สแกนเพื่อดาวน์โหลด
แพลตฟอร์มตรวจสอบ # และยืนยันการกำกับดูแลของตลาดการเงินทั่วโลก

ซีอีโอ Ripple โทษ DOGE ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ

Brad Garlinghouse ซีอีโอ Ripple บริษัทผู้สร้างสกุลเงินดิจิทัลอย่าง XRP ยอมรับว่าเขาไม่ใช่แฟน Meme-Token อย่าง Dodgecoin (DOGE) นอกจากนี้เขายังเชื่อว่า DOGE ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ และยังดีไม่พอสำหรับตลาดสกุลเงินดิจิทัล เนื่องจากสกุลเงินดังกล่าวได้ก่อให้เกิด พลวัตเงินเฟ้อ (Inflationary Dynamics) และ อุปทานที่ไม่จำกัด  DOGE ทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อจริงหรือ?  อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกกำลังผลักดันให้ราคา Bitcoin (BTC) สูงขึ้นไปกว่าระดับเดิมมาก แต่ทว่าซีอีโอ Ripple ก็ได้ออกมาเตือนแฟน ๆ ผู้ถือ DOGE ผ่านการให้สัมภาษณ์กับทางสำนักข่าวต่างประเทศรายหนึ่งที่งานประชุม Fintech Abu Dhabi เมื่อวันอังคารที่ 26 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ระบุว่า  “ที่จริงแล้ว ผมไม่ได้มั่นใจในเหรียญ DOGE เท่าไรนัก ผมมองว่าโทเคนนี้ได้ก่อให้เกิดพลวัติเงินเฟ้อ ซึ่งทำให้ผมไม่อยากจะถือครองเหรียญนี้ไว้บนพอร์ตโฟลิโอ”  Garlinghouse ยังตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมอีกว่า Dogecoin ไม่เคยมีการกำจัดปริมาณเหรียญที่หมุนเวียนอยู่ในตลาด ซึ่งการกระทำเหล่านี้ทำให้ DOGE แตกต่างจากสกุลเงินดิจิทัลประเภทอื่น ๆ เช่น Bitcoin (BTC) ที่จำกัดปริมาณไว้ที่ 21 ล้านเหรียญ  แม้ว่าซีอีโอจะยังคงเคลือบแคลงใจในตัว DOGE อยู่มากก็ตาม แต่เขาก็ยังพยายามมองข้อดีของสกุลเงินดิจิทัลสกุลนี้ในตลาดด้วยเช่นเดียวกัน  DOGE ประสบความสำเร็จอย่างมากในปีนี้  DOGE เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่สร้างขึ้นมาจากมีม Shiba Inu หรือภาพล้อเลียนที่โด่งดังเมื่อปี 2013 และ ได้กลายเป็นหนึ่งในสกุลเงินดิจิทัลที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปี 2021 จากการขึ้นไปเป็น 1 ใน 10 อันดับเหรียญที่มีมูลค่าตามราคาตลาดสูงที่สุดในช่วงต้นปีที่ผ่านมา โดย ณ วันที่ 24 พฤศจิกายน DOGE เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่มีมูลค่าสูงสุดเป็นอันดับที่ 10 มีมูลค่าการซื้อขายอยู่ที่ 0.22 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมากว่า 6,000%  Dogecoin ได้เริ่มจำกัดอุปทานอยู่ที่ 1 แสนล้านเหรียญ ซึ่งต่อมาในปี 2015 DOGE ก็ได้เปลี่ยนแปลงปริมาณอุปทานให้สามารถหมุนเวียนในตลาดได้อย่างไม่จำกัด และหันมาจำกัดรางวัลที่ 10,000 DOGE ต่อบล็อกแทนเพื่อเลี่ยงการเกิดอัตราเงินเฟ้อ  แน่นอนว่าความสำเร็จของ Dogecoin นั้นเกิดขึ้นมาจากการสนับสนุนของซิอีโอแห่ง Tesla (NASDAQ:TSLA) อย่าง Elon Musk ผ่านทางทวิตเตอร์ในปี 2020 โดย Musk ได้โพสต์ข้อความทวิตเตอร์ถึงสกุลเงินดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดเขาได้โพสต์ข้อความพร้อมแท็กชื่อซีอีโอ Changpeng Zhao แห่ง Binance เพื่อสอบถามถึงปัญหาในการทำธุรกรรมด้วย DOGE บน Binance ซึ่งทางแพลตฟอร์มได้ออกมาชี้แจงแล้วว่า ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นในระหว่างขั้นตอนการอัปเกรดที่อาจส่งผลให้รายการการทำธุรกรรมถูกส่งกลับไปยังผู้ใช้งานจำนวน 1,674 รายด้วยกัน  ทางซีอีโอได้ออกมายอมรับว่าเขาไม่ได้ใช้ Binance แล้ว โดยให้เหตุผลว่าขั้นตอนในการลงทะเบียนนั้นมีความยุ่งยากมากเกินไป

2021-11-26การวิเคราะห์เชิงลึก

อินเดียเตรียมออกกม.คุมเงินคริปโตแทนการห้าม

สมาชิกสภานิติบัญญัติของอินเดียอาจเลือกที่จะกำหนดกฎระเบียบที่เข้มงวดกับตลาดเงินคริปโต แทนการสั่งห้ามซื้อขายเงินดิจิทัลโดยสิ้นเชิง  นายเอวินาช เชคฮาร์ ซีอีโอร่วมของเซบเพย์ (Zebpay) หนึ่งในตลาดซื้อขายเงินคริปโตใหญ่ที่สุดของอินเดียเปิดเผยกับรายการ Squawk Box Asia ของสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นบีซีในวันนี้ว่า “ผมเชื่อว่า เราจะมีกฎระเบียบที่เข้มงวดขึ้น”  แถลงการณ์ของรัฐสภาอินเดียฉบับวันที่ 23 พ.ย.แสดงให้เห็นว่า รัฐบาลมีแผนที่จะเสนอร่างกฎหมายใหม่ที่มุ่งควบคุมสกุลเงินดิจิทัล เมื่อรัฐสภาเริ่มต้นสมัยประชุมฤดูหนาวตั้งแต่วันจันทร์ที่จะถึงนี้  อินเดียจะผลักดันร่างกฎหมายเพื่อหาทางห้ามการซื้อขายคริปโตเคอเรนซีของภาคเอกชนเป็นส่วนใหญ่ รวมถึงกำหนดกรอบการทำงานสำหรับการสร้างสกุลเงินดิจิทัลอย่างเป็นทางการที่ออกโดยธนาคารกลางอินเดีย  อย่างไรก็ตาม อินเดียจะยอมให้มีข้อยกเว้นบางประการในการส่งเสริมเทคโนโลยีพื้นฐานและการใช้สกุลเงินดิจิทัล

2021-11-26การวิเคราะห์เชิงลึก

เปิดประวัติ ‘ลุงโฉลก’ กับ ‘ตำนานเชียร์ให้ซื้อบิทคอยน์ตั้งแต่ยังราคา 3,000 บาท’

วันนี้ WikiBit จะพาไปรู้จักตำนานที่ยังมีลมหายใจ ปรมาจารย์แห่งการลงทุนชื่อดังของไทย ‘ลุงโฉลก’ เขาคนนี้เป็นขวัญใจของเทรดเดอร์ทุกยุค โดยเฉพาะยุคบิทคอยน์ในตอนนี้ ที่พีคคือลุงออกมาเชียร์บิทคอยน์ตั้งแต่ปี 2013 ตอนที่ราคาบิทคอยน์อยู่ที่ 3,000 บาทเท่านั้น ทำไมตอนนั้นเรายังไม่รู้จักลุงนะ T-T เอาล่ะไปรู้จักลุงโฉลกกันดีกว่า! #พวกเรารักลุง #โฉลก  โฉลก สัมพันธารักษ์ ได้รับการยอมรับว่าเป็น ‘เซียนหรือเซียน’ เขาคือนักเทรดสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity Futures) รายแรก ๆ ของไทย ผู้สร้างความมั่งคั่งด้วย technical แต่ก่อนนั้นลุงไม่เคยเปิดตัวออกหน้าสื่อ แต่เว็บไซต์โฉลกดอทคอม (Chaloke.com) ที่ก่อตั้งโดยกลุ่มลูกศิษย์ ทำให้ลุงเป็นที่รู้จักจากการบอกต่อกันบนโลกออนไลน์แบบเงียบ ๆ ถึงหลักสูตรการลงทุนที่เข้มข้นและยาวนาน ที่แม้แต่บรรดาโบรกเกอร์บางแห่งต้องส่ง “เจ้าหน้าที่การตลาด” มาฝากตัวเป็น “ศิษย์” แม้เจ้าตัวจะไม่เคยพูดถึงมูลค่าทรัพย์สินส่วนตัวให้ใครฟังมากนัก แต่ที่ได้ยินจากคนใกล้ชิดลุงโฉลกน่าจะรวยระดับ “เศรษฐีพันล้าน”  ย้อนไปเมื่อประมาณ 8 ปีที่แล้ว ช่วงที่บิทคอยน์ยังไม่เป็นที่พูดถึงมากเท่าไหร่ ลุงโฉลกได้แชร์เรื่องราวของบิทคอยน์ให้กับคนรอบตัว มีการพูดกันเล่น ๆ ว่าคนที่ซื้อตามคำแนะนำของลุงตอนนั้นน่าจะกลายเป็นเศรษฐีไปแล้ว  เราพบหลักฐานว่าเมื่อปี 2013 ได้มีคนมาตั้งกระทู้ในเว็บ pantip.com ว่า “ลุงโฉลกออก บอกว่ามีสกุลเงินใหม่ชื่อ ‘bitcoin’ ที่สามารถขนเงินจำนวนมาก ๆ ไม่ต้องผ่านกรมศุล จ้างฆ่าคน ก็จ่ายเงินเป็น bitcoin ที่มีค่าเทียบทองคำ ที่มีค่าในตัวเองที่ไม่ลดค่า ใช้ bitcoin จ่ายค่าสินค้า จะไม่มีใครรู้ที่มาที่ไปของเงิน นอกจากคนส่งกับคนรับ กับตัวกลาง ฟังแล้ว ไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร” ซึ่งคนก็มาคอมเมนท์ดูถูกดูแคลนบิทคอยน์กันเยอะเลยตอนนั้นน่ะ  ตัดภาพมาที่ปี 2018 (ปีนั้นราคาของ Bitcoin ร่วงแตะจุดต่ำสุดของปีที่ 3,122 ดอลลาร์ หรือ 1 แสนบาทเท่านั้น) เราพบบทสัมภาษณ์ของลุงอีกครั้ง ตอนนั้น “วอเรนท์ บัฟเฟต์” นักลงชื่อดังระดับโลก ออกมาบอกว่า “บิทคอยน์” คือยาเบื่อหนู แล้วลุงก็ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ว่า “บัฟเฟต์ เป็นนักลงทุนที่ยึดติดกับความสำเร็จจากการเงินระบบเดิม จึงไม่ได้เปิดรับเรื่องนี้ และที่สำคัญบัฟเฟต์ถือหุ้นใหญ่ใน บริษัทการเงินชื่อดัง อย่าง โกลด์แมนแซคค์ ซึ่งการเข้ามาของบิทคอยน์อาจจะคุมคามความสามารถในการทำกำไรของบริษัทการเงินแห่งนี้ได้ ดังนั้นบัฟเฟต์จึงอยู่ตรงข้าม บิทคอยน์ ซึ่งเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว”  “ลุงโฉลก บอกว่า ในความคิดเห็นส่วนตัวยังมองว่า บิทคอยน์ เป็นสกุลการเงินโลกดิจิทัล ที่เป็นของจริงและจะมีการใช้กันอย่างแพร่หลายในอนาคต ด้วยลักษณะสำคัญนั้นคือความโปร่งใส และการที่ไม่มีตัวกลางที่จะเข้ามาแทรกแซงได้ โดยมองว่าในอนาคตระยะไกล บิทคอยน์ก็จะมีมูลค่าถึง 1 ล้านเหรียญสหรัฐ”  อ่านแล้วขนลุกเลย! ใครจะไปคิดว่าสิ่งที่ลุงทำนายมันจะเป็นไปตามนั้นเด้ะ ๆ วันที่บิทคอยน์หลักพัน ใครจะไปคิดว่ามันจะขึ้นมาหลักล้านได้จริง ๆ จากหลักฐานคำพูดของลุงเนี่ยบอกได้ว่าลุงโฉลกเก๋าไม่เบาเลย! #อยากรู้จักลุงตั้งแต่ตอนนั้น #รู้อะไรไม่เท่ารู้งี้  ทุกวันนี้ชื่อของลุงโฉลกยังคงปรากฏในสื่อต่าง ๆ และลุงเองก็ได้ออกมาวิเคราะห์เหรียญคริปโตอยู่เสมอ ยังไงก็ไปตามดูกันได้นะ! ส่วนทาง WikiBit เองก็จะตามรายงานข่าว และสรุปการวิเคราะห์ของลุงมาให้แฟน ๆ ได้อ่านกันบ่อย ๆ  คุณสามารถติดตามข่าวสารที่สดใหม่ รวดเร็ว ถึงใจ พร้อมบทความเกร็ดความรู้ในโลกคริปโตแบบนี้ ได้ที่ “WikiBit” แอปนำเสนอข่าวสารวงการคริปโต พร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพียงแค่กดค้นหา ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบจัดเต็ม ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!  (ขอบคุณข้อมูลจาก: krityanapat.blogspot.com, thunhoon.com และ pantip.com)

2021-11-25การวิเคราะห์เชิงลึก

Adidas ประกาศเป็นพาร์ทเนอร์ Crypto รายแรกกับ Coinbase และ Sandbox

Adidas ได้ประกาศก้าวเข้าสู่โลก crypto อย่างเต็มตัว หลังจากได้ประกาศความร่วมมือกับเว็บเทรดคริปโตเบอร์หนึ่งของสหรัฐฯ ‘Coinbase’ และโปรเจกต์ metaverse ชื่อดัง อย่าง ‘The Sandbox’ ในสัปดาห์นี้ ด้วยข้อตกลงดังกล่าว Adidas จะกลายมาเป็นแบรนด์กีฬาแบรนด์แรกที่โลดแล่นอยู่ในวงการคริปโตและบล็อกเชน จากประกาศเป็นพาร์ทเนอร์กับ Coinbase (NAในทวีตล่าสุดของ Adidas Originals สิ่งนี้ทำให้ชุมชนคริปโตเริ่มรับรู้ได้ถึงอนาคตที่กำลังจะเกิดขึ้นตามมา แต่ปัจจุบันยังมีรายละเอียดที่เกี่ยวข้องเพียงเล็กน้อยเท่านั้น  อย่างไรก็ดีจากการเคลื่อนไหวล่าสุดนี้ ดูเหมือนว่า Coinbase จะเริ่มมุ่งเน้นไปเรื่องที่ NFTs มากขึ้นแล้ว และเราสามารถคาดเดาได้ว่าการเป็นหุ้นส่วนกับ Adidas ครั้งนี้มีความเป็นไปได้สูงที่บริษัทอาจจะมุ่งเน้นไปที่การสร้างหรือออกแบบทรัพย์สินทางปัญญา (ลิขสิทธิ์) ในโลกของ NFTs ซึ่งเป็นหัวข้อที่กำลังเป็นที่ฮือฮาในชุมชน Crypto และเรารู้ดีว่าทุกคนต่างยินดีที่จะจ่ายเงินให้กับแบรนด์ดังอย่าง Adidas ในชีวิตจริง ดังนั้นอย่าแปลกใจเลย หากสิ่งเดียวกันนี้จะเกิดขึ้นในโลกของ metaverse เช่นกัน Metaverse กำลังเฟื่องฟู การประกาศร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับ Coinbase มีขึ้นไม่นาน หลังจาก Adadas ได้ตอบกลับทวีตของโปรเจกต์ Sandbox ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา  ซึ่งทางโปรเจกต์ได้มีการถามถึงนวัตกรรมของ Adidas ว่าจะเข้ามามีส่วนร่วมในพื้นที่ของพวกเขาในการสร้างสรรค์นวัตกรรม Metaverse ที่จะกำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตหรือไม่ ในขณะเดียวกันทาง Meta หรือชื่อเดิม Facebook ก็ได้ร่วมแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน แม้การเคลื่อนไหวของ Adidas จะดูเป็นเรื่องที่แปลกใหม่สำหรับใครหลาย ๆ คน แต่หากพิจารณาดูให้ดีแล้วจะเห็นได้ว่า พวกเขายังช้าและตามหลังแบรนด์ชื่อดังอย่าง Nike เนื่องจากในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา Nike เพิ่งได้ไปร่วมงานกับ Roblox เพื่อสร้างแบรนด์เสมือนจริง นามว่า ‘NIKELAND’ และเป็นที่สังเกตว่า Nike มีประวัติโชกโชนเกี่ยวกับเรื่องของสิทธิบัตร โดยล่าสุดพวกเขาได้ยื่นคำขอกับสำนักงานสิทธิบัตรและเครื่องหมายการค้าของสหรัฐฯ เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ในโลกของ NFTs และ metaverse

2021-11-25การวิเคราะห์เชิงลึก

Mr.Goxx หนูแฮมสเตอร์ซื้อขาย Crypto ที่เอาชนะ Warren Buffett เสียชีวิตแล้ว

Mr.Goxx หนูแฮมสเตอร์ซื้อขาย crypto ที่มีผลงานดีกว่า Warren Buffett, S&P 500 และแม้แต่ ARK Innovation ของ Cathie Wood ได้เสียชีวิตลงอย่างน่าเศร้า Max หรือที่รู้จักกันในนาม Mr.Goxx ได้ถ่ายทอดสดการซื้อขาย crypto ของเขาบน Twitch ให้กับผู้ติดตามกว่า 15,000 คน โดยผลงานของเขาคือการสามารถสร้างกำไรได้อย่างน่าประทับใจกว่า 498 ดอลลาร์ในช่วงกลางเดือนกันยายน  ในขณะนั้น Mr.Goxx ยังทำกำไรแซงหน้าหน้าดัชนีสำคัญ ๆ เช่น S&P 500 และ NASDAQ โดยการซื้อขายทั้งหมดทำผ่านการตั้งค่าง่าย ๆ โดยใช้ล้อและท่อของหนูแฮมสเตอร์ สำนักงานการค้าของเขาเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์ที่ส่งคำสั่งซื้อและขายตามการกระทำของหนูแฮมเตอร์ โดยใช้วงล้อในการเลือกหนึ่งใน 30 เหรียญที่จะใช้เพื่อซื้อขาย ทั้งนี้คอมพิวเตอร์จะซื้อ 20 ยูโร (22.39 ดอลลาร์) หรือเลิกกิจการทั้งหมด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับท่อที่คุณ Goxx เดินผ่าน บทความ Protos เกี่ยวกับ Max กลายเป็นหัวข้อข่าวไปทั่วโลก โดยปรากฏในสื่อต่างๆ เช่น BBC, Business Insider, NPR และอื่นๆ อีกมากมาย  หลับให้สบายคุณ Goxx ตามโพสต์ Twitter โดยเจ้าของแฮมสเตอร์ คุณ Goxx ไม่แสดงอาการป่วยเมื่อวันก่อนแต่เขาจากไปอย่างสงบในการนอนหลับของเขา ในครั้งสุดท้าย Mr.Goxx ปิดการซื้อขายในวันจันทร์ด้วยกำไร 98.20 ยูโร (110.02 ดอลลาร์) เพิ่มขึ้น 19.72% โดยรวม และนี่คือสามนาทีสุดท้ายของสตรีม Twitch สุดท้ายของ Mr.Goxx อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่า Mr.Goxx ใช้เวลาช่วงการซื้อขายครั้งสุดท้ายในอพาร์ตเมนต์ของเขาและทำกำไรให้กับเจ้านายของเขาเป็นครั้งสุดท้ายอย่างเต็มที่

2021-11-25การวิเคราะห์เชิงลึก

คุยกับเจ้าของ ‘Binance’ คริปโตจะครองโลกการเงินได้หรือไม่?

คุยกับเจ้าของ ‘Binance’ คริปโตจะครองโลกการเงินได้หรือไม่? วันนี้ #WikiBit จะพาไปดูบทสัมภาษณ์ของ ‘Zhao Changpeng’ เจ้าของเว็บเทรดคริปโตชั้นนำของโลกอย่าง ‘Binance’ ซึ่งได้ออกมาพูดถึงอนาคตวงการคริปโตไว้หลายแง่มุมในงาน ‘Bloomberg New Economy Forum’ ที่ผ่านมา ซึ่งบอกเลยว่าเป็นบทสัมภาษณ์ที่สายคริปโตพลาดไม่ได้!   Q - อะไรคือที่สิ่งทุกคนควรจะเข้าใจเกี่ยวกับคริปโต  A - คริปโตคือเทคโนโลยี มันคืออนาคต มันไม่ใช่สินค้าอุปโภค ไม่ใช่สกุลเงิน มันไม่สามารถมาบอกได้ว่าเป็นสินค้าอะไร เพราะมันคือเทคโนโลยี คริปโตคืออนาคตที่จะมาเสริมเพิ่มกำลังให้กับการเงิน การตลาด และหลาย ๆ อย่าง   Q - คริปโตจะมาแทนเงิน Fiat ได้ไหม  A - คริปโตตอนนี้เล็กมาก อาจจะน้อยกว่า 1% ของตลาดการเงินโลกเก่า น่าจะใช้เวลาสักพัก แต่ในระยะยาว บางอย่างในโลกการเงินเก่าจะโดนแทนที่ แต่ตอนนี้ E-commerce โดนแทนที่ไปเยอะแล้ว สิ่งนึงที่ไม่โตอย่างที่คิดไว้คือการชำระเงินด้วยคริปโต ซึ่งจริง ๆ เป็นสิ่งแรกเลยที่เราคาดหวังกัน อันนี้คิดว่าคงต้องใช้เวลาอีกหลายสิบปีแหละ   Q - คุณกล่าวไว้ว่าเรื่องกฎหมายคริปโตมันหลีกเลี่ยงไม่ได้ อันนี้เพราะอยากให้มีกฎหมายควบคุม หรือเพราะเราทำอะไรไม่ได้กันแน่  A - ผมไม่เชื่อว่ามนุษย์จะอยู่รอดในโลกที่ไร้กฎ เราควรมีกฎหมายที่ทำให้เราอยู่ร่วมกันได้ การเติบโตของคริปโตตอนนี้ประมาณ 5% เอง แต่คนที่เหลือในโลกคือคนส่วนมากเค้าไม่ได้คุ้นเลย และไม่รู้สึกปลอดภัยกับคริปโต กฎหมายจะช่วยให้คนกล้าใช้มากขึ้น   Q - วันนี้ผมดู Volume ของ Binance อยู่ที่ $40B อันนี้ปกติไหม  A – จริง ๆ วันนี้น้อยครับ แต่ไม่กี่วันมานี้เราได้ $170B ซึ่งสี่ปีที่แล้วได้ $300M ก็ดีแล้ว [ไปเช็ค Volume การซื้อขายเรียลไทม์ได้ที่ WikiBit ก็ได้นะ]   Q - ถ้าใช้หลักการ market cap หรือกฎของ Coinbase มาเทียบกับ CZ คุณน่าจะเป็นคนที่รวยที่สุดในโลกตอนนี้  A - ผมไม่แน่ใจครับ ผมบอกกับ Forbes ไปไม่กี่วันนี้ว่าผมจะบริจาค 99% สินทรัพย์ของผมให้กับโลกก่อนตาย คนเราชอบให้ความสนใจกับเงินมากไป จนลืมสิ่งที่เราต้องการพัฒนาจริง ๆ   Q - คุณว่าเหรียญที่สร้างมาแบบจากอากาศมันสร้างมูลค่าได้อย่างไร  A - เรื่องมูลค่านี่พูดยากมาก แต่ถ้าเราดูสภาพคล่องจะง่ายกว่า ตอนซื้อน่ะซื้อได้ แต่ตอนขาย ๆ ได้ไหม อาจจะไม่มีสภาพคล่อง เพราะบางเหรียญใช้การตลาดเยอะมากเพื่อปั้มราคาแต่ไม่ได้ดูเรื่องสภาพคล่องในตลาด แต่สุดท้ายตลาดจะค่อย ๆ ปรับตัวตาม [ดังนั้นก่อนจะซื้อให้เช็คข้อมูลเหรียญให้ดีก่อนบน WikiBit เท่านั้น]   Q - คุณคิดว่าจีนจะยกเลิกการแบนคริปโตหรือไม่  A - ไม่ แต่ต้องเข้าใจจีนไม่ได้แบนคริปโต แต่แบนตลาดแลกเปลี่ยน และ ICO เพราะจริง ๆ แล้วจีนทำ CBDC เองนะ และถือคริปโตไม่ผิดกฎหมาย จีนดัน CBDC ของตัวเองหนักมาก   Q - Hillary Clinton บอกว่าคริปโตเป็นอันตรายต่อ USA และ USD  A - ทุกคนมีสิทธิ์จะมองสิ่งที่อยากได้ แต่สิ่งที่เราจะต้องป้องกันตัวเองได้ คือการยอมรับและปรับตัวกับสิ่งที่เกิดขึ้น เช่น Kodak ที่ไม่ยอมเปลี่ยนเป็น Digital ถ้า USA ไม่ยอมรับคริปโตอาจจะส่งผลให้บริษัทใหญ่ ๆ อย่าง Facebook, Twitter ย้ายออก เทคโนโลยีจะพัฒนาทั่วโลก ไม่อยากให้มองคริปโตเป็นภัย แต่เป็นการพัฒนาเติบโต  CZ เป็นอีกหนึ่งผู้ทรงอิทธิพลในโลกคริปโต ความคิดเห็นของเขายังไงก็ต้องส่งผลไปยังวงกว้างแน่ ๆ แต่ตลาดคริปโตจะเป็นไปในทิศทางที่เขาคาดรึเปล่า อันนี้เราก็ต้องเกาะติดกันไป! และคุณสามารถติดตามข่าวสารที่สดใหม่ รวดเร็ว ถึงใจ พร้อมบทความเกร็ดความรู้ในโลกคริปโตแบบนี้ ได้ที่ “WikiBit” แอปนำเสนอข่าวสารวงการคริปโต พร้อมให้บริการตรวจสอบ Exchange ทั่วโลก รวบรวมข้อมูล Shitcoin และโครงการเถื่อน เพียงแค่กดค้นหา ข้อมูลที่คุณควรรู้ก็จะขึ้นมาแบบจัดเต็ม ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!  (ของคุณข้อมูลจาก: คุณกะปอมเปลี่ยนสี นารีเปลี่ยนปัย และ bloomberg.com)

2021-11-24การวิเคราะห์เชิงลึก

ซีอีโอจาก Skybridge Capital เชื่อ บิทคอยน์มีโอกาสพุ่งถึง $5 แสน

Anthony Scaramuci ซีอีโอและผู้ก่อตั้งบริษัท Skybridge Capital กล่าวว่า การที่จะเห็นราคาบิทคอยน์พุ่งสูงขึ้นถึง $500,000 นั้น ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร  ซีอีโอจาก Skybridge Capital มองบิทคอยน์  เขากล่าวว่า นักลงทุนควรที่จะซื้อเหรียญบิทคอยน์เสียตั้งแต่ตอนนี้ แม้ว่าราคาปัจจุบันหลายคนจะมองว่า มีมูลค่าสูงเกินไปก็ตาม เขาย้ำว่า ผมได้อธิบายเป็นอย่างดีแล้วว่า ทำไมผู้คนถึงควรมีเหรียญบิทคอยน์เสียตั้งแต่ตอนนี้ เพราะตอนนี้เขาเชื่อว่า มันเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น  เช่นกันเขาได้แสดงความเห็นเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจในประเทศอเมริกา, ภาวะเงินเฟ้อและบิทคอยน์เอาไว้ผ่านทางสำนักข่าว CNBC เมื่อเขาได้ถูกถามว่า ควรที่จะแนะนำให้ผู้คนซื้อเหรียญบิทคอยน์ในราคาปัจจุบันตอนนี้หรือไม่ เขาเพียงแค่ตอบสั้น ๆ ว่า ไม่มีความเห็น  ทว่าในทางกลับกันเขากล่าวว่า บริเวณราคาดังกล่าวยังคงเป็นจุดเริ่มต้น เขาคาดว่าเป็นเรื่องง่ายที่ราคาบิทคอยน์จะแตะไปที่ $500,000 ได้ เขากล่าวอีกว่า ตอนนี้ไม่มีเหรียญบิทคอยน์เพียงพอสำหรับคนที่ต้องการอยากเป็นเศรษฐีได้ทุก ๆ คน  แนะควรถือบิทคอยน์ในช่วงเงินเฟ้อสูงขึ้น  เขาได้กล่าวเพิ่มเติมว่า สถานการณ์ภาวะเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องนี้ เขาอยากให้ผู้คนมีเหรียญบิทคอยน์เอาไว้ซักเหรียญก็ยังดี เพราะเหรียญพวกนี้เติบโตได้จากพัฒนาการทางด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่ และอีกอย่างที่สำคัญก็คือ เป็นการลงทุนที่ตอบโต้ภาวะเงินเฟ้อที่เป็นอยู่ ดังนั้นผู้คนจึงไม่ต้องไปกลัวกับการลงทุนในบิทคอยน์เวลานี้  ในช่วงเดือนกันยายน ทางด้าน Cathie Wood ซีอีโอของ Ark Invest ได้เคยออกมาทำนายว่า ราคาบิทคอยน์มีความเป็นไปได้ที่จะพุ่งสูงถึง $500,000 โดยเธอเคยกล่าวว่า หากทางบริษัทต่าง ๆ มีการลงทุนในบิทคอยน์ หรือทางนักลงทุนสถาบันเริ่มมีการซื้อบิทคอยน์ตุนเอาไว้ซัก 5 % ด้วยแล้ว ก็มีความเป็นไปได้ว่า ราคาบิทคอยน์จะพุ่งสูงขึ้นถึงบริเวณดังกล่าวได้จริง หรืออาจจะมากกว่านั้นก็เป็นได้  WikiBit คือแอปพลิเคชั่นตรวจสอบข้อมูลวงการ Exchange เหรียญ เว็บฟาร์ม Defi ต่าง ๆ รวมถึงแจ้งข้อมูลข่าวสารแชร์ลูกโซ่วงการคริปโต ดาวน์โหลดเลย ฟรี!!

2021-11-24การวิเคราะห์เชิงลึก

Cardano เพิ่มขนาดบล็อกขึ้น 12.5% สิ่งนี้หมายความว่าอย่างไร

Cardano ได้มีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญบนบล็อคเชน นับตั้งแต่เปิดตัวความสามารถในการใช้งานสัญญา Smart contract สิ่งนี้นำมาซึ่งการใช้งานที่เพิ่มขึ้นและจำเป็นต้องมีการปรับเพิ่มขนาดให้มากขึ้นเพื่อรองรับการเติบโตแอพลิเคชั่นที่กำลังจะตามมา การเพิ่มขนาดบล็อกใน Cardano Cardano ประกาศในบล็อกโพสต์ล่าสุดว่า พวกเขากำลังเพิ่มขนาดบล็อกขึ้นอีก 12.5% เพื่อให้มีที่ว่างเพียงพอสำหรับการรับส่งข้อมูลที่เพิ่มมากขึ้นบนเครือข่าย การเพิ่มขนาดพื้นที่ 8KB จะทำขนาดบล็อกทั้งหมดเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 72KB และจะอนุญาตให้มีการติดตั้งธุรกรรมเพิ่มเติมภายในบล็อกเดียวกันได้  ดำเนินการนี้จะช่วยให้การประมวลผลธุรกรรมต่อวินาทีทำได้มากขึ้น ปริมาณข้อมูลที่มากขึ้น ในทางกลับกันก็ให้ความจุที่มากขึ้นสำหรับผู้ใช้งาน เป็นที่สังเกตว่าเมื่อปีที่แล้ว Cardano มีการทำธุรกรรมเฉลี่ยอยู่ที่เพียง 10,000 ธุรกรรมต่อวัน หนึ่งปีให้หลัง ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 200,000 ธุรกรรมต่อวันนี้และ ขนาดบล็อกที่ปรับเพิ่มขึ้น 12.5% นี้ อาจดูเหมือนอาจจะไม่มากตาม แต่มันมีความสำคัญเพื่อรองรับการใช้งานที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต การเพิ่มหน่วยความจำให้กับ Plutus Script การเพิ่มขนาดบล็อกไม่ใช่เป้าหมายเดียวของ Cardano เนื่องจากทีมยังต้องการเพิ่มหน่วยหน่วยความจำให้กับ Plutus Script ตามธุรกรรมอีกด้วย ในขยายขนาดเพิ่มขึ้นอีก 12.5% หน่วยหน่วยความจำ Plutus Script ต่อธุรกรรมนั้นจะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 11.25 ล้านหน่วย จากบล็อกโพสต์ John Woods ผู้อำนวยการฝ่ายสถาปัตยกรรมของ Cardano กล่าวอธิบายว่า การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้น  เนื่องจากมีความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นของนักพัฒนา ซึ่งมันจะช่วยนักพัฒนาสามารถเดินตามเส้นทางของพวกเขาได้อย่างราบรื่น ในขณะที่พวกเขาทดสอบและปรับใช้ DApps บนเครือข่ายของ Cardano “การเพิ่มขีดจำกัดให้กับหน่วยความจำ Plutus Script นั้นหมายความว่าพวกเขาสามารถพัฒนา Plutus Script ที่มีความซับซ้อนได้มากยิ่งขึ้น หรือสคริปต์ที่มีอยู่จะสามารถประมวลผลรายการข้อมูลได้มากขึ้น, เพิ่มการทำงานพร้อมกัน หรือขยายขีดความสามารถในด้านต่าง ๆ ” อย่างไรก็ตามการเพิ่มขนาดบล็อกและหน่วยความจำ Plutus Script จะดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป Cardano ได้นำกลไกที่ ‘ช้าและมั่นคง’ มาใช้พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงนี้ แม้ว่าการดำเนินการนี้อาจดูล่าช้าเกินไปสำหรับบางคน แต่การขยายขนาดเพิ่มขึ้น 12.5% แสดงให้เห็นแล้วว่านักพัฒนาไม่รีบเร่งที่จะทำการเปลี่ยนแปลง เพราะมันอาจก่อให้เกิดผลเสียต่อเครือข่าย

2021-11-24การวิเคราะห์เชิงลึก

ตลาดคริปโตมี ‘เจ้ามือคริปโต’ หรือไม่ แล้วใครเป็นเจ้ามือ!?

แม้ว่าจริง ๆ แล้ว ‘สินทรัพย์ดิจิทัล’ จะสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยการกระจายอำนาจทางการเงินสำหรับเทรดเดอร์ทุกคน แต่ยังง๊าย ยังไงแล้วในตลาดนี้ก็มีกลุ่มคนที่มีอำนาจและอิทธิพลมากกว่าคนอื่น ๆ ที่เราเรียกกันว่าเจ้ามือหรือ ‘วาฬ’ นั่นแหละ  วาฬ Bitcoin คือบุคคลหรือบริษัทที่ถือ bitcoin มากพอที่จะโน้มน้าวหรือแม้กระทั่งควบคุมมูลค่าของสกุลเงิน ยิ่งราคาเคลื่อนไหวมากเท่าไร วาฬก็จะยิ่งโต ตามข้อมูลจาก BitInfoCharts ระบุว่า BTC wallet ที่ใหญ่ที่สุด 10 แห่งควบคุม 6% ของ Bitcoin ที่หมุนเวียนอยู่ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 5.2 หมื่นล้านดอลลาร์  แล้วใครคือวาฬเหล่านี้บ้าง?   1. Exchange  Exchange Cryptocurrency เติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้พวกเขากลายเป็นเจ้าของ Bitcoin แบบรวมศูนย์ที่ใหญ่ที่สุด Exchange การวิเคราะห์ในปี 2019 โดย TokenAnalyst พบว่ามีการหมุนเวียน Bitcoin ประมาณ 6.7% อยู่ในกระเป๋าเงินของ Exchange ตามหลักฐาน โดยมีข้อมูลง่า กระเป๋าเงิน Bitcoin ที่ใหญ่ที่สุดสองในสามเป็นของ Binance และ Bitfinex   2. สถาบัน  หมวดหมู่นี้สามารถแบ่งออกได้หลายกลุ่ม เช่น บริษัทและกองทุนที่เป็นตัวแทนของนักลงทุนที่ได้รับการรับรอง หนึ่งในผู้ถือ Bitcoin รายใหญ่ที่สุดคือ Grayscale ผู้จัดการสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ Digital Currency Group ดูแลมูลค่า Bitcoin มูลค่า 2.8 หมื่นล้านดอลลาร์หรือประมาณ 3% ของมูลค่าตลาดปัจจุบัน ด้วย 654,885 Bitcoin ในมือ ทำให้ Grayscale Bitcoin Trust เป็นกองทุน Bitcoin ที่ใหญ่ที่สุดในโลก   3. นักลงทุน (รายบุคคล)  นักลงทุนรายใหญ่หลายคนซื้อ Bitcoin ตอนที่ราคาต่ำกว่าวันนี้มาก เชื่อว่าผู้ก่อตั้ง Exchange คริปโต Gemini, Cameron และ Tyler Winklevoss ได้ลงทุน 11 ล้านดอลลาร์ใน Bitcoin ในปี 2013 ตอนที่ราคายัง 141 ดอลลาร์ต่อเหรียญ นั่นจะทำให้สินทรัพย์ของพวกเขามีประมาณ 78,000 BTC กลายเป็นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ในวันนี้  Tim Draper นักลงทุนร่วมทุนชาวอเมริกัน ซื้อ 29,656 BTC ในราคา 632 ดอลลาร์ต่อเหรียญ ในการประมูล US Marshals Service ทำให้ขุมทรัพย์ของเขามีมูลค่าประมาณ 1.6 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่ CEO ของ Digital Currency Group Barry Silbert เข้าร่วมการประมูลครั้งเดียวกัน และได้รับ 48,000 BTC   4. Satoshi Nakamoto  Satoshi Nakamoto นามแฝงของผู้ให้กำเนิด Bitcoin ถูกจัดมาเป็นหนึ่งประเภทเลย เพราะนักวิจัยสกุลเงินดิจิทัลชั้นนำ Sergio Demian Lerner คาดการณ์ว่า Nakamoto อาจขุดได้กว่า 1 ล้าน BTC ระหว่างเดือนมกราคมถึงกรกฎาคม 2009 แม้ว่าจะไม่มีกระเป๋าเงินเดียวที่มี 1 ล้าน BTC แต่จากการวิจัยของ Lerner เราจะเห็นได้ว่าบิทคอยน์ 1.8 ล้านแรกหรือ 63% ไม่เคยถูกใช้ ถ้านากาโมโตถือเหรียญเหล่านี้จริง ๆ เขาจะมีมูลค่ามากกว่า 5 หมื่นล้านดอลลาร์  คำสั่งซื้อหรือขายจำนวนมากของเจ้ามือเหล่านี้ อาจทำให้เกิดผลกระทบใหญ่ต่อตลาดได้ ทำให้พวกเขามักหลีกเลี่ยงเมื่อทำการซื้อจำนวนมาก เพราะเกรงว่าจะทำให้ราคาสูงขึ้นในขณะที่ยังซื้ออยู่  Michael Saylor ซีอีโอของ MicroStrategy กล่าวว่าบริษัทใช้ “กลยุทธ์การซื้อแบบมาโคร” โดยซื้อ Bitcoin เกือบ 20,000 Bitcoin ในการซื้อขายขนาดเล็กกว่าพันรายการ จากข้อมูลของ Saylor ในการซื้อครั้งเดียว บริษัท “ซื้อขายอย่างต่อเนื่อง 74 ชั่วโมง ดำเนินการซื้อขาย 88,617

2021-11-23การวิเคราะห์เชิงลึก

เจ้ามือเทขาย Shiba Inu ทิ้ง แล้วเปลี่ยนไปถือ USDT แทน

การเคลื่อนไหวของตลาดคริปโตนั้นดูเหมือนว่าจะมีความเกี่ยวข้องกันกับนักลงทุนทุกประเภท รวมถึงนักลงทุนระดับเจ้ามือด้วย และนักเทรดที่กำลังขาดทุนและสูญเสียเงินของพวกเขาเมื่อราคาตลาดร่วงลงกว่า 5-10% และเมื่อสิ่งนี้เกิดขึ้น นักลงทุนเหล่านั้นก็จะเทขายออกเป็น Tether ข้อมูลจากเว็บไซต์ WhaleStat ตอนนี้เผยว่าอัตราการถือเหรียญ Shiba Inu มีจำนวนถึง 18% ของกระเป๋าเหรียญ Erc-20 ทั้งหมดใน 1,000 กระเป๋าแล้ว  แต่ทว่าก่อนหน้านี้มันเคยมากกว่า 22% ซึ่งลดลงมาประมาณ 4% เจ้ามือได้เปลี่ยนแปลงทิศทางการถือเหรียญของพวกเขาและตอนนี้ได้มุ่งเน้นไปที่การซื้อขาย altcoins ต่างๆ เช่น Chainlink หรือ BitPanda แต่ในขณะเดียวกัน เม็ดเงินกว่า 7% ของวาฬก็ถูกเทขายไปเป็นเงิน “fiat” เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการปรับฐานอย่างต่อเนื่องที่เกิดขึ้นในตลาดสกุลเงินดิจิทัล โทเค็นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในหมู่วาฬในปัจจุบันคือ meme-currency ของ Elon ซึ่งได้รับกำลังซื้อสูงสุดในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ส่วนตำแหน่งที่ใหญ่ที่สุดในมูลค่า USD ยังคงเป็นโทเค็น Shiba Inu ที่ราคานั้นร่วงลงมาแล้วถึง 50% จาก ATH  ส่วนคู่แข่งของเหรียญ SHIB ที่พอฟัดพอเหวี่ยงในตอนนี้ก็คือ CRO โดยมีอัตราการถือท่ามกลางเจ้ามืออยู่ที่ 6.5% จากในบรรดาวาฬ Ethereum ที่ใหญ่ที่สุด แต่ในขณะเดียวกัน โทเค็นที่ถูกซื้อมากที่สุดรองจาก USDT และ Ethereum ในกลุ่มวาฬคือโทเค็น GALA โดยมีมูลค่าการซื้อเฉลี่ย 47,000 ดอลลาร์ ณ เวลานี้ Shiba Inu มีการซื้อขายที่ $0.00004497 โดยเพิ่มขึ้น 2% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ก่อนหน้านี้ โทเค็น doge สูญเสียมูลค่าไป 7.7% ในช่วงสองวันหลังจากที่พุ่งขึ้นถึง 22% เมื่อวันที่ 19 พ.ย.

2021-11-23การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
8183
...
142