เจ้ามือกวาดซื้อเหรียญ Shiba Inu เป็นมูลค่า 9.3 พันล้านบาท

International Business Times รายงานว่าเจ้ามือรายหนึ่งซื้อโทเค็น SHIB เป็นครั้งแรกเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาที่ 6 ล้านล้านเหรียญ และทำการซื้อเพิ่มอีก 2.76 แสนล้านเหรียญในวันนี้ ส่วนเจ้ามือรายอื่นๆ ก็ให้ความสนใจเหรียญมีมนี้เป็นอย่างมากเช่นกัน เจ้ามือซื้อ SHIB เป็นจำนวนมหาศาลจนน่าจับตามอง หลังจากที่เจ้ามือดังกล่าวซื้อ SHIB ด้วยปริมาณถึง 6 ล้านล้านเหรียญในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาในราคา 43,838,916 ดอลลาร์  เจ้ามือ crypto รายหนึ่งที่ไม่ระบุชื่อก็ได้ทำการซื้อเหรียญ meme ตัวนี้เพิ่มอีก 3 ครั้งที่ 1.16 แสนล้านเหรียญ, 1.59 แสนล้านเหรียญ และ 1 พันล้านเหรียญ เจ้ามือรายนี้ทำธุรกรรมทั้งสามโดยใช้เวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมงในช่วงวันเสาร์ โดยยอดรวมของ SHIB ที่ซื้อในวันนี้คือ 2.76 แสนล้าน เพิ่มขึ้นจาก 6 ล้านล้าน SHIB ที่ซื้อในวันพฤหัสบดีโดยบุคคลเดียวกัน ผู้เขียนบทความเชื่อว่าการซื้อเมื่อวันพฤหัสบดีทำให้ราคาเหรียญ SHIB เพิ่มขึ้นมากกว่า 7% และทำให้เหรียญมีโมเมนตัมที่ 4.39% หลังจากการซื้อในวันนี้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ที่อยู่ขอเจ้ามือ  0x7e1aa2e386f02b398da7aad05447c4749d1317c1 ตอนนี้ไม่มีเหรียญ SHIB อยู่เลย โดยในขณะที่รายงานข่าวอยู่นี้ ราคาของเหรียญ SHIB นั้นอยู่ที่ 0.000007771 ดอลลาร์ เจ้ามือสนใจชิบะอินุมาก เจ้ามือคริปโตเริ่มสนใจเหรียญคู่แข่ง Dogecoin อย่าง SHIB มากหากนับตั้งแต่ช่วงต้นปีนี้ โดยอาจกล่าวได้ว่าการลิสต์เหรียญดังกล่าวขึ้นแพลทฟอร์ม eToro ถือเป็นจุดที่ทำให้ราคาเหรียญดังกล่าวเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนกรกฎาคม เจ้ามือได้ทำการซื้อเหรียญ SHIB เพิ่ม เมื่อเหรียญดังกล่าวถูกลิสต์ลงเว็บเทรด Coinbase Pro และ WeBull เมื่อ Binance และ Coinbase ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เหรียญดังกล่าวมีโมเมนตัมเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ตอนนี้ ชุมชน SHIB คาดว่าเว็บเทรด Robinhood จะลิสต์เหรียญ SHIB ให้เทรดเช่นกัน แฟน ๆ SHIB

2021-10-03การวิเคราะห์เชิงลึก

กองทุนยักษ์ใหญ่ Grayscale ประกาศลงทุนเหรียญ Solana และ Uniswap แล้ว

บริษัท Grayscale Investments บริษัทด้านกองทุนคริปโตยักษ์ใหญ่ระดับโลกได้ทำการเข้าซื้อเหรียญ SOL ของ Solana และ Uniswap ของ Uniswap ไว้ในพอร์ต Grayscale Digital Large Cap Fund (GDLC) หลังจากการปรับทำ rebalance ในพอร์ทของพวกเขาล่าสุด  การทำ rebalance พอร์ทรายไตรมาสของ GDLC ก็คือการที่พวกเขาขายสินทรัพย์บางส่วนออกไปเพื่อแลกเงินสด และจัดซื้อเหรียญคริปโตตัวอื่นที่มีแนวโน้มราคาจะเพิ่มขึ้น โดยล่าสุดนั้นพวกเขาได้ปรับการถือเหรียญ SOL และ UNI เพิ่มคิดเป็น 3.24% และ 1.06% ตามลำดับ ในขณะเดียวกันก็ยังคงลดการถือครอง Litecoin (LTC) และ Bitcoin Cash (BCH) ต่อไป  ก่อนหน้านี้ พอร์ตโฟลิโอของ Grayscale ถือ ADA อยู่โดยคิดเป็น 4.26% ทำให้เป็นสินทรัพย์ที่ใหญ่เป็นอันดับสามในกองทุน Digital Large Cap อย่างไรก็ตาม การปรับ rebalance ครั้งล่าสุดหมายความว่า ADA คิดเป็น 5.11% ของกองทุน Bitcoin (BTC) และ Ether (ETH) ยังคงคิดเป็นสัดส่วนใหญ่ในตะกร้า GDLC crypto ที่ 62.19% และ 26.08% ตามลำดับ ในขณะที่โทเค็น LINK ของ Chainlink, Bitcoin Cash และ Litecoin รวมกันคิดเป็น 2.32% ของตะกร้า GDLC ซึ่งลดลงจาก 2.88% ในเดือนกรกฎาคม ในขณะเดียวกัน Grayscale ไม่ได้ทำการพอร์ทเหรียญ DeFi รายไตรมาส ซึ่งปัจจุบัน UNI คิดเป็นสัดส่วนอยู่ที่ 45.20%

2021-10-03การวิเคราะห์เชิงลึก

โปรเจค DeFi ฝีมือคนไทย ถูกเจาะช่องโหว่เสียเงินกว่า 18.16 ล้านบาท

การแฮ็คเจาะช่องโหว่ในวงการ DeFi นั้นดูเหมือนว่าจะยังคงมีมาให้เห็นมากขึ้นเรื่อย ๆ ในทุก ๆ วันและล่าสุดนั้นมันได้เกิดขึ้นกับโครงการฝีม่อคนไทยแล้ว โดยอ้างอิงจาก Facebook ของ blogger ชาวไทยชื่อดัง nuunoei นั้น  เขาได้ออกมาเผยว่ามีการเจาะช่องโหว่โครงการ DeFi ที่ชื่อว่า Twindex และ Dopple ด้วยวิธีการที่เรียกว่า flash loan attack โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นทั้งหมด 2 รอบ เมื่อราว ๆ 7 ชั่วโมงก่อน และ 4 ชั่วโมงก่อน นอกจากนี้เขายังได้กล่าวว่า โดนดูดเงินออกไป $287,019 และ $251,090 ตามลำดับจากเพียง 2 Transactions มูลค่ารวม $538,109 หรือ 18.16 ล้านบาท  ก่อนจะ AnySwap ไป Cash Out ทำให้ราคา Twindex ร่วง 75% ทันที แล้วก็ยังร่วงต่อไปเพราะเงิน USD ถูกดูดออกจาก LP Pool นั่นเอง อย่างไรก็ตาม ทางทีมนักพัฒนาของ Dopple Finance ก็ยังไม่ได้มีการออกมาตอบโต้แสดงความคิดเห็น หรือกล่าวเตือนผู้ใช้งานเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าว ซึ่งก็ต้องรอดูกันต่อไปว่าพวกเขาจะมีมาตรการอย่างไร  เป็นที่ทราบกันดีว่าท่ามกลางกระแสของ DeFi ที่มาแรงนั้นส่งผลทำให้นักแฮ็คและนักเจาะช่องโหว่ต่างก็หันมาโฟกัสที่วงการดังกล่าว เนื่องจากว่ารางวัลจากการเจาะช่องโหว่นั้นสูงกว่าการทำ phishing เว็บกระดานเทรดคริปโตทั่ว ๆ ไป หากเทียบกับเวลาที่ต้องเสียไป ในปีนี้เราได้เห็นการเจาะช่องโหว่ platform ด้าน DeFi เป็นจำนวนมาก และสิ่งนี้เองอาจทำให้นักลงทุนหน้าใหม่ต้องลังเลที่จะลงเงินของพวกเขาเข้ามาในโปรเจค DeFi

2021-10-03การวิเคราะห์เชิงลึก

มารู้จัก HugHug เหรียญที่ร่วมมือกับดารา AV !

HUG HUG COIN PROJECT คือแพลตฟอร์มที่เปิดตัวขึ้นมาเพื่อแก้ไขปัญหาอันยาวนานของอุตสาหกรรมไอดอลแนวเซ็กซี่ของญี่ปุ่น เพราะในปัจจุบัน มูลค่าของเนื้อหาที่มาจากไอดอลแนวเซ็กซี่ของญี่ปุ่นนั้นลดลงอย่างต่อเนื่องเนื่องจากการละเมิดลิขสิทธิ์และการรั่วไหลของข้อมูล รวมไปถึงการที่แพลตฟอร์มในต่างประเทศใช้เนื้อหาโดยไม่ได้รับอนุญาต ทำให้เป็นการลดมูลค่าของไอดอลแนวเซ็กซี่ของญี่ปุ่น  HUG HUG COIN PROJECT จึงเข้ามาแก้ปัญหาในจุดนี้ โดยดำเนินการเพื่อตระหนักถึงปรัชญาของ “การปกป้องเนื้อหาให้เป็นไปอย่างถูกต้องและไม่มีการละเมิดลิขสิทธิ์” โดยใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น บล็อกเชนและ NFT  คำถามคือ HugHugCoin เอาไว้ทำอะไร? หลัก ๆ คือมันจะเป็นเหรียญที่เหมือนเป็นตัวกลางในการซื้อ “สินค้า NFT” ของเหล่าดารา AV ญี่ปุ่น ซึ่งสินค้านั้นก็ไม่ใช่แค่คลิปลับเฉพาะเท่านั้น แต่อาจเป็นบัตรนัดดินเนอร์แบบสองต่อสองกับดารา AV คนดัง หรืออาจจะเป็นคลิปเสียงรับโทรศัพท์เฉพาะกิจของพวกเธอก็ได้  โดยตอนนี้ทุกอย่างยังเป็นไปตามไทม์ไลน์ โดยในไตรมาส 3 ปี 2021 เหรียญ HugHugCoin หรือชื่อย่อ HGHG ก็มีให้เทรดบน PancakeSwap แล้ว และ Whitepaper ก็ออกมาแล้ว (เป็นภาษาญี่ปุ่น) และก้าวต่อไปก็คือการสร้างตลาด NFT ของสินค้าดารา AV ในใตรมาสที่ 4  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-10-02การวิเคราะห์เชิงลึก

ราคาคริปโตกระโดด พาหุ้นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับคริปโตพุ่ง

หุ้นของบริษัทที่มีความเกี่ยวข้องกับสกุลเงินดิจิตอล และ blockchain ปรับตัวขึ้นในวันศุกร์ หลัง Bitcoin และสกุลเงินดิจิตอลอื่น ๆ อีกหลายตัวปรับตัวขึ้นแบบก้าวกระโดด  Marathon Digital , Bit Digital และ Hut 8 Mining เพิ่มขึ้นประมาณ 7%  MicroStrategy หนึ่งในนักลงทุน Bitcoin รายใหญ่ที่สุดในบรรดาที่บริษัทจดทะเบียน เพิ่มขึ้น 6% และ Riot Blockchain บวก 5% Crypto-exchange Coinbase Global เพิ่มขึ้น 2.6% ในขณะที่ ADR ของ Argo Blockchain เพิ่มขึ้น 4%  การเคลื่อนไหวเกิดขึ้นเมื่อราคาของ Bitcoin เพิ่มขึ้น 12% ใกล้ระดับ 48,000 ดอลลาร์ แม้จะย่อตัวลงมาบางส่วน แต่ยังคงซื้อขายสูงกว่า 9% เหนือ 47,000 ดอลลาร์  สกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ เช่น Ethereum ETH/USD Binance BNB/BTC Polkadot pDOTn/USDSolana SOL/ USD และ Terra LUNAt/USD ทั้งหมดราคาเพิ่มขึ้นเป็นตัวเลขสองหลัก  โจเซฟ เอ็ดเวิร์ด หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Enigma Securities ในลอนดอนบอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่าปริมาณการซื้อขายที่พุ่งสูงขึ้นในตลาดอาจอยู่เบื้องหลังความแข็งแกร่งล่าสุดในสินทรัพย์คริปโต การซื้อขายอนุพันธ์มักจะมีอิทธิพลต่อราคาสปอตในตลาด Bitcoin  สกุลเงินดิจิตอลสร้างความประหลาดใจให้กับบรรดากูรูอีกครั้ง โดยล่าสุด ไม่สนใจปัจจัยลบ อย่างนโยบายของประเทศต่าง ๆ เมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน ธนาคารประชาชนแห่งประเทศจีนได้ย้ำมุมมองว่ากิจกรรมสกุลเงินดิจิตอลทั้งหมดนั้นผิดกฎหมาย และให้คำมั่นว่าจะปราบปรามตลาดอย่างเด็ดขาด  นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่จีนพูดถึงเรื่องสกุลเงินดิจิตอลอย่างจริงจัง ปักกิ่งปราบปรามคริปโตเมื่อต้นเดือนมิถุนายน ทำให้ฐานการขุดหลายแห่งต้องปิดตัวลง ก่อนหน้านั้น จีนมีสัดส่วนการผลิตการขุด Bitcoin มากกว่าครึ่งทั่วโลก

2021-10-02การวิเคราะห์เชิงลึก

ปฏิบัติการณ์ตามหา ‘ตู้ ATM บิทคอยน์ในไทย’ มีจริงไหม? ใช้ได้จริงป่าว??

จากกระแสสกุลเงินดิจิทัลที่มาแรง โดยเฉพาะบิทคอยน์ที่คลอบคลุมทุกพื้นที่ เป็นจุดเริ่มต้นของ ‘ตู้ ATM Bitcoin’ ซึ่งเป็นเครื่อง รับจ่ายเงิน-ฝากเงินอัตโนมัติ ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการทำธุรกรรมต่าง ๆ เช่นการถอนหรือฝากเงิน ซึ่งในไทยเองก็พอมีเจ้าตู้นี้อยู่บ้างนะ วันนี้เราจะพาไปตามหาว่า ตู้ ATM Bitcoin ในไทยอยู่ที่ไหน และใช้ได้จริงรึเปล่า?  ตู้ ATM Bitcoin หรือ Automatic Teller Machine Bitcoin เกิดมาเพื่อเชื่อมต่อกับการแลกเปลี่ยนแบบ Cryptocurrency ตามอัตราที่เลือกโดยผู้ขายอัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้จะขึ้นอยู่กับตลาดอ้างอิงในขณะนั้นเพื่อให้ผู้คนได้รับราคาของ Bitcoin แบบเรียลไทม์ ซึ่งปรากฏในไทยตู้แรกราว ๆ ปี 2014  เมื่อปี 2014 ทีมงานของคุณ Nicknet_CZ ได้ออกมาเผยแพร่เรื่องราวของการกดเงินผ่านตู้ ATM Bitcoin ครั้งแรก ที่ติดตั้งอยู่ที่หน้าร้าน KIDO สาขา 2 บนถนน RCA พระราม 9 ผ่านช่อง Youtube Muimui Gadget โดยมีวิธีการใช้งานโดยไม่ใช้บัตร ATM แต่ใช้ Scan QR Code เพื่อถอนเงินสดออกมาจากสกุล Bitcoin ที่ทางเครื่องจะแปลงออกมาเป็นเงินอัตโนมัติ แต่ปัจจุบันเครื่องนี้ไม่ได้ติดตั้งที่หน้าร้านแล้ว  ขณะที่ปี 2015 เราพบตู้ ATM Bitcoin อีกเครื่องตั้งอยู่ที่ร้านคราฟต์เบียร์ชื่อดังย่านนนทบุรีอย่าง Chitbeer ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นร้านแรก ๆ ในไทยที่ “รับ Bitcoin” ใช้จ่าย และปัจจุบันยังคงให้บริการอยู่  และเมื่อปี 2018 ได้มีการเผยแพร่ภาพเครื่องกดเงินสดจากตู้ Bitcoin อีกครั้ง ในชื่อว่าเครื่อง Cryptocurrency ATM Bitcoin ที่นำมาจัดแสดงในงาน CLMVT Forum 2018 แต่เป็นการแสดงวิธีการใช้งานให้แก่ผู้สนใจได้รับชม ซึ่งตอนนั้นยังติดเงื่อนไขข้อกฎหมายกับทางธนาคารแห่งประเทศไทยเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยน  ปัจจุบันจะไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับตู้ ATM Bitcoin ในไทยอย่างเป็นทางการ แต่หากอ้างอิงจาก coinatmradar.com เราจะพบว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีจำนวนเครื่อง ATM Bitcoin ที่เปิดบริการอยู่ประมาณ 6 แห่ง ตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ 4 แห่ง คือที่ร้านกาแฟ Grace Vintage Galleria Café, ร้าน Chaing Mai Shop บนถนนห้วยแก้ว, ร้าน Liberty chiangmai และที่ Curve Community and Education Mall ตั้งอยู่ในจังหวัดอุบลราชธานีอีก 1 เครื่องที่ Uban Square และเครื่องสุดท้ายอยู่ที่ Limelight Avenue Phuket ในจังหวัดภูเก็ต  แม้ตู้ ATM Bitcoin ในเมืองไทยนั้นจะยังมีน้อยอยู่ แต่ในอนาคตนั้นจะมีเพิ่มขึ้นตามกระแสของความต้องการขึ้นเรื่อย ๆ อย่างแน่นอน ทั้งนี้ต้องประกอบกันกับข้อจำกัดด้านกฎหมาย และการส่งเสริมของภาครัฐอีกด้วย ซึ่งต้องรอติดตามกันต่อไป  คุณสามารถติดตามข่าวสารที่สดใหม่ รวดเร็ว ถึงใจแบบนี้ ได้ที่ “WikiBit” แอปนำเสนอข่าวสารวงการคริปโต และพร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพียงแค่กดค้นหา ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบจัดเต็ม ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-10-01การวิเคราะห์เชิงลึก

ผู้ก่อตั้ง Cardano กล่าวว่า ADA สามารถใช้เพื่อ ‘บริหารประเทศ’ ในอนาคต

นาย Charles Hoskinson ผู้ก่อตั้ง Cardano (ADA) เปิดเผยว่าเขาเชื่อว่า โครงสร้างพื้นฐาน blockchain ของ Cryptocurrency ดีพอที่จะ “บริหารประเทศชาติ” ได้ในอนาคต เนื่องจากเขามองว่า Cardano ได้เสนอวิธีการแก้ไขปัญหาสำหรับปัญหาการกำกับดูแลมากมายที่ส่งผลกระทบต่อโลกในปัจจุบัน ในระหว่างการประชุม Cardano Summit 2021  เมื่อไม่นานมานี้ นาย Hoskinson ตั้งข้อสังเกตว่า ระบบนิเวศของ Cardano กำลังทำงานอยู่ในโปรเจกต์ต่างๆ มากมาย นับตั้งแต่วิธีการออกสกุลเงินประจำชาติไปจนถึงระบบการลงโหวตลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ในไม่ช้าเทคโนโลยี blockchain จะสะท้อนให้เห็นถึงข้อมูลในชีวิตจริงและวิธีการทำให้รัฐบาลแตกต่างออกไป โดยเขากล่าวว่า : “คุณสามารถบริหารประเทศชาติได้ด้วยโครงสร้างพื้นฐานประเภทนี้ แม้มันอาจไม่ใช่วันนี้ แต่ภายใน 3 ถึง 5 ปี มันจะเป็นไปได้อย่างแน่นอน”  Hoskinson กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า Cardano กำลังพยายามวางตำแหน่งตัวเองให้กลายเป็นตัวเลือกที่ถูกต้อง “สำหรับระบบเหล่านี้อย่างน้อยในบางระบบหรือบางสถาบัน” โปรเจกต์ต่างๆ บน Cardano นั้นมีความหลากหลายและเติบโตได้อย่างรวดเร็ว หลังจากการอัปเกรด Alonzo Hardfork ของเครือข่ายที่ได้นำฟังก์ชันสัญญา Smart contract มาใช้ นอกจากนี้เครือข่ายยังอยู่ในช่วงระหว่างการพัฒนาระบบยืนยันตัวตนดิจิทัลบนบล็อคเชนสำหรับนักเรียนและครูในเอธิโอเปียอีกด้วย Hoskin กล่าวในระหว่างงานประชุม Cardano Summit : ผู้คนไม่พึงพอใจกับระบบการปกครองโดยพื้นฐาน และสิ่งนี้ได้นำไปสู่ความกระหายในระบบใหม่  แนวทางการกำกับดูแลแบบใหม่และ สถาบันรูปแบบใหม่“ ราคาเหรียญ ADA ของ Cardano เห็นการเพิ่มขึ้นของราคามากกว่า 2,800% นับตั้งแต่ปีที่แล้ว และตอนนี้มันได้กลายเป็นเหรียญคริปโตที่ใหญ่เป็นอันดับ 3 ตามมูลค่าราคาตลาด รองจาก Bitcoin และ Ethereum แม้จะมีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ถึงอย่างนั้น Cardano ก็ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์จากผู้เชี่ยวชาญบางคน รวมถึงนาย Mike Novogratz ซีอีโอของ Galaxy Digital ซึ่งเมื่อเดือนที่แล้วเขาออกมากล่าวว่า Cardano มี ”แรงฉุดที่เป็นศูนย์“ กับนักพัฒนาที่เขาเรียกมันว่า ”เป็นลัทธิแปลก ๆ

2021-10-01การวิเคราะห์เชิงลึก

ชุมชน Dogecoin เรียกร้อง Elon Musk ว่าอย่าลืม DOGE !

ในระหว่างการประชุม Code Conference ครั้งล่าสุด Elon Musk ได้กำหนดเป้าหมายเที่ยวบินของ SpaceX รวมถึงเที่ยวบินล่าสุดที่เขาจะส่งทีมพลเรือนขึ้นสู่อวกาศ โดย CEO ของ Tesla และ SpaceX กล่าวว่าเป้าหมายของเขาคือจะไม่ส่งตัวเองไปยังอวกาศแต่จะเปิดพื้นที่ให้สำหรับมนุษยชาติ อย่างไรก็ตามเขากล่าวว่าบางทีเขาอาจจะบินไปที่นั่นด้วยตัวเขาเองในอนาคต  ทั้งนี้บล็อกเกอร์ Dogecoin ที่มีชื่อเสียงจาก YouTube อย่าง Matt Wallace ได้แสดงความคิดเห็นเพื่อเตือน Musk ว่าเมื่อต้นปีนี้เขาสัญญาว่าจะวางวาด DOGE เป็นตัวอักษรลงบนดวงจันทร์ อย่างไรก็ตามชุมชน Dogecoin ได้ร่วมกันใส่แฮชแท็ก #DOGECOIN to the moon เพื่อสนับสนุนความคิดเห็นของบล็อกเกอร์ Dogecoin ชื่อดังและเป็นการย้ำเตือนถึงคำพูดของ Musk ที่ได้กล่าวไว้  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-10-01การวิเคราะห์เชิงลึก

เจาะลึก ‘Decentralized Finance’ อนาคตโลกการเงินที่อาจมาล้มล้างระบบ ‘ธนาคาร’

2021 ยุคแห่งการปฏิวัติ “ระบบการเงิน” เมื่อเทคโนโลยีถูกพัฒนาเต็มขั้น ระบบ Blockchain จึงถูกนำมาใช้ในการสร้างผลิตภัณฑ์และให้บริการทางการเงินรูปแบบต่าง ๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ “DeFi” ระบบการเงินไร้ตัวกลาง ที่ขึ้นชื่อว่าอาจเกิดมาเพื่อฆ่า ‘ธนาคาร’  คุณอาจต้องลบภาพการเดินไปทำธุรกรรมต่าง ๆ ที่ธนาคารแบบเดิม ๆ เพราะตอนนี้เป็นยุคของ ‘DeFi’ หรือ (Decentralized Finance) เทคโนโลยีที่ทำให้เรื่องการทำธุรกิจเกี่ยวกับการกู้ยืมเงิน และปันผลดอกเบี้ยเป็นไปได้ง่ายขึ้น ได้เยอะขึ้น โดยไม่ต้องมีตัวกลางอย่างสถาบันการเงินแบบในอดีต  DeFi คือการเปลี่ยนตัวเองให้เป็นสถาบันการเงินแบบเปิด เป็นระบบการเงินที่ไม่มีตัวกลางมาคอยควบคุม โดยการนำเทคโนโลยี Blockchain มาใช้สำหรับรองรับสกุลเงินแบบ Cryptocurrency สำหรับ DeFi จะถูกสร้างบนระบบนิเวศน์ของ Ethereum ถึงแม้จะไม่มีตัวกลางมาคอยควบคุม แต่ทุกธุรกรรมจะต้องดำเนินการผ่าน Smart Contract หรือสัญญาซื้อขายเงินดิจิทัล ข้อดีการใช้ Smart Contract คือ ไม่ว่าใครก็จะไม่สามารถแก้ไข หรือปลอมแปลงข้อมูลในธุรกรรมที่เกิดขึ้นได้  DeFi นั้น เราสามารถเข้าไปลงทุน ปล่อยกู้สินทรัพย์ดิจิทัล หรือแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลด้วยเงินเพียงหลักร้อยก็ทำได้ ซึ่งการเงินบนโลกของ DeFi ค่อนข้างมีอิสระมากกว่าการทำธุรกรรมกับธนาคารแบบดั้งเดิม ซึ่งเราสามารถเปิด Account หรือเปิด Wallet เป็นของตัวเองได้เลยโดยไม่มีใครเข้ามาแทรกแซงหรืออยู่ภายใต้การควบคุมจากสถาบันการเงิน  DeFi มีผลตอบแทนค่อนข้างดีกว่าการนำเงินไปฝากที่ธนาคารที่ให้ดอกเบี้ยต่อปีเพียง 0.5% - 0.75% ซึ่งเป็นเพราะแพลตฟอร์มแบบ Decentralized Finance ถูกออกแบบให้ปันผลกับ User โดยอัตโนมัติแบบไร้คนควบคุมและไร้ตัวกลาง รายได้ที่เก็บจากค่าธรรมเนียมจะถูกนำมากระจายให้กับ User ที่เข้าร่วมกับแพลตฟอร์ม โดยผลตอบแทนที่นำมาปันผลนั้นจะไม่มีตัวกลางเก็บเข้าประเป๋าของตัวเอง แตกต่างจากระบบธนาคารที่สร้างรายได้จากการดำเนินงาน ซึ่งดอกเบี้ยที่ธนาคารได้จากการปล่อยกู้ถือว่าเป็นหนึ่งในรายได้หลักของธนาคารเหมือนกัน ระบบการสร้างผลตอบแทนแบบ DeFi สามารถดึงดูดผู้คนให้เข้ามาใช้แพลตฟอร์มกันมากขึ้นเพื่อรับผลตอบแทนแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย และสร้าง Passive Income ได้  เพื่อให้เห็นภาพวิธีการให้บริการของ DeFi ชัดเจนขึ้น เราจะขอยกตัวอย่างจากผู้ให้บริการชั้นนำที่มีมูลค่าเงินในระบบแตะหลัก 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ อย่าง ‘Compound’  Compound คือผู้ให้บริการ DeFi Lending Platform ที่ใช้ Smart Contract ดำเนินกระบวนการจัดการและจัดเก็บเงินทุนบน Platform โดยการทำงานของ Compound คือเมื่อมีการฝาก Crypto เข้าไป ระบบจะเปลี่ยนเหรียญดังกล่าวเป็น cToken เช่น หากมีการฝาก ETH ก็จะเปลี่ยนเป็น cETH โดยมูลค่าของ cToken จะอ้างอิงกับราคาแลกเปลี่ยนระหว่าง cToken โดยทุกการแลกเปลี่ยนจะมีมูลค่าเพิ่มเป็นดอกเบี้ยให้กับผู้ถือ cToken  ดังนั้น อัตราดอกเบี้ยเงินฝากหรือกู้ยืมจะขึ้นอยู่กับความต้องการและปริมาณเงินที่มีอยู่ในระบบช่วงนั้น ๆ ซึ่งอัตราอาทิ ดอกเบี้ยเงินฝากสำหรับ Stablecoin ณ ขณะนี้อยู่ที่ประมาณ 5% ต่อปี อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมอยู่ที่ 7% ต่อปี ให้ต่างจากระบบธนาคารในปัจจุบันอย่างมาก  อย่างไรก็ตาม DeFi ก็ยังถือว่าเป็นเทคโนโลยีที่ใหม่มาก ยังมีความเสี่ยงสูง นักลงทุนมีความเสี่ยงที่ platform ที่ใช้บริการจะถูกโจมตีโดยใช้ช่องโหว่ของ Protoco ไม่ว่าจะเป็นการ Hack หรือถูก Economic Attack จนทำให้ได้รับความเสียหายจากมูลค่าของเหรียญ และอาจสูญเสียความเชื่อมั่นของ Platform ไปจนทำให้ราคาเหรียญไม่อาจกลับมาได้อีกเลย  อาทิ กรณีโปรเจ็กต์ DeFi โปรเจ็กต์หนึ่งที่มีชื่อว่า DeFi100 ซึ่งเป็นหนึ่งแพลตฟอร์ม DeFi ที่อยู่บนระบบบล็อกเชนของไบแนนซ์ โดยเปิดให้นักลงทุนเข้าไปทำฟาร์มเหรียญคริปโตได้ แต่สุดท้ายก็ประกาศ exit scam หรือปิดโครงการทิ้ง พร้อมเชิดเงินนักลงทุนไป 32 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,000 ล้านบาท ทั้งยังทิ้งข้อความเอาไว้ซึ่งแปลอย่างสุภาพได้ว่า “เราโกงพวกคุณ และพวกคุณก็ทำอะไรไม่ได้หรอก”  ขณะที่ไม่กี่เดือนที่ผ่านมา Poly Network แพล็ตฟอร์ม DeFi ชื่อดัง ก็เพิ่งสูญเสียเงินในระบบไปกว่า 600 ล้านเหรียญสหรัฐหรือกว่า 2 หมื่นล้านบาท จากการถูกแฮ็กเกอร์โจมตีผ่านช่องโหว่ในระบบ ซึ่งเป็นการขโมยเงินดิจิตอลครั้งที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา  DeFi เป็นทางเลือกใหม่ที่ให้ผลตอบแทนสูง แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงสูงเช่นกัน WikiBit จึงอยากเป็นส่วนหนึ่งที่จะลดความเสี่ยงลงให้น้อยที่สุด โดยให้บริการตรวจสอบข้อมูลโครงการ DeFi, แอปเทรดคริปโต หรือเหรียญคริปโต ซึ่งทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่ไปค้นหาชื่อเหล่านั้นบนแอป ก็จะพบคะแนนความน่าเชื่อถือ ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ และยังมีการอัปเดตข้อมูลข่าวสาร และรูปแบบกลโกงในวงการคริปโตไว้ให้คุณได้ศึกษาอีกด้วย ถือว่าครบจบในแอปเดียว โหลดเลย!!  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ

2021-09-30การวิเคราะห์เชิงลึก

ททท. พิจารณาสร้างเหรียญ TAT Coin หวังดึงดูดนักท่องเที่ยวคริปโต

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กำลังสำรวจความเป็นไปได้ในการสร้างโทเค็นยูทิลิตี้ของตัวเอง เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศและเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการ มีรายงานว่า ททท. กำลังหารือกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเกี่ยวกับการเปิดตัวเหรียญ TAT Coin และกำลังชั่งน้ำหนักด้านกฎระเบียบและความเป็นไปได้ของโครงการดังกล่าว  อ้างอิงตามรายงานของบางกอกโพสต์ที่เผยแพร่เมื่อวันอังคาร นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าราชการจังหวัด กล่าวว่าประเทศไทยต้อง “เตรียม” โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลและความรู้ด้านดิจิทัลสำหรับผู้ประกอบการท่องเที่ยว เนื่องด้วยรูปแบบธุรกิจแบบเดิม ๆ อาจไม่สามารถตามทันเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วได้“ นายยุทธศักดิ์กล่าว ”เทคโนโลยีใหม่ ๆ นี้รวมไปถึงคริปโตเคอเรนซีที่กำลังจะกลายมาเป็นกระแสหลัก  ดังนั้น ททท. จึงต้องฉวยโอกาสนี้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจาก Covid-19 ด้วยแผนระยะสั้นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพมาช่วยเร่งสร้างรายได้จากการท่องเที่ยว มันจะเป็นเรื่องดีกว่า หากมีการพัฒนายูทิลิตี้ของโทเค็นที่สามารถอำนวยความสะดวกในการโอนบัตรกำนัลไปยัง TAT Coin เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการท่องเที่ยว และส่งสัญญาณไปยังประเทศอื่น ๆ ในโลกของ crypto เพื่อบอกเป็นนัย ๆ ว่าภาคการท่องเที่ยวของประเทศไทยนั้นได้กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งแล้ว ประเทศไทยจะยกเลิกข้อกำหนดมาตรการ Lock down ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และ 9 จังหวัด นับตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. เป็นต้นไปสำหรับผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีนครบถ้วนแล้ว อ้างอิงตามรายงานจาก Reuters เมื่อวันจันทร์  แอปพลิเคชั่น ‘Wikibit’ มีฟีเจอร์โดนๆ สำหรับนักลงทุน อย่าง การตรวจสอบ Exchange และ Token เพื่อช่วยให้การตัดสินใจในการลงทุนของคุณนั้นง่ายขึ้น เพียงแค่คุณกดค้นหาเท่านั้น ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะปรากฏขึ้นมาแบบครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น คะแนนความน่าเชื่อถือจากแอป ใบอนุญาต ข้อมูลโครงการ การเยี่ยมชมจากเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันการมีอยู่ของบริษัทนั้นตามที่ได้แจ้งข้อมูลกับทาง ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาต ถือว่าครบจบในแอปเดียว อย่ารอช้าโหลดเลย!

2021-09-30การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
99101
...
142