สแกนเพื่อดาวน์โหลด
แพลตฟอร์มตรวจสอบ # และยืนยันการกำกับดูแลของตลาดการเงินทั่วโลก

Ethereum เหลือ Supply บนเว็บเทรดอยู่เพียง 16%

ความต้องการโดยรวมสำหรับ Ethereum (ETH) ยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามข้อมูลเครือข่ายใหม่ที่บ่งชี้ว่า Suppy ทั้งหมดที่อยู่ในเว็บเทรด ได้ลดลงประมาณหนึ่งในสามในปีที่ผ่านมาเพียงปีเดียว ด้วยเหตุนี้ ทำให้เหลืออยู่น้อยกว่า 20% ของ ETH ทั้งหมดที่มีอยู่ในปัจจุบันบนแพลตฟอร์มการซื้อขาย  Ethereum blockchain ยังคงเป็นเครือข่ายที่มีการใช้งานมากที่สุดในพื้นที่ของสกุลเงินดิจิตอล เพราะเป็นบ้านของโครงการมากมายจากทั้ง 2 เทรนด์ที่กำลังร้อนแรงที่สุดอย่าง – โทเค็น NFT และ DEFI  และเมื่อตระหนักถึงศักยภาพของโปรโตคอล นักลงทุนจึงเริ่มจัดสรรเงินทุนจำนวนมากให้กับมัน โดยข้อมูลจากบริษัทวิเคราะห์ Santiment แสดงให้เห็นว่านักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงเก็บสะสม Ethereum ไว้กับตัวเอง รวมถึงส่งไปอยู่บน DeFi แทนที่จะเก็บไว้บนเว็บเทรด  ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2020 มี 24.1% ของ Suppy โดยรวมของ ETH อยู่บนแพลตฟอร์มการซื้อขาย และในอีกหนึ่งปีต่อมา เปอร์เซ็นต์ก็ลดลงประมาณหนึ่งในสามเป็น 16.1% ดังนั้น บริษัทวิเคราะห์จึงสรุปว่า “นี่เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับผู้ถือครอง”  Suppy ETH ที่ลดลงในเว็บเทรด หมายความว่านักลงทุนไม่รีบร้อนที่จะขายเหรียญของตน ซึ่งอาจถือได้ว่าเป็นสัญญาณที่ดี และการดูสิ่งที่เกิดขึ้นกับมูลค่า ETH เมื่อเทียบกับ USD ในช่วงเวลาเดียวกันกับที่ Suppy ลดลงนั้นค่อนข้างน่าประทับใจในตัวมันเอง  เมื่อวันที่ 26 กันยายนปีที่แล้ว ETH ซื้อขายที่ประมาณ 350 ดอลลาร์ ต่อมาตลาดเกิดภาวะกระทิงเต็มรูปแบบ และมีมูลค่าเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวภายในสิ้นปี 2020  และในปี 2021 ราคาก็ยังคงเพิ่มเป็นสองเท่า และทำลาย ATH เดิมที่ทำได้ในปี 2018 ได้สำเร็จและแตะระดับสูงสุดที่ 4,400 ดอลลาร์  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-09-28การวิเคราะห์เชิงลึก

รายงานเผยนักลงทุนสถาบันกำลังแห่เก็บของเพิ่ม ท่ามกลางข่าว Fud ของจีน

นักลงทุนสถาบันกำลังใช้ “กลยุทธ์เก็บของเพิ่ม เมื่อตลาดย่อตัว” ท่ามกลางข่าว FUD ล่าสุดของจีน ซึ่งเห็นได้จากกระแสเงินไหลเข้าผลิตภัณฑ์การลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัลที่เพิ่มขึ้นกว่า 95 ล้านดอลลาร์ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา  ตามรายงานของ CoinShares ที่เผยแพร่ในวันที่ 27 กันยายนที่ผ่านมาระบุว่า “กลยุทธ์เข้าซื้อเมื่อตลาดย่อ” ได้ช่วยหนุนให้เกิดกระแสเงินไหลเข้าผลิตภัณฑ์การลงทุนคริปโตของสถาบันเป็นสัปดาห์ที่ 6 ติดต่อกัน กระแสเงินไหลเข้ามูลค่า 95 ล้านดอลลาร์ในช่วงระหว่างวันที่ 20 กันยายนถึง 24 กันยายน ส่งผลทำให้กระแสเงินไหลเข้ารายสัปดาห์เพิ่มขึ้นกว่า 126% โดยมี Bitcoin และ Ethereum เป็นผู้นำในแง่ผลิตภัณฑ์การลงทุนที่มีกระแสเงินไหลเข้ามากที่สุดเป็นมูลค่ากว่า 50.2 ล้านดอลลาร์และ 28.9 ล้านดอลลาร์ตามลำดับ  แม้ว่าผลิตภัณฑ์การลงทุน Bitcoin จะได้เห็นกระแสเงินไหลออกในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ความรู้สึกเชิงบวกต่อสินทรัพย์คิรปโตเริ่มได้เห็นการกลับตัวอีกครั้งในสัปดาห์นี้ โดยกระแสเงินไหลเข้าในผลิตภัณฑ์การลงทุน Bitcoin ยังคงเพิ่มสูงขึ้นกว่า 234% เมื่อเทียบกันแบบรายสัปดาห์ เช่นเดียวกับความต้องการในเหรียญ Altcoins ของสถาบันที่ยังคงแข็งแกร่ง  โดยผลิตภัณฑ์ติดตามราคาของ Solana (SOL), Cardano (ADA) และ Polkadot (DOT) ได้เห็นกระแสเงินไหลเข้ามูลค่า 3.9 ล้านดอลลาร์ 2.6 ล้านดอลลาร์ และ 2.4 ล้านดอลลาร์ตามลำดับ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จากที่กล่าวมาข้างต้นเห็นได้ชัดว่า นักลงทุนสถาบันยังคงแห่เข้ามาตลาดคริปโตมากขึ้นเรื่อย ๆ ท่ามกลางข่าวปราบปรามกิจกรรมคริปโตของจีน ที่ส่งผลให้ตลาดคริปโตมีปรับฐานราคาครั้งใหญ่  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-09-28การวิเคราะห์เชิงลึก

Binance เริ่มบล็อคไม่ให้ประชาชนสิงคโปร์ฝากเงินเข้าเว็บแล้ว

เว็บกระดานเทรด cryptocurrency ยักใหญ่ระดับโลกได้ประกาศข้อจำกัดเพิ่มเติมในการดำเนินกิจกรรมทางการเงินในสิงคโปร์เมื่อวันจันทร์ช่วงเย็นที่ผ่านมา โดยผู้ใช้งาน Binance ในสิงคโปร์จะถูกจำกัดการเข้าถึงฟังก์ชันบางอย่างบนเว็บไซต์ ผู้ใช้งาน Binance ในสิงคโปร์จะไม่สามารถเข้าถึงเงินฝาก fiat, crypto spot trading, liquid swap และการซื้อ crypto ผ่านช่องทาง fiat บนเว็บกระดานเทรดได้อีกต่อไป  “เราจะจำกัดผู้ใช้ในสิงคโปร์ในส่วนที่เกี่ยวกับบริการการชำระเงินที่มีการควบคุมซึ่งสอดคล้องกับกฎระเบียบของเราที่จะต้องปฏิบัติตาม” ตามคำสั่งใหม่ ผู้ใช้ Binance ในสิงคโปร์ ได้รับการกระตุ้นให้หยุดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับคริปโทเคอร์เรนซี่ทั้งหมดที่ได้รับผลกระทบจากการประกาศ และให้ถอนการถือครอง fiat และ crypto เพื่อปฎิบัติตามกฎระเบียบอย่างเคร่งครัด อย่างไรก็ตามเว็บกระดานเทรด crypto ยักษ์ใหญ่ระดับโลกได้ปิดกั้นการซื้อขาย crypto สกุลเงินดอลลาร์สิงคโปร์ตามคำเตือนจาก Monetary Authority of Singapore ว่าแพลตฟอร์มดังกล่าวละเมิดกฎหมายการชำระเงินในประเทศ  ซึ่งการกระทำที่คล้ายกันนอกจากนี้ยังได้รับการดำเนินการในเกาหลีใต้กลับมาในเดือนสิงหาคมกับแพลตฟอร์มการซื้อขายสกุลเงินวอนของเกาหลี Binance ยังบล็อกผู้ใช้ในสิงคโปร์ไม่ให้ดาวน์โหลดแพลตฟอร์มมือถือจากร้านแอป Google และ Apple อีกด้วย ทั้งนี้ Binance ได้ตรวจสอบกฎระเบียบที่สำคัญในหลายเขตอำนาจศาลทั่วโลก ด้วยเหตุนี้การแลกเปลี่ยนในบางประเทศจึงถูกบังคับให้ยุติการให้บริการ ท้ายที่สุด Changpeng Zhao CEO ของ Binance ได้กล่าวความตั้งใจของบริษัทเพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของหน่วยงานกำกับดูแลในขณะที่ยังประกาศแผนสำหรับ Binance.US ซึ่งเป็นเว็บกระดานเทรดของอเมริกาที่จะเปิดให้บริการในปี 2024  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-09-28การวิเคราะห์เชิงลึก

รวมข้อคิดปลุกพลังสร้างความรวย! จากเจ้าของหนังสือในตำนาน ‘พ่อรวยสอนลูก’

กว่า 20 ปีมาแล้ว ที่หนังสือ “Rich Dad Poor Dad” หรือ “พ่อรวยสอนลูก” ซึ่งเขียนโดย “โรเบิร์ต ที. คิโยซากิ” นักลงทุนระดับโลกชาวอเมริกาเชื้อสายญี่ปุ่น เข้ามาเป็นจุดเริ่มต้นความรู้ทางการเงินส่วนบุคคลสำหรับคนทั่วโลก ด้วยคำสอนทางการเงินของพ่อรวย ที่สวนกระแสกับกูรูรุ่นเก่า และความเชื่อแบบเดิม ๆ ทำให้ใครหลายคนหันมาสนใจหนังสือเล่มนี้ โดยเนื้อหานั้นได้บ่งบอกถึงทัศนคติของคนรวย และคนจนได้เป็นอย่างดี วันนี้เราจึงขอยกข้อคิดบางส่วน ที่ได้จากหนังสือของมาให้ชมกัน  1. ทรัพย์สินที่ทรงพลังที่สุดของคนเราก็คือ “ความคิด” เพราะความคิด สามารถกำหนดชีวิตและการกระทำของเราได้  2. จงทำงานเพื่อ “เรียนรู้” อย่าทำงานเพื่อ “เงิน”  3. ถ้าคุณทำงานเพื่อเงิน อำนาจคุณจะอยู่ในมือของนายจ้าง แต่ถ้าคุณใช้เงินทำงาน อำนาจจะอยู่ในมือคุณ  4. พ่อจน ประหยัดทุกบาททุกสตางค์เพื่อสะสมเงิน พ่อรวย ใช้ทุกบาททุกสตางค์เพื่อการลงทุน  5. การมีเงินมาก ๆ ไม่สำคัญเท่า การรู้จักวิธีรักษาเงินให้อยู่กับเรา  6. คนจนมักคิดว่า “ฉันทำไม่ได้” แต่คนรวยมักคิดว่า “ฉันต้องทำอย่างไร?”  7. นิสัยการใช้เงินจะสะท้อนให้เห็นตัวตนแท้จริง ว่าเราเป็น คนรวย คนชั้นกลาง หรือ คนจน  8. พ่อจนบอก ชาตินี้ไม่มีวันรวยแน่นอน พ่อรวยบอก คนรวยเขาไม่คิดแบบนั้นหรอก  9. พ่อจนสอนว่า ตั้งใจเรียนจะได้ทำงานบริษัทที่มั่นคง พ่อรวยสอนว่า ตั้งใจเรียนจะได้ซื้อบริษัทที่มั่นคง  10. ถ้าคุณอยากทำงานเพื่อเงิน ไปเรียนเอาที่โรงเรียน แต่ถ้าคุณอยากให้เงินทำงานให้ คุณต้องเรียนจากชีวิตจริง  11. พ่อจนสอนว่า การรักเงินเป็นบ่อเกิดความชั่วร้าย พ่อรวยสอนว่า การขาดเงินเป็นบ่อเกิดความชั่วร้าย  13. ไหวพริบทางการเงิน 4 อย่าง ได้แก่ 1. ความรู้ทางบัญชี 2. ความรู้การลงทุน 3. เข้าใจตลาด 4. ความรู้เรื่องกฎหมาย  14. การเรียนรู้วิธีใช้เงินทำงานให้เรา ต้องเรียนรู้กันตลอดชีวิต  15. คนรวยให้ความสำคัญกับทรัพย์สิน คนทั่วไปสนใจแต่รายได้  16. ถ้ารู้เรื่องเงิน คุณมีโอกาสเจริญก้าวหน้าไปได้ไกล แต่ถ้าคุณไม่รู้ โลกนี้จะเป็นโลกที่น่ากลัวสำหรับคุณ  17. สำหรับพ่อจนแล้วความมั่นคงในงานสำคัญที่สุด แต่สำหรับพ่อรวยการเรียนรู้ สำคัญที่สุด  18. ถ้าคุณรู้ว่าตัวเองคือต้นตอของปัญหา จงเปลี่ยนตัวเองด้วยการเรียนรู้เพิ่มเติมเพื่อความฉลาดมากขึ้น อย่าไปโทษคนอื่น จากปัญหาของตัวเอง  19. คำว่า ‘งาน’ หรือ ‘Job’ ย่อมาจาก Just Over Broke หรือ ‘แค่พอมีเงินเลี้ยงชีวิต’  20. อุปสรรคที่มักทำให้คนไม่ประสบความสำเร็จทางการเงินคือ ความรู้สึกกลัว มองโลกในแง่ลบ ขี้เกียจ  ไม่น่าเชื่อว่าคำสอนของ โรเบิร์ต ที. คิโยซากิ ที่มีมาเป็น 20 ปีแล้ว จะยังดูทันสมัย และเอามาใช้ได้อย่างดีกับยุคนี้ด้วย ใครที่อยากตามอ่านฉบับเต็ม ก็ไปหาซื้อกันได้ มีแปลไทยอยู่หลายเล่มเลย!  ข่าวดี! ถ้าคุณเป็นคนที่ชอบเรียนรู้ และหาแรงบันดาลใจจากชีวิตของไอดอลนักลงทุน เราพร้อมที่จะเสาะแสวงหาเรื่องราวนักลงทุนจากทั่วโลกมานำเสนอให้ได้อ่านกันทุกวันแบบนี้ ดาวน์โหลด App WikiFX เพื่อรับเรื่องราวแบบนี้ได้ฟรี โหลดกันนะ : )

2021-09-27การวิเคราะห์เชิงลึก

เปิด Timeline ‘จีนประกาศแบนบิทคอยน์’ แบนทำไม แบนไปกี่ครั้ง?

นับตั้งแต่ปีแรกที่บิทคอยน์เกิดขึ้น รัฐบาลจีนก็ได้ออกมาเคลื่อนไหวประกาศแบนต่าง ๆ นานา โดยอ้างถึงความเสี่ยงมากมายที่จะเกิดขึ้น กว่า 10 ปีที่ผ่านมา รัฐจีนได้ส่งสัญญาณ FUD (ความกลัว ความไม่แน่นอน และความสงสัย) ในอุตสาหกรรมนี้นับครั้งไม่ถ้วน และหลาย ๆ ครั้งก็ส่งผลต่อราคาของบิทคอยน์ เช่นเมื่อสัปดาห์ที่แล้วราคาของบิทคอยน์ลดลงมากกว่า 5% ในไม่กี่ชั่วโมง เนื่องจากการย้ำกฎระเบียบ ประกาศแบน สกุลเงินดิจิทัลในจีน  Timeline การแบนบิทคอยน์ในจีน  มิถุนายน 2009: ประกาศแบนสกุลเงินดิจิทัล  เพียงไม่กี่เดือนหลังจากเปิดตัวบิทคอยน์ กระทรวงพาณิชย์และกระทรวงวัฒนธรรมของจีนได้สั่งห้ามการใช้สกุลเงินดิจิทัลในการชำระเงินค่าสินค้าและบริการในโลกความเป็นจริง  ธันวาคม 2013: สั่งธนาคารแบน Bitcoin  ธนาคารประชาชนแห่งประเทศจีนและกระทรวงไอที สั่งไม่ให้ธนาคารเป็นส่วนหนึ่งของธุรกรรม Bitcoin แต่ที่ผู้คนยังสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการซื้อขาย Bitcoin ได้  กันยายน 2017: สั่งปิด Exchange  จีนเรียกร้องให้ปิดบริษัทผู้ให้บริการการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลในท้องถิ่น โดยอ้างถึงปัญหาการฟอกเงิน การค้ายาเสพติด และการลักลอบนำเข้า เป็นผลให้เทรดเดอร์ย้ายไปแลกเปลี่ยนในต่างประเทศผ่าน VPN  พฤษภาคม 2021: เกตเวย์การชำระเงินถูกแบน  ทางการประกาศแบนสถาบันการเงิน และเกตเวย์การชำระเงินจากการเสนอบริการที่เกี่ยวข้องกับคริปโต และเตือนไม่ให้มีการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลแบบเก็งกำไร  มิถุนายน 2021: ปราบปรามการขุดบิทคอยน์  รัฐบาลพยายามยุติการขุด Bitcoin ในจังหวัดเสฉวน และในมองโกเลีย โดยอ้างถึงมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรมากเกินไปเป็นเหตุผล  สิงหาคม-กันยายน 2021: ประกาศจะยุติธุรกรรมทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับบิทคอยน์  ในเดือนสิงหาคม จีนไล่ตามผู้มีอิทธิพลในวงการคริปโต และรัฐบาลได้ปิดเว็บไซต์และโซเชียลมีเดียของศูนย์บล็อกเชนที่มีชื่อเสียงของประเทศ  เมื่อวันที่ 24 กันยายน ตลาดได้รับผลกระทบอีกครั้งเนื่องจาก ธนาคารประชาชนจีนคาดว่าจะประกาศว่า ธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับคริปโตทั้งหมดในประเทศนั้น ‘ผิดกฎหมาย’ ข่าวนี้สร้างความเสียหายให้บิทคอยน์ คิดเป็นมูลค่าที่ลดลงกว่า 5% ร่วงลงมาจากจุดสูงสุดในวันนั้นที่ 45,000 ดอลลาร์ มาเป็น 42,225 ดอลลาร์ บ่งบอกว่าแรงซื้อไปหดหายไปจากตลาดแล้ว  นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ ๆ ในการโจมตีบิทคอยน์ของจีน ยังมีอีกหลายเหตุการณ์ยิบย่อยที่ให้เล่าเป็นเดือนก็ยังไม่หมด หลายคนคงสงสัยว่าจีนจะเกลียดบิทคอยน์อะไรนักหนา ทำไมต้องขนาดนี้?  1. จัดการเพื่อรักษาเสถียรภาพ  Bitcoin มีราคาพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลน่าจะเห็นว่าหากปล่อยให้มีเสรีภาพในการทำเหมืองขุด Bitcoin อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจจีนในอนาคตได้ การที่รัฐบาลจีนระมัดระวังเรื่องการเติบโตอย่างผิดปกติของ Bitcoin และคริปโตสกุลอื่น ๆ อาจจะช่วยปกป้องไม่ให้เศรษฐกิจของประเทศจีนได้รับผลกระทบมากนัก กรณีที่คริปโตเหล่านี้มีมูลค่าตกลงอย่างรวดเร็ว  2. คริปโตอาจกระทบต่ออำนาจอธิปไตยทางการเงินของรัฐบาลจีน  นักวิเคราะห์หลายคนเชื่อว่าสาเหตุแท้จริงที่จีนจำเป็นต้องแบนคริปโต เพราะความกังวลในเรื่องของอำนาจอธิปไตยทางการเงินของรัฐบาล ปกติแล้วเงินหยวนจีนจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลแทบทั้งหมด ทำให้รัฐสามารถควบคุมทิศทางของการเงินในจีนได้ แต่เมื่อเงินคริปโตอย่าง Bitcoin ถือกำเนิดขึ้น สิ่งนี้จะไม่ใช้โลหะมีค่าและเครดิตของรัฐเป็นประกัน รัฐบาลจึงไม่สามารถควบคุมมูลค่าของเงินคริปโตได้เลย  3. คริปโตตรวจสอบไม่ได้  ประเทศจีนได้เปลี่ยนมาใช้หยวนดิจิทัล ซึ่งมันเป็นเงินหยวนที่เปลี่ยนจากรูปแบบกระดาษมาอยู่ในระบบดิจิทัล รัฐบาลจะสามารถควบคุมการทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้ง่ายขึ้น สามารถตรวจสอบบัญชีต่าง ๆ ได้ง่าย แต่เมื่อมีเงินคริปโตเข้ามา ประชาชนบางส่วนกลับเลือกใช้จ่ายเป็นเงินเหล่านี้แทน การกระทำเช่นนี้เท่ากับหลบหลีกการตรวจสอบธุรกรรมจากรัฐบาลได้ เพราะฉะนั้นการสั่งแบนจึงเป็นการตัดไฟเสียแต่ต้นลมนั่นเอง  จีนถือเป็นประเทศที่มีผู้ถือครอง และผู้ขุดบิทคอยน์เป็นอันดับต้น ๆ ของโลก การเคลื่อนไหวด้านนโยบายต่าง ๆ ของรัฐจึงเป็นข่าวสำคัญที่นักเทรดคริปโตต้องรู้ ใครไม่อยากพลาดเรื่องราวที่สนใจในตลาดคริปโตแบบนี้ เราขอแนะนำแอปพลิเคชัน ‘Wikibit’ แอปที่คุณสามารถใช้ตรวจสอบ ‘แอปเทรดคริปโต’ ‘เหรียญคริปโต’ และ ‘DeFi’ ได้อย่างสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือ ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ และยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!

2021-09-27การวิเคราะห์เชิงลึก

รู้จัก “Mr. Goxx” แฮมสเตอร์นักเทรดคริปโต

เจ้าหนูเจ้าที่ว่านี้มีชื่อว่า “Mr. Goxx” แฮมสเตอร์ในเยอรมนีที่ทำการซื้อขายเหรียญคริปโตผ่านกรงแบบพิเศษซื้อ “Goxx Box” ซึ่งเจ้าของไม่ระบุนาม (ซึ่งเรียกตัวเองว่า “ผู้ดูแล”) ของมันทำให้  โดยเจ้ากล่องที่ว่านี้ถูกออกแบบมาให้มีอุปกรณ์สำคัญเป็นวงล้อและท่อสองอัน ซึ่งเมื่อ Mr. Goxx ขึ้นไปวิ่งบนวงล้อระบบจะเลือกหนึ่งในเหรียญคริปโต 30 ชนิดเพื่อทำธุรกรรม  และเมื่อ Mr. Goxx ลอดท่ออันใดอันหนึ่ง ระบบจะซื้อหรือขายเหรียญที่เลือกในอัตราที่เพิ่มขึ้นทีละ 20 ยูโรอีกที  เจ้าหนู Mr. Goxx นั้นถูกระบุว่าเริ่มทำการซื้อขายคริปโตมาตั้งแต่ในช่วงเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา  และแม้ผลการซื้อขายของมันจะดูสุ่มและโกลาหลอยู่บ้างจากวิธีการเลือกเหรียญแต่ในภาพรวมแล้ว เจ้าหนูตัวนี้ก็ทำผลกำไรไปสูงถึง 24% ซึ่ง Businessinsider รายงานว่ามากกว่า S&P 500 หรือวอร์เรน บัฟเฟตต์ในช่วงเวลาเดียวกันเสียอีก  ซึ่งด้วยความสำเร็จที่น่าสนใจนี้เองในปัจจุบันผู้ดูแลของ Mr. Goxx กำลังวางแผนที่จะมอบทุนเพิ่มเติมให้กับเจ้าหนูนักเทรดตัวนี้ในอนาคต  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-09-27การวิเคราะห์เชิงลึก

ประธาน ก.ล.ต. โดนประนาม เพราะใช้กฎหมาย Crypto ที่ไม่เหมาะสม

เมื่อเร็ว ๆ นี้วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ได้ออกมาประณามประธานสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งสหรัฐอเมริกา (SEC) สำหรับการใช้แนวทางควบคุมสินทรัพย์ดิจิทัลที่ไม่เหมาะสม  ในจดหมายฉบับใหม่ที่ส่งตรงถึงประธานก.ล.ต. Gary Gensler, วุฒิสมาชิก Pat Toomey จากเพนซิลเวเนียกล่าวว่า นักลงทุนในพื้นที่คริปโตต้องการกฎระเบียบและคำแนะนำที่ชัดเจนกว่าแค่การบังคับใช้กฎหมายและการเสียค่าปรับ “เพื่อให้นักลงทุนได้รับผลประโยชน์จากตลาดที่ยุติธรรมและสามารถมีส่วนร่วมในแข่งขันได้ หน่วยงานกำกับดูแลจะต้องจัดทำกฎเกณฑ์สำหรับเส้นทางที่ปูไปสู่อุตสาหกรรมในเชิงรุก แต่น่าเสียดายที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต. ) กลับเลือกใช้กลยุทธ์การบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่แห่งนี้แทน” Toomey เสริมว่า ในระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการธนาคารวุฒิสภาเมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา  Gensler กล่าวว่าสินทรัพย์ crypto บางส่วนถือเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ ในขณะที่บางส่วนเข้าข่ายเป็นหลักทรัพย์ ซึ่งเขาเรียกร้องให้ Gensler อธิบายเกี่ยวกับเรื่องนี้ “โปรดระบุลักษณะที่แยกความแตกต่างระหว่างสกุลเงินดิจิทัลที่เป็นหลักทรัพย์กับสกุลเงินดิจิทัลที่ถือว่าเป็นสินค้าโภคภัณฑ์” Toomey ยังตั้งคำถามอีกด้วยว่า Gensler และ SEC พิจารณาเหรียญ Stablecoins เช่น Tether ( USDT) และ USD Coin (USDC) ว่าเป็นหลักทรัพย์หรือไม่  “มันเป็นข้อโต้แย้งของคุณหรือเปล่าที่เหรียญ stablecoin เหล่านี้ถือเป็น ‘สัญญาการลงทุน’ หรือหลักทรัพย์ค้ำประกัน? ถ้าเป็นเช่นนั้น คุณช่วยอธิบายหน่อยได้ไหมว่าทำไมคุณถึงเชื่อว่าเหรียญ stablecoin เหล่านี้จะเป็นไปตาม ‘ความคาดหวังผลกำไร’ ของการทดสอบ Howey ?” การทดสอบ Howey เป็นเครื่องมือที่ศาลฎีกาของสหรัฐฯ ใช้ในการพิจารณาว่า สินทรัพย์นั้น ๆ มีคุณสมบัติเข้าข่ายเป็น “สัญญาการลงทุน” หรือไม่ และจะถือว่าเป็นหลักทรัพย์ที่อยู่ภายใต้ข้อ กฎหมายหลักทรัพย์ของปี 2476  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-09-27การวิเคราะห์เชิงลึก

ราคาเหรียญ DeFi หลายตัวพุ่งแรง หลังรัฐบาลจีนประกาศแบน Crypto

เมื่อไม่นานนี้เว็บเทรดระดับโลก Huobi ประกาศว่า พวกเขาจะไม่อนุญาตให้นักลงทุนคริปโตชาวจีนสมัครลงทะเบียนบัญชีใหม่ได้อีกต่อไป และลูกค้าชาวจีนที่มีอยู่เดิมจะถูกยกเลิกบัญชีภายในวันที่ 31 ธันวาคม   ข้อจำกัดของ Huobi เป็นไปตามการตัดสินใจของธนาคารกลางจีนที่ได้มีการสั่งห้ามซื้อขายสินทรัพย์คริปโตเมื่อช่วงวันเสาร์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามประกาศล่าสุดนี้ ดูเหมือนว่าจะเป็นผลดีต่อเหรียญการเงินแบบกระจายอำนาจ (Defi) ในทางอ้อม เนื่องจากราคาเหรียญ Governance token บนกระดานแลกเปลี่ยน Decentralize (Dex) ชั้นนำหลายแห่งได้เห็นมูลค่าที่ปรับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึง Uniswap , Sushiswap และ เหรียญ Maker โดยมีมูลค่าเพิ่มขึ้น 17%, 12% และ 10% ตามลำดับใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา   การเพิ่มขึ้นของราคาเหรียญ Defi ในครั้งนี้ บ่งชี้ว่าผู้ใช้ชาวจีนพยายามโยกย้ายสินทรัพย์คริปโตของพวกเขาไปยังเว็บเทรดแบบกระจายอำนาจ ซึ่งเป็นโปรโตคอลทางการเงินรูปแบบกระจายอำนาจที่ธนาคารกลางจีนไม่มีอำนาจควบคุมได้ ก่อนหน้านี้ เว็บเทรด Huobi ได้ทำการโอน Bitcoin จำนวน 22,000 BTC คิดเป็นมูลค่าประมาณหนึ่ง 1 พันล้านดอลลาร์ไปยังกระเป๋าเงินที่ไม่รู้จัก ซึ่งนาย Colin Wu นักข่าว crypto ชาวจีนตั้งข้อสังเกตว่านี่คือ “การโอนเงินออกจากกระเป๋า Cold Wallet ไปยัง Hot wallet เพื่อรับมือกับการถอนเงินออกจากเว็บเทรดของผู้ใช้ชาวจีน”

2021-09-27การวิเคราะห์เชิงลึก

อยากลงทุน bitcoin จะลงทุนที่ไหน แล้วจะเลือกโบรกเกอร์ยังไงดี??

กระแสการลงทุนกับเงินดิจิตอลหรือบิทคอยน์มาแรงจริงๆ นักลงทุนทั้งรายใหญ่รายย่อยให้ความสนใจเข้ามาลงทุนในตลาดเงินดิจิตอลกันอย่างล้นหลาม สำหรับคนที่ยังไม่รู้ว่าจะเลือกโบรกเกอร์ไหนดี วันนี้ Wikibit ทำสรุปจุดแข็งของแต่ละโบรกเกอร์ที่ขึ้นทะเบียนถูกกฎหมายกับก.ล.ต. พร้อมกับแนะนำวิธีเลือกโบรกเกอร์มาฝากกัน  แนะนำวิธีในการเลือกโบรกเกอร์สำหรับมือใหม่  มือใหม่อย่างเราเลือกโบรกเกอร์ที่ได้รับการใบอนุญาตจากก.ล.ต. (SEC)  พิจารณา Volume ในการเทรด ถ้ามียอดสูงๆ ก็จะดี เพราะมีสภาพคล่อง คำสั่งซื้อขายจะจับคู่ได้เร็ว  เลือกโบรกเกอร์ที่มีเงินฝากต่ำ  ค่าธรรมเนียมการเทรดต่ำ จะทำให้เหลือกำไรมากขึ้น  มีบริการ Live Chat 24 ชั่วโมง ให้บริการโดยคนไทย จะทำให้คุณมีทีมที่คอยช่วยแก้ปัญหา ไม่เคว้งคว้าง  ฝากเงินหรือถอนเงินได้สะดวกและรวดเร็ว ทำได้หลายช่องทาง จะได้เทรดสะดวก ไม่เสียเวลา  มีเหรียญที่คุณสนใจ  หากมีโปรโมชั่นหรือกิจกรรม ที่ให้โบนัส จะทำให้ได้รับผลตอบแทนเพิ่มขึ้น  เลือกเว็บที่มีความเสถียร ไม่ล่มบ่อย จะได้ไม่เสียโอกาสในการทำกำไร หรือฝากถอน  มีริวิวดีๆ จากนักลงทุน ก่อนเลือกโบรกเกอร์ให้หาข้อมูลแต่ละโบรกเกอร์ก่อนจาก อินเตอร์เนท หรือ เพื่อนที่เทรดมาก่อน  WikiBit ขอแนะนำเลือกโบรกเกอร์ที่ได้รับอนุญาตจากทาง ก.ล.ต ให้ประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Exchange) อย่างเป็นทางการ แล้วมีอะไรบ้าง? เราจึงได้หยิบยก 4 โบรกเกอร์ไทยที่ได้รับอนุญาตมาแนะนำกันครับ1.Satang Pro  ก่อตั้ง : ปี 2560  สัญชาติ : ไทย  ค่าธรรมเนียมการเทรด : 0.12 – 0.20%  ค่าธรรมเนียมการถอน : 18 บาท  สกุลเงิน : 35 สกุลจุดแข็ง Satang Pro  - เป็นพาร์ทเนอร์อย่างเป็นทางการกับ Binance ทำให้ซื้อขาย Bitcoin หรือเหรียญอื่นๆ ได้ง่ายและ สะดวก  - ซื้อ Bitcoin ด้วยเงินบาท ง่ายและรวดเร็วมากๆ เหมาะสำหรับคนที่เทรดแบบ Arbitage เงินหมุนเข้าหมุนออกได้อย่างรวดเร็ว  - รับ Passive Income เป็นดอกเบี้ยปันผลของ Zcoin ได้ด้วย โดยฝากเหรียญไว้ใน Satang Pro  - ถอนเงินแบบได้ง่ายไม่มีขั้นต่ำ โดยเงินจะเข้าบัญชีภายใน 5-10 นาที  - ได้รับค่าคอมมิชชั่น 30% เมื่อแนะนำผู้ใช้งานพร้อมบริการลูกค้าผ่านทาง Online chat, email, โทรศัพท์ ซึ่งให้บริการตลอดเวลา  2. Bitkub  ก่อตั้ง : ปี 2561  สัญชาติ : ไทย  ค่าธรรมเนียมการเทรด : 0.25%  ค่าธรรมเนียมการถอน : 20-200 บาท  สกุลเงิน : 49 สกุลจุดแข็ง Bitkub  - เว็บเทรดที่มี Volume ใหญ่มากๆ ในไทย มากกว่า 2,000 ล้านบาท  - ซื้อขายได้อย่างรวดเร็ว  - โอนเงินเข้าออกได้เร็วมากๆ ระดับวินาที  - ทุนจดทะเบียนถึง 290 ล้านบาท  - มีระบบการป้องกันการโจมตีจาก DDos โดยการ Encrypt ข้อมูลและเก็บเหรียญส่วนใหญ่ลง Offline Storage  - มีค่าแนะนำเพื่อนมาเทรด รับเงินคืนสูงสุด 20%  - ตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างรวดเร็ว ตอบคำถาม แก้ปัญหาด้วยความรวดเร็วตลอด 24 ชั่วโมง3. Zipmex  ก่อตั้ง : ปี 2561  สัญชาติ : สิงคโปร์  ค่าธรรมเนียมการเทรด : ไม่มี  ค่าธรรมเนียมการถอน : 20 บาท  สกุลเงิน : 19 สกุลจุดแข็ง Zipmex  - มีสกุลเงินดิจิตอลให้เลือกหลากหลายรูปแบบ อาทิเช่น Bitcoin, Litecoin, Ethereum เป็นต้น  - เทรดได้ด้วยเงินบาท  - ทุนจดทะเบียน 52 ล้านบาท  - หากซื้อเหรียย ZMT ติดกระเป๋ากับ Zipmex จะได้ปันผลรายวัน เป็น Passive Income ที่ดึงดูดใจ นักลงทุนมากๆ  - ได้ดอกเบี้ยจากการซื้อเหรียญอื่น ๆ เช่น Bitcoin, Ethereum หรือเหรียญคริปโตหลักอื่น ๆ ฝากไว้ ในกระเป๋า Zipmex  - บริการหลังการขายชั้นเยี่ยม บริการรายบุคคล ติดต่อสอบถามได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้นักลงทุนสะดวกมากขึ้น  - สามารถซื้อเหรียญอื่น ๆ เช่น Bitcoin, Ethereum หรือเหรียญคริปโตหลักอื่น ๆ

2021-09-26การวิเคราะห์เชิงลึก

เผยสาเหตุที่รัฐบาลจีนต้องประกาศแบน Bitcoin อีก

Robert Kiyosaki นักลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ที่มีชื่อเสียงและผู้เขียนหนังสือขายดีเรื่องความรู้ทางการเงิน “พ่อรวยสอนลูก” ได้ออกมาโพสต์บน Twitter เพื่ออธิบายถึงเหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมจีนจึงประกาศห้ามประชาชนใช้ Bitcoin และคริปโตเคอเรนซีอื่น ๆ ทั้งหมดอีกครั้ง การห้ามนี้เกิดขึ้นหลังจากที่จีนเริ่มปราบปรามผู้ ขุด crypto เมื่อต้นปีนี้ การแบน Bitcoin ของจีน นอกเหนือจากการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แล้ว Robert Kiyosaki ยังชอบที่จะป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อด้วยการลงทุนทองคำ, แร่เงิน และ Bitcoin เมื่อปีที่แล้ว  เขาคาดว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐจะร่วงลงอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังแบ่งปันความคิดของเขาเกี่ยวกับประโยชน์ของ Bitcoin และทองคำกับผู้ติดตาม Twitter ของเขาอีกด้วย ตอนนี้เขาได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเอกสารใหม่ที่เผยแพร่โดยธนาคารกลางจีน (PBOC) เอกสารเหล่านี้ประกาศให้ cryptocurrencies ทั้งหมดมีสถานะผิดกฎหมายที่ถูกออกเมื่อต้นเดือนกันยายน แต่เผยแพร่ต่อสาธารณะในวันศุกร์ที่ผ่านมา การประกาศของ PBOC ผลักดันตลาดคริปโตทั้งหมดกลายเป็นสีแดง  โดยราคา Bitcoin ได้ร่วงไปที่ $41,000 ในขณะที่ Ethereum ร่วงต่ำกว่า 3,000 ดอลลาร์ นี่เป็นชนวนระเบิดครั้งใหญ่ครั้งที่สองของตลาดคริปโตในสัปดาห์นี้ โดยอันแรกมาจากประเทศจีนเช่นกัน เมื่อมีข่าวว่าบริษัทพัฒนาที่อยู่อาศัยรายใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศจีน China Evergrande Group อาจไม่สามารถจ่ายหนี้ 2 ล้านล้านหยวนให้กับผู้ถือหุ้นและหลังจากนัันราคาของทัังคริปโตและหุ้นก็ร่วงลงอย่างรุนแรง “จีนประกาศห้าม crypto ครั้งล่าสุดหมายความว่าอะไร?” Kiyosaki คิดว่าการประกาศของรัฐบาลจีนให้ธุรกรรม crypto ผิดกฎหมายในประเทศ นั้นเพื่อเป็นการเคลียร์ทางสำหรับการเปิดตัว CBDC ของตนเองที่เรียกว่า DCEP (การชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์สกุลเงินดิจิทัล) หรือหยวนดิจิทัลนั่นเอง  ธนาคารกลางสหรัฐ (Fed Reserve) ได้แสดงความสนใจใน CBDC เมื่อเร็วๆ นี้ และเริ่มศึกษาโอกาสนี้ หากเฟดเปิดตัว USD ดิจิทัล (“เหรียญเฟด”) รัฐบาลอเมริกันจะสามารถควบคุมเงินได้อย่างเบ็ดเสร็จ เหมือนในจีน ก่อนหน้านี้ผู้ใช้ฃานทวิตเตอร์บางรายสันนิษฐานว่าจีนจะใช้ CBDC เพื่อควบคุมบัญชีธนาคารของคนจีนอย่างเข้มงวด และจะมีข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับรายได้และการใช้จ่ายของพวกเขาอีกด้วย  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-09-25การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
100102
...
142