สแกนเพื่อดาวน์โหลด
แพลตฟอร์มตรวจสอบ # และยืนยันการกำกับดูแลของตลาดการเงินทั่วโลก

นักวิเคราะห์ชี้! Bitcoin อาจเริ่มรอบขาขึ้นใหม่ได้ หลัง “รายใหญ่รุ่นเก่า” เทขายทำกำไรจบลง- CryptoSiam

ข่าว Bitcoinนักวิเคราะห์ชี้! Bitcoin อาจเริ่มรอบขาขึ้นใหม่ได้ หลัง “รายใหญ่รุ่นเก่า” เทขายทำกำไรจบลงนักวิเคราะห์ระบุว่าแรงขายจากผู้ถือ Bitcoin ระยะยาวยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการฟื้นตัวของตลาด โดยมีมูลค่าการทำกำไรแตะระดับสูงสุดราว 1.7 พันล้านดอลลาร์ต่อวัน  Putawan Pulom  นักวิเคราะห์ระบุว่าแรงขายจากผู้ถือ Bitcoin ระยะยาวยังคงเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการฟื้นตัวของตลาด โดยมีมูลค่าการทำกำไรแตะระดับสูงสุดราว 1.7 พันล้านดอลลาร์ต่อวัน  นักวิเคราะห์มองว่าเส้นทางฟื้นตัวของ Bitcoin อาจยังต้องใช้เวลา หากกลุ่มผู้ถือครองระยะยาว (Long-Term Holders) ยังคงเทขายเพื่อทำกำไรต่อเนื่อง  James Check นักวิเคราะห์บล็อกเชนชื่อดัง กล่าวว่า การที่ตลาดคริปโตยังไม่สามารถฟื้นตัวได้ “ไม่ได้เกิดจากการปั่นราคาในตลาด” แต่เป็นเพราะ “แรงขายจากรายใหญ่ที่ถือครองมานาน”  เขาเสริมว่า ปริมาณแรงขายจากผู้ถือครองระยะยาวในรอบนี้ “กำลังถูกมองข้าม” และถือเป็น “แรงกดดันสำคัญของตลาดในตอนนี้” โดยกราฟที่เขาเผยแพร่แสดงให้เห็นว่า อายุเฉลี่ยของเหรียญที่ถูกขาย (Spent coins) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งบ่งชี้ว่ากลุ่มผู้ถือ Bitcoin ระยะยาวกำลังทยอยขายทำกำไร  ข้อมูลอีกชุดหนึ่งแสดงให้เห็นว่า มูลค่าการขายทำกำไรบนบล็อกเชน (Realized Profit) พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดที่ 1.7 พันล้านดอลลาร์ต่อวัน ขณะที่ มูลค่าการขาดทุนบนบล็อกเชน อยู่ที่ 430 ล้านดอลลาร์ต่อวัน ซึ่งเป็นระดับสูงสุดอันดับสามของรอบตลาดในปัจจุบัน ส่วน มูลค่าของเหรียญเก่าที่กลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้ง (Revived Supply) อยู่ที่ 2.9 พันล้านดอลลาร์ต่อวัน สูงสุดเป็นอันดับสองของรอบนี้  Bitcoin ที่ถือครองนานกลับมาเคลื่อนไหวในตลาดขณะที่ผู้ถือระยะยาวขายทำกำไร ( ที่มา : James Check )เทขายเปลี่ยนมือสู่สถาบัน  นักลงทุนคริปโต Will Clemente กล่าวว่า ช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมาเป็นช่วงที่ Bitcoin อยู่ในภาวะที่ถูกกดดันอย่างต่อเนื่อง เนื่องจาก “เป็นการเปลี่ยนมือจาก นักลงทุนยุคเก่าไปยังนักลงทุนสถาบัน (TradFi)” ซึ่งสามารถเห็นได้จากข้อมูลบนบล็อกเชน  “กลไกนี้อาจไม่สำคัญในระยะยาว แต่ตอนนี้มันเป็นช่วงที่ตลาดกำลังปรับสมดุลระหว่างวาฬรุ่นเก่ากับวาฬรุ่นใหม่” Clemente กล่าว  ขณะที่ Mike Novogratz CEO ของ Galaxy Digital กล่าวในบทสัมภาษณ์กับ Raoul Pal เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า “คนในวงการ Bitcoin หลายคนถือมันมานานมาก และตอนนี้พวกเขาเริ่มอยากจะใช้เงินซะที”  เขาเสริมว่าเขามีเพื่อนหลายคนที่นำกำไรจาก Bitcoin ไปซื้อ “เรือยอชต์ หรือหุ้นในทีมกีฬา” พร้อมอธิบายว่า “ตอนนี้เป็นเพียงช่วงพักฐานของตลาด หลังผู้ถือรายใหญ่ขายทำกำไรจากรอบก่อนหน้าเท่านั้น”  Novogratz ยังยืนยันว่าแหล่งอุปทานหลักที่บริษัทของเขาเห็นในตลาดช่วงนี้มาจาก “ผู้ลงทุนที่ถือครองมานาน” และ “นักขุด” เท่านั้น  แนวรับหลักยังคงแข็งแกร่ง  ตามข้อมูลจาก TradingView Bitcoin ปิดแท่งรายสัปดาห์ที่บริเวณ 108,700 ดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับแนวรับสำคัญที่ยังไม่หลุดกลับลงไป  นักวิเคราะห์ Rekt Capital ยังกล่าวอีกว่า “ตราบใดที่ราคายังคงยืนเหนือแนวรับนี้ได้ มีโอกาสสูงที่ BTC จะดีดกลับขึ้นไปเหนือ 120,000 ดอลลาร์ในระยะต่อไป ความมั่นคงของระดับราคาในปัจจุบันจึงเป็นปัจจัยสำคัญของตลาด”  ณ เวลาที่รายงานข่าวนี้ Bitcoin ดีดกลับมาเหนือระดับ 110,000 ดอลลาร์ แต่ยังคงมีแนวต้านสำคัญอยู่เหนือระดับดังกล่าวเล็กน้อย โดยนักวิเคราะห์มองว่าการดูดซับแรงขายจากกลุ่มผู้ที่ถือครองระยะยาวจะเป็นจุดเริ่มต้นของรอบขาขึ้นครั้งใหม่ในที่สุด  อ้างอิง : Cointelegraph  ติดตาม CryptoSiam  เพื่อให้ไม่พลาด ทุกข่าวสาร วงการคริปโต  ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง  ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล  Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว  ข่าวการลงทุนการลงทุนนักลงทุนสถาบันนักลงทุนรายใหญ่นักลงทุนลงทุนบิทคอยน์วิเคราะห์ราคานักวิเคราะห์วิเคราะห์คริปโตวิเคราะห์ผลวิเคราะห์

2025-10-20อุตสาหกรรม

Ethereum Foundation แปลง 1,000 ETH เป็น Stablecoin ใช้หนุนทุนวิจัย-โครงการ DeFi- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่Ethereum Foundation แปลง 1,000 ETH เป็น Stablecoin ใช้หนุนทุนวิจัย-โครงการ DeFiEthereum Foundation ขาย Ether จำนวน 1,000 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าราว 4.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อแปลงเป็น Stablecoin สำหรับสนับสนุนงานวิจัย ทุนโครงการ และการพัฒนา DeFi  Putawan Pulom  Ethereum Foundation ขาย Ether จำนวน 1,000 เหรียญ คิดเป็นมูลค่าราว 4.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพื่อแปลงเป็น Stablecoin สำหรับสนับสนุนงานวิจัย ทุนโครงการ และการพัฒนา DeFi  Ethereum Foundation ระบุว่าการทำธุรกรรมล่าสุดทำผ่าน CoW Swap โปรโตคอลซื้อขายแบบกระจายศูนย์ที่รวบรวมสภาพคล่องจากหลายตลาด เพื่อให้ได้ราคาที่ดีที่สุดโดยไม่ต้องพึ่งพาตัวกลางแบบรวมศูนย์ อย่างไรก็ตาม ยังไม่เปิดเผยว่า Stablecoin ที่ได้รับเป็นสกุลไหน  ธุรกรรมนี้เกิดขึ้นหลังจาก Ethereum Foundation เคยประกาศในเดือนกันยายนว่าจะทยอยขาย ETH อีก 10,000 ETH ไปเป็น Stablecoin ในช่วงหลายสัปดาห์ แม้จะไม่ชัดเจนว่าการขายล่าสุดเป็นส่วนหนึ่งของแผนดังกล่าวหรือไม่ แต่การทำผ่าน CoW Swap แทนการใช้ตลาดรวมศูนย์ บ่งชี้ว่าอาจเป็นดีลแยกต่างหาก  ( ที่มา : Ethereum Foundation )  ตาม Ethereum Foundation Treasury Policy องค์กรตั้งเป้า “รักษาสมดุลระหว่างผลตอบแทนกับบทบาทการเป็นผู้ดูแลระบบนิเวศ” โดยให้ความสำคัญกับ DeFi เป็นพิเศษ การใช้งาน Stablecoin ภายในองค์กรยังสะท้อนถึงแนวทางการบริหารความเสี่ยงและจัดการเงินทุนให้มีความยืดหยุ่นมากกว่าเดิม  ขณะเดียวกัน Ethereum Foundation ก็ได้หยุดรับคำขอให้ทุนใหม่ชั่วคราวในโครงการ Ecosystem Support Program หลังจากมีผู้สมัครจำนวนมาก โดยจะคัดเลือกเฉพาะโครงการที่ถือเป็นความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อให้ทรัพยากรใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ  ก่อนหน้านี้ มูลนิธิยังปรับโครงสร้างองค์กร โดยแต่งตั้ง Hsiao-Wei Wang และ Tomasz K. Stańczak เป็นผู้อำนวยการร่วม รวมถึงมีการปรับทีมพัฒนาหลักและปลดพนักงานบางส่วนในเดือนมิถุนายน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพเชิงกลยุทธ์ขององค์กร  Ethereum ยังคงครองความเป็นผู้นำด้าน DeFi  Ethereum ยังคงเป็นแพลตฟอร์มหลักในตลาด DeFi ด้วยส่วนแบ่งของ มูลค่าเหรียญรวมที่ถูกล็อก (TVL) อยู่ที่ประมาณ 68% แม้จะมีการแข่งขันจากบล็อกเชนอื่นๆ  ส่วนแบ่งตลาด DeFi ของ Ethereum ลดลงนับตั้งแต่ปี 2564 แต่ก็ยังเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม ( ที่มา : DefiLlama )  Vitalik Buterin ผู้ร่วมก่อตั้ง Ethereum ออกมาย้ำเมื่อเร็วๆ นี้ว่า DeFi แบบ “ความเสี่ยงต่ำ” เช่น การชำระเงิน การออม และการกู้ยืมที่มีหลักประกันเต็มรูปแบบ จะกลายเป็นฐานรายได้ระยะยาวของเครือข่าย เปรียบเทียบเหมือน Google Search ที่เป็นเสาหลักของธุรกิจ Google  อ้างอิง : Cointelegraph  ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง  ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล  Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว

2025-10-04Defi

Samson Mow ชี้การยอมรับ Bitcoin ระดับชาติใกล้เข้าสู่ช่วง “จริงจัง” หลังจากผ่านช่วงค่อยเป็นค่อยไป- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่Samson Mow ชี้การยอมรับ Bitcoin ระดับชาติใกล้เข้าสู่ช่วง “จริงจัง” หลังจากผ่านช่วงค่อยเป็นค่อยไปSamson Mow ผู้ก่อตั้งบริษัท Jan3 ระบุว่าการยอมรับ Bitcoin โดยรัฐกำลังสิ้นสุดช่วง “ค่อยเป็นค่อยไป” และเริ่มเข้าสู่ช่วงเดินหน้าอย่าง “จริงจัง” โดยคาดว่าในไม่ช้าอาจเห็นกระแสการเข้าซื้อ Bitcoin อย่างเร่งด่วนจากหลายประเทศ  Putawan Pulom  Samson Mow ผู้ก่อตั้งบริษัท Jan3 ระบุว่าการยอมรับ Bitcoin โดยรัฐกำลังสิ้นสุดช่วง “ค่อยเป็นค่อยไป” และเริ่มเข้าสู่ช่วงเดินหน้าอย่าง “จริงจัง” โดยคาดว่าในไม่ช้าอาจเห็นกระแสการเข้าซื้อ Bitcoin อย่างเร่งด่วนจากหลายประเทศ  Samson Mow ผู้ก่อตั้งบริษัทโครงสร้างพื้นฐาน Bitcoin Jan3 กล่าวในพอดแคสต์ What Bitcoin Did ว่า หลายประเทศทั่วโลกกำลังเปลี่ยนท่าทีจากความสงสัยในอดีต มาสู่การเตรียมใช้งาน Bitcoin อย่างจริงจัง โดยเฉพาะในฐานะ Strategic Bitcoin Reserve  “เรากำลังอยู่ปลายทางของช่วง ‘ค่อยเป็นค่อยไป’ และกำลังเข้าสู่เฟสการใช้งานอย่าง ‘จริงจัง’” Mow กล่าว พร้อมเสริมว่ากระบวนการนี้สามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว และอาจนำไปสู่ “การแข่งกันซื้อ Bitcoin ของรัฐแต่ละประเทศ”  Samson Mow ให้สัมภาษณ์กับDanny Knowles ในพอดแคสต์ What Bitcoin Did ( ที่มา : What Bitcoin Did )  แม้ ประธานาธิบดี Donald Trump ได้ลงนามคำสั่งบริหารเพื่อจัดตั้ง Strategic Bitcoin Reserve แล้ว แต่ Mow ชี้ว่าสหรัฐฯ ยังไม่เริ่มเข้าซื้อจริง อย่างไรก็ตาม เขามองว่าสหรัฐฯ กำลัง “เดินหน้า” ด้วยแนวทางการเข้าซื้อแบบไม่กระทบงบประมาณหลัก และการผลักดัน Bitcoin Act  นักวิจัยจาก Galaxy Digital คาดการณ์ว่ามีโอกาสสูงที่สหรัฐฯ จะจัดตั้งคลังสำรอง Bitcoin ดังกล่าวได้ภายในสิ้นปีนี้ ขณะที่ข้อมูลจาก Bitbo ระบุว่า ปัจจุบันรัฐบาลสหรัฐฯ ถือครอง Bitcoin อยู่ 198,012 BTC ซึ่งเป็นรัฐที่มีจำนวนการถือครองมากที่สุดในโลก  Mow ยังกล่าวอีกว่า ภูมิภาคลาตินอเมริกา จะเป็นพื้นที่ที่น่าจับตาที่สุดสำหรับการยอมรับและใช้งาน Bitcoin ในระดับประเทศ  ความสนใจของรัฐชาติในการถือ Bitcoin  แนวคิดเรื่องการที่รัฐบาลและธนาคารกลางถือครอง Bitcoin ได้รับความสนใจตลอดปี 2025 โดยรายงานจาก Fidelity Digital Assets เมื่อเดือนมกราคม ระบุว่า อาจเห็น “รัฐชาติ, ธนาคารกลาง, กองทุนความมั่งคั่ง และคลังของรัฐบาล” เข้าสู่การลงทุน Bitcoin เพิ่มขึ้น  Mow เคยกล่าวเมื่อเดือนมิถุนายนว่า สหรัฐฯ จำเป็นต้องเริ่มเข้าซื้อภายในปีนี้ มิเช่นนั้นอาจถูกประเทศอื่นอย่าง ปากีสถาน แซงหน้า  ราคา Bitcoin ยังไม่สะท้อนการยอมรับ  แม้มีการคาดการณ์ว่าการยอมรับ Bitcoin ระดับรัฐจะผลักดันราคาให้พุ่งสูง Mow ยอมรับว่าราคายังไม่เป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์สำหรับปี 2025 โดยระบุว่า “เราน่าจะเห็นขาขึ้นใหญ่ไปแล้ว แต่รอบนี้อาจถูกเลื่อนไปถึงปีหน้า”  ด้าน Matt Hougan CIO ของ Bitwise ก็เห็นสอดคล้อง โดยคาดว่า ปี 2026 อาจเป็นปีของขาขึ้น ขณะที่ Mow เองยังย้ำว่าราคา Bitcoin แตะ $1 ล้านนั้น เป็นเพียงเรื่องเวลา ซึ่งอาจเกิดขึ้นในปีนี้หรือปีหน้า  อ้างอิง : Cointelegraph  ติดตาม CryptoSiam  เพื่อให้ไม่พลาด ทุกข่าวสาร วงการคริปโต  ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง  ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล  Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว  ข่าวต่างประเทศประเทศไทยการยอมรับคริปโตยอมรับคริปโตการยอมรับบิทคอยน์ยอมรับ Bitcoinยอมรับ

2025-09-28อุตสาหกรรม

HYPE พุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ นักลงทุนแห่เก็งกำไร ขณะที่เหรียญ ASTER ของคู่แข่งก็ทะยานกว่า 350%- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่HYPE พุ่งทำสถิติสูงสุดใหม่ นักลงทุนแห่เก็งกำไร ขณะที่เหรียญ ASTER ของคู่แข่งก็ทะยานกว่า 350%เหรียญ HYPE ของแพลตฟอร์ม Hyperliquid พุ่งแตะเกือบ $60 หลังบวกแรง 8% ในวันเดียว ด้าน ASTER จาก DEX คู่แข่งที่ได้รับการสนับสนุนจาก Cz อดีต CEO Binance ก็พุ่งขึ้นกว่า 350% ภายในวันเดียว สะท้อนกระแสเก็งกำไรในตลาดคริปโตที่กำลังร้อนแรงท่ามกลางการลดดอกเบี้ยของ FED  Putawan Pulom  เหรียญ HYPE ของแพลตฟอร์ม Hyperliquid พุ่งแตะเกือบ $60 หลังบวกแรง 8% ในวันเดียว ด้าน ASTER จาก DEX คู่แข่งที่ได้รับการสนับสนุนจาก Cz อดีต CEO Binance ก็พุ่งขึ้นกว่า 350% ภายในวันเดียว สะท้อนกระแสเก็งกำไรในตลาดคริปโตที่กำลังร้อนแรงท่ามกลางการลดดอกเบี้ยของ FED  เหรียญ HYPE ของ Hyperliquid ซึ่งเป็น DEX (Decentralized Exchange) สำหรับซื้อขายสัญญาอนุพันธ์คริปโต ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ระดับราคา $59.29 ในวันพฤหัสบดีนี้ มูลค่าตลาดรวมเกือบแตะ $1.6 หมื่นล้านดอลลาร์ โดยราคาพุ่งขึ้นเกือบ 40% ในหนึ่งเดือนที่ผ่านมา แซงหน้าคริปโตหัวแถวอย่าง Bitcoin, Ethereum และ XRP  Arthur Hayes ผู้ก่อตั้ง BitMEX เรียกกระแสในครั้งนี้ว่าเป็น “All-Time Hype” พร้อมย้ำมุมมองก่อนหน้านี้ว่ามีโอกาสที่ HYPE จะพุ่งขึ้นได้อีกกว่า 100 เท่า หากปริมาณการใช้ Stablecoin ขยายตัวตามที่เขาคาดการณ์  เหรียญ HYPE ทำสถิติราคาสูงสุดใหม่ ( ที่มา : Nansen )นักลงทุนแห่เปิด Long  ข้อมูลจาก Nansen ระบุว่า มีเทรดเดอร์รายหนึ่งถือสัญญา Long HYPE มูลค่า $30 ล้าน และมีกำไรที่ยังไม่ปิดสถานะทะลุ $1.39 ล้านแล้ว แต่ก็ยังคงทยอยซื้อเพิ่มทุก ๆ 30 วินาที  ในบรรดาเหรียญใหญ่ 40 อันดับแรก HYPE เป็นหนึ่งในเหรียญที่ทำผลงานดีที่สุดภายในวันนี้ ซึ่งเป็นรองเพียง Avalanche ที่บวก 9.5%  CZ ชู ASTER คู่แข่งตรง Hyperliquid  ก่อน HYPE จะขึ้นจุดสูงสุดไม่กี่ชั่วโมง Changpeng Zhao หรือ “CZ” อดีต CEO และผู้ก่อตั้งของ Binance กระดานเทรดที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุดในโลก ได้ออกมาโพสต์กราฟของ ASTER ซึ่งเป็นเหรียญของแพลตฟอร์มอนุพันธ์คริปโตคู่แข่งของ Hyperliquid  ( ที่มา : cz_binance )  ASTER เปิดตัวเมื่อเดือนกรกฎาคม โดยได้รับการสนับสนุนจาก YZi Labs (อดีต Binance Labs) และ PancakeSwap ปัจจุบันราคาทะยานแล้วกว่า 350% แตะ $0.50 หลังเพิ่งเปิดการซื้อขายในวันพุธที่ผ่านมา  ผู้ก่อตั้ง Hunters of Web3 แสดงความเห็นว่า “CZ ไม่ค่อยแชร์กราฟบ่อยนัก แต่เขาเลือกโพสต์ ASTER เพราะนี่คือคู่แข่งตรงของ Hyperliquid ที่กำลังแย่งส่วนแบ่งตลาดของ Binance”  แม้ Hyperliquid จะเริ่มแย่งส่วนแบ่งปริมาณการซื้อขายของ Binance แต่ข้อมูลจาก CoinGecko ชี้ว่ายังมีช่องว่างอีกมาก โดยปัจจุบัน Hyperliquid มีปริมาณซื้อขายราว $790 ล้านต่อวัน ขณะที่ Binance ยังคงนำห่างด้วยปริมาณกว่า $3.4 หมื่นล้าน  ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง  ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล  Cryptosiam

2025-09-18Defi

Ethereum รายได้ร่วง 44% ในเดือนสิงหาคม แม้ราคา ETH ทำสถิติสูงสุดใหม่- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่Ethereum รายได้ร่วง 44% ในเดือนสิงหาคม แม้ราคา ETH ทำสถิติสูงสุดใหม่รายได้จากเครือข่าย Ethereum ลดลง 44% เหลือ 14.1 ล้านดอลลาร์ในเดือนสิงหาคม ขณะที่ราคา ETH ทำจุดสูงสุดใหม่เกือบ 5,000 ดอลลาร์ จุดชนวนถกเถียงถึงความยั่งยืนของโมเดลเศรษฐกิจ Ethereum  Putawan Pulom  รายได้จากเครือข่าย Ethereum ลดลง 44% เหลือ 14.1 ล้านดอลลาร์ในเดือนสิงหาคม ขณะที่ราคา ETH ทำจุดสูงสุดใหม่เกือบ 5,000 ดอลลาร์ จุดชนวนถกเถียงถึงความยั่งยืนของโมเดลเศรษฐกิจ Ethereum  แม้ราคาของ Ether (ETH) จะพุ่งขึ้นกว่า 240% ตั้งแต่เดือนเมษายน และแตะระดับสูงสุดใหม่ที่ 4,957 ดอลลาร์เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม แต่รายได้ของเครือข่าย Ethereum ในเดือนเดียวกันกลับร่วงลงอย่างหนัก โดยตามข้อมูลจาก Token Terminal รายได้รวมเดือนสิงหาคมอยู่ที่เพียง 14.1 ล้านดอลลาร์ ลดลงจากเดือนกรกฎาคมที่ 25.6 ล้านดอลลาร์ หรือหดตัวลง7ถึง 44%  นอกจากนั้น ค่าธรรมเนียมของเครือข่าย (Network Fees) ก็ลดลงเช่นกัน โดยลดลงจาก 49.6 ล้านดอลลาร์ในเดือนกรกฎาคม เหลือเพียง 39.7 ล้านดอลลาร์ในเดือนสิงหาคม คิดเป็นการลดลงราว 20% ต่อเดือน ปัจจัยหลักมาจากการอัปเกรด Dencun ในเดือนมีนาคม 2024 ที่ช่วยลดต้นทุนการทำธุรกรรมของเครือข่ายเลเยอร์ 2 ซึ่งทำให้ค่าธรรมเนียมโดยรวมบน Ethereum ลดลงตามไปด้วย  รายได้รายเดือนของ Ethereum ( ที่มา : Token Terminal )  นักวิจารณ์บางรายชี้ว่า การที่ค่าธรรมเนียมและรายได้ของเครือข่ายลดลงต่อเนื่องเป็นสัญญาณของ “ปัจจัยพื้นฐานที่ไม่ยั่งยืน” ของ Ethereum ขณะที่ผู้สนับสนุนมองว่า นี่คือราคาที่ต้องจ่ายเพื่อสร้างระบบการเงินแห่งอนาคตที่มีต้นทุนต่ำและขยายตัวได้จริง  Wall Street เริ่มจับตา Ethereum  ท่ามกลางข้อถกเถียง Ethereum ยังคงได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากสถาบันการเงิน โดยปี 2025 ถือเป็นช่วงเวลาที่หลายบริษัทมหาชนและกองทุนสถาบันเริ่มหันมาใช้ ETH ในฐานะสินทรัพย์สำรอง (Treasury Asset) และแสดงความสนใจในการทำ Staking เพื่อสร้างผลตอบแทน  บริษัทประชาสัมพันธ์ Etherealize ประกาศว่าได้ระดมทุนถึง 40 ล้านดอลลาร์ในเดือนกันยายน เพื่อผลักดันการยอมรับ Ethereum ในกลุ่มบริษัทมหาชน ขณะที่ Matt Hougan ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุนของ Bitwise อธิบายว่า นักลงทุนสถาบันเริ่มเข้าใจแล้วว่า ETH ก็สามารถสร้างรายได้แบบ “บริษัทที่มีผลกำไร” ได้เช่นกัน  “ถ้าคุณนำ ETH มูลค่า 1 พันล้านดอลลาร์ไป Stake ในเครือข่าย คุณจะเริ่มสร้างผลตอบแทนได้ทันที และนั่นคือสิ่งที่นักลงทุนคุ้นเคยจากบริษัทดั้งเดิม” Hougan กล่าว  แม้รายได้และค่าธรรมเนียมเครือข่ายจะลดลง แต่การที่สถาบันเริ่มเข้ามามีบทบาทมากขึ้นอาจเป็นปัจจัยหนุนสำคัญ ที่ช่วยให้ Ethereum ยังคงยืนหยัดในฐานะเสาหลักของโลกการเงินดิจิทัลในอนาคต  อ้างอิง : Cointelegraph  ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง  ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล

2025-09-08Defi

กองทุน Ether ETF เจอแรงขายต่อเนื่อง 4 วันติด ไหลออกกว่า $787 ล้าน แต่นักเทรดยังมั่นใจ “จะกลับมาไหลเข้าอีก”- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่กองทุน Ether ETF เจอแรงขายต่อเนื่อง 4 วันติด ไหลออกกว่า $787 ล้าน แต่นักเทรดยังมั่นใจ “จะกลับมาไหลเข้าอีก”กองทุน Spot Ether ETF ในสหรัฐฯ เผชิญแรงขายติดต่อกันเป็นสัปดาห์แรก หลังจากเดือนสิงหาคมทำผลงานดึงเม็ดเงินไหลเข้าถึง 3.87 พันล้านดอลลาร์  Putawan Pulom  กองทุน Spot Ether ETF ในสหรัฐฯ เผชิญแรงขายติดต่อกันเป็นสัปดาห์แรก หลังจากเดือนสิงหาคมทำผลงานดึงเม็ดเงินไหลเข้าถึง 3.87 พันล้านดอลลาร์  ข้อมูลจาก Farside ระบุว่า ในสัปดาห์ที่เพิ่งสิ้นสุดลง กองทุน Ether ETF มีเงินไหลออกสุทธิรวม 787.6 ล้านดอลลาร์ โดยเพียงวันศุกร์วันเดียวก็มีการไถ่ถอนสูงถึง 446.8 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ฝั่ง Bitcoin ETF กลับตรงข้าม มีเงินไหลเข้าสุทธิ 250.3 ล้านดอลลาร์ ในช่วงเวลาเดียวกัน  นักลงทุนยังคาดหวังเงินทุนกลับมา  แม้จะเจอแรงขายต่อเนื่อง แต่เทรดเดอร์คริปโตที่รู้จักกันในชื่อ Ted มองว่า กระแสเงินลงทุนจะกลับมาอีกครั้งหากราคา ETH ยังต้องการปรับตัวขึ้นต่อ  ราคาของ Ether ล่าสุดอยู่ที่ 4,301 ดอลลาร์ ลดลงประมาณ 2.9% ในรอบสัปดาห์ ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap ขณะที่ดัชนี Crypto Fear & Greed Index ยังคงแสดงค่า “Neutral” บ่งชี้ว่านักลงทุนยังอยู่ในโหมดระมัดระวัง  Ether ขยับขึ้นส 16.35% ภายในระยะ 1 เดือนทีผ่านมา ( ที่มา : CoinMarketCap )ผู้เชี่ยวชาญยังคงมั่นใจเป้า $60,000  ด้าน Tom Lee ประธาน BitMine ยังคงย้ำเป้าระยะยาวว่า ETH อาจไปได้ถึง $60,000 โดยเปรียบว่าความสนใจจากวอลล์สตรีทต่อ Ethereum อาจกำลังกลายเป็นเหมือนปี 1971 ที่เปลี่ยนโฉมการเงินโลกไปตลอดกาล  ขณะเดียวกัน ข้อมูลจาก StrategicETHReserve ชี้ว่า บริษัทที่ถือ ETH ในลักษณะ Treasury ปัจจุบันถือครองเหรียญรวมกันเป็นมูลค่ากว่า 1.549 หมื่นล้านดอลลาร์ คิดเป็น 2.97% ของเหรียญทั้งหมดในระบบ โดยบริษัท BitMine ถือครองมากที่สุดกว่า 8.04 พันล้านดอลลาร์  นอกจากนี้ แพลตฟอร์มวิเคราะห์ข้อมูล Santiment ยังเปิดเผยว่า กลุ่มวาฬ ETH (กระเป๋าที่ถือระหว่าง 1,000–100,000 ETH) ได้เพิ่มการสะสมเหรียญขึ้นกว่า 14% ในรอบ 5 เดือน หลังจาก ETH ลงไปทำจุดต่ำสุดรายปีในเดือนเมษายน  อ้างอิง : Cointelegraph  ติดตาม CryptoSiam  เพื่อให้ไม่พลาด ทุกข่าวสาร วงการคริปโต  ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง  ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล  Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว  ข่าวการลงทุนการลงทุนนักลงทุนสถาบันนักลงทุนรายใหญ่นักลงทุนลงทุนขุดเหมืองคริปโตกลยุทธ์การลงทุนEthereum ETFEther ETFEtheruemEthereum Futuresข่าว eth

2025-09-06อุตสาหกรรม

วาฬ ETH เก็บสะสมเพิ่ม 14% นับตั้งแต่จุดต่ำสุดเดือนเมษายน นักวิเคราะห์บางรายเชื่อเป้าหมาย $15,000 ปีนี้ยังเป็นไปได้- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่วาฬ ETH เก็บสะสมเพิ่ม 14% นับตั้งแต่จุดต่ำสุดเดือนเมษายน นักวิเคราะห์บางรายเชื่อเป้าหมาย $15,000 ปีนี้ยังเป็นไปได้วาฬ Ethereum สะสมเพิ่มขึ้นกว่า 14% นับตั้งแต่เดือนเมษายน หนุนความเชื่อมั่นว่าราคาอาจไปแตะ $15,000 ภายในสิ้นปี แม้นักวิเคราะห์บางส่วนยังเตือนว่ากระแสเงินทุนอาจไหลกลับไปที่ Bitcoin  Putawan Pulom  วาฬ Ethereum สะสมเพิ่มขึ้นกว่า 14% นับตั้งแต่เดือนเมษายน หนุนความเชื่อมั่นว่าราคาอาจไปแตะ $15,000 ภายในสิ้นปี แม้นักวิเคราะห์บางส่วนยังเตือนว่ากระแสเงินทุนอาจไหลกลับไปที่ Bitcoin  Ethereum (ETH) กำลังได้รับแรงหนุนจากการเคลื่อนไหวของวาฬ หลังข้อมูลล่าสุดจากแพลตฟอร์มวิเคราะห์ Santiment พบว่า วาฬ ETH (กระเป๋าที่ถือระหว่าง 1,000–100,000 ETH) เพิ่มการสะสมเหรียญขึ้นถึง 14% นับตั้งแต่ระดับราคาต่ำสุดในรอบปีที่ $1,472 เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา  ขณะนี้ ETH ซื้อขายอยู่ที่ $4,400 เพิ่มขึ้นเกือบ 200% จากจุดต่ำสุดเมื่อต้นปี ซึ่งนักวิเคราะห์จำนวนหนึ่งมองว่าการสะสมต่อเนื่องของวาฬคือสัญญาณความเชื่อมั่นระยะยาว  วาฬบางรายพลาดจังหวะ แต่กระแสสะสมยังแข็งแรง  แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นการเข้าซื้อเพิ่ม แต่ก็มีวาฬบางรายที่ขายออกใกล้จุดต่ำสุด ก่อนต้องกลับมาซื้อคืนที่ราคาสูงกว่าเดิม ตัวอย่างเช่นกระเป๋าหนึ่งที่ขาย 2,522 ETH ไปเมื่อราคาอยู่ราว $1,570 ในเดือนเมษายน ก่อนจะกลับมาซื้อ 1,425 ETH ในเดือนพฤษภาคมที่ระดับราคาที่แพงขึ้น  วาฬ Ether เก็บสะสมเพิ่มกว่า 5.54 ล้าน ETH นับตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน ( ที่มา : Santiment )  อย่างไรก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่หนุนราคาคือ กระแสเงินทุนจากกองทุน ETF และบริษัทที่กำลังจัดตั้ง “ETH Treasury” ซึ่งเริ่มเข้าซื้อครั้งแรกในเดือนมิถุนายน ปัจจุบันสองบริษัทที่ถือครอง ETH มากที่สุดคือ BitMine (ถือครองมูลค่า $8.22 พันล้าน) และ Sharplink Gaming (ถือครอง $3.69 พันล้าน) รวมกันแล้วถือครองเกือบ 3% ของอุปทานทั้งหมด  เป้าหมาย $15,000 ภายในสิ้นปี?  การกลับมายืนเหนือจุดสูงสุดของปี 2021 ที่ระดับ $4,878 เมื่อช่วงเดือนสิงหาคม ได้สร้างความมั่นใจใหม่ให้กับนักลงทุน โดย Sean Farrell หัวหน้าฝ่ายวิจัยสินทรัพย์ดิจิทัลของ Fundstrat ประเมินว่า ETH อาจไปถึง $12,000–$15,000 ได้ภายในสิ้นปีนี้ หากกระแสสะสมจากวาฬและสถาบันยังคงดำเนินต่อ  แต่ก็มีมุมมองตรงข้ามเช่นกัน นักวิเคราะห์บางส่วนเชื่อว่าในที่สุดความสนใจหลักจะกลับไปที่ Bitcoin อีกครั้ง โดยข้อมูลจาก Arkham ชี้ว่า เมื่อไม่นานมานี้กองทุน ETF พบการไหลออกของ ETH มูลค่า $135 ล้าน แต่กลับพบการไหลเข้าใน BTC มูลค่า $332 ล้าน แทน  แม้การสะสมเหรียญของวาฬจะส่งสัญญาณบวกต่อ Ethereum แต่ตลาดยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน โดยเฉพาะเมื่อเงินทุนสถาบันอาจหันกลับไปโฟกัสที่ Bitcoin อีกครั้ง  อ้างอิง : Cointelegraph  ติดตาม CryptoSiam  เพื่อให้ไม่พลาด ทุกข่าวสาร วงการคริปโต  ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง  ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล  Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว  Ethereum ETFEther ETFEtheruemEthereum FuturesEthereum Blockchainข่าว ethEthereum Networkเหรียญ ethลงทุน ethทิศทาง eth  ข่าวต่อไป

2025-09-04Ethereum

Eric Trump มั่นใจ “Bitcoin แตะ $1 ล้านแน่” แต่ย้ำว่านักลงทุนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจ- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่Eric Trump มั่นใจ “Bitcoin แตะ $1 ล้านแน่” แต่ย้ำว่านักลงทุนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจEric Trump มั่นใจว่า Bitcoin จะทะยานแตะ 1 ล้านดอลลาร์ในไม่กี่ปี แม้ตลาดยังอยู่ช่วงเริ่มต้นและคนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจศักยภาพที่แท้จริงของเงินดิจิทัล  Putawan Pulom  Eric Trump มั่นใจว่า Bitcoin จะทะยานแตะ 1 ล้านดอลลาร์ในไม่กี่ปี แม้ตลาดยังอยู่ช่วงเริ่มต้นและคนส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจศักยภาพที่แท้จริงของเงินดิจิทัล  Eric Trump บุตรชายของประธานาธิบดีสหรัฐฯ Donald Trump และผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทขุด Bitcoin American Bitcoin (ABTC) ประกาศอย่างมั่นใจบนเวทีงาน Bitcoin 2025 Asia ที่ฮ่องกงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ว่า “ไม่มีข้อสงสัยเลย” ที่ราคา Bitcoin จะพุ่งแตะ 1 ล้านดอลลาร์ ภายในไม่กี่ปีข้างหน้า  เขาชี้ว่า ความต้องการ Bitcoin จาก ประเทศมหาอำนาจ บริษัท Fortune 500 รวมถึงตระกูลใหญ่ และบริษัทยักษ์ระดับโลก กำลังเพิ่มมากขึ้น และกำลังซื้อเหล่านี้จะเป็นแรงขับสำคัญที่จะดันราคาไปถึงระดับสูงสุดที่ไม่เคยได้เห็นมาก่อน  “ทุกคนอยากได้ Bitcoin ทุกคนกำลังซื้อ Bitcoin … และนั่นคือเหตุผลที่ผมเชื่อเสมอว่า ภายในไม่กี่ปีนี้ Bitcoin จะไปแตะ 1 ล้านดอลลาร์อย่างแน่นอน” เขากล่าว  Eric Trump กล่าวปราศรัยในงานประชุม Bitcoin Asia 2025 ( ที่มา : South China Morning Post, Bitcoin Magazine )  อย่างไรก็ตาม เขายังมองว่า การยอมรับ Bitcoin ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น เพราะคนส่วนใหญ่ในตลาดการเงินยังไม่เข้าใจถึงคุณค่าของ “เงินดิจิทัล” และอนาคตของระบบการเงินชนิดใหม่นี้  ABTC เดินหน้าควบรวม Gryphon เตรียมจดทะเบียนใน Nasdaq  ขณะเดียวกัน ผู้ถือหุ้นของบริษัทขุด Bitcoin สัญชาติอเมริกัน Gryphon Digital Mining ได้อนุมัติการควบรวมกิจการแบบ Reverse Merger หรือการเข้าซื้อหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัทมหาชนที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อยู่แล้ว เพื่อเข้าเป็นบริษัทมหาชนได้โดยตรง ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นและนำหุ้นกลับเข้าซื้อขายในตลาด Nasdaq ภายใต้ชื่อย่อ ABTC ภายในเดือนกันยายนนี้  หุ้นของ Gryphon พุ่งขึ้นกว่า 231% ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2025 เมื่อดีลถูกประกาศครั้งแรก และยังดีดตัวแรงอีก 42% ในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ท่ามกลางความคาดหวังต่อการควบรวม  ราคายังผันผวนระยะสั้น แต่เป้าหมายระยะยาวยังสดใส  อย่างไรก็ตาม ขณะที่ข่าวบวกด้านสถาบันและธุรกิจขุด Bitcoin กำลังสร้างความเชื่อมั่น ราคาของ Bitcoin กลับเผชิญแรงกดดันในระยะสั้น โดยล่าสุดได้ ปรับฐานลงราว 13% จากจุดสูงสุดตลอดกาลที่ 124,500 ดอลลาร์ เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม และร่วงลงต่ำกว่าเส้นค่าเฉลี่ย EMA 50 วัน ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงแรงกดดันเพิ่มเติมในระยะสั้น  แต่บรรดานักวิเคราะห์และผู้บริหารในวงการยังคงเชื่อว่า ทิศทางระยะยาวของ Bitcoin ยังคงมุ่งสู่ระดับที่สูงกว่าเดิม ตามที่ Eric Trump ย้ำว่า “1 ล้านดอลลาร์ไม่ใช่แค่ฝัน แต่เป็นเพียงเรื่องของเวลา”  อ้างอิง : Cointelegraph  ติดตาม CryptoSiam  เพื่อให้ไม่พลาด ทุกข่าวสาร วงการคริปโต  ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง  ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล  Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว  Donald Trumpสนับสนุน BitcoinbitcoinpoliticianBitcoin priceBitcoin FundBitcoin Dominanceราคา bitcoinBitcoinBitcoin ETFข่าว Bitcoin

2025-08-31อุตสาหกรรม

รายได้ของเครือข่าย Solana ดิ่งลงถึง 93% จากจุดสูงสุดในเดือนมกราคม หลังฟองสบู่ Memecoin แตก- CryptoSiam

Solanaรายได้ของเครือข่าย Solana ดิ่งลงถึง 93% จากจุดสูงสุดในเดือนมกราคม หลังฟองสบู่ Memecoin แตกรายได้รายสัปดาห์ของเครือข่าย Solana ลดลงเหลือเพียง 4 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา จากระดับสูงสุด 55 ล้านดอลลาร์ช่วงกระแส Memecoin พุ่งแรงในเดือนมกราคม  Putawan Pulom  รายได้รายสัปดาห์ของเครือข่าย Solana ลดลงเหลือเพียง 4 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา จากระดับสูงสุด 55 ล้านดอลลาร์ช่วงกระแส Memecoin พุ่งแรงในเดือนมกราคม  รายได้เครือข่ายและมูลค่ารวมที่ถูกล็อก (TVL) บนบล็อกเชน Solana ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา หลังจากความนิยมใน Memecoin ลดลงอย่างต่อเนื่อง  ข้อมูลจาก DefiLlama ระบุว่า รายได้รายสัปดาห์ของ Solana เคยพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 55.3 ล้านดอลลาร์ในช่วงกลางเดือนมกราคม แต่ล่าสุดกลับลดลงกว่า 93% เหลือเพียง 4 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ที่ผ่านมา กลับไปอยู่ในระดับเดียวกับเดือนกันยายนปีที่แล้ว  ไม่เพียงแค่รายได้เครือข่ายที่ร่วงลงเท่านั้น รายได้จากแอปพลิเคชันกระจายศูนย์ (DApp) บน Solana ก็ทรุดหนักเช่นกัน โดยลดลงจาก 238 ล้านดอลลาร์ในเดือนมกราคม เหลือเพียง 32 ล้านดอลลาร์ในสัปดาห์ล่าสุด  ขณะเดียวกัน มูลค่ารวมที่ถูกล็อก (TVL) ในระบบ DeFi บนเครือข่ายของ Solana ก็ลดลงเกือบ 50% จากระดับสูงสุดที่ 12 พันล้านดอลลาร์ในเดือนมกราคม เหลือเพียง 6.4 พันล้านดอลลาร์  รายได้รายสัปดาห์และมูลค่ารวมที่ล็อคไว้ (TVL) บนเครือข่ายของ Solana ( ที่มา : DefiLlama )Pump.fun ครองส่วนแบ่งรายได้หลักของ Solana แต่กระแส Memecoin กลับซบเซา  รายงานจาก VanEck เมื่อวันที่ 5 มีนาคมยังระบุอีกว่า รายได้หลักของเครือข่าย Solana ส่วนใหญ่มาจากการซื้อขาย Memecoin บนแพลตฟอร์ม Pump.fun ซึ่งเคยทำรายได้สูงสุดถึง 15 ล้านดอลลาร์ต่อวัน ในช่วงปลายเดือนมกราคม  อย่างไรก็ตาม รายได้ในปัจจุบันกลับมีมูลค่าลดลงกว่า 95% เหลือเพียง 800,000 ดอลลาร์ในวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมาตามข้อมูลจาก Dune Analytics  ฟองสบู่ของตลาด Memecoin ได้ขึ้นไปแตะจุดสูงสุดเมื่อ Donald Trump เปิดตัวเหรียญมีม TRUMP ของเขาเองเมื่อวันที่ 18 มกราคม ตามมาด้วยภรรยาของเขา Melania Trump ที่เปิดตัวเหรียญ MELANIA ในวันที่ 20 มกราคม  Bobby Ong ผู้ร่วมก่อตั้ง CoinGecko ให้ความเห็นว่า การเปิดตัวเหรียญมีมของ TRUMP และ MELANIA ได้สร้างจุดสูงสุดของตลาด Memecoin เพราะมันดึงสภาพคล่องและความสนใจไปจากเหรียญคริปโตอื่น ๆ แม้ว่าเหรียญทั้งสองจะพุ่งขึ้นทันทีหลังจากการเปิดตัว แต่สุดท้ายก็ถูกเทขายอย่างหนัก TRUMP ลดลง 86% จากจุดสูงสุด ปัจจุบันมีราคาซื้อขายอยู่ที่ 10.50 ดอลลาร์ ขณะที่ MELANIA ก็ปรับตัวลดลงถึง 95% ภายในเจ็ดสัปดาห์ เหลือเพียง 0.71 ดอลลาร์  นอกจากนี้ มูลค่าตลาดรวมของ Memecoin ทั้งหมดก็ลดลงเช่นเดียวกัน จากระดับสูงสุดที่ 1.37 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนธันวาคม ร่วงลง 68% เหลือเพียง 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์ ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap  มูลค่าตลาดรวมของเหรียญมีมทั้งหมด ( ที่มา : CoinMarketCap )ราคาของ SOL ร่วงหนักตาม Memecoin  กระแสที่ซบเซาของตลาด Memecoin ส่งผลให้ราคาของ SOL ปรับตัวลดลงอย่างมาก โดยร่วงลงถึง 58% จากจุดสูงสุดตลอดกาลที่ระดับ 293 ดอลลาร์ในเดือนมกราคม และลดลงอีก 3.7% ใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยล่าสุดมีราคาซื้อขายที่ 123.46 ดอลลาร์ ขณะที่ตลาดยังคงจับตาดูว่า Solana จะสามารถฟื้นตัวจากภาวะซบเซานี้ได้หรือไม่ ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงในตลาดคริปโต  อ้างอิง : Cointelegraph  ติดตาม CryptoSiam  เพื่อให้ไม่พลาด ทุกข่าวสาร

2025-08-22Defi

ค่าธรรมเนียมบนเครือข่าย Ethereum ร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี สะท้อนการใช้งานที่ซบเซา- CryptoSiam

ข่าวคริปโตเคอเรนซี่ค่าธรรมเนียมบนเครือข่าย Ethereum ร่วงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี สะท้อนการใช้งานที่ซบเซาค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมบนเครือข่าย Ethereum ลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี หลังจากปริมาณผู้ใช้งานและการใช้สมาร์ตคอนแทรกต์ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ตามข้อมูลจากแพลตฟอร์มวิเคราะห์บล็อกเชน Santiment  Putawan Pulom  ค่าธรรมเนียมในการทำธุรกรรมบนเครือข่าย Ethereum ลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี หลังจากปริมาณผู้ใช้งานและการใช้สมาร์ตคอนแทรกต์ลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ตามข้อมูลจากแพลตฟอร์มวิเคราะห์บล็อกเชน Santiment  ( ที่มา : Santiment )  แม้ค่าธรรมเนียมที่ต่ำลงอาจยังไม่ใช่สัญญาณของการฟื้นตัวของราคา Quinlivan มองว่า เทรดเดอร์ส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในโหมดรอดูท่าทีของสถานการณ์เศรษฐกิจโลก ก่อนจะตัดสินใจถือครอง Ether และเหรียญอื่นๆ เพิ่มเติม  สภาวะตลาดซบเซาในสินทรัพย์ทั้งแบบดั้งเดิมและดิจิทัลเริ่มต้นขึ้นหลังจากประธานาธิบดี Donald Trump ประกาศใช้มาตรการเรียกเก็บภาษีนำเข้าครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 2 เมษายน แม้จะมีการยกเว้นภาษีเป็นเวลา 90 วันสำหรับประเทศส่วนใหญ่ แต่สินทรัพย์หลายประเภทรวมไปถึง Ethereum ก็ยังไม่สามารถฟื้นตัวกลับไปแตะระดับเดิมก่อนการประกาศได้  ราคา ETH ลดลงมากกว่า 12.5% ในช่วง 14 วันที่ผ่านมา และปัจจุบันมีราคาซื้อขายอยู่ที่ระดับ 1,600 ดอลลาร์ ตามข้อมูลจาก CoinGecko  “เราสังเกตเห็นความอ่อนไหวที่เพิ่มขึ้นในหมู่นักลงทุนต่อข่าวเกี่ยวกับ Ethereum และเศรษฐกิจในภาพรวม ซึ่งเป็นผลมาจากราคาที่เริ่มเคลื่อนไหวใกล้แนวรับระยะยาว” Quinlivan กล่าว พร้อมเสริมว่า “ยิ่งนักลงทุนรายย่อยถอยออกจากสินทรัพย์ที่ยังมีพัฒนาการทางเทคโนโลยี โอกาสที่จะเกิดการกลับตัวแบบไม่ทันตั้งตัวก็ยิ่งมีมากขึ้น”  เตรียมอัปเกรด Pectra เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ  Ethereum กำลังเตรียมพร้อมสำหรับการอัปเกรดครั้งสำคัญที่มีชื่อว่า Pectra ซึ่งมีกำหนดเปิดใช้งานบนเครือข่ายหลักในวันที่ 7 พฤษภาคมนี้ หลังจากเผชิญความล่าช้าจากปัญหาของระบบและการโจมตีจากผู้ไม่หวังดีระหว่างการเปิดใช้งานบนเครือข่ายทดสอบ Holesky และ Sepolia  เฟสแรกของการอัปเกรดจะเพิ่มความจุของ blob บนเลเยอร์ 2 จาก 3 เป็น 6 หน่วย ซึ่งช่วยลดค่าธรรมเนียมและความแออัดบนเครือข่าย อีกทั้งยังเปิดให้สามารถจ่ายค่าธรรมเนียมด้วย Stablecoin อย่าง USDC และ DAI ได้ นอกจากนี้ ยังมีแผนเพิ่มขีดจำกัดการ Staking จาก 32 ETH เป็น 2,048 ETH  เฟสที่สองของ Pectra คาดว่าจะเปิดตัวในช่วงปลายปี 2025 หรือต้นปี 2026 ซึ่งจะมีการนำเสนอโครงสร้างของข้อมูลใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บ และระบบใหม่ที่ช่วยให้โหนดสามารถยืนยันข้อมูลธุรกรรมได้โดยไม่จำเป็นต้องจัดเก็บข้อมูลทั้งหมด  การอัปเกรด Pectra ถือเป็นการสานต่อจากการอัปเกรด Dencun ที่เกิดขึ้นในเดือนมีนาคม 2024 ซึ่งช่วยลดค่าธรรมเนียมอย่างมีนัยสำคัญบนเครือข่ายเลเยอร์ 2 และปรับปรุงโครงสร้างทางเศรษฐศาสตร์ของ Ethereum Rollups  อ้างอิง : Cointelegraph  ติดตาม CryptoSiam  เพื่อให้ไม่พลาด ทุกข่าวสาร วงการคริปโต  ข้อจำกัดความรับผิดชอบ: การลงทุนมีความเสี่ยงสูง ดังนั้น ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดก่อนการลงทุนทุกครั้ง  ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น Cryptosiam ไม่รับประกันความสมบูรณ์ ความถูกต้อง หรือความน่าเชื่อถือของข้อมูลดังกล่าว และไม่มีสิ่งใดในบทความนี้ที่ควรใช้เป็นคำแนะนำหรือชักชวน ให้ซื้อหรือขายคริปโต รวมทั้งการประเมินใดๆ ไม่มีข้อความใดในบทความที่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย วิชาชีพ การลงทุน และ/หรือทางการเงิน และ/หรือคำนึงถึงความต้องการเฉพาะ และ/หรือข้อกำหนดของแต่ละบุคคล  Cryptosiam และบริษัทในเครือ ขอปฏิเสธความรับผิด หรือความรับผิดชอบทั้งหมดเกี่ยวกับเนื้อหาของบทความ และการดำเนินการใดๆ กับข้อมูลในบทความนั้น เป็นความเสี่ยงของผู้อ่าน และถือเป็นความเสี่ยงแต่เพียงผู้เดียว

2025-08-22Defi
1
...
1719
...
1000