แทบช็อค! ถ้า Binance มาไทย จะเกิดสิ่งนี้แน่นอน…

การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของวงการคริปโตไทย มาถึงแล้ว! เพราะ Exchange คริปโต อันดับ 1 ของโลกอย่าง #Binance กำลังมาบุกไทยหลังมีข่าวกับ GULF ! และถ้าเปิดบริการอย่างเป็นทางการเมื่อไหร่ บอกเลยยุ่งแน่ เพราะถ้า #Binance มาไทย จะเกิดสิ่งเหล่านี้แน่นอน!  สมาชิกกลุ่ม ‘Bitcoin Thai Community’ ท่านหนึ่ง ได้ออกมาแชร์ประสบการณ์ในฐานะที่เคยสมัครเว็บเทรด Binance Singapore (ที่กำลังจะปิดตัวในวันที่ 13 กุมภาพันธ์นี้) เกี่ยวกับประเด็นที่ Binance จะจับมือกับ GULF ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือธุรกิจอันดับต้น ๆ ของไทย เพื่อเปิด ‘Binance Thai’  และคาดว่าต่อไป ไทยก็คงจะเกิดเรื่องคล้าย ๆ กันกับ Binance ใน Singapore ดังนี้  1. IP และ เบอร์โทรศัพท์ สำหรับประเทศไทย ต้องสมัคร Binance Thai เท่านั้น ไม่สามารถสมัคร Binance Global ได้  2. IP และเบอร์โทรศัพท์ต่างประเทศ ถ้าต้องการสมัครสมาชิก Binance Thai สามารถสมัครได้ แต่เมื่อจะเทรดต้องผ่านการ KYC (Know Your Customer) อย่างชัดเจนว่าเป็นคนไทยจริง ๆ (ซึ่งอาจจะเป็นคนไทยไปอยู่ต่างแดน ที่มีเอกสารไทยสามารถทำ KYC ได้) ซึ่งนั่นหมายความว่า ชาวต่างชาติไม่สามารถเทรดกระดาน Binance Thai ได้  3. คาดว่า Binance Global คงยกเลิก P2P THB สำหรับ Thai baht และเปิดฝากเงินบาทเข้ากระดาน Binance Thai เท่านั้น (แบบเดียวกับ Binance P2P ไม่มี SGD-ดอลลาร์สิงคโปร์)  4. อื่น ๆ เช่น ภาษี อาจเข้มงวดมากขึ้น เพราะทีมของ Binance นั้นระดับโลก และมีประสบการณ์ในหลายประเทศ  สำหรับเราแล้ว อีกเรื่องนึงที่จะเกิดขึ้นแน่ ๆ หากมี Binance Thai คือการสั่นสะเทือนครั้งใหญ่ของบรรดา Exchange คริปโตในไทย เพราะขนาดตอนที่ยังไม่มี Binance Thai ก็ยังมีเทรดเดอร์จำนวนมากที่เลือกใช้ Binance Global อยู่แล้ว  มาดูกันว่าต่อไป Binance Thai จะมาช่วงชิงพื้นที่ของ #Bitkub ซึ่งเป็น Exchange ที่มีมาร์เก็ตแชร์มากสุดในประเทศไทยได้หรือไม่ และ Exchange รายอื่น ๆ ในไทยจะมีผลกระทบอย่างไร ตลาดจะคุกรุ่นมากแค่ไหน การแข่งขันจะสูงขึ้นเท่าไหร่ หรือเราในฐานะผู้บริโภคจะได้เปรียบมากขึ้นในสนามนี้หรือไม่ ยังไงก็กลับมาเกาะติดข่าวสารประเด็นนี้กันได้แบบเรียลไทม์ที่แอป #WikiBit เท่านั้นนะ! โหลดยัง? โหลดฟรี!  ขอบคุณข้อมูลประกอบจาก: คุณ Theeraparb Puttipiluntn

2022-01-19การวิเคราะห์เชิงลึก

กสิกรไทยแจงกรณีข่าวร่วมทุนกับไบแนนซ์

ตามรายงานข่าวของประชาชาติธุรกิจกล่าวว่าวันที่ 19 มกราคม 2565 ธนาคารกสิกรไทย ระบุว่า ตามที่มีข่าวว่า “กสิกรไทยร่วมทุนไบแนนซ์ ตั้ง Exchange ซื้อขายเหรียญดิจิทัล” นั้น ธนาคารกสิกรไทย ขอชี้แจงว่า ธนาคารไม่ได้เป็นผู้ออกข่าวดังกล่าว  ทั้งนี้ ธุรกิจเกี่ยวกับการซื้อขายเงินดิจิทัลกำลังเป็นที่สนใจของบริษัทต่าง ๆ ธนาคารหลายแห่ง รวมทั้งธนาคารกสิกรไทยก็ให้ความสนใจศึกษาทางเลือกต่าง ๆ เช่นกัน อย่างไรก็ตามในขณะนี้ ธนาคารยังไม่มีข้อสรุปเรื่องการทำธุรกิจดังกล่าว และหากมีผลสรุปแล้ว ธนาคารจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

2022-01-19การวิเคราะห์เชิงลึก

Cardano เปิดตัวโครงการใหม่ที่จะทำให้ผู้คนแห่มาพัฒนา Smart Contract

มูลนิธิ Cardanoได้ประกาศเปิดตัวโครงการใหม่เพื่อเพิ่มการพัฒนา smart contract ให้กับบุคคลที่สามโดยร่วมมือกับ EMURGO ซึ่งเป็นหน่วยงานเชิงพาณิชย์ของ Cardano blockchain การทำงานร่วมกันระหว่างสององค์กรจะเห็นถึงความพยายามในการสร้างชุดเครื่องมือเพื่อสนับสนุนระบบนิเวศของ Cardano และเร่งการพัฒนา DApps อย่างเป็นทางการ  โครงการจะแบ่งออกเป็นสองขั้นตอนซึ่งแยกเป็น MVP1 และ MVP2 โดย Five Binaries ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน จะสร้างชุดเครื่องมือแบบแยกส่วนสำหรับ MVP1 และมูลนิธิ Cardano วางแผนที่จะเข้าถึงโครงการและผู้ทำงานร่วมกันจากทั่วทั้งระบบนิเวศในระยะที่สอง MVP2 ทั้งนี้พวกเขาพร้อมทำงานอย่างเปิดเผยและตรวจสอบได้ตลอดเวลา Cardano เห็นว่าการพัฒนา backend ของแอปพลิเคชันนั้นค่อนข้างสำคัญอย่างมากเนื่องจากอาจช่วยเพิ่มตัวเลือกที่หลากหลายสำหรับนักพัฒนาในการสร้างโซลูชันบน Cardano  อีกทั้งยังช่วยให้บุคคลที่สามสามารถสร้างแอปได้หลากหลายมากยิ่งขึ้นเพื่อตอบสนองมาตราฐานอุตสาหกรรมคริปโตที่ใช้ smart contract Frederik Gregaard CEO ของ Cardano Foundation ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสดงผลกำไรได้เข้าดูแลการพัฒนาเครือข่าย Cardano ทั้งหมดโดยกล่าวว่า “การพัฒนาชุดเครื่องมือนี้ร่วมกับ EMURGO จะช่วยให้ระบบนิเวศโดยรวมนั้นดีขึ้น” ความก้าวหน้าของ Cardano ตามความก้าวหน้าล่าสุดของวงการ DeFi, NFT และ Metaverse ดูเหมือนว่าจะมีส่วนสนับสนุนเป็นอย่างมากบนบล็อกเชนของ Cardano  โดยเมื่อเร็ว ๆ นี้ Cardano ก็ได้เปิดตัวโปรเจกต์ Metaverse แรกคือ Pavia SundaeSwap และ ISO ก็จะเป็น Decentralized Exchange (DEX) เจ้าแรกที่ทำงานได้อย่างสมบูรณ์แบบเช่นเดียวกันโดยมีกำหนดการเปิดตัวในวันที่ 20 มกราคม อย่างไรก็ตามโครงการฟื้นฟูป่าไม้ของ Cardano blockchain ก็ได้ก้าวหน้าไปอย่างมากเมื่อมีต้นไม้ถูกปลูกไปแล้วในระบบมากกว่า 1 ล้านต้นเมื่อต้นเดือนมกราคม และเพื่อให้เกิดความโปร่งใสต้นไม้ทุกต้นที่ปลูกจะได้รับการบันทึกลงบนบล็อกเชนของ Cardano อีกด้วย

2022-01-19การวิเคราะห์เชิงลึก

นักวิเคราะห์เตือนราคา Bitcoin อาจร่วงลงถึง 38,000 ดอลลาร์

ตลาดคริปโตเคอเรนซี่กำลังเผชิญกับความอ่อนแออีกระลอก ในวันช่วงเมื่อวานที่ผ่านมา เนื่องจากราคาของ Bitcoin ยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง และความกดเติมก็เริ่มถาโถมเข้ามาสู่ตลาด altcoin อีกระลอก ดัชนีความกลัวและความโลภค่อย ๆ เผยให้เห็นถึงสถานะ “Extreme Fear” อีกครั้ง ซึ่งนักลงทุนและนักเทรดบางรายเตือนว่าราคา Bitcoin นั้นอาจร่วงลดลงสู่ระดับ 38,000 ดอลลาร์ในไม่ช้า  ข้อมูลจาก TradingView แสดงให้เห็นว่าตลาดกระทิงเริ่มสูญเสียการควบคุมที่ระดับแนวรับ 42,000 ดอลลาร์ในวันที่ 18 มกราคม เนื่องจากหมีได้ทุบราคา Bitcoin ให้ร่วงลงแตะจุดต่ำระหว่างวันที่ระดับ 41,250 ดอลลาร์ ในอดีตที่ผ่านมาพบว่า เดือนมกราคมของทุกปี นับเป็นเดือนที่ ‘น่าผิดหวัง’ สำหรับราคา Bitcoin อ้างอิงตามรายงานจาก Delphi Digital โดย Delphi Digital ชี้ไปที่ “การชะลอตัวของการเติบโตของสภาพคล่องทั่วโลกและความคาดหวังของนโยบายที่เข้มงวดมากขึ้น” ซึ่งเป็นสาเหตุของปัญหาหลักที่ได้นำไปสู่ความอ่อนแอในตลาดหุ้น  ซึ่งพวกเขามองว่ามันมีความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งกับการเคลื่อนไหวราคาของ Bitcoin สาเหตุความอ่อนแออีกประการหนึ่งที่ถูกพบเห็นโดย Delphi Digital คือ การขาดสภาพคล่องในตลาดฟิวเจอร์ส พร้อมกับการลดลงจำนวนสัญญาฟิวเจอรส์ในตลาด ในช่วงตลอดสองเดือนที่ผ่านมา “โดยส่วนใหญ่ การหดตัวของราคาเกิดจากปัญหาสภาพคล่องในตลาด perp/futures ซึ่งก่อให้เกิดการ liquidate อยู่หลายครั้ง เป็นผลทำให้ราคาของ BTC เริ่มแย่ลง” สำหรับสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นต่อไป  Delphi Ditial ระบุว่า “ตัวชี้วัดโมเมนตัมในระยะสั้นดูเหมือนจะส่งสัญญาณว่า สิ่งที่แย่ที่สุดอาจอยู่ข้างหลังเรา” และนักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่าดัชนี Fear & Greed ได้อยู่ที่ระดับที่ไม่เคยเห็นมาก่อนนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2021 นักวิเคราห์ Decentrader ชี้ว่า “ราคา Bitcoin อาจร่วงไปถึงระดับ 38,000 ดอลลาร์ ก่อนที่เราจะได้เห็นการ Break out ของราคาเกิดขึ้นเพื่อกลับตัวเข้าสู่ตลาดกระทิง” ในขณะเดียวกันนักวิเคราะห์ @ZeroHedge_พยามกล่าวมองโลกในแง่ดีพร้อมปลอบประโลมนักลงทุนที่กำลังอยู่ในสภาวะขาดทุนให้อดทนรออย่างใจเย็น เพราะนี่จะบทเรียนให้คุณเติบโตไปเป็นนักลงทุนที่แข็งแกร่ง

2022-01-19การวิเคราะห์เชิงลึก

อย่าหลงเชื่อ! เว็บ Binance ปลอม ระวังโดนดูดเงิน ดูดข้อมูล!

เตือนภัย ตอนนี้พบเว็บไซต์ Binance ของปลอมระบาด หลายคนหลงเชื่อไปแล้วว่าเป็น Binance ตัวจริง เสียงจริง WikiBit ขอมาเตือนก่อนนะว่าไม่น่าไว้ใจ ใครหลงกลไปเปิดบัญชีด้วยอาจเสียหาย!  เว็บไซต์ปลอมนี้ ใช้ URL ว่า www.binance.co.th ซึ่งไม่ใช่เว็บไซต์ทางการของ www.binance.com แน่นอน จากข้อมูลในหน้าเว็บไซต์ปลอมนี้ ก็ไม่ได้ถือว่ามีอะไรน่าเชื่อถือมากนัก ทั้งข้อมูล รูปภาพ แต่การใช้โลโก้ Binance ตัวจริง ทำให้คนหลงเข้าใจผิดได้ง่าย ทั้งยังมีปุ่มให้กดลงทะเบียนสมัครสมาชิก ซึ่งใครหลงไปสมัครอาจสร้างความเสียหายในอนาคต #เตือนไว้ก่อนเลย  ยิ่งในขณะนี้ มีข่าวว่า GULF ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือธุรกิจอันดับต้น ๆ ของไทย จับมือกับ Binance ร่วมลงทุนธุรกิจ ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ในประเทศไทย ยิ่งทำให้คนบางส่วนเข้าใจผิดว่า www.binance.co.th นั้นอาจเป็นเว็บไซต์ตัวจริงของ GULF x Binance ที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งเราขอบอกเลยว่ายังไม่มีการเผยของมูลเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของโปรเจกต์นี้ วอนนักลงทุนโปรดตรวจสอบให้ดีก่อนการลงทุน  นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการทำเว็บไซต์เลียนแบบโบรกเกอร์ หรือ Exchange คริปโต วิธีการคือจะตั้งชื่อ ใช้โลโก้คล้าย หรือแทบเหมือนกับตัวจริง ทำให้คนดูผ่าน ๆ อาจเข้าใจผิดได้ หากไม่อยากตกเป็นเหยื่อ ให้ดาวน์โหลดแอป #WikiBit แล้วลองตรวจสอบตาม Step ต่อไปนี้  1. กดค้นหาชื่อ Exchange ที่คุณจะเทรดด้วย  2. เช็คที่ข้อมูลเว็บไซต์ของ Exchange นั้น ๆ  3. เทียบดูกับลิงค์ที่ได้รับมาว่าตรงกันหรือไม่ (ถ้าไม่ตรงกัน ก็สงสัยได้เลยว่าลิงค์เถื่อน เพราะ Exchange ที่มีมาตรฐาน ไม่เปลี่ยนลิงค์เล่น ๆ แน่นอน) แอปของเรามีทีมตรวจสอบกับหน่วยงานกำกับดูแลโดยตรง ข้อมูลที่เชื่อถือที่สุด!  4. เช็คใบอนุญาต กับดูคะแนนความน่าเชื่อถือ ก่อนเลือกกับ Exchange ด้วยจะดีมาก!

2022-01-18การวิเคราะห์เชิงลึก

ด่วน มีผู้ใช้พบว่าเงินในเว็บเทรด Crypto.com หายแบบไม่รู้สาเหตุ

Crypto.com แพลตฟอร์ม cryptocurrency ในสิงคโปร์ ประกาศระงับการถอนเงินชั่วคราวโดยอ้างถึงกิจกรรมทางการเงินที่น่าสงสัยซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อผู้ใช้งานแพลตฟอร์ม โดยผู้ให้บริการได้ประกาศบน Twitter โดยระบุว่ามีผู้ใช้งาน “จำนวนน้อย” ที่แสดงความกังวลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงบนบัญชีของพวกเขา  โดย crypto.com กำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบปัญหาดังกล่าวและยังไม่ได้ออกมาเปิดเผยถึงวิธีการดำเนินการรวมถึงกำหนดเวลาว่าจะกลับมาทำงานเป็นปกติอีกครั้งเมื่อใด แต่ยืนยันว่าเงินของผู้ใช้งานบนแพลตฟอร์มนั้นปลอดภัยอย่างแน่นอน “เรามีผู้ใช้งานจำนวนหนึ่งที่รายงานกิจกรรมทางการเงินที่น่าสงสัยบนบัญชีของพวกเขา ดังนั้นเราจึงหยุดการถอนเงินทั้งหมดชั่วคราว และในไม่ช้าจะกลับมาดำเนินการปกติเนื่องจากทีมของเรากำลังตรวจสอบอยู่ เงินทั้งหมดนั้นยังปลอดภัยดี” ตามการรายงานจากผู้ใช้งาน  มีบางรายอ้างว่าพวกเขาสูญเสีย cryptocurrency ทั้งหมดโดยมีผู้ใช้งานนิรนามถอนจากบัญชีไปโดยไม่ได้รับอนุญาต ความพ่ายแพ้ต่อการขยายตัวของ Crypto.com การขยายตัวในครั้งนี้ของ crypto.com นับเป็นความล้มเหลวครั้งสำคัญของแพลตฟอร์มที่มุ้งเน้นไปที่การทำการตลาดเชิงรุกในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเมื่อปีที่แล้วบริษัทประกาศบรรลุข้อตกลงมูลค่าประมาณ 700 ล้านดอลลาร์กับ Staples Center เพื่อซื้อบ้านใน Los Angeles พร้อมเปลี่ยนชื่อสถานที่เป็น “Crypto.com Arena”  ปัจจุบันแพลตฟอร์มนี้มีลูกค้า neobank มากกว่า 14 ล้านรายในปี 2564 โดยใช้ประโยชน์จากการเติบโตของธนาคารผู้ท้าชิง การประนีประนอมด้านความปลอดภัยของ Crypto.com จะเน้นไปที่ช่องโหว่ที่ต้องเผชิญกับภาคสกุลเงินดิจิตอล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แม้ว่าจำนวนการแฮ็กแพลตฟอร์ม crypto จะลดลงอย่างมาก แต่หน่วยงานกำกับดูแลที่ไม่เป็นมิตรกับอุตสาหกรรมได้ใช้เพื่อตรวจสอบกรณีของการผิดกฎหมายภาคส่วน ปัจจุบันแพลตฟอร์มนี้มีลูกค้าแบบ neo-bank มากกว่า 14 ล้านรายในปี 2564 โดยใช้ประโยชน์จากการเติบโตของธนาคารคู่แข่ง โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา crypto.com ได้เผชิญหน้ากับช่องโหว่จำนวนมากและมีจำนวนการแฮกแพลตฟอร์มที่สูง แม้ว่าจะลดลงในครึ่งหลังของปี 2564 แต่หน่วยงานกำกับดูแลที่ไม่เป็นมิตรต่ออุตสาหกรรมดงกล่าวก็ได้เข้ามาตรวจสอบเพื่อใช้เป็นกรณีศึกษา

2022-01-18การวิเคราะห์เชิงลึก

Binance ประกาศเผาเหรียญ BNB

ในวันที่ 17 มกราคมที่ผ่านมา Binance ประกาศว่าได้ทำการเผาเหรียญ BNB ไปแล้วจำนวนกว่า 1.68 ล้านเหรียญ ในครั้งที่ 18 โดยเหรียญทั้งหมดที่ถูกเผาไปนั้นมีมูลค่ากว่า 795 ล้านดอลลาร์หรือประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาท ณ เรทราคาในปัจจุบัน อย่างไรก็ตามจำนวนเหรียญที่ถูกเผานั้นยังคงไม่ชัดเจน เนื่องจาก Binance เพิ่งเริ่มใช้ระบบใหม่สำหรับการเผาเหรียญ BNB ในครั้งนี้  เผาเหรียญ BNB ทั้งหมด: 1,684,387.11 BNB หมายเลขธุรกรรม (TXID) สำหรับเผาเหรียญ BNB: ลิงก์ BNB ที่ถูกเผาจากโปรแกรม Pioneer Burn: 6296.305493 BNB เมื่อเดือนที่แล้ว Binance ได้มีการประกาศปรับใช้การเผาเหรียญรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า BNB Auto-Burn ซึ่งจะเป็นเผาเหรียญ BNB ทุกวัน ตามราคาของ BNB และจำนวนบล็อกที่ผลิตในแต่ละไตรมาส  โดยระบบ BNB Auto-Burn จะใช้สมการดังต่อไปนี้ : B คือปริมาณเหรียญ BNB ที่จะเผา , N คือจำนวนบล็อกทั้งหมดที่ผลิตบน Binance Smart Chain ระหว่างไตรมาส , P คือราคาเฉลี่ยของ BNB เมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ , K คือค่าคงที่ของ price anchor ซึ่งตั้งเริ่มต้นที่ 1,000 นับตั้งแต่ BNB และ Binance เปิดตัวในปี 2017 Binance ก็มุ่งมั่นที่จะเผาเหรียญ BNB ทั้งหมดจำนวน 100 ล้าน BNB หรือครึ่งหนึ่งของอุปทานทั้งหมดออกจากการหมุนเวียน และจนถึงปัจจุบัน Binance ได้เผาโทเค็น BNB ไปแล้วทั้งสิ้นเกือบ 35 ล้านโทเค็น อ้างอิงตามรายงานของ The Blocks Data Dashboard

2022-01-18การวิเคราะห์เชิงลึก

ข่าวใหญ่คนไทย GULF ประกาศจับมือ Binance

เมื่อไม่นานมานี้สื่อข่าว Bloomberg รายงานว่า Binance Holdings Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทกระดานแลกเปลี่ยนคริปโตเบอร์หนึ่งของโลกได้บรรลุในข้อตกลงร่วมกับ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) เพื่อสำรวจธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Exchange) ในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้  ทั้งนี้ GULF เปิดเผยว่าการทำข้อตกลง MOU กับทาง Binance นั้น บริษัทได้เล็งเห็นถึงการเติบโตของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล (digital infrastructure) ที่คาดว่าจะเติบโตอย่างรวดเร็วในอนาคตอันใกล้นี้ ซึ่งข้อมูลการทำข้อตกลงในครั้งนี้นั้นอยู่ในเอกสารชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์ และถูกพบเห็นโดยสำนักข่าว Bloomberg โฆษกของ Binance กล่าวว่า “นี้ถือเป็นก้าวแรก” ในการสำรวจโอกาสในประเทศไทย  ส่วนทางด้านกัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ และตลาดหลักทรัพย์ไทยยังไม่ได้มีการกล่าวให้สัมภาษณ์ใด ๆ สำหรับเรื่องนี้ ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นความพยายามครั้งล่าสุดของ Binance ในการจัดตั้งการดำเนินงานทั่วโลก โดยเมื่อเดือนที่แล้วบริษัทได้รับการอนุมัติเบื้องต้นจากธนาคารกลางของบาห์เรนให้เป็นผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจทัล และลงนามในข้อตกลงร่วมกับหน่วยงาน Dubai World Trade Center เกี่ยวกับกฎระเบียบด้านสินทรัพย์เสมือน

2022-01-18การวิเคราะห์เชิงลึก

ทำไมคนชอบคิดว่า Forex เป็นแชร์ลูกโซ่!?

คุณคิดว่า Forex = แชร์ลูกโซ่หรือไม่? ใช่ไม่ใช่ลองหาคำตอบจากบทความนี้นะ! แม้ Forex จะเป็นตลาดที่เป็นที่รู้จักแพร่หลายในหมู่คนไทย แต่ก็เป็นตลาดที่ใครหลายคนยังงง ๆ ว่าตกลงมันถูกกฎหมายรึเปล่า มันเป็นแชร์ลูกโซ่หรือไม่ แล้วเพราะอะไร ทำไมถึงคิดว่าเป็นแชร์ลูกโซ่  ก่อนอื่นต้องบอกก่อนนะว่า Forex ไม่ใช่แชร์ลูกโซ่ แต่เป็นการเทรดค่าเงินระหว่างประเทศ เป็นตลาดการเงินที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่คนทั่วโลกก็เทรดกัน แต่ที่คนชอบคิดว่า Forex เป็นแชร์ลูกโซ่อาจจะมาจากเหตุผลเหล่านี้   1. ติดภาพคดีต่าง ๆ จากโบรกเกอร์เถื่อน ที่เอา Forex มาบังหน้า  คนไทยพอเห็นคำว่า Forex อาจจะนึกถึงคดี Forex ใหญ่ ๆ อย่างแชร์ลูกโซ่ Forex3D ที่หลอกเงินคนไทยไปกว่าหมื่นล้านบาท ติดภาพว่าพอเป็น Forex ต้องโกง หลอกเงินเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่จริงคดีเหล่านั้นเกิดจากโบรกเกอร์เถื่อนที่ไม่มีใบอนุญาตจากหน่วยกำกับดูแล หลอกเอาเงินคนมาหมุน ไม่ได้ส่งเงินเข้าตลาด Forex จริง ๆ แต่เอาคำว่า Forex มาอ้างให้คนสนใจ ซึ่งหากไม่อยากโดนหลอก ก็ป้องกันได้ด้วยการเช็คก่อนว่าโบรกเกอร์ที่ลงทุนด้วยไว้ใจได้หรือไม่ ซึ่งทำได้ง่าย ๆ เลย แค่เอาชื่อโบรกเกอร์ไปค้นหาบนแอป WikiFX เท่านั้น   2. Forex ในไทย ยังไม่มีกฎหมายรองรับ  ขณะนี้ Forex ในไทยยังไม่มีกฎหมายรองรับ นักลงทุนลงทุนได้ แต่ต้องรับความเสี่ยงด้วยตนเอง ทำให้ Forex ในไทยไม่ได้ถูกควบคุมดูแลโดยหน่วยงานไหน ต่างจากคริปโต และหุ้น ที่ถูกควบคุมโดย กลต. ทำให้มิจฉาชีพใช้ช่องว่างตรงนี้เอาชื่อ Forex มาหลอกคนไปลงทุน ยิ่งทำให้คนติดภาพว่า Forex เป็นแชร์ลูกโซ่ไปกันใหญ่   3. Forex เป็นเข้าถึงง่ายอย่างน่าเหลือเชื่อ  การเทรด Forex ไม่ได้ง่าย คุณต้องมีความรู้ มีสกิลมากพอที่จะเอาชนะ แต่การเข้าถึงตลาดเนี่ยง่ายสุด ๆ คุณมีเงินหลักร้อย มีโทรศัพท์ มีอินเทอร์เน็ต ไปเปิดบัญชีกับโบรกเกอร์ แค่นี้ก็เทรดผ่านแอปได้แล้ว อาจไม่ได้มีกระบวนการซับซ้อนเท่าตลาดอื่น ๆ ที่ต้องมีเงินเยอะ มีการยืนยันตัวตนอย่างจริงจัง ซึ่งบางคนจึงคิดว่าเข้าถึงง่ายขนาดนี้นี่เป็นการโกงรึเปล่า  อย่างไรก็ตาม ยิ่งมีแพลตฟอร์มซื้อขาย (เถื่อน) ทางอินเทอร์เน็ตเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ ก็ยิ่งทำให้ความเสี่ยงมากขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะการส่งเสริมการขายที่เป็นการฉ้อโกง การแสดงผลตอบแทนที่เกินจริง หรือโบรกเกอร์ที่ใช้ซอฟต์แวร์หลอกลวงเพื่อควบคุมระบบ จงจำไว้ให้ขึ้นใจว่า Forex ไม่มีทางเป็นแชร์ลูกโซ่ ถ้าเราไม่ไปลงทุนกับโบรกเกอร์เถื่อน  จะเทรด Forex ให้ประสบความสำเร็จ ต้องเริ่มจากศึกษาหาข้อมูลให้แน่น ฝึกซ้อมให้เยอะผ่านบัญชีเดโม่ แล้วค่อยลงสนามจริง บัญชีจริง สนามวัดกันที่ความรู้ความสามารถ ยิ่งรู้กว่ายิ่งได้เปรียบ ซึ่งหากใครอยากติดตามประเด็นความรู้ตลาด Forex ก็โหลดแอป WikiFX ไว้เลย มีให้อ่านฟรี โหลดฟรีด้วย!

2022-01-17การวิเคราะห์เชิงลึก

10 คาดการณ์ ‘คริปโต 2022’ ราคา BTC, Blockchain, NFT!

วันนี้ WikiBit จะพามาดูการคาดการณ์ตลาดคริปโต 2022 หลังจากปีที่แล้วที่มูลค่าตลาดคริปโตสูงถึง 3 ล้านล้านดอลลาร์เป็นครั้งแรก DeFi มีมูลค่าที่ 1 แสนล้านดอลลาร์จาก Ethereum ขณะที่ NFT ก็มาแรงพร้อม ๆ กับ metaverse และ GameFi ปีนี้ตลาดคริปโตจะไปทิศทางไหน ติดตามได้ในบทความนี้   1. ราคา Bitcoin สูงถึง $100,000 USD  อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นทำให้สินทรัพย์ที่หายากอย่าง Bitcoin มีความน่าสนใจมากขึ้น Bitcoin ไม่ได้เป็นเพียงสกุลเงินดิจิทัลที่เก่าที่สุด และเป็นที่รู้จักดีที่สุดเท่านั้น แต่คุณลักษณะที่โดดเด่นคือมีอุปทานที่จำกัดที่ 21 ล้าน BTC มีความเป็นไปได้สูงมากที่ราคา BTC จะเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า $100,000 USD ในปีนี้   2. ตลาด crypto โดยรวมก็จะเติบโตขึ้น  ตั้งแต่ต้นปี 2021 ราคาของคริปโตตามมูลค่าตลาดได้เพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว แม้ว่าการลงทุนในตลาดนี้มีความเสี่ยงมากกว่าโอกาสการลงทุนแบบดั้งเดิม เนื่องมาจากความผันผวนของราคาที่สูง แต่หากเทียบกับดัชนีตลาดที่มีชื่อเสียง อย่าง ดัชนี MSCI World Index ที่สูงกว่าเมื่อต้นปี 2021 เพียง 17% ขณะที่แนวโน้มราคาทองคำขณะนี้อยู่ในเชิงลบ บ่งบอกว่าความต้องการลงทุนคริปโตจะดำเนินต่อไป   3. Ethereum ได้รับการอัพเกรด และยังคงเป็นแพลตฟอร์มสัญญาอัจฉริยะที่โดดเด่น  Ethereum คาดว่าจะเสร็จสิ้นการเปลี่ยนผ่านไปสู่กลไก proof-of-stake เพื่อพิสูจน์การมีส่วนได้ส่วนเสียในซัมเมอร์นี้ นอกจากนี้ยังมีแนวโน้มว่าสถาบันการเงินจากภาค TradFi จะเข้าสู่ธุรกิจการถือหุ้น ผลตอบแทนจากการปักหลักอาจกลายเป็น “อัตราหลัก” ของตลาดสินทรัพย์ crypto ในแง่ของการพัฒนาราคา ETH ยังคงมีศักยภาพที่ดี แม้ว่า DeFi และ NFT ที่ใช้ Ethereum จะลดลง แต่ Ethereum ยังคงมีปริมาณธุรกรรมที่ใหญ่ที่สุด   4. การลงทุน Crypto มีความยั่งยืนมากขึ้น  ผู้ออก Exchange-traded product, แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนคริปโต, บริษัทขุด และสถาบันการเงินต่างสนใจที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแก่ลูกค้าของตน จนถึงปัจจุบัน นักลงทุน crypto ที่มีศักยภาพจำนวนมากไม่เต็มใจที่จะลงทุนใน Bitcoin เนื่องจากการปล่อยคาร์บอนที่ค่อนข้างสูงของ   5. Web3 ปูทางสำหรับการกระจายอำนาจของอินเทอร์เน็ต  Web3 นำเสนอแนวทางใหม่ในการนำเสนอสถาปัตยกรรมอินเทอร์เน็ตในรูปแบบการกระจายอำนาจและเป็นอิสระโดยใช้เทคโนโลยีบล็อกเชน แก่นของมันคือเกี่ยวกับการลดการพึ่งพาเครือข่าย เช่น ผู้ให้บริการคลาวด์หรืออินเทอร์เน็ต เนื่องจากพวกเขามักจะจัดการกับข้อมูลที่รวบรวมในลักษณะที่ไม่โปร่งใส แต่Web3 มีพื้นฐานมาจากแนวคิดที่จะให้ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตกลับมาควบคุมข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐานได้ ตั้งแต่การจัดเก็บข้อมูลแบบกระจายศูนย์ผ่านบล็อคเชน   6. NFTs และเกมบนบล็อคเชนกลายเป็นแหล่งรายได้  Metaverse เป็นแพลตฟอร์มเสมือนจริงที่ผู้คนสามารถทำงานร่วมกันและซื้อขายในเชิงเศรษฐกิจ เศรษฐกิจดิจิทัลเหล่านี้ยากที่จะจินตนาการได้หากไม่มี NFT เมื่อการถ่ายโอนมูลค่าเป็นไปอย่างราบรื่นในจักรวาล crypto ต่างๆ NFT และเศรษฐกิจเกมบนบล็อคเชนอาจได้รับการส่งเสริมเพิ่มเติม ในประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ภาคการจ้างงานอาจได้รับการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง เศรษฐกิจที่เชื่อมโยงถึงกันดังกล่าวอาจถือได้ว่าเป็น “meta-metaverse”   7. ความชัดเจนทางกฎหมาย  ในปี 2022 คาดว่าหลายประเทศจะแถลงการณ์ว่าพวกเขาจะจัดการกับสินทรัพย์ดิจิทัลอย่างไร หน่วยงานกำกับดูแลจะเน้นประเด็นด้านธุกรรม, ภาษี และเหรียญที่มีเสถียรภาพ และจะสำรวจความเหมาะสมของกฎระเบียบ DeFi เพื่อแลกเปลี่ยนกับหน่วยงานกำกับดูแลจากเขตอำนาจศาลอื่น ๆ นอกจากนี้ อีกในไม่ช้ากฎระเบียบของ Markets-in-Crypto Assets (MiCA) จะมีผลบังคับใช้ ซึ่งจะให้กรอบการทำงานทางกฎหมายที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในระดับสหภาพยุโรป ซึ่งมีโอกาส “เป็นมิตรกับคริปโตมากขึ้น”   8. เงินยูโรดิจิทัลจะยังคงไม่ได้เป็น Stablecoin ขนาดใหญ่  ตามทฤษฎีแล้ว เงินยูโรดิจิทัลสามารถดำรงอยู่ได้ในฐานะสกุลเงินดิจิทัลของธนาคารกลาง (CBDC) ซึ่งเป็นสกุลเงินที่มีเสถียรภาพ อย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางยุโรป (ECB) คาดว่าจะไม่ออก CBDC จนถึงปี 2026 อย่างเร็วที่สุด CBDC มีอยู่แล้วในประเทศขนาดเล็ก เช่น บาฮามาสหรือไนจีเรีย เพื่อเป็นแนวทางแก้ไขปัญหา เงินยูโรดิจิทัลจะมีอยู่แล้วในปีนี้ สำหรับธนาคารพาณิชย์แห่งแรกในยุโรป และจะพร้อมให้บริการสำหรับอุตสาหกรรมและภาคการเงิน   9. การยอมรับจากนักลงทุนสถาบันและองค์กรขนาดใหญ่  นักลงทุนสถาบันและบริษัทขนาดใหญ่ต่างก็ให้ความสนใจในสินทรัพย์ดิจิทัลในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงกองทุนป้องกันความเสี่ยง ผู้จัดการสินทรัพย์ รวมถึงกองทุนบำเหน็จบำนาญหรือสถาบัน จากอัตราเงินเฟ้อที่สูงกว่าค่าเฉลี่ย สภาพแวดล้อมอัตราดอกเบี้ยต่ำอย่างต่อเนื่อง ขอบเขตการใช้งานเพิ่มเติม และความต้องการที่เพิ่มขึ้นตามมา ธนาคารรายใหญ่เช่น JP Morgan หรือ Goldman Sachs กำลังเริ่มพัฒนาข้อเสนอที่หลากหลายเกี่ยวกับการลงทุนคริปโต บริษัทเทคโนโลยีเช่น Microstrategy และ Tesla ถือ Bitcoin หลายพันล้านดอลลาร์เพื่อต่อสู้กับการขยายตัวของปริมาณเงิน ซึ่งนำไปสู่อัตราเงินเฟ้อที่ค่อนข้างสูงในปีที่ผ่านมา   10. DAO

2022-01-17การวิเคราะห์เชิงลึก
1
...
6365
...
142