกอบการที่มีชื่อเสียง ผู้ใจบุญ และเป็นนักเขียน เขาสอนผู้ชมทั่วไปเกี่ยวกับวิธีการซื้อขายและกลายเป็นเศรษฐีเช่นเดียวกับเขา เขายังเป็นนักพูดที่สร้างแรงบันดาลใจและเป็นนักปรัชญาผู้มั่งคั่งอีกด้วย เขาทำบริการให้คำปรึกษาแก่บริษัทต่าง ๆ ผ่านการสัมมนา โดยเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าว่าการซื้อขาย Forex จะสามารถจัดการกับปัญหาว่างงานจำนวนมากในแอฟริกาใต้  คาดว่าวันนี้เขาเป็นเจ้าสินทรัพย์มูลค่าสุทธิอย่างน้อย 500 ล้านเหรียญ (ราว ๆ 1.6 หมื่นล้าน) และกลายเป็นแรงบัลดาลใจให้วัยรุ่นทั่วโลก เขาทำให้เห็นว่าในโลก Forex นั้น อายุไม่มีผลกับความสำเร็จ ไม่ว่าคุณอายุเท่าไหร่ ถ้ามุ่งมั่นตั้งใจ คุณอาจจะเป็นเศรษฐีคนต่อไปก็ได้นะ : ) ถ้าหากคุณชอบเรื่องราวดี ๆ เกี่ยวกับการเงิน การลงทุน มารับแรงบันดาลใจกันได้ทุกวันแบบง่าย ๆ แค่มีแอป WikiFX โหลดฟรี แล้วมาอ่านกันใหม่นะ!

2021-08-27การวิเคราะห์เชิงลึก

ก.ล.ต. เตือนคนไทยระวัง แพลตฟอร์ม StorageCity

ก.ล.ต. เตือนประชาชนให้ระมัดระวังถูกชักชวนให้ลงทุนกับ StorageCity Platform เนื่องจากบริษัทไม่ได้เป็นผู้ประกอบธุรกิจภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. และไม่ได้อยู่ระหว่างยื่นขอความเห็นชอบจาก ก.ล.ต.  สำหรับใครที่กำลังสงสัยว่า “เราจะตรวจสอบยังไงว่า Exchange เจ้าไหน ได้รับการอนุญาตจาก ก.ล.ต. ไทย” ในจุดนี้บอกเลยง่ายมากๆ เพียงแค่ 4 Step เท่านั้น  1. โหลดแอป ‘Wikibit’ มาไหวบนมือถือ (ได้ทั้ง IOS และAndroid ฟรี!!)  2. ไปที่หมวดหมู่ ‘กฏระเบียบระดับโลก’  3. จากนั้นคลิกไปที่คำว่า ‘ประเทศไทย’  4. เลื่อนลงมาเล็กน้อยก็จะเจอคำว่า “มีอำนาจกำกับดูแล” คุณเห็น ‘SEC’ ไหมคลิกเข้าไปเลย!!  หากทำครบ 4 Step แล้ว คุณก็จะได้รู้ว่ากระดานเทรดที่ถูกหมายในไทยมีอะไรบ้าง นอกจากนี้คุณยังสามารถตรวจสอบข้อมูลอื่นๆ ของกระดานเทรด เหรียญ และ DeFi ได้อีกด้วย ดีขนาดนี้ช้าไม่ได้แล้วโหลดเลย!!  ตามแหล่งข่าวประชาสัมพันธ์ที่ทางสยามบล็อกเชนได้รับมาในวันนี้ระบุว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้รับแจ้งเบาะแสและตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า มีการประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ลงทุนกับ StorageCity Platform ใน StorageCity DotLive และ StorageCity DotFund ผ่านสื่อออนไลน์ต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์บริษัท เฟซบุ๊ก ยูทูป และไลน์ โดยระบุว่า StorageCity DotLive ให้บริการให้เช่าพื้นที่ในการจัดเก็บข้อมูล โดยใช้เทคโนโลยี Cloud และ StorageCity DotFund จะให้บริการตัวกลางด้านคราวด์ฟันดิง รวมทั้งอ้างว่าอยู่ระหว่างเตรียมการเพื่อขอรับความเห็นชอบจาก ก.ล.ต. นอกจากนี้ ยังมีการจัดสัมมนาหลายครั้งเพื่อชักชวนประชาชน  ก.ล.ต. ขอแจ้งว่า StorageCity Platform ไม่ได้เป็นผู้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับอนุญาต จึงไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. และไม่ได้อยู่ระหว่างยื่นขอความเห็นชอบจาก ก.ล.ต. ดังนั้น ก.ล.ต. จึงขอให้ผู้ลงทุนระมัดระวัง หากถูกชักชวนให้ลงทุน  ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถตรวจสอบรายชื่อบุคคลหรือผู้ให้บริการที่ไม่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. ได้ทางเว็บไซต์ ก.ล.ต. www.sec.or.th ในหัวข้อ Investor Alert รวมทั้งสามารถตรวจสอบรายชื่อผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาต ได้ในหัวข้อ สินทรัพย์ดิจิทัล หรือทางแอปพลิเคชัน SEC Check First หากมีข้อสอบถามหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับการดำเนินการที่น่าสงสัย โปรดติดต่อได้ที่ “ศูนย์บริการประชาชน ก.ล.ต.” โทร. 1207 เพื่อการตรวจสอบในเชิงลึกต่อไป  ในกรณีที่ ก.ล.ต. ตรวจพบว่ามีการกระทำอันเข้าข่ายเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 พ.ร.บ. สัญญาซื้อขายล่วงหน้า พ.ศ. 2546 หรือ พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล พ.ศ. 2561 ผู้กระทำผิดอาจถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ซึ่งมีโทษทั้งจำคุกและปรับ และหากเข้าข่ายการกระทำที่อาจผิดกฎหมายอื่น ก.ล.ต. มีกระบวนการในการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการต่อไป

2021-08-27การวิเคราะห์เชิงลึก

ตรุกีวุ่น เกิดฉ้อโกง Dogecoin มูลค่าความเสียหายกว่า 3.9 พันล้านบาท

สื่อข่าวตุรกีรายงานว่า เจ้าหน้าที่กำลังสืบสวนการฉ้อโกงเหรียญ Dogecoin ที่ได้จากการขุด ด้วยวิธี “Rug pull” เพื่อโกยเงินจากนักลงทุนมูลค่ากว่า 119 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 3.9 พันล้านบาท   รายงานเมื่อวันที่ 23 ส.ค. จากช่อง TV100 ระบุว่า ทางการได้ระบุตัวคนร้ายที่ใช้นามที่ใช้นามแฝงว่า “Turgut V” ซึ่งอาจเป็นผู้ต้องสงสัยในโปรเจกต์นี้ เจ้าหน้าที่เชื่อว่า Turgut และผู้สมรู้ร่วมคิดอีก 11 คนสามารถรวบรวมเหรียญ Dogecoin ได้จำนวนเกือบ 350 ล้านเหรียญ คิดเป็นมูลค่ากว่า 119 ล้านดอลลาร์ก่อนที่จะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย   มีรายงานว่า Turgut ได้เรียกร้องเงินลงทุนจากชาวตุรกีจำนวน 1,500 คน ด้วยการสร้างแรงจูงใจเกี่ยวกับการ “ ขุด” เหรียญ Dogecoin ในสถานที่หรูหราผ่านทางกลุ่ม Telegram และอ้างว่านักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนคืน 100% ภายใน 40 วัน และจะรายงานผลตอบแทนประมาณ 3 เดือน ในช่วงสามเดือนแรกดูเหมือนว่าการดำเนินการจะไปอย่างราบรื่น โดยนักลงทุนรายแรก ๆ ได้รับผลตอบแทนตามที่สัญญาไว้ แต่อย่างไรก็ตามหลังจากที่มูลค่ารวมของโครงการพุ่งแตะ 350 ล้าน Dogecoin ในช่วงเดือนที่ 4 กองทุนก็หายตัวไปอย่างลึกลับ  สำนักงานอัยการสูงสุดในเขตชานเมือง Küçükçekmece ของตุรกี กำลังเร่งดำเนินการสืบสวนสอบสวนอย่างขมักเขม้นเพื่อหาตัวนาย Turgut และผู้สมรู้ร่วมคิดอีก 11 คนของเขา โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ออกคำสั่งห้ามไม่ให้นาย Turgut เดินทางออกนอกประเทศแล้ว และคาดว่าจะเจอตัวเขาในไม่ช้า

2021-08-27การวิเคราะห์เชิงลึก

NFT ของ Visa อาจส่งผลกระทบต่อ Ethereum อย่างมาก โดย SiamBlockchain

ตลาด cryptocurrency ได้รับความสนใจอย่างมากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจาก Bitcoin มีมูลค่าถึง 50,000 ดอลลาร์เมื่อเร็ว ๆ นี้ รวมถึงการเติบโตอย่างรวดเร็วอย่าง Cardano ที่ปรับฐานมาอยู่บริเวณ 2.5 ดอลลาร์   โดยทำให้นักลงทุนต่างหมกมุ่นอยู่กับการเคลื่อนไหวของราคาตลอดเวลา อย่างไรก็ตามท่ามกลางความโกลาหลทั้งหมดใน Ethereum ตลาด NFT กลับได้รับความสนใจจากบริษัทบัตรเครดิตระดับโลกอย่าง วีซ่า (Visa) ที่เข้ามาซื้อ NFT อย่าง CryptoPunk จากคอลเลกชันของ Larva Labs โดยวีซ่าซื้อมันมาในราคา 150,000 ดอลลาร์ตามความตั้งใจที่จะสนับสนุนอุตสาหกรรม NFT และบล็อกเชนที่กำลังเติบโต Ethereum และ NFT มีความสำคัญอย่างไร?   ที่ผ่านมา Visa เปิดรับแนวคิดเรื่อง NFT และหาโอกาสมากมายจากทั้งสองฝ่าย ตามทฤษฎีแล้ว NFT มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมต่าง ๆ ในด้านความบันเทิง การค้าปลีก และโซเชียลมีเดีย โดยตลาด NFT ได้ดึงดูดการมีส่วนร่วมของผู้ใช้จำนวนมากภายในปีนี้ Visa ตระหนักดีว่าในอนาคตอาจจะมีสิ่งใหม่เกิดขึ้นเพื่อประสบการณ์ผู้ใช้ที่ดีขึ้นและอำนวยความสะดวกในการซื้อขาย NFT อย่างราบรื่นโดยไม่มีตัวกลางในการแลกเปลี่ยน ตอนนี้ตลาด NFT ส่วนใหญ่ยังคงถูกซื้อขายบนเครือข่ายของ Ethereum ซึ่งดูเหมือนว่าจะทำให้ Ethereum นั้นอยู่ในยุคทองอย่างแท้จริง โดยวีซ่าอาจะเข้ามาในฐานะเครือข่ายการประมวลผลการชำระเงิน ซึ่งหมายถึงการบันทึกธุรกรรมบนเครือข่าย Ethereum เหมือนกับ Anchorage ในขณะนี้หากวีซ่าต้องการเข้ามาขับเคลื่อนตลาด NFT อย่างแท้จริง  อาจจะต้องพิจาณาถึงแนวคิดของระบบการชำระเงินแบบ centralized ในบัญชีแยกประเภทแบบ decentralized Kosala Hemachandra CEO ของ MyEtherWallet แบ่งปันมุมมองที่คล้ายกัน โดยผู้บริหารอ้างว่า Ethereum เป็นตัวเลือกที่ได้รับความนิยมในหมู่นักลงทุนสถาบันมาโดยตลอด ตอนนี้กำลังขยายไปยังสินทรัพย์อื่น ๆ ที่สร้างขึ้นบนเครือข่าย Ethereum และเขาเชื่อว่านักลงทุนสถาบันกำลังมองหาและเข้าใจถึงพลังของ DeFi ในที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้พลังของ NFT สามารถแทนที่ปัญหาต่าง ๆ ในตลาดกระแสหลักที่เกี่ยวข้องกับปัญหาของปลอม อย่างไรก็ตามวีซ่าถือเป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จในด้านการชำระเงินระดับโลกมาแล้ว ซึ่งหากต้องการเข้ามาอยู่ในตลาด  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-08-27การวิเคราะห์เชิงลึก

สรุปคดีความระหว่าง Ripple กับก.ล.ต.สหรัฐฯ โดย SiamBlockChain

จากคดีความการฟ้องร้องอันโด่งดังในวงการคริปโตเมื่อปลายปี 2020 ระหว่างโจกท์อย่างก.ล.ต.สหรัฐฯ และจำเลยทั้ง 3 ได้แก่ บริษัท Ripple Labs, CEO นาย Brad Garlinghouse และผู้ร่วมก่อตั้งนาย Chris Larsen จนถึงวันนี้มีความคืบหน้าอย่างไร   ทาง Siam Blockchain ได้รวบรวมความเคลื่อนไหวตั้งแต่เริ่มต้นการฟ้องร้องจนถึงปัจจุบัน ซึ่งกินระยะเวลากว่า 8 เดือนแล้วมาให้ได้ติดตามกัน โดยประเด็นสำคัญอยู่ที่การฟ้องร้องของก.ล.ต.สหรัฐฯ ต่อบริษัท Ripple ในสินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง XRP สกุลเงินดิจิทัลอันดับ 6 ของโลกที่เข้าข่ายเป็นหลักทรัพย์ที่ไม่ได้จดทะเบียนกับทางก.ล.ต.สหรัฐฯ และยังมีข้อกล่าวหาอื่น ๆ ต่อ CEO และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Ripple ในการซื้อขาย XRP ที่เข้าข่ายผิดกฎหมายอีกด้วย เหตุใด XRP จึงเข้าข่ายเป็นหลักทรัพย์ที่ไม่ได้จดทะเบียน? เอกสารจากทางก.ล.ต.สหรัฐฯ ระบุว่า XRP นั้นมีลักษณะใกล้เคียงกับสัญญาการลงทุน (Investment Contract)   ซึ่งตามข้อกฎหมายหลักทรัพย์ของรัฐบาลกลางได้ระบุไว้ว่า “สัญญาการลงทุนนั้นเป็นหมวดหมู่หนึ่งของหลักทรัพย์” ทำให้สิ่งนี้อาจเข้าข่ายการซื้อขายหลักทรัพย์โดนผิดกฎหมาย อีกทั้งยังมีการโฆษณาชวนเชื่อจากทาง Ripple ให้ผู้ลงทุนเข้าใจว่าจะสามารถทำให้เหรียญ XRP นั้นประสบความสำเร็จได้ในอนาคต ซึ่งการโฆษณาเหล่านี้มีลักษณะเข้าข่ายคำอธิบายในสัญญาการลงทุน เป็นเหตุให้มีการสรุปเบื้องต้นและฟ้องร้องว่า XRP นั้นเป็น” หลักทรัพย์” มิใช้ “สกุลเงิน”   นอกจากนี้ยังมีข้อกล่าวหาไปถึง CEO อย่าง Brad Garlinghouse และผู้ก่อตั้งร่วม Chris Larsen ในการชักจูงตลาดและสามารถควบคุมสภาพตลาดของเหรียญ XRP ได้ ส่งผลให้บุคคลทั้งสองมีการซื้อขายเหรียญ XRP ไปเป็นมูลค่ารวมกันกว่า 600 ล้านดอลลาร์ และบริษัท Ripple มีรายได้จากการขาย XRP กว่า 1.39 พันล้านดอลลาร์ตลอดระยะเวลา 8 ปีทีผ่านมา ย้อนไทม์ไลน์คดีความสุดยืดเยื้ออันโด่งดัง 22 ธันวาคม 2020 ก.ล.ต.สหรัฐฯ ยื่นคำร้องต่อศาลถึงการกระทำผิดกฎหมายของจำเลยทั้ง 3 โดยมีความยาวของเอกสารกว่า 71 หน้ากระดาษ  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-08-27การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
109111
...
142